ZE+ เรียกว่าซีก็ได้ค่ะ
ช่วงนี้ กำลังพีคคู่นี้อย่างกู่ไม่กลับ และเป็นอะไรไม่รู้อีกนั้นแหละถึงอยากเขียนฟิคเรทคู่นี้
ทั้งๆ ที่ ไม่ได้เขียนฟิคมาหลายปีแล้ว (และเป็นฟิคเรทเรื่องแรกที่เขียนด้วย จะรอดไหมนั้น)
ก่อนอ่าน เลยอยากเตือนทุกท่านที่หลงเข้ามาแล้วให้ทำใจซักนิด เพราะฟิคเรื่องนี้เป็นอารมณ์ชั่ววูบ ที่อยากเขียนฉากเท่านั้นแล เรื่องจบในตอน กลัวว่าถ้าไม่รีบเขียนอาจจะไม่ได้เขียนแล้วก็ดองเค็มมันอีกเหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา มีโครงการจะเขียนให้มันมีพล็อต มีเรื่องมีราวที่ดีกว่านี้แต่นั้นก็เป็นเรื่องในอนาคตอีกนั้นแหละ :p
อย่างน้อยก็ขอให้ศึกษาตัวละครให้มากกว่านี้ เพราะที่เขียนมานี่ก็รู้สึกว่าคาแลกเตอร์หลุดๆ อยู่เหมือนกัน
และที่สำคัญเรื่องนี้ยังไม่ได้เช็คคำผิดล่ะ ผิดตรงไหนทักไว้ก็ดีค่ะ เผื่อซักวันเราจะได้รีไรท์เขียนให้มันเป็นเรื่องเป็นราวกับเขาบ้าง = ="
พล่ามมานาน ก่อนจะถูกเตะโด่งออกจากบอร์ดเราก็แปะฟิคซักทีดีกว่า
*********************************
ll T i t l e ll XS (ไม่มีแม้แต่ชื่อเรื่อง)
ll P a i r i n g ll XS
ll R a t e d ll NC-17 ละมั้ง อยากเขียน SM อยู่เหมือนกันแต่ตอนนี้ก็ได้เรทสุดเท่านี้แล รอดูว่าอนาคตจะเป็นเช่นไรต่อไป
ในสายตาของบอส เราไม่ต่างอะไรจากสัตว์เลี้ยง...
“ ทำให้มันดีๆ หน่อย สเพลฮี สควอโล ” น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดอย่างคนไม่ได้อย่างใจ ดังขึ้นเหนือศรีษะ ก่อนที่มือหยาบกร้านจะกดศรีษะของอีกฝ่ายให้เข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิม
ชายหนุ่มพูดแกมบังคับอย่างติดเป็นนิสัย เมื่ออีกฝ่ายดูเหมือนจะใช้ปากให้เขาแบบขอไปที แซนซัสมีต่อมความอดทนไม่ได้สูงนักแต่ครั้งนี้ยังคงอดทนเพราะยังไม่อยากลงไม้ลงมืออย่างที่ชอบทำเป็นประจำ บางครั้งเขาก็คิดว่าหากอีกฝ่ายยินยอมคงรู้สึกดีกว่าฝืนบังคับมากนัก แต่อีกฝ่ายดูจะไม่คิดจะให้ความร่วมมือซักนิด ทั้งๆที่สอนไปด้วยร่างกายไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วก็ตาม
แซนซัสกระชากเส้นผมสีเงินยาวก่อนกระแทกลงเตียงแบบไม่ยั้งมือ “ คงชอบแบบรุนแรงหน่อยสินะ ฉันขอความร่วมมือดีๆ ทำไมชอบให้ใช้กำลังนัก ”
“ ฉันไม่ใช่อีตัวนะเว้ย!!! ทำไมต้องยอมทำตามทุกอย่างที่สั่งด้วยว่ะ ” สควอโลตวาดกลับ น้ำเสียงที่ใช้ยังคงเหมือนเดิมไม่เคยใช้คำสุภาพทั้งๆที่คนที่พูดด้วยตอนนี้เป็นหัวหน้าของตนเองก็ตาม
ถึงจะโวยวายอย่างนั้น แต่จริงๆ ร่างโปร่งแถบไม่เคยปฏิเสธความต้องการของอีกฝ่ายเลยซักครั้ง....
มันเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ เขาจำไม่ได้แล้วกับความสัมพันธ์แบบนี้....และไม่รู้เลยว่ามันจะจบลงตรงไหน
เขาเป็นเหมือนสัตว์เลี้ยง ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็เรียกใช้ได้สะดวก รอรับคำสั่ง และซื่อตรงต่อคนคนนี้เพียงคนเดียว
ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่านั้น
“ แกมันเป็นยิ่งกว่านั้นอีก สคอลโล่ หน้าที่ของแกตอนนี้คือก้างขาออกและหุบปากซะ ” น้ำเสียงของผู้เป็นนายเรียกสติของร่างโปร่งกลับมาจากความนึกคิด น้ำเสียงที่ชวนให้โมโหอยากให้ตวาดกลับ แต่ร่างสูงปิดปากอีกฝ่ายไปก่อนอย่างนึกรู้ว่าเขาทำท่าจะเถียงอีก
จุมพิตหนักหน่วง เร่าร้อนรุนแรง และเรียกร้องขึ้นเรื่อยๆ มือหยาบรวบข้อมือบางทั้งสองขึ้นไว้เหนือศรีษะ ใช้น้ำหนักตัวกดทับร่างของสคอลโล่ไว้ให้ขยับหนีไปไหนไม่ได้ เข่าของชายหนุ่มรุกคือแทรกลงกลางหว่างขา กระตุ้นและหยอกล้อกับส่วนอ่อนไหวของอีกฝ่าย รู้สึกได้ถึงความร้อนที่เริ่มก่อตัวขึ้นตรงจุดนั้นอย่างชัดเจน
สคอลโล่บิดตัวด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้าจากเบื้องล่าง ในขณะที่เบื้องบน แซนซัส ใช้ลิ้นดุนดันจนริมฝีปากของเขาเผยอออกด้วยความชำนาญ แทรกเรียวลิ้นลงไปควานหาความหวานอย่างจาบจ้วงถือสิทธิความเป็นเจ้าของอย่างเต็มที่ จูบลึกซึ้งราวช่วงชิงลมหายใจไป
ถ้าให้พูดตรงๆ สคอลโล่อาจดูก้านโลก แต่เรื่องบนเตียงกลับไม่ประสาราวกับเด็ก เพราะทั้งชีวิตคนที่สัมผัสเขามีเพียง แซนซัส สคอลโล่รู้จักเพียง แซนซัสเท่านั้น แต่อีกฝ่ายคงมีประสบการณ์โชกโชนเพราะตั้งแต่ตอนที่ร่างโปร่งถูกขมขื่นตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว แซนซัสดูชำนาญและเคยชินกับเรื่องพวกนี้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ร่างโปร่งรู้สึกเจ็บลึกในอก ไม่เข้าใจห้วงอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้และหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ ได้แต่ปล่อยผ่านเลยไป
“ อะ ..อ๊า ” เสียงครางดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เคยแต่พูดอวดดี เมื่อชายหนุ่มปล่อยให้ริมฝีปากนั้นเป็นอิสระจากริมฝีปากของตัวเอง สคอลโล่กำลังถูกปลุกเร้าอารมณ์จากการยอกล้อของเข่าชายหนุ่มผ่านกางเกงตรงส่วนอ่อนไหว
แซนซัส ระบายยิ้มเหยียด ใช้มือข้างที่ว่างถลกเสื้อขึ้น “ จ..จะทำอะไร อึก ” เสียงขาดห้วงก่อนจะเป็นเสียงครางเมื่อกระแสอารมณ์ถูกปลุกเร้าอย่างต่อเนื่อง ร่างสูงลากไล้ริมฝีปากลงมาครอบครองตุ้มเนื้อที่หน้าอก ดูดเม้มกระตุ้นความกระสันอย่างกระหาย เรียกเสียงครางออกมาอย่างต่อเนื่อง และเสียงครางของสคอลโลกระตุ้นแรงปรารถนาในตัวชายหนุ่ม เขาปลดเสื้อผ้าของอีกฝ่ายอย่างชำนาญแต่ก่อนที่เสื้อจะหลุดพ้นข้อมือ แซนซัส ก็ใช้เสื้อเป็นเครื่องพันธนาการอีกฝ่ายไม่ให้ขัดขืนเขาได้อีก
สคอลโล่ดูตื่นๆ ขึ้นมาทันทีเมื่อถูกพันธนาการแบบนี้ บทรักของ แซนซัสรุนแรง เอาแต่ใจเสมอ และมักฝากรอยแผลเอาไว้เมื่อเสร็จกิจ ความเจ็บปวดที่รวดร้าวจากด้านในมักทำให้เขาขยับตัวไปไหนไม่ได้เป็นวันเลยทีเดียว
“ ป..ปล่อย ปล่อยฉันสิว่ะ!!! ” สคอลโล่พยายามขัดขืนแต่ดูเหมือนคำพูดจะไม่ได้เข้าหูอีกฝ่ายซักนิด แซนซัสปลดเนคไทก่อนใช้มันปิดตาอีกฝ่าย “ ทำแบบนี้แกจะรู้สึกได้ดีขึ้นนะ สคอลโล่ ” เสียงกระซิบที่ข้างหูชวนให้รู้สึกขนลุกไปทั้งร่าง สุดท้ายเขาก็ต่อต้านอะไรไม่ได้เลยได้แต่ปล่อยไปตามสถานการณ์ไม่ต่างจากทุกที
เมื่อถูกปิดกั้นประสาทสัมผัสด้านหนึ่ง อีกอีกสี่ด้านที่เหลือจะไวความรู้สึกมากขึ้นเป็นทวีขึ้น สัมผัสที่ลูบไล้ไปตามผิวกายก่อนจะถูกจับคว่ำหน้าลงกับเตียงนอน ปลายนิ้วกำลังหยอกล้อกับช่องทางทางด้านหลัง
เพียงแค่หนุ่มใหญ่สัมผัสเพียงแผ่วเบาเขาก็สะท้านไปทั้งร่าง “ ซ....แซนซัส ” เสียงสั่นสะท้านเจือความหวานหวั่นเพียงน้อยนิดแต่เขาก็จับความรู้สึกได้ สีหน้าแซนซัสเปลี่ยนไปเล็กน้อย ความรู้สึกหลากหลายที่หมุนวนราวพายุคลั่งในแววตาสีเลือดนั้นเป็นสิ่งที่สคอลโล่ไม่เคยเห็นและแซนซัสไม่ปรารถนาจะให้เห็นด้วย “ เงียบได้แล้วเด็กดื้อ หยุดเกร็งได้แล้วไม่งั้นจะเจ็บตัวยิ่งกว่านี้ ” น้ำเสียงนั้นอ่อนเล็กน้อยแต่ก็นับว่าเป็นเรื่องแปลกมากแล้วสำหรับคนอย่างเขา สำหรับคนที่ได้ชื่อว่าบอสของหน่วยลอบสังหารที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดของวองโกโล่
นิ้วมือจุ่มครีมจนชุ่มจนชุมโชก ก่อนแตะที่ช่องทางด้านหลัง สคอลโล่กัดริมฝีปากจนห่อเลือดเตรียมรับสิ่งที่จะรุกรานเข้ามาในไม่ช้า ปลายนิ้วยิ้นยะเหยียกที่เริ่มรุกรานเข้ามาต่างจากร่างกายของร่างโปร่งที่ร้อนราวกับจะไหม้ สัมผัสด้านในนั้นอ่อนนุ่มตอดรัดสิ่งแปลกปลอมราวกับเชื้อเชิญ หนุ่มใหญ่หมุนวนปลายนิ้วสัมผัสจุดไวสัมผัสเน้นย้ำบริเวณนั้นอย่างจงใจ
ร่างกายนี้เขารู้จักดีทุกซอกทุกมุม เพราะสัมผัสมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ด้วยความชำนาญช่ำชองไม่นานก็เรียกเสียงหวานใส ครางผะแผ่วให้ได้ยิน เป็นเสียงทรมานที่เจือปนอารมณ์อย่างอื่นเอาไว้ด้วย
“ อ ...อ๊า อ้า ” แซนซัสก้มรับกัดหูอีกฝ่ายด้วยความหมั่นเขี้ยว มืออีกข้างสัมผัสเบื้องหน้า จับรูดตั้งแต่โคนถึงปลายเน้นย้ำ หนักหน่วง ไม่ปล่อยให้สคอลโล่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น ร่างโปร่งที่อยู่ข้างใต้หอบโยน หายใจรุนแรงราวจะขาดใจ “ ดูสิ ทั้งๆที่อยากขนาดนี้แท้ๆ ช่างเป็นร่างกายที่น่ารังเกียจเสียจริงๆ ” แซนซัสกระซิบหยาบโลนพร้อมทั้งเร่งจังหวะรุนแรงทั้งข้างหน้าและข้างหลังพร้อมๆ กัน ร่างโปร่งยิ่งสะท้านงอตัวลงแต่ไม่นานสคอลโล่ก็ถึงจุด น้ำสีขุ่นขาว ความปรารถนาของสคอลโล่หลั่งออกมาเต็มมือของหนุ่มใหญ่ ในขณะที่แซนซัสขยับมือออก กลับเป็นร่างโปร่งที่เบียดตัวเขาหาอีกฝ่ายแทนด้วยความเคยชิน
สคอลโล่กำลังดำดิ่งสู่ดำกฤษณาที่ไม่สามารถอธิบายได้ สติได้ขาดหายราวกับสูญเสียตัวเองไป นี่เป็นอย่างหนึ่งที่เขาเกลียดนักเวลามีอะไรกับแซนซัส เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นตัวของตัวเอง ราวกับมีอีกคนอยู่ในร่าง อีกคนที่ปรารถนาคนที่เหยียบย่ำเขาอย่างบ้าคลั่ง
เกลียด เกลียด เกลียด ......เกลียดร่างกายที่ร่านร้อนในราคะเช่นนี้นัก
แต่ทำไมถึงไม่เคยนึกเกลียดคนที่ชอบใช้กำลังกับเขาคนนี้เลยซักครั้ง
“ ซ..แซนซัส ช่วยที ” ความปรารถนาอยู่เหนือความคิด ครองสติ ให้เอ่ยขอร้องวิงวอนอย่างที่ปกติไม่มีทางหลุดออกจากปากแน่ๆ
“ ถ้าอยากขนาดนั้น ก็ทำด้วยตัวเองสิ ” เสียงแหบต่ำกระซิบข้างๆ หู ก่อนรั้งร่างโปร่งขึ้นมาคร่อมร่างไว้ มือที่ถูกเสื้อมัดไว้ถูกคล้องเข้าที่ศรีษะของอีกฝ่าย “ คงไม่ต้องบอกนะว่าต้องทำยังไง ”
มือหนาตอนนี้ไม่ได้ทำการโอ้โลมร่างโปร่งอีกต่อเพียงแต่ประคองร่างนั้นไว้ไม่ให้ซวนเซเท่านั้น สคอลโล่รู้สึกถึงเลือดที่สูบฉีดไปทั่วร่าง รู้สึกอับอายเสียจนอยากแทรกแผ่นดินหนี แต่เสียงที่สั่งดังมนต์สะกดให้ไม่อาจต่อต้านอะไรได้ ได้แต่ทำตามคำสั่งนั้นอย่างว่าง่าย
รู้สึกว่าตัวเองไม่ต่างอะไรกับสัตว์เลี้ยงของบอส เหมือนหมาที่เห่าใส่เจ้าของแต่ก็แค่เห่าไม่เคยคิดกัดให้เจ็บเลยซักครั้ง และไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม หมาตัวนั้นก็จะกลับมาหาเจ้าของเพียงหนึ่งเดียวนี้เสมอ
ทั้งหมดทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเขา เป็นของคนคนนี้
พอรู้สึกตัวอีกที ก็รู้ว่าตัวเองกำลังกดร่างตัวเองลงบนความเป็นชายที่จรดอยู่ที่ช่องทางชุ่มชื้น ช่องทางคับแคบที่ถูกเตรียมความพร้อมไม่นานและครีมที่ใช้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก ความรู้สึกตอนนี้คือสิ่งแปลกปลอมที่มีขนาดใหญ่และร้อนระอุกำลังชะแหรกผ่านเนื้อหนัง ราวกับร่างจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ความเจ็บปวดที่แล่นริ้วจากช่องท้องแล่นถึงสมอง จนใบหน้าเหย่เกด้วยความเจ็บปวดหากไม่เคยมีน้ำตา
ถึงเขาจะปล่อยอารมณ์ขนาดไหนแต่ก็ไม่เคยมีน้ำตา คนอย่างสคอลโล่ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น
แต่ความเจ็บแปลบดับความกระสัน และความสุขเมื่อครู่ไปราวกับที่ผ่านมาเป็นเพียงความฝัน หาก แซนซัสจะใจเย็นลงรอให้ร่างกายนี้ปรับตัวอีกซักหน่อย เล็บของสคอลโล่จิกลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อดับความทรมาน
แซนซัสดูเหมือนจะไม่สนใจความเจ็บปวดนี้เลยแม้แต่น้อย เพราะยังคงฝืนดึงดันแทรกตัวเข้ามา ความรู้สึกอุ่นที่ไหลรินออกมาจากปากช่องทางเดาได้ไม่ยากว่าคงได้เลือดอย่างไม่ต้องสงสัย ร่างโปร่งทำอะไรไม่ได้เพราะจิกเล็บก็แล้วแต่ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ตอนนั้นเองที่ แซนซัสจุมพิตที่ริมฝีปากอีกครั้ง ครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งแรก ราวกับต้องการช่วยบรรเทาความเจ็บปวดเบื้องล่าง มือแกร่งลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างเพื่อประทุอารมณ์ให้กลับมาอีกครั้ง
ริมฝีปากหนาผละออกก่อนจุมพิตที่ดวงตาแผ่วเบาราวปลอบปละโลม สคอลโล่ไม่ได้ร้องไห้แต่จูบนั้นราวกับจะซับหน้าตาให้ รู้สึกถึงความอ่อนโยนอบอุ่นอย่างไม่คาดฝัน จุมพิตนี้ช่วงชิงได้กระทั้งลมหายใจ
ความรู้สึกอุ่นวาบหวานในอกนี้คืออะไร?
คำถามในใจที่ไม่เคยคิดพูดออกไปให้ใครได้รับรู้ ยังคงเป็นปริศนาอยู่เช่นนั้น ร่างกายของชายหนุ่มเริ่มปรับตัวได้ขาทั้งสองข้างกอดเกี่ยวข้างหลังร่างสูงไว้ประหนึ่งหาที่พึ่ง แล้วคนเบื้องล่างที่เริ่มขยับให้ความเป็นชายเสียดสีกับช่องทางอ่อนนุ่ม เสียงเปียกลื่นหยาบโลนได้ยินมากระทบหู แต่โสตประสาทก็ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นแล้ว
สิ่งที่รู้สึกถึงมีเพียงจุดที่สอดประสานกันอยู่ในตอนนี้เท่านั้น
“ อ...อึก อื้อ ” เสียงอู้อี้ดังในลำคอไม่ยอมปล่อยออกมา สะโพกแกร่งขยันเร่งจังหวะให้เร็วและรุนแรงขึ้นอีกจนอีกฝ่ายทนไม่ได้ปล่อยเสียงครางหวานให้ได้ยินอีกครั้ง
รอยยิ้มระบายทาบริ้มฝีปากของผู้กระทำอย่างพอใจ
เมื่อกระแทกเข้าไปจนสุด ของเหลวขุ่นก็ฉีดเข้าไปในช่องทางคับแคบให้ความรู้สึกอุ่นร้อน ของเหลวที่หลั่งออกมายิ่งช่วยให้การขยับสะโพกเป็นไปได้ถนัดยิ่งขึ้น บทรักของทั้งคู่แทนที่จะยุติกลับเป็นยิ่งประทุโหมคลื่นแห่งตัญหาและราคะให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้งแล้วครั้งเล่า
“ ซ แซนซัส ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้วพอเถอะ ” สคอลโล่รองรับความปรารถนาของคนคนนั้น อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อการปลดปล่อยรอบที่สามผ่านพ้นรู้สึกหมดแรงอย่างบอกไม่ถูก แต่อีกฝ่ายยังไม่จบง่ายๆ
“ อะ อ้า อ๊า แซนซัส พอ พอ เถอะ ” แซนซัสล้มตังลงทาบทับร่างโปร่งทั้งๆที่ตรงส่วนนั้นยังเชื่อมประสานกันอยู่ เมื่อขยับตัวความเป็นชายของ แซนซัส สัมผัสกับจุดกระสันอีกครั้ง ทั้งๆที่น่าจะหมดแรงไปแล้วสคอลโล่กลับกอดร่างสูงแน่นเมื่ออารมณ์ร้อนรุ่มกำลังจะกลับมาอีก
แซนซัสเอามือที่คล้องศรีษะตัวเองออก แก้เครื่องพัฒนาการก่อนที่สคอลโล่จะปล่อยแขนทั้งสองข้างลงข้างตัวอย่างคนหมดแรง สีผิวแดงระเรื่อหลังผ่านกิจกรรมเซตใหญ่มามาดๆ ตัดกับผ้าปูเตียงเห็นแล้วทำให้หนุ่มใหญ่จวนคลั่งขึ้นมาอีกรอบ
“ ไม่ไหวแล้ว หยุดเถอะ หยุดได้แล้ว ” สคอลโล่ร้องห้ามเมื่ออีกฝ่ายพลิกตัวและกดศรีษะเขาลงกับเตียงนุ่ม ด้วยน้ำหนักแรงกดทำให้ตัวยวบลงจมไปกับเตียงหนานุ่ม ปิดปากคนประท้วงกลายๆ
“ เหอะ ” คำอุทานจากคนที่อยู่เหนือกล่าว ก่อนกิจกรรมครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น แต่สคอลโล่รองรับอารมณ์มากไปกว่านี้ของชายหนุ่มไม่ไหวอีกต่อไป สติถึงได้ดับวูบไปหลังจากนั้นไม่นาน
ก่อนที่สติจะดับลง ภาพของคนที่กำลัง




















