Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test




Post new topic Reply to topic  [ 463 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5 ... 31  Next
Author Message
 Post subject:
PostPosted: 01 Feb 2008, 19:24 
User avatar
Joined: 07 Dec 2007, 19:35
Posts: 818
Location: ห้องสารภาพบาป
Chapter 7 : Sleep





...สิ่งที่เกลียดยิ่งกว่าสิ่งอื่นคือคนโกหก …
ทั้งโป้ปดหลอกลวง ปรวนแปรยากเชื่อถือ


เพราะคนสำคัญของเขาเจ็บปวดกับการหลอกลวงนั่นเอง
มันไม่ต่างจากการทรยศความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีให้เลยแม้แต่น้อย

เขาจึงรังเกียจมันจริงๆ...
โดยเฉพาะ..
ถ้าหากมันมาจากคนสำคัญ...


“ทั้งๆที่เชื่อแท้ๆ”


.............................

“นี่มัน....”

สควอลโล่รีบรุดเข้าไปหาร่างบนเตียงนั้น ไม่วายเห็นแสงจากของมีคมบางอย่างสะท้อนเข้าตา มือที่ใส่ถุงมือยู่รีบหยิบเก็บไว้เป็นหลักฐานโดยอัตโนมัติ ขณะที่สายตาหยุดที่ร่างตรงหน้า...

เส้นผมสีนิลหยักสลวยกับผิวขาวบอบบางทำให้เขาใจสั่น ชุดกระโปรงขาวที่เปื้อนเลือดไปหมดทุกส่วนยิ่งตอกย้ำความโหดร้ายที่เกิดขึ้น ทว่า... เมื่อพลิกใบหน้าหวานที่คุ้นเคยมาดู กลับเห็นเป็นแต่โลหิตสีฉาน...
ลมหายใจของนักฆ่าหนุ่มสะดุดไปครู่หนึ่ง..

ใครกันที่ทำแบบนี้....

ยิ่งไร้วี่แววจังหวะการเต้นของหัวใจของร่างในอ้อมแขน ฉลามหนุ่มยิ่งสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธ...
มันคิดว่าตัวเองเป็นใคร...ถึงกล้ายั่วโมโหเขา....

กับตุ๊กตาที่เลียนแบบเธอคนนั้น!!!

“แน่จริงก็ออกมาเจอกันตัวตัวสิวะ!!” สควอลโล่ตะโกน แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ราวกับเป็นแค่เสียงสะท้อนจากฝาผนังทั้งสี่ด้าน....
ตุ๊กตาในมือถูกโยนทิ้งอย่างไม่ใยดี มันกระเด็นอย่างผิดที่ผิดทางสมกับที่เป็นแค่ตุ๊กตา... แต่ว่า สัมผัสเย็นเฉียบจากผิวหนังนุ่มเหมือนศพคนจริงกับสภาพแวดล้อมที่เห็นในทีแรกนั้นก็ทำให้ความมั่นใจหดหายไปพอควรเหมือนกัน.....

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...คิดจะหลอกเขาที่เป็นนักฆ่าของวาเรียน่ะหรือ…ไม่มีทาง!
“กะ...เก่งนี่...ทะ...ที่...ดูออก...สะ...เปลบี สะ...คะ...วอลโล่” เสียงตะกุกตะกักเอ่ยขึ้นจากที่ใดก็ไม่ทราบ

“ถ้ากล้าหาเรื่องก็กล้าออกมาให้เห็นหน้าเซ่!!” ฉลามหนุ่มโต้กลับ แต่เสียงนั้นก็ยังไม่ปรากฏที่มา
“คิก...” เสียงหัวเราะแหลมเล็กนั้นทำให้สควอลโล่ต้องหันกลับไปมองสิ่งที่ตนพึ่งโยนทิ้งไป... นัยน์ตาสีทะเลสาบเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตา!
ตุ๊กตาอาบเลือดนั้นลุกขึ้นมาอย่างกระท่อนกระแท่น แขนกับขาทั้งคู่ค่อยๆยันกายปวกเปียกของตัวเอง มันค่อยๆคืบคลานเข้ามาหาชายหนุ่มที่ข้างเตียง นัยน์ตาข้างที่เหลือเรืองแสงอย่างสยดสยอง แถมยังมีเสียงหัวเราะคิกคักดังออกมาจากริมฝีปากแห้งผากบิดเบี้ยวอย่างไม่ขาดสาย...

ยิ่งกว่าบทเพลงร้องขับขานจากขุมนรก...
“ส...วย....ส...มเป็..น..นาง...ฟ้าขอ...งแก..ไ..หม..” เสียงนั้นดังมาจากตุ๊กตาที่พังแล้วนี่เอง ถ้อยคำตะกุกตะกักทิ้งช่วงให้ขนลุกเกรียว ขณะที่มันเข้ามาหาร่างโปร่งเรื่อยๆ

“หุบปาก!!”สควอลโล่ชักดาบขึ้นมา หมายจะฟาดฟันไปที่ศพจำแลงนี้ แต่มันก็ยังเอ่ยอย่างไม่กลัวตายอยู่...

ยิ่งกว่าท่วงทำนองนำไปสู่ความกังขา...
“…ระ...ริม..ฝีปากนุ่มๆของนางฟ้า.... กับ...อ้อมกอดของ...ปิศาจ ...แกชอบแบบไหน...มากกว่ากันล่ะ...” ถ้อยคำเหล่านั้นทำให้ฉลามหนุ่มหยุดคิด...นางฟ้า ปิศาจอย่างนั้นเหรอ…

“ช...อบผู้....ชาย..ม..ากกว่....าผู้ห....ญิงใช่..มั้ย...ล่...ะ..” ประโยคแทงใจดำราวฟ้าผ่า....

ยิ่งกว่าความสอดรู้สอดเห็น..
“ฉันไม่หลงกลงี่เง่าของพวกแกหรอก!” สควอลโล่ยังพยายามทำใจดีสู้เสือ แต่ภาพที่เห็นก็ชวนให้คนแข็งนั้นใจสั่นเอาได้ง่ายๆ...

ยิ่งกว่าเครื่องบั่นทอนกำลังใจ...
“…ฮะ....ฮะฮ..ะ...ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ... เข้ม...ขะ...แข็ง...ซะ...ซื่อสัตย์ สม...กับที่...เป็นฉล..ามค..ลั่ง..แห่งวาเรีย...”

ตุ๊กตานั้นมาหยุดอยู่ตรงหน้าร่างโปร่ง ข้อต่อมือกระเบื้องนั้นดึงขากางเกงสีดำอย่างแรงจนสควอลโล่ทรุดฮวบ ชายหนุ่มล้มลงอยู่ข้างเตียงสี่เสานั้น ตุ๊กตาน่าสยองยังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เส้นผมสีนิลทำจากไนลอนเกรดเอตกลงมาปรกใบหน้าอาบโลหิต
เมื่อสังเกตดีๆจึงเห็นว่ามือที่จับนั้นก็ไม่เต็มมือ ข้อต่อนิ้วบางนิ้วหายไปราวกับถูกกระชาก แต่กระเบื้องเย็นเยียบที่เปรอะเปื้อนทั้งสองมือนั้นก็เอื้อมมาแตะใบหน้าสวยอย่างรุนแรง จับให้ไม่สามารถละสายตาไปจากภาพสะอิดสะเอียนตรงหน้าได้

เพราะมันคือ...รอยยิ้มของปิศาจ...
“….ตะ...ตาม...หา...นา...งฟ้..าขอ...งแก..ให้...เจ..อ...สิ..กะ...ก่อน...ที่เธอจ..ะเป็...นเหมือ...นตุ๊..ก...ต..าตั...ว....นี้...”

สควอลโล่กลั้นหายใจ ก่อนมือเรียวจะวาดแขนขึ้นเตรียมทำลายเจ้าตุ๊กตาน่ารังเกียจนี่ ทว่า.. ข้อมือบางของตุ๊กตากระเบื้องนั้นดึงรั้งข้อศอกไว้...
เสียงของเธอที่คุ้นเคย...

“สควอลโล่คะ..”

คำเชื้อเชิญจากผู้นำทางสู่อเวจี....
ข้อเสนอที่...ไม่มีทางปฏิเสธได้เลย...

“บ้าที่สุด!!”
พลันเสียงอะไรบางอย่างก็ดังขึ้น.. มันเป็นจังหวะระเรื่อยเสนาะหู แต่นักฆ่าอย่างฉลามหนุ่มรู้ดีว่ามันไม่ชวนระเริงใจเลย ร่างโปร่งรีบลุกไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว ทว่า ไม่ทันซะแล้ว นัยน์ตาที่เหลือเพียงข้างเดียวของตุ๊กตาอันตรายนั้นเรืองแสงอย่างประหลาด พร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยวรั้งท้าย

“...โช..ค..ดี..นะ..จั..กรพ..รร...ดิ..แห่..ง..ดา..บ..รุ่..นสุ...ด...ท้า...ย...”

บึ้ม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

.............................

“อา..พังแล้วสินะ” ร่างสูงเปรยเมื่อมองแรงทำลายล้างจากผลงานที่ตนเองก่อ มือแกร่งลูบศีรษะสาวน้อยในอ้อมแขนอย่างนุ่มนวล
“พี่...”ร่างเล็กช้อนสายตามองหน้าชายหนุ่ม ทั้งที่มองไม่เห็นนั่นแหละ... มิคาเอลยิ้มหวาน ก่อนตอบ

“บอกให้เรียกมิเกลไม่ใช่เหรอ”
“มิเกล ทำไม...” หยาดน้ำใสร่วงหล่นเผาะ ขณะที่อีกฝ่ายก้มลงสัมผัสริมฝีปากกับใบหน้าหวานนั้น...ซับน้ำตาให้เบาๆ

“ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่ตายแน่นอน” พูดทั้งๆที่มองภาพตรงหน้าอย่างเบิกบานใจ มือข้างที่ว่างจิบเมรัยสีสดนุ่มลิ้นเป็นกับแกล้ม

“ท่านมิคาเอลครับ มีการติดต่อจากท่านผู้นั้นครับ” คนสนิทว่าพลางส่งโทรศัพท์เคลื่อนที่สีดำให้ ร่างสูงดื่มของเหลวในแก้วจนหมด แล้วรับเครื่องสื่อสารอย่างใจเย็น

“ครับ...ท่านรุ่นที่9”

.............................

“..แฮ่ก..”
ร่างโปร่งกุมบาดแผลที่ท้องขณะเดินผ่านทางลัดกลับสู่ปราสาท ยังดีที่มันเป็นโรงแรมในเครือของวาเรีย ถึงได้มีที่ทางการหนีไว้พร้อมสรรพ ชั่วเส้นทางที่เดินผ่านไปนั้นยิ่งทำให้สายตาที่เคยคมชัดพร่าเลือน หยาดโลหิตซึ่งร่วงหล่นลงเป็นทางกับพื้นนั้นชวนให้กลิ่นเลือดคละคลุ้ง...

สควอลโล่อาศัยผนังตึกช่วยยันกายเดิน ขณะที่นัยน์ตาสีซีดเสมองไปทางปากทางที่ตนจากมา รถตำรวจมากันให้ขวัก แถมด้วยรถพยาบาลและรถดับเพลิง แต่เขาไม่สามารถอาศัยพวกนั้นได้ ไม่อย่างนั้นจะเป็นปัญหา....
ปัญหาของเขา...ไม่ใช่ของวาเรีย...
ถึงขนาดนี้ก็ยังโมโหตัวเอง..ที่เผลอประมาทไป...เพียงเพราะเสียงของเธอคนนั้น...

จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนจัดการ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ และที่สำคัญ...
ฝ่ามือบางซึ่งชุ่มไปด้วยเลือดซึมผ่านถุงมือออกมาแบออกให้เห็นของมีคมบางอย่างที่ตนเองคุ้นเคยเป็นเมื่อเชื่อวัน คมมีดนั้นบาดผิวตนเป็นแน่ แต่ที่ทำให้เขาต้องหยิบติดตัวกลับมาด้วยเป็นเหตุผลอื่น...

รอยสลักบนโลหะสีเงินนั่น...

‘Prince’
เบล...

นัยน์ตาสีฟ้าไหววูบกับชื่อของใครบางคนที่ผุดขึ้นมาในความคิด... ทว่าอยู่ๆความเจ็บปวดจากบาดแผลก็โถมเข้ามาจนร่างโปร่งทรุดลงกับพื้น

หยาดฝนค่อยๆทิ้งตัวลงมาราวกับจะอาลัยผู้พิทักษ์แห่งวรุณปานนั้น....

ความคิดของฉลามคลั่งตอนนี้ไม่ใช่ไปหาเรื่องคนที่อาจจะเป็นคนร้าย แต่เป็นคำนึงถึงใครบางคน...
เขาว่าคนใกล้ตายจะคิดถึงอดีต ท่าจะจริง...

‘ฉันจะอยู่ข้างแก จนกว่าแกจะได้เป็นรุ่นที่สิบ... ฉันขอสาบาน...แซนซัส ฉันจะไม่ตัดผมเด็ดขาด...’

“หึ..” ว่าแล้วสควอลโล่ก็แค่นหัวเราะเยาะตัวเอง..

คำสัญญาที่ไม่มีวันเป็นจริง...
แถมคนที่บอกจะอยู่เคียงข้าง ยังมาตายเพราะผู้หญิงคนเดียวอีก...

ไร้ประโยชน์จริงๆ สเปลบี... สควอลโล่...
นายก็ไม่มีทางได้เป็นรุ่นที่สิบแล้วนี่...ทำไมฉันถึงยังต้องห่วงคำสัญญาบ้าๆนั่นด้วยนะ....

แล้วทำไม....
นัยน์ตาสีฟ้าสวยค่อยๆปรือปิดลง....

ทั้งๆที่กำลังจะตาย....ฉันกลับเห็นแต่หน้านายนะแซนซัส...

.............................

“ไอ้ฉลามงี่เง่า”

ร่างสูงเอ่ยเรียบๆ ไม่มีวี่แววหงุดหงิดในน้ำเสียงเหมือนปกติ ชายหนุ่มย่อตัวลงช้อนร่างโปร่งนั้นขึ้นแนบอก หัวใจยังเต้นอยู่แต่ก็แผ่วเหลือเกินแล้ว มือแกร่งจับมือบางที่ชุ่มโชกแน่น ขณะที่กระซิบเบาๆ
“ถ้าแกตาย ฉันไม่ยกโทษให้แน่!”

ว่าพลางเอ่ยคาดโทษ ก่อนจะพาร่างนั้นหายไปในสายฝน....
.............................


Last edited by sarail on 01 Aug 2008, 21:38, edited 4 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 01 Feb 2008, 19:28 
User avatar
Joined: 07 Dec 2007, 19:35
Posts: 818
Location: ห้องสารภาพบาป
Chapter 8 : Wake up





ท้องฟ้ายามราตรี..
สีดำสนิทที่ไม่เจือปนทั้งแสงดาราและโคมรัตติกาล..

มีสายฝนโปรยปรายอยู่ไม่ห่าง..
นั่นแหละ..ถึงจะสมเป็นที่อยู่ของนาย..

...นภาที่เป็นได้แค่ฉากหลังของทิวากาล...




“เจ้าชายไม่ชอบเลย...มันไม่หยุดซักที...” ร่างโปร่งว่าพลางมองผ่านกระจกใสของหน้าต่างบานใหญ่ เด็กหนุ่มนั่งชันเข่ามองท้องฟ้ามืดครึ้ม ก้อนเมฆสีเทาโปรยปรายความชุ่มชื้นลงมาไม่ขาดสาย หนักบ้างเบาบ้างแล้วแต่อารมณ์ไป สมเป็นเมฆา... แต่สายลมที่พัดพาเมฆฝนมานั้นกลับนั่งนิ่งไม่เป็นอันจะทำอะไรมาหลายวัน...
ไม่สมกับเป็นเจ้าชายเลย...

“ก็ตกมาห้าวันแล้วนี่..”

ทารกต้องสาปพูดต่อให้ สองนักฆ่าแห่งวาเรียนิ่งเงียบเฝ้ามองสายฝนโปรยปรายต่อไป หยดน้ำที่ร่วงหล่นดูเหมือนจะมากขึ้นเรื่อยๆราวกับจะไม่มีวันหยุดอย่างไรอย่างนั้น…

ห้าวัน...ตั้งแต่ที่บอสพาสควอลโล่กลับมาด้วย..

ฉลามงี่เง่ายังไม่ตื่นซักที ทั้งที่การฟื้นตัวก็ดีกว่าคนปกติ บาดแผลภายนอกก็บรรเทาไปมากแล้ว...แต่มันก็ยังไม่ตื่น...

ต้องรอเจ้าชายมาจูบปลุกรึไง...
เจ้าชายแถวๆนั้นก็พอจะรู้ความคิดอีกฝ่าย ถึงได้เรียกรอยยิ้มบนสีหน้าขึ้นมาได้บ้าง

“ทำแบบนั้นพระราชาก็โกรธเจ้าชายน่ะสิ”

...ก็คนที่หลับอยู่ตรงนั้นไม่ใช่เจ้าหญิงนี่นา....


...................................................

ซ่า...
สายฝนชะกระจกบานใหญ่ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน้าต่างอยู่ร่ำไป ห้องกว้างที่ในยามนี้ไม่เปิดไฟอาศัยเพียงแสงเทียนจากเชิงเทียนคู่ข้างที่พำนักพักนอนของเจ้าของห้อง...

ร่างสูงนั่งอยู่ข้างเตียงสี่เสา... เตียงที่เจ้าของเตียงกลับไม่ได้นอน ต้องมานั่งเฝ้าใครบางคนแทน นัยน์ตากร้าวยามนี้ดูอ่อนลงจากที่เคยเป็น อาจเพราะไม่ได้ตวาดหรือโมโหใครอย่างที่เคย…

คู่สายตามองตั้งแต่ศีรษะที่มีผ้าพันแผลพันไว้หลวมๆ ไล่ลงมาถึงคอระหง ช่วงต่อระหว่างคอกับแผ่นอกนั้นเห็นรอยนูนของโครงสร้างร่างกายอย่างชัดเจน ผิวขาวผุดผาดที่เผยให้เห็นผ่านรอยแหวกของอาภรณ์เต็มไปด้วยผ้าพันแผล ทั่วทั้งตัวมีแต่ร่องรอยการปฐมพยาบาล

...กลิ่นยาฆ่าเชื้ออ่อนๆและกลิ่นหอมหวานของโลหิตดูตัดกันเหลือเกิน...

เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่ทราบ...ที่แซนซัสจ้องสควอลโล่อยู่เพียงนั้น..

แค่จ้องมอง...

ไม่มีคำเอ่ยขาน
หรือเสียงเรียกให้กำลังใจ

“ถ้าแกไม่ตื่น...ฉันจะหักเงินเดือน” ร่างสูงเอ่ยประโยคแรกในรอบหลายวัน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า.. วิธีนี้คงใช้กับร่างตรงหน้าไม่ได้ผล.. ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากร่างบนเตียง นัยน์ตาสีสวยหลบอยู่หลังเปลือกตาบาง ขณะที่เส้นผมสีเงินสว่างซึ่งสยายคลุมหมอนเรื่อยลงมาปรกใบหน้าสวย
...มือแกร่งเกลี่ยไหมธรรมชาตินั้นเบาๆ ให้มันพ้นจากสายตาที่จะมาบดบังดวงหน้านั้น...
“จะมัวแต่นอนไปถึงไหน” เหมือนจะไร้ผล เมื่อฉลามหนุ่มที่เคยลุกขึ้นมาต่อปากต่อขานกับเขาเอาแต่นอนนิ่ง...

“ถ้าแกไม่ตื่น...ฉันจะฆ่าผู้หญิงคนนั้นซะ..” ชายหนุ่มตัดสินใจเอ่ยประโยคที่น่าจะมีผลกับอีกฝ่ายบ้าง…
แต่... ร่างโปร่งยังนิ่งอยู่ ลมหายใจสม่ำเสมอแผ่วเบาจนน่ากลัวจะขาดหายเป็นช่วงๆ บอสแห่งวาเรียเลื่อนมือข้างที่ว่างมานวดขมับตัวเองอย่างหงุดหงิด ขนาดเล่นไม้นี้ฉลามตัวดีมันยังหลับไม่รู้เรื่อง...

ริมฝีปากบางเผยอออกเล็กน้อย สีที่เคยสดใสดูซีดจางบอกไม่ถูก แซนซัสอดไม่ได้ที่จะโน้มตัวประทับสัมผัสแผ่วเบาลงไป....

“ถ้าแกยังเป็นแบบนี้อยู่...ฉันคงได้บ้าตายเข้าซักวัน..”

...................................................
สัมผัสอ่อนหวานที่ริมฝีปาก
ทำให้ล่องลอยอยู่ในความฝัน...

ไม่ได้แผ่วเบาเหมือนขนนก...
แต่ก็ไม่ร้อนแรงเหมือนเปลวไฟ...
คนที่มอบสัมผัสนี้ให้...
คือใครกัน..
เขาว่าคนใกล้ตายมักจะนึกถึงอดีต...
ฉันพิสูจน์แล้วว่ามันเป็นเรื่องจริง...

แล้วระหว่างความเป็นกับความตาย...

อะไรคือความจริง...
อะไรคือเรื่องโกหกกันแน่นะ...


“มันทรยศฉัน..”
ฉันหลงใหลในความโกรธแค้นนั่น....

“กล้าก็เข้ามาสิวะ”
แค่เห็นครั้งแรกก็รู้เลยว่าคนละชั้นกัน...

“สวะอย่างแก จะไปได้ซักกี่น้ำ”
ถ้อยคำ...ที่ไม่สวยหรู

แต่เป็นแรงผลักดันให้ฉันพยายาม..

“งานของแก สควอลโล่”
ก้าวต่อไป สู้ต่อไป

เหยียบย่ำซากศพมากมาย



...ความปรารถนาเดียวของฉัน...
...คือยืนหยัดเคียงข้างนาย..
...เป็นกำลังให้กับนาย...



แผ่นหลังของนายที่ฉันเฝ้าดูอยู่...
มันช่างห่างไกลเสียเหลือเกิน...


ถึงนายจะไม่ใช่บอสแห่งวองโกเล่
ฉันก็ยังจะติดตามนายไปอยู่ดี…


“มาถึงตรงนี้จนได้นะ”
เพียงรอยยิ้มที่ส่งมา...นานๆครั้งจะได้เห็น...

ฉันก็เหมือนได้พบที่อยู่ที่แท้จริงของตัวเองแล้ว...

ว่าที่ๆฉันจะอยู่บนโลกนี้ได้..
คือเคียงข้างนายเท่านั้น...

ฉันนี่ล่ะที่จะติดตามนายไป...ถึงแม้จะปลายทางนั้นจะเป็นสุดขอบนรกก็ตามที...

...................................................
“ถ้าแกมาตายเอาตอนนี้ ก็อย่าหวังเลยว่าตามฉันไปไหนได้”

แซนซัส!?
นัยน์ตาสีสวยเบิกโพลง ร่างโปร่งรีบลุกทันที มองซ้ายมองขวาไม่เห็นใครก็รู้สึกแปลกๆ.. แต่นี่มันไม่ใช่ห้องของเขานี่นา...

ห้อง?...

ยังมีชีวิตอยู่หรือ...

คู่สายตาไปสบกับใครบางคนอยู่ชั่วครู่... เพียงเท่านั้นรอยยิ้มหวานที่เรียกหาได้ยากก็ส่งผ่านมาทางริมฝีปาก...

ความจริงที่อยู่ตรงหน้าฉัน...
คือนายใช่ไหมแซนซัส...

ความเจ็บปวดที่แล่นริ้วมาทั่วทั่งร่างทำให้ไม่มีแรงจะทำอะไร กายที่ว่าจะลุกก็ได้แต่ขยับเขยื้อนเล็กน้อยติดกับเตียง

“หลับซะ”

เสียงสั่งเด็ดขาดทำให้คนไม่มีแรงทำตามอย่างว่าง่าย ยิ่งกว่ายาสลบชั้นดี... ร่างโปร่งทอดกายลงไปกับเตียงอีกครั้งด้วยความง่วงงุน แต่อย่างน้อยก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าคนตรงหน้ารู้สึกตัว...

ร่างสูงนิ่งอึ้งอยู่ชั่วครู่... ไม่นึกว่าเรื่องเล่าในนิทานหลอกเด็กจะเป็นจริง... มือแกร่งเกลี่ยเส้นผมสีเงินอีกครา... นัยน์ตาสีฟ้าสวยที่ไม่เห็นมานาน เพียงชั่วครู่เดียวก็ทำให้ใจเขาสงบได้แล้ว....

แซนซัสกำลังจะลุก แต่รู้สึกเหมือนลืมอะไรไปบางอย่าง เมื่อหันกลับไปมอง ถึงได้เห็น...
มือที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจับฝ่ามือบางไว้แน่น...
นัยน์ตาคมเบิกกว้าง ก่อนจะรีบละจากสัมผัสที่ได้รับ เรียวคิ้วคมขมวดมุ่นกับการกระทำของตัวเอง...

มันไม่ใช่ความรักหรอก...
ก็เจ้านี่มันเป็นแค่ของของเขาก็เท่านั้น....

ประตูบานใหญ่ปิดลงพร้อมๆกับการจากไปของเจ้าของห้อง เสียงเรียกแพทย์ประจำดังขึ้นพอควร แต่ก็ไม่ทำให้คนบนเตียงรู้สึกตัวได้... ฉลามตัวดีหลับไปอีกครั้งอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว...

ใช่แล้ว..มันไม่ใช่ความรักหรอก...
...................................................


TBC

_________________
Denunci ต่อไปนี้จะลงที่นี่นะคะ >>Blog

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ ^ ^
ใครสนใจเล่มหนึ่งให้ไปที่นี่นะคะ > Shop


Last edited by sarail on 01 Aug 2008, 21:39, edited 3 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 01 Feb 2008, 19:49 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
หลวมตัวอ่าน XS จนได้เจ้าค่ะ สารภาพรอบที่หลายร้อยว่าไม่นิยมนัก แต่อ่านเพราะพล็อตมาแปลกน่าสนใจมากมาย เริ่มที่นอร์มอล แล้วจะต่อไป XS น่าสนใจเจ้าค่ะ :D

คาแรกเตอร์แม่สาวน้อย ออกมาค่อนข้างถูกใจ น่ารักน่าชังดีจนนึกอยากเชียร์นอร์มอลขึ้นมาตะหงิดๆ แต่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เอาเถอะ จะรอดูว่าผลจะเป็นเช่นไร อา....คงจะมาแนวเครียดหักหลังหลังเดาะรึเปล่าเจ้าคะ สุดท้ายสควลโลก็ต้องกลับไปซบอกเฮีย น่าสงสารชอบกล :?

ปล.. อยากบอกว่าในบรรดาตัวละครรีบอร์น ข้าน้อยอยากเขียนสควลโลแบบเท่ๆแมนๆชะมัดเลยเจ้าค่ะ แต่ในเมื่อเราจะวายกัน เรื่องนี้ก็ขอเชียร์เฮียละกันนะ :P

คอมเมนต์เหมือนคนเพ้อ ขออภัยเจ้าค่ะ

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 01 Feb 2008, 20:12 
User avatar
Joined: 12 Jan 2008, 13:34
Posts: 889
Location: มุมหนึ่งในห้องน้ำของแซนซัส
เย้ๆๆๆ ป๋ามาแล้วๆๆๆ ท่าทางจะหวงสควอโล่น่าดูเลย

อย่างงี้ป๋าต้องจัดการเผายัยนังมือที่ 3 ซะแล้วลากน้องหลามกลับไปตบจูบๆ ก่อนจะ SM ต่อบนเตียงโทษฐานมีชู้นะคะ >///<


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 01 Feb 2008, 21:38 
User avatar
Joined: 16 Nov 2007, 22:45
Posts: 346
Location: ใต้เตียงแซนซัส
โอ้ลุ้นๆ อยากรุ้ว่าต่อไปจะเป็นเยี่ยงไร
รอตอนต่อนะค่า

_________________
มันไม่ใช่ความรักหรอก
ไม่ใช่ ....ฉันแน่ใจ

แต่ฝนจะอยู่เคียงฟ้า ....ช่วงนิรันดร์
In the name of dark sky and blue rain.

Image

BLOG :: http://fiar.exteen.com/


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 01 Feb 2008, 23:39 
User avatar
Joined: 07 Dec 2007, 19:35
Posts: 818
Location: ห้องสารภาพบาป
Chapter9 : Change





“….ตะ...ตาม...หา...นา...งฟ้..าของให้...เจ..อ...สิ..กะ...ก่อน...ที่เธอจ..ะเป็...นเหมือ...นตุ๊..ก...ต..าตั...ว....นี้...” ภาพตุ๊กตาชวนสยองยังมาหลอกหลอนไม่ขาดสาย คำพูดเสียดแทงจิตใจนั้นยิ่งกว่ายาพิษชั้นดี แต่สิ่งที่ทำให้ไม่สามารถลบภาพมันออกจากสมองได้คงจะเป็นเนื้อความ...
แผ่นหลังบอบบางที่เห็นไวๆในแสงสว่างเจิดจ้านั้นคุ้นเคยบอกไม่ถูก...

ร่างเล็กไม่ได้หันมาทางเขา ผิวขาวนวลกับเส้นผมสีนิลเห็นแค่ด้านหลัง แต่สิ่งที่สะดุดตาคือคู่ปีกสีขาว...
...คงจะไม่มีผู้หญิงคนไหน...เหมาะกับการเป็นนางฟ้ามากกว่าเธออีกแล้ว..

คู่ปีกสีสวยขยับเบาๆ ขนนกสีขาวดูจะปลิวว่อนไปซะหมด แต่มันก็ทำให้ร่างโปร่งเห็น... โครงกระดูกที่เป็นเค้าร่างของปีกแสนสวยนั้น.. ขนนกหนานุ่มที่ปกคลุมค่อยๆหลุดร่วง พร้อมกับโลหิตที่หลั่งไหล..
นางฟ้า...กำลังร้องไห้...

-------------------------------
“เดี๋ยวสิ! นี่คุณยังไปไหนไม่ได้นะ!!” ผู้ดูแลรายหนึ่งตะโกน ฉับพลันร่างโปร่งก็วิ่งผ่านหน้าไป เส้นผมสีสวยประหน้าเพียงชั่ววูบทำให้ขยับตัวไปไหนไม่ได้ แต่เพียงเสี้ยววินาทีความโกลาหลก็เกิดขึ้นจากการที่คนไข้ลุกออกจากเตียงนั่นเอง

“รีบตามกลับมาให้ได้! ไม่อย่างนั้นพวกเรานี่แหละที่จะตายซะก่อน!!” แพทย์ประจำเอ่ยอย่างรวดเร็ว พลางนึกถึงผลที่อาจจะตามมา... ว่าแต่ทำไมคนป่วยที่นอนอยู่ถึงห้าวันถึงลุกขึ้นมาได้โดยไม่มีอาการอะไรเลยล่ะ… ถึงจะรู้มาบ้างว่าพวกคนที่นี่เขาฟื้นตัวดีก็เถอะ......แต่กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานนานๆน่ะมันออกแรงไม่ได้มากหรอกนะ..
คนป่วยที่น่าจะนอนอยู่กับเตียงหลบอยู่มุมหนึ่งของปราสาท ระเบียงทอดยาวที่เคยเดินอยู่ทุกวันดูไกลเหลือเกิน ร่างโปร่งพิงตัวกับกำแพงก่อนจะไถลทรุดลงไปนั่งชันเข่าอยู่กับพื้นพรม

สควอลโล่วิ่งออกจากห้องด้วยอารมณ์ที่ยากจะบอก แผ่นอกขาวสะท้อนเป็นช่วงๆกับจังหวะการเต้นของหัวใจ ชายหนุ่มสำลักอากาศในปอดอยู่เป็นพักๆ หยาดเหงื่อไหลซึมใบหน้า เสื้อคลุมสีดำของใครบางคนที่หยิบมาใส่ลวกๆค่อยๆหลุดไหลไปตามท่านั่ง แต่มือเรียวก็ตะปบไว้ซะก่อน ...ใช่ว่าไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ แต่ในเมื่อถือวิสาสะมาคลุมให้ ก็ขอใช้สิทธิ์หยิบติดมือมาด้วยแล้วกัน..
เพราะชุดคนป่วยที่ใส่อยู่นั้นมันล่อแหลมซะเหลือเกิน แถมยังเป็นจุดเด่นสุดๆอีกต่างหาก

ว่าแต่เสื้อคลุมนี่...
แล้วยังจะห้องนั่นอีก...

ริมฝีปากบางแค่นยิ้มกับความคิดที่ไม่เข้าเค้าของตัวเอง...
“ไม่มีทางหรอกน่า..” แล้วร่างโปร่งก็วิ่งไปถึงประตู น่าแปลกที่เวรยามในตอนนี้มันน้อยนัก ชายหนุ่มถีบทวารเหล็กกล้า(แน่ล่ะว่าไม่ได้ล็อค) แล้วนำเท้าหน้าเดินไปสู่สายฝน..

------------------------------

ร่างสูงมองภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านหน้าต่างบานใหญ่...ที่เดิม ห้องๆเดิม...
นัยน์ตาสีสดนั้นไม่ฉายแววอารมณ์แต่อย่างใด มือหนาวางแก้ววอดก้าลงกับโต๊ะ ก่อนจะผันตัวไปที่ห้องนอน..
ชายหนุ่มทิ้งตัวลงกับผืนผ้านุ่มบนเตียง... กลิ่นยาฆ่าเชื้อและกลิ่นโลหิตยังจางๆอยู่.. แต่ไออุ่นที่คุ้นเคยบ่งบอกว่าร่างของใครบางคนพึ่งจากไปได้ไม่นาน...

ดวงหน้าคมซุกกับหมอนนุ่ม...ขณะที่มือแกร่งขยุ้มผ้าพันแผลเปรอะเลือดของฉลามไม่รู้จักเจียม...
...แกหนีฉันไม่พ้นหรอกสควอลโล่...

------------------------------

“บ้าชะมัด หายไปอยู่ที่ไหนล่ะเนี่ย” ร่างโปร่งตามหาคนที่อยากพบอยู่ทุกที่ที่เคยพาเธอไป... แต่ไม่มีเลย ไม่มีแม้แต่วี่แววหรือแม้แต่สิ่งที่จะชี้ว่าใครคนนั้นหายไปอยู่ที่ไหน...

สายฝนที่ชะลงสู่พื้นปฐพีไม่มีทีท่าว่าจะหยุดราวกับบั่นทอนกำลังใจลงไปเรื่อยๆ ถึงแม้จะเป็นผู้พิทักษ์แห่งวรุณก็ตาม... ในยามนี้กลับไม่รู้สึกชอบหยดน้ำที่แตะต้องใบหน้าเลยสักนิด...

หาที่ไหนๆก็ไม่เจอ..เธอไปอยู่ที่ไหนนะเอลด้า...

สควอลโล่พึ่งรับรู้อย่างจริงจัง เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเอลด้าเลยสักนิด ไม่ว่าจะชื่อที่ไม่แน่ใจว่าใช่ชื่อจริงหรือเปล่า เป็นลูกเต้าหลานใครก็ไม่รู้ ไหนจะเรื่องประวัติความเป็นมาของเธออีก...
ในเมื่อเขาก็ไม่ควรปล่อยให้เธอมีชีวิตอยู่ตั้งแต่แรก....
หรือเขาควรจะไม่สนใจดี...

ฉลามหนุ่มสะบัดศีรษะไล่ความคิดไร้สาระ...
ในเมื่อเลือกแล้ว...ก็อย่าคิดปฏิเสธสิ่งที่ตัวเองเลือกสิ...

ความจริง...เบาะแสน่ะมีอยู่แล้ว...

นัยน์ตาสีทะเลสาบยังหวนนึกถึงของที่ตนหยิบติดมา... มีดพกขนาดเล็กแต่ความคมไม่เป็นรอง...
แต่เมื่อคิดถึงใครที่อาจจะเป็นคนอยู่เบื้องหลังสควอลโล่ก็แทบทรุดซะอีกรอบ มือเรียวปิดริมฝีปากอย่างทันท่วงที ที่โลหิตหลั่งไหลออกจากริมฝีปาก..

“แค่ก..”
มือขาวซีดเปื้อนไปด้วยสีแดง...สีของสิ่งที่ไม่อยากเห็นที่สุดในยามนี้...

..แผลเปิดสินะ..
...กลิ่นเลือดยังชวนให้เวียนเหียน .. หยาดฝนช่วยให้ความคิดพร่ามัว... ความเหนื่อยล้าและความง่วงถาโถมกับร่างคนป่วย....

ไม่ใช่แค่สายฝนที่ปะทะใบหน้า..
หรือโลหิตที่หลั่นรินจากบาดแผล...

แต่สายฝนในใจ..ยังตกไม่ขาดสาย...

-----------------------------

หากว่าสายน้ำสามารถชำระทุกอย่างได้....
ต้องใช้มันมากแค่ไหน...ถึงจะลบกลิ่นเลือดออกไปจากตัวฉัน..

มันอบอวนวนเวียนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน..
หรือคาวโลหิตนั้น...จะเป็นสัญลักษณ์ของฉันแล้วหรือไร

ปัง!
ประตูบ้านกว้างเปิดออกพร้อมกับร่างคนป่วยที่ตอนนี้เหมือนแผ่รังสีอำมหิตออกมาจากกายได้

“อย่าทำเสียงดังสิ” เจ้าของห้องหันมายิ้มอย่างเคย เด็กหนุ่มลุกจากข้างหน้าต่างมากอดคนตัวสูงกว่าที่เปียกโชก นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมสีเงินที่ปรกใบหน้าอีกฝ่ายเบาๆ
“เจ้าชายคิดถึงสควอลโล่นะ.. ไม่ได้เจอกันตั้งนานคิดถึงเจ้าชายบ้างรึเปล่า~” ถึงอีกฝ่ายจะตัวเย็นเพราะเม็ดฝน แต่ดูท่าร่างเล็กกว่าจะไม่สนใจเท่าไหร่ ดวงตาสีสวยภายใต้เส้นผมสีทองมองร่างตรงหน้าที่ยังไม่เอ่ยอะไร เงียบซะจนน่ากลัว...

ไม่สมกับเป็นสควอลโล่เลย...

“เบล..” ร่างโปร่งเอ่ยเรียบๆ พลางดันอีกฝ่ายออกช้าๆ ชายหนุ่มหยิบมีดที่ตนเก็บได้ขึ้นมาแล้วยื่นให้ร่างตรงหน้า..

“ของนายใช่ไหม..”

--------------------------------


Last edited by sarail on 01 Aug 2008, 21:41, edited 3 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 01 Feb 2008, 23:41 
User avatar
Joined: 07 Dec 2007, 19:35
Posts: 818
Location: ห้องสารภาพบาป
“พอจะบอกฉันได้ไหมว่า....นอกจากที่นายหลุดปากบอกบอสไปแล้ว.... ยังมีเรื่องอะไรที่ฉันไม่รู้อีก...” ร่างโปร่งเอ่ยหลังรับผ้าขนหนูจากมืออีกฝ่าย ใยฝ้ายซับความชื้นจากศีรษะ... เส้นผมสีเงินสวยยามเปียกน้ำนั้นยิ่งสะท้อนแสงเทียนในห้องอย่างเห็นได้ชัด...

....ถึงจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร...
....แต่สควอลโล่ก็มั่นใจว่าปราสาทวาเรียไม่น่ามีวันไฟดับ....

“ก็สควอลโล่พึ่งฟื้น ตาจะยังเห็นไม่ค่อยดี หมอเลยบอกว่าให้ในปราสาทน่ะใช้เทียนแทนจะดีกว่า” ร่างเล็กตอบเจื้อยแจ้ว ขณะที่คนฟังอึ้งไปเล็กน้อย เพราะเขาเนี่ยนะ..

“แล้วเรื่องมีดนี่ นายจะอธิบายว่ายังไงล่ะ” สควอลโล่กลับไปสวมมาดเข้มอีกครั้ง ความจริงทั้งร่างนั้นแค่จะยืนก็ลำบากแล้ว แต่ถ้าไม่ให้อีกฝ่ายเห็นว่าเอาจริง... จะเค้นคอถามอะไรจากเชื้อพระวงศ์ตรงหน้าคงไม่ใช่เรื่องง่าย...
คราวนี้เจ้าชายน้อยไม่ตอบ ความคิดแบบเด็กซุกซนเอ่ยปากเป็นคำถาม

“สควอลโล่ลองเดาดูสิ~”
“ฝีมือบอสใช่มั้ย...”ฉลามหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น...

สายฝนตกลงมาไม่ขาดสาย ท้องฟ้ามืดครึ้มดูเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างเมื่อแสงสว่างวาบจากเบื้องหลังพาดผ่านลงมา...

เปรี้ยง!
“รู้ได้ยังไงน่ะ...” เบลแอบกลั้นหัวเราะ แล้วตอบเสียงใส

“พระราชาไม่ให้ใครบอกสควอลโล่นี่นา”

----------------------------------

“บอส!!”
เสียงเอะอะตรงทางเดินกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง ร่างโปร่งเปิดประตูบานกว้างโดยไม่ขออนุญาตเหมือนทุกที แต่คราวนี้ไม่เป็นอย่างเคย แซนซัสไม่ได้รอเขาอยู่ที่ห้องทำงานอีกแล้ว...

แล้วไปอยู่ที่ไหน...

ฉลามหนุ่มมองซ้ายมองขวาอยู่ครู่หนึ่ง.. ห้องของแซนซัส.. เปิดประตูหลักมาก็เป็นห้องทำงาน แต่เป็นห้องเดียวในปราสาทที่ยังมีห้องเชื่อมเข้าไปอีก...

...ห้องที่เขาไม่ค่อยอยากจะเข้าเลยจริงๆ..
...ทั้งที่ตัวเองก็พึ่งออกมาแท้ๆ...

ห้องนอน...
แค่คิด...ก็แทบจะปิดประตูกลับออกไปแล้ว...

แต่...
“มีธุระอะไร” เสียงเข้มที่ดังขึ้นทำให้ความคิดที่จะหนีละลายหายไปในอากาศ..

“เข้ามาสิ” และแน่ล่ะ... เปลวเพลิงในนัยน์ตาคู่นั้น....เผาผลาญความมั่นใจของสควอลโล่ไม่มีเหลือ...
ไม่ใช่คำสั่ง.. แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้...

“มีอะไรก็ว่ามา” ร่างสูงนั่งอยู่บนเตียง... เน้น... เตียง.. ที่สควอลโล่พึ่งลุกออกไปได้ไม่นาน ผ้าปูสีขาวซึ่งมีสีโลหิตปนเปื้อนในยามเช้านั้นถูกเปลี่ยนเป็นสีเดิมของมัน ชายหนุ่มกระอักกระอ่วนใจอยู่ชั่วครู่ นัยน์ตาสีฟ้ายังไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย...

เพราะพึ่งนึกขึ้นได้...ว่าคราวที่แล้วทำอะไรเอาไว้บ้าง..
“เรื่องคราวที่แล้ว... ก็ให้มันแล้วๆกันไป” คำเอ่ยราวกับรู้ใจจากอีกฝ่ายทำฉลามป่วยไม่เชื่อหู แต่ก็เรียกรอยยิ้มจากร่างโปร่งได้ไม่ยาก
ทว่า...ประโยคถัดมาทำเอาสควอลโล่ยิ้มค้าง...

“แต่แกต้องเล่ามาให้หมดว่าเกิดอะไรขึ้น....”

ถึงจะเป็นคำสั่ง.. ก็ไม่ปฏิเสธอยู่ดี...

----------------------------------
เวลาผ่านไปพอควร ที่ฉลามหนุ่มถูกซักไซ้จนหมดเปลือก ร่างโปร่งยันกายอยู่ข้างเตียง เพราะต้องใช้พลังงานมาก อาการที่ดูจะแย่อยู่แล้วยิ่งเหมือนจะแย่เข้าไปอีก...

“แล้วแกก็หาผู้หญิงคนนั้นไม่เจอสินะ..” คราวนี้บอสยิ้มขำ ทว่าคำนั้นเรียกความตั้งใจเดิมของผู้ฟังกลับมาได้ สควอลโล่เดินไปหยุดตรงหน้าแซนซัส นัยน์ตาสีฟ้ามีแววลำบากใจปนกับดื้อดึง แต่ริมฝีปากบางยังเอื้อนเอ่ย..
“นายพอจะช่วยฉันได้ไหม..”

เท่านั้นแซนซัสก็ระเบิดเสียงหัวเราะ สควอลโล่สะอึกทันที... มันไม่ใช่เรื่องน่าขำซักหน่อย!

“...ฉันสั่งให้แกไปฆ่าผู้หญิงคนนั้น... แต่แกกลับมาขอให้ฉันช่วยหาหล่อน..” บอสหนุ่มเอ่ย แล้วสำทับด้วยคำด่า “โง่ไม่เปลี่ยนเลยนะ”

“แซนซัส!” คราวนี้ฉลามขึ้นเสียงบ้าง แต่นัยน์ตาดุๆตวัดมองมาประมาณว่าให้เงียบซะ
“จะขอร้องใคร ต้องทำยังไง ไม่รู้เรอะ”

สควอลโล่นิ่งอึ้ง... แซนซัสวันนี้ดูใจดีผิดปกติ...ผิดปกติจริงๆ.. แต่ตอนนี้ร่างโปร่งไม่สนอะไรทั้งนั้น ชายหนุ่มโน้มตัวลงต่อหน้าอีกฝ่าย คุกเข่าทั้งที่ทั่วทั้งกายมันเจ็บแปลบ...

ศักดิ์ศรีของนักดาบ...

“บอส..ฉันไม่เคยก้มหัวขอร้องใคร แต่...คราวนี้...” ฉลามหนุ่มเอ่ยตะกุกตะกัก นัยน์ตาสีใสไม่กล้าสบกับใบหน้าคม ขณะที่อีกฝ่ายนั่งนิ่ง จนกระทั่งริมฝีปากเฉียบเอ่ย...
ความซื่อสัตย์ภักดี...
“แค่เพราะผู้หญิงคนเดียว ถึงกับต้องมาขอร้องฉันเรอะ”ถ้อยคำนั้นทำเอาฉลามหนุ่มสะอึก ความรู้สึกผิดขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ แต่กระนั้น สิ่งที่เขาตัดสินใจไปก็ไม่เปลี่ยนแปลง...

มันไม่มีความหมายอะไร...

“ให้ฉันทำอะไรก็ได้ขอร้องล่ะ!”

“นี่เป็นเอกสารทุกอย่างเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น..” แซนซัสเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ขณะที่สควอลโล่รีบเสมอง ซองสีน้ำตาลในมืออีกฝ่ายดูมีค่ายิ่งกว่าทองคำ แต่ที่สำคัญ..มันอยู่ในมือใครนี่สิ!

“ทั้งประวัติ ความเป็นมา วันเกิด อะไรหลายๆอย่างที่แกไม่รู้... รูปตอนที่อยู่กับแกก็มี..” ถึงตรงนี้รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมเผยออกมา ร่างบางรู้ดีว่าเวลาแซนซัสยิ้มอย่างนี้น่ะ ไม่ใช่เรื่องดีแน่!

“หล่อนอยู่ที่ไหน ในนี้ก็มีแผนที่บอก” ว่าแล้วก็โยนเอกสารสำคัญนั้นใส่ลิ้นชักของตู้ไม้สลักข้างหัวเตียง ล็อคกุญแจเสร็จสรรพ ก่อนจะคล้องกุญแจดอกเล็กนั้นกับสายโซ่ซึ่งร้อยเป็นสร้อย ทาบทับกับลำคอตัวเอง...
“ถ้าอยากได้อะไร ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน แกก็น่าจะรู้กฎของพวกเราดีนี่...”

มันไม่มีความหมายอะไรเลยจริงๆ...
“ฉันต้องทำยังไงล่ะ..” ฉลามหนุ่มถาม แซนซัสนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยสั่ง

“มานี่สิ..”

สควอลโล่ยังไม่ค่อยเข้าใจคำสั่ง แต่ก็ไปหาร่างบนเตียงอย่างกล้าๆกลัวๆ จนมาหยุดตรงหน้า นัยน์ตาสีสวยช้อนมองเจ้านายอย่างสงสัย

“หลับตา”
“เอ๋?” ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนเดิม แต่ก็ทำตามสั่ง... ซ่อนนัยน์ตาสีสวยไว้หลังเปลือกตาบาง นิ่งเฉยรอทำตามความต้องการของอีกฝ่าย...

แซนซัสยิ้มพอใจกับฉลามเชื่องชั่วคราว... ก่อนปลอกคอหนังชั้นดีถูกทาบทับบนลำคอขาว

“ลืมตาได้รึยัง..”

“ยัง” ว่าแล้วก่อนที่สควอลโล่จะได้เถียงต่อ ร่างโปร่งก็ถูกดึงขึ้นมาบนเตียงนุ่ม ความอบอุ่นที่ได้รับจากแผ่นอกของร่างสูงเพียงชั่วครู่ก็เรียกสีเลือดให้ระบายบนใบหน้า แต่ไม่นานคนตัวใหญ่กว่าก็พลิกฉลามหนุ่มลงไปอยู่ด้านล่างให้แผ่นหลังบางทาบทับกับผ้าปูที่นอน...

“จะ..จะทำอะไรน่ะแซนซัส!?” คราวนี้สควอลโล่เริ่มใจไม่ดี เพราะสถานการณ์มันเลวร้ายสุดๆ ชายหนุ่มเบื้องหน้าตนทั้งที่มองไม่เห็นเพียงแค่เปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยสั่งเช่นเคย

“หลับตาซะ แล้วก็เงียบด้วย หนวกหู”แต่สควอลโล่ไม่ทำตาม ชั่วขณะที่คู่สายตาได้สบกับนัยน์ตาสีเลือดนั้น ก็มองเห็นได้ถึงอะไรบางอย่าง...
ความโกรธ....
พริบตานั้นเอง การมองเห็นก็ถูกบดบังด้วยสีดำสนิท...

“แซนซัส!?” นัยน์ตาสีสวยมองเห็นแต่ความมืด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายจ้องตนด้วยสายตาแบบไหน และ...ไม่รู้เลยว่าบทลงโทษต่อไปที่ต้องเจอจะเป็นอะไร... ได้ยินเสียงกระทบของโลหะจากข้อมือ..

นี่มัน!?

“ลงโทษแกยังไงล่ะ...ไอ้สวะ..”
ร่างสูงเอ่ยเรียบๆ มือแกร่งราวคีมเหล็กล็อคข้อมือผอมอีกข้างไว้เรียบร้อย ก่อนจะทาบทับด้วยกุญแจมือเหมือนกับอีกข้าง...

“นะ..นายจะทำอะไรกันแน่..” ริมฝีปากบางเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก

คราวที่โดนจูบ..
เข็ดไปหลายวัน...
แต่ก็ไม่เคยเลยที่จะคิดถึงอะไรที่มากกว่านั้น...

อะไรที่...กำลังอาจจะเกิดขึ้น...

ดวงหน้าสวยถูกบดบังการมองเห็น ขณะที่ร่างกายจะขยับทำอะไรก็ไม่ได้ ต่อต้าน ขัดขืน ไม่มีแม้สักอย่าง แซนซัสโน้มตัวลงไปใกล้ดวงหน้านั้น ก่อนเอ่ยกระซิบข้างใบหู...

“ความผิดของแก... มันมีหลายข้อจนฉันขี้เกียจจำ”

นัยน์ตาคู่คมมีรอยระริกอย่างหมายมาด ขณะที่ฉลามหนุ่มไม่อาจรับรู้สิ่งใดได้อีก ลมหายใจร้อนเป่ารดซอกคอทำเอาใจสั่น ขณะที่ถ้อยคำถัดมาชวนให้อุณหภูมิในกายเย็นเยือก




“เพราะฉะนั้น..ค่อยๆทำไป...จนกว่าฉันจะนึกออกหมดแล้วกัน..”

----------------------------------

TBC

_________________
Denunci ต่อไปนี้จะลงที่นี่นะคะ >>Blog

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ ^ ^
ใครสนใจเล่มหนึ่งให้ไปที่นี่นะคะ > Shop


Last edited by sarail on 01 Aug 2008, 21:42, edited 2 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 01 Feb 2008, 23:47 
User avatar
Joined: 07 Dec 2007, 19:35
Posts: 818
Location: ห้องสารภาพบาป
ตอนต่อจากนี้จะรวมเล่มลงงานนะคะ ^ ^'

_________________
Denunci ต่อไปนี้จะลงที่นี่นะคะ >>Blog

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ ^ ^
ใครสนใจเล่มหนึ่งให้ไปที่นี่นะคะ > Shop


Last edited by sarail on 24 Nov 2008, 19:49, edited 6 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 01 Feb 2008, 23:53 
User avatar
Joined: 24 Sep 2007, 07:34
Posts: 2153
Location: ทุกแห่งหนในความฝันนี้
หวานในตอนแรกๆเจ้าค่ะ มันน่ารักมาก ><b


และ


แอบหลอนใสตอนท้ายๆ = ="b ท่านบอสจะหึงไหม


หึงแล้วหลามจะ...ไหม


ยังไงก็ตามต่อเจ้าค่ะ

_________________
ImageImageImageImageImage


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 02 Feb 2008, 00:03 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
เพิ่งอ่านรวดเดียว ตอนใหม่มาแล้ว ตอนนี้เฮียรู้เรื่องแล้วสินะ จากปากเบลอย่างที่คิด
เบลหนอเบลอุตส่าห์เก็บไว้ได้ตั้งนานหลุดจนได้ แถมหลุดมาง่ายๆด้วย

ต้องขออภัยคนเขียนอย่างยิ่งเพราะไหงยิ่งอ่านยิ่งอยากได้คู่นอมอล ท่านเก่งมากค่ะทำเอารัศมีวายแตกซ่านได้ :D
แต่ก็รู้หรอกว่าตอนจบน่าจะเศร้าสินะ ยิ่งอ่านตอนนี้แล้วยิ่งรู้สึก มันต้องจบเศร้าแน่ๆ :cry:

ปล. ภาพลักษณ์เอลด้านี่เหมือนภาพลวงตาที่จับต้องไม่ได้เลย แบบนี้ตอนจบภาพลวงตาจะเลือนหายสินะคะ ( เดาไปเรื่อย )

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 02 Feb 2008, 01:26 
User avatar
Joined: 12 Jan 2008, 13:34
Posts: 889
Location: มุมหนึ่งในห้องน้ำของแซนซัส
ยัวะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทนไม่ไหวแล้วน้าาาาาาาาาา -*-

ยัยเอลด้าบังอาจมาจุ๊บน้องหลามได้งาย ริมฝีปากของน้องหลามมีไว้ให้บอสคนเดียวเท่านั้นย่ะ อ๊า แค้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

แต่ตอนนี้เบลน่ารักจังเลยค่า โถๆ สงสัยจะกลายเป็นศพไปแล้ว ปากพาจนจิงๆ 55+

รอตอนต่อไปค่า ขอวันพุ่งนี้เลยได้ป่าวคะ ^o^


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 02 Feb 2008, 10:50 
User avatar
Joined: 16 Nov 2007, 22:45
Posts: 346
Location: ใต้เตียงแซนซัส
รังสีนอรืมอลบอดบังรังสีวาย =[]=!!!!
แล้วพล้อตจะเป็นยังไงต่อไปล่ะเนี่ย ......

จะเอาตอนต่อเค้าจะอาวววววว จะเอา!!!!!

ปล. ทำไมถึงรุ้สึกว่า พอเอลด้าลืมตามาจะเป็นสีแดงไงไม่รุ หึหึหึ

_________________
มันไม่ใช่ความรักหรอก
ไม่ใช่ ....ฉันแน่ใจ

แต่ฝนจะอยู่เคียงฟ้า ....ช่วงนิรันดร์
In the name of dark sky and blue rain.

Image

BLOG :: http://fiar.exteen.com/


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 02 Feb 2008, 19:45 
User avatar
Joined: 07 Dec 2007, 19:35
Posts: 818
Location: ห้องสารภาพบาป
ตอบเม้นต์ก่อนขึ้นตอน5 เพราะมันยาว...
.
.
.

เม้นต์จากตอน 2 ที่ลืมตอบ.. ขอโทษนะฮะ..

ท่าน Muk! รอบแรก -
สองชายหนึ่งหญิง? แค่ชายหญิงนังซาก็จะเดี้ยงแล้วฮะ.. คาแร็กเตอร์สาวน้อยช่างเขียนยาก ที่ตัวเองเขียนนอร์ม่อลอยู่ก็ไม่ใช่สาวธรรมดา ออกแนวสาวโฉดกับหนุ่มนิ่มๆมากกว่า (กลับกันซะงั้น)

-------------------------------------------------



ตอน 3
ท่าน ruk21us -
เราเองไม่ได้โผล่ไปที่ฟอรั่มอื่นเลยฮะ ยกเว้นสปอยล์ เพราะฉะนั้นเรื่องฟิคนอร์ม่อลต้องขอสารภาพว่าไม่เคยอ่าน (เหอๆๆๆ มันมีรึเปล่าเถอะ?)
ถ้าไม่จับวาย สควอโลก็มีความแมนอยู่เหมือนกัน (ถึงผมสวยๆนั่นจะบังเกือบหมดก็เถอะ 55+)



ท่าน Muk! รอบสอง -
ป๋าไม่เชิงหวงหรอกฮะ นิสัยป๋าเหมือนเด็กอยู่นิดหน่อย คือของๆฉัน ถึงฉันจะไม่ค่อยสนใจ แต่ก็ไม่ให้คนอื่นที่เขาอยากได้ (ฮา)
อืม ลงโทษยังไงดีนะ - -+


ท่าน Fiar -
ต่อแล้วนะคะท่านเฟียร์*-* อยากให้เด๊ธไลน์เขียนโดKHRจังเลยงะ..(ที่คั่นหนังสือทำของวาเรียมั่งสิค้า~)


*ช่วงนี้หลงเพศตัวเอง จะลงท้ายหรือแทนตัวยังไงก็ไม่ต้องแปลกใจนะฮะ..(ตะกี้ยังคะอยู่หมาดๆ...)

---------------------------------------------------
ตอน 4

ท่าน kikuva -
ที่ว่าหวานนี่เบลหรือคู่สควอโลคะเนี่ย แหะๆ.. ตอนท้ายๆหลอนก็ไม่แปลก


ท่าน ruk21us -
ตอนแรกไม่ได้จะให้เบลหลุดปากง่ายอย่างนี้หรอกฮะ แต่สถานการณ์มันพาไป
ส่วนหนึ่งที่เบลเผลอก็เพราะอยากให้ป๋าหายโมโหโกรธา(หารู้ไม่ว่ายิ่งเพิ่มเชื้อไฟ)
อีกส่วนก็คือ เบลไม่ได้บอกป๋าซักหน่อย แค่บอกว่าสควอโลบอกว่าไม่ใช่แฟน(กร๊ากกก)

นังซาก็มีอะไรอยากจะพูดเกี่ยวกับเอลด้าเยอะ แต่เนื่องจาก ถ้าพูดมากไปเดี๋ยวจะกลายเป็นเฉลยหลายๆตอนต่อไป เพราะฉะนั้น อุบไว้ก่อน

เม้นต์ท่านรักนี่รู้แกวเราจริงๆน่อ.. อันตรายๆ~



ท่านMuk! รอบสาม เย้ ครบ!-

อาจจะดูลำเอียงไปหน่อย แต่เราว่าตอนจุ๊บนี่ดูน้อยกว่าตอนควงแขน 555+


ท่าน Fiar -
เห็นเม้นต์ท่านเฟียร์แล้วตกใจ กร๊าก ปกติเราเห็นท่านเป็นผู้ใหญ่เสมอนะนี่ ฟิคทำคนเปลี่ยน.. (รู้สึกเหมือนได้รับคำชมตะหงิดๆ)

เราอยากรู้จริงๆนะคะว่าท่านเชียร์คู่(แอ๊บ)นอม่อลของเรารึเปล่า กร๊าก เพราะแม่ยกธงXSยังไม่โผล่เลยแฮะเท่าที่อ่านมา? (ไม่สิ ท้ายชื่อท่านมี XS is the Best อยู่แล้วนี่นะ...-///-)

เอลด้าคงไม่อาจเปลี่ยนสีตาเหมือนคุราปิก้า(HxH)ได้ แต่คนที่ลืมตาขึ้นมาในตอนใหม่นี่ตาแดงแน่นอนฮะ...


กรุณารอซัก 5-10นาที สำหรับตอนใหม่ แบบที่ไม่แน่ใจว่าเต็มตอนรึเปล่า เหอๆ...

_________________
Denunci ต่อไปนี้จะลงที่นี่นะคะ >>Blog

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ ^ ^
ใครสนใจเล่มหนึ่งให้ไปที่นี่นะคะ > Shop


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 02 Feb 2008, 19:50 
User avatar
Joined: 07 Dec 2007, 19:35
Posts: 818
Location: ห้องสารภาพบาป
ตอนต่อจากนี้จะรวมเล่มลงงานนะคะ ^ ^'


Last edited by sarail on 24 Nov 2008, 19:50, edited 3 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 02 Feb 2008, 19:52 
User avatar
Joined: 07 Dec 2007, 19:35
Posts: 818
Location: ห้องสารภาพบาป
ตอนต่อจากนี้จะรวมเล่มลงงานนะคะ ^ ^'

_________________
Denunci ต่อไปนี้จะลงที่นี่นะคะ >>Blog

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ ^ ^
ใครสนใจเล่มหนึ่งให้ไปที่นี่นะคะ > Shop


Last edited by sarail on 24 Nov 2008, 19:50, edited 2 times in total.

Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 463 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5 ... 31  Next


Who is online

Users browsing this forum: komukomu, MO:D, sey and 3 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: