Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 468 posts ]  Go to page Previous  1 ... 20, 21, 22, 23, 24, 25, 26 ... 32  Next
Author Message
 Post subject:
PostPosted: 10 Aug 2008, 09:26 
Joined: 20 Mar 2008, 17:11
Posts: 207
Location: หลืบโลก
หวาวๆๆๆๆ หวานกันดีจังน้อ~~~~~

ป๋าน่าร้ากกกกก สคอลลี่ก็ยั่วเป็นแล้วด้วย สุดยอดฮะ!!! แม้จะไม่ SM แต่ก็หวานกันดี ชอบมากเลยฮะ

_________________
...รัก SXสุดตรีน...



-[๐Raining - OveR tHe Dark SkY๐]-


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 10 Aug 2008, 15:51 
User avatar
Joined: 12 Jan 2008, 13:34
Posts: 889
Location: มุมหนึ่งในห้องน้ำของแซนซัส
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

บอสหื่น บอสน่ารัก บอสโมเอะ บอสแรด >////<

รักบอสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส

ถ้าจูบหลาในลิฟท์ได้ แล้วทำไมไม่กดหลามไปเลยล่ะบอส รอช้าอยู่ไย กะแค่กล้องวงจรปิดตัวเดียว ไม่ครณาความหน้าด้านหน้าทนของบอสหรอก เพราะงั้น กดเล้ยยยยยยยยยยยยยย

แต่อ่านแล้วแอบมีช็อคอยู่ฉากนึง =[]="""


“ไหนๆก็ตามใจฉัน งั้นให้ฉันเป็นฝ่ายทำบ้าง...ดีมั้ย?” o[]O"""


อย่าบอกนะว่าหลามอยากจะทำ SX =v=""" ไม่ได้น้า มันต้อง XS เท่านั้น บอสยอมหลามได้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องนี้เท่านั้นนะ แต่ตัดฉากตอนนั้นไปเลยทำเอาช็อค หรือระหว่างที่ตัดฉาก บอสจะโดน xxxxx ไปแล้วล่ะเนี่ย =[]="""

"Quella è una ragione per la quale ti amo"

แปลออกแค่ ti amo นอกนั้นแปลไม่ออก แต่ไงๆก็หวานค่า >////< ร้ากบอสที่สุดเล้ยยยยยยยยยยยยยยย

_________________
[align=center]

"นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย"

Image
>>Happy Famiglia<<
[/align]

เปิดบล็อค http://mukkuk.exteen.com/


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 10 Aug 2008, 15:52 
User avatar
Joined: 07 Apr 2008, 19:17
Posts: 159
Location: ประสาทวาเรีย
ป๋าพูดแล้ววววววววววววววววววว!!!!! ฮี้ววววววววววววววววววววววววว!!

เอาไอ้ประโยคนั้นเข้าเว็บแปลงภาษา... หวานกันมดขึ้น...

ป๋าเค้าไม่ได้ขี่อายเกินเหตุหรอกครับ เขาเรียก รักนะ... แต่ไม่แสดงออก 5+

แล้วก้รอเรทต่อไป ไม่แน่วันนี้อาจมีเซอร์ไพรซ์

รอดูไปก่อนเน้... หึหึหึ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 10 Aug 2008, 18:01 
User avatar
Joined: 31 Mar 2008, 20:29
Posts: 39
อะฮ้า

มาสารภาพบาปค่ะว่าแอบอ่าน Denunci มานานแล้ว ตามกรีดร้องทุกตอนไป คุณบอสน่ารักเกินจริงมากเลยค่ะ 5555 ไม่นึกว่าจะทำตัวได้น่ารักแบบนี้

แหม่ น้องหลามก็น่าร้ากกก ดูพ่อแง่แม่งอนกันกริ๊บกริ้วๆๆ

ฉิ่นขอถวายรูปให้ด้วยใจรักค่ะคุณ sarail
http://img.photobucket.com/albums/v498/pronua/sx.jpg

หลงรัก ฉลามตัวน้อยๆ เข้าเสียแล้ว :oops: :oops:
จะคอยตามอ่านอยู่ในดงมะม่วงนะคะ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 10 Aug 2008, 18:06 
User avatar
Joined: 26 Apr 2008, 13:44
Posts: 170
Location: ร.ร.ประถมนามิโมริ
ป๋าเปลี่ยนไป๋~ >[]<
ช่วงนี้รู้สึกเอาแต่ใจและจริงใจมากมากเลยนะคะป๋า~
ป๋าหว้านหวาน โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ป๋าสุดยอด เลิฟป๋าโซมัชชชชชชช~ >[]<b

เอลด้ายังโผล่มาหลอกหลอนพักๆ แต่ส่วนตัวชอบนะ
เวลาป๋ากับชีกัดๆกันดูน่ารักดี (ไอ้ตัวต้นเหตุก็ไม่รู้เอาซะเล้ยยย)

ตอนหน้า....ดีโน่จะมาเอี่ยวใช่ไหมจ้ะ อิอิ
รออ่านน่อ XSD!!!!! โอสท Q^[]^

_________________
"ความลับ"
เพราะไม่มีใครรู้เราจึงเรียกเช่นนั้น
ด้วยริมฝีปากและความอบอุ่นของคุณ
ทำให้มันงดงามจนตราตรึงอยู่ในทุกลมหายใจ

..อยู่ในกำมือของคุณ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 10 Aug 2008, 19:42 
User avatar
Joined: 25 Jul 2008, 19:33
Posts: 95
บะ บอส! บอส!! บอส!!! หวานนนนนนนนนนนนนน!!!!!!!
*ลงไปละลายตายกับพื้นด้วยความหวานในความเท่ห์และเถื่อนของบอส* อ่อก!!! ไม่ไหว คร่อก...


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 10 Aug 2008, 21:14 
User avatar
Joined: 29 Sep 2007, 22:15
Posts: 338
Location: ความลับจ้า
ให้ตายสิ สควอลโล่นี้มันมาโซจริงๆ (ประโยคแรกหลังจากที่ไม่ได้เมตน์มานาน ขอโทษที่ขี้เกียจน่ะค่ะ)

ชอบเอลด้า ถึงหนูจะตายไปแล้วก็เถอาะ แต่แรงอาฆาตนี้ใช้ย่อย ต้องของคุณเขาล่ะที่ช่วยสควอลโล่มาถึงนี้
ชอบบาทหลวง ถึงจะจอมปลอมแต่ท่านก็ดูอบอุ่นดี
ชอบมิคกี้ ถึงนายจะรักน้องแต่ไม่สมหวังหันมาหาสควอลโล่เถอะ ขอพูดหน่อย...มีโอกาสทำไมแกไม่กดอ่ะ!!!!!!!

ฟิกนี้ทำเอาเลวี่น่าสงสารไปเลย แต่เพื่อสควอลโล่รอด แกรับๆไปเถอะน่ะ

ดีโน่ พอเด่นของหนู ถึงเวลาปล่อยดาร์กแล้วใช้ไหมค่ะ คนดีน่ะไม่มีในโลกหรอก หึหึ

ตอนนี้ทั้งสองกลับมาหวานได้แล้ว แต่ดูแล้วรู้ว่าคงไม่นาน โอกกกก!!!!!!~ สมกับเป็นซาจัง

แต่ว่าน่ะ ภาษาอังกฤษเยอะอิบอ๊าย ซาน่ะซาจัง ถึงบางคำจะง่าย แต่หลายคำมันเยอะ ถ้าเปิดทีล่ะตอนมันนานเสียรมณ์
เพราะฉะนั้น ผ่านค่ีะ

เรื่องนี้อ่านแล้วงงตอนช่วงสลับเรื่องอดีตกับปัจจุบัน ขอถามหน่อยตอยที่สควอลโล่ถูกมิคกี้จับไปน่ะตอนไหนค่ะ
ถึงช่วงที่แซนซัสจะมาช่วยจะพอรู้บ้าง แต่บรรยากาศมันทำเอาสับสน แค่นี้คือจุดน่าสนใจ

เอาล่ะ จะปูเสื่อรอ

_________________
อยากกินลูกกวาด

Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 11 Aug 2008, 09:36 
User avatar
Joined: 18 Mar 2008, 23:01
Posts: 481
Location: กลางใจเธอ~
ถ้าแกโง่...ฉันคงโง่ยิ่งกว่า...

ที่หลงแกจนโงหัวไม่ขึ้น...

<<<<< ประโยคนี้ไม่ไหวแล้ววววววววววววววววววว!!!!!!

เค้าก็หลงป๋าเข้า(อีก)แล้วเหมือนกันนนนนนนนน

หวานชื่นซะไม่มี๊!!! โฮกฮาก>[]<

_________________
XS จงเจริญกร๊าซซซซซซซซซซซซซซ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!~

Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 31 Aug 2008, 21:28 
User avatar
Joined: 07 Dec 2007, 19:35
Posts: 819
Location: ห้องสารภาพบาป
Title: Denunci
Chapter: 24




"Snow"




Fandom: KHR
Pairing: XS
Rate: ปกติ
Note: เมา + ดอง + ไห + ...
------------------------








Only





Only you, I can breathe for
Only you, I use my life for
Only you, I am alive for

Not only you,

How do I live?









My useless breath


.
.
.


เช้าวันใหม่ที่พร่างพราวด้วยหิมะขาว

ขาว...บริสุทธิ์...








เยือกเย็นและเหน็บหนาวยิ่งกว่าสิ่งใด...





หัวใจ...





เงียบงันเสียเหลือเกิน..






“แซนซัส!!ปล่อย!!!” ร่างโปร่งแผดเสียงพลางเค้นแรงทั้งหมดที่มีพยายามผลักชายหนุ่มซึ่งทาบทับตนออก นัยน์ตาสีซีดเบิกกว้าง เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าใช้มือขวาเพียงข้างเดียวก็สามารถรวบข้อมือตนล็อคกุญแจมือติดกับหัวเตียง ริมฝีปากบางสั่นระริกด้วยไม่อาจเดาใจร่างสูงในขณะนี้ได้แม้แต่น้อย!

“แกบ้าไปแล้วรึไง!!”

“ฉันคิดดีแล้ว...” เสียงเข้มเอ่ยพลางกดปลายเข็มฉีดยาในมืออีกข้างหนึ่งลงบนต้นคอขาว ให้ของเหลวสีแปลกตาซึมเข้าไปในร่างกายฉลามหนุ่ม “เรื่องที่ฉันตัดสินใจ แกยังกล้าแย้งเรอะ...ไอ้สวะ?”

“มันต้องไม่ใช่เรื่องนี้สิฟะ!” สควอลโล่ยังดิ้นไม่หยุด อะไรบางอย่างที่ถูกฉีดเข้ามาทำให้อุณหภูมิในกายพลุ่งพล่านอย่างรวดเร็ว เรี่ยวแรงที่เหลือเพียงน้อยนิดดูจะมลายหายไปจนสิ้น “แกไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้นะเว้ย!!”

“สิทธิ์?” ร่างสูงทวนคำ แซนซัสยิ้มเย็น ชายหนุ่มผมดำดูเหมือนจะเยาะเย้ยเขาอยู่ลึกๆ “แกเป็นของฉันมาตั้งนานแล้วยังจะเถียงอีก”

“คนละเรื่องกันเฟ้ย!!”

“แกจะตะโกนอะไรก็ทำไปเถอะ ถึงยังไง...มันก็ทำได้แค่ตอนนี้เท่านั้น…” ริมฝีปากคมทาบทับลงมาบนซอกคอขาวนวล ไออุ่นจากร่างกายฉลามคลั่งที่ตอนนี้เจ้าตัวคลั่งไปจริงๆแล้วคลับคล้ายคลับคลาว่าจะร้อนรุ่มขึ้นเรื่อยๆ...อย่างที่คาดไว้...

“ฮะ...” เสียงครางเบาๆราวกับพึงพอใจเล็ดรอดออกจากริมฝีปากบาง สควอลโล่ชะงักค้างไปชั่วครู่ นี่มันอะไรกัน!? เวลาแบบนี้เขาควรจะต่อต้านไม่ใช่รึไง!!

“อือ...หยุด...”

“หน้าที่ของแกตั้งแต่นี้ต่อไป...” ร่างสูงเอ่ยทั้งรอยยิ้ม...เย้ยหยันและเย็นชา “แค่นอนรอฉันอยู่บนเตียงก็พอ!”

นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างกับประโยคที่ได้รับ ทั้งสองมือพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการแต่ดูจะไม่เป็นผล ร่างโปร่งกรีดเสียงอย่างลืมตัวเมื่อคนตรงหน้าล่วงล้ำเข้ามาในร่างกายอย่างรุนแรง!

“มะ...ไม่...!!!”






“หยุดนะแซนซัส!!!!”






















เฮือก!

สควอลโล่สะดุ้งจากเตียง หยาดเหงื่อพราวทั่วร่างโปร่ง ฉลามหนุ่มหน้าซีดเผือด พลางสัมผัสร่างกายตนอย่างรวดเร็ว เสื้อผ้ายังอยู่ครบ...เฉพาะเสื้อ..แต่อย่างน้อยมันก็อยู่ในสภาพเดียวกับก่อนที่จะนอน นัยน์ตาสีใสปรายไปข้างกายซึ่งตอนนี้มีเพียงความว่างเปล่า...

“ฝะ...ฝัน...งั้นเหรอ...” ชายหนุ่มหอบหายใจ ความหวาดกลัวที่สัมผัสได้ยังรับรู้ในความรู้สึก ฝันร้ายที่แสนน่ากลัว...

เขาไม่ต้องการเป็นเพียงนางบำเรอต่างหมอน
ที่จะนอนรอใครสักคนอยู่บนเตียง...

เขาอยากมีประโยชน์...อย่างน้อยก็ให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์คนหนึ่ง...
หรือไม่...ต่อให้เป็นเศษสวะ...ก็ยังมีค่ามากกว่าภาชนะที่เตรียมไว้เพื่อรองรับความใคร่เท่านั้น....



“จะเป็นไปได้ยังไง...” มือเรียวไล้ใบหน้าตนเองเบาๆ แม้แต่ฝ่ามือนุ่มยังเย็นเยียบ สควอลโล่พึ่งสังเกตว่าตนไม่ได้ใส่ถุงมือที่เคยสวมอยู่เป็นประจำ สัมผัสจากโลหะสูงค่าที่นิ้วนางทำให้เจ้าตัวผละมือออกมาด้วยความฉงน แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าใส่มันไม่ถอดมาตั้งนานแล้ว...

แหวน...

“ยังอยู่อีกเหรอเนี่ย...” สควอลโล่พึมพำเบาๆ พลางคิดสงสัย ทำไมตอนถูกเจ้าเลวี่มันทารุณกรรมขนาดนั้นกลับไม่เห็นผลเหมือนคราวแรกเลยล่ะ? หรือเพราะว่ายังไงก็ไม่ถึงตาย?

มือเรียวพยายามดึงเครื่องประดับเจ้าปัญหาออก น่าเสียดายที่ผลของมันไม่ต่างกับครั้งแรก..

“เธอนี่นะ....”



อะไรบางอย่าง...
เหมือนจะวูบไหวในเงามืด...





“หือ...” สควอลโล่เหลือบมองหน้าต่างบานใหญ่ในห้อง ร่างโปร่งลากสังขารไปยืนหยุดก่อนจะนั่งที่ขอบหน้าต่างอย่างอ่อนแรง นึกแปลกใจตนเองนักที่เหนื่อยง่ายขนาดนี้ หรือว่าบางที อาจเป็นเพราะร่างกายนี้ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดแล้วก็เป็นได้?

หิมะขาวพร่างพราวในเงามืดของรัตติกาลแห่งปราสาทวาเรีย เหนือขึ้นไปคือคืนเดือนมืด ตัดสีขาวกับดำให้ชัดเจน ฉลามหนุ่มไล่สายตาเรื่อยไป ทิวสนใหญ่นิ่งสนิทราวไร้แรงลม ขณะที่เกล็ดน้ำฟ้าร่วงหล่นช้าๆ

ความเงียบ...สัมผัสได้ถึงความเยียบเย็น...



“?” พลันนัยน์ตาคู่สวยสังเกตเห็นอะไรบางอย่างล่องลอยเข้ามาใกล้กระจก ชายหนุ่มขยี้ตาให้เห็นได้ชัดๆ

ผีเสื้อสีเงิน.....



เจ้าผีเสื้อตัวนั้นบินวนอยู่รอบหน้าต่าง ท่าทางเหมือนนกน้อยที่ไม่รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่ากระจกเงา สควอลโล่ถอนหายใจเล็กน้อย แม้ในใจจะแย้งอยู่ว่าผีเสื้อจะมาบินแถวนี้ได้ยังไง แต่มือเรียวก็จับสลักกลอนหมายจะเปิดให้มองถนัดตา


ชั่วครู่นั้นเอง สายตาก็เหลือบไปสบกับอะไรบางอย่าง...







“!?”




ฉลามหนุ่มแทบลุกพรวด เมื่อเห็นร่างของใครบางคนวาบไหวในเงามืด แต่เพราะความสูงจากชั้นที่ตนเองอยู่ทำให้แม้แต่สายตานักฆ่ายังไม่เชื่อใจตนเอง สิ่งเดียวที่ทำได้รีบแต่งตัวแล้วคว้าเสื้อคลุมตัวหนาของใครบางคนมายืมแบบไม่ได้ขอ ก่อนจะรีบรุดออกจากห้องไป….






ผีเสื้อเริงระบำยามราตรี...
ในคืนไร้แสงดาว…



ดวงวิญญาณส่งเสียงกระซิบเพรียกหา...







มาทางนี้สิ...


ฉลามหนุ่มย่ำก้าวผ่านหน้าประตูใหญ่ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยหิมะปกคลุม สควอลโลนึกสงสัยอยู่ว่าตลอดทางเดินเหตุใดจึ่งไม่มีผู้ใดตรวจตรา.... แต่ดูเหมือนว่าในครานี้...มันคงไม่สมควรเป็นคำถาม...

ผืนหญ้าที่เคยเดินผ่านหน้าปราสาทวาเรียถูกปกคลุมด้วยสีขาวราวทาสี ขาเพรียวประทับรอยเท้าลึกลงไปในหิมะขาว เพียงชั่วครู่ ปุยนุ่นจากฟ้าก็ลงมากลบมันเสียสิ้น

ร่างโปร่งยืนหยุดอยู่หน้าปราสาท สีขาวโพลนรอบตัว....

พลันรู้สึกถึงสายตาอีกคู่หนึ่งที่จ้องมองมา ชายหนุ่มหันไปตามสัญชาติญาณทันที



ในเงามืดซึ่งเป็นเส้นทางลึกไปใจกลางป่า


ร่างบางยิ้มหวานให้ราวทักทาย






“เอลด้า...” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง มือเรียวยกขึ้นหมายจะคว้าอากาศธาตุตรงหน้า ทว่าถูกแรงรั้งจากเบื้องหลังเสียก่อน




พลั่ก!!





“เฮ้ย!!” สควอลโล่ถูกแรงสวมกอดจากใครบางคนกดล้มลงกับพื้นไปด้วยกัน ฉลามหนุ่มรีบลุกทันที แต่แรงที่รั้งชายเสื้ออยู่ทำให้ลุกไม่ขึ้น จึงทำได้แค่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่กับพื้นหิมะ




ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใครทำตัวเป็นวิญญาณเกาะหลัง




ทว่าเมื่อกวาดสายตาโดยรอบอีกครั้ง... กลับไม่มีร่างของคนที่มองหา






อุณหภูมิร่างกายชายหนุ่มพุ่งเร็วกว่าความดันในกระแสเลือด





“แก ไอ้เบล!!!!!!!!!!!!!!!!!”







“หิมะยังตกอยู่เลย เดี๋ยวจะไม่สบายนะสควอลโล่” เด็กหนุ่มผมทองยิ้มร่าพลางเอาหน้าแนบกับแผ่นหลังบางใต้โค้ตตัวหนา “เชื้อพระวงศ์อุตส่าห์เป็นห่วงเชียวนะ ชิชิชิ”

“เด็กบ้าอย่างแก ห่วงตัวเองไปคนเดียวเหอะ!” สควอลโล่สบถ ก่อนนัยน์ตาคู่คมของนักฆ่าหนุ่มจะสังเกตว่าร่างตรงหน้าใส่เพียงชุดปกติ ไม่มีเสื้อกันหนาวหรือถุงมือเลยสักนิด

ฉลามคลั่งสงบสติอารมณ์ชั่วครู่ แล้วถอดเสื้อคลุมตนวางแหมะบนศีรษะซึ่งปกคลุมไปด้วยกลุ่มไหมสีทอง

“แกเป็นอะไรไปแล้วฉันจะลำบาก” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างหงุดหงิด พลางกระชับเสื้อคอเต่าตัวใน

“สควอลโล่นี่ล่ะก็” เบลเฟกอลฉีกยิ้ม เชื้อพระวงศ์นักฆ่าลุกขึ้นช้าๆ ขณะที่สควอลโล่ยันกายขึ้นเช่นกัน

“แกมีอะไร.... ฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉันไม่ใช่รึไง”

“สควอลโล่ไม่สบายไป เจ้าชายก็แย่เหมือนกัน” เด็กหนุ่มเกาะแขนร่างสูงกว่า “แต่ว่า...ถ้าสควอลโล่หลงทางไป เจ้าชายจะช่วยเอง”

“หา...”

“ช่างเถอะ สควอลโล่หัวช้าคงไม่เข้าใจอยู่แล้ว” เบลหุบยิ้ม เด็กหนุ่มก้มหน้าลงเล็กน้อย “สควอลโล่จะเดินไปทางป่าทำไมล่ะ”

“...เห็นอะไรแปลกๆ...” ฉลามหนุ่มพึมพำเบาๆ “ว่าแต่...ทำไมปราสาทร้างคนงี้ห๊ะ? เวรยามหายไปไหนหมด?”


“...บอสทดสอบความสามารถ ‘คนใหม่’ น่ะ สควอลโล่” เด็กหนุ่มเหยียดยิ้มเล็กน้อย “จะลองไปดูมั้ยล่ะ...”




“คนใหม่?” เสียงทุ้มทวนคำ ก่อนจะเข้าใจอะไรได้มากขึ้น เจ้าชายน้อยก็ก้าวขากลับไปทางปราสาท ฉลามหนุ่มจำต้องเดินตามอย่างไม่สบอารมณ์ แต่นัยน์ตาสีใสเหล่มองไปทางความมืดในป่าใหญ่...






อะไรกันแน่นะ...

ภาพหลอน?
ความฝัน?
วิญญาณ?





หรือความสำนึกผิดของฉัน?
.
.
.
.
.

โครม!!!

ทันทีที่เปิดประตูใหญ่ ร่างหนึ่งที่ฉลามหนุ่มจำได้ว่าขึ้นมารับตำแหน่งแทนเลวี่ก็กระเด็นมาชนข้างฝา ชายหนุ่มไม่มีบาดแผลภายนอกเลยสักนิด แต่ริมฝีปากกลับซึมไปด้วยโลหิตที่ทำท่าจะไหลไม่หยุด สควอลโล่ตั้งท่าต่อสู้ทันที แม้จะนึกได้ทีหลังว่า ถึงจะเป็นตอนนี้... เขาก็ยังไม่ได้พกดาบ..


บ้าชิบ!

“เฮ้ย!!...อุ๊บ” เสียงทุ้มที่แผดหมายจะเรียกศัตรูถูกเด็กหนุ่มที่มาด้วยกันใช้มือขาวปิดไป ร่างเพรียวกระซิบข้างหู “ไม่มีอะไรหรอกสควอลโล่”

“ห๊ะ....” ก่อนจะอธิบาย ร่างหนึ่งก็ปรากฏจากเชิงบันไดวน

“แซนซัส” ฉลามหนุ่มเอ่ยชื่อนายเหนือชีวิตตนทันที น่าแปลกนักที่ในยามนี้ร่างสูงกลับไม่มีสายตานึกสนุกหรือโกรธเกรี้ยวแต่อย่างใด ทั้งสควอลโล่รู้ดีว่าสาเหตุที่ร่างข้างกายตนทรุดแนบผนังเช่นนี้ หาใช่ฝีมือคนตรงหน้าไม่!

“สอบผ่าน”

แซนซัสตัดสินในทันที ฉลามหนุ่มนึกสงสัย แต่ดูเหมือนถ้อยคำนั้นจะไม่ได้หมายมาที่ตัวเขา

ทันใดนั้น อีกร่างหนึ่งก็ก้าวจากชั้นสองลงมา...

ตึก...

สควอลโล่สังเกตเห็นปลายรองเท้าหนังนั่นเป็นคนแรก

ตึก....

ปลายดาบคมค่อยๆถูกเก็บเข้าฝัก...

ตึก....

ร่างโปร่งบาง...ในชุดเครื่องแบบสีดำสนิท...


ชุด...ที่เขาใส่เป็นประจำ...

ตึก....



“เฮ้ย ไอ้สวะ!” ชายหนุ่มเรียกให้สควอลโล่รู้สึกตัว ร่างโปร่งตะลึงงันไป ทำอะไรไม่ถูก ยิ่งเมื่อบุรุษหน้าใหม่ผู้นั้นมาหยุดยืนเบื้องหลังแซนซัส




เรือนผมสีเงินสว่าง...
โดดเด่นราวเกล็ดหิมะยามค่ำคืน...









“เจ้านี่จะมาแทนแก”






เพียงถ้อยคำสั้นๆ แต่กลับทำให้ผู้ฟังแข็งราวโดนคำสาป หรืออาจเป็นคำสาปจากนัยน์ตาคู่คมที่จดจ้องอย่างเย้ยหยันอีกคู่หนึ่งเบื้องหลังที่สุดของใจเขาก็ว่าได้


“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ สเพลบี สควอลโล่”









นี่มันอะไรกัน!! แซนซัส...!!!


ประโยคหนึ่งกรีดก้องในใจนักฆ่าหนุ่ม ทว่าสิ่งที่แสดงออกสำหรับฉลามคลั่ง มีเพียงการก้มหน้าลงเล็กน้อยราวจะรับคำ


นายเอาฉันไปไว้ที่ไหน...





“ไล่ฉันออกเหรอแซนซัส?” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบา ทว่าไม่มีความสั่นเครือหรือแม้แต่ความลังเล นัยน์ตาสีฟ้าใสดูจะเรียบเย็นภายในชั่วครู่ ดึงดูดให้คนสบตาชะงักอยู่กับที่ดังต้องมนต์




ความเศร้า...


ยิ่งทำให้หลงใหล....




“ใช่”


ชายหนุ่มตอบพลางก้าวลงบันไดมาทีละขั้น เสียงฝีเท้าหนักๆที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆราวกับมีบรรยากาศกดดันแผ่ไอสังหารตามมา แต่มีหรือฉลามหนุ่มจะหวั่นไหว ริมฝีปากบางเผยอรอยยิ้มเล็กน้อย



ชั่วพริบตาที่ร่างนั้นมาหยุดต่อหน้า ขณะที่เบลเฟกอลลากตัวเจ้าหนุ่มอัสนีโชคร้ายออกไป



สควอลโล่เอ่ยปากก่อน




“ฉันหมดประโยชน์แล้วใช่ไหม บอส?”



มือเรียวยกขึ้นตรงหน้า พลางเอ่ยราวไม่รู้สึกรู้สา

ขณะที่แซนซัสยังนิ่งเงียบ สควอลโล่ไล่มือนุ่มไปตามผิวแก้มของตน


รู้สึกถึงของเหลวซึ่งรื้นมาเอ่อล้นที่ขอบตา..


“อา...นั่นสินะ...” เสียงทุ้มพึมพำเบาๆ “ใช่แล้ว...”






น่าขำที่ในเวลาเยี่ยงนี้


คำว่าศักดิ์ศรี ดูเหมือนจะไม่สามารถสะกดกลั้นความอ่อนแอของตนได้...





แผนการของเรา...ไม่มีวันสำเร็จ....

แต่คำสัญญาของฉัน...กลับถูกตัดขาดไป....





ฉันน่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้ว...


ว่านั่นคือคำตัดสิน...

ความผิดของฉัน...









“นายจะไม่พูดอะไรเลยใช่ไหม?”

ฉลามหนุ่มตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่คนตรงหน้ายังนิ่ง



พูดอะไรก็ได้...


จะเยาะเย้ย..ถากถาง…ดูหมิ่น


อะไรก็ตาม ที่มันทำให้ฉันรับรู้...


ว่าชื่อ ‘สเพลบี สควอลโล่’ ยังมีความหมายอะไรกับนาย....









“จะด่า จะว่า จะปาแก้วใส่หัวฉันก็ได้!!!!!!”


ร่างโปร่งแผดเสียงก้อง มือเรียวคว้าคอเสื้อคนใจแข็ง สควอลโล่รู้สึกเหมือนอาการวิงเวียนเข้าครอบงำสติ ทั้งเนื้อตัวดูไม่มีเรี่ยวแรงไปเสียหมด ใบหน้าขาวซีดเซียวลงยิ่งกว่าตอนป่วย ทว่าสิ่งดึงดูดสายตายิ่งกว่า...






หยาดน้ำตา ร่วงหล่น..







แม้แต่สายตา...แม้จะจดจ้องอยู่ตรงหน้า...


กลับไม่มีแม้แต่เงาสะท้อนของตน...







คนตรงหน้ายังคงนิ่ง...






ขอร้องล่ะ... ช่วยพูดอะไรซักอย่างทีเถอะแซนซัส....











“ฉันขอตัว...”







จบสิ้น..กันที...


V
V
V

_________________
Denunci ต่อไปนี้จะลงที่นี่นะคะ >>Blog

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ ^ ^
ใครสนใจเล่มหนึ่งให้ไปที่นี่นะคะ > Shop


Last edited by sarail on 16 Dec 2008, 06:51, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 31 Aug 2008, 21:35 
User avatar
Joined: 07 Dec 2007, 19:35
Posts: 819
Location: ห้องสารภาพบาป
สควอลโล่เอ่ยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะผินกายกลับหลังหันไป






มือแกร่งเอื้อมไปคว้าโดยอัตโนมัติ



ทว่าร่างโปร่งสะบัดแขนอย่างไร้เยื่อใย


รอยยิ้มปรากฏบนสีหน้าเป็นครั้งสุดท้าย








ก่อนชายหนุ่มจะหันกลับมาด้วยตนเอง ประทับจุมพิตหอมหวานทว่าบางเบาเป็นคำจากลา...










ปัง!!!!!!





สควอลโล่วิ่งออกไป... พร้อมกับเสียงปิดประตูไล่หลังตามมา...









หยาดน้ำร่วงหล่น
ต้นสนผลัดใบ
สายน้ำรินไหล





ใจคนเปลี่ยนไป

ในชั่วข้ามคืน
















แปดปีที่ฉันรอนาย มันไม่มีความหมายอะไรใช่ไหม
ความภักดีที่มอบให้ มันหายไปไหนหมด





หรือเพราะหัวใจฉันรับรู้ดี ว่าตอนนี้มันสมควรแล้ว...





ที่สวะไร้ค่าอย่างฉัน....





จะไม่เป็นที่ต้องการ...






บนโลกนี้...ไม่มีที่ของฉันอีกต่อไป...















“บอส!!!!”


เบลเฟกอลร้องเสียงหลง ไม่นึกว่าแซนซัสจะกล้าทำแบบนั้น ร่างสูงยังนิ่งอึ้ง น่าแปลกนักที่ในครานี้หยดน้ำตาใสของอีกฝ่ายกลับไม่ทำให้รู้สึกอะไรแม้แต่นิด





ฉันยัง.......



ถ้อยคำนั้นหากเอ่ยออกไปอาจรั้งให้อีกฝ่ายไม่ผันตัวจากได้ แต่ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว ร่างสูงเพียงสะบัดกายจากมือเรียวที่ดึงรั้งของผู้ใต้บังคับบัญชา...





“พระราชา...” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่ว เจ้าชายนักฆ่าสะบัดเสื้อคลุมที่ฉลามหนุ่มพึ่งมอบให้ลงกับพื้นพรม เพราะรู้ดีกว่ามันเป็นอาภรณ์ของใคร นัยน์ตาคู่คมทอประกายสายโลหิตสีน้ำเงินซึ่งซ่อนอยู่หลังเรือนเกศาสีทองเต็มไปด้วยความโกรธา


“อะไร”


“เจ้าชายจะไปตามสควอลโล่”


“ในฐานะอะไร”

เสียงเข้มตอบ ร่างบางกัดฟันแน่น มือหนึ่งขึงเส้นลวดในมืออย่างเตรียมพร้อม ทว่าเจ้าชายน้อยรู้ดี... หากคิดสู้อีกฝ่าย มีอยู่เพียงทางเดียวเท่านั้นที่ตนจะชนะ....


ต้องม้วยมลายไปทั้งคู่...







“เจ้าชาย!”


เบลเฟกอลสะบัดน้ำเสียง ก่อนเด็กหนุ่มจะผลุนผลันออกไปทางประตูตามร่างโปร่งไป แซนซัสถอนใจเล็กน้อย ก่อนจะเดินขึ้นบันได..

หัวหน้าหน่วยพิรุณคนใหม่หรี่ตาลงเล็กน้อย ใบหน้าคมซึ่งปั้นยิ้มหยันอยู่นานค่อยๆคลายความตึงเครียดลง บุรุษเรือนผมสีเงินอีกหนึ่งซึ่งแทนที่ ‘คนเก่า’ ปรายตามองยามร่างสูงเดินผ่านไป


“ไม่รู้จักโต”เสียงทุ้มเอ่ย


“ไม่เกี่ยวกับฉัน” แซนซัสตอบอย่างขอไปที ทว่าชั่วครู่ ดาบคมในฝักถูกชักออกมาอย่างรวดเร็ว ขณะที่แซนซัสยกปืนประกับเครื่องหมายสัญลักษณ์ประจำตัวตนขึ้นมากันไว้อย่างทันท่วงที!!


“ท่านรู้แก่ใจดี ว่าผมหมายถึงใคร”






บรรยากาศเต็มไปด้วยไอสังหารที่ยากยิ่งนักตนจะเข้าไปแทรก

ชายหนุ่มโชคร้ายฝ่ายอัสนีคิดในใจ พลางนึกสับสนกระวนกระวายไปเสียหมด

อะไรกัน...เจ้าคนใหม่นั่น...


เรื่องความสามารถยังพอว่า แต่สิ่งที่ความคิดตนไม่อาจเรียบเรียงได้ คือความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งคู่ต่างหาก!!





พลางหวนนึกถึงใครบางคนซึ่งออกจากปราสาทแห่งนี้ไปได้ไม่นาน....







หิมะตกหนักแบบนี้...คุณสควอลโล่จะไปไหนนะ....
























“เฮ้ย!!!แกทำอย่างนี้ได้ยังไงวะแซนซัส ฉันอยู่กับแกมาตั้งนานนะโว้ย!!”








ความจริง…น่าจะพูดแบบนั้นไปมากกว่า…


ฉลามหนุ่มถอนใจพลางปล่อยให้ขาของตนก้าวย่างไปยังเส้นทางที่คุ้นชิน ทว่าน่าแปลกนัก ตามปกติทางเดินลัดผ่านป่าทึบควรจะนำเขาออกจากบริเวณปราสาทได้แล้ว ทว่าแม้แต่รั้วกั้นในยามนี้ก็ยังมองไม่เห็น

ชั่วครู่หนึ่งถึงได้นึกขึ้นได้ ว่าหมายหลักบอกทางในหน้าหนาว ถูกหิมะกลบไปสิ้น


“ให้ตายสิ” ฉลามหนุ่มพึมพำเบาๆ ไออุ่นจากร่างกายเปลี่ยนเป็นควันขาวพร่างพราวไปกับสีหิมะ นักฆ่าหนุ่มสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายซึ่งเย็นลงเรื่อยๆ แต่กลับไม่นึกเสียดายที่ถอดเสื้อคลุมตัวหนานั้นให้เจ้าชายตัวน้อยไปเลยสักนิด

“ให้ตาย….”
นัยน์ตาคู่สวยเหมือนจะพร่ามัวลงไป

หยดน้ำตาเอ่อล้น พร้อมร่วงหล่นละลายหิมะ





ตุบ…


สควอลโล่ทิ้งตัวลงกับผืนหิมะนุ่ม สีขาวของธรรมชาติราวผ้าห่มผืนหนาให้ได้ซุกไออุ่น เพียงแต่ยามนี้มันกลับมีเพียงความเยียบเย็น…

Snow, Snow White
Blue rain was changed in the night
Into coldest place that your red lip’s moist
Don’t give your voice to a witch like the little mermaid

From the Loveliest man who push you into the deepest hole that we call ‘Love never less’










But, Suddenly

We know ‘It less’




“เย็นชะมัด…” ร่างโปร่งเอ่ยขึ้นคนเดียว พลางคิดหาหนทางไปต่อ



ฉันทำอะไรอยู่...
ฉันคิดอะไรอยู่....
ฉันควรจะทำอะไรต่อไปดี...




หยุดเถอะ...หยุดคิดสักที....





ฉันเหนื่อยกับมันมามากพอแล้ว...








“แซนซัส…” เสียงทุ้มเปล่งชื่ออีกฝ่ายจากในลำคอแห้งผาก ความเยียบเย็นของบรรยากาศค่อยๆแทรกซึมทำลายร่างกายช้าๆ

ถ้าสควอลโล่ไม่หนาวตาย ก็คงตายเพราะแผลหิมะกัด…
แต่ดูเหมือนยามนี้ฉลามหนุ่มจะไม่คำนึงถึงร่างกายตนเอาซะเลย…




“นายมัน…แย่ที่สุด…”





บอส…










“ฉันไม่มีค่าแล้วสินะ…”




ร่างโปร่งเอ่ยตัดพ้อเบาๆ ก่อนจะหรุบเปลือกตาบางลงช้าๆ




ถ้าฉันหลับไปกลางหิมะ…ถ้าฉันตายไปตรงนี้….




อย่างน้อยฉัน…ก็ยังอยู่ในที่ของนายใช่ไหม….









“ไม่หรอก สควอลโล่”

พลันเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นชักนำฉลามหนุ่มออกจากภวังค์ สควอลโล่พยายามจะลุก แต่ด้วยร่างกายที่ยังกระปอดกระแปด บวกกับสภาพจิตใจและความเหน็บหนาวที่รุมเร้าตนในตอนนี้ ทำให้การจะทำอะไรต่อมิอะไรเป็นไปได้ยาก

มือเรียวที่ยังพอขยับได้เคลื่อนมายันกายขึ้นให้ฉลามหนุ่มนั่งเหยียดอยู่กับพื้น



“แกมาได้ยังไง...ดีโน่…”


“มารับนายไง…”
ม้าพยศหนุ่มเอ่ยทั้งรอยยิ้ม ก่อนจะถอดเสื้อคลุมตัวหนาวางบนไหล่บาง สควอลโล่ไม่อยากจะรับน้ำใจอีกฝ่ายเท่าไรนัก แต่สภาพตนเองตอนนี้จะไปแย้งอะไรก็ไม่ได้…





“ออกจากวาเรียแล้วสินะ”


เสียงทุ้มยิ่งเอ่ยยิ่งทำให้เข้าใจผิด สควอลโล่เบือนหน้าหนีอีกฝ่ายทันที


“เออ แล้วไง”


“ไปกับฉันสิ”


“ไม่”

“แล้วนายจะอยู่อย่างนี้เหรอ?”

ร่างโปร่งนิ่งเงียบไป





“นั่นมันเรื่องของฉัน”






“หิมะตกหนักแบบนี้ ถ้านายยังนอนอยู่…อาจจะโดนหิมะทับกลายเป็นก้อนน้ำแข็งในสวนบ้านฉันก็ได้นะ”

“บ้านนาย?” สควอลโล่ทวนคำ ก่อนจะลุกพรวด เมื่อสังเกตได้ว่าคฤหาสน์คาวัลโรเน่ที่อีกฝ่ายพูดถึงอยู่ตรงหน้านี้เอง

นี่เขา....เดินมาถึงที่นี่?

ทั้งที่ไม่มีคนหรือป้ายบอกทาง... ได้ยังไงกัน...





“แปลกนะ ปกติเวลาไปไหนกับฉันนายไม่เคยหลงทางแท้ๆ แต่หลงมาถึงนี่...” ดีโน่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะนั่งลงกับพื้นเป็นเพื่อน “เหมือนโชคชะตาเลยเนอะ”

“โชกเลือดน่ะสิ”ฉลามหนุ่มตัดบท ก่อนจะทิ้งตัวลงกับพื้นเย็นเยียบอีกรอบ

“ก็อาจจะ” ม้าพยศหนุ่มเอ่ยทั้งรอยยิ้ม ก่อนจะวางมือบนหน้าผากมนของคู่สนทนา “นายตัวร้อนนะ”

สควอลโล่ปัดมือนั้นออก

ก่อนจะพลิกตัวไปอีกทาง

ฉลามหนุ่มถอนหายใจ ขณะเสื้อผ้าเย็นชื้นเพราะซึมซับอุณหภูมิต่ำของเกล็ดน้ำแข็ง

“ฉันง่วง”

ริมฝีปากบางเอ่ยลอยๆ ก่อนจะปิดตาลงราวจะหลับลึกไปกลางสายลมหนาวเสียจริงๆ

“ไปนอนห้องฉันไหม”

“ไม่”

“งั้นก็นอนตรงนี้?”

“เออ ยืมก่อนแล้วกัน”

“สควอลโล่”
เสียงทุ้มเอ่ยปราม แต่เจ้าของชื่อไม่ฟัง เจ้าของเรือนผมสีเงินแนบใบหน้ากับหิมะขาว โดยไม่สนใจเสียงร่ำร้องของร่างกายที่ต้องการความอบอุ่น


หนาว....


ตุบ... เสียงจากเบื้องหลังบ่งว่าคนข้างๆกายลงมานอนกับพื้น...





สวบ!


นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้าง เมื่อถูกสวมกอดเป็นครั้งที่สองของวันตั้งแต่ตื่นขึ้นมา สควอลโล่ดิ้นขลุกขลัก พลางริมฝีปากบางตะโกนลั่น

“ปล่อยนะโว้ย!ดีโน่!!”

“ไม่”

คนลวนลามซุกหน้าลงกับแผ่นหลังบางที่ยามนี้สั่นระริก

“ถ้าแกอยากหนาวตายก็เชิญไปคนเดียวเหอะ!!”

ร่างโปร่งสะบัดอีกฝ่ายออกแล้วลุกขึ้นยืน ทว่าเพียงไม่กี่ก้าว ก็ถูกอีกฝ่ายรวบตัวอย่างรวดเร็ว!

“ปัดโธ่เว้ย!ปล่อยสิฟะ!!”

“สควอลโล่...ไม่สมเป็นนายเลยนะ...” ใบหน้าคมก้มแนบไหล่บาง ลมหายใจอุ่นเป็นควันขาวกระซิบข้างใบหู “ใจเย็นลงหน่อยสิ...”




เหมือนสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ…
ตื่นตัว และกลัวเกินกว่าจะยอมให้ใครเข้าใกล้...




แม้นตนจะเป็นฝ่ายสังหารอยู่เสมอ
หากความเจ็บปวดที่ตนเองได้รับ...











พิษบาดแผลรุมเร้า...





ร้อนรุ่ม...แต่เหน็บหนาว...




เย็นเยียบเสียยิ่งกว่าลมหายใจสุดท้ายของชีวิต...





เนิ่นนานกว่าสควอลโล่จะหยุดดิ้น ดีโน่ถอนหายใจเล็กน้อย ชายหนุ่มคลายอ้อมแขนที่รัดรึงอีกฝ่ายออกหลวมๆ

ทว่า สควอลโล่กลับจับมือที่โอบกอดตนอยู่ไว้แน่น...


“สค..”

“ดีโน่” ฉลามหนุ่มเอ่ยเสียงเบา “ถามอะไรแกอย่าง..”



“หือ?”








“ฉัน...มีค่าสำหรับแกรึเปล่า...”





วงหน้าเรียวผินมาช้าๆ หยาดน้ำตาเปรอะเปื้อนบนแพขนตายาว ริมฝีปากบางสั่นระริก





กลืนไปกับหิมะขาวที่พร่างพราวลงมา...


ทำเอาคนมองลืมหายใจไปชั่วครู่...









“นาย...เป็น ‘เพื่อน’ คนสำคัญที่สุด..”






รอยยิ้มหวานระบายบนใบหน้า ก่อนฉลามหนุ่มจะผละตัวจากอีกฝ่าย

แล้วโน้มใบหน้าหล่อเหลาของอดีตเพื่อนสนิทลงมา แนบชิดริมฝีปากตนเอง ประทับรสสัมผัสที่คนถูกกระทำไม่คาดฝันว่าจะได้รับ....


หอมหวาน...ทว่าแปดเปื้อนด้วยคาวโลหิต....




ปนความโศกเศร้า...


สควอลโล่ปล่อยดีโน่ช้าๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว


“ ‘เพื่อน’ ทำอย่างนี้ไม่ได้ใช่ไหม..”



ฉลามคลั่งทำท่าจะผละจากร่างตรงหน้าอีกรอบ ทว่าคราวนี้ ดีโน่คว้าเอวบางไว้ ก่อนริมฝีปากคมจะทาบทับอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาคู่สวยของนักฆ่าหนุ่มเบิกกว้าง ขณะที่ม้าหยศไม่รั้งรอ มือหนาข้างหนึ่งโอบร่างโปร่งไว้แนบแน่น แล้วมือข้างที่ว่างจึงกดคอระหงที่ไม่มีเรือนผมสีเงินปกคลุมเช่นปกติให้แนบชิดรสสัมผัสมากยิ่งขึ้น



“อื้อ... อะ...ย...หยุ....ด......น...”




พลั่ก!



“แฮ่ก..แฮ่ก..” ฉลามหนุ่มหอบหายใจ สควอลโล่ผลักร่างอีกฝ่ายออก ร่างโปร่งนิ่งค้างอยู่กับที่ ความคิดที่จะวิ่งหนีชะงักไปเสียหมด...


“สควอลโล่…”




“หุบปาก!! หยุดเดี๋ยวนี้ ดีโน่!” ชายหนุ่มแผดเสียง ขณะที่อีกฝ่ายสาวเท้าเข้ามาใกล้ แต่ดีโน่ไม่สนใจ




“นายมีค่ากับฉัน”




หิมะถูกย่ำเป็นรอยเท้าลึกลงไปในพื้นขาว...




“หยุดพูด!” มือเรียวหมายจะใช้อาวุธส่วนตัวชี้หน้าอีกฝ่าย ทว่านึกขึ้นได้ว่าตนไม่มีหนทางป้องกันตัว แต่จะให้ใช้มือเปล่าลงมือกับคนตรงหน้า...




“นายสำคัญสำหรับฉัน”




เกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่น...





“ถ้าเป็นสิ่งที่นายต้องการล่ะก็ ต่อให้เปลี่ยนจากคำว่าเพื่อน...”




สายลมพัดไหว... ให้ไอเย็นกระทบใบหน้า....












“ถ้าเพื่อนายล่ะก็....ฉันจะไม่ลังเลเลย”








ม้าพยศหนุ่มเอ่ยเป็นประโยคสุดท้าย




ริมฝีปากบางไม่เอื้อนเอ่ยคำทัดทานอีกต่อไป





เหมือนได้ยิน...เสียงปริแตกของอะไรบางอย่าง....


กำแพงน้ำแข็งในใจ...


ถูกทำลาย...ด้วยแสงเจิดจ้าของฟ้าโปร่งใส...









สควอลโล่โผเข้าหาร่างตรงหน้า ใบหน้าขาวซุกกับโค้ทตัวหน้าของอีกฝ่าย หยาดน้ำตาหลั่งรินอย่างอดกลั้น ลืมสิ้นทุกอย่างทั้งศักดิ์ศรี ความอับอาย ความผิดที่ตนได้กระทำ หรือแม้แต่เรื่องของผีเสื้อปริศนาที่นำพาตนมาถึงยังสถานที่ของคนตรงหน้า....




มือหนาลูบแผ่นหลังบางราวจะปลอบประโลม ทว่าเพียงชั่วครู่ ฝ่ามือนั้นก็เปลี่ยนมาช้อนใบหน้ารื้นไปด้วยหยาดน้ำตาขึ้นมาใกล้





สควอลโล่ไม่ปฏิเสธลมหายใจอุ่นที่เป่ารดใบหน้าตนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ...



ซ้ำมือเรียวยังโอบรอบคอคนตรงหน้า....




รสสัมผัสวาบหวามแล่นปลามเข้ามา...


หลอมละลายอุณหภูมิที่เย็นเยียบจนเป็นน้ำแข็ง....








ราวกับว่าเวลา...หยุดอยู่ตรงนั้น....ชั่วนิรันดร์....








หิมะร่วงหล่น
ต้นสนร้างใบ
สีขาวพร่างพราย




ดับสลายลงในพริบตา
















TBC - Part II NC-17+



/me ชิ่ง

_________________
Denunci ต่อไปนี้จะลงที่นี่นะคะ >>Blog

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ ^ ^
ใครสนใจเล่มหนึ่งให้ไปที่นี่นะคะ > Shop


Last edited by sarail on 16 Dec 2008, 06:51, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]|XS| D e n u n c i |Chapter 21/Part I[p.23] |31.08.08|
PostPosted: 31 Aug 2008, 21:37 
User avatar
Joined: 12 Jan 2008, 13:34
Posts: 889
Location: มุมหนึ่งในห้องน้ำของแซนซัส
ปาดดด
-----------------------------

ไม่รู้จะว่าอะไรดี นอกจาก...............สมน้ำหน้าไอ้คุณบอส!!!!!!!!!!!!


แต่จริงๆแอบอยากให้เบมากอดปลอบหลามมากกว่า ToT หนูเบลจ๋ารีบมาตามหาหลามเร็วเข้า

ส่วนไอ้คุณบอส ขาดหลามแล้วจะรู้สึก ชิชิชิชิชิชิ มัวแต่ทะเลาะกับ หนุ่ม (รุ่นพ่อ) ผมเงินอยู่ เดี๋ยวหลามก็ถูกม้าคาบไปกินหรอก >[]<

รอตอนต่อไปยิ่งกว่าเดิม!!!!!!

_________________
[align=center]

"นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย"

Image
>>Happy Famiglia<<
[/align]

เปิดบล็อค http://mukkuk.exteen.com/


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]|XS| D e n u n c i |Chapter 21/Part I[p.23] |31.08.08|
PostPosted: 31 Aug 2008, 21:56 
User avatar
Joined: 07 Apr 2008, 19:17
Posts: 159
Location: ประสาทวาเรีย
พูดไม่ออก... ท่านซา...

เกลียดป๋าว้อยยยยยยยยยยยยยย!!!!

ใจจะขาดรอนๆ... สงสารฉลามเป็นที่สุด...

รอดูป๋าคลั่งล่ะคราวนี้...

(แล้ววันนี้ก็จะมีแฟนอาร์ทให้ท่านอีกแล้วล่ะนะท่านซา... รอรับๆ)

_________________
นภาทมิฬ... ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ...

พิรุณเลือด... ยอมทำทุกอย่างเพื่อสนองตัณหาเจ้าชีวิต...

"So be it...Trash..."

"You are my Inglorious sky...Xanxus..."[/center]

My blog: http://too-far.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]|XS| D e n u n c i |Chapter 21/Part I[p.23] |31.08.08|
PostPosted: 31 Aug 2008, 22:32 
User avatar
Joined: 25 Jul 2008, 19:33
Posts: 95
บอสสสสสสสสสสบร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!!!!!!! บอสทำกับหลามได้ยังง๊ายยยยยย!!!! แง๊ๆๆๆๆๆ!!


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]|XS| D e n u n c i |Chapter 21/Part I[p.23] |31.08.08|
PostPosted: 31 Aug 2008, 22:51 
User avatar
Joined: 18 Sep 2007, 18:29
Posts: 286
Location: Brioche sweetshop
ปาด ...ปาดไว้ก่อน (แค่คำ่ว่าปาดพี่นั่งรีเฟรชเป็นร้อยล้านรอบเนีายนะ TT^TT) โฮวก DS ปล่อยมาทำร้ายจิตใจคนแถวนี้!!! ป๋าก็ใจร้ายไปไหนค๊า? เข้าใจว่าหลามมันทาส แต่ทาสก็อยากมีวันได้ปลดแอกนะฟร้อย!!

โฮวก ตอนนี้ชอบบทสนทนาของหลามกับม้ามากๆ ตัดเอาฉากบรรยากาศเข้าไปแทรกได้อย่างสวยงาม =////=
...
เดี๋ยวพี่ไปตรวจรงไวยากรณืในโคลงสโนว์ไวท์ให้อีกที เหมือนมันผิดซักสองที่

ซาจังสู้ๆ!!!

_________________
Image
ย้ายบ้าน
http://cofactor.exteen.com

ผู้สนับสนุนตัวประกอบอย่างเป็นทางการ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]|XS| D e n u n c i |Chapter 21/Part I[p.23] |31.08.08|
PostPosted: 31 Aug 2008, 23:01 
User avatar
Joined: 30 Aug 2008, 15:08
Posts: 18
Location: ใต้เตียง ป๋ากะเมีย!!! ณ VARIA
ทำไมป๋าทำแบบนี้ห๊า T___________________________T"

เกลียดป๋าว่ะ ป๋าแมร่ง จะทำร้ายจิตใจหลามไปถึงไหน

ถึงจะเป็นฉลามก็มีหัวใจ ถึงจะเป็นสวะ แต่ก็รักป๋าเท่าชีวิตนะเว่ย

ฮือออออออออออออออออ ออ*

แล้วป๋าจะรู้สึก ว่าขาดหลามไปซักคนแล้วจะเป็นยังไง ฮึๆ


ระวังเหอะ ถ้าหลามไปรักดีโน่เข้าจริงๆแล้วป๋าจะรู้สึก ฮึ่ยยยย ยยย

_________________
' Non posso vivere senza di te Il mio SQUALO '

Image

Image


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 468 posts ]  Go to page Previous  1 ... 20, 21, 22, 23, 24, 25, 26 ... 32  Next


Who is online

Users browsing this forum: isisneptra and 1 guest

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: