Story: White day story: Clumsy & the Beast
Rating: NC-15
Pairing: Hibari x Tsuna
Warning:
ภาคแรกจ้ะ [font=Comic Sans MS]~Bloody Valentine with my cloud~[/font]
ออดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรุณาอ่านคำเตือนตรงนี้ก่อนนะทุกท่าน
1)นิทานตอนนี้ ไม่ควรอ่านก่อนนอน เพราะจะทำให้หัวใจบริสุทธิ์ของท่านกระตุก และอาจฝันลามกได้อย่างไม่ยากเย็น (อย่าบอกนะว่าอยากอยู่แล้ว (หัวเราะ))
2)นิทานตอนนี้ อาจลามกถึงขนาดที่เวลาคุณพ่อคุณแม่อ่านให้ลูกฟังแล้วต้องมีเซ็นเซอร์ด้วย “ตู๊ด” เป็นพักๆ .............หา? “ตู๊ด” มันลามกไป? แต่ฟิควายไม่มี “ตู๊ด” แล้วมันจะไปสนุกอะไร? เคะเคะ
3)นิทานตอนนี้ ว่าด้วยอารมณ์อันแปรปรวนของคนแต่งเนื่องจากวันแดงเดือด ดังนั้น ฟีลมันจะแตกต่างจากตอนเดิมโดยสิ้นเชิง ทำใจซะพี่น้อง
4)เชื่อเหรอว่าที่เตือนมาเป็นจริง? (หัวเราะ)
[align=center]คู่รักที่เพิ่งคบหากันน่ะ
ความจริงแล้วต้องมองโลกเป็นสีชมพูสินะ?
เข้าทำนองที่ว่า
ยามแรกรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน
ไม่ต้องเติมน้ำตาลก็ไม่ขม
แต่ว่า
ทำไมกันนะ
ความหวานที่ว่า
มันมักจะหมดไปเร็วก่อนที่เราจะทันได้เก็บมันเอาไว้ทุกที[/align]
16.52 p.m.
วันเดียวกันกับตอนที่แล้ว
“ถ้าอย่างนั้น...ผมกลับบ้านของผมล่ะนะครับรุ่นที่สิบ!” คนที่คุณก็รู้ว่าใครเอ่ยขึ้นพลางก้มหัวคำนับ หากกี่ปีผ่านไปมันก็ไม่ทำให้คนถูกทำความเคารพแบบนั้นชินได้เสียที
“อ อื้อ! เจอกันพรุ่งนี้นะโกคุเดระคุง ยามาโมโตะ” คนที่คุณก็รู้ว่าใครอีกเช่นกันเกาะประตูหน้าบ้าน พลางโบกมือหยอยๆ อำลาเพื่อนรักสองคนด้วยสีหน้าแย้มยิ้มแบบแห้งๆเช่นเคย
แหงล่ะ...ใครมันจะไปมีอารมณ์ยิ้มร่าได้ ก็วันนี้เขาดันไปรับรู้แผนการใหญ่ถึงขั้นหัวขาดแบบนั้นเข้า แถมสวรรค์ยังเข้าข้างซาวาดะ สึนะโยชิคนนี้ด้วยการถูกลากให้เข้าไปพัวพันด้วยอย่างเต็มตัว
“เฮ้อ~” ว่าที่บอสรุ่นที่สิบแห่งวองโกเล่ยืนถอนหายใจ แววตาหมดหวังในการลั่ลล้ากับวัยหนุ่มเหลือบมองไปยังกระเป๋าตนเอง
[align=center]...กระเป๋า...ที่ข้างในบรรจุบทละครแห่งหายนะเอาไว้....
บทละครของปี 1 ห้อง c ที่เขาต้องเอามาท่องให้ขึ้นใจ....[/align]
อะฮ่า! กำลังยิ้มกันล่ะสิท่านผู้อ่าน อยากรู้กันแล้วใช่ไหมล่ะว่าสึนะคนงามของพวกเรามีบทบาทเช่นไร!? ถ้าอย่างนั้นล่ะก็...เรามาดูการวางแผนของเหล่าหญิงงามเมื่อตอนบ่ายที่ผ่านมากันเลยดีกว่า!
[font=Comic Sans MS][align=center]=Chapter 2 ย่อยสลายฉากที่ 1=
นางเอกกับดินสอกด[/align][/font]
[align=center]
กฎเหล็กข้อที่หนึ่งในการรบ
เบี้ย คือหมากที่ใช้แล้วทิ้ง
แต่คิงและควีนต้องหล่อ!![/align]
‘หา!? ว่าอะไรนะ!?’ เสียงของโกคุเดระดังขึ้นทันทีที่ได้ฟังโปรเจ็คของคุณเธอทั้งหมดจบ ใบหน้าซีดเซียวราวกับคนถ่ายไม่ออก มือไม้ชะงักค้างพอๆกับปากที่หุบไม่ได้
‘เอ่อ...เอาจริงๆน่ะเหรอ?’ ยอดชายนายบื้อถามขึ้นอีกครั้ง ขนาดเขาเองก็ยังระงับเหงื่อแห่งความอึ้งไว้ไม่ไหว
ส่วนสึนะน่ะเหรอ....ตอนนี้กำลังยิ้มอยู่....ยิ้ม....เพราะสงสารจนร้องไห้ไม่ออก....
หัวหน้าห้องคนสวยพยักหน้า แววตาบ่งบอกถึงความเด็ดเดี่ยว
‘แน่นอน พวกเธอที่เป็นถึงไอด้อลประจำโรงเรียนมาอยู่ห้องพวกเราทั้งที’ รอยยิ้มหวานใสของสาววายประดับแย้ม ‘ถ้าเล่นเป็นพระ-นางคู่กันรางวัลชนะเลิศจะหนีไปไหนล่ะจ้ะ?’
อุเหม่!!!!!
เหล่ายอดหญิงนั่งจิ้นตาเยิ้ม คงมีแต่เหล่ายอดชายหลายคนที่ได้รับบทเป็นตัวประกอบและกุลีสร้างฉากนั่นแหละ ที่ต่างพากันอยากกระทืบสองคนหล่อนี่อย่างบอกไม่ถูก อยากเถียงเหลือเกินว่าทำไมไม่เป็นกรูบ้าง แต่คำว่าชะโงกหัวดูเงาตัวเอง มันค้ำคอเสียจนจุกอกคับใจ
ไม่หล่อมั่งก็แล้วไป!!
อา....ความหล่อเลือกได้ที่พบเห็นได้ยาก ดูเหมือนว่าคงมีแต่เจ้าห่วยอย่างสึนะเท่านั้นแหละที่ไร้ซึ่งความอิจฉา หากกำลังรู้สึกสงสารและปลาบปลื้มใจเป็นที่สุดที่เรื่องมันไม่มาถึงตน
(รู้สึกว่าชั่วกว่าคนอื่นเขามั้ย?)
แต่ว่า...ตอนนี้มันคงไม่ใช่เวลามายิปปี้ล่ะนะ
มโนธรรมน้อยนิดมหาศาลที่เกิดขึ้นทำให้คนหัวฟูหันไปหาเพื่อนรักหัวเงินที่ยังอ้าปากค้างไม่หาย
‘โกคุเดระคุง ไม่เป็นไรนะ’ แว่วเสียงแห่งความเป็นห่วงที่ได้ยิน ทำให้เจ้าสายลมจอมปาขี้ใส่เจ้านายรู้สึกตัว มันหันมามองสึนะน้ำตาคลอ เห็นแบบนั้นเจ้านายน้อยก็ยิ้มให้กำลังใจ ‘นายซะอย่าง เป็นนางเอกแค่นี้....ทำได้อยู่แล้วล่ะนะ!’
คำให้กำลังใจราวกับซ้ำเติม(?)ที่ได้ยินทำให้คนบ้าเจ้านายรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด! ....รุ่นที่สิบมั่นใจในตัวเรา....รุ่นที่สิบบอกว่าเป็นเราถึงทำได้!
ให้ตายสิ!!
[align=center]นางเอก!!!!![/align]
‘ผม...ผมจะพยายามครับ!’ คนคลั่งเจ้านายขนาดไม่อายกระโปรงและบราเซียที่ต้องใส่เสริมนมตอบรับแข็งขัน
ด้านไอ้หนูเบสบอลที่ได้ยินเช่นกันก็หัวเราะร่า
‘ก็นะ ไหนๆก็ไหนแล้วนี่นา ฮะฮะ’ จะปานางเอกให้เต็มที่เลย! พระเอกที่เริ่มเห็นนางเอกเป็นลูกเบสบอลตอบตาเป็นประกาย
[align=center]บางทีงานนี้อาจมีโฮมรัน[/align]
เหล่าบรรดานักเรียนหญิงที่ต่างเห็นแววว่าจะได้ยลของดีเป็นแน่แท้ ปลาบปลื้มใจเป็นทิวแถว หัวหน้าห้องเองก็ยิ้มอย่างพึงใจ สายตาคมของสาวแว่นเช่นหล่อน เสมองไปยังเจ้าห่วยประจำห้องอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าห่วยตัวเล็กนี่มีประโยชน์มากมายเยี่ยงนี้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาประทับใจ!
[align=center]เพราะว่า
กฎเหล็กข้อที่สองในการรบ
อยากจะชนะในศึกสงคราม
ความคาดไม่ถึงคือจุดไคลแมกซ์!![/align]
‘ต้องให้มันได้อย่างนี้เซ่!!’ เสียงของโกคุเดระดังขึ้นอีกครั้งหลังจากอ่านบทละครจบภายใน 1 นาที ตอนนี้อารมณ์หดหู่หายลับไปกับบทของตนที่เพิ่งได้อ่าน!!
‘เอ~ แบบนี้ก็เหมือนกับเป็นตัวฉันเองเลยนะเนี่ย’ ว่าที่พระเอกส่งเสียงอย่างถูกใจไม่แพ้กัน เขารู้ดีว่าตัวเองแสดงละครไม่เก่ง หวั่นอยู่ว่าบทพระเอกที่ต้องแสดงจะเป็นยังไง แต่ถ้าเป็นอย่างที่เขียนนี่ก็โอเคนะ! ก็มันเหมือนตัวเขาจริงๆเลยนี่นา~ ฮะ ฮะ
‘......ร เหรอ...’ คราวนี้คงมีแต่สึนะเท่านั้นแหละที่หน้าซีด สุดยอดลางสังหรณ์กำลังกู่ร้องโวยวายถึงความอันตรายของเหล่าเพื่อนผู้หญิงในห้องนี้....
ไม่น่าเชื่อเลย....
ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกเธอจะทำได้.....
‘เห็นมั้ยล่ะ ละครเวทีเรื่อง Bitchy & The Beast ฉบับห้อง 1-c ของพวกเราน่ะจะต้องเป็นที่น่าสนใจแน่!’ หัวหน้าห้อง หรือเจ้าของนามปากกา
[ Yกันให้หวั่นไหว] ผู้ประพันธ์บทละครชั้นยอดยิ้มอย่างดีใจ
สึนะรู้สึกเหมือนเห็นนรกรำไรอย่างไรก็ไม่ทราบ.... เข้าใจอยู่หรอกว่าความแปลกใหม่เป็นไอเดียที่แจ่ม แต่ไอ้เรื่องที่เพื่อนรักของเขาต้องแสดงนี่มัน....
นัยน์ตากลมเหลือบมองบทละครในมือ เริ่มเปิดอ่านอย่างละเอียดอีกครั้ง
1)ว่ากันด้วยบทนางเอก เธอชื่อ
บิช (Bitch) เอ่อ...แค่ชื่อก็รู้แล้วใช่ไหมว่านังคนนี้มันจะเลวร้ายขนาดไหน ในบทก็คือเป็นลูกสาวของเศรษฐีเคยรวยคนหนึ่ง(พูดง่ายๆคือจน) บิชเป็นสาวงามที่ฉลาดเฉลียว ไม่ต้องอ่านก็รู้มันไปทุกเรื่อง เกลียดตัวผู้เป็นที่สุด ชอบสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เล่นดินปืน ไม่ชอบคนจ้องหน้า ไม่ถูกใจหน้าไหนไม่พ้นแม่ด่ายับ ความสามารถพิเศษคือสามารถตบ เตะคนและขว้างไดนาไมต์ได้ในเวลาเดียวกัน....
และสึนะก็ไม่เข้าใจว่าทำไมโกคุเดระถึงได้ดีใจนักกับบทนี้....
เอาเป็นว่าทิ้งความสงสัยไว้ก่อน มาพิจารณากับ
2)ว่ากันด้วยบทพระเอก เขาไม่มีชื่อ เขาเป็นเจ้าชายผู้น่าสงสาร เพราะเนื่องมาจากวันหนึ่งเจ้าชายนิรนามคนนี้ทำโฮมรันจนทำให้กระจกวิเศษของแม่มดแตก แม่มดเลยโกรธมากเพราะไม่มีใครชมว่าตัวเองงามที่สุดในปฐพี เลยสาปส่งให้กลายเป็นอสูรคลั่งเบสบอล นับจากนั้นมาเขาเลยถูกเรียกว่า Beast Ball แต่มันยาวไปคนแต่งเลยย่อเป็น The Beast เอ่อ....อืม =v=;;;
ด้านนิสัย เขาคืออสูรที่ใจดี รูปไม่หล่อ ยิ้มง่าย และกำลังรอวันที่จะหลุดพ้นจากคำสาป ได้กลายเป็นร่างมนุษย์เพื่อไปสานฝันต่อในโคชิเอ็ง....
'..............................'
ยิ่งอ่านสึนะก็ยิ่งไม่เข้าใจเลยว่าเรื่องนี้มันจะรอดไปจนจบได้ยังไง!
ขนาดแค่บทตัวเอกสองตัว (แถมยังเป็นแค่หน้าแนะนำตัวละคร)
ยังฉิบฉ่อยได้ขนาดนี้!!!
อา....คิดแล้วมือเล็กที่จับบทละครเป็นเล่มอยู่นั่นก็สั่นระริก ไม่กล้าสุดๆที่จะพลิกอ่านไปยังเริ่มต้นเรื่อง.... ยิ่งเห็นจั่วหัวว่า NC อะไรบางอย่างด้วยแล้วยิ่งทำให้สงสัย..... จำได้ว่าเคยเห็น NC นี่ที่ไหนสักแห่งแต่จำไม่ได้ว่ามันคืออะไร
[align=center]แล้วในที่สุดคำตอบนั้นก็ดังขึ้น[/align]
‘เดี๋ยวสิพวกเธอ ไอ้ที่ว่า
เล่นจริงจูบจริง นี่มันอะไรกันน่ะ!?’ คนเป็นนางเอกโวยวายขึ้นทันที ดูเหมือนว่ามันเพิ่งจะสังเกตเห็น NC ที่คุณหัวหน้าพยายามเขียนให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้จนได้
เจ้าของบทละคร NC เลยหันไปหาจีจ้า เอ๊ย โกคุเดระ และเริ่มอธิบาย
'แหม ก็แค่แผนโฆษณาโปรโมทเรื่อง' ว่าแล้วก็ประสานมืออย่างเรียบร้อย 'ไม่ต้องห่วงไปหรอกนะจ้ะ'
[align=center]แผน!?[/align]
'เอ๋~~~~~!?' คนเป็นพระเอกส่งเสียงอุทานตาโต
'แบบนั้นก็เข้าข่ายหลอกลวงคนดูไม่ใช่เหรอ?'
[align=center]=_=
=_=^[/align]
จากอีโมหน้านางเอกด้านบน คงไม่ต้องถามว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น คำถามพาซื่อถูกตอบแทนด้วยไซด์ก้อยของคุณบิช(นามสมมติ) ตัวแทนผู้บริโภคที่เทคตัวหลบไม่ทันโดนถีบจนกลิ้ง ห้องทั้งห้องเริ่มอลหม่านกับการตบตีกันของว่าที่คู่รัก หลายฝ่ายเริ่มเข้าไปทำการห้าม แต่ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นกันชนเท้าให้คนปากเบาไปเสียมากกว่า
สึนะนั่งมองความวุ่นวายข้างหน้าอย่างรู้สึกปลิดปลง บางทียามาโมโตะอาจจะแค่หวังดี....ใช่....แค่หวังดีกับคนดูสินะ....นายไม่ได้คิดอกุศลกับโกคุเดระคุงใช่มั้ย!? ว่าแล้วก็พยายามตั้งสมาธิเต็มที่เมื่อภาพ ‘เพื่อนกรูรักเมิงว่ะ’ ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าชมรมเบสบอลนั่นผุดขึ้นมาอีกรอบ....
[align=center]วายวันละนิดจิตแจ่มใส...
แต่ชายไม่ไฉไลไปด้วยนะเออ
TAT[/align]
หากก่อนที่เรียกอดีตมากไปกว่านี้ เสียงกระซิบหลอนก็ดังข้างหูให้สะดุ้ง
'ไม่คิดจะห้ามมั่งเหรอ ซาวาดะ?'
'ห หา?' สึนะหันไปมองหัวหน้าห้องคนถาม เมื่อเห็นหล่อนพยักเพยิดไปยังความวุ่นวายด้านหน้าก็เอ่ยตอบด้วยเสียงตะกุกตะกัก 'เอ่อ สองนั่นเป็นแบบนี้ประจำน่ะ เดี๋ยวก็เลิกตีกันเองแหละ' เหงื่อเริ่มผุดเมื่อเห็นรอยยิ้มน่าสงสัย
คนยิ้มอย่างมีความหมายประหลาดมองหน้าของเจ้าห่วยประจำห้องนิ่ง จากนั้นความคิดโลดแล่นบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในหัว
[align=center]
กฎเหล็กข้อที่สามในการรบ
จะทะลวงศัตรูให้ป่นปี้
เบี้ยเองก็สำคัญ!![/align]
'ซาวาดะ' แม่ทัพล้มล้างคณะกรรมการรักษาระเบียบแห่งห้อง 1-c เอ่ยขึ้นพลางขยับตัวนั่งใกล้เจ้าเบี้ยหัวฟู
'อะไร? สึนะตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ อันที่จริง...ต้องเรียกว่าพยายามไม่ใส่ใจ ยัยคนนี้....คิดจะทำอะไรเนี่ย!?
'นายลองพูดตามที่ฉันพูดหน่อยสิ' โดยไม่สนใจเครื่องหมายคำถามบนหน้าของอีกฝ่าย หล่อนก็เริ่มการทดสอบ
'[ไอ้บ้า]'
'หา!?' คนถูกสั่งส่งเสียงอุทาน ไม่บอกว่าให้พูดตามนึกว่าด่านะนั่น! ทว่าสายตาที่ทำท่าว่าจะยิงบีมใส่ตนแบบนั้นก็ทำให้ขัดไม่ได้ พ...พูดก็พูดสิ!
(อย่าขู่งิ) '...เอ่อ...ไอ้บร้า~'
ทำไมต้องมีควบกล้ำ!? หัวหน้าห้องส่ายหัวกับความบัดซบของภาษา
'พูดให้มันมีอารมณ์กว่านี้หน่อยสิ!' หากสีหน้างงงันของเบี้ยตัวเล็กด้านหน้าก็ทำให้ต้องอธิบายเพิ่ม 'เอาเป็นว่าตอนนี้นายกำลังโกรธฉันอยู่มากๆ เพราะงั้นก็พูดคำนี้ใส่หน้าฉันซะ'
'หา? จะดีเหรอ?' ทูน่าถามอย่างงุนงง
'ฉันไม่โกรธหรอกน่า' หล่อนตอบพลางพยักหน้า ชี้ดินสอกดคู่ใจไปยังปลามีขาเป็นสัญญาณให้เริ่มต้น
เห็นแบบนั้นคนได้รับคำอนุญาตเหงื่อตก
[align=center]
แม่สอนว่า
ด่าผู้หญิงไม่ดี
=_=a
แต่ด่ายัยนี่
บางทีคงสะใจ
^_^b
เพราะงั้น
ยัยบ้า!!!!!!!!!!
อ๊า
อ๊า
อ๊า[/align]
>>เหมือนจะยาว