Login |  Register




Post new topic Reply to topic  [ 1 post ] 
Author Message
 Post subject: (FIC) Black Magia of Notturno (27X) Chapter 1
PostPosted: 07 Mar 2008, 19:29 
Joined: 09 Jan 2008, 18:51
Posts: 112
Title: Black Magia of Notturno (Black Magic of the Night)
By: Ladymamalade
Pairing:??/X
Rate: NC
Type: AU
Summary: ท้องฟ้ายามค่ำคืนมักซ้อนเร้นความเป็นจริงหลายอย่างเอาไว้ใต้ผืนม่านแห่งความมืด แล้วหากเป็นบุคคลที่ถูกเปรียบเสมือนท้องฟ้าที่มืดมิดละ จะซ่อนเร้นสิ่งใดไว้ใต้หน้ากากลวงหลอกที่มักสวมใส่เสมอ จะซุกซ่อนความรู้สึกแบบไหนเอาไว้ คุณมิเคยสงสัยหรือ ท้องฟ้ายามราตรีผู้ถูกกล่าวขวัญว่าไร้หัวใจ ทอดมองทุกสิ่งที่ตนปกคลุมโดยมิเคยสนใจความรู้สึกใดๆ แท้จริงแล้วภายใต้ความมืดมนนั้นมีประกายแสงอยู่จริงหรือไม่

Warning: เล่เคารพสิทธิ์ของผู้อ่านค่ะ หากท่านผู้สนใจก็ขอเชิญร่วมสนุก แต่หากไม่ก็ไม่ขอขัดศรัทราค่ะ ตามแต่ท่านผู้อ่านต้องการเถอะค่ะ การตัดสินใจเป็นของคุณ ทุกคนมีมุมมองที่ต่างกันค่ะ

Intro

แปะ แปะ แปะ แปะ

เสียงปรบมือดังกังวานไปทั่วห้องโถงใหญ่ ผู้ชมต่างลุกขึ้นยิ้มแย้มอย่างประทับใจในบทดนตรีที่ถูกขับขานหลายชั่วโมงจวบจนวินาทีนี้ แสงสปอตไลท์ที่สาดส่องลงมายังร่างที่โค้งตัวอย่างสง่างามบนเวทีท่อประกายงดงามราวกับแสงดาว เสียงปรบมือยังคงอยู่แม้ม่านสีรัตติกาลจะตกลงมาปกคลุมผู้บรรเลงเพลงจนหายไปจากสายตาหลายร้อยคู่ที่จ้องมองมาแล้วก็ตามที

“ชิชิชิ ไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้นเลยนะ บอส” ร่างสูงโปรงเจ้าของเรือนผมสีทองที่ปกคลุมแม้กระทั่งดวงตาเอ่ยขึ้นถามหัวหน้าของตนที่ยืนสังเกตการณ์ข้างๆตัว

“ก็เบื้องบนมันสั่งให้มาดู แล้วฉันจะตรัสรู้ได้ไงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น” ผู้ถูกเอ่ยถามตอบเสียงห้วนตามนิสัยแม้จะพยายามปรับเสียงให้เบาลงแล้วแต่ผู้ชมที่นั่งเบื้องหน้าตนก็ยังคงหันกลับมามองอย่างตกใจแม้ทุกสายตาที่มองมาจะต้องหันกลับทันทีที่เห็นร่างสูงผมดำตวัดตาคู่คมจ้องกลับอย่างหงุดหงิด

“ชิชิชิ บอสเสียงดังเกินไปแล้วนะ แล้วนี่เราต้องมายืนด้อมๆมองๆตรงประตูทางเข้าอีกนานแค่ไหนเนี่ย” ชายหนุ่มนาม เบล ถามบอสบ้าเลือดนัยต์ตาสีแดงของตน

“หนวกหู เบล แกจะถามไอ้เรื่องที่ฉันไม่รู้ไปถึงเมื่อไรวะ” แซนซัสตอบกลับพลางกระชากเนกไทของตัวเองลงแล้วปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตใต้สูทดำสนิทออกอย่างรำคาญ

“ชิชิชิ แล้วบอสรู้อะไรบ้างละ เจ้าชายถามอะไรบอสก็เอาแต่บอกว่าไม่รู้ๆ” ผู้เรียกตนว่าเจ้าชายถูกเยียบเท้าอย่างแรงเมื่อสิ้นประโยค นัยต์ตาที่ถูกผมทองอร่ามช้อนขึ้นมองผู้กระทำตนอย่างขบขันแม้เจ้าตัวจะนั่งย่องๆกุมเท้าตัวเองก็ตาม

“ฉันรู้มากกว่าแกแล้วกัน ฉันรู้ว่าพวกเราถูกตาแก่เบื้องบนสั่งให้มางานแสดงดนตรีบ้าๆเพราะไอ้นักเปียโนหัวเงินที่นั่งดีดเพลงฟังไม่รู้เรื่องเมื่อกี้โดนขู่ฆ่าจากฆาตกรสติไม่ดีที่กำลังเป็นข่าวอยู่ตอนนี้ พอใจแกหรือยัง”

“ชิชิชิ แล้วตกลงเรามาทำอะไรที่นี้เนี่ย”

โป้ก!!!!

“โอ้ยยย เจ้าชายเจ็บนะบอส” ผู้ถูกตบกะโหลกร้องยอแยราวกับเด็กห้าขวบชวนให้ผู้ลงมืออยากจะเขกหัวมันอีกซะครั้ง

“แกโง่หรือเปล่าวะ! เรามาก็มาช่วยให้ไอ้งั่งหัวเงินนั้นให้รอดแล้วก็เก็บไอ้คนที่จะฆ่ามันไงเล่า!! ฉันละสงสัยจริงว่าแกมาเป็นวอริเออร์แล้วยังรอดอยู่ได้ยังไง” แม้จะกล่าวว่าเช่นนั้นแต่แซนซัสก็รู้ถึงฝีมือของไอ้คนปัญญาอ่อนข้างๆตัวดี

หน่วยวอริเออร์เรียกได้ว่าเป็นอาวุธสุดท้ายของกรมตำรวจเลยก็ว่าได้ แม้หน่วยนี้จะมีความรุนแรงสูงและควบคุมยากแต่ก็จัดได้ว่าเป็นตำรวจชั้นยอดที่ทำงานโหดหินต่างๆนาๆได้อย่างดีเยี่ยม หน่วยงานที่มีจำนวนคนน้อยแต่มีฝีมือยอดเยี่ยม หน่วยงานนี้เป็นที่รู้จักในนามนักฆ่าแห่งกรมตำรวจ

หัวหน้าหน่วยตอนนี้กำลังเฝ้ามองดูเวทีที่ถูกปกคลุมด้วยม่านดำไม่วางตา ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่ากลิ่นแห่งความตายกำลังเคลือบคลานเข้ามา บางอย่างในตัวที่ถูกเรียกว่า “สุดยอดลางสังหรณ์” กำลังร่ำร้อง ด้วยความสามารถนี้ทำให้เขาต้องเข้ามาพัวพันในโลกคาวเลือดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ความสามรถที่เขาชิงชังยิ่งกว่าสิ่งใด

“บอส บอส” เบลเรียกคนที่สติคนที่กำลังเหม่ออยู่ให้กลับมา ผู้ชมในห้องจัดแสดงได้ถยอย กลับไปหมดแล้ว คนในหน่วยที่มาปฏิบัตรหน่าที่แล้วคอยสังเกตการณีในจุดอื่นๆก็กลับออกไปหมดแล้ว ทั้งห้องโถงใหญ่เหลือเพียงเขากับบอสสองคนเท่านั้น

“บอส กลับกันเถอะ ไอ้คนสติไม่ดีที่ว่าคงไม่มาแล้วละ เจ้าชายง่วงนอนแล้วด้วย”ว่าพลางเปิดประตูออกแล้วก้าวเดินออกไป แซนซัสที่กำลังจะเดินตามออกไปเหลือบมองเวทีนั้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเบือนสายตาออกแล้วก้าวขาออกจากห้องแต่ยังไม่ทันจะได้ปิดประตู

พรึ่บ

ห้องที่เคยมีแสงไฟสาดส่องสว่างไสวไปทั่วกลับถูกความมืดเข้าครอบคลุมในพริบตา ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยบาดแผลเป็นทั้งกายผลักประตูบานที่กำลังจะปิดลงออกอย่างแรงแล้ววิ่งฝ่าเข้าไปในห้องมืดอย่างไม่เกรงกลัวพลางชักปืนคู่ใจออกมาแล้วมุ่งไปยังเวทีแสดงทันที

กลิ่นความตายอยู่หลังม่านนั้น

“บอสไปคนเดียวไม่ได้นะ! บอส!! บอส!!” เสียงเรียกของลูกน้องที่ดังขึ้นไม่ได้เล็ดลอดเข้ามาในหูเลยแม้แต่น้อย

ในตอนนั้นเขาไม่เคยคาดคิดว่า หลังม่านนั้นซ่อนเร้นอะไรบางอย่างที่จะแปรเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล

.:.:.:.:.:.:.:.:.:.

Chapter 1: The Beginning of the Unknown Destiny

สิ่งแรกที่แซนซัสเห็นทำให้เขาต้องสบถด่าตัวเองที่ไม่ยอมเดินเข้ามาดูบนเวทีตั้งแต่แรก ความตายเป็นสิ่งที่เขาเรียนรู้จากชีวิตตนว่าไม่ควรใส่ใจแต่ความตายจะน่าใส่ใจอย่างมากเมื่อมันเกิดขึ้นทั้งๆที่เขามีหน้าที่ยั้บยังมัน!

“อา” เสียงครางอย่างเจ็บปวดดังลอดออกมาจากริมฝีปากบางของนักเปียโนเจ้าของเรือนผมเงินนาม โกคุเทระ ฮายาโตะ ที่ยืนอยู่ได้เพราะอ้อมแขนของเจ้าของมือที่ค้างคาอยู่ในท้องของเขาช่วยประคองไว้ ทั้งกายขาวซีดอาบเลือดจากริมฝีปากและบาดแผลสาหัสที่หน้าท้อง สติใกล้หลุดลอยทันที เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกทำร้ายตั่งแต่เมื่อไร!

“ชีวิตที่หอมหวานของนาย ฉันจะรับเอาไว้เอง โกคุเทระ ฮายาโตะ” ผู้ลงมือกล่าวกระซิบข้างหูก่อนที่จะกระชากมือที่ค้างอยู่ในท้องของคนในอ้อมกอดออกทันที!

“เอือก!!” โกคุเทระร้องอย่างเจ็บปวด ร่างของเขาเอนไปด้านหลัง นัยต์ที่ใกล้ปิดสนิทมองเห็นใบหน้าของคนร้ายอย่างเลือนลาง แม้โดยรอบจะถูกปกคลุมด้วยความมืดแต่ก็ยังสามารถเห็นดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่จ้องมองเขาอย่างสุขสมได้ ริมฝีปากที่ทาบทับลงมาคือสิ่งสุดท้ายที่เขารับรู้ได้ก่อนจะหมดสติไป

ลิ้นร้อนถอนออกมาจากโพรงปากหวานช่ำก่อนจะบอกเหยื่อของเขาที่สิ้นสติอย่างแผ่วเบาคล้ายเสียงกระซิบบอกราตรีสวัสดิ์

“หลับอย่างเป็นสุขเถอะ แล้วก็ขอให้จดจำไว้ว่าคนที่มอบความตายที่สวยงามให้นายคือวองโกเล่รุ่นที่สิบคนนี้” สิ้นเสียงบุรุษปริศนาก็วางร่างบางเปื้อนเลือดลงบนพื้นอย่างถนุถนอมก่อนจะลุกขึ้นแล้วหันไปซบตากับผู้มาเยือนที่เล็งปากกระบอกปืนมายังเขาด้วยสายตาเคียดแค้นจากระยะห่างหลายเมตร

“นายมีธุระอะไรกับฉันหรือ” ถามพลางยกยิ้มอย่างอ่อนโยนทั้งๆที่รู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายดี

“ฉันมาเพื่อฆ่าแก” คนที่เพิ่งมาถึงตอบ ตัวเขาหอบหายใจเล็กน้อยเพราะวิ่งมาเป็นระยะทางที่ไกลพอสมควร หมอนี่คงเป็นฆาตกรเป้าหมายของเขาสินะ วองโกเล่รุ่นสิบผู้สืบทอดศาสตร์ว่าด้วยความงดงามของความตาย ผู้สืบทอดความอำมหิตวิปริตของฆาตกรที่โด่งดังนาม วองโกเล่ ที่คงอยู่มานานหลายชั่วอายุคน ผู้สืบทอดคนที่สิบของนามน่าสะพรึงกลัวที่กำลังจะหายไปตลอดกาลด้วยน้ำมือเขาในวันนี้

“อย่างงั้นหรือ แล้วคิดว่าจะทำได้จริงๆน่ะนะ” วองโกเล่คนนั้นเดินเข้ามาใกล้อย่างไม่เกรงกลัวและท้าทายซึ่งในสายตาของคนมองดูแล้วน่าหมั่นไส้สุดจะทน แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องยั้งสติไม่ให้พุ่งไปจัดการเป้าหมายคือดวงตาสีอ่อนของหมอนั้น สายตาที่นิ่งเฉยขัดแย้งกับรอยยิ้ม สายตาที่ซุกซ่อนความกระหายเลือดไว้ไม่มิดที่แม้ในเงามืดก็ยังแลเห็นได้อย่างชัดเจน

“อะไรทำให้แกคิดว่าฉันจะทำไม่ได้ละ หา ไอ้สวะ” แม้จะพูดตอบโต้ไปเช่นนั้นแต่เขาก็รู้อยู่เต็มอกว่าเสียเปรียบอยู่ อย่างแรก ลางสังหรณ์ของเขาบอกว่าไอ้หัวเงินที่กองอยู่บนพื้นยังไม่ตายซึ่งหมายความว่าเขาจะต้องรีบพามันไปโรงพยาบาลและคอยคุ้มครองมันไม่ให้หมดลมกลางทางซึ่งจะทำให้เขาลงมือได้ไม่เต็มที่ อย่างที่สอง ทัศนวิสัยของเขาค่อนข้างจะแย่เพราะสายตายังไม่ชินกับความมืดหรืออย่างน้อยๆก็ยังไม่ชินเท่าคนตรงหน้า เพียงเท่านี้ก็พอจะเดาผลรับของการปะทะกันครั้งนี้ได้แล้วแต่คนอย่างเข้าไม่คิดจะถอยหรอกนะ นานๆทีจะได้เจอเหยื่อที่คุ้มค่าแก่การฆ่าเสียที

“ปากร้าย” อีกฝ่ายที่สวมสูทสีกลืนกับห้องในยามนี้เอ่ยเบาๆก่อนจะหัวเราะเล็กน้อย “แบบที่ถูกใจฉันเลย”เขาหยุดเดินก่อนจะเบือนสายตาไปมองด้านหลังตนที่พึ่งวางเหยื่อของเขาในคืนนี้ไว้

“หืม ยังไม่ตายหรอกเหรอ”

ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นแซนซัสก็รีบพุ่งไปขวางระหว่างไอ้นักเปียโนหัวเงินกับไอ้ฆาตกร เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่าไอ้คนที่นอนจมกองเลือดยังมีลมหายใจได้อย่างไร เรื่องนี้สำคัญมากๆเพราะอาจเป็นไปได้อย่างสูงที่คนตรงหน้าจะมีสิ่งนั้นเหมือนกับเขา แม้จะยังยืนยันไม่ได้แต่เขาก็ค่อนข้างมั่นใจว่าคนที่เผชิญหน้าอยู่ตอนนี้มี สุดยอดลางสังหรณ์ เหมือนกับเขา

“นายรู้ด้วยหรือว่าเหยื่อผู้งดงามคนนั้นยังไม่ตาย น่าสนใจดี”

ปัง ปัง

เจ้าของเนตรสีทับทิมเลือดลงมือยิงปืนใส่เป้าหมายทันที เขารู้อยู่หรอกว่าไม่โดนจุดสำคัญแน่ๆแต่อย่างน้อยคงพอสร้างอาการบาดเจ็บมากพอที่จะถ่วงเวลา เวลาให้ผู้ร่วมงานของเขามารับร่างที่เจียนตายนี้ออกไปเพื่อที่เขาจะได้เล่นสนุกได้อย่างเต็มที่

“แม่นดีเหมือนกันนะ คุณตำรวจ” เสียงนั้นยังดังมาจากที่เดิมบ่งบอกชัดเจนว่าฝ่ายนั้นแทบไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่นิดเดียว

“อย่ามาขวางศิลปะฆาตกรรมของฉันดีกว่า หลังจากนั้นฉันจะเล่นเป็นเพื่อนนายเอง” ผู้ถูกจู่โจมก้าวเท้าเข้ามาใกล้อย่างใจเย็น แซนซัสขยับเท้าไปด้านหลังเล็กน้อยเพื่อเตรียมรับมือ

“ที่จริงทำยังงั้นก็ไม่เลวนักหรอก แต่พอดีฉันจะปล่อยให้ไอ้หัวเงินนี่ตายไม่ได้วะ” มือสากกำปืนแน่น

“นายเรียกเขาอย่างนั้นเพราะไม่รู้ถึงความงามของเขาน่ะสิ” น้ำเสียงนิ่งติดไม่พอใจเล็กน้อยถูกตอบกลับแต่ก่อนจะได้สนธยานความงามให้คนเลือดร้อนได้ฟังก็ถูกขัดขึ้นเสียก่อน

“วองโกเล่เล่นงานเฉพาะผู้หญิงสวยๆไม่ใช่เรอะไง” ร่างสูงผมดำถามขึ้นอย่างแปลกใจ เรื่องของวองโกเล่เขาพอจะรู้อยู่บ้างเพราะถูกบอกเล่ามาตั้งแต่เด็ก

“นั้นมันนานมากแล้ว ฉันไม่สนใจผู้หญิงหรอก มันไม่งดงามเท่าคนที่ฉันหมายตาอย่างคนด้านหลังนายไง”

“ผู้หญิงสวยไม่งงไม่งามอะไรของแกวะ พูดจาไม่รู้เรื่อง” ผู้หญิงสวยก็คือผู้หญิงงาม ไอ้หมอ
นี่พูดอะไรของมัน

“ฉันหมายความว่า ความตายของผู้หญิงเหล่านั้นไม่งดงามเท่าต่างหากละ ว่าแต่เราคุยกันมานานแล้วนะ” ว่าแล้วถุงมือที่สวมใส่อยู่ก็ถูกกระชับให้ถนัดมือยิ่งขึ้น

“นั้นสิ ถึงเวลาตายของแกซะที” แซนซัสยกปากกระบอกปืนทั้งสองขึ้นเล็งคนตรงหน้าอีกครั้ง น่าเสียดายที่จะไม่ได้เห็นใบหน้าของมันตอนเป็นๆแต่ก็ช่างเถอะ

“มืดๆแบบนี้ฉันก็อดเห็นหน้านายตอนยังมีชีวิตอยู่น่ะสิ ถ้างั้น…” คำพูดตรงใจเอ่ยขึ้นก่อนที่เสียงดีดนิ้วเบาๆจะดังขึ้น ไฟทุกดวงในห้องสว่างขึ้นอีกครั้งราวกับเวทมนตร์

“โอ้ยย” ชายหนุ่มร่างสูงยกแขนปิดตาทันทีเพราะแสงสว่างที่เจิดจ้าขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าสายตาจะรับไว้

โครม

ร่างใหญ่ถูกกระแทกจนปลิวไปกระทบกับเสาตนหนาบนเวที ผู้บาดเจ็บสำลักเลือดออกมาเล็กน้อยเพราะแรงกระเทือนของแผ่นหลัง แต่ร่างสูงก็ต้องลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าร่างเงาของศัตรูมุ่งไปยังทิศทางที่นักเปียโนหนุ่มนอนอยู่ มือหนาหันปืนในมือไปยังร่างๆนั้นทันทีแต่มิอาจยิงได้เพราะอีกคนอาจโดนลูกหลง ให้ตายสิ ไอ้หัวเงินทรงประหลาดนั้นแกะกะชะมัด

ฉึก

วองโกเล่รุ่นที่สิบหยุดเคลื่อนไหวแล้วหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้าของมีดที่เฉียดหัวไหล่ของเขาไปเล็กน้อย ร่างสูงผมทองผู้ฉีกยิ้มกว้างเดินเข้ามาข้างๆร่างที่เพิ่งลุกขึ้นพร้อมมีดแบบเดียวกันในมือนับสิบแต่นั้นกลับไม่ได้น่าสนใจในสายตาของเขา

สิ่งที่สะท้อนบนดวงตาสีอ่อนของเขาคือร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีดำสนิท นัยต์ตาสีทับทิมที่แข็งกร้าวแล้วท่อประกายคั่งแค้นช่างงดงามนัก เรือนร่างสูงใหญ่ที่แท้จริงกลับเพรียวบางได้รูปแถมยังมีความสามารถสูงเมื่อเทียบกับพวกตำรวจทั่วไปมากเสียด้วย น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ กริยาดื้อรั้นนั้นดึงดูดเขาอย่างประหลาดแต่ก่อนจะได้ทันคิดอะไรเขาก็รับรู้ถึงการมาถึงกลุ่มคนไม่พึงประสงค์ ดูท่าทางคืนนี้คงต้องจบลงเพียงแค่นี้

“ฉันฝากชีวิตของโกคุเทระ ฮายาโตะไว้กับพวกนายก่อนแล้วกัน แต่ดูแลให้ดีๆละเพราะฉันจะกลับมาทวงคืนพร้อมอย่างอื่นแน่ เอาละ ได้เวลาบอกลากันเสียที ราตรีสวัสดิ์นะครับ สุภาพบุรุษทุกท่าน” สิ้นเสียงกล่าวลาอย่างไม่จริงใจเปลวเพลิงก็ลุกท่วมร่างกายของวองโกเล่ ผู้เฝ้ามองจับจ้องร่างที่หายไปพร้อมกับเปลวไฟอย่างตื่นตกใจก่อนที่คนเป็นหัวหน้าจะได้สติรีบสั่งการเหล่าลูกน้องที่มาช้าให้พาร่างที่ใกล้ไร้ลมหายใจไปยังโรงพยาบาลทันที

“เฮ้ย แกเป็นไงบ้างวะ แซนซัส” เจ้าของเรือนผมสีเงินยาววิ่งเข้ามาดูอาการหัวหน้าของตน

“แค่นี้ไม่ตายหรอก ไอ้สวะสคอลโล่” คนถูกถามตอบอีกฝ่ายอย่างไม่รักษาน้ำใจแต่คนได้คำตอบมิได้กล่าวว่าสิ่งใดเนื่องด้วยความเคยชินกับปากคอเราะร้าย

“เออๆ ไม่ตายก็ดีแล้ว ว่าแต่หลังจากนี้จะเอายังไง”สคอล

_________________
Imagination doesn't limit within the Sky

Image


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 1 post ] 


Who is online

Users browsing this forum: katebuster, Little Memory, soda and 4 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: