Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 1 post ] 
Author Message
 Post subject: [AUFic] La maledizione della Vongola [Prologue] : 9-3-08
PostPosted: 09 Mar 2008, 11:53 
User avatar
Joined: 26 Nov 2007, 19:56
Posts: 154
Location: เสื้อกักคุรันของท่านฮิบาริ
Title : Arrivederci - 二人の約束 -
Pairing : N/A (เอาเป็นว่ามี 3 คู่.. (ใครได้ฟังที่แง้มๆไปคงรู้หมดไส้หมดพุงแล้ว..))
Rating : PG-13 (อ่า.. มีแววเกิน แปะไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน)
Talk : โผล่หัวมาอีกเรื่องแล้วค่ะ (เนื่องด้วยเพราะมี๊เมจิ้มชนัก ฮา..) ยอมรับว่า เผา..มาก...... ขอโทษค่ะ.. โฮวว ก็ลงฉลองสอบโอ้กับเอ้หน่อยเสร็จนี่นะ.. (เกิดมาไม่เคยเผาฟิคขนาดนี้ เหอๆ) สารภาพว่า.. ตอนแรกแต่งไม่ออกสุดๆ (มันรั่วออกอย่างเดียวเลย ฮาา) ... หลังๆก็ยังแต่งไม่ออก.. แต่เพื่อแม่สามี โฮววว (ได้มีรีไรท์แน่เค่อะ)
แนวเรื่องนี้บางคนอาจจะไม่ชอบอ่านนัก.. ยังไงก็ น้อมรับทุกคำติชมว่ากล่าวค่ะ ขอความกรุณาด้วยค่ะ.. // ก้มหัว
ขอฝากเรื่องนี้ด้วยค่ะ = =\
(จะว่าไปมันมีชื่อไทยไหมหนอ?.. เรียกซะขำ.. คำสาปราชวงศ์วองโกเล่ =[]=")

หมายเหตุ : มีการเปลี่ยนอารมณ์ในเรื่องเหมือนโค้งหักศอก ใครเมารถง่ายไม่ควรอ่าน.. ใครรับเลือดไม่ค่อยได้ก็อย่าจิ้นตามมากนะเคอะ (หลังๆคงหนักกว่านี้?)
อย่าเเพิ่งงงว่าเรื่องนี้จะเอาอารมณ์ไหน.. เพราะมันปนกันหมดค่ะ ทั้งดาร์ก รั่ว ใส (แอบ)เรท.. ที่สำคัญอย่าพยายามหาแก่นสารหรือความยาวในเรื่องค่ะ..

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Fan Fiction Katekyo Hitman Reborn!

La maledizione della Vongola


Prologue : La preludio della morte

...
คีตาที่ขับขาน.. จางแผ่ว
เสียงสายฝนที่เทสาด ไหนจะลบล้างซึ่งเสียงกรีดร้องให้หายไป..
เพียงแค่วายุพัดพา ก็คงไม่อาจทำให้บาปที่ไม่อาจอภัยนี้เลือนลางลงได้
บทเพลงที่ก้องกังวานในวันคืนแห่งอดีต.. จะถูกขับขานอีกครา
ด้วยคำสาปอันเป็นนิรันดร์แห่งตระกูลผู้ถูกขานว่าเป็นฆาตกร..
...เปิดหีบเพลงนั้นขึ้นสิ..
แล้วปลดปล่อยความมืดให้ปกคลุมแดนดินอีกครั้งหนึ่ง..
...ตามคำทำนายแห่งกาลที่ล่วงเลยไป


สีแดงก็คือสีของโลหิตที่หยดลงสู่ธรณี
แดนดินที่ยังคงพันธะสัญญาจักถูกปกคลุมด้วยอันธการอันไม่สิ้นสุด...
สีขาวอย่างเดียวบนผืนดินก็คือหิมะที่โปรยลงมา
ปิดบังกลิ่นความเลือดและซากศพให้เลือนหายไปตามเวลาที่ผันผ่าน


คุณจะทำอย่างไรเมื่อรู้ว่าร่างกายของตัวเองไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป
หรือ คุณจะทำยังไงถ้ารู้ว่าวันนี้คือวันที่ตัวเองต้องตาย

สำหรับผม... ก็แค่ปล่อยมันไป

เหมือนทุกที....


เสียงสกุณาเจื้อยแจ้วดังขึ้นลอดโสตประสาทเข้ามาต่างนาฬิกาปลุก นัยน์ตาสองสีปรือขึ้น แต่แสงอาทิตย์ในยามเช้าที่ลอดผ้าม่านเข้ามาทำให้ดวงตาต้องหรี่ลง ร่างบอบบางยันตัวขึ้นนั่งขณะที่ขยี้ตา ขาเรียวพาไปตามทางที่คุ้นเคย มือขาววักน้ำขึ้นมาล้างหน้าไล่ความง่วงงุน
เสื้อผ้าถูกหยิบมาใส่ลวกๆหลังอาบน้ำเสร็จ ลมหายใจกลายเป็นไอจากอากาศหนาว ร่างเล็กในชุดกระโปรงยาวสาวเท้าไปที่ห้องด้านข้าง มือเรียวเคาะประตูไม้เนื้อดีเป็นเชิงขออนุญาต

...ทว่า มีเพียงความเงียบกรึบเหมือนเป่าสากที่ดังออกมา

และ ...ถึงจะรอไป.. อีกซัก 27 นาทีก็คงจะไม่มีเสียงตอบ

เช่นนั้น... ก็ไม่ต้องรอสินะ...
มือเล็กจับลูกบิดแล้วกระชากออกแบบไม่กลัวบานประตูจะหลุดออกมา.. ถึงจะหลุดออกมาก็เรื่องของมัน สภาพของเด็กสาวผู้เป็นพี่ในตอนนอนก็ยังเหมือนเดิมทุกที.. เสียงถอนหายใจดังแผ่วด้วยความเหนื่อยหน่าย..

ผมสีน้ำตาลสลวยที่สยายอยู่บนผ้าปูเตียงสีขาวสีอาด ดวงตาคู่สวยที่ยังคงหลับพริ้ม แพขนตายาวทาบทับไปตามพวงแก้มใส เธอคงจะดูสวยราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ...ถ้าไม่ติดที่กระโปรงนอนที่ร่นขึ้นมาถึงต้นขาขาว..แค่คงไม่เท่าท่านอนที่แม่ยกมาเห็นคงสกรีมว่าใครสอนมา ..พูดง่ายๆว่านอนแผ่หรา ชนิดที่บอกว่าเป็นทูน่าโดนรถม้าทับก็คงจะไม่ได้พูดเกินไปนัก..
ถ้ามีใครมาเห็นเข้า.. คงไม่มีใครกล้าเอาไปเป็นสะใภ้... ยังดีที่วันนี้ไม่มีเสียงกรนเป็นออฟชั่นเสริม

มือเล็กเขย่าตัวคนบนเตียงให้ตื่นมาเสียที.. แต่ดูเหมือนจะเขย่าเท่าไหร่... ผลก็เหมือนกับเขย่าทูน่ากระป๋อง ฝ่ายพี่สาวก็ยังคงไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด แถมยังซุกเข้าผ้าห่มอีกเสียงั้น.. และนั่น ก็ทำให้ความอดทนอันน้อยนิดที่ถูกหักลบไปเนื่องด้วยความหงุดหงิดจากอาการความดันเลือดต่ำค่อยหมดไปช้าๆ

ซ่า!! เกร้ง!!
แว่วเสียงอะตอมของไดไฮโดรเจนมอนออกไซด์ที่ยังคงเถียงกันอยู่ว่าประกอบด้วยไฮโดรเจน 2 อะตอมหรือ 1.98 สาดซัดไปหาร่างบนเตียง ตามมาติดๆด้วยเสียงถังโลหะกระทบกับศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมสีน้ำตาลฟู นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกกว้างขึ้นมาทันทีด้วยความตระหนกตกใจ
..บ้านข้อยน้ำท่วม?!!
ยังไม่ทันที่จะเก็บของหนี ก็ไปจ๊ะเอ๋กับนัยน์ตาสีแดงน้ำเงินเสียก่อน.. สึนะยิ้มเจื่อนๆตอบรอยยิ้มหวานของร่างที่ยืนอยู่ไม่ไกล ไม่ใกล้...
...ปากน่ะยิ้ม แต่ทำไมตาไม่ยิ้มล่ะ น้องมุคุโร่..
เสียงเย็นหลุดออกมาจากริมฝีปากเล็กราวกับจะเค้นหาคำตอบ
"วันนี้.. วันเกิดของท่านพี่ไม่ใช่เหรอคะ" นั่น.. ว่าแล้วว่าเรื่องนี้
"เอ่อ.. "
"แล้ว เจ้าบ้านที่ดีเขาควรให้แขกมางานที่ครึ่งๆกลางๆเหรอคะ" คิ้วโก่งได้รูปเริ่มขมวดมุ่น ..และนั่นก็เป็นลางบอกอะไรพิกล
"เอ่อ....."
"พูดเป็นแต่ เอ่อ เหรอคะ"
...จะให้ตอบเยี่ยงไรเล่าน้องรัก ในเมื่อน้องมาเป็นชุดเยี่ยงนี้...
"คือ..."
"เปล่าค่ะ พูดเฉยๆ แค่ล้อเล่น รีบๆไปอาบน้ำดีกว่านะคะ"
..แต่นั่นมันสายเอาจริงชัดๆเลยนะ มุคุโร่
คิด(นินทาในใจ)ยังไม่จบ เสียงจามของตัวเองก็แทรกขึ้นมาเสียงั้น...
..เพิ่งรู้ว่าน้ำตอนฤดูหนาวเย็นขนาดนี้.....

แล้ววันนั้น ซาวาดะ สึนะโยชิ ก็จำต้องปิดคฤหาสถ์เนื่องด้วยไข้หวัดน้ำมือน้องรัก ในวันเกิดอายุครบ 15 ปีของตัวเอง.. อาเมน


ยามราตรีมาเยือนตามกาลเวลาที่ผันไป ร่างที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงเดิมที่เปลี่ยนผ้าปูเรียบร้อยแล้วด้วยฝีมือของคนที่ทำให้เปียก นึกถึงตอนนั้นก็ชวนให้ขำพิกล..ทำไปก็บ่นไป ริมฝีปากสีอ่อนยิ้มเจือความขำกับนิสัยที่น่าเอ็นดูของผู้เป็นน้องที่ไม่เคยเปลี่ยน สึนะลุกขึ้นจากเตียงก่อนที่จะเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่กั้นระหว่างห้องกับระเบียง ดวงตาคู่งามเหม่อมองภายนอกหน้าต่าง
...คืนพระจันทร์เต็มดวงงั้นเหรอ..
นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกโพลงกับความรู้สึกบางอย่างที่อยู่ดีๆก็แล่นริ้วขึ้นมา ร่างเล็กทรุดลงกับพื้น มือเรียวกุมลำคอของตัวเองไว้แน่น..
..หะ.. หายใจไม่ออก
.........คืนจันทร์เพ็ญ.. อายุครบ......
น้ำตารื่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัวเมื่อนึกถึงคำพูดจากผู้เป็นปู่..
..ไม่........
.....ใครก็ได้.. ช่วยด้วย........
เล็บขาวจิกลงกับพื้น ฟันคมกรีดลงกับริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว เลือดสีสดหยดลงพื้นห้อง มากขึ้นเรื่อยๆ... จากเลือดที่ข้อมือ
มีดเงินที่พกไว้เกือบตลอดเวลาหล่นกระทบกับพื้น นิ้วเรียวปาดของเหลวสีชาดให้เป็นวงกลมแล้วเขียนอักขระที่ไม่น่าจะอ่านออกโดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง เรียวปากพึมพำคำพูดภาษาแปร่งหู มือขาวลากทับเส้นวงกลมซ้ำๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลหลับลง กลิ่นคลื่นเหียนของเลือดโชยมาแตะจมูก
..เธอกำลังทำอะไรอยู่...
นัยน์ตาสีเปลือกไม้เบิดกกว้างด้วยความหวาดกลัว ร่างเล็กโน้มตัวลงแตะริมผีปากที่เปรอะเลือดของตัวเองที่พื้นด้านหน้าของตัวเอง มือเรียวกำไม้กางเขนที่ห้อยอยู่ที่ลำคอแน่น
ราวกับถูกสาปให้ทำ ไม่อาจขัดขืน
เงาของร่างหนึ่งปรากฏท่ามกลางม่านแห่งรัตติกาลที่พร่ามัว อาจจะเป็นเพราะน้ำตาที่บังสายตาไว้จนมองเห็นแค่ลางๆ หรืออาจจะเป็นเพราะกลิ่นของโลหะเจือความคาวที่คละคลุ้งจนน่าอาเจียนในห้อง
..ใครกัน

"เจ้าสินะ.. ที่ปลุกข้าขึ้นมา"
ภาพสุดท้ายที่สะท้อนบนนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนก็คือบุรุษในผ้าคลุมสีดำสนิทกลืนไปกับราตรีกาล... ก่อนที่ดวงตาจะปิดลง...


ฟันเฟืองแห่งโชคชะตาจะหมุนเวียนไปทันทีที่เงื่อนไขแห่งกาลเวลาครบถ้วน..
...บาปแห่งตระกูล บาปแห่งสายเลือด
จากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่น
หมุนเวียนไป.. ไม่สิ้นสุด.....
กางเขนสีเงินของเทวาผู้ศักดิ์สิทธิ์จะถูกย้อมด้วยเลือดจากคนบาปแห่งแผ่นดิน
ณ ดินแดนแห่งคำสาบาน..
ลูกแกะที่หลงทางท่ามกลางอนธการ เอ่ยคำพูดค้องห้ามแห่งผืนภิภพ..
เสียงคีตาที่ขับกล่อม.. เหลือเพียงความเงียบ ราวกับต้องสาป
เปิดม่านฉากละคร.. ย้อมพื้นเวทีแห่งชะตากรรมด้วยสีแดงของโลหิต


- TBC -
See you next Chapter

_________________
…เนตรคมปิดลงช้าๆ…
กลีบซากุระร่วงหล่นสัมผัสมือแผ่วเบา…
ดูสวยงามราวภาพมายา…
…ทว่าบอบบางยิ่งกว่าสิ่งใด…

เหมือนนาย… สายหมอกของฉัน……


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 1 post ] 


Who is online

Users browsing this forum: hibaritsuna, nine and 6 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: