| •·.·´¯`·.·•Reborn Fan Club•·.·´¯`·.·• http://reborntfc.freeforums.org/ |
|
| [Fic]Alone <Summer> -1869- [31.01.2009] -ประกาศ-P.100 http://reborntfc.freeforums.org/alone-summer-1869-p-100-t712-1455.html |
Page 98 of 100 |
| Author: | lvlelody [ 15 Jan 2009, 23:20 ] |
| Post subject: | Re: [Fic]Alone <Summer> -1869- [15.01.2009] THE END |
ประตูเหล็กเบื้องหน้ามีสนิทจับเกาะเกรอะกรัง เขากระโดดข้ามมันไปอย่างไม่คิดจะเสียเวลาหาทางเปิดอย่างที่ปกติชนพึงกระทำ ดวงเนตรสีนิลเงยขึ้นจับจ้องยอดตึกที่อยู่บนเนินเขา เวลาสิบปีที่ผ่านไปได้ทำให้พื้นที่ป่าของที่นี่ทึบขึ้นจนเรียกได้ว่ารกชัฏ ใบไม้เขียวขจีที่เบียดเสียดกันอย่างหนาแน่นทำให้สถานที่แห่งนี้ร่มรื่น หากจะไม่นับบรรยากาศวังเวงและอึมครึมที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยจากเมื่อครั้งอดีตก็ถือว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์มากทีเดียว แม้เวลาจะผ่านไปนานถึงสิบปีแล้วหากเขาก็ไม่เคยลืมเลือนสถานที่ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการพบกันครั้งแรก... กับคนคนนั้นที่เป็นราวกับหมอกมายาอันไร้ตัวตน...เจ้าเล่ห์แสนกลและเพทุบาย หากนอกเหนือจากนั้นแล้ว โรคุโด มุคุโร่ก็ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะทำให้เขาพ่ายแพ้ได้ เรียวขายาวใต้กางเกงสีนิลก้าวผ่านซากปรักหักพังของสถาปัตยกรรมที่เมื่อครั้งในอดีตมันเคยสวยงามมาก่อนอย่างไม่คิดจะเหลือบแลแม้ปลายหางตา ก้าวข้ามกองหินที่ทับถมกันบนขั้นบันไดและทางเดินด้วยย่างก้าวที่สม่ำเสมอและมั่นคง ...เขาเห็นแล้ว... แม้จะเล็กน้อยจนถ้าเป็นคนธรรมดาคงไม่ทันสังเกตเห็นแต่เขาก็พบกับร่องรอยที่บ่งบอกว่าทางเดินแห่งนี้เพิ่งมีคนเดินไปผ่านไปไม่นาน...อย่างน้อยก็คงไม่พ้นวัน... ฝุ่นทรายที่เกาะหนาเป็นบางส่วนปรากฏเป็นรอยเท้าบางเบาที่แทบจะกลืนไปกับลวดลายของรอยแตกระแหงบนพื้น ชายหนุ่มก้าวเท้าเร็วขึ้นเมื่อพบเจอร่องรอยที่ทำให้สามารถติดตามเจ้าของมันต่อไปได้ ขึ้นบันไดขั้นแล้วขั้นเล่า ผ่านทางเดินที่กำลังจะพังแหล่มิพังแหล่ ก้าวเข้าห้องหนึ่งและทะลุออกไปอีกห้องหนึ่ง เขาจำได้ว่าในอดีต...เมื่อสิบปีก่อน...ตนก็เคยผ่านเส้นทางเหล่านี้ เมื่อครั้งที่เขาและคนคนนั้น...เรียกได้ว่าเป็นศัตรูกัน ...นั่นสินะ... ฮิบาริไม่เคยนึกสงสัยมาก่อนเลย ...ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ...ที่ความสัมพันธ์นั้นได้แปรเปลี่ยนไป ...ตั้งแต่ตอนไหนกันนะ...ที่เขาไม่ได้มองเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร เปลี่ยนจากสัมผัสฟาดฟัน...กลับกลายเป็นโอบกอดด้วยความอ่อนโยนอย่างที่แม้กระทั่งตัวเองยังต้องนึกแปลกใจ ...เมื่อไหร่... ...ตอนไหนกันนะ... ... ... ... รองเท้าหนังสีดำเหยียบย่างลงบนพื้นไม้ก้าวเข้าไปภายในห้องที่มีเวทียกสูงอยู่เบื้องหน้า และบนเวทีนั้นคือโซฟาสีแดงเก่าคร่ำคร่าซึ่งหม่นหมองด้วยช่วงอายุของมันและสภาพแวดล้อมที่ขาดการดูแลรักษาที่ดี ฮิบาริ เคียวยะก้าวขึ้นไปบนนั้น...รอยเท้าที่เห็น...แม้จะจางลงมาก...แต่ก็สิ้นสุดที่บริเวณนี้...เขามั่นใจ เศษผ้าม่านรุ่งริ่งเกาะเกี่ยวกับกำแพงด้านหลังขาดห้อยลงมาจนเผยให้เห็นบานประตูที่คงไม่เคยมีใครได้รับรู้ถึงการคงอยู่ของมัน ดวงตาสีนิลจับจ้องบานประตูนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนก้าวเข้าไปหา มือเรียวบิดลูกบิดที่ขยับส่งเสียงกอกแกกทันทีที่ถูกสัมผัสจนน่ากลัวว่ามันจะหลุดติดมือออกมา แต่สุดท้ายแล้วก็หมุนเปิดเข้าไปได้โดยไม่มีปัญหาอะไร ส่วนปัญหาใหญ่ตัวจริงน่ะ... ...นั่น...นอนขดเป็นลูกแมวอยู่บนเตียงนั่นไง แม้จะเป็นกลางฤดูร้อนอันร้อนระอุแต่ร่างนั้นก็ยังคงดึงผ้าห่มมาคลุมตัวมิดถึงคอตามประสาคนติดผ้าห่ม ดวงหน้าขาวจัดนั้นมีริ้วรอยของความอิดโรย...บ่งบอกให้ผู้พิทักษ์แห่งเมฆาได้รู้ว่าสิ่งที่ตนคิดก็ไม่ผิดไปจากความเป็นจริงนัก มุคุโร่นอนหลับไม่ได้สนิทถ้าไม่มีคนที่สามารถไว้ใจได้อยู่เคียงข้าง มันก็เหมือนอาการติดผ้าห่ม ถึงจะร้อนอย่างไรก็ขอให้มีเอาไว้กอดก็ยังดี แต่ถึงจะไม่มี...หากถึงขีดจำกัดของร่างกายแล้วก็สามารถนอนหลับไปได้อยู่ดี แค่จะสะดุ้งผวาราวกับกำลังควานหาอะไรสักอย่างและถ้าเป็นคนที่อ่อนไหวอยู่บ้างก็คงผวาแทบจะทุกๆ ชั่วโมง นิ้วเรียวไล้พวงแก้มนุ่มแผ่วเบาก่อนเผยรอยยิ้มบางเมื่อมือเรียวนั้นคว้าเอามือของตนไปซุกอย่างเคยชิน กิริยาอาการผ่อนลมหายใจน้อยๆ นั้นทำให้รู้สึกได้ว่าเจ้าหญิงนิทรานั้นคงหาสิ่งที่ตน'ติด'เจอเสียที... ...แต่ถ้าจะให้นอนในที่แบบนี้นานเข้าคงได้จมกองฝุ่นตาย... ขระที่กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะปลุกอีกฝ่ายขึ้นมาหรือว่าจะอุ้มไปทั้งอย่างนี้เลยดี... "อือ..." ร่างในกองผ้าห่มนั้นก็ส่งเสียงครางแผ่วเบา ...คงจะร้อนอยู่หรอก...ก็ที่นี่น่ะ...ถึงจะรอบล้อมด้วยต้นไม้สูงใหญ่มากมาย... ...แต่อย่างอย่างไรฤดูร้อนก็ยังคงเป็นฤดูร้อน... ชายหนุ่มที่กำลังอยู่ในห้วงนิทราจึงขมวดคิ้วมุ่นอย่างอึดอัดรำคาญก่อนเปลือกตาบางจะค่อยๆ ขยับไหวปรือเปิดขึ้นเผยให้เห็นอัญมณีสองสีคู่งาม...ตั้งใจจะตวัดเอาผ้าห่มออกจากร่างถึงจะรู้ดีว่าเมื่อตนหลับใหลอีกครั้งก็จะเริ่มควานหามันอีกครั้งก็เถอะ หากสิ่งที่มือของตนกำลังคว้าจับกลับไม่ใช่ผ้าลินินเก่าซอมซ่อแต่เป็นมือเรียวยาวที่ทั้งหยาบและแข็งกระด้าง ...หากถึงกระนั้น...มันก็กลับเป็นมือที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยยิ่งนัก... ดวงตาสองสีที่แสดงออกถึงความงัวเงียช้อนขึ้นมองสบทั้งๆ ที่เปลือกตาจะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่ มุคุโร่กะพริบตาปริบยิ้มเยื้อนอ่อนหวานอย่างที่ทำให้เขารู้ได้ว่าเวลานี้อีกฝ่ายคงยังระลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเขาสองคนไม่ได้ หาก...เมื่อดวงหน้าขาวนั้นซุกลงกับฝ่ามือใหญ่ได้เพียงสักพักคิ้วเรียวก็เริ่มขมวดอีกครั้ง...ก่อนลืมตาพรึ่บลุกพรวดจนหน้าผากแทบจะโขกกัน ถ้าเพียงแต่ชายหนุ่มจะเอี้ยวหลบไม่ทันล่ะก็...คงได้เห็นดาวตอนรุ่งสางกันเป็นแน่... ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกกะพริบตาซ้ำ จ้องมองเขาด้วยดวงเนตรสองสีคู่งามที่แสดงออกอย่างเด่นชัดถึงความแปลกใจและงุนงงสงสัย...ก่อนมันจะแปรเปลี่ยนไปด้วยอาการหรี่ตาลงเล็กน้อยและสีหน้าก็เริ่มบึ้งหนักขึ้น เพียงเท่านี้ชายหนุ่มก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายคงตื่นเต็มตาแล้ว...และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น...ยังไม่หายโกรธด้วย "มาทำไมครับ" เรียวปากบางแสยะยิ้มเชิดหน้าราวกับไม่หยี่ระหวั่นไหวต่อสิ่งใด...ถ้าหากเป็นคนอื่นคงจะมองเป็นเช่นนั้น...ทว่าไม่ใช่กับเขา...กับฮิบาริ เคียวยะคนนี้...ที่มองออกถึงสาเหตุของความดื้อดึงนั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง "มารับแกกลับบ้าน" ถามมาก็ตอบไป...ง่ายดายเช่นนั้นเลยทีเดียว กับคนที่มักปิดปากเงียบกลับยอมตอบคำถามที่รู้แน่อยู่แก่ใจว่าเป็นการยั่วโมโหเขา หากชายหนุ่มก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมามัวแต่เก็บรักษาความเงียบอันเป็นเอกลักษณ์ ...ในบางครั้งคนเรามันก็ต้องยินยอมที่จะลดมาดเข้มๆ กับเหลี่ยมแข็งๆ ที่รังแต่จะทำให้คนอื่นเจ็บปวดลงบ้าง... ...แต่คนที่เขาจะยินยอมทำเช่นนั้นด้วย...ก็มีเพียง...คนตรงหน้า... สีหน้าแปลกใจนั้นคงอยู่ชั่วครู่...เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นก่อนที่สายหมอกจะคว้าหน้ากากอันเดิมขึ้นมาสวม...หน้ากากซึ่งปริร้าว และบางที...มันอาจจะไม่สามารถปิดบังสิ่งที่เพียรพยายามหลบซ่อนเอาไว้จากใครได้ "ทำไมผมจะต้องกลับล่ะครับ" ฮิบาริ เคียวยะถอนหายใจหากสีหน้ายังคงนิ่งเฉย ไม่มีทีท่าว่าจะหงุดหงิดหรือรำคาญต่อการยั่วยุของคนช่างยียวน "เพราะฉันอยากให้แกกลับไป..." "แล้วทำไมคุณถึงอยากให้ผมกลับไปล่ะครับ..." เมื่อถึงคำถามนี้... ชายหนุ่มกลับนิ่งงันไปนาน...นานจนมุคุโร่คิดว่าเมื่อมองเข้าไปในดวงเนตรสีนิลคู่นั้นคงพบแต่เพียงความรำคาญและความหงุดหงิดดังเช่นที่เจ้าตัวมักเป็น ...หากเมื่อดวงหน้าที่เชิดรั้นไปทางอื่นนั้นเหลือบตามามองกลับต้องสะดุ้งสุดกายเมื่อจู่ๆ ร่างก็ถูกกระชากให้เข้าไปอยู่ในอ้อมแขน ...ที่ไม่อยากยอมรับเลยว่าเขาคิดถึงมันเพียงใด... ทั้งๆ ที่ห่างจากมันไปเพียงวันเดียวเท่านั้นเองแท้ๆ มือใหญ่ลูบไล้เรือนผมนุ่มนิ่มแผ่วเบาก่อนฝังจมูกโด่งรั้นลงบนกลุ่มไหมสีไพลิน ซึมซับเอารสสัมผัสหอมหวานที่เจือไปด้วยกลิ่นของม่านหมอกมายาด้วยความคะนึงหา "...เพราะฉันขาดแกไม่ได้ โรคุโด มุคุโร่..." อาการดิ้นยุกยิกของร่างในอ้อมแขนชะงักงัน ก่อนมือบางที่สั่นเทาจะค่อยๆ ยกขึ้นค้างเอาไว้ราวกับลังเลที่จะโอบกอดแผ่นหลังกว้างของเมฆาผู้สูงส่ง...สูง...เสียจนสายหมอกที่แสนต่ำต้อยเช่นเขานึกหวาดกลัว...เมื่อยามที่ตกลงมา...ร่างของเขาคงแหลกสลายไม่เหลือแม้เพียงเศษธุลีผง หากสุดท้ายแล้ว...ก็ซบหน้าลงบนแผ่นอกอุ่นๆ มือเรียวบางกำเสื้อด้านหลังของชายหนุ่มจนยับย่น ...ทั้งๆ ที่ควรจะดีใจ...ทั้งๆ ที่ควรจะหัวเราะ...หากสีหน้าของสายหมอกในยามนี้...ราวกับ...เด็กที่กำลังพยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดความสามารถ...ราวกับคนที่หลงทางวนเวียนอยู่ในความมืดมาช้านานหากเมื่อมองเห็นแสงสว่างกลับหวาดกลัวที่จะวิ่งเข้าไปหามัน... ไม่เข้าใจตัวเองเลย...ไม่เข้าใจเลย...ไม่เข้าใจจริงๆ ... หัวใจจะเจ็บแปลบ...เต้นระรัว...ยาวนานจนแทบขาดใจ "ขอโทษ..." เพียงคำสั้นๆ จากปากของคนที่แสนหยิ่งทะนงและมากด้วยทิฐิ...เพียงเท่านั้น... ...ทำนบน้ำตาก็พังทลาย... เสียงสะอื้นจากคนในอ้อมแขนทำให้ชายหนุ่มหรี่ตาลง ทำไมหัวใจถึงเจ็บขึ้นมานะ แม้จะไม่เข้าใจว่ามุคุโร่ร้องไห้ด้วยเหตุใด แต่น้ำตาในครั้งนี้...กลับทำให้เขารู้สึกโล่งอกและหนักอึ้งในคราวเดียว ฮิบาริกระชับอ้อมกอดรั้งเอาร่างที่สั่นเทาแนบชิดราวกับจะบอกว่าไม่มีวันปล่อยให้หนีไปไหนอีกแล้ว ...กอดรั้งเอาไว้เช่นนั้น...จวบจนกระทั่งเสียงสะอื้นนั้นเงียบลง... ... ... ... ประตูไม้สักบานหนาถูกเปิดออกอย่างเงียบกริบและคนเพียงคนเดียวที่จะเข้าออกห้องของบอสแห่งวองโกเล่โดยไม่เคาะประตูก็มีอยู่เพียงคนเดียว "อ๊ะ คุณฮิบาริ แล้วมุคุโร่..." เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารบนโต๊ะก่อนเอ่ยทักผู้พิทักษ์แห่งเมฆาที่เดินถือปึกกระดาษเข้ามาด้วยคำถาม "นอนอยู่ที่บ้าน" ชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยและวางกองเอกสารนั้นลงบนโต๊ะก่อนผินหลังทำท่าจะเดินออกจากห้องไป แม้ทุกครั้งที่ชายหนุ่มเป็นคนเอาเอกสารมาส่งเองจะไม่เคยอยู่คุยต่อเป็นเรื่องปกติธรรมดา หากในคราวนี้กลับรู้สึกได้ถึงความเร่งรีบผิดปกติ "คืนดีกันแล้วสินะครับ ค่อยยังชั่ว..." คำเอ่ยทักจากนภาแห่งวองโกเล่ทำให้ชายหนุ่มชะงัก ก่อนจะหันมามองเมื่อเจ้าของเสียงเดิมเอ่ยเรียก "คุณฮิบาริครับ..." ดวงตาสีน้ำตาลนั้นไร้ซึ่งแววของความขลาดเขลาดังเช่นในอดีต รอยยิ้มของนภาคลี่บางบนมุมปาก...ก่อนเอ่ยคำถามที่ทำให้ผู้พิทักษ์แห่งเมฆาถึงกับนิ่งงัน "รักมุคุโร่หรือเปล่า..." เมื่อถูกจ้องมองด้วยดวงเนตรสีนิลกาฬคมดุคู่นั้นชายหนุ่มจึงหัวเราะแห้งๆ "ก็แค่อยากรู้น่ะครับ..." ฮิบาริ เคียวยะหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนกระตุกรอยยิ้มขึ้นบนมุมปาก "เกลียด...ที่สุด" ... ... ... ผู้พิทักษ์แห่งเมฆาออกไปได้สักพักแล้ว หากซาวาดะ สึนะโยชิก็ยังคงจับจ้องมองไปยังที่เดิมที่เคยมีร่างสูงสง่าของคนคนนั้นยืนอยู่...ก่อนถอยหายใจ ส่ายหน้าน้อยๆ พลางยิ้มบาง ความหมายของคำว่าเกลียดของสองคนนั้น...ถึงจะเป็นนภาที่อยู่เหนือทุกสิ่งก็ยังคงมีเรื่องที่ไม่สามารถทำความเข้าใจได้อยู่ดีสินะ เมื่อเหลือบมองลงไปยังสวนจึงเห็นร่างสูงสง่าในชุดสีนิลเดินผ่านเข้าไปในเขตของต้นซากุระมากมาย ...ก๊อก ก๊อก... "บอสคะ เข้าไปนะ" เสียงหวานใสเอ่ยขออนุญาตก่อนจะเปิดประตูเข้ามาเมื่อมีเสียงขานรับจากคนในห้อง โดคุโร โคลมเดินเข้ามาพร้อมถาดน้ำชาและขนมที่เอาไว้ทานเพิ่มพลังระหว่างการทำงาน นานๆ ครั้งโคลมถึงจะว่างกลับมายังที่ญี่ปุ่นและทุกครั้งที่กลับมาก็มักจะเป็นคนชงชาให้เขาเสมอ อีกครึ่งหนึ่งของสายหมอกจ้องมองมายังเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลชี้ฟูด้วยดวงตากลมโตเพียงข้างเดียว มือเรียวบางวางถาดลงบนโต๊ะทำงานก่อนรินน้ำชาลงในถ้วยกระเบื้อง เป็นเวลาเดียวกับที่เสียงทุ้มของชายหนุ่มเอ่ยเรียก "นี่โคลม..." "คะ?" "ทั้งๆ ที่รัก...แต่ทำไมถึงพูดว่าเกลียดล่ะ..." "บอสหมายถึงคุณฮิบาริหรือท่านมุคุโร่ล่ะคะ..." หญิงสาวเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มบาง ก่อนจะวางกาน้ำชาลงและใส่น้ำตาลเพิ่มเข้าไป คำถามนั้นทำให้เป็นอีกครั้งที่ซาวาดะ สึนะโยชิรู้สึกว่าสัญชาตญานของผู้หญิงนั้นดูถูกไม่ได้เลยทีเดียว "ก็...ทั้งสองคนนั่นล่ะ..." โคลมยิ้มบางเมื่อเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนของชายหนุ่มตรงหน้า หญิงสาวขยับจานรองแก้วไปไว้ตรงหน้าชายหนุ่มและตามด้วยจานเค้กซึ่งมีเนื้อครีมสีขาวประดับด้วยสตรอเบอร์รี่ลูกโต "อ๊ะ ขอบคุณนะ" "บางที...คำบางคำก็มีไว้พูดกับคนเพียงคนเดียวล่ะมั้งคะ..." "หมายความว่าจะไม่พูดคำนั้นให้คนอื่นได้ยินน่ะหรือ" "ถ้าเป็นท่านมุคุโร่ก็คงเป็นอย่างนั้นล่ะค่ะ...แต่..." มือเรียวบางยกเอากาน้ำชาขึ้นมาวางไว้บนถาดดังเดิมก่อนคลุมด้วยผ้าลูกไม้สีขาวเข้าชุดกัน "สำหรับคุณฮิบาริ...บอสก็ลองไปถามเขาดูสิคะ" โคลมหัวเราะเบาๆ เมื่อสีหน้าของนภาที่แสนยิ่งใหญ่เจื่อนลงทันทีที่ได้ยินข้อเสนอแนะของตน "เอาเป็นว่า...มันคงเป็นอย่างนั้นก็แล้วกัน..." สึนะโยชิเอ่ยเช่นนั้นพลางถอนหายใจ ก่อนเบือนสายตาออกไปจับจ้องยังเบื้องนอกหน้าต่าง ...สายลมพัดผ่าน...ปลิดขั้วใบไม้ใบแรกออกจากกิ่งก้าน... ...แว่วคำหวานอันจับใจความไม่ได้แผ่วเบา...เจือจางราวกับปะปนมาพร้อมสายลมที่เจือด้วยกลิ่นละอองฝน... ...อีกไม่นาน...ก็จะถึงฤดูใบไม้ร่วงแล้วสินะ... --------------------------------------------------------- คำเตือน talk ยาว ได้ อีก จบแล้ว จบแล้ว จบแล้ว จบแล้ว จบแล้ว จบแล้วจริงๆ สินะ จบแล้วจริงอ่ะ ... .. . โอ้วว =[]=!! ฟิคยาวเรื่องแรกที่เขียนจบ!!!! *เต้นฮูล่ารอบบ้าน* รู้สึกแปลกๆ ช่วงเวลาหนึ่งปีกว่าๆ ที่ผ่านมามีชีวิตอยู่กับมันมาตลอด (ถึงจะดองบ้างเป็นบางครั้งก็เถอะ แหะๆ) ดีใจที่มันจบ เหมือนได้เห็นลูกสาวออกเรือน (อุปมาบ้าอะไรของแกเนี่ย) แต่ก็เสียใจอยู่บ้างเหมือนกัน (อื้ม คงเป็นลูกสาวที่ออกเรือนไปจริงๆ นั่นล่ะ) ฟิคเรื่องนี้อยู่กับเมครบทุกอารมณ์ หงุดหงิดก็ลงกับฟิค เศร้า เฟล นอยก็ลงกับฟิค ลัลล้า แฮปปี้ บ้าบอก็ลงกับฟิคอีก รักฟิคเรื่องนี้จัง (เข้าข่ายนาลซิสไหมเนี่ยเรา *หัวเราะ*) และเป็นฟิคที่ได้เขียนครบทุกอารมณ์ด้วยเช่นกัน รั่วก็แล้ว เศร้าก็แล้ว (คงไม่พูดว่ามันเป็นดราม่า ฮา ฝีมือยังไม่ถึง) หลอนก็แล้ว (ตอนคุณเคียวฝันไงๆ >w<b) หวานก็แล้ว (เอิ่ม...อันนี้คงไม่ต้องอธิบาย มดเดินสวนสนามกันใน CPU เนี่ย กร๊าก) เรทก็แล้ว (...*ละไว้ในฐานที่เข้าใจ*...) ถึงจะเหนื่อยบ้าง (และดองบ้าง) ก็สนุกจริงๆ ค่ะที่ได้เขียน จากตอนแรกเป็นฟิคไร้พล็อต ไปๆ มาๆ กลับเหมือนหนังสือสอนการใช้ชีวิตคู่ กร๊ากกก (ว่าไปนั่น อนาคตคู่ีชีวิตตรูยังไม่โผล่มาสักเส้นขนเลย) และที่สำคัญ รู้สึกดีจริงๆ ค่ะ ที่ได้เห็นคนอ่านสนุกไปกับเราด้วย ขอบคุณจริงๆ ค่ะ สำหรับเรื่องหน้า... Owl's tale [1869] มีไฟในการเขียน 1869 ต่อค่ะ (เรียกว่าเขียนประชดก็ได้ ^^ หึหึ) แต่อาจจะเขียนไปพร้อมๆ กับ Brute [5187] Altor [G69] และ 2769 อีกเรื่องค่ะ (แต่ยังไม่เคยลงที่ไหน *หัวเราะ*) อื้ม...ดูจากสภาพแล้ว...คงดองไม่แพ้ช่วงเขียน Alone แหงๆ เลยล่ะค่ะ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก *หัวเราะกลบเกลื่อน* ยังไงก็... ขอฝากฝังลูกๆ ทั้งหลายของเมด้วยนะคะ >__<!! ปล. ช่วงนี้เกรียนก๊อปฟิคกำลังระบาด ^^ ยังไงก็ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ันักเขียนท่านอื่นๆ ด้วยนะคะ! เพื่อความสงบสุขของบอร์ดเรา (เดือดกันบ่อยๆ คนนอกอย่างเรายังนอยเลย ฮ่าๆๆๆๆ) ปปล. โอกาสสุดท้าย โค้งหักศอกแล้วนะค๊าาาา คุณผีืัทั้งหลายยยยยยยย *กวักมือ* โมโมะๆๆๆ เค้าน้อยใจจริงๆ นะเนี่ย TTATT หลอกฟันฟรีมาปีครึ่งเนี่ย ...ฮือ ฮือ ฮือ... (อย่าขำนะ เดี๋ยวแม่ก้านคอให้) |
|
| Author: | hibatsuna [ 15 Jan 2009, 23:33 ] |
| Post subject: | Re: [Fic]Alone <Summer> -1869- [15.01.2009] THE END |
ปาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ วะฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ในที่สุดข้าพโต้ยก็ปาดสำเร็จTwTb เอาล่ะส่วนเรื่องฟิค...หนูมุคุ ร้องไห้ทำม้ายยยยยยยย~ ไม่เป็นไรเดี๋ยวให้ผู้ชายแถวนี้มาปลอบ ตอนซุกมือนะลูกสับปะรดของแม่ so kawai มากมายเลยล่ะรู้ไหม สึนะ.....ในที่สุดก็เป็นมือที่สามไม่สำเร็จสินะ(แถมเป็นพ่อสื่อซะด้วย~)โคลมหนูร้ายลึก? |
|
| Author: | hikari-ai [ 15 Jan 2009, 23:39 ] |
| Post subject: | Re: [Fic]Alone <Summer> -1869- [15.01.2009] THE END |
สครีมรอ ต่อกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด 1869 + G 69 เอ้ๆ อยากเหงปู่ *0-* |
|
| Author: | Anubis [ 15 Jan 2009, 23:49 ] |
| Post subject: | Re: [Fic]Alone <Summer> -1869- [15.01.2009] THE END |
กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด >[]< (เพื่อ??) ซึ้งมากค่า ติดตามอ่านมานาน TwT เม้นบ้างไม่เม้นบ้าง (น่าน~) แต่ส่วนใหญ่เม้นนะค่ะ >_< (แก้ตัว) ชอบคำสารภาพของคุณฮิบาริมากกกกกกกกกกกกกกก แล้วก็ ชอบเสียงสะอื้นของสัปประรดด้วย TwTb อยากจะบอกว่า มาเป็นแฟนคลับ1869ก็เพราะฟิคของคุณเมเนี้ยะแหละค่ะ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆให้ได้อ่านกันนะค่ะ ^^ ปล. อยากจะบอกว่า.....ชอบเรื่องAltorมากกกกกกกกกกกกกก ถึงมากที่สุด (เรื่องนี้ก็ชอบนะ ^0^) แบบว่า ถึงขนาดเอาไปจิ้นต่อเองจนจบ 5555+ ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้ง สำหรับฟิคดีๆค่า ^[]^ |
|
| Author: | LuNa [ 15 Jan 2009, 23:53 ] |
| Post subject: | Re: [Fic]Alone <Summer> -1869- [15.01.2009] THE END |
กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด จบแล้ว คุณฮิน่ารักมากค่า มุคุจังด้วย แต่อยากให้แต่งต่ออะ แงแง แล้วจะอุดหนุนหนังสือนะค่ะ |
|
| Author: | Akuma_zokyO [ 16 Jan 2009, 00:00 ] |
| Post subject: | Re: [Fic]Alone <Summer> -1869- [15.01.2009] THE END |
มดไต่ยั้วเยี้ย แต่นั่งตบไม่ทัน สครีมโฮกกกกกกกก ไม่ไหวแล้ว ~ สามีภรรยาคู่นี้ ซึนพอกัน พูดได้เต็มปากเหมือนกันอีกแน่ะ 555+ เฮ้อ~ คืนดีกันสักทีนะครับ .................................................... ว่าแต่.... จบแล้ว จบแล้ว จบแล้ว พี่เมเม่อย่าย้ำมากเเบบนั้นซี่ โอย... ร่ำๆน้ำตาจะไหล ฮือ TwT.... ไม่ได้ติดตามว่าตั้งแต่ตอนแรกก็จริง บอกตามตรงว่าหนึ่งปีที่อ่านมาตลอด ฟิคนี้เปลี่ยนแปลงเราไปในหลายๆอย่าง ...หลายๆอย่างมากจริงๆ ช่วงที่หลงเข้ามาอ่านน่าจะเป็นWinter ยังเป็นผีบอร์ดอยู่ ในตอนนั้นเพิ่งเริ่มอ่านรีบอร์น แล้วก้ยังไม่เข้าสาย Y เต็มตัวด้วย บังเอิญเริ่มจิ้น 6918 เลยเสิร์ชหาคู่นี้ดู แล้วดันมาเจอฟิคนี้ นับเป็นฟิควายเรื่องแรกที่อ่าน แถมทำให้เราเปลี่ยนจาก"เฉยๆ" มาเป็น "ชอบ" และ "หลงไหล" คู่นี้จนถอนตัวไม่ขึ้น (กลายเป็นสาวกสับปะรดเกะไปในบัดดลด้วย) อ่านแล้วรู้สึกพีค... อ่านแล้วเพ้อ... รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่เห็นว่าเรื่องนี้อัพในแต่ล่ะครั้ง สุดท้ายก็สมัครสมาชิกจนได้ อาจจะมาเม้นไม่ครบทุกตอน (เพราะบางทีรีบบ้าง ลงหลุมดำบ้าง) ก็ขออภัยด้วยนะครับ /โค้ง หลายๆครั้งที่เจอเรื่องมา เฟลมา มีปัญหาหลายๆอย่าง ชอบเผลอตัวมาเปิดอ่านซ้ำทุกที ถึงรวมเล่มแล้วก็นั่งอ่านอีกหลายรอบ อ่านไปยิ้มไป นอนกลิ้งสครีมไปจนน้องหาว่าบ้า... แต่มันทำให้เราลืมเรื่องที่ไม่อยากจำหลายๆอย่าง แล้วกลับมาสู้ได้อีกที (เหมือนชาร์ตเเบทเลยเนอะ 55+) ยังไงก้ขอบคุณที่แต่งจนจบ ขอบคุณที่ทำให้ผมรักคู่นี้ ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้นะครับ /โบกธง 1869 forever (นั่งมองอีกที โอย... ยาว... ยาวมาก... =[]=!!!) พอจบแล้วใจหายเอามากๆเลยแฮะ งุงิ อาจจะมองเหมือนเว่อร์ๆนะครับ เเค่ฟิคจบอะไรจะพล่ามได้ขนาดนั้น แต่ฟิคนี้สำคัญสำหรับผมจริงๆนะ เอ้า >w<~ (ไว้จะมาทยอยแปะเเฟนอาร์ตฉลอง ฮิ้ว...) |
|
| Author: | Shey [ 16 Jan 2009, 02:46 ] |
| Post subject: | Re: [Fic]Alone <Summer> -1869- [15.01.2009] THE END |
อ๊าจบแล้วๆๆๆ ชื่นใจจังที่ได้เห็นมุคุมีความสุขค่า เห็นด้วยกับท่าน lvlelody fiction มันเหมือนลูกของเราเลยค่ะ แต่ตอน shey เขียนพออารมณ์ไม่ถึงก็จะไม่เขียน เพราะอาจทำให้เนื้อเรื่องที่อุตส่าพล็อตไว้มันเบี้ยว คำบรรยายมันให้อารมณ์ต่างกัน บางทีพอมาทานคำผิดก็ต้องแก้ทั้งกะบิเลย T.T ที่น่าหงุดหงิดคือตอนที่พิมตอนเราง่วง คำผิดบาน ยังไงก็ยินดีที่ลูกสาวออกเรือนไปแล้วค่ะ อิอิ แอบมอง G69 ไว้ อยากลองอ่านเพราะ shey ไม่เคยอ่านฟิคของ pairing นี้เลย ที่เคยอ่านจะ 2 x 1 ไปเลยค่ะ อีกอย่างนะ shey จะเป็นกรณีคล้าย ๆ กับเรปของคุณ Akuma_zokyO ค่ะ คือ ฟิคนี้เป็นฟิคแรก ๆ ที่ทำให้ทองเห็นความเคะในตัวมุคุ ปกติที่อ่านจะมีแค่ 6927 และ D18 เท่านั้น โดยเฉพาะ 6927 เป็นอะไรที่อ่านแล้วจิ้นโดยพลัน แต่ตอนนี้เข้าขั้นแม่ยกมุคุและมุคุเคะเต็มตัวแล้ว ยังไงก็ขอบคุณที่แต่งจนจบค่ะ (แอบเสียดายหลายเรื่องที่เคยอ่านแล้วสาปสูญไป) เรื่องรับ winter กับ Autumn shey เข้าไปแจ้งไว้ในบล็อคแล้วค่ะ แต่แจ้งที่นี่อีกทีเนาะ ช่วงเดือนมีนาคม shey มีโปรแกรมย้ายถื่นฐานเข้า กทม. ค่า จะขอไปรับที่งานนะค๊า อีเมลล์ที่ใช้จองไว้คือ mayminemint@hotmail.com ค่ะ! |
|
| Author: | Chiaki [ 16 Jan 2009, 09:03 ] |
| Post subject: | Re: [Fic]Alone <Summer> -1869- [15.01.2009] THE END |
โฮกกกกกกกกกกกกกกก เป็นการง้อที่ชวนให้ใจละลายที่สุดในโลกเลยค่ะ ฉากง้อของคุณเคียวสุดยอด ทำเราละลายจริงๆ เจอแบบนั้นเข้าไปยังไม่หายโกรธก็แปลกแล้ว แหม อยากเห็นฉากคืนดีจังค่ะ~ หุหุหุ คำตอบก็เหมือนกันอีกน้า~ สมแล้วที่เป็นเนื้อคู่กัน "เกลียด...ที่สุด" โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก ทำไมรู้สึกเหมือนมันเป็นคำบอกว่ารักที่น่ารักได้ขนาดนี้ล่ะคะเนี่ย หนูโคลมเองก็แอบร้ายนะคะ -(EDIT)-เพิ่มเติม 2796ฟุ้งกระจายโดยรอบเชียวนะคะ หุหุหุ เมื่อกลับมาก็ต้องทำหน้าที่แบบนี้ เตรียมตัวเป็นศรีภรรยาหรืออย่างไร? /สามง่ามหนูโคลมทิ่ม ก็ในเมื่อใกล้จะสิ้นฤดูร้อนแบบนี้แล้ว... ก็แปลว่า18และ69ใช้ชีวิตคู่กันมา เป็นเวลาร่วมหนึ่งปีแล้วสินะคะ *จุดพลุฉลอง* อร๊ายย วันครบรอบที่ได้อยู่ด้วยกันล่ะคะ *เงยหน้ามองท่านเมเม่ตาปิ๊งๆ* ถ้าเป็นตอนพิเศษได้จะดีมากกกเลยค่ะ ฮิเบิร์ดเป็นตัวช่วยสานรักก็จริง แต่ก็สร้างความขัดข้องหมองใจกันได้มิใช่น้อยเลยนะคะ ทีหน้าทีหลังก็คุยกันก่อนก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นคงลำบากคนกลางแย่เลย หุหุ คำพูดง้อของคุณเคียวก็...โฮกกกกกกกกกกกกกกก จิ้นภาพตามแล้ว...แล้วก็คิดฉากต่อจากที่กลับถึงบ้านแล้ว...เลือดพุ่งเจ้าค่ะ คุณมุเปื้อนน้ำตา หึหึหึ ลองคิดดูสิว่า จะรอดไหม?(พนันได้เลยว่าไม่รอดจากการถูกกด1869% เคะ เคะ เคะ) ..... ....... จบแล้วเหรอคะ... พูดตรงๆก็ใจหายเหมือนกันนะคะ ตามอ่านมาตั้งปีครึ่ง พอจะจบก็รู้สึกเหมือนต่อจากนี้จะห่างหายไป จากที่เฝ้ารอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ เป็นแรงใจให้สู้กับสอบได้ ....ก็จะจบแล้ว... เราสมัครบอร์ดนี้เพราะฟิคนี้เลยล่ะค่ะ หลังจากที่เพื่อนเพิ่งแนะนำให้รู้จักบอร์ดนี้ได้ไม่นาน จากที่แต่เดิมหลง6918มากๆถึงมากที่สุด ก็เลยลองจิ้มเข้ามาดูเพราะไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าจะเป็น1869จริงๆ พอลองอ่านดูได้หลายตอน... ก็เกิดอาการหลงหัวปักหัวปำ โงหัวไม่ขึ้นจนถึงขนาดไปไซโคเพื่อนให้ติด1869ได้อีกหลายคนเลยล่ะค่ะ (แต่เสียดายที่สมัครบอร์ดได้เป็นคนที่1827 ไม่กล้ารอ1869เพราะกลัวไม่ทัน ...พอมาดูอีกทีสมาชิกก็พุ่งไป2000+แล้วล่ะค่ะ) ฟิคเรื่องนี้สอนเราได้หลายๆอย่าง เป็นแรงใจ เป็นความสุข เป็นสิ่งสำคัญของเราไปแล้ว จะรอรวมเล่มครบทุกภาคนะคะ (เหลืออีก2เล่ม) จะรอติดตามเรื่องอื่นต่อๆไปค่ะ |
|
| Author: | cocolu [ 16 Jan 2009, 09:27 ] |
| Post subject: | Re: [Fic]Alone <Summer> -1869- [15.01.2009] THE END |
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก สุดยิด สุดยิดดดดดดดดดดดดดดดดดด รักกันานๆนะคะพ่อทูลหัว 18ร้อน 69หนาวก็อย่าทะเลาะกันเพราะแจกันดอกไม้กับฮิเบิร์ดอีกล่ะ!!! กร๊ากกกกก อา...ปีครึ่ง...รู้สึกว่าช่างยาวนาน อ่านมาตั้งแต่สมัยรับ 69เกะไม่ได้ยันสมัย 69ลิซึ่มลงเส้นเลือดกันเลยทีเดียว โฮกกกกก //โปรยดอกไม้ จุดพลุ ยินดีด้วยนะมี๊!! TwT จะอ่าน altorrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr จะเอาปู่ต้อยเด็กกกกกกกกกกกก โฮกกกกกกก |
|
| Author: | Seran [ 16 Jan 2009, 09:33 ] |
| Post subject: | Re: [Fic]Alone <Summer> -1869- [15.01.2009] THE END |
ง้อโดยไม่ต้องพูดอะไรมาก แต่น่ารักจริงๆ^^ คราวนี้สึนะก็จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับคู่นี้แล้วสืนะ (ฮา) เป็นที่เรารู้สึกว่ามันยาวกว่าฟิคเรื่องไหนๆ ที่เคยเจอเลยนะนี่ (อ่านตั้งแต่เป็นผี จนแสดงตัวออกมาสักที--) ปล. ส่วนเรื่องอุดหนุนหนังสือ ปิ๋วอีกตามเคย-- (ไม่มีที่เก็บ+ปัจจัยหลายๆ อย่าง-จะพล่ามไปเพื่อ?) |
|
| Author: | Rena_Bee [ 16 Jan 2009, 10:15 ] |
| Post subject: | Re: [Fic]Alone <Summer> -1869- [15.01.2009] THE END |
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดจบแล้วแอ๊วๆๆๆๆๆTT[]TT รัก1869จังเลย(แกก็รักทุกคู่นั่นแหละ=v=) ง้อกันโดยไม่ต้องพูดอะไรมากมายแต่แบบว่าใจเราส่งถึงกันอ๊ากกกกกกกกกกกกก ในที่สุดลูกสาวก็ออกเรือนไปแล้วซินะคะ*ปาดน้ำตา* หลังจากติดตามกับเรื่องนี้มาตั้งแต่ช่วงแรกๆก็หลงรักคู่นี้สุดๆเหมือนกัน อร๊ากกกกกกแม่(ยก)รักลูกทั้งสองนะจ๊ะ ขอให้รักกันนานๆ หวานกันเยอะๆ เรทกันบ่อยๆ(เอ๊ะ!ยังไง) ตอนนี้เครื่องคอมมีมดเกาะอยู่เต็มไปหมดเลยค่ะ รวมทั้งชั้นวางหนังสือที่Alone ทั้ง2ภาคได้สถิตอยู่ มันหวานกันซร้าโฮกกกกกกกกก สุดท้ายๆๆๆๆยังไงจะรอรวมเล่มที่เหลือและเรื่องอื่นๆนะคะสู้่ๆค่า |
|
| Author: | MukiZ•WiskaS [ 16 Jan 2009, 12:22 ] |
| Post subject: | Re: [Fic]Alone <Summer> -1869- [15.01.2009] THE END |
ฮือออออออ TT[]TT !! จบแล้ว จบแล้วววววววว !!! เรื่องที่จุดประกาย 1869 จบลงไปแล้วค่า ~~ (ฟีลลอยคว้างในทะเล) รักอโลนม๊ากมาก ... ติดตามมาเรื่อย แม้จะไม่ได้ตามอ่านตั้งแต่แรก เพราะเพิ่งได้สมัครบอร์ด =v= ดีใจที่จบลงด้วยดีค่ะ ... แม้จะรู้สึกใจหายที่เรื่องย๊าวยาวแบบนี้จบลงไปแล้วก็ตาม ... ฮือออ คุณมุ กับ คุณฮิ รักๆ กันนานๆ นะคะ >w< แต่อยากอ่านตอนที่บอกรักกันเองจังเลย -///- หรือแม้กระทั่งฉากบอกกันเองก็ยังให้คนอื่นไปรับรู้ด้วยไม่ได้ ? (ขี้งก!!) สุดท้ายนี้ก็ขอให้ท่านเมฟิตเพื่อ 1869 ต่อไปค่ะ >_< !!! สัญญาว่าจะติดตามต่อเรื่อยๆ นะคะ !! -- EDIT -- รู้สึกอบอุ่นเวลาเมนต์ในอโลนเนอะ... เหมือนได้กลับมาอยู่ในครอบครับเดียวกัน -///- เห็นคนที่ชอบคู่แบบเดียวกับตัวเอง เห็นความคิดเห็นที่เชียร์ให้คู่ที่ชอบสมหวัง รู้สึกเหมือนที่นี่จะเป็นแหล่งรวมสายพันธุ์ 1869 ไปในตัว คึ๊ก ๆๆๆ !!! สุดท้ายนี้ โบกธงล่ำลา แต่จะไม่ลืมอโลนไปหรอกค่ะ >w< ~~ |
|
| Author: | MoJiKung [ 16 Jan 2009, 13:05 ] |
| Post subject: | Re: [Fic]Alone <Summer> -1869- [15.01.2009] THE END |
1869 สุดหูรูดคร่า น่ารักที่สุดเลยยยยยยยยยย คุณเคียวน่ารัก มุคุก็น่ารักมากเลยคะ ยังไม่อยากให้จบเลยคะ อยากให้แต่งต่อไปเรื่อยๆเลย สนุกมากเลย หรือไม่ก็แต่งตอนพิเศษมาลงก็ได้นะคะ อยากอ่าน !!!! ปล. หลังจากที่ในตอนแรก หลงรัก 10069 สุดใจ แต่เมื่อมาได้อ่านฟิคของท่านเม ก้อเปลี่ยนใจเป็น 1869 ทันที !!!! ขอให้แต่ง 1869 ต่อไปเรื่อยนะคะ จะติดตามผลงานของท่านเมย์ไปเรื่อยๆค่ะ |
|
| Author: | Hina_sakura [ 16 Jan 2009, 13:15 ] |
| Post subject: | Re: [Fic]Alone <Summer> -1869- [15.01.2009] THE END |
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด จบได้หวานมากค่ะ |
|
| Author: | LanLan [ 16 Jan 2009, 13:22 ] |
| Post subject: | Re: [Fic]Alone <Summer> -1869- [15.01.2009] THE END |
T___T โฮฮฮฮ จบแล้ว ทำไมถึงจบแล้ว.. (อินี่วอนหาเรื่อง = =) ในที่สุดคุณฮิก็คืนดีกับสัปป้าแล้ว มีความสุขกันซะที แล้วอย่าหนีออกจากบ้านอีกล่ะสัปป้า คุณฮิเขาเป็นห่วงกลัวไปนอนสำลักฝุ่งตาย มานอนบนเตียงนุ่มๆกับคุณฮิแล้ว-beep- ดีกว่าเนอะ^^ /โดนถีบ สึนะกับโคลมนี่ดูเหมือนบทจะไม่ค่อยสำคัญ แต่เอาเข้าจริงเหมือนจะเข้าใจสองคนนั้น ดีที่สุดเลยนะเนี่ย อ่านเรื่องนี้ได้ไม่นาน แต่ว่าเป็นเรื่องแรกที่ทำให้บ้า 1869 ได้อย่างหลุดโลก.. แอบเสียดายมากๆเลยค่ะ ที่ไม่ได้มาเป็นผู้ร่วมคลั่ง(?)ตั้งแต่ตอนแรกๆ ตอนไปงานหนังสือ พอกลับบบ้านไปรษณีย์มาส่งพอดี อ่านอโลนก่อนเลย หนังสืออย่างอื่นเอาไว้ทีหลัง(ฮา) แอบใจหายที่เรื่องนี้จบลง แล้วต่ออินี่จะไปบ้าอะไรล่ะเนี่ย(พี่เม : ก็เรื่องใหม่ไง!!) จะติดตามเรื่องต่อๆไปนะคะ(ปาดน้ำลายกับ G69 จะติดตามผลงานพี่เมไปเรื่อยๆเลยค่ะ *โค้ง* |
|
| Page 98 of 100 | All times are UTC + 7 hours |
| Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group http://www.phpbb.com/ |
|