•·.·´¯`·.·•Reborn Fan Club•·.·´¯`·.·•
http://reborntfc.freeforums.org/

THE DARK SKY ( ? x TSUNA ) ตอบคอมเมนต์สอบถาม 05/02
http://reborntfc.freeforums.org/the-dark-sky-x-tsuna-05-02-t682.html
Page 1 of 34

Author:  ruk21us [ 15 Nov 2007, 21:21 ]
Post subject:  THE DARK SKY ( ? x TSUNA ) ตอบคอมเมนต์สอบถาม 05/02

นี่เป็นฟิคที่พยายามถมช่องว่างช่วงก่อนสึนะเป็นมาเฟียเต็มตัวค่ะ เวลาคือช่วงม.ปลาย ไม่มีคำบรรยายใดๆ นอกจากจะบอกว่า มันเครียดนะเจ้าคะ
? x Tsuna

ตอนที่ 1 เปลวไฟของเด็กหนุ่ม

ธรรมชาติของพิรุณคือสายฝนที่เย็นฉ่ำหล่อเลี้ยงสรรพชีวิต ธรรมชาติของวายุคือสายลมแรงกรรโชกที่โยกคลอนทุกสรรพสิ่ง ธรรมชาติของแสงอรุณคือความเจิดจ้าแห่งแสงตะวันที่สาดส่อง ธรรมชาติของอัสนีคือสายฟ้าแห่งการทำลายล้างที่ทรงอานุภาพ ธรรมชาติของเมฆาคือกลุ่มเมฆที่ปกคลุมทั่วฟากฟ้าป้องปกมิห่างหาย ธรรมชาติของสายหมอกคือม่านเงาแห่งความลี้ลับที่น่าเกรงขามในทุกเมื่อ แต่เมื่อถูกถามถึงธรรมชาติของท้องฟ้า.....กลับไร้ซึ่งคำตอบ นั่นคงเพราะ นภานี้ ช่างกว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนัก

“ น่าแปลกนะที่พ่ออุตส่าห์โทรมาบอกน่ะ” ซาวาดะ สึนะโยชิพูดด้วยน้ำเสียงหยั่งเชิง เพราะไม่รู้ว่าคราวนี้พ่อของเขากำลังวางแผนอะไรไว้อีก

“ อะไรกัน นี่ยังผูกใจเจ็บเรื่องเมื่อสามปีก่อนอยู่หรือไง” อิเอมิสึย้อนถามพลางกลั้วหัวเราะ แม้จะคุยกันผ่านสายโทรศัพท์แต่ก็พอจะเดาได้ว่าลูกชายของเขาคงไม่ค่อยวางใจในตัวเขาสักเท่าไหร่

“ เป็นบทเรียนต่างหากล่ะ แค่นี้นะ ผมจะไปโรงเรียนล่ะ เดี๋ยวโกคุเทระกับยามาโมโตะคงใกล้จะมาแล้ว” ไม่ทันพูดจบเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครเป็นคนกด “ ไปนะครับ ฝากสวัสดีแม่ด้วย”

“ รู้แล้วน่าอีกสัปดาห์ก็กลับแล้ว ระวังตัวด้วยนะ” อิเอมิสึรับปากเข้าใจว่าทางสึนะเองคงจะคิดถึงแม่มากกว่าที่จะมาพะวงกับข่าวที่ห่างไกลตัวอย่างเรื่องที่พึ่งบอกไป

“ รู้แล้วล่ะครับ”


ทันทีที่วางสายโทรศัพท์อิเอมิสึก็ถึงกับต้องถอนใจเฮือกใหญ่ รู้สึกหนักใจพอๆกับที่รู้สึกถึงความท้าทาย อดไม่ได้ที่จะจ้องมองออกไปภายนอก ท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้าใส ทั้งกว้างใหญ่ อ่อนโยน สูงส่งอย่างมิอาจมีสิ่งใดเทียบเทียม ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หากจะมีใครสักคน.....มุ่งมาดเปรียบตนให้เท่าเทียมแผ่นฟ้า

“ ยิ้มอะไรของคุณน่ะคะ” ภรรยาคู่ชีวิต ซาวาดะ นานะถามขณะที่ยกอาหารเช้าเข้ามาในห้องทำงาน

“ กำลังคิดว่าเจ้าสึนะมันจะเป็นยังไงบ้างน่ะ”

“ ก็พึ่งวางสายโทรศัพท์ไปไม่ใช่หรือคะ”

“ อายุสิบเจ็ดแล้วนะ เจ้านั่นน่ะ” อิเอมิสึพูดย้ำกับตัวเอง แต่นานะกลับหัวเราะเบาๆ

“ แค่สิบเจ็ดค่ะ ยังเด็กอยู่เลย” หญิงสาวตอบ

“ ถ้าเป็นคนอื่นล่ะก็....คงใช่”

“คุณคะ......” ท้ายที่สุดแล้วฝ่ายภรรยาก็มิได้เอ่ยถามสิ่งใดต่ออีก ใบหน้าที่คร่ำเคร่งของสามียามนี้ค่อนข้างน่าใจหายไม่น้อย แม้จะไม่ได้รับการบอกกล่าวสิ่งใดโดยตรง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่อาจคาดเดา ตั้งแต่สามปีก่อน มีบางอย่างเกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอ บางอย่างที่จิตใต้สำนึกของเธอบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่ก็....ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีไปเสียหมด อย่างไรก็ดี ในเมื่อเป็นสิ่งที่สามีและลูกของเธอเลือก ไม่ว่าผลมันจะออกมาเป็นเช่นใด เธอก็พร้อมที่จะยอมรับในสิ่งนั้น


วันนั้นทั้งวันผ่านไปอย่างปกติสุขสำหรับ ซาวาดะ สึนะโยชิ ไม่รู้สึกเลยว่าเรื่องที่พ่อของเขาบอกมาแต่ละเรื่องจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวเองได้ยังไง เมื่อเช้าก่อนออกจากบ้าน แรมโบ้กับอี้ผิงยังคงหยอกกันรุนแรงจนเล่นเอาบ้านวุ่นวายไปหมด ฟูตะตื่นเต้นกับท่าไม้ตายใหม่ของอี้ผิงจนคว้าบันทึกขึ้นมาจดอย่างไม่ดูเวลาล่ำเวลา รีบอร์นที่รู้สึกรำคาญจนชักปืนมายิงกราดเสียงลั่นบ้าน แต่เขาก็ไม่อยากเสียเวลามาโวยวายพวกนี้นักหรอก เพราะหากช้าไปสักห้านาที เบี้ยงกี้ที่ตอนนี้อาสาเป็นแม่ครัวจำเป็นจะต้องเรียกให้หยุดทานข้าวเช้าแน่ ฉะนั้นทางที่ดี เขาจึงรีบกุลีกุจอออกจากบ้านมาพร้อมกับยามาโมโตะและโกคุเทระที่มารับพวกเขาเดินคุยกันไปตลอดทางจนถึงโรงเรียน คุณพี่ที่กำลังจ้อกกิ้งยามเช้าเข้ามาทักก่อนจะแยกไปซ้อมตอนเช้า ฮารุยังคงวิ่งเข้ามาทักทายอย่างรื่นเริงเช่นเคย เคียวโกะจังก็ยังคงยิ้มให้อย่างอ่อนโยนเมื่อมาถึงห้องเรียน คุณฮิบาริที่ตอนนี้ใกล้จะเรียนจบแล้วยังคงหมั่นตรวจตราคณะกรรมการรักษาระเบียบมัธยมปลายอย่างขยันขันแข็ง แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย จะว่าไปสำหรับเขาหลังจากพบกับรีบอร์น และหลังจากศึกชิงแหวนนั่น นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีจริงๆ ไม่นึกว่าไอ้ห่วยอย่างเขา จะมีวันที่มีเพื่อนล้อมหน้าล้อมหลังมากมาย ไปโรงเรียนอย่างมีความสุข มีคนยิ้มให้ มีคนทักทาย ไม่น่าเชื่อเลยนะ

“ วันนี้ฉันมีงานพิเศษน่ะ โกคุเทระกลับกับยามาโมโตะละกันนะ” สึนะบอกกับเพื่อนสนิททั้งสองหลังเลิกเรียน เขาพึ่งจะได้งานพิเศษใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อนและจะเริ่มทำวันนี้เป็นวันแรก

“ แย่จัง รุ่นที่สิบทำที่ไหนครับ” โกคุเทระถามอย่างกระตือรือร้น และก็ไม่วายบ่นเสียดายที่ไม่ได้กลับด้วยกัน

“ พนักงานเสิร์ฟน่ะ ยามาโมโตะไม่มีซ้อมวันนี้ใช่ไหมล่ะ” สึนะเลี่ยงที่จะตอบคำถามรู้สึกตะขิดตะขวงชอบกลถ้าจะให้เพื่อนสนิทไปเห็นตอนทำงาน

“ วันนี้หยุดวันนึงน่ะ ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวจะดูแลหมอนี่ให้เอง” ยามาโมโตะพูดเจตนาล้อเลียนโกคุเทระอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาฝ่ายที่ถูกล้อหน้าตึงขึ้นมาเลยทีเดียว

“ อย่างี่เง่าไปหน่อยน่าเจ้าบ้าเบสบอล ไอ้ฝ่ายที่จะต้องดูแลน่ะมันฉันต่างหาก แกน่ะอย่ามาพูดจาวางมาดไปหน่อยเลย” โกคุเทระเถียง ยามาโมโตะก็ได้แต่หัวเราะแล้วส่งยิ้มให้เช่นเคย

“ งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ” สึนะโบกมือลาเพื่อนทั้งสองก่อนที่จะวิ่งออกไปจากห้องเรียน เด็กหนุ่มที่หันหลังให้และวิ่งไปด้วยท่าทีกระตือรือร้นและร่าเริงเช่นนั้นอาจเป็นสิ่งที่อาจจะน่าชินชาสำหรับเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆในเวลานี้ แต่สำหรับยามาโมโตะ ทาเคชิ เขาไม่อาจที่จะละสายตาจากร่างนั้นไปได้ คนที่เพิ่งจะออกจากห้องเรียนไปนั่น ใช่ สึนะโยชิ คนที่เขารู้จักหรือเปล่านะ

“ จำได้รึเปล่าว่าสึนะเริ่มทำงานพิเศษเมื่อไหร่น่ะ” ยามาโมโตะเอ่ยขึ้น

“ หืม ” โกคุเทระนึกประหลาดใจกับคำถามเลื่อนลอยนั่น

“ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หมอนั่นเลิกถูกเรียกว่านายห่วยกันนะ” เด็กหนุ่มยังคงถามย้ำ

“ เมื่อไหร่ของนายก็ไม่รู้ล่ะ แต่สำหรับฉัน.....คนๆนั้นไม่เคยเป็นนายห่วยที่ว่านั่นหรอก” นั่นคือคำตอบ ในมุมมองที่กลับกัน สำหรับโกคุเทระ ฮายาโตะ ก็ใช่น่ะสิ นับตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน คนผู้นั้นช่วยชีวิตเขาไว้ ให้ความสนิทสนมด้วย ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ ต่อให้ใครจะว่ายังไงก็เถอะ รุ่นที่สิบที่เขารู้จัก.....ยอดเยี่ยมมาแต่ไหนแต่ไรแล้วต่างหาก

แม้จะพูดถึงด้วยน้ำเสียง ความรู้สึก หรือสรรพนามที่เรียกขานต่างกัน แต่ ณ เวลานั้น ดูราวกับอาจกำลังนึกคิดในสิ่งเดียวกัน ทั้งคู่นิ่งเงียบ และเผลอทอดสายตาไปตามทางที่คนๆนั้นเพิ่งเดินผ่านไป ท่ามกลางเสียงของเพื่อนฝูงที่กำลังคุยกันครื้นเครง ชั่วขณะ มีบางอย่าง ที่เขาสองคนรู้สึก.......ผิดแปลกไป


ที่หน้าประตูโรงเรียน สึนะเดินออกมาพร้อมกับกลุ่มนักเรียนกลุ่มใหญ่ เขาเหลือบเห็นฮิบาริที่กำลังยืนจ้องจับผิดเครื่องแบบนักเรียนอยู่ อันที่จริงก็ควรจะหยุดทักอยู่หรอก แต่ก็ไม่อยากทำอะไรเป็นจุดเด่นขนาดนั้น ครั้นจะเดินผ่านไปแบบนี้ก็ดูเหมือนจะไม่สุภาพ ทว่า สึนะก็ไม่ต้องคิดนานให้มากความขนาดนั้น เมื่ออีกฝ่ายที่ว่าอยู่ๆก็เหมือนกับว่าหายไปต่อหน้าต่อตา ชั่วพริบตารู้สึกเหมือนเย็นวาบขึ้นที่หลังหู สึนะรีบเบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณ ถ้าไม่ใช่เพราะการฝึกที่เข้มงวดของรีบอร์นตลอดสามปีที่ผ่านมา เมื่อครู่เขาคงถูกทอนฟาของฮิบาริฟาดหลังกกหูเลือดนองไปแล้วแน่

“ เคลื่อนไหวได้คมขึ้นอีกแล้วนี่ สนใจจะละเลงเลือดกันหน่อยมั้ย ซาวาดะ” ฮิบาริเอ่ยปากชวนโดยไม่สนใจสายตาหวาดผวาของเหล่านักเรียนที่มองมาเลย

“ ม ไม่ล่ะครับ” แน่นอนว่าสึนะรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน เขาไม่อยากทำตัวเด่นด้วยการซัดกับฮิบาริ เคียวยะตัวต่อตัวหรอกนะ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายอาจจะไม่คิดเช่นนั้น ให้ตายเถอะ ไม่เคยคุยกับคนๆนี้รู้เรื่องเลยสิ

“ คำชวนของฉัน ไม่ได้ให้สิทธิปฏิเสธหรอกนะ” อย่างที่คิด ฮิบาริพุ่งเข้ามาอีกรอบ สึนะก้มหลบเลียดพื้น มองหาช่องทางจะฝ่าเข้าไปกลางกลุ่มนักเรียน ความคิดที่จะตอบโต้ไม่ได้อยู่ในสมองแม้แต่น้อย

“ คิดจะหนีน่ะมันไม่ง่ายนักหรอก” ไวเท่าความคิด หัวหน้าคณะกรรมการรักษาระเบียบพุ่งเข้ามาอีกครั้งหมายจะบีบให้อีกฝ่ายตอบโต้ ทว่า...สิ่งที่โจมตีกลับไปหาใช่ไฟดับเครื่องชนจาก X GLOVES แต่เป็นหมัดลุ่นๆที่ทรงพลังของ ซาซางาวะ เรียวเฮ ต่างหาก

“ บอกแล้วว่าให้นายมาเข้าชมรมมวย สึนะ” ผู้ช่วยที่ไม่คาดฝันทัก

“ คุณพี่!” สึนะอ้าปากค้าง เอาล่ะสิ งานนี้มันจะกลายเป็นการดวลกันระหว่างประธานชมรมมวยกับหัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบไปเสียแล้ว

“ อยากตายใช่มั้ย” ฮิบาริพูดขึ้น รู้สึกขัดใจที่ถูกขัดจังหวะ

“ ถ้าฉันเกิดบาดเจ็บขึ้นมา ระวังนัดหน้านามิโมริจะแพ้เอานะ” เรียวเฮแกล้งเอ่ยปากขู่เรื่องการแข่งชิงแชมป์มวยสมัครเล่นระดับประเทศ ทั้งที่ใจจริงไม่ได้นึกอะไรเสียเท่าไหร่

“ งั้นแค่นอนโรงพยาบาลซักสองสามวันคงพอรักษาตัวทันล่ะมั้ง” ว่าแล้วเด็กหนุ่มพร้อมทอนฟาคู่ใจก็พุ่งเข้ามาเป้าหมายใหม่ สึนะมองภาพเบื้องหน้าด้วยทีท่าหวาดวิตกเป็นประมาณ คุณฮิบาริจ้องเล่นงานลำตัวเป็นสำคัญ คงอย่างที่เจ้าตัวพูดว่ากะให้เข้าโรงพยาบาลนั่นล่ะ แต่คุณพี่เองก็ใช่ว่าจะตกเป็นฝ่ายตั้งรับเพียงอย่างเดียว หมัดเพียวๆของว่าที่แชมป์มวยสมัครเล่นแหวกอากาศและหมายตั้นเอาใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา รุนแรง หนักแน่น ว่องไว อดคิดไม่ได้ว่าอาจารย์ของสองคนนี่.....ช่างสั่งสอนกันมาดีเกินคาดเสียจริงๆ แม้จะเห็นแก่ตัวไปหน่อยแต่สึนะก็ตัดสินใจวิ่งออกจากที่เกิดเหตุโดยเร็วทิ้งให้รุ่นพี่ทั้งสองดำเนินกิจกรรมนองเลือดกลางสนามโรงเรียน หากช้ากว่านี้เขาคงจะสายตั้งแต่เริ่มงานวันแรกแน่ๆ ทว่า..........ทันทีที่วิ่งมาถึงหน้าร้านมินิมาร์ทกลับเจอกับปัญหาเข้าอีก เด็กหนุ่มสองคนกำลังล้อมหน้าล้อมหลังเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังถือของพะรุงพะรังเต็มสองมือ

“ น้องสาวมาคนเดียวหรือไงจ้ะ ไปเที่ยวกับพวกพี่ดีมั้ย” ช่างเป็นประโยคหากินของอันธพาลดาดๆโดยแท้

“ อย่าขวางทางได้มั้ยคะ” เด็กสาวคนที่ว่าปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

“ อย่าทำอย่างนี้สิจ้ะ” ว่าแล้วจิ๊กโก๋หนุ่มในเครื่องแบบนักเรียนมัธยมปลายก็คว้าแขนของเด็กสาวขึ้น หล่อนไม่ได้สะบัดแขนคงกลัวว่าของที่เพิ่งซื้อมาจะตกหล่นไปเสียหมด ทว่า...แววตาของเด็กสาวเองก็ไม่ได้มีทีท่าหวาดกลัวเสียเท่าไร แต่ก่อนที่เรื่องราวจะยืดเยื้อไปกว่านั้น ดวงตาของเธอกลับสบเข้ากับบุคคลผู้หนึ่งเสียก่อน

“ บอสคะ.....” เด็กสาวทักขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงปกติ

“ โคลม!” สึนะหน้าซีด นี่มันอะไรกันล่ะนี่ ดูเหมือนว่าคราวนี้จะวิ่งหนีไปดื้อๆก็คงไม่ได้เสียแล้ว

“ เฮ้ยไอ้หนู! อย่ามาซ่าแถวนี้นะโว้ย ไสหัวไปซะ!” เด็กหนุ่มน่ารำคาญอีกคนเดินเข้ามาหาสึนะ ที่ตอนนี้ปลงกับชะตาตนเองเต็มที่ ไฉนแค่จะเดินไปทำงานพิเศษถึงได้เจออุปสรรคมากมายนักนะ

“ ผมว่า....ปล่อยโคลมไปจะดีกว่านะครับ” สึนะบอก นึกอยู่ว่าถ้าโคลม โดคุโร เกิดโมโหขึ้นมา เจ้าหล่อนคงไม่ปล่อยให้สถานการณ์ผ่านไปสบายๆแบบนี้แน่

“ จะลองดีหรือไงวะ!” ว่าแล้วอันธพาลก็จัดการกระชากคอเสื้อของสึนะขึ้น เด็กหนุ่มไม่รอช้า เขาจัดการบิดแขนของอีกฝ่ายจนพลิก เสียงร้องโหยหวนที่ดังขึ้นแทนคำอธิบายถึงความเจ็บปวดได้ไม่ยากเย็น ไม่น่าเชื่อว่าด้วยฝ่ามือและลำแขนเล็กๆนั่นจะมีแรงถึงขนาดนี้

“ บอกเพื่อนคุณให้ปล่อยโคลมได้แล้วล่ะครับ” สึนะย้ำ แต่ชายหนุ่มที่ผละมือจากเด็กสาวกลับชักมีดขึ้นและพุ่งเข้ามาหมายจะทำร้ายถึงขั้นเลือดตกยางออก

“ ตาย!”

“ มีดนั่น คงเอาไว้ขู่ใช่มั้ยล่ะ” สึนะว่าเขาเอี้ยวตัวเพียงเล็กน้อยเพื่อหลบคมมีดก่อนที่จะใช้ฝ่ามือกระแทกต้นคออีกฝ่ายให้ล้มลง อันธพาลสองคนเห็นท่าไม่ดีก็ได้แต่รีบกุลีกุจอวิ่งหนีกันเต็มกำลัง

“ ขอบคุณค่ะบอส” โคลมเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“ ถ้าไม่ทำแบบนี้เกิดมุคุโร่โผล่มาสองคนนั่นได้ตายจริงแน่ใช่มั้ยล่ะ” อีกฝ่ายย้อนถามอย่างรู้ทัน แต่เด็กสาวก็เพียงแต่ยิ้มให้

“ ท่านมุคุโร่ไม่ทำหรอกค่ะ”

“ จริงน่ะ” สึนะยิ้มแหย ไม่มีทางที่จะเชื่อได้หรอกน่า คนอย่างหมอนั่น

“ ค่ะ”

“ งั้นไปล่ะนะ ฉันมีงานพิเศษน่ะ กลับดีๆนะ” สึนะเตือนก่อนจะเดินจากไป เด็กสาวมองตามร่างนั้นไปด้วยแววตาชื่นชมเช่นเคย อดยิ้มให้กับตัวเองนิดๆไม่ได้ ทั้งๆที่จะไม่เข้ามาช่วยก็ได้แท้ๆ ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ ทั้งที่ไม่ใช่ความจำเป็น ตรงกันข้าม เป็นเธอต่างหากที่จะต้องช่วยคนๆนี้ ทว่า ดีจริงๆเลยนะที่ท่านมุคุโร่......เลือกคนๆนี้น่ะ



ต่อค่ะ

Author:  ruk21us [ 15 Nov 2007, 21:21 ]
Post subject: 

กว่าจะมาถึงที่ทำงานก็ฉิวเฉียวเวลาเข้ากะพอดี

“ มาเกือบสายเลยนะเจ้าหนู” ชายวัยกลางคนทักขณะกำลังเช็ดถ้วยกาแฟอยู่ พลางมองดูนาฬิกาบอกเวลาห้าโมงเย็นพอดิบพอดี

“ ขอโทษครับมาสเตอร์” สึนะยิ้มตอบพลางก้มหัวขอโทษ

“ เอาเถอะไปเปลี่ยนชุดซะ ใกล้ได้เวลาเริ่มงานแล้ว” มาสเตอร์บอกพลางโบ้ยใบ้ให้เข้าไปด้านในร้าน รู้สึกเซ็งเล็กน้อย เมื่อสองวันก่อนเพื่อนของเขาโทรศัพท์มาฝากงานให้เจ้านี่ ว่ากันตามจริงก็ไม่ค่อยอยากรับนัก เจ้าหนูที่ท่าทางภายนอกบุคลิกลักษณะดูยังไงก็ไม่ใช่เด็กม.ปลายแบบนี้ นึกไม่ออกเลยว่าเพื่อนของเขาเอาอะไรมาการันตีว่าถ้าเป็นเจ้าหนูนี่จะต้องทำงานที่ร้านเขาได้ตลอดรอดฝั่งแน่ เอาเถอะ......อย่างมากก็แค่เปลี่ยนเด็กทำงานพิเศษใหม่ แต่ก็หวังว่าจะไม่เผ่นไปเสียก่อนตั้งแต่ทำงานวันแรกหรอกนะ


สึนะเปลี่ยนชุดเป็นชุดบริกรเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตขาวดูเหมือนจะหลวมไปซักหน่อย กางเกงสแล็คสีดำก็ดูจะยาวไป ที่เข้ากันได้พอดีก็มีแค่เจ้าหูกระต่ายสีดำกับผ้ากันเปื้อนเท่านั้น ให้ตายเถอะ ทั้งที่เขาก็ว่าตัวเองโตขึ้นมากแล้วแท้ๆ แต่ไหงมันยังดูต่ำกว่ามาตรฐานชายหนุ่มทั่วไปเสียขนาดนี้นะ แม้จะคิดแบบนั้นแต่ก็โวยวายมากไปไม่ได้ ช่างเถอะลูกค้าคงไม่มานั่งจ้องหรอกว่า บริกรแต่งตัวแบบไหน ขอแค่ให้ดูสุภาพก็พอน่า ร้านที่เข้ามาทำนี่เป็นคาเฟ่เล็กๆในซอย เวลาเข้ากะคือ ห้าโมงถึงห้าทุ่ม แม้จะดูดึกไปหน่อยแต่ค่าแรงก็งามใช้ได้ ตั้งแต่ขึ้นม.ปลาย รีบอร์นก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนนโยบายการสอน หมอนั่นบอกว่าเพื่อจะเป็นหัวหน้าแก๊งที่ดีจะต้องเข้าใจหัวอกลูกน้อง แล้วแบบนั้นล่ะ....ก็เลยถีบเขาออกมาหางานพิเศษทำ แรกๆก็วันละชั่วโมงสองชั่วโมงจนยาวขนาดหกชั่วโมงเข้าไปแล้ว ส่วนงานก็ เริ่มจากงานแจกใบปลิว แคชเชียร์คิดเงิน เฝ้าร้าน ช่วยขายของ เด็กเสิร์ฟ เรียกว่างานไหนก็งานนั้น แม้แรกๆจะนึกต่อต้านด้วยความขี้เกียจก็เถอะ แต่ตอนนี้ก็ชักชินแล้ว ในทางตรงกันข้าม ดีเสียอีกที่ได้รายได้พิเศษ.......เขานี่ก็คิดอะไรแบบนี้ได้ด้วยนะ

ขณะที่กำลังหัวเราะให้กับตัวเองอยู่เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น...ได้เวลาเริ่มงานแล้ว



คงเพราะเป็นคาเฟ่ที่ค่อนข้างมืดทึบและตกแต่งด้วยสไตล์แบบผู้ใหญ่ ลูกค้าที่เข้ามาจึงมักเป็นคนวัยทำงาน ชายวัยกลางคนหรือคู่สามีภรรยาเสียส่วนมาก เด็กหนุ่มสาวเรียกได้ว่าแทบจะไม่มี เพลงที่มาสเตอร์เปิดบรรเลงเป็นเพลงคลาสสิค แม้ฟังไม่ออกก็พอจะรู้ว่าดูมีระดับ บรรยากาศร้านนี้ช่างต่างจากทุกร้านที่เขาเคยทำงานมา ถ้าเป็นที่นี่คงจะไม่มีคนตีกันหรือเมาหัวล้างข้างแตกอย่างร้านที่แล้วแน่ ทางฝ่ายมาสเตอร์เมื่อเห็นท่าทีคล่องแคล่วกับรอยยิ้มรับแขกอย่างมืออาชีพของเจ้าหนูที่เขาหมิ่นประมาทก็อดตะลึงไม่ได้ ดูเหมือนเด็กคนนี้จะทำงานอย่างจริงจังกว่าที่คิด แม้จะตัวเล็กและดูปวกเปียก แต่ในบรรดาเด็กทำงานพิเศษที่เคยรับไว้ทั้งหมด ต้องยอมรับว่านี่เป็นคนแรกที่เขานึกถูกชะตา

“ นายทำงานพิเศษมากี่ที่แล้วเจ้าหนู” ชายวัยกลางคนถามเมื่อเด็กหนุ่มเดินมารับออเดอร์

“ ........” สึนะกำลังประมวลความคิด “ จำไม่ได้ครับ แต่คงไม่ต่ำกว่าเจ็ดแปดที่”

“ พ่อแม่ไม่ว่าหรือไง”

“ พ่อผมน่ะหรือครับ” เด็กหนุ่มหัวเราะน้อยๆเมื่อได้ยินคำถาม

“ หัวเราะอะไรน่ะ คำถามฉันมันน่าขำนักรึไง”

“ เปล่าครับ มาสเตอร์ เพียงแต่คิดว่าอย่างพ่อผมน่ะคงไม่มีวันให้ทำอะไรง่ายๆแบบนี้แน่” คำตอบของเด็กหนุ่มทำเอาฝ่ายที่ถามกลับเป็นฝ่ายงงเสียเอง หมายความว่า....พ่อแม่ของเจ้าเด็กนี่ให้ทำอย่างอื่นที่ยากกว่านี้รึไงนะ

“ กริ้ง” เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้น พร้อมๆกับนาฬิกาเรือนใหญ่ตีบอกเวลายี่สิบเอ็ดนาฬิกา เสียงนาฬิกาที่ดังกังวานชวนให้รู้สึกใจสั่นอย่างไรชอบกล เด็กหนุ่มคิดเช่นนั้น

“ เชิญครับ กี่ที่ครับ” เด็กหนุ่มโค้งและยิ้มทักทายแขกกลุ่มใหม่ที่เข้ามาในร้าน ชายในเสื้อคลุมสีดำทมิฬที่เป็นผู้นำไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับส่งสายตาเหยียดมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนที่เขาและผู้ติดตามอีกสามสี่คนจะเดินไปทางมาสเตอร์ที่กำลังชงเหล้าอยู่ที่เคาน์เตอร์

“ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” น้ำเสียงทักทายนนั่นทำให้สึนะถึงกับขนลุกวาบ เขาเผลอมองตามไปที่เคาน์เตอร์ รู้สึกสังหรณ์ใจลึกๆว่าจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น มาสเตอร์ไม่ได้ตอบแต่สึนะรู้ได้ทันทีว่า.....มาสเตอร์ไม่ได้ชอบใจการพบปะนี้นักหรอก

“ คงนึกไม่ถึงสิท่าว่าทางเราจะตามจนเจอน่ะ”

“ ต้องการอะไร” มาสเตอร์ถามกลับ ท่าทีดูระแวดระวังมากขึ้น

“ ของที่นายเอามา ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน”

“ .........................................................” ไม่มีคำตอบจากผู้ถูกถาม ลางสังหรณ์แห่งความระแวดระวังทั่วร่างของสึนะรู้สึกตื่นตัวเต็มที่ รู้สึกไม่ดีเลย มีอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น อะไรบางอย่างที่ไม่ดีมากๆ ทันใดนั้นผู้ติดตามของชายร่างสูงก็ชักปืนขึ้นจ่อไปที่ร่างของมาสเตอร์ สึนะรู้ดีว่า.....นี่ไม่ใช่การละเล่น

“ พวกแกหัดทำอะไรประเจิดประเจ้อ แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” มาสเตอร์ยังคงย้อนถามด้วยเสียงเย็น แต่ขณะนี้คนทั้งร้านเริ่มทำท่าจะลุกหนีกันแล้ว แน่ล่ะในสถานการณ์แบบนี้คงไม่มีใครใจเย็นนั่งทานอาหารกันต่อได้ แต่ความเคลื่อนไหวทั้งหมดกลับต้องชะงักเมื่อเสียงปืนถูกยิงขึ้นหนึ่งนัด ขวดเหล้าที่บาร์แตกละเอียด

“ ถ้าไม่อยากถูกกระสุนเจาะกะโหลก ก็ช่วยอยู่กันนิ่งๆนะ” ชายผู้เป็นหัวหน้าแสยะยิ้ม ท่ามกลางความตึงเครียดนั่น เด็กหนุ่มเข้าใจดีเลย เจ้าพวกนี้ไม่คิดจะปล่อยให้ใครมีชีวิตรอดแน่ ไม่อยากให้ใครแจ้งตำรวจ ไม่อยากให้ตำรวจรู้ พวกนี้....คิดจะฆ่าทุกคนในร้านนี่!

“ คนพวกนี้ไม่เกี่ยวอะไรด้วย ปล่อยพวกเขาไปซะ!” มาสเตอร์บอก แต่ฝ่ายตรงข้ามหัวเราะ

“ บอกที่ซ่อนของมาสิ”

“ ปล่อยคนก่อน แล้วฉันจะบอก” ผู้อยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบกว่าต่อรอง แต่ทางนั้นกลับหัวเราะลั่น

“ แกคิดว่าใครมีอำนาจต่อรองในที่นี้ หา!” เสียงตะคอกนั่นทำให้ความหวาดกลัวแผ่ขยายไปทั่ว สำหรับซาวาดะ สึนะโยชิ เวลานี้ เขากำลังกลัว ไม่ใช่ความกลัวที่รักตัวกลัวตาย แต่........เป็นบางอย่างลึกๆที่ไม่อาจพรรณนาออกมาเป็นคำพูด มันคือความรู้สึกอะไรกันนะ

“ แว้ๆๆ” เสียงเด็กทารกร้องไห้ดังขึ้นเบื้องหลัง หญิงสาวพยายามปลอบให้เด็กหยุดร้อง แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล หนึ่งในกลุ่มคนอันตรายเดินเข้ามาพร้อมกับจ่อปากกระบอกปืนไปที่สองแม่ลูก ให้ตายเถอะ....พวกนี้คิดจะเชือดไก่ให้ลิงดูหรือยังไง ฉับพลัน เด็กหนุ่มที่กำลังสับสนพุ่งเข้ามาขวางโดยอัตโนมัติ และลงมือชกเข้ากลางใบหน้าฝ่ายตรงข้าม เลือดสดๆกระเซ็นเปื้อนใบหน้าของสึนะทันที

“ แก!” เสียงกรรโชกดังขึ้นจากคนที่น่าจะล้มลงสลบไปแล้ว แต่ที่ยังยืนขึ้นมาได้คงเพราะคนพวกนี้เป็นมืออาชีพ

“ เข้ามาสิ” พูดไปแบบนั้นแต่สึนะไม่ได้รอให้อีกฝ่ายตั้งตัว เขาใช้มือปัดลำกล้องปืนลงพื้น ชกเข้ากลางลำตัวพร้อมกับเตะส่งผู้บุกรุกลงไปกองแทบเท้า โลหิตสดๆทะลักจากปากมือปืนโชคร้าย กลิ่นคาวเลือดเล็กน้อยปลุกสัญชาตญาณของผู้ล่าในตัวเด็กหนุ่มให้ตื่นขึ้น


การกระทำของเขาสร้างความตื่นตะลึงให้คนรอบข้าง ไม่เพียงเท่านั้น ตอนนี้พวกที่เหลือตั้งท่าจะระดมยิงกระสุนมาที่เขา ต่อให้เก่งแค่ไหนแต่ถ้าต้องปัดกระสุนทั้งหมดเพื่อปกป้องคนทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ เด็กหนุ่มรู้ตัวว่า เขาในตอนนี้ต้องการพลังที่มากกว่าปกติ

“ ตายซะเถอะ!” ไม่ทันสิ้นเสียงคำสั่ง สึนะกลับกระโจนขึ้น ถุงมือถูกสวมเข้าที่มืออย่างรวดเร็ว ฉับพลันที่หน้าผากของเด็กหนุ่มก็เรืองแสงปรากฏเปลวเพลิงสีส้มลุกโชติช่วง ดวงตาสีน้ำตาลแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มที่ลึกล้ำ มือทั้งสองข้างลุกไหม้ด้วยอัคคีรุนแรงพร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างเบื้องหน้า กระสุนทั้งหมดที่กราดใส่ถูกปัดลงพื้นอย่างง่ายดาย และระมัดระวังพอทีจะไม่ให้ไปตกต้องถูกผู้ใด สึนะโนชิ...ไม่สิ วองโกเล่รุ่นที่สิบ ลงมือโจมตีกลับโดยไม่ให้ใครได้ทันตั้งตัว หมัดที่คมกริบและร้อนเร่าตรงเข้ากลางใบหน้าเหล่าบอร์ดี้การ์ดอย่างแม่นยำ พร้อมกับจังหวะการเตะที่รุนแรงเรียกเอาเลือดสดๆกระเซ็นติดผนังร้านอย่างไม่มีทางเลี่ยง แม้จะไม่รู้ตัว แต่ใบหน้าของเด็กหนุ่มยามที่ใช้ฝ่ามือแผดเผาใบหน้าคู่ต่อสู้นั้น สำหรับใครก็ตามที่มองมา มันช่างเยือกเย็น นิ่งสงบ ดวงตาสีส้มที่ทอประกายสีทองสว่างไสวเหยียดมองคู่ต่อสู้ราวกับราชาผู้ยืนอยู่เหนือกองซากศพก็ไม่ปาน ทั้งสวยงาม น่าลุ่มหลง แต่ก็ช่าง......น่าหวาดกลัวเสียเหลือเกิน

“ กะ....แกเป็นใครกัน!” ชายผู้เป็นหัวหน้าถึงกับจับปืนมือไม้สั่น กัดฟันกรอด เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาไม่ใช่แค่นักแสดงปาหี่สมัครเล่นแน่ ด้วยแววตา ท่าทาง ความรู้สึกแบบนี้......

“ ถึงบอกไปก็ไม่รู้จักหรอก” วองโกเล่รุ่นที่สิบบอก

“ มาเฟีย! แกเป็นพวกมาเฟียใช่มั้ย!” คำพูดที่เอ่ยออกจากปากโสโครกนั่นทำให้สึนะนึกอยากกรอกไฟดับเครื่องชนใส่เหลือเกิน หมอนี่ ชักจะพูดมากเกินไปแล้ว

“ จะไปเสียโดยดี หรือว่า.......” ว่าพลางก็เร่งเปลวไฟดับเครื่องชนให้ติดลุกมากขึ้น ดูเหมือนคำขู่จะได้ผลกลุ่มคนไม่พึงปรารถนารีบพากันออกจากร้านโดยไม่ต้องบอกซ้ำ ทว่าสำหรับเขาดูเหมือนเรื่องราวในค่ำคืนนี้จะไม่จบลงเพียงเท่านี้

“ มาฟีย! เมื่อกี้หมอนั่นเรียกนายว่ามาเฟียใช่มั้ย ” เสียงคนถามขึ้น และเสียงนั่นก็เริ่มเซ็งแซ่ไปทั่วร้าน ความชุลมุนครั้งใหม่ ดึงเอาสึนะออกจากโหมดดับเครื่องชนทันที เรื่องที่ไม่ดีไม่งามนักสำหรับเขา....เกิดขึ้นอีกแล้ว

“ เธอ.....” มาสเตอร์เปล่งเสียงขึ้น แต่สึนะที่กำลังขวัญเสียกับคำพูดและสถานการณ์เช่นนั้นถึงกับสะดุ้ง เขากวาดสายตามองผู้คนโดยรอบ นี่มันอะไรกัน สายตาเหล่านี้ ดูราวกับหวาดกลัว ดูราวกับขวัญเสีย ดูราวกับไม่อยากเข้าใกล้ สมองของเด็กหนุ่มทำงานอีกครั้ง ........เปลวไปดับเครื่องชนคือเปลวไฟในตำนานของมาเฟีย.......มาเฟีย...... ใช่แล้ว ก็เขาพึ่งแสดงสิ่งที่น่าหวาดหวั่นออกไปนี่นา ไม่แปลกหรอกที่คนอื่นๆจะหวาดกลัว

“ ขอโทษครับ” สึนะโค้งให้ก่อนที่จะรีบวิ่งออกจากร้านไป ฝนตก.....ฝน ข้างนอกฝนตกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทว่า...เด็กหนุ่มกลับวิ่งฝ่าความมืดออกไป ไม่สนใจถึงสายฝนที่กำลังซัดสาดอย่างรุนแรง ไม่สนใจสายฟ้าที่กำลังคำรามก้อง เจ็บ รู้สึกเจ็บในอก ปวด ที่ไหนกันนะ ที่กลางหน้าอกอย่างนั้นหรือ ก็รู้อยู่หรอก รู้อยู่ แต่ทำไม....ถึงได้

“ มาเฟียอย่างนั้นหรือ” คำพูดที่เกือบจะเลือนหายไปแล้วย้อนกลับมาวนเวียนในสมอง รีบอร์น มาอยู่กับเขาเพื่อฝึกให้เขาเป็นวองโกเล่รุ่นที่สิบ โกคุเทระเรียกเขาว่ารุ่นที่สิบ นั่นไม่ใช่ชื่อเล่น แต่เป็นตำแหน่งต่างหาก.....นี่เขา คุ้นชินกับสิ่งเหล่านี้จนลืมมองสิ่งรอบตัวไปซะแล้ว ยังไงเสียมาเฟียก็เป็นมาเฟียวันยังค่ำสินะ จะให้คนทั่วไปยอมรับได้ยังไง สายตาแบบนั้น น่ากลัว ไม่อยากเห็น สายตาที่เชือดเฉือนแบบนั้น......นี่เขาจะต้องแบกรับสายตาเช่นนั้นไปตลอดชีวิตเช่นนั้นหรือ ล้อเล่นน่า!


เด็กหนุ่มหยุดวิ่งและเดินลุยฝนไปทั้งอย่างนั้น น้ำที่ไหลเปียกชื้นอยู่บนใบหน้านี่ เป็นน้ำตาหรือว่าสายฝนกันนะ นี่เป็นครั้งแรก ครั้งแรกที่เข้าใจว่า......ความจริงคืออะไร

“ ขอโทษครับ” เด็กหนุ่มพูดพึมพำเมื่อรู้สึกว่าเดินชนกับใครบางคนเข้า ครั้นจะเงยหน้าขึ้นมองก็รู้สึกไม่อยากทำแบบนั้นเลย คงเพราะตากฝนเลยทำให้รู้สึกมึนหัวเล็กน้อย ตอนนี้......ไม่อยากจะทำอะไรเลย คิดได้เพียงเท่านั้น สติของเด็กหนุ่มก็หลุดหายไป เขาสลบไปท่ามกลางสายฝน และใน....อ้อมแขนของชายแปลกหน้า

“ ซาวาดะ สึนะโยชิ อย่างนั้นรึ” เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น ทว่า....มิได้เข้าหูของสึนะอีกแล้ว




อืมตอนนี้เป็นตอนเกริ่นนำค่ะ ขนตัวละครออกมาเผยโฉมกันถ้วนหน้า อย่างที่บอกว่านี่เป็นเรื่องของสึนะกับพวกพ้องก่อนจะเติบโตเป็นผู้เป็นคน ก็มีบู๊ ดราม่า วาย และเรื่องรักๆใครๆเช่นเคย มาลุ้นกันว่าคนที่สึนะเจอกลางสายฝนนี่ใครกันเอ่ย

Author:  lvlelody [ 15 Nov 2007, 21:47 ]
Post subject: 

ขอเดาว่า...แซนซัสเจ้าค่า~~~!!
โฮกกก ไม่มีเหตุผลพิเศษ แค่ใช้ลางสังหรณ์ในการตัดสินใจ (ไอ้บ้า)


สึนะน่าสงสารจัง แต่ชอบโหมดนี้ ก๊ากกกกกกก
รู้สึกว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะจนไม่สมกับเป็นสึนะยังไงก็ไม่รู้
แต่ก็ชอบอยู่ดี หนูน้อยเติบโตขึ้นแล้ว~ อั๊ง~


มาต่อเร็วๆ~~~~~~~~~ โฮกกกกกก
อยากอ่านต่อ >[]<~~~!!! หงิงงงงงง


สึนะเรื่องนี้โหมดไฮเปอร์กับโหมดปกตินิสัยไม่ต่างกันเท่าไหร่ (เนอะ?)

Author:  cocolu [ 15 Nov 2007, 22:01 ]
Post subject: 

คิดว่าแซนซัสสึนะเช่นกันน~~~ = [] =


ที่คิดแบบนี้..เพราะ..เอ่อ น้องสึนะเค้าดูเป็นผู้ใหญ๊~ ผู้ใหญ่ เช่นนี้คงมีเฮียแซนซัสคนเดียวกดอยู่ ฮา


แต่..จะคู่อะไรก็ช่าง! = [] = เพราะสึนะเคะ! ดังนั้น ต่อด่วนค่า~~~~

Author:  joey [ 15 Nov 2007, 22:02 ]
Post subject: 

Quote:
ขอเดาว่า...แซนซัสเจ้าค่า~~~!!
โฮกกก ไม่มีเหตุผลพิเศษ แค่ใช้ลางสังหรณ์ในการตัดสินใจ (ไอ้บ้า)


โจก็เดาแซนซัสเหมือนกันท่านเม...(บ้าคูณ2) อ๊ากกกก คู่นี้มันน่าเขียนน่ายำจริงๆให้ตาย~
มีพล๊อตเยอะแต่ไม่ว่างเขียน อืออออ เศร้า

Author:  B.Lucky [ 15 Nov 2007, 22:07 ]
Post subject: 

อยากรู้จัง ว่าคนที่ออกมาตอนสุดท้ายนั่นใคร :)

รีบมาต่อไวๆนะคะ

Author:  devildelivery [ 15 Nov 2007, 22:11 ]
Post subject: 

อา ฟิคใหม่ๆ คุณ ruk21us ห่างหายจากการแต่งฟิคไปนานพอดูเลยนะคะ ฟิคคราวนี้ก็เยี่ยมอีกแล้ว :D

จำได้ลางๆ ว่ารีบอร์นบอกว่าสึนะน่าจะได้รับการทดสอบเป็นรุ่นที่สิบตอนอายุสิบเจ็ด...รึเปล่า? เข้าใจว่าฟิคนี่น่าจะเชื่อมกันพอดี เป็นช่วงที่เราเรียกว่า "ครั้งหนึ่งในชีวิตวัยรุ่น" เพราะอะไรๆ (ในการ์ตูน) มักจะเกิดช่วงนี้ (ฮา)

ตัวละครออกมาเยอะแยะเลย นิสัยแต่ละคนก็ไม่ค่อยเปลี่ยนไปเลย จะมีก็สึนะนี่ละนะที่เข้มแข็งขึ้นบ้าง แต่แล้วก็เกิดเรื่องอีกจนได้ ดราม่าหนักจริงๆ สมกับที่จั่วหัวไว้เลย ทั้งๆ ที่น่าจะมีความสุขแล้วแท้ บททดสอบใหม่หนักหนาน่าดู

คิดว่าคนที่โผล่มาตอนท้ายน่าจะเป็นแซนซัสเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นแซนซัส...จะเรียกชื่อสึนะดีๆ รึเปล่านี่สิ คิดไม่ตก อาจเป็นคนที่คิดไม่ถึงเลยก็ได้ ใครดี อิริเอะ โชอิจิ? ไม่ใช่ละ =w="

Author:  MiSa [ 15 Nov 2007, 22:17 ]
Post subject: 

มีแต่คนเดาว่าแซนซัส รออ่านต่อเอาละกัน
รอตอนต่อค่ะ จะได้รู้ว่าเป็นใคร

ปล.สึนะเคะยอดที่สุด =w=

Author:  hadead [ 15 Nov 2007, 22:27 ]
Post subject: 

ว้าว ถึงจะฟิกที่หนักๆก็ตามที แต่ทว่า.... ชอบค่า!!

เป็นดราม่าหนักๆแต่มีเนื้อหาที่น่าสนใจมากเลย อ่านแล้วก็รู้สึกว่า เออ นั่นสิ กว่าสึนะจะมาเป็นมาเฟียเต็มตัวได้เนี่ย เจ้าตัวจะเจออะไรนะ ถึงได้กลายเป็นวองโกเล่รุ่นที่ 10 อย่างเต็มตัวอย่างนั้น

ตัวละครทุกตัวก็สื่อออกมาได้ดีเลยค่ะ ส่วนสึนะก็ดูแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย

แล้วมาต่อเร็วๆนะคะ อยากรู้เหมือนกันว่าคนที่ออกมาเป็นใครกันแน่

อยากจะเดาอะนะ แต่นึกไม่ออกจริงๆหงะ แต่คาดว่าคงเป็นตัวละครที่คาดไม่ถึงล่ะมั้ง อย่างเช่น...เบียกกุรัน?! ฮ่าๆๆๆ ไปไหนแล้วเนี่ย

Author:  chomexchome [ 15 Nov 2007, 23:20 ]
Post subject: 

/อ๊าง~~ วิ่งเข้าไปหาท่าน ruk21us มายเลิฟท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง

ในที่สุดท่านก็แต่งเรื่องใหม่แย้วววว >O< >_< >O< เอ้า! เล่น wave!!!! :lol: :lol: ดีใจจังเอ้ย ดีใจจัง นึกว่าจะไม่แต่งเรื่องไหนแร้วซะอีก เพราะเรื่องแรมโบ้ซือคุง+มุคุซือคุง มันก็จบไปนานโข~~ มาเจอเรื่องนี้ อะร๊างงงง /วิ่งเข้าไปกอดอีกที

โหยยย....ดราม่าสดๆซิงอย่างว่าจริงๆ ซือคุงลูกแม่เข้มขึ้นจริงๆด้วยล่ะลูก แม่ล่ะดีใจ TwT ฉากตอนซือคุงซัดพวกด๋อยในบาร์นะ โดนใจแม่มากเลยล่ะลูก แต่ลูกน่าสงสารมากเลย โธ่ๆๆ คนทั้งโลกไม่เข้าใจลูก แต่ดูเหมือนว่าไอ้คนที่ลูกไปปะทะอกน่ะ มันจะเป็นคนแรกที่ให้ลูกโตเป็นผู้ใหญ่ในหลายๆเรื่องแน่ๆเลยล่ะลูก บางทีอาจเป็นเรื่อง(วอด)วายก็ได้นะลูก คิคิ

แต่แม่ทราบดี ก็ท่าน ruk21us สุดที่เลิฟของแม่บอกแล้วนี่นา(ตอนท้ายเรื่อง) ว่าตอนนี้ยังไงมันก็ไม่พ้นเรื่องเลิฟๆ อุคริ บอกท่าน ruk21us ด้วยนะลูก ว่าแม่รีเควสขอแบบถึงใจให้สมดราม่า :lol: :lol: :lol:


อยากอ่านต่อแล้วง่าาาาท่าน ruk21us ชอบแบบเข้มๆอย่างนี้จังเรย :oops: มีหลายเรื่องให้น่าลุ้นมั่กมายยย >///< โอ๊ยย...ไม่อยากนึกซีนอารมณ์เรย ดูท่าจะ...อะฮึ้ย อะฮึ้ย.... อ๊ะ!? เดี๋ยวก่อนสิ ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นท่าน ruk21us แต่งฉากเรทเลยนี่หว่า....O_O!?

Author:  rosme [ 15 Nov 2007, 23:59 ]
Post subject: 

หนุกจ้า เนื้อเรื่องน่าสนใจมากเลย

สึนะเก่งโคตรเลยอ่า ชอบค่า

มาอัพต่อไวๆเลยน้า

Author:  Lynx [ 16 Nov 2007, 00:13 ]
Post subject: 

จะผิดไหมถ้าให้เดาเป็นสควอลโล่ เหอๆๆๆ

เอามาต่อเร็วๆ นะคะ

Author:  yoke [ 16 Nov 2007, 00:53 ]
Post subject: 

เดาว่าคนที่มาเจอกลางสายฝนคือ คึณดีโน่ โน่ โน่ โน่
เพะราเราอยากให้เจอ..... อ่ะฮิ

สึนะเข้มเต็มๆMAX!!
แถมแค่บทนำตัวละครก็ออกมากันครบองค์ประชุมละ(หมายถึงแฟมมิลี่)
รออ่านค่ะ รอลูกเดียว ><~

Author:  kikuva [ 16 Nov 2007, 01:32 ]
Post subject: 

คนคนนั้นที่ศรีเดาไม่ออกว่าเป็นผู้ใด

แต่จะติดตามต่อไปค่า

ท่าทางเรื่องนี้เราก็คงได้ลุ้นตัวโก่งอีกแน่ๆ

เนื้อหาน่าติดตามมากมาย

รอตอนต่อไปค่า

Author:  derick [ 16 Nov 2007, 15:48 ]
Post subject: 

จะใครก็ได้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่รออ่านต่อแน่นอนก๊าบบบบบบบบบบบบบ ><

Page 1 of 34 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/