Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test




Post new topic Reply to topic  [ 2 posts ] 
Author Message
 Post subject: [Fic] Desire [:-NC-21-:] HBD P' Hiyuura~
PostPosted: 15 May 2008, 06:54 
User avatar
Joined: 25 Oct 2007, 22:13
Posts: 618
Title: desire
Author: melody
Pairing: - ByakuranXMukuro
Rating: NC-21
Spoilers: -
Disclaimer: Akira Amano
Summary: -
Author notes: HBD P'hiyuura <3~ เพราะเป็นวันเกิดพี่ยูระ ถึงกล้าเขียนขนาดนี้ (ฮา) ว่าแต่ปกติมีใครเขาให้สับปะรดช้ำเลือดช้ำหนองเป็นของขวัญกันเร๊ออออออออออออออออ








-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


สกุณาดุเหว่าแว่วส่งเสียงเจื้อยแจ้วน่ากังขา เสียงกรีดร้องไร้ที่มาหากหยาดเลือดนั้นปรากฎแต่ที่ใด
แสงอัสดงยามเย็นทอทอดทิวาลับลาเรไร รัตติกาลกลืนกินสิ้นซึ่งทุกสิ่งแม้กระทั่งเสียงร่ำไห้
จั๊กจั่น หิ่งห้อย ส่งเสียงร้อง ส่องแสงริบหรี่ราวเทียนไขใกล้สิ้นลม
สกุณาตัวน้อยยังคงร่ำร้อง ท่ามกลางกรงทองข้างเทียนไข
...ดวงตาคู่นั้นเฝ้าคอยให้ผู้ใด...
...มาปลดปล่อยตนสักครา...


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



แสงเทียนเปล่งประกายจากเปลวไฟดวงน้อย ก่อเกิดกำเนิดเงาทาบทับบนกำแพงวูบไหว ราวกับปิศาจกำลังเยื้องกรายเข้ามาใกล้ ... เสียงฝีเท้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่ไร้แม้กระทั่งเสียงของลมหายใจ ทั้งที่ยังมีร่างหนึ่งที่ถูกพันธนาการอยู่ตลอดเวลาภายในห้องที่ราวกับเป็นกรงขังนั้นเอง...




...เสียงของความเคลื่อนไหว เรียกเสียงกรีดร้องให้ดังก้องในห้วงมโนจิต...สำนึกคิดต่อต้านขัดขืน หากในความเป็นจริงไม่อาจทำได้เฉกเช่นที่จินตนาการ...



"ว่างงานมากหรือครับ"



สายโซ่สีเงินกระทบส่งเสียงกรุ้งกริ้งแผ่วเบายามเมื่อข้อเท้าที่ถูกพันธนาการขยับไหว หยาดโลหิตสีครั่งรินไหลไม่หยุดหย่อน และราวกับปากแผลจะถูกเปิดขึ้นอีกเมื่อข้อเท้าขาวถูกตรึงจับไว้แน่น...



"เพราะมีเธออยู่หรอกนะ ฉันถึงพยายามเคลียร์งานให้เสร็จเร็วๆน่ะ...มุคุโร่คุง..." ริมฝีปากได้รูปเอื้อนเอ่ยแผ่วเบาข้างพวงแก้มขาว ลมหายใจอุ่นๆกระทบผิวบางให้ขนอ่อนทั่วกายลุกเกรียว ลิ้นร้อนไล้เลียซอกคอขาวแผ่วเบาซ้ำๆ ก่อนกดคมเขี้ยวจรดผิวเนื้อ...



สายหมอกเหยียดรอยยิ้มเย้ยหยันแม้ยามร่างถูกตรึงให้นอนนิ่งอยู่บนเตียงสีดำสนิท...สีแห่งรัตติกาลที่ไม่ช้านานคงกลืนกินตัวตนแห่งสายหมอกให้สิ้นสูญไป...


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


...สกุณาส่งเสียงร่ำร้องเรียกเพื่อนพ้องให้กลับรัง...
...สกุณาตัวหนึ่งเฝ้ามองมิห่างหายหากไม่อาจก้าวโผผินบินเข้าไปรวมฝูง...
ด้วยตัวแห่งตนถูกพันธนาการในกรงทอง...ปีกสีขาวนั้นจึงมิอาจกางออก...
...ได้แต่เฝ้ามองอิสระที่โหยหา...หากไม่มีวันจะได้สัมผัสมัน...


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ร่างขาวหอบระริน กายบางสั่นสะท้าน... ผู้ชายคนนั้นออกไปแล้ว... หยาดน้ำตาจึงมีโอกาสได้รินไหลระบายความเจ็บปวดและเศร้าโศกที่เข้าเกาะกุมจิตใจ มือเรียวขยุ้มผืนผ้านุ่มสีดำที่รองรับเรือนกายขาว สีที่ตัดกันอย่างน่ากลัวราวกับสายหมอกกำลังจะเลือนลางจางหายไป... แต่ในขณะเดียวกันกลับสะท้อนภาพให้เห็นชัดเจนซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้น... ผิวขาวซีดเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งตัณหาและราคะของชายหนุ่มที่ไร้หัวใจ...



มือบางขยับกุมท้อง คู้กายซุกใต้ผ้าห่ม... บางสิ่งยังคงคั่งค้างอยู่เต็มร่าง...



...อยากอาเจียน...



ดวงตาสองสีสิ้นไร้ประกายแห่งความอวดดีอีกต่อไป...เมื่อศักดิ์ศรีถูกย่ำยีจนไม่เหลือแม้เพียงเศษเสี้ยว...สิ่งที่แสดงออกจากดวงตาคู่นั้นจึงมีเพียงความหวาดกลัว...ริมฝีปากแดงจัดขบเม้มแน่นจนช้ำชอก...กักกลั้นเสียงสะอื้นให้ศักดิ์ศรีที่ถูกทำลายดูไม่ไร้ค่าจนเกินไปนัก...



...มุคุโร่สะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกถึงฝ่ามือใหญ่แนบลงบนร่าง... ดวงตาสองสีเบิกกว้าง มือบางตวัดปัดสัมผัสนั้นให้ถอยห่าง...



...หากเมื่อหันมามอง...



...กลับไม่มีผู้ใด...



...หยาดน้ำตารินไหล...ร่างผอมบางหอบหายใจแรง...ตัวเขาในตอนนี้น่าสมเพชอดสู... ถึงขนาดที่แม้กระทั่งตัวเองยังแสนรังเกียจ...



...รังเกียจ...ที่ไม่อาจขัดขืนได้...



ร่างกายที่จดจำสัมผัสที่แสนทารุณนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ารู้ดี... ถ้าขัดขืนจะเจ็บ ถ้าขัดใจจะถูกทรมาน...



...หวาดกลัวที่จะขัดขืน...



...วันที่สกุณานี้จะได้รับอิสรภาพคงมีเพียงยามที่สิ้นลมหายใจแล้วเท่านั้น...




...ดวงตาสองสีปรือปิด...ลมหายใจที่ปั่นป่วนถูกปรับให้เข้าที่ ผ้าห่มถูกนำมาใช้ต่างเสื้อคลุม ขาเรียวแตะพื้นอย่างมั่นคง ทว่าทันทีที่ทิ้งน้ำหนักลงไปร่างก็ซวนเซจวนล้ม... มือบางยึดขอบโต๊ะข้างเตียงเป็นหลักพยุงได้ทัน... ของเหลวที่ไหลอาบเรียวขาซึ่งรู้สึกได้อย่างชัดเจนนั้นทำให้ชายหนุ่มเหยียดรอยยิ้ม...



...รอยยิ้มที่เหยียดหยันต่อทุกสิ่งในโลก หากแต่ดวงตาไม่เข้าคู่กันกลับไม่หลงเหลือความอวดดีเฉกเช่นที่สามารถยิ้มได้...



ร่างที่มีเพียงผืนผ้าห่มปกคลุมเยื้องย่างเชื่องช้าเข้าใกล้บานหน้าต่าง... มือเรียวทาบบนกระจกใสก่อนออกแรงผลักน้อยๆ ...



ทุกครั้งที่ก้าวเดิน...เสียงของสายโซ่ที่พันธนาการเขาไว้จะดังขึ้นราวกับคำเตือน...ที่แสนเจ็บปวด...



...ไม่มีวันได้รับซึ่งอิสรภาพที่โหยหา...



...เป็นได้เพียงสายหมอกที่ถูกจองจำ...




...ตลอดกาล...



เรือนผมยาวไหวตามแรงลม มือเรียวขาวเกาะระเบียงไม้ ทอดสายตามองไปไกลไร้จุดหมาย... การาสุโผผินบินกลับรัง...สายหมอกเบือนหน้ามองตาม... เมฆาเคลื่อนคล้อยบดบังเงาอาทิตย์ยามอัสดง... แสงสีส้มจางสะท้อนนัยน์ตาให้ดูหมองเศร้ากว่าที่เคย ...หากนั่นอาจหมายถึงความจริงที่ซุกซ่อนปกปิดตลอดมา...



....แกร่ก....



ดวงตาสองสีเบือนมองที่มาของเสียง... เรียวปากบางคลี่รอยยิ้มที่แตกต่างไปจากเดิม...



...นกน้อยในกรงทอง...



...ตัวเราในตอนนี้เองก็คงไม่ต่างกัน...



ร่างผอมบางเดินเข้าไปในห้อง ข้างประตูระเบียงคือโต๊ะที่ตั้งกรงนกสีทอง...




ชายหนุ่มหยิบอาหารนกเม็ดเล็กๆยื่นเข้าไปในกรง... จงอยปากแหลมคมจิกกิน... หากมันกลับบาดผิวเนื้ออ่อนบางจนเลือดซึม...



ดวงตาสองสีมองหยดเลือดสีครั่งแน่นิ่ง...



...ไม่เจ็บสักนิด...



...ทั้งๆที่เลือดกำลังไหล...



...แต่กลับไม่มีความรู้สึก...



...ชินชากับความเจ็บปวด...



บาดแผลเพียงเล็กๆน้อยๆ...






...หากแต่...แม้จะเล็กน้อยเพียงใด... แต่มันก็สร้างความเสียหายให้เฉกเดียวกัน...



นิ้วขาวแตะแผ่วบนริมฝีปาก ลิ้นนุ่มขยับไล้เลียเชื่องช้า ...รสชาติเค็มปร่ากระจายในโพรงปาก...



เมื่อเลือดหยุดไหล ดวงตาสองสีจึงหันไปจับจ้องตัวตนเหตุของบาดแผลในครั้งนี้... มือเรียวไล้บนกรงทองแผ่วเบา...



------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


...สกุณาตัวน้อยยังคงถูกจองจำ...
...อยากปลดปล่อยให้มันได้รับอิสระที่เขาโหยหา...
...และเชื่อว่ามันเองก็คงปรารถนาเช่นกัน...
...แต่หากถ้าทำเช่นนั้นแล้ว...
...เขา...ก็จะเป็นเพียงชีวิตเดียว...
...ที่ถูกกักขังไว้ในห้องนี้...ที่เป็นราวกับกรงขังของสีขาวอันลานตา...


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



มันเป็นความเห็นแก่ตัว...มุคุโร่รู้ดี...



แต่จะให้ทำอย่างไร... กับหนทางที่ไร้ทางออกนี้...



ในห้องสี่เหลี่ยมที่ทำได้เพียงแต่นอนรอรับความเจ็บปวด ไร้ทางหนีและไม่มีทางหลีกเลี่ยง...



...จะเดินต่อไปก็เจอทางตัน หากจะถอยหลังกลับก็ไม่อาจทำได้...



...จะทำเช่นไร...ถึงจะได้ปลดปล่อยตนเองจากพันธนาการ...













"ยืนตากลมแบบนี้ เดี๋ยวจะไม่สบายนะ มุคุโร่คุง..."



อ้อมแขนโอบกอดจากเบื้องหลัง เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหูเรียกอาการสะดุ้งน้อยๆ ...หากไม่อาจหลุดพ้นจากดวงตาคมกริบคู่นั้น...



"เลือด...ยังไหลอยู่เลยนะ"



มือกร้านล้วงเข้าใต้ผืนผ้าที่ห่อหุ้มกายบางไล้ต้นขาที่สั่นระริกสัมผัสได้ถึงของเหลวที่มีที่มาจากสองแหล่ง... หนึ่งคือเลือดจากคนตรงหน้า...อีกหนึ่งคือตราประทับที่เขาฝากฝังให้ร่างงามนี้ไม่มีวันลืม...



สายหมอกไร้ปากเสียงราวกับเป็นบุ้ยใบ้ ไร้คำท้วงแม้ยามร่างถูกช้อนขึ้นอุ้มพาไปวางบนเตียงนอนที่ยังหลงเหลือคราบสีขาวและเห็นรอยด่างของเลือดให้เห็นได้อย่างชัดเจน...




ผ้าห่มที่ปกปิดร่างกายไว้ถูกดึงรั้งออกไป... ร่างขาวเปลือยเปล่านอนนิ่งราวกับซากศพที่มีเพียงลมหายใจและไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง ผู้มีอำนาจเหนือกว่าลูบศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยเส้นไหมสีน้ำเงินเข้ม... ก่อนออกแรงรั้งให้ใบหน้าเชยขึ้น...



จมูกโด่งและริมฝีปากบางซุกไซ้ลำคอระหง รอยตีตราจองปรากฎแทบทุกที่ของร่างกายไม่เว้นแม้แต่โคนขาด้านใน... แม้จะถูกรอยเลือดและคราบขาวขุ่นปกปิดไปบางส่วน...แต่ก็ยังคงเห็นได้อย่างชัดเจน...



...ดวงตาสองสีปรือปิดลง...แว่วเสียงกรีดร้องซ้ำๆจากห้วงลึกของจิตใจ... แต่ไม่มีวันที่จะได้แสดงออกมา...



------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


...ดวงตาสีดำขลับเฝ้ามองจากในกรง...
สกุณาคงนึกสงสัย...
เหตุใดผู้เป็นเจ้านายจึงดูราวกับกำลังจะพังทลาย...


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



...ดวงหน้างามเบือนหนี เมื่อร่างเบื้องบนรุกรานเข้าหา...ดวงตาคู่งามไร้ประกายราวกับบ่อน้ำพุที่เอ่อล้นด้วยความเศร้า ...



นกน้อยในกรงมองตอบกลับมา...และนั่น... ก็ทำให้ดวงตาสองสีปรือปิดลงด้วยความละอาย...



"เป็นอะไร มุคุโร่คุง... เหนื่อยแล้วหรือ..."



แม้จะได้รับการเอ่ยถามราวกับห่วงใย... แต่สายหมอกกลับไม่สนใจ...



เมื่อร่างถูกพลิกคว่ำลง สะโพกมนถูกรั้งขึ้นสูง...



...ต่อให้ตอบว่าเหนื่อย...



...ก็ไม่มีวันที่ชายคนนี้จะปรานี...





...ร่างถูกนอนกกกอดราวกับสมบัติล้ำค่าที่คนตรงหน้าแสนหวงแหน... หากดวงใจกลับหนักอึ้งด้วยน้ำหนักของคำโกหกที่ถ่วงถมทับ... นับนานวันมันยิ่งพอกพูน...




ดวงตาสองสีปรือปิด... ความเหนื่อยล้า ความง่วงงุนจู่โจมให้แทบหลับไปเสียเดี๋ยวนั้น... แขนแกร่งกอดก่ายโอบรั้งเอวบางให้ทั้งสองยิ่งแนบชิด...






...ไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืน ไร้กำลังจะต่อต้าน...





...ไม่ต่างจากคนที่กำลังจะตาย...



------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


กลีบซากุระร่วงหล่นลงบนผืนน้ำ ก่อเกิดคลื่นระลอกแผ่วไหว สายลมพัดพานำเสียงสะอื้นให้จางไป...
เมฆาเคลื่อนคล้อยบดบังแสงทิวาหายลับลาหายไปจากสายตาก่อนดรุณีจากฟากฟ้าจะร่วงผล็อย
คืนที่ฝนตก... เหล่าวิหคหลบซุ่มข้างทางหุบปีกป้องปกตนจากหยาดละอองชื้น...
...หากสองปีกนั้นถูกตรึงราวมหากางเขนท่ามกลางสายฝนที่เป็นดั่งคมมีดกรีดแทงร่าง...
...จะเป็นเช่นใดกัน...


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ข้อมือบางถลอกชอกช้ำด้วยเชือกหนาที่ผูกมัด ...ตรึงไว้กับเสาเตียงทั้งสอง ...ท่วงท่าที่ถูกบังคับให้คุกเข่า ชันสะโพกขึ้นรองรับแรงอารมณ์จากชายผู้โหดร้าย... มือกร้านสัมผัสเปะปะไปทั่วร่าง เคล้นคลึงผิวขาวๆนั้นให้แดงช้ำ บ้างเป็นจ้ำสีม่วง บ้างสีเขียว ...ลิ้นชุ่มไล้เลียทั่วกายที่เปรอะเปื้อนหยาดน้ำขาวขุ่นที่ถูกยัดเยียดให้ ...ทั้งของผู้กระทำ...และผู้ถูกกระทำ...




ชายหนุ่มแทรกร่างเข้าลึกก่อนปลดปล่อยเป็นครั้งที่เท่าใดของค่ำคืนนี้ไม่อาจนับ ร่างงามแอ่นกายเกร็งเมื่อสายธารระอุร้อนทะลักหลั่งในกายบาง ...ก่อนสายหมอกจะฟุบกายลงกับฟูกนุ่ม สองมือสั่นระริกพยายามรั้งให้หลุดจากพันธนาการหากนั่นรังแต่จะเพิ่มบาดแผลเป็นเท่าตัว



ร่างงดงามบอบช้ำราวกลีบกุหลาบที่ถูกเหยียบย่ำสั่นไหวด้วยแรงหอบหายใจ ...หากยังไม่ทันได้หายใจให้ทั่วท้อง เรียวขาบางข้างหนึ่งก็ถูกจับยกพาดบนบ่าแข็ง ดวงตาสองสีเบิกกว้าง ริมฝีปากแดงเปล่งเสียงกรีดร้องลั่นเมื่อชายหนุ่มสอดแทรกกายเข้าหาอีกครา ...สัมผัสที่มีเพียงราคะ...การกระทำเพื่อสนองตัณหา... สายหมอกพ่ายแพ้ให้กับนภาแห่งรัตติกาลสีขาวอย่างสิ้นเชิง...






.......

_________________
*สำหรับผู้ที่จะรับทางไปรษณีย์รบกวนส่งชื่อ ที่อยู่ และอีเมล์มาที่
crazyunlimited-club[at]hotmail.com ด้วยนะคะ*

++++++++++++++++++++++++++++++
รีปริ้นท์รอบแรกและรอบสุดท้าย
Alone-Autumn
Alone-Winter
++++++++++++++++++++++++++++++
สามารถดูรายชื่อคนสั่งจองได้>>ที่นี่<<เลยนะคะ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic] Desire [:-NC-21-:] HBD P' Hiyuura~
PostPosted: 13 Oct 2008, 20:48 
Joined: 05 Aug 2008, 21:14
Posts: 290
น่าสงสารมุคุโร่จังแฮะ


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 2 posts ] 


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 4 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: