•·.·´¯`·.·•Reborn Fan Club•·.·´¯`·.·•
http://reborntfc.freeforums.org/

[[ SM INSTINC ]] Bel + Goku ~ ตอน14#Fin [NC-17++]
http://reborntfc.freeforums.org/bel-goku-14-fin-t512-90.html
Page 7 of 11

Author:  kikuva [ 25 Nov 2007, 17:14 ]
Post subject: 

โฮกกกกก ท่านเจ้าชาย

ไม่ได้ตามาหลายตอนมาอ่านทีเดียว

ตาแฉะจนเบลอแต่ยอมเพื่อเจ้าชาย ><b

จะนั่งรอคนแต่งมาต่ออยู่ตรงนี้

สุดยอดมากเลยค่ะ

Author:  ruk21us [ 25 Nov 2007, 23:26 ]
Post subject: 

เป็นคู่แปลกที่จับมาลงตัวได้อย่างน่าชมมากเลยค่ะ ตอนแรกหวั่นๆไม่กล้าอ่าน แต่สุดท้ายก็ลุ้นค่ะลุ้น มันจะมาลงเอยกันได้ยังไงนะ

Author:  arkarcilis27 [ 17 Dec 2007, 05:14 ]
Post subject: 

โฮก

อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆ

เบลต้องตายแน่ๆเลย เพราะยามะมาเห็นเข้า 555+

คู่นี้SMสะใจจริงๆ =w=b

Author:  September [ 20 Dec 2007, 10:07 ]
Post subject: 

อ่านแล้วปลื้มคู่นี้มากค่า ทีเดียวรวดเก้าตอนมันเลย สนุกสุดยอดค่ะ ตอนขำก็ขำจริงๆ (อ๊าย มังกร*ก็มาด้วย >w<)
ตอนสู้กันก็เห็นภาพมาก (สะ --สไปเดอร์แมน !?) รู้สึกกรี้ดกร้าดโกคุเดระโชกเลือดมากค่า (นี่เราเป็นอะไรไปเนี่ย)

ชอบฉากซบมากค่า ขอมานั่งลุ้นด้วยคน ต่อไปจะเป็นยังไง

Author:  ladymamalade [ 09 Jan 2008, 19:31 ]
Post subject: 

ประทับใจในความsmมาก

อ่านรวดเดียวเล่นเอาตาค้างปิดไม่ลง

โกคุกะเบลเจอกันทีไรเล่นเอาใจเต้นหมด

จะติดตามต่อไปนะค่ะ

Author:  askrepios [ 25 Jan 2008, 21:49 ]
Post subject: 

ขอโทษที่ดองนานข้ามปีนะคะ TwT รู้สึกแย่จริงๆเลย ฮือๆ ต้องขอโทษจิงๆค่ะ
คือช่วงเดือนพฤศจิกา-กลางเดือนมกรา ไม่ค่อยว่างๆอ้ะค่ะ เตรียมแฟ้มงานอย่างแรง TwT

ไงก็ วันนี้มาอัพละค่า............. ถึงส่วนตัวจะมองว่าตอนนี้ไม่ค่อยหนุกเท่าไร?

ตอนที่ 10~* สมควรตาย Part 1/4


โบราณสอนไว้ว่า "เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้"
แต่ชะตาชีวิตที่ผูกเป็นปมนี้
ใครจะเป็นคนแก้ ถ้าไม่ใช่คนผูก
แล้ว... คนผูกคือใครกัน?





แสงอรุณแรกของวันส่องผ่านม่านสีงาช้างที่ปลิวไสว ตกทอดเป็นลำสายบนพื้นพรมสีแดงกำมะหยี่ในห้อง ส่องเห็นสรรพสิ่งในห้องที่ล้วนประดับด้วยทองบ้าง เพชรบ้าง และนอกจากนี้ก็ยังมีเตียงนอนที่มีราวเตียงสูงแบบฉบับเตียงของเด็กทารก ที่ตั้งอยู่กลางห้องเป็นสง่า

และความเจิดจ้าที่แสงอรุณยังต้องอัประมาณก็อยู่ ณ ที่นั้นด้วย

เส้นผมสีเงินและทองที่เป็นกระจุกปอยบางๆบนศีรษะเล็กๆของทารกเพศชายทั้งสองบนเตียง เปลือกตาที่ปิดสนิททั้งคู่นั้นก็บอกว่าทั้งสองกำลังหลับอยู่ และดวงหน้ากลมมนของพวกเขามีสีขาวกระจ่าง และคล้ายกลับจะเปล่งแสงออร่าสีเหลืองของดวงอาทิตย์ได้

เป็นทารกที่งดงามและจรัสฉายเสียจริง!

ก่อนที่ร่างของเด็กผมสีทองจะกลิ้งขลุกๆไปชนกับอีกคนที่ยังหลับปุ๋ย และตามมาด้วยเสียงร้องไห้กระจองงอแงของเด็กทั้งสอง

หญิงสาวร่างอรชรเปิดประตูเข้ามา ก่อนจะยิ้มระเริงและเดินเข้ามากลางห้อง มือคู่นั้นก็โอบอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาอย่างทนถนอม "ไม่เป็นไรนะจ๊ะ... แม่อยู่นี่แล้ว"

ทารกน้อยผมสีทองสะอื้นอึกในคอ ก่อนดวงตาคู่สีแดงที่ล้อมรอบด้วยแพรขนตาสีทองอร่ามจะหลับพริ้มลงอีกครา -- ผู้เป็นแม่จึงวางเด็กชายลง ก่อนจะอุ้มอีกคนขึ้นมาปลอบประโลมแบบเดียวกัน

การมีลูกแฝดก็คงจะทำให้หล่อนเหนื่อยยากและลำบากในการเลี้ยงลูกน้อยทั้งสอง แต่สำหรบเธอแล้ว พวกเขาคือของขวัญที่วิเศษที่สุดเท่าที่เคยได้รับมา -- ของขวัญที่เกิดขึ้นจากตัวของเธอและคนที่เธอรัก

พอมารู้สึกตัวอีกทีเธอก็อุ้มเด็กน้อยผมสีเงินคนนี้จนหลับปุ๋ยไปอีกแล้ว -- แต่เธอก็รู้สึกอบอุ่นที่วงแขน ที่มีทารกน้อยมาเติมเต็มความว่างเปล่า ณ ที่ตรงนี้ จนไม่อยากที่จะปล่อยให้ความอบอุ่นนี้หลุดล่วงลงไปบนเตียงนั้นอีกครั้ง

ในตอนนั้นเองที่เธอรู้สึกว่ามีเสียงของฝีเท้าหลายต่อหลายคู่เดินเข้ามาในห้อง พอหันกลับไปก็พบกับเหล่าเสนาธิการ อมาตย์ และคนที่เธอยังไม่คุ้นหน้าคร่าตาอีกคนหนึ่ง -- อันที่จริงหล่อนทราบดีว่าเขาคือใคร

หล่อนยิ้มรับหลังจากเหล่าคนที่ต่ำศักดิ์กว่าได้ย่อเข่าลงถวายบังคม -- ไม่มีใครพูดอะไร -- อันที่จริงหล่อนก็สังเกตเห็นท่าทีของพวกเขาได้ตั้งแต่เปิดประตูเข้ามา -- ท่าทีของข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ทั้งหลายดูจะห่อเหี่ยว ระคนเหมือนกับเพิ่งได้ยินยลสิ่งอัปมงคลเข้าไป

เสนาธิการเบื้องขวาผู้มีเรือนผมสีดำสลวยยาวประบ่าและดวงหน้าคมคายที่มักจะอยู่นอารมณืเย็นเยือกที่หล่อยรู้จักดี มาบัดนี้ใบหน้านั้นก็ซีดเผือดและหมองคล้ำเต็มไปด้วยความกังวลผิดวิสัย

"มีอะไรหรือ?" กระแสเสียงใสกังวาลกล่าวท่าฉงน ดวงตาคู่สีแดงคมที่เป็นแม่แบบของทารกทั้งสองมีประกายงุนงง ในขณะที่กระชับอ้อมแขนสีขาวสะอาดให้กอดรัดทารกน้อยเข้าหาตัวโดยไม่รู้ตัว

เสานาธิการคนสนิทก้มหน้างุด ก่อนเสียงเย็นเยือกจะเปล่งออกมา

"อาจารย์โหรมาเพื่อกล่าวคำทำนายพะยะค่ะ" ชายหนุ่มว่าพลางชายอีกสามคนก็เดินค้อมศีรษะเข้ามาตรงหน้า

"เชิญ" หล่อนว่า แต่วงแขนนั้นก็ยังโอบอุ้มเด็กอยู่ไม่ยอมปล่อย

เมื่อชายชราผู้เป็นโหรเห็นดังนั้นก็หรี่ตาลงด้วยความรู้สึกหดหู่...


"โอรสทั้งสองพระองค์เป็นผู้มีพระพลานามัยสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีสติปัญญากว้างไกล เมื่อเติบใหญ่จะเป็นอัจริยะในหมู่ผู้ชาญฉลาด และทรงศิริโฉมในหมู่ผู้มีรูปโฉมดีงาม" ชายชราว่าด้วรอยยิ้ม ขณะที่จับจ้องไปยังทารกผมเงินที่อยู่ในอ้อมแขน

ทารกน้อยที่หลับสนิทนั้นยกมุมปากขึ้นเหมือนยอ้มเมื่อรู้ความ รอยยิ้มนั้นดูคล้ายดวงอาทิตย์ที่หลุดพ้นจากกลีบเมฆหมอก ทำเอาชายชราอดเอ็นดูไม่ได้

แต่พอสายตาเลื่อนไล่ลงไปยังเตียงก็ต้องสะดุดกึกเหมือนกับผู้รังสีที่รุนแรงกว่า ดวงตาคู่เล็กของชายชราดูเหมือนจะเบิกขึ้นน้อยๆ ก่อนชายชราจะหันกลับมายังทารกผมสีเงินในอ้อมแขน และมองทารกผมสีทองบนเตียงสลับกันไปมาเหมือนจะดูให้แน่ใจ

แต่ไม่ว่าดูกี่ครั้งๆก็ไม่ต่างจากที่คาดไว้ ชายชราถอนหายใจก่อนจะค้อมศีรษะลงตรงหน้า พรอ้มกับเท้าที่ถอยห่างออกไป

"โอรสทั้งสองมีความเก่งกล้าสามารถในระดับเดียวกันมาก จนเหมือนเป็นคนๆเดียวกัน" ในที่สุดชายชราก็ตอบ แต่ไม่ทราบว่าหล่อนคิดไปเองหรือเปล่าที่เสียงนั้นดูจะสั่นเครือ "แต่เกรงว่า... ความเหมือนกันนี้ จะทำให้เกิดหายนะมาสู่ราชวงศ์นะพะยะค่ะ.... เพราะว่าต่างฝ่ายต่างก็มีข้อดีที่หามาเปรียบเทียบกันละกันได้ไม่ จึงยากจะตัดสินได้ว่าใครคือผู้สมควรสืบทอดราชสมบัติ... ยิ่งไปกว่านั้น... คือ... ทั้งสองอาจ...เข่นฆ่ากันเองได้..."






"โอรสทั้งสองเหมือนกันมากเสียจนจะเรียกว่าเป็นคนๆเดียวกันกันได้... แต่คน 2 คนที่เก่งกาจเหมือนกันไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ และนั่นก็หมายความว่าทั้งสองไม่สามารถอยู่ร่วมโลกใบเดียวกันได้"


"พ... พูดอะไรน่ะ... เจ้าชายไม่เห็นเข้าใจ..."

เด็กน้อยแย้งเสียงอ่อน ขณะที่ใบหน้านั้นก็ซีดพอๆกับที่เสียงนั้นสั่นเครือ มือจิ๋วๆทั้งสองข้างกำแน่นบนหน้าตักที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ผ้านวมสีงาช้าง ดวงหน้าเล็กของเด็กน้อยดูมีแววเจ็บแปลบลึกๆ ขณะผู้ที่อาวุโสกว่าจะถอนหายใจ

ก็กะไว้แล้ว ว่าพูดอย่างไรเจ้าชายผู้น้องคนนี้ก็คงไม่เชื่อ...

"ท่านจะไม่เชื่อข้าก็ได้" ชายหนุ่มผมสีดำกล่าว ก่อนจะค้อมศีรษะคล้ายจะสำนึก "แต่ข้าขอเตือน... ให้เจ้าชายน้อยระวังแก้วนมที่เจ้าชายใหญ่นำมาให้ทุกๆเช้านะพะยะค่ะ"

ไม่เห็นจะเข้าใจ...

ไม่เห็นอยากจะเข้าใจ...

ไม่ได้อยากสงสัย

แต่จะทนกดดันความใคร่รู้นี้ได้นานเท่าไรกันเชียว

"เจ้าชาย..."

เจ้าชายน้อยลากเสียงก่อนที่จะขาดห้วงไปเนื่องด้วยอาการสั่นสะท้านที่เหมือนกับอยู่ต่อหน้าอสรพิษร้าย ผู้เป็นข้ารับใช้ไม่ได้แสดงอาการตกใจแต่อย่างใด แต่อย่างน้อยๆเขาก็มีน้ำใจพอที่จะเอื้อมมือทั้งคู่ไปเหมือนจะจับให้ร่างนั้นอยู่นิ่ง

มือเล็กจิ๋วนั้นปัดป้องมือหนาใหญ่ ก่อนจะใช้มือไร้กำลังวังชานั่นผลักไสคนตรงหน้าพัลวัน

"อย่า! อย่ามาแตะตัวเจ้าชาย!!" เบลร้องเสียงหลง ก่อนที่มือหนาของข้ารับใช้จะชักกลับไปเพื่อป้องกันใบหน้าจากสิ่งของที่ลอยมาจากเจ้าตัวน้อย "ออกไป!! ออกไปให้พ้น!! ไม่เช่นนั้นเจ้าชายจะฆ่าเจ้า!!"

แต่ถึงจะรู้ว่าเจ้าชายน้อยไม่มีความกล้าพอที่จะทำในสิ่งที่พูดนั้นให้เป็นจริง เขาก็ไม่รอให้สิ้นคำ ข้ารับใช้คนสนิทก็ได้ออกไปจากประตูแล้ว...

เบลน้อยๆหอบหายใจแฮ่กๆ -- กับอีแค่พูดเสียงดังเท่านั้นเองหรือที่ทำให้เขาเหนื่อย... กับแค่ออกแรงปาสิ่งของเท่านั้นหรือที่ทำให้เขาหอบตัวโยนเช่นนี้ -- เด็กชายก้มลงมองสองมือที่แบหงายอย่างเศร้าหมอง

มือนี้แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย

เพราะมันไร้เรี่ยวแรง...

ใช่สิ... เจ้าชายมันอ่อนแอ
อ่อนแอมาแต่กำเนิด!
ไม่ได้อ่อนแอเพราะใครกันหรอก!


เบลคิดอย่างหนักแน่น แม้ปากบางจะกัดริมฝีปากเหมือนจะสะกดความหวาดกลัวเหล่านั้น... หวาดกลัวในสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ หวาดกลัวเหลือกำลังที่จะทานรับความดังกล่าว

ที่เขาก็ไม่ทราบว่ามันจะจริงหรือลวง
ถ้าทำได้.... ก็อยากให้มันเป็นคำโกหก.......

พลันนั้นเองที่เสียงเคาะประตูดังขึ้น จังหวะการเคาะที่ถี่และรัวทำให้เขารู้ได้ว่าใครอยู่อีกฟากหนึ่งของมิติประตู

"เบล~ พี่เข้าไปนะ"

โดยที่ไม่รอให้เสียงใสในห้องตอบรับ เจ้าตัวคนร่าเริงที่มีใบหน้าเหมือนกันอย่างกับแกะก็เดินเข้ามา -- มือตั้งนิ่งเพราะบรรจงไม่ให้ถาดในมื่อได้รับการสั่นสะเทือนจากการเดินเท้า -- พรอ้มกับรอยยิ้มร่าเริงสดใสเหมือนกับทุกๆวัน

"เอ๋? อะไรเนี่ย?" ผู้เป็นพี่ร้องขึ้น ก่อนจะรีบวางถาดที่ถือมาไว้ที่โต๊ะข้างเตียง และมองไปรอบๆห้องที่กระจัดกระจายไปด้วยสิ่งของเครื่องใช้ "ทำไมเละเทะแบบนี้ล่ะเบล?"

แต่เด็กน้อยบนเตียงก็ไม่ได้ตอบจนผิดวิสัย เจ้าชายใหญ่หันกลับมามองน้องชายที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียง ไม่แม้แต่จะไหวติงตอบรับการมาเยือนของเขา

เวลาเนิ่นนาจนอึดอัด คนเป็นพี่ก็เริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองมาผิดเวลา
เบลไม่เคยเป็นแบบนี้
เบลไม่เคยเมินเฉยกับการมาของเขา...

"เป็นอะไรไป... เบล?" คนเป็นพี่ยังคงปั้นเสียงให้ฟังดูร่าเริ่งเหมือนปกติ รอยยิ้มหวานที่เหมือนกับจะบิดเบี้ยวไป เบลเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่สีแดงคมของผู้เป็นพี่ ดวงตาที่แพลมจากปอยผมสีเงินสว่างจ้า... ดวงตาที่นานๆครั้งจะเห็น

แต่... เขาไม่ได้อยู่ในความรู้สึกที่จะชื่นชมดวงตาคู่สวยคู่นั้น -- ดวงตาคู่ที่เหมือนๆกับที่เขามี

ถ้าเรื่องที่ว่าเป็นเรื่องจริงละก็...

เบลคิดพลางปรายตามองไปยังแก้วนมอุ่นที่ยังมีไอร้อนๆลอยคะคลุ้งอยู่เหนือผิว -- เด็กชายลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืด ความรู้สึกเจ็บแปลบที่แสนขมแล่นผ่านหลอดอาหารลงกระเพาะไป... ก่อนจะรู้สึกปวดมวนในท้อง พลันหัวใจก็เต้นถี่ระรัว พร้อมด้วยเหงื่อเย็นที่ประปรายเต็มใบหน้า

ไม่มีทางเป็นจริงแน่ๆ...

มื่อจิ๋วๆสั่นสะท้านก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบแก้วนมที่ข้างเตียงมาไว้ตรงหน้า ควันที่ปากแก้วลอยเข้าสู่ประสาทรับกลิ่น สัมผัสเดิมๆที่เขาได้รับทุกๆเช้า -- แต่วันนี้เขากลับรุ้สึกเหมือนมีอะไรต่างออกไป

เด็กชายทำหน้าเบ้ก่อนจะยกแก้วนมขึ้นมาจรดปาก ของเหลวสีขาวอุ่นไหลจากปากแก้วเข้าสู่โพลงปากเล็กๆ ปลายลิ้นสัมผัสกับรสนมที่ขมเฝื่อนที่แทบจะกลืนไม่ลง -- ความรู้สึกไม่ต่างจากดื่มด่ำความเจ็บปวด -- ก่อนจะกลืนลงคอไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ส่วนเกินก็ไหลออกมาจากมุมปากเล็กๆ

เบลกระแทกแก้วเปล่าลงบนที่เดิม ก่อนจะใช้แขนเสื้อที่ขาวสะอาดเช็ดมุมปากที่เปรอะด้วยนมอุ่นเมื่อครู่... และรับรู้ถึงความปั่นป่วนในช่องท้อง ราวกับถูกรสขมขื่นของนมนั้นแผดเผา...

ทรมาณเสียจนอยากขย้อนออกมาให้หมด... แต่ต่อหน้าพี่ชายแล้ว... เขาจะไม่ทำเช่นนั้นเป็นอันขาด!
ไม่รู้ว่าคนเป็นพี่ยิ้มแย้มเหมือนเดิมตั้งแต่เมื่อไร
แต่... เขากลับรู้สึกไม่อยากให้พี่ชายยิ้มในตอนนี้เลย...

"อืม! ดีมากเบล!" พี่ชายว่าพลางถือวิสาสะนั่งลงบนเตียงๆข้างๆร่างของเจ้าชายน้อย รอยยิ้มระเริงผลุดพรายบนใบหน้า -- เป็นรอยยิ้มธรรมดาๆที่เขาเห็นทุกวัน -- แต่เขากลับเกรงกลัวรอยยิ้มนั้น...


ได้โปรด... อย่ายิ้มอย่างนั้น...
ขอร้องล่ะ หยุดทีเถอะ...
หยุดที...



"เอ๋?" เสียงของพี่ชายดังเข้ามาในโสตประสาท วงแขนเล็กที่ทำงานเองไปตามอัตโนมัตินั้นก็คว้าที่พึ่ง... เบลน้อยๆซบหน้าลงที่แผ่นหลังของพี่ชาย ขณะกระชับวงแขนนั้นให้แน่นกว่าเก่า

"อย่าหันมานะ... ท่านพี่" เสียงของเด็กชายด้านหลังสั่นเครือ ผู้เป็นพี่ที่ติดจะตกใจก็สงบลง...


เจ้าชายไม่ได้หวั่นไหว
แต่เจ้าชายไม่ต้องการ...
เจ้าชายไม่ได้เชื่อ
แต่เจ้าชายกลัว...
ได้โปรดออกไปห่างๆเจ้าชายทีเถอะ... จะกลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้วนะ...
ออกไปเถอะ
ออกไปให้หมด...
ทุกคนนั้นแหละ...
อย่ามาหาเจ้าชายอีกเลย...

อย่าได้หลอกลวงเจ้าชายอีกเลย

อย่าได้ทำร้ายเจ้าชายอีก...เลยนะ


มีต่อนะคะ >>>

Author:  askrepios [ 25 Jan 2008, 21:57 ]
Post subject: 

ตอนที่ 10 part 2/4 ค่ะ!!


"ม...ไม่ไหว...ล...แล้วครับ..."

น้ำเสียงอ่อนอ่อยละล่ำละลัก ขณะที่เข่าเล็กๆจะทรุดลงกับพื้น พร้อมๆกับหยดเหงื่อที่ไหลแหมะเต็มพื้น... พื้นที่เกลื่อนกลาดไปด้วยมีดเล่มงามนับสิบๆ

เบลเฟกอลกำมือที่สั่นเทาแน่น ขณะที่หอบหายใจสุดชีวิตราวกับอยู่ในห้วงสูญากาศเป็นเวลาเนิ่นนาน -- ใบหน้าเล็กนั้นซีดเผือดและเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นที่ไหลเจิ่งเต็มใบหน้านั้น... ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาเพื่อสบตาผู้อาวุโสที่เดิมเข้ามาใกล้ๆ

ชายผมดำยื่นมือมาหาเป็นเชิงให้ลุกขึ้น เบลกลืนน้ำลายเย็นก่อนจะจับมือนั้นและยันตัวขึ้นจากกองพื้น -- แต่กระนั้นเรียวขาของเขาสั่นระริกเกินกว่าที่จะรับน้ำหนักของตนเองไว้ได้

"เรามาเริ่มใหม่ดีกว่านะครับ" สิ้นเสียง มือหนานุ่มนั้นก็ยัดเยียดคมมีดเงินใส่มือของเด็กชาย --เป็นรอบที่ร้อย -- แต่มีดนั้นก็ล่วงลงสู่พื้นด้วยว่าเขาไม่สามารถรับมันไว้ในมือที่สั่นเทาเช่นนี้ได้

"ม.. ไม่เอาแล้ว!" เจ้าชายน้อยร้องครวญ ก่อนหยดน้ำตาอุ่นจะไหลอาบแทนเม็ดเหงื่อเหล่านั้น "เจ้าชายไม่เอาแล้ว...! ไม่...เอา"

ชายผู้นั้นนั่งลงต่อหน้าร่างของเจ้าชายตัวจ้อยที่สั่นเทา ก่อนมือใหญ่นั้นจะเข้ามาเช็ดใบหน้าสีขาวผ่องนั้นของเจ้าชาย "หยุดร้องไห้เถอะครับเจ้าชาย... แล้วมาเริ่มใหม่อีกที"

"ไม่! เจ้าชายบอกว่าไม่! ไม่ได้ยินหรือไง!" เบลร้องสุดเสียงเท่าที่จะมีได้ ค่อยๆถอยห่างจากดวงตาคู่คมสีเขียวนั่น... ก่อนจะรู้สึกเหมือนร่างกายถูกบีบรัดด้วยอสรพิษที่มองไม่เห็น "ไม่... เจ้าชายไม่อยากจะฝึกพวกนี้แล้ว... เจ้าชายไม่ต้องการ!"

"ถ้าเจ้าชายไม่ต้องการละก็" คนตรงหน้าว่าพลางลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปเก็บมีดกว่าสิบเล่มที่กระจัดกระจายบนพื้น "ข้าก็ไม่สามารถรับรองความปลอดภัยของท่านได้... ถ้าท่านเองยังไม่ห่วงชีวิตของท่าน ข้าก็ไม่สามารถห่วงแทนท่านได้..."

เจ้าชายน้องยังคงยืนแน่นิ่ง...

"แล้วก็..." เสียงยานคานของชายหนุ่มกล่าวขึ้นก่อนที่ปลายมีดคมจะพุ่งลงสู่แทบเท้าของเจ้าตัวน้อย "ถ้าไม่ถือมีดไว้ เดี๋ยวจะถูก 'เขา' ฆ่าตายเอาง่ายๆนะครับ"

ปลายมีดนั้นอยู่ไม่ห่างจากจุดหมายเท่าไร แสดงว่าคนที่ขว้างมานั้นมีฝีมือฉกาจพอสมควร -- เบลกำมือแน่นก่อนที่จะปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลย...


หากไม่จับมีด... ตัวเขาก็ยังคงอ่อนแอ
แต่หากจับมีดแล้ว... ตัวเขาจะชนะความอ่อนแอนั้นได้หรือ?

หากไม่จับมีด... ตัวเขาก็ต้องมีคนคอยปกป้อง
แต่หากจับมีดแล้ว... เขาต้องสูญเสียคนเหล่านั้นหรือเปล่า?

หากไม่จับมีด... ตัวเขาอาจจะตาย
แต่หากจับมีดแล้ว... เขาจะยังมีชีวิตได้อีกนานเท่าไร?


หากตัดสินใจผิด ก็เท่ากับ... ทุกอย่างล่มสลาย
หากตัดสินใจถูก ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะงดงาม


หากที่ยืนอยู่นี้คือความสุข การก้าวเท้าต่อไปจะเป็นทุกข์หรือเปล่า?

หากปล่อยอดีตไว้เบื้องหลัง แล้วอนาคตต่อไปจะดีอย่างที่คิดหรือเปล่า?



แต่หากชีวิตนี้เป็นของเขา... เขาเท่านั้นที่จะตัดสินใจ


ไม่มีคำตอบใดๆตอบกลับมาในคำถามซ้ำๆเดิมๆที่วนไปวนมาในภวังค์ -- เบลเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของดวงตาคู่สีเขียวนั้น ก่อนจะหันปลายมีดสั่นๆนั้นราวกับจะแทงทะลุทะลวงหัวใจของมัน

ดวงตาคู่สีแดงที่ไร้ประกายนั้นมองมายังคนตรงหน้าราวกับต้องมนต์

ก่อนที่ทุกอย่างจะแปดเปื้อนด้วยสีดำ...

"ดีมากครับเจ้าชาย... ข้า...คือคนที่หวังกับท่านมากที่สุดนะครับ"






หยดน้ำฟ้าหยดแล้วหยดเล่าโปรยปรายลงบนเรือนร่างของเด็กชาย ความรู้สึกเย็นสบายที่ก่อตัวไปพร้อมๆกับความปลื้มปีติ เรือนผมสีทองที่หดตัวด้วยเปียกชื้นนั้นล้อมกรอบใบหน้าที่เคยซีดเผือด แต่บัดนี้ใบหน้านั้นดูมีเลือดฝาดและชีวิตชีวาเป็นครั้งแรกในรอบปี

ใบหน้านั้นยิ้มแย้มอย่างสดใสและร่าเริง...

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต... ที่เขาได้สัมผัสกับพลังแห่งธรรมชาติอันแสนวิเศษเช่นนี้

"อา... นี่หรือฝน" เด็กชายว่าพลางแบมือทั้งสองข้างของตนออกรับหยดน้ำกลมๆ ก่อนจะหันไปหาผู้เป็นพี่ที่อยู่ใต้ร่มไม้ไม่ห่างไกล

ผู้เป็นพี่ของเขาไม่ชอบฝน
เพราะมันทำให้น้องชายของเขาป่วยได้!

"พอแล้วน่าเบล" เสียงทุ้มกว่าของผู้เป็นพี่เอ่ยขึ้น ใบหน้านั้นซีดไม่ค่อยสู้ดีนัก -- คงรู้สึกผิดแน่ๆ ไม่สิ ต้องบอกว่ารู้สึกกลัวที่พาเจ้าชายผู้น้องออกมาตากฝนเช่นนี้

ผู้เป็นน้องทำหน้าเบ้แปลกๆ ก่อนร่างเล็กๆของคนป่วยนั่นจะวิ่งเข้ามาฉุดมือของเขาเอาไว้

"ไปเล่นด้วยกันนะ ท่านพี่" เบลกล่าวพลางออกแรง -- ที่แทบจะไม่มี -- ลากพี่ชายออกจากร่มไม้นั้น

ยามเมื่อเส้นผมสีเงินนั้นถูกน้ำชะจนเป็นประกายล้อแสง ดูมันจะงดงามยิ่งกว่าเล่มมีดที่ทำจากเงินแท้ -- หรือแม้แต่ให้กลั่นหยดน้ำบริสุทธิ์ให้ใสสะอาดปราศจากมลทินเท่าไร ก็ไม่สามารถทาบเทียมความงดงามในเส้นผมสีเงินนั้นได้... -- เบลผู้น้องก็ได้แต่ชื่นชมความงดงามนั้น ...ชื่นชมในเส้นผมสีเงินที่เขาไม่มี...

สวยงามมากเลยจริงๆ

และดูเหมือนว่าผู้เป็นพี่เองก็ดูจะสนุกสนานไปกับการเล่นน้ำฝนนั้นด้วย ทั้งสองใช้มือกอบโกยหยดน้ำในมือมาลาดใส่กันและกัน บางครั้งก็สบัดเนื้อสบัดตัวจนน้ำที่ซึมในเนื้อผ้ากระเซ็นเป็นวงๆ ทั้งสนุกสนาน ทั้งมีความสุข...

อยากจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ จนกว่าฝนจะสร่างซาไป...
ก่อนที่ใครคนใดคนหนึ่งจะอันตธานหายไปชั่วนิรันดร์...

ในขณะที่ตั้งหน้าตั้งตากับการปั้นน้ำในมือให้เป็นตัว(?) จู่ๆก็รู้สึกเหมือนถูกมือของผู้เป็นพี่ดึงมงกุฎน้อยออกจากศีรษะ เบลเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นพี่ ก่อนจะเห็นใบหน้ายิ้มแย้มสดใสเหมือนดังเคย

"ผมสีทองของเบลน่ะ สวยมากๆเลย" ผู้เป็นพี่พูดเสียงใส ก่อนจะคืนมงกุฎอันจิ๋วลงบนศีรษะ -- มงกุฎนั่นมีสีเงิน -- "เราแลกกันดีกว่านะ พี่ว่านี่มันเหมาะกับเบลมากกว่า!"

ด้วยความประหลาดใจที่เห็นมงกุฎสีทองของตนไปอยู่บนศีรษะของผู้เป็นพี่ ก็เลยทราบว่ามงกุฎที่ตนใส่อยู่นั้นเป็นของพี่ชายเช่นกัน

มงกุฎสีเงินที่ตัดกับเส้นสีทองละมุนขับให้เส้นทองนั้นสว่างสดใส เปล่งปลั่งอย่างมีชีวิตชีวา ส่วนมงกุฎสีทองที่อยู่บนเรือนผมสีเงินนั้นหรือ... ก็คือดวงอาทิตย์สดใสในยามเช้าของฤดูร้อนอันแสนสนุก

สดใส ร่าเริง สนุกสนาน
นั่นคือนิยามที่ใครต่อใครก็ขนานนามให้กับเจ้าชายผู้พี่

เศร้าโศก หม่นหมอง อ่อนแอ
นั่นเป็นนิยามที่ใครต่อใครก็ขนานนามให้กับเขา...

หากว่าเขาจะเจิดจ้าดั่งดวงตะวันเช่นนั้นคงไม่เหมาะ เพราะดวงอาทิตย์ไม่สามารถมีอยู่ได้สองดวง...

แต่หากว่าเขาจะเป็นดวงจันทร์
เขาก็จะไม่ได้พบกับดวงอาทิตย์ไปอีกตลอดกาล...

เบลคิดอยู่เสมอๆว่าตนเองควรจะเป็นกลีบเมฆละมุนที่กราดอยู่บนฟากฟ้า แต่หากเช่นนั้น... รัศมีของดวงอาทิตย์ก็จะอับเฉา...

แต่ถ้าหากเป็นสายลมอุ่นๆในฤดูร้อนละก็... เขาก็จะได้ใกล้ชิดกับดวงอาทิตย์มากกว่ากลีบเมฆหรือสายหมอก หรืออะไรๆก็แล้วแต่ที่อยู่เบื้องบน...

สายลมที่ไม่จำเป็นต้องมีตัวตน แต่ก็ล่องลอยไปไหนมาไหนได้ดั่งใจ
สายลมที่ไม่จำเป็นต้องมีตัวตน ก็สามารถเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ได้...

แต่ในขณะเดียวกัน... สายลมก็ยังอมพะนำความหดหู่
ที่ไม่อาจสัมผัสกับดวงตะวันนั้นได้... เพราะไม่มีตัวตน...

วันคืนอันแสนสงบสุขนี้... จะทอดยาวนานอีกได้กี่ไมล์กันนะ?

พลันนั้นเองที่สายตาของผู้น้องปราดไปเห็นเงาตะคุ่มในหมู่แมกไม้ เห็นจุดสีเขียวที่สะท้อนน้อยๆสั่นระริกเหมือนแก้วตาของสิ่งมีชีวิต -- เขาจำได้ทันทีว่านั่นคืออะไร -- ปากบางพะงาบๆเหมือนจะพูด แต่ก็เหมือนมีความกลัวมาจุกคอให้คอหอยตีบตันเสียจนพูดไม่ออก

หนีไป!

เป็นสิ่งเดียวที่เขาอยากจะพูดมากที่สุดในตอนนี้... แต่ปากที่สั่นระริกกลับไม่ยอมขยับทันใจ -- ก่อนที่มือบางของเขาจะผลักไสร่างของพี่ชายที่ไม่ได้โตไปกว่ากันสักเท่าไรอย่างแรง

พี่ชายล้มกลิ้งพลางร้องเสียงหลง ก่อนใบหน้าที่มุดพื้นนั้นจะแหงนมามองข้างหลัง -- ตำแหน่งเดิมของเจ้าชายน้อย

แต่แล้วก็ต้องกรีดร้องอีกครั้งในเมื่อเบื้องหน้าของเขาขาวโพลนราวกับถูกสาดสปอร์ตไลท์นับล้านดวง...

เปรี้ยง!!

เสียงท้องฟ้าลั่นคำราม ก่อนที่ร่างของเขาจะกระเด็นไปไกลไปชนกับลำต้นแกร่งของไม้ยืนต้นที่โงนเงนตามกระแสแรงที่ฟาดลงมา

หากว่าตัวเขายังกระเด็นไม่เป็นท่า แล้วน้องชายของเขาล่ะ!

"บ...เบล!?"

ผู้เป็นพี่ร้องก้องทันทีที่ได้สติ สายตาก็ควานหาเจ้าชายผู้น้องที่หายไปจากทัศนประสาทนานแล้ว -- ทั้งกลัว ทั้งเจ็บ... ความรู้สึกเจ็บที่แล่นปราดจากข้อเท้า... -- ก่อนจะคลำสำรวจที่เท้าของเขา มือบางแตะถูกโละหะเย็นเยียบ.... -- มีดกว่า 8 เล่มที่ปักงมาจนถึงเข่า -- พอเห็นดังนั้นก็รู้สึกเจ็บแสบสะท้านราวกับหยดน้ำเย็นๆจากฟากฟ้าแปรสภาพเป็นลิ่มน้ำแข็งที่ทะลุทะลวงเข้ามา ทั้งที่อยากกรีดร้องอย่างเจ็บปวด... แต่เขาในตอนนี้ไม่ได้ว่างพอที่จะคิดถึงเรื่องของตัวเอง

เพราะคนสำคัญของเขาต้องมาก่อน!


"เรียกเจ้าชายเหรอ?"


(SirNeer - ขอตัดฉากต่อไปนะครับ ถ้าอยากอ่านก็ย้อนไปอ่านได้ในตอนที่ 8 นะครับ >.<~)




มีต่อนะจ๊ะ >>>

Author:  askrepios [ 25 Jan 2008, 22:02 ]
Post subject: 

ตอนที่ 10 part 3/4 มาค่ะ!!



ถ้าหากย้อนเวลาได้...
หล่อนจะย้อนกลับไปเมื่อ 8 นาทีก่อน
ไม่สิ... 8 ปีก่อนต่างหาก!

เรือนผมสีบลอนด์ม้วนเป็นหลอดลอนที่เคยดูหรูหรา บัดนี้กระเจิดกระเจิงไม่เหลือเค้า อีกทั้งสีทองที่ถูกย้อมด้วยน้ำสีแดงขุ่นข้นก็ยิ่งดูน่าหวาดเสียว ใบหน้านวลเนียนสีขาวใสก็แปดเปื้อนด้วยคราบของเหลวชนิดเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นคือฉลององค์สีแดงจรัสนั้นก็ดูขาดวิ่นเนื่องด้วยของมีคม

เจ้าหล่อนกระหืดกระหอบวิ่งฝ่าด่านประตูบานใหญ่ของห้องโถง แต่ก็ต้องหยุดชงักงันด้วยความตกใจ
เบื้องหน้าเจ้าหล่อนดูน่าอนิจจา เมื่อเพื่อนร่วมโลกในนามข้ารับใช้ได้นอนแผ่กันเดื่อนดาดบนพื้นพรหม -- แม้ว่าพรหมสีแดงจะดูออกไม่ชัดเจน แต่รอยชื้นเป็นหย่อมๆนั้นก็ทำให้หล่อนมั่นใจอย่างยิ่งยวดว่าพวกนางได้สังเวยชีวิตให้กับฆาตกรไปเรียบร้อยแล้ว

และฆาตกรที่ว่าก็คือคนที่วิ่งตามหลังหล่อนมาในระยะประชิดนั่นเอง!

"หมดทางหนีแล้วนะ ท่านแม่... ชิชิชิ" เสียงหัวเราะยียวนที่เหมือนเสียดแทงทะลุอกคนเป็นแม่ดังมาจากด้านหลัง ร่างเล็กๆของเด็กชายที่มีผมสีทองแบบเดียวกับหล่อนยืนอยู่ไม่ไกล -- ในมือทั้งสองก็กางมีดเล่มบางเฉียบซะเพียบพร้อม

และในชั่วพริบตา ปลายมีดคมกว่า 3 เล่มก็ถูกยกขึ้นจรดลำคอระหง ความเย็นเยือกของมันแผ่ซ่านจนน่าขนลุกขนเกลียว...

"เบล... เธอรู้ตัวหรือเปล่าว่าทำอะไรอยู่!" คนเป็นแม่กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เนิบนิ่งเหมือนกับทุกๆครั้ง แต่ครานี้มันช่างสั่นระริกอย่างบอกอารมณ์ไม่ได้ -- ไม่รู้ว่าโกรธ หรือกลัวกันแน่ "เธอทำอะไรลงไป!!"

"รู้สิ" เจ้าชายน้อยเจ้าของเรือนผมสีทองสุกปลั่งกล่าวเสียงแผ่วเหมือนยียวน ก่อนจะกดด้ามโลหะเฉียบลงบนต้นคอสีขาวนั้น... เริ่มมีรอยสีแดงบางๆก่อนจะทะลักออกมาเป็นของเหลวสีสดนั้น "เจ้าชายถึงได้บอก... ว่าอย่าขัดขืน ไม่เช่นนั้นจะเป็นอย่างเจ้าพวกสวะที่กองอยู่นั่นไงล่ะ!"

ทั้งๆที่กลัวว่าจะเป็นอย่างนั้นแล้วแท้ๆ.... แต่ความเสียใจมันกลับบดบังความรู้สึกนั้นทั้งมวล
ในเมื่อลูกของเธอคือฆาตกร...
จะให้ใครเสียใจนอกจากหล่อน... ที่เป็นผู้เลี้ยงดู

"เธอต้องการอะไร" เสียงหวานนั้นถามขึ้นด้วยอารมณ์หลากหลาย -- ไม่ได้ถามเพื่อต่อรองชีวิตของหล่อน หากแต่ถามเพื่อนสนองความต้องการของผู้ที่หล่อนเรียกว่าลูก -- ก่อนดวงตาคู่งามสีแดงนั้นจะกลอกมาสบกับใบหน้าใสของเด็กน้อย

รอยยิ้มฉีกกว้างน่ากลัวเปื้อนบนใบหน้าผู้เป็นลูกเหมือนได้ใจ ก่อนใบมีดจะกระชับหนักหน่วงที่ต้นคออีกครั้ง...

"บอกมาทุกสิ่งที่ท่านแม่รู้นั่นแหละ ชิชิชิ"






"ทำไม... ทำไมท่านแม่จึงต้องทำแบบนี้!!"


เสียงตัดพ้อเล็ดออกจากปากบางของเด็กชาย ดวงตาใต้เรือนผมสีเงินยวงเป็นประกายเพราะถูกเคลือบด้วยน้ำใส ความรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอหอยมันทำให้เขาหายใจไม่สะดวก...

หากแต่คำตอบกลับกลายเป็นสายตาคู่สีแดงฉาดฉานที่ไม่แยแสอะไรของหญิงสาวผู้ครบเครื่องฉลององค์บ่งบอกตำแหน่ง "ราชินี"

"ท่านแม่..." เด็กน้อยกล่าวพลางเดินเข้าไปจับชายฉลององค์สีแดงนั้น ก่อนจะขยำมันและดึงมันด้วยความเอาแต่ใจ

หญิงสาวผู้เป็นแม่ยังคงไม่ใส่ใจในการกระทำนั้นๆ ก่อนจะสบัดชายผ้าสีแดงพริ้มเป็นการเคื่อนย่างออกไป -- แต่เด็กชายก็ไม่ลดละความพยายาม ยังคงดื้อดึงที่จะตามหล่อนไป

เพื่ออะไรน่ะหรือ?

หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปในห้องๆหนึ่ง คนในห้องที่หันมาเห็นต่างก็โค้งคำนับ ก่อนหล่อนจะโบกมือเป็นการไล่ให้พวกข้าราชบริพานออกไปจากห้อง แล้วหล่อนจึงเดินไปยังเคาน์เตอร์เตี้ยๆที่สุดหลังห้อง -- เคาน์เตอร์นั้นเต็มไปด้วยชั้นวางของและจานชาม

มือเรียวสีขาวผุดผ่องของหล่อนเอื้อมขึ้นไปหยิบกระปุกเล็กๆบนชั้นวางของ ก่อนจะเริ่มทำการผสมของเหลวสีขาวพร่องของนม ใช้ช้อนคนเบาๆอย่างพิถีพิถันและตั้งใจ ไอร้อนลอยขึ้นเหนือผิวของเหลว ก่อนที่หล่อนจะยัดเยียดแก้มนมอุ่นๆพร้อมจานรองใส่นมือเด็กชาย

"เอาไปได้แล้ว" หล่อนกล่าวหนักแน่นเมื่อเห็นใบหน้าเบ้ๆของผู้เป็นลูก -- ดวงตาคู่คมสีแดงใต้เรือนผมสีเงินมีประกายระริกเหมือนจะร้องไห้ ประกายตาบ่งบอกอามรณ์หลากหลาย... -- ทั้งไม่เข้าใจ ทั้งเคลือบแคลงใจ ทั้งปวดร้าวใจ

แต่ก็ ขยะแขยง....

นิยามเดียวที่บ่งบอกความเป็นแก้มนมในมือของเด็กชาย -- สีขาวสดสะอาดข้นนั้นก็บริสุทธิ์ และกลิ่นหอมมันของมันจะลอยไปตามผิวของเหลว -- ไม่อาจทำให้เขารู้สึกได้ว่าโชคดีเพียงไรที่ได้ดื่มรสวิเศษเช่นนี้

ในเมื่อส่วนผสมของมันเจือด้วยพิษร้าย.... ที่แม้จะไม่ทำอันตรายในคราเดียว แต่ก็สะสมในร่าง กัดกินเนื้อเยื่อและปั่นป่วนระบบอวัยวะจากภายในทีละน้อยๆ และสุดท้ายก็ต้องสังเวยให้กับโรคภัยที่ไม่รู้กี่สิบกี่ร้อย -- อาทิ เช่น ไข้หวัด หน้ามืดอาเจียณ ครั่นเนื้อครั่นตัวที่ดูจะธรรมดาสามัญ ไปจนถึงอาการธาตุไฟแตก หรือเส้นโลหิตในสมองแตก และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

แม้ว่าเขาจะเด็กอยู่มาก แต่คำที่กล่าวว่า "พิษ" แล้ว ล้วนแต่น่ากลัวทั้งสิ้น -- เขาสงสัยมาตลอดว่าทำไมน้องชายของเขาถึงได้อ่อนแอปวกเปียก... แต่ตอนนี้เขาก็ได้รู้แน่ชัดแล้ว่า...

เบลคือเหยื่อของมันมาโดยตลอด...

และคนที่ทำหน้าที่นำแก้วนม -- ที่ไม่รู้ความเป็นมา -- ไปเสิร์ฟถึงมือเจ้าชายตัวน้อยมาโดยตลอดก็คือเขา...

คนที่ป้อนยาพิษให้คือเขา.... ผู้เป็นพี่ชาย
คนที่เจ้าชายน้อยไว้วางใจ
และรัก


มากที่สุด....


"ท.... ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย!!"

ในที่สุดความรู้สึกต่างๆนานาก็ได้ไหลล้นออกจาปากบางของเด็กชาย มือจิ๋วที่จับก้นแก้วอุ่นสั่นระริกจนของเหวข้นขาวกระฉอกเรี่ยนิ้ว จนรู้สึกร้อนไปหมด -- แม้อุณหภูมิที่มือของเขาจะร้อนมากเพียงใด แต่องศาในใจของเขาคงจะมากกว่า

อยากรู้เหตุผล...

อยากรู้การกระทำ...

อยากรู้...



สายตาคมสีแดงของหญิงสาวปรายมองด้วยดวงตาเย็นชาขั้นสุด....



"เพื่อความอยู่รอดของเธอเอง"







บทสนทนาของสองแม่ลูกถูกความเงียบเข้าปกคลุม ก่อนผู้เป็นูกจะกดน้ำหนักด้ามมีดลงบนต้นคอของผู้เป็นแม่อย่างไม่รู้ตัว...

"เรื่องที่จะเล่า... มีแค่นี้" หญิงสาวกล่าวตัดจบ ก่อนจะมองลูกชายด้วยสายตาที่เย็นชา...

เหมือนเคย... ท่านแม่มักมองเจ้าชายเช่นนั้น
ก็ไม่แปลกแล้ว... ที่ท่านแม่จะอย่าฆ่าเจ้าชาย...



เด็กชายตัดพ้อนใจ แต่แม้ว่าในใจจะปั่นป่วน ปวดร้าวและสับสนอย่างไร แต่ข้อมมือของเขาก็ยังคงออกแรงกดปลายมีดลงบนคอระหงนั้น...


"ทำไมท่านแม่จึงอยากให้เจ้าชายตายล่ะ?"


เสียงของเด็กชายฟังดูเศร้า... แต่ใบหน้านั้นกลับยังคงรอยยิ้มวิกลจริตนั้นได้...

"ก็เพื่อการอยู่รอดของผู้สืบทอดสันตติวงศ์" หญิงสาวกล่าวนทันทีราวกับเตรียมใจไว้แล้ว -- อีกครั้งที่เบลรู้สึกอึดอัดเหมือนหายใจไม่ออก ก่อนองศาร้อนในกายมันจะเปลี่ยนกลายเป็นแรงในการกดเล่มมีดเหล่านั้น!

แต่ทันที่จะได้ทำอะไร... จู่ๆแผ่นดินก็ไหวครืนใหญ่จนคนตัวเล็กต้องกลิ้งเกลือกลงไปนอนกับพื้น -- นับว่าเป็นโอกาสดีสำหรับห่อนที่ใกล้ตายด้วยมีดเมื่อครู่... และด้วยการนั้นเอง หล่อนจึงกลับหลังหันและออกวิ่ง

หึ... ไม่ให้หนีไปได้หรอก!

เด็กชายยันกายลุกขึ้น ก่อนจะหยิบมีดขึ้นมา 6 เล่ม... และปาออกไปข้างหน้าหมายคว้าชีวิตของเหยื่อที่กำลังจะหนีไป....





[ คนที่ทรยศเจ้าชาย ]

[ คนที่หลังเจ้าชาย ]

[ คนที่ต้องการให้เจ้าชายตาย ]

[ คนอย่างนั้น..... สมควรตาย!!! ]


มีต่อนะจ๊ะ!!! >>>>>

Author:  askrepios [ 25 Jan 2008, 22:09 ]
Post subject: 

ตอนที่ 10 part 4/4 Get!!! สุดท้ายล่ะค่า~

เสียงของเบลเฟกอลก้องสะท้อนไปทั่วจิตใจที่มืดมัว... ความรู้สึกโกรธแค้นที่อ่อนไหวนั้นส่งผ่านมาจากนิ้วมือซีดเย็นของเจ้าตัวที่วางอยู่บนศรีษะของเขา... -- โกคุเทระลืมตาขึ้นพบกับความมืด -- ความเป็นจริง -- ก่อนสายตาจะปรับให้ชินกับความมืด และรับรู้ภาพของเบลเฟกอลที่ยังคงนอนแน่นิ่งราวหมดลม -- ใบหน้าของหมอนั่นยังคงไร้ซึ่งสีเลือดจนน่าห่วง...

เขามองไปที่ร่างนั้นด้วยสายตาอาทรณ์.... ที่ไม่อาจตัดใจปล่อยให้ชีวิตหนึ่งมอดม้วยไปต่อหน้าได้ -- ความรู้สึกเหมือนสูญเสียเริ่มจับตัวหนาในห้วงคำนึง ก่อนใบหน้าของเขาจะเหมือนบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกหลากหลาย...

โกคุเทระไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าตนเองรู้สึกเศร้าสลดใจเพียงใด ที่ต้องทนเห็นความเสียหายของสิ่งที่ไม่อาจเรียกกลับคืนนี้... -- ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นศัตรู -- เขาก็ไม่อาจห้ามและยั้งใจไม่ให้หลั่งน้ำตาอันแสนเศร้านี้ได้.....


[หากพวกเราไม่ได้เป็นมาเฟีย]
[บางที.... พวกเราอาจจะเป็นเพื่อนกันได้... ]


[เบลเฟกอล....]





"แค่ก..."

ร่างนั้นไอแค่กเป็นการถ่ายเลือดออกจาปากบาง เหมือนเป็นการยืนยันการดำรงอยู่ของเจ้าชาย -- บางอย่างในกายของโกคุเทระบอกกับเขาว่าคนตรงหน้าฟื้นแล้วแม้จะมองไม่เห็นสายตาใต้เรือนผมสีทองนั่น -- ก่อนที่เรียวนิ้วสีซีดนั่นจะขยับขยำเรือนผมสีเงินให้แรงขึ้น

"โอ๊ย!" โกคุเทระร้องครางประท้วงก่อนจะพยายามดิ้นออกจากการจับกุมของมือซีดนั่น...

การขัดขืนดำเนินไปได้พักใหญ่ ก่อนที่ร่างของเบลจะขยับขึ้นมานั่งตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบ

"แกรู้มั้ย..." ขอบปากบางที่แปดเปื้อนไปด้วยเลือดแดงกร่ำของเบลขยับกล่าวอย่างเชื่องช้า ก่อนจะขย้อนกระอักเป็นเลือดเหลวข้นอย่างน่าสยดสยอง "ว่าคนพวกนั้น...มันสมควรตาย..."

"พ...พูดอะไรของแกวะ!" คนถูกดึงผมสบถ -- ยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะปลดปล่อยตัวเองให้พ้นจากการกุมของมือนั้น

"ชิชิชิ... แต่แกจะรู้มั้ย..." ผู้กระทำยังคงกล่าวต่อไปอย่างไม่สนใจท่าทีของคนขัดขืน ก่อนจะเพิ่มแรงกระชากเรือนผมสีเงินนั้นอย่างทารุณ อีกทั้งยังใช้กำลังที่เหมือนกับเสกได้เองรวบรัดร่างของผู้ถูกกระทำจนไม่เป็นอิสระ "คนที่สมควรตายนตอนนี้คือคนที่ติดกับเจ้าชายล่ะ!!"

เฮ้ย...!!!!
แบบนี้มันไม่สวยเลยนะ!!!


ดวงตาคู่สีเขียวนั้นเบิกโพลงก่อนจะเคลือบด้วยแววประหลาดใจสุดขีด


ตกลง.... ทุกๆอย่างคือกับดัก?
ทั้งเรื่องราวต่างๆที่ได้เห็นเมื่อครู่... ทุกอย่างคือกลลวง...


ทั้งๆที่.... อุตส่าห์เชื่อ....


แต่ทั้งหมดก็คือการหลอกลวง



สุดท้ายสันชาตญาณความต้องการชัยชนะของเจ้าชายก็เหนือกว่าทุกๆสิ่ง... -- โกคุเทระรู้สึกเกลียดตัวเองที่ไม่เคยจดจำสิ่งที่เคยรับรู้ และเคยสัมผัส... หรือที่เขาเรียกว่า "เจ็บแล้วไม่จำ" -- ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาเป็นคนจอ่อนถึงขนาดที่... ปล่อยให้โอกาสงามๆหลุดมือไปจนไม่สามารถทำอะไรได้อีก

ไอ้บ้าเอ๊ย!!
ทำไม.... ทำไมถึงทำอะไรมันไม่ได้!
ทำไมฆ่ามันตั้งแต่แรก!!
ทำไม... ต้องมาเสียใจทีหลังแบบนี้!!


ถ้าหากว่ามีกระสุนดับเครื่องชนละก็... ตัวเขาที่ใกล้ตายก็คงรีบอร์น เกิดใหม่อีกครั้งเพื่อฆ่ามันให้ตายเพราะไม่อยากให้ค้างคาเช่นนี้....

อยากเอาหัวตัวเองไปชนกำแพงสักรอบให้จดจำ แต่ก็คงสายไปแล้วในเมื่อ... เขากำลังจะตายในนาทีนี้นั่นแหละ...

ใบหน้าของศัตรูผู้คิดอุบายลวงนั้นกระหยิ่มยิ้มด้วยความสะใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มอย่างวิกลจริตตามวิสัย -- โกคุเทระหลับตาปี๋ อย่างน้อยๆก่อนตายก็ไม่อยากจะเห็นใบหน้านั้น....

ก็... ไม่อยากให้เสียความรู้สึก
ที่... ครั้งหนึ่งได้เชื่อมั่นว่า... เราสามารถเป็นเพื่อนกันได้

แม้ว่าจะยังคงหลับตาอยู่ แต่โกคุเทระก็รับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของเบลเฟกอล -- หมอนั่นยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ที่หูจนรู้สึกร้อนเพราะลมหายใจที่ราดรดใส่ของมัน -- ก่อนน้ำเสียงยียวนนั้นจะพูดขึ้นจนรู้สึกเสียวเหมือนขนลุกซู่

"แต่ว่า..." เบลเฟกอลกล่าวยานคางยาว "แกคงยังไม่เคยรู้ว่า -- "


เสียงนั้นยังไม่ทันพูดไม่จบ....


บรึ้ม!!!!!!!

เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมๆกับที่ร่างของโกคุเทระลอยคว้างไปนอากาศ ก่อนจะถูกเบรคด้วยกำแพงดังพลั่กและไถลลงกับพื้น โกคุเทระลืมตาขึ้นมองไปนความมืดที่เต็มไปด้วยหมอกควันของระเบิด -- แน่นอนว่าเขาตกใจมาก ในเมื่อระเบิดนั้นเป็นของเขา... แต่เขาไม่ได้จุดชนวนมัน!!

ใครกันที่จะจุดมัน.... นอกจากเขา

ชั่วพริบตาที่ควันระเบิดเริ่มจางลง แสงจันทร์อันน้อยนิดจากช่องระบายอากาศนั้นก็ได้สะท้อนภาพที่งดงามราวกับภาพวาดให้เขาได้เห็น...

รอยสีแดงของของเหลวที่ราวกับถูกบรรเลงด้วยเพลงพู่กันที่ปัดกวาดฉวัดเฉวียนไปทั้งบนพื้นและบนกำแพง มันเหมือนกับแสงสปอร์ตไลท์สีแดงที่ย้อมสรรพสิ่งในบริเวณนั้นให้กลมกลืนราวกับอยู่มิติเดียวกัน แต่ก็ไม่สามารถย้อมสายเอ็นและลวดที่ระโยงระยางจากกำแพงที่พุ่งมายังจุดศูนย์กลางของภาพ... -- เบลเฟกอลนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนั้น พร้อมๆกับที่กอดแขนทั้งสองข้างอย่างหลวมๆ

ประหนึ่งจะปลอบประโลมกายที่บอบช้ำนั้น....


เป็นภาพที่สวยงามที่สุดตั้งแต่ที่โกคุเทระได้เคยเห็นมา...


แต่... นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาชื่นชมภาพนั้น... -- เบลเฟกอลเงยหน้าขึ้นมองโกคุเทระที่อยู่ห่างกันไกล... ก่อนรอยยิ้มแปลกประหลาดจะผุดขึ้นที่ริมฝีปากบางนั้น....


"คนที่สมควรตายที่สุด..... คือคนที่ทรยศต่อความรู้สึกของตนเอง..."



เดี๋ยวก่อน....
แกคงไม่ได้หมายถึง....!?!





สิ้นสุดเสียงของเจ้าชายน้อยแห่งวอริเออร์... มีดนับสิบๆเล่มก็พุ่งจากปลายเส้นลวดสู่จุดศูนย์กลาง.......




[ หากพวกเราไม่ได้เป็นมาเฟีย บางที.... พวกเราอาจจะเป็นเพื่อนกันได้... โกคุเทระ ฮายาโตะ ]


TBC -> แด่ผู้ที่จากไป...


อ่าค่ะ TwT รีนต้องขอโทษอีกซักหลายๆรอบจิงๆค่าที่ดองนานมากขนาดนี้!

ต่อจากนี้ก็คงต้องดองอีกนั่นแหละค่ะ คงได้อ่านกันหลังสอบแน่ๆ ฮือๆ ขอโทษด้วยจิงๆค่ะ TwT

สุดท้ายนี้.... รีกเจ้าชาย รักโกคุ รักคนอ่านค่า~ ขอบคุณมากๆค่า

Author:  Ren [ 25 Jan 2008, 22:16 ]
Post subject: 

กรี๊ดดดดดดดดด~

ท่านพี่อัพแล้วTTwTT~~

อ่านแล้วสงสารทั้งเบลและพี่ชายเลบเลยแฮะ

สงสารเบล....แม่ไม่รัก

สงสารพี่ชายเบล....โดนหลอกใช้TTwTT~

โฮวววว

ว่าแต่..เจ้าชายล่อลวงโกคุเรอะ!!!

Author:  kikuva [ 25 Jan 2008, 22:28 ]
Post subject: 

ขยี้ตาหลายล้านครั้งเพื่อความมั่นใจในชีวิต


มาอัพแล้วววววววววววววว


ตามอ่าน


แล้วชะตากรรมท่านเจ้าชาย กะ เจ้าหญิงโกคุ


จะเป็นไงละค่ะเนี่ย


ตามติดต่อไปเคอะ

Author:  chiba_miharu [ 25 Jan 2008, 22:48 ]
Post subject: 

มาแล้ว!!
กรี๊ดดด เจ้าชายเจ้าขา~~~~
โอ้ววววว เลิฟยู เลิฟยูเบลเฟกอน>///<

โฮๆๆ เจ้าชายยยยย กรี๊ดดดด(อารมณ์ปั่นป่วน=_=")

จะว่าไปสงสัยมานานแล้ว..

พี่ชายเบลเค้าชื่ออะไรนะ?

Author:  teacup61 [ 25 Jan 2008, 23:47 ]
Post subject: 

สุดยอดค่ะ!!!! มาต่อเร้วๆน้า~~~

Author:  maikobd [ 26 Jan 2008, 00:46 ]
Post subject: 

คุณแม่ใจร้าย พี่ชายน่าสงสาร เบลน่าสงสารกว่าพี่ชาย
มาต่อเร็วๆเน้อ กำลังมันส์

Author:  arkarcilis27 [ 26 Jan 2008, 06:43 ]
Post subject: 

เบลสุดยอดดดดดดด

เจ้าชายคิดจะทำอะไรน่ะห๊ะ >[]<

ดีใจจัง ในที่สุดท่านก็อัพ เคี๊ยกๆๆๆๆๆๆ

เริ่มหันเหมาทาง B59 เรื่อยๆแล้วนะ T[]T

Page 7 of 11 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/