•·.·´¯`·.·•Reborn Fan Club•·.·´¯`·.·•
http://reborntfc.freeforums.org/

[[ SM INSTINC ]] Bel + Goku ~ ตอน14#Fin [NC-17++]
http://reborntfc.freeforums.org/bel-goku-14-fin-t512-45.html
Page 4 of 11

Author:  brioche [ 30 Oct 2007, 18:53 ]
Post subject: 

โฮกกก... กรี๊ดดด

ท่านคนแต่งเจ้าขา ภาษาท่านดีมาก พล็อตเรื่องก็ดี ดำเนินเรื่องก็ดี

โอย...เพอร์เฟ็คเอ็กซ์ตร้า


อ่านเรื่องนี้แล้วรักหนูแบลขึ้นเป็นกอง (พอๆกัยรักสวอโล่)

Author:  askrepios [ 31 Oct 2007, 21:16 ]
Post subject: 

อ๊ายยยยย มะวานต้องขอโทษด้วค่าที่ไม่ได้เอามาลง เลิกเรียน 6 โมง กลับมาสลบเลยอ้ะ ก๊าก...

แต่ต่อไปก็ต้องขอโทษอีกนั่นแหละค่ะ เพราะว่าตอนที่ 7 นี่ยังไม่ถึงไหนเลย แล้วก็เปิดเทอม 3 วันเหมือนเปิด 3 เดือน งานบานมากๆเลย ฮือๆๆ TwT

เอาเปนว่า ภายใน เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ จะพยายามแต่งทุกๆตอนให้จบค่ะ!

แต่คงต้องขอเลื่อนเวลาลงตอนที่ 7 ด้วยนะคะ ขอโทษด้วยจิงๆค่ะ



ค่ะ! เนื้อเรื่องของวันนี้เป็นประมาณว่า... ฝึกวิชา ค่ะ รีนที่แต่งเองยังงงเองเลยมั้ง ฮือๆ อยากแต่งตอนที่ 7 8 9 มากก่า!! แงๆ

รู้สึก... ฮิบาริจะไม่เป็นฮิบาริแล้วแฮะ รั่ว นัว จริงๆ TwT



[Fic] Katakyo Hitman REBORN! : SM INSTINCT
Pairing : Belphegor , Gokudera Hayato
By : Sir Neer


6~* ครูคนที่ 3 Part 1/4

ข้าวโอ๊ตต้มนมกับผลสตรอว์เบอรร์รี่สดในถ้วยอาหารส่งกลิ่นหอมยวน ขณะที่ร่างสูงของสเปลบี สควอลโล่เดินไปตามโถงทางเดินสีครึ้ม เขาก้มมองอาหารกลิ่นหอมกรุ่นในถาดที่ถือมา พลางถอนหายใจ -- อาหารที่เขารู้ว่า ต่อให้ตั้งใจทำอย่างไรก็ไม่มีใครกันแน่

เขาหยุดอยู่หน้าบานประตูบานใหญ่ มือซ้ายก็ล้วงกระเป๋ากางเกงเอากุญแรเรียวสีทอง ก่อนจะไขมันอย่างเบามือ และเปิดประตูอย่างบรรจงอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

ห้องโล่งกว้างสีงาช้างสไตล์หรูปรากฏแก่สายตาผู้มาเยือน เฟอร์นิเจอร์ภายในล้วนแต่มีสีงาช้างและสีแดงเลือดหมู ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ ตู้ หรือเตียงสไตล์ยุโรปดูหรูหราสวยงาม -- เป็นภาพที่ชินตามากสำหรับสควอลโล่

ห้องนอนของเจ้าชายแห่ง Varia

สควอลโล่มองไปยังเตียงกว้างสีขาว สายตาไปหยุดอยู่ที่ร่างของเด็กชายที่ยังคงอยู่ในห้วงนิทรา...

"เบล ข้าวเช้ามาแล้ว" สควอลโล่พูดขึ้น ขณะที่ลากโตะมาหยุดอยู่ข้างๆเตียงนั้น "มีข้าวโอ๊ตต้มนม... เออ... นมที่แกชอบไง แล้วก็นี่สตรอว์เบอร์รี่! ลุสซูเรียซื้อมาเมื่อเช้าเองนะ ยังสดๆอยู่เลย"

ว่าพลางก็ยิ้มพลาง ก่อนจะวางถาดอย่างนุ่มนวลลงบนโต๊ะ

แต่เบลยังคงแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียงนั่น

สควอลโล่ถอนหายใจ... เขารู้ดีว่าต่อให้เขาพูดเท่าไรร่างนั้นก็ไม่มีทางตอบคำเขาแน่ๆ แต่ต่อให้รู้อย่างนั้น เขาก็ยังคงดื้อดึง... ฝืนพูดไปต่างๆนานา ขณะที่มือใต้ถุงมือสีดำก็ปัดปอยผมสีทองปลั่งให้ออกไปจากหน้าผาก -- ขนตางอนยาวสีเดียงวกับเส้นผมทาบบนขอบตาล่างที่ปิดสนิท กำลังหลับตาพริ้มในห้วงนิทรา...

ร่างของเบลในตอนนี้ไม่ได้แม้แต่ขยับกายใดๆ แถมผิวกายก็ซีดเผือดไร้เลือดหล่อเลี้ยงอย่างกับกระดาษ และยิ่งไปกว่านั้นคือความเย็น -- ที่แม้ใส่ถุงมือก็รู้สึกได้ -- ที่ปกคลุมไปทั่วอณูร่างกายสีขาวๆนั้น...

สภาพแบบนี้จะให้ลุสซูเรีย -- ผู้ชื่อชมร่างกายมนุษย์ในสภาวะศพ -- มาเห็นไม่ได้เด็ดขาด

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจะต้องล็อคประตูห้องทุกครั้งที่ออกจากห้อง...

หลังจากที่โดนเจ้าชายน้อยถูกเขาสั่งสอนและกร่นด่าเรื่องทำอะไรไม่คิดหลังการต่อสู้เมื่ออาทิตย์ก่อน เบลก็ถูกกักบริเวณอยู่นห้องนอน หนำซ้ำยังถูกเขามัดแขน และล่ามโซ่ไว้ -- และในวันนั้นเองที่เบลนอนหลับเป็นตาย... ไม่ยอมตื่นขึ้นมา -- สควอลโล่รู้สึกโกรธตัวเองที่ไม่ทันได้นึกถึงอาการประหลาดๆของเบล -- อาการประหลาดๆที่เขาเองก็เคยเห็นเมื่อประมาณ 4 ปีก่อนเห็นจะได้...

อีกวันเดียว.... อดใจหน่อยสเปลบี สควอลโล่...

เขาได้แต่ให้กำลังใจตัวเอง ในขณะที่ใบหน้าซีดเผือด...

"เมื่อครู่มาร์ม่อนโทรมาจากอิตาลี" สควอลโล่ยังคงพูดต่อไป "ฉันรู้แล้ว... รู้เหตุผลทั้งหมดที่นายมาญี่ปุ่น... ทางเดียวที่ช่วยนายได้คือเอาชีวิตของผู้พิทักษ์วายุแห่งวองโกเล่สินะ?"


"ฆ่ามันให้ตายนะเบล... ก่อนที่มันจะฆ่าเธอ..."




4 ปี จะมีทีหนึ่งเหรอ...

ฮะ ฮะ ฮะ พูดเป็นโอลิมปิคไปได้...


เจ้าชายน้อยหัวเราะในความมืดมิด ขณะที่อ้อมแขนก็คว้าเอาเข้าตัวเองเข้ามากอดโดยไม่รู้ตัว...

แล้วทุกๆอย่างก็เงียบงัน... เหลือแต่เพียงความมืดมิด เปล่าเปลี่ยว และว่างเปล่า...

ก่อนที่จะมีเสียงเหมือนเปิดประตู และปิดลง... เบลพยายามหรี่ตามองไปในความอ้างว้างแต่ก็ไม่พบอะไรนอกเสียจากความว่างเปล่า -- รู้สึกว่าตัวก็สั่น -- ทั้งตื่นเต้น ตื่นตระหนก และตื่นกลัว...

"เบล ข้าวเช้ามาแล้ว"

เสียงทุ้มๆของบุรุษวัย 20 ต้นๆดังขึ้นจากที่ไหนซักแห่งในความมืด... -- อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้อยู่คนเดียว -- อะไรกัน สควอลโล่เองหรอกหรือ? เบลคิดขณะที่คลายวงแขนออกจากขาทั้งสอง ว่าแต่มืดจัง... นายอยู่ที่ไหนกันล่ะเนี่ย สควอลโล่!?!

"มีข้าวโอ๊ตต้มนม... เออ... นมที่แกชอบไง แล้วก็นี่สตรอว์เบอร์รี่! ลุสซูเรียซื้อมาเมื่อเช้าเองนะ ยังสดๆอยู่เลย"

มีนมด้วยหรอ? ว้าว ว้าว!

สตรอว์เบอร์รี่ด้วยหรอ... อา ถึงคนซื้อจะเป็นลุสซูเรีย แต่เจ้าชายก็กินได้นะ!

ว่าแต่... นายจะปรากฏตัวให้เห็นไม่ได้หรือไง!?!

เจ้าชายเริ่มหิวแล้วนะ!!


เบลโวยวายไปในความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง ยังคงมองซ้ายมองขวา เหลียวหาเส้นผมสีเงินของสควอลโล่ที่คาดว่าอยู่ใกล้ๆ แต่ก็ต้องหมดหวังเมื่อรอบกายมันมืดไปหมดอย่างกับคนตาบอดที่มองไม่เห็นอะไร...

"เมื่อครู่มาร์ม่อนโทรมาจากอิตาลี"

เสียงนั้นยังพูดต่อ ขณะที่เบลชงัก และแทนที่จะควานหาร่างสูงนั้นก็กลับมาเงี่ยหูฟังดังเดิม

"ฉันรู้แล้ว... รู้เหตุผลทั้งหมดที่นายมาญี่ปุ่น... ทางเดียวที่ช่วยนายได้คือเอาชีวิตของผู้พิทักษ์วายุแห่งวองโกเล่สินะ?"

ผู้พิทักษ์วายุแห่งวองโกเล่...?

เจ้าไดนาไมต์นั่นน่ะหรือ...?

ชีวิตของมันน่ะหรือ...?

เจ้าชายไม่เห็นจะต้องการเลย!

เจ้าชายแค่อยากเล่นอะไรสนุกๆกับร่างกายนั่นก็เท่านั้นเอง...


เบลตอบไปในความมืด แม้จะไม่ได้มองหาต้นเสียทุ้มๆนั่น แต่เขาก็พอใจมากแล้วที่ในความมืดก็ยังมีใครสักคนอยู่ข้างๆ

"ฆ่ามันให้ตายนะเบล... ก่อนที่มันจะฆ่าเธอ..."

ฆ่า...? เจ้าไดนาไมต์มันจะฆ่าเจ้าชายหรือ?

เจ้าชายจึงต้องฆ่ามันหรือ?

มันไม่สนุกเลยนะ แบบนี้!

ฆ่า... แค่นี้ใช่มั้ยสควอลโล่!

เพียงแค่ฆ่ามันให้ตาย เจ้าชายก็ไม่ต้องตายแล้วใช่มั้ย...?


เบลยังคงถามต่อไปในความมืดมิดที่ปกคลุมรอบข้าง แต่คำตอบก็กลับเป็นความมืดมิดนั้นอีก... เขารู้สึกเหมือนตัวเองตะโกนไปในความว่างเปล่าที่สะท้อนความว่างเปล่ากลับไปกลับมา ก่อนที่จะรู้สึกเหมือนจิตใจของใครสักคนไหลเข้ามาจากก้นบึ้งของจิตใจ...


ฆ่า... ผู้พิทักษ์วายุแห่งวองโกเล่...

ฆ่า... ไอ้เจ้าไดนาไมต์...



ฆ่า... พูดขึ้นมาแม้มือจะเริ่มสั่นเทา



ฆ่า...... พูดขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าในใจจะสับสน




ฆ่า........!!! ย้ำตัวเอง... ย้ำลงไปในใจที่ปวดร้าวนั้น...






วันนี้ก็เป็นอีกวันที่โกคุเทระ ฮายาโตะยืนอยู่ที่ชายหาดหลังเลิกฝึก...
ไม่ใช่ว่าแสงอาทิตย์ยามเย็นของที่ชายหาดนี้สวยมากเสียจนเขาต้องมาเฝ้าดูทุกวัน

แต่เขามาที่นี่เพื่อคอยใครสักคนต่างหาก...

คนๆที่มีออร่ามืดมนเสียยิ่งกว่าทมิฬนิลกาล...


"วันนี้ก็มาอีกแล้วสินะ"


เสียงเข้มๆนี้แหละที่เขารอคอยร่วมชั่วโมง โกคุเทระหันไปอย่างชาชิ้นและเผยอยิ้มอย่างท้าทายบุรุษรัติกาลตรงหน้า ...ทั้งนี้เป็นการทักทาย

"ถ้าชั้นไม่มาจะหาว่าวิ่งหนีหางจุกตูดเอาน่ะสิ!"

"แกนี่พูดประโยคเดิมได้ 3 วันเลยนะ?" ฮิบาริ เคียวยะพูด ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มบางเบาอย่างมีลับลมคมนัย "แผลที่โดนชั้นฟาดก็ยังไม่หาย แต่ก็ไม่เข็ดสินะ? พวกสัตว์กินพืชน่ะขี้ตื๊อเป็นที่สุด ....แต่ว่า ฉันขี้ตื๊อกว่านะ รู้มั้ย!"

สิ้นบทเจรจา ร่างของชายผมสีดำก็พุ่งเข้ามา พร้อมๆกับที่แขนขวาฟาดทอนฟา -- ที่ไม่ทราบว่าชักออกมาตั้งแต่เมื่อไร -- โกคุเทระใช้แขนซ้ายตั้งการ์ด

รวบรวมสมาธิไว้ที่จุดกึ่งกลาง...

ปึ้ก!


เสียงของการกระแทกกันระหว่างแขนซ้ายและทอนฟา ฮิบาริออกแรงกดท่อนโลหะอย่างหนักหน่วง -- แต่โกคุเทระไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย -- และก่อนที่ทอนฟาอีกข้างก็พุ่งจากข้างล่างขึ้นมาสู่ข้างบน เสยคางของฝ่ายตรงข้ามขึ้นเพื่อล็อกการกระทำ

"ยังอ่อนหัดนัก" ฮิบาริกล่าว "ถ้ามัวแต่ป้องกันข้างซ้าย เดี๋ยวข้างหน้าจะเละเอานะ"

ท่าทางฮิบาริจะพูดไม่เก่งอย่างที่ว่าจริงๆนั่นแหละ

เพราะใน 3 วันนี้... เขาได้ยินประโยคนี้มานับไม่ถ้วน

"ยังไม่ชนะก็อย่าเพิ่งโวยวายสิโว้ย!"

ฝ่ายโกคุเทระเองก็ยังคงพูดประโยคซ้ำๆเดิมๆ

แต่.... ฮิบาริเบิกตาโพลง ขณะที่ถอนทอนฟาจากคางของโกคุเทระมาปัดวัตถุขนาดจิ๋วที่ลอยมาใกล้ๆหน้า

มุขเก่าๆน่ะ ใช้ได้ผลอยู่แล้ว!

บรึ้ม!!!

ต่อให้ใช้ทอนฟาหรือเอาอะไรมาปัดแท่งไดนาไมต์อันจิ๋วนี่ก็คงไม่ได้ผล เพราะแรงระเบิดของมันที่แม้ไม่ได้รุนแรง แต่ก็มีอนุภาพพอที่จะเป่าให้คนสองคนออกห่างจากกันได้ -- ฮิบาริไม่ได้ผิดที่เขาปัดระเบิดไม่พ้น กลับทำถูกเสียอีกที่ตั้งสติได้

เท้าทั้งสองข้างของฮิบาริไถลไปบนพื้นหาด ขณะที่โกคุเทระเองก็ไถลห่างออกไปเช่นกัน -- แต่สำหรับคนที่ใช้อาวุธระยะกลางอย่างเขาแล้ว ย่อมได้เปรียบมากกว่าอาวุธแบบประชิดอย่างทอนฟาของฮิบาริ!

"เอาไปกินซะ!" โกคุเทระว่าพลางโยนแท่งไดนาไมต์ที่ใหญ่กว่าเดิมให้ลอยไปยังข้างหน้า ก่อนที่แท่งเหล่านั้นจะมีควันโขมงที่ปลายแท่งคล้ายๆกับเชื้อเพลิงในการส่งจรวด!

แต่ความไม่ได้เป็นไปอย่างคาด เพราะจู่ๆเหล่าไดนาไมต์พวกนั้นก็ตกลงบนพื้นก่อนจะถึงตัวฮิบาริเสียอีก!

เฮ้ย! บ้าน่า! ระยะห่างกันเกินไปหรือไง!

ไม่ใช่...

อึ้ก!! ความรู้สึกนี้...


"เข้ามาสิ โกคุเทระ ฮายาโตะ" เสียงเข้มของฮิบาริ เคียวยะดังขึ้น ขณะที่ร่างนั้นเหมือนจะปลดปล่อยความรู้สึกกระหายโหดออกมาเป็นออร่าสีดำ -- จิตสังหารบริสุทธิ์และหนักหน่วงที่เหมือนจะไปรบกวรคลื่นสมองของใครต่อใครที่เห็นให้ควบคุมตัวเองไม่อยู่ -- ดวงตาคมสีดำนั่นก็เหมือนจะดูดกลืนความมีชีวิตชีวาของสรรพสิ่งรอบกาย

โกคุเทระรู้ดี...

ถ้าเขาสอบไม่ผ่าน เขาก็จะตก

ถ้าเขาไม่ชนะ เขาก็จะแพ้

แต่ในครั้งนี้ ถ้าไม่ชนะก็อาจถึงตาย!!

"ใครจะไปกลัวแก..." โกคุเทระกล่าวขณะที่เพ่งมองการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม แต่เปล่าเลย... เขามองไม่เห็นอะไรเลยด้วยซ้ำ!

ผัวะ! ปึ้ก! ป้าบ!!

โลหะเย็นทรงกระบอกกระทั้นกระแทกเข้าให้จังๆ ขณะที่พยายามเอี้ยวหลบตามสัญชาตญาณ กระนั้นก็มีทอนฟาอีกข้างลอยมาสะกิดแผ่นหลังแรงๆ ในตอนที่คิดว่าคงต้องกระเด็นไปซ้ายเพราะแรงกระแทกนั้นแล้ว ก็เหมือนกลับตาลปัดเพราะโดนบาทาซ้ายของฮิบาริกระแทกไปขวา!

ไอ้ที่โดนฟาด โดนเตะก็ยังไม่ร้ายแรงเท่าตาลายว่าจะไปซ้ายหรือขวาเนี่ยสิ หนักมาก... -- จนโกคุเทระอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองเหมือนตุ๊กตาล้มลุก -- ส่วนหัวที่หนักจนรับน้ำหนักไม่ไหว ทำให้ร่างกาย เซไปซ้ายที ขวาที แต่ไม่ยอมล้มซักทีจนหน้าหนักใจ

ร้ายกาจจริงๆ ฮิบาริ เคียวยะ...

"อ้าวๆ มัวแต่ชักช้า เดี๋ยวก็ตายศพไม่สวยหรอก" ฮิบาริว่าพางเลียริมฝีปากอย่างกระหายชัยชนะ ขณะที่ย่างสามขุมมายังโกคุเทระที่เซไปเซมา "หรืออยากตายทั้งๆที่อยู่ในสภาพตุ๊กตาล้มลุกล่ะ!"

หนอย... มันน่ายั้วะจริงๆ

ไอ้คนที่เก่งก็ไม่ได้เก่งแต่ปากเปล่า เพราะความเร็วและแรงกายที่เป็นเลิศนั่นยอดเยี่ยมเสียจนเรียกว่าอยู่ในระดับอัจฉริยะ แล้วไหนจะเซนส์นักฆ่ามืออาชีพที่ก่อให้เกิดจิตสังหารรุนแรงและหนักหน่วงพอฟัดพอเหวี่ยงกับแรงกดดันวิญญาณนั่นอีก!!

ไม่อยากจะพูดถึง แต่ก็ต้องยอมรับว่า... คนตรงหน้าเขา born to be!!!

พอรู้สึกว่าไม่มีทางเอาชนะ ก็เริ่มอยากจะหนี... แต่ถ้าคนตรงหน้าเก่งกว่าถึงขนาดที่ต้องหนี เขาก็คงหนีไม่พ้นอยู่ดีนั่นแหละ

แต่ครั้นที่คิดจะสู้...

ก็เหลือบมองคนข้างหน้าที่เปรียบเสมือนราชสีห์ผู้ฝึกลับคมเขี้ยว แล้วหันมามองตัวเองก็จะพบว่าเป็นได้แค่ไอ้วอกนอกป่า!!


อะไรกันที่ทำให้คนตรงหน้าดูแข็งแกร่ง...

อะไรกันที่ทำให้ระยะห่างนั้นทวีคูณมากขึ้น

อะไรกันนะ... ที่เขาไม่เคยมี...


จงจดจำความรู้สึกและใบหน้านั้นไว้ให้ดี


เสียงของชามาลสะท้อนก้อง...


ถ้ายังอยากจะมีชีวิตลอดบนโลกใบนี้ ไอ้หนู!!!


ชั่วขณะที่เหมือนจะล้มลง -- ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลที่ฮิบาริได้จู่โจมหรือเปล่า -- เขารู้สึกว่ามีควันปกคลุมรายรอบร่าง และรู้สึกแผลก็หายเจ็บ หรือว่าเขาคงจะใกล้หมดสติไปอีกไม่ช้านะ? นี่ถ้าคนตรงหน้าเห็นคงจะดูถูกเขามากเลยสิน่า ที่จุ่ๆก็ล้มไปอย่างนั้น...

แต่คำพูดสุดท้ายที่เขาได้ยินกลับไม่ใช่เสียงดูถูกดูแคลนของกรรมการรักษาระเบียบที่น่าหมั่นไส้ ...เขาฟังไม่ชัดเจน แต่ก็พอจะรู้...

เสียงนั้นแสดงความตื่นตระหนก...



[ ตอนนั้น ฉันไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นบ้าง... ]




มีต่อนะคะ!!! >>>

Author:  askrepios [ 31 Oct 2007, 21:20 ]
Post subject: 

ตอนที่ 6 part 2/4 ค่ะ!!


เมื่อ 3 วันก่อนผมรู้สึกหงุดหงิดมากเลยครับ

ระหว่างที่กำลังเดินชมชายหาดอันสวนงามในยามต้องแสงอาทิตย์อัสดง ผมก็ได้พบกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง... อันที่จริงผมก็รู้จักเขาดี เพราะชื่อเขาออกจะเด่นหราบนบัญชี(หนังหมา)ดำของสภานักเรียน ...เป็นคนๆที่สภานักเรียนลงมติว่า "อย่าไปยุ่งกับมัน" จนขนาดที่ว่าถ้าเป็นการ์ตูนเรื่องวัน - ตี๊ด- แล้วละก็ คงจะมีค่าหัวพอฟัดพอเหวี่ยงกับกัปตันเรือโกอิ้งแม - ตี๊ด - เลยกระมัง!

แต่สิ่งที่ผมขัดข้องใจอย่างแรง คงจะเป็นหน้าตาขาวๆ ซีดๆ ปากบางสีแดงๆที่มักบึ้งตึง กับดวงตาคู่สีเขียวเท่าลูกเบสบอล(?)นั่น ...มันหล่อ มันสวยตรงไหน! -- ยิ่งไปกว่านั้นคือ ที่ใดที่มันปรากฏตัว ก็จะมีการสุมหัวกันของกลุ่มสาวๆเกิดขึ้น ข้อนี้แหละที่ผมให้อภัยมันไม่ได้!

แต่วันนี้... มันต่างออกไป...

หมอนั่นอยู่คนเดียว อยู่ในสภาพอารมณ์ประมาณว่า 'รอดตายแล้วโว้ย!!' อะไรทำนองนั้น แต่ที่สำคัญคือ... หมอนั่นกำลังแก้ผ้าแก้ผ่อน... ชนิดที่ว่าผมเห็นแล้วยังรู้สึกอายแทน นี่ก็ยังดีที่มันแก้ข้างบน... ดีที่ไม่... -- แต่ท่าทางมันก็ยังมีสติดีอยู่ไม่ใช่หรือ แม้ว่ามันจะไม่เห็นว่าผมเดินมาใกล้มันขนาดนี้ก็เถอะ!

"อะไรของแก" นี่เป็นคำทักทายคำแรกของผม แล้วจู่ๆหมอนั่นก็ทำหน้าเหมือนหมากินน้ำแฟ้บ

พวกเราได้คุยกันดีๆสักครู่(?) ก่อนที่ผมจะรู้สึกเหมือนเส้นประสาทสั่งการในสมองจะขาดผึง... ผม... อยากขยี้มัน...

แล้วหมอนั่นก็เอาบุหรี่ขึ้นมาสูบ... ดี! จะได้หาข้ออ้างเอาไว้ขยี้มันได้!

แล้วนี่ผมก็หิวมากๆด้วย เลยอยากจะจัดการอาหารเรียกน้ำย่อยนี่ให้เรียบร้อย

อยากลิ้มรสชัยชนะที่ต้องแลกกับดวงตาคู่สีเขียวที่กำลังเจ็บใจนั่นเหลือเกิน!

หลังจากนั้นเราก็ฟาดปากกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่พวกเราจะพุ่งเข้าหากัน ฟาดฟันอย่างดุเดือด หมอนั่นใช้ไดนาไมต์เหมือนเดิม ผมรู้สึกไม่สบอารมณ์นักหรอกที่ต้องเล่นกับอาวุธระยะกลางแบบนี้... เอาเถอะ ถ้าจับได้ผมก็จะขยี้มันให้มันรู้ ว่าผมไม่ชอบของของมัน!

หมอนั่นถุกผมฟาดอยู่ครู่จนเซตกน้ำไป ก่อนจะลุกขึ้นมาหอบหายใจและสำลักน้ำทางปากนั่นยกใหญ่ ผมคิดว่ามันน่าจะหมดฤทธิ์แล้วซะอีก แต่สงสัยน้ำเค็มๆของทะเลที่เข้าปากนั้นจะไปกระตุ้นให้มันปากดีหรือเปล่าก็ไม่รู้

แล้วมันก็ลุกขึ้นมาพนมมือ พูดตรงๆเลยนะ ผมนึกว่าหมอนั่นจะขอขมาผม แต่คิดอีกที บางทีมันอาจจะชอบการ์ตูนเรื่องแขนกล คน - ตี๊ด ตี๊ด - ที่พระเอกชอบพนมมือขึ้นมาแล้วก็แปรสิ่งของต่างๆตามกฏความเท่าเทียม หรือว่ามันจะแปรไดนาไมต์ให้เป็นขีปณาวุธก็ไม่รู้!

นอกจากนี้มันยังพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่ผมจำได้ว่านั่นมักเป็นคำพูดของอั้งชิดกงในเรื่องมังกร... มังกรทองมั้ง? -- ที่รู้ๆคือมันทำเอาผมอยากลงไปนอนคลุกกับทรายอย่างฮาระเบิดระเบ้อ

แต่ผมก็ไม่ทำหรอก เพราะมันจะเป็นการดูถูกจิตวิญญาณสุดหูรูดที่อุตส่าห์ได้บท เพราะงั้นผมก็เลยอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับมัน... พวกเราสู้กันสูสีทีเดียวเชียว จนผมต้องมองว่ามันเป็นอาหารจานหลักในค่ำคืนนี้ซะแล้ว!

ตอนแรกๆผมคิดว่ามันก็คงจะใช้ไดนาไมต์ปาใส่ผมเป็นแบบดับเบิ้ล หรือทริปเปิ้ล แต่ก็เปล่าเลย... ไดนาไมต์พวกนั้นมีจำนวนน้อยมาก แต่ศักยภาพของมันก็สูงเช่นกัน เรียกได้ว่ามันไม่ได้ใช้ไดนาไมต์เปลืองและศูนย์เปล่าอีกต่อไปหรอก

ผมว่าการปาไดนาไมต์ของมันดีขึ้นจริงๆแหละ

ถ้าศัตรูที่มันสู้ด้วยไม่ใช่ผมน่ะนะ...

ไม่มีใครรู้แพ้รู้ชนะสักที จนยามเย็นกร้ำกราย ผมรู้สึกตัวเองต้องการชัยชนะ ทั้งๆที่ยังไม่อยากถอนตัวจากอารมณ์สนุกสนานสุดเหวี่ยงขนาดนี้ แต่ผมก็ไม่อยากให้อาหารเย็นของผมคอยนานเท่าไร เดี๋ยวเนื้อจะเปรี้ยวหมด!

ตอนนั้นเองที่ผมเห็นว่ามันมีทีท่าเหนื่อยอ่อน ทำให้ผมคิดไปเองว่ามีเสาอากาศที่ไหนไม่รู้โผล่ขึ้นมาแล้วบอกว่า -- ได้เวลาหมดสนุกแล้วสิ -- ผมรู้สึกเหมือนกับคนที่กำลังตื่นเต้นในการนั่งรถไฟเหาะ แต่เหมือนถูกเหวี่ยงลงมาข้างนอกกลางคัน... ให้ตายเถอะ! อย่าเพิ่งมาหมดฤทธิ์ตอนนี้จะได้มั้ย!

แต่ไม่เป็นไรหรอก -- หลังจากที่ผมจัดการฟาดและขยี้(?)มันด้วยทอนฟาคู่ใจเสร็จเรียบร้อย -- ยังไงซะจะได้กินเนื้อสดๆนั่นให้หายแค้นที่มันไม่สามารถตอบสนองความสนุกขั้นสุดให้ผมได้!!

หมอนั่นกระเด็นไปบนหาดทรายเป็นรอยยาว เนื้อตัวของมันมอมแมมมากๆเลย แล้วไหนจะแผลที่โดนทอนฟาของผมฟาด หรือรอยฟกช้ำ ฟรือจะเป็นรอยเท้า -- ของผมเอง -- ที่อยู่เต็มกางเกงของมัน

ผมหงุดหงิดชะมัดเลย เล่นก็เล่นไม่สนุก จะกินก็กินไม่ลง! เลยต้องปล่อยมันทิ้งไว้ตรงนั้นนั่นแหละ!





เมื่อ 2 วันก่อน ผมรู้สึกแปลกใจจริงๆ!


ผมพยายามตามหาตัวโกคุเทระ ฮายาโตะภายในอาคารเรียนให้ควั่ก กะว่าจะจับตัวมันเข้าสภานักเรียนซักหน่อย แต่คำตอบง่ายๆจากปากคุโรคาวะ ฮานะ -- เพื่อนของมัน -- ก็บอกว่า "หมอนั่นไม่มาโรงเรียนตั้ง 3 วันแล้ว!" -- ผมอารมณ์เสียจริงๆเลย มันโดดเรียนเป็นอาจิณ แต่ทำไมผลการเรียนของมันถึงได้เทพอย่างนั้นห๊ะ!

ผมเดินไปที่ชายหาด หวังแค่เพียงว่ามันจะช่วยเยียวยาใจที่โกรธเคืองได้ แต่... โอ๊ะ โอ... ทายซิว่าผมเจอใคร

ก็คนที่ผมอยากเจอมากที่สุดในวันนี้ไง

หมอนั่นนั่งอยู่ริมหาด ท่าทางของมันเงียบๆ นิ่งๆ ดูสงบ ผมไม่รู้หรอกนะว่าผมเริ่มชอบเส้นผมสีขาวเป็นประกายเงิน -- ที่ล้อกับแสงสีเหลืองของพรอาทิตย์ที่ใกล้จะตก -- ตั้งแต่เมื่อไร แต่มันดูท่าทางน่าสัมผัสจริงๆ

มันมองมาที่ผม แล้วก็ลุกขึ้น หน้าตาของมันจริงจัง คงอยากจะมาแก้มือเรื่องเมื่อวานที่ถูกทิ้งไม่มีใครรับผิดชอบสินะ?

"วันนี้ฉันอยากซ้อมคนเรียกน้ำย่อยก่อนกินข้าวเย็นหวะ!" หมอนั่นเลียนแบบประโยคของผมเมื่อวานนี้

ดีสิ! ทางนี้ก็อยากขย้ำนายเหมือนกันแหละน่า!!

ผมและมันก็พุ่งเข้าหากันอารมณ์เดียวกับแบบเมื่อวานนี้เลยล่ะครับ

แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจเลยก็คือ วันนี้สปีดของผมลดลงหรือเปล่านะ? หรือว่าสปีดของมันเพิ่มขึ้นกันแน่เลยทำให้ผมรู้สึกสับสน? ผมใช้ทอนฟาขึ้นมาตั้งกาดกันหมัดที่พุ่งมาเป็นชุดของมัน ผมรู้สึกข้องใจตะหงิดๆกับท่าการชกแบบนี้... อย่างกับเพื่อนร่วมห้องของผม... ไอ้ลิงหัวสนามหญ้านั่นน่ะ!

ผมไม่ต้องการรู้หรอกครับ ว่ามันไปฝึกวิชาเตะต่อยมาจากไหน แต่ที่ผมสงสัยคือ ทำไมวันนี้มันไม่ใช้ไดนาไมต์!

ถึงหมัดของมันจะไม่ได้โดนผมเลยซักครั้ง แต่ถ้าโดนเข้าไป ผมว่าเนื้อเยื่ออาจจะยุ่ยได้นะ... ผมยังคงใช้ทอนฟาป้องกันอยู่ เพื่อที่จะหาช่องทางจัดการช่องโหว่กลางลำตัวมัน น่าเจ็บใจนะที่เห็นจุดอ่อนอยู่แท้ๆ แต่ยังทำอะไรมันไม่ได้เนี่ยสิ! แต่ถ้าผมปล่อยให้มันต่อยทอนฟาของผมไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็หมดฤทธอิ์เองนั่นแหละ

แต่แบบนี้ก็ไม่ต่างกับวันก่อนน่ะสิ! ผมไม่สนุกเอาซะเลย!!

ลงท้ายด้วยหมอนั่นใช้ทั้งเข่า ใช้ทั้งขา ใช้ทั้งสันมือโดยที่ยังไม่ใช้ไดนาไมต์ซักแอะ ผมรู้สึกเหมือนคนที่โดนดูถูก ให้ตายสิ! หมอนั่นทำให้ผมโมโหเหลือเกิน มันนึกว่ามันเป็นใคร ที่อยู่ๆก็มาท้ารบผมแต่กลับออมมือให้! ผมเลยสอยมันด้วยทอนฟาคู่ใจนี่แหละ แต่ดูท่าว่าสกิลการหลบหนีของมันเพิ่มขึ้นเหมือนไปแอบอัพมา ทอนฟาของผมถึงได้ฟาดวืดๆชอบกล

ทันใดนั้นเอง! ผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองถูกหมัดของมัน -- ผมแน่ใจว่า แม้เป็นโรคุโด มุคุโร่ก็ไม่ต่อยหนักขนาดนี้ -- ผมเงยหน้าขึ้น แล้วก็ต้องประหลาดใจอีก... หมอนั่นอยู่ห่างกับผมเกือบ 2 เมตร... แต่ทำไมหมัดของมันถึงต่อยมาถูกผม! ผมมั่นใจว่าผลปิศาจไม่มีในโลกนี้แน่ๆ

มันอาจจะมีความเร็วและความแม่นยำมากขึ้นก็จริง

แต่ผมนึกไม่ออกเลยว่ามันวิ่งมาชกผมตั้งแต่เมื่อไร!

จะว่าไปแล้ว หมอนี่ก็ใช้แต่หมัดมวยอยู่ได้ แต่ทำไมกัน! ทำไมถึงกันไม่อยู่!

ผมไม่เข้าใจมันเลยจริงๆ ไม่เข้าใจเลยว่ามันคิดอะไรอยู่...

ผมไม่อยากจะชมมันเหมือนตอนที่ชมมันเมื่อวานนี้หรอกครับ สาเหตุง่ายๆคือเมื่อมันโดนชม ฝีมือมันก็จะด้อยลงไป -- แต่ผมว่าวันนี้มันเก่งขึ้นจริงๆนะ เก่งขึ้นถึงขนาดที่ทำให้ผมที่อยู่ในโหมดอารมณ์เสีย รู้สึกสนุกได้ถึงขนาดนี้!

สุดท้ายศึกครั้งนี้ก็จบลงตรงที่ว่ามันนอนหมดแรงหงายอยู่บนพื้นชายหาด น่าสมเพศสิ้นดี

แต่วันนี้ผมก็ได้แผลมาเยอะเลย...

แล้วก็แปลกยิ่งกว่าคือ... ผมปล่อยให้เจ้านั่นลอยนวลกลางกองทราย... วันนี้ผมยังไม่มีอารมณ์ที่จะจัดการกับคนๆนี้!



มีต่อนะคะ!! >>>>

Author:  askrepios [ 31 Oct 2007, 21:26 ]
Post subject: 

ตอนที่ 6 part 3/4 ค่า!!!!




เมื่อวาน! มันเป็นวันที่สุดๆไปเลย!


วันนี้คุสะคาเบะทำหน้าตาแปลกๆใส่ผม มันมองดูรอยช้ำบนหน้ากับมือที่พันผ้าพันแผลของผม... ผมว่ามันคงจะประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นผมในสภาพแบบนี้ ผมเห็นมันดัดนิ้ว และกัดฟัน มันว่าจะไปจัดการกับคนที่ทำกับชมเช่นนี้... แต่ ขอโทษเหอะ! คนอย่างมันไม่มีปัญญาหรอก

ก็ถ้าผมยังได้แผลมาเยอะขนาดนี้ น่ากลัวว่าหมอนั่นจะไม่ถูกหามเข้าโรงพยาบาลเลยน่ะสิ!

วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่โกคุเทระ ฮายาโตะไม่มาโรงเรียน ผมเริ่มรู้สึกหมั่นไส้มันตะหงิดๆยังไงก็ไม่รู้ ก็เมื่อวานผมยังเห็นมันสบายดีไม่ช่เรอะ! แต่ถ้าสังเกตดูดีๆ เพื่อนมันอีกสองคนก็ไม่มาเหมือนกัน

เย็นวันนี้เป็นวันที่ผมกลับจากโรงเรียนเร็วที่สุด ผมก็ไปยังชายหาดนั่น... ผมพยายามจะทำตัวให้เหมือนกับคนที่บังเอิญเดินผ่านมาเท่านั้น ทั้งที่ในจลุ้นระทึกว่าเจ้าหัวปลาหมึกนั่นจะทำให้ผมเซอร์ไพรส์ยังไงนะ -- แล้วผมก็เห็นมันกำลังเล่นน้ำอยู่พอดี!

ให้ตายเหอะ มันโดดเรียนเพื่อมาเล่นน้ำแค่นี้หรอ... ว่าแต่ ทำไมผมถึงเจอมันถี่ๆกันอย่างนี้นะ?

ไม่ได้อยากนึกเข้าข้างตัวเองนักหรอก แต่หมอนี่มัน... มันมาดักรอผมอยู่หรือเปล่า!

"เฮ้!" หมอนั่นร้องเรียกผม และโบกมือหยอยๆอย่างกับจะท้าทาย "มาสิ! มาสู้กัน!"

หมอนี่ท่าทางจะเก็บกดมาจากอะไรสักอย่างมั้ง ผมเดินลงไปหามัน ตัวมันเองก็เดิมาหาผม ผิวเนื้อสีขาวๆของมันกำลังอาบชะโลมไปด้วยน้ำกลิ่นเค็มเกลือ กับกางเกง... เอ่อ... จะเรียกว่าเป็นกางเกงชั้นในแบบที่เห็นบ่อยๆของซาวดะได้มั้ยนะ -- ผมไม่อยากจิ้นให้เปลืองสมองหรอกครับ แต่มันก็ไม่ยอมเปลี่ยนเสื้อผ้าสักที... มันจะสู้ทั้งๆที่ใส่กางเกงในตัวเดียว ให้ตายสิ! คนอะไรอนาจารเป็นบ้า!

เอาเป็นว่าผมขอข้ามประเด็นการแต่งกาย... ดีกว่า?

เหมือนกับว่าเอาคลื่นลูกสุดท้ายที่ซัดชายฝั่งเป็นเสียงแตรรบ ผมพุ่งเข้าหามัน ยังไม่ทันจับทอนฟาด้วยซ้ำมั้ง แต่ผมวิ่งเข้าไปหามันรวดเร็ว ขณะที่ยกทอนฟาขึ้นหมายจะฟาดหัวที่เปียกชื้นด้วยน้ำทะเลนั่น

แต่ผมพลาด!!

น่าแปลกที่ผมไม่ได้สัมผัสอะไรมันเลย และตรงหน้าของผมก็ว่างเปล่าอย่างกับหมอนั่นใช้ก้าวพริบตา แต่วินาทีต่อมาผมก็ได้กลิ่นเกลือ... กลิ่นเกลือที่ลอยมาจากด้านหลัง!! ตอนนั้นแหละที่ผมหมุนตัวไปพร้อมๆกับที่ตั้งทอนฟาขนานกับพื้น สัมผัสเสียงดังกับหน้าท้องของหมอนั่น

หมอนั่นคงจะไม่คิดว่าผมรู้การเคลื่อนไหวของมัน ไม่ใช่ว่ามันโง่หรอก แค่ผมฉลาดกว่า...

เพราะถ้าคู่ต่อสู้มันเป็นคนอื่น... ผมบอกได้คำเดียวว่าไอ้นั่นต้องเสร็จมันนตอนนี้แน่ๆ!

หมอนั่นดูจะจุกไปเลยทีเดียว แต่ว่าความเร็วของมันไม่ได้ลดลง -- ผมแน่ในว่าความเร็วของมันมากกว่าเมื่อวาน -- มันวิ่งมาทางผม.. แล้ว.. อะไรอีกล่ะ!!

ก็เจ้าไดนาไมต์ที่ผมห่วงหา(?)อยู่เมื่อวานนี้ไงครับ มันรีเทิร์น!! ผมรู้สึกเหมือนได้รับแรงปะทะจากควันสีขาวนั่นๆ รู้สึกอีกทีก็ไถลมาไกลลิบ ผมมองไปยังข้างหน้า เห็นหมอนั่นสูบบุหรี่ เห็นแล้วหมั่นไส้จริงๆเลยครับ!

"ไงล่ะ! ประมาทชั้นใช่ม้า~" เสียงของหมอนั่นดังมา ขณะที่ปากบางนั่นก็ยิ้ม... เชอะ แค่นี้ทำเป็นได้ใจไปน่า แล้วหมอนั่นขว้างไดนาไมต์ตรงมาทางผม ฮึ! โง่ชัดๆ ระยะห่างแค่นี้น่ะหรือจะทำอะไรผมได้

แต่ผมรู้สึกเหมือนถูกลูบหลังแล้วตบหัว ในขณะที่เห็นแท่งไดนาไมต์นั่นพุ่งมาทางผมอย่างกับเป็นจรวดติดตาม!

ผมเลยต้องใช้ทอนฟาขึ้นมาปัดพัลวัน รู้แค่ว่าถ้าไม่ทำก็ต้องเกรียมแน่ๆ

ผมได้ยินเสียงหมอนั่นหัวเราะชอบใจ... มันน่าแค้นนักนะ... ไอ้พวกที่ชอบเล่นมุขเองแล้วหัวเราะเองเนี่ย!!! -- แล้วในตอนนั้นเองที่ผมรู้สึกเหมือนมีเมฆลงหนา... ฝนใกล้จะตกเหรือเปล่าล่ะนั่น?

ผมอยากบอกว่า ผมเกลียดฝนครับ เกลียดจริงๆ แต่ะคงได้แต่ภาวนาในใจไม่ให้มันตกลงมา

แต่ที่สำคัญคือ!

หมอนั้นทำหน้าเหมือนหมากินแฟ้บอีกแล้ว!! ชักอยากจะขยี้!!!

"อ...อะไรน่ะ..." ผมได้ยินหมอนั่นพูด ปากของมันอ้าค้าง... นี่จะเล่นมุกฝืดๆหรือไงนะ ผมไม่เอาด้วยหรอก... แต่! ผมรู้สึกเหมือนจู่ๆก็มีมือเย็นๆอันใหญ่เท่าหลังคาบ้านมากอดตัวผม มือสีดำที่เหมือนกับ... เหมือนกับจะกลืนกินร่างกายของผมก็ไม่ปราน!

แต่ถึงจะเป็นสัมผัสที่เย็น และหนาวเหน็บ... ตัวผมกลับเหมือนมีพลังและชีวิตชีวามากขึ้น... ผม... ผมไม่รู้ว่าจะอธิบายเป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ได้หรือเปล่า แต่... ถ้ามันทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น ผมก็จะลองดู!

หมอนั่นดูท่าทางจะหวาดกลัวผมขึ้นมาแล้วสิ! ผมรู้แค่เพียงว่าถ้าวันนี้ผมจัดการมันเรียบร้อย... มันก็จะไม่น่าแหยมมาหาเรื่องผมอีก

ก็เท่ากับว่า... ผมจะไม่มีอาหารเรียกน้ำย่อยก่อนข้าวเย็นสินะ......






ครับ ในวันนี้ เวลานี้... ไม่ผิดหรอกที่ผมอยู่ที่ชายหาดแห่งนี้


ตอนแรกผมนึกว่าผมจะไม่เจอกับมันแล้ว... แต่มันก็ยังอยู่ที่นี่เหมือนเดิม แถมยังไม่เหลือสภาพของคนที่ถูกเล่นงานเมื่อวานนี้อีก! แถมซ้ำมันยังทำปากกล้าเหมือนกับว่าเรื่องเมื่อวานแค่ฝันไป

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมรลุ้นระทึก... อยากจะรู้จริงๆว่ามันจะทำอะไรให้ผมเซอร์ไพรส์อีก!

เมื่อ 3 วันก่อน... หมอนั่นไม่ได้เรื่องเลย

เมื่อ 2 วันก่อน... สปีดของหมอนั่นเยี่ยมมาก ไม่ว่าจะรุกหรือรับ

เมื่อวาน... หมอนั่นปาไดนาไมต์เก่งขึ้น ทักษะการโจมตีดีขึ้น


แล้ววันนี้ล่ะ... วันนี้มันจะโชอะไร...


ผมสู้กับมันอย่างปกติไปพักใหญ่ๆ ก่อนที่ผมจะรู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองถูกกระตุ้น... ถูกกระตุ้นด้วยไดนาไมต์จรวดนั่นอีกครั้ง...

มุขเก่าๆน่ะ ผมเกลียดที่สุด!

พอผมคิดดังนั้น ตัวผมก็เย็นลงเรื่อยๆเหมือนกับเมื่อวานนั่นแหละ หมอนั่นทำหน้าเหวออีกแล้ว... อารมณ์คงจะประมาณว่าเจอกับราชสีห์เจ้าป่าละมั้ง!

ผมยังไม่อยากได้ใจเอาตอนนี้ แต่พอเห็นสายตาที่หวาดกลัวนั่นแล้วก็นึกครึ้มอยากจะเอาทอนฟานี้ฟาดอวดศักดาให้รู้แล้วรู้รอด... แล้วก็จริงอย่างที่ว่า พอหลังจากที่ผมฟาดไหล่ หน้า และได้เตะก้นมันที! ดูเหมือนว่ามันจะเซไปเซมาน่าสงสารอยู่หรอก

แล้วมันก็จ้องผมอยู่นาน... ไม่รู้ว่ามันคิดอะไร... แต่ผมอยากรู้จริงๆว่ามันคิดอะไร...

ดวงตาของมันดูจะโกรธแค้นผมไม่น้อย แต่ผมไม่สนหรอกนะ ก็นั่นเป็นดวงตาของผู้แพ้นี่

แต่แล้ว... สิ่งที่ผมไม่คาดคิดที่สุดก็ปรากฏขึ้นแล้ว...

ผมรู้สึกเหมือนมีลมหอบความหนาวเย็นยามค่ำคืนมาทางพวกเราทั้งสอง รอบกายของหมอนั่นก็มีควันแปลกๆออกมาเต็มไปหมด... ผมทั้งตกใจ ทั้งสงสัย ผมอยากรู้ว่าเกิดอะไรกับมัน พลันนั้นเองที่ผมรู้สึกปวดหัวแทบบ้าคลั่ง ราวกับว่าถูกแรงกดดันจากที่ในจินตภาพเล่นงาน พอมารู้สึกตัวอีกที ผมก็เห็นร่างนั้นพุ่งเข้ามาหาผม... ร่างนั้นถูกห่อหุ้มด้วยออร่าสีดำ... ไม่สิ! นั่นมันจิตสังหาร 100% แน่ๆ!!

พอรู้แบบนั้นก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก... ไม่คิดว่าโลกนี้จะมีคนอย่างผมด้วยนะ?

ผมขอถอนคำพูดคำว่า "ดวงตาของผู้แพ้" เมื่อครู่แล้วกัน!

ผมหลบไดนาไมต์ที่พัดโหมเข้าหาผม ฟาดมันกลับไปบ้างตามโอกาส บางครั้งก็พริ้วหนีตัวมันที่พุ่งมาเหมือนจะจัดการผมด้วยหมัดที่มันปล่อยๆเมื่อ 2 วันก่อน แต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าที่หมัดของหมอนี่ดูจะทรงพลังยิ่งกว่าเดิม!

หมอนั่นโจมตีผมอย่างบ้าคลั่ง... ทั้งความสามารถในการเตะต่อยและไดนาไมต์ที่คาดเดาไม่ถูกว่าจะมาทางไหน ความเสียหายรุนแรงและความน่าสะพรึงกลัวที่เหมือนกับพายุไต้ฝุ่นที่โหมกระหน่ำรุนแรง... นี่สินะ... ทีเรียกว่าพวกธาตุวายุ...

แต่ถ้าเช่นนั้น... ผมก็เหมาะกับธาตุเมฆาแล้วล่ะ ก็หลบพลิ้วซะขนาดนี้!
ผมชอบที่จะต่อสู้อย่างท้าทายเช่นนี้ ใช่แล้ว! ผมรอคนแบบนี้มานานมากตั้งแต่การหายตัวไปของอันธพาลแห่งโกคุโย -- โรคุโด มุคุโร่ -- แต่! วันนี้ ตรงนี้ เวลานี้! ผมกำลังเผชิญหน้าอยู่กับคนที่ผมไม่คิดว่า... จะแข็งแกร่ง

ไม่ทราบว่าผมคิดอะไรไปเพลินๆหรือเปล่านะ... แต่มารู้สึกอีกทีก็เหมือนกับโดนสันทอนฟาของตัวเองฟาดเปรี้ยงลงบนหน้า ผมรู้สึกเหมือนบริเวณจุดสัมผัสนั่นร้อนจนเหมือนจะเป่าให้แก้มของผมใหม้เกรียม... ยิ่งรู้ว่าเป็นทอนฟาของตัวเองก็ยิ่งรู้สึกเจ็บ... แต่... ไม่ใช่นี่นา!

สิ่งที่กระแทกหน้าของผมไม่ใช่ทอนฟา แต่เป็นไดนาไมต์ของเจ้านั่นต่างหาก!

ทำไม! ระยะห่างขนาดนั้น มันกลับขว้างไดนาไมต์ได้แรงขนาดนี้!

ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นท่าขว้างไดนาไมต์ที่เลียนแบบการเคลื่อนที่ของจรวดเชื้อเพลิง... แต่ถ้าเป็นแบบนั้น มันก็ต้องมีควันออกมาสิ... ยิ่งไปกว่านั้น! ไดนาไมต์ที่โนมาโดนผมไม่ได้จุดไฟ... แล้วมันจะโยนมาทำไมล่ะ!

ก็อันที่จุดไฟแล้วมันอยู่ใต้แทบเท้าของผมไงล่ะ!



มีต่อนะคะ!!! >>>>

Author:  askrepios [ 31 Oct 2007, 21:35 ]
Post subject: 

ย๊ากกกกกก ตอนที่ 6 part 4/4 แล้วค่า~ >[]<!!!




นี่ผมคิดอะไรเพลินๆไปนานมากจนลืมตัวหรือไง! ว่าผมกำลังสู้กับที่ "ผมยอมรับ" อยู่นะ!!

ผมกระโดดหลบ ให้ตายสิ นี่ไม่ใช่วิถีของผมหรอกนะ แต่เวลาที่กระชั้นนั่นมันทำให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของผมมันประทุน่ะสิ!

ขณะที่ผมยังอยู่กลางอากาศและมองลงมาก็เห็นควันระเบิดนั่นหนาตา ผมรู้ว่าในกลุ่มควันนั่นต้องมีมันซ่อนอยู่ที่ไหนซักแห่ง เตรียมพร้อมที่จะสอยผมด้วยไดนาไมต์

แต่เปล่าเลย! ผมคาดผิดสนิท! หมอนั่นไม่ได้ส่งไดนาไมต์ทรงกระบอกตันๆให้ผม แต่กลับเป็นแรงกดอากาศที่ส่งผ่านมาเหมือนจะกรีดใบหน้าผม...

ผมพอจะเข้าใจทริคการโจมตีระยะไกลนี้แล้ว!!

ถึงผมจะยังไม่อยากเชื่อก็ตามว่าทฤษฎีที่ผมคิดได้จะเป็นจริง... แต่! ผมคงต้องเชื่อกิมย้งแล้วล่ะครับ!!

ทฤษฎีของการปล่อยหมัดนั่นคงจะเป็นการปลดปล่อยพลังงานจากจุดกึ่งกลางแก่นกายให้ไหลไปตามกล้ามเนื้อ แล้วปล่อยออกมาจากช่องทางเปิดชีพจร...

มันก็จะกลายเป็นพลังมหาศาล... ถ้าได้รับการฝึกฝนมากกว่านี้น่ะนะ!

ผมหลบซ้ายทีขวาที... ตอนที่อยู่ในสภาพปกติผมคงโดนเล่นงานไปนานแล้ว... แต่ตอนนี้! ผมกำลังดึงจิตสังหารของตนออกมาเล่นงานกับหมอนั่น... จิตสังหารที่ใครๆก็ว่ามันบริสุทธิ์ ปราศจากความเมตตา!

ผมสนุกมาก... สนุกจริงๆ

แต่ก็เหนื่อยมากๆจนอยากจะปดฉากการต่อสู้นี้ให้เร็วที่สุด...

พวกเราสู้กันนานมากพอสมควร... มารู้สึกตัวอีกทีก็นอนแผ่อยู่บนพื้นชายหาดด้วยกันแล้ว...

ผมรู้สึกเหนื่อยมากๆ... เหนื่อยจริงๆ เหนื่อยสุดๆเท่าที่ได้เคยออกแรงมา ผมรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อในกายจะฉีกขาดไปทั่วร่าง แต่ผมคงเว่อร์ คิดไปเองล่ะน่า... แล้วผมก็เบือนหน้าไปหาอีกคนที่นอนอยู่ข้างกายผม ...หมอนั่นม่อยหลับไปแล้ว คงจะเหนื่อยเหมือนกันสินะ... ก็ออกแรงเยอะขนาดนี้นี่นา

หมอนั่นคงไม่เคยใช้จิตสังหารเล่นงานใครมาก่อน... จะว่าไป ผมยังรู้สึกข้องใจจริงๆที่ทำไมคนพรรค์นี้ถึงมีจิตสังหารกล้าแกร่งระดับนั้นได้?

คนที่ผม.... อุตส่าห์ให้ชื่อว่าสัตว์กินพืช...

แต่หมอนั่นกลับต่างจากสัตว์กินพืชที่ผมเห็นตามโรงเรียน ท้องถนน ทั่วๆไป... บางทีผมคงต้องประเมินเขาใหม่...

เขาเก่ง... เก่งมากๆ...

แม้จะน้อยกว่าผมก็ตามที... แต่ใน 3 วันนี้ เขาทำให้ผมเห็นพัฒนาการและความลี้ลับที่(คาดว่า)ยังไม่ได้ถูกใครคนไหนค้นพบมัน... ความลี้ลับของพลังที่ผมคิดว่า... หากเขาคิดจะหยิบมันมาใช้จริงๆ น่ากลัว่ากรรมการนักเรียนจะยกโขยงมากี่คนก็คงจับไม่ได้...

ไม่สิ... ต้องบอกว่า ถ้าอันธพาลทั้งเมืองมารุมหมอนี่ ก็คงจะไม่ได้กลับไปสบายๆแน่...


ผมรู้สึกสนใจในความเล้นลับนั่น!


ความรู้สึกที่ไม่ได้มีมานานแบบนี้ ความรู้สึกยินดีที่ได้พบกับคนที่แข็งแกร่งเช่นนี้...


นี่หรือเปล่านะ... คือความรู้สึกของคนที่มีคู่แข่งแล้ว....






ลานก่อสร้างในยามค่ำคืนนี้ก็ยังดูเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นเศษเหล็ก กองอิฐที่ต่างก็วางอยู่ในตำแหน่งเดิม หรือแม้แต่คราบเลือดที่อยู่ ณ ลานโล่งกว้างนั่น -- แม้ว่ามันจะผ่านมากว่า 1 อาทิตย์ได้ แต่มันก็ไม่ได้เจือจางหายไปตามฝุ่นผงละอองดินหรอกนะ!

ยิ่งไปกว่านั้นคือความทรงจำทั้งหมดก็ไม่ได้หายไปไหนเช่นกัน!

โกคุเทระ ฮายาโตะหยุดยืนอยู่ที่กองเลือด... ที่ตรงนี้แหละที่อาทิตย์ก่อนเขาพลาดท่าให้กับเจ้าปิศาจร้ายนามเบลเฟกอน แล้วก็ถูกอีกนั่นแหละที่คราบเลือดที่เห็นนั่นเป็นของเขาแต่เพียงฝ่ายเดียว!

แต่จากนี้!!

มันจะไม่เป็นเช่นนั้นอีก ตั้งแต่บัดนี้และตลอดไป!!


โกคุเทระคิดพลางสูดอากาศเต็มปอด แม้จะได้กลิ่นคราวเลือด แต่ก็ไม่เป็นไร... ในเมื่อเลือดนั้นก็ของๆเขาเอง

เมื่อ 2 ชั่วโมงก่อน รีบอร์นปรากฏตัวขึ้นที่ชายหาด -- หลังจากที่ฮิบาริ เคียวยะหายไปจากที่นั้นแล้ว -- พร้อมๆกับที่บอกข่าวที่ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดีของการเคลื่อนไหวของเจ้าชายนั้น...

ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าทำไมมันไม่ส่งมาที่แกเอง แต่กลับส่งมาที่ฉัน นั่นเป็นเสียงของรีบอร์นที่เขาฟังดูก็รู้ว่าเด็กน้อยเองก็คิดไม่ตก แต่ยังไงซะ ฉันก็ไม่ได้บอกกับสึนะหรือใครหรอกนะ! วางใจได้เลย!

ใช่ วางใจได้เลย...

หากว่ารุ่นที่สิบและยามาโมโตะ หรือจะเป็นเบียงกี้ ชามาล ต้องมาเป็นห่วงว่าเขาจะรอดตายหรือไม่

ก็สู้ตายไป แล้วค่อยให้คุณรีบอร์นไปบอกก็ได้ไม่ดีกว่าเหรอ?

แต่! ฉันไม่มีทางตายเด็ดขาด!

ต่อให้ฉันต้องตาย มันเองก็ต้องตายด้วย!


โกคุเทระคิดพลางกำมืออย่างขึงขัง ดวงตาคู่สีเขียวทอประกายวาววับอย่างมีความหวังอันเร่าร้อนรุนแรง -- นึกไม่ออกเลย หากว่าเจ้าหัวสนามหญ้า เจ้าของดวงตาสุดหูรูดร้อนแรงนั่นมาเห็นเข้า จะฉุดเขาเข้าชมรมมวยมั้ยนะ?



"ชิชิชิชิ~"


นั่นไง... มันมาแล้ว!


"ยังดูเร่าร้อนเหมือนเดิมเลยนะ"



แล้วอะไรคือคำว่า 'เร่าร้อน' ที่ว่าน่ะ!!





"จะไม่ไปดูหน่อยหรอ สควอลโล่" ลุสซูเรียถามขึ้น ขณะที่เดินผ่านห้องนั่งเล่นนั้น สควอลโล่ที่ก่อยขาพาดไปบนชุดรับแขก ท่าทางเบื่อหน่ายเงยหน้าขึ้นมามองคู่สนทนา ก่อนจะส่ายหัวเนือยๆ

"แต่ดูเธอจะเป็นห่วงเบลไม่ใช่เหรอ?" ลุสซูเรียยังคงเซ้าซี้ถาม แต่คู่สนทนาก็ขี้คร้านจะตอบเช่นกัน

"ไม่ล่ะ" สควอลโล่ว่าพลางมองดูแก้วในมือ -- คราบของเหลวสีขาวขุ่นที่ยังคงเกาะขอบแก้วภายใน บ่งบอกว่าครั้งหนึ่งเคยมีนมอยู่เต็มแก้ว -- เมื่อ 3 นาทีก่อนเบลอยู่กับเขาที่นี่ แล้วก็ดื่มนมอุ่นๆในแก้วนี้

ปากบางนั้นยิ้มเป็นครั้งแรกในรอบ 1 อาทิตย์ที่เจ้าตัวหลับใหล

สควอลโล่ไม่ต้องตามเจ้าชายมานะ เสียงของเบลดังก้องในหัว ศึกครึ้งนี้เจ้าชายต้องชนะอยู่แล้ว เจ้าชายจะเอาศพเจ้าผู้พิทักษ์วายุแห่งวองโกเล่มาให้ได้... อ้ะ! แต่เจ้าชายไม่ให้ลุสซูเรียหรอกนะ!

หมอนั่นยิ้มร่าเริง...

พลางซดนมอุ่นๆนั่นหมดแก้วในรวดเดียว...

ขอบใจมาก สำหรับนมแก้วนี้นะ!

เบลว่าพลางแย้มรอยยอ้มกว้าง ก่อนจะหายลับไปจากโฟกัสของเขา...

การเคลื่อนที่ที่รวดเร็วนั่น... ราวกับคนละคน


"ฉันเชื่อมั่นในพลังของเบล" ในที่สุดสควอลโล่ก็กล่าวขึ้นมา ในขณะที่ลุสซูเรียเอียงศีรษะอย่างงุนงง

"ทำไมกันล่ะ?"



"เบลที่พวกเรารู้จักน่ะ... ไม่ได้มีแค่ด้านเดียวหรอกนะ"



[ ในตอนนั้นผมเชื่ออย่างนั้น... ถึงจะสังเกตเห็นลอยร้าวที่ปากแก้วก็เถอะ... ]


[ เพราะผมไม่เคยเชื่อในลางสังหรณ์หรอกนะ.... ]







ร่างสันทัดของเด็กชายผมสีทองยืนอยู่บนหลังแทงค์น้ำโลหะ รอยยิ้มสยองที่สะท้อนถาพในเรติน่าทำให้โกคุเทระจำได้ว่านั่นคือศัตรู -- ที่หมายชีวิตเขา -- ของเขาในคืนนี้...

คนๆที่เขาจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด!!

"ท่าทางจะเตรียมตัวมาดีนี่?" เสียงนั้นกล่าวทัก ก่อนเท้าทั้งสองนั้นจะลอยลงมาแตะกับพื้นใกล้ๆกับที่เขายืนอยู่ "หืม? แต่มือสั่นๆนะ"

จริงอย่างที่ว่านั่นแหละ มือของโกคุเทระสั่นรัวและเหมือนกล้ามเนื้อจะลั่นเปรี๊ยะ -- ไม่ใช่อาการหวาดกลัว หรือเกร็งเครียด -- แต่เป็นผลมาจากการต่อสู้เมื่อ 2 ชั่วโมงก่อน... การต่อสู้ของเขาและฮิบาริ เคียวยะ

คนที่เขาคิดว่า... มีค่าพอๆกับครูคนที่ 3 !

"ที่สั่นน่ะ เพราะมันทนนิ่งๆไม่อยู่แล้วหวะ!"

โกคุเทระก็ยังคงสูบบุหรี่อย่างที่เบลเกลียดเช่นเคย ในขณะที่เบลยังคงแสยะยิ้มกว้างอย่างที่ฌกคุเทระเกลียดเหมือนเดิม!!

ค่าความท้าทายในอากัปกิริยาของบุคคลทั้งสองดูจะพุ่งขึ้นจนปรอทวัดสั่นครอนด้วยใกล้จะถึงจุดระเบิด ขณะที่สายตาคู่สีเขียวและสายตา -- ที่ซ่อนอยู่ในเรือนผมทองนั่น --ของเบลจะสบประสานกัน ความจริงจัง เอาจริง และกระหายชัยเหมือนจะพุ่งเป็นเส้นตรงเข้าหากันและกัน -- สายตาที่ราวกับว่าจะกลืนกินฝ่ายตรงข้ามให้จมลงในความกลัวและโงหัวไม่ขึ้น!

ดูเผินๆอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่... ลมร้อน ลมหนาวดไดเลย จะสามารถพัดโบกความน่าสะพรึงของแรงกดดันนี้ให้หายไปได้!

ไม่รู้ว่าทั้งสองใช้พลังงานในร่างกายเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนให้ลอยไปรายรอบหรืออย่างไร แต่ความรู้สึกที่บอกได้แค่ว่าถ้าเอาถังน้ำมาตั้งไว้ น้ำต้องระเหยเป็นไอไปในพริบตาเป็นแน่แท้!



และในยามนี้...


...เสียงใบไม้ใบหนึ่งที่งตกลงสู้พื้น.... ก็ไม่ต่างอะไรกับเสียงกลองเปิดศึก...



ต่างฝ่ายต่างวิ่งเข้าหากันอย่างไม่ได้นัดหมาย... เตรียมพร้อมที่จะบดขยี้ให้ฝ่ายตรงข้ามให้เป็นฝุ่นผง!!!






[ ในตอนนั้น... พวกเราต่างไม่ได้ฉุกใจคิดเลยว่า ชะตากรรมของเราทั้งสองจะเปลี่ยนแปลงไปนับจากนาทีนี้... ]





To be continue -> ตอนที่ 7 (ยังไม่ได้ตั้งชื่อตอนแลยค่า TwT)


โอ้ววว วันนี้ก็ขอให้อ่านให้สนุกค่ะ

แล้วก็ต้องขอโทษด้วนะคะที่เอามาลงช้า แล้วก็ตอนต่อๆไปก็อาจจะช้า

ยังไงก็จะพยายามแต่งให้ได้เร็วที่สุดเลยค่ะ!

ขอบคุณมากๆค่ะ

Author:  Asqoosix [ 31 Oct 2007, 21:40 ]
Post subject: 

อร๊างงงง~!!ตอนที่6.มาแว้ว!!

พอดีขอโทษนะครับที่อ่านมาตั้งแต่ตอนแรกแล้วแต่ไม่ได้มาเมนทเลย

พอดียุ่งๆกับเรื่องนูฯเรื่องนี้สุดๆอยากจะบอกว่าแต่งต่อไปนานๆนะจ๊า~สนุกจิงๆ55+

Author:  joey [ 31 Oct 2007, 21:50 ]
Post subject: 

โอยยยย จะเป้นรักกลางสนามรบมั้ยเนี่ย อยากอ่านเร็วๆจัง >w<

Author:  chomexchome [ 31 Oct 2007, 22:17 ]
Post subject: 

โอ๊ยยยย มันส์สุดๆๆๆๆไปเลยอ้ะ >_<!!! ยิ่งอ่านยิ่งมันส์ ยิ่งอ่านยิ่งลุ้นอ้ะ โอ๊กกกกก ชอบฉากบู๊ๆดุเดือดแบบนี้ที่ซรู้ดดดดดดเลยจ้า สำนวนของท่าน askrepios ดีขึ้นเยอะมากๆๆๆๆๆ อ่านไปแล้วยิ่งติดสุดๆเลยอ้ะ

กรี๊ดๆๆๆๆ :twisted: มันส์โว้ยยยย :twisted: :twisted:

รอลุ้นฉากปะทะตอนต่อไปอย่างแรง สมแล้วที่ท่านอยากแต่งตอนที่ 7 มาก อิอิ ข้าพเจ้ารออย่างใจจดใจจ่อเลยยย >O<!!! รีบเอามาลงนะคร้า~~~!!

ปล.รีบขอให้หายเหนื่อยไวๆจะได้รีบๆลง เพี้ยง! >.<!

Author:  sknurtgpokg [ 31 Oct 2007, 22:26 ]
Post subject: 

โฮ แต่งได้เยี่ยมมากค่า
แต่ไอ้พวกนี้อ่านการ์ตูนกันด้วยหรอหลุดบ่อยแฮะ
โกกุเนี้ยยังพอว่า ในหนังสือมีหลุด ลูฟี่ มาตอนหนึ่ง
แต่ฮิบาริเนี้ย อะ อา ฮา

ปล.ฮิบะ กับ เบลเป็นพวกซาดิมส์เหมือนกันแฮะ

รีบแต่งต่อนะคะ

Author:  brioche [ 01 Nov 2007, 18:20 ]
Post subject: 

โฮก...ให้หนูเบล

เบลเฟกอร์บันซายย~ กรี๊ดด

เกือบคิดว่าจะเปลี่ยเรื่องเป็น ฮิบะ*โหคุแล้วนะเนี่ย

แต่ว่าบอกได้คำเดียวค่ะ ว่า "สุดยอด"

Author:  nadeem [ 03 Nov 2007, 20:05 ]
Post subject: 

โอยโย๋ มันจริงๆเลยนิ เขียนซะเห็นภาพเลย
ฮิบาริเนี่ยก็ไม่ไหว นายเเน่มากโกคุ

Author:  askrepios [ 03 Nov 2007, 22:21 ]
Post subject: 

มาแล้วววว มาแล้วค่า~*

โอ๊ย โงหัวจากกองงานมา ก๊ากๆ
เพิ่งแต่งเสร็จหมาดๆ อ่านทวนดูแล้วงงๆ แต่ก็เอามาลงก่อนค่ะ

ถ้าไงก็จะแก้ให้เยอะๆเลย เหอะๆ


[Fic] Katakyo Hitman REBORN! : SM INSTINCT
Pairing : Belphegor , Gokudera Hayato
By : Sir Neer


7~* ศึกสุดท้าย... (1) Part 1/4



แทบจะในทันทีที่ได้ยิน ถุงกระดาษในมือก็ร่วงแผละลงกับพื้น บรรดาวัตถุดิบมื้อเย็นก็กลิ้งขลุกขลักไปบนพื้นถนนที่มืดสลัว

"อะไร? ทำไมต้องตกใจอย่างนั้นด้วย"

เสียงเข้มของฮิบาริคาดคั้น ขณะที่ดวงตาคู่คมสีดำนั้นก็มองแทรกผ่านนัยน์ตาคู่สีน้ำตาลที่ดูท่าจะตกใจไม่น้อยกับคำบอกเล่าเมื่อครู่ มือของยามาโมโตะ ทาเคชิยังคงค้างเติ่งอยู่ในอากาศ ราวกับว่าไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองได้ปล่อยถุงสินค้านั่นไปแล้ว

"ก... โกหก" ยามาโมโตะพูดแผ่วเบาจนเกือบจะเป็นรำพัน ฮิบาริเลิกคิ้วอย่างช่วยไม่ได้

"จะไม่เชื่อก็ได้นะ" ฮิบาริว่าพลางเดินผ่านเขาไปอย่างเงียบงัน

ทำไม... ทำไมไม่บอกฉัน!

ทำไมกัน...

คนที่รู้เรื่องสำคัญของนายเป็นคนสุดท้าย ต้องเป็นฉันด้วย...






ความเร็วของลมประทะกรีดหน้าราวกับเป็นเคียวสายลม รู้สึกแก้มเจ็บแปลบๆแต่ก็ไม่ได้มีผลใด โกคุเทระหรี่ตาลงเพื่อขับไล่ความเย็นของอากาศที่เสียดแทงเข้ามาในตายามที่เคลื่อนไหว

ไม่รู้ว่าเจ้าคนช้มีดเปลี่ยนทิศทางไปตั้งแต่เมื่อไร แต่เขาเห็นเส้นผมสีทองนั่นพุ่งเข้าไปในตัวอาคารศูนย์การค้าที่ยังสร้างไม่เสร็จ

ถ้าไม่ตามเข้าไป มีหวังว่า 3 วันก็คงไม่เสร็จศึกแน่ๆ

โกคุเทระวิ่งเข้าไปในตัวอาคารคอนกรีตเปลือย คงเพราะใช้ก่อสร้างศูนย์การค้า สถานที่นี้ถึงได้โล่งและกว้างขนาดนี้ แต่แม้จะโล่ง ก็ใช่ว่าจะหาเจ้าคนช้มีดได้ง่ายๆ ในเมื่อมันมืดออกซะขนาดนี้! ยิ่งไปกว่านั้นคือกลิ่นอับชื้นของปูนและอิฐที่กองระเนระนาดก็น่าแสบจมูกสุดๆ -- พลางมองซ้ายที ขวาทีอย่างตื่นตัวและระแวดระวัง

หมอนี่ไม่ได้อยุ่ที่นี่!
เขารับรู้หลังจากที่ใช้ประสาทรับความรู้สึกทั้ง 5 อย่างคุ้มค่า ก่อนที่จะวิ่งขึ้นไปยังบันไดเลื่อนที่ไม่มีไฟ -- มันก็มีค่าเท่ากับบันไดธรรมดาๆนั่นแหละ

ในตอนนั้นเองที่เขารู้สึกเหมือนมีน้ำอะไรราดลงมาที่บันได...
"อิ... อี๊!!" โกคุเทระครางในลำคอ ขณะที่รู้สึกว่าพื้นบันไดเหนียวเหนอะหนะจนไม่อยากก้าวเท้า พอได้กลิ่นคราวของของเหลวนั้น ต่อให้เป็นความมืดเขาก็รู้ได้ว่านี่เป็นเลือดชัวร์ๆ แต่จะเป็นเลือดของเบลหรือ? นเมื่อที่นี่มีพวกเขาเพียงสองคน... หรืจะเป็นเลือดของเขา... แต่... แต่ไม่มีแผลอะไรนี่น่า!!

บางที... พวกเขาอาจจะไม่ได้อยู่กันตามลำพัง...

แปะ...


"แหม ตามขึ้นมาจริงๆด้วย"


เสียงยียวนกวนประสาทของเบลดังขึ้น โกคุเทระมั่นใจว่ามาจากด้านบน เพราะเขาได้ยินเหมือนเสียงของเหลวที่ไหลงบนพื้น ก่อนวินาทีถัดมาเขาจะกระโดดถอยหลังไปเพื่อตั้งหลัก และมองไปยังเพดาน

เพียงแว่บเดียวที่เหมือนกับตาฝาด... เขาเห็นประกายสีแดงคล้ายๆกับตาของสิ่งมีชีวิต... แววตาที่เหมือนกับปิศาจดูดเลือดตัวฉกาจ... แววตาที่เหมือนกับจะกลืนกินความฝันและความสุขที่มีอยู่ทั้งหมดในชีวิตของเขา...

ดวงตาคู่นั้นมันอะไรกัน!!

คิดพลางก็รู้สึกเหมือนมีไออุ่นรดหลังคอ โกคุเทระสะดุ้งโหยงขณะที่ปฏิริยาตอบสนองรวดเร็วด้วยการยิงไดนาไมต์ขนาดจิ๋วที่ซ่อนไว้ใต้ปลอกแขนสีดำใส่เป้าหมาย

ไดนาไมต์ขนาดจิ๋วถูกตัดขาดเป็นสองท่อน ไม่เหลือเวลาให้ตกใจกับมุขเก่าๆ โกคุเทระก็ก้มตัวลงต่ำเพื่อหลบมีดนับสิบๆที่พุ่งเข้ามาเหมือนห่าฝนในแนวนอน

แต่ใช่ว่าเขาต้องหลบเสียอย่างเดียวซะเมื่อไร! โกคุเทระรูดไดนาไมต์ทรงกระบอกไปตามพื้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่มือแตะพื้น เสียงระเบิดดังลั่นตามมา ควันคละคุ้งไปหมด... หรือว่าเขาสู้อยู่ในร่มกันนะ ควันถึงได้เยอะขนาดนี้

ในวินาทีต่อมาที่เหมือนมีอะไรพุ่งออกมาจากกองอิฐ โกคุเทระกลิ้งตัวหลบไปทางซ้าย... แล้วก็มีพุ่งมาทางขวาอีก ก็เลยต้องตีลังกาลุกขึ้นทั้งๆที่อยู่ในท่านั่ง -- ซึ่งเป็นท่าแอ็คชั่นที่เขาติดมาจากภาพยนต์ฟอร์มยักษ์

ไอ้ที่พุ่งๆออกมาน่มันกลิ่นฉุนแสบจมูกไปเลยล่ะ!

ในที่สุดโกคุเทระก็ได้คำตอบว่าเลือดที่ราดอยู่ที่บันไดนั่นเป็นของใคร... อันที่จริงเรียกมันว่าตัวก็ได้ เพราะพวกมันเป็นหมาจอนจัด ...ท่าทางของมันเหมือนตัวจะยังอุ่นๆอยุ่ แสดงว่าคงจะเพิ่งตายสินะ?

พลันนั้นร่างที่คุ้นเคยของเจ้าชายนักสับก็เดินออกมาจากสถานที่ที่เกิดระเบิด หมอนั่นไม่ได้เป็นอะไรเลย อย่างมากก็แค่รอยเปื้อนมอมแมมจากฝุ่นผงที่เกาะตามเสื้อผ้ากระมัง...

"เจ้าชายรอแกตั้งนานแหนะ" เบลกล่าวทั้งที่ปากยังคงยิ้ม "ก็เลยหาอะไรเล่นๆไปก่อน... แต่มันก็ไม่สนุกเท่าไรหรอก"

"หนอย... แก!!" โกคุเทระกัดฟันกรอด... สุนัขข้างถนนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องมาตายไป... เหตุเป็นเพราะเขาขึ้นมาข้างบนช้า จะบอกว่าเป็นความผิดเขาก็ไม่ได้ แต่ต้องโทษความโรคจิตของไอ้คนหักห้ามใจตัวเองไม่อยู่ต่างหาก!!

"อ้าว เป็นอะไรไปละ" เบลถามเสียงใสเหมือนคนแกล้งโง่ ขณะขยับมุมปากยิ้มระเริง "อ๋อ... หมา 2 ตัวนั่นเป็นเพื่อนกับแกหรอ"

เพล้ง!

กระจกที่อยู่ด้านหลังตัวเบลแตกกระจายออก แต่เจ้าตัวที่อยู่ข้างหน้าก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะกลัวหรือตกใจอะไร ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่โกคุเทระลุกขึ้นยืน... ดวงตาคู่สีเขียวมองตรงไปยังศัตรูตัวฉกาจ

อะไรจะเลวร้ายปานนี้!

มันฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้าหรือไง!






โดนสายตาแบบนี้จ้องมาจะให้รู้สึกเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากบอกได้คำเดียวว่า "ตื่นเต้น"

แม้ว่านั่นจะไม่ใช่ดวงตาคู่สีแดงใต้เรือนผมสีเงินนั่น... แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงประกายตาที่ไม่ต่างกัน... ประกายตาที่ห่วงหา และเมตตาต่อผองสรรพสัตว์บนโลกนี้ -- ประกายตาที่เสแสร้งแกล้งทำซะไม่มี!

ประกายตาที่เขาเกลียดที่สุด...

ถ้าหากว่าดวงตาสวยๆคู่นั้นจะไร้ประกายวาววับนั่นชั่วรินันดร์ก็คงจะดีอยู่หรอก!!

ว้า... ไม่ได้อยากนึกถึงนักเลย

แต่ไหนๆก็อุตส่าห์โผล่มาแล้ว ตายไปพร้อมๆกันนั่นแหละ

แล้วโลกนี้ก็จะไม่มีคนเสแสร้งอย่างพวกแกอีกต่อไป!!







เบลเฟกอนไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ควรจะพุ่งเข้าหาอย่างยิ่ง แต่ยิ่งอยู่ไกลก็เหมือนจะเข้าทางมันด้วยเช่นกัน!

กระแสคมมีดวิ่งปราดผ่านชั้นอากาศจนได้ยินเสียงไหววูบ ถ้าไม่นับจำนวนมีดในมือของเบลแล้ว มีดที่บินมาก็ยังจะมีจำนวนมากมหาศาล แต่มันก็ใช่ว่าจะหลบไม่ได้ซะทีเดียว... เพราะช่องว่างข้างบนนั้นก็เป็นสิ่งที่เพียงพอสำหรับการหลบหนี -- โกคุเทระกระโดดตัวลอยข้ามผ่านมีดที่บินอยู่ใต้เท้า

แต่ก็เหมือนถูกจัดฉากและอ่านความได้ เบลที่ยินอยู่กับที่ยิ้มแก้มปริ ขณะที่ท้ายทอยของโกคุเทระจะสัมผัสกับสสารที่มีพื้นที่หน้าตัดน้อย

ให้ตาย! นี่ชั้นมาช้าถึงขนาดที่มันวางกับดักได้เลยเรอะ!

โกคุเทระคิดขณะที่มือก็เด้งขึ้นมาปัดสายด้ายนั่นอย่างจัง -- แม้จะรู้สึกเจ็บ แต่ก็ไม่เทียบเท่าทอนฟาแข็งๆเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน! -- ก่อนจะใช้มืออีกข้างรั้งตัวเองไว้ด้วยขื่อบนเพดาน

เมื่อได้ที่เกาะเกี่ยวก็ต้องสำแดงฝีมือ! มือข้างเดิมกับที่ปัดเส้นด้ายนั่นเต็มไปด้วยไดนาไมต์ -- ที่ชักออกมาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ -- เขาไม่ได้ปามันแต่กลับแบมือจนแท่งทรงกระบอกเหล่านั้นตกกราดลงบนพื้น -- ทั้งๆที่ยังไม่ได้จุดไฟเลยด้วยซ้ำ!

และในชั่วขณะนั้นเองที่เหล่าไดนาไมต์ทรงกระบอกได้หันหัวชนวนที่ยังไม่ติดไฟมาทางเบล แล้วด้วยเหตุผลทางกลไกใดไม่ทราบที่วัตถุพวกนั้นวิ่งพุ่งไปหาเบลราวกับกลุ่มรถทรงกระบอก ความเร็วของมันก็พอๆกับที่จะทำให้เสือชีต้าสละแชมป์!!

ถ้าจะบอกว่ามันใช้หลักการของจรวดเชื้อเพลิงก็คงจะผิดถนัด ก็ในเมื่อไม่มีควันที่ก้นกระบอก ยิ่งไปกว่านั้นไฟที่ชนวนก็ไม่ได้ติด ...แล้วจะให้อธิบายเป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ยังไงให้เป็นเรื่องจริง!!!

แต่ในตอนนั้นเอง! ที่เบลรู้สึกร้อนเหมือนกับอยู่ตรงหน้ากองไฟ และแสงสีแดงวูบวาบที่อยู่ใต้แทบเท้านั่นก็ทำให้เขาตกใจไม่น้อย!

ชั่วเวลาตั้งแต่ไดนาไมต์ปรากฏขึ้นในมือของโกคุเทระยันปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งบังเกิดขึ้น ก็ดูเหมือนจะกินเวลาไปราวๆ 2 วินาที... เวลากระชั้นเช่นนี้จะให้คิดว่าเป็นผู้ใช้เวทย์มนต์แห่งอัคคีแบบในนิยายก็ไม่แปลก!

บรึ้ม!!! ไดนาไมต์ประสานเสียนกึกก้อง ขณะที่กลุ่มควันจากกระบออกที่ไม่เหลือเค้าก็พุ่งเป็นม่านเหมือนจะปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง!

แรงระเบิดจากไดนาไมต์เหล่านั้นแรงพอๆกับที่จะทำให้ร่างของคนที่โดนแหลกเป็นจุล หรือใหม้เกรียมจนไม่เหลือเค้าโครง!! -- แต่มันก็ไม่ได้มีผลเสมอไป ในเมื่อคู่ต่อสู้ของเขาในวันนี้คือเบลเฟกอน -- นักฆ่าอัจฉริยะหรืออีกสมญาคือเจ้าชายนักสับ

แม้ว่าหมอนั่นจะเพิ่งสังเกตเห็นไฟที่ใต้แทบเท้าเมื่อครู่ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมันอยู่ในระดับอัจฉริยะพอๆกับที่คิดว่า หากใยแมงมุมในอาคารแห่งนี้สั่นไหว มันก็คงระแวดระวังตัวยิ่งกว่า

แล้วยิ่งเป็นของที่เห็นกันจะๆ คาตาอยู่นี่ก็คงไม่ต้องนึกสงสัย... มันหลบพ้นอยู่แล้ว!!

โดยไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ เบลที่เป็นฝ่ายกระโดดขึ้นก็ขว้างมีดนับสิบกระจัดกระจายออกไป โกคุเทระที่รู้อยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ดันฝ่ามือของตัวเองไปข้างหน้า พร้อมๆกับชุดไดนาไมต์นับสิบจะพุ่งออกตามที่ซ่อนใต้วงแขน

มีดเหล่านั้นเหมือนกับทำงานอย่างมีกลไก มันหันหัวเลี้ยวพุ่งไปตัดเหล่าไดนาไมต์ แต่กลับไม่เป็นดังคาดการณ์ ไดนาไมต์เหล่านั้นเองก็พุ่งปรี๊ดราวกับเร่งสปีดหลบเองได้!! แล้วยิ่งควันแปลกๆที่ให้ความรู้สึกคล้ายจรวดเชื้อเพลิงที่วิ่งปราดเข้ามานั่นแล้ว... เบลที่ค้างเติ่งอยู่บนเพดานก็ต้องรีบมุดตัวหนีลงยังพื้น

และก็ต้องใจชื้นขึ้นเมื่ออาณาเขตที่เลือกลงจอดเป็นที่ที่เดียวกับที่โกคุเทระยือยู่!

พลันนั้นเองที่เบลรู้สึกเหมือนมีแรงปะทะบางอย่างที่แก้มจนเป็นรอยเลือดคล้ายกับถูกมีดบาด ก็พอจะเข้าใจมุขเก่าที่เขาเคยใช้อยู่หรอก แต่ในเมื่อเขาโดนซะเองจะให้นิ่งเฉยอยู่ใย!

เป็นชั่ววินาทีที่โกคุเทระปลดปล่อยแรงจากกำลังภายในอย่างที่รีบอร์นสอน -- อันที่จริงเรียกว่าเป็นทฤษฎีของกิมย้งจะดีกว่า -- รู้สึกรอบๆร่างมีแรงดันอากาศที่พอจะป้องกันตัวเองจากกระแสมีดเหล่านั้น

แต่ในเมื่อสิ่งที่บึ่งมาไม่ใช่มีด แต่เป็นคน!

แล้วยิ่งในมือทั้งสองที่จับด้ามมีดเป็นสิบ ยี่สิบนั่นก็ใกล้เข้ามาเหมือนจะเสียดแทงคอหอยที่อยุ่แค่เอื้อม โกคุเทระตั้งสติก่อนจะถอยกรูดไปด้านหลัง กระนั้นเองที่ปลายเท้าของเบลแตะพื้นดินในระยะที่ห่างกันเพียง 2 คืบ! รอยยิ้มกว้างน่ารังเกียจนั่นฉายอยู่ใกล้แค่นิ้วเศษๆ ก่อนที่แสงสว่างวาบสีแดงจะบดบังทัศนะวิสัย และเสียงดังตูมที่มาพร้อมกับควันโขมง

โกคุเทระและเบลกระเด็นไปพร้อมๆกันในทิศทางเดียว ก่อนจะล้มลงและทรุดตัวลงกับพื้น...

นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่เขาถูกไดนาไมต์ของตัวเองเล่นงาน!!!

เนื่องจากไดนาไมต์ที่คล้ายกับการใช้หลักการของจรวดเชื้อเพลิงนั่นมีคุณสมบัติคล้ายจรวดติดตาม เบลจึงได้พยายามหลบแล้วกลบเกลื่อนด้วยการไม่ยี่หระ โดยการหยิบมีดนับสิบเตรียมโจมตีในระยะประชิด ส่วนตัวโกคุเทระที่ตั้งหลักอยู่บนพื้นก็บ้าจี้ระแวดระวังโดยที่ไม่ได้สังเกตไดนาไมต์ที่ตามหลังเบลมา... และนั่นจึงเป็นเหตุให้เขาได้รับลูกหลง... ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็นความจงใจมากกว่า จากไดนาไมต์เหล่านั้น... ไดนาไมต์ที่คาดหวังให้ไปปราบศัตรู!

น่าเจ็บใจ แต่ถ้ามัวเจ็บใจก็ใช่ที่!

โกคุเทระกระโดดลุกขึ้น ถอยห่างไปจากศัตรูจากระยะประชิด ก่อนที่จะกางขาออกตั้งหลักแม้ว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนในกายเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆจากแรงระเบิด



มีต่อนคะ >>>>

Author:  askrepios [ 03 Nov 2007, 22:22 ]
Post subject: 

มาแล้วววว มาแล้วค่า~*

โอ๊ย โงหัวจากกองงานมา ก๊ากๆ
เพิ่งแต่งเสร็จหมาดๆ อ่านทวนดูแล้วงงๆ แต่ก็เอามาลงก่อนค่ะ

ถ้าไงก็จะแก้ให้เยอะๆเลย เหอะๆ


[Fic] Katakyo Hitman REBORN! : SM INSTINCT
Pairing : Belphegor , Gokudera Hayato
By : Sir Neer


7~* ศึกสุดท้าย... (1) Part 1/4



แทบจะในทันทีที่ได้ยิน ถุงกระดาษในมือก็ร่วงแผละลงกับพื้น บรรดาวัตถุดิบมื้อเย็นก็กลิ้งขลุกขลักไปบนพื้นถนนที่มืดสลัว

"อะไร? ทำไมต้องตกใจอย่างนั้นด้วย"

เสียงเข้มของฮิบาริคาดคั้น ขณะที่ดวงตาคู่คมสีดำนั้นก็มองแทรกผ่านนัยน์ตาคู่สีน้ำตาลที่ดูท่าจะตกใจไม่น้อยกับคำบอกเล่าเมื่อครู่ มือของยามาโมโตะ ทาเคชิยังคงค้างเติ่งอยู่ในอากาศ ราวกับว่าไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองได้ปล่อยถุงสินค้านั่นไปแล้ว

"ก... โกหก" ยามาโมโตะพูดแผ่วเบาจนเกือบจะเป็นรำพัน ฮิบาริเลิกคิ้วอย่างช่วยไม่ได้

"จะไม่เชื่อก็ได้นะ" ฮิบาริว่าพลางเดินผ่านเขาไปอย่างเงียบงัน

ทำไม... ทำไมไม่บอกฉัน!

ทำไมกัน...

คนที่รู้เรื่องสำคัญของนายเป็นคนสุดท้าย ต้องเป็นฉันด้วย...






ความเร็วของลมประทะกรีดหน้าราวกับเป็นเคียวสายลม รู้สึกแก้มเจ็บแปลบๆแต่ก็ไม่ได้มีผลใด โกคุเทระหรี่ตาลงเพื่อขับไล่ความเย็นของอากาศที่เสียดแทงเข้ามาในตายามที่เคลื่อนไหว

ไม่รู้ว่าเจ้าคนช้มีดเปลี่ยนทิศทางไปตั้งแต่เมื่อไร แต่เขาเห็นเส้นผมสีทองนั่นพุ่งเข้าไปในตัวอาคารศูนย์การค้าที่ยังสร้างไม่เสร็จ

ถ้าไม่ตามเข้าไป มีหวังว่า 3 วันก็คงไม่เสร็จศึกแน่ๆ

โกคุเทระวิ่งเข้าไปในตัวอาคารคอนกรีตเปลือย คงเพราะใช้ก่อสร้างศูนย์การค้า สถานที่นี้ถึงได้โล่งและกว้างขนาดนี้ แต่แม้จะโล่ง ก็ใช่ว่าจะหาเจ้าคนช้มีดได้ง่ายๆ ในเมื่อมันมืดออกซะขนาดนี้! ยิ่งไปกว่านั้นคือกลิ่นอับชื้นของปูนและอิฐที่กองระเนระนาดก็น่าแสบจมูกสุดๆ -- พลางมองซ้ายที ขวาทีอย่างตื่นตัวและระแวดระวัง

หมอนี่ไม่ได้อยุ่ที่นี่!
เขารับรู้หลังจากที่ใช้ประสาทรับความรู้สึกทั้ง 5 อย่างคุ้มค่า ก่อนที่จะวิ่งขึ้นไปยังบันไดเลื่อนที่ไม่มีไฟ -- มันก็มีค่าเท่ากับบันไดธรรมดาๆนั่นแหละ

ในตอนนั้นเองที่เขารู้สึกเหมือนมีน้ำอะไรราดลงมาที่บันได...
"อิ... อี๊!!" โกคุเทระครางในลำคอ ขณะที่รู้สึกว่าพื้นบันไดเหนียวเหนอะหนะจนไม่อยากก้าวเท้า พอได้กลิ่นคราวของของเหลวนั้น ต่อให้เป็นความมืดเขาก็รู้ได้ว่านี่เป็นเลือดชัวร์ๆ แต่จะเป็นเลือดของเบลหรือ? นเมื่อที่นี่มีพวกเขาเพียงสองคน... หรืจะเป็นเลือดของเขา... แต่... แต่ไม่มีแผลอะไรนี่น่า!!

บางที... พวกเขาอาจจะไม่ได้อยู่กันตามลำพัง...

แปะ...


"แหม ตามขึ้นมาจริงๆด้วย"


เสียงยียวนกวนประสาทของเบลดังขึ้น โกคุเทระมั่นใจว่ามาจากด้านบน เพราะเขาได้ยินเหมือนเสียงของเหลวที่ไหลงบนพื้น ก่อนวินาทีถัดมาเขาจะกระโดดถอยหลังไปเพื่อตั้งหลัก และมองไปยังเพดาน

เพียงแว่บเดียวที่เหมือนกับตาฝาด... เขาเห็นประกายสีแดงคล้ายๆกับตาของสิ่งมีชีวิต... แววตาที่เหมือนกับปิศาจดูดเลือดตัวฉกาจ... แววตาที่เหมือนกับจะกลืนกินความฝันและความสุขที่มีอยู่ทั้งหมดในชีวิตของเขา...

ดวงตาคู่นั้นมันอะไรกัน!!

คิดพลางก็รู้สึกเหมือนมีไออุ่นรดหลังคอ โกคุเทระสะดุ้งโหยงขณะที่ปฏิริยาตอบสนองรวดเร็วด้วยการยิงไดนาไมต์ขนาดจิ๋วที่ซ่อนไว้ใต้ปลอกแขนสีดำใส่เป้าหมาย

ไดนาไมต์ขนาดจิ๋วถูกตัดขาดเป็นสองท่อน ไม่เหลือเวลาให้ตกใจกับมุขเก่าๆ โกคุเทระก็ก้มตัวลงต่ำเพื่อหลบมีดนับสิบๆที่พุ่งเข้ามาเหมือนห่าฝนในแนวนอน

แต่ใช่ว่าเขาต้องหลบเสียอย่างเดียวซะเมื่อไร! โกคุเทระรูดไดนาไมต์ทรงกระบอกไปตามพื้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่มือแตะพื้น เสียงระเบิดดังลั่นตามมา ควันคละคุ้งไปหมด... หรือว่าเขาสู้อยู่ในร่มกันนะ ควันถึงได้เยอะขนาดนี้

ในวินาทีต่อมาที่เหมือนมีอะไรพุ่งออกมาจากกองอิฐ โกคุเทระกลิ้งตัวหลบไปทางซ้าย... แล้วก็มีพุ่งมาทางขวาอีก ก็เลยต้องตีลังกาลุกขึ้นทั้งๆที่อยู่ในท่านั่ง -- ซึ่งเป็นท่าแอ็คชั่นที่เขาติดมาจากภาพยนต์ฟอร์มยักษ์

ไอ้ที่พุ่งๆออกมาน่มันกลิ่นฉุนแสบจมูกไปเลยล่ะ!

ในที่สุดโกคุเทระก็ได้คำตอบว่าเลือดที่ราดอยู่ที่บันไดนั่นเป็นของใคร... อันที่จริงเรียกมันว่าตัวก็ได้ เพราะพวกมันเป็นหมาจอนจัด ...ท่าทางของมันเหมือนตัวจะยังอุ่นๆอยุ่ แสดงว่าคงจะเพิ่งตายสินะ?

พลันนั้นร่างที่คุ้นเคยของเจ้าชายนักสับก็เดินออกมาจากสถานที่ที่เกิดระเบิด หมอนั่นไม่ได้เป็นอะไรเลย อย่างมากก็แค่รอยเปื้อนมอมแมมจากฝุ่นผงที่เกาะตามเสื้อผ้ากระมัง...

"เจ้าชายรอแกตั้งนานแหนะ" เบลกล่าวทั้งที่ปากยังคงยิ้ม "ก็เลยหาอะไรเล่นๆไปก่อน... แต่มันก็ไม่สนุกเท่าไรหรอก"

"หนอย... แก!!" โกคุเทระกัดฟันกรอด... สุนัขข้างถนนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องมาตายไป... เหตุเป็นเพราะเขาขึ้นมาข้างบนช้า จะบอกว่าเป็นความผิดเขาก็ไม่ได้ แต่ต้องโทษความโรคจิตของไอ้คนหักห้ามใจตัวเองไม่อยู่ต่างหาก!!

"อ้าว เป็นอะไรไปละ" เบลถามเสียงใสเหมือนคนแกล้งโง่ ขณะขยับมุมปากยิ้มระเริง "อ๋อ... หมา 2 ตัวนั่นเป็นเพื่อนกับแกหรอ"

เพล้ง!

กระจกที่อยู่ด้านหลังตัวเบลแตกกระจายออก แต่เจ้าตัวที่อยู่ข้างหน้าก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะกลัวหรือตกใจอะไร ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่โกคุเทระลุกขึ้นยืน... ดวงตาคู่สีเขียวมองตรงไปยังศัตรูตัวฉกาจ

อะไรจะเลวร้ายปานนี้!

มันฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้าหรือไง!






โดนสายตาแบบนี้จ้องมาจะให้รู้สึกเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากบอกได้คำเดียวว่า "ตื่นเต้น"

แม้ว่านั่นจะไม่ใช่ดวงตาคู่สีแดงใต้เรือนผมสีเงินนั่น... แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงประกายตาที่ไม่ต่างกัน... ประกายตาที่ห่วงหา และเมตตาต่อผองสรรพสัตว์บนโลกนี้ -- ประกายตาที่เสแสร้งแกล้งทำซะไม่มี!

ประกายตาที่เขาเกลียดที่สุด...

ถ้าหากว่าดวงตาสวยๆคู่นั้นจะไร้ประกายวาววับนั่นชั่วรินันดร์ก็คงจะดีอยู่หรอก!!

ว้า... ไม่ได้อยากนึกถึงนักเลย

แต่ไหนๆก็อุตส่าห์โผล่มาแล้ว ตายไปพร้อมๆกันนั่นแหละ

แล้วโลกนี้ก็จะไม่มีคนเสแสร้งอย่างพวกแกอีกต่อไป!!







เบลเฟกอนไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ควรจะพุ่งเข้าหาอย่างยิ่ง แต่ยิ่งอยู่ไกลก็เหมือนจะเข้าทางมันด้วยเช่นกัน!

กระแสคมมีดวิ่งปราดผ่านชั้นอากาศจนได้ยินเสียงไหววูบ ถ้าไม่นับจำนวนมีดในมือของเบลแล้ว มีดที่บินมาก็ยังจะมีจำนวนมากมหาศาล แต่มันก็ใช่ว่าจะหลบไม่ได้ซะทีเดียว... เพราะช่องว่างข้างบนนั้นก็เป็นสิ่งที่เพียงพอสำหรับการหลบหนี -- โกคุเทระกระโดดตัวลอยข้ามผ่านมีดที่บินอยู่ใต้เท้า

แต่ก็เหมือนถูกจัดฉากและอ่านความได้ เบลที่ยินอยู่กับที่ยิ้มแก้มปริ ขณะที่ท้ายทอยของโกคุเทระจะสัมผัสกับสสารที่มีพื้นที่หน้าตัดน้อย

ให้ตาย! นี่ชั้นมาช้าถึงขนาดที่มันวางกับดักได้เลยเรอะ!

โกคุเทระคิดขณะที่มือก็เด้งขึ้นมาปัดสายด้ายนั่นอย่างจัง -- แม้จะรู้สึกเจ็บ แต่ก็ไม่เทียบเท่าทอนฟาแข็งๆเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน! -- ก่อนจะใช้มืออีกข้างรั้งตัวเองไว้ด้วยขื่อบนเพดาน

เมื่อได้ที่เกาะเกี่ยวก็ต้องสำแดงฝีมือ! มือข้างเดิมกับที่ปัดเส้นด้ายนั่นเต็มไปด้วยไดนาไมต์ -- ที่ชักออกมาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ -- เขาไม่ได้ปามันแต่กลับแบมือจนแท่งทรงกระบอกเหล่านั้นตกกราดลงบนพื้น -- ทั้งๆที่ยังไม่ได้จุดไฟเลยด้วยซ้ำ!

และในชั่วขณะนั้นเองที่เหล่าไดนาไมต์ทรงกระบอกได้หันหัวชนวนที่ยังไม่ติดไฟมาทางเบล แล้วด้วยเหตุผลทางกลไกใดไม่ทราบที่วัตถุพวกนั้นวิ่งพุ่งไปหาเบลราวกับกลุ่มรถทรงกระบอก ความเร็วของมันก็พอๆกับที่จะทำให้เสือชีต้าสละแชมป์!!

ถ้าจะบอกว่ามันใช้หลักการของจรวดเชื้อเพลิงก็คงจะผิดถนัด ก็ในเมื่อไม่มีควันที่ก้นกระบอก ยิ่งไปกว่านั้นไฟที่ชนวนก็ไม่ได้ติด ...แล้วจะให้อธิบายเป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ยังไงให้เป็นเรื่องจริง!!!

แต่ในตอนนั้นเอง! ที่เบลรู้สึกร้อนเหมือนกับอยู่ตรงหน้ากองไฟ และแสงสีแดงวูบวาบที่อยู่ใต้แทบเท้านั่นก็ทำให้เขาตกใจไม่น้อย!

ชั่วเวลาตั้งแต่ไดนาไมต์ปรากฏขึ้นในมือของโกคุเทระยันปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งบังเกิดขึ้น ก็ดูเหมือนจะกินเวลาไปราวๆ 2 วินาที... เวลากระชั้นเช่นนี้จะให้คิดว่าเป็นผู้ใช้เวทย์มนต์แห่งอัคคีแบบในนิยายก็ไม่แปลก!

บรึ้ม!!! ไดนาไมต์ประสานเสียนกึกก้อง ขณะที่กลุ่มควันจากกระบออกที่ไม่เหลือเค้าก็พุ่งเป็นม่านเหมือนจะปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง!

แรงระเบิดจากไดนาไมต์เหล่านั้นแรงพอๆกับที่จะทำให้ร่างของคนที่โดนแหลกเป็นจุล หรือใหม้เกรียมจนไม่เหลือเค้าโครง!! -- แต่มันก็ไม่ได้มีผลเสมอไป ในเมื่อคู่ต่อสู้ของเขาในวันนี้คือเบลเฟกอน -- นักฆ่าอัจฉริยะหรืออีกสมญาคือเจ้าชายนักสับ

แม้ว่าหมอนั่นจะเพิ่งสังเกตเห็นไฟที่ใต้แทบเท้าเมื่อครู่ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมันอยู่ในระดับอัจฉริยะพอๆกับที่คิดว่า หากใยแมงมุมในอาคารแห่งนี้สั่นไหว มันก็คงระแวดระวังตัวยิ่งกว่า

แล้วยิ่งเป็นของที่เห็นกันจะๆ คาตาอยู่นี่ก็คงไม่ต้องนึกสงสัย... มันหลบพ้นอยู่แล้ว!!

โดยไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ เบลที่เป็นฝ่ายกระโดดขึ้นก็ขว้างมีดนับสิบกระจัดกระจายออกไป โกคุเทระที่รู้อยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ดันฝ่ามือของตัวเองไปข้างหน้า พร้อมๆกับชุดไดนาไมต์นับสิบจะพุ่งออกตามที่ซ่อนใต้วงแขน

มีดเหล่านั้นเหมือนกับทำงานอย่างมีกลไก มันหันหัวเลี้ยวพุ่งไปตัดเหล่าไดนาไมต์ แต่กลับไม่เป็นดังคาดการณ์ ไดนาไมต์เหล่านั้นเองก็พุ่งปรี๊ดราวกับเร่งสปีดหลบเองได้!! แล้วยิ่งควันแปลกๆที่ให้ความรู้สึกคล้ายจรวดเชื้อเพลิงที่วิ่งปราดเข้ามานั่นแล้ว... เบลที่ค้างเติ่งอยู่บนเพดานก็ต้องรีบมุดตัวหนีลงยังพื้น

และก็ต้องใจชื้นขึ้นเมื่ออาณาเขตที่เลือกลงจอดเป็นที่ที่เดียวกับที่โกคุเทระยือยู่!

พลันนั้นเองที่เบลรู้สึกเหมือนมีแรงปะทะบางอย่างที่แก้มจนเป็นรอยเลือดคล้ายกับถูกมีดบาด ก็พอจะเข้าใจมุขเก่าที่เขาเคยใช้อยู่หรอก แต่ในเมื่อเขาโดนซะเองจะให้นิ่งเฉยอยู่ใย!

เป็นชั่ววินาทีที่โกคุเทระปลดปล่อยแรงจากกำลังภายในอย่างที่รีบอร์นสอน -- อันที่จริงเรียกว่าเป็นทฤษฎีของกิมย้งจะดีกว่า -- รู้สึกรอบๆร่างมีแรงดันอากาศที่พอจะป้องกันตัวเองจากกระแสมีดเหล่านั้น

แต่ในเมื่อสิ่งที่บึ่งมาไม่ใช่มีด แต่เป็นคน!

แล้วยิ่งในมือทั้งสองที่จับด้ามมีดเป็นสิบ ยี่สิบนั่นก็ใกล้เข้ามาเหมือนจะเสียดแทงคอหอยที่อยุ่แค่เอื้อม โกคุเทระตั้งสติก่อนจะถอยกรูดไปด้านหลัง กระนั้นเองที่ปลายเท้าของเบลแตะพื้นดินในระยะที่ห่างกันเพียง 2 คืบ! รอยยิ้มกว้างน่ารังเกียจนั่นฉายอยู่ใกล้แค่นิ้วเศษๆ ก่อนที่แสงสว่างวาบสีแดงจะบดบังทัศนะวิสัย และเสียงดังตูมที่มาพร้อมกับควันโขมง

โกคุเทระและเบลกระเด็นไปพร้อมๆกันในทิศทางเดียว ก่อนจะล้มลงและทรุดตัวลงกับพื้น...

นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่เขาถูกไดนาไมต์ของตัวเองเล่นงาน!!!

เนื่องจากไดนาไมต์ที่คล้ายกับการใช้หลักการของจรวดเชื้อเพลิงนั่นมีคุณสมบัติคล้ายจรวดติดตาม เบลจึงได้พยายามหลบแล้วกลบเกลื่อนด้วยการไม่ยี่หระ โดยการหยิบมีดนับสิบเตรียมโจมตีในระยะประชิด ส่วนตัวโกคุเทระที่ตั้งหลักอยู่บนพื้นก็บ้าจี้ระแวดระวังโดยที่ไม่ได้สังเกตไดนาไมต์ที่ตามหลังเบลมา... และนั่นจึงเป็นเหตุให้เขาได้รับลูกหลง... ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็นความจงใจมากกว่า จากไดนาไมต์เหล่านั้น... ไดนาไมต์ที่คาดหวังให้ไปปราบศัตรู!

น่าเจ็บใจ แต่ถ้ามัวเจ็บใจก็ใช่ที่!

โกคุเทระกระโดดลุกขึ้น ถอยห่างไปจากศัตรูจากระยะประชิด ก่อนที่จะกางขาออกตั้งหลักแม้ว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนในกายเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆจากแรงระเบิด



มีต่อนคะ >>>>

Author:  askrepios [ 03 Nov 2007, 22:25 ]
Post subject: 

ตอนที่ 7 Part 2/4




เบลที่ไม่ได้แต่จะขยับเขยื้อนแต่เหมือนจะนิ่งไปเลยด้วยซ้ำ เลือดที่แผ่นหลังใต้เสื้อเว้าแหว่งนั่นพุ่งเป็นสาย -- โกคุเทระรู้สึกสังหรณ์ขึ้นมาได้ถึงอาการคลั่งที่เหมือนกับจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

"ชิชิชิ" เด็กชายผมสีทองหัวเราะ -- โกคุเทระมั่นใจว่าเขาสังหรณ์ไม่ผิด -- ขณะที่ใช้มือลูบเส้นผมสีทอง ก่อนเข่าทั้งสองจะดีดขึ้นจากพื้น เบลที่ยืนขึ้นเหมือนมีท่าทางเซๆ ขณะที่ปลายเท้าทั้งสองก็ก้าวเข้ามา และพร้อมจะโงนเงนล้มลง... คล้ายจะหมดแรง

แต่เปล่าเลย! คนตรงหน้ากำลังฟื้นฟูสภาพจิต(?)ที่ได้เห็นเลือดเนื้อเชื้อพระวงศ์ของตนเองอยู่!!

"เลือด... เลือดของเจ้าชาย" เบลพร่ำขึ้นขณะที่รอยยิ้มก็ยิ่งปริกว้าง โกคุเทระรู้สึกดีว่าต้องถอย... ถอยออกไปเพื่อตั้งหลักรับการโจมตีที่จะมาถึงในไม่ช้า "เลือดของเชื้อพระวงศ์... เจ้าชายคิดถึง... คิดถึงจริงๆ"

ถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่าต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ และไม่ได้ลืมไปเสียสนิทที่จะเตรียมแผนสำรองไว้กับสถานการณ์เช่นนี้!

แต่ในเมื่อ... สิ่งที่ไม่คาดฝันยิ่งกว่านั้นได้เกิดขึ้น...






"อ... อย่าตามมาซี่!!!"


เสียงทุ้มร้องประท้วง ขณะที่ฝีเท้าก็ไม่หย่อนหยุด แถมยังโยกซ้ายที ขวาทีเพื่อหนีคมดาบยาวของคนด้านหลัง

"แกนั่นแหละ ไอ้หนู!" สควอลโล่ตวาด ขณะที่มือขวาก็กระหน่ำหวดด้ามดาบใส่คนที่กำลังจะชิ่งหนี!

"เราไม่ได้มีความแค้นอะไรกันนี่นา!" ยามาโมโตะร้อง ขณะที่เริ่มรู้สึกว่าต้องสำแดงฤทธีเพื่อที่จะทิ้งห่าง "ตอนนี้ฉันรีบมากๆด้วย!"

"จุดหมายของแกมันก็ที่เดียวกันกับชั้นนั่นแหละ!!" สควอลโล่ตวาด ก่อนจะรับคมดาบญี่ปุ่นของคนตรงหน้าอย่างคล่องแคล่ว "แต่ฉันอยากไปคนเดียวเฟ้ย!!"

ไม่รู้ว่าเมื่อไรกันที่คนตรงหน้าดูจะมีนิสัยเหมือนฮิบาริ -- ชอบอยู่คนเดียว เบื่อการสุมหัว -- ยามาโมโตะรู้สึกหนักใจที่จะต้องปะมือกับเจ้าคนที่รับมือยาก หนำซ้ำตอนนี้เขาก็ไม่มีเวลาพอที่จะฟาดฟันเพื่อชิงตำแหน่งผู้ชมระดับ VIP หรอกนะ!!

"นี่ๆ อย่าขี้ตืดนักเลยน่า!!" ยามาโมโตะพูดขณะที่กุมดาบในมือและจ่อตรงๆที่ลำคอของสควอลโล่ "เราไปด้วยกัน ก็ใช่ว่าที่มันจะแคบลงซะเมื่อไร!"

"ฮึ!" แต่ไม่ทราบว่าใช้วิถีก้าวพริบตาหรืออย่างไร ร่างสูงของสควอลโล่จึงได้อยู่ไกลริบ จนดูราวกับว่าไม่เคยได้จลดดาบลงที่ขาวขาวๆนั่น! "อย่ามาพูดเหมือนจะเป็นเพื่อนกันหน่อยเลย!!"






ถ้าให้เทียบระหว่างฮิบาริ เคียวยะกับเบลเฟกอนแล้ว... ดูท่าว่านี่จะร้ายแรงกว่าที่เขาเคยพบเสียอีก

ร่างสูงบางของเด็กชายผมสีทองตระหง่านตรงหน้าไม่เคยทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่นได้เท่ากับเวลานี้... เวลาที่ร่างนั้นถูกดูดกลืนด้วยความดำมืดของไอสังหารที่เหมือนจะรวบรวมจากทุกสารทิศทั่วแห่งหนซอกมุมโลก ความน่าสลดหดหู่ที่เหมือนบีบบี้ร่างกายให้แหลกเหลวโรยตัวหนาในชั้นบรรยากาศ ยิ่งเพิ่มกลิ่นคราวให้กับกองเลือดที่น่าจะชาชินไปแล้ว แต่กระนั้นโกคุเทระก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าร่างกายของเขากำลังสั่นเทา สติสตังที่ยังยากจะกู่กลับก็ยังคงรู้สึกหวาดหวั่น แม้ว่าในใจจะเตรียมพร้อมรออยู่แล้ว

เย็นไว้... เย็นไว้...

คิดสิ... คิดสิว่าต้องทำอะไรดี!!


พอได้อยู่นิ่งๆก็เหมือนจะมีสมาธิมากขึ้น ภาพของฮิบาริ เคียวยะที่ถือทอนฟาพร้อมหวดลอยมาแต่ไกล ตอนนั้นเองที่เขานึกขึ้นได้ถึงคำพูดของหมอนั่นที่พูดกับเขาเมื่อวาน... ตอนที่เขากำลังตกใจกับภาพของมัน

'เป็นอะไรไปล่ะ โกคุเทระ ฮายาโตะ'

'กับแค่จิตสังหาร ทำเป็นหวาดไปได้'


ใช่! หน้าไหนๆก็มักจะดูถูกเช่นนั้น... แต่จะไม่ให้ถูกได้ไง ก็ในเมื่อจิตสังหารที่เห็นนี่มัน... มืดมลเสียยิ่งกว่าเปรียบเป็นก้นบึ้งของสีดำเลยด้วยซ้ำ!

เบลเฟกอนในตอนนี้ดูจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เขาจะชนะด้วยการต่อสู้แบบธรรมดาดั้งเดิม ราวกับว่าต้องการการทัดเทียมกัน... หากเบลใช้จิตสังหารเข้าข่ม ตัวเขาก็จำต้องใช้จิตสังหารนั่นเช่นกัน

แต่... เขาจะไปมีไอ้ของพรรค์นั้นได้ยังไง

ในเมื่อ... เขาไม่ได้มีจิตใจที่จะฆ่าใครตั้งแต่ต้น

จะว่าไป การฆ่าคนก็เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยทำ และไม่คิดอยากที่จะทำ... ตั้งแต่รู้จักการต่อสู้มาก็รู้แค่ว่าต้องทำให้คู่ต่อสู้หมดสภาพเท่านั้นจึงจะเรียกว่าชนะ... ไม่เคยที่จะปลิดชีพคนเหล่านั้นจึงเรียกว่าชนะเสียหน่อย... แต่ทำไมกัน... ในตอนนี้เขาถึงได้รู้สึกเหมือนกับว่า เขาไม่สมารถที่จะทำให้คนตรงหน้าหมดสภาพได้โดยไม่ฆ่าฟัน!

แล้วถ้าจิตสังหารที่ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักฆ่าแล้วละก็ อย่างเขาจะไปมีเหรอ!

'ฉันจะขยี้แก'

เป็นคำพูดที่ฮิบาริ เคียวยะคนนั้นพูดอยู่บ่อยๆ คำว่าขยี้นี่ก็น่าจะหมายถึงปลิดชีพปลิดชีวิต แต่ไม่เคยปรากฏว่าเขาหมดลมหายใจเพราะถูกฮิบาริฆ่าเลยสักครั้ง -- แน่นอน ไม่เช่นนั้นเขาก็คงไม่ยืนอยุ่ที่นี่ -- หรือถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ฮิบาริก็ต้องฆ่าคนมานักต่อนักแล้วสิ จึงได้มีจิตสังหารอันน่ากลัวเช่นนั้น?

ถ้าคิดจากกรณีของฮิบาริแล้ว ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง

จะว่าไปแล้ว... เบลเฟกอนกับฮิบาริก็มีอะไรที่เหมือนๆกันมาก

สองคนนั้นมีความเร็วในระดับอัจฉริยะ และทริคการโจมตีที่ชาญฉลาด หนำซ้ำยังมีสัญชาตญาณและพละกำลังที่เหนือกว่าคนอื่นๆ แล้วไหนจะจิตสังหารกล้าแกร่ง...

จิตสังหารเยือกเย็น... ที่เหมือนเป็นโลหะที่พร้อมจะเสียดแทงทุกอณูผิวให้หลั่งเลือดโดยไม่ต้องออกแรงมากมายนัก!!

'แกเป็นใครกัน.. แกไม่ใช่โกคุเทระ ฮายาโตะที่ฉันรู้จักแน่ๆ'

แล้วจู่ๆเสียงของฮิบาริก็ดังขึ้นในหัว พร้อมๆกับภาพของใบหน้าคมๆนั่นแสดงความตกใจถึงขีดสุด... แต่... โกคุเทระจำไม่ได้ว่าหมอนั่นพูดกับเขาตอนไหนกัน

ตอนไหนกันนะ?

ที่หมอนั่น... ทำหน้าอย่างนั้น... พูดอย่างนั้น....

อะไรกัน... จำไม่ได้เลย

จำไม่ได้... จริงๆ


"เป็นอะไรไปละ สโมกกิ้งบอมบ์" เสียงกวนๆของเบลดังขึ้นปลุกให้โกคุเทระตื่นจากภวังค์ เสียงนั้นใกล้มาก... ใกล้มากจนเหมือนกับถูกกระซิบที่หู

ลมหายใจเย็นที่รดท้ายทอยทำเอาโกคุเทระรู้สึกเหมือนถูกโลหะเสียดแทง ใบหน้าของคนที่สูงกว่าไม่เท่าไรอยุ่ใกล้เพียงไม่ถึงคืบหากวัดจากด้านหลัง มือของหมอนั่นจับหมับที่ศอกขวาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ ขณะที่โกคุเทระกั้นหายใจราวกับได้กลิ่นแก๊สพิษ





มีต่อนะคะ >>>>

Author:  askrepios [ 03 Nov 2007, 22:30 ]
Post subject: 

ตอนที่ 7 part 3/4

เร็วมาก! ตั้งแต่เมื่อไรกัน!

แต่แทนที่จะคิดให้สติเตลิดไปมากกว่านี้ โกคุเทระจึงดันศอกที่ถูกจับไว้ไปข้างหลัง สัมผัสกับความว่างเปล่า -- ขณะที่ลมหายใจเยือกนั้นหายไปแล้ว -- ขาซ้ายถูกยกขึ้นเพื่อหลบมีด 3 เล่มที่ปามา ก่อนจะตีลังกากลับหลังเพื่อหาช่องทางในการหนี

โกคุเทระวิ่งรี่ไปในความมืดที่มองอะไรไม่เห็น พลางสำรวจตรวจสอบที่ศอกเผื่อว่าจะมีเส้นด้ายอะไรพาดมาเหมือนกับตอนที่ถูกสัมผัสครั้งแรกหรือเปล่า -- แต่เขาก็ไม่ได้พบอะไรที่ผิดไปจากเดิม พอรุ้ดังนั้นก็หยุดฝีเท้ากึก ก่อนจะควักไดนาไมต์ในกางเกงขึ้นมาตั้งท่า ราวกับว่ารอยยิ้มนั่นปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว

ในตอนนั้นเองที่มีดคมจำนวนไม่มากแล่นผ่านช่วงท้องไป ทำเอาสะดุ้ง แต่ก่อนที่จะตกใจไปมากกว่านี้ก็คงต้องเอี้ยวตัวหลบใบมีดที่อยู่ๆก็พุ่งจากเพดานลงมา... ก่อนจะปักลงสู่พื้นที่เขาเคยยืนอยู่ และทำมุมตั้งฉากกับพื้น

ตั้งฉาก?

หรือว่าหมอนั่นอยู่ข้างบน!


ทันทีที่คิดได้ โกคุเทระเทระก็ขว้างไดนาไมต์เป็นชุดขึ้นไปยังตำแหน่งบนที่เขาเคยยืนอยู่...

แกร๊ก แกร๊ก แกร่ก!! เสียงของไดนาไมต์พุ่งชนเพดาน ก่อนที่โกคุเทระจะเอี้ยวตัวหลบกลุ่มไดนาไมต์ที่เด้งกลับมายังตัวเอง!

เป็น... เป็นไปไม่ได้!

ก็ในเมื่อเมื่อครู่มันยังปามีดจากตรงนั้นเลยนี่นา!


อาจเป็นเพราะความมืดที่ทำให้เขาไม่เห็นเพดาน -- เพดานของห้องนี้เตี้ยมาก ชนิดที่ว่าอีก 1 ฟุตหัวเขาก็คงจะชนเพดานแล้ว! -- โกคุเทระก็ไม่มีเวลามากพอที่จะตกใจกับเหล่าไดนาไมต์มากนัก เขาวิ่งสุดฝีก้าวออกไปยังทางเดิม... ก่อนที่เสียงไดนาไมต์ระเบิดจะตามมา

และตามมาด้วยเสียงหัวเราะที่น่ารังเกียจนั่น...

"ชิชิชิ อยู่นี่เองเหรอ!!" เบลกล่าวเสียงใส ขณะที่ตวัดชุดมีดหลายสิบเล่มไปทางปากประตูเล็กๆนั่น -- โกคุเทระวิ่งหนีมันรวดเร็ว ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่าที่มีดเหล่านั้นมันเพิ่มความเร็วขึ้นเหมือนกับติดจรวด!

โกคุเทระรู้สึกโกรธตัวเองที่วู่วาม จากที่จะอัดมันด้วยไดนาไมต์ก็ต้องกลายเป็นหลบมันเพราะมันรู้ที่อยู่ของเขา!

แต่เขาก็รู้ว่ามันอยู่ข้างหน้าเขา แม้ว่ามันจะมืดสนิท แต่หลักฐานการยืนยันนั้นก็คือเล่มมีดที่ปักลงมาตรงๆใกล้กับที่เขายืนอยู่

ตึง!!

แต่ก่อนที่จะได้โยนไดนาไมตืในกำมืออีกครั้ง... จู่ๆร่างของเขาก็ลอยล่องไปชนกำแพงตึงใหญ่ แต่ก่อนที่ร่างจะค่อยๆไถลจากกำแพงลงสู่พื้น ก็เหมือนมีมืออุ่นมาโอบอุ้มเขาไว้... และเป็นอีกครั้งที่เหมือนกับร่างของเขาพุ่งไปในอากาศ รู้สึกแสบใบหน้า แขน และขาที่ไม่ทราบว่าได้บาดแผลตั้งแต่เมื่อไร!

โครม!!!

มารู้สึกตัวอีกทีก็กระแทกพื้นหงายตัวในความมืดเสียแล้ว!

ความมืดที่เขาไม่อาจจะมองเป็นอะไรได้ แม้แต่มือของตนเอง!

ชิ! ทำไมมันเร็วอย่างนี้!

เสียงวูบไหวดังมาจากข้างหน้า โกคุเทระกลิ้งตัวหลบปลายมีดนั่นอย่างคลอ่งแคล่ว -- แม้จะรู้สึกปวดตามตัวเพราะกระแทกกำแพงและพื้นเมื่อครู่ -- ก่อนจะกลิ้งไปอีกครั้งเพื่อหลบมีดอีกชุด ก่อนมือจะแตะพื้น และมือนั่นก็ปล่อยไดนาไมต์ให้รูดครูดไปกับพื้น และในวินาทีต่อมาก็เกิดแสงสีแดงวูบขึ้น ทำให้ทัศนะวิศัยของเขาดีขึ้น!

ห้องๆนี้ค่องข้างจะแคบเล็ก อีกทั้งยังไม่มีช่องระบายอากาศอีกด้วย!

และไม่ห่างจากเขาไปเกือบ 5 เมตรก็มีเบลยืนอยู่จริงๆ!

พอเห็นเพียงเท่านั้นก็มีเสียงระเบิดของไดนาไมต์ดังขึ้นพรอ้มๆกับที่กลุ่มควันจับตัวหนาปกคลุมทัศนวิสัยอีกครั้ง ตัวเขาที่เก็บลายละเอียดของห้องที่อยู่ไว้เรียบร้อยก็กระโดดลุกขึ้น ก่อนจะรู้สึกแสบจมูกไปหมดด้วยพิษควันของไดนาไมต์

"จะบอกว่าโง่หรือเซ่อกันนะ ที่จุดไดนาไมต์ในห้องปิดตายแบบนี้!" เสียงกวนของเบลดังขึ้น ก่อนที่เสียงร้องจากสัญญาณเตือนในห้องจะดังขึ้น

อะไรกัน? ในตึกที่สร้างไม่เสร็จเช่นนี้จะมีไฟฟ้าและเซนเซอร์ใช้ได้ไง!

และในนาทีต่อมาก็ราวกับฝนตกกระหน่ำ ทั้งตัวของเขาเปียกปอนไปด้วยน้ำที่พลูตัวลงมาเหมือนห่าฝนจากบนเพดาน เขารู้ทันทีว่านี่เป็นระบบป้องกันภัยฉุกเฉินตอนที่ไฟไหม้ ไม่ต้องสังสัยให้มากความ ก็การระเบิดที่ทำให้เกิดควันนั่นมันไปกระตุ้นให้มันทำงานอัตโนมัติยังไงล่ะ!

หยดน้ำเกาะพราวอยู่ที่ร่างกายราวกับจะเจาะทะลวงเข้าสู่ผิวหนังโดยให้ปากแผลเป็นประตู รู้สึกแสบ ร้อนไปหมดทั่วร่างแม้ว่าน้ำที่กระทบจะเย็นฉ่ำมากปานใด -- เขารู้สึกอยากจะกอดตัวเองแล้วหดตัวไม่ให้บาดแผลได้เจ็บไปมากกว่านี้

แต่ก็ไม่มีเวลาห้รู้สึกเช่นนั้นอีก ในเมื่อของมีคมขนาดเล็กได้แล่นปราดเข้ามาราวกับเป็นสาส์นท้ารบ มันเฉี่ยวผ่านลำคอของเขา แต่ก็พอจะสร้างรอยแผลปริแยกบนคอสีขาวๆนั่นได้

ดวงตาคู่สีเขียวขุ่นหรี่ลงเหมือนจะจับการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม แต่สิ่งที่เขาเห็นผ่านม่านน้ำที่พราวเต็มขนตางอนก็มีแต่เพียงควันจางๆและความมืดเท่านั้น

แต่เสียงของสายลมที่แหวกวูบก็ทำให้โกคุเทระจับการเคลื่อนไหวจากคลื่นเสียงความถี่ต่ำนั้นได้ โกคุเทระวิ่งไปทางขวาขณะที่มือก็หยิบไฟแช็คขึ้นมา ก่อนจะกดจุดไฟอย่างระแวดระวังไม่ให้โดนน้ำที่สาดเป็นเส้นลงมา อารมณ์ประมาณว่าจุดเทียนกลางสายฝนก็มิปราน

หย่อมแสงเล็กๆจากไฟแช็คไม่ได้มีค่าพอที่จะทำให้เขามองเห็นศัตรูได้ ในฉับพลันนั้นเองที่มีมีดกว่าสิบเล่มพุ่งมายังเขา บอกให้รู้ว่าคู่อริเห็นการเคลื่อนไหวของเขา โกคุเทระหลบอย่างรวดเร็วก่อนจะขว้างไดนาไมต์ที่ไม่ได้จุดไฟใส่ตำแหน่งต้นตอที่มีดเหล่านั้นพุ่งมา

"ไดนาไมต์ไม่จุดไฟน่ะ ทำอะไรเจ้าชายไม่ได้หรอกนะ" เสียงยียวนของเบลกล่าวขึ้นขณะที่เขาแน่ใจว่าได้ยินเสียงฟันฉับเหมือนกับไดนาไมต์ขาดเป็นสองท่อน โกคุเทระยิ้มกริ่มก่อนจะชูไฟแช็คที่มีไฟติดๆดับๆขึ้นมา

ควันสีขาวขุ่นลอยคว้างในความว่างเปล่า สร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าชายน้อยที่แทบจะสำลักควัน และในวินาทีต่อมานั้นเองที่เขารู้สึกเหมือนมีลมโฉบผ่านใบหน้า ก่อนจะรู้สึกจุกที่ท้องน้อยราวกับถูกหมัดสอย อีกทั้งยังรู้สึกเคล็ดในหลายๆแห่ง

"ส่วนผสมในไดนาไมต์น่ะ เป็นพวกไวไฟ" เสียงนุ่มของเด็กชายผมสีเงินดังขึ้น ก่อนที่เบลจะรู้สึกเหมือนมีมือร้อนอุ่นมาสัมผัสที่มือที่ถือมีดค้างไว้ เบลสบัดข้อมือ ขณะที่มีดเหล่านั้นถูกเหนี่ยวและเกี่ยวไว้ด้วยมือของคนอีกคนที่ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไร

และในตอนนั้นเองที่เบลแหงนหน้าโดยแรง กระแทบกับใบหน้าของอีกคนที่อยู่ด้านหลัง ก่อนจะกระทืบส้นเท้าลงบนเข่าที่อยู่ด้านหลัง สบัดมือที่จับมีดไปด้านหลังหมายที่จะช่วงท้องน้อย แต่มารู้สึกตัวอีกทีขาของเขาก็อ้าก้ว้างโดยไม่ได้ตั้งใจ ก่อนที่ความรู้สึกเคลื่อนไหวอะไรบางอย่างจะลอดมาใต้หว่างขา

ในตอนนั้นเองที่เบลเห็นใบหน้าสีขาวซีดของอีกฝ่ายอยู่ใต้แทบเท้าก่อนที่ไดนาไมต์ขนาดจิ๋วนั้นจะวิ่งเข้ามาบดบังใบหน้านั้น!

"ชิ!" เบลสบถก่อนที่จะใช้มีดตัดไดนาไมต์ตามสไตล์และไม่ลืมที่จะวิ่งออกห่างจากพื้นที่นั้น ทันใดนั้นพื้นที่ที่เขาจากมาก็มีควันเข้าปกคลุมดังเดิม ทัศนวิสัยของเขาค่อนข้างแย่ เมื่อเทียบกับคนที่ชินกับควันอย่างเจ้าของอาวุธไดนาไมต์




มีต่อค่า >>>>

Page 4 of 11 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/