•·.·´¯`·.·•Reborn Fan Club•·.·´¯`·.·•
http://reborntfc.freeforums.org/

[[ SM INSTINC ]] Bel + Goku ~ ตอน14#Fin [NC-17++]
http://reborntfc.freeforums.org/bel-goku-14-fin-t512-30.html
Page 3 of 11

Author:  nadeem [ 28 Oct 2007, 13:01 ]
Post subject: 

หนุกจริงๆ รีบอร์นเล่นพูดซะ เเหมซึ้งไปเลยนะเนี่ยเรา
เอาตอนต่อไปมาลงเร็วๆนะครับ อยากอ่านมากเลยๆ

Author:  reddieG [ 28 Oct 2007, 13:26 ]
Post subject: 

อู้ววว
สนุกดีค่ะ
แหม...ยามะจังแอบรักเขาข้างเดียวอีกแล้วววหน้อออออT.T

Author:  chomexchome [ 28 Oct 2007, 15:50 ]
Post subject: 

โอ้ววว จะเริ่มแอ๊คชั่นแล้วเหวยยยยย >_< ชอบๆๆ เราชอบอ่านฉากบู๊ๆ สู้เค้าๆ โกคุเดระนายอย่ายอมแพ้เค้าน้าาา (ในภาคปกติดันหนีไปอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ -*-)

รอตอนต่อไปจร้า :D

ปล.แอบขำคนแต่ง มีหอบเล็กๆเวลาเอามาลงต่อด้วยแน่ะ (หัวเราะ)

Author:  maikobd [ 28 Oct 2007, 22:43 ]
Post subject: 

ฮูเล่ สู้ๆ โกคุจัง
เบลก็เหลือเกินน๊า อย่าไปแกล้งเค้าอย่างนั้นเซ่ อารมณ์SMคนอ่านมันพุ่งนา

เอิ้กๆ ผูกพักกันด้วยความแค้น ช๊อบชอบ> <

Author:  accel [ 29 Oct 2007, 00:18 ]
Post subject: 

เก็บ 4 ตอนรวด

นาน ๆ ทีจะเจอฟิคแนวนี้ เด็ดมาก บรรยายโดนใจสุด ๆ

โกคุสู้เขา!! >3<

Author:  joey [ 29 Oct 2007, 00:26 ]
Post subject: 

แอบเปิดคอมมานั่งแหกแกะ อ่านตาแฉะ..บอกได้เพียงว่า รีอบร์นสุดยอด!!!!

Author:  plekung [ 29 Oct 2007, 09:28 ]
Post subject: 

เป็นฟิคที่อ่านแล้วไหลลื่นมากครับ

ใช้ภาษาสวยจังเลย เนื้อก็น่าลุ้นดีมากๆ

ก็ ถ้ายังไม่จบ ก้ขอให้อัพต่อนะครับ

Author:  askrepios [ 29 Oct 2007, 10:48 ]
Post subject: 

มาต่อแล้วค่า...

วันนี้จิงๆเปิดเทอม ไปร.ร.มาแล้ว กลับมาแล้วค่ะ เพราะไม่มีเรียน
มีความรุสึกเหมือนโดดเรียนอยู่หน่อยๆแฮะ ก๊ากๆ

ที่กลับเร็ว เพราะว่าไปร.ร.แล้วไม่เจอเพื่อนในห้องเลยสักคน เลยเพิ่งนึกออกว่าวันนี้วันปิดคอร์สอ.อุ๊นี่นา
ไอ้คนที่ไม่ได้เรียนอย่างเราก็ไม่รู้สิ หะหะ



อ่าค่ะ! วันนี้เรามาอ่านเนื้อหาไม่เครียดๆ
ตอนนี้รู้สึกตัวละครออกมารั่วท่าเดียว - - ไม่เว้นแม้แต่คุณพี่ฮิบาริ กั๊กๆ

ถือซะว่าเนความเงียบสงบก่อนพายุหญ่จะมาละกันค่า~ (พูดไปนั่น - -)



[Fic] Katakyo Hitman REBORN! : SM INSTINCT
Pairing : Belphegor , Gokudera Hayato
By : Sir Neer


5~* ยามหลับใหล... Part 1/2



"เจ้าชายเพค้า~" เสียงของชายหนุ่ม(?)ดังขึ้นมา อากัปกิริยาอ่อนช้อย(?)เสมือนกับนางในที่กำลังเดินร่อนเข้ามาในห้อง -- แม้กลิ่นหอมยั่วยวนของอาหารในถาดที่ถือมาจะหอมหวนน่าลิ้มรสสักเพียงใด แต่ก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อเด็กชายยังคงหลับอย่างไม่ได้สติ

ลุสซูเรียวางถาดอาหารลงบนโต๊ะข้างเตียง สายตาใต้กรอบแว่นตากันแดดมองร่างของเด็กชายบนเตียงอย่างสงสาร...

โธ่... สควอลโล่!

เก็บกดทมากนักหรือไงนะ! เลยมาลงกับเบล

เจ้าชายที่น่าสงสารของฉัน...


แต่เนื่องด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้งว่าเบลเองก็ควรได้รับโทษเช่นกัน ทำให้หล่อน(?)จำใจกลืนความสงสารนั้นลงคอ ก่อนจะออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะไม่ต้องทนรู้สึกสงสารอะไรไปมากกว่านี้...



เลือดจากอวัยวะกึ่งกลางลำตัวสูบฉีดไปยังอวัยวะต่างๆของร่างกายอย่างผิดปกติ ที่ว่าผิดปกตินั้นก็เพราะเขารู้สึกว่ามันร้อนอย่างกับเลือดนั้นผ่านการให้ความร้อนมาก่อนแล้วค่อยมาเลี้ยงส่วนต่างๆของเขา แปลกตรงที่ว่าหัวใจนั้นกลับเต้นแผ่วลงๆ เหมือนกับคนป่วยที่ใกล้ขาดใจ

แม้จะเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆในร่างกายนี้ แต่เขาก็ไม่เคยต่อต้านมันได้สักครั้งเดียว...

เพราะพวกแก แกทรยศเจ้าชาย!

เจ้าชายถึงได้เป็นแบบนี้!


คิดไปในใจต่างๆนานา อยากจะเอามีดสักชุดปาใส่อก หน้าผาก พวกจุดตายทั้งหลายทั้งแหล่ใส่เหล่าพวกนั้น... แต่ด้วยสภาพเช่นนี้แล้ว น่ากลัวว่าจะเป็นเขาเสียเองที่ต้องถูกเล่นงาน!





"ลองอีกครั้งแล้วกัน โกคุเทระ" รีบอร์นกล่าวขึ้นทันที ไม่ให้เจ้าตัวที่ถูกจับมาฝึกได้พักผ่อน "เอาละนะ สาม... สอง..."

"เดี๋ยวครับคุณรีบอร์น!!" โกคุเทระร้องทัก รีบอร์นที่กำลังนับถอยหลังเพื่อปฏิบัติการอะไรบางอย่างจึงหยุดลง

โกคุเทระที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนโขคหินทำหน้าเบ้ และเนินแก้มก็แดงเรื่อๆ -- ไม่รู้เพราะเหนื่อย โกรธ หรืออายกันแน่ -- ขณะที่ข้อมือทั้งสองข้างหงายอยู่บนเข่า นิ้วโป้งและนิ้วกลางจรดกัน -- นั่นมันท่าจีบล่อแก้วของนางเมขลานี่หว่า!! -- ดูยังไงๆก็เหมือนหลุดมาจากหนังกำลังภายใน ที่เหมือนๆกับนักพรตที่กำลังบำเพ็ญเพียร... หรือก็คือเดินลมปราณนั่นแหละ!

"ทำไมผมต้องนั่งเดินลมปราณอะไรบ้าๆนี่ ในขณะที่คนอื่นกำลังฝึกซ้อมอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยละครับ!!!" โกคุเทระว่าพลางชี้ไปยังยามาโมโตะที่กำลังเล่นกระดานโต้คลื่น มือก็ถือตะบองของยามาโมโตะตวัดไปมา ขณะที่สึนะเองก็โต้คลื่นอยู่ไม่ห่างกัน ซ้ำยังอยู่ในโหมดไฮเปอร์พร้อมสู้กันอย่างจริงๆจังๆเสียด้วย -- หรือนี่คือรูปแบบการฝึกที่เขาคิดว่าเอาเป็นเอาตาย?

"จะคิดอย่างนั้นก็ไม่ถูกนะ" รีบอร์นว่าพลางอ่านหนังสือต่อไปอย่างสบายอารมณ์ "การเดินลมปราณเป็นศาสตร์หนึ่งในตระกูลโยคะ ...ซึ่งศาสตร์เหล่านี้ละเป็นทางหนึ่งที่ทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดของเธอดีขึ้น อีกทั้งระบบต่างๆในตัวเธอจะได้ผ่อนคลายความตึงเครียด แผลบนตัวเธอก็จะหายเร็วขึ้น แล้วก็จะทำให้ไม่เครียดด้วย"

ยิ่งทำก็ยิ่งเครียดน่ะสิไม่ว่า!!!

ถึงจะค้านอยู่ในใจ แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่ามันไม่มีประโยชน์ เพราะตั้งแต่ 3 วันที่เขาต้องถูกจับดัดตัวเป็นฤๅษีดัดตน -- จนแทบไปแข่งยิมนาสติกกับยัยฮารุได้! -- เขารู้สึกว่าแผลต่างๆจะหายเร็วกว่าปกติ อาการโลหิตจางเนื่องจากเสียเลือดมากจากปากแผลที่ถูกตัดเส้นเลือดใหญ่ในข้อมือซ้ายก็บรรเทาลง ไขสันหลังก็เร่งสร้างเม็ดเลือดแดงเพื่อลำเลียงสารอาหารและออกซิเจน ระบบอวัยวะในร่างกายจึงได้อยู่ในสภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว

อีกทั้งยังรู้สึกปลอดโปล่งโล่งสบาย เหมือนได้ถูกชำระล้างจิตใจไปกับการทำสมาธิ...

แต่... ช้าก่อนต๋อย!

ถ้าเขามัวแต่รักษาบาดแผลแบบนี้ เมื่อไรกันเลยที่เขาจะเผชิญหน้ากับไอ้ -- ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ -- ได้อย่างสูสีดู๊ดี๊เล่า!

"อ... อย่าบอกว่าการฝึกของผมคือของแค่นี้นะครับ!" โกคุเทระร้องขึ้นอย่างขวัญเสีย ขณะที่มองเพื่อนทั้งสองที่ตีรันฟันแทง(?)กันอย่างสนุกสนาน(?)กลางทะเลด้วยสายตาที่อิจฉายิ่งยวด

นี่ถ้าสายตายิงเลเซอร์ได้ กระดานโต้คลื่นของยามาโมโตะคงจะใหม้คาเท้าไปแล้ว -- โทษฐานที่คนที่ฝึกกับรุ่นที่สิบตรงนั้นไม่ช่เขา!

"เปล่า" รีบอร์นตอบรับสั้นๆอย่างไม่ใส่ใจ ขณะที่พลิกหน้ากระดาษในหนังสือดูตื่นเต้น "นี่เป็นเพียงขั้นตอนแรกในการดึงกำลังภายในของเธออกมา!"

กำลังภายไหนเหยอ... เหมือนหมัดเกี๊ยวซ่าอ้ะเปล่า...?

และถ้าลองมองดูหนังสือที่รีบอร์นอ่านดีๆ ก็จะเห็นตัวอักษรที่เขียนด้วยตัวคันจิสีทองอร้าอร่าม 'มังกร -ตี๊ด- ภาคจอมยุทธ์ล่าอินทรี'

โอ้ พระเจ้าช่วยกล้วยโง่ พระเจ้าอัลโกบาเลโน่มันยอดมาก!

พูดอะไรเป็นประมุขพรรคยาจกไปได้นะครับ คุณรีบอร์น!!!

ผมไม่ได้อยากใช้ 18 ฝ่ามือพิชิตมังกรอย่างอั้งชิด - ตี๊ด - นะครับ!!!



และด้วยเหตุนี้... คอร์สตะลุยโจทย์เตรียมเอนท์ของพวกเด็กน้อยน่าสงสารก็เริ่มขึ้น...





"เบล เบล มานี่เร็ว" น้ำเสียงเล็กๆของเด็กชายตัวน้อยเรียกเขาจากที่ไกลๆ เขาเห็นมือที่โบกหยอยๆอยู่ลิบๆในสวนที่ถูกกำแพงกั้นระหว่างเขากับมัน

เบลเฟกอนน้อยๆที่อยู่ภายในตัวอาคารอิฐสีส้มมองออกมาทางหน้าต่าง มองเห็นเด็กผู้ชายที่หน้าเหมือนกับตัวเองอย่างกับแกะกำลังยิ้มให้เขาอยู่ -- เหมือนกับเขายิ้มให้ตัวเอง -- ผิดก็แต่เรือนผมสีขาวประกายเงินที่ต่างออกไปจากประกายผมสีทองของเขา -- เบลเลิกคิ้วขณะที่มองดูคนตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หมอนั่นดูสกปรกมอมแมมจริงๆ

"พี่มีอะไรให้ดูล่ะ! ออกมาข้างนอกนี่หน่อยสิ!" เด็กชายผู้เป็นพี่ที่ไม่ดูแก่กว่าเขาสักเท่าไรยังคงเรียกหา ขณะที่มือยังโบกอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

"ท่านแม่ไม่ให้เจ้าชายออกไปข้างนอก" เบลว่าเสียงแผ่วเบาเหมือนคนที่ไม่มีแรง แล้วก็ไอแค่กๆอย่างอ่อนล้า บ่งบอกถึงสุขภาพอนามัยที่ขี้โรคซะเหลือเกิน "ท่านแม่จะไม่ให้เจ้าชายออกไปตากแดด ถ้าเจ้าชายยังไม่หายจากโรคพวกนี้..."

"ใครว่า!" ผู้เป็นพี่เถียงขึ้นทันควัน "คนป่วยก็ต้องสูดอากาศบริสุทธิ์ๆสิ!"

"แต่... ท่านแม่..." เบลยังคงพูดต่อไป แม้ว่าในใจนั้นอยากที่จะปีนบานหน้าต่างนี้แล้วออกไปยังสวนหลังวังตามคำชวนเหลือเกิน "อ๊ะ!"

ราวกับผู้เป็นพี่เข้าใจในความคิดของเบล จู่ๆเด็กชายคนนั้นก็วิ่งเข้ามาหาเขาและพูดว่า "พี่รู้ว่าเราอยากจะปีนออกมา... มา! พี่ช่วย!"

หลังจากที่พยายามปีนออกมาจากหน้าต่างได้แล้ว เบลก็รู้สึกถึงอากาศที่เย็นมากกว่าภายในตัวปราสาท คนป่วยรู้สึกเหมือนขาถูกแช่แข็ง ขณะที่มือก็สั่นๆ -- ทั้งๆที่อยู่ในฤดูร้อนแท้ๆ -- เขาอยากที่จะชาชินกับความรู้สึกเช่นนี้ เพราะเขามักจะเป็นเช่นนี้เสมอเวลาที่ออกมายังนอกปราสาท

"หนาวจัง ท่านพี่พาเจ้าชายกลับไปทีเถอะ" ในที่สุดเบลก็ร้องขึ้น ไม่ได้สังเกตว่าใบหน้าของเด็กผมสีขาวเงินผู้นั้นดูมีรอยเศร้าหมองลง

ผู้เป็นพี่ไม่พูดอะไร เขานิ่งไปสักพักจนเบลรู้สึกอยากตบปากตัวเองที่เลอพูดอะไรทำร้ายคนตรงหน้า แต่ก่อนจะเอามือขึ้นตบปากอย่างที่อยาก คนตรงหน้าก็ยิ้มร่าเริงแล้วออกแรง -- จะเรียกว่าฉุดกระชากก้ได้ -- ดึงร่างเจ้าน้องชายให้วิ่งตามตัวเองมา

ถึงจะรู้สึกงุนงง แต่เขาก็วิ่งตาม

ถ้าวิ่งตามไป ต้องมีอะไรดีๆรอพวกเข้าอยู่แน่ๆ

บรรยากาศรอบๆตัวของเจ้าชายน้อยทั้งสองเริ่มเปลี่ยนเป็นสวนทึบๆ ทั้งกิ่งไม้และใบไม้ต่างก็ปิดกั้นแสงแดของยามเช้า ให้ผ่านเข้ามาเป็นเพียงม่านแสงอันน้อยนิด แต่กระนั้นบรรยากาศในที่นั้นก็สวยงามเกินกว่าจะบรรยาย

เจ้าชายน้อยผู้เป็นน้องอ้าปากค้างเมื่อมองเห็นหย่อมสวนดอกไม้เล็กๆกลางลาน ดอกไม้ที่เขาชอบ... ดอกไม่สีขาวผุดผ่องที่ยังเต่งตูม และเหมือนจะเปล่งแสงได้ด้วยตนเอง... ดอกทิวลิปสีขาวนั่น...





เหมือนกับไม่ได้รับรู้ถึงเดือนหรือตะวันมาเป็นเวลานาน ร่างของโกคุเทระที่ราวกับเป็นนกน้อยก็บินจรลีออกจากกรง แสงแดดยามเย็นของวันนี้ช่างน่าพิศมัยเหลือเกินเมื่อเทียบกันวันก่อนๆในคอร์สตะลุยโจทย์

อยากจะกระโดดโลดเต้น ประกอบลีลาโป๊งๆชึ่งให้ดิ้นตายด้วยความยินดีกับความสุขที่แทบจะสำลักนี่เสีย เพราะนับจากวันนี้ไปเขาก็ไม่ต้องทนทำตัวอ่อนเป็นโกคุเทระดัดตนให้รุ่นที่สิบหัวเราะขำขันอีกต่อไปแล้ว!

ยิ่งไปกว่านั้นคือ แผล -- ที่คุณก็รู้ว่าใครเป็นคนทำ -- ของเขาก็ได้หายไปแล้วอย่างน่ามหัศจรรย์!

น่ายินดีเสียต้องถอดเสื้อโชต่อหน้าทะเลที่ล้างผู้คนในยามเย็น โกคุเทระกระโดดโลดเต้นในความปลื้มปีติที่มีชีวิตอยู่จนมาถึงนาทีนี้!


ยะโฮ่วววว~


บราโววววว~


ฮัดช่าาาาา~




"อะไรของแก"




มีต่อนะคะ >>>>>

Author:  askrepios [ 29 Oct 2007, 10:56 ]
Post subject: 

ตอนที่ 5 part 2/2 สุดท้ายค่า~*


เสียงเข้มๆ ทุ้มๆที่ดังมาทำเอาโกคุเทระสะดุ้งราวกับถูกสาดน้ำแข็งใส่ ในนาทีต่อมาก็รู้สึกเหมือนขนกายทั่วสารทิศตั้งชู ไม่ต้องหันไปตามต้นเสียงก็สามารถร้องโฮกได้อย่างขึ้นใจ -- กรรมการรักษาระเบียบแห่งโรงเรียนนามิโมริยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วนี่ไง!

อย่าบอกนะว่าชายหาดนี่ก็เป็นลิขสิทธิ์ทรัพย์สินส่วนตัวของมัน?

บ้าน่า! มันจะเป็นไปได้ไง!


โกคุเทระคิดในใจ ขณะที่ใบหน้าหล่อตีหน้าขึงขังตามสไตล์ "มีธุระอะไร"

"ฉันมาเดินเล่น" หมอนั่นตอบเสียงราบเรียบ แต่ก็ยังคงมองเขาตาไม่กระพริบอย่างเย็นชา

"งั้นก็ไม่เกี่ยวกับชั้นนิ!" โกคุเทระกล่าว ก่อนจะหันหลังเพื่อเดินจากไป

เขาไม่อยากจะคบค้าสมาคมกับเจ้าคนเบื่อการสุมหัวนี่หรอกนะ!

"ชายหาดฝั่งนี้..." ฮิบาริเริ่มต้นประโยคอย่างยานคางขณะที่ดึงแขนของเขาราวกับอยากให้อยู่ฟัง -- โกคุเทระสังหรณ์ว่าที่เขาคิดมันจะเป็นจริง -- ขณะที่ทอดสายตาคู่คมสีดำไกลออกไป "เป็นฝั่งที่ไม่มีคนมาเที่ยวเล่นหรอกนะ ดังนั้นฉันเลยชอบที่จะมาเดินเล่นบ่อยๆ"

ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่านะ ที่หมอนี่ดูจะสุภาพกว่าปกติ

หืม? ไอ้นี่มันพูดจาเสนาะเพราะหูขนาดนี้ได้ด้วยหรอฟะ?

"แต่ฉันไม่ชอบที่จะเดินเป็นกลุ่มหรอกนะ" ในที่สุดประโยคเด็ดก็หลุดออกจากปากชายผู้เป็นเสมือนตราบัญญัติบนกฎหมาย -- โกคุเทระสาบานว่าชาตินี้จะไม่มองคนๆนี้ในแง่ดีอีก!! -- ดวงตาคู่ดำคมนั้นจ้องมองมาที่เขาเหมือนจะทะลุทะลวงเข้าไปในแก่นแท้ อีกทั้งมือที่มีอาวุธพร้อมสรรพนั่นก็เป็นสัญญาณไซเรนให้เขาเผ่นได้ทันที "แต่การได้ซ้อมคนในยามเย็น ก็ถือเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนอาหารมื้อเย็นจะมาถึงล่ะนะ"

แต่คนหัวเงินก็ไม่ได้หัวหดหรอกนะ...

โกคุเทระขมวดคิ้วจนยุ่งเหยิง มองตอบคนตรงหน้าอย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้าน

"สายตาอย่างนั้น... คงจะหิวมากล่ะสินะ" หมอนั่นว่าพลางกระชับทอนฟาให้ถนัดมือทั้งสองข้าง เตรียมพร้อมที่จะพุ่งสุดตัว "ถ้าอย่างนั้นจะเปลี่ยนเป็นอาหารจานหลักเลยก็ได้!!"

"ช้าก่อน!!" โกคุเทระว่าพางหลบการโจมตีที่รวดเร็วนั้นอย่างหวุดหวิด -- พลางนึกประหลาดใจที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรกันที่เขาติดสำเนียงหนังจีน!! -- โกคุเทระเซนิดๆ ก่อนจะตั้งหลัก

"อะไร?" ฮิบาริดูท่าจะไม่สบอารมณ์ ขณะที่มองคนตรงหน้าเหมือนสิงโตที่มองเหยื่อที่เล่นตุกติก

"ฉันหนาวเป็นนะ ขอใส่เสื้อก่อนสิ!" ว่าพลางก็หยิบเสื้อยืดสีแดงนั่นมาใส่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบอย่างเคยชิน "นี่ก็สูบเพราะหนาวหรอกนะ..."

"จะหนาว หรือจะอะไร ...นั่นเป็นข้อ 2 นะ ที่ฉันจะตักเตือนนาย" ฮิบาริกล่าวขณะที่มองควันสีขาวโขมงจากปากของคนตรงหน้า "เอาแค่เบาะๆก่อนก็ได้ ถ้านายยอมจำนน"





"เบล~" เสียงใสของผู้เป็นพี่ดังเข้ามา ก่อนใบหน้ายิ้มแย้มของเด็กชายผมสีเงินจะยื่นเข้าไปหาคนป่วยที่นอนซมอยู่บนเตียงนุ่มนิ่ม

"มีอะไรเหรอ" เบลเฟกอนกล่าวอย่างเพลียๆ รู้สึกอยากพักผ่อนให้มากกว่านี้ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าพี่ชายแล้ว เขาก็อยากจะทำอะไรมากกว่านั้น

"อาการเป็นอย่างไรบ้างแล้ว เราน่ะ" ผู้เป็นพี่ถามอย่างเป็นห่วง พลางมือก็แตะลงบนหน้าผาก "ไข้ลดแล้วนี่!"

"อืม" เบลยิ้มบางๆ ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง -- ท่าทางน่าลำบาก "วันนี้ไปทำอะไรมาอีกล่ะ เปียกมาเชียว"

"ก็ไปที่สวนเหมือนเดิมและ แต่แค่จับส้อมพรวนฝนก็ตกซะแล้ว!" เจ้าชายผู้พี่ตอบและยิ้มกว้างอย่างสดใสเหมือนเคยๆ "สวนนั่นเป็นของเรา เราก็ต้องหมั่นดูแลรักษานะ... แต่เบลใจร้าย ไม่เคยช่วยพี่เลย"

เบลอ้าปากประท้วงพะงาบๆ แต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาเลย

จริงอย่างที่ว่า... สวนดอกทิวลิปสีขาวนั่น เป็นสวนที่เขาขอร้องให้ข้าราชบริพานทั้งหลายให้จัดทำให้ แต่ก็ไม่เคยปรากฏว่ามีใครทำให้ซักคน เนื่องจากพระราชา -- ท่านพ่อ -- เป็นผู้สั่งห้ามทุกครั้งไป

เพราะเขาเกิดมาอ่อนแอ... แพ้ได้แม้กระทั่งละอองเกสร

จะมีก็เพียงพี่ชายเท่านั้นที่รู้ใจเขามากที่สุด คนที่... ไม่ว่าเขาจะชอบอะไร อยากได้อะไร คนๆนั้นก็จะชอบตาม ทำทุกอย่างตามใจเขาทุกทีๆ

และสวนดอกทิวลิปที่ว่านี้... ก็เป็นอีกสิ่งที่พี่ชายเสกให้เขา

แต่ในเมื่อมันเป็นของๆเขา เขาก็น่าจะไปดูแลมันบ้าง... ใช่ว่าปล่อยให้พี่ชายเหนื่อยอยู่ฝ่ายเดียว

รู้สึกอีกทีก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ดิ้นตาย -- เขาไม่น่าพูดหยอกเล่นเกินไป -- ในเมื่อใบหน้าของคนไข้ยิ่งดูหม่นหมองเหมือนกับกำลังสัมผัสจูบจากผู้คุมวิญญาณ!

"อย่าทำหน้าเศร้าอย่างนั้น" ผู้เป็นพี่กล่าวอย่างร้อนรน ขณะที่มือเล็กๆก็รนรานกลัวว่าคนอ่อนแอตรงหน้าจะขี้แยตามนิสัย "นี่พี่ล้อเล่นนะเบล ล้อเล่นน่านะ... นะ??"

เบลเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะเอียงคออย่างงงๆ ขณะที่ผู้เป็นพี่ถอนหายใจโล่งอก และส่งยิ้มหวานให้อย่างเดิม

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เบลเฟกอน -- เจ้าชายผู้น้อง -- ไม่สบายหนักจนต้องนอนซม อันที่จริงผู้เป็นพี่เองก็พอจะชินสภาพร่างกายที่ 3 วันดี 4 วันไข้ของผู้เป็นน้องตั้งแต่ลืมตาดูโลกมาพร้อมๆกัน และเขามักจะเป็นคนที่มาเฝ้าไข้อย่างกล้ชิดตลอด -- แม้ว่าจะต้องผลัดเวลาไปดูแลดอกไม้บ้างก็ตาม

แต่ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่านะ ที่วันนี้น้องชายดูจะไม่กระตือรือร้นในการมาดูแลของตนเอาเสียเลย

"มีอะไรหรือเปล่าเบล?" ในที่สุดพี่ชายก็ถามขึ้น สีหน้าเหม่อๆของเบลก็หันมาสบตาได้ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปทางหน้าต่างที่เม็ดฝนกำลังโรยตัวบางเบา

"อยากออกไปข้างนอก..." เบลตอบอย่างเลื่อนลอยราวกับฝัน "เจ้าชายอยากรู้... หยดน้ำพวกนั้นจะมีกลิ่นอย่างไรกันนะ?"

เสียงนั้นดูเศร้า...

คำขอครั้งที่หมื่นของผู้เป็นน้องลอยออกจากปากทั้งที มีหรือที่พี่ชายแสนดีคนนี้จะไม่จัดให้!

"โอเค งั้นตามพี่มาสิ!" เด็กชายหัวเงินพูดด้วยน้ำเสียงสดใส ผายมือขึ้นเชิญชวนร่างที่นั่งอยู่บนเตียง

เจ้าชายน้อยส่ายศีรษะ ไม่ใช่ว่าจะปฏิเสธ...

แต่... ฝนตกอยู่นี่นา...

"วันที่อากาศแจ่มใส ท่านแม่ก็ไม่เคยอนุญาตให้เจ้าชายออกไปข้างนอก... แล้วฝนตกอยู่อย่างนี้ เจ้าชายจะได้ออกไปได้อย่างไร" เบลตัดพ้อเสียงแผ่วเบา

เพราะเขาผิดเองที่เกิดมาอ่อนแอ... แม้แต่แสงแดด แสงเดือน ลมร้อน ลมหนาว หรือแม้แต่ละอองน้ำก็ระคายเคืองผิวกายไปซะหมด เขาจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ไปเที่ยวเล่นนอกปราสาท ...และนั้นเองคือสิ่งที่พี่ชายของเขาไม่สามารถตอบสนองให้เขาได้

แต่วันนี้ก็ดูจะต่างออกไป ที่จู่ๆผู้เป็นพี่ก็เอาความมั่นใจเต็มเปี่ยมมาจากไหนไม่ทราบ

"เอาน่า! ออกไปข้างนอกให้เป็นไข้ ยังดีกว่านอนพักแล้วก็ยังเป็นไข้อยู่ดีสิ!"

แล้วฝ่ามืออุ่นของผู้เป็นี่รวบมือของเบลไว้...

มือที่พร้อมจะเดินเหิน และโบยบินไปพร้อมๆกัน

จะไม่ปล่อยออกจากกัน

จะไม่แยกจากกัน...



...ในตอนนั้นเองที่ออร่าสีดำทมิฬได้เข้ามาบดบังร่างของแต่ละฝ่าย... เบลร้องตะโกนหาพี่ชาย หางตาใต้เรือนผมนั่นร้อนผ่าว...








"ไม่เลวนี่"

เสียงทุ้มกึ่งชมเชยดังจากปากของหัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบ ขณะที่โกคุเทระขยับตัวหลบซ้ายทีขวาทีอย่างคล่องแคล่ว "แต่จะมัวหลบอย่างนี้ เดี๋ยวก็ได้เละเป็นศพหรอก... อ้อ ลืมไป... พวกสัตว์กินพืชเกิดมาเพื่อเป็นศพอยู่แล้วนี่"

"พล่ามอะไรของแกวะเฮ้ย!" โกคุเทระตัดบทเอาซะดื้อๆ ก่อนจะรู้สึกว่าวัตถุแข็งทรงกระบอกที่ทำจากโลหะนั่นจะกระแทกโดนบ่าในทิศลง

"แล้วนี่คือโทษที่ขัดจังหวะก่อนพูดของฉัน!"

อีกเปรี้ยงไปปรากฏบนเนินแก้ม ขณะที่โกคุเทระรู้สึกว่าตัวเองเซถลาไปด้านซ้าย... ซ้าย... และ

ซู่ม!!!

รสและกลิ่นเค็มเกลือของน้ำทะเลทลักทลายเข้าไปในสัมผัส โกคุเทระสำลักน้ำทะเลอย่างทรมาน แสบทั้งหน้าทั้งคอไปหมด -- "อ...ไอ้บ้า!!" โกคุเทระกร่นด่าขณะที่สบัดศีรษะที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำทะเล ฮิบาริมองภาพนั้นอย่างดูถูกดูแคลน -- อย่างกับหมา(น้อย)ตกน้ำจริงๆ

"ถ้าสู้ได้แค่นี้ละก็ ถึงตายนะ" ฮิบาริกล่าวเย้ยหยัน ขณะที่สาวเท้าเข้ามาราวกับจะบีบบังคับให้เขาจมลงทะเลที่อยู่เบื้องหลังนั่น... "เมื่อกี้ฉันเพิ่งชำระคดีให้แกได้แค่ 2 ข้อเท่านั้น... ที่เหลืออีกประมาณ 99 ข้อจะเริ่มนะบัดนี้เลยมั้ย?"

เฮ้ย! คดง คดีอะไรที่ไหน ชั้นทำเยอะขนาดนั้นเชียว!

หรือมันนับการพูดในระหว่างการแข่งเป็นคดี?

ไอ้บ้า นี่มันประสาทกินหรือไงฟะ!!


"อยากเข้าก็เข้ามาเลย!!" โกคุเทระกล่าว พลางประกบไดนาไมต์เข้าหากัน -- แต่ดูยังไงๆก็เหมือนพนมมืออยู่ดีนั่นแหละ!

"นั่นจะขอขมาฉันเหรอ?" ฮิบาริถามอย่างรุ้สึกสนอกสนใจปนๆไปกบัความรุ้สึกดีแคลน "หรือจะบอกว่าเกิดคลั่งใคล้การ์ตูนเรื่องแขนกลคน - ตี๊ด ตี๊ด - ขึ้นมาล่ะ?"

"ใครว่า! ฉันจะเดินลมปราณต่างหาก!" โกคุเทระย้อน -- อย่างน้อยๆก็ไม่ได้โกหก -- ขณะที่ฮิบาริหัวเราะในคำตอบที่ไม่ต่างจากที่เขาคิดสักเท่าไร

แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าหัวเราะอีกต่อไป ในเมื่อเขารู้สึกได้ถึงบรรยากาศร้อนอบอ้าวที่ทำให้เหงื่อเย็นๆซึมตามบหน้า...

รอบๆตัวของโกคุเทระเหมือนจะมีควันแปลกๆออกมา แน่นอนว่ามันไม่ใช่ควันอย่า Poison Cooking... แต่มันก็คุ้นๆเหมือนจะเคยเห็นที่ไหน...

"วันนี้ละ!!" โกคุเทระโพล่งขึ้น ดวงตาคุ่สีเขียวฉายแววประกาย จ้องมองฮิบาริอย่างกระหายชัยชนะ -- ฉากยิ่งเข้าใกล้หนังกำลังภายในเข้าไปทุกที -- "ข้าจะกำจัดคนชั่วช้าอย่างเจ้า!!"



อยากหัวเราะ แต่เสียดายลมปอด!


ฮิบาริรู้สึกว่าตัวเองหน้าซีด -- แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะรู้สึกกลัว -- แต่เพราะรู้สึกว่ากั้นหัวเราะไม่อยู่ต่างหาก!


แต่... นั่นแหละคือสิ่งที่เขารอมานาน...


แววตาดีนี่...

แบบนี้ก็ไม่เสียแรงที่รอคอย!


พลังอะไรที่หลับใหลอยู่ในตัวแก

ฉันจะปลุกมันขึ้นมา ให้สู้กันไปจนวินาทีสุดท้าย



หลังจากนั้น...







ฉันจะขยี้แกให้แหลกเหลว!!!







เขารู้สึกว่ามีหยดน้ำอุ่นๆเกาะพราวอยู่บนเนินแก้ม ...อยากจะตื่นขึ้นจากห้วงแห่งนิทราอันมืดมิดและยาวนาน... แต่เขาไม่สามารถฝืนปรือเปลือกตาที่หนักอึ้ง... มันปล่อยให้เขาเผชิญกับความืดมิดที่ไร้ก้นบึ้งอย่างเดียวดาย

ความมืดมิดจากออร่าสีดำนั่น...

พรากพี่ชายไปจากเขา...

พรากท่านพ่อ ท่านแม่ไปจากเขา...

พรากปราสาทไปจากเขา...




มันพราก... พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา...










แต่จะโทษใครได้... ก็ในเมื่อนั่นคือจิตสังหารของเขาเอง...



To be continue -> ครูคนที่ 3



อ๊ายยยยย เนตห่วยเกินบรรยายเลยอ้ะค่า~*

ยังไงก็ขอให้อ่านให้สนุกนะคะ!

Author:  nadeem [ 29 Oct 2007, 12:50 ]
Post subject: 

สู้ดย๊อดๆๆๆๆๆๆๆ ฮิบาริมาเเว้ววหรอนี่ เเล้วจะเป็นยังไงต่อไปละทีเนี่ย
เเล้วนี่ก็คือเหตุการณ์ตอนที่เบลฆ่าพี่ของตัวเองงั้นหรอนี่

เอามาอีกนะครับ ผมรอติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเลย ชอบมากเลยครับ สู้ๆๆน่าครับผม

Author:  kikuva [ 29 Oct 2007, 13:11 ]
Post subject: 

เผลอแป๊บเดียว เงยหน้าจากฟิคตัวเองมานั่งอ่านฟิคท่าน

แม่เจ้า O.o ไปไกลขนาดนี้แล้ว

สุดยอดเลยค่า ><b

ท่านฮิบาริโผล่ออกมาแล้ว ดีด้า

จะรอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อนะค่ะ

มาต่อเร็วๆน้า

Author:  kukuri [ 29 Oct 2007, 13:57 ]
Post subject: 

โอ้....แม่นางโกคุเดระ...จะถูกพญาอินทรีฮิบาริจัดการได้หรือไม่นั้น...

ขึ้นอยู่กับวิชาที่เจ้าฝึกจะสำเร็จหรือไม่...

...เราเขียนอะไรออกไปเนี่ย...=_='' ท่านaskrepios อย่าไปสนใจเลยนะคะ 555+
อ่านแล้วมันมากๆค่ะ ...แนวบู๊ เลือดสาด...แบบนี้

รอตอนต่อไปค่ะ

Author:  askrepios [ 29 Oct 2007, 19:22 ]
Post subject: 

อื่ม... ดูท่าจะมีคนชอบฮิบาริมากๆแฮะ >.<


อ่า... ตอนแรกที่คิดไว้มีแค่ 7 ตอนนะ แต่ดูจากความเปนจิงแล้ว... มันคงไม่ไหว ทะลุ 10 แน่ๆ TwT

ตอนนี้หนักใจ ตอนที่ 7 แต่งไม่ออก แต่อยากตอน 8 กะ 9 เป็นบ้าเลย!


สู้ต่อปายทาเคชี้~ (<<<สปอย!?!)

Author:  chomexchome [ 29 Oct 2007, 23:26 ]
Post subject: 

ขำแต่ละเซ็นเซอร์ของทั่นจริงๆอ่ะ กร๊ากกก แล้วแต่ละอันดั๊นนนมาจากเรื่องโปรดของข้าพเจ้าท้างน้านนนน~~~ :lol:

คราวหน้าโกคุเดระคงใช้ฝ่าเท้าไร้เงาหลบหลีกเฮียริ จากนั้นเฮียริก็ใช้วิชาจากคัมภีร์เก้าอิมจินเก็งจัดการ แต่โกคุเดระสามารถพลิ้วหลบหลีกด้วยวิชาสุรางคนาจากสำนักสุสานโบราณ (หัวเราะ)

เริ่มมั่วแระ เตรียมรออ่านตอนต่อไปจ้าาาา

ปล.เบล...นายนี่มันจิตได้ใจแม่จริงๆลูก!

Author:  sadoz [ 30 Oct 2007, 01:05 ]
Post subject: 

Quote:
อยากหัวเราะ แต่เสียดายลมปอด!


ชอบประโยคนี้อย่างแรง....อ่านแล้วขำปู้ดดดดด คุณท่านฮิบาริ...คิดไปได้นะ

ภาษาติดขัดบ้างบางจังหวะ แต่โดยรวมอ่านได้ลื่นรู้เรื่องรู้อารมณ์ดีฮะ
ที่สำคัญ เจ้าชายน่าร้ากกกกกกกก ที่สุด
สควอลโล่ก็พอกัน.... วาเรียนี่น่ารักจริงๆ = =b

เลือด!!!! ขอเลือดมาเซ่น(?)เจ้าขายอีกได้ไหมฮะท่าน

Page 3 of 11 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/