Login |  Register




Post new topic Reply to topic  [ 13 posts ] 
Author Message
 Post subject: [Short Fiction]ควันหลงกระทงรัก 10051 (Nichi & Chiaki)
PostPosted: 08 Nov 2009, 23:53 
User avatar
Joined: 08 Oct 2007, 20:56
Posts: 700
Location: แปลงดอกไม้ของป๋าเบีย
Title : ควันหลงกระทงรัก
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Author : Nichi & Chiaki
Pairing : 10051
Genre : Drama, Comedy, etc….
Rate : NC-17
Note : โชคชะตาจากสายน้ำดึงดูดให้เรามาพบกันในอีกโลกหนึ่ง ที่ซึ่งกระทงใบน้อยคือตัวแทนของสองเราที่จะไม่พรากจากกันอีก...ชั่วนิรันดร์

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




มนุษย์เมื่อยามอยู่ในครรภ์มารดา...คือช่วงเวลาที่บริสุทธิ์ที่สุดในชีวิต ปราศจากการรับรู้ใดนอกจากสารอาหาร อากาศ และความห่วงใยจากผู้ที่อุ้มท้องตนอยู่เท่านั้น

หากเมื่อแรกเกิด ทันทีที่ร่างกายสัมผัสอากาศเป็นครั้งแรก ทันทีที่ส่งเสียงร้อง ...ยามนั้น สิ่งที่มาแทนที่ความบริสุทธิ์ไร้มลทิน...คือความเป็นมนุษย์...

มนุษย์เอย แรกเกิดมาก็มีความต้องการเสียแล้ว แม้จะไม่สามารถขวนขวายได้ด้วยตัวเองในเวลานั้นก็เรียกร้อง ไม่รู้จักพอ ได้มาแล้วก็ต้องการอีก

ทำอย่างไรจึงจะได้สิ่งที่ต้องการ... อำนาจนั่นไงเล่า อำนาจอันหอมหวาน น่าปรารถนา ขอเพียงมีอำนาจก็จะได้ทุกสิ่งที่ต้องการอย่างง่ายดาย อำนาจเงินตรา อำนาจสื่อ อำนาจชักจูง...อำนาจ...

กลายเป็นว่า สิ่งที่มนุษย์เฝ้าฝันหามากที่สุด...ก็คืออำนาจนั่นเอง


น่าสมเพชจังเลย...เนอะ~

โลกที่มีมนุษย์น่าสมเพชอยู่เต็มไปหมดแบบนี้น่ะ ฉันจะเปลี่ยนมันเอง...ให้มันสมบูรณ์แบบ...เป็นโลกที่สมบูรณ์แบบของฉัน


แต่แม้ว่าในเวลานี้ โลกอันสมบูรณ์แบบที่ต้องการจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม ทุกอย่างที่ได้ครอบครอง เงินตรา พลัง ผู้คนที่เชื่อฟังจนยินยอมแม้แต่จะมอบชีวิตให้ มนุษย์น่าสมเพชแสนอ่อนแอทั้งหลายที่ยังจะกล้ามาขัดขวางจนถูกลบหายไป เส้นทางไร้ผู้ขัดขืน โลกที่กำลังจะเปลี่ยนไปตามใจที่ต้องการ แต่โลกที่สมบูรณ์แบบตามที่ใจคิดไว้ก็ยังดูว่างเปล่า


ขาดอะไรไปนะ~


สิ่งที่ขาดหายไป ...ไม่ว่าจะค้นหาคำตอบสักเพียงใดก็ยังหาไม่เจอเสียที


แม้แต่ความรู้จากโลกคู่ขนานใบอื่นก็ยังไม่อาจให้คำตอบได้ ความรู้สึกว่างเปล่านี้คอยแต่จะรบกวนจิตใจอยู่ทุกเมื่อ แม้ในระหว่างที่กำลังเดินเที่ยวเทศกาลแปลกตาที่ญี่ปุ่นเพื่อคลายความเบื่อหน่าย เทศกาลจากต่างประเทศที่จัดขึ้นต่อจากเทศกาลขนมหวานนานาชาตินี้ มีเสียงหัวเราะและสิ่งของไม่คุ้นตาดึงดูดความสนใจมากมาย แต่ความคิดก็ยังคงจดจ่ออยู่กับสิ่งที่แม้แต่ตนเองก็ยังค้นหาคำตอบไม่ได้ว่าคืออะไร จนแม้แต่ขนมหวานแปลกตาตรงหน้าก็ไม่อาจเรียกความสนใจได้


งานเทศกาลที่ไม่ได้ตั้งใจจะมา เพียงเพราะเดินผ่านหลังจากอุตส่าห์บินมาที่ญี่ปุ่นเพื่อไปเยี่ยมชมเทศกาลขนมหวานนานาชาติที่จัดขึ้นในตัวเมือง แล้วเมื่อเดินข้ามสะพาน ข้ามแม่น้ำกว้างใหญ่ที่ไหลเรื่อยราวกับมีชีวิตอยู่ตลอดเวลา แสงไฟ เสียงเพลง ผู้คนมากมาย ร้านรวงประดับประดากับพระจันทร์ดวงโตเต็มดวงลอยเด่น เทศกาลที่จัดขึ้นอีกข้างหนึ่งของสะพานเทศกาลนี้ก็ดูราวกับว่าจะเป็นอีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว ในเมื่อตัวเมืองอีกข้างเริ่มเงียบสงบจากความมืดที่มาเยือน


"ลอยกระทง...เทศกาลหนึ่งของประเทศไทย ทุกวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 เชื่อว่าการลอยกระทงจะเป็นการขอขมาแม่น้ำแล้วก็กำจัดสิ่งไม่ดีออกไปงั้นเหรอ?" เบียคุรันเดินอ่านโบชัวร์ที่มีหญิงสาวแจกให้ตรงทางเข้างาน ทั้งสองคนแต่งชุดแปลก ๆ เดาเอาว่าน่าเป็นชุดประจำชาติเพราะว่าพ่อค้าแม่ค้าที่ประจำอยู่ตามซุ้มต่าง ๆ ก็แต่งชุดคล้าย ๆ กันหมด พื้นที่ของงานเป็นบริเณกว้าง ยาวเลียบไปตามแม่น้ำ ข้างทางเดินทั้งสองข้างมีทั้งอาหาร เกมแปลกตา หรือแม้แต่ของกระจุกกระจิกวางขายอยู่เต็มไปหมด แม้จะเป็นช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน แต่ลมหนาวที่มาเยือนก็ชวนให้น่าแปลกใจอยู่ว่ายังมีคนมากมายที่มาเดินเที่ยวงานเทศกาลงานนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ดูว่าน่าจะเป็นชาวไทยผู้จัดงาน ชาวญี่ปุ่น หรือแม้แต่ชาวต่างชาติอย่างเบียคุรัน คนหลายคู่ถืออะไรแปลกๆ ที่ดูราวกับเป็นการจัดดอกไม้ผสมกับธูปเทียนวางบนแท่นกลม ๆ แบน ๆ ขนาดไม่ใหญ่นักบรรยากาศรอบตัวดูสนุกสนานปนหวานเสียจนเบียคุรันแปลกใจ


ทั้ง ๆ ที่คนที่กำลังจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกอย่างฉันรู้สึกว่างเปล่าแท้ๆ แต่ทำไมทุกคนถึงได้ดูมีความสุขกันนักนะ?



ไร้คำตอบใด ๆ ....



เบียคุรันเชื่อว่าความรู้สึกว่างเปล่านี่น่าจะเนื่องจากการที่มีมีสิ่งหนึ่งขาดหายไป คืออะไรกันนะ? แม้จะถามตัวเองอีกสักกี่ครั้งก็คงไม่ได้รับคำตอบอยู่ดี


'เพราะว่าโชจังไม่อยู่แล้ว....'
ความรู้สึกหนึ่งผ่านขึ้นมาในหัว...ไม่ใช่ความรู้สึกของเบียคุรันที่ยืนอยู่ตรงนี้ แต่เป็นความรู้สึกของเบียคุรันอีกโลกหนึ่งที่ส่งผ่านมา...


โชอิจิ....?


อิริเอะ โชอิจิ หรือ ‘โชจัง’ คือชื่อที่ติดอยู่ในความทรงจำ...ของ‘โลกใบอื่น’ ชายหนุ่มที่ตัวเล็กๆดูไร้พิษภัยคนนั้น คนที่ท่าทางบอบบาง อ่อนแอ และตื่นตกใจง่ายขนาดนั้น ทำไมถึงได้สำคัญนักนะ

จะว่ามันสมองอัจฉริยะ...ก็เป็นแค่ที่‘โลกบางใบ’เท่านั้น แต่‘โลกใบอื่นๆ’ก็ไม่ได้ฉลาดล้ำเลิศมากมาย แต่ถึงอย่างนั้น‘ตัวเขา’ก็ยังเฝ้าคิดคำนึงถึงอยู่เสมอ


โชจัง...มีอะไรดีนักหนากันนะ

ใบหน้านั้นไม่ได้จัดว่าหน้าตาดีเลิศจนชวนให้คนมองตกตะลึง ไม่ใช่สวยเฉียบ ตาคม หรือตากลมโตเว้าวอนเป็นลูกหมาขี้อ้อนให้ใจอ่อนอะไร

ก็เพียงแค่ดวงตาสีเขียวคู่นั้นชอบมีประกายแตกตื่น ยิ่งทำให้ใบหน้าขาวที่ไม่เรียวยาวดูน่ากลั่นแกล้ง แก้มขาวๆที่หยิกเท่าไหร่ก็ไม่ช้ำขับเน้นจมูกปลายเชิดน้อยๆที่บ่งบอกความดื้อที่เจ้าตัวเองก็มีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ริมฝีปากอิ่มเล็กน้อยจนไม่อาจเรียกได้ว่าบางที่ชอบเอ่ยคำต่อว่า‘ตัวเขา’ เส้นผมสีน้ำตาลส้มที่เบียคุรันในบางมิติชอบที่จะขยี้เล่นนุ่มนิ่มและสนุกมือเสียจนใน‘โลกใบอื่น’ก็เริ่มทำตาม

แต่เบียคุรันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไม ตัวเขาในอีกโลกหนึ่งถึงรู้สึกเจ็บปวดแทบเป็นแทบตาย เพียงแค่อิริเอะ โชอิจิคนนั้นหันหลังให้ แล้วไปอยู่กับฝ่ายศัตรู เพียงเพราะโชจังกลายเป็นฝ่ายตรงกันข้าม เพียงเพราะอีกฝ่ายก็พยายามที่จะทำลายหนทางสู่โลกสมบูรณ์แบบของเขาในโลกนั้น และเพราะเหตุนั้นทำให้เขาเองก็ต้องทำลาย ทำให้อิริเอะ โชอิจิคนนั้นไม่สามารถที่จะลืมตาสีเขียวสวย ๆ มามองเขาได้อีกต่อไป

เบียคุรันในโลกที่โชจังกำลังจะจากไปคนนั้น... ความคิดคำนึงอันรุนแรงที่แม้จะไม่ได้ตั้งใจรับรู้แต่กลับส่งตรงมาได้อย่างชัดเจน เพียงแค่จะยิ้ม... เพียงแค่จะสนุกกับคนอ่อนแออีกคนที่จะหายไปเบียคุรันก็ทำไม่ได้ แค่จะมองจนวินาทีสุดท้าย...ก็ทำไม่ได้.... อึดอัดเสียจนหายใจไม่ออก


และ....เสียใจ.....


เป็นครั้งแรกที่เบียคุรันในโลกนั้นถามมาว่าตนได้ทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า...
แต่คนอย่างเบียคุรัน จะมีความรู้สึกแบบนั้นกับใครได้งั้นเหรอ?
สำหรับตัวเบียคุรันที่ยังไม่เคยเจอโชอิจิสักครั้งในโลกใบนี้...ช่างเป็นเรื่องที่ยากจะทำความเข้าใจเสียจริง
แต่ก็อาจจะเป็นความรู้สึกที่ขาดหายไปในตอนนี้ก็เป็นได้...ล่ะมั้ง


ชายหนุ่มผู้เชื่อมโยงตัวเองกับโลกใบอื่นได้ครุ่นคิดขณะที่มองหาขนมหวานต่างชาติที่ท่าทางน่ากิน แต่ในสายตาก็มองเห็นว่าบางสิ่งบางอย่างช่างดูแปลกเสียจนไม่แน่ใจว่ารสชาติของมันจะหวานจริงหรือ ขนมที่สีเหลืองออกส้มๆเป็นก้อนกลมๆเหมือนเด็กจับปั้นไม่ค่อยเก่งจนมีคล้ายๆหางลูกอ๊อดโผล่ออกมาส่งกลิ่นหอมจางๆล่อให้เบียคุรันก้าวเท้าเข้าไปใกล้

แต่แล้วใบหน้าที่ตนรู้จักดี...แม้ไม่เคยเห็นกับตาที่ผ่านวูบไปเมื่อครู่ก็ทำให้เท้าที่กำลังก้าวเดินเปลี่ยนทิศในทันที


โชจัง...



ใช่....ต้องใช่สิ....หน้าตาแบบนี้ต้องเป็นโชจังแน่ ๆ
ก็เคยเห็นมาไม่รู้ต่อกี่ครั้ง ไม่ใช่แค่หน้าตา....แต่ทั้งหมด....

เพียงแค่ได้เห็นใบหน้าด้านข้างของอิริเอะ โชอิจิ เบียคุรันก็รู้สึกโหยหา....ทั้ง ๆ ที่คิดว่าอาจจะเป็นแค่ความคิดของเบียคุรันในโลกอื่นที่สูญเสียโชจังไปแล้วก็ได้ แต่ร่างที่เดินอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายนั้นกลับดึงดูดเหลือเกิน


แสงไฟประดับจากร้านแผงลอยข้างทางสาดต้องใบหน้าเป็นสีส้มเนียน กระทบกับแก้วตาสีเขียวใสหลังแว่นตาสะท้อนเป็นประกายให้เห็นเพียงครู่เดียว ก่อนจะถูกคลื่นมนุษย์บดบัง ร่างที่เดินอยู่ท่ามกลางผู้คนมีส่วนสูงไม่มากนักจนแม้ว่าเบียคุรันจะพยายามยืดตัวมองดูให้ชัดๆขนาดไหนก็เห็นเพียงผมยุ่ง ๆ สีน้ำตาลออกส้มที่กำลังเคลื่อนที่ห่างไปเรื่อย ๆ ตามกระแสของฝูงชนเท่านั้น
มีบางอย่างที่บอกเบียคุรันว่า "จะปล่อยผ่านไปไม่ได้"


โชจังที่ตัวเขาในบางโลกต้องสูญเสียไป โชจังที่ตัวเขาในบางโลกหลงไหลมากมายเสียขนาดนั้น โชจังที่ตัวเขาในทุก ๆ โลกต่างก็ชอบแกล้ง....

ก็คงจะไม่เป็นไรใช่มั้ย ถ้าตัวเบียคุรันในโลกนี้ก็จะขอลองรู้จัก แล้วก็แกล้ง "โชจัง" คนนี้สักหน่อย


...จะได้เข้าใจ...


เบียคุรันตัดสินใจตามโชอิจิไป แต่เมื่อมาอยู่ในทางเดินกลางผู้คนมากมายแล้ว ร่างที่หมายตาไว้กลับหายไปไหนไม่รู้ ไม่ว่าจะกวาดตามองเท่าไร เบียคุรันก็หาผมยุ่งๆ สีส้มน้ำตาลนั้นไม่เจอเสียที ยิ่งผู้คนที่เบียดเสียดกันอยู่ยิ่งต้องทำให้ขยับไปข้างหน้าเรื่อย ๆ จนไม่สามารถจะกวาดตามองได้ทั่ว เสียงดนตรี เสียงผู้คน เสียงงานเทศกาลที่เคยคิดว่าครึกครื้นกลับดูน่ารำคาญ อากาศเย็น ๆ ต้นเดือนพฤศจิกายนกลับทำให้เบียคุรันเริ่มเหงื่อออกจากการต้องออกแรง ต้องเบียดเสียดกับผู้คน รวมถึงความรู้สึกร้อนรนในจิตใจ ทำไมถึงหาไม่เจอ? คนตั้งมากมาย...มากขนาดนี้...แต่ทำไมถึงไม่มีคนที่เขาต้องการล่ะ?

เมื่อเบียคุรันหยุดยืนพักตรงที่ว่างเล็ก ๆระหว่างร้านค้าก็ไม่มีวี่แววว่าโชอิจิที่เห็นเพียงเสี้ยวหน้าจะอยู่ในกลุ่มคนนับร้อยนี่อีกต่อไป บางทีอาจจะกลับจากงานไปแล้วก็ได้ หรือบางทีเบียคุรันอาจจะแค่มองผิดไป แต่ลึก ๆ ในใจแล้วเบียคุรันก็แอบพนันกับตัวเองไว้ว่า ถ้าเขาสามารถหาโชอิจิได้เจออีกครั้งหนึ่ง เขาจะต้องได้คำตอบเสียทีว่าโชอิจิคือสิ่งที่ขาดหายไปของโลกที่กำลังจะสมบูรณ์แบบของเขาจริงหรือเปล่า
ถ้าเป็นโชจังจริง ๆ ล่ะก็...


ถ้าได้เจออีกครั้งล่ะก็....

...จะไม่ให้ไปไหนอีกเลย

ความตั้งใจของตัวเองทำให้เบียคุรันรู้สึกมีกำลังใจที่จะเดินฝ่าฝูงชนอีกครั้งหนึ่ง แม้คนจะมากมายขนาดไหนแต่เบียคุรันก็มั่นใจว่าจะต้องมองเห็นโชอิจิแน่ ๆ เป็นความมั่นใจที่ไม่มีอะไรมารับประกัน โชอิจิอาจจะออกจากงานนี้กลับบ้านไปแล้ว หรือไปกับใครที่นัดไว้ก็ได้ แต่เบียคุรันก็ยังคงยึดมั่นที่จะทำตามความคิดของตน
ถึงแม้การที่เดินหาตลอดทั้ง 20 นาที มองหาทุกร้านที่เดินผ่านก็ยังไม่เจอจะบั่นทอนกำลังใจลงไปอย่างมาก แต่เบียคุรันก็ยังพยายามที่จะหาต่อไป


ทันใดนั้นผมสีน้ำตาลยุ่ง ๆ ก็ผ่านสายตาไปอีกครั้ง เบียคุรันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา เป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากความรู้สึกยามที่ได้ครอบครองในสิ่งที่หวังแบบที่แล้ว ๆ มา ความหวังที่เมื่อครู่ลดลงไปเกือบครึ่ง บัดนี้กลับมากเกินจากกว่าเดิมไปมากมายนัก ร่างสูงแทรกผู้คนก้าวขาตามไปทันที และเมื่อร่างนั้นอยู่ตรงหน้าเบียคุรันก็คว้าไหล่ไว้ "โชจัง!"


คนตรงหน้าหันมาแค่เพราะจากสัมผัสที่ไหล่ไม่ใช่เสียงเรียก ทำหน้าประหลาดใจ แล้วชวนเพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ เดินจากไปหลังจากเบียคุรันปล่อยมือจากไหล่นั้น ความหวังที่มีอยู่เมื่อครู่บัดนี้แทบไม่เหลือ



ไม่ใช่โชจัง....


แม้จะพยายามเท่าไหร่ก็หาไม่พบ ความรู้สึกเหนื่อยกายทำให้เหนื่อยใจ ความหงุดหงิดลากความรู้สึกด้านลบเข้ามาพัวพัน
หรือว่าจะกลับไปแล้วจริง ๆ ? นี่ก็หาจนแทบจะทั่วทั้งงานแล้วเบียคุรันก็หาไม่เจอ....
ถึงแม้ว่าคนจะเยอะแต่ถ้ายังอยู่ในงานก็น่าจะเจอได้แล้ว....


หรือว่าโชอิจิ.....

จะไม่ใช่ "สิ่งที่ขาดหายไป" อย่างที่เขาคิดไว้....



ตุบ!

"โอ๊ะ!"


ขณะที่เบียคุรันกำลังลังเลใจอยู่ว่าจะหาต่อดีหรือไม่ ก็มีคนมาชนหลังเขาเข้าเต็มเปา แถมยังทำอะไรเย็น ๆ หกใส่หลังซะด้วย ถ้าเป็นเวลาปกติเบียคุรันอาจจะส่งยิ้มสบาย ๆ ให้ แต่ในเวลานี้ถ้าไม่ได้ระบายความหงุดหงิดใส่ใครซักคนคงทนไม่ไหวแน่ ๆ

"เดินดูทางไม่เป็นหรือไง........" เบียคุรันหันกลับไปหวังว่าจะโวยด้วยความโมโห แต่เมื่อพูดจบก็ต้องชะงักไป ไม่ได้ตกใจเพราะคนที่มาชนเองก็ถึงขนาดล้มลงไปกองกับพื้น ไม่ได้ตกใจเพราะคนที่มาชนก็เปียกน้ำไปเกือบครึ่งตัวเช่นกัน สิ่งที่ทำให้เบียคุรันพูดไม่ออกแต่กลับเป็นความรู้สึกที่ราวกับจะล้นทะลักออกมาแทนคือใบหน้าของคนที่นั่งทำหน้าเจ็บปวดเพราะเดินชนอยู่ที่พื้นตอนนี้ต่างหาก


จะใช่สิ่งที่ขาดหายไปที่เบียคุรันกำลังหาหรือเปล่าไม่รู้

ยิ่งมองเบียคุรันก็รู้สึกโหยหา...แม้ไม่เคยได้สัมผัส

จะเป็นโชคชะตาหรือเปล่า….

ตอนนี้...คนคนนั้นกลับมาอยู่ตรงหน้าของเบียคุรันแล้ว....


"โชจัง......"


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



"หืม....อันนี้อร่อยมากเลยอ่ะ กินมั้ยโชจัง?"

"ไม่เอาครับ! นี่! ปล่อยมือได้แล้ว..."


โชอิจิหันไปขึ้นเสียงโหดใส่คนที่เดินยิ้มระรื่นอยู่ข้าง ๆ อย่างไม่สะทกสะท้านเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้คนที่เดินเบียดเสียด แม่ค้าที่เรียกซื้อของ หรือคนที่บอกว่าให้ปล่อยมือเสียที...


นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย...


ทั้ง ๆที่โชอิจิคิดว่าจะมาลอยกระทงล้างซวย ลอยเรื่องร้าย ๆ ที่กัดกินชีวิตออกไปในงานนี้ตามที่เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยชาวไทยคนหนึ่งแนะนำมา ก็สนอยู่หรอก...เพราะว่าไม่ว่าโชอิจิจะไปไหว้พระญี่ปุ่นวัดไหน ทำบุญโยนเหรียญไปสักเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนว่าในโลกนี้จะไม่มีงานให้วิศวกรจบหมาด ๆ อย่างโชอิจิทำเอาซะเลย


แต่สงสัยโชอิจิจะลอยช้าไป เพราะว่าความซวยดันเข้ามาเยือนโชอิจิอีกเรื่องซะแล้ว....


ไม่ยอมรับว่าตัวเองซุ่มซ่ามหรอกนะ ไอ้คนที่อยู่ดี ๆ ก็หยุดยืนกระทันหันขวางทางจนคนอื่นเค้าเดินชนต่างหากสิผิด ถึงจะรู้สึกแย่นิดหน่อยที่ไปทำน้ำหกราดเสื้ออีกฝ่าย แต่พอผู้ชายตัวสูง ๆ บาง ๆ ผมสีขาวโดดเด่นแปลกตาตรงหน้าเรียกชื่อโชอิจิถูก แล้วก็ยิ้มออกมาซะราวกับว่าถูกหวยร้อยล้าน โชอิจิก็ขนลุกเกรียว.... ไอ้ความรู้สึกว่าความซวยเกาะอยู่ที่หลังนี่มันอะไร?

ยิ่งเมื่อดวงตาเรียวรีคู่นั้นมองผ่านทั้งตัววูบนึงแต่รู้สึกเหมือนถูกสแกนไปถึงกระดูก พร้อมคำพูดตรงกันข้ามกับหน้าตาสบาย ๆ และออร่ามาเฟียไถเงิน โชอิจิก็ไม่คิดว่าความซวยจะเกาะอยู่แค่หลังอีกต่อไป


"อ๊ะ เสื้อเปียกเลย.... ชดใช้ด้วยน้า~"


...แต่ตามมาเดินงานลอยกระทงด้วยเลยต่างหาก!


แต่ก็มีอะไรบางอย่างที่ทำให้โชอิจิไม่สามารถโวยวายออกไปตรงๆได้ ซิกเซนส์ทำให้ใช้คำสุภาพกับอีกฝ่ายโดยไม่อาหาเหตุผลมาอธิบาย ราวกับว่า ‘เพราะมันเคยเป็นแบบนี้ ก็เลยต้องเป็นแบบนี้...’


...ว่าแต่เมื่อไหร่ล่ะ?


คนที่เดินข้าง ๆ พร้อมหอบหิ้วขนมไม่ต่ำกว่าสิบชนิดบอกว่าชื่อ "คุณเบียคุรัน" อยู่ในระหว่างการสำรวจจำนวนปริมาณน้ำตาลในขนมหวานทั่วประเทศญี่ปุ่น แล้วเดินไปเดินมาเลยมาเจอที่นี่ มาเดินงานคนเดียวเหงาๆ กำลังว่าจะหาใครสักคนพาเที่ยว


"แล้วก็มาเจอโชจัง เหมือนพรหมลิขิตเลยเนอะ~"


...พรหมลิขิต...
เกี่ยวอะไรกับให้โชอิจิพาเที่ยววะครับ?


ส่วนเบียคุรันก็ได้แต่แอบขำในใจกับโชอิจิที่โวยใส่ตลอดเวลา แต่กลับยอมโดนลากมาโดยดี แม้จะบอกปฏิเสธแต่เมื่อยื่นขนมให้จนจิ้มปาก แล้วบอกว่าก็โดนปากแล้วโชจังก็ต้องเป็นคนกิน ริมฝีปากได้รูปสีชมพูจาง ๆ ก็ยอมงับขนมลงคอไปโดยแถมคำบ่นตามมาไม่ต่ำกว่าสามประโยค


สัมผัสนิ่ม ๆ อุ่น ๆ ของริมฝีปาก และแรงของฟันที่ขบมาโดนนิ้วบ้างบางครั้งทำเอาเบียคุรันเกือบจะอดใจไม่อยู่จนต้องขโมยขนมที่โชอิจิพึ่งกินลงไปกลับมาจากริมฝีปากบาง ๆ นั่นซะกลางงานซะหลายครั้ง..


"อะ...อ้ามมมมมมม"

"ปล่อยมือก่อนสิครับ!" เสียงโชจังตอบกลับมาทันทีเมื่อเบียคุรันดึงมือให้มาหลบออกห่างจากสายน้ำมนุษย์ มายืนอยู่มุมหนึ่งข้างร้านค้าที่อยู่ริมสุดซึ่งไม่ค่อยมีคนนักก่อนจะยื่นช้อนที่ตักน้ำแข็งใสสีสวยสดมาตรงหน้า

"โชจังก็กินก่อนสิ~"

"มันเย็นนะครับ!" ช้อนที่ถูกยื่นมาจนชิดริมฝีปากเล่นมุกเดิมแบบขนมที่ป้อนทุกครั้งถูกเบียคุรันดึงกลับไปงับกินเองหน้าตาเฉย ทั้ง ๆที่พยายามไม่คิด แต่โชอิจิก็คิดว่านั่นมันจูบทางอ้อมชัด ๆ หน้าใส ๆ แดงเรื่อแต่ไม่อาจจะโวยวายออกไปได้ก่อนจะแกล้งทำเป็นมองยอดหญ้าที่อยู่ปลายเท้า


ไม่เสียแรงที่เบียคุรันพยายามค้นหาทุกเศษเสี้ยวความทรงจำเกี่ยวกับโชจังในโลกอื่น ๆ ว่าชอบอะไร...ทำยังไงถึงจะตอบรับ ทำอย่างไรจึงทำให้โชจังหน้าแดงด้วยความเขิน แล้วหลุบเปลือกตาหลบดวงตาสีเขียวไม่ยอมให้สบ...


....ตอนที่โชจังทำแบบนั้นน่ะ

น่ารักเป็นที่สุด!



"ก็เมื่อกี๊โชจังมือเย็นนี่นา เดี๋ยวถ้าปล่อยก็หนาวสิ"

พอโชอิจิอ้าปากจะเถียง เบียคุรันกลับโน้มตัวลงมา ถอดแว่นออกภายในชั่วพริบตา แล้วแตะสัมผัสลงบนริมฝีปากของโชอิจิ ลิ้นเย็น ๆ จากน้ำแข็งใสเมื่อครู่รุกล้ำโชอิจิที่กำลังจะพูดเมื่อกี๊ให้ต้องกลืนคำพูดตัวเองลงคอไป


"ปากโชจังก็เย็นแฮะ..." เบียคุรันยิ้ม

จริง ๆ ก็อยากจะลองสัมผัสอย่างที่คิดดูบ้าง แต่สิ่งที่เบียคุรันทำกลับเป็นแค่เอานิ้วชี้แตะปากของโชอิจิไว้เป็นเชิงบังคับไม่ให้เถียง แต่ก็ไม่เป็นผล โชอิจิขมวดคิ้ว ทำหน้าซีเรียสก่อนจะโวยวายแต่ก็ถูกเบียคุรันลากไปเที่ยวต่อแบบนอนสต็อป

ท่าทางโมโหที่กลบเกลื่อนความเขินของโชอิจิมันน่ารักแบบนี้นี่เอง....

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



"มะ...ไม่เข้าครับ!!" พอโชอิจิเห็นว่าที่เบียคุรันอยากจะเล่นเป็นรายการต่อคืออะไรก็ต้องถอยกรูด สายตาจับอยู่ที่ป้ายหน้าร้าน และลักษณะกระโจมปิดทึบพร้อมคนชักชวนให้เข้าซุ้มแต่งตัวเป็นผีที่มีแค่หัวกับไส้


"ทำไมอ่า... ก็ฉันอยากเล่นนี่นา... " เบียคุรันทำหน้าแอ็บแบ๊วเขย่าตัวโชอิจิด้วยท่าทางที่อยากเข้าเต็มที่ ยิ่งเห็นโชอิจิสั่นหัวดิกมากเท่าไหร่ก็ดูท่าความอยากของเบียคุรันจะแปรผกผันตามกันไป "ถ้าโชจังกลัวฉันยอมให้กอดฉันเอาไว้เลยเอ้า"

เหมือนจะเป็นข้อเสนอที่ทำเพื่อโชอิจิ แต่ก็ยังไม่ทันจะตอบรับหรือปฏิเสธอีกนั่นแหละ โชอิจิก็ถูกลากเข้ามาในบ้านทึบ ๆ มืด ๆ นี่ซะแล้ว....


"เดี๋ยวครับ! ผมไม่อยาก... "
"ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"


โชอิจิพยายามที่จะดิ้นหนีจากนิ้วเรียวยาวที่กำรอบข้อมืออยู่เพื่อเดินกลับออกไปทางประตูหน้า แต่ไม่ทันที่จะพูดจบ ร่างบางก็ต้องสะดุ้งสุดตัวกับเสียงร้องของคนข้างตัวและอ้อมกอดที่รัดหมับโผเข้ากอดโชอิจิไว้ทั้งตัว ใบหน้าของร่างสูงที่โชอิจิเคยคิดว่าคงไม่มีอะไรที่เบียคุรันจะกลัวซบซุกอยู่ข้างซอกคอแน่น ชวนให้โชอิจิขนลุกเกรียวไปด้วยเมื่อร่างนั้นส่ายหน้าไปมาเหมือนพยายามจะปฏิเสธสิ่งที่เห็น แต่กลายเป็นว่าเป็นการซุกจมูกโด่ง ๆ นั่นกับซอกคอของโชอิจิแทน


"มะ...เมื่อกี๊ผีมันออกมาแล้วอ่ะ โชจังงงงงงงง"


....ชวนเข้ามาแล้วกลัวเองเนี่ยนะ!! โชอิจิอยากจะร้องไห้!! เบียคุรันชี้มือไปทางด้านหลังโชอิจิทั้งที่ใบหน้ายังซุกอยู่ข้างใบหู ริมฝีปากเย็นจากน้ำแข็งใสสีหวานเมื่อครู่ที่สัมผัสกับใบหูยามพูดไม่ได้ทำให้โชอิจิรู้สึกตัว เนื่องจากตอนนี้ในสมองมีแต่ความคิดที่จะพยายามออกจากที่นี่เท่านั้น... แม้จะเป็นนักศึกษาสายวิทยาศาสตร์แต่ถูกกับบ้านผีสิงซะเมื่อไหร่กันเล่า! โชอิจิพยายามจะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าทั้ง ๆ ที่ยังมีคนบังคับให้พาเที่ยวเกาะอยู่ทั้งตัว


"ถะ...ถ้างั้นก็ต้องรีบเดินสินะครับ"

เมื่อโชอิจิค่อย ๆ เดินไปตามทางที่มีผ้าสีดำกั้นอยู่โดยมีลูกศรสะท้อนแสงในความมืดชี้เบียคุรันก็ขยับจากที่กอดโชอิจิจากข้างหน้ามาเป็นเกาะโชอิจิไว้จากข้างหลัง โชอิจิเข้าใจว่าเบียคุรันคงจะกลัวมากเช่นกัน ถึงได้กอดโชอิจิไว้ซะแน่น มืออุ่น ๆ ของเบียคุรันเลื่อนเข้ามาใต้เสื้อโดยบังเอิญ


"ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"

คราวนี้เป็นเสียงของโชอิจิเมื่ออยู่ดี ๆ ผ้าม่านที่ควรจะเป็นสีดำก็มีไฟสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับหน้าของอะไรสักอย่างที่ดูยังไงก็ไม่ใช่คนร้อยเปอร์เซนต์ สีแดง ๆ เหลืองๆ เหวอะหวะไปทั่วหน้า ตาที่ทะลักออก กับริมฝีปากที่ฉีกขาดห้อยติดอยู่เพียงเพราะเนื้อเยื่อนิดเดียวเปิดให้เห็นฟันขาวจั๊วะใกล้หน้าโชอิจิแค่คืบ

โชอิจิหลับหูหลับตาต่อยหน้าผีตัวนั้นไปอย่างแรง ความรู้สึกแหยะ ๆที่มือยิ่งทำให้โชอิจิแหกปากดังกว่าเดิม ขนลุกเกรียวก่อนเป็นฝ่ายจับมือเบียคุรันลากวิ่งหัวซุกหัวซุนหาทางออกจากบ้านผีสิงบ้า ๆนี่ให้เร็วที่สุดโดยไม่ทันสังเกตว่าคนที่โดนจูงมือ หรือกอดโชอิจิแน่นเมื่อกี๊นั้น ไม่ได้มีท่าทางกลัวด้วยเลยสักนิดเดียว



กลับกำลังยิ้มสนุกสนาน พออกพอใจกับท่าทีหวาดกลัวของโชอิจิซะอีก...

....เพราะอย่างนี้สิ... ไม่ว่าจะเป็นตัวของเบียคุรันกี่โลกต่อกี่โลกถึงได้รู้สึกอยากแกล้งโชอิจิกันนัก



หน้าตาที่กำลังกลัวของโชอิจิ
คนที่ถูกแกล้งแบบไม่รู้ตัว

แล้วก็ร่างกายที่ได้สัมผัส....

ไม่ว่าอะไรก็น่าดูไปซะหมด....


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



"ฮะฮะฮะ โชจังตลกชะมัด" เบียคุรันนั่งกุมท้องหัวเราะอยู่ฝั่งตรงกันข้ามในชิงช้าสวรรค์ที่โชอิจิโดนลากให้มาขึ้นอีกครั้งอย่างไม่เต็มใจ หลังจากที่พึ่งออกมาจากบ้านผีสิงด้วยอาการสะบักสะบอมทั้งร่างกายและจิตใจ นับว่างานลอยกระทงงานนี้มีบ้านผีสิงที่ทุ่มทุนสร้างได้ยอดเยี่ยมน่าชื่นชมจริง ๆ


....ถ้าโชอิจิไม่ใช่คนโดนหลอกน่ะนะ


เพราะอย่างนั้นโชอิจิถึงนั่งหน้างออยู่อีกฝากนึงของเครื่องเล่นที่เบียคุรันบอกว่าขึ้นมา "พักหายใจ" แต่ดูท่าทางจะยิ่งทำให้โชอิจิต้องกลั้นหายใจมากกว่า...


...แบ่งทุนจากบ้านผีสิงมาดูแลชิงช้าสวรรค์หน่อยก็ดีมั้ง... นี่ถ้าพิงราวเหล็กจะพังหลุดไปเลยมั้ยเนี่ย?


"ไม่เห็นจะน่าขำตรงไหนเลยครับ!! คุณก็กลัวเหมือนกันไม่ใช่หรือไง....กอดผมซะแน่น..." โชอิจิตั้งใจจะเถียงกลับ แต่ต้องลดเสียงแผ่วลงเมื่อพูดประโยคสุดท้าย เนื่องจากว่าไม่ใช่แค่เบียคุรันที่กอดโชอิจิไว้ แต่โชอิจิเองก็เผลอไปซุกกับเสื้ออุ่น ๆ ของอีกฝ่ายเช่นกันเมื่อสิ่งที่พบเจอในบ้านผีสิงน่ากลัวเกินกว่าจะก้าวเดินได้อีกต่อไป สัมผัสอบอุ่นของผู้ที่โอบมือรอบตัวโชอิจิ กดศีรษะให้ซุกกับอกแล้วลูบหัวราวกับจะปลอบโยน เสียงกระซิบหวาน ๆ บอกไม่ให้กลัวก่อนประคองพาเดินออกมาจากบ้านผีสิงเขาวงกตโดยไม่มีท่าทีของคนที่หวาดกลัวในตอนแรกดันทำให้โชอิจิรู้สึกประทับใจ

"ก็โชจังทั้ง ๆ ที่กลัวยังทำเป็นเดินนำนี่นา..." เบียคุรันตอบกลับด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ และท่าทางล้อเลียนชวนโมโหจนโชอิจิต้องผุดลุกขึ้นยืนกระทันหัน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดพลาดเนื่องจากชิงช้าสวรรค์ขนาดพกพานี้ถึงกับเอียงวูบส่งให้โชอิจิที่กำลังจะโวยหน้าทิ่มลงไปหาเบียคุรันที่อ้าแขนรับไว้ด้วยความตกใจ แต่ก็ไม่ทันจะกันทำให้ศีรษะของโชอิจิเลยไปโขกกับโครงเหล็กทดสอบความแข็งแรงของชิงช้าสวรรค์ด้วยตัวเอง

"โชจังเป็นอะไรหรือเปล่า?" เบียคุรันรีบจับใบหน้าของโชอิจิขึ้นมาดูเมื่อได้ยินเสียงโขกไม่แรงแต่ก็ไม่เบานัก นิ้วเรียวยาวเสยผมหน้าของโชอิจิเปิดหน้าผากขาวใสที่ผิวแถบนึงเริ่มปูด โชอิจิหน้าบู้ น้ำตาแทบเล็ด พยายามจะเอามือไปแตะหน้าผากของตนแต่ก็ถูกเบียคุรันดึงไปกุมไว้เสียก่อน

"อยู่เฉย ๆ สิ... ไปจับไม่ทันดูเดี๋ยวก็ยิ่งช้ำหรอก!" เสียงที่เคยล้อเล่นอยู่ตลอดเวลาพูดเสียงดุจนโชอิจิตกใจ แต่พอมองหน้าชัด ๆ กลับเห็นว่าเบียคุรันกำลังดูบาดแผลของตนด้วยความเป็นห่วง เบียคุรันรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองตนอยู่จึงเหลือบสายตาลงไปสบกับดวงตาสีเขียว


สายตาที่มองลอดแว่นจากมุมล่าง ทำตาแป๋วจนมองเห็นดวงตาสีเขียวสวยดูโตกว่าปกติ ขมวดคิ้วนิดๆ แล้วก็ริมฝีปากเม้มเล็กน้อย แก้มเนียนใสที่เป็นสีแปลก ๆจากแสงไฟหลากสีที่ประดับชิงช้าสวรรค์กระเช้าที่พวกเขานั่งอยู่ พร้อมลมหายใจอุ่น ๆ ใกล้แค่คืบแบบนี้...


อันตรายจริง ๆ ....คิดจะเล่นทดสอบความอดทนหรือยังไงกัน...


อันตรายทั้งกับตัวเบียคุรันและโชอิจิ...

ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เดินเที่ยวในงานด้วยกัน ทั้ง ๆ ที่ชอบทำให้โชอิจิไม่พอใจ แต่ก็อ่อนโยน... มือที่จับโชอิจิไว้ไม่ให้หลงไปไหน จูงไปตามทางเดินที่มีคนน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อโชอิจิจะได้ไม่ถูกเบียด ขนมที่ซื้อมาเพียงแค่โชอิจิมองเฉย ๆ ด้วยแววตาสนใจ คำหวาน ๆ ที่พูดตบท้ายหลังการกลั่นแกล้ง...


....หวั่นไหว...

สายตาของเบียคุรันเหมือนจะลดระยะขยับเข้ามาใกล้ จนโชอิจิต้องหลับตาเนื่องด้วยกลัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่ยิ่งหลับตาแล้วสัมผัสได้แค่ลมหายใจแผ่วเบาที่กระทบใบหน้า กลับยิ่งทำให้โชอิจิรู้สึกใจสั่นยิ่งกว่าเดิม

ลมหายใจของเบียคุรันที่ต้องข้างแก้มอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ ใกล้จนกระทั่งขนตาสัมผัสกับผิวแก้มนิ่ม ๆ ของโชอิจิขยับตามจังหวะการกระพริบตา โชอิจิคิดว่าจะถูกจูบซะแล้ว... แต่เบียคุรันก็ทำเพียงแค่เคลื่อนริมฝีปากไปแตะหน้าผากส่วนที่เริ่มปูดจากการกระแทกนั่นแผ่วเบา เอ่ยบอกว่าเป็นการรักษาแล้วด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม รอยสักใต้ตาเป็นเงาจากแสงไฟ และผมยุ่ง ๆ ที่ปรกใบหน้าดูดี พร้อมความอบอุ่นอ่อนโยนของมือที่เลื่อนมากุมไว้เสียจนเผลอใจ....



"ในฐานะที่โชจังหน้าผากปูด ฉันจะให้โชจังเลือกละกันว่าจะไปไหนต่อดีมั้ย?" ถึงโชอิจิจะเคือง ๆ อยู่บ้างที่โดนล้อแต่ก็ตอบตกลงเพื่อทำสิ่งที่ตั้งใจจะทำวันนี้ให้เสร็จซะที...



ลอยกระทงล้างความซวย....

จะได้ไม่ต้องไปหัวโขกให้ใครมาใจดีใส่จนหวั่นไหวอีกไงเล่า....


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



ความเย็นของอากาศในฤดูหนาวริมแม่น้ำเรียกให้ชายผู้แต่งกายด้วยชุดที่ไม่ใคร่จะต้านทานความเย็นได้ดีนักต้องสั่นสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่งจนเผลอขยับเข้าใกล้คนข้างกาย แต่แล้วก็ต้องถอยออกมาโดยที่ยังไม่ได้แนบพิงไออุ่นเพราะนึกขึ้นได้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควร


อ๊ะ ว่าแต่ ไอ้เรื่องไม่สมควรนี่ มันไม่สมควรยังไงกันน่ะ?


หัวสมองของโชอิจิเริ่มจะมึนๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสิ่งที่เบียคุรันหยิบยื่นให้เขาลองชิมชิ้นใดชิ้นหนึ่งหรือเปล่า เพราะมันมากมายเสียจนจำไม่หมด ถ้าจำไม่ผิด ชิ้นที่น่าจะมีแอลกอฮอลล์ปะปนอยู่ด้วยอาจจะเป็นก้อนข้าวเล็กๆหวานๆในถ้วย สีขาวๆมีน้ำปนอยู่ที่เรียกว่าข้าวอะไรสักอย่าง รู้สึกว่าจะโดนจับป้อนเอาป้อนเอาไปเสียตั้งถ้วยหนึ่งเต็มๆ และหลังจากนั้นก็เริ่มจะเวียนหัวนิดๆขึ้นมา
และหลังจากนั้นก็โดนชวนให้กินน้ำแปลกๆที่มีอยู่ในงานไปหลายต่อหลายแก้ว มีทั้งขมทั้งหวานปนๆกันไปจนชักจะรู้สึกไม่ค่อยดี ในหัวก็เริ่มหมุน มองเห็นแสงไฟตามซุ้มต่างๆคล้ายจะหมุนคว้างเหมือนชิงช้าสวรรค์ที่เพิ่งไปนั่งมากับคนที่ไม่เคยปล่อยให้เขาปฏิเสธ
เพราะอย่างนั้น ตอนนี้...เขาก็เลยยืนอยู่ริมฝั่งน้ำอย่างไม่ค่อยจะรู้สึกตัวว่าตนเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ลมที่พัดมาวูบหนึ่งทำให้รู้สึกหนาวเยือกจนขาสั่นเล็กน้อย ร่างโซเซจนเซไปพิงกับคนใกล้ตัวจนได้

“อ๊ะ! ระวังหน่อยสิโชจัง” เบียคุรันโอบร่างที่พิงกับอกของตนได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ แม้ว่าปากจะบอกให้ระวังแต่ตัวเองก็ยิ้มกว้างและกอดไม่ยอมปล่อยด้วยแขนข้างหนึ่ง มืออีกข้างหนึ่งถือสิ่งที่เรียกว่ากระทงไว้อย่างมั่นคงโดยที่เทียนและธูปไม่เอนเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ประคองร่างของโชอิจิเอาไว้ “เดี๋ยวกระทงก็หล่นหรอกนะ”

ในมือของโชอิจิมีกระทงที่มีขายในงานเทศกาลที่ใครบางคนบังคับยัดเยียดใส่มือบอกให้ไปลอยด้วยกัน แต่เพราะความมึนและถูกกอดอยู่อย่างนี้ ธูปที่ถูกปักอยู่กลางกระทงก็ชักจะเอนไปข้างหนึ่ง ดอกไม้ก็คล้ายจะร่วงออกจากกระทง ทำให้คนกล่าวเตือนนั้นต้องฉวยเอามาถือไว้เองจนอยู่ในสภาพทุลักทุเล ทั้งสองมือถือกระทงใบตอง อีกทั้งยังโอบร่างของคนที่ดูเหมือนจะเมาเสียแล้วที่พิงตนเองอยู่
ใบหน้าขาวขึ้นสีเรื่อเพราะฤทธิ์ของมึนเมาและดวงตาเยิ้มฉ่ำไปด้วยน้ำตาพราวในระยะประชิด...เกือบจะทำให้เบียคุรันทนไม่ไหว ยิ่งร่างเล็กบอบบางนั้นเอนพิงแผ่นอกอยู่อย่างเต็มที่จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นของกันและกัน ก็แทบอยากจะโยนของในมือทิ้งไปให้เร็วที่สุดและคว้าร่างของโชอิจิเข้ามาทำในสิ่งที่อยากทำจนหนำใจ


แต่ยังก่อน...รออีกสักนิดก่อน...
ถ้าเร็วเกินไป...โชจังอาจจะหนีหายไป เหมือนอย่างที่ตัวฉันโลกใบนั้นสูญเสียโชจังไปก็ได้...


“เรา...รีบไปลอยกระทงกันเถอะนะโชจัง” เบียคุรันเอ่ยบอกกับอีกฝ่ายซึ่งพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย หรือที่จริงคือเคลิ้มใกล้จะสัปงกก็ไม่ทราบ “รีบลอยกระทงก่อนที่โชจังจะหลับเถอะ แล้วเดี๋ยวฉันจะไปส่งเองนะ”


ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว...
ถ้าถึงโรงแรมแล้ว...ค่อยว่ากันอีกทีก็แล้วกันนะโชจัง~


ด้วยความช่วยเหลืออย่างมีน้ำใจของเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมดูแลการลอยกระทงที่จุดหนึ่งของท่าน้ำ ทั้งเทียนและธูปของกระทงทั้งสองใบต่างก็ได้รับการจุดเป็นที่เรียบร้อย เหลือก็เพียงหาสถานที่อันเหมาะสมสำหรับส่งกระทงใบน้อยสู่สายน้ำก็เท่านั้น

และด้วยความพยายามอย่างหนักของเบียคุรัน ริมฝั่งน้ำที่เงียบเชียบไร้ผู้คนเพราะอยู่ห่างไกลจากจุดจัดงานเทศกาลมากพอสมควรจึงเป็นสถานที่สำหรับลอยกระทงของทั้งสอง ...แม้ว่าคนหนึ่งจะแทบถือกระทงเองไม่ไหว


“โชจัง อธิษฐานก่อนแล้วค่อยลอยออกไปพร้อมๆกันนะ” ชายหนุ่มผู้มีสติสมบูรณ์ครบถ้วนเอ่ยบอกอีกคนที่ดูว่าจะใกล้หลับเต็มที ดวงตาฉ่ำเยิ้มจนหวานแบบคนเมานั้นปรือจนหยาดน้ำตาคลอกลิ้งแทบจะไหลลงมาอาบแก้มแดงเรื่อ และดูท่าว่าความหนาวเย็นของสภาพอากาศจะทำร้ายโชอิจิมากเสียเหลือเกินจนทำให้ร่างเล็กนั้นคอยแต่จะเอนพิงซบไหล่เขาทั้งๆที่อุตส่าห์ปล่อยออกจากอ้อมกอดแล้วแท้ๆ “โชจัง”

“อืออ...” โชอิจิร้องครางไม่เป็นภาษา คล้ายจะร้องประท้วงว่าต้องการนอนพิงไหล่อุ่นๆนี้ต่อไป แต่อย่างน้อยโชอิจิก็ยังเป็นแค่คนเมา...ที่ใกล้ง่วงเท่านั้น สมองยังคงรับรู้เรื่องที่ได้ยินเป็นอย่างดี ...และสติที่ไม่แจ่มชัดก็ทำให้ร่างเล็กทำตามอย่างว่าง่าย “อ...ธิษฐาน เหรอครับ”

ขนาดเมาแล้วตั้งขนาดนี้...ก็ยังคงความสุภาพเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลง ความสุภาพในคำพูดที่บางครั้งก็ขัดแย้งกับการกระทำที่ไม่เห็นด้วยกับเบียคุรัน เป็นเสน่ห์เล็กๆอีกอย่างหนึ่งที่โชอิจิทุกคนในความทรงจำของโลกทุกใบมีเหมือนกัน

และเบียคุรันก็ต้องนิ่งอึ้ง... เมื่อคำอธิษฐานยาวเหยียดเหมือนอัดอั้นตันใจมานานของโชอิจิถูกร่ายขอในทีเดียวด้วยน้ำเสียงที่ราวกับกำลังท่องสูตรสมการฟิสิกส์ โดยมีการกล่าวเท้าความถึงที่มาก่อนจะขอให้ช่วยแก้ไข ทั้งความซวยที่ดูเหมือนจะถูกใจตัวโชอิจิมากเป็นพิเศษถึงขนาดเกาะติดหนึบได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งโชคชะตาที่เล่นตลกให้วิศวกรไม่เป็นที่นิยมของอาชีพสมัยนี้นักเพราะเน้นหนักไปทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ ทำให้ชายหนุ่มต้องเตะฝุ่นจนถึงทุกวันนี้ ไหนจะประสบการณ์ด้านความรักศูนย์สนิทเพราะไม่กล้าบอกรักสาวสักคนหรือแม้แต่จะมีใครมาจีบจนน่าสมเพชตัวเอง และอื่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน

และในทันทีที่คำอธิษฐานอันยาวเหยียดนั้นสิ้นสุด โชอิจิก็ส่งกระทงใบน้อยลอยไปตามกระแสน้ำทันทีเหมือนกลัวว่าถ้าลอยช้าไป สิ่งที่อธิษฐานไว้จะไม่สัมฤทธิ์ผล จนเบียคุรันแทบจะลอยตามไม่ทัน



และหลังจากนั้นโชอิจิก็ลอยตัวเองตามคำอธิษฐาน ลงน้ำตามไปแทบจะทันที...

ตูม!

ร่างเล็กหน้าทิ่มลงแม่น้ำอย่างที่เรียกว่าเมาหัวทิ่มบ่อ เบียคุรันรีบคว้าตัวฉุดกระชากขึ้นมาอย่างตื่นตกใจแต่ก็ช้าไปอยู่เล็กน้อย โชคยังดีที่ริมฝั่งน้ำเช่นนี้น้ำตื้นพอประมาณ โชอิจิจึงเพียงแค่ตัวเปียกโชกทั้งร่างกายซีกบนเท่านั้น และโชคดีเหลือเกินที่น้ำไม่ตื้นจนเกินไป ไม่อย่างนั้นหน้าของคนเมาคงกระแทกก้นแม่น้ำจนมีแผลให้เจ็บตัวเล่น

และน่าแปลกใจเสียจริงเมื่อร่างเล็กเปียกโชกนั้นเอนพิงไหล่ของเบียคุรัน ก็ยังอยู่ในสภาพเมามายจนน่าสงสัยว่าโชอิจิเป็นคนคออ่อนจัดถึงขนาดไหนกัน เปียกทั้งหน้าขนาดนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสร่าง น้ำเย็นเฉียบดูท่าว่าจะทำให้สีระเรื่อที่แก้มลดลงไปเล็กน้อยเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรแก้มที่ดูน่าหยิกเล่นนั้นก็ยังคงเป็นสีชมพูจางๆ ดวงตาฉ่ำยิ่งดูฉ่ำมากขึ้นไปอีกเมื่อมีหยดน้ำเกาะพราว เรือนผมล้อมกรอบใบหน้าเปียกน้ำลู่ติดกับข้างแก้ม


โชจัง...

เบียคุรันมองสบกับดวงตาสีเขียวเบื้องหลังกรอบแว่นที่เต็มไปด้วยคราบน้ำไม่ถนัดนัก จึงค่อยๆหยิบแว่นตากรอบขาวนั้นออกจากใบหน้าเปียกน้ำโดยที่โชอิจิก็ปล่อยให้อีกฝ่ายถือวิสาสะอย่างว่าง่าย เมื่อภาพตรงหน้าพร่าเลือนลงก็หยีตาเพื่อให้มองเห็นชัดขึ้น ทำให้หยดน้ำที่คลอคลองอยู่แทบจะปริ่มไหลลงจากขอบตา ริมฝีปากเผยอน้อยๆอย่างไม่ได้เจตนา


ไม่ไหวๆ

...น่ารักเกินไปจนฉันทนไม่ไหวแล้วนะโชจัง~



เบียคุรันตัดสินใจโยนความอดทนที่มีอยู่ทิ้งไป และลองที่จะลิ้มรสริมฝีปากของคนตรงหน้า ...ลองทำอย่างที่ได้รับรู้ผ่านความทรงจำที่เชื่อมโยงกันของโลกทุกใบ ตัวเขาทุกคน...ที่ติดใจในตัวของอิริเอะ โชอิจิ ผู้แสนธรรมดา

ทันทีที่สัมผัสกับริมฝีปากของอีกฝ่าย ก็รู้ได้ในทันทีว่าไม่ประสีประสาอะไร เพียงแค่แตะเบาๆก็ยังคงนิ่งเฉยอยู่อย่างเดิมและเบือนหน้าหนีนิดๆด้วยซ้ำเพราะความอึดอัดที่แนบชิด ไม่ได้หวานเร่าร้อนจนชวนให้ร่างกายหลอมละลายอะไร


...เพียงแต่รสละมุนที่ติดปากนั้น กลับดึงดูดให้ควานหาความหอมหวานที่ซุกซ่อนอยู่...มากกว่านี้


ความไม่ประสีประสาและไม่น่าจะมีประสบการณ์...ทำให้ชักจูงได้ง่าย แค่นิดเดียวก็สอนให้ลิ้นไม่ประสีประสานั้นโต้ตอบความร้อนที่เพิ่มองศาขึ้น และน่าจะเป็นเพราะความเมามายที่ขอเพียงแค่เริ่มสักนิด ชักจูงสักหน่อย ...โชอิจิก็จะทำตามอย่างไม่ลังเล

เมื่อละริมฝีปากออก ไอร้อนในร่างกายก็ถูกพ่นออกมาเป็นไอจางๆท่ามกลางอากาศหนาวเย็นของฤดูหนาว สีระเรื่อที่แก้มของโชอิจิยิ่งแดงจัดขึ้นเพราะความร้อน และดวงตาสีเขียวสวยก็เต็มไปด้วยน้ำตาที่ไม่ได้เกิดจากความเสียใจ

“หนะ หนาว...” และคงเป็นเพราะความเมาที่มีอยู่ ทำให้โชอิจิไม่รู้สึกตัวว่าเมื่อครู่นี้เกิดเหตุอะไรขึ้น ...หรืออาจจะรู้ แต่สติก็ไม่ได้สั่งการอะไรในเรื่องนี้ สิ่งเดียวที่รบกวนร่างกายไม่ให้รู้สึกเป็นสุขได้ในตอนนี้คือความหนาวเย็นที่เข้าจู่โจมอย่างไร้ปรานีเพราะเสื้อที่เปียกโชกจนร่างบางสั่นสะท้าน

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์วาดขึ้นบนใบหน้าขาวของชายอีกคนหนึ่งในที่แห่งนั้น และมือไวก็จัดการช่วยคลายความหนาวเย็นนั้น


“ถ้าอย่างนั้นก็ถอดเสื้อออกก่อนเถอะนะโชจัง เปียกๆแบบนี้คงหนาวแย่~”

และจากเสื้อ...ก็ลุกลามไปถึงกางเกง...
แต่น่าเสียดายจริงๆที่กางเกงยีนส์ของโชจังถอดยากชะมัด~

ร่างกายเปลือยท่อนบนท้าลมหนาวย่อมต้องสะท้านเฮือกเสียจนต้องหาความอบอุ่น ...ซึ่งก็คือแผ่นอกของใครบางคนที่แนบชิดอยู่แล้ว ร่างเล็กเบียดเข้าใกล้อีกเพื่อซุกตัวให้ได้มากที่สุดหนีจากความหนาวเย็น ตรงตามความต้องการของใครบางคนคนนั้นอย่างเต็มที่


“โชจัง...” ชายหนุ่มกระซิบเอ่ยเรียกชื่อที่ข้างหู เรียกให้โชอิจิเงยหน้าขึ้นมาสบตาปรือๆนั้นกับดวงตาสีเข้มราวกับจะดึงดูดทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไป จากที่ไม่ค่อยจะรู้สึกตัว ก็กลายเป็นว่าคล้ายจะถูกสะกดจิตเข้าให้เสียนี่กระไร

“ครับ?” แม้จะไร้สติสักเพียงใด แต่ความสุภาพที่คงจะถูกปลูกฝังมาลึกอย่างถึงที่สุดก็ทำให้คำพูดยังคงแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของโชอิจิอยู่ดี

“ให้ฉัน...ช่วยทำให้อุ่นขึ้น...ก็แล้วกันนะ~”

หลังจากที่เอ่ยปากบอกออกไปเช่นนั้น เบียคุรันก็ลงมือทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้โชอิจิโต้แย้ง เพียงแค่ริมฝีปากกดแนบลงไปกับต้นคอ ลากไล่ระเรื่อยลงมาตามแผ่นอกบางช้าๆ เน้นย้ำจนเกิดรอยสีโดดเด่นมากมายกลางแผ่นอกขาว ความร้อนจากอีกฝ่ายและร่างกายของตนเองก็ปะทุขึ้นเสียจนอยากจะโหมกระหน่ำรุนแรงให้ไฟอารมณ์เผาผลาญทุกสิ่ง

จากจูบที่แผ่นอก ก็พลันลากลงสู่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว ความร้อนที่กระตุ้นเร้าได้ง่ายจากฤทธิ์แอลกอฮอลล์ และยิ่งเป็นคนที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่เคยมีประสบการณ์ในด้านนี้ก็ยิ่งถูกกระตุ้นได้ง่ายจากปลายลิ้นที่ช่ำชอง

และจุดหมายต่อไปที่เบียคุรันต้องการจะกระตุ้น...คือส่วนเบื้องล่างที่ยังมีอาภรณ์ขวางกั้น

เพียงแค่แตะกระตุ้นเบาๆ จุดรวมความรู้สึกของทั้งร่างกายก็ตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยมจนโชอิจิหลุดเสียงครางเบาๆอย่างเผลอตัว เพียงแค่นั้นก็ยิ่งทำให้ฝ่ายกระทำนึกอยากจะเร่งเร้าเสียงครางนั้นให้ดังขึ้นอีกและทวีความหวานมากกว่านี้


“อ๊ะ อะ... คุณ เบียคุ..รัน” สติที่ไม่หลุดลอยโดยสมบูรณ์ยังทำให้โชอิจิจดจำได้ว่าตนอยู่กับใคร ความรู้สึกที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนทำให้ร่างกายสะท้านไปทั้งร่าง แต่เพราะไม่เคยพบ ไม่เคยได้รู้สึกมาก่อน ความหวาดกลัวจึงเกาะกุมสติที่เหลืออยู่จนต้องเอ่ยเรียกเบียคุรันเพื่อไม่ให้ตัวเองเตลิดไปมากกว่านี้


เพียงแต่คนที่เขาเรียกกลับไม่ตอบอะไร นอกจากเร่งสัมผัสที่กึ่งกลางร่างกายนั้นให้รุนแรงขึ้นจนคนถามทำได้เพียงร้องครางดังขึ้นเท่านั้น ความรู้สึกที่หาคำตอบไม่ได้ท่วมท้นจนร่างกายร้อนไปทั้งร่าง เอนหลังลงกับพื้นดินเบื้องหลังอย่างไม่รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจรู้ได้
และไม่รู้สึกเลยว่ากางเกงยีนส์ที่สวมอยู่...ถูกรูดลงไปด้านล่างตั้งแต่เมื่อไหร่

ปลายลิ้นอุ่นชื้นกลืนกินกึ่งกลางร่างกายสร้างความรู้สึกที่เสียวซ่านขึ้นมาในช่องท้องจนร่างกายบิดเกร็ง มือเผลอจับขยุ้มต้นหญ้าที่พื้นไว้แน่นเพื่อระบายอารมณ์จนเผลอถอนดึงติดมือขึ้นมาหลายต้น ยิ่งปลายลิ้นนั้นผละจากจุดศูนย์รวมความรู้สึก ไปแตะที่ช่องทางคับแคบแทนก็ยิ่งเผลอจิกดินเข้าไปเต็มกำมือ


ร่างบางอ้าปากหอบหายใจด้วยความรู้สึกแปลกปลอมที่กำลังก่อตัวขึ้น เมื่อปลายลิ้นไม่ได้หยุดอยู่ที่ปากทาง...แต่ลิ้มลองรสชาติของภายในช่องทางสีสวยนั้น ความอุ่นชื้นที่จุดไวต่อสัมผัสทำให้ร่างบางสั่นสะท้าน กระตุ้นจนบางสิ่งซึ่งตื่นตัวใกล้จะได้รับการเติมเต็ม ...แต่หากจะไปเพียงคนเดียว ฝ่ายผู้กระทำก็ไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นได้


“อ๊ะ! เจ็บ...” ปลายนิ้วแปลกปลอมล่วงล้ำเข้ามาในร่าง สร้างความเจ็บปวดจนร่างกายสั่นสะท้าน หยาดน้ำตาร่วงพรูเต็มหน้า เพียงแต่ไม่นานนักที่ปลายนิ้วนั้นขยับ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็เข้ามาแทนที่จนเสียงครางแว่วหวานดังให้ได้ยิน ปลายนิ้วอื่นก็แทรกตัวเข้ามาในช่องทางคับแคบที่เริ่มอ่อนนุ่ม ความคับแคบนั้นทำให้การสอดแทรกเป็นไปอย่างลำบาก...และเจ็บมากขึ้นเสียจนโชอิจิต้องกรีดร้อง

“มะ...ไม่เอาแล้วครับ อ๊า! จะ...เจ็บ” ความเจ็บที่มีมากจนยากจะทนและอึดอัดทำให้แม้แต่คนเมาก็ทนไม่ไหว ต้องร้องขอด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน แต่มีหรือที่ห้ามสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้... เพราะไม่ว่าจะในโลกใบไหนก็ตาม เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว...เบียคุรันไม่เคยยอมหยุด
ยิ่งเสียงร้องห้ามคละเคล้ากับเสียงครวญครางนั้นดังมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งกระตุ้นสัมผัสให้เร่งร้อนรุนแรง ปลายนิ้วหมุนวนอยู่ภายใน กดนวดเฟ้นให้คลายความรัดรึงที่น่ารัญจวนลงบ้าง ...ไม่อย่างนั้นโชจังเองนั่นล่ะที่จะเจ็บที่สุด เพียงไม่นาน เสียงของโชอิจิก็กลายเป็นเสียงร้องหวานหูชวนฟังไม่รู้เบื่อเสียจนเผลอกดนิ้วลึกรุนแรงขึ้น ทำให้เสียงครางยิ่งดังขึ้นอีก


มาถึงตอนนี้แล้ว...เบียคุรันก็เริ่มจะเข้าใจขึ้นมา ว่าทำไม‘ตัวเขา’ทุกคน ถึงได้หลงใหลในของอิริเอะ โชอิจินัก ภายใต้ใบหน้าที่คนทั่วไปคงจะมองผ่านอย่างไม่ติดใจอะไรหลังกรอบแว่นสีขาวนั้น ใครจะรู้เล่าว่าความน่ารักที่ยากจะต้านไหวได้ซุกซ่อนอยู่ ทั้งดวงตาที่เบิกโพลงขึ้นน้อยๆเวลาตื่นตกใจ พวงแก้มที่น่าจิ้มหยอกเล่นให้โวยวายด้วยเสียงน่ารักๆใส่ ปลายจมูกเชิดน้อยๆที่ชวนให้รู้สึกอยากลองงับเล่นดูสักครั้งว่าจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบน่ารักแบบไหน



...ถ้าจะให้สรุปง่ายๆ อิริเอะ โชอิจิ คือบุคคลที่น่าแกล้งอย่างถึงที่สุดนั่นเอง

และยิ่งการกลั่นแกล้งในขณะนี้... ก็ยิ่งชวนให้รู้สึกรื่นรมย์เสียจนฉีกยิ้มกว้างไม่รู้ตัว เสียงร้องหวานหูเจือกระแสแห่งความทรมานอย่างฟังออกได้ชัดเจน คล้ายจะวอนขอ...ให้ช่วยปลดเปลื้องจากความทรมานที่ไม่รู้จักนี้เสียที

น่ารักเกินไปแล้วนะโชจัง~ ยิ่งเป็นแบบนี้...ฉันก็ยิ่งอยากจะฟังเสียงหวานๆของโชจังอีกนะ~



ปลายนิ้วขยับควานไปโดยรอบราวกับค้นหาบางสิ่ง ซึ่งเรียกเสียงครางไม่หยุดจากโชอิจิได้เป็นอย่างดี และเมื่อเบียคุรันค้นพบจุดที่ต้องการ กายบางก็สะท้านเฮือก สูดลมหายใจอย่างแรงและขาดห้วง หยดน้ำตาไหลลงเปื้อนแก้มจากร่างกายที่กระตุกในฉับพลัน เสียงครางหวานสั่นพร่าอย่างจวนเจียนจะถึงขีดสุดของอารมณ์ สัมผัสนิ้วอุ่นที่กดย้ำซ้ำๆรอบช่องทางคับแคบกระตุ้นอารมณ์จากบริเวณที่มีเส้นประสาทมากมายจนกล้ามเนื้อหดเกร็งเป็นระยะ สร้างแรงบีบรัดต่อนิ้วที่สอดแทรกเข้ามาเสียจนทนไม่ไหว

ในวินาทีที่ความว่างเปล่าวูบหนึ่งปรากฏขึ้นจากการถอนมือออกอย่างฉับพลัน การเสียดสีของนิ้วทำให้โชอิจิกรีดเสียง และยิ่งร้องครางดังมากขึ้นไปอีกเมื่อบางสิ่งซึ่งใหญ่กว่านิ้ว...สอดแทรกเข้ามาแทนที่


“อ๊า!!!!!” โชอิจิกรีดเสียงบ่งบอกถึงความเจ็บปวดที่มากมายเสียจนแทบฉีกกระชากร่างกายแยกออกจากกัน สติที่พร่าเลือนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์กลับมาตื่นตัวพร้อมกับความเจ็บจนน้ำตาไหล จริงอยู่ที่ว่าคนเมาจะไร้สติในการควบคุมตนเอง และจะปล่อยให้ทุกสิ่งเป็นไปตามความพึงพอใจของร่างกาย แต่ถ้าหากว่ามีสิ่งใดมากระตุ้นอย่างรุนแรงก็ย่อมที่จะเรียกสติให้กลับมาครบถ้วนได้อย่างที่โชอิจิเป็นอยู่ในขณะนี้

แม้ว่าจะเมามายอยู่ก่อนหน้านี้ แต่ความทรงจำของร่างบางก็ครบถ้วนทุกประการ คงเป็นเพราะว่าไม่ได้เมาหลับอย่างคนทั่วๆไป จึงสามารถจดจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง...อันที่จริงต่อให้จำไม่ได้ แค่เพียงตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพนี้ก็คงอธิบายได้ทุกอย่างอยู่แล้ว

แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างแรกหรืออย่างหลัง ก็ทำให้โชอิจิหน้าแดงซ่านด้วยความอับอายปะปนกับแรงอารมณ์ ความเจ็บ ริมฝีปากอ้าออกเพื่อจะร้องประท้วง แต่ก็ไม่อาจทำได้อย่างที่ใจคิด เสียงที่ออกมามีเพียงเสียงร้องครางจากจังหวะกระแทกกระทั้นร่างกายช่วงล่าง ร่างกายที่คิดจะขืนตัวออกห่างก็ช่างไร้เรี่ยวแรงจนได้แต่ค้างอยู่ในท่วงท่าเดิม


ผิด...นี่มันผิด นี่มันบ้าชัดๆ!

ความคิดสับสนตีกันยุ่งเหยิงในหัวสมองคนเพิ่งสร่าง ขนาดแฟนสาวสักคนก็ยังไม่เคยจะมี จะหอมแก้มใครสักคนก็ไม่เคย ดังนั้นเรื่องที่เกินไปมากกว่านั้นหลายขั้น...จนถึงขั้นเลยเถิดขนาดนี้ จึงเป็นสิ่งที่โชอิจิไม่เคยคาดคิดว่าจะได้พบเจอกับตัวเองในเร็ววัน ยิ่งอีกฝ่ายเป็นผู้ชายเหมือนกันก็ยิ่งไม่เคยนึกถึงเลยสักครั้ง


...และไม่เคยคิดเลยว่ามันจะรู้สึก...ดี ได้ถึงขนาดนี้

ดวงหน้าแดงเรื่อยิ่งขึ้นสีจัดมากขึ้นเมื่อรับรู้ความคิดของตัวเอง แต่ก็รีบเรียกสติของตนเองกลับมาเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าช่วงล่างจะถูกกระแทกกระทั้นอยู่จนสติแทบจะหลุดลอยหายไปก็ตาม


ไม่ได้! เรื่องแบบนี้มันต้องเป็นขั้นเป็นตอนกันสิ! มันต้องเริ่มจากทำความรู้จัก คบกันเป็นเพื่อน ใกล้ชิดกันมากขึ้นจนก่อตัวเป็นความรัก ขอคบเป็นแฟน จับมือเดินด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ทำความรู้จักกับพ่อแม่ของอีกฝ่าย หมั้น แต่งงาน...แล้วค่อยทำเรื่องเลยเถิดพรรค์นั้น!


แต่เรื่องของวันนี้ที่วูบขึ้นมา ก็ทำให้ดวงตาสีเขียวเบิกค้าง แค่วันเดียวที่เจอกันก็ทำมาซะเกือบครบทุกอย่างแล้วนี่! แถมลองคิดดูดีๆแล้ว เขาก็โดนจับนู่นแตะนี่มาเยอะแยะ ดูเหมือนคู่รักกระหนุงกระหนิงให้คนอื่นเข้าใจผิดไปแล้วเสียด้วย


ตะ...แต่ยังไงๆก็ข้ามขั้นเกินไปอยู่ดี!


“อ๊ะ..” ระหว่างที่คิดสะระตะ ร่างกายก็ถูกดึงรั้งให้กลับขึ้นมาในท่านั่ง บางสิ่งบางอย่างที่คาอยู่ในร่างกายยิ่งแทรกลึกขึ้นเสียจนความร้อนพุ่งวาบตามร่างกาย แทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากลมหนาวของฤดูกาล ...แต่ก็ใช่ว่าจะไม่หนาว...


และอีกฝ่ายก็คงสังเกตเห็นเช่นกัน จึงได้ดึงร่างบางขึ้นมาโอบกอดคลายความหนาว...และพรมจูบตามผิวกายให้ร้อนวูบวาบตามสัมผัสนั้น หรือจะเป็นเพื่อทำให้บางสิ่งซึ่งร้อนระอุคุกรุ่นอยู่เบื้องล่างนั้นได้สอดลึกมากเข้าไปอีก โชอิจิก็ไม่อาจรู้ได้

จังหวะกระแทกร่างของอีกฝ่ายรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกทีตามความร้อนที่ทวีสูงขึ้นภายในร่างกาย ช่องทางคับแคบที่ไม่เคยต้องรับรองบางสิ่งที่ใหญ่โตเช่นนี้เริ่มฉีกขาด เลือดไหลออกมาต่างสารหล่อลื่นที่ช่วยให้ความเจ็บปวดลดน้อยลง แต่ถึงอย่างนั้นเสียงครางของโชอิจิก็ยังคงดังไม่หยุดด้วยอารมณ์ปะปนกัน ความเจ็บทำให้ร่างบางผวากอดร่างของผู้สอดแทรก จิกเล็บเปื้อนดินลงกับแผ่นหลังกว้างนั้นอย่างสุดระงับ น้ำตาไหลราวกับน้ำประปารั่ว


แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลย...ว่าเสียงของเขาที่กรีดร้องก้อง...ช่างหวานหูเสียจนน่าอายว่าผู้ชายแท้ๆอย่างเขาทำเสียงแบบนั้นได้ยังไง
เพียงแต่ความคิดพะวงอยู่กับเรื่องนี้ได้ไม่นาน ก็ถูกรสจูบร้อนแรงดูดกลืนความคิดทั้งหมดหายไปจากเรียวลิ้นที่กวาดลิ้มรสความหวานในโพรงปาก ลมหายใจถูกดูดกลืนไปเสียหมดจนประคองตัวไม่ไหว ชักจูงให้โต้ตอบโดยที่ไม่อาจขัดขืนได้

ทั้งช่วงล่างที่ทวีความร้อนแรง ทั้งโพรงปากที่ถูกช่วงชิงอิสรภาพ ช่วงชิงสติของโชอิจิจนขาวโพลน และกระชากสตินั้นให้ขาดห้วง...เมื่อมาถึงจังหวะกระแทกรุนแรงครั้งสุดท้าย

“อ๊า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” อารมณ์ทั้งมวลถูกปลดปล่อย ร่างบางกระตุกเฮือกและรับรู้ได้ถึงร่างกายของเบียคุรันที่อยู่ภายในร่างกายของตนเองก็ปลดปล่อยอารมณ์เช่นเดียวกันจนรู้สึกได้ถึงความร้อนเหนียวเหนอะหนะเต็มช่วงล่างของตน แม้อยากจะถอยหนี แต่ก็ไม่อาจทนทานกับความเจ็บปวดรุนแรงที่สะโพกได้




ทำไม...
ทำไมเขาถึงต้องมาเจอกับเรื่องอะไรแบบนี้...
ชีวิตที่ผ่านมาก็ไม่เคยทำร้ายใคร...แล้วทำไมกันล่ะ ทำไมโชคชะตาถึงได้โหดร้ายกับเขานัก


โชอิจิเป็นผู้ชาย...เบียคุรันก็เป็นผู้ชาย
ผู้ชายคนไหนถูกผู้ชายด้วยกันทำแบบนี้...จะให้ดีใจจนหลั่งน้ำตา พรมจูบบนแก้มของคนที่ทำเรื่องแบบนี้กับตัวเองรึไงกัน?
จริงอยู่ว่าเขาเป็นคนผิดที่เมา แต่คนที่ฉวยโอกาสกับคนเมา...ใครกันที่สมควรถูกต่อว่า


...ใครกัน...ที่สมควรจะต้องเจ็บ...
แล้วทำไม...ทำไมกันนะ...

ทำไมเขาถึงต้องรู้สึกเจ็บที่หัวใจถึงขนาดนี้ ...เพียงแค่คิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้มันช่างง่ายเหลือเกิน...

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




ไม่เสียใจหรอกกับสิ่งที่ทำลงไป....

แต่ว่า....


โชจังน่ะสิ.....


ร่างที่เบียคุรันกอดอยู่เมื่อครู่ตอนนี้นอนหันหลังให้โดยไม่มีท่าทีว่าจะตอบสนองต่อคำถามใด ๆ ที่เบียคุรันถามไป โชอิจิไม่ได้ร้องไห้ ตีโพยตีพายหรือต่อว่าอะไรเขาเมื่อรู้สึกตัวสร่างจากอาการเมาและอารมณ์ ร่างบางทำแค่หันหลังให้... นอนนิ่ง ๆ โดยมีเพียงเสื้อนอกของเบียคุรันคลุมตัวอยู่เท่านั้น

จริง ๆ แล้วก็ยังไม่ได้คิดจะปล่อยมือเลย... ถ้าไม่ใช่เพราะว่ากวางน้อยน่าแกล้งแผลงฤทธิ์ถีบเข้าให้เพียงแค่สัมผัสเบา ๆ ข้างแก้มอีกครั้งหลังจากพักถอนกายออกมาแค่นิดเดียว...


ก็คงจะเร็วไปจริง ๆ ...เบียคุรันเผลอตัวเอาความทรงจำจากโลกอื่น ๆ มาปนจนคิดไปว่ารู้จักโชอิจิมานาน รู้จักมาทั้งหมด และทำสิ่งที่ต้องการลงไปโดยไม่ทันได้ยับยั้ง ไม่ทันคิดว่าอีกฝ่ายคงจะมองเขาเป็นแค่คนที่พึ่งรู้จักกันไม่ถึงครึ่งวันด้วยซ้ำไป....


ที่จริงจะไม่แคร์กับท่าทางต่อต้านนั่นก็ได้ จริง ๆ ก็อยากจะแกล้งอีกสักหน่อย


... แต่ไม่ใช่กับโชอิจิ ไม่ใช่ตอนนี้...
ไม่ใช่กับคนที่เบียคุรันพบแล้ว ว่าจะเป็นคนที่มาเติมช่องว่างในชีวิต...
ไม่ใช่กับคนที่เบียคุรันเริ่มรู้สึกว่า “สำคัญ”


ถึงเรื่องโชคชะตาจะเป็นเรื่องน้ำเน่าไปหน่อย แต่ว่าโชอิจิที่เบียคุรันได้สัมผัสยิ่งยืนยันความรู้สึกของตัวเขาจากทุกโลกที่ส่งผ่านมา


น่าแกล้ง....น่ารัก....

ก็เลยอาจจะตกหลุมรัก....



แค่ได้คอยแกล้งไม่กี่ชั่วโมงยังสนุกขนาดนี้ แล้วถ้าได้อยู่ข้าง ๆ คอยแกล้งตลอดไปล่ะ...
อาจจะยังรู้จักไม่หมด... แต่นั่นยิ่งทำให้ต้องรู้ให้ได้


“โชจัง ไปอยู่กับฉันนะ....”

ไม่คิดจะพูดอะไรให้มากมาย ไม่ว่าจะแก้ตัว หรือว่าขอโทษอะไรก็ตาม เพราะก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้น ถ้าจะเอาความจริงแล้วตอนนี้ที่รู้สึกคือ...อยากจะกอดโชอิจิอีกสักครั้ง


แต่ก็ดูท่าว่าคำพูดของเบียคุรันจะได้ผล โชอิจิลุกขึ้นนั่ง ยังมีท่าทางเจ็บปวดอยู่ โชอิจิหันมาทางเบียคุรัน กระชับเสื้อเข้าปกปิดตัวให้มากที่สุด แต่สายตาที่ไม่ปกปิดมองตรงมาบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร

...ซึ่งสายตานั้นไม่ได้แปลว่าโชอิจิรู้สึกดี....



“คุณพูดง่ายจังเลยนะครับ....”

วูบนึงที่สายตาสีเขียวใสบ่งบอกว่าเจ้าของกำลังสับสน…ก่อนที่จะกลายเป็นแววตากร้าว ดวงตาสีเขียวแทบจะมีเปลวไฟลุกขึ้นข้างในนั้น

“สำหรับคุณเรื่องวันนี้มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?!”



โชอิจิหันสายตาหนี ก้มหน้าลงมองพื้น มือที่โอบรอบเข่ากำหมัดแน่นด้วยท่าทางที่บอกว่าข่มอารมณ์อย่างหนัก น้ำเสียงมีแววโกรธเคืองกล่าวเน้นถ้อยคำแต่ละคำอย่างชัดเจน


“อยู่ ๆ ก็ให้ผมไปเดินเที่ยวด้วยกัน อยู่ ๆ ก็มาแตะตัว อยู่ ๆ ก็มาทำใจดี...
...อยู่ ๆ....ก็ทำแบบนี้กับผม
แล้วบอกง่าย ๆ ให้ผมไปอยู่ด้วย...”

แต่ละคำที่กล่าวออกไปชัดเจน ตอกย้ำให้อีกฝ่ายเข้าใจ...และตอกย้ำกับตัวเอง ...ง่ายเกินไปแล้วนะ คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ...คิดว่าเขาเป็นใครกัน


“เรื่องนี้มัน... ไร้เหตุผลที่สุด” น้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นอย่างเต็มที่เต็มไปด้วยความสับสน โชอิจิกัดริมฝีปากของตัวเองอย่างข่มความรู้สึกไม่ให้ตะคอกใส่หน้าอีกฝ่าย ก่อนจะก้มหน้าลงไปอีกจนแทบจะซุกอยู่กับหัวเข่าของตัวเอง

“คุณล้อเล่นกับผมหรือครับ?”


นั่นสิ.... ล้อเล่นหรือเปล่านะ?
อะไรเล่นตลกให้เบียคุรันเจอโชอิจิในวันที่กำลังหาอยู่
อะไรที่ทำให้ทำทุกอย่างลงไป....

“ฉันรักโชจัง”



คำตอบเรียบ ๆ คำธรรมดาที่ออกจากปากโดยไม่ต้องคิด แต่ก็เป็นคำตอบสำหรับทุกอย่างจริง ๆ โชอิจิเงยหน้าขึ้นมามองเบียคุรันอย่างตกใจ ด้วยคิดไม่ถึงว่าเบียคุรันจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาในสถานการณ์ตอนนี้ แล้วถ้าหากโชอิจิลุกไหว... คำพูดที่ดูเหมือนตอบออกมาส่ง ๆ แบบนี้คงถูกโชอิจิโดดชกแน่ ๆ


"แค่เจอกันครั้งแรก.... คุณก็บอกรักแล้วเนี่ยนะครับ? "

"ก็รักแรกพบนี่... แล้วถึงจะเจอครั้งที่สองหรือสามฉันก็จะบอกว่ารักโชจังเหมือนกันนั่นแหละ...”


ไม่ได้ล้อเล่นหรอกนะ.... เบียคุรันรู้ว่าโชอิจิสัมผัสถึงความจริงจังจากน้ำเสียงและสายตาได้แน่ ๆ

“ที่จริงฉัน...ก็ไม่ได้เห็นโชจังครั้งนี้ครั้งแรกด้วย..... "


ประโยคต่อมาของเบียคุรันแผ่วเสียจนโชอิจิแทบจะไม่ได้ยิน ร่างเปลือยใต้เสื้อนอกของเบียคุรันยังคงจ้องมองมาจากพื้นนิ่งอยู่อย่างนั้น โชอิจิทำท่าจะพูดอะไรหลายครั้ง แต่แล้วก็เงียบไป


“คิดว่าผมต้องการ ฮึก คำนั้นเหรอครับ?” คำพูดหลุดออกมาพร้อมน้ำตาของโชอิจิที่เริ่มไหลทำให้เบียคุรันตกใจ พอถลาเข้าไปประคองตัวโชอิจิไว้พร้อมกับลูบหัวลูบหางปลอบใจถามว่าเป็นอะไร โชอิจิก็กำเสื้อเบียคุรันดึงให้เข้ามาใกล้ก่อนจะทุบอั่กเข้าให้ที่หน้าอกไม่หยุด “คิดว่าผมต้องการคำนั้นเหรอ!!”


“คิดว่าผมจะไปกับคุณแค่เพราะคำนั้นเหรอ?” แรงมือทุบใส่หน้าอกนั้นไม่มากมายอะไร แต่ยิ่งพูด...ก็ยิ่งทุบแรงขึ้น

“เรื่องไร้เหตุผลที่คุณทำออกมาง่าย ๆ
อยู่ดี ๆก็มาปลอบใจ....ถ้าอย่างนั้นคุณจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร!


คุณเป็นใครก็ไม่รู้! คุณทำร้ายผมนะ! แล้วทำไมถึงต้องมาใจดีด้วยล่ะ!!
ผมน่ะต้องเกลียดคุณไม่ใช่เหรอ แล้วคุณมาทำแบบนี้!!” มือที่กำลังทุบแรงขึ้นทุกทีหยุดค้างอยู่ที่แผ่นอกตรงหน้า ใบหน้าซบลงปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด มือจิกขยุ้มเสื้อของคนตรงหน้าไว้แน่น



“ทำให้คนอื่นรู้สึกดีกับคุณ.....

....มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ?!”






....ยิ่งกว่าคำสารภาพรัก....


ตอนนี้เบียคุรันไม่คิดจะใจเย็น ไม่คิดจะฟังเหตุผลหรือสถานการณ์ใด ๆ อีกต่อไปแล้ว ร่างสูงรวบโชอิจิที่นั่งแปะอยู่กับพื้นขึ้นมาเกือบจะเป็นพาดบ่า โดยไม่สนใจเสียงอุทานจากความเจ็บปวดของโชอิจิจากการขยับตัวกะทันหันใด ๆ ...ไม่สนใจแล้ว.... ต่อให้บอกว่าจะไม่ไป จะไม่อยู่ จะเกลียดหรืออะไรก็ตาม...


ในเมื่อโชจังเองดันทำหน้าแบบนั้นตอนพูดแบบนั้น.... จะให้เหลือเหตุผลอะไรอีก....


ดวงตาสีเขียวที่ทั้งเจ็บปวด เว้าวอน สับสน
คำ ๆ นั้น.... หมายความว่าชอบใช่มั้ย?



ถึงยังไงก็จะเอาแต่ใจ ถึงจะไม่ยอมก็จะบังคับ
ตอนนี้ถึงโชอิจิยังไม่รู้ ถึงจะเจอกันเป็นวันนี้วันแรก



แต่พออยู่ต่อไป ทุกอย่างมันก็จะเพิ่มมากขึ้นไปเอง
แค่หาให้เจอ....



แล้วก็จะไม่ปล่อยไป



[::END::]

_________________
Image
Roses are Red
Violet are blue
Sugar are sweet


....and so are you...
https://twitter.com/rebornnews_FC


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Short Fiction]ควันหลงกระทงรัก 10051 (Nichi & Chiaki)
PostPosted: 08 Nov 2009, 23:59 
User avatar
Joined: 07 Dec 2007, 20:32
Posts: 343
Location: อยู่ถ้ำเป็นมนุษย์ถ้ำ...มอง
::เผาหลังอ่าน::


N&C : ในที่สุด....กระทงของเราก็เสร็จแล้ววววววววววววววววววววว

N : ที่เราต้องโพสต์ฟิคลอยกระทงกันตอนนี้ เพื่อให้เข้ากับคอนเซปต์ชื่อเรื่อง "ควันหลง" ล่ะ... ไม่ได้ดองจริง ๆ นะ.../หลบตา

C : ไม่ได้ดองจริงๆนะ... แค่เลยวันลอยกระทงมาเกือบๆอาทิตย์นิดๆเอง ไม่ได้ด๊อง ไม่ได้ดอง

N : แถมยังเสียเวลาไปกับการว่ายน้ำเข้าฝั่งเวลาคุยกันอีกด้วย แบ่บว่า.... ถนัดออกทะเลทั้งสองคน 555 แถมยิ่งดึกยิ่ง.....

C : ก็แหม... ลอยกระทงออกทะเลไงคะ /แถสีข้างถลอกเลือดซิบๆ

N : นอกจากนั้นแล้วชื่อคนแต่งก็แสนอาถรรพ์....

C : เหมือนเป็นพรหมลิขิตอะไรสักอย่าง ...ที่ทำให้เกิดคู่ N-C Nichi & Chiaki.... เห็นไหมคะว่าชื่อช่างเป็นอะไรที่บ่งบอก

N : เพราะงั้นเราก็เลยไม่มีทางเลือก... จะเขียน PG ก็พอดีชื่อไม่ให้.... แหม....ไม่ได้ตั้งใจจะหื่นเลยนะเนี่ย /หัวเราะ

C : เดี๋ยวท่านเทพเจ้าวายจะพิโรธเอา(แต่เราไม่กลัวพระแม่คงคาพิโรธกันเลยรึ???) เราจึงไม่อาจขัดโชคชะตาค่ะ วายไปวายมา ออกดั่งชื่อ....

N : ขอบคุณเบียโชที่พาให้เรามาเจอกัน

C : แต่ระหว่างที่ช่วยกันแต่ง รู้สึกว่าจะมีอุปสรรคมากมาย ...เพราะคนแต่งโฮกกันเองล่ะค่ะ!

N : /แซว ที่ช้าก็อาจจะเป็นเพราะเสียเวลาโฮกด้วยล่ะมั้ง*หัวเราะ* อ๊ะ...แต่ว่าใครที่อ่านฟิคของเราสองคนอยู่ก็คงจะรู้ใช่มั้ยคะว่าพวกเราใส่ซื่อ(?) ขนาดไหน... เอ.... ใครแต่งเอนซีกันน้าาาาาาา

C : เอ๊ะ อะไรเหรอคะ *ใสซื่อมากถึงมากที่สุด* แหม ฉากลวนลามน้องโชเนียนๆเนี่ย ไม่รู้ว่าจะเนียนไปถึงไหนนะคะเนี่ย ยามะยังอาย

N : เอาเป็นว่า... ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ /พยายามเปลี่ยนเรื่อง

C : เห็นมั้ยคะ...เนียนจริงๆ /เผาซึ่งหน้า

N : ถ้าทุกคนโฮกกับฟิคนี้ เหมือนกับที่เราโฮกกันเอง(?)....

C : ก็จะถือว่าฟิคโฮกร่วม(?)นี้ของสองเรา ประสบความสำเร็จอย่างงดงามค่ะ ไม่แน่นะคะว่าอาจจะมีโปรเจ็คหน้า...ถ้าฟ้าอำนวย (ฟ้าสีขาวๆนามว่าเบียคุรัน~)

N : (ฟ้าเบียคุรันที่คนแต่งทั้งสองพยายามจะแกล้งแต่ดันได้ผลประโยชน์ตลอดเวลา)

C : (ถ้าอย่างนั้นฟ้าคงอำนวยตลอดกาล....และน้องโชสุดโฮกของคนแต่งก็คง.....อีกแล้วววว)

N : ถ้าเผาต่อกว่านี้... ดึกกว่านี้.... คงจะยิ่งติดเรทไปกันใหญ่...

C : ยิ่งดึกยิ่งมีไฟ....ไฟอะไรก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆคือเราสองคนแต่งกันตอนดึกตลอดเลยล่ะค่ะ....

N : (ไฟเผากันเอง? 555)

C&N : สุดท้ายนี้...ขอฝากกระทงใบน้อยๆ ลอยออกทะเลใบนี้ไว้ในอ้อมใจคนอ่านทุกท่านด้วยนะค้า~

_________________
เมฆาและสายหมอก แตกต่างกันที่ใด เพียงแค่เมฆาแข็งแกร่งเสมอกลางท้องนภา สายหมอกรางเลือนเร้นลับ ณ พื้นพิภพ แต่นอกจากนั้น...มีสิ่งใดแตกต่าง...
ImageImageImageImage
ฟาร์มมังกร~

มองหน้าน้องค้างคาวแล้วนึกถึงหน้าโชจัง อร๊ายยย
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Short Fiction]ควันหลงกระทงรัก 10051 (Nichi & Chiaki)
PostPosted: 09 Nov 2009, 10:39 
User avatar
Joined: 01 Nov 2009, 13:35
Posts: 23
สนุกมากๆค่า!! รัก 10051 ที่ซู้ด~~~


เจ้าเล่ห์แบบเบียคุรันมาเจอะแบบโชอิจิแล้วมันเข้ากั๊น~ เข้ากัน~ แบบเหมาะเหม็ง 555+


ตอนแรกๆก็อ่านไปยิ้มไป ตอนหลังๆต้องค่อยๆบิดหน้าจอหลบคนข้างๆ


ตอนนี้อยู่ในอาการ โฮก!! กับฟิคด้วยคน =///= (ซับเลือดๆ)


ไม่ว่าจะโลกไหนนู๋โชก็ต้องโดนป๋าเบียรังแก เป็นชะตากรรมไปซะแล้วนู๋โช!!


ชอบมากเลยค่า!! อยากให้มีต่อจัง โฺฮกกกกกก!!


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Short Fiction]ควันหลงกระทงรัก 10051 (Nichi & Chiaki)
PostPosted: 09 Nov 2009, 19:22 
User avatar
Joined: 07 Oct 2009, 17:09
Posts: 54
กร๊าสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส
ชอบบบบบบบบบบบ>_________________<

เบียเจ้าเล่ห์ที่ซู๊ดดดดดดดด ไม่รู้จะพูดว่าไงได้อีกแล้ว
อร๊างงงงงงงงง เบียมันเนียนจนยามะยังอายจริงๆ
ไม่ว่าโชจังโลกไหนก็น่าสงสารจริงๆสินะ 5555555555
อ่านตอนเข้าบ้านผีนั่นคิดได้คำเดียวว่าเบียมัน "แหล" /โดน FC 100 รุม

มอมเหล้าโชจังหรอคะเบีย *กรีดร้อง*
เบียเลวววววววววววววววววววววววววววววว โชจังน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

อิ๊เบีย โชจังเกลียดคุณค่ะ *โดนเบียถีบ*
อ๊ายยยยยยยยยยยย โชจังน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกก
อ่านแล้วเขินนนนนนนนนนนนนนน
ชอบมากๆเลยล่ะค่า ถึงจะผ่านมาหลายวันแล้วแต่มันก็ อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

สุดยอดดดดดดดดดดด~~

_________________
This is "Our Perfect world"

Image

http://sensenjeen2.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Short Fiction]ควันหลงกระทงรัก 10051 (Nichi & Chiaki)
PostPosted: 09 Nov 2009, 19:43 
Joined: 29 Oct 2009, 19:15
Posts: 48
ชอบคร้าบบบ

น่ารักมากเลยอ่ะ

ต้องหันหน้าจอคอมไม่ให้ใครเห็นเลยอ่ะ (คอมตั้งอยู่กลางบ้านค่ะ)

_________________
น้ำตาไม่ไหล ใช่ว่าไม่เจ็บ..


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Short Fiction]ควันหลงกระทงรัก 10051 (Nichi & Chiaki)
PostPosted: 09 Nov 2009, 21:33 
User avatar
Joined: 18 Mar 2009, 21:19
Posts: 127
Location: มุมห้อง(น้ำ)ของน้องโช....=.,=
.....................................
..............................................................................@##$$#%$^&*#%^&
ปะ.......ป๋า!!!!~~~~~,,,,,,,>[]<,,,,,,,

รักป๋าเบียสุดหูรูด!!~~~ ป๋าคะ มาให้เรากอดหน่อยสิ!!~~~~ อร๊ากกกก //กรีดร้อง

ช่วงป๋าตามหาน้องโชทั่วงานนี่เอาใจแม่ยกไปเลย!!~ (มีอารมณ์เสียบ้าง แต่ก็ยังหา จนสิ่งที่หาเดินมาประเคนให้เย็นวาบถึงหลัง (ฮา))
ให้ความรู้สึกเหมือนหนังรักอินเดียที่พระเอกวิ่งตามนางเอกที่วิ่งหนีไปซ่อนตามที่ต่างๆ จนสุดท้ายนางเอกก็เดินมาหาเองยังไงไม่รู้ กร๊ากก!~ (//โดนน้องโชถีบ)

ขำป๋าเบียตอนที่ตะโกนว๊ากแตกในบ้านผีสิง ป๋าแมนจริงๆนะ! 55+ ถึงจะรู้ว่าแค่แหลแต่ก็แมนสมชาติชายนายเบียคุรันจริงๆ!~ XD
คิดภาพแล้วเกือบสำลักทาโกะยากิในปากแล้วหันมาจำพรืดแทน
ส่วนน้องโชน่ารักมาก! แต่คุณผี(ปลอม)คะ ไอ้ใบหน้าเหอะหวะกับความรู้สึกแหยะๆของโชจังเนี่ย ไม่เป็นไรหรอกพอทำใจได้ แต่ไอ้ที่ยื่นหน้ามาหาโชจังแค่คืบเนี่ย.... เนียนอะไรรึเปล่าคะ? =w=

ตอนอยู่ในชิงช้าสวรรค์แล้วเรารู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ซะเองค่ะ 55+ ป๋าเบียดูอ่อนโยนนน~~~~~ อูอาๆๆ
แต่ป๋าหน้าหนาเนียนแบบเยลโล่แพจเจสผสมปูนตราช้างยังอายเลยนะคะ ว่าแต่ป๋าทำเอาแม่ยกคนนี้เคลิ้มนะเออ โฮก! (ป๋าดุโชจังมันเป็นอะไรที่โมเอ้สุดยอด(!!???) >[]<///โดนป๋ากระแทกพุงไส้ไหล)
โชจังจ๋า~.... โชจังน่ารักทุกอริยาบทจริงๆ ถึงใบหน้ารูปร่างจะธรรมดาทั่วไป แต่ถ้าอยู่ด้วยกันแล้ว จะน่ารักขึ้นมาทันที >w<b


จากนั้น ป๋าก็มอมเหล้าน้องโช คิๆ ป๋าคะ ถึงจะเป็นขนมเครื่องดื่ม แต่ก็เข้าข่ายนะคะ=w=,,

จนถึงฉากเรทนี่แม่ยกคนนี้เสียเลือดเสียเนื้อแบบไม่ไหวแล้ว สงสารน้องโชก็สงสาร แต่ความเลว(?)ของแม่ยกนั้นรู้สึกจะกดดันมากกว่า เลยต้องอ่านไปอย่างมีความสุข //โดนน้องโชเอากระทงเหล็กมาปาใส่หัว

เบียก็เป็นสุภาพบุรุษที่ดี(?) ชดใช้สิ่งที่เกิดขึ้นโดยการที่ชวนน้องโชไปอยู่ด้วย (ให้อารมณ์หนังไทยมากค่ะ ช่วงที่พระเอกข่มขืนนางเอกแล้วยอมชดใช้และขอให้นางเอกแต่งงานด้วยกัน ฮา~)

น้องโชโกรธขึ้นมาแล้วโมเอ้จริงๆXD//หลบแว่นปริศนา ก่อนจะเก็บแว่นนั้นไปบูชานอนกอดที่เตียง.....

น้องหลุดคำออกมาแล้วแม่ยกใจชื้นค่ะ นึกว่าจะเป็นฉากตบจูบซะแล้ว กร๊ากก~ (ขำตอนที่โชจังนึกคิดสิ่งที่ผ่านๆมาในเวลาไม่ถึงครึ่งวันค่ะ คุณน้องช่างเป็นคนมีสติเหลือล้นดีจริงๆ มีนับอีกว่าครบหรือไม่ครบ)

ปรับความเข้าใจได้แรงสมกับเป็นเบียโชจริงๆค่ะ น้องโชแพ้หมดรูป(?)เช่นเคย 55+ แบบนี้แม่ยกดีใจค่ะ

(....----ดีใจที่เบียตัดสินใจถูกว่าจะไม่ปล่อยโชจังค่ะ เพราะว่าถ้าปล่อยแล้ว แม่ยกเริ่มรู้อนาคตว่าโชจังคงโดนFCปริศนา1คนโลมเลียลวนลามเอา 55+---...)


ปล. เผาหลังอ่านของท่านChiakiมันเป็นอะไรที่แบบว่า ....สุดๆค่ะ... รั่วกันทั้งคู่จริงๆเชียว (ขำมุกNCที่สุดค่ะ บ่งบอกจริงๆด้วย)
ปล2. ชื่อควันหลงกระทงรักเป็นอะไรที่แบบว่า ชวนให้คิดถึงละครหลังข่าวในไทยอย่างแรง ///โดนท่านN-C [?] ตบกลิ้ง)
ปล3. รับกระทงใบน้อยๆนี้แล้วนะคะ แต่ตอนรับเห็นออร่าสีม่วงๆค่ะ ไม่ทราบว่าใส่ของอะไรเอาไว้คะเนี่ยยย~~~~ *ยิ้ม*

_________________
มนุษย์กินหอย!!?
Kimi wo itsuka shiawase ni suru: สักวันฉันจะทำให้เธอมีความสุข

 Image

http://demi-dream.exteen.com/


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Short Fiction]ควันหลงกระทงรัก 10051 (Nichi & Chiaki)
PostPosted: 09 Nov 2009, 22:10 
User avatar
Joined: 06 Nov 2009, 23:15
Posts: 51
Location: โรงเรียนมาเฟีย!!
กรี๊ดดดดดดดดด~

>//////<

ฟิคเรื่องนี้ ...แบบว่า ชอบมากอ่ะ

น่ารักมากเลยค่ะ ^ ^


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Short Fiction]ควันหลงกระทงรัก 10051 (Nichi & Chiaki)
PostPosted: 10 Nov 2009, 10:11 
Joined: 10 Jun 2008, 19:14
Posts: 264
อ่านแล้วชอบมากเลยอะ
มีต่อมั้ยๆ
อยากอ่านอีกๆ
โชจังน่ารัก น่าแกล้งจริงๆนั้นแหละ
ป๋าเบียก็มือไวสุดๆ แต่ชอบน่า
อ่านไปยิ้มไป แล้วก็เลือก(กำเดา)ไหลไป 555

ถ้ามีเรื่องอื่นอีกก็จะรออ่านน่า
ต่อเรื่องนี้ก็ได้น่า จะรอๆ

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Short Fiction]ควันหลงกระทงรัก 10051 (Nichi & Chiaki)
PostPosted: 10 Nov 2009, 22:19 
User avatar
Joined: 01 Nov 2009, 21:36
Posts: 14
Location: หน้าจอมอนิเตอร์ หลังกรอบแว่นสีดำ
โชจังน่ารัก .. >w<b

ป๋าเบียเผด็จการจริงๆ แง่งๆ หนุกหนานคร๊าบบบ

_________________
Image

RL CR RC(?) CL RLC CLR << แจกแจงให้ครบทุกกรณี ยกเว้น L เสะ

4851 5148 4851100 10051

Yuri!! : Lal Mirchi X Chrome Dokuro << จะมีใครยอมแต่งให้มั้ยเนี่ย

: Lal Mirchi X All (girls)

: All (girls) X Chrome Dokuro


Profile  Online
 
 Post subject: Re: [Short Fiction]ควันหลงกระทงรัก 10051 (Nichi & Chiaki)
PostPosted: 12 Nov 2009, 12:28 
User avatar
Joined: 16 May 2009, 01:39
Posts: 207
สนุกมากเลยค่ะ

ป๋าเนียนมากๆ เนียนสุดๆเลยอะ

โชจังไม่ว่าโลกไหนๆก็โดนป๋าแกล้งตลอดเลย ก็โชจังน่ารักนี่ป๋าเลยชอบแกล้ง

สุขสันต์วันลอยกระทงขอให้ป๋ากับโชจัรักกันไปนานๆนะคะ

_________________
all59 forever


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Short Fiction]ควันหลงกระทงรัก 10051 (Nichi & Chiaki)
PostPosted: 12 Nov 2009, 20:36 
Joined: 21 May 2009, 17:28
Posts: 47
วันลอยกระทง..
เป็นวันที่สาวไทยเสียตัวมากที่สุด
และ...
เป็นวันที่โชจังถูกป๋าเบียกดครั้งแรก
555

น่าร้ากก >//< สุดๆเลยเรื่องนี้
ให้ความรู้สึกว่าโชจังน่าแกล้งมากๆ
แถมป๋าเบียเนียนได้อีกเหอะ !! 555
>w<

น่าจะต่อเรื่องนี้นะคะ
จะรอติดตามผลงานเรื่องอื่นค่ะ
ปล. Marshmallow ล่ะพี่ รออยู่น้าา หึๆ
^^


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Short Fiction]ควันหลงกระทงรัก 10051 (Nichi & Chiaki)
PostPosted: 13 Nov 2009, 07:04 
User avatar
Joined: 18 May 2009, 20:02
Posts: 101
Location: ผมม้วนประแจ( เป็นเห็บเหาหรือไง O[]O )
*สครีมดังไปสามโลก*

แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย อร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ไม่ไหวแล้วว นี่มัน ตรงใจเกินไปแล้ว!!!!!!!

จะทั้งความคิดเรื่องเพอร์เฟคเวิร์ล ทั้งคาแรคเตอร์เลย ตรงมาก ๆ !!!


Quote:
อิริเอะ โชอิจิ คือบุคคลที่น่าแกล้งอย่างถึงที่สุดนั่นเอง


กร้ากกกกกกกก ถูกต้องที่สุด อย่าว่าแต่เบียเล๊ยยย เราที่เป็นคนนอก ยังอดแกล้งไม่ได้ ( ทั้ง ๆ ที่ ออกจะชอบมากมายแต่แกล้งแซวซะไม่เหลือชิ้นดี )

นังป๋ามันท่าทางเป็นพวกขี้แกล้ง แกล้งคนที่ตัวเองชอบ แล้วมาเจอเคะที่น่าแกล้งทุกสุดในศตวรรษอย่างโชจัง มันก็ได้เลยหลงกันหัวปักหัวปำอย่างนี้น่ะสิ!!!

ช่างเป็นคู่ที่เกิดมาเพื่อกันและกันจริง ๆ!! 10051 banzaiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiii

ขอบคุณสำหรับฟิคดี ๆ นะคะ


ปล. นุ้งโชไม่ได้มีดีที่หน้า แต่มีดีที่ลีลาค่ะ เอิ้กกก

_________________
Math Today!

18+69+87=27

[ In fact, if you separate 18 and combine them together (1+8=9)then deduct the sum from 69(9-69=-60) ,and then plus with 87 the result is actually "27". Miracle?Destiny? or just Fan Ficfion LOL ]

Image

My Fictions : Nanimori School Monogatari-~27/Various / It's You-6927+18 / This is a FAMIGLIA-87/69/18+27

[color=#FF40FF]
สปอยล์นรก KHR Anime


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Short Fiction]ควันหลงกระทงรัก 10051 (Nichi & Chiaki)
PostPosted: 13 Nov 2009, 18:16 
User avatar
Joined: 08 Nov 2009, 15:17
Posts: 11
ในที่สุด กระทงน้อยก็ลอยไปแหละ

สุดยอดไปเลยคร้า*-*

เห็นด้วยกับป๋า โชจังน่าแกล้งที่สุด><

ช่างเป็นคู่ที่น่ารักสุดๆ 10051!!

แล้วจะรอติดตามผลงานต่อไปนะคร้า


Profile  Online
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 13 posts ] 


Who is online

Users browsing this forum: CoolzKID, katebuster and 4 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: