Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test




Post new topic Reply to topic  [ 34 posts ]  Go to page 1, 2, 3  Next
Author Message
 Post subject: [Fic] Risonanza <100G> ย้ายฟิคชั่นค่ะ
PostPosted: 17 Dec 2008, 03:51 
User avatar
Joined: 04 Jan 2008, 13:36
Posts: 936
Location: ส่วนหนึ่งของจักรวาลสโตกเกอร์
ย้ายฟิคชั่นไปยังบอร์ดใหม่ค่ะ


แจ้งย้ายที่ลงฟิคชั่นค่ะ ขอโทษทุกท่านที่ติดตามมาหลายๆท่าน m(_ _)m ขอบคุณที่ให้ความสนับสนุนที่ดีเสมอมา

ตอนนี้เราคงย้ายบ้านไปยังบ้านหลังใหม่แล้วค่ะ



ขอบคุณและขอโทษคนอ่านทุกท่าน

แต่ว่าเรามีเหตุผลที่ต้องย้ายฟิคชั่นไปยังบ้านหลังใหม่หลังนั้น

และเรามีเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง ที่เราไม่อยากทำให้ใครบางคนผิดหวัง

เราอยากจะเริ่มใหม่จาก 0 พร้อมกับพี่ๆทุกคนที่รักยิ่งค่ะ....





http://worldstale.freeforums.org/



สำหรับท่านที่ติดตามไปยังบ้านหลังใหม่นั้น ต้องขอบคุณจริงๆค่ะ
และท่านใดที่เห็นว่าเราอาจจะทำตัวไร้สาระทิ้งบอร์ดไป และเอาแต่ใจ เหมือนไม่แคร์คนอ่าน ก็ขอโทษด้วยจริงๆค่ะ

แต่เรารักและดีใจที่มีคนคอยอ่าน และให้กำลังใจคอมเมนต์เสมอมา =w= ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ที่ต่อยอดนักเขียนคนหนึ่งให้เขียนต่อไป

แม้เราอาจทำให้ท่านผิดหวัง

ท่านจะตามไปหรืออย่างไรล้วนแล้วแต่ตัวผู้อ่านทุกท่านค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ





ฟิคจะทยอยลบไปนะคะ





Title : Risonanza
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Author : Ayafee
Genre : เพ้อขั้นสุดยอด
Pairing : 100G
Warning : มันคือเพ้อระยะสุดท้าย ที่จิ้นออกมาได้หลุดโลกสุดๆ สนองนี๊ดคนเขียนกับบางคน =A=” จิ้นไปแล้วง่ะ
Summary : เสียงสะท้อนกังวานบนโลกไร้เส้นขั้นขวาง.... คือความพินาศ.... หรือจุดเริ่มต้น...

--------------------------------------------------------------------------------------------------





เสียงก้องกังวานในความมืดไร้ที่สิ้นสุด
ในพื้นเขตแดนของอดีตและอนาคต....



“สู่ความเกรียงไกรหรือสู่ความพินาศ ตามแต่เจ้าประสงค์ Decimo”





ความปรารถนานั้นสืบทอดผ่านอดีตจรดอนาคต
หรือแฝงความนัยความปรารถนาของตนเอง



“รอเจ้ามาตลอด....”




เฝ้ารอในความมืดนี้ เฝ้ารอในห้วงเวลานี้
เพื่อความปรารถนาแด่รุ่นต่อมาสืบต่อ......




มาเร่ริง และ วองโกเล่ริง
อันมีประวัติศาสตร์ทอดยาวมานานนับ 400 ปี




“............วองโกเล่รุ่นที่สิบ....”
จงมอบความพินาศ.... แด่ชายผู้ทรงอำนาจคนนั้น......

.
.
.




หรือสานต่อความปรารถนา เพียงพบพาน....

เพียงครั้งเดียว.........










懐かしい未来
Longing Future









เสียงกังวานไกล... เสียงของสายลมหรือเสียงของความฝัน... ฤ คือเสียงเพรียกหา สิ่งที่เชื่อมต่อผูกพันกัน... สิ่งที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาราวกับมีสานสัมพันธ์... ป่านั้นกว้างใหญ่ราวกับเป็นสถานที่ห่างไกลไปจากโลกของเหล่ามนุษย์บนผืนดิน เสียงที่นำทางไป... เพรียกหาให้ก้าวเข้าไป... ช่วงเวลาที่เชื่อมต่อกันของอดีตและอนาคต...


เสียงฝีเท้าเหยียบย่ำพื้นก่ายกองด้วยใบไม้แห้ง แสงอาทิตย์ลอดผ่านแมกใบไม้เป็นม่านแสงริ้วลอดผ่านลงมาบนผืนดิน เพียงแค่หลับตาในห้องทำงานสีขาว... เพียงแค่พานพบประชุมเป้าหมายของตนกับบอสใหญ่ของมาเฟียซึ่งยิ่งใหญ่ทัดเทียบกับอดีตจิลโรเนโรแฟมิลี่ ราวกับมีเสียงเพรียกหา.....


เสียงใบไม้เสียดสีจากกระแสลมพัดผ่าน นำทางร่างสูงในชุดสูทสีดำขาวก้าวไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมาย สองขาเพียงก้าวเดินไปตามสัญชาตญาณเท่านั้น เรือนผมสีขาวดุจงาช้างพริ้มน้อยๆตามแสงสายลมซึ่งพัดผ่านมากระทบ เนตรสีอเมทิสต์ทอดมองยาวไป ....




สิ่งที่แลเห็นดั่งภาพในนิทานภาพวาด
บางคนซึ่งนั่งนิทราพิงต้นไม้อย่างสงบนั้น......





“ซาวาดะ สึนะโยชิคุง?” เป็นเพียงการคาดเดา จากสภาพผ่านนอกที่แลเห็น เรือนผมซึ่งสีอ่อนกว่า ความสูงและเค้าใบหน้าซึ่งหลับพริ้มนั้น และมองแล้วสูงวัยกว่านัก เครื่องแบบสีดำและผ้าคลุมนั้นกระทบกระแสลมพลิ้วน้อยๆ เสียงลมหายใจผ่อนเบาอย่างสม่ำเสมอ..




หากมองว่าเป็นวองโกเล่รุ่นที่สิบก็คงใช่
แต่มีบางอย่างแตกต่างออกไป




ยืนจ้องมองอยู่แบบนั้นไม่ขยับไปไหน มองดูว่าใครจะเป็นฝ่ายสนใจก่อนกัน เปลือกตาของร่างโปร่งปรือเปิดขึ้นเผยให้เห็นดวงเนตรสีฟ้าใส ใบหน้าอ่อนวัยผินมองมายังสายตาซึ่งจับจ้องมาทางตน


“เจ้าเป็นใครกัน....?” ผู้เข้ามาในเขตอันแสนสงบ... เนตรสีฟ้าและสีม่วงนั้นสบมองกันเนิ่นนานไม่มีคำตอบ มีเพียงสีหน้าเรียบเฉยและสีหน้าประดับยิ้มจดจ้องมอง

“ฉันน่าจะถามว่าที่นี่ที่ไหน?” เสียงทุ้มเอ่ยถามกลับไป ใบหน้าละอ่อนนั้นทอประกายสงสัย ใคกรันที่เข้ามาในเขตแสนสงบของแฟมิลี่....

“เจ้าเป็นคนของแฟมิลี่ใดกัน? คิดจะมาปองร้ายข้างั้นเหรอ?” เครื่องแบบอันไม่คุ้นเคยนั้น แปลกในสายตา สีขาว..สีขาวบริสุทธิ์ ใครกัน.....

คิ้วคมเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจในคำถาม หรือคนตรงหน้าจะเป็นมาเฟีย ก็คงไม่น่าแปลกใจ เครื่องแบบและสัญลักษณ์คล้ายๆบางคนซึ่งเคยเห็นมาก่อน “มาจากมิลฟิโอเร่น่ะ” หรือคนตรงหน้าจะมีความสัมพันธ์ใดกับวองโกเล่กัน...?


ภาษาที่ฟังแล้วไม่คุ้นหู
ภาษาโบราณที่ไม่น่าจะมีคนใช้ในยุคนี้แล้ว




“มิลฟิโอเร่....? ไม่คุ้นหู เจ้ากำลังหยอกล้ออะไรอยู่กันแน่” ร่างโปร่งในชุดสีดำขลับหยัดกายขึ้นยืน ภาพแสงลอดผ่านเป็นม่านแสงไฟนั้น ขับแบ่งพื้นที่บริเวณของคนทั้งสอง....

“ไม่ได้หยอกเล่นนะ แต่พูดความจริง แล้วคำถามของฉันล่ะ? คำตอบคือ?” พื้นที่แบ่งของบางสิ่ง... เสียงก้องกังวานในสายลม.. คือ....

“ที่นี่เป็นเขตของคฤหาสน์วองโกเล่แฟมิลี่.....” พื้นที่ระหว่างคนสองคนนั้น.. คืออดีตและอนาคต....




วองโกเล่แฟมิลี่อันมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน....
ชายตรงหน้านี้คือใคร.....?



มิลฟิโอเร่แฟมิลี่ ชื่อแฟมิลี่ที่ไม่คุ้นเคย
ชายตรงหน้านี้คือใคร.....?


มาจากที่แห่งใด...?
ใย..... จึงมาพบกัน ณ ที่แห่งนี้...?






“วองโกเล่งั้นเหรอ? บอสที่ฉันเคยเจอคล้ายเธอ แต่ก็ไม่ใช่” มือใหญ่ยกขึ้นท้าวคางมองใบหน้าของคนตรงหน้า ยิ่งฟังผู้สดับฟังยิ่งมึนงงและไม่เข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายเอ่ยมา

“บอสคนอื่น..? ข้าจำได้ว่าข้าเป็นคนก่อตั้งเมื่อไม่นานนี้นะ” คำตอบชวนให้ประหลาดใจ นภาผืนแรก...?



Vongola Primo
นภาเจิดจรัสผู้สร้างประวัติศาสตร์.. และแหวนนั่น....





สายตาสีม่วงสวยเหลือบมองบนเรียวนิ้วนั่น ไร้ซึ่งแหวนใดๆประดับอยู่ มองแล้วก็น่าแปลกใจ “ไม่มีวองโกเล่ริงอยู่งั้นเหรอ...” เอ่ยพึมพำกับตัวเอง ร่างโปร่งเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนเสตามองเมื่อได้ยินเสียงแว่วมา

“เจ้าพูดเรื่องอะไรอยู่น่ะ?” ดั่งรู้สึกถึงอันตราย สองมือหยิบเอาถุงมือแปลกๆขึ้นมา เห็นแล้วชายหนุ่มกระตุกยิ้ม แม้แต่อาวุธก็คล้ายคลึงกับบอสคนนั้น

“พูดกับตัวเองน่ะ ไม่มีอะไรหรอก คุณวองโกเล่ จะเรียกเธอว่าอะไรดี” รอยยิ้มเป็นมิตรระบายบนใบหน้า แต่ผู้สบมองนั้นระแวดระวัง ชายแปลกหน้าซึ่งเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว

“จิอ๊อตโต้ คนภายในเรียกขานข้าแบบนั้น” ใบหน้าอ่อนสบมองจริงจัง คนฟังฟังภาษาโบราณแล้วรู้สึกไม่ระลื่นหูเคยชินนัก คงต้องใช้เวลา.... หากพบกันอีก

“งั้นเหรอ ฉันชื่อ เบียคุรัน” ร่างโปร่งพยายามจดจำชื่อนั่น... เบียคุรันแห่งมิลฟิโอเร่แฟมิลี่ ไม่คุ้นเคย....




ในป่าและม่านแสงจากแมกไม้
ในวันนั้น.... ไม่รู้ว่าเป็นเพียงฝันหรือ.... ความเป็นจริง...


“ฉันต้องการวองโกเล่ริง”



สถานที่แห่งนี้.... ในช่วงเวลามหัศจรรย์
อนาคตและอดีต...?


“ไม่มีทางครับ.....”



มาเชื่อมต่อกันเพื่อเป็นลางบอกเหตุหรือไร
จะมอบสิ่งใดให้กัน....?


“ลองคิดดูให้ดีก็แล้วกัน”





เสียงก้องกังวาน.... เสียงกังวานของกระดิ่งใสแผ่วเบาในอากาศ หรือได้เวลาตื่นจากฝัน แสงจากแมกไม้ลอดผ่านลงมาค่อยๆเลือนหายไป.... นัยน์ตาสีฟ้านั้นจดจ้องมองคนตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นเรื่อง... เหนือธรรมชาติ..? หรือฝันกลางวัน....


เสียงก้องกังวาน..... เสียงกังวานของกระดิ่งใสแผ่วเบาในอากาศ นัยน์ตาสีม่วงจดจ้องมองภาพของคนตรงหน้าซึ่งเริ่มห่างออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความฝันที่ดึงช่วงเวลาให้ต่อกัน..? หรือมีสื่อใดให้พบเจอ.... คงเป็นเรื่องน่าขำเหมือนการ์ตูนของพวกเด็กๆ... นี่คือฝันหรือความจริง


เสียงร้องเพรียกหาของอนาคตดังมาจากที่แห่งใด.... แหวนสองวงในช่วงเวลาแตกต่างกัน ความปรารถนา...



“ci vediamo Byakuran” เสียงใสนั้นแว่วผ่านมาแม้ภายนั้นจะห่างออกไป.... ต่างฝ่ายต่างอยากล่งรู้ตัวตนของฝ่ายตรงข้าม.... ริมฝีปากคมนั้นคลี่ยิ้มบางๆแสนเจ้าเล่ห์อันเป็นเอกลักษณ์




ci vediamo Giotto




หากเป็นเพียงครั้งแรกก็จะให้มีครั้งที่สอง...
ครั้งที่สาม... ครั้งที่สี่..... ต่อๆไป.....


ต่อให้เป็นวิญญาณหรือภาพหลอน...
ก็จะให้ได้มา... ความปรารถนาของฉัน...




หากต้องการแล้ว... จะต้องได้มาให้ได้.....





ห้องทำงานกว้าง... ร่างสูงทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกรายล้อมนั่น ตึกสูงใหญ่ในอิตาลี... เอกสารสีขาวมากมายบนโต๊ะเรื่องราวของวองโกเล่แฟมิลี่ คงจะสนุกยิ่งกว่านี้... หากต้องการขั้วอำนาจนั่นมาเป็นของตัวเอง... วองโกเล่ริง... และการพบพานอีกครั้ง... เรือนผมสีอ่อน.. นัยน์ตาสีฟ้า.... คนผู้หนึ่งซึ่งอยู่ในอดีต..


สวนป่ากว้างใหญ่ชุ่มชื้น... ร่างโปร่งทอดมองออกไกล... ก่อนตวัดกายเดินกลับไปยังเส้นทางกลับคฤหาสน์ของตนนั้น... ชื่อแฟมิลี่ไม่คุ้นหู... ในยุคสมัยที่มาเฟียไม่ได้มีมากมาย... จิสโรเนโร..? หรือแฟมิลี่ไหนก็ไม่คุ้นชื่อนี้ทั้งนั้น.... วิญญาณก็คงไม่ใช่.. คืออะไรกัน... เรือนผมสีงาช้าง... นัยน์ตาสีอเมทิสต์.... คนผู้หนึ่งซึ่งมาจากที่แสนไกล...





เสียงกังวาน... เสียงกังวานใส...

เสียงกังวาน เสียงกังวานใส.....


นามของคนสองคน.....
.
.
.




เสียงเพลงพร่ำร้องถึงอนาคต....
ข้อความบางอย่างอยู่ในสายลม.....











จุดสูงสุดของอำนาจ.... อาจไม่ใช้เพียงสิ่งเดียวที่ได้มา

หากได้แหวนนภา.... ก็คงได้ครอบครองบางสิ่ง....



.
.
.
.






TBC…








ยังคิดจะมีต่ออีกเหรอ OTL……….



--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


Free Talk : ทำไมไม่ใช่ 127 ตามเลขฮิต เพราะว่าเรากำลังมีภาพอะไรบางอย่างติดอยู่ในหัว ฮา คู่นี้ตอนแรกเฉยๆ จู่ๆหลุดบ้าไปดันคิดว่าเข้าท่า 127 100G 6927 XS เลขรหัสในใจเริ่มไหลไปเรื่อย กร๊ากกก (XSนี่มากับวาเรียซอง กับอ่านดีนั่นซี่แล้วกลับมาพีค XS กร๊ากกก) แต่ 100G อันนี้ มีโครงการบางอย่างอยู่ แต่ก็อยากลองเขียนแบบออริดูนะ ว่ามันจิ้นได้ จิ้นไปแล้ว บ้าไปแล้ว อะไรว๊า!!!!

ถ้ามีต่อก็คง 2 – 3 ตอนจบ ถ้าจบเห่ที่นี่ ก็จบแล้วจบเลย กรั่กๆ =A=”

_________________
ตอนนี้ฟิคยาวส่วนใหญ่ ย้ายไปลงที่อีกบอร์ดแล้วนะคะ =w=" http://worldstale.freeforums.org/

風が生まれ雲は流れ
君の下へ君の傍へ
翼になり愛は届く
The answer is blowing in the wind


Image
หล่อเลว すき!! (。・ω・)ノ゙    

Image


Last edited by Ayafee on 24 May 2009, 15:38, edited 6 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic] Risonanza <100G> 17/12/08
PostPosted: 17 Dec 2008, 07:34 
User avatar
Joined: 07 Jan 2008, 08:27
Posts: 433
Location: ห้องใต้หลังคาบ้านฮิบาริ
100G!!!!!
*[]*
มีคนจิ้นคู่นี้ด้วยยยยย

ป๋าเบียโล๊ภ โลภ 555
สมเป็นป๋าดี เหอๆๆๆ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic] Risonanza <100G> 17/12/08
PostPosted: 17 Dec 2008, 09:54 
Joined: 17 Jan 2008, 11:16
Posts: 995
จิ้มเม้นท์แล้วมันลงหลุมอ๊า=[]=lll

100G คาดว่าเหตุการณ์นี้คงเป็ฯตัวกระตุ้นให้ตาถังเบียยิ่งอยากได้วองโกเล่ริงก์มากขึ้นๆๆๆ

จิ้นบรรเจิดมาจีอายะ จุดยอดดดแมวดำขอซูฮก

ต่างฝ่ายต่างติดใจต่างฝ่ายต่างสนใจ โฮวกกก ท่านทวดดดดด <-อาการคลั่งท่านทวดกำเริบอีกรอบ 55+

มันมีต่อด้วย จ๊อดดดดดดด

แมวดำจะรอตามต่อจ้า เหมียวว

ปล. รหัสใบ้หวยมันงอกขึ้นทุกวันนะอายะจัง 55+

_________________
Walking this road,
Without you,
To remake forgotten promises
and meet you at roads end.

Faded Memories,
Reconstucted Memories,
A dream - a dream of you,
In a world without you.

The dream I see in the world without you,
Torn dream, like a memory from the far past,
I'd like to put it together,
With you...

*Credit : Kingdom Hearts II


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic] Risonanza <100G> 17/12/08
PostPosted: 17 Dec 2008, 16:14 
User avatar
Joined: 11 Nov 2007, 11:12
Posts: 805
Location: ที่ๆมีปลาเคะและม้าเคะนั่นแหละ
เจอสมการจีเคะ จิ้มแบบไม่คิดละกันฮะพี่ ก๊ากก

//แดดิ้น

เป็นการพรรณนาที่งดงามจริงๆฮะ อ่านแล้วเห็นภาพ ชอบฉากที่สองคนเจอกัน เบียมองหาวองโกเล่ริง แต่มีหรือที่ปู่จะไม่สงสัย


เอาล่ะสิ บทสรุปของการแย่งชิงแหวนจะเป็นเช่นไร เบียจะหลุดไปเจอปู่หรือไม่ ก๊าซซซซซ

//เพ้อถึงปู่

มาต่อเมื่อไหร่ก็ได้ที่ว่างครับ เสือจะทยอยอ่านฟิคท่านพี่น่อ ตั้งแต่หลายเดือนมาเนี่ยทำแต่การบ้าน เรียนหนัก ติวสอบโควต้าก็แยะ ขอโทษนะฮะที่ไม่ค่อยได้มาเม้นท์ฟิค หรือทักในเอ็ม เห็นว่าพี่อายะยุ่งกับรวมเล่มอยู่คับ

สรุป...เบีย...โลภนะเอ็ง กร๊ากกก

//วิ่งหนี

_________________
Image
Image
Image

รอยยิ้มของนายคือแสงสว่าง สุกสกาวพร่างพราวในความมืด


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic] Risonanza <100G> 17/12/08
PostPosted: 17 Dec 2008, 16:17 
User avatar
Joined: 17 Aug 2008, 00:35
Posts: 111
Location: หลังปราสาทวองโกเล่
ป๋าเบีย...ถ้าแกทำให้ปู่ร้าวรานล่ะก็ แก๊ตาย!!!!!!!!!!

จำคำช้านไว้....หึหึ

ปล.จิ้นได้ไงอ๊า =[]='' สามารถ....

_________________
Image
Image
"...ผืนนภาของฉัน ขอมอบให้นายเป็นคนดูแล..." [สนคู่แรร์กันไหม๊...]


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic] Risonanza <100G> 17/12/08
PostPosted: 17 Dec 2008, 16:41 
User avatar
Joined: 22 Jun 2008, 12:26
Posts: 181
Location: ฐานบัญชาการวองโกเล่แฟมิลี่
Oh my God!!!!!!

ท่านAyafeeจิ้นคู่นี้!!!

มันเป็นไปไม่ได้ (เป็นไปแล้วล่ะ)

ท่านปู่ ปิ๊งๆ

ป๋าเบียอย่ารังแก(ปู่)Giottoนะ ><

_________________
ImageImage


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic] Risonanza <100G> 17/12/08
PostPosted: 17 Dec 2008, 18:04 
Joined: 01 Jun 2008, 09:20
Posts: 403
เห็นปู่จีปุ๊บก็รีบเข้ามาอ่านในบัดดล

จิ้นแบบข้ามรุ่นรุนแรงเลย 100G แล้วมันจะ SM มั้ยเนี่ย

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic] Risonanza <100G> 17/12/08
PostPosted: 17 Dec 2008, 19:04 
User avatar
Joined: 31 Jan 2008, 19:33
Posts: 700
Location: ห้องส้วมบ้านทูน่า
อร๊างงงงง 100G สู๊ดยอด!!!

ต่อเลยคร่า เรื่องยาวไปเลยคร่า~~~

SM กันให้สนั่นสั่นไหว

ถึงช่วงนี้จะไม่ค่อยได้เข้าบอร์ด

แต่เวนก็จะคอยติดตามตลอดปาย~~~

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic] Risonanza <100G> 17/12/08
PostPosted: 17 Dec 2008, 23:58 
User avatar
Joined: 19 Jan 2008, 11:07
Posts: 821
Location: ที่ทำการสมาพันธ์รักคนเลว...
อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย~~~!!!!! o>[]<o ในที่สุดก็มาแว้ววววววว

โฮกกกกกกก คู่รักคู่โปรดปราน(แต่หาอ่านยากเป็นบ้า) โฮะๆๆ

ต้องได้เจอกันแน่ๆ ถ้าคนแต่ง*เหล่*ยังรักอยู่!!


เชียร์ให้มีตอนต่อไปนะ =w=b


แต่ที่ไปเจอกันนั่น.......มันฝัน? งุงิๆ

_________________
[align=center]

Image

Destiny is not the matter of Chance,but the matter of Choice.

Image

[/align]


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic] Risonanza <100G> 17/12/08
PostPosted: 18 Dec 2008, 01:38 
User avatar
Joined: 08 Feb 2008, 23:55
Posts: 171
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก คู่นี้้

ปู่จีมาอินโนเซนใสๆ น่ารักน่าร้ากกกกก เจ้าเผือกแช่เบียร์ก็ยังจิตเหมือนเดิม = =''

มาต่อด่วนเร็วไววว *[-]*!!!

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic] Risonanza <100G> 17/12/08
PostPosted: 18 Dec 2008, 01:48 
User avatar
Joined: 05 Aug 2008, 20:41
Posts: 872
Location: อยู่ไหนไม่สำคัญขอมีเธอเป็นพอ ฮิ้ว~~
หืม100G หา100G เอ๋100G O_0
ป่ะ ป่ะ ป่ะ ปู่เคะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ
และเป็นเคะให้พ่อมาสเมสโล่ด้วย โฮกก
กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
กริ้ดน่าติดตามเจ้าค่ะ จะรอตอนต่อไปจ้า ><~~~


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic] Risonanza <100G> 17/12/08
PostPosted: 18 Dec 2008, 18:06 
User avatar
Joined: 21 Sep 2007, 20:11
Posts: 468
Location: ข้างถนน บนฟุตบาท
อะ อะ อะ 100G

พระเจ้า!!!ท่านปู่จีจะเคะ โอ้วมายบุดดา!!!!!!

ทำไมมันยังจิ้นได้อีก

รอตอนต่อไป สุโก๊ยยยยย

_________________
Thuna* Fanclub 6927 Fan VonGola Music*Code Club...

ano koro wa koi ni koi wo shiteita ne...dakedo ima wa mune hatte suki to ieru..
กลับมาเป็นเหมือนเดิมที่ผมรัก..ที่ผมรักได้ไหม ...แต่ในตอนนี้ หัวใจของผมยังคงร่ำร้องเพียงแค่คุณ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic] Risonanza <100G> 17/12/08
PostPosted: 19 Dec 2008, 03:35 
User avatar
Joined: 04 Jan 2008, 13:36
Posts: 936
Location: ส่วนหนึ่งของจักรวาลสโตกเกอร์
Title : Risonanza
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Author : Ayafee
Genre : เพ้อขั้นสุดยอด
Pairing : 100G
Warning : มันคือเพ้อระยะสุดท้าย ที่จิ้นออกมาได้หลุดโลกสุดๆ สนองนี๊ดคนเขียนกับบางคน =A=” จิ้นไปแล้วง่ะ
Summary : เสียงสะท้อนกังวานบนโลกไร้เส้นขั้นขวาง.... คือความพินาศ.... หรือจุดเริ่มต้น...

--------------------------------------------------------------------------------------------------



เสียงก้องกังวานนั้นคือเสียงของความพินาศ
หรือคือเสียงก้องกังวานของการพบพาน




“วานอะไรหน่อยได้มั้ย เลโอคุง”






ความปรารถนาที่ก่อเกิดเพียงเล็กน้อย
ค่อยๆเพิ่มพูนจนยากหยั่งถึง....





“ส่งดอกไม้ไปที่ญี่ปุ่นหน่อยสิ”





สิ่งที่เริ่มต้นและเพิ่มพูนมากขึ้นๆ...
คือความปรารถนาในอำนาจตั้งแต่พบกัน....




“ดอกแอนนีโมนี่...”




ดอกไม้ที่มีความหมายมากมายนัก...
คือความสิ้นหวัง จงรับรู้เอาไว้...



“เอาเป็นภูเขาเลากาเลยนะ”
เป็นข้อความส่งถึงพวกเธอ.. และคนๆนั้น.....



.
.
.


ส่งความสิ้นหวังถึงคนเหล่านั้น และบอกเล่าบางสิ่ง

แก่บางคน


.
.













明日への讃歌阿兰
Hymn for Tomorrow










เสียงสนทนาในห้องโถงกว้างแบบยุโรป กระดาษภาพร่างดินสอสีดำบนกระดาษสีเหลืองน้ำตาลวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ ภาพตราสัญลักษณ์แบบต่างๆของปรากฏการณ์บนท้องฟ้า เหล่าผู้คนในชุดสูทสีดำต่างจ้องมองและเลือกเฟ้นภาพเหล่านั้น... บางสิ่งบางอย่างอันเป็นสมบัติสำคัญในอนาคตอันใกล้และแสนไกล...


เสียงผ่อนลมหายใจ... ร่างโปร่งเรือนผมสีน้ำตาลทองในชุดสูทสีดำยืนทอดมองออกไปนอกบ้านกระจกหน้าต่างใกล้ๆนั่น นอกจากเรื่องแบบ.. ก็คงเป็นเรื่องของเจ้าของ ไม่ใช่สิ่งที่จะเลือกเฟ้นกันได้อย่างง่ายด้วยนัก.. ไม่ใช่แค่เพียงความเหมาะสม... หากแต่เป็นความเชื่อใจและวางใจ...


เสียงฝีเท้าย่ำพื้นก้าวมาใกล้... เรียกให้ใบหน้าอ่อนวัยนั้นหันไปเมียงมอง ริมฝีปากเรียวสวยนั้นคลี่ยิ้มส่งตอบให้แด่คนสนิทนั้น ร่างสูงใหญ่กำยำและเรือนผมสีรัตติกาลยาวปานกลางรวบไว้เบื้องหลัง ใบหน้านั้นเคร่งขรึมบ่งบอกว่าเป็นคนจริงจังมากเพียงใด



หากเอ่ยไปน้อยคนนักจักเชื่อ
ว่าอีกฝ่ายนั้นอ่อนวัยกว่าตนเองหลายปีนัก




“เป็นอย่างไรบ้างริคาโด้ เจ้าคิดว่าเข้าท่ามั้ย?” เนตรสีฟ้าใสสบมองพลางยิ้ม แบบร่างของแหวน... แหวนอันแสนสำคัญในอนาคตข้างหน้าของแฟมิลี่..

“ไม่เลว เอกนภาเพียงหนึ่งเดียวของวองโกเล่” โดนเอ่ยแซวจากชายหนุ่มผู้เคร่งขรึม จิอ๊อตโต้อดขำไม่ได้ เพราะมีหลายคนเรียกขานเฉกเช่นนั้น จึงสร้างแหวนพวกนั้นขึ้น...

“มันจะเป็นสมบัติสืบทอด... แสดงถึงประวัติศาสตร์ของพวกเรารุ่นต่อรุ่น...” ดวงเนตรมองออกไปไกล... บนท้องฟ้านั้น... ไว้ว่าจะผ่านไปหนึ่งปี สิบปี หรือร้อยปี ยามนั้นหวังว่ามันจะคงอยู่... รับเจตนารมณ์ต่อไป.... ดั่งท้องฟ้าซึ่งอยู่จีรัง..



แม้ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้านั้นผู้รับทอด...
จะนำพาแฟมิลี่... หรือครอบครัวนี้ไปยังเส้นทางแบบใด.....





“จะว่าไปแล้ว......” มือเรียวนั้นยกขึ้นแตะคางมลครุ่นคิด เรื่องแปลกๆยามใกล้บ่ายเมื่อสองวันก่อน... ชายลึกลับผู้นั้น เอ่ยชื่อวองโกเล่ริงออกมา ยามนั้นรู้สึกถึงบางอย่างแปลกประหลาด... ชายผู้นั้นเป็นใคร... มาจากไหน... หากได้พบกันอีกคงได้เอ่ยถาม..

“เหม่ออะไรอยู่จิอ๊อตโต้ คนอื่นรอคำตอบจากเจ้าอยู่นะ” เสียงทุ้มเรียกให้ร่างโปร่งหลุดจากภวังค์ความคิดของตนเอง เหล่าผู้คนในแฟมิลี่อันเป็นครอบครัวกำลังรอคำตอบของผู้นำ... การเลือกเฟ้นแหวนเหล่านี้....

“ดำเนินการหลอมแหวนให้เสร็จเร็วที่สุดก็แล้วกัน” ดำเนินการก้าวหน้าไปกว่าแฟมิลี่อื่นใดทั่วแผ่นดินอิตาลีนี้... แสดงความเป็นหนึ่ง.. และทรงอำนาจของวองโกเล่แฟมิลี่... แม้นตนนั้นจะใฝ่หาชีวิตอันสงบสุข แม้นตนนั้นจะไม่ใฝ่ปองการสู้รบคร่าชีวิตกัน... ในฐานะผู้นำจำต้องทำให้ผู้คนเชื่อถือ....




เสียงกังวานจากอดีตส่งตรงถึงอนาคตแสนไกล
สะท้อนจากยุคหนึ่งไปอีกยุคหนึ่ง....



แฝงความปรารถนาเอาไว้.....




จากถ้อยคำเพียงไม่กี่คำของชายหนุ่มลึกลับ
บอกเล่าภาพบางอย่างอันแสนไกล....



นภาผืนอื่น... ผู้มีใบหน้าละม้ายตน..?





เสียงการจราจรดังขวักไขว่บนท้องถนนใหญ่ไม่กี่สายในเมืองหลวงของประเทศอิตาลีอย่างกรุงโรม ผู้คนในชุดแบบฤดูใบไม้ร่วงเดินจราจรไปมา ร้านกาแฟริมทางมากด้วยผู้คน ในร้านแห่งหนึ่งบนท้องถนนชื่อดังนั้นกลับตรึงเครียด แม้มีเสียงพูดคุยของผู้คนในร้านแซ่งแซ่ กลับมีเพียงโต๊ะเดียวซึ่งดูตรึงเครียดนั้น


เสียงน้ำแข็งก้อนละลายเคลื่อนตัวในแก้วน้ำของร่างบางเรือนผมสีน้ำตาลไหม้ ใบหน้าหวานอ่อนวัยนั้นตรึงเครียดนัก เนตรสีน้ำตาลไหม้เหลือบหันมองไปยังพนังตึกใกล้เคียงร้านกาแฟ ร่างสูงเรือนผมสีไพลินยืนพิงพนังรออยู่ตรงนั้น เมียงมองไปราวกับต้องการความช่วยเหลือ.... พาไปจากสถานการณ์อันแสนกดดันนี้


เสียงโลหะกระทบจานกระเบื้อง... มือใหญ่จับส้อมอันเล็กๆตัดเค้กวนิลาสดตรงหน้าแล้วนำเข้าปาก พลางเมียงมองใบหน้ากลัดกลุ้มของคู่สนทนาด้วยรอยยิ้ม ไม่ใช่ครั้งแรกของการพูดคุย... เป็นครั้งที่สองและครั้งที่สาม... สำหรับการพูดคุยเพื่อเป้าหมายบางอย่าง




“ผมบอกแล้วไงครับ ว่าต่อให้คุณอยากเห็นวองโกเล่ริง ก็คงไม่มีให้คุณดูหรอกครับ มันถูกทำลายไปหมดแล้ว” มือเรียวเล็กทั้งสองผสานกันแน่น คิ้วเรียวทั้งสองแทบขมวดกันเองเป็นปม .. มองแล้วสนุกเสียเหลือเกิน

“ไม่แฟร์เลยนะ~” ช่างเป็นกลุ่มที่เปลี่ยนใจยากคล้ายคลึงกับจิสโรเนโรแฟมิลี่เสียเหลือเกิน....

“คุณเบียคุรัน มาเร่ริงเองก็เป็นแหวนธาตุบริสุทธิ์ระดับ A+ ทำไมคุณต้องการวองโกเล่ริงอีก... คุณก็ไม่แฟร์นะครับ.. คนของคุณที่เข้าจู่โจมทำร้ายสาขาย่อยของเราน่ะ....” เนตรสีน้ำตาลไหม้พิศมองอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เพียงการลอบจู่โจม... เหตุการณ์แปลกๆหลายอย่าง.. คงเดาไม่อยากว่าเป็นฝีมือของใคร

“เธอมีวิธีนำแหวนกลับคืนมานี่” ริมฝีปากคมคลี่ยิ้มเมื่อพูดเข้าถูกจุด ปฏิกิริยานั่น.. แสดงว่าคิดแผนบางอย่างไว้ในใจบ้างแล้วมิใช่หรือ คิดจะตอบโต้มิลฟิโอเร่หรือไร?




ไม่ว่าด้วยวิธีไหน.... ทูว์นิเซ็ตจะต้องสมบูรณ์แบบ
อำนาจสูงสุดของมาเฟีย.....




“ผมไม่คิดว่าเป้าหมายของคุณมีแค่แหวน 7 วงนี้......” จะเป็นการคาดเดาของสุดยอดลางสังหรณ์หรืออะไร.. ก็ไม่ไว้ใจชายคนนี้แม้เพียงเสี้ยวเดียว ไม่เป็นมิตร... และคงเป็นมิตรกันไมได้อย่างแน่นอน อย่างการรวมแฟมิลี่กับจิสโรเนโรซึ่งไม่น่าเกิดขึ้น....

“ถ้าเธอไม่ตอบรับคำเชิญชวนของฉันในอีกครั้งหรือสองครั้ง ก็คงไม่ต้องเกรงใจกันแล้วล่ะน๊า~” ทานเค้กวนิลาตรงหน้าจนหมด ร่างสูงเรือนผมสีงาช้างจึงหยัดกายขึ้นหยิบสูทสีขาวขึ้นพาดบ่าของตนเองและส่งรอยยิ้มให้

“ตอนนี้ฉันยังไม่ได้คิดว่าจะทำอะไร จะรอดูคำตอบของเธอก่อนก็แล้วกัน บ๊ายบาย แล้วเจอกัน~” หากไม่มีสิ่งใดมากระตุ้นให้เปลี่ยนใจ... หรือมีแรงจูงใจใหม่ก็คงดำเนินการไปตามเดิม....




ท่ามกลางแมกไม้ในช่วงเวลาสั้นๆนั้น
ใครบางคนซึ่งอาจจะเป็นกุญแจสำคัญ.....



ให้เลือกเดินเส้นทาง

ความเป็นมิตร... หรือความพินาศ... ความปรารถนา....





“สึนะโยชิคุง เขาไปแล้วล่ะครับ” ร่างสูงเรือนผมสีไพลินก้าวมาหยุดข้างเก้าอี้นั่งของบอสใหญ่แห่งวองโกเล่ ร่างบางผ่อนลมหายใจยาวเฮือกใหญ่ คำว่าไม่เกรงใจนั้น... ที่ทำอยู่ตอนนี้ยังไม่มากพออีกเหรอ เหนื่อยเหลือเกิน... กับการรับมือที่มีแต่คนสูญเสียไป....

“ถ้าพวกเราไม่มีวองโกเล่ริง... ก็คงสู้เขาไม่ได้....” ศีรษะปกคลุมด้วยไหมอ่อนนุ่มสีน้ำตาลไหม้เอนพิงซบแขนของผู้พิทักษ์แห่งสายหมอก ในยุคสมัยนี้... ไม่มีวองโกเล่ริงอีกแล้ว.... ไม่มีแม้แต่อาจารย์พิเศษผู้คอยให้คำแนะนำและปรึกษานั้น....

“ผมจะไม่ถามหรอกนะครับ ว่าคุณคิดวางแผนอะไรกับฮิบาริคุงกับอิริเอะคุงเอาไว้ หากคุณตัดสินใจแล้ว ผมก็จะทำตาม...” มือใหญ่จับปอยผมอ่อนนุ่มนั่นแตะสัมผัสริมฝีปาก... เนตรกลมนั้นหรี่ปรือหลับลง... ไม่อยากให้มีคนตายไปอีก... เหล่าอัลโกบาเรโน่.. พ่อของยามาโมโตะ.... และจะเป็นใครอีก....



เสียงคร่ำครวญเงียบงันของผู้คนรายล้อมตัวเรา
ปกคลุมไปทั่วผืนแผ่นดินมาเฟียนี้....



ร่ำร้องหาความหวัง.... ในยามผู้คนล้มตายไปทีละคน
ดื้นรนต่อสู้.... แม้ไม่สามารถเรียกชีวิตคนใกล้ชิดกลับคืนมา




อนาคตนั้นโหดร้ายนัก........







กลิ่นชุ่มชื้นของใบไม้อ่อน ร่างโปร่งเรือนผมสีน้ำตาลทองเดินย่ำบนพื้นปกคลุมด้วยใบไม้แห้ง เนตรสีฟ้าสวยดั่งผืนท้องฟ้าจดจ้องมองหาตำแหน่งซึ่งตนองเคยมานอนพักจากเรื่องหนักๆบนไหล่ทั้งสองนี้ เรื่องแปลกๆที่เกิดขึ้นในวันนั้นคิดไปอาจจะไม่น่าเชื่อ.... แต่โลกใบนี้มีเรื่องมากมายเกินการคาดเดานัก เป็นแค่ความฝันที่เชื่อมต่อกันโดยบังเอิญงั้นเหรอ....



“ความฝันที่เหมือนจริง....” ริมฝีปากนั้นคลี่ยิ้ม หากเป็นผู้คนจากโลกเวลาห่างไกลจริงๆนั้น เป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อยเลย



กลิ่นชุ่มชิ้นของใบไม้อ่อน ร่างสูงเรือนผมสีงาช้างเดินย่ำบนพื้นปกคลุมด้วยใบไม้แห้งเฉกเช่นเดียวกัน เนตรสีอเมทิสต์นั้นมองไปรอบตัว เหตุการณ์แบบเดิมๆไม่ต่างจากเมื่อคราวก่อน เพียงแค่หลับในห้องทำงานแห่งเดิม คิดแล้วน่าขำนัก... การเดินทางผ่านช่วงเวลา? หรือความฝันที่บิดเบี้ยวกัน... ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ....


“เพราะปรารถนาอย่างแรงกล้า?” พึมพำกับตนเอง... ความปรารถนาในวองโกเล่ริงอย่างแรงกล้า หรือสวรรค์นั้นต้องการให้เรื่องราววุ่นวายกว่าเดิม


เสียงก้องกังวานในสายลมชักนำพาให้มาพบกัน.......

เพื่ออะไร....?





สองร่างก้าวเดินจนกระทั่งเดินมาเจอหน้ากันอีกครั้ง สีหน้าของทั้งสองคนไม่มีประกายแปลกใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับเดาไว้อยู่แล้วว่าต้องมาเจอ ณ พื้นที่แห่งเดิม เป็นเรื่องน่าแปลก... ที่ไม่รู้ว่าจะคิดว่าเป็นเรื่องดีหรือว่าเรื่องร้ายกันแน่ เป็นเรื่องของอนาคต....



“Buon pomeriggio Byakuran” จิอ๊อตโต้เป็นฝ่ายเอ่ยทักทายก่อนและหยัดกายลงนั่งพิงต้นไม้ใหญ่ดั่งเช่นคราวก่อน ถ้าให้เดา ชายคนนี้คงชอบการนอนกลางวันไม่มากก็น้อย

“สวัสดียามบ่าย จิอ๊อตโต้คุง ฉันมารบกวนเวลานอนกลางวันของเธอรึเปล่า” สีหน้ายิ้มแย้มนั้นไม่ได้บ่งบอกเลยว่าต่อให้รบกวนจะรู้สึกผิด

“เปล่า ข้าแค่มานั่งสูดอากาศในป่านี้เท่านั้น” มือเรียวตบพื้นที่ว่างๆข้างๆตนคล้ายกับเชิญให้ชายหนุ่มนั่งลงข้างเคียง มันคงเสียมารยาทหากพุดคุยกันในสภาพแบบนี้


ไม่ปฏิเสธคำเชิญ เบียคุรันนั่งลงข้างกายของบอสคนแรกของแฟมิลี่อันเป็นศัตรูในอนาคต มองใกล้ๆใบหน้านั้นละม้ายคล้ายกับบอสรุ่นที่สิบนัก หากคาดเดาคงมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดอยู่บ้างเป็นแน่ แต่น่าแปลก... ที่บอสรุ่นที่สิบนั้นเป็นคนญี่ปุ่น ....


“ท่าทางเจ้าจะเป็นบอสที่ว่างงานนะ เบียคุรัน” เนตรสีฟ้าทอดมองออกไปไกล.. มองเหล่าวิหคโบยบินไปตัวแล้วตัวเล่า

“คนตั้งเยอะแยะ ก็ให้พวกเขาทำงานสิ ทุกคนยินดีทำงานให้ได้ตามยอดเพื่อความสุขกันทั้งนั้น” สีหน้านั้นประดับยิ้มตลอดเวลาเสียจนคนฟังนึกแปลกใจ ความคิดแบบนั้น... ออกจะขัดกับหลักและความหมายของคำว่า Familia ไปเสียหน่อย.. หรือมาเฟียในอนาคตเป็นแบบนั้น... ไม่สิ... ในตอนนี้มันก็เริ่มเปลี่ยนแปลง...



Familia หมายถึงครอบครัว
สมาชิกทุกคน... คือครอบครัวเดียวกัน....



ทุกคนเริ่มลืมเลือนสิ่งนั้น....
ใฝ่หาอำนาจ... มากกว่าการปรองดอง...




“ข้าได้ยินเจ้าเรียกท้ายชื่อข้าว่าคุง นั่นมาจากภาษาอะไรกัน?” ใบหน้าอ่อนวัยผินหันมองเพื่อเปลี่ยนเรื่อง เป็นครั้งแรกที่มีคนเรียกขานนามของตนเองเช่นนั้น

“ฉันชอบญี่ปุ่นนะ ขนมหลายอย่างของญี่ปุ่นอร่อยมาก อาหารหลายอย่างก็อร่อย ตอนเที่ยงยังทานราเม็งทุกวันด้วยซ้ำ” เนตรสีฟ้ามองตามอย่างมึนงงไปบ้าง เนตรสีมองแลเห็นก็พอจะเดาได้ หากให้คิดย้อนไป... สมัยนี้ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศปิดนี่นะ

“ญี่ปุ่นนี่ เป็นประเทศหนึ่งทางตะวันออกน่ะ ไกลจากที่นี่มาก แต่ถ้าไปแล้วคุ้มทีเดียว” คุ้มในหลายๆความหมาย... รวมถึงการสังเกตการณ์ด้วย....




เหล่าวองโกเล่ในยุคใหม่....
ยุคที่สิบนั้น... เติบโตและสร้างสมประสบการณ์ในเมืองนั้น....


เมืองนามิโมริ.....




“ฟังเจ้าพูดแล้วคงเป็นที่ๆสวยมาก เจ้าก็เลยชอบซะขนาดนั้น” จินตนาการไปไม่ถึงสถานที่แห่งนั้น ชีวิตของตนอยู่ในวังวนของการต่อสู้แย่งชิงอำนาจและสร้างอำนาจก็เท่านั้น... แม้จะพยายามหลีกเลี่ยงมากเท่าที่จะทำได้... จำทำตามเสียงส่วนมาก..

“บอสรุ่นที่สิบของแฟมิลี่เธอ ก็เป็นคนญี่ปุ่นนี่ หน้าตาคล้ายเธอมาก” ใบหน้าอ่อนวัยยิ่งแปลกประหลาดใจในทำพูดนั่นมากนัก

“คล้ายข้างั้นเหรอ?” ทั้งๆที่คิดว่าตนจะเกิดและตายในพื้นแผ่นดินเกิดแห่งนี้... และคงจบชีวิตลงในแผ่นดินนี้เป็นแน่...

“แม้แต่อาวุธก็ยังเหมือน อย่างกับเป็นสายเลือดเดียวกัน” มือใหญ่ชี้ไปทางถุงมือซึ่งเก็บไว้ลวกๆในกระเป๋า ยิ่งฟังยิ่งสนใจนัก

“เล่าให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่เบียคุรัน เรื่องของบอสรุ่นที่สิบคนนั้น” คงจะต้องเชื่อ.... ว่าชายคนนี้... มาจากอนาคต...



อนาคตของแฟมิลี่นี้...เป็นอย่างไร....
จะเป็นไปอย่างเจตนาที่ข้าปรารถนาไว้หรือไม่......


เด็กคนนั้นผู้มีใบหน้าคล้ายตนนัก
ตามคำบอกเล่าของชายผู้มิอาจรู้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรู





เสียงก้องกังวานจากอนาคต เสียงก้องกังวานจากอดีตเพรียกหากัน... ความคิดและการกระทำบางอย่างในอดีตคงส่งผลไป... คำบอกเล่าอนาคตจากปากของผู้พบเห็นชวนให้ผู้ฟังสนใจนัก เรื่องราวของบอสรุ่นที่สิบ... แม้ไม่รู้ว่าเรื่องราวนั้นถูกดัดแปลงแต่งไปเพียงใด



“จะไม่ถามเหรอ ว่าฉันรู้จักเขาได้ยังไง หรือฉันเป็นใครน่ะ” คำถามลองเชิงจากบอสใหญ่ของศัตรูในอนาคต เนตรสีมองและใบหน้าเจ้าเล่ห์นั้นมองอย่างจริงจัง

“เจ้าเป็นศัตรูของเด็กคนนั้น... ใช่รึเปล่าล่ะ?” เสียงนุ่มเอ่ยตอบกลับมาพลางส่งยิ้มให้ รอยยิ้มอ่อนบางซึ่งมองทะลุปรุโปร่ง... คงไม่มีใครรู้เรื่องของคนๆหนึ่งดีมากมาย... และคำพูดเหล่านั้นล้วนเป็นมุมมองของการสืบข้อมูล คนที่สืบข้อมูลจะต้องการอะไร...




นอกจากเป็นศัตรู





“ฉลาดจัง แล้วคุยกับฉันแบบนี้จะดีเหรอ?” การเปลี่ยนแปลงอดีตเพียงนิดส่งผลถึงอนาคต....

“ที่นี่คืออดีต... แล้วข้าก็สนุกด้วยที่ได้ยินเรื่องในอนาคตจากเจ้า” แม้ภายนอกจะดูอ่อนวัยและอ่อนแอ กลับดูยิ่งใหญ่กว่าที่คาดเอาไว้มาก... นั่นคือผืนนภาแห่งวองโกเล่... ผู้มีเปลวเพลิงพิสุทธิ์สีทอง...

“เธอเป็นคนน่าสนใจมากๆเลยนะ” หากเปรียบเป็นของหวาน คงเป็นของหวานเล่อค่าน่าลิ้มลองนัก

“เจ้าก็เป็นคนน่าสนใจเบียคุรัน แต่น่าเสียดายที่เจ้าเป็นศัตรูของวองโกเล่แฟมิลี่นะ” หากเป็นมิตรคงเป็นกำลังสำคัญ... หากเป็นศัตรูก็คงรับมือยากเหลือเกิน...

“หวังว่าเจ้าจะเปลี่ยนความคิดได้บ้าง” ริมฝีปากคมคลี่ยิ้มทันทีเมื่อสดับฟังคำของคนข้างกาย ใบหน้าอ่อนวัยนั้นคลี่ยิ้มบางๆ เนตรสีฟ้านั้นจ้องมองตรงมาอย่างจริงจัง



คงยากที่จะเปลี่ยนความคิดของตนเองผู้หลงใหลในอำนาจ
มีแต่จะเพิ่มพูนความปรารถนาและต้องการ....


ถ้าอดีตไม่เป็นไปตามที่ควรเป็น....
อนาคตที่จะได้แหวนมาก็คงไม่มาถึง....





เสียงของสายลมพัดโบกให้ใบไม้ในป่าสีเขียวขจีนั้นเสียดสีเป็นเสียงแซ่งแซ่ เสียงของธรรมชาติซึ่งเข้ามาแทนที่เสียงการพูดคุยของคนทั้งสอง คงไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้น.. อาจจะเป็นจุดจบ.. และต่อไป....


“จะคอยดูนะ ว่าเธอจะเปลี่ยนความคิดของฉันได้รึเปล่า ฉันจะลองคิดดูก็ได้” ก็แค่การลวงหลอกให้คู่สนทนาตายใจไปเท่านั้น....

“หวังว่าเจ้าจะรักษาคำพูดนะเบียคุรัน ในฐานะผู้นำ” ถือเป็นพันธะสัญญา หรือการพนัน... ของคนในอดีตและอนาคต..... จะนำพาไปสู่ความพินาศหรือสิ่งใด......

“แน่นอน Vongola Primo Giotto” ก็แค่คำลวง.... บนเกมส์ๆหนึ่งก็เท่านั้น ใบหน้าคมนั้นถือวิสาสะโน้มเข้าใกล้ใบหน้าอ่อนวัย และช่วงชิงริมฝีปากนั่นแผ่วเบาราวกับขนนก เจ้าขนมหวานชั้นสูง.. เอกนภาผืนแรกของวองโกเล่...




ไม่ว่าอดีตหรืออนาคต....
ทุกอย่างจะต้องเดินไปจนถึงจุดๆหนึ่ง....



ฉันต้องการวองโกเล่ริง....
เพื่อจุดสูงสุดของอำนาจ......






ร่างโปร่งผละออกห่างอย่างตกใจ “เจ้า!!!?” หากเป็นคำทักทายของชายหนุ่มและหญิงสาวคงจะใช่ แต่นี่ไม่ใช่อย่างแน่นอน

“แล้วพบกันใหม่นะ จิอ๊อตโต้คุง ฉันคงนอนมากแล้ว” เจ้าของเรือนผมสีงาช้างหยัดกายลุกขึ้น ดังเช่นครั้งก่อนภาพซึ่งเริ่มห่างออกไปนั้น ...


เสียงก้องกังวานของห้วงเวลาห่างไกล.... จุดเชื่อมต่อของอดีตและอนาคต... ใยพวกเราจึงมาพบพานกัน ณ เวลานี้ ใยพวกเราจึงต้องพบเจอกัน ... เนตรสีฟ้าจ้องมองตรงมานิ่งงัน เจ้าคนแปลกหน้าจากอนาคต ศัตรูของวองโกเล่แฟมิลี่... เป็นคนแปลก ฉลาด และน่าสนใจนัก... คำพูดที่ยากจะเชื่อ...


“ตอนท้ายของหมากกระดานนี้หวังว่าเจ้าจะเป็นฝ่ายแพ้” ราวกับคำอวยพรส่งท้ายของผืนฟ้าผืนแรก... คราหน้าที่ได้พบกันอีก... จะมีเรื่องราวใดมาเล่าให้ข้าฟังอีกงั้นเหรอ...



หากข้าอวยพรให้ฝ่ายตัวเองก็คงไม่ผิด




รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้นส่งยิ้มมาก่อนที่เสียงกังวานของสายลมจะหยุดพัดไป.... ร่างโปร่งนั่งมองอยู่ ณ ที่แห่งเดิม ใต้ต้นไม้นั้น... มือยกขึ้นแตะริมฝีปากของตนเอง คนในอนาคตซึ่งแตกต่าง.... หวังเอาไว้... ว่าคงไม่ต้องอวยพรให้ได้รับความพินาศหรอกนะ.....



จะต้องพานพบอีกซักกี่ครา....
จึงจะได้รับคำตอบ......




“จิอ๊อตโต้ หลบมานอนที่นี่อีกแล้ว เจ้าควรจะกลับไปข้างในได้แล้ว” ร่างสูงของคนสนิทเดินมาตาม.. ใบหน้าอ่อนวัยหันมองพลางยิ้มให้ เขาก็คงเรื่อยเปื่อย ทำตัวเอื่อยเฉื่อยเกินไป...

“เข้าใจแล้ว เจ้าไปก่อนเถอะริคาโด้” วองโกเล่ริงงั้นเหรอ.........





เสียงก้องกังวานใส.....
เสียงก้องกังวานจากอดีตและอนาคต....



ร่ำร้อง... จนกว่าจะเห็นผลลัพธ์
นำพา.... อนาคตที่มองไม่เห็น



ดอกแอนนีโมนี่นั้น..... หมายถึงความสิ้นหวัง...

การทอดทิ้ง..... ความโดดเดี่ยว..... และ... ความรัก.......


.
.
.
.









TBC…………………………………..








----------------------------------------------------------------------------------------------


Free Talk : โปรดอย่าถามเลยว่าจิ้นอะไร OTL มันเมาขั้นสุดยอดแล้ว เป็นอะไรที่บ้าที่สุดเท่าที่ทำมา T[]T เพ้อสุดยอดดด เพ้อคู่ที่ไม่น่ามาเจอกันได้เลย แง!!!! แต่เคยเขียน XG ก็เลยอยากลอง 100G (ช่วงนี้เล่นคู่นี้บ่อยในเอ็ม ฮา) ถามว่าพล็อตมีมั้ย มันมีแค่หย่อมๆ แล้วก็เพิ่มเสริมเติมเป็นวันๆ =A=” (มันไม่เคยสร้างพล็อต....)

รุ่นที่หนึ่งกับรุ่นที่สองที่ดูปรองดองกันดีเหลือเกิน =w=” ฝั่งอนาคตก็มีแอบ 6927 นิดๆ ฮา มันเป็นความบ้าค่ะ มันบ้า = =” อะไรที่เกิดขึ้นในฟิคนี้คงเป้นความบ้าและเพ้อขึ้นสุดท้ายแล้วจริงๆ OTL

_________________
ตอนนี้ฟิคยาวส่วนใหญ่ ย้ายไปลงที่อีกบอร์ดแล้วนะคะ =w=" http://worldstale.freeforums.org/

風が生まれ雲は流れ
君の下へ君の傍へ
翼になり愛は届く
The answer is blowing in the wind


Image
หล่อเลว すき!! (。・ω・)ノ゙    

Image


Last edited by Ayafee on 19 Dec 2008, 11:40, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic] Risonanza <100G> Up2 ! 19/12/08
PostPosted: 19 Dec 2008, 08:07 
Joined: 17 Jan 2008, 11:16
Posts: 995
มีแอบ6927จริงๆด้วย กร๊าซซซ น่าร๊ากกก คุณมุร๊ากกกกกก ถึงไม่รู้เรื่องอะไรไม่รู้ว่าทูน่าวางแผนอะไรปต่ก็จะทำตาม ช่างน่ารักจริงๆ

โอ๋ อีตาถังเบียยยยยย บังอาจเล่นของสูง บังอาจขโมยริมฝีปากท่านทมวด มันต้องฆ่าให้ตาย กร๊าซซซซ~~!!!!!!!

ท่านทวดท่าทางรักสนุกใช่เล่น ราศีราชินีช่างจับจิต เหมียวว

รออ่านต่อนะจ๊ะอายะ

ปล. พล๊อตมีเป็นหย่อม=[]= 555+ แมวดำก็ชอบผุดเป็นดอกเห็ดเหมือนกันเน้ ><

_________________
Walking this road,
Without you,
To remake forgotten promises
and meet you at roads end.

Faded Memories,
Reconstucted Memories,
A dream - a dream of you,
In a world without you.

The dream I see in the world without you,
Torn dream, like a memory from the far past,
I'd like to put it together,
With you...

*Credit : Kingdom Hearts II


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic] Risonanza <100G> Up2 ! 19/12/08
PostPosted: 19 Dec 2008, 08:59 
Joined: 15 Jul 2008, 15:01
Posts: 70
นี่เป็นคู่ที่ยอมรับค่ะ ว่า เราไม่เคยจิ้น ก็แบบว่า.... ใครจะคิดว่าคู่นี้จะมาเจอกันได้ แต่ อายะซังทำได้ค่ะ ทำได้ดีด้วย ราศีราชินีท่านทวดเปล่งประกายเจิดจ้าสุดๆ

คู่นี้มันให้ความรู้สึกรักแบบหักเหลี่ยมเฉือนคม ท่านทวดที่ล้ำลึก กับ มาชแมลโล่ ที่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่จริงๆ

กรี๊ดกร๊าดตอนขโมยจุ๊บ มันน่าโฮกจริงๆให้ดิ้นตายค่ะ อายะซังทำเราปิ๊งคู่นี้อีกคู่แล้วสิ แต่ว่า จะหาอ่านคู่แบบนี้ได้จากที่ไหนอีกล่ะเนี่ย หายากมากนะคะคู่นี้

ลึมๆ

ทูน่า กับ มุคู้ววววววว แม้โผล่มาแอบๆ แต่ก็หวานค่ะ กอดอายะซังหนึ่งที


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 34 posts ]  Go to page 1, 2, 3  Next


Who is online

Users browsing this forum: jitkaroon and 2 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: