Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 11 posts ] 
Author Message
 Post subject: [Requested Fic][All69] A Girl's Wish: Part B (End)
PostPosted: 06 Dec 2009, 18:44 
User avatar
Joined: 13 Nov 2007, 22:58
Posts: 309
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ

Title: A Girl's Wish
Pairing: All69, very mild 6996
Rating: PG-15
Warning: BL, utter crack
Requested by: โอตาคุ 3 หน่อ

คำเตือนสำหรับบุคคลทั่วไป: เอนทรี่นี้ประกอบไปด้วยความเสื่อม ฉ่อย รั่วและดราม่าอย่างสุดซึ้ง...ผู้ใดที่ไม่ถูกกับสี่อย่างดังว่า...กรุณากด back โดยทันท่วงทีค่ะ = =+

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

โรคุโด มุคุโร่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน...ไม่เคย...แม้แต่จะจินตนาการ...หรือมีแม้แต่เศษเสี้ยวของความสงสัย...ไม่...เขาไม่เคยเอะใจเลยสักนิด...สิบปี...เขารู้จัก...ไม่สิ...เขาและเธอ...อยู่ด้วยกันโดยมีความคิดที่เชื่อมโยงกันได้แทบตลอดเวลามาตลอดสิบปี...แต่ว่า...มุคุโร่...ไม่เคย...ไม่เคย...ไม่เคยคิด...

ว่า...โคลม โดคุโร่...โคลมที่น่ารัก...โคลมที่แสนจะใสซื่อ...

จะกล้าขอ...ของขวัญวันเกิด...ที่ทำให้ท่านมุคุโร่ผู้นี้ลำบากใจที่สุด


A Girl’s Wish...
Is Not So Innocent - Part A



ลมแรง...พัดเอาธงทิวสัญลักษณ์อันเกรียงไกรของวองโกเล่ปลิวสะบัด...บนยอดหอสูงของปราสาทวองโกเล่...ที่ซึ่งมองเห็นแผ่นฟ้าได้เจนชัด...หญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีเดียวกับดอกไวโอเลตยืนนิ่ง...มองสีของฟากฟ้าแปรเปลี่ยนจากดำหยดหมึกเป็นซีดจาง...เมื่อสายลมหอบเอาเสียงระฆังจากที่แสนไกลบ่งบอกว่า...เป็นเวลาเช้า...เช้าวันใหม่...

บ่งบอกว่า...วันใหม่ได้มาถึงแล้ว...วันใหม่ที่ควรจะเป็นวันที่แสนธรรมดาเหมือนกับทุกวันในรอบปี แต่ว่า...วันนี้...

“โคลม...” เสียงนุ่มที่คุ้นเคยดังมาจากที่ข้างหลัง เสียงที่เธอจำได้ดีเสมอ...ในความทรงจำและห้วงความคิด...หญิงสาวค่อยๆหันกลับไป...ชายกระโปรงของเธอปลิวไสวในสายลมยามอรุณรุ่ง

เขาคนนั้น...อยู่ที่นั่น...สายหมอกที่เธอเคยแต่สัมผัสต้องได้แต่เพียงในมโนคิด เขาอยู่ตรงนั้น...ร่างโปร่งบางในชุดเสื้อโค้ทตัวยาวสีดำสนิท...ดูราวกับปีกของนกกาที่กระพือสะบัด...ทว่าไม่โบยบินหาย...แสงทองของฟ้าใหม่มาเยือนแล้ว...หากแต่แสงของทิวาหาได้ไล่ให้สายหมอกจางสิ้น...

“โคลมครับ...” รอยยิ้ม...คลี่ปรากฎบนดวงหน้าคมที่ติดจะสวยหวาน “Buon Compleanno” ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินเอ่ย...น้ำเสียงของเขา...นุ่มนวลราวกับแพรไหม

ดวงหน้าของหญิงสาวขึ้นสีระเรื่อราวผลตำลึงสุก มือเล็กประสานเข้าด้วยกันราวกับขัดเขิน “ท่านมุคุโร่...กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

“คึหึหึ...ก็เพิ่งมาถึงนี่ล่ะครับ...ผมกลัวจะมาไม่ทันวันเกิดคุณซะแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ย ก่อนจะเดินเข้ามาจับมือของหญิงสาว “ผม...อยากจะบอกสุขสันต์วันเกิดคุณเป็นคนแรก”

เลือดฝาดบนนวลแก้มของหญิงสาว...ดูจะเด่นชัดยิ่งขึ้น...ทุกวินาทีที่ผ่าน “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...แค่ท่านมุคุโร่อยู่ที่นี่...ฉันก็ดีใจแล้วค่ะ”

“โคลมที่น่ารักของผม...” เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินแย้มรอยยิ้มอ่อนโยน นัยเนตรสองสีจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเอ็นดู “บอกผมสิครับ...คุณอยากได้อะไรเป็นของขวัญ”

“ม...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันไม่อยากทำให้ท่านมุคุโร่ลำบากใจ”

“พูดมาเถอะครับ ถ้าเพื่อโคลมที่น่ารักของผม...อะไรผมก็ให้ได้ทั้งนั้น”

“จริงเหรอคะ!?” ความดีใจ...เบิกบาน...ทอประกายชัดในดวงตาของหญิงสาว

“คึหึหึ ผมจะโกหกคุณทำไมละครับ” มุคุโร่ยืนยัน “โคลม...ฟังนะครับ ถ้าในโลกนี้มีคนที่ผมจะไม่โกหก...ก็คงเป็นคุณ...คุณคนเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้น...บอกผมมาเถอะครับ โคลมที่น่ารักของผม”

“...” หญิงสาวหรุบตาหนีสายตาอ่อนโยนของชายหนุ่ม เธอนิ่งไปพักใหญ่ๆ และ...หากดวงหน้าของเธอขึ้นสีจัดอยู่แล้ว...สีสันที่ปรากฎบนใบหน้าของเธอ...คงจะเข้มยิ่งกว่าสีที่แดงจัดที่สุดกระมัง เมื่อริมฝีปากสวยขยับ...เอ่ยเอื้อนคำตอบ... “คือ...”

นัยน์ตาสีดอกไวโอเลตค่อยๆช้อนขึ้นมองคนตรงหน้า

“ท่านมุคุโร่...”

“ครับ...”

“..........ช่วยโดนผัวจับกดให้ดูแบบจะจะสักหนจะได้ไหมคะ”

คำขอที่เป็นประหนึ่งประกาศิตของเธอ...ดังมาพร้อมกับเสียงอันกังวาลก้องของระฆังยามเช้า...


ก๊อง~~~~~~~~


ประกาศิต...จากนรก...


...


ชายหนุ่มยืนนิ่งอึ้งอยู่พักใหญ่...สายลมผ่านมา...แล้วก็ผ่านไป...เสียงอื้ออึงของสายลมและเสียงของทิวธงที่สะบัดพัด...ยังหาได้ดังเท่าเสียงแห่งประกาศิตที่ดังก้องอยู่ในโสตหู...

ผัว...จับกด...ผัว...จับกด...ผัว...จับกด...

จนกระทั่ง...เมื่อสุริยาเคลื่อนคล้อยและสับปะรดเหมือนจะตั้งสติได้ ชายหนุ่มจึงได้เอ่ยขึ้นด้วยความพยายามเล่นลิ้นตอแหล

“เอ่อ...โคลมครับ...เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ดีกว่าเหรอครับ”

“...ไม่ได้เหรอคะ” หญิงสาวน้ำตาคลอเบ้า...ทำท่าเหมือนจะทรุดลงร้องไห้อยู่รอมร่อ “ทั้งๆที่ฉันคิดว่า...ฉันคิดว่า...”

“ม...ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ” น้ำตาสาวเจ้าเล่นเอาแม้แต่สับปะรดตอหลดยังแอบสะอึก “แต่ โคลมครับ...ผมเป็นผู้ชายจะมีผัวได้ยังไงครับ”

สาวเจ้าใช้หลังมือปาดน้ำตาที่ดูว่าจะซึมๆ ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยริมฝีปากสั่นระริก “ได้สิคะ ท่านมุคุโร่” แถมด้วยเสียงสะอื้นเบาๆ แม้นว่าริมฝีปากของสาวเจ้าจะเหยียดคลี่รอยยิ้ม “จะผัวคนไหนก็ได้ ขอให้มีจับกด...แค่นั้นก็พอค่ะ”

นี่...ช่วงที่ผมไม่อยู่เกิดอะไรขึ้น...นี่ผมไปนานขนาดนั้นเลยรึ...หรือว่าช่วงตอนที่ผมหลับอยู่ในโหลดอง...มีอะไรที่สะเทือนใจเกิดขึ้นกับโคลมที่น่ารักของผม...ทำไม...ทำไม...ทำไม...

โคลมที่แสนน่ารัก...โคลมผู้ใสซื่อ...โคลมผู้บริสุทธิ์...ถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้!?

เสียงในใจของมุคุโร่กรีดร้อง รู้สึกอิมแพ็คหน่วงหนักราวกับจะทรุดลงไปกองเองเสียให้ได้ หากทว่า...

“คุณมุคุโร่ อยู่ที่นี่เองเหรอครับ” เสียงสวรรค์ที่ราวกับจะดังขึ้นถูกที่ถูกเวลาพอดีก็เข้ามาช่วยดวงวิญญาณที่น่าสงสารของเขา “ท่านรุ่นที่สิบต้องการพบครับ เห็นว่าเกี่ยวกับรายงานภารกิจที่ไปทำ”

“อา...วองโกเล่ต้องการพบผมสินะครับ” เมื่อมีคนโยนเชือกให้คนที่กำลังจะตกหน้าผา...มีหรือจะไม่รีบคว้าเอาไว้ มุคุโร่แย้มรอยยิ้มหวานกระชากจิตให้สาวเจ้าพอเป็นพิธี “แล้ว...ไว้ค่อยคุยกันนะครับ โคลม” ก่อนจะรีบเดินตามลิ่วล้อนิรนามไป

หากแต่ยังมิวาย สาวเจ้ายังมีเอ่ยให้หลอนทิ้งท้าย

“ท่านมุคุโร่...อย่าลืมนะคะ...ผัว...จับกด”


...


ผัว...จับกด...ผัว...จับกด...

เสียงที่เปรียบประหนึ่งคำสาปที่เลวร้ายที่สุดยังคงดังก้องอยู่ในหัวของชายหนุ่ม...ราวกับไม่อาจสลัดความหลอนให้หลุดออกไปได้...

ผัว...จับกด...ผัว...จับกด...

แต่ เดี๋ยวก่อน! ไอ้ที่บอกว่าโดนจับกด...ถ้าไม่มีการให้คำนิยามจำกัดความคำว่า ‘จับกด’ เอาไว้ก่อน...เขาจะแค่แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ แล้วให้ ‘ผัว’ ทำการ ‘จับ’ แล้วก็ ‘กด’ ลงกับพื้นผิวใดๆก็ได้สัก 5 วินาทีต่อหน้าสาวเจ้า...ก็อาจเรียกได้ว่าทำภารกิจลุล่วงได้แล้ว...

“เอ่อ...มุคุโร่...”

ปัญหาที่เหลืออยู่ก็แค่...

“นี่ มุคุโร่...”

เสียงเรียกชื่อทำให้ชายหนุ่มหลุดจากห่วงโซ่ของความคิด นัยเนตรสองสีเหลือบมองคนตรงหน้าแทนที่กำแพงว่างๆเป็นครั้งแรก... “เอ่อ...ครับ วองโกเล่?”

ที่ตรงหน้าเขา...นัยเนตรสีน้ำตาลอบอุ่นของชายหนุ่มผู้รั้งตำแหน่งวองโกเล่รุ่นที่สิบกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยอารามเป็นห่วง

“เป็นอะไรรึเปล่า...ฉันพูดอะไรไปก็เหมือนนายไม่รับรู้...มีอะไรไม่สบายใจงั้นเหรอ”

ไม่สบายใจ...ไม่หรอก...นี่มันยิ่งกว่าไม่สบายใจเสียอีก ทำไมนะ...ทำไม...โคลมที่น่ารักถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้

หากทว่า...เสียงโอดครวญเล็กๆในใจของพืชไร่ก็ดูเหมือนจะเงียบลงไป...เมื่อความคิดอันโลดแล่นในการหาทางออกให้ชีวิตผุดขึ้นในสมองอันฉลาดล้ำของสับปะรด นัยเนตรสองสีเหลือบมองร่างเล็กตรงหน้าอย่างประเมินสถานการณ์

ซาวาดะ สึนะโยชิ (24) ตำแหน่งวองโกเล่รุ่นที่สิบ ผู้นำของขั้วอำนาจแห่งโลกมาเฟีย...จิตใจดี อบอุ่น เป็นห่วงเป็นใยชาวบ้านอยู่เสมอ และไม่เอาเปรียบใครโดยไม่จำเป็น ลักษณะภายนอก...ถึงจะสูงขึ้นมากกว่าเมื่อสิบปีก่อน แต่รากเหง้าพื้นฐานยังเป็นปลาทะเลที่โผล่ไม่พ้นผืนน้ำ...ส่วนสูงอันน่าเศร้าที่ได้มาแต่บรรพบุรุษ...ไม่สิ...ถ้าจะเปรียบจิออตโตเป็นปลาชีลาเคนส์...

ซาวาดะ สึนะโยชิ...คงจะเป็นปลาทูน่าที่ว่ายน้ำได้ลึกติดพื้นสมุทรที่สุดตัวหนึ่งกระมัง...

เสียงหัวเราะคึหึหึดังมาจากพืชไร่ชวนให้ปลาทะเลที่ว่าเสียวสันหลัง เมื่อแผนอันสุดโสภีที่ไม่ว่าจะอย่างไร...สับปะรดก็ไม่ยอมตกเป็นเบี้ยบรรเจิดขึ้น

“วองโกเล่...” ริมฝีปากสวยแย้มรอยยิ้มหวาน “คุณช่วยเป็น ‘ผัว’ ผมสักวันได้ไหมครับ”


...


แกร๊ก!

“ห...หา!?”

ปากกาหมึกซึมชั้นดีร่วงตกลงจากมือของซาวาดะ สึนะโยชิ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ้าปากค้าง...และพะงาบๆอยู่อย่างนั้นราวกับปลาขาดน้ำ...จนกระทั่ง...เมื่อร่างงามขยับเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มถึงได้สติ

“ด...เดี๋ยวก่อน มุคุโร่...มะ หมายความว่ายังไงน่ะ ตะกี้ที่ว่า...” ใบหน้าของชายหนุ่มเริ่มขึ้นสีสุกก่ำไม่แพ้โคลม โดคุโร่ในโหมดขัดเขิน “ผ...ผ...ผัวน่ะ...!?”

คำพูดตัว ผ. หลุดออกจากริมฝีปากบางอย่างยากเย็น ประหนึ่งคำต้องห้ามอันสยดสยองด้วยคำสาปร้าย

“คึหึหึ จริงๆแล้ว...มันก็ไม่เชิงตามความหมายหรอกครับ...ก็แค่...”

หากทว่า...แผนสุดโสภีที่ดูเหมือน(น่า)จะราบรื่น...ก็ต้องมีอันทลายลงแทบจะทันใด...


ปัง!!!


ดาวมฤตยูไม่เคยจางหาย...

“แกว่าไงนะ!!!?”

เคราะห์ร้าย...ยังไม่จากไป...จากดวงชะตาของสับปะรด

“แกคิดจะจับท่านรุ่นที่สิบ มันจะมากไปแล้วนะ!!!”

ในบรรดาคนบ้าห้าร้อยจำพวก...วองโกเล่...เป็นศูนย์รวมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของคนบ้าเหล่านั้น

โกคุเดระ ฮายาโตะปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออกผาง...ดูเหมือนว่า...เขาจะได้ยินบทสนทนาที่ว่าอย่างเต็มสองหู

“แก...มุคุโร่...แกคิดจะทำอะไรของแก” ผู้พิทักษ์แห่งวายุเดินอาดๆเข้ามาคว้าคอเสื้อของผู้พิทักษ์แห่งสายหมอก “อย่ามาล้อเล่นกับท่านรุ่นที่สิบนะ!”

“คึหึหึ...ก็ไม่ได้ล้อเล่นนี่ครับ” นัยเนตรสองสีหรี่ปรือลงตามนิสัยคนช่างยั่ว ถึงจะกำลังเดือดร้อนยังไง...เวลาเจออารมณ์หุนหันของวายุแล้ว...ก็อดไม่ได้ทุกทีที่จะแหย่ “ผมแค่อยากจะให้วองโกเล่ช่วยผมนิดหน่อย...ก็เท่านั้น”

“แก!!!”

“ก...โกคุเดระคุง...” สึนะพยายามเอ่ยปรามอารมณ์ร้อนของชายหนุ่ม และ...

“ฮะๆๆ เอาน่า โกคุเดระ ซีเรียสไปได้ มุคุโร่อาจจะมีเรื่องจำเป็นจริงๆก็ได้” เป้าหมายที่ดีในการเบี่ยงเบนอารมณ์ร้อนนั้น...ก็ดูเหมือนจะปรากฎตัวได้ทันท่วงที

“อะไรนะ เจ้าบ้าเบสบอล!” โกคุเดระคลายมือจากคอเสื้อของสายหมอก หันมาตะคอกใส่ผู้พิทักษ์แห่งวรุณทันที “เจ้านี่มันเห็นท่านรุ่นที่สิบเป็น One Night Stand ฉันจะยอมได้ยังไง!”

ยามาโมโตะ ทาเคชิหัวเราะ “ฮะๆๆๆ เขาอาจจะไม่ได้หมายความว่ายังงั้นก็ได้ จริงๆนะ...นายอาจจะคิดในเชิงเสียเปรียบมากเกินไป”

“อะไรนะ...นี่แกหาว่าฉันเคะอย่างนั้นเรอะ!?” โกคุเดระทำท่าเหมือนใกล้จะควงหมัดเต็มที หากแต่เจ้าตัวยังรั้งตัวเองเอาไว้ “ยามาโมโตะ ทาเคชิ...แกนี่มันไม่ได้รู้อะไรเลยนะ ถึงสิบปีก่อน 8059 จะเป็นที่นิยม แต่ตั้งแต่แกไปเป็นเคะชนกำแพง ตอนนี้ 5980 มันก็เริ่มจะมาแรงแล้วรู้ไหม”

“5...5980!!!?” สึนะถึงกับผงะ...เจ้าตัวพยายามไล่ภาพความคิดอันสยดสยองออกไป...ว...วันนี้...มันวันอะไรกันเนี่ย

“ฮะๆๆ” ไอ้หนุ่มดาร์คเนียนยังหัวเราะได้ “นั่นมันก็เรื่องของกระแส แต่ถ้านายอยากจะเปลี่ยนจาก ‘โกเคะ’ มาเป็น ‘Go เสะ’ ฉันคงต้องเปลี่ยนมาทำการกุศล” มือแกร่งวางลงบนไหล่ของเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงิน “ไม่ต้องห่วง มุคุโร่ ฉันจะเป็นผัวให้นายเอง”

นัยน์ตาสองสีเบิกกว้างขึ้นด้วยความแอบตกใจในพลังดาร์คเนียน แต่แล้ว...พลัน...สมองอันฉับไว...ก็เริ่มประเมินสถานการณ์อีกครั้ง...

ยามาโมโตะ ทาเคชิ (24) ตำแหน่งผู้พิทักษ์วรุณแห่งวองโกเล่ ไอ้หนุ่มดาร์คเนียนลูกชายเจ้าของร้านขายซูชิ ไอ้คนที่ได้ชื่อว่ามีพรสวรรค์ฆาตกรแต่กำเนิด ซูชิซามูไร...ถูกปลดกลางอากาศจากตำแหน่งเสะแน่ๆ มาเป็นเคะเห็นๆตอนพุ่งชนกำแพงแล้วล้มลงเสียท่าอย่างโมเอะ เหมือนจะเคยเสียท่าให้สควอโล่และทนต์กระเด็นไปหนแต่ยังไม่เข็ด สิบปีมานี้ อัพความหน้าเสะด้วยแผลเป็นที่คาง ที่สำคัญ...

ความดาร์คเนียนที่เกิดจากความเก็บกดทำให้ความหื่นกามไม่เป็นสองรองใคร แม้จะทำเป็นหน้ายิ้มๆ

ถ้าเอาไอ้หมอนี่เป็นผัว...กลัวว่า...จะรอดตัวยาก...จากจับกดเล่นๆ จะได้โดนกดจริงๆ...ไม่...ไม่มีทาง...เรื่องอะไรโรคุโด มุคุโร่ผู้นี้จะยอมเสียตัว...!

แต่ไอ้ครั้นจะเรียกเคนหรือจิคุสะทาสผู้แสนดีมา...ก็เกรงจะเสียหน้าว่าไปเสียรู้นังหนูโคลม

มือเรียวขยับ...จะปัดมือของไอ้หนุ่มดาร์คเนียนออก หากทว่า...อีกมือที่ว่องไวกว่า กลับคว้ามือของไอ้ดาร์คเนียนที่ว่าไว้ “ไม่ต้องเลย เจ้าบ้าเบสบอล อย่างแกน่ะ เป็นเคะชนกำแพงไปก็ดีแล้ว”

โกคุเดระ ฮายาโตะเอ่ย...นัยเนตรสีเขียวเป็นประกายคุกรุ่นด้วยเพลิงแค้นที่ถูกดูถูกว่าเป็นเคะ “ถ้าอย่างแกเป็นได้ ฉันก็เป็นได้ ฉันจะเป็นผัวให้ไอ้เจ้าสับปะรดนี่เอง”

“อี๋~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!!!!”

เสียงกรีดร้องดังมาจากซาวาดะ สึนะโยชิ...นี่มัน...จะบ้ากันไปใหญ่แล้ว

มุคุโร่มองทีท่ามุ่งมั่นของวายุผู้ไม่ยอมเสียหน้า แล้วก็เริ่มประเมินสถานการณ์อีกครั้ง...

โกคุเดระ ฮายาโตะ (24) ตำแหน่งผู้พิทักษ์วายุแห่งวองโกเล่ เด็กมีปัญหา ลูกครึ่งญี่ปุ่น-อิตาเลียน หัวดี เล่นเปียโนเก่ง แต่อารมณ์หุนหันพลันแล่น อัพเสะขึ้นมาเพราะว่าเสะขาประจำไปเป็นเคะชนกำแพง เคารพเทิดทูนวองโกเล่รุ่นที่สิบ ตามติดต้อยๆเหมือนลูกหมา และถ้าเป็นไปได้คงจะจุดธูปเทียนบูชารุ่นที่สิบที่ว่าวันละสามครั้ง สูบบุหรี่จัด และเวลาเข้าโหมดเนิร์ดจะพูดอะไรเข้าใจยากเหมือนคนบ้า...ไม่ไว้ใจใครง่ายๆ

...ยังไงๆ...5969 มันก็ไม่เวิร์ค...ไม่...ไม่มีทางเลย พี่น้อง...

“ฮะๆๆ เดี๋ยวสิ โกคุเดระ พูดแบบนี้ฉันเสียหมดนะ ยังไง 8059 มันก็เป็นคู่ออฟฟิศเชียล นายน่ะเคะกว่าฉัน เพราะฉะนั้น...ให้ฉันเป็นผัวมุคุโร่ก็ถูกแล้ว”

“ไม่ถูกเฟร้ย! เคะชนกำแพงอย่างแก จะไปเป็นเมียสควอโล่หรือเกนคิชิฉันก็ไม่สนใจหรอก ถ้าเจ้ามุคุโร่มันอยากมีผัว ฉันจะเป็นผัวให้มันเอง!”

วรุณและวายุเริ่มทุ่มเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน ขณะที่สายหมอกตัวต้นเหตุทำท่าโอเวอร์รีแอคกุมขมับ...

“อา...ถึงสเน่ห์ผมจะแรงแค่ไหน แต่มาทุ่มเถียงกันเพราะผมแบบนี้...ผมก็เสียใจนะครับ”

ทั้งๆที่คนอยากจะกุมขมับจริงๆคงเป็นวองโกเล่รุ่นที่สิบซะละมากกว่า

“แต่ผมคงยอมเป็นเมียพวกคุณสองคนไม่ได้หรอกครับ ถึงจะเป็นพืชไร่แต่ก็มีเกียรติและศักดิ์ศรีนะครับ เพราะฉะนั้น...” เรียวปากสวยเหยียดรอยยิ้มชั่วร้าย “ไปกันเถอะครับ วองโกเล่” ไม่ทันขาดคำ เจ้าตัวก็กระชากแขนวองโกเล่รุ่นทีสิบวิ่งเผ่นออกจากห้องด้วยความเร็วชนิดวิ่งหน้าตั้งแทบจะทันทีทันใด

“อี๋~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!!! ด...เดี๋ยวสิ มุคุโร่!!!”

“เฮ้ยยยยยยยยยยย!!! ท่านรุ่นที่สิบ!!!” โกคุเดระที่กำลังเถียงกับยามาโมโตะหันขวับ “ไอ้สับปะรดร่านสวาท แกจะพาท่านรุ่นที่สิบไปไหน กลับมาเป็นเมียฉันเดี๋ยวนี้นะว้อยยยยย!!!”

ไวเท่าความคิด...เจ้าของตำแหน่งวายุแห่งวองโกเล่ก็รีบวิ่งไล่กวดสายหมอกที่ลากปลาทะเลติดพื้นสมุทรไปทันที...ไว...ให้สมกับที่เป็นวายุ

“ฮะๆๆ...ไปกันหมดซะแล้วเหรอเนี่ย~”

...ทิ้งไว้แต่เพียงยามาโมโตะ ทาเคชิที่ยืนหัวเราะอยู่เดียวดายในห้องที่เอกสารสำคัญของวองโกเล่ปลิวว่อน

ไอ้หนุ่มดาร์คเนียนมองทางเดินที่ทั้งสามคนวิ่งไล่กวดเหมือนหนังแขกตามกันไป ก่อนนัยเนตรสีทองจะทอประกายดาร์คสมสมญาดาร์คเนียนที่ว่า...

“ไม่เป็นไร...เพราะยังไง...เดี๋ยวพวกนายสามคนก็จะเป็นเมียฉันหมดแล้วล่ะ ฮะๆๆๆ”

ว่าแล้ว...เจ้าตัวก็ออกวิ่ง...วิ่งตามไปอีกคน...ไว...เหมือนกับลูกเบสบอลที่ถูกปา...


...


เสียงอึกทึกคึกโครมนอกห้อง ทำให้หญิงสาวที่นั่งรอของขวัญวันเกิดด้วยความหวังต้องเงยหน้าขึ้น

“ไอ้สับปะรดร่านสวาท แกจะพาท่านรุ่นที่สิบไปไหน กลับมาเป็นเมียฉันเดี๋ยวนี้นะว้อยยยยย!!!”

“ไม่เป็นไร...เพราะยังไง...เดี๋ยวพวกนายสามคนก็จะเป็นเมียฉันหมดแล้วล่ะ ฮะๆๆๆ”

เสียงจากระเบียงทางเดินที่ดังก้อง กับเสียงแห่งความดาร์คที่ลอยมาจากมอนิเตอร์ฉายภาพจากกล้องวงจรปิดที่เธอแอบติดเอาไว้ในห้องบอสทำให้หัวใจของเธอนั้นเริงร่า...

“อา...เริ่มแล้วสินะ...” หญิงสาวเอ่ย “ไม่ว่าใครจะเป็นผัวของท่านมุคุโร่...ก็ดีทั้งนั้น”

โคลม โดคุโร่...ทอดถอนหายใจราวกับตกอยู่ในห้วงความฝัน เธอมองภาพการวิ่งไล่กวดบนมอนิเตอร์ฉายภาพอีกครั้ง ก่อนจะเอนตัวลง...นอนอ่านนิยายวายอย่างสบายใจเฉิบอีกครั้ง...

อีกไม่นาน...ฝันของเธอก็จะเป็นจริงแล้วสินะ...

“รีบๆโดนผัวจับกดสิคะ...ท่านมุคุโร่...”


...


“ด...เดี๋ยวก่อนสิ มุคุโร่!” ซาวาดะ สึนะโยชิ...บอสหนุ่มดวงซวยที่โดนลากเข้ามาเอี่ยวกับนรกบนดินเต็มๆพยายามจะตั้งสติ...เจ้าตัวพยายามเอ่ยถามไล่เรียงเรื่องราวให้มันรู้เรื่อง...

ไอ้เรื่อง..ผ...ผัว...นี่...มันเรื่องบ้าอะไรกัน ให้ตายเหอะ!

“น...นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!?”

“ผมก็อยากจะอธิบายนะครับ แต่ว่า...” นัยเนตรสองสีหันกลับไปมองวายุและวรุณที่หน้ามืดวิ่งไล่กวดมาติดๆ “เพื่อความปลอดภัยของประตูหลังคุณและผม เราควรจะหาที่ปลอดภัยกันก่อนนะครับ”

“ที่ปลอดภัย...ที่ปลอดภัยเหรอ” สึนะหันซ้ายหันขวา...ถึงเขาจะไม่เกี่ยว แต่ไอ้รังสีพลังหน้ามืดจากด้านหลัง...โดยเฉพาะไอ้พลังดาร์คเนียนของ ‘เคะชนกำแพง’ ที่ว่า...ทำให้เขาสำเหนียกว่า...มุคุโร่พูดถูกล้านเปอร์เซ็นต์ ในฐานะวองโกเล่รุ่นที่สิบ...เขาคือผู้ที่รู้จักเส้นทางลี้ลับของปราสาทวองโกเล่นี้ดีที่สุด...ใช่...ใช่แล้ว!

ครีบปลาทะเลหยิบคว้าเอากุญแจในกระเป๋าที่ซ่อน...

“ทางนี้!” เจ้าตัวเปลี่ยนมาเป็นคนนำทาง ดึงสายหมอกที่แทบจะวิ่งแหกโค้งตรงหน้าหลบเข้าไปทางประตูลับหลังรูปภาพท่านเจ้าคุณจิออตโต

ร่างเล็กแตะนิ้วลงบนริมฝีปาก บอกให้อีกฝ่ายอย่าส่งเสียง ก่อนจะค่อยๆคลำทางนำไปทางช่องแคบๆ ที่ค่อยๆกว้างออกในที่สุด...วองโกเล่รุ่นที่สิบไม่รอช้า เจ้าตัวยัดกุญแจที่หาเอามาได้เมื่อครู่ใส่รูกุญแจตรงหน้า

คลิ๊ก...

ประตูห้องที่ถูกปิดเอาไว้ถูกเปิดออก...

“เฮ้อ...ที่นี่...น่าจะปลอดภัยแล้วล่ะ” สึนะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะล๊อคประตูตามหลัง

“ที่นี่มัน...” มุคุโร่มองห้องที่ดูจากขนาดและการตกแต่งแล้วดูเหมือนว่าจะเป็นห้องของผู้พิทักษ์เช่นกัน...แต่ข้าวของภายในห้องกลับเป็นระเบียบและดูเหมือนกับแทบจะไม่เคยถูกแตะต้อง

“...ห้องของคุณฮิบาริน่ะ” สึนะหอบน้อยๆ “ปกติคุณฮิบาริมักจะอยู่ที่ฐานที่ญี่ปุ่น แต่ถึงยังไง...ก็ไม่ค่อยมีคนกล้ามาเพ่นพ่านแถวนี้...น่าจะปลอดภัยแหละ”

“คึหึหึ...นั่นสินะครับ” เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินอดหัวเราะไม่ได้...เขาต้องมาซ่อนตัวในห้องของฮิบาริ เคียวยะ...ช่างน่าขันเสียจริงๆ

“เอาล่ะ...ตอนนี้...นายจะเล่าให้ฉันฟังได้รึยังว่าเรื่องมันเป็นยังไงมายังไงกันแน่” สึนะเอ่ย เมื่อเจ้าตัวหาที่นั่งสำหรับตัวเองได้...นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองคนตรงหน้าอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ...ใช่...ในที่สุดเขาก็มีโอกาสได้ทำตัวสมกับเป็นวองโกเล่รุ่นที่สิบ

“เรื่องนั้น...” สายหมอกเอนตัวพิงกำแพงใกล้ๆด้วยความเหนื่อยอ่อน “คุณบอกผมมาก่อนสิครับ...”

นัยเนตรสองสีที่เลื่อนขึ้นสบมองนัยเนตรสีน้ำผึ้ง...ดูหม่นสีลงอย่างสุดแสนจะสิ้นหวัง...

“ทำไม...โคลมที่น่ารักของผมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้”

“...” สึนะถอนหายใจยาว รอยยิ้มแห้งๆปรากฎขึ้นบนริมฝีปากของวองโกเล่รุ่นที่สิบ “คือ...เรื่องมันยาวน่ะ...”


...


“ตั้งแต่เอาสับปะรดออกมาจากโหลดอง...โคลมคงจะรู้สึกว่า...สายสัมพันธ์ที่เธอเคยมีกับนายมันห่างไกลออกไปจากที่เคยเป็น...พอนายไปทำภารกิจ...โคลมเองก็กลายเป็นโรคซึมเศร้า...ฉันพยายามทุกวิธีทางที่จะทำให้เธอกลับมาร่าเริง แต่โคลมไม่ยอมกินอาหาร...เธอเอาแต่นั่งนิ่งๆอยู่แต่ในห้อง...ถ้าปล่อยเอาไว้ โคลมคงจะอดตายแน่...

แต่แล้ววันหนึ่ง...ยูนิที่มาเยี่ยมก็เสนอทางออกที่ช่วยชีวิตและเปิดหนทางเส้นใหม่ให้กับโคลม...

มันคือ...โดจินชิ...

โดจินวายทำให้โคลมกลับมาร่าเริงอีกครั้ง...หลังจากนั้น...โคลมก็เริ่มถลำลึก...ทุกครั้งที่นายไม่อยู่...เธอจะขลุกตัวอยู่ในห้อง...อ่านโดจิน...อ่านฟิก...อ่านนิยาย...หรือแม้แต่ดูอนิเมวาย...

ฉันขอโทษนะ มุคุโร่ ฉันทำอะไรไม่ได้เลย...ฉันพยายามแล้ว...แต่ดูเหมือนว่า...โคลมจะเสพติดมันมาก...ถึงในตอนแรกมันจะดูเหมือนกับเป็นทางออกที่ดีแต่...”

สึนะเล่าด้วยความรู้สึกผิดแกมหวาดหวั่น...ใช่...แม้แต่เขาที่เป็นหัวหน้า...เป็นบอสของวองโกเล่...ยังไม่กล้าจะแหยมเข้าไปในห้องของสาววายเวลาเธอกำลังของขึ้น...ชายหนุ่มใช้มือทั้งสองปิดหน้าด้วยความสิ้นหวัง

“ยกโทษให้ฉันเถอะนะ มุคุโร่”

ร่างโปร่งบางได้ฟัง...ก็แทบจะทรุดลงไปกองด้วยความสิ้นหวังไม่แพ้กันทันใด...

โธ่...โคลม...โคลมที่น่ารักของผม...ผมไม่อาจช่วยเหลือวิญญาณของคุณได้อีกแล้วสินะ...

ผมขอโทษที่มีเวลาให้คุณน้อยเกินไป...

ความสิ้นหวังเข้าครอบงำห้องของเมฆาแห่งวองโกเล่ที่เจ้าของห้องไม่อยู่...จนดูราวกับทุกสิ่งทุกอย่างมันช่างว่างเปล่าสิ้นดี...สึนะลุกจากที่นั่ง..ก่อนจะตบบ่าของผู้พิทักษ์สายหมอกผู้น่าสงสารเบาๆด้วยความเห็นอกเห็นใจแกมรู้สึกผิด

“...ฉัน...จะไปดูต้นทางนะ” ชายหนุ่มเอ่ย...เปิดประตู...ก่อนจะค่อยๆปีนออกไปทางช่องลับแคบๆ ทิ้งสับปะรดที่เริ่มเฉาเอาไว้กับดราม่าที่ชวนให้น้ำตานั้นร่วงหล่นตามลำพัง


...


เรื่องราวที่ซาวาดะ สึนะโยชิเล่านั้น...สุดแสนจะชวนให้น้ำตานั้นร่วงเผาะ โคลม...โคลมผู้น่าสงสารของผม...ผิว่าเธอจะเปลี่ยนไปเยี่ยงไร...เธอก็ยังเป็นแก้วตาดวงใจที่สับป้านั้นสุดจะรักแสนรัก...คำขออันร้ายกาจของสาวน้อยทำให้สับป้าถึงกับน้ำตาตก แต่...เดี๋ยวสิครับ...ซาวาดะ สึนะโยชิ...คุณอย่าเพิ่งไป...

ร่างโปร่งบางลุกขึ้นจากที่นั่งทรุดลงไปน้ำตาเช็ดหัวเข่า เจ้าตัวเปิดประตูออก จะเรียกหาวองโกเล่...หวังว่าความรู้สึกผิดในใจของปลาทะเลจะช่วยให้ปลาทะเลที่ว่ามาเล่นละครให้เขารอดสันดอนไปอีกสักฉาก แต่ทว่า...

“วองโกเล่...”


แอ๊ดดดด...


ทันทีที่เขาแง้มประตูเปิดออก...คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า...กลับกลายเป็นไอ้คนที่ว่าไม่ค่อยจะอยู่ที่ห้อง...

ผู้พิทักษ์แห่งเมฆา ฮิบาริ เคียวยะ

“แก...เจ้าพืชไร่...” นัยเนตรสีดำคมจับจ้องพืชไร่ตรงหน้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “ฉันได้ยินว่าแกจะจับเจ้าปลาทะเลทำผัว”

คำพูดอันสุดแสนจะอิมแพ็ค...ตอกย้ำความรันทดในใจสับปะรด...

ผัว...จับกด...ผัว...จับกด...

“...” เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินแย้มรอยยิ้มหยัน “คึหึหึ...ทำไมครับ หรือว่าคุณไม่เห็นด้วย...อยากจะได้ตำแหน่งภรรยาวองโกเล่รุ่นที่สิบขนาดนั้นเลยเหรอครับ”


พลั่กกกกก!!!


เจ้าของเรือนผมสีปีกกาซัดผัวะเข้าใส่เจ้าคนปากดีทันที...ร่างบางถูกแรงอัดเซล้มลงพอดิบพอดีบนเตียงนุ่ม...

“พูดอะไรน่าหัวเราะ...อย่างเจ้าสัตว์กินพืชนั่นหรือจะมาเสะกว่าฉัน...” รอยยิ้มซาดิสม์ที่ผสมปนเปได้ดีกับความอีโก้และแรงแค้นประดับบนใบหน้าคมของชายหนุ่ม ลูกผู้ชาย...สิบปีล้างแค้นยังไม่สาย มือแกร่งกดไหล่ร่างบางให้นอนนิ่งอยู่บนฟูกที่นอน ก่อนจะปีนขึ้นคร่อม

“ฉันจะเป็นผัวให้แกเอง”


...


ฮิบาริ เคียวยะ (25) ตำแหน่งผู้พิทักษ์เมฆาแห่งวองโกเล่ เจ้าของสมญาเจ้าที่สถิตย์นามิโมริ ชายหนุ่มผู้กว่า 80% ในหัวมีแต่คำว่า ‘นามิโมริ’ กับ ‘ขย้ำให้ตาย’ แค้นฝังหุ่นที่พ่ายแพ้เพราะพิษไข้ซากุระมาตั้งแต่สิบปีก่อน ตอนนี้ถือคติสิบปีอัพเสะกว่า ล้างแค้นตอนนี้ยังไม่สาย งานอดิเรกคือการรีดไถเงินชาวบ้านเข้าองค์กรส่วนตัว ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังซึนเดเระ โหด...โฉด...ดุ...

และจากความสัมพันธ์รักในรอยแค้นตลอดสิบปีที่ผ่านมานี้...ถ้ามีอันต้องมาสัมพันธ์ฉันท์ผัวเมีย...

จากการประมวลผล...

ฮิบาริ เคียวยะ...ขย้ำไม่มีเลี้ยงแน่...

มุคุโร่พยายามพลิกกลับ...

“ฮิบาริคุง...ยังไง 6918 ก็เจริญหูเจริญตาชาวประชามากกว่านะครับ”

หากแต่มือแกร่งของอีกฝ่ายกลับกดเขาเอาไว้ให้อยู่เบื้องล่างแน่นิ่ง

“หึ สภาพอย่างแกตอนนี้...เป็นเคะก็ถูกแล้วไม่ใช่รึไง ถ้าร่านขนาดอยากได้เจ้าสัตว์กินพืชนั่นเป็นผัวน่ะ”

ยังไม่ทันขาดคำ...

“อี๋~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!!!”

เสียงกรีดร้องของสัตว์กินพืชที่ว่าก็ลอยมา พร้อมกับเสียงอึกทึกครึกโครมของฝีเท้าที่อาจทำให้ปราสาทวองโกเล่ต้องถล่มภายในหนึ่งวัน...



TBC


เอิกส์ จริงๆจะทำเป็น one shot แต่ยิ่งเขียนยิ่งยืด (อีกแล้ว)...เอาเป็นว่าขอตัดเป็น 2 Part ละกันนะคะ แล้วจะมาต่อ Part B เร็วๆนี้ค่ะ เหอๆๆ ^^;;

_________________
The game we play entangles us,
binding us with unbreakable threads called desire.


Image

http://hiyuura.exteen.com


Last edited by hiyuura on 08 Dec 2009, 20:58, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Requested Fic][All69] A Girl's Wish: Part A
PostPosted: 06 Dec 2009, 21:05 
Joined: 21 Oct 2009, 13:51
Posts: 1
ฮาเกิ๊นนนนนน 555 ไม่ไหวแหล่ว ก๊ากกกกกก 555


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Requested Fic][All69] A Girl's Wish: Part A
PostPosted: 06 Dec 2009, 21:50 
Joined: 30 Nov 2008, 11:36
Posts: 135
ฮาอ่ะ ฮามากมาย


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Requested Fic][All69] A Girl's Wish: Part A
PostPosted: 06 Dec 2009, 22:15 
Joined: 07 Mar 2009, 21:01
Posts: 135
Location: ในตู้เสื้อผ้าของมุคุโร่
เอ่อ
ใครทำอะไรโครมครับเนี่ย


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Requested Fic][All69] A Girl's Wish: Part A
PostPosted: 07 Dec 2009, 13:08 
User avatar
Joined: 22 Jan 2009, 21:03
Posts: 598
Location: Lambo's heart
โอ๊ยยย ฮามากมาย 5555555+

โครมไม่ไหวแล้ว >O<

อยากรู้มากมาย สุดท้ายใครจะเป็นสามีให้มุ เอิ๊กๆๆๆๆๆ

_________________
Image

Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Requested Fic][All69] A Girl's Wish: Part A
PostPosted: 07 Dec 2009, 19:16 
User avatar
Joined: 07 Jun 2009, 19:38
Posts: 151
Location: โกคุโยคอมเพล็กซ์
กร๊ากกกก~~
คุณมุ หา ผ.. ผ.. ผัว !

หนูโคลมไปซะแล้ว.. อาเมน


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Requested Fic][All69] A Girl's Wish: Part A
PostPosted: 07 Dec 2009, 21:11 
Joined: 17 May 2009, 20:58
Posts: 525
โครมเธอทำชาวบ้านเขาวุ่นวายกันไปหมดแล้วน้า

แต่ก็อ่านแล้วฮาดีค้า

รออัพน้า


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Requested Fic][All69] A Girl's Wish: Part A
PostPosted: 08 Dec 2009, 13:07 
User avatar
Joined: 19 Sep 2008, 10:24
Posts: 246
Location: Vindice
ตายห่ะละ.. โคลมและยูนิก็เป็นสปีชี่ย์เดียวกับเรา ๆ ท่าน ๆ เองหรือนี่

ว่าง ๆ คงต้อง msn คุยกันว่าให้ส่งมาแบ่งปันกันบ้างละค่ะ หุหุ

แนะนำคุณมุคุให้ไปหาแถว ๆ มิลฟิโอเล่ค่ะ แม่ยกสนับสนุน!!

_________________
Image

-------------------------------------------------------------------

“ว่ากันว่าชีวิตคนเรายากจะดำรงเพียบพร้อมทั้งความภักดีและความกตัญญู
คนเราดำรงชีพภายใต้ความลักลั่นย้อนแย้งเช่นนี้เอง”

-The Revage of time-


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Requested Fic][All69] A Girl's Wish: Part B (End)
PostPosted: 08 Dec 2009, 20:59 
User avatar
Joined: 13 Nov 2007, 22:58
Posts: 309
หญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีไวโอเลตจ้องมองภาพเหตุการณ์ผ่านจอมอนิเตอร์ที่เธอเนียนติดเอาไว้ทั่วปราสาท วายุและวรุณได้ทำการไล่กวดแล้ว...แต่เพราะวองโกเล่รุ่นที่สิบรู้ทางหนีทีไล่ทำให้สายหมอกรอดจากการถูกผัวจับกดไปได้...ดูจากทีท่าแล้ว...ชะรอย บอสผู้แสนดี ซาวาดะ สึนะโยชิคงไม่มีทางทำมิดีมิร้ายท่านมุคุโร่เป็นแน่ ถ้าเป็นแบบนี้...ความฝันอันแสนหวานของเธอ...จะเป็นจริงได้เยี่ยงไร

“อา...ได้เวลาใช้ Plan B แล้วสินะ” หญิงสาวเอ่ยเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ล่องลอย มือเล็กขยับ...คว้าไมโครโฟนพ่วงวิทยุสื่อสารกระจายข่าว

ในไม่ช้า...ไวยิ่งกว่าจรวดใส่หมาไลก้า...ข่าวเรื่องที่ว่า...โรคุโด มุคุโร่กำลังหา ‘ผัว’ ก็แพร่กระจายไปทั่วราชอาณาจักรหอยกาบ


A Girl’s Wish...
Is Not So Innocent – Part B



“อี๋~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!!!”

เสียงอึกทึกครึกโครมดังลอยมาจากที่ไม่ใกล้ไม่ไกลนักราวกับระฆังมวย(?)ช่วยชีวิต มุคุโร่ที่กำลังยื้อยุดพยายามเปลี่ยนตำแหน่งแย่งกันเป็นเสะกับฮิบาริกรีดรอยยิ้มด้วยความย่ามใจ

“คึหึหึ ท่าทาง...ชาตินี้...จะกี่ปี คุณก็ไม่มีบุญได้กดผมแล้วละครับ ฮิบาริ เคียวยะ” นัยเนตรสองสีทอประกายแห่งชัยชนะ เมื่อริมฝีปากบางแสยะรอยยิ้มเยาะ “ฟังสิครับ เสียงกรีดร้องอันไพเราะของวองโกเล่และเสียงฝีเท้าเหมือนกับสหบาทานั่น...เกมของเรา...พอแค่นี้ก่อนดีกว่าไหมครับ”

“จนกว่าฉันจะได้ยินแกกรีดร้องเรียกฉันว่าผัว ฉันจะไม่ปล่อยแกไปเด็ดขาด” เมฆาผู้ดื้อรั้นลั่นวาจาแข็งขัน และพยายามใช้น้ำหนักตัวกดทับคนข้างล่างเอาไว้ มือแกร่งเลิกชายเสื้ออีกฝ่ายขึ้น เจ้าตัวเหยียดรอยยิ้มซาดิสม์ เมื่อสังเกตเห็นความตื่นเกร็งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนของอีกฝ่าย “ฉันรอวันนี้มานานแล้ว”

นัยน์ตาสองสีเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หากแต่สับปะรดตอหลดยังคงไม่ยอมแพ้ ร่างโปร่งบางเปล่งเสียงหัวเราะเย้ยหยัน “อ้าว อ้าว ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะครับเนี่ย...ว่าคุณคิดแบบนั้นกับผม...อา แต่ว่า...” มือเรียวผละจากที่ยื้อยุดอยู่กับแรงช้างสารของฮิบาริ เปลี่ยนมาชี้ไปด้านหลัง... “ขบวนแห่ขันหมากของผมกับวองโกเล่...มันมาแล้วละครับ”

“อี๋~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!!!”

เสียงกรีดร้องของซาวาดะ สึนะโยชิกังวาลก้องใกล้เข้ามาทุกขณะ หากทว่า...

ต้นเสียงนั้นยังมาไม่ถึง

มุคุโร่แสยะยิ้ม ทันทีที่ฮิบาริหันขวับ เจ้าตัวถือโอกาสผลักคนที่กำลังขึ้นคร่อมออก...ก่อนจะวิ่งแผล็วอย่างรวดเร็วไปที่หน้าต่าง

“แก...เจ้าพืชไร่ อย่าคิดว่าฉันจะยอมปล่อยแกไปง่ายๆ!”

จริงอยู่...ขายาวเรียวอันเพรียวงามของพืชไร่จะสามารถสปีดเจ้าพืชที่ว่าไปได้ไกลและไวละว่อง...หากทว่า...สิ่งที่ปลิวไสวและสะดุดตาคนเบื้องหลังเป็นยิ่งนักคงไม่พ้นรากสับปะรดสีน้ำเงินเข้มแสนน่ารัก...คนถือคติล้างแค้นสิบปีไม่สายไม่รอช้า...ฮิบาริรีบกระโดดคว้าหางสับปะรดโดยไว แต่...อนิจจา...


โครมมมมม!!!


เสียงของกองพยุหยาตราที่พากันวิ่งทะลุประตูห้องของเมฆาน่าเคยขลังก็หยุดลง พร้อมกับเสียงเบรคเอี๊ยดของคนวิ่งนำหน้าที่แทบจะทำเอาคนข้างหลังเหยียบกันตายของซาวาดะ สึนะโยชิ

“อี๋~~~~~~~!!! คุณฮิบาริ!!!”

ความช๊อคที่ทรัพย์สินส่วนบุคคลถูกทำลายชั่วขณะ ทำเอารากสับปะรดหลุดจากมือของเมฆา...สิ่งที่เจ้าตัวคว้าได้เป็นเพียงแค่ยางรัด...

สับปะรดทำการสลัดคราบ(!?)แล้วก็เหยียดรอยยิ้มแห่งชัยชนะ “ลาก่อนนะครับ...คุณผัวที่รักทั้งหลาย” ด้วยอารามสุดแสนจะย่ามใจ นัยน์ตาสองสีกราดมองเหล่า ‘ผัว’ ในห้องอย่างเย้ยหยัน...เส้นไหมสีน้ำเงินสวยปลิวสยายอย่างสุดแสนจะเซ็กซี่อยู่ในสายลมที่พัดมาจากช่องที่แง้มไว้ที่หน้าต่าง นางแร่ดกรีดกรายส่งจูบสุดท้ายให้ ก่อนจะวิ่งอย่างไม่รอท่า...

“Arrivederci”


เพล้ง~~~!!!


วิ่งกระโดดพุ่งหลาวออกจากหน้าต่างชั้นสามลงไปอย่างไม่กลัวตาย


...


“เฮ้ยยยยย!!!” โกคุเดระที่เหมือนจะได้สติ(ไม่)ดีเป็นคนแรก วิ่งถลาเข้าไปที่หน้าต่างอย่างรวดเร็ว “ไอ้สับปะรดร่านสวาท กลับมาเดี๋ยวนี้นะเฟร้ยยยยย”

“ฮะๆๆ...ฮะๆๆ” ยามาโมโตะ ทาเคชิหัวเราะ “มุคุโร่...นี่นายยอมตายดีกว่าเป็นเมียฉันงั้นเหรอ ฮะๆๆ”

สึนะมองอาการของสองคนสติ(ไม่)ดีด้วยอารามสุดวิตก ก่อนจะหันกลับไปถามไอ้สองคนที่อยู่ๆก็วิ่งมาพ่วงท้าย

“เอ่อ...แล้วคุณพี่กับแรมโบ้มาได้ยังไงครับเนี่ย” บอสหนุ่มแห่งวองโกเล่ถามทั้งที่เหงื่อเย็นยังไหลซึม

“ก็ลุสซูเรียบอกฉันว่า ถ้ายังเชื่อมั่นในพลังเสะก็ให้จับมุคุโร่เล่นซูโม่สุดหูรูดดดดด”

ซ...ซูโม่...ยังคิดว่าเป็นการเล่นซูโม่อ๊ะ...สึนะแอบช๊อคกุ เมื่อเห็นเปลวไฟอันเร่าร้อนของพลังลูกผู้ชายลุกโชนในดวงตาผู้พิทักษ์แห่งอรุณสุดหูรูด

“ผมก็แค่อยากจะลองเป็นเสะดูมั่งสักครั้งน่ะครับ วองโกเล่” แรมโบ้สารภาพ “แต่...ดูยุ่งยากเป็นบ้า กลับไปนอนดีกว่ามั้ง เฮ้อ~~”

ส่วนไอ้รายนี้...เห็นเขาวิ่งก็วิ่งตาม...เผื่อจะฟลุคจับพลัดจับผลูว่างั้นเหอะ...

“เหอๆ...เหอๆ...” ซาวาดะ สึนะโยชิหัวเราะแห้งๆ...พลัน...สุดยอดลางสังหรณ์ก็บอกให้ปลาทะเลรีบระวังตัว...

“พวกแก...” ฮิบาริ เคียวยะจ้องมองสมาชิกไม่ได้รับเชิญในห้องด้วยสายตาคุกรุ่น “บังอาจมาก่อกวนตอนฉันกำลังจะได้ล้างแค้น...แถมยังจะมาสุมหัวรวมกลุ่ม...”

“ฮะๆ...ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ บังเอิญฉันนึกได้ว่ามีธุระน่ะ ไว้เจอกันนะ ฮิบาริ” ยามาโมโตะ ทาเคชิ ไอ้หนุ่มดาร์คเนียนยิ้ม ก่อนจะเนียนปลีกตัวออกมาจากห้อง...วินาทีกับที่...

เปลวไฟสีม่วงได้จิตลุกโชติช่วงบนทอนฟาคู่มือของเมฆาขาโฉด

“ฉันจะขย้ำพวกแกให้ตาย”

“อี๋~~~~~~~~~~~~~~~!!!”

และ...เสียงกรีดร้องของคนดวงซวย บวกคนที่พยายามต่อต้านก็ดังสะท้าน...ห้องที่เคยเงียบงันของเมฆาแห่งวองโกเล่

“แกอย่ามาดูถูกกันนะเฟร้ยยยยย!!!”


ตูม!!! ตูม!!!


“ซาซางาวะ เรียวเฮ...สู้สุดหูรูดดดดดดดดดดด!!!”


ผัวะ! พลั่ก! แอ่ก!


“อ...อดทน...ไว้..............แง๊~~~~~~~~~~~~~!!!”


โครม~~!! ปัง!!!


ขอให้โชคดีนะ...ทุกคน...ยามาโมโตะ ไอ้คนรอดตัวโบกมือบายบี๋ เอาล่ะ...ตอนนี้...ทาเคชิสุดหล่อคนดี...จะขอมีเมียสวยประดับศักดาเสะอีกสักคน เจ้าตัวดาร์คเนียนยิ้มร่า...ก่อนจะวิ่งลันล้าไปตามทางเดินอันลึกลับซับซ้อนของปราสาทวองโกเล่...

สับปะรดยาหยี~ รอพี่ก่อนนะ~~


...


มาจะกล่าวบทไปถึงสับปะรดสี...กระโดดร่วงแผล็วลงมาอย่างกล้าดี...ชะรอยเธอนี้จะลืมอะไรไป...ก็ไอ้ร่างที่ใช้ตอนนี้มันจริงนัก...กระดูกมันจะหักหรือก็ใช่...โจนร่วงร่วงหล่นอย่างจนใจ...จะกรีดร้องเปลี่ยนใจนั้นไม่ทัน

ใช่...จะมากรี๊ดตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว...ถ้ารอดตายไม่ไปเซย์เฮลโหลพยายมให้เหม็นขี้หน้า ก่อนจะหนีมาจากวัฏสงสารอีกครั้ง...ก็คงกระดูกหัก...สับปะรดบี้แบน...แหลกเลว...ไม่น่ายลน่ารับทานเป็นแน่ ครั้นจะคิดว่าจะสิงร่างนกฮูกน้อยกระพือปีกหนี ก็ฉุกคิดได้ว่า แล้วชีวีนี้จะไปอยู่ไหน เมื่อร่างจริงต้องมีอันหมดสภาพ...

สับปะรดร่วงหล่นลงจากชั้นสาม...ร่วงหวือ...ร่ววหล่น...แต่...ทันทีที่คิดว่าจะตัดใจปล่อยร่างจริงอันสวยสด ไปสิงสับปะรดสักผลในไร่ใกล้ๆ...ร่างบางก็ถูกโอบอุ้มด้วยอ้อมแขนแกร่งของคนคนหนึ่ง...

สับปะรด...ตกไม่ถึงพื้น

เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินค่อยๆลืมตา...พลัน...แสงตะวันที่ทอประกายกับเรือนผมทรงออสการ์ก็นำพามาซึ่งเจ้าชาวขี่ม้าขาว

“ไง มุคุโร่ ไม่ได้เจอกันนานนะ” ดีโน่ คาบัคโรเน่แย้มรอยยิ้มแบบพระเอกการ์ตูนตาหวานที่ดูเหมือนจะมาพร้อมเอฟเฟคกุหลาบบานทั่วฉากอย่างสุดอลัง

“คาบัคโรเน่...” ร่างบางพยายามจะลุกจากท่าที่ถูกอุ้มเหมือนเจ้าสาว...หรือเจ้าหญิงที่กำลังตกอยู่ในอันตรายอะไรเทือกนั้น “มาได้ยังไงกันครับเนี่ย”

“ฉันมาส่งสควอโล่ พอดีเราไปกินข้าวด้วยกัน แบบว่า...รวมรุ่นน่ะ” ไอ้หนุ่มหัวทองยิ้มหวาน “แต่พอมาถึง วิทยุสื่อสารของหมอนั่นก็กระจายข่าวที่ทำให้ฉันเป็นห่วงนาย”

ดีโน่กระชับร่างบางในอ้อมแขนแน่น...เหมือนกับจะไม่ยอมปล่อย ‘เจ้าหญิง’ ที่ว่าไปง่ายๆ

“ไม่ต้องห่วงนะ ไม่ว่าใครคิดจะมาทำอะไร หรือต่อให้สควอโล่เองคิดจะเป็นผัวนาย...ฉันจะปกป้องนายเอง”

พระเอก! คำพูดและสีหน้าท่าทางแบบนี้...สุดแสนจะโคตระพระเอก!

แต่...ท่ามกลางสถานการณ์ที่แม้แต่คนสติดีที่สุดยังแทบจะสติแตกเป็นบ้า...ไอ้คำพูดเอาหน้าแบบนี้ใครมันจะไปเชื่อ! โรคุโด มุคุโร่จ้องหน้าไอ้โคตรพระเอกหัวกบาลทรงออสการ์ ก่อนจะเริ่มประเมินสถานการณ์...

ดีโน่ คาบัคโรเน่ (32) ตำแหน่งบอสแห่งคาบัคโรเน่แฟมิลี่ ชายวัยกลางคน เฟอะฟะซุ่มซ่ามและไร้ประโยชน์เมื่อไม่มีลูกน้องอยู่ใกล้ๆ...ผมทรงออสการ์จนทำให้ผู้ได้พบเห็นอดไม่ได้ที่จะนึกถึงกุหลาบแวร์ซายส์ เป็นรุ่นพี่ที่แสนดีและพึ่งพาได้ของซาวาดะ สึนะโยชิ แต่ความสัมพันธ์ที่มีกับผู้พิทักษ์สายหมอกตลอดระยะสิบปีอยู่ในภาวะที่เรียกว่าสงครามเย็น...สาเหตุจากแย่งกันจะเป็นเสะผู้พิทักษ์แห่งเมฆาที่ดูเหมือน...และพิสูจน์แล้วว่า...

แอบ(?)ซุ่มอัพเสะจนน่าสยองว่าจะเกิดสมการ 1869 และ 18D

ไอ้การที่จะมาปกป้องกันแบบนี้...คิดได้อย่างเดียวว่า...

จะหาทางตัดคู่แข่งด้วยการจับสับป้าทำเมียกับเขาด้วยแหงๆ

“คึหึหึ...คาบัคโรเน่...อย่างคุณน่ะเหรอครับ จะมาปกป้องผมได้” เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินเอ่ยขึ้นอย่างท้าทาย

“อย่าเพิ่งดูถูกกันสิ ฉันพึ่งพาได้นะ” ดีโน่ว่า และยังไม่ทันขาดคำ...


ฉึก! ฉึก! ฉึก!


“ชิชิชิ...ให้มันจริงเถอะ สับปะรดน่ากินผลนั้นน่ะ...เจ้าชายอยากจะขอ” เจ้าชายเสียงหัวเราะกวนประสาท เบลเฟกอลปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับมีดบินปลิดวิญญาณที่ไม่ต้องผ่านลิขสิทธิ์ลี้คิมฮวง

“นั่น...ผู้ท้าชิงตำแหน่งผัวผมมาอีกคนแล้วไงครับ ไหนว่าจะปกป้องผมไงครับ คาบัคโรเน่ อย่าให้เสียชื่อม้า วิ่งสิครับ วิ่ง”

สับปะรดยอดตอหลดได้ที เปลี่ยนมาขี่หลังดีโน่ซะงั้น...ไอ้คนโดนขี่หัวเราะแห้งๆ ก่อนจะเริ่มวิ่ง...เมื่อมีดกายสิทธิ์ลี้คิมฮวงหน้าไม่ตี๋พุ่งเฉียดผ่านหน้า

“เอ่อ...วิ่งก็วิ่งสิ...ฮะๆ...ฮะๆๆ แย๊กกกกกกกกกก!!!”

ฮึ้ยยยย จะหาทางตัดคู่แข่งทำเมียดีๆ...ไหงกลายเป็นงี้ไปได้เนี่ย...

“ไม่ให้หนีหรอกน่า~ ชิชิชิ”

เบลเฟกอลหัวเราะร่า ก่อนจะเริ่มเกมรุกไล่อย่างบ้าคลั่ง

“ถ้าลูกศิษย์มันเล่นตัวมากนัก เจ้าชายจะจับอาจารย์เจ้ากบปากเสียทำเมียก่อน ชิชิชิชิ”


...


ทางด้านยามาโมโตะ ทาเคชิ...

“ฮะๆๆ แย่จัง...สงสัยจะรีบมากไปหน่อย เป็นผู้พิทักษ์แท้ๆดันมาหลงทางในปราสาทได้...แย่จังนิ เรา”

...ยังคงหลงทางหน้าระรื่นอยู่ในปราสาท


...


“!!!”

“องค์หญิง...เป็นอะไรไปครับ” แกมม่าเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าอยู่ดีๆองค์หญิงน้อยก็ชะงักกึก ดอกไม้แสนสวยที่ตัดเก็บมาจากในสวนจะเอาไปจัดเก็บใส่แจกันร่วงตกลงเกลื่อนกลาดกระจาย

ยูนิชะงักนิ่ง องค์หญิงน้อยทำการจูนคลื่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนริมฝีปากเรียวจะเอื้อนเอ่ย

“แกมม่า...ฉันรู้สึกได้” นัยน์ตาสีฟ้าใสเหม่อมองไปยังเส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้น “โรคุโด มุคุโร่...ผู้ชายคนนั้น...กำลังจะมีผัวค่ะ”

คำพูดตัว ผ. ขององค์หญิงน้อยทำเอาโอจี้ล่ำอย่างลุงแกมม่าถึงกับแอบสะดุ้ง

“องค์หญิง...เอ่อ...คือ...”

“แกมม่า...” ยูนิแย้มรอยยิ้มที่สุดแสนจะสว่างใสที่ทำเอาหัวใจของลุงกล้ามล่ำนั้นปวดแปลบ “ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก ทุกอย่าง...มันจะต้องเรียบร้อย” เธอเอ่ย ก่อนจะก้มลงเก็บดอกไม้ที่ทำตกไว้ พร้อมกับฮัมเพลงไปด้วยอย่างอารมณ์ดี


...


หลงไปหลงมา...ชะตามันก็พาไปหาเธอเข้าจนได้...

วรุณแห่งวองโกเล่วิ่งอย่างทางโล่งดาร์คสะดวกมาได้พักใหญ่ๆแล้ว...จนกระทั่ง...ใกล้จะถึงหัวโค้งหนึ่ง...ที่ซึ่งกำแพงที่ดูล่อแหลมว่าถ้าวิ่งมาแบบเต็มพิกัดไม่มีเบรคหรือว่าเบรคมันแตกแล้ว...คงจะได้มีพุ่งชนกำแพงอันล่อแหลมที่ว่าเป็นแน่ หากแต่...ยามาโมโตะ ทาเคชิ...เจ็บครั้งเดียวมีหรือจะไม่จำ

เจ้าตัวดาร์คเนียนเหยียดรอยยิ้มสุดแฮปปี้ เมื่อทันทีที่ได้กระทำการปลดระวางเกียร์ห้าลง...โคมไฟซีดสลัวแบบย้อนยุคก็สะท้อนภาพเงาของคนผู้หนึ่งให้ปรากฎจากอีกหัวมุมหนึ่ง...เรือนผมยาวสลวยไหวสะบัดอย่างน่าใหลหลงเมื่อยามร่างนั้นก้าวย่าง ชายหนุ่มนึกถึงภาพของร่างงามที่ถูกฮิบาริกระชากยางรัดผมจนหลุด...ปล่อยให้เรือนผมยาวสวยสยายลงมาคลอเคลียไหล่และสะโพกมนแล้วก็ให้ต้องเหยียดรอยยิ้มกว้างขึ้น

ยามาโมโตะ ทาเคชิ...มีหรือจะพลาดแล้วพลาดอีก สิบปีก่อนพลาดท่าเป็นเคะชนกำแพง...แต่คราวนี้ ใครจะดูถูกเขาไม่ได้อีกเด็ดขาด...ชายหนุ่มไม่รอช้า เจ้าตัววิ่งลันล้าเบียดโค้งเข้าใส่เจ้าของเรือนผมยาวที่ว่าหวังจู่โจมเข้าทีเผลออย่างทันที!


หมับ!


ยามาโมโตะ ทาเคชิกอดหมับ! กอดร่างตรงหน้าแน่น แต่...แต่ว่า...

“โว้ยยยยยยยยยยยยย!!!”

อพิโธ่ อพิถัง กาละมังตั้งเด่...เรือนร่างก็โอเค พลัง K ก็ไม่ใช่...แต่ทำไม๊~ ทำไม...

“อะไรของแกวะ ยามาโมโตะ ทาเคชิ ไอ้ลูกหมานี่!!!”

เป้าหมายที่คาดไว้...จากพืชไร่ที่เขมือบได้แน่ๆ ดันกลายมาเป็น...ฉลามพันธุ์คอเคเชียนที่แม้แต่ฉลามหัวค้อน โกลน ทั่งมันยังต้องชิดซ้ายในความดัง (ในหลายๆความหมาย)

“เอ่อ...ฮะๆๆ...สควอโล่เองเหรอ” วรุณแห่งวองโกเล่สวมหน้ากากโบเคะหัวเราะแห้งๆ เจ้าตัวค่อยๆคลายอ้อมแขน ก่อนจะผละถอยออกมา แต่ทว่า...


หมับ!


มือไอ้หลามกลับคว้าหมับเข้าที่หัวไหล่

“ฉันได้ยินว่า โรคุโด มุคุโร่กำลังอยากได้ผัว...ฉันเองก็ขี้เกียจเป็นทาสรองส้นตีนเจ้าบอสงี่เง่านั่นเต็มทน แต่...”

สควอโล่ฉีกยิ้มสยอง...ยิ้มที่บอก...ตะโกน...แหกปากได้ชัดยิ่งกว่าชัดว่า...

ตรูเก็บกดมานานแล้วว้อยยยยยยยยยยย!!!

“ในเมื่อโอกาสมันมาถึงแล้ว จะเป็นแกฉันก็ไม่รังเกียจหรอก ยามาโมโตะ ทาเคชิ...บอกสวัสดี S80 ซะสิวะ!”


...


ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

เสียงกรีดร้องจากที่ใดสักแห่งในปราสาทวองโกเล่ ทำให้ดีโน่ถึงกับขนหัวลุก...ยิ่งหันไปมองด้านหลังก็ยิ่งเห็นว่า เจ้าชายนักเชือดมันตามมาอย่างไม่ลดละ...

“คาบัคโรเน่...ข้างหน้าครับ!” มุคุโร่ชี้ไปให้ระวังหน้า แต่บังเอิญว่า...พวกเขาคงจะวิ่งมาเลยเขตที่พลังศรัทธาจากโรมาริโอจะมีผลกับคาบัคโรเน่ผู้น่าสงสารแล้ว...จึงได้...

“อัสนีคนนี้ขาดรัก เพื่อพิสูจน์ว่าฉันเป็นเสะที่ดีให้บอสได้ ฉันต้องเป็นเสะที่ดีให้ชาวบ้านก่อน” เลวีอาแทนกระโดดออกมายืนจังก้าขวางหน้าดีโน่เอาไว้ พลังความเหียกของหน้าปลาจวดแผ่พุ่งออกมาดังออร่าอันน่าสะพรึงยิ่ง...

ดีโน่เบรคเอี๊ยดดดดดดดดดดดดดด...เบรค...จนตัวโก่ง แต่เพราะว่าพวกเขาวิ่งมาไกล...ใช่...ไกลเกินไป...ดีโน่ คาบัคโรเน่จึงได้...

...สะดุดขาตัวเองล้มพรืด...

“อ้าว อ้าว...คาบัคโรเน่...มาล้มเอาตอนนี้ผมก็แย่สิครับ” มุคุโร่ลงจากหลังดีโน่แล้วก็หันซ้ายหันขวา...หน้าก็ปีศาจระวีหื่นกาม...หลังก็ไอ้ว่าที่เขยจิตทรามจะกดอาจารย์แทนศิษย์...เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินมองยอดปราสาทอันไกลลิบ...และ...บนนั้นเองที่เขามองเห็นแสงแห่งความหวัง...

หมวกกบ...มันคือหมวกกบของฟราน!!!

ใช่...ต่อให้เป็นพืชไร่ก็รักหน้าและศักดิ์ศรี...แต่ในเมื่อนังหนูโคลมเล่นประกาศให้ชาวหอยกาบมันรู้ทั่วแบบนี้...ทางออกที่ดีคงจะไม่พ้นไอ้ศิษย์รัก...ใช่...ถ้าเป็นฟรานเขายังพอจะสมอ้างว่าเป็นการฝึกบ้าบอคอแตกอะไรสักอย่างก็ได้...เขาจะได้พ้นจากไอ้นรก...ผัว...จับกด...ผัว...จับกด...นี่เสียที!

คิดหาทางรอดอันสุดโสภีได้แล้ว...สับปะรดก็มิรอช้า...เมื่อไอ้ว่าที่เขยทรพีกับระวีหน้าเหียกพุ่งเข้ามา...เจ้าตัวก็กระโดดหวือ...สวมวิญญาณคนบ้า...ตะกายตึกขึ้นไปหาน้องกบศิษย์รักทันที...

บร๊ะเจ้า! สับปะรดก็ปีนตึกได้!!!


...


เสียงกรีดร้องของเหล่า ผ. ผัวที่อยู่ข้างล่างทำเอาสับป้าเสียววาบๆ แต่ไม่...เขาจะร่วงลงไปไม่ได้เด็ดขาด...ถึงจะไม่ใช่แมลงสาบ แต่พืชไร่บางจำพวกก็อึดตายยากได้ยิ่งกว่าชีลาเคนส์ยุคไดโนเสาร์ นัยเนตรต้องสาปสีแดงฉานทอประกายอักษรคันจิหมายเลข 2…พลังการปีนป่ายที่ทำได้ไม่แพ้สไปเดอร์แมน...

แน่นอนว่า สำหรับฟิกนี้...ไม่ต้องห่วงว่าจะมีส้นตีนสควอล่า...สับป้าเธอก็ปีนขึ้นมาได้จนถึงยอดที่เห็นหมวกกบ

“ฟราน!” คนสวยชีตะโกนหาศิษย์รัก ทันทีที่มือคว้าจับขอบระเบียงชั้นบนได้

หากแต่...สิ่งที่รอคอยเขาอยู่ข้างบน หาใช่ลูกศิษย์คนดีเจ้าของหมวกกบ...เพียงเพราะว่า...หมวกที่เขาเห็นนั้น...

มันเป็นหมวกเปล่า...

นัยเนตรสองสีเบิกกว้าง เมื่อมือกร้านของคนผู้หนึ่งกระชากแขนเขาขึ้นมาอย่างรุนแรงสิ้นดี

“หึ ถ้าไอ้ฉลามสวะนั่นมันอยากจะนอกใจฉัน...ก็ดี...ถ้ามันจะมีน้อย...ฉันก็จะมีเหมือนกัน...” นัยน์ตาสีแดงดังเพลิงกาฬจับจ้องร่างบางในอ้อมแขน ก่อนจะเหยียดรอยยิ้มโฉด “สวะ...เรียกฉันว่าผัวสิ”


...


XANXUS (33) ตำแหน่งบอสแห่งวาเรีย ผัวขี้เมาของสเพลฮี สควอโล่ เรื่องเหล้าและเนื้อย่างนั้นสำคัญขาดไม่ได้เป็นที่หนึ่ง กาวติดตูดราชันย์นั้นตามมาเป็นอันดับสอง ระบายอารมณ์กับเมียด้วยแม่ไม้มวยไทยที่แม้แต่ลุสซูเรียยังอายเป็นประจำ เลาๆว่าจะชอบหนุ่มผมยาว ข่าวว่าเวลาว่างแอบไปเปิดอู่คาวาซากิ ผลจากการใช้ฮีรูดรอยด์มาตลอดสิบปี...ช่วงหลังๆดูโมเอะขึ้น แต่ยังมิวายไม่ยอมลงจากเก้าอี้เสะ (กาวมันติดแน่น)

“คึหึหึ...ผัวขี้เมาอย่างคุณ...ผมไม่อยากได้หรอกครับ” คนเสียเปรียบยังมิวายปากดี... “อีกอย่าง...ช่วงนี้ก็มีแต่คนบอกว่าคุณโมเอะขึ้น ไม่ใช่รึไงครับ...คิดจะกดผมเพราะหึงสควอโล่ หรือว่าเพราะกลัวมันจะกลายเป็น SX กันละครับ”

มือกร้านคว้าเส้นไหมยาวนุ่มนิ่ม ก่อนจะออกแรงกระชากดึงอย่างสุดถ่อย “แกจะยั่วโมโหฉันรึไง สวะ” ชายเจ้าของรอยแผลเป็นเต็มตัวผลักร่างบางเข้ากับชานระเบียงยอดหอ ก่อนจะดึงเนคไทออกจากคอเสื้อตัวเอง

“จะเป็นเมียฉันอยู่แล้ว...หรือต้องให้ฉันสอนให้แกรู้ที่ของแก”


...


โคลม โดคุโร่ที่รอดูเหตุการณ์จากมอนิเตอร์อยู่จนถึงวินาทีสิ้นสุดเห็นท่านมุคุโร่ที่เคารพจนตรอกด้วยไม่มีทางจะหนีได้แล้ว...สาวเจ้าจึงได้ตัดสินใจ ละทิ้งหน้าจอของเธอ วิ่งพรวดพราดขึ้นไปยังยอดหอคอยที่ว่า...เพื่อขอเบิ่งวายแบบเต็มตาให้จั๋งๆ

อา...ในที่สุด...วันนี้ก็มาถึง...ถึงจะผิดศีลข้อ 3 กาเมสุมิจฉา...แต่ทว่า...ในที่สุด...เธอก็จะได้เห็นท่านมุคุโร่ถูกผัวจับกด

หญิงสาวเลือกมุมยืนอยู่ที่หน้าต่างบันได...ตรงที่จะเห็นมุม...ผ่าง...ได้ชัดเจนที่สุด หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวอยู่ในอก...พร้อมๆกับที่เลือดฝาดสูบฉีดแรงจนใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อ...

ในที่สุด...ของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุด...สิ่งที่เธอรอคอยมานานแสนนาน...มันก็จะเป็นจริงแล้ว...

“แซนซัส...คุณต้องเป็นผัวที่เร้าใจแน่ๆ...”


...


มือกร้านแทบจะกระชากเข็มขัดของร่างงามขาดแทนที่จะปลดมันออกอย่างเชื่องช้าด้วยแรงโทสะ มุคุโร่พยายามจะหนีให้พ้นจากผัวขี้เหล้าของชาวบ้าน ต้นงิ้วมันลอยมาให้เห็นอยู่รำไร...X69…มันไม่ดีหรอกนะครับ เดี๋ยวรากสับปะรดงามๆของผมมันจะขาดกระจุยหมด...กระชากเอาๆ...แถมคำหวานก็ไม่เคยมีให้สักคำ...มีแต่คำผรุสวาท...

ถึงจะเห็นว่าผมทำตัวเป็นสับปะรดร่านสวาท แต่พืชไร่ก็ต้องการคนดูแลนะครับ

“เดี๋ยวก่อน บอส!!!”

ทันทีที่คิดแบบนั้น เสียงสวรรค์ก็ลอยมา...

มุคุโร่มองข้ามไหล่ของแซนซัสไป เห็นฟรานที่ใส่หมวกสำรองวิ่งเข้ามา...

“เมื่อกี้สควอโล่ลากยามาโมโตะไปโบสถ์แล้ว...สงสัยงานนี้จะเอาจริง”

ไอ้ศิษย์รักช่วยชีพ...

“ว่าไงนะ...” แซนซัสลุกพรวดทันใด “ไอ้ฉลามสวะนั่น!!!”

“บอสคงต้องเลือกแล้วล่ะ...ระหว่างปล่อยสควอโล่ไปเป็นผัวชาวบ้าน กับหาเมียใหม่...” ฟรานขยิบตาให้ร่างบางที่นอนหอบอยู่ตรงนั้น “จริงๆอาจารย์นอนท่านั้นก็น่ากดดี”

ไอ้ศิษย์ทรพี!!!

ท่าทางคุณบอสแสนศักดิ์คงจะเมาเหล้า หรือไม่ก็เมาอารมณ์ค้าง...หรือบางทีอาจจะเมาคำพูดเจ้าฟราน...พี่แสนศักดิ์ก็ทำท่าจะวิ่งไปกระชากคอไอ้หลามทรยศที่โบสถ์อยู่รอมร่อ แต่อีกใจนึงหนอ...ก็อยากจะแก้เผ็ดจับสับปะรดทำเมียเย้ยไอ้หลาม...คิดไปคิดมา...คิดไปคิดมา...

เวลาไม่รอท่า...


ฟ้าว~~!!!!


จู่ๆ...ก็มีบ่วงเชือกคาวบอยร้อยใจ...เหวี่ยงหวือลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งที่บินโฉบฉวัดเฉวียนเข้ามาใกล้...

“!!!”

เหล่า ผ. สระอัวแถวนั้น รวมถึงโคลม โดคุโร่ สาววายที่แอบดูอยู่มองเหตุการณ์ด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ๆไอ้เชือกคล้องใจที่ว่ามันก็กระตุกเอาร่างงามของสับปะรดเกือบมีผัวขี้เมา...ดึงขึ้นไปหาไอ้คนที่ยิ้มร่ารออยู่

“ไม่ได้เจอกันนานนะ วองโกเล่ทุกคน ดูท่าทางเหมือนกำลังวุ่นวายอยู่เลยนี่” เจ้าของนัยเนตรสีอเมทิสต์แย้มรอยยิ้มเทพบุตร เรือนผมสีเดียวกับหิมะตกใหม่ทอประกายอยู่ในแสงสุดท้ายของตะวัน “แต่ไม่ต้องห่วง...มุคุโร่คุงน่ะ...ฉันจะดูแลเอง...”

ร่างงามที่คราวนี้หนีเสือปะยิ่งกว่าโคตรไอ้เข้พยายามจะแก้ปมเชือกบ่วงรักที่ว่า หากทว่า...

“ไม่มีประโยชน์หรอกนะ มุคุโร่คุง...เชือกนั่นน่ะ ฉันสั่งทำพิเศษสำหรับเธอโดยเฉพาะเลยล่ะ” เจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์หันมายิ้มหวานให้ “ถ้าอยากจะให้ฉันแก้บ่วงนั่นให้ละก็...”

ใบหน้าหล่อคมราวรูปสลักขยับเคลื่อนเข้ามาใกล้...นัยเนตรสีอเมทิสต์จับจ้องร่างงามด้วยสายตาที่อาจฆ่าคนตายได้

“ให้ฉันเป็นผัวของเธอสิ...”

ว่าไม่ว่าเปล่า...ร่างสูงเคลื่อนขยับ...ริมฝีปากร้อนปิดเอาช่องว่างระหว่างพวกเขาทั้งสองคนจนเสียงครางท้วงของร่างบางถูกกลืนหาย เสียงประท้วงจากคนด้านล่างดูจะห่างไกลออกไปทุกที และ...

“คุณเบียคุรัน...ผมขอบคุณนะครับที่ช่วยผม แต่เราออกมาพ้นเขตวองโกเล่แล้ว เลิกเล่นละครได้แล้วละครับ”

บอสแห่งมีลฟีโอเล่ขยับรอยยิ้ม “ใครบอกว่าฉันล้อเล่นล่ะ” มือแกร่งกระตุกเชือกที่รัดร่างคนงามเอาไว้ ก่อนจะกดร่างนั้นลงกับเบาะ

“จะว่าไป...ทำบนที่สูง 1500 ฟุตแบบนี้ก็น่าสนุกดีเหมือนกันนะ บินเล่นไปจนกว่าฉันจะทำเสร็จละกัน คิเคียว”

“อะฮร้า~ รับทราบ” หนุ่มกระเทยเจ้าของอายแชโดว์เขียวขานตอบ ก่อนจะเหทิศทางฮ.ที่ว่าออกไปทางทะเล ณ เส้นขอบฟ้า

“Welcome to Mile High Club นะ...มุคุโร่คุง ♥”


...


โคลม โดคุโร่แทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความสิ้นหวังเหมือนกับท่านมุคุโร่ของเธอตอนได้ฟังคำสั่งประกาศิตทันใด...

ไม่นะ...ทำไมเบียคุรันถึงโผล่มาได้ ถึงภาพของคนทั้งคู่ที่สู่สมกันบนฮ.จะสะท้านใจชวนสาววายกำเดาสาดแค่ไหน แต่...ไม่นะ...ไม่...กล้องวงจรปิดของเธอมีแค่ในอาณาบริเวณของวองโกเล่เท่านั้น แล้ว...แล้ว...แล้ว...

ท่านมุคุโร่ไปโนผัวกดอยู่บนฮ.แบบนั้น เธอจะไปเห็นได้ยังไง!?

ไม่นะ...หมดสิ้นกันแล้ว...วันเกิด...ของขวัญวันเกิดของเธอ...

หยาดน้ำตาคลออยู่ในดวงตาของหญิงสาว หากแต่...ก่อนที่น้ำตานั้นจะได้รินหลั่ง...

“ไม่เป็นไรหรอก โคลม” มือเล็กของคนผู้หนึ่งก็วางลงบนไหล่ของโคลม โดคุโร่ เจ้าของนัยเนตรสีดอกไวโอเลตหันไปตามเสียง และ...

“ย...ยูนิจัง?”

ยูนิแย้มรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน...นัยน์ตาสีเดียวกับนภายามไร้เมฆของเธอมองตามฮ.ที่บินห่างออกไปบนฟากฟ้ายามสนธยานั้น...

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ...ฉันทำการตกลงกับเบียคุรันเอาไว้แล้ว...ไม่เกินพรุ่งนี้ เราต้องได้วีดีโอดีๆแน่นอน”

“ฮ้า~ จริงเหรอคะ!?” ประกายแห่งความหวังลุกโชนในดวงตาของโคลมอีกครั้ง

ยูนิยิ้ม

“แน่นอนเลยค่ะ...”

ก่อนจะส่งช่อดอกไม้สีม๊วง~ ม่วงให้กับเพื่อนร่วมอุดมการณ์วาย

“Buon Compleanno นะคะ โคลม”

บนการ์ดสีม่วงยิ่งกว่าสะท้อนคำอวยพรที่สุดแสนจะร้ายกาจที่สุด...

‘อุเคะโดนเซเมะจับกดแล้ว...ขอให้ความวายจงเจริญ’

…อาเมน…


Fin


ก็...จบลงซะทีกับฟิกเควสสุดฉ่อยฟิกนี้...ฉ่อยได้ใจไหมคะ กร๊ากกกกกกกกกกกก

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์อีกเช่นเคยค่ะ

_________________
The game we play entangles us,
binding us with unbreakable threads called desire.


Image

http://hiyuura.exteen.com


Last edited by hiyuura on 08 Dec 2009, 22:02, edited 2 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Requested Fic][All69] A Girl's Wish: Part B (End)
PostPosted: 08 Dec 2009, 21:48 
Joined: 19 Sep 2007, 13:34
Posts: 680
Location: Vongola Family
อ๊ากกกกก สุดท้ายก็10069 สินะ เหอะๆ

_________________
~Feel Good ชีวิตคนเราไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ทำอะไรไม่เล็กไม่ใหญ่ ตามใจตัวเองกำลังดีก็พอแล้ว~~

http://joeykung.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Requested Fic][All69] A Girl's Wish: Part B (End)
PostPosted: 08 Dec 2009, 21:54 
User avatar
Joined: 04 Aug 2008, 14:37
Posts: 328
Location: อยู่ในแหล่งเพาะเลี้ยงปลาทูน่าและฉลาม
อิ๊อ๊างงงง~~~

ชอบมากกกกกเลยค่ะ โฮววว
โฉมงามสัปป้าก็ไม่พ้นต้องตกไปเป็นของเผือกอยู่ดีฮ๊ะ!

ราชิณีกล้วยไม้ขาว~

โครมจ๋า~ ในถานะเราอยู่ในวงเวียนวายๆด้วยกัน
ถ้าโครมดูเสร็จแล้ว ขอดูมั่งได้ไหมล่า กิ๊ซซซซ 10069 ~~~


.
.
.
แล้วก็สรุปว่า......คนที่ปรกติสุดที่ซือนี่เอง ฮ่าๆๆๆ

_________________
+: สับประรดตอแหล ทูน่าโมเอ๊ะ พ่อนกสาดิสม์ [182769] :+
Image

::: XS is the equation that no any number can change! :::
:::- My Prince & My Frog . . . BF fanclub -:::


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 11 posts ] 


Who is online

Users browsing this forum: koko krunch and 4 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: