•·.·´¯`·.·•Reborn Fan Club•·.·´¯`·.·•
http://reborntfc.freeforums.org/

(Angst AU) Bloody Swallows 13 THE END (D80/3380) 25/09
http://reborntfc.freeforums.org/angst-au-bloody-swallows-13-the-end-d80-3380-25-09-t2787-45.html
Page 4 of 12

Author:  Ren [ 19 Aug 2008, 21:27 ]
Post subject: 

โฮกกกกกกกกกกก

ยามะเกะสุดยอดค่ะ

จากนี้จะเขียน8059ต่อไปได้อีกมั๊ยเรา../ทรุด

รักเสะโฉดๆค่ะ=v=b

Author:  sarail [ 19 Aug 2008, 21:33 ]
Post subject: 

ท่านรักกินกระทิงดำมารึไงฮะท่าน=[]=!!!

นับวันมันยิ่งดาร์ก ยามะเอ๊ย กลับมาสู่หนทางปุถุชนคนเมะเถอะลูก!!

*ถึงไม่ใช่แม่ยก แต่แบบนี้ มันรันทดเกินไปแล้ว!!!!!!!!

ฮือ..อยากอ่านXS... กระซิกๆ.....

ชิชิชิ ฟิคลูกเมียน้อย....TT TT ไม่เร้าใจเท่าหนุ่มริมทางสินะ อ๊ากกกกกกกกก

Author:  Muk! [ 19 Aug 2008, 23:50 ]
Post subject: 

แปลกมากกกกกกกก o[]O""""

มันไม่ใช่ข้างทางล่ะว้ยเฮ้ย ข้างทางอยู่ดีๆไหงเลื่อนเกรดไปอยู่ในที่เกือบรโหฐานได้แล้วล่ะเนี่ย

ยามะเลื่อนระดับตัวเองแล้ว ก๊ากกกกกกกกกกกก


สู้ๆค่า ^v^ น้อมประคอง "ฉายานั้น" ให้แก่พี่ใหญ่จนสิ้นเดือนนี้เลย คิคิคิคิคิ

Author:  kikuva [ 20 Aug 2008, 00:05 ]
Post subject: 

[align=center]เอิ้กกกกกกก อ่านตาตั้งมาตั้งแต่หัวค่ำ

ป้าดดดดดดดดดดดดดดดด ให้มันได้งี้สิค่า มานั่งอ่านอย่างจริงจัง

กร้ากกกกกกกก แนวทางมีใหม่มาให้ขบคิดหนัก

อื้มมม แย่ละสิดันเผลอปันใจไป

เพลิดเพลินกับฝีมือท่านรัก อ่านไปแบบลื่นๆ

ยามะเกะอุฮิ้วววว แอบจิ้นไปไกล

ท่านพี่รักทำหนูติด อ๊อกกกก

ไหงหนูหลงไหลไปกับฟิคท่านพี่เสียแย้ว

เชียร์ขาดใจค่า ><b อยากอ่านอี้กกกกกกก

สมองจิ้นกระจาย กระเจิดกระเจิง ฮิ้วววววววว

ปล.ติดใจคำนี้ >>“ ช่างงดงามเหลือเกิน พ่อนางแอ่นเหินฆาตกรของฉัน "
[/align]

Author:  derick [ 20 Aug 2008, 00:15 ]
Post subject: 

=[]= << อ้าปากค้างอึ้งไป 182769 วินาที

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่รู้จะใช้ภาษาไหนดีแล้วววววววววววววววววววววว ฟิคนี้มันเลวได้ใจกันจริง ๆ !!!! พับผ่าดิ 5555 แต่ที่อึ้งอย่างเหนือความคาดหมาย....คุณดีโน่คอดจะจิตคร้าบท่าน!! ภาพพจน์ความหื่นแบบน่ารักหายหมด กร๊ากกกกกก

อารมณ์นอยพี่ใหญ่ยังคงต่อเนื่องและรุนแรงจริง ๆ กรั่ก ๆ

ปล.ขำเดียร์อ่ะ....มุคุร่านมีคู่แข่งกร๊ากกกกกกกกกกกกกก ฮาได้อีก

Author:  ansuz [ 20 Aug 2008, 09:03 ]
Post subject: 

นั่งอ่าน แอบชอบดีโบบนี้แฮะ เหมือนจะเจริญรอยตามอิเอะฯ เหอๆๆ

ชอบอ่ะ ชอบดีโน่แบบนี้มากมาย ขอบคุณท่านรักที่เขียนมาให้ได้แดดิ้น กรี๊ซซซซ

ยังคงความมืดดาร์กได้ใจดีเหลือเกินค่ะ มีอีกเอามาอีกนะคะแมดวำจะรออ่านค่า เหมียวว

Author:  saoroon [ 20 Aug 2008, 13:46 ]
Post subject: 

...........(-[]-)............นิ่งค้างไปนิด (dark : (--) แน่ใจหรอว่า นิด อ่ะ..)

งานนี้มีดีโน่เข้ามาเอี่ยวด้วย....(สนกะเขาด้วยหรอพี่ม้า (--""))

...แต่ว่าที่...ยามะได้สติขึ้นมาเนี่ย เพราะคนที่สอน คือ พ่อของยามะ รึเปล่าคะ ......

((^^) จะกลับไปหาสึโยชิ (พ่อ) ใช่รึเปล่าคะยามะ hu hu hu แอบเชียร์สองพ่อลูกนี้อยู่นะเนี่ย)

ปล. ฟิคนี้ท่าทางมุคุจะชิดซ้ายไปเลยนะนี่

(มุคุ : kufufu...คงงั้นมั้งครับ..)
(me: (--""") (คิดในใจ) ตอบรับ แต่ทำไมรู้สึกว่ามันเหมือนไม่ใช่อย่างที่มันพูดหว่า.....)
___________________________________________________________________

Author:  u-nife [ 20 Aug 2008, 21:35 ]
Post subject: 

โฮกกกกกก ฟิคนี้มันช่างดาร์คได้จิตค่ะ....

ยิ่งอ่านยิ่งมีความสุข....(อ่า อาการโรคจิตเริ่มออกนิดๆ)

คนอ่านจะวิกลจริตตาม ก่อนที่เรื่องจะจบมั้ยน้อ ฮ่าๆๆๆ

รออ่านต่อนะก๊า >w<

Author:  Usangi [ 20 Aug 2008, 23:10 ]
Post subject: 

ไม่เคยอ่านดีโน่แนวจิตๆขนาดนี้มาก่อนยกเว้นDokiของท่านอายะเลยนะคะเนี่ย(แต่อันนั้นมันรั่วมิใช่เรอะ?)

ยามะแค้นแล้วอย่าพาลประชดชีวิตสิ เดี๋ยวกลายเป็นAllx80นะเว้ยเฮ้ย

รักคนเลวค่ะเพราะฉะนั้นจะขอติดตามอ่านต่อไปฮุๆ

Author:  Blizzard [ 21 Aug 2008, 10:00 ]
Post subject: 

อ่านฟิคนี้ทีไร รู้สึกโลกมันมืดทุกที dark ได้ใจสุดๆ
Dark มากเลยค่ะ ชอบ สำนวนคุณพี่ดีด้วยแหละ มันเลยเข้าทางไปกันใหญ่
ชอบนะ ฟิคนี้น่ะ

Author:  davi [ 21 Aug 2008, 19:08 ]
Post subject: 

อ่านแล้วชอบอ่ะ

ชอบอ่ะ...

ชอบยามะเคะอ่ะ!!!

ดาร์กดีด้วย อ้ากกก โดนใจ~ (รักฟิคดาร์กจัง)

เป็น all80 เราก็จะไม่บ่นเลยนะเนี่ย = =b (ชอบด้วยซ้ำ ฮา)



ปล.เรามีสิทธิ์จะบ้ายามะเกะไปแล้วเว้ย TvTv

Author:  Phyna [ 21 Aug 2008, 23:45 ]
Post subject: 

ดาร์กมากเลยค่ะท่านรัก ><

สงกะสัยว่าพ่อลูกทะเลาอะไรกัน -*- คุณลูกแปรผันมาเป็นเคะเลย 555+

ดีโน่...โหดดีแท้ - -* แง้ว~

Author:  Little_Punk [ 22 Aug 2008, 18:27 ]
Post subject: 

><

ยามะโดนกด

สครีมลั่นไปหนึ่งที

แต่.....กะดีนะ เอิ๊ก!

Author:  ruk21us [ 22 Aug 2008, 21:41 ]
Post subject: 

ตอนนี้เบา เชื่อเซ่!!!!!


Part 4 The Swallow and His Life


ในความมืดที่ไร้หนทางออก บางทีมันอาจมีแสง อาจมีความหวัง อาจมีความเรืองรองสุกใส ได้คาดหวังเอาไว้มากมาย ใครสักคนที่จะฉุดรั้งออกไป สีสันของโลกอาจไม่ได้มีเพียงสีเดียว แค่นยิ้มกับตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ผลสุดท้าย....มีเพียงตนเอง ที่อยู่กับตนเอง

[align=center]
ฉันอยู่ที่นี่


ฉันดำรงอยู่ที่นี่


ในกรงนกสีดำ


ของนายพรานผู้ทรยศหักหลัง


ซ้ำแล้วซ้ำเล่า[/align]


เสียงผู้คนในชุมชนพลุกพล่านในยามเช้า แสงตะวันสีสวยเรืองรองต้องฟ้า นำพาความสดใสชื่นบานแก่ผู้คน ฝูงนกสยายปีกเหินสู่ฟ้ากว้าง ชีวิตใหม่เริ่มต้น และดำเนินต่อไปท่ามกลางแสงสว่างอันสดใส หากแต่สำหรับใครบางคน มันอาจไม่เป็นเช่นนั้น

“ ค คุณ ซาวาดะ......” เสียงครางร้องเรียกชื่อดังแผ่วในห้องมืด เด็กหนุ่มผมดำหลับตามิดยามที่ผิวกายถูกลากไล้สัมผัส เหนื่อยอ่อนและหงุดหงิดใจระคนกัน

“ หืม สึโยชิคุงไม่อยากให้ฉันกอดหรือไง” ฝ่ายที่กำลังอิ่มเอมกับการกอดรัดเนิ่นนานนับชั่วโมงเอ่ยถาม ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ แต่ก็ยังถามด้วยเจตนาจี้ใจดำ

“ ช เช้าแล้วครับ....” ถูกต้อง ตะวันแยงตาถึงเพียงนี้ นี่ไม่ใช่เวลาสำหรับการทำเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ มันควรเป็นแสงอรุณแห่งวันใหม่ที่จะขับไล่ความดำมืดให้เลือนหายไป ชีวิตใหม่ เรื่องใหม่ๆ มันควรเป็นเช่นนั้น

“ ฉันเพิ่งจะกอดนายเมื่อสามชั่วโมงก่อน กะใจนายจะไล่คนรักกลับทันทีที่ฟ้าสางรึไง” พูดพลางแสยะยิ้มและจุมพิตซอกคอของสึโยชิเบาๆ คำพูดที่รู้ดีว่าจะยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ฟัง แต่นั่นก็ไม่ใช่ธุระของเขาที่จะต้องใส่ใจนักหรอก ตัวเขาเพิ่งจะเท้าเหยียบพื้นประเทศนี้เมื่อคืนวาน และทันทีนั้นก็มุ่งตรงมายังบ้านตระกูลยามาโมโตะ ตอนที่แลเห็น ยามาโมโตะ สึโยชิ กำลังหลับใหลในชุดนอนแบบญี่ปุ่นสีขาวนั้น มันแทบจะทำให้เขายั้งใจไว้ไม่อยู่ เส้นผมสีดำสนิทที่ตัดกับสีขาวพิสุทธิ์ ข้างกายคือดาบญี่ปุ่นที่เงาปลาบ หากแต่ก็ส่งกลิ่นคาวโลหิตบ่งบอกว่าตัวสึโยชิเอง ก็เพิ่งกลับจากการปฏิบัติภารกิจของตระกูลซาวาดะได้ไม่นาน

[align=center]
มือเปื้อนเลือดใคร


มาสักคนหนึ่ง[/align]


“ เจ็ดนาฬิกาแล้วครับ ผมต้องไปทำงานแล้ว” สึโยชิตอบพลางดันกายขึ้นจากฟูกนอน ซาวาดะ อิเอมิทสึยิ้มให้ ก่อนจะจูบหัวไหล่มนนั่นอย่างเสน่หา ไล่เรื่อยจุมพิตลำแขนขวา ข้อมือ จนถึงปรายนิ้วเรียวยาว ลำแขนของนักดาบที่หอมยวนยั่วด้วยคาวเลือด


“ เมื่อคืนฆ่าใครมารึ เหนื่อยขนาดที่ว่าฉันจูบแล้วก็ยังไม่รู้ตัวน่ะ ” อิเอมิทสึหัวเราะ เมื่อคืนเขาไขประตูบ้านเข้ามาท่ามกลางความเงียบสงบ ในห้องนอนที่ปิดไฟมืดสนิท ยามที่เลื่อนประตูเข้าไป ทั้งหลงใหลในความงาม และอาจเอื้อมบรรจงจูบด้วยเสน่หา หากแต่ตัวสึโยชินั้นกลับครึ่งหลับครึ่งตื่น ดูอ่อนเพลียจนลืมกระทั่งจะเอ่ยทักทายเขาตามมารยาทของคนรับใช้ที่ดี ใช่...คนรับใช้....... ข้าทาส


“ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คนที่กำลังถูกประท้วงว่าขายชาติจากพรรคฝ่ายค้าน” นักดาบหนุ่มตอบ หวนคิดถึงค่ำคืนที่เรียกได้ว่าเป็นการทดสอบที่ยากเข็ญสำหรับเขา มีเพียงดาบเล่มเดียวบุกเดี่ยวลอบสังหารคนระดับรัฐมนตรีในคณะรัฐบาล แม้จะปฏิบัติภารกิจสำเร็จแต่ก็ได้มาทั้งบาดแผลและความเหน็ดเหนื่อย คนเราแม้จะเป็นนักฆ่า แต่ก็ไม่ใช่เครื่องจักรอยู่ดี


“ คนว่าจ้างก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรีล่ะสินะ” เป็นการดีที่ใครบางคนที่ทำลายภาพลักษณ์ของคณะรัฐบาลจะหายสาบสูญไปชั่วกาลนาน พ่อของเขาก็ช่างชาญฉลาดที่เลือกสึโยชิเป็นคนลงมือ เพลงดาบชั้นสูงเช่นนี้ ไม่ว่าเจ้าตัวจะรู้ตัวหรือไม่ แต่ในบรรดาสมาชิกของตระกูลสาขาที่ญี่ปุ่น ตระกูลยามาโมโตะนับว่าเก่งฉกาจที่สุดแล้ว นับเป็นไพ่ตายที่แสนสำคัญ จนไม่มีใครกล้าแย้งต่อการที่เขาจะรับตัว ยามาโมโตะ นานะ น้องสาวคนสำคัญของสึโยชิมาเป็นเจ้าสาว หลังจากผ่านคืนอันแสนสุขสมนั้นมาครึ่งปี สึโยชิก็ไม่เคยต่อต้านเขาโดยตรงอีก เหลือเพียงรอจนเด็กสาวบรรลุนิติภาวะ เขาก็จะจูงมือหล่อนเข้าพิธีแต่งงาน และก็จะ.....รั้งสึโยชิให้เป็นของเขาเพียงผู้เดียว ไปชั่วชีวิต


“ คนๆนั้นก็แค่ตุ๊กตาที่น่าสงสารเท่านั้นล่ะ” คำพูดแปลกประหลาดถูกเอื้อนเอ่ย แปลกหูจนต้องนิ่งฟัง

“ หืม” เด็กหนุ่มลูกครึ่งอิตาลียักคิ้ว ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ “ น่าแปลกนะที่นักฆ่าจะมาสงสารเหยื่อเสียเองน่ะ นี่นาย.....คิดจะหักหลังวองโกเล่รึยังไงกัน” เหยียดยิ้มอย่างกังขายั่วโมโห หากแต่อีกฝ่ายกลับยังคงตีสีหน้าเรียบเฉย

“ .........................”

“ ตอบฉันสิ สึโยชิคุง”

“ ดาบของมือสังหาร...จะไม่ย้อนคมสู่เจ้านายหรอกนะครับ คุณซาวาดะ” เด็กหนุ่มกล่าวตอบก่อนจะฉวยกิโมโนเนื้ออ่อนขึ้นคลุมกาย สีขาวที่แปดเปื้อนสีแดงของเลือดจากการร่วมรักจนเศร้าหมอง ดวงตาสีดำงดงามที่มาบัดนี้ไม่สะท้อนสิ่งใดนอกจากคมดาบ “ ผมจะเตรียมอาหารเช้าไว้ให้คุณ เชิญพักผ่อนนานเท่าที่คุณต้องการครับ” คำอธิบายสั้นๆ ก่อนจะลากขาเดินออกจากห้องนั้นไป ไม่เหลียวกลับมาแม้สายตา ความงดงามที่หยิ่งผยองแม้สิ้นท่าที่ทำให้ผู้เฝ้ามองหลงใหลอย่างถอนตัวไม่ขึ้น


“ นายก็ยังลองดีกับฉันอยู่นั่นล่ะนะ สึโยชิที่รัก” ถูกต้อง การเปลี่ยนสรรพนามเรียกขาน เปลี่ยนความสัมพันธ์จากเพื่อนสู่การเป็นข้ารับใช้ ทั้งหมดนั่นคือประชดประชันอย่างร้ายกาจ ต่อให้เด็ดปีกออกและจองจำด้วยโซ่ตรวนไว้ในกรง แต่นกนางแอ่นสีสวยที่แลเห็น ก็ยังพยายามแต่จะโบยบินสู่ฟากฟ้าอยู่ดี


[align=center]ความงามล้ำพิสุทธิ์


ของปักษาสีเลือด[/align]




ต่อ

Author:  ruk21us [ 22 Aug 2008, 21:46 ]
Post subject: 

ยามาโมโตะ สึโยชิ กำลังยิ้มน้อยๆให้กับตนเอง เวลาพักยามบ่ายแก่หลังจากการฝึกซ้อมอย่างเอาเป็นเอาตายตลอดช่วงเช้านั้นเป็นความรู้สึกที่ดีมากกว่าที่ใครจะคาดคิด แม้ว่าเขาจะสามารถอยู่ได้อย่างสบายจากการอุปถัมภ์ของตระกูลซาวาดะในฐานะมือสังหาร แต่การที่จะพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆอย่างไม่หยุดยั้งได้นั้น ย่อมต้องไม่ใช่แค่การหวดดาบฝึกซ้อมอยู่เพียงลำพัง การรับค่าจ้างเล็กน้อยเพื่อเป็นคู่ซ้อมให้กับเหล่านักดาบในสำนักต่างๆ ถือเป็นทางเลือกที่ไม่เลวนัก ได้เห็นวิถีดาบใหม่ๆ ได้สัมผัสความรู้สึกใหม่ๆ วิชาดาบที่เที่ยงแท้ที่จะหล่อหลอมเขาให้เก่งกาจยิ่งขึ้น และเพื่อไม่ให้ ชิงูเระ โซเอน ต้องพบกับทางตันที่น่าเศร้า

“ จะกลับแล้วรึ ยามาโมโตะคุง” เสียงชายวัยกลางคนทักขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจะก้าวขาออกจากโรงฝึก

“ ครับ” เสียงใสตอบ พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน

“ ไม่อยู่ทานอาหารว่าง กับข้าวเย็นด้วยกันหน่อยรึไง ” คำชวนที่หวังดี หากแต่ตอบกลับมาเพียงรอยยิ้ม

“ ผมมีนัดน่ะครับ” คำโกหกที่แสนสุภาพ “ ขอลานะครับ ท่านอาจารย์ยางิว” โค้งคำนับให้อย่างนอบน้อม ก่อนจะฉวยสัมภาระและเดินออกไป แผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่ยังอ่อนวัย หากแต่เก่งฉกาจ

“ ยอดเยี่ยมจริงๆ ” คำชมที่มาพร้อมกับการยกย่องนิยม สิ่งนี้ไม่ถือว่าเกินเลยไปสำหรับเด็กหนุ่มผู้นี้ ยามาโมโตะ สึโยชิ ปรากฏตัวในฐานะนักดาบจากเกียวโต อาศัยอยู่ในบ้านพักของตระกูลที่เป็นโรงฝึกติดต่อกันมานับร้อยปีเพียงลำพัง โรงฝึกที่ปราศจากลูกศิษย์ หรือเพื่อนร่วมสำนัก สำหรับบุคคลภายนอกนั่นอาจจะดูแปลก แต่สำหรับนักดาบในโลกเบื้องหลังแล้ว นั่นคือสิ่งที่สมควรที่สุด


ตระกูลยามาโมโตะมีบ้านใหญ่อยู่ที่เกียวโต สืบทอดเพลงดาบอันดับหนึ่งในแผ่นดินมากว่าแปดรุ่น กินระยะเวลานับร้อยปี เพลงดาบที่แม้แต่คนในวงการเดียวกันก็มิเคยเห็น ด้วยเพราะผู้เคยพบพานล้วนสิ้นชีพชะตาขาดเสียสิ้น ชื่อเสียงที่ได้ยินก้องแผ่นดินมีเพียงอย่างเดียว....


[align=center]ชิงูเระ โซเอน


ไร้เทียมทาน[/align]


ความจริงในมุมกลับมักจะมีอยู่ เฉกเช่นเบื้องหลังคำยกย่อง หากแต่ในเวลานี้ที่สึโยชิกำลังลังเล เขานั่งพิงต้นไม้อยู่ข้างแม่น้ำที่ไหลเอื่อย มีสายลมเย็นพัดเบาๆให้ชวนสบาย หากว่าหลับตาและลืมสิ้นทุกสิ่งได้ เขาก็อยากหยุดเวลาและอยู่เช่นนี้ไปชั่วชีวิตเสียเหลือเกิน นึกขอบคุณที่อาศัยอยู่ชานเมือง ทิวทัศน์รอบตัวจึงยังเป็นธรรมชาติและงดงาม และมีเวลาให้ได้หย่อนใจ

“ นก......” นกสีขาวที่โบยบินบนฟ้า ปีกที่ขาวนวลของมันน่าหลงใหลและดึงดูดสายตาจนอดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มให้ นก...ย่อมจะต้องอยู่บนฟ้า สายฝนเองก็โปรยตกกลับสู่ดินและธรรมชาติ แล้วไฉน...ชิงูเระ โซเอน จึงไม่อาจมีเสรี รับใช้ดั่งข้าทาสมาหลายชั่วอายุคน ซื่อสัตย์ภักดี หากแต่กลับไร้เกียรติยศตอบแทน ไม่เข้าใจเอาเสียเลยว่า อนาคตที่เพลงดาบนี้คาดหวัง....อยู่ที่ใด

“ กลับ.....ต้องกลับอย่างนั้นน่ะหรือ” พึมพำกับตนเองเมื่อคิดว่าเป็นเวลากว่าห้าโมงเย็นแล้ว อิเอมิทสึกำลังรอเขาอยู่ที่บ้าน รอ....... หากเป็นเมื่อก่อน มันคงจะดีที่เพื่อนคนสำคัญรอคอย และได้พูดคุยกันด้วยความสนุกสนาน แต่เมื่อความจริงที่น่าเศร้าเปิดเผย และความสัมพันธ์หักเห การพบปะ ก็คือความทุกข์ทน เป็นแค่ของเล่นไร้ค่า ไม่ก็ สิ่งมีชีวิตสักอย่างที่มีประโยชน์แค่ใช้ฆ่าคนกับระบายตัณหา

[align=center]
โลกใบนี้


ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย[/align]


“ ชั่วชีวิตของฉันจะมีแต่นายเท่านั้น ชิงูเระ คินโทคิ” สึโยชิฉีกยิ้มพลางจุมพิตเบาๆที่ดาบไม้ข้างกาย เขาหยัดกายขึ้นยืน ถอดรองเท้าแตะไว้ริมแม่น้ำ ก่อนจะก้าวลงไปในสายธารที่เย็นเยียบ

[align=center]
.......................................


.........................[/align]



โลกกำลังหมุนไปข้างหน้า ชีวิตคนเราก็ใช่จะพานพบแต่คนๆเดิมและเรื่องราวแบบเดิมเสมอไป เฉกเช่นเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งที่กำลังนอนมองฟ้าหลับกลางวันอยู่ใต้สะพานไม้ เสื้อสูทขาวถูกใช้แทนเสื่อ กระเป๋าเดินทางต่างหมอน เนคไทน์สีแดงร่นมาจนถึงกลางอก กระดุมเสื้อสามเม็ดเปิดออกรับลมบนแผ่นอก ชีวิตที่อิสระเสรีและไม่ผูกมัดกับอะไร สายลมอ่อนในบ่ายของฤดูใบไม้ร่วง แดดบางๆที่ชวนอิ่มเอิบสุขสันต์

“ ถ้ามีสาวงามให้กอดสักคนก็ดีสินะ” ว่าพลางหัวเราะ ทันใดนั้นโสตประสาทกลับได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อม บริเวณนี้เป็นที่ลับตาคนและผู้คนน้อยนักจะผ่านมา ตลอดวันที่นอนแผ่อยู่แบบนี้เพิ่งจะมีเสียงที่ชัดเจนถึงเพียงนี้

“ สาวญี่ปุ่นมาอาบน้ำกลางแจ้งรึยังไง” ผุดลุกขึ้นจากการนอน พร้อมกับกวาดสายตาส่ายส่องไปรอบๆบริเวณ ไม่ใช่เด็กสาวที่ไหนที่ก้าวลงไปในสายน้ำเย็นเฉียบ แต่เป็น....เด็กหนุ่มที่ถือดาบไม้คนหนึ่ง


เด็กหนุ่มนิรนามสวมเสื้อเชิ้ตขาวและกางเกงผ้าสีดำสนิท เฉกเช่นเดียวกับเส้นผมดำที่ตัดสั้น และดวงตาสีเดียวกัน รองเท้าถูกถอดอยู่ที่ตลิ่ง ในขณะที่เท้าเปล่าเหยียบลงในธารน้ำที่เย็นเยียบ เด็กหนุ่มชาวอิตาลีมองภาพเบื้องหน้าอย่างแปลกประหลาดใจ ทีละน้อยๆ ที่ความสนใจถูกดึงเข้าหา มือทั้งสองของเด็กหนุ่มนักดาบตั้งท่าอย่างภาพยนตร์ของชาวญี่ปุ่นที่เคยชม ก่อนจะฟาดออกไปกลางอากาศสร้างกระแสลมบาดเข้าใบหน้าของผู้รับชมที่ไม่เปิดเผยตัว ท่วงท่าทั้งเฉียบคม และหลักแหลม จังหวะการก้าวขาที่นุ่มนวล การก้าวกระโดดและวิ่งฝ่าวงน้ำที่รวดเร็วโจนทะยาน ราวนกนางแอ่นดำที่กำลังโต้ลมกลางอากาศ แม้ไม่ใช่ผู้สันทัดวิชาดาบ แต่ก็รับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่า คนผู้นี้....เก่งกาจ


“ เฮ้ย!” ทันใดนั้นเองกระแสน้ำถูกตวัดขึ้นมาจากผืนธาร โถมเข้าใส่ผู้รับชม ก่อนที่เงาของเด็กหนุ่มนักดาบจะกระโจนฝ่าคลื่นเข้ามาโจมตี ดาบไม้ที่แลเห็นเมื่อครู่กลับกลายเป็นคมดาบแหลมจ่อเข้าที่ต้นคอ

“ ใครส่งนายมา!” น้ำเสียงกรรโชก ดวงตาสีดำสนิทเรียบเฉยเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นดวงตาลุกวาวโชติช่วงและแผ่รังสีสังหารท่วมท้น พร้อมที่จะทะลวงแทงคอหอยของคนตรงหน้าให้ตายในเสี้ยววินาที

“ เดี๋ยวๆ ฉันไม่ได้เจตนานะ!” ฝ่ายที่เสียเปรียบร้องเสียงหลงด้วยภาษาที่ไม่คุ้นหู แต่ใช่ว่าสึโยชิจะไม่เข้าใจ

“ ภาษาอิตาลี......”

“ เธอเข้าใจอย่างนั้นรึ!” พอรู้อย่างนั้นแล้ว ทุกอย่างก็ดูจะไม่ยุ่งยากนัก “ ใจเย็นหน่อยน่า อย่าทำเหมือนผู้หญิงโดนเห็นร่างเปลือยตอนอาบน้ำอย่างนั้นสิ พ่อหนู” รอยยิ้มกรุ้มกริ่ม คาดคะเนเอาเองว่าคนตรงหน้าน่าจะอายุอานามอ่อนกว่าตนเองเล็กน้อย “ ฉันก็แค่บังเอิญตื่นขึ้นมาเจอเท่านั้นล่ะน่า ” ว่าพลางชี้ไปทางสัมภาระที่กองระเกะระกะกับพื้นหญ้า

“ นี่นายอยากชะตาถึงฆาตหรือยังไงกัน ” สึโยชิหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอาคมดาบลง เข้าใจเอาเองว่าอีกฝ่ายคงไม่มีเจตนาร้าย คนที่จะมาลอบฆ่าคนที่ไหนจะแบกกระเป๋าเดินทางมาด้วย “ ที่บ้านเกิดของนายการเฝ้าดูคนอื่นโดยพลการ ถือเป็นมารยาทในสังคมหรือไง ”

“ โดนย้อนซะแล้ว” อีกฝ่ายหัวเราะ ก่อนจะไล่สายตาลอบมองดูคนตรงหน้า เด็กหนุ่มที่ดูเหมือนจะธรรมดาและหาได้ไม่ยากในประเทศนี้ แต่เอาเข้าจริงแล้วก็ไม่ใช่แบบนั้น ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ร่างกายก็ดูแข็งแรง โดยเฉพาะสมรรถภาพทางกาย ที่เรียกได้ว่าเหนือกว่าคนปกติอย่างเทียบไม่ติด คนอายุเท่านี้แต่มีความสามารถถึงขนาดนี้ หาไม่ได้ง่ายนักหรอก

“ นายกำลังมองอะไร” นักดาบหนุ่มถาม รู้สึกไม่ชอบใจที่ถูกจ้องเอาฝ่ายเดียว แต่จะว่าไปหากเป็นคนอิตาลีเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของคนๆนี้ก็ต้องนับว่าแปลกตาเช่นกัน

“ กำลังคิดว่า เสื้อเปียกๆแบบนี้ก็เซ็กซี่ดีเหมือนกันนะ” คำตอบที่ทำเอาสึโยชินิ่งไปถนัด ผู้ชายที่กล้าพูดจาละลาบละล้วงผู้ชายด้วยกันถึงขนาดนี้คงต้องนับว่าผิดปกติอย่างร้ายแรง

“ ขอตัว ” สึโยชิตัดบทรู้สึกว่าจะต้องหนีให้ห่างที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากแต่ทันใดนั้นอีกฝ่ายกลับดึงรั้งลำแขนขวาของเขาไว้ ดวงตาสองคู่สบกันแวบหนึ่งก่อนที่เด็กหนุ่มชาวอิตาลีจะฉวยโอกาสจูบสัมผัสริมฝีปากนิ่มนั้น มันไม่ใช่การจูบที่เพียงหยอกล้อ ในเมื่อปลายลิ้นของคนที่รุกรานดึงดันจะล่วงละเมิดเข้ามาในโพรงปาก ละเลียดเลียและปลุกปั่นให้รุ่มร้อน ชั่วเสี้ยววินาทีที่สึโยชิเผลอตามการสัมผัสนั้นไปโดยสัญชาตญาณและความเคยชิน

“ อ อืม.....” รสจูบของคนแปลกหน้า การรุกรานสัมผัสและลากไล้ของคนที่ไม่คุ้นชิน แต่กลับรู้สึกว่า....อ่อนโยน


[align=center]รู้สึกดี


กว่าหมอนั่น[/align]


“ คนญี่ปุ่นนี่ก็ร้อนแรงไม่เบาเลยนะ” คำเหยียดหยันที่ทำเอาอีกฝ่ายหน้าแดงซ่าน

“ นาย!”

“ ชอบใช่มั้ยล่ะ ก็ฉันน่ะตั้งใจบริการให้ไม่รู้ลืมเลยนะ ยามาโมโตะ สึโยชิ” คำเรียกขานที่ทำเอาสึโยชิยิ่งนิ่งผงะ คนๆนี้รู้จักเขาได้ยังไงกัน คนต่างชาติจะมารู้จักนักดาบไร้ชื่อเสียงอย่างเขาได้อย่างไร

“ เธอดังมากนะที่อิตาลี ในฐานะนักดาบที่ไร้เทียมทานที่สุดในวองโกเล่ยังไงล่ะ” นั่นคือคำชี้แจง

“ ร....หรือว่า”

“ ชื่อของฉันคือชามาล นายแพทย์ฝึกหัดจากวองโกเล่ จะมาอยู่ที่สาขาญี่ปุ่นสักพัก ฝากตัวด้วยนะ” รอยยิ้มเป็นมิตรพร้อมมือที่ยื่นออกมาให้สัมผัส หากแต่สึโยชิยังคงนิ่งอยู่ หากได้เจอเหตุการณ์แบบเมื่อครู่ไป ก็คงไม่อาจวางใจได้อีก

“ ยินดีที่ได้รู้จัก” ทางออกที่เลือกก็คือการโค้งคำนับให้ แต่กลับถูกใช้ปลายนิ้วเชยคางขึ้นซะอย่างนั้น

“ เรามาสนิทกันแบบเนื้อแนบเนื้อเลยดีมั้ย ไหนๆเธอก็ไม่ได้รังเกียจอะไรฉันนี่นา ” เร็วเท่าความคิดชามาลดึงร่างของสึโยชิเข้ามาในอ้อมแขน ก่อนจะจุมพิตที่ซอกคอและแลบลิ้นโลมเลียอย่างไม่เกรงใจ

“ อย่านะ! นี่เป็นบ้าไปรึยังไงกัน!” แน่นอนว่าเด็กหนุ่มพยายามจะผลักอีกฝ่ายออกเต็มกำลัง ไม่เข้าใจเลยว่าอะไรที่เขาแสดงออกให้ฝ่ายนั้นเห็นว่าเขาพอใจ อย่าบอกนะว่านี่ป็นธรรมเนียมคนต่างชาติน่ะ!

“ ก็เมื้อกี้...เธอจูบตอบฉัน” ตอบราวกับว่ารู้ว่าฝ่ายตรงข้ามคิดอะไรอยู่

“ หา!”

“ คนที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องน่ะ ไม่ไวไฟขนาดนี้หรอกนะ” ชามาลหัวเราะก่อนจะไล่ปลายนิ้วไปตามแนวสาบกระดุมเสื้อที่เปียกปอน คำอธิบายที่ทำให้สึโยชิกัดฟันกรอดและไม่รู้เลยว่าควรจะแค้นใครดี แต่ก็คงไม่บ้าพอจะปล่อยให้ตัวเองเสียเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว

“ ฉันไม่รู้ว่าพวกคนต่างชาติคิดยังไงกันหรอกนะ แต่ฉันไม่ชอบ!” เสียงตะโกนดังไล่พร้อมกับ กระทุ้งดาบเข้ากลางท้องน้อยอีกฝ่าย สะบัดตัวเองให้หนีจากวงแขนนั่น แต่ครั้นจะหันวิ่งหนีก็ถูกดึงรั้งไว้อีกครั้ง แววตาหยอกล้อที่แตกต่างจากอิเอมิทสึ แต่มันก็คือดวงตาแบบเดียวกับที่พยายามจะข่มเหงกันนั่นล่ะ

“ แบบนี้เขาเรียกว่าเล่นตัวใช่รึเปล่า หืม”

“ จะคิดยังไงก็ช่าง! แต่ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงต่อปากต่อคำดังก้อง ท่ามกลางสายฝนที่ค่อยๆลงเม็ดลงมาแนบผิวกาย และมันคงจะเป็นเช่นนั้นไปอีกสักพักหากว่าทั้งคู่จะไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเหล่าแขกไม่รับเชิญที่ย่างเท้าเข้ามา



ต่อ

Page 4 of 12 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/