AU Fiction : UNTIL DEATH DO US PART
Author : KateBuster (
Kate_Buster@hotmail.com)
Fandom : Katekyo Hitman REBORN!
Pairing : TYL!6918 (TYL!Mukuro x vampire!Hibari)
Rate : NC-17
Category : BL, Romance, Angst, Drama, Supernatural, Fantasy
EP.02 [Until Death Do Us Part] “ตื่นแล้วเรอะ ?”
นั่นคือเสียงแรกที่ได้ยินยามลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิดและเงียบสงบของค่ำคืนหนึ่ง นัยน์ตาต่างสีปรือเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้าทั้งที่ยังอ่อนล้า ร่างของชายหนุ่มค่อยๆ ยันขึ้นจากเตียงนุ่มที่กลับมานอนตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่อาจทราบได้ แม้จะยังปวดแปลบเล็กๆ อยู่บริเวณใกล้ลำคอแต่ก็ยังกลับพยายามฝืนปรับสภาพดวงตาให้สามารถมองเห็นภาพตรงหน้าได้แจ่มชัด เขากระพริบตาถี่สองสามครั้งก่อนจะได้พบว่าคนที่อยู่ตรงหน้าในเวลานี้ช่างไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย
“...ร่างกายอ่อนแอจริงนะ ฉันดูดเลือดแกมากเกินไปหรือไงถึงได้สลบเหมือดไม่เป็นท่าแบบนั้นน่ะ”
ใคร ? นึกถามตัวเองอยู่ในใจเมื่อยังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้าขณะที่ดวงตาสีนิลสนิทคู่สวยของอีกคนมองตรงมาเขม็ง ฉับพลันจึงนึกออกว่าร่างเล็กบอบบางของเด็กหนุ่มในเครื่องแต่งกายแปลกตาที่อยู่ด้วยกันถือวิสาสะเข้าห้องตนมาโดยไม่ได้ขออนุญาตกลางดึก แต่ถ้าหากจะพูดกันตามความจริงแล้ว คงจะเป็นการบังคับขู่เข็ญให้ยอมเปิดประตูเสียมากกว่า แถมยังไปยืนตากลมอยู่บนระเบียงห้องโดยไม่รู้ว่าขึ้นมาได้อย่างไร พูดจาแปลกๆ ...และยังทำอะไรแปลกๆ เสียอีก
“...ดูดเลือด ..หรือครับ ?”
เสียงทุ้มเย็นของชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างนึกฉงนในคำพูดนั้นเมื่อเริ่มตั้งสติได้ อีกฝ่ายเปลี่ยนท่านั่งเป็นไขว่ห้างก่อนจะถอนใจหนักหน่วงจนได้ยินชัดเจน ร่างเล็กนั่งห่างออกไปจากเตียงนั้นไม่มากนักก่อนเสียงหวานหูจะเปล่งเปรยออกมา
“..ก็ใช่น่ะสิ ...ฉันทั้งบอกทั้งทำให้ดูแล้วยังไม่เข้าใจอีกหรือไง ? แกนี่มันจะโง่ไปถึงไหนกัน ?”
...จู่ๆ ก็ถูกคนไม่รู้จัก แถมยังดูท่าทางอายุน้อยกว่าด่าเข้าซะอย่างนั้น
แต่ว่า ...นั่นน่ะพูดจริงหรือเปล่า ? “...เอ่อ ล้อเล่นสินะครับ ..ไอ้ดูดเลือดอะไรนั่นน่ะ”
...แต่งคอสเพลย์เป็นแวมไพร์แล้วยังจะบอกว่าตัวเองเป็นแวมไพร์จริงๆ อีกหรือไงกันครับ ? ...ไม่ต้องอินจัดตลอดเวลาขนาดนั้นก็ได้มั้ง... “ล้อเล่นบ้านแกน่ะสิ ..ฉันพูดเรื่องจริง ...โดนดูดเลือดจนสลบเหมือดไปรอบนึงแล้วยังไม่เข้าใจอีกหรือไง ?” หนุ่มน้อยมีท่าทางไม่พอใจและหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดกับการที่คนตรงหน้าไม่ยอมเข้าใจอะไรง่ายๆ เสียที เรื่องแค่นี้ไม่เห็นมันจะซับซ้อนอะไรนักหนา เด็กสามขวบยังเข้าใจเลยมั้ง...
“เรื่องที่เป็นแวมไพร์นั่น...จริงหรือครับ ?”
“ก็บอกว่าจริง ...จะต้องให้ย้ำอีกสักกี่รอบแกถึงจะพอใจ ..หรือฉันต้องสูบเลือดแกให้หมดตัวก่อนถึงจะเชื่อ ?”
พอโดนย้ำเรื่องนั้นมากๆ เข้า ร่างสูงโปร่งที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นจากนิทราก็ชักจะเชื่อเรื่องราวเพ้อฝันนั้นเข้าเสียแล้ว ถึงอย่างไรเมื่อครู่นี้ก็เพิ่งมีประสบการณ์โดนแวมไพร์ดูดเลือดไปสดๆ ร้อนๆ แถมเจ้าตัวยังเหลือรอยคมเขี้ยวเล็กๆ เอาไว้บนร่างเขาเสียอีก ยังปวดตุบๆ อยู่เสียด้วยซ้ำ แม้ว่าเลือดจะไม่ไหวแล้วก็ตามที จึงจำใจต้องเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งไปก่อนอีกจนได้
...ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเคยเจอเรื่องประหลาดขนาดนี้เป็นครั้งแรกนี่ล่ะครับ “...เอ่อ ..ถ้าอย่างนั้น ...ยอมเชื่อแล้วก็ได้ครับ” โรคุโด มุคุโร่ถอนใจอย่างนึกยอมแพ้ ทางอีกฝ่ายจึงเหยียดยิ้มอย่างนึกพึงใจกับชัยชนะนั้นราวกับเด็กเล็กๆ
“..หึ ...ยอมเชื่อได้ซะก็ดีแล้ว กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่าถ้าอีก 5 นาที แกยังไม่ยอมเชื่อล่ะก็...” เสียงหวานเงียบงันลงไปครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วเคลื่อนกายเข้าหาเจ้าของห้องอีกเล็กน้อย ทำเอาเขาต้องกลืนน้ำลายเอื๊อกอย่างนึกเสียขวัญ “...ฉันจะสูบเลือดแกให้หมดตัวจนตาย จะได้จบไอ้เรื่องน่ารำคาญนี่สักที...”
...ทำตัวไม่สมกับหน้าตาเลยจริงๆ ครับ ...ให้ตายเถอะ “...แล้วทำไม..คุณถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ มีธุระอะไรกับคนธรรมดาๆ อย่างผมหรือเปล่า ?”
มุคุโร่เอ่ยปากถามออกไปอย่างไม่มั่นใจ หลังจากถูกสั่งให้ไปยกน้ำยกท่ามารับแขกยามวิกาลเรียบร้อยแล้ว เรียวนิ้วแบบบางของแวมไพร์ตัวน้อยยึดรวบกำยกแก้วน้ำขนาดกลางที่บรรจุน้ำสะอาดใสเย็นขึ้นดื่มเล็กน้อย ชายหนุ่มลอบมองใบหน้าหวานนั้นพลางนึกสงสัยขึ้นมา...
...แวมไพร์เนี่ย ...ดื่มอย่างอื่นนอกจากเลือดสดๆ ด้วยหรือไง ?
อ๊ะ ! ...ลืมบอกไปครับ ว่าชื่อของเด็กคนนี้คือฮิบาริ เคียวยะ ...เป็นแวมไพร์แท้ๆ ..ทำไมถึงชื่อญี่ปุ่นล่ะเนี่ย ?
...ไม่เห็นจะเข้าใจสักนิดเลยครับ ...แถมยังผมกับตาสีดำอย่างกับคนเอเชียนั่นอีก ...แล้วก็เรื่องที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่องปรื๋อนั่นอีก...
...แวมไพร์เนี่ย ..ปกติแล้วต้องให้อิมเมจแบบตะวันตกไม่ใช่หรือครับ ? “มองอะไร !?”
เสียงแก้วน้ำกระแทกเข้ากับโต๊ะไม้ดังปึงอย่างไม่พอใจที่จู่ๆ ก็ถูกจ้องเอาๆ อย่างไร้มารยาทเช่นนี้ เจ้าของดวงเนตรสีถ่านนิลยกมือขึ้นกอดอกพลางส่งสายตาอำมหิตไปให้คนที่ถูกกล่าวว่าจนถึงกับต้องรีบหลบตาไป
“อ..เอ่อ ขอโทษครับ...”
“...สงสัยว่าทำไมฉันถึงดื่มอย่างอื่นนอกจากเลือดด้วยล่ะสิ ?” ร่างบางในผ้าคลุมสีดำทึบเอนหลังลงพิงโซฟานุ่มในห้องด้วยท่าทางผ่อนคลาย หากสังเกตให้ดีแล้วจะเห็นว่ากลีบปากสีชาดนั้นแย้มยิ้มเบาบางอย่างแตกต่างไปจากที่เคยพบเห็นมา เป็นรอยยิ้มที่น่าเอ็นดูกว่าครั้งไหนๆ จนทำเอาร่างสูงโปร่งเผลอมองอยู่เนิ่นนานอย่างลืมตัวราวต้องมนตร์สะกดอีกครั้ง
“...ถึงจะเป็นแวมไพร์แบบนี้ แต่ยังไงก็ร่างของฉันก็ยังเป็นมนุษย์อยู่ดี ...ถึงจะอายุยืนกว่ามนุษย์ปกติก็เถอะ...”
“...เพราะแบบนั้นก็เลยยังมีความต้องการแบบมนุษย์เพื่อที่จะได้ดำรงชีวิตอยู่สินะครับ ?” ทางฝ่ายที่ดูจากภายนอกแล้วอาวุโสกว่าเริ่มจะเข้าใจถึงสภาพทั่วไปมากขึ้นแล้ว สีหน้าครุ่นคิดของเขาผ่อนคลายลงเล็กน้อย
“..เริ่มฉลาดแล้วนี่” เด็กหนุ่มยิ้มอย่างพึงใจอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้น เคลื่อนร่างลงมานั่งเอนหลังฝั่งเดียวกับเจ้าของห้องที่อยู่ตรงข้าม “..ทั้งเครื่องนุ่งห่ม น้ำดื่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย แล้วก็อาหาร...จำเป็นกับชีวิตของฉันทั้งนั้นแหล่ะ ถึงจะดื่มเลือดแทนอาหารก็เถอะนะ”
“แสดงว่านอกจากเรื่องอาหารกับอายุแล้ว ทุกอย่างเหมือนกับมนุษย์ทั่วๆ ไปหมดเลยใช่ไหมครับ ?”
“...ใช่ ..จะความต้องการของมนุษย์หรือแวมไพร์แบบฉันมันก็เหมือนกันหมดนั่นล่ะนะ ...รวมถึง ‘เรื่องนั้น’ ด้วย...”
“...‘เรื่องนั้น’ ..หรือครับ ?” จู่ๆ ก็เกิดคาดเดาถึงสิ่งที่เด็กน้อยตรงหน้าอยากจะพูดขึ้นมาเสียได้ ...แต่ถึงจะเป็นอย่างที่คิดจริงๆ ..ก็คง...ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก..เพียงแต่มัน...
“อืม.. ใช่ ..อย่างที่แกคิดนั่นแหละ...”
ความอบอุ่นจากเรือนกายบอบบางนุ่มนิ่มที่เบียดเข้าหาอีกเล็กน้อย ชวนให้ใจเต้นรุนแรง กลิ่นหอมอ่อนบางจากร่างกายกับรอยยิ้มเย้ายวนที่เข้ามาประชิดกายนั้นแทบจะทำให้สามัญสำนึกของเจ้าของดวงตาสีไพลินเพลิงที่เบิกโพลงนั้นกระจัดกระจายไปหมดสิ้นเชิง
“...เรื่องบนเตียง ..ก็ด้วย”
...รู้สึกเสียใจที่ทายถูกยังไงก็ไม่รู้ครับ “...แต่เรื่องแบบนั้น ...ตอนนี้ฉันขอผ่านก่อนก็แล้วกัน”
ว่าเช่นนั้นก่อนจะลุกขึ้นอย่างไม่ใยดีในคำพูดของตนที่ทำให้อีกคนแทบใจหายใจคว่ำ แต่ก็กลับโล่งใจได้อย่างน่าประหลาด ...แต่ที่มากกว่านั้น ..คงจะเป็นความรู้สึกเสียดายนิดๆ ล่ะมั้ง ?
“...ฮ่ะๆ อย่างนั้นหรือครับ ?”
“อ๋อ ..จริงสิ ฉันยังไม่ได้บอกธุระที่ทำให้ฉันต้องมาอยู่ที่นี่ให้แกรู้เลยนี่นะ” ดวงหน้าหวานทำท่าทางราวกับนึกบางสิ่งออกได้ในวินาทีนั้น เขาถอดผ้าคลุมสีทึบที่ปกปิดไหล่แคบบางออก ก่อนจะโยนทิ้งลงบนโซฟานั้นอย่างไม่ใยดี แล้วหันหน้ากลับมา
“อ๊ะ ...จริงด้วยสินะครับ ...เรื่องธุระ.. ว่าแต่...ที่บอกว่าต้องมาอยู่ที่นี่เนี่ย...” ลางสังหรณ์ของมุคุโร่เริ่มทำงานอีกครั้ง ...ถ้ามันเป็นอย่างที่คิดจริงๆ ล่ะก็...คงจะได้เวลาที่เขาควรเปลี่ยนอาชีพไปทำงานนักเขียนนิยายแทนการเป็นพนักงานบริษัทได้เสียทีแล้ว
“...แกเป็น.. ‘คู่ตามพันธสัญญา’ ...ของฉัน...” เสียงนั้นอ่อนแรงลงในช่วงท้ายราวกับเก้อเขินที่จะพูดคำนั้น ดวงเนตรสีนิลกาฬเบี่ยงเลี่ยงหลบไป ผิวแก้มอ่อนบางแดงระเรื่อเคลียเกศาสีถ่านน่ามอง นิ้วเรียวบางทั้งสองข้างกำยึดเนื้อผ้ากางเกงบริเวณต้นขาเรียวไว้แน่นราวต้องการหยุดยั้งหัวใจที่เต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
“อ..เอ๊ะ !? ร...เรื่องแบบนั้น---------” เป็นถ้อยคำที่ทำให้แม้แต่คนฟังก็ยังเขินตามไปด้วยได้อย่างง่ายดาย ชายหนุ่มแทบไม่เชื่อหูว่าจะได้ยินประโยคแบบนั้นในชีวิตจริงเลยสักครั้ง
...แต่มันก็เป็นเรื่องจริงไปแล้วล่ะครับ “ก.. ก็แค่ ...หมายถึงว่าฉันดูดเลือดแกได้คนเดียวเท่านั้นแหล่ะน่า !!!” แวมไพร์น้อยโวยวายกลบเกลื่อนคำพูดน่าอายของตนออกไป คลายมือออกอย่างเชื่องช้า สูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยถึงอีกสิ่งหนึ่งออกมา
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ใบหน้าหวานยิ่งแดงระเรื่อ ดวงตาสีรัตติกาลคู่สวยหลุบลงต่ำอย่างไม่กล้าสบตาคนตรงหน้า
...ทว่าน้ำเสียงหวานที่เอื้อนเอ่ยออกมา ...ราวกับจะยิ่งทำให้หายใจติดขัด ...หัวใจเต้นแรงยิ่งขึ้นไปอีกเสียได้
“...ก..แกจะต้องยอมเป็นทาสของฉัน ...ยอมให้ฉันดูดเลือดได้คนเดียว ..จ...จนกว่า...”
“จนกว่า ...?”
“------จนกว่า...ความตายจะ ...จะพรากเรา...จากกัน”
_____________________________
TBC. โปรดติดตามตอนต่อไปค่า~
ทุกท่านคิดว่าถึงเวลาใส่คำว่า Comedy ลงใน Category ของเรื่องนี้หรือยังคะเนี่ย 55+
รู้สึกสัปป้าจะทำตัวมึนๆ ชอบกลแฮะ =w="
ตอนนี้ก็เปิดเทอมแล้ว...คงจะอัพฟิคได้น้อยลงกว่าเดิมด้วย แต่จะพยายามมาอัพให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะ
....ขออภัยเป็นอย่างสูงค่ะ TT TT"
เอาล่ะ แล้วพบกันใหม่คราวหน้านะคะ ^^