•·.·´¯`·.·•Reborn Fan Club•·.·´¯`·.·•
http://reborntfc.freeforums.org/

[Fic] The Third Hand(s) [XS][Up.36]11/5/09
http://reborntfc.freeforums.org/the-third-hand-s-11-5-09-t1759-45.html
Page 4 of 80

Author:  riki [ 16 Apr 2008, 22:39 ]
Post subject: 

สงสารหลาม

แต่เจ๊ลุซซึ่ เจ้าชาย กะมามอน เป็นห่วงหลามนา

คุณบอสเหงงั้นแต่ลึกๆมั้ง

ก็คงห่วงนายอยู่ละน่า

อย่าฝืนมากนักเลย

ส่งจดหมายกลับไปหาพวกมันเสะ แล้วท้าให้มาสู้ที่ปราสาทแทนจะได้ไม่ต้องเมื่อยตุ้มเดินไปหามันไง

(โดนท่านมุกอัดกระเด็น)

Author:  sey [ 16 Apr 2008, 22:39 ]
Post subject: 

อัพแย้วววววว ดีใจจัง

ทำไมหลามน่ารักขนาดี้ เพื่อป๋าสุดๆ!

Author:  minamo [ 17 Apr 2008, 04:18 ]
Post subject: 

โฮวววววว สงสารหลามอย่างแรง T3T ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพอสควอลโลหลับ เราอาสาเอาจดหมายท้าดวลไปโปรยหน้าห้องเฮียให้นะ
เอิ้ก...ทีนี้พอตื่นเช้ามา.....คู่กรณีทั้งหลายก็เหลือแต่ขี้เถ้าแล้วล่ะ อิอิ

-3- ต้องให้หลามหามส่งโรงบาลม้าพยศเหรอคะ เฮียถึงจะสนใจ (ปัง....โดนกระสุนปริศนาเจาะกลางหัว...) ยังไงก็รออ่านต่อค่า ลุ้นๆ

Author:  Muk! [ 17 Apr 2008, 11:49 ]
Post subject: 

Story : The Third Hand(s)
Chapter : 3
Paring : XS
Rate : -

--------------------------------------
..โต๊ะอาหาร ในตอนเช้า..

เหล่าวาเรียระดับผู้บริหารต่างมารวมกันอย่างพร้อมหน้า ทั้งเลวี่ที่เพิ่งกลับจากไปปฏิบัติภารกิจ และแซนซัสที่นั่งเป็นประธานอยู่หัวโต๊ะ

วงหน้าคมยังคงเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ดวงตาสีเลือดเหลือบมองเก้าอี้ว่างข้างกายที่เดิมทีเป็นของใครคนหนึ่งที่หายหน้าหายตาไม่มากินข้าวเช้าเป็นเวลากว่าสัปดาห์แล้ว

ไอ้ฉลามสวะหายหัวไปไหนของมันวะ??

บอสแห่งวาเรียคิดอย่างหงุดหงิด ไม่ใช่ว่าการที่ร่างบางนั้นไม่อยู่จะทำให้เขาคิดถึง และไม่ใช่ว่าการที่ขาดเป้าซ้อมมือจะทำให้เหงา แต่เขาก็อดไม่ได้จริงๆที่จะคิดว่ามันจงใจหลบหน้าเขามาตลอดนับตั้งแต่กลับจากญี่ปุ่นคราวนั้น

“นี่ๆ ลุซซูเรีย วันนี้สควอโล่จะมากินข้าวเช้ารึเปล่าอะ?”

เสียงของเด็กหนุ่มผมทองถามราวกับจะรู้ใจเจ้านาย

“คงมามั้ง ให้พวกลูกกระจ๊อกไปเคาะประตูปลุกแล้วนี่นา..คงไม่ตื่นสายอีกหรอกวันนี้น่ะ” ลุซซูเรียผู้กำลังลำเลียงจานอาหารหลากหลายชนิดลงบนโต๊ะตอบ “เจ๊ล่ะไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมสควอโล่ถึงได้ตื่นสายจนมากินข้าวเช้าไม่ทันตั้งเป็นสัปดาห์แบบนี้ อดข้าวมากๆเดี๋ยวก็ไม่ดีต่อสุขภาพหรอก”

“นั่นสิ ครั้งสุดท้ายที่เจ้าชายเห็นสควอโล่เมื่อ 2 วันก่อนน่ะ ดูสควอโล่ท่าทางไม่ดีเอาซะเลย” เบลเฟกอลว่าพลางตักอาหารเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ “ว่าแต่รู้สึกมั้ยว่าช่วงนี้ดูสควอโล่หลบหน้าหลบตาพวกเรายังไงไม่รู้ สองวันมานี่เจ้าชายยังไม่เห็นหน้าสควอโล่เลยนะ?”
ถามสองสหายผู้ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย

“นั่นสิ เจ๊ก็ได้เจอสควอโล่ครั้งสุดท้ายก็เมื่อวานซืนล่ะมั้ง..แล้วมาม่อนล่ะพอจะรู้รึเปล่าว่าสควอโล่ทำอะไรอยู่ถึงได้หายตัวไปแบบนี้?”
คำถามที่ถูกส่งต่อไปยังร่างเล็กที่แบมือออกมาเป็นทีให้จ่ายเงินก่อน ข่าวสารถึงจะไป ให้เบลเฟกอลชักมีดขึ้นมาเคาะกับจาน พลางแสยะยิ้มกว้าง

“ชิชิชิ ลุซซูเรียสนใจอยากทำ อัลโกบาเลโน่รมควันราดมายองเนส มั้ย? เดี๋ยวเจ้าชายช่วยจัดเตรียมวัตถุดิบให้เอง”

คำขู่ที่ทำเอาเด็กทารกหน้าเลือดรีบชักมือกลับ ตอบกระฟัดกระเฟียด

“ได้ยินมาว่าหมู่นี้สควอโล่แอบออกไปข้างนอกทุกคืน บางวันก็ออกไปตั้งแต่ก่อนเที่ยง กว่าจะกลับเข้ามาก็ใกล้รุ่ง เพราะแบบนี้ถึงได้ตื่นสายล่ะมั้ง”

มาม่อนผู้มีสายข่าวจากบรรดาลูกหนี้ทั่ววาเรียจำยอมบอกข้อมูลให้ฟรีๆ ก่อนที่ตนจะต้องกลายเป็นอาหารของไอ้สองตัวแสบที่จ้องจะจับเขากินอยู่

ทว่าข้อมูลนั้นกลับยิ่งสร้างความประหลาดใจให้กับทั้งหมดมากขึ้น เมื่อแต่ไหนแต่ไรฉลามหนุ่มก็ไม่ใช่คนที่ชอบออกไปเที่ยวกลางคืนหรือทำตัวเหลวไหลจนตื่นสายเช่นนี้ ถ้าเช่นนั้นแล้วสควอโล่ไปทำอะไรจึงได้อยู่แทบไม่เคยติดปราสาทกันนะ

“ชิชิชิ เจ้าชายว่าสควอโล่ต้องแอบไปมีกิ๊กแหงๆ หรือบอสว่าไง?”

ตั้งสมมุติฐานไม่พอ เจ้าชายนักฆ่ายังถามความเห็นของคนที่นั่งเฉยราวรูปแกะสลักอยู่ที่หัวโต๊ะ คิ้วเรียวกระตุกน้อยๆราวไม่พอใจต่อคำถามนั้น

“ไอ้ฉลามหัวเน่ามันจะไปทำอะไรก็เรื่องของมัน พวกแกจะอยากรู้ไปทำไมกันวะ??”

ชายหนุ่มว่าอย่างหงุดหงิด แต่เบลเฟกอลก็ยังคงไม่ละความพยายาม

“โธ่..ก็มันน่าสงสัยออกจะตายไปนี่นา” เด็กหนุ่มลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท “บอสรู้มั้ยว่าเมื่อหลายวันก่อนน่ะสควอโล่กลับมาตั้งตี 3 แน่ะ แถมยังเปียกฝนมาเลย แล้วเท่านั้นไม่พอนะบอส..”

เบลลดเสียงลงเป็นกระซิบกระซาบราวกำลังเล่าเรื่องผีก็ไม่ปาน

“พื้นห้องที่สควอโล่เดินผ่านมาน่ะ มีทั้งรอยโคลน แถมยังมีรอยเลือดอีกนะ..อี๊ คิดแล้วสยอง เจ้าชายว่าสควอโล่ต้องโดนวิญญาณตามกลับมาที่ปราสาทแน่เลยอะ”

ว่าพลางก็กอดอกแน่น ทำท่าสะบัดร้อนสะบัดหนาวเสียจนน่าถีบ ในเมื่อไอ้เด็กเวรนี่แหละที่ครั้งหนึ่งเคยขุดศพบรรพบุรุษของไอ้สวะตัวหนึ่งมาล่อให้ติดกับแล้วฆ่าทิ้ง แล้วแบบนี้ยังมีหน้ามาทำท่าเหมือนกลัวผีได้ด้วยเรอะ!!

“หนวกหู!!”

แก้วเหล้าถูกกระแทกลงกับโต๊ะโครมใหญ่ ดวงตาคู่สีเลือดเต็มไปด้วยความหงุดหงิดจากเรื่องเล่าของไอ้เด็กเวร ที่ถึงเขาจะไม่เชื่อเรื่องผีบ้าผีบอที่มันกุขึ้นมาเลยสักนิด แต่การที่ไอ้ฉลามสวะกลับมาพร้อมรอยเลือดแบบนั้นมันก็น่าแปลกเกินไป..

คิ้วสีดำขมวดมุ่นอย่างใช้ความคิด อันเป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างบางของคนที่ถูกนินทาก้าวเข้ามาในห้อง

“ไง บอส..”

เสียงทักทายเนือยๆเช่นเดียวกับใบหน้าหวานที่อิดโรยราวอดนอนมานาน ดวงตาคู่สีฟ้าแห้งผากคล้ายกับเพียงการเดินมาที่นี่ก็มากพอจะทำให้เหนื่อยล้าแล้ว

ไอ้สวะนี่เป็นอะไรของมัน?

บอสแห่งวาเรียคิดอย่างสงสัย เมื่อร่างบางที่เขาไม่ได้เห็นมากว่าสัปดาห์ยิ่งดูผอมบางมากขึ้น วงหน้าซีดขาวราวคนไข้เพิ่งออกจากโรงพยาบาล ทั้งที่มันก็กลับมาพักรักษาตัวที่นี่ตั้งนานแล้วแท้ๆ

ความคิดที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่ความหงุดหงิดนั้นจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อฉลามหนุ่มเลือกนั่งลงยังบริเวณปลายโต๊ะอีกด้านที่เหล่าคนรับใช้รีบวางจานอาหารให้

“ชิชิชิ อรุณสวัสดิ์ สควอโล่” เจ้าชายทักเสียงใส “ทำไมหมู่นี้ตื่นสายจังล่ะ? วันหลังให้เจ้าชายไปช่วยปลุกมั้ย?”

คำเสนอที่ทำเอาฉลามตาปรือเปลี่ยนเป็นตาสว่างขึ้นมาทันควัน ร่างบางหันไปแยกเขี้ยวให้กับเด็กหนุ่มผู้หวังดีประสงค์ร้าย

“ไม่ต้องเลยว่ะ! ฉันตื่นเองได้ ขืนให้แกมาปลุกห้องฉันก็ได้พังกันพอดี”

ว่าอย่างเข็ดขยาด ด้วยครั้งสุดท้ายที่เขาลืมล็อคประตูห้องทำให้ไอ้เด็กเวรนี่เข้ามาได้ ก็ทำเอาห้องของเขาถึงกับแทบวินาศสันตะโรเพราะกลมีดของมัน

“ชิชิชิ เจ้าชายหวังดีน้า...” เด็กหนุ่มยิ้มกว้างอย่างเจตนากวนประสาท ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่ช่วงนี้สควอโล่หายไปไหนตลอดเลยอะ? เจ้าชายเลยไม่มีใครเล่นด้วยเลย..”

“ฉันจำไม่ได้ว่าเคยเป็นเพื่อนเล่นของแกตั้งแต่เมื่อไหร่” ฉลามหนุ่มตอบไม่แยแส มือตักสปาเก็ตตี้เข้าปากอย่างเนือยๆ แม้อาการไข้และบาดแผลจะทำให้ไม่รู้สึกอยากอาหารสักเพียงใด แต่เขาก็ไม่โง่พอที่จะไม่รู้ว่าจำเป็นต้องกินอาหารเพื่อเรียกกำลังสำหรับฆ่าศัตรูในบ่ายวันนี้

“ช่วงนี้แกหายหัวไปไหนมา ไอ้ฉลามหัวเน่า?”

คำถามกร้าวจากเจ้าชีวิตผู้นั่งปลายสุดโต๊ะอีกด้าน ให้มือเรียวชะงักเล็กน้อย ดวงตาคู่สีฟ้าก้มลงต่ำอย่างใคร่ครวญสิ่งที่จะบอก ทว่าอาการนั้นกลับทำให้บอสแห่งวาเรียผู้ไม่เคยต้องรอคำตอบมาก่อนหมดความอดทน แก้วเหล้าในมือถูกเขวี้ยงเข้าใส่เป้าซ้อมมืออย่างจัง

เพล้ง!!

เสียงแก้วกระทบกับเส้นผมสีเงินจนแตกกระจายไม่อาจสร้างความตกใจให้แก่บรรดาผู้บริหารและเหล่าลูกกระจ๊อกได้ เมื่อเสียงนี้เป็นสิ่งที่ได้ยินเสมอมาอยู่แล้ว

ทว่า..ศีรษะที่เปียกชุ่มไปด้วยแอลกอฮอล์กลับพลันฟุบลงกับโต๊ะ เลือดไหลซึมออกมาจากบาดแผลบริเวณศีรษะเล็กน้อย ซึ่งหากเทียบกับครั้งก่อนๆแล้วเลือดเพียงแค่นี้ก็แสดงว่าบอสคงจะออมแรงให้พอดู

“อย่าทำสำออย! ตอบฉันมาเดี๋ยวนี้ ไอ้สวะ!!”

น้ำเสียงที่ตวาดกร้าว ให้มาม่อนผู้นั่งอยู่ใกล้เป้าซ้อมมือมีชีวิตมากที่สุดรีบเอื้อมมือเล็กไปหมายสะกิดให้คนแกล้งสลบรีบตอบคำถามบอส

“สควอโล่ เงยหน้าได้แล้ว! เดี๋ยวบอสก็ปาอะไรมาอีก..”

ทารกอัลโกบาเลโน่พลันชะงักคำพูดลง เมื่อมือที่เขาแตะร้อนผ่าวด้วยไข้ที่ขึ้นสูง และแม้จะสะกิดมือขาวสักเพียงใดก็ยังไร้ปฏิกิริยากลับมาอยู่นั่นเอง!!

“สควอโล่!!”

ร่างเล็กร้องเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงหลง ให้ทุกคนเริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น

“เบล รีบพลิกตัวสควอโล่เร็วเข้า!!”

เจ้าชายนักฆ่ารีบปราดเข้ามาตามคำสั่งของมาม่อน มือเรียวพลิกร่างบางให้เงยหน้าขึ้นเพียงเพื่อจะพบว่าลมหายใจของสควอโล่อ่อนเบาเพียงใด

“เฮอะ! ทำเป็นมารยา..”

เลวี่สบถพึมพำอย่างหงุดหงิด ร่างหนาไม่สนใจผู้ที่ตนคิดวาแกล้งเป็นสลบอีกเมื่อยังคงตักอาหารเข้าปากอย่างเฉยเมย ตรงข้ามกับเหล่าคนที่เหลือ

“ไอ้ฉลามสวะเป็นอะไรของมัน?”

น้ำเสียงที่เย็นชาตรงข้ามกับความกังวลที่ปรากฏอยู่ลึกๆในดวงตาคู่สีเลือด เมื่อสถานการณ์ที่ปลายโต๊ะเริ่มชุลมุนวุ่นวายจากเหล่าวาเรียมุงที่เหมือนจะทำอะไรไม่ถูกกับสภาพของฉลามหนุ่มในยามนี้

“บอสค้า สควอโล่สลบไปแล้วค่า!!”

ลุซซูเรียกรีดเสียงตอบ กระเทยร่างใหญ่พยายามเขย่าร่างที่พิงอยู่ในอ้อมแขนของเบลราวกับการทำเช่นนั้นจะทำให้สควอโล่ฟื้นขึ้นมาตอบคำได้

น่าเสียดายที่เหตุการณ์เหนือความคาดหมายจากการที่ฉลามหนุ่มถึงกับสลบไปเพียงเพราะถูกแก้วปาทำเอาวาเรียเกือบทุกคนพากันขาดสติและความใจเย็นลงโดยสิ้นเชิง เมื่อต่างก็พากันมุงดูร่างแบบบางที่นอนหายใจรวยรินนั้นอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี

“ทำไงดีอะ? สควอโล่ตัวร้อนจี๋เลย”

เจ้าชายถึงกับหน้าเสีย เสียงหัวเราะกวนประสาทที่เคยมีทุกครั้งยังต้องหยุดลงเมื่อเจอกับสถานการณ์เหลือเชื่อเช่นนี้

ขณะที่ทุกคนกำลังเต็มไปด้วยความตกใจนั้นเอง บุรุษเพียงคนเดียวที่ยังคงคุมสติมั่นก็ก้าวเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ให้

“พวกแกทุกคนไสหัวออกไปให้หมด!!”

เสียงตวาดกร้าวจากบอสแห่งวาเรียทำเอาเหล่าวาเรียมุงถึงกับสะดุ้งโหยง รีบพากันถอยเปิดทางให้ร่างหนาก้าวเข้าไปยืนมองร่างบางในอ้อมแขนของเบล..

วงหน้าหวานที่ซีดขาว และลมหายใจที่แผ่วเบาราวเจียนจะขาดห้วงของร่างตรงหน้า ทำให้ชายผู้เย็นชาเม้มปากแน่น หันไปสั่งเหล่าลูกกระจ๊อกทั้งหลาย

“พวกแกถอยออกไปห่างๆ ยืนมุงแบบนี้ไอ้ฉลามสวะมันจะมีอากาศหายใจได้ยังไงล่ะวะ!!”

คำสั่งที่เหล่าวาเรียรีบถอยห่างออกไปในระยะ 10 เมตร ขณะที่บอสเดินเข้ามาจนชิดก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นอุ้มด้วยกิริยาที่นุ่มนวลผิดจากเคย

ศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมสีเงินเอนซบลงมาบนไหล่กว้าง ไอร้อนที่ได้รับจากร่างในอ้อมแขนและความเบาของเรือนร่างผอมบาง ยิ่งทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่น นึกสบถในใจ

ไอ้ฉลามสวะนี่อาการยังไม่หายดี แล้วทำไมถึงไม่หัดดูแลตัวเองบ้างวะ!

“ตามหมอไปที่ห้องไอ้ฉลามสวะเดี๋ยวนี้!!”

“ชิชิชิ ได้เลยบอส”

เจ้าชายนักฆ่ารีบวิ่งออกไปตามคำสั่ง ขณะที่ร่างสูงหันไปหาแม่บ้านของเหล่าวาเรีย

“แกไปเตรียมผ้าชุบน้ำอุ่นๆไว้ แล้วก็เตรียมอาหารอ่อนๆให้ไอ้สวะนี่ด้วย!”

“ได้เลยค่า บอสขา”

กระเทยถึกรับคำก่อนจะรีบออกไปตามคำสั่ง ทิ้งให้บอสอุ้มร่างอ่อนปวกเปียกนั้นไปยังห้องนอนโดยมีมาม่อนตามไปคอยเปิดประตูให้...

เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะรัวเร็ว เมื่อเจ้าของเสียงฝีเท้าก้าวยาวๆไปยังห้องของฉลามหนุ่ม วงหน้าที่ประดับด้วยรอยแผลเป็นยังคงเครียดขรึมเย็นชาแต่กระนั้นกลับไม่อาจซ่อนความกังวลจากสายตาของลูกน้องคนสนิทที่นั่งอยู่บนไหล่ของวาเรียลูกกระจ๊อกคนหนึ่งได้

“แกรู้รึเปล่าว่าไอ้ฉลามสวะนี่หายหัวไปไหนทุกคืน?”

คำถามลอยๆที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพูดกับใคร ให้มาม่อนรีบตอบทันที

“ไม่รู้หรอกบอส แต่คิดว่าคงไม่ได้ไปหากิ๊กอย่างที่เบลมันว่า เพราะเห็นกลับมาทีไรเสื้อผ้าก็ขาดมาทุกที แถมบางครั้งยังมีเลือดติดมาเต็มตัวเลยด้วย”

มาม่อนผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตัดชุดเครื่องแบบของเหล่าวาเรียระดับสูงว่า เมื่อตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เขาต้องสั่งตัดชุดเครื่องแบบให้สควอโล่ใหม่ไปหลายตัวแล้ว เพราะบางครั้งเครื่องแบบของฉลามหนุ่มก็ขาดเกินกว่าจะกลับมาใช้ได้อีก และบางครั้งเสื้อผ้าพวกนั้นก็เปื้อนเลือดจนซักแทบไม่ออก และพอเขาไปบ่นเรื่องนี้กับสควอโล่ อีกฝ่ายก็เพียงแต่บอกให้หักค่าใช้จ่ายจากเงินเดือนเท่านั้น

ดวงตาภายใต้ผ้าคลุมลอบจับสังเกตปฏิกิริยาของคนที่อยู่เบื้องหน้า ทว่าร่างสูงกลับทำเพียงเงียบเฉย ไม่สนใจต่อคำตอบที่ได้รับสักเท่าใดเมื่อยกเท้าถีบประตูห้องของรองหัวหน้าแห่งวาเรียโครมใหญ่

Author:  Muk! [ 17 Apr 2008, 11:52 ]
Post subject: 

ทันทีที่ประตูเปิดอ้าออก กลิ่นคาวเลือดก็โชยออกมาจากภายในห้อง เศษผ้าพันแผลเปื้อนเลือดกองอยู่ที่พื้นรับกับพรมสีขาวสะอาดที่กว่าครึ่งถูกย้อมจนกลายเป็นสีโลหิต

มาม่อนและลูกกระจ๊อกถึงกับอ้าปากค้างกับสภาพของห้อง ตรงข้ามกับร่างสูงที่เพียงชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปวางร่างบางลงบนเตียงเปื้อนเลือด อันเป็นจังหวะเดียวกับที่หมอถูกเบลต้อนเข้ามา

“แกออกไปก่อน”

มาม่อนหันไปสั่งลูกกระจ๊อกที่เป็นพาหนะนำพาเขามาที่นี่ให้ออกไปจากห้อง เพราะหากหมอตรวจอาการของสควอโล่แล้วได้ความว่าอย่างไรก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะมีใครรู้มากไปกว่าพวกเขา

ร่างสูงของบอสแห่งวาเรียผละออกไปยืนกอดอกอยู่ที่บริเวณหัวเตียง นัยน์ตาสีเลือดจับจ้องมองมือของหมอวัยชราที่บรรจงแกะกระดุมเสื้อของฉลามหนุ่มออกพลางรายงานอาการไปด้วย

“จากเท่าที่ดูภายนอกคิดว่าท่านสควอโล่น่าจะหมดสติไปเพราะความอ่อนเพลียของร่างกายครับ”

“เหลวไหล! ไอ้สวะนี่กลับมารักษาตัวอยู่ตั้งเป็นสัปดาห์แล้วยังจะมีอะไรให้อ่อนเพลียอีก”

บอสแห่งวาเรียถามห้วน ให้หมอนึกอยากเอามือปาดเหงื่อตัวเองนักขณะรีบแกะกระดุมเสื้อสีขาวเม็ดสุดท้ายออกพลางพึมพำตอบ

“ง่า..คงต้องตรวจบาดแผลก่อนครับ บางทีบาดแผลอาจจะติดเชื้อหรือไม่ก็...”

เสียงแหบพร่าชะงักลง ดวงตาเบิ่งกว้างกับภาพของแผ่นอกขาวที่พันไว้ด้วยผ้าพันแผลที่ถูกย้อมจนกลายเป็นสีโลหิต แผลบางส่วนที่ไม่ได้ถูกพันไว้เป็นสีม่วงช้ำรอบบริเวณปากแผลกำลังอักเสบ บอกให้รู้ถึงที่มาของการไข้สูงของร่างนี้

“นี่มันอะไรกันน่ะ?? สควอโล่บาดเจ็บจากฉลามมากขนดนี้เลยเหรอ??”

เบลเฟกอลร้องถามเสียงหลง ทว่าหมอผู้กำลังแตะมือลงบนบาดแผลต่างๆกลับแย้งขึ้น

“ไม่ใช่ครับ บาดแผลเหล่านี้มีร่องรอยว่าเกิดจากการถูกฟัน..อาวุธที่ใช้น่าจะเป็นประเภทดาบ อีกอย่างบาดแผลพวกนี้ยังใหม่อยู่มากคงจะเกิดขึ้นในระยะไม่เกิน 1 สัปดาห์มานี้”

หมอผู้รักษาอาการบาดเจ็บจากอาวุธต่างๆของเหล่าวาเรียมาจนเชี่ยวชาญ ให้เพียงแค่ตรวจเผินๆก็สามารถบอกได้ถึงระยะเวลาที่เกิดบาดแผล และอาวุธที่ศัตรูใช้ ทว่าคำวินิจฉัยนั้นกลับทำให้วาเรียอีก 3 คนที่อยู่ในห้องเต็มไปด้วยความงุนงงสงสัยกับคำถามเดียวกันที่คงจะไม่อาจหาคำตอบได้จนกว่าร่างบางจะฟื้นขึ้นมา

สควอโล่ไปทำอะไรมาจึงได้รับบาดเจ็บขนาดนี้? และบาดแผลเหล่านี้ใครเป็นผู้ลงมือทำกันแน่??

ความสงสัยยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจ หมอผู้แกะผ้าพันแผลออกมาล้างแผลให้กับคนที่ยังคงไม่ได้สติก็รายงานเพิ่มเติม

“คาดว่าศัตรูน่าจะมีหลายคนครับ เพราะแผลแต่ละแผลแม้จะเกิดจากคมดาบเหมือนกัน แต่ความลึกและร่องรอยที่ถูกฟันแทบไม่เหมือนกันเลย”

คำรายงานที่ทำให้ร่างสูงผู้ยังคงยืนเฉยถึงกับกำมือแน่น หากไม่ติดว่าไอ้ฉลามสวะยังคงสลบอยู่แล้ว เขาก็คงจะไปกระชากคอเสื้อมันมาถามถึงสาเหตุของบาดแผลพวกนี้เป็นแน่

ราวกับจะรับรู้ถึงรังสีอำมหิต ให้เปลือกตาบางกระพริบน้อยๆก่อนที่ดวงตาคู่สีฟ้าจะปรือขึ้นในที่สุด เป็นชั่วขณะหนึ่งที่ดวงตาคู่นั้นกวาดมองผ่านทุกคนอย่างเหม่อลอยจนไปหยุดสายตาอยู่ที่ร่างของชายที่คุ้นตาทั้งในยามหลับและยามตื่น

“...บอส!!”

สควอโล่เรียกเจ้านายเสียงลั่น ร่างบางผลุดลุกขึ้นมาอย่างตกใจโดยมิพักจะสนใจเสียงร้องห้ามจากหมอวัยชราที่ข้างกาย

“กะ..เกิดอะไรขึ้น? ทำไมพวกแกถึง..มาอยู่ในห้องฉัน..?”

คำถามอย่างงุนงงแต่ก็บอกถึงสติที่กลับคืนมาเต็มร้อย ให้เบลและมาม่อนผู้ยืนดูอยู่ห่างๆปราดเข้ามาที่ข้างเตียงทันที

“สควอโล่!! เจ้าชายตกใจจะแย่แน่ะ..นึกว่าสควอโล่จะไม่ฟื้นซะแล้ว” ร่างโปร่งพูดเสียงอ้อน “รู้รึเปล่าว่าสควอโล่สลบไปตั้งนานแน่ะ”

“สลบไป? ฉันเนี่ยนะ?”

ฉลามหนุ่มถามอย่างไม่อยากเชื่อหู ขณะพยายามคิดถึงความทรงจำถึงภาพแก้วที่ลอยมาและความเจ็บปวดกลางศีรษะก่อนที่เขาจะจมดิ่งลงไปในความมืด

“นี่ฉันสลบไปนานแค่ไหนวะ?” เสียงทุ้มถามแหบพร่า มือขาวยกขึ้นลูบใบหน้าเบาๆเพียงเพื่อจะสัมผัสได้ถึงของเหลวสีแดงจากบริเวณหน้าผาก

“ไม่นานหรอก สักครึ่งชั่วโมงอย่างมาก”

มาม่อนตอบพลางโบกมือเรียกให้หมอมาทำแผลที่ศีรษะของฉลามหนุ่มที่ยังคงมีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย

สำลีชุบแอลกอฮอล์ถูกแตะลงบนแผลอย่างเบามือ ขณะที่เจ้าของแผลยังคงมีท่าทางสับสนงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ยอมนั่งเฉยปล่อยให้หมอวัยชราทำแผลไปตามชอบใจ ดวงตาสีวารีกวาดมองไปรอบๆห้องราวพับพยายามตั้งสติจนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่นาฬิกาเรือนใหญ่

สิบโมงครึ่ง!?

เวลาที่ปรากฏบนนาฬิกา ปลุกให้ร่างบางสะดุ้งตื่นขึ้นสู่ความเป็นจริง ชายหนุ่มถลันลุกขึ้นยืนคว้าเสื้อคลุมขึ้นมาสวม

“ฉันต้องรีบไปแล้ว”

สควอโล่พึมพำบอก แม้อาการเจ็บที่แผลจะยังคงไม่จางหาย และศีรษะก็ยังคงปวดราวจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่หากไม่รีบออกไปเสียแต่ตอนนี้ล่ะก็..จะต้องพลาดเวลาท้าดวลเป็นแน่!!

“ชิชิชิ จะไปไหนอะ สควอโล่? ไปไม่ได้นะ สควอโล่ยังป่วยอยู่เลย” เจ้าชายนักฆ่าร้องห้าม ขณะเข้ามาเกาะแขนของร่างบางไว้เมื่อหันไปขอเสียงสนับสนุนจากอีกคนที่น่าจะหยุดฉลามหนุ่มได้ “บอสสส บอสก็ช่วยห้ามสควอโล่ทีสิ สภาพแบบนี้น่ะออกไปข้างนอกไม่ไหวหรอก”

ฉลามหนุ่มหันไปสบตาเจ้าของดวงตาสีเลือดที่ยังคงยืนกอดอกมองเขาอยู่เงียบๆ แต่กลับแผ่แรงกดดันออกมาจนแทบหายใจไม่ออก แม้จะไม่ต้องพูดอะไรแต่มีหรือที่สควอโล่จะไม่รู้ว่าแซนซัสกำลังโกรธ!

“ฉันจะไป!!”

ร่างบางบอกเสียงกร้าว ดวงตาคู่สีฟ้าประสานกับดวงตาคู่สีเลือดอย่างไม่ยอมหลบ เมื่อสิ่งนี้คือสิ่งที่เขาตั้งใจแล้วและจะไม่ยอมให้มีสิ่งใดมาขัดขวางได้ แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นบอสก็ตามที

รอยยิ้มเย็นปรากฏบนมุมปากได้รูปกับคำยืนยันที่ราวกับจะเป็นการท้าทายอำนาจของเขากระนั้น

“ถ้าแกอยากไปก็ไปสิ!!”

“บอสสสสสสสสส..” เจ้าชายร้องเรียกหัวหน้าของตนอย่างไม่อยากเชื่อหู เปิดโอกาสให้ฉลามหนุ่มใช้จังหวะนั้นสลัดแขนหลุดจากการเกาะของอีกฝ่าย มือเรียวคว้ากุญแจรถขึ้นมาก่อนจะถลาออกไปจากห้องทันที

“แล้วฉันจะรีบกลับมา”

เสียงทุ้มตะโกนบอกอย่างไม่เจาะจง ก่อนจะปิดประตูโครมใหญ่ แล้วเพียงไม่นานเสียงเครื่องยนต์ของรถก็ดังกระหึ่มขึ้น ก่อนที่รถสีเงินจะแล่นปราดออกไปจากบริเวณปราสาททันที

“บอส ทำไมไม่ห้ามสควอโล่ไว้ล่ะ?”

มาม่อนถามแทนเบลเฟกอลผู้เริ่มดึงมีดขึ้นมากรีดเตียงเล่นอย่างหมายระบายอารมณ์ ดวงตาสีเลือดของผู้ถูกถามไม่ปรากฏความรู้สึกใดๆเมื่อยังคงมองผ่านหน้าต่างออกไปยังรถสีเงินที่กำลังขับลงไปตามทางลงจากเขาที่แสนคดเคี้ยว

“ถ้ามันอยากไปตายนักก็ปล่อยมันไป..ไม่ใช่ธุระอะไรของฉันที่จะต้องไปห้ามมัน!!”

เสียงห้าวตอบเย็นชา รอยยิ้มเย็นยังประดับที่มุมปากเมื่อรถสีเงินคันนั้นหายลับไปจากดวงตาในที่สุด

แกอยากไปไหนก็ตามใจแกเถอะ ไอ้ฉลามสวะ..แต่จงจำไว้ว่าสถานที่ที่แกจะกลับมาได้มีก็แต่ที่นี่เท่านั้น!!

[align=center]---- TBC. ตอนที่ 4 ----[/align]

เย้ๆ ตอนนี้บอสมีบทพูดมากขึ้นแล้วค่า ^^ ตอนแรกนึกว่าจะมีแค่ 3 ประโยคซะอีกนะเนี่ย

ตอนที่ 4 อาจจะมาช้านิดหน่อยนะคะ แบบว่าวันนี้ตอนเช้าที่มุกขึ้นรถเมล์ไปฝึกงานดันดวงซวยขนาดหนัก รถเบรคกระทันหัน คนที่ยืนข้างหลังมันล้มมากระแทกทับข้อมือเข้าจังๆ ไปหาหมอมา ถึงได้รู้ว่าข้อมือเคล็ด =[]=" มือขวาซะด้วย หมอบอกให้งดใช้มือขวาสัก 2-3 วัน ตอนนี้เลยต้องใช้มือซ้ายพิมพ์ฟิคอยู่ เพราะงั้นตอนหน้าก็เลยอาจจะช้านิดหน่อยนะค้า ขอโทษด้วยค่า TToTT

Author:  D_Eriz [ 17 Apr 2008, 12:15 ]
Post subject: 

----มันแฮ้ง ขอโทษด้วยค่ะ----

Author:  D_Eriz [ 17 Apr 2008, 12:15 ]
Post subject: 

บอสีตัวตนแล้วววววววววว~~!!!!!! =[]=!!!!

แอบรู้สึกว่าบอสอ่อนโยนกะหลาม?...คงใช่นะ แหะๆ

เบลน่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก >//////////////< และ เกลียดปลาจวด - -* ไอ้นี่ หน้าตายังกะปลาจวดขาดน้ำโดนป้ายโฆษณาหล่นทับแล้วยังไม่เจียมจะมาว่าฉลามอีก เด๋วปั๊ดเลยหนิ! = =!!


เรื่องมือของท่านมุกก็ขอให้หายเร็วๆนะคะ ความซวยมันบังเกิดได้ทุกที่น่อ - -"

Author:  saoroon [ 17 Apr 2008, 12:16 ]
Post subject: 

(TT-TT) ซึ้งงงงงงงงงงงงงง..........

ดีใจจยร้องไห้ ในมี่สุดก็ได้ว่างแอบมาเล่นกะเขาบ้าง (TT-TT) (ช่วงสงกรานต์ไม่ได้เล่นเน็ตเลย จะลงแดงแทบบ้า นี่เดี๋ยวออีก 10 นาทีต้องไปทำงานต่อ TT-TT) มัวแต่พร่าม รีบเมนต์ดีกว่า....

ป๋า!!!!!! (--^) ป๋าปล่อยฉลามไปอย่างงี้ได้ไงเนี่ย!!!!!

ส่งคนไปคุ้มกันฉลามมันซะ!!!!!!!!! หรือป๋าจะไปเองก็ได้ อย่าปล่อยให้ฉลามไปคนเดียวเด็ดขาดนะป๋า !!!! (--)

(ไม่ชั้นแช่งป๋าจริงๆ ด้วย) (ป๋าแซน : กล้ารึ!!!!!!!!) (me : TT-TT)

______________________________________________________________________

Author:  orihime [ 17 Apr 2008, 12:46 ]
Post subject: 

บอสทำไมถึงปล่อยให้หลามน้อยไปสู้ละ
รออ่านตอนต่อไปนะค่า :lol:

Author:  riki [ 17 Apr 2008, 12:53 ]
Post subject: 

แอบตามหลามไปเถอะนะ คุณบอสขา...

เดี๋ยวหลามกลับมาแต่วิญญาณจะรู้สึก - -

สคอลโล่ อย่าฝืนตัวเองเยี่ยงนี้เลยT_T

Author:  ~So~Kiss~ [ 17 Apr 2008, 13:12 ]
Post subject: 

*-* กร้ด ป๋า ไมทำเยี่ยงนี้ - -* ไปห้ามหลามซะ นะยะ

ดูแลด้วย (ยังไม่เข็ดใช้ไหม ครั้งที่แล้ว- -*) แหะๆๆๆๆ

หลามนายก็ ซิกๆๆ สงสาร ป๋า ใจร้าย สุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

แต่ก็เป็นห่วงใช่ไหมหละ หุหุ - -* - -* อ้าก อะไรโดนหัว T^T

Author:  minamo [ 17 Apr 2008, 13:29 ]
Post subject: 

ตอนสควอลโล่ถูกปาใส่แล้วฟุบลงไปเลย คาดว่าคนที่ตกใจสุดน่าจะเป็นลูกชาย เอ้ย เบลแน่ๆ -3-(โดนปลายดาบจ่อคอ...) คุณบอสคะ รู้ว่าเผลาๆน้ำหนักมือแล้ว แต่ช่วยเห็นใจหลามหน่อยดิ้ -"- เดี๋ยวช้ำในมีลูกอีกคนให้ไม่ได้นะ เอิ้ก

ฉากอุ้มสควอลโล่ เหมือนภรรยาเป็นลมแล้วสามีมาอุ้มพาไปนั่งพักเลย 555

Author:  sarail [ 17 Apr 2008, 13:32 ]
Post subject: 

/me สครีม

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด หลาม!! หลามดูแลตัวเองบ้างสิ โฮ... แล้วยังเฮียอีก ไม่ใส่ใจใยดีแบบนี้ เดี๋ยวหลามไปตกบ่วง(?)ใครผมไม่รับผิดชอบนะเออ=[]=!!(ถึงจะเชียร์เสะS แต่ผมไม่นิยมคนไร้น้ำใจนะจะบอกให้!!) ว่าแต่ฉากอุ้มนั่น.. อ๊าง.. แนบชิด!! (สครีมต่อ) โอ๊ย นังเลวี่ นังระวี!!บังอาจว่าหลามมารยา!! อยากตบมันจริงๆ!!

^
^
^

ดูเหมือนผมคลั่งมากเลยเนอะ ฮา....

นึกถึงในฟิคท่านดรีมที่ว่า ยิ่งห้องอาบเลือดน่ะ พวกเสะSยิ่งชอบ .. = = ห้องหลามแบบนี้ยิ่งแหล่มสินะ หึหึหึ

Quote:
แกอยากไปไหนก็ตามใจแกเถอะ ไอ้ฉลามสวะ..แต่จงจำไว้ว่าสถานที่ที่แกจะกลับมาได้มีก็แต่ที่นี่เท่านั้น!!

เพราะหลามจะตายได้ในอ้อมอกเฮียเท่านั้นชิมิฮะ?><!!

Author:  tanyong [ 17 Apr 2008, 14:08 ]
Post subject: 

น้องหลามมมมมม รักษาสุขภาพตัวเองด้วยดิ๊!! TT^TT แล้วจะเป็นไรไหมเนี่ย ออกไปทั้งสภาพแบบนั้น

บอสเย็นชาจัง แต่ก็แอบอ่อนโยนกับหลามน้อยเหมือนกันนา ตอนที่สามบทพูดเยอะแฮะ 5555+

เจ้าชายน่ารักกกกกก~

Author:  joey [ 17 Apr 2008, 14:13 ]
Post subject: 

อ่า หลามน้อยไป(ตาย)ที่ไหนบอสไม่ว่า แต่ยังไง(ซาก)ก็ต้องกลับตายที่รังนะจ๊ะ (อีโหดดดด)

Page 4 of 80 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/