•·.·´¯`·.·•Reborn Fan Club•·.·´¯`·.·•
http://reborntfc.freeforums.org/

[Fic] Until you .. [19!! -END-(15/06/08 )]-[8018,NC-18]
http://reborntfc.freeforums.org/until-you-t1510.html
Page 1 of 21

Author:  evilcat [ 15 Mar 2008, 20:33 ]
Post subject:  [Fic] Until you .. [19!! -END-(15/06/08 )]-[8018,NC-18]

ดีครับ ><"~ /me หลบหลังเสา
กราบขอโทษงามๆแม่ยก 8059 กับ 1869 ด้วยนะคร้าบ
Title : Until you ..
Rate : สนนที่ NC-18 และ G หวานๆเลี่ยนๆสะกิดหัวใจให้ใกล้กัน XD
Paring : yamamoto,hibari 8018
Note : ฟิคYแรกในชีวิตครับ ขออภัยหากภาษาผมมันห่วยแบบกู่ไม่กลับ ไม่ได้แต่งฟิคมาเกือบ 2 ปีแล้วครับ ^^" ขออภัยแม่ยก 8059 1869 อย่างแรงกล้าพอดีผมมัน 8018 อย่างกู่ไม่กลับแล้วคร้าบ (สาบานได้เมื่อก่อน D18 นะเออ) กรุณาเตรียมไบก้อนและลบภาพคาแร็กเตอร์ให้หมด เพราะมันจะเสื่อมทันทีทันใดหากท่านเผลอจิตภาพไปถึงออริ - -"
เชิญทัศนาฮะ~


-----
Until you .. [1]


[align=center]….ฝน ... สายฝนกำลังโปรยปราย ... เกลียดนัก


.. เพราะมันทำให้เปียก ..


.. ไปไหนก็ไม่สะดวก ..


.. แล้วก็หงุดหงิดเพราะดันไปคิดถึงใครบางคน ..[/align]







ใครบางคน ที่ชอบยิ้มใสซื่อ มองโลกในแง่ดี ในหัวคงสะกดคำว่าโกรธได้ไม่นาน คนที่ทำให้ใจเต้นแรงแล้วความอ่อนแอก็เอ่อล้น ... เกลียดมันนักเจ้าคนที่ทำให้ฉันอ่อนแอ


“ฮิบาริ ??” ร่างสูงผมดำตั้งชี้โด่เด่โผล่หน้าเข้ามาในห้องของคณะกรรมการรักษาระเบียบอย่างคุ้นเคย ไม่กลัวเกรงเจ้าของห้องจะใช้ทอนฟาฟาดไล่กลับสักนิด ไม่กลัวไม่ว่าหนำซ้ำยังเดินดุ่ยๆเข้ามาประชิดคนที่นอนหลับฟุบอยู่บนโต๊ะ ยามาโมโตะทอดสายตานิ่งมองดูหน้าสวยที่ลดความดุด้วยความรัก


แต่ครั้นพอจะยื่นมือเข้าไปสัมผัสแก้มเนียนนั้นดวงตาที่เคยหลับก็ลืมโผล่งแล้วปากที่ดุจัดก็ทำงานเช่นเคย “ถ้าแตะฉันนายได้ตายสมใจแน่”


“เอาน่า อย่าของขึ้นเพราะฝนตกซิ “ รอยยิ้มใสซื่อเจือบนใบหน้า ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตรงหน้าแล้วมองเขาตาแป๋วยิ้มไปทำเอาคนที่ฟอร์มไม่หลุดนึกเขินไม่กล้าสบตาเสียดื้อๆ


“ฉันรู้ว่านายไม่ชอบฝน” มือใหญ่เอื้อมไปจับเส้นผมเจ้าตัวซึ่งก็น่าแปลกที่ยอมให้จับง่ายๆแบบนั้น “ก็รู้หรอกน่าว่าไม่ใจอ่อนง่ายๆ” เสียงนั้นหลบแผ่วเบาจนคนที่ยอมให้จับผมเล่นนั้นหันหน้ามาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม


“ฉันบอกว่า กลับเลยแล้วกัน” ว่าไปพร้อมกับลุกขึ้นก่อนจะยื่นส่งร่มอีกคันให้แล้วพากันเดินออกไป


ระหว่างทางที่เดินกลับยามาโมโตะต้องแวะเข้าห้องชมรมเพราะว่าลืมของทำเอาอีกคนถอนหายใจด้วยความเซ็งและหงุดหงิดแต่ยิ่งหงุดหงิดกว่าเมื่อมันวิ่งกลับมาโทงๆร่มที่เคยถือหายไปไหนก็ไม่รู้


“พอดีมีคนขอยืมร่มไปซะแล้ว” เจ้าตัวยิ้มใสซื่อได้น่าถีบพร้อมกับมุดเข้ามาในร่มที่ฮิบาริถืออยู่หนำซ้ำยังแย่งไปถือหน้าตาเฉย


“ถ้าอยู่ร่มคันเดียวกับนายฉันขอเดินตากฝนดีซะกว่า” ว่าแล้วก็เดินออกไปนอกร่มคาดว่าจะเปียกแต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววเพราะตอนนี้ร่างสูงกว่าเขามากกำลังยืนตากฝนส่วนร่มที่ควรจะอยู่กับตัวมันกลับมาบังแทนให้เขาซะนี่


“เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอกฮิบาริยิ่งไม่ชอบให้ตัวเปียกอยู่ด้วยใช่มั้ยล่ะ” ยามาโมโตะยิ้ม ยิ้มที่อ่อนโยนทำเอาหัวใจเผลอเต้นผิดจังหวะไปครั้งหนึ่ง


ริมฝีปากบางขบแน่นด้วยความหงุดหงิดสาวท้าวเร็วๆหวังจะหนีให้พ้นที่กำบังฝนเคลื่อนที่อันนี้ แต่คนกางร่มก็ไวพอกันสาวเท้าตามเขาไม่มีแม้แต่หยดน้ำเกาะลงตรงผิวสักนิด จนถึงป้ายรถเมล์


“คิดจะยืนแบบนั้นไปจนถึงเมื่อไหร่น่ะ” เสียงถามช่างเย่อหยิ่งแต่มันฟังดูน่ารักมากกว่าในสายตาของยามาโมโตะ เขายิ้มอีกครั้ง หมอนี่คิดจะยิ้มไปถึงวันตายเลยหรือไง


“อืมมมมม” เจ้าตัวทำหน้ายุ่งเอียงคอไปมาเหมือนคิดหนัก “นั่นสิเมื่อไหร่กัน ก็ฮิบาริเล่นแบบนี้ฉันเองก็ไม่รู้จะทำยังไง ทำอะไรก็ขัดใจนายไปซะหมด” ไม่ทันที่ฮิบาริ เคียวยะจะได้ต่อประโยครถประจำทางก็มาถึงตรงหน้าพอดี คนตัวเล็กกว่ารีบก้าวจ้ำขึ้นรถเมล์แล้วไปนั่งที่หลังสุด


ช่วงตอนเย็นแบบนี้รถก็มักจะโล่งโจ้งที่เหลืออยู่ในรถนี้ก็มีเพียงแค่ผู้โดยสารสามสี่คนที่นั่งข้างหน้า รถแล่นผ่านสายฝนไปเรื่อยๆฮิบารินั่งมองทางไปตามประสา ส่วนอีกคนก็นั่งมองคนมองทางอีกที


ไม่มีใครปริปากพูด เพราะต่างคนต่างรู้หากพูดแล้วล่ะก็จะพาลทำเอาบรรยากาศดีๆแบบนี้หายวับไป


รถเมล์จอดที่ป้ายอีกครั้ง คราวนี้เหลือแค่คนขับกับพวกเขาทั้งสอง


ยามาโมโตะวางมือทาบลงบนกระจกเรียกความสนใจฮิบาริให้หันมาแต่จังหวะช่างพอเหมาะเมื่อริมฝีปากอุ่นสัมผัสแผ่วเบา แต่พอร่างเล็กกว่าทำท่าจะหันหนีมือใหญ่ที่ว่างนั้นก็รั้งแก้มเอาไว้มาแนบจูบให้ลึกกว่าเดิม


ลิ้นร้อนสัมผัสไล้ไปมาเหมือนจะรีดลมหายใจให้ติดออกไปด้วย แขนเรียวเผลอโอบรอบคอร่างสูงเอาไว้ไขว่คว้าให้ริมฝีปากนั้นแนบให้ลึกกว่าเดิมก่อนจะประท้วงด้วยการขยำคอเสื้อชายหนุ่มจนต้องยอมถอนริมฝีปากออกด้วยความเสียดาย


ไร้คำพูดใดๆหลุดลอดออกมาจากปากของทั้งคู่ ใบหน้าขาวที่เคยบูดนั้นแดงระเรื่อจนไม่เหลือเค้า มองดูแล้วก็พาลให้อยากสัมผัสริมฝีปากบางๆนั้นอีกครั้งและก็ไวทันคิดเมื่อยามาโมโตะตั้งท่าจะยื่นปากตัวเอาเข้าไปแนบ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับเป็นทอนฟาเย็นๆเสยคางซะร่วงไปนั่งกองที่พื้น


“ด่ะ ...เดี๋ยวก่อนสิ !!! ฮิบาริ!!!!” เสียงไล่กวดด้านหลังเมื่อคนถูกขานชื่อกดออดทันทีที่ถึงป้ายแล้วรีบวิ่งลงจากรถเมล์ ถึงตอนนี้ความเปียกของฝนก็ไม่ทำให้ใจที่ไกวแกว่งสงบลงได้ เขาวิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่งให้เร็วสุดชีวิตเพื่อหนีคนที่วิ่งไล่ตามข้างหลังหรือบางทีก็หนีหัวใจตัวเอง


“ฮิบาริ!!!!!” ชายหนุ่มวิ่งไล่ตามด้วยความเร็วไม่แพ้กันจนในที่สุดก็โผร่างเข้ารวบกอดร่างเล็กเอาไว้


“ปล่อยฉัน!!!! ไม่ปล่อยแกได้ตายที่นี่แน่!!!”


“ก็เอาซี่!” ร่างเล็กหยุดดิ้นทันที เสียงนั้นจากที่ดังจนเหมือนตะโกน กลับเป็นกระซิบที่แผ่วเบา นุ่มนวล “ถ้าฮิบาริจะทำก็คงฆ่าฉันตั้งแต่เมื่อกี้แล้วล่ะ”


“.....” ลิ้นร้อนของยามาโมโตะไล้ที่ใบหูเรียกเลือดแดงให้ซับที่สองข้างแก้ม “อย่าหนีหัวใจตัวเองอีกเลยนะ ..ทั้งๆที่ ....” ร่างเล็กใช้จังหวะเผลอดันตัวเองออกหากแล้วหยิบหน้ากากเย็นชาขึ้นมาสวม นัยน์ตาสีนิลกาฬไม่มีใบหน้าของยามาโมโตะสะท้อน ดูมันดูอ้างว้างจนยากจะหยั่งถึง


“อย่าสำคัญตัวเองผิดไปหน่อยเลย ยามาโมโตะ ทาเคชิ ที่เผลอไผลก็แค่บรรยากาศเป็นใจ” นัยน์ตาสีอ่อนอีกคู่พยายามจะจ้องลึกเข้าไปในตาของอีกฝ่ายหวังเพียรจะเค้นรีดความจริงที่ฮิบาริซ่อนมันไว้แต่ยิ่งไล่เขาก็ยิ่งหนีจนต้องยอมละสายตาออกไปเอง


ร่มโปร่งใสถูกกางออกเหนือศีรษะของร่างเล็กทั้งๆที่มันไม่มีประโยชน์แล้วแต่เขาก็ยังจะทำ ยามาโมโตะยิ้มให้อีกครั้งพยายามจะกลบเกลื่อนความผิดหวังที่ฉายวูบในดวงตา “ฝนทำท่าจะตกแรงอีกแล้ว ฉันไปส่งที่บ้านแล้วกัน”


.. เกลียด ... เกลียดนัก ... เกลียดพิรุณที่ทำให้ตนอ่อนแอ แล้วก็เกลียดเจ้าบ้าที่เป็นดั่งฝนไม่รับรู้ความชั่วร้ายใดๆ


... ฝน ... สายฝนคอยชะล้างความสกปรก ... โปรยลงมาแล้วก็เลยผ่านไปหล่อเลี้ยงอีกหลายชีวิต ... ต่างจากเมฆที่มีเพียงไว้ให้เชยชม สัมผัสหรือก็ไม่ได้ เป็นแค่ธาตุอากาศที่เกาะกันหนาแน่น เกิดเป็นควบแน่นก่อนที่ฝนจะโปรยลงมา

[align=right]
แต่หากแม้ไร้เมฆาที่ควบแน่น หยาดฝนทั้งมวลคงไม่เกิด[/align]

----------------

Author:  evilcat [ 15 Mar 2008, 20:38 ]
Post subject: 

ต่อฮะ ...
--------


ยามาโมโตะ ทาเคชิ เจ้าคนประหลาด จนถึงตอนนี้เขาเองก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมถึงให้เจ้าสัตว์กินพืชอ่อนปวกเปียกแบบนี้เข้าใกล้

พอเข้าใกล้ก็น่ารำคาญ แต่พอไม่มีมันก็ดูโหวงเหวงจนอยู่แทบไม่ไหว แล้วอะไรคือคำตอบสำหรับคำถามนี้กันแน่ .. รักงั้นหรือ ? อย่ามาพูดให้เสือขำหน่อยเลยไอ้ความรู้สึกที่อ่อนแอแบบนั้นคนอย่างเขาไม่เคยต้องการมันสักนิด

ไม่ต้องการ ... แม้ว่าผู้ที่หยิบยื่นมาให้คือ ยามาโมโตะ ทาเคชิ

ร่างเพรียวเล็กปล่อยเข่าที่กอดเอาไว้โยนผ้าเช็ดตัวลงไปกับพื้นลุกขึ้นไปปิดดวงไฟก่อนจะมุดเข้าไปในผ้าห่มแล้วนิทราลงไปอย่างง่ายดาย


ตื๊ด ตื๊ด ... เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนหัวนอนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งเช็ดผมอยู่อีกฝั่งของห้องขยับตัวเอื้อมมากดรับด้วยความขี้เกียจขณะที่มือก็ขยี้ผมตัวเองไปพลาง

“ฮื่อ ว่าไงสึนะ” เจ้าตัวยิ้มคว้ากล่องนมขึ้นมาแกะแล้วยกดื่ม

“เอ้อก็คือว่าพรุ่งนี้น่ะไปเที่ยวกันมั้ย รีบอร์นมันชวนปีนเขาอ่ะ”

“เจ้าหนูน่ะเหรอ ไปสิ ไว้ไปเจอที่บ้านสึนะตอนสายหน่อยแล้วกัน” ถึงคราวนี้ยามาโมโตะเงียบ สึนะเองก็เงียบ ไม่มีใครคิดจะพูดก่อน จนกระทั่งคนที่ดื่มนมเมื่อกี้เอากล่องนมออกจากปาก

“นี่สึนะ”

“หือ?”

“ฉันไปจูบคนเข้าแล้วอ่ะ” แก้มของชายหนุ่มเบสบอลแดงเรื่อขึ้น ยิ่งเมื่อคิดถึงไออุ่นที่ยังกรุ่นอยู่บนริมฝีปาก สัมผัสนุ่มๆที่คาดไม่ถึง สัมผัสจากกลีบปากบางคู่นั้นที่ไม่มีใครเคยได้เชยชม ทำเอาเลือดหนุ่มในกายไหลเวียนเร็วผิดปกติ

“ห๋า!!!!” ยามาโมโตะเผลอเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหูก่อนจะหัวเราะกับคำถามเบสิคที่ยิงมา “กับใครน่ะแล้วเมื่อไหร่เหรอ!!!”

“ฮิบาริ”

“ว่าไงน้า!!!!”

“ฮิบาริ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี้เอง” ยามาโมโตะเกาแก้มตัวเองแก้เก้อเห็นหน้าตัวเองแดงแล้วใจมันก็เต้นรัวอย่างกับกลองร็อคบนเวทีแสดงคอนเสิร์ต

“อึ๋ยยยย์ ลงแบบนี้พี่ท่านไม่ฟาดทอนฟาซะยับเลยเร้อ”

“ไม่นิ” เสียงลอยๆร่างชายหนุ่มเดินไปที่เตียงแล้วมองท้องฟ้ามืดๆที่มาพร้อมดวงดาวหลังจากฝนที่ตกลงมาผ่านไป “หมู่นี้ฮิบาริแปลกดี”

“ฉันว่าคุณฮิบาริเค้าก็แปลกแบบโหดๆมาตั้งนานแล้วล่ะ”

“ไม่นะ ฉันแอบเห็นวูบหนึ่งในตาเขามันสะท้อนความอ้างว้างออกมา แล้วมือก็อุ่น” ยามาโมโตะมองฝ่ามือของตัวเอง กำมือเข้าหาก่อนจะแบออกมา “ฉันคิดว่าฉันรักฮิบาริเข้าซะแล้วล่ะ”

หลังจากนั้นไม่นานสึนะก็วางสายไป แต่ยามาโมโตะยังคงนั่งเหมอไปยังท้องฟ้าอยู่บนที่นอนกำโทรศัพท์เอาไว้เปิดฝามันขึ้นแล้วก็ปิดมันลงอยู่อย่างนั้น บางทีก็กดเบอร์ของใครบางคนขึ้นมาทำท่าจะโทรออกแต่ก็ตัดสายทิ้งเสียก่อนเหมือนคนบ้า

ถ้าโทรไปจะคุยอะไรดีล่ะ ป่านนี้คนอย่างเจ้านั่นคงหลับไปแล้วด้วย ...

“เอ้อก็คือว่าพรุ่งนี้น่ะไปเที่ยวกันมั้ย รีบอร์นมันชวนปีนเขาอ่ะ” เสียงสึนะแว็บเข้ามาในห้วงคิด ชายหนุ่มเผยยิ้มออกมา เท่านี้คงมีเรื่องคุยติดแต่เจ้าตัวจะหลับไปก่อนซะล่ะนั่น

เอาวะเสี่ยงเป็นเสี่ยงก็คนมันคิดถึงนี่หว่า!!!!


//สีเขียวขจีนามิโมริ ไม่ใหญ่ไม่เล็กพอประมาณก็ดีแล้ว// เสียงริงโทนยอดฮิตของคณะกรรมการรักษาระเบียบดังขึ้นเจ้าของมือถือลืมตาโผลงขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด เขาเกือบจะปามันทิ้งออกไปข้างนอกแล้วถ้าไม่ใช่ชื่อที่มันขึ้นเด่นหราว่า ยามาโมโตะ ทาเคชิ

“อยากตายมากนักใช่ไหม!” เสียงตวัดสั้นห้วนด้วยความหงุดหงิดเต็มประตา แต่ก็แฝงกระแสของความดีใจเอาไว้ กอปรกับหัวใจที่เต้นรัวเหมือนคนเพิ่งเคยทำความผิดครั้งแรก ช่างน่าประหลาดจริงหนอคนอย่างฮิบาริ เคียวยะก็มีวันที่หัวใจก้าวผิดสเต็ปเหมือนกับคนอื่น

“ว้า หลับแล้วจริงซะด้วย” เสียงปลายสายกวนอารมณ์แต่ไม่ทันที่เขาจะต่อความด่าสาวยาวยืด เสียงหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดีก็ดังขึ้น “อะไรกัน นี่เพิ่งจะสี่ทุ่มเองนะ”

“ช่างนาย ถ้าโทรมาเรื่องไร้สาระฉันวางล่ะ”

“อ๋า อย่านะอย่า กว่าจะรวมความกล้าโทรหาฮิบาริได้มันยากนะอย่าเพิ่งวางซี่อยู่คุยกันก่อน”

“ไร้สาระฉันนอนล่ะ” แกล้งขู่ไปแบบนั้นแต่ในใจกลับอยากคุยต่อแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความง่วงงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้ง ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ลุกไปเปิดไฟในห้องแล้วกลับมานอนคุยเหมือนวัยรุ่นปกติชนทั่วไป ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่พูดไปอมยิ้มไปโดยที่ไม่รู้ตัว

“วางก็วาง” เสียงปลายสายทำเอาหัวใจกระตุกวูบ .. ยัง ..ยังไมอยากวาง อย่างน้อยถึงไม่ได้ยินเสียงแต่ก็ขอถือปลายสายแบบนี้ไปเรื่อยๆ อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว

“ตามใจ”

“ใจร้ายจังน้าไม่คิดห้ามบ้างเหรอ” ชายหนุ่มเผลอกระตุกรอยยิ้มใครมาเห็นคงช็อคตายไปข้างที่ฮิบาริคนนั้นคุยโทรศัพท์ไปยิ้มไป

“ไม่มีความจำเป็น”

“ฮิบาริพรุ่งนี้ว่างไหม” อยู่ๆเจ้าตัวก็เปลี่ยนหัวเรื่อง แต่ก่อนที่จะได้ทันตอบเสียง ติ๊ด ติ๊ด ก็ดังขึ้นฮิบาริผละมามองดูหน้าจอโทรศัพท์ก็ต้องถึงกับเลิกคิ้วสงสัย

ไอ้หมอนั่น ... มัน ...

“ฉันไม่รู้ แต่ตอนนี้มีสายซ้อน”

“อ้า .. เอ้อ ตามสบาย ฉันรอได้” และทันทีที่ชายหนุ่มกดสลับสายเสียงที่ไม่พึงประสงค์ที่ชวนทำให้เลือดในหัวเดือดปุดๆ

“เคียวย้าาาาาาา”

“ว่างมากนักเหรอไงโทรมาดึกดื่น!!!”

“ใจร้ายจังน้าลูกศิษย์ฉันคนนี้ ลงเครื่องมานี่ฉันโทรหาเคียวยะคนแรกเลยนะ”

“หึ ใครอยากรู้มิทราบ”

“นี่ มารับหน่อยสิ”

“ธุระไม่ใช่”

“โหดร้ายที่สุด ลืมพระคุณกันแล้วเหรอ”

“อย่าเอาเรื่องไปรับกับบุญคุณมาปนกันมั่ว ฉันไม่ชอบ”

“งั้นก็มารับซี่”

“ง่วงฉันนอนล่ะ”

“ไม่ต้องมาถึงสนามบินก็ได้ เจอกันที่ดาดฟ้าโรงเรียนได้ไหม”

“ไปแล้วได้อะไร”

“ได้สู้กันไง คงไม่ลืมใช่ไหมว่าไม่เคยชนะ ฉันมาให้นายฟาดถึงที่แล้วนี่ไง” เสียงยั่วจากปลายสายทำเอาฮิบาริถึงกับลุกจากเตียงเปลี่ยนเสื้อเชิ้ตทันที

“หึ เป็นศพกลับไปอิตาลี่ฉันไม่รับรู้หรอกนะ” แล้วสายก็ตัดไป ครั้นจะกลับไปคุยกับยามาโมโตะต่อ ทางนั้นก็สายหลุดไปแล้ว
ความผิดหวังฉายวูบอยู่แว็บหนึ่ง นึกน้อยใจแต่ก็รีบสลัดมันทิ้ง ไอ้ความรู้สึกแบบผู้หญิงนี้เขาไม่ต้องการ

หึ ไหนว่ารอได้ ... ไอ้คนไร้สัจจะ
---------- TCB ตรู๊ด...-----
/me เก็บของโกยหนีแม่ยก8059 1869
ติชมก่นด่าจะสับจะยำยังไงก็ได้เลยครับบ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยฮะ

Author:  Yu [ 15 Mar 2008, 21:00 ]
Post subject: 

[u]อ๊าย ////// ท่านฮิน่ารักอ่ะ อัพต่อนะคะ อัพๆๆๆๆๆ

สนุกมากๆ เลย ปกติเป็นสาวก xs อยู่แล้วไม่ต้องเป็นห่วง ฮิ ฮิ

Author:  arume [ 15 Mar 2008, 21:09 ]
Post subject: 

ว้ายยยยยยย

หวานมากเลยค่ะ8018จงเจริญโฮกกกกกกกกก
มีTBCด้วยจะรอดูต่อไปค่ะ :D :D :D

Author:  kikuva [ 15 Mar 2008, 21:52 ]
Post subject: 

ภาษาดีมากเลยค่ะ นี่ไม่ได้เขียนมานานแล้วเหรอค่ะเนี่ย

ถ้าอย่างนั้นคิวะรับประกันเลยค่ะ

ว่าฝีมือท่านไม่มีตกแน่นอน

นี่ถ้าเขียนบ่อยๆสงสัยเทพกว่านี้ชัวร์ๆค่ะ

อั้ง :oops: คู่นี้น่ารักจัง

Author:  ~*mamo*~ [ 16 Mar 2008, 00:12 ]
Post subject: 

อ๊าย ฮิบาริน่ารักมากเลยอ่ะ

อยากเห็นฮิบาริยิ้มจริง ๆ เลย

สู้เค้าน๊า ยามาโมโตะ จะเอาใจช่วย

มาต่อเร็ว ๆ นะค่ะ

Author:  evilcat [ 16 Mar 2008, 15:54 ]
Post subject: 

ตอบเม้นฮะ *กลิ้งไปกลิ้งมา*
ไอ้ส้มเป็นปลื้มมีคนอ่านด้วย *แม่จ๋าส้มทำได้*

ท่าน Yu
- ดีใจที่ถูกใจฮะ ผมก็ XS นะแต่ตอนนี้รั่วจนดิสม์ไม่ไหวแล้น =_,=

ท่าน arume
- 8018 บันซายยย เจริญด้วยคนน ~

ท่านคิวะ
- ผมเขิลล์นะ :oops: *บิดไปบิดมา* อ่านไปเรื่อยๆเถอะฮะแล้วจะรู้ว่าการดิ่งของสำนวนมันอุบัติขึ้นแล้วจริงๆ = =b

ท่าน~*mamo*~
- ฮิบะไม่ยิ้มหรอกครับ *หลบข้าวของที่ปามา* พี่ท่านยิ้มทีมีสยองให้เป็นแบบนี้ไปเต๊อะ TvT

[hr]

มาต่อละฮะ

Until you ..[2] (16 / 03 /08 )

ซวยล่ะหว่า แบตดันมาหมดอะไรตอนนี้ว้าให้ตายเถอะหมดไม่ว่าทำไมพ่อต้องให้ออกมาซื้อของตอนนี้ด้วยล่ะเหวย โดนฮิบาริโกรธชัวร์ๆ งอนไปถึงไหนแล้วล่ะป่านนี้

ชายหนุ่มผมตั้งรีบวิ่งจ้ำอ้าวไปให้ถึงคอนวีเนี่ยนโดยเร็ว แต่แล้วก็ต้องหยุดกึกเมื่อถึงทางแยกที่ควรจะต้องตรงไปกับเลี้ยวขวาก็จะไปทางโรงเรียน ชายหนุ่มหยุดวิ่งมองดูร่างตรงหน้าที่เดินโผล่มาจากทางแยกเลี้ยวซ้าย

เขาไม่มีทางลืมร่างนี้ ใครมันจะไปลืมได้ลง.... ถึงจะมืดแค่ไหนแต่คนที่ทำให้เขาหัวใจเต้นแรงมีเพียงคนเดียว ฮิบาริ เคียวยะ !!
ไม่ใช่ว่าหลับไปแล้วเหรอ …

นัยน์ตาสีน้ำตาลมองเจ้าตัวเขม็ง ฮิบาริไม่รู้สึกตัวสักนิดว่าเขายืนอยู่นี่ แต่กว่าจะนึกอะไรออก ขามันก็สั่งให้เดินตามไป แล้วก็มาหยุดหน้าประตูรั้วที่เปิดอ้าออก

โรงเรียน ? ดึกป่านนี้มาทำอะไรที่นี่ สำนึกรักโรงเรียนตอนห้าทุ่มกำเริบรึไง!!!

แล้วคำตอบทั้งหมดก็เฉลย เมื่อเขาตามฮิบาริมาจนถึงดาดฟ้า ในความมืดที่มีเพียงแสงสลัวจากหลอดไฟทางได้เห็นชายหนุ่มร่างสูงผมชี้ยุ่งเหยิงกำลังยืนพิงที่กั้น ในมือถือประป๋องน้ำเอาไว้สองกระป๋อง ถัดออกไปอีกมุมหนึ่งก็เห็นโรมาริโอ้ยืนจิบกาแกซึ้งกับรสชาติ

คุณดีโน่ ??? กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ??

ชายหนุ่มเกือบลืมตัวเองส่งเสียงทัก คิดได้ก็รีบปิดปากแล้วมองดูต่อไปเรื่อยๆ

“มาจริงเหรอเนี่ย” เสียงทุ้มนั้นติดจะแปลกใจหน่อยๆ แต่ก็ได้กลับมาเพียงเสียงหึในลำคอของคนร่างเล็กกว่า

“มาเริ่มกันเลยดีกว่า” เจ้าของเสียงควักทอนฟาออกมา สายลมแรงกระโชกพัดเอาผมที่ชี้ไม่เป็นทรงตีเข้าหน้าแต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาเมื่อสายตาจดจ่ออยู่ที่ร่างสูงผมทอง

“ใจเย็นหน่อยซี่..เคียวยะ น่า คุยกันก่อนแล้วค่อยสู้กันก็ได้ ..” นัยน์ตาติดจะหวานเงยสบเข้าไปในตาคู่ดุนั้นก่อนจะยิ้มให้ “นะ ... ฉันอยู่ที่อีกตั้งอาทิตย์กว่า”

“จะเริ่มหรือจะให้ฉันกระทืบนายตายห๋า?” ชายหนุ่มร่างสูงหัวเราะลั่น

ฮิบาริ เคียวยะ เมื่อไหร่นายก็ไม่เคยเปลี่ยน

ตกลงนายมันรักศักดิ์ศรีหรือคลั่งการต่อสู้กันแน่

กระป๋องน้ำผลไม้เย็นจัดถูกโยนส่งให้ซึ่งเด็กหนุ่มกว่าก็รับได้อย่างทันที ก่อนจะแกะมันออกดื่ม ซึ่งมันก็หาได้ยากนักที่ฮิบาริจะรับของกินจากใคร

“สบายดีไหม” ชายหนุ่มเปิดวงสนทนา เหลือบสายตามองท้องฟ้ามืดๆแล้วถอนหายใจ “ที่อิตาลี่ตอนนี้กำลังเข้าใกล้หน้าหนาว”

“ใครสน” เสียงเย่อหยิ่งที่ทำเอาดีโน่ยิ้มน้อยๆก่อนจะหลบกระป๋องเปล่าที่ฮิบาริตั้งใจจะโยนเข้าใส่กบาล “หึ ถ้านายไม่เริ่มฉันจะเริ่มเอง” ว่าเสร็จก็พุ่งตัวเข้าใส่ ดีโน่ถอยตั้งหลักไปเล็กน้อยก่อนจะหยิบแส้ขึ้นมาแล้วเหวี่ยงมัดทอนฟาเอาไว้

ฮิบาริแสยะยิ้ม ขยับมือนิดหน่อยทอนฟาก็หลุดจากพันธนาการ แล้วก็พุ่งตัวเข้าใส่อีกรอบคราวนี้ไม่พลาดเป้าเสยเอาคางคมๆไปเต็มรัก

“โอ๊ยๆๆ นี่เล่นจริงเหรอ อาจารย์สอนพิเศษนายนะ กล้าฟาดได้ลงคอเชียวเร้อ” ดีโน่ถ่มนน้ำลายพร้อมเลือดลงไปบนพื้นลูบคางตัวเองเบาๆก่อนจะเลยไปยังริมฝีปากล่างที่แตกเลือดซิบๆ

“ถ้าไม่เอาจริงฉันกลับล่ะ เสียเวลา” ร่างเล็กหมุนตัวเตรียมจะกลับ แต่ก็ถูกแส้ของคนที่ไม่เอาจริงรวบตัวเอาไว้ดึงเข้ามาหา ร่างสูงกอดเขาเอาไว้ชนิดที่ขยับไม่ได้ ร้อนไปถึงอีกคนที่แอบดูอยู่ ที่เกือบจะพุ่งไปกระชากตัวดีโน่ออกแล้วลากฮิบาริกลับบ้านซะแล้ว

“คนเค้าคิดถึงขนาดนี้นายยังเย็นชาได้ลงอีกเหรอ” ใบหน้าสลักซุกไซ้ไปกับเรือนผมสีดำนิ่มนั่น แล้วสูดกลิ่นหอมจางๆเอาไว้ให้สมกับความคิดถึงที่มันมีในช่วงที่เขาต้องไปอยู่อิตาลี

“ปล่อย” เสียงเย็นลอดออกมา ร่างเล็กกว่าสั่นแต่ก็พยายามจะเก็บความอ่อนแอเอาไว้ “ไม่ปล่อยนา ... อุ๊บ!!!” ไม่ทันแล้วเมื่อเรียวปากเล็กถูกเติมเต็ม ความร้อนของลิ้นไล้เลียกลีบปากเชิงเว้าวอนให้เปิดอ้า ซึ่งเขาก็พยายามจะเม้มมันเอาไว้ ดิ้นตัวเองสุดฤทธิ์ให้พ้นจากคนตรงหน้าแล้วสมองก็พาลไปนึกถึงหน้าใครอีกคน หน้าใครอีกคนมันลอยเข้ามาในมโนทัศน์ยิ้มกว้างให้ ไล่ไปถึงจูบหวานๆบนรถเมล์ที่เรียกได้ว่าจูบแรกในชีวิต

จูบ ...

จูบเหรอ...


ถึงจะเป็นจูบเหมือนกัน แต่ความรู้สึกมันต่างกันลิบลับ ยิ่งดีโน่พยายามจะเปิดปากเขาเท่าไหร่เขาก็ยิ่งดิ้น กลัว ..กลัวว่าความรู้สึกของใครบางคนจะถูกลบออกไป กลัวสัมผัสที่อ่อนโยนนั้นจะจางหาย แล้วก็เกลียดที่ตัวเองได้แต่ยืนนิ่งขัดขืนได้ไม่เต็มที่

“พอแค่นั้นล่ะครับคุณดีโน่!!!!” ยามาโมโตะพุ่งพรวดออกมาจากความมืดเข้าแทรกกลางผลักดีโน่ไปอีกทางก่อนจะคว้าฮิบาริมากอดเอาไว้ ชายหนุ่มที่ถูกผลักมีสีหน้างงงวยเป็นที่สุด ขณะที่อีกคนที่ซุกอกอุ่นนั้นกลับสั่นเป็นเจ้าเข้า สิงห์ที่ว่าเคยผยองแค่ไหนกลับสั่นไปด้วยความหวาดหวั่นขนาดนี้ ฮิบาริเนี่ยคงไม่คุ้นเคยกับการแสดงออกทางความรักจริงๆ

นัยน์ตาคู่หวานกร้าวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดีโน่มองยามาโมโตะนิ่ง อีกคนก็ไม่แพ้สบตาสู้เอาเรื่องพร้อมกับลูบหลังร่างเล็กเอาไว้ราวปลอบประโลม จนกระทั่งหนุ่มใหญ่เลิกจ้องหน้าหลับตาแล้วผ่อนยิ้ม

ตอนแรกก็คิดว่าเจ้านี่มันจะไปชอบเจ้าสโมกกิ้งบอมบ์ เลยชะล่าใจว่ายังไงเคียวยะก็ต้องเป็นของเขา แต่ที่ไหนได้กลับพลิกผันไปซะหมด แล้วดูท่าเคียวยะเองคงจะหวั่นไหวกับยามาโมโตะอยู่บ้าง

คิดแล้วมันน่าหงุดหงิดทั้งๆที่เขาได้เข้าใกล้เด็กดื้อคนนี้ก่อนใครๆแต่กลับปล่อยให้หลุดมือไปอีกครั้ง

“เอาเถอะ ....” ดีโน่กล่าวลอยๆ เดินเฉียดยามาโมโตะซึ่งระหว่างนั้นเขาก็กอดฮิบาริเอาไว้แน่นจนไม่ได้ยินเสียงแผ่วๆที่ออกมาจากริมฝีปากที่เขาชังที่สุดคู่นั้น

เห็นแก่นายเป็นเพื่อนของศิษย์น้อง แล้วฉันก็ไม่ได้อยู่ที่ญี่ปุ่นตลอดเวลา ...

ร่างในอ้อมกอดค่อยๆหายสั่นจนสงบนิ่ง การสะท้อนของหลังที่แสนสงบชักบอกเค้าได้ลางๆว่าคงจะหลับไปเสียแล้ว ... หลับไปแล้วจริงๆซะด้วย

ร่างสูงก้มลงมองใบหน้ายามหลับที่แสนน่ารักนั้นด้วยความรู้สึกหลายอย่างประดังประเดเข้ามา ทั้งหึง ทั้งหวง ทั้งรัก ทั้งหลง ทั้งโกรธ ยิ่งเหลือบไปเห็นเรียวปากที่ถูกบุรุกเมื่อครู่เขาก็อยากจะขยี้ให้จมริมฝีปากตัวเขาเอง อยากจะครอบครองเอาไว้ อยากจะจับใส่กรงที่มีเพียงเขาที่จะเชยชมได้เท่านั้น

“ให้ตายเถอะฉันไม่ชอบเลยนะ ถึงฮิบาริจะไม่เต็มใจแต่ ....” คำพูดนั้นแผ่วเบาสลายไปกับสายลมที่ปลิวผ่าน ริมฝีปากร้อนกดแนบไปบนหน้าผากมนของร่างในอ้อมขน ก่อนเขาจะจัดการอุ้มร่างนั้นออกไปจากที่นี่

---------- TBC (ไร้สัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ทานเรียก เพราะตอนนี้ไอ้ส้มกำลังหลบมีดที่พุ่งมาจากแม่ยกดีโน่)-----

อย่าเพิ่งเกลียดผมนะ *ร้งไห้โฮ*
ตัดขาดจาก D18 ไม่ได้หรอกฮะ ชาตินี้แล้วไซร้ ยังไง D18 ก็เป็นคู่แรกที่ผมจิ้น
ติชมได้ตามเคยฮะ
*me วิ่งไปที่หน้าต่าง "แม่จ๋าหนูทำอะไรลงป๊ายยย"
สั้นกระชากใจดีมั้ยครับ =_,=
ติชมได้ตามเคยฮะ

Author:  psychologist-coo [ 17 Mar 2008, 17:32 ]
Post subject: 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

โบกธงคุณฮิอุเกะคร้าบ

ในยามที่ขาดแคลน D18

8018 นี่ก็กระชากใจเสมอ

ทั่นผู้แต่งจิ้น D18 สินะครับ

งั้นก็เติมเข้าไปเป็น 8018D ไปเลยจิครับ

หายากดีแท้น้อ

Author:  kikuva [ 17 Mar 2008, 18:18 ]
Post subject: 

[align=center]อร้ายยยย เอามาลงแล้ว

สุดยอด

ยาวได้ใจอ่านกำลังเพลินติดลมบน

จะรอตอนต่อไปค่า
[/align]

Author:  Asqoosix [ 17 Mar 2008, 19:02 ]
Post subject: 

นี่คือสิ่งที่ผมภูมิใจนำเสนอครับ!! 8018D. โฮะๆๆๆ~ ยามะซามะ Vs ดีโน่รึนี่??

แบบว่าแอบปันใจยามะที่ไปเสะคุณทวดเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว...

แต่จริงๆก็ยังเชียร์ 8018. อยู่นะคร้าบ~!!

จะตั้งตารอคอยตอนต่อไปอย่างเงียบๆ

Author:  reddieG [ 17 Mar 2008, 20:32 ]
Post subject: 

กรี้ดดดดดดดดดดดดด (รอคอยมานานแสนนาน)
8018 บันซายยยยยยยยยยยย

ยามะจังจ๋าแย่งคุนฮิ ให้ได้น้า อิอิ

Author:  evilcat [ 18 Mar 2008, 14:56 ]
Post subject: 

มาแล้วฮะ ไอ้ส้มมันลั่ลล้าอออกมาแล้วฮะ ~~
แอบลอยที่มีคนสนันสนุน 18 เคะทุกรูปแบบ /me ยิ้มชั่วร้าย
ตอบเม้นก่อนเต๊อะฮะ

ท่าน psychologist-coo
- ครึๆๆ 8018D น่าสนนะฮะ (ว่าแล้วก็ทำให้มันเป็นจริงดีกว่า ไหนก็ตัใจจาก D18 ไม่ลง) ><"~

ท่านคิวะ
- ลมข้างบนมันเย็นมั้ยฮร้า ~ (ไอ้นี่ตอบอะไรกวนเขาไปหมด)

ท่าน Mexalant*
- ไม่ต้องคอยแบบเงียบๆก็ได้ครับ จะมาแบบเถิดเทิงไอ้ส้มก็รับได้ ><"~!!

ท่าน reddieG
- ใช่มั้ยฮะ 8018 มันต้องบันไซเท่านั้น *กระโดดกอด * ท่าน reddieG กระโดดหลบ (ฮา)
[hr]

คำเตือน ...
Image
--*วิ่งหนีสหบาทา* ส่อจะไปอยู่ในตารางตั้งแต่เด็กเลย - -" คิดมาได้ยังไงมุก *ปิ๊บๆ* แบบนี้----

ให้เวลาทำใจเท่าสิ่งที่ผมจะพล่ามครับ - -"
รู้สึกว่าจะแต่ง NC ไม่ขึ้นจริงๆด้วยสินะ (ฮืมๆ) ท่านฮิหลุดโลกไปแล้วครับบบ หลุดไปแบบกู่ไม่กลับแล้วท่านนน
ขข้าน้อยขอโทษษษ *ยืมดาบยามาโมโตะมาฮาราคีรี* ไอ้ส้มลาตาย *โบกธงศิโรราบ*

[hr]
(เตือนแล้วนะตะเอง)

Until you ... [3] NC-18

ร่างแบบบางสะดุ้งกระเด้งตัวขึ้นมาด้วยความตกใจ นัยน์ตาสีนิลกาฬมองไปรอบห้องที่ไม่คุ้นเคย ก่อนจะก้มลงสำรวจตัวเองก็พบว่ามีเพียงเสื้อตัวใหญ่ตัวเดียวที่สวมใส่อยู่เท่านั้น!! ส่วนทอนฟาก็วางอีกมุมหนึ่งของห้องแต่พอกำลังจะเอื้อมตัวลุกไปหยิบประตูห้องก็เปิดออกให้เห็นชายหนุ่มผมตั้งกำลังถือถาดที่วางซูชิไว้หนึ่งชุด ส่วนอีกมือก็ถือชุดนักเรียนของเขาเอาไว้

“ฮิบาริสลบเมื่อวาน” คำพูดสั้นๆที่เขาไม่คิดจะอธิบายให้มันยาวยืดว่าทำไมถึงสลบไม่ใช่เพราะกลัวร่างงามตรงหน้าจะเสียใจ ..แต่เขาทำเพื่อตัวเอง..ทั้งหมดก็เพื่อตัวเอง..

ถาดอาหารถูกวางไว้ที่หัวนอน ก่อนชุดนักเรียนที่ถูกพับเรียบร้อยจะตามมาวางไว้บนตัก ฮิบาริเค้นสายตาถามซึ่งยามาโมโตะเองก็ยิ้มหน่อยๆ “ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าเฉยๆ กลัวนายจะเป็นหวัด ก็ตอนกลับบ้านฝนมันก็พรำลงมาพอดีอ่ะ สาบานนะไม่ได้แอบแต๊ะอั๋งแอบดู” ยามาโมโตะชูสามนิ้วก่อนจะยิ้มให้ใสซื่อ

“หึ” รอยยิ้มเหี้ยมวาดบนเรียวหน้าสวย ฮิบาริกำหมัดก่อนจะเสยเอาแก้มข้างขวาไปเต็มๆ “คราวหลังไม่ต้องมาสอดเรื่องของฉัน”

เจ็บอ่ะ...
เจ็บตรงที่ใจ..

ถึงรู้ดีตลอดมาว่าคนคนนี้มีวาจาจิกกัดได้เจ็บ บางทีก็เล่นบางทีก็จริงจนเขาแยกไม่ออก นานวันเข้าขนาดน้ำยังเซาะหินให้กร่อน เขาเองก็น้อยใจเป็น แล้วสถานการณ์ตอนนั้นเลือดมันก็ขึ้นหน้า ลองฮิบาริมาเป็นเขาที่เห็นคนที่ตัวเองรักถูกจูบอยู่ใครมันจะไปทนไหว

ร่างที่นั่งบนเตียงสะบัดหน้าหนีไปทางหน้าต่าง พยายามข่มความรู้สึกอ่อนแอเอาไว้ อยู่ใกล้เจ้าบ้าเบสบอลนี่ทีไรไอ้ความอ่อนแอที่ไม่ต้องการมันก็มักจะมาเคาะประตูที่หัวใจอยู่เรื่อย เหมือนคนที่เกิดมาเพื่อทำลายความโดดเดี่ยวของเขา

“เอาเถอะ กินนี่ก่อนแล้วกัน” ยามาโมโตะเลื่อนถาดซูชิมาให้ ฮิบาริปรายตามองก่อนจะสะบัดมันตกพื้นแบบไม่ใยดีจะแยแส สองตาประสานไร้ซึ่งคำพูดใดๆ ก่อนอีกคู่จะหลบแล้วก้มลงเก็บจานใบสวยที่แตกเรี่ยพื้น

จานในโปรดของพ่อซะด้วย...

“อย่าเพิ่งลงจากเตียงล่ะเดี๋ยวเศษจะบาดเท้า” เขายังคงนั่งเก็บอยู่เรื่อยๆแบบนี้ หากฮิบาริคงไม่ฟังก้าวเท้าลงจากเตียงเดินโทงๆแต่ก็ถูกเศษจานกระเบื้องนั้นบาดเท้าจนต้องนั่งกุมแผลแต่ไม่มีเสียงร้องสักแอะ

“โธ่!!!!!” ยามาโมโตะทิ้งการเก็บเศษกระเบื้องทันที พุ่งเข้าหาร่างเล็กที่กุมแผลเลือดอาบเท้า “บอกว่าอย่าลุกๆ ดีนะที่แผลไม่ลึกอ่ะ”

“สนใจฉันทำไม” เขาเค้นเสียงเย็นปล่อยให้ยามาโมโตะทำแผลให้ มองร่างสูงที่จับเท้าเขาขึ้นมาพลิกพูดนั่นดูนี่ ก่อนจะหยิบผ้าที่วางไว้แถวๆนั้นมาซับเลือดอย่างเบามือ

“เพราะรักน่ะสิ” เขาพูดลอยๆทำเอาร่างคนเป็นแผลถึงกับชาวาบ หน้าแดงปรู๊ด หัวใจมันเต้นโครมคราม ไอ้ความเจ็บอยู่ดีๆมันก็หายไปซะอย่างนั้น มันรู้สึกวูบที่หัวใจ เหมือนใจจะหายออกไปจากร่าง อยากจะบอกถึงความรู้สึกที่ไม่รู้ว่าเรียกอะไรให้มันรู้ แต่ความรั้นความดื้อมันค้ำคออยู่สั่งให้ปากเฉไปเรื่องที่มันไม่ตรงกับใจ

“ความรักที่ทำให้อ่อนแอฉันไม่ต้องการ” ยามาโมโตะผ่อนยิ้ม เขารู้ .. รู้ดี รู้เสมอ ว่าคนอย่างฮิบาริคงไม่ใจอ่อนง่ายๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ จากความรู้สึกท้าทายอยากจะทำให้คนคนนี้ใจอ่อนมันกลับกลายเป็นรักโดยไม่หวังสิ่งใด ... จนบางทีเขาก็คิดว่ามันเกินคำว่ารักไปแล้ว “เกะกะเปล่าๆ”

“ความรักไม่ทำให้คนอ่อนแอหรอกนะ” มือใหญ่ซับเลือดเบามือก่อนจะพันผ้าสีขาวให้ ดูดีๆแผลนี่ก็ใหญ่จนถึงขั้นเดินก็ลำบากแล้ว “พวกที่บอกว่าทำให้อ่อนแอก็แค่คนที่ไม่เคยยอมรับความรักจากใคร” เขาเหลือบสายตามองฮิบาริที่พยายามจะหลบสายตาเขา

“หึ ไอ้ลมปากสวยหรูใครก็พูดได้”

“นั่นสินะ พูดไปนั่นสุดท้ายนายก็คงไม่ใจอ่อน” ชายหนุ่มพันแผลให้เสร็จแล้วก่อนจะพยุงร่างเล็กนั้นมานั่งบนเตียงแล้วเก็บเศษกระเบื้องต่อ ยามาโมโตะยกถาดพร้อมเศษจานกระเบื้องที่แตกนั้นออกไปแล้วมันก็ได้โอกาสที่เขาจะเปลี่ยนชุด สักพักร่างเล็กในชุดที่คุ้นตาก็นั่งอยู่บนเตียง สายตาคมมองสำรวจห้องมันช่างสมเป็นห้องเด็กหนุ่ม เกือบจะรกแต่ก็ไม่ถึงกับทุเรศ แค่เจ้าตัวยังเก็บของระเกะระกะ ไม้เบสบอลไปทาง เสื้อผ้าอยู่อีกทาง

“โทษทีที่ให้คอย ไปเอามาให้ใหม่น่ะ” ยิ่งเจ้าตัวยิ้มแย้มยิ่งทำให้เขารู้สึกผิด ยามาโมโตะดีเกินไปที่จะมาควรคู่กับเขา พิรุณสะอาดเกินกว่าจะมาทำให้มัวหมอง อย่ามาจมปรักกับเมฆาที่แสนรักอิสระอย่างเขาเลย

“ฉันไม่ใช่ขอทาน”

“งั้นให้นายกินติดเงินไว้ก่อน”

“ฉันไม่ชอบติดหนี้ใคร”

“งั้นฉันเลี้ยง”

“ฉันไม่ชอบติดบุญคุณ”

“กินๆไปเถอะน่า” ยามาโมโตะนั่งข้างๆ วางจานซูชิไว้บนตัก และทันทีที่ฮิบาริหันมาเตรียมต่อปากต่อคำ เขาก็จับซูชิยัดปากเจ้าตัวทันที ก่อนจะตามด้วยมือของเขาที่ปิดไว้กันเจ้าตัวคายทิ้งอีกชั้นหนึ่ง

“สาบานเลยจะไม่เอาซูชิจานนี้เป็นข้อต่อรองใดๆทั้งสิ้น”

“เจ้าบ้านี่” เขาบ่นถึงกระนั้นก็ยอมหยิบชิ้นต่อไปมากิน ก่อนจะหันไปสบนัยน์ตาคู่อ่อนที่ทอดมองมาแล้วยื่นซูชิอีกชิ้นที่อยู่ในมือให้ “ไม่กินบ้างเหรอ”


--- มีต่อฮร้า --

Author:  evilcat [ 18 Mar 2008, 15:06 ]
Post subject: 

โมเอ้ะะะะะะ~ องศาโมเอะมันปักเข้ากลางใจหนุ่มสุขภาพดีอย่างจัง ข่มใจตัวเองเอาไว้ว่าอย่าวู่วามจับเจ้าตัวกดซะก่อนกาล เลยต้องตอบปัดแบบยิงมุกเสี่ยวตามประสา

“เห็นนายกินก็อิ่มแล้ว” ด้วยความหมั่นไส้ ชายหนุ่มอีกคนเลยจัดการยัดซูชิสองชิ้นเข้าปากยามาโมโตะทันที ก่อนจะจัดการอุดปากเหมือนที่มันทำเขาเอาไว้

ชายหนุ่มเคี้ยวจนหมดปากนั่นแหละอีกคนถึงยอมเอามือออก แต่เขาก็ไวกว่ารวบมือนิ่มๆอุ่นๆนั่นมาแนบไว้กับริมฝีปากตัวเอง
ความอุ่นนี้ ความนุ่มนี้ ใครกันนะที่ว่านายเย็นชา ทั้งๆที่มืออุ่นขนาดนี้

ปลายลิ้นเย็นตวัดเลียนิ้วเรียวเล็กของฮิบาริ ร่างเล็กสะดุ้งจะชักนิ้วออกแต่มือใหญ่นั้นกลับกระชับไว้แน่น ยิ่งฮิบาริพยายามจะชักมือหนี ยามาโมโตะก็ตวัดเลียไปทั่วทุกนิ้ว

วาบหวิว จนใจสั่นไกวแกว่ง ปลายลิ้นเย็นๆนั้นเรียกเลือดหนุ่มในกายให้แตกพล่าน สมองเริ่มมัวพยายามจะทิ้งสิ้นซึ่งเหตุผล ยิ่งนัยน์ตาสีอ่อนที่มองสบตาเขาราวกับจะดูดเอาความมัวหมองให้ออกไปนั่นยิ่งทำให้สตินั้นเตลิดไปไกลกว่าที่คิด

ลิ้นเย็นลามไล้จากปลายนิ้วกลางตลอดเรื่อยมาจนถึงหลังมือ ก่อนจะย้ายที่ไปยังซอกคอกรุ่น ฮิบาริห่อไหล่ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกว่าจั๊กจี้หรือสยิวกันแน่เลยได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงที่มาจากความสยิวนั้น

ไม่ต้องการให้คนคนนี้ได้ใจไปมากกว่านี้แล้ว ...

“ถ้าขัดขืนฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ” ลมหายใจเปียกชื้นรวยรินรดริมฝีปากแดงสด ก่อนเขาจะใช้ลิ้นเลียกลีบปากนั้นอีกครั้งแล้วชำแรกลึกเข้าไปพัวพัน

“อ๊ะ ฮื่อ...!!!” มือเรียวเล็กยกขึ้นโอบบ่าเขาเอาไว้ พยายามไขว่คว้าหาที่พึ่งจนเผลอจิกเนื้อบนแผ่นหลังกำยำขึ้นห้อ

“ฮ่ะ ยา ..!! ฮื่อ พอ ..!!!” ชายหนุ่มร่างเล็กกว่าตะเกียกตะกายหาออกซิเจน “พอก่อน ยามาโมโตะ!!” แขนเรียวพยายามจะผลักเขา ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หลังแนบฟูกแล้วคนตัวใหญ่กว่าก็อยู่เบื้องบน

นิ้วเรียวแตะลงบนริมฝีปากเขาแผ่วเบาหวนประหวัดนึกไปถึงคนผมทองเมื่อคืนที่บังอาจมารุกล้ำริมฝีปากคู่นี้แล้วมันก็ของขึ้น อยากจะบดขยี้ให้สัมผัสอื่นจางหาย

“คุณดีโน่จูบนายไปกี่ครั้ง” ยามาโมโตะแนบริมฝีปากแผ่วเบาแล้วถอนออก “ฉันก็จะจูบนายให้มากกว่านั้น จนกว่านายจะลืมที่เขาทำกับนาย”

ซ้ำแล้วซ้ำเล่นที่ยามาโมโตะเฝ้าจูบริมฝีปากแผ่วๆนั้นไปมา ร่างเล็กกว่าปรือตาลงก่อนจะหลับพริ้ม มันไม่วาบหวามเมื่อครั้งแรก ไม่รุนแรงเหมือนครั้งที่สอง หากแต่แผ่วเบานุ่มนวลชวนให้ผ่อนคลาย แล้วก็สัมผัสได้ถึงรักที่เขามีให้

หากจูบแรกวาบหวามเหมือน sex

หากจูบที่สองรุนแรงราวไฟป่า

งั้นครั้งที่สามก็อ่อนละมุนเหมือนการโอบอุ้มของสายลม บริสุทธิ์ยิ่งกว่าเพชรเม็ดไหนๆ

ตื๊ด ตื๊ด ...

โทรศัพท์เจ้ากรรมดังขึ้นทำให้ยามาโมโตะต้องถอนริมฝีปากออก แล้วนึกขึ้นได้ว่าสึนะมีนัดกับเขาเอาไว้วันนี้

“ฮื่อว่าไงสึนะ”

“อยู่ไหนเหรอ ยามาโมโตะ ยังไม่มาซักที” ชายหนุ่มยิ้มหัวเราะแหะๆ แต่เมื่อเห็นว่าคนถูกรุกล้ำเมื่อครู่ลุกขึ้นเตรียมจะเดินหนี เขาก็รีบคว้าข้อมือเอาไว้ให้ร่างเล็กมานั่งบนตัก แล้วเลื้อยมือเข้าไปในร่มผ้าเขี่ยเม็ดยอดอกนั้นผ่านไปมาราวกับยั่วเย้าจนฮิบาริเอาหน้ามาซบแล้วกัดไหล่เขาเพื่อกลั้นเสียงที่อาจหลุดรอดออกไปได้

“อยู่บ้านน่ะ” นิ้วแข็งแรงคีบยอดอกนั้นแผ่วเบาก่อนจะบดขยี้แล้วร่างเล็กก็กัดไหล่เขาเข้าไปลึกจนตัวเองเผลออุทานออกมาให้ปลายสายถาม

“เป็นอะไรรึเปล่าน่ะ”

“อ๋อ เปล่าๆ พอดีแมวมันดื้อ” มือจอมลามกเลื้อยลงไปข้างล่างเขาจัดการรูปซิปกางเกงออก ก่อนจะไล้ปลายนิ้วไปบนยอดของความอ่อนไหวผ่านปราการซับในอีกชิ้น

“สึนะวันนี้ฉันคงไปกับนายไม่ได้แล้วล่ะ” ไม่ว่าเปล่ามือเขาก็ไล้วนที่ส่วนปลายยอดทำเอาฮิบาริกัดเขาลึกขึ้นอีกแต่ดูเหมือนจะชาจนไร้ความรู้สึกใดๆแล้ว

“เอ๋ ทำไมอ้ะ”

“แมวขาเจ็บน่ะ ต้องพาไปหาหมอ”

“ยามาโมโตะเลี้ยงแมวตั้งแต่เมื่อไหร่ วันหลังพามาบ้านบ้างสิ”

“ไม่ใช่แมวเลี้ยงหรอก แมวจรอ่ะฉันเห็นมันหลงทางเลยเก็บมาพักชั่วคราวจนกว่าขามันจะหาย” เขาจัดการปลดปราการชิ้นสุดท้ายของร่างเล็กทิ้ง ทำเอาราคะที่เก็บซ่อนไว้ผงาดผึงขึ้นตื่นเต็มตัว ยามาโมโตะไม่รอช้าที่จะสัมผัสมันด้วยความใคร่ ลากไล้ผ่านส่วนปลายก่อนจะมายังโคนแผ่วเบาราวกับจะจางหายไปได้ทุกเมื่อจนร่างบางเผลอแอ่นสะโพกเข้าหา

“อ๊ะ!! อ๊า...!!!!” แมวจรของเขาครางอู้อี้เบาๆ ลมหายใจอุ่นๆจากเจ้าตัวช่วยปลุกเร้าเขาอีกทาง

“อ้อ งั้นไม่เป็นไรพาแมวไปหาหมอเถอะ” แล้วสึนะก็วางสายไป คราวนี้ชายหนุ่มนักเบสบอลก็ว่างทั้งสองมือ

“มาเรื่องของเรากันต่อเถอะ” ชายหนุ่มจับร่างเล็กพลิกให้ไปนอนแนบฟูกกดจูบอย่างทันทีไม่รอให้ฮิบาริท้วง กลิ่นคาวเลือดของตัวเองลอยคลุ้งมาจากริมฝีปากร่างบางชวนให้รับรู้ถึงความซาดิสม์หน่อยๆแต่ก็กำลังดีหากคิดจะปราบพยศเจ้าคนดื้อคนนี้ จูบไปเรื่อยๆขณะที่มือก็จัดการหน้าที่ของมันอย่างชำนาญ ไล้ส่วนอ่อนไหวที่ผงาดไปด้วยอารมณ์นั้นไปมาราวล้อเล่นก่อนจะออกแรงกดที่ปลายยอด

“อ๊า!! อ๊ะ ..ฮึ๊ก ยามาโม ...อ๊า” ร่างเล็กกระตุกเกร็งเมื่อฝั่งฝันที่เคยถวิลมาถึง มือป่ายปะไปตามเนื้อตัวที่แน่นตึงนั่นก่อนจะจิกเล็บลงไปที่ต้นแขน ร่างเล็กหอบตัวโยนอยู่เรี่ยๆ ก่อนจะถูกจับให้หน้านั้นหันตรงขึ้นรองรับริมฝีปากร้อนที่แนบลงมาเป็นการขอบคุณ

“แมวจรของฉันตัวนี้ดูท่าจะไม่ใช่ขาเจ็บอย่างเดียวซะล่ะมั้ง” ปลายนิ้วแกร่งยังคงไล้วนอยู่ที่ยอดปลายความอ่อนไหว ทำเอาร่างเล็กบิดตัวเกร็งเสียวซ่านก่อนจะกระตุกอีกครั้งหอบตัวโยน “ฉันว่ามันเป็นโรคกลัวความรักเอามากๆซะด้วย”

“ฮ่ะ ..แฮ่ก ฉันไปเป็นแมวของนายตั้งแต่เมื่อไหร่” หน้าสวยพยายามจะปั้นตึงให้ดุ แต่ยามนี้มันไม่ เมื่อแก้มนั้นแดงไปด้วยเลือดฝาด ริมฝีปากก็เผยอน้อยๆราวกับจะร้องเรียกเขาอีกรอบ แล้วท่าทีนอนของท่านเจ้าประคุณที่พยายามจะดันกายขึ้นมาคงไม่รู้ว่ามันเซ็กซี่กระทบจิตใจหนุ่มนักกีฬาขนาดไหน ..ใครมันจะไปทนไหวกันเล่า ...

ไม่มีความอดทนสำหรับคนใจเย็นอีก ยามสิ้นแล้วถึงสติที่อุตส่าห์ข่มใจไม่ทำอะไรรุนแรง แล้วผลพวงมันคงค้างมาจากเมื่อคืนนี้ ร่างเล็กคงไม่รู้หรอกว่าเขาเกือบจะทำอะไรบ้าๆลงไปบ้างตอนหลับ

เขาต้องถอดชุดนักเรียนให้ด้วยความลำบากขนาดไหนที่จะห้ามตัวเองไม่ให้มอง ต้องใช้ผ้าปิดตาให้มองไม่เห็นแต่มันหนักกว่าเก่าเมื่อตามองไม่เห็นเขาก็ต้องใช้การคลำ คลำมั่วคลำซั่วไปเจอเอาสิ่งที่ไม่อยากจะเจอในเวลานั้นเข้าแล้วของมันพาลจะขึ้น ...

เขาต้องอดทนแค่ไหนที่จะไม่จูบนร่างนี้เหมือนที่เขากำลังจูบอยู่ตอนนี้

ต้องอดทนขนาดไหนที่พยายามจะไม่กกกอดเอาไว้ในอ้อมอก

อดทนแม้ว่าร่างนั้นจะเผลอเบียดหาไออุ่น ..

“ไม่เป็นแมวก็ได้” ยามาโมโตะไล้จูบไปบนหน้าผาก ก่อนจะเน้นตรงขมับขณะที่มือนั้นก็ลูบแผ่วเบาจากหน้าท้องลงไปยังส่วนอ่อนไหวที่เริ่มตื่นตัวอีกครั้ง ร่างคนดื้อเผลอแอ่นกายขึ้น สัมผัสหน้าอกถูไถไปมาทำเอายามาโมโตะแทบคลั่งละมือมาถอดเสื้อตัวเองแทบไม่ทันหวังเพียรจะให้ความรู้สึกรัญจวนนั้นมาสัมผัสตนอีกครั้งให้รับรู้ได้มากกว่าเดิม

“ไม่ต้องมาเที่ยวให้ฉันเป็นนู้..อ๊า..ฮื่อเป็...อ๊ะ..” เสียงครางถูกปิดลงด้วยริมฝีปากอีกคู่ สร้างความมึนตึงให้กับฮิบาริยิ่งยามลิ้นเรียวนั้นค่อยๆแทรกเข้ามา ..เค้าตกใจขยับลิ้นหนี แต่ร่างสูงกว่ากลับชอนไชลึกเข้าไปเลยเกิดสงครามฟาดลิ้นย่อมๆในปากนั้น แต่ท้ายสุดแล้วก็ต้องสมยอมด้วยประสบการณ์ที่ไม่รู้เจ้าบ้านี่ไปสะสมมาจากไหน ยามาโมโตะค่อยๆสอนอย่างใจเย็น หยุดเว้นพักให้ร่างบางมีโอกาสหายใจ

“เฮ้ เฮ้ .. ใจเย็นๆ หายใจเข้าฮิบาริ” ยังไม่วายกลับมาห่วงคนจูบไม่เป็นอีก “ไม่ต้องเกร็งหรอก นายรู้ไหมตอนจูบก็หายใจได้” เขาสบตาร่างเล็ก แต่เหมือนคุณท่านจะไม่ได้ฟังเขา ดวงตาคู่คมนั้นฉ่ำเยิ้มไปด้วยความปรารถนา ขณะริมฝีปากก็เผยอออกหอบหายใจถี่รัว
มือเรียวค่อยๆยกขึ้นมาไล้แก้มเขาราวละเมอ ก่อนจะเป็นฝ่ายยกหน้าขึ้นจูบเรียกหาราวกับติดใจรสชาติของเขา แต่คงน่าขันหากจูบนั้นแทบจะพังไม่เป็นท่า แต่ตัวคนเล็กกว่ากลับพยายามจะจูบแบบที่เขาเคยสอน

ตาย ตาย ตาย หัวใจจะวายตาย หนุ่มเบสบอลบ่นอุบในใจ บทจะอ่อนก็อ่อน บทจะไม่ยอมก็ง้อยากหาใดปาน ให้ตายเถอะฮิบาริปั่นหัวเขามารอบที่เท่าไหร่แล้ว

แต่ก็ดี ..แบบนี้ฉันถึงได้รักนาย

ปลายนิ้วสากจากการเล่นกีฬาค่อยๆไล้วนอยู่ที่สะโพกกลมกลึงก่อนจะรุกรานไปยังช่องทางคับแน่นออกแรงกดเข้าไปในโพรงนุ่มนั้นอย่างอ่อนโยน แต่ก็สุดที่ร่างเล็กจะทนไหว

“อื๊ออ..!!! ออกไป.. ขยะแขยง!!!” หมัดที่ไร้เรี่ยวแรงทุบรัวไปที่ต้นแขนเขาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่จะตามด้วยการข่วนเมื่อเขาเพิ่มนิ้วเข้าไปอีกนิ้ว “ยามาโมโตะ ทาเคชิ!!!!!” เสียงราวอัสนีฟาดมันไม่ใช่เสียงเรียกชื่อเขาอย่างสุขสม มันเป็นเสียงที่เรียกได้ว่าโกรธ ..โกรธแบบโกรธโคตรๆ

“จ๋า..” แต่กระนั้นคนอารมณ์ดีไม่โกรธด้วย เขารับเสียงหวานก่อนจะไปสนใจยอดอกร่างบางขณะที่นิ้วมือก็สอดเข้าสอดออกหวังให้ช่องทางนั้นคุ้นชินพอที่จะรับเขาเอาไว้ได้

“....ฉัน..ม่..ไม่อยากพูด..เป็นครั้งที่...สองหรอกนะ” เสียงนั้นขาดห้วงเป็นระยะ อดยอมรับไม่ได้ว่านิ้วที่ขยับสอดใส่เบื้องล่างนั้นละลายสติเขาเข้าไปเต็มแก่แล้วแทนที่ด้วยความสุขแบบที่ไม่เคยได้พานพบ แต่จะให้ชินตอนนี้คงลำบาก เพราะสำเนียกความเป็นเสะมันค้ำคอเอาไว้ (หรือพูดง่ายๆคือความเป็นเสะคุณท่านไม่เคยเสื่อมหาย แต่ใสเจียที่ไอ้ส้มมันปลื้ม 18 เคะฮ่ะ)

“เดี๋ยวก็ชิน มันไม่น่าขยะแขยงหรอก” พ่อหนุ่มอารมณ์ดียังคงเล่นอยู่ที่ปลายยอดอกทั้งซ้ายและขวาทำเอาคนไม่เคยยอมถึงกับเคลิ้มเลิกคิดจะผลักไสนิ้วนั้นออกจากร่างกาย

บางที ... การยอมรับมันก็เป็นสิ่งที่ไม่เลว ..

บางที ... เจ้านี่อาจมีความรักที่ไม่ทำให้อ่อนแอ ..

หากแต่มันทำให้ฉันอ่อนแอเมื่อไหร่ .. ถึงวันนั้นฉันจะไปจากนาย..



[hr]
จบไว้แค่นี้ สำหรับวันนี้สวัสดีฮ่ะ ...
*เดินไปที่หน้าต่าง* "นี่ฉันทำอะไรลงป๊ายยยยยยยยยยยย"
เกะแตกแบบกู่ไม่กลับแล้วครับบบ ไม่กลับแล้วววว ชีวิตผมมันไม่กลับแล้ววว
ฮืม อย่าคิดหาสาระและบทบู๊จากเรื่องนี้ (นอกเสียผมจะครึ่มจับ D กับ 80 มาฉะกัน) มันใสเลยครับ ใสแบบกลวงโจ๋โบ๋ โจ๋โบ๋แบบไม่มีอะไร แบบกู่ไม่กลับ มดเดินให้ว่อน ไบกอนพ่นให้คั่ก
ใสเกินไปแล้วววว *ร้องไห้*
ติชมรุมยำได้ตามเคยฮ่ะ

Author:  shun [ 18 Mar 2008, 15:35 ]
Post subject: 

กรี๊ดดดด

ชุนนอนตาย+_+ ทำไมพลาดฟิคนี้ไปได้ฟร้า!!!

อ๊ากกกก ฮิบะ แกจงเคะเยอะๆซร้า>___</

จงเคะกะ 18 D แล้วก็ 69 ซะเถิด ฮ่าฮ่าๆๆ!!!!!!!!!

me*สาวกฮิบะเมะตบ

เรื่งอนี้จะ 3 เศร้าหรือ 3P อ๊ากกกกกกกกกกกกกก

ชุนชอบ*O* ปิ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆ 3P เถิดจะเกิดผลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล>/////////<

อา.....ฮิบะ ใจจริงแล้วนายจะกดสึนะใช่มั้ย? แต่ทำไม่ได้ เพราะโดนยามะกดเสียก่อย เพราะงั้น สึนะให้มุคุคาบไปกินเถิด เคี๊ยกๆๆ*O*

เง้อ....ทำไมดีโน่แบบนั้นละเค๊อะ? จูบอย่างเดียวทำไม? [s]ทำไมไม่ใช่แส้ มัดขึงเตียงเอาไว้[/s]ละ>///<

me*คำพูดติดเรทเซ็นเซอร์ด่วน!!!

มาอัพเร็วน้า*O*~~~~!!!!
++++++++++++++++
ทุกคนกล่าวหาว่ากาเป็นสิ่งอัปมงคลเพียงเพราะมันมีขนสีดำ.......แต่กระนั้นมันก็มีเลือดสีแดง
Image

Author:  sakurana [ 18 Mar 2008, 20:30 ]
Post subject: 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด
คุณฮิบาริน่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อ๊ากก ซึนเดเระ~~~~~~ >A<
อ่า คุณฮิบะนี่เป็นเคะที่น่ารักจริงๆ อั๊ยย ปากแข็ง ใจจริงหลงรักไปแล้วใช่มั้ยล่ะ กิ้วๆๆๆ

*โดนทอนฟาเสยลอยไปในอวกาศ*

^ทำเพื่อกลบเขินใช่มั้ยละ อ่ะหึหุ = =+

รอตอนต่อไปค่ะ

Page 1 of 21 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/