โอ๊ววววววว ในที่สุดยูก็ทำใจกล้าเอาฟิคตัวเองมาลงจนด้ายยยยย ทุกคนให้การต้อนรับยูด้วยนะค้าาาาาา กิ๊วๆๆๆ
เนื่องจากยูเป็นคนที่พิมพ์ได้ช้ามั่กๆ เพราะงั้น การต่อในแต่ละตอนคงจะไม่เร็วนักหรอกนะคะ! ยูไม่ได้ดองนะเอ๊อ
เรื่องนี้คิดชื่อฟิคไม่ออกเลยค่ะ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักเท่านั้นเอง...เพราะงั้น..ฉากบู๊ต่อสู้ดุเดือดคงจะไม่ได้เห็น
ในเรื่องนี้อย่างแน่นอน(เพราะยูแต่งไม่เก่งด้วยล่ะค่ะ!!)
เรื่องนี้เซอร์วิสสาวก 1827 โดยเฉพาะค่ะ!!!
Fiction reborn : Story of love
Paring : 1827
Rate : ตอนนี้ยังไม่เรทเน้อ
By : Urius
Part I
โครม!!! เพล้งงงง!!!!!
“แย้กกกกกกกกกกกก!!!!!”
เสียงโครมครามรับอรุณจากบ้านซาวาดะดังขึ้นเป็นรอบที่นับไม่ถ้วนของเดือน คุณนายเจ้าของบ้านหัวเราะอย่างอารมณ์ดีระหว่างจัดโต๊ะอาหารเช้า
“ซือคุงเนี่ย ร่าเริงแต่เช้าเลยน้า”
เสียงโครมครามและเสียงฝีเท้าจากชั้น2ยังดังลงมาอยู่เป็นระยะๆ จนในที่สุดเสียงนั้นก็ดังลงมาตามบันได นานะมองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนที่วิ่งหน้าตาเหวอลงมาทั้งๆชุดนักเรียนที่ยังใส่ไม่เรียบร้อย
“อย่าเอาปืนมาขู่กันอย่างนี้เซ่! รีบอร์น!!!”
“กินข้าวให้เสร็จภายใน 5นาทีไม่งั้นดังเปรี้ยงแน่นะเฟ้ย”
เด็กต้องสาปผู้รับหน้าที่ครูสอนพิเศษถิอปืนจ่อเด็กนักเรียนของตัวเองพูดขู่ทีเล่นทีจริง แต่สึนะที่กำลังยัดข้าวเช้าใส่ปากแบบดับเครื่องกินนั้นรู้อยู่เต็มสมองว่าไอ้หมอนี่มันไม่เคยพูดเล่น!!!
ไม่ต้องให้ถึง5นาที ว่าที่วองโกเล่รุ่นที่10ก็จัดการคว้ากระเป๋าเตรียมวิ่งออกจากบ้านหนีวิถีกระสุน ก่อนต้องชะงักด้วยเสียงเรียกของมาดา
“ซือคุง เดี๋ยวก่อน”
“ฮะ? แม่” สึนะที่ยังสวิงขาวิ่งจ๊อกกิ้งอยู่กับที่หันมาถามมองกล่องข้าวที่มารดายื่นมาให้อย่างงงๆ
“อย่าลืมข้าวกล่องสิจ๊ะ”
“อะ..ขอบคุณมากฮะ” พยักหน้ารัวๆ ยื่นมือออกไปรับข้าวกล่องใส่กระเป๋าแล้วก็ต้องตาเหลือกรีบยันโครมเปิดประตูบ้านแทบไม่ทันเมื่อได้ยินเสียงรีบอร์นนับถอยหลัง
“5...4...3...2...”
“ไปล่ะคร้าบบบบบบบบบบบบบ”
-+-+-+-++-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-
“เฮ้อ จบไปอีกคาบ พักเที่ยงซะทีน้า” เสียงอ่อนระโหยของคนขี้เกียจเรียนดังขึ้นทันทีที่อาจารย์ประจำวิชาออกจากห้องไป สึนะฟุบหน้าลงกับโต๊ะ รอเวลาให้มีสียงโหวกเหวกอันคุ้นเคยดังขึ้นข้างหูเพื่อชวนเขาไปกินข้าวเที่ยงอย่างทุกที
“ท่านรุ่นที่สิบคร้าบบบ!!”
.....นั่นไง...มาแล้ว...
“อืม...โกคุเทระคุง” สึนะส่งเสียงตอบรับก่อนยกหัวขึ้นมามองเพื่อนรัก2คน ที่คนนึงยิ้มบานแฉ่งตามแบบฉบับกับอีกคนที่ทำหน้าเบ้เหมือนจะร้องไห้อยู่ข้างๆ
“รุ่นที่สิบครับ ขอโทษนะครับ!!”
ยังไม่ทันได้ถามอะไร โกคุเทระก็เอ่ยขอโทษพร้อมก้มหัวให้เขาซะแล้ว นั่นทำเอาเพื่อนอย่างเขาทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว
“ดะ เดี๋ยวสิ เรื่องอะไรกันเหรอ โกคุเทระคุง ยามาโมโตะ” หนุ่มน้อยหันซ้ายหันขวามองเพื่อนตัวเองเลิ่กลั่ก
“แหะๆ ก็ไม่มีอะไรหรอกน้า แค่เมื่อวานฉันกับโกคุเทระดันไปทำกระจกห้องพักครูแตกน่ะ วันนี้ก็เลยโดนลงโทษให้ไปทำความสะอาดห้องแล้วก็กระจกที่แตกนั่นด้วย”
“เอ๋! งั้นเหรอ” อา...จำได้แล้ว เมื่อวานนี้ที่เขาขอตัวกลับก่อนในขณะที่ทั้ง2คนเป็นเวรทำความสะอาดน่ะเอง
“ไปทำอีท่าไหนกัน...ถึงได้..” ยังพูดไม่ทันจบคนที่ก้มหัวอยู่ตลอดก็ขัดขึ้นมาซะก่อน
“เพราะงั้นแหละครับ! วันนี้ผม2คนเลยต้องปล่อยให้ท่านไปทานข้าวกลางวันคนเดียว ขอโทษด้วยนะครับ!”
“อ๊ะ เดี๋ยวสิ..ให้ฉันไปช่วยด้วยก็ได้นี่นา” สึนะท้วง
“ไม่ได้หรอกครับ นี่เป็นบทลงโทษของพวกผม...ท่านไม่เกี่ยวด้วยซะหน่อย”
“ยะ..อย่าพูดอย่างนั้นสิ โกคุเทระคุง” อะไรกัน...ถ้าเพื่อนมีปัญหาจะไม่ให้เขาช่วยได้ยังไงล่ะ
“นั่นสิ สึนะ” แล้วก็เป็นยามาโมโตะที่ขัดขึ้นมาอีกคน
“นายไปกินข้าวก่อนเถอะ เรื่องนี้ปล่อยเรา2คนเองนะ”
“ตะ..แต่ว่า” เสียงอ่อนพึมพำ ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตมองตามแผ่นหลังของคนทั้ง2ที่เดินออกไปจากห้องพร้อมทะเลาะกันเอะอะ...แต่ก็ดูสนิทกันอย่างประหลาด...
.....แบบนี้อีกแล้ว....
-+-+-+-++-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-
ท้องฟ้าสีใสในวันนี้ช่างดูเงียบเหงาเหลือเกินในความคิดของเขา
ร่างเล็กโปร่งบางเจ้าของผมสีน้ำตาลแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่จ้าไปด้วยแสงอาทิตย์...สว่าง...จนต้องยกมือขึ้นป้องตา...
วันนี้เมฆน้อยและแดดก็ร้อนกว่าทุกวันจนเขาต้องมานั่งหลบอยู่ใต้เงาของประตูทางขึ้นดาดฟ้า เด็กหนุ่มถอนใจน้อยๆก่อนเปิดกล่องข้าว...จ้องมองอาหารในนั้นอย่างไม่นึกอยากเลยสักนิด เขาถอนใจอีกครั้งแล้วตัดสินใจปิดกล่องข้าวนั้นวางไว้ข้างตัว...เอนศีรษะพิงคอนกรีตด้านหลังแล้วหลับตาลง
...ความรู้สึกแบบนี้มันอะไรกันนะ...
...ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เขาต้องอยู่คนเดียวจนชินอยู่แล้ว...
ตั้งแต่พบรีบอร์นชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไป เขาได้พบเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิต2คน...นั่นทำให้เขาไม่ต้องเหงา...ไม่ต้องโดดเดี่ยว แต่หลังจากผ่านอะไรมามากมายด้วยกัน และยิ่งเขาเข้าใกล้ตำแหน่งรุ่นที่10แห่งวองโกเล่เข้าไปเท่าไหร่ เพื่อนทั้ง2ก็ยิ่งปฎิบัติกับเขาแบบพิเศษมากยิ่งขึ้น...
ทั้งๆที่เขาไม่เคยต้องการเลยซักนิด!!!
“อ๊ะ!”สึนะสะดุ้งน้อยๆเมื่อถูกขัดจังหวะความคิดด้วยสัมผัสเล็กๆที่เกิดขึ้นบนไหล่ข้างซ้าย เด็กหนุ่มหันขวับไปมองแล้วก็ต้องอ้าปากค้างตาโตกับสิ่งที่เห็น
ก็ไอ้ลูกกลมๆขนฟูๆสีเหลืองๆนี่มัน!!!
“ฮะ..ฮิเบิร์ดนี่!! มะ มาอยู่นี่ได้ไงน่ะ!” สึนะสะบัดแขนพั่บๆ เลิ่กลั่กหันซ้ายหันขวา ก็ถ้าเจ้าขนฟูนี่อยู่ตรงนี้ ก็หมายความว่าคุณฮิบาริก็ต้องอยู่แถวๆนี้ด้วยน่ะสิ!! เดี๋ยวพี่ท่านมาเข้าใจผิดว่าเขาจับสัตว์เลี้ยงแสนรักของท่านมาทำมิดีมิร้ายแล้วฟาดทอนฟ่ามหากาฬใส่เขาจะทำไงล่ะ!!!
ร่างบางไม่กล้าใช้มือปัดนกตัวน้อยให้ลงจากไหล่ด้วกลัวว่ามันจะบาดเจ็บ เลยทำได้แค่สะบัดตัวสะบัดแขนไปมาพั่บๆ ทำจนเหนื่อยแล้วแต่เจ้าตัวน้อยก็ยังทำเป็นนกไม่รู้ร้อนไซร้ขนไปมาสบายใจเฉิบจนสึนะอดจะส่งค้อนให้ไม่ได้
“ถ้าคุณฮิบาริมาเจอแล้วอัดฉันล่ะก็นะ...น่าดู” พูดขู่ไปอย่างนั้นทั้งๆที่รู้ว่าหากเวลานั้นมาถึง เจ้านกนี่จะมีบอดี้การ์ดที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกยืนถือทอนฟ่าปกป้องอยู่ก็ตามที
“ฮิบาริ ฮิบาริ”
แล้วคำ2คำที่ดังออกมาจากปากเล็กๆของฮิเบิร์ดก็ทำเอาว่าที่รุ่ที่10ของวองโกเล่แทบกรี๊ด!! เด็กหนุ่ยกมือขึ้นไหว้เหนือหัว หดคอเหมือนเต่าหลับหูหลับตาแหกปากลั่น
“อี๊!!!! ผ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะคร้าบบ คุณฮิบาริ!! แล้วที่พูดไปเมื่อกี๊ผมก็แค่พูดเล่น ไม่ได้จริงจังจริงๆน้า!!”
.....
..........
...................
...............................
...ฟิ้ววว (เสียงลมพัด)
“เอ๋...” เงียบ...ทำไมเงียบล่ะ...สึนะหันซ้ายหันขวาดูด้วยความสงสัย ทว่านอกจากเขาและเจ้านกนั่นแล้ว บนดาดฟ้านี่ก็ไม่เห็นมีใครอยู่ซักคน...
“นี่แกหลอกฉันเร้อ!!! ฮิเบิร์ด!!!” ร่างบางแหกปากกรีดร้องด้วยความอับอายตัวเองที่โดนสิ่งมีชีวิตสปีชี่ส์ต่ำกว่าหลอกเอาซะเปื่อย แล้วฮิเบิร์ดที่มองออกว่ามนุษย์ที่มันกำลังแหย่เล่นกำลังฟิวส์ขาดก็กางปีกเล็กๆสีเหลืองกระพือพรึ่บพาตัวเองบินขึ้นไปแลนด์ดิ้งลงบนที่นอนใหม่
บนหัวของซาวาดะ สึนะโยชิ!!!
“อ๊า!! ขึ้นไปทำอะไรน่ะ ลงมานะ!!!” ร่างโปร่งบางดิ้นด๊อกแด๊กๆไปมา แต่ก็ไม่มีทีที่ว่านกน้อยน่ารักนั้นจะเลิกใช้หัวเขาเป็นรังสักทีในที่สุดสึนะก็ยอมแพ้ ยอมนั่งอยู่นิ่งๆ รอยยิ้มเล็กๆปรากฎขึ้นบนริมฝีปากบาง เด็กหนุ่มพึมพำเบาๆ
“ขอบใจนะที่มาอยู่เป็นเพื่อนน่ะ ฮิเบิร์ด”
เจ้าตัวน้อยขยับปีกพึ่บๆราวกับรับรู้ ร่างบางหัวเราะน้อยๆ...หยิบกล่องข้าวขึ้นมาเปิดออก ใช้ตะเกียบคีบข้าวนุ่มๆขึ้นมาชู
“หิวรึยัง..กินมั้ย?”
สิ่งมีชีวิตบนหัวเขาขยับตัวอีกครั้งแต่ไม่มีที่ท่าว่าจะสนใจ เด็กหนุ่มจึงลองใหม่อีกครั้ง เขาวางข้าวลงในกล่องตาเดิมแล้วคีบสิ่งใหม่ขึ้นมาแทน
“แล้วไข่ทอดล่ะ กินมั้ย อร่อยนะ” พูดเชิญชวนกับนกอย่างไม่อายตัวเอง ก่อนต้องอุทานเบาๆเมื่อฮิเบิร์ดบินโฉบลงมาคาบไข่ทองเหลืองนุ่มไปจากตะเกียบเขาแล้วออกบินไปทันที
“อ้าว เฮ้! จะไปไหนล่ะนั่น!”
สึนะได้แต่นั่งมองนกน้อยบินลับไปจากสายตา
.....อา...นายก็คงจะกลับไปหาคุณฮิบาริล่ะสินะ....
เด็กหนุ่มคิดกับตนเองพลางอมยิ้ม
“เป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักจริงๆเลยน้า...”
-+-+-+-++-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-
“กลับมาแล้วเหรอ..ไปเที่ยวที่ไหนมาล่ะ เธอน่ะ...”
ภายในห้องคณะกรรมการนักเรียน เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้นทักทั้งๆที่ยังก้มหน้าก้มตาอยู่กับกองเอกสาร...รู้สึกได้ถึงสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่กลางอากาศ บินร่อนไปมาก่อนจะลงจอดบนโต๊ะใกล้ๆกับเขา
ฮิบาริ เคียวยะ เงยหน้าขึ้นมองนกน้อยที่เขาเป็นเจ้าของวางอะไรบางอย่างลงบนฝ่ามือที่เขายื่นให้ ก่อนส่งเสียงเจื้อยแจ้ว
“ฮิบาริ ชอบ...ชอบ”
.......ไข่ทอด?...
เพ่งพินิจดูของสีเหลืองในมือก่อนพึมพำเบาๆ
“ไปเอามาจากไหนน่ะ...หือ?”
-+-+-+-++-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-
To Be Con.
สะ สั้นไปป่าวคะ แต่ก้นั่นล่ะค่ะ บอกแล้วว่ายูพิมพ์ช้า
