| •·.·´¯`·.·•Reborn Fan Club•·.·´¯`·.·• http://reborntfc.freeforums.org/ |
|
| [Fic] Fatal_FatE <1827>/8059/169/part 33 http://reborntfc.freeforums.org/fatal-fate-1827-8059-169-part-33-t1348-360.html |
Page 25 of 28 |
| Author: | kuwa[R]i... [ 20 Jun 2009, 22:31 ] |
| Post subject: | Re: [Fic] Fatal_FatE <1827>/8059/169/อัพ!!part29 |
สนุกมากเลยค่ะเรื่องนี้ ลุ้นระทึกตลอด มันส์สุดยอด อย่างกับดูหนังเรื่องหนึ่งก้ไม่ปาน แต่งเก่งมากๆเลยค่ะ ระทมกับชะตากรรมของ 8059 มันจะเป็นยังไงต่อเนี๊ย! ระทึกกับ 1827 ทั้งน่ารัก ทั้งหวาน ทั้งตื่นเต้น ปลื้มท่านฮิสุดๆ ระทวย (แอร๊ยยย ศัพท์อะไร?) กับ 10069 รักข้ามกาลเวลา โอ้ววว ป๋าเบีย ได้ใจหนูมากๆ มาต่อเร็วเถิดค่ะ จะขาดใจแล้วว |
|
| Author: | ปลาน้อย [ 22 Jun 2009, 14:17 ] |
| Post subject: | Re: [Fic] Fatal_FatE <1827>/8059/169/อัพ!!part29 |
โอ๊ะโอ๋ เบียคุรันมาแว้วววว มาช่วยเรอะ ดีมากๆๆๆ พี่ขา ขอฉาก service 1827 หน่อยสิ เอาหวานจนมดขึ้นเลยนะ้าา |
|
| Author: | mun_mun [ 25 Jun 2009, 11:04 ] |
| Post subject: | Re: [Fic] Fatal_FatE <1827>/8059/169/อัพ!!part29 |
เบียมาแล้วววววววววววววววว มาช่วยวองโกเลหรือมาหามุคุโร่จ๊ะ ฮุ ฮุ รอตอนต่อไปค่า |
|
| Author: | ZeeFiat [ 28 Jun 2009, 17:08 ] |
| Post subject: | Re: [Fic] Fatal_FatE <1827>/8059/169/อัพ!!part29 |
กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ให้มันได้อย่างนี้เซ่~ ป๋าผู้เป็นรักยิ่งมาช่วยด้วยแหละ หลงรัก ♥.♥ อ่านไป กรี้ดไป บ้าเป็นระยะๆ + กะเสียงพี่ด่า ได้อารมณ์จริงๆ XDDDD อ่านรวดเดียวจบคะ 55555555+ อ่านตั้งแต่บ่าย 2 ยัน 5 โมง กร๊ากกกกกกกก อ่านรวดเดียวมันสะใจจริงๆ >O< ช่วงแรกก็บ้า 1827.. แต่พออิป๋าออกมาแค่นั้นแหละ โฮกกกกกกกกกก สครีมแหลก~ หลงรักป๋าเบีย >///< มุคุจ๋า~ อิป๋าเค้าย้อนอดีตมาขโมยจุ๊ฟส์เธอเลยนะจ๊ะ *ซึ้ง ปิ้งๆๆๆ *v* โฮกกกกก มาต่อไวๆเนาะ >O< V |
|
| Author: | blood_hana [ 11 Aug 2009, 23:32 ] |
| Post subject: | Re: [Fic] Fatal_FatE <1827>/8059/169/อัพ!!part29 |
โทษทีนะค่ะ ที่หายไปนานมากกับฟิคเรื่องนี้ ตอนนี้มาอัพต่อแล้วค่ะ จะยังมีคนอ่านอยู่ปะเนี้ย เหอๆ +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ Part 30 “มาช่วยพวกเรา!!?” สึนะพูดทวนคำร่างสูงผมสีพิสุทธิ์ ดวงหน้าวานจ้องมองหน้าคมคายเจ้าเล่ห์อย่างไม่เชื่อสายตา “อะไรกันอย่าทำหน้าตาเหมือนจ้องจับผิดฉันแบบนั้นซิ ฮ่าๆ” เจ้าคนพูดยังคงหัวเราะระรื่น ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับท่าทีตกตะลึงของคนของวองโกเล่ทั้งสาม แถมเจ้าตัวยังเอนตัวลงนอนกับโซฟาสบายใจเชิบ ทั้งที่อยู่ในฐานทัพของมาเฟียคู่ค้นราวกับเป็นถิ่นตัวเองอีก ก็แหงล่ะ..ศัตรูสุดอันตรายที่สุดที่เขาเคยเจอมายื่นมือเข้าช่วยแบบนี้ “เออ..แล้วจะช่วยยังไงอะ?” บอสสุดป๊อดแห่งวองโกเล่เอ่ยถามอีกฝ่าย นัยน์ตาอเมทริซ์คู่คมเหลือบมองสบตากลมโตใสซื่อสีน้ำตาล ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์เจ้าทน ตามด้วยรอยยิ้มเหยียดเย็นชวนขนหัวลุกนั้นอีก.. ทำเอาสึนะขนลุกซู่ไปทั้งตัว ก่อนจะเขยิบตัวเข้ามเกาะแขนเสื้อของหนุ่มรุ่นพี่ผมสีรัตติกาลแน่นอย่างลืมตัว “อืมม์..เรื่องนั้นฉันเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้…” หนุ่มผมขาวเด้งตัวจากโซฟาด้วควมรวดเร็ว ฮิบาริรีบคว้าพลองคู่ใจใต้เสื้อคลุมสีดำออกมาและดึงตัวร่างเล็กผมน้ำตาลไปด้านหลัง ในเวลาเดียวกับนักฆ่าอันดับหนึ่งที่ส่งจิตสังหารรุนแรงไม่แพ้กันพร้อมปืนสั้นในมือ หน้าคมคายเจ้าของรอยสักใต้ตาเด่นเป็นเอกลักษณ์จ้องมองแต่ละคนด้วยรอยยิ้มหวานชวนละลายแอบแฝงแห้งนิดๆ ตามด้วยเสียงท้องร้อง โคร๊กกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!! “ขอฉันกินอะไรหน่อยซิ แบบว่า..เงินในอนาคตมันใช้ไม่ได้กับยุคสมัยนี้เลยอะ ไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้ว “ เบียคุรันพูดพลางเกาหัวแก้เก้อ แน่นอนว่า ทำเอาฮิบาริ สึนะ และรีบอร์นอยู่ในสภาวะเอ๋อกับท่าทีเดาทางไม่ออกของบอสแห่งมิลฟิโอเล่ ฮิบาริกับรีบอร์นจ้องมองไอ้คนยิ้มไม่รู้ร้อนร้หนาวด้วยอารมณ์อยากฆ่า ส่วนสึนะก้ได้แต่หัวเราะแห้งๆ -เดาทางไม่ออกเลยจริงๆ คนๆนี้ – “อืมม์…จะกี่ปี มาชเมลโล่ยี่ห้อนี้ก็อร๊อยอร่อยริงๆเลยน้า…” นิ้วเรียวหยิบก้อนขนมหวานสีขาวนุ่มบีบเล่นไปมา ก่อนจะโยนเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ “แก!!!ตกลงจะเอายังไงกันแน่!!ไอ้สัตว์กินพืชหัวหงอก!!!” ฮิบาริตะคอกเสียงเดือดดาล ทอนฟาในมือถูกชักมาอีกครั้ง โดยเป้าหมายคือเจ้าหัวยุ่งชี้ไม่เป็นทรงของเบียคุรัน “อี๊!!!ใจเย็นครับ!คุณฮิบาริ!!!” ร่างเล็กร้องปราม และใช้ควมกล้าอันน้อยนิดปรี่วิ่งเข้ามาขวาง นัยน์ตาสีนิลตวัดมองสึนะ จนบอสรุ่นที่10คนกลืนน้ำลายลงคอ “บอกมัน!!ให้หยุดกินซะ!ไม่งั้นฉันจะขย้ำมัน!!” สึนะกลืนน้ำลายลงคออีกครั้งกับสีหน้าไม่สบอารมณ์เอามากๆของหนุ่มร่นพี่ ก่อนจะหันหน้าไปพูดขอร้องกับชายหนุ่มอารมณ์ดีที่นั่งแกะซองขนมมาชเมโล่ของโปรดถุงที่ 20 “เบียคุรัน ขอร้องล่ะ หยุดกินแล้วคุยเรื่องงานก่อนเถอะนะ..” เบียคุรันเลิกคิ้วขึ้นสูง ดวงตาคมมองมาชเมลโล่ในถุงใหม่ล่าสุดที่พึ่งแกะอย่างเสียดาย ก่อนจะวางถุงขนมลงบนโต๊ะรับแขกไม้ชั้นดี “เอาล่ะๆเข้าเรื่องก็ได้ ” รอยยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวหายไปจากใบหน้าคมคาย เหลือเพียงดวงตาสีม่วงอ่อนจนเกือบเป็นสีฟ้าใส ฉายแววจริงจังผิดวิสัยของร่างสูง “โชจัง..ออกมาได้แล้ว”น้ำเสียงสบายๆผิดกับท่าทางเอาจริงเอาจังจนน่าใจหายของกล้วยไม้ขาวแอ่ยเรียกลูกน้องคนสนิท หนุ่มร่างสูงผมสีส้มยุ่งๆสวมแว่นตาวงรี เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับร่างเพรียวบางผมสีทองม้วนเป็นลอน หน้าหวานจ๋อยประกอบกับดวงตาสีฟ้าใสคู่งามใสซื่อ ถือแล็บท็อปใว้ในมือ “สปาน่า!!โชอิจิ!!” สึนะร้องเสียงหลงกับวิศวะหุ่นยนต์สองหน่อที่ให้ความช่วยเหลือเขาในศึกระหว่างวองโกเล่และมิลฟิโอเล่ในอนาคตสิบปีข้างหน้า จนในที่สุดวองโกเล่ได้รับชัยชนะอย่างงดงาม “โอฮาโยะ วองโกเล่รุ่น10” สปาน่าหนุ่มต่างชาติผู้รักและชื่นชอบญี่ปุ่นกล่าวทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์เหมือนปลาตายท้องกลมไม่เคยเปลี่ยน “ไม่ได้เจอกันต่างนานนะครับ คุณสึนะโยชิ คุณฮิบาริ แล้วก็คุณรีบอร์น” หนุ่มแว่นฉีกยิ้มร่าเริงให้ทั้งสามคน ก่อนจะหันมาทำสีหน้าเอาจริงเอาจังเมื่อนัยน์ตาสีมรกตใต้แว่นสบตาคู่คมของเบียคุรัน “เอาล่ะครับ..จากนี้ไป ผมจะอธิบายข้อมูลของเปโรสเซ่แฟมิลี่ที่สืบมาได้และ..” โชอิจิสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนผ่อนออกอย่างช้าๆตามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เรื่องพลังอันน่าสะพรึงกลัวของเปโรสเซ่…” . . . . . . . ในดินแดนแถบแอฟริกาไร้ซึ่งแห่งน้ำและต้นไม้สีเขียว มีเพียงต้นกระบองเพชรเป็นหย่อมๆ ผิดกับผืนทะเลทรายกว้างสุดลูกหูลูกตา กับดวงอาทิตย์สาดส่องจนอุณหภูมิร้อนระอุ …ทะเลทรายซาฮาร่า… ทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใดจะสามารถอาศัยอยู่ ทว่า…ในดินแดนที่แห้งแล้ง กลับมีร่างสูงของบุคคลลึกลับใต้ผ้าคลุมสีเทาหม่นเดินอยู่ โดยไม่เกรงกลัวต่อสภาพอากาศที่อาจพาเขาไปสู่ยมโลกได้ทุกเมื่อ “เฮ้ยยย!!ไอ้หนุ่ม เดินมาจากไหนว่ะ “ เสียงยียวนกวนประสาทของนักท่องเที่ยวสัญชาติอเมริกันในรถจี๊ฟสีเขียวพูดทักขึ้น ในขณะที่เพื่อนอีกสองคนซึ่งเป็นคนจากดินแดนเดียวกัน กระซิบกระซาบกันอย่างขำขัน ก่อนจะเอ่ยปากเรียกบุรุษชุดคลุมสีเทาหม่น “ท่าทางโซเซน่าสมเพชแบบนี้ ขึ้นรถไหมพวกฉันไหมล่ะ” ดูเหมือนว่าคำพูดร้องเรียกของนัก่องเที่ยวต่างชาติทั้งสามจะไปไม่ถึงโสตประสาทของบุรุษเบื้องหน้า ร่างสูงยังคงเดินทางไปเบื้องหน้า ทำให้คนอเมริกันทั้งสามเลือดขึ้นหน้ากับการถูกเมินราวกับกองขี้หมาข้างทาง “หนอยย มันหยิ่งนักใช่ไหม..ได้..” ว่าแล้ว ชายแก่อายุราวๆหกสิบอ้วนจนตัวกลมเหยียบคันเร่งจนฝุ่นตลบ เข้าไปปาดทางชายลึกลับ จนตัวของคนใต้ผ้าคลุมหงายหลังล้มไปนอนกับพื้นทราย ไม่เพียงเท่านั้นสามนักท่องเที่ยวยังขับรถวนรอบร่างชายหนุ่มจนฝุ่นจากล้อรถคลุ้งคลักออกมาโถมเข้าใส่ จนผ้าคลุมสีหม่นโทรมกว่าเก่า “ฮ่าๆๆๆสะใจเป็นบ้าเลย เอาซิ ดิ้นรนๆดิ้นรนซิ ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะสนุกสนานกับการทรมานคน ราวกับเป็นสิ่งของแสดงถึงสันดานดิบและความป่าเถื่อนที่ฝั่งรากในตัวของนักท่องเที่ยวสามคน บุคคลลึกลับยันตัวขึ้นยืนอย่างช้าๆ ในเวลาเดียวกันรถจี๊ฟจอดลงพอดี ร่างอ้วนของคนผิวขาวก้าวเดินลงจากรถพร้อมเพื่อนสูงผอม และชายสวมแว่นกลมเจ้าของรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมซาดิมส์ไม่แพ้คนอื่น “หาอะไรเล่นแก้เครียดก็ดีเหมือนกันนะเว้ย!!!” ปืนยาวในมือดึงออกหลังรถ เล็งเป้าไปที่บุคคลใต้ผ้าคลุม “ล่าคนแทนล่าสัตว์ก็ดีเหมือนกัน มาเที่ยวที่นี้ไม่มีห่าอะไรให้ยิง ขัดใจชิบ” ชายผอมสูงในกลุ่มส่องปืนไปยังบุรุษตรงหน้าที่ยืนมองพวกเขานิ่งไม่ไปไหน สายลมร้อนในทะเลรายพัดแรงออกมาจนเสื้อคลุมปลิวสะบัด ผ้าคลุมหัวกระเพื่อมตมแรงลมจนเผยนัยน์ตาคู่คมของคนลึกลับ -สีแดงเลือด…- “เฮ้ยย อึ้งห่าอะไรว่ะ ลั่นไกซิ!!” ร่างอ้วนลงพุงผู้เป็นหัวโจกตะโกนบอก หากแต่ท่าทางสั่นเทิ้มนั้นสร้างความไม่พอให้ชายแก่เป็นอย่างมาก “โว๊ยยย !!กูเล็งเองก็ได้!!” มือป้อมกระชากปืนยาวจากอีกฝ่าย ก่อนจะลั่นไกใส่คนเบื้องหน้าทันที ปัง!!!!!!!!!!!! ตุบ….. . . . . เลือดสีแดงฉานไหลออกจากร่างที่ชักกระตุกดิ้นราวกับปลาที่ถูกทุบหัว ก่อนจะแน่นิ่งไป “ทอม!!!!!!!!!” สหายของชายแก่อเมริกันหวีดร้องสุดขีด เมื่อชายแก่ลงพุงถูกสะบั้นหัวขาดด้วยบางสิ่งที่รวดเร็วจนเขามองไม่เห็น ยังไม่ทันได้ขยับร่างไปไหนคนต่างชาติทั้งสองกลับพบว่า ร่างของชายหนุ่มที่ถูกพวกตนแกล้งจนสะบักสะบอมกลับอยู่ในระยะประชิดจนรับรู้ถึงลมหายใจถี่ใต้ผ้าคลุมสีเทาหม่น ฉัวะๆๆๆ . . . แสงแดดจากอาทิตย์ส่องกราดลงบนร่างสูงทีชโลมไปด้วยเลือดสีแดงทั้งตัว โดยมีร่างของอเมริกันสามคนถูกสับเป็นชิ้นเนื้อเกลื่อนและกองเลือดที่สาดกระเซ็นเป็นวงกว้าง ร่างสูงหมุนตัวกลับเดินออกจากซากศพอย่างไม่หยี่ระ พร้อมโลหิตสดๆของผู้ตายอาบคมดาบคมกริบหยดลงบนพื้นเป็นทางหยดแล้วหยดเล่า “ฝีมือไม่เลวนี้..” เสียงทุ้มบนตะคอกดังขึ้นจากเนินทรายสูง ใบหน้าใต้ผ้าคลุมเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียง ร่างสูงผมสีรัตติกาลสั้นเกรียน หน้าดุดันเต็มไปด้วยแผลเป็นฉกรรจ์รวมถึงดวงตาสีทับทิม สร้างความน่าสะพรึงของคนตรงหน้าได้ดียิ่ง และดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้น มือแกร่งทั้งสองถือปืนโลหะกระบอกคู่สลักเลขโรมัน 10 ชี้ตรงมายังคนปริศนาที่ชโลมเลอดหมาดๆทั้งตัว ด้วยแววตาโกรธแค้นเช่นเดียวกับบุรุษในชุดสีดำเช่นเดียวกับนายตนพร้อมอาวุธเป็นร่มอีกหลายคัน ส่องประกายไฟฟ้า “สมแล้วที่บุกปราสาทวาเรียเพียวลำพัง คาน่อน เดอ คิลเลอร์!!” ลมทะเลทรายพัดแรงจนผ้าคลุมสีหม่นปลิวว่อน เผยให้เห็นร่างของบรุษผมสีดำสนิทยาสสลวย หน้าคมเข้มหล่อเหลาตีสีหน้านิ่งเย็นชา เช่นเดียวกับนัยน์ตาสีโลหิตดุดัน ในมือถือดาบลายจับลวดลายเป็นงูสีทองที่พึ่งเปื้อนเลือดมา “แซนซัส หัวหน้านักฆ่าวาเรีย..” คาน่อนพูดชื่ออีกฝ่ายด้วยเสียงเรียบสนิท แซนซัสถลึงตามองศัตรูเบื้องหน้าทั้งตาที่เต็มไปด้วยไฟแห่งความโกรธแค้นลุกโชน “ฉันรู้แล้ว..ว่าพวกแกเป็นใคร แล้วคิดจะทำอะไร!!”เรือนผมดำสั้นตะคอกเสียงดัง แต่หาได้สร้างความกลัวให้ผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งของเปโรสเซ่ “ฉันไม่มีทางปล่อยให้พวกแกสมหวัง!!ฉันจะฆ่าแกที่นี้ซะ!!ถ้าจัดการแกได้สวะอื่นๆก็แค่มดปลวก!!!”เลวี่เหลือบมองนายของตนที่ประกาศเสียงกร้าวใส่ ก่อนจะมองบุรุษตัวอันตรายตรงหน้าอย่างระแวดระวัง -จิตสังหารรุนแรงมาก..อันหนึ่งเป็นของบอส ส่วนอีกอัน..- นัยน์ตาสีดำหรี่มองเจ้าของดวงตาสีโลหิดพลางเม้มปากแน่นด้วยความกลัว -ของหมอนั่นงั้นหรอ- ไฟเพลิงพิโรธลุกโชนทันทีเช่นเดียวกับอารมณ์ของหัวหน้าหน่วยวาเรีย ใบหน้าเต็มไปด้วยแผลเป็นจ้องมองชายหนุ่มมาดเย็นชาอย่างกินเลือดกินเนื้อ “แกต้องตายที่นี้ไอ้สวะ!!” ร่างสูงทั้งสองในชุดสีรัตติกาลทะยานตัวลงจากเนินสูง พร้อมอาวุธและท่าไม้ตายของแต่ละคน คาน่อนหลับตาลงด้วยสงบเยือกเย็น ก่อนจะลืมตาขึ้นมองคนทั้งสองอย่างดุดัน ดาบในมือสะท้อนแสงอาทิตย์โลมเลียผสมปนเปกับเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่ ราวกับหิวกระหายที่จะดื่มด่ำเลือดอีกครั้ง TBC |
|
| Author: | ZeeFiat [ 11 Aug 2009, 23:58 ] |
| Post subject: | Re: [Fic] Fatal_FatE <1827>/8059/169/part30ค่ะ |
สั้นง่ะ.. หรือจะรู้สึกไปเอง แต่ยังไงท่านฮานะก็ยังไม่ลืมฟิคเรื่องนี้เนาะ เห็นหายไปนาน (มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก) แล้วมาต่อไวๆนะฮะ '.' |
|
| Author: | 0ReAl0 [ 12 Aug 2009, 13:34 ] |
| Post subject: | Re: [Fic] Fatal_FatE <1827>/8059/169/part30ค่ะ |
แบบว่า เพิ่งเปิดมาอ่านเจอ อ่านรวดเดียวเลย ปวดตามาก อยากบอกว่ามันส์มั่กๆ บู๊แหลกลานได้ใจ อ่านแล้วสงสารคู่ 8059 อ๊ากกก โกคุอย่าร้องไห้ เดี๋ยวเราคนนี้จะไปชิงตัวยามะคืนมาให้เอง จะขย้ำให้ตาย!! [//โดนฆ่าตายก่อนไปช่วย ด้วยฝีมือท่านฮิ ขอหาเอาคำพูดประจำตัวท่านไปใช้ -O-] สำหรับคู่ 1827 ที่เป็นคู่หลัก ชักเริ่มหวานแหววขึ้นเรื่อยๆ ในสถานการณ์บู๊อ่านะ -*- เมื่อไรจะรู้ใจตัวเองกันซักทีเนี่ย~!! ส่วน 10069 ป๋าเบีย...แน่ใจนะว่ามาช่วยวองโกเล่น่ะ ไม่ใช่มาชิงเวอร์จิ้นของมุคุโร่ในอดีต หึๆๆๆ แต่ที่อ่านแล้วซึ้งสุด คือคู่ 8059 สงสารโกคุจับใจ อย่ายอมแพ้นะเฟ้ย!!! ยามะเริ่มจำได้ลางๆแล้วนะ (แต่ดันคลั่งไปซะก่อน) ยิ่งตอนย้อนอดีตไปถึงวันวานยังหวานอยู่ -*- อ่านแล้วเศร้ามั่กๆ แก!!!ไอ้เจสก้า ไอ้เด็กเปรตหัวเขียว (?) บังอาจมาก...แย่งยามะไปยังไม่พอ ยังจะทำให้คนรักกันฆ่ากันเองอีก ยามะรีบฟื้นขึ้นมาแล้วฆ่ามันเลย ลุยๆ (ไอ้นี้เริ่มซาดิสต์จัด แค้น~) แต่อยากบอกว่าในบรรดาผู้พิทักษ์ทั้ง 4 ตัวร้าย เราชอบแกรนสุดละ ยิ่งเห็นรูปแล้ว ทำไมมันหล่ออย่างงี้ >O< (เฮ้ยๆเค้าเป็นตัวร้ายนะเว้ยเฮ้ย) คาเร็กเตอร์คล้ายๆยามะเลย แบบมี 2 ร่างในคนเดียว ภายนอกอาจดูร่าเริง แต่ในส่วนลึกก็ซ่อนความดาร์คเอาไว้ แถมยังเนียนเหมือนกันอีก (แกรนเนียนไปจับมุคุโร่) ชักอยากอ่านช็อตที่แกรนปะทะป๋าเบียแหะ ถ้าจะมันส์!!! แต่ก็เห็นใจมุคุโร่อีกคน แอบหลงรักสึนะอยู่ในใจ คนเค้าจะได้เป็นเสะมั้ง ดันโดนฮิบาริตัดหน้าไปซะนี้ สุดท้ายก็ลงเอบเป็นเคะจนได้ ว้า~ (หวังอะไรของแก+) แต่งได้เก่งมากๆ แบบมีทั้งฉากบู๊ ให้อารมณ์ได้หลายอย่าง เหมือนกับกำลังอ่านการ์ตูนอยู่เลย ถ้าได้วาดออกมาเป็นเล่มนี่เป็นภาคต่อรีบอร์นได้เลยนะเนี่ย... มาอัพไวๆน้า จะรออ่าน อยากเห็น 8059 ซักที คู่อื่นเค้าไปไหนกันหมดแล้ว...[Me// วิ่งไปบีบคอเจสก้า หึๆๆๆ - -+] |
|
| Author: | okloxp [ 12 Aug 2009, 19:02 ] |
| Post subject: | Re: [Fic] Fatal_FatE <1827>/8059/169/part30ค่ะ |
จริงๆแล้วเราเคยคุ้ยไปเจอฟิคเรื่องนี้นะคะ แต่ไม่กล้าเม้นค่ะ กลัวว่าจะกลายเป็นขุดกระทู้ TAT (แบบว่ามันน้าน~นาน) คงไม่ว่ากันนะคะ ฮุๆ(//โดนถีบ) ตอนแรกที่คุ้ยเจอเพราะ 1827 นะคะ ฮ่าๆๆ(//โดนถีบอีกรอบ) แต่อ่านต่อเพราะฉากบู๊ สนุกมากค่ะ >_< เนื้อเรื่องถูกใจเรามากเลย ถ้าจะยาวด้วย ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่(ฮา) จะรออ่านต่อนะคะ~ |
|
| Author: | blood_hana [ 13 Aug 2009, 09:16 ] |
| Post subject: | Re: [Fic] Fatal_FatE <1827>/8059/169/part30ค่ะ |
ตอบเม้นย้อนค่ะ julienie27 ขอบคุณมากค่ะ จะรักกันเมื่อไหร่ อันนี้ต้องรอเวลาเท่านั่นค่ะ >< kuwa[R]i... รักข้ามกาลเวลารึเปล่านะ อันนี้ต้องดูกันไปค่ะ 555 8059 จะเป็นยังไงต่อ ก็คงต้องร้องไห้จนกว่าจะจบล่ะ(เรื่องนี้มันยาวววมาก) ส่วนคู่หลัก แน่นอนเพราะคู่หลักและเป็นตัวการดำเนินเรื่องสำคัญต้องมีหลากหลายอารมณ์ค่ะ >< ปลาน้อย มีแน่นอนค่ะ แต่จะมดขึ้นคอมไหม อันนี้ต้องดูกันไปค่ะ mun_mun เอ๋ น่าจะ ทั้งสองอย่างนะค่ะ(ฮา) วัตถุประสงค์มาช่วยวองโกเล่ค่ะ แต่มุคุนี้ผลพลอยได้(ยังไงต้องรอดูกันไป) ZeeFiat 555 มันยาวซินะค่ะ เราเข้าใจค่ะ ฟิคนี้ยาวจริงๆ ตอนแรกกะว่าเนื้อเรื่องต้อง 20 กว่าๆจบ แต่ท่าทาง 30ตอน ยังไม่รู้จะจบเลยรึเปล่า เหอๆ หล่อเลวมาพร้อมกับการขโมยจูบแรกของมุคุผู้น่ารัก >///< ถูกใจใช่ไหมค่ะ หุหุ |
|
| Author: | Pao.~* [ 13 Aug 2009, 20:29 ] |
| Post subject: | Re: [Fic] Fatal_FatE <1827>/8059/169/part30ค่ะ |
ท่านบลัด ฟิคนี้หายไปนานม๊ากกกกกมากก อย่างที่บอกกันจริงๆเจ้าค่าา นานขนาดว่าเกือบจะลืมไปแล้วเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าาา สรุปลงเอยที่คู่ 1827 8059 10069 สินะคะเนี่ย เมื่อก่อนนู๊นนนน เปายังหวังใ้ห้เป็น 182769 อยู่เลย ฮา แต่มาตอนปัจจุบัน แต่ละคนมีคู่เป็นของตัวเองเรียบร้อยแล้วละน๊าา 1827 เหมือนจะลงตัวกว่าคู่อื่นๆ ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่? 10069 ป๋ามาเพื่อหาคุณมุตอนเอ๊าะๆ มาหลอกเด็กหรอเจ้าค่ะป๋าเบีย ฮา ส่วน 8059 ยังลุ้นให้โกคุช่วยยามะให้กับมาเป็นเหมือนเดิมไวไวค่า คาน่อนดุจัง!! ป๋าแซนไปเยียบตาปลา?แกเรีอะ หุหุ แต่ว่านะการบรรยายฉากอารมณ์ ลักษณะท่าทางการพูดจา ของคาน่อน หล่อคมดูดันดีจังเลยนะคะเนี่ย >///< คุณมุ๊ หายไปไหนค๊าาา อดเป็นเสะให้สึนะแล้วนะค๊า รู้ตัวมั้ยสามีในอนาคตมาตามตัวแล้วน๊าา ม๊ายยยยยยจริ๊งงงงงง แต่ยังไงก็รักคุณมุค่ะ >////< รออ่านตอนต่อไปค่าาา |
|
| Author: | ((=^.^=DeiA)) [ 13 Aug 2009, 22:40 ] |
| Post subject: | Re: [Fic] Fatal_FatE <1827>/8059/169/part30ค่ะ |
อยากรู้จริงๆว่า คาน่อนทำไมไปอยู่ฝั่งนู้น สึนะน่ารักมาก(อันนี้ไม่เกี่ยวนะ) รออ่าน 1827 อยู่ค่า ^^ |
|
| Author: | kuwa[R]i... [ 13 Aug 2009, 23:44 ] |
| Post subject: | Re: [Fic] Fatal_FatE <1827>/8059/169/part30ค่ะ |
เฮ้ยยยย ดีใจมาก นึกว่าจะไม่มาต่อแล้ว ขอสารภาพว่าแอบถอดใจ แล้วก็ลืมจนต้องไปอ่านย้อนอ่ะ ยังมีเรื่องให้ลุ้นเรื่อยๆ จะ 8059 หรือ 10069 ก็ตามทีเถอะนะ (ส่วนไอ้คู่หลักน่ะช่างมันเหอะ) รออ่านตอนต่อไปค๊าบ |
|
| Author: | blood_hana [ 16 Aug 2009, 20:20 ] |
| Post subject: | Re: [Fic] Fatal_FatE <1827>/8059/169/part30ค่ะ |
ZeeFiat แหะๆ หายไปนานจริงๆแหละค่ะ แต่บลัดวางพล็อตเรื่องไว้หมดแล้ว จากนี้ไปจะพยายามไม่หายแล้วค่ะ สั้นไปหรอค่ะ อาจจะใช่ลค่ะ เพราะฟิคเรื่องนี้เวลาอัพที มันจะยาวมาก แต่ตอนล่าสุดคิดว่าน่าจะยาวโอเคแล้วค่ะ ^ ^ ขอบคุณมากๆค่ะที่ยังติดตามอ่าน ความจริงสาเหตุที่เราไม่ค่อยอัพ คือนึกว่าไม่มีคนอ่านแล้วซะอีก T T 0ReAl0 ขอบคุณมากค่ะ เรานึกว่าจะไม่มีคนอ่านซะแล้ว เพราะยาววว แถมเราก็หายไปนานด้วย ฟืคนี้เป็นฟิคที่เราประทับใจและชอบที่สุดตั้งแต่แต่งมาเลยค่ะ คู่ 1827 ก็หวานแหวว น่ารัก ปนหื่นนิดๆ อิอิ แต่เมื่อไหร่จะรู้ใจตัวเองนั่นต้องขึ้นอยู่กับท่านฮิคะ 8059 คงต้องโศกไปทั้งเรื่อง จะแฮปปี้ไหมก็ต้องดูกันไปค่ะ แต่ต้นเหตุก็คือเจสก้าร์นั่นแหละ(ฮา) ส่วน10069 มาชิงเวอร์จิ้นไหม อันนี้ไม่บอกค่ะ อุบไว้ อิอิ(ดูหน้าคนเขียน หึหึหึ) เราเองก็ชอบแกรนค่ะ หุหุ แต่ความจริงเราไม่ได้ออกแบบให้คล้ายยามะนะค่ะ แต่ไปคล้ายกับ...(คนๆนั้นโผล่มาในฟิคแล้วด้วย หุหุ) อ่านไปเรื่อยๆจะรู้เองค่ะ ว่าไม่เหมือนยามะ ช็อตนั้นจะมีรึเปล่า อันนี้ต้องลุ้นค่ะ ว่าแต่ทำไมถึงอยากให้เบียเจอกับแกรนละเนี้ย (ฮา) ถึงขนาดเป็นภาคต่อได้เลยหรอค่ะ อุ้ย.. เราเป็นปลื้มเลยนะเนี้ย ขอบคุณมากๆนะค่ะที่ติดตาม ขอบคุณมากจริงๆ >< okloxp ขออภัยจริงๆค่ะที่เราหายไปนานมากกับฟิคนี้ แบบว่าเรื่องมันยาวแล้วเราก็คิดว่าไม่มีคนอ่านแล้ว ประกอบกับฟิคนี้เขียนยากจริงๆค่ะ เพราะต้องหลากหลายอารมร์ ทั้งต่อสู้ หวานแหวว แกะปมปริศนา ขอบคุณมากนะค่ะ ตอนล่าสุดเราอัพยาวแล้วค่ะ Pao.~* แหะๆขอโทษจริงๆค่ะ หายไปนานจริงๆนั้นแหละ ถูกค่ะสรุปคู่ก็ลงเอยแบบนี้ แต่แน่ใจหรอค่ะ ว่า 1827 จะลงตัวง่ายๆ หึหึ เบียหลอกเด้กรึเปล่าน้า 555 อันนี้รอดูกันไป ส่วน8059 ก็ยังต้องลุ้นไปว่าจะกลับมาดีกันอีกเมื่อไหร่ค่ะ คู่นี้คงโศกไปทั้งเรื่องจนจบ(แล้วจะจบเมื่อไหร่??) คาน่อนเขาก็บุคลิกเป็นแบบนั่นอยู่แล้วค่ะ ส่วนมุคุหายไปไหน คงไปนอนย้อมใจที่เสียจูบแรกอยู่ 55555(สามง่ามกระซวกไส้) ((=^.^=DeiA)) อันนี้ต้องรอเฉลยเท่านั้นค่ะ ต้องติดตามต่อไปว่าทำไม kuwa[R]i... มาแล้วค่ะ แล้วนับจากนี้บลัดจะไม่หายไปนานกับฟิคนี้อีกแล้วค่ะ จะพยายามมาอัพให้ถี่เหมือนเรื่องอื่นๆ แหม..คู่หลักไม่ลุ้นเลยหรอค่ะ แต่1827 ใช่ว่าจะสมหวังง่ายๆหรอกนะ หึหึหึ ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ ต้องขออภัยทุกคนที่ติดตามฟิคนี้ด้วยค่ะ ยอมรับว่าหายไปนานจริงๆ ส่วนหนึ่งเพราะฟิคนี้แต่งยาก และยาวมากจนเราไม่รู้ว่าจะจบลงตอนไหนด้วย แต่วางพล็อตไว้คร่าวแล้วค่ะ แล้วก็เพราะมันยาวมาก เลยคิดว่าคงไม่ค่อยมีคนอ่านแล้วมั้งเลยเริ่มปล่อยดอง แต่ใจนึงก็อยากอัพให้จบ ไม่งั้นมันค้างคาในใจ แต่พอเห็นเม้นก้ดีใจค่ะ ที่ยังมีคนติดตามฟิครีบอร์นเรื่องแรกของเราอยู่ T T อีกส่วนหนึ่งคือ เป็นความผิดของเราเอง ที่ดันคลอดฟิคมาใหม่เรื่อยๆทั้งที่ของเก่าก็ไม่จบ(จบไปแค่ 3 เรื่องเท่านั้นจาก ทั้งหมดที่แต่ง) เหอๆ จากนี้ไปบลัดจะไม่แต่งฟิคอะไรเพิ่มแล้ว จะอัพให้จบๆให้หมดค่ะ ขออภัยจริงๆ เหอๆ เฮ้อ... |
|
| Author: | blood_hana [ 16 Aug 2009, 20:24 ] |
| Post subject: | Re: [Fic] Fatal_FatE <1827>/8059/169/part30ค่ะ |
Part 31 ติ๊ง..... หยดน้ำร่วงหล่นกระทบพื้นสีดำอย่างแผ่วเบา แต่ความมืดและความเงียบสงัดกลับทำให้ หยดน้ำเล็กๆดังก้องกังวานไปทั่ว “อีกไม่นานความจริงคงจะเปิดเผยแล้วซินะ..” ร่างบางในชุดสีดำสนิทเอ่ยขึ้นอย่างเศร้าสร้อย ดวงหน้าสวยปนหวานเข้ากับดวงตาสีส้มทองดุจแสงตะวันทอดมองน้ำในบ่อที่เป็นสีดำสนิทลึกจนคนมองรู้สึกโหวงเหวงในใจราวกับจะดิ่งลงเหว “ไม่ว่ายังไง..ซักวันเรื่องนี้ก็ต้องถูกเปิดเผยอยู่ดี..” ชายผมสีดำสนิทยาวปรกปิดตาข้างเดียวเอ่ยพลางจับไหล่เล็กมนของร่างบางดึงเข้ามาโอบกอดแน่นให้ความอบอุ่น จมูกโด่งได้รุปสูดกลิ่นหอมดอกไม้อ่อนๆของเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มดุจไหม “แต่..ข้าเกรงว่า..เด็กคนนั่น..” “บอกแล้วไง..ว่าไม่ต้องห่วง..” มือหนาจับใบหน้าสวยของอีกฝ่ายให้หันมา ก่อนจะโน้มจุมพิตที่ริมฝีปากนุ่มเบาๆ นัยน์ตาสีดำสนิทสบตากลมโตคู่งามอย่างอ่อนโยน “เพราะเมฆา...จะปกป้องนภาชั่วนิรันดร์” ตามด้วยหยดน้ำหยดสุดท้ายที่เคลื่อยคลอเคลียกับใบหญ้า ก่อนจะร่วงหล่นกระทบพื้นตามหยดก่อนหน้านั้น ตี๊ง!!!!!!!! . . . . ภาพในจอแล็บท็อปฉายภาพการต่อสู้ระหว่าง ฮิบาริกับเจสก้าร์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา จนจบลงที่เจสก้าร์พาร่างสภาพเสียสติบ้าคลั่งของยามาโมโตะหายเข้าไปในหลุมดำ ปิ๊บ!! บรรยากาศภายในห้องทำงานของรีบอร์นยังคงอยู่ในสภาพเงียบสนิท ไม่มีใครเอ่ยพูดอะไรทั้งสิ้น ตามด้วยสีหน้าตึงเครียดของทุกคนที่ไม่ต่างกัน “อย่างที่เห็น..ถึงคุณฮิบาริจะเอาชนะได้ แต่นั่นเพราะอีกฝ่ายอยู่ในภาวะอารมณ์โกรธไม่ได้สติ..”โชอิจิพูดพลางเม้มปากแน่น แสดงถึงความกังวลและความเครียด “นั่นเป็นความโชคดีซินะ..ถ้าผู้พิทักษ์ที่ชื่อว่าเจสก้าร์เกิดใช้สติแล้วควบคุมสมาธิขึ้นมา..” นัยน์ตากลมโตของอัลโกบาเลโน่เหลือบมองนภาที่นั่งบนโซฟาสีแดงตรงข้ามกับเบียคุรัน ก่อนจะหันไปมองผู้พิมักษ์เมฆาที่ยืนนิ่งอยู่ข้างสึนะ “พวกเธอสองคน คงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้ยังไงล่ะ” ถ้อยคำโหดร้ายของเบียคุรันดังขึ้น สึนะกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว ปากอิ่มเล็กสีชมพูสั่นระริกด้วยความกลัว มือบางนุ่มกุมแน่นจนเหงื่อซึม “......” ฮิบาริไม่ตอบอะไร ยังคงแสดงสีหน้านิ่งเรียบจนเดาไม่ออกว่า ร่างสูงผมดำคิดเห็นสิ่งใดกับเรื่องนี้ สปาน่าฉีกอมยิ้มรสส้มขึ้นมาอมตามนิสัย ก่อนจะเดินไปจิ้มคีย์บอร์ดบนโน้ตบุ๊คอยู่นานสักพัก เรือนผมทองม้วนเดินถอยออกจากหน้าจอ ฉายให้เห็นหน้าต่างของพลังเกจสึนะตอนใช้แหวน “นี้คือแถบพลังงานที่แผ่ออกมาจากการใช้แหวนของวองโกเล่รุ่น 10 ส่วน ซึ่งมีพลังความบริสุทธิ์สูงมาก เห็นได้จากแถบสีส้มทองในเกจนี่ ถ้าเทียบเป็นตัวเลขก็ราวๆ 200,000” นิ้วเรียวจิ้มย้ำไปยังแถบยาวบนจอ พร้อมอธิบายด้วยเสียงเรียบและหน้าตานิ่งเป็นปลาตายท้องกลม แต่นั่นยังคงความน่ารักสดใสของหนุ่มคนนี้ไม่เปลี่ยน “เอาล่ะ..คราวนี้มาเปรียบเทียบกับทางฝั่งของเปโรสเซ่..” หนุ่มผมส้มยืนอยู่อีกฝั่งของแล็บท็อป นิ้วยาวกดปุ่ม enter ลงหนึ่งที หน้าต่างของเจสก้าร์ขึ้นมา พร้อมกำเกจพลังที่เคลื่อนที่เต็มจนสั่น ส่วนตัวเลขด้านล่างกลับเพิ่มๆลดๆไม่มีที่สิ้นสุด จนท้ายสุดแล้ว กลับโชว์สัญลักษณ์หนึ่งขี้นมา “นั่นมันอะไรนะ?” สึนะอุทานสงสัย “(∞) อินฟินิตี้งั้นหรอ..” ชายที่เงียบมาตลอดอย่างฮิบาริ พูดเสียงเย็นเชียบ ใบหน้าหวานเบือนจากภาพในคอมพิวเตอร์พกพาเบื้องหน้ามายังหนุ่มรุ่นพี่ด้วยสีหน้าฉงน “สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ไงเล่า เจ้าห่วยสึนะ..ถ้าแปลตรงตัวก็คือไม่มีขีดจำกัดนั่นและ” รีบอร์นอธิบายเสียงเขียวใส่กับสมองงี่เง่าเต่าตุนไม่มีใครเกินของลูกศิษย์ตัวเอง เด็กทารกต้องสาปนั่งอยูบนเก้าอี้นวมใหญ่ หน้าอ่อนเยาว์น่ารักสมวัย มองเบียคุรันด้วยสายตาที่โตเกินอายุ นัยน์ตาสีฟ้าใสมองตอบไวราวกับรู้ตัวว่าถูกจ้องมอง หนุ่มร่างสูงยกก้นจากโซฟายาวสีแดงในห้องยืนขึ้นโดยไม่ลืมคว้าถุงขนมมาชเมลโล่ของโปรดไว้ “พวกเธอคงรู้อยู่แล้ว สำหรับพวกเราแหวนถือเป็นพลังงานสำคัญที่ใช้ในการต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นแหวนวองโกเล่หรือแม้แต่มาเลริง..” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น นัยน์ตาสีอเมทริซ์เหลือบมองแหวนนภาของสึนะที่ห้อยเป็นสร้อยใส่ไว้ เรือนผมสีน้ำตาลขนลุกซู่ทันทีที่สบตาอยากแก่การหยั่งถึงความคิดของบอสมิลฟิโอเล่ มือเรียวบางยกขึ้นมากุมแหวนนภาโดยอัตโนมัติ พร้อมสายตาไม่ไว้วางใจ “ถ้ายิ่งบริสุทธ์เท่าไหร่ ก็จะยิ่งรุนแรงมากเท่านั้น ในกรณีของเปโรสเซ่น่ะ..ใช้พลังที่เกิดจากไฟออร่าในมนุษย์ ซึ่งเป็นธาตุทั้ง 4 โดยพื้นฐานคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ.. เพราะงั้นพลังถึงสามารถเพิ่มได้อย่างไร้ขีดจำกัดไงล่ะ” ชายผมสีงาช้างหัวเราะในลำคอขำขันกับสีหน้าของเด็กชายผมสีน้ำตาล และจิตสังหารของฮิบาริที่แผ่ออกมารุนแรงจนเห็นได้ชัด “นายต้องการใช้พวกเราจัดการเปโรสเซ่ใช่ไหมล่ะ?” รีบอร์นเอ่ยเสียงเย็นเชียบ “หึหึ สมเป็นอาจารย์ของสึนะโยชิคุง..น่าเสียดายนะ ถ้ามาเลริงไม่ถูกสภามาเฟียโลกยึดไป..ฉันก็คงจะจัดการนั้นได้ถนัดมือหน่อยแท้ๆ” มือหนาข้างซ้ายยกโชว์ขึ้น มือที่มักประดับแหวนสุดอันตรายไว้บนนิ้วกลาง แต่บัดนี้ได้ถูกสภามาเฟียโลก องค์กรที่จัดตั้งเพื่อรักษาความสงบสุขระหว่างมาเฟียยึดไป หลังจากพ่ายแพ้ในสงครามระหว่างมิลฟิโอเล่แฟมิลี่กับวองโกเล่แฟมิลี่ “งั้นตอนนี้..นายก็เหมือนคนธรรมดาซินะ..” สึนะพูดอย่างโล่งใจ ใจที่เต้นสั่นเกร็งด้วยความกลัวผ่อนคลายลงทันที “แต่ถ้าได้แหวนของเปโรสเซ่มา..นั่นก็อีกเรื่องใช่ไหม” ฮิบาริพูดเสียงเย็น นัยน์ตาคมกริบปราดมองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มร่างสูงวัย 20 ต้นๆ เรือนผมขาวยักไหล่ไม่ใส่ใจพร้อมรอยยิ้มฉีกกว้างจนเห็นฝันขาว “ก็น่าสนอยู่หรอกนะ แต่พลังอันตรายแบบนั้นไม่ไหวหรอก” คำตอบของเบียคุรันสร้างความมึนงงให้ทั้งสามคนในวองโกเล่แฟมิลี่ โชอิจิมองบรรยากาศที่เริ่มแสดงความไม่ไว้ใจกันและกันจนเหงื่อแตก จึงรีบโพลงแทรกขึ้นมาทันที “คืออย่างงี้ครับ..จริงอยู่ที่พลังของเปโรสเซ่นั่นบริสุทธิ์และรุนแรงมาก แต่..หากใช้โดยไม่คำนวณลิมิตความสมดุลของธาตทั้ง 4 ในร่างกายละก็...” “ร่างกายจะแตกสลายเป็นจุนในพริบตา..” เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยเอ่ยขึ้ย พลางเลียอมยิ้มรสส้มหมดอันพอดี . . . |
|
| Author: | blood_hana [ 16 Aug 2009, 20:28 ] |
| Post subject: | Re: [Fic] Fatal_FatE <1827>/8059/169/part30ค่ะ |
“อะไรกัน!!พลังอันตรายแบบนั้น..” สึนะโอดครวญท้อแท้ ใช่ว่าตัวเขาเองจะชอบพลังของแหวนมาเฟียที่ใช้ไฟดับชนทั้ง 7 เป็นชนวนจุด เพราะพลังและอำนาจแสนยิ่งใหญ่ ถึงได้เกิดการแก่งแย่งไม่มีที่สิ้นสุด สุดท้าย.. เรื่องแบบนี้จะจบลงเมื่อไหร่กัน!? “พวกแกจะช่วยพวกเรายังไง?” เมฆาของวองโกเล่เอ่ยถามขึ้น ทั้งสีหน้าเคร่งขรึมสงบเยือกเย็นไร้ที่ติ จนเบียคุรันยังอดชื่นชมในความเป็นผู้ใหญ่เกินวัยของเด็กหนุ่มตรงหน้า “อันนี้โชจังต้องกับสุดที่รักของเขาเป็นคนพูดแล้วล่ะ” นัยน์ตาคู่คมเหลือบมองสองหนุ่มวิศวะกรที่ยืนหน้าแดงอย่าเห็นได้ชัด “ทะ..ท่านเบียคุรัน!!!” หนุ่มแว่นแว๊ดใส่ชายผมขาวที่ยืนหัวเราะร่า ส่วนสปาน่าทำหน้านิ่งไปกดคีย์บอร์ดบนแล็บท็อป แต่ก็ไม่วายที่แก้มสีจะขึ้นสีอย่างเห็นได้ชัด “สำหรับวิธีเอาชนะแหวนของเปโรสเซ่นั่นมีอยู่แค่วิธีเดียว” สปาน่าที่ดูเหมือนจะเข้าเรื่องมากสุดเอ่ยดังขึ้น ดวงตาสีฟ้าครามใสสวยหมุนตัวกลับมาประจันหน้ากับสายตาของคนในห้องทำงานสุดหรูของนักฆ่าอันดับ 1 “คือต้องทำให้พลังของแหวนมีความบริสุทธิ์เหนือกว่า +A ให้ได้..” โครม!!!!!!!! ประตูไม้บานใหญ่ของห้องเปิดโพล่งทันที พร้อมร่างสีดำสองร่างในสภาพบาดเจ็บสาหัส “แซนซัส!!เลวี่!!” สึนะร้องเสียงหลง นัยน์ตาสีน้ำตาลกลมโตเบิกกว้างสุดขีดกับสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยแผลเหวอะจากรอยบาดทั่วทั้งตัว มีทั้งเชียวๆและบาดลึกจนเห็นเส้นเลือดแดงขยับ โดยเฉพาะผู้นำวาเรียที่อาการสาหัสมากจนเลือดกระอักออกจากปาก จมูก นัยน์ตาที่เบิกกว้างแม้จะไม่ได้สติ แต่ฉายแววความโกรธแค้นชัดเจน “คุณ..วอง..โกเล่” เลวี่ในสภาพบาดเจ็บแถมแบกร่างเลือดชุมตัวของนายตน เดินเข้ามาอย่างอ่อนแรง ก่อนขาทั้งคู่จะทรุดลงไปล้มนอนคว่ำกับพื้น ฮิบาริและสึนะรีบวิ่งเข้าไปดูของคนทั้งสอง แต่เบียคุรันไปถึงไวกว่า ร่างสีขาวทรุดลงไปนั่งข้างคนทั้งสองที่ไร้สติโดยไม่เกรงกลัวเลือดอุ่นๆที่ไหลออกมาเป็นวงกว้างเปรอะพื้นปูพรมสีแดงในห้อง มือหนาจับที่ต้นคอของคนทั้งสองอยู่นาน ก่อนจะชักมือกลับ “ยังไม่ตาย...แต่ชีพจรเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ” รีบอร์นสบตากับโชอิจิ หนุ่มแว่นพยักหน้าอย่างเข้าใจและรีบใช้ขายาวของตนวิ่งออกไปจากห้อง “เดี๋ยวอีกสักพักหน่วยแพทย์ของวองโกเล่ในฐานทัพคงมา ตอนนี่ให้โชอิจิไปตามแล้ว..” เสียงใสกังวานเอ่ยพูด เพราะจากสภาพร่างกายตอนนี้ ขืนย้ายร่างหรือแบกไป จะทำให้เลือดออกมากขึ้น แถมจากรูปแบบแผลก็ฉีกขาดง่ายอีก ดีไม่ดี อาจตายเลยก็เป็นได้... “คุณฮิบาริ...ฝีมือ แล้วก็แผลแบบนี้..มัน..” ร่างเล็กเขยิบตัวเข้าไปใกล้ชายรุ่นพี่ ด้วยความรู้สึกกลัว เรือนผมดำจับมือนุ่มนิ่มของสึนะไว้แน่น “คาน่อน เดอ คิลเลอร์..” นัยน์ตาสีอเมทริซ์ปราดมองไปยังสึนะกับฮิบาริทันทีด้วยแววตาบางอย่าง ก่อนจะกลับมายังผู้บาดเจ็บที่ส่งเสียงไอออกมาเป็นเลือด “แค่กๆ” เรือนผมดำสั้นเกรียนไอกระอักออกมาเป็นเลือด ดวงตาสีทับทิมดุดันกลับฉายแววเลือนลอยจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลยุ่ง ราวกับพยายามสื่อสารบางอย่างและรั้งสติของตัวเองให้มากสุด สึนะอ่านสายตานั่นออก จึงค่อยๆผละจากฮิบาริ เดินเข้ามาหาหัวหน้านักฆ่าหน่วยวาเรีย ก่อนจะทรุดนั่งลงข้างๆอีกฝ่าย มือแกร่งที่อ่อนแรงและเต็มไปด้วยแผลฟันเหวอะจนอาจฉีกขาดได้ทุก ฝืนขยับล้วงหยิบอะไรบางอย่างใต้ผ้าคลุมของตนและส่งให้สึนะ มือบางรับมันมาอย่างกล้าๆกลัว สิ่งที่พบคือกระดาษเก่ากึกอายุราวๆ 100-200 ปี ขึ้นสีเหลืองกรอบและเปรอะเปื้อนเลือดของผู้ส่งมอบ ก่อนหมดสติลงไป “คุณหมอมาแล้วครับ!!” เสียงทุ้มของโชอิจิดังขึ้นทำให้เบียคุรัน สึนะ และฮิบาริ แตกวงออกจากร่างผู้บาดเจ็บ เปิดทางให้หมอและพยาบาลนับ 10 พาแบกขึ้นรถเข็นอย่างเบามือที่สุด พาออกไปรักษาในส่วนการแพทย์ของ วองโกเล่ในฐานลัพ นัยน์ตาสีน้ำตาลกลมโตมองร่างของวาเรียทั้งสองหายไปจนลับตา แล้วกลับมายังกระดาษเก่ากึกนั่น ขณะที่นิ้วเรียวพยายามจะคลี่กระดาษปริศนาที่แซนซัสส่งให้เปิดออก แต่เจ้าตัวกลับถูกรีบอร์นห้ามไว้ “กระดาษนั่นเอามาให้ฉัน ฉันกับอิเอมิสึจะตรวจสอบเอง...” สึนะมองกระดาษในมือสลับกับรีบอร์นอยู่นาน ก่อนตัดสินใจทำตามคำสั่งอาจารย์สอนพิเสษของตัวเอง “วันนี้พอแค่นี้ก่อน สึนะกับฮิบาริกลับไปก่อน โชอิจิกับสปาน่าอยู่ตรวจสอบข้อมูลที่นี้กับฉัน..ส่วนนาย...” “เรื่องที่อยู่นะฉันมีอยู่แล้ว..ใช่ไหมสึนะโยชิคุง..” หนุ่มผมขาวเอ่ยเสียงหวานใส่จนน่าขนลุก แถมยังส่งยิ้มชวนละลายมาอีก ทำเอาฮิบาริเลือดขึ้นหน้าทันที “บ้านฉันไม่ต้อนรับแก..เจ้าสัตว์กินพืชหัวหงอก..” สึนะหัวเราะแห้งๆกับคำดักทางของอีกฝ่าย แต่อันตัวเขาเองก็แค่คนอาศัยเหมือนกัน ยังไงก็ต้องเกรงใจเจ้าของบ้านอยู่ดี... “ใจร้ายจังเลย...แต่ฉันไม่ได้พูดซักคำเลยนะว่าจะขออาศัยที่บ้านฮิบาริคุง..” หน้าคมคายยิ่งกว่าเทพบุตรเปื้อนยิ้มอารมณ์ดี ขายาวใต้กางเกงแสลตสีขาวซึ่งบัดนี้เปื้อนเลือดของแซนซัสก้าวเดินมากระซิบข้างหูของร่างเล็กด้วยถ้อยคำบางอย่าง ฟั่บ!!!!! “ว้า...อารมณ์ร้ายจังน้า..ฮิบาริคุง หรือเป็นเพราะนิสัยหวงของกันแน่..” เบียคุรันเขยิบถอยหลังทัน ใบหน้าหล่อเหลาจึงไม่โดนอาญาทอนฟาที่ผ่าเหล่าเข้ามากั้นระหว่างสึนะกับเบียคุรัน “ถ้างั้น..ฝากด้วยนะสึนะโยชิคุง..”หนุ่มผมขาวฉีกยิ้มอารมณ์ดีจนเห็นฟันขาว พลางโบกมือรำลาอีกฝ่าย ก่อนจะเดินออกไปจากห้องทำงานของรีบอร์น.. แม้บุคคลสุดอันตรายออกไปจากห้องแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าบรรยากาศทะมึนจะยังไม่หมดแค่นั้น เมื่อตาสีนิลตวัดมองเค้นความจริงจากสึนะที่พยายามกระดืบเดินหนีออกไป “จะไปไหน!!” สึนะสะดุ้งโหยงสุดตัวกับเสียงตะคอกดุดัน หน้าหวานพยายามหันมาฉีกยิ้มแห้งกับฮิบาริ รีบอร์นสปาน่าและโชอิจิมองหน้ากันอย่างเข้าใจ และเริ่มทยอยเดินออกจากห้องโดยไม่แยแสต่อสายตาเว้าวอนของวองโกเล่รุ้นที่ 10 “รีบอร์น!!จะไปไหนนะ!!” “จะไปดูอาการเด็กที่อิเอมิสึเก็บมาได้หน่อยนะ ยังไงนายสองคน..” “ฉันไปด้วยนะ รีบอร์น!!” ร่างบางโพล่งเสียงดังและรีบปรี่วิ่งเข้าไปยืนข้างอาจารย์สอนพิเศษทันที คิ้วเล็กๆบนใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กต้องสาปมุ่นลงหน่อยๆกับท่าทีหนีเอาตัวรอดจากเมฆาแห่งวองโกเล่ ที่ตอนนี้เจ้าตัวคู่กรณีทำหน้าหงิกเป็นยักษ์อย่างเห็นได้ชัด |
|
| Page 25 of 28 | All times are UTC + 7 hours |
| Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group http://www.phpbb.com/ |
|