..จุดจบของจุดเริ่มต้น....นั่งอยู่บนขอบหน้าต่าง ตั้งแต่เมื่อคืน
บุหรี่ม้วนสุดท้ายหมดแล้ว หมดไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้
รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังว่างเปล่า
หันกลับไปมองเตียงนอนแล้วถอนหายใจเบาๆ
ทำไมต้องรัก? ถ้ารักแล้วเจ็บ อย่ารักเลยจะดีกว่า
แสงแดดเริ่มทอแสงบอกถึงวันใหม่
ใต้กลีบขอบเมฆสีดำเห็นแสงสีทองจางๆโผล่พ้นออกมา
เพียงแค่นั้นน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ทั้งคืนก็ไหลออกมาไม่หยุด
เดินลงมาข้างล่างด้วยจิตใจที่เงียบเหงา
มองเห็นโซฟาอันใหญ่มีผ้าห่มกองสุมๆกันอยู่
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าออกไปตั้งแต่ตอนไหน
เดินเข้าไปจัดหมอนและผ้าห่มให้เข้าที่ก่อนจะเดินเข้าครัว
อาหารอยู่บนโต๊ะ แกะโน้ตสีเหลืองที่ติดอยู่บนขอบประตูออก
แล้วขย่ำลงถังขยะ
เห็นขนมปังปิ้งขอบไหม้ กับไข่ดาวที่ยังไม่สุกถูกว่างเอาไว้
พร้อมแก้วกาแฟที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น
ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจทำให้หรือเปล่า
เหม่อมองเพราะใช้ความคิดอยู่นาน
ใช้มือบางหยิบแล้วกาแฟแล้วเดินไปที่ซิงค์ล้างจาน
เทกาแฟสีดำลงไปจนหมด
เปิดน้ำในก๊อกแล้วล้างแก้วใหม่
ก่อนจะเริ่มชงกาแฟกินเอง
นั่งมองแก้วที่บรรจุน้ำสีเหลืองอำพัน
ก่อนจะกระดกขึ้นรวดเดียวหมด
ไม่รู้ว่ามานั่งอยู่ตรงนี้นานเท่าไหร่แล้ว
รู้เพียงอย่างเดียวว่ายังไม่อยากกลับไป
รู้ดีว่าเขาทำผิดมหันต์จนยากแก่การให้อภัย
เขารู้ดี เพียงแค่เห็นสายตาที่เจ็บปวดคู่นั้นมองมา เขาก็รู้ดี
“อีกแก้ว” กระแทกแก้วลงแรงๆพร้อมกับออกปากสั่งบาร์เทนเดอร์
นั่งอยู่ตรงมุมอยู่นาน รู้ดีว่าทำอย่างนี้มันไม่เหมาะสม
จะผิดผิดมากมั้ย? ที่เขาเป็นเป็นห่วง
เห็นแผ่นหลังกว้างเริ่มโงนเงน จนต้องลุกขึ้นไปดู
กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนจนต้องยกมือขึ้นปิดจมูก
มองดูร่างสูงที่กำลังซดเหล้าแทนน้ำอย่างบ้าคลั่ง
เอื้อมมือไปจับมือใหญ่เป็นสัญญาณบอกให้หยุด
สบตากับดวงตาสีน้ำตาลที่เยิ้มฉ่ำ
คล้ายกับวันแรกที่เขาเจอกัน ที่นี้ ตรงนี้ เหมือนวันนี้
“แกเมา” พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เชิงตำหนิ เห็นอีกฝ่ายยิ้มกว้าง
“ฮายาโตะ” เซถลาไปนิด เมื่อร่างใหญ่เอนตัวซบลงบนหน้าอกของเขา
ยืนนิ่งมองกลุ่มผลสีดำนั้นอยู่นาน
ไม่ใช่! เขาไม่ใช่!
อยากจะบอกไปแบบนั้น
หากแต่ทำไม่ได้
ยกมือขึ้นลูบหัวคนตรงหน้าเบาๆ
รู้สึกถึงน้ำอุ่นๆที่กำลังไหลผ่านเสื้อของเขา
“ฉัน ฮิบาริ เคียวยะ”
จอดรถอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่
ดวงตาสีนิลมองคนเมาที่กำลังหลับสลับกับตัวบบ้านอย่างหนักใจ
เห็นปิดไฟกันหมดคงไม่มีคนอยู่
ลงไปเปิดประตูรั้วแล้วกลับเข้ามานั่งในรถ
ตัดสินใจหักพวงมาลัยเข้าไปในตัวบ้าน
แล้วลากร่างสูงออกมาอย่างทุลักทุเล
ใช้เวลาอยู่นานเพื่อไขกุญแจ
เมื่อประตูเปิดออกจึงค่อยไปประคองคนที่คอพับอยู่ข้างๆประตูเข้าไป
ทิ้งอีกฝ่ายลงบนโซฟาใหญ่
พร้อมกับยกมือขึ้นปิดจมูก
มองดูเสื้อผ้าตัวเองที่เปรอะไปด้วยคราบอ้วกอย่างหนักใจ
ตัดสินใจเดินเข้าไปค้นหาผ้าขนหนูในตัวบ้านอย่างวิสาสะ
อ่างน้ำพลาสติกที่หาได้จากห้องครัวกับผ้าขนหนูที่แกะออกมาใหม่ในชั้นเก็บของถูกว่างไว้บนโต๊ะ
ลงมือถอดเสื้อให้อีกฝ่ายแล้วเริ่มเช็ดตัวให้ จนเสร็จ
เดินกลับเข้าไปในห้องครัวอีกครั้ง
เปิดน้ำในซิงค์ล้างจานแรงๆแล้วเริ่มล้างเสื้อของตัวเองบ้าง
ถอนหายในในความมืดเบาๆ เมือล้างคราบออกจนเสร็จ
หมุนตัวกลับเพื่อจะออกไป แต่แล้วต้องสะดุดกับอาหารที่ว่างไว้บนโต๊ะ
“นายมาที่นี้ได้ยังไง?” หันไปตามต้นเสียงที่สลึมสลือ
เห็นร่างสูงเดินเข้ามาในครัวทั้งที่ยังไม่ใส่เสื้อ
“แกเมา เลยมาส่ง” ตอบออกไปแค่นั้นแล้วหันมาพิจารณาอาหารในจานต่อ
ขนมปังขอบไหม้ กับไข่ดาวที่ยังไม่สุก ใช้มือแตะลงไปเบาๆ ก็รู้ว่ามันเย็นชืด
“อ๋อ นั้นฉันทำเองแหละ สงสัยเขาคงไม่ยอมกิน”
น้ำเสียงติดตกดังมาจากข้างหลัง
แสงไฟจากตู้เย็นทำให้วิสัยทัศในการมองเห็นดีขึ้นมานิดหน่อย
“มันไหม้ แล้วไข่ก็ไม่สุก” บอกออกไปขณะที่สติกำลังเลือนลอยไปใกลกับคำว่า
..เขา...“ฮะๆ งั้นหรอ อุตสาห์ตั้งใจทำเลยนะนี่ มิน่าแหละถึงไม่ยอมกิน”
แต่ถ้าเป็นฉัน ฉันจะกินนะ ตอบอยู่ในใจอย่างเงียบๆ เพราะรู้ดีว่าไม่ควรพูอออกไปอย่างนั้น
“เอ้ ทำไมเสื้อนายเปียกแบบนั้นล่ะ?”
เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้ๆตัว ค่อยๆหันหน้าไปสบตากับคนที่ตั้งคำถาม
“แกอ้วก” บอกพร้อมกับชี้ไปที่กะละมังที่อยู่บนโต๊ะในห้องนั่งเล่น
ยามาโมโตะเกาหัวแก้เขิน แล้วพยายามฝืนยิ้มอีกครั้ง
“ไม่เห็นต้องลำบากเลย”
ไม่ลำบากหรอกนะ ไม่เลย ฉันเต็มใจเสมอ เงียบอยู่นานเพราะไม่รู้จะพูดอะไร
ได้ยินแต่เสียงแอร์ที่เปิดไว้ดังออกมา
“นายไปอาบน้ำเถอะ ค้างที่นี่ก็ได้ วันนี้เขาคง ไม่กลับมาแล้วละ”
ปฎิเสธไปสิ..บอกว่าไม่...รู้มั้ยสิ่งที่กำลังทำมันไม่ถูกต้อง เงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่สูงกว่าอีกครั้ง แล้วพยักหน้าเบาๆ
กลิ่นหอมอ่อนโชยมาแตะจมูก ซึ่งเดาว่าคงจะมาจากผ้าขนหนู
ฮิบาริ เดินออกมาจากห้องน้ำชั้นบน พร้อมกับเสื้อผ้าตัวใหม่
“นึกว่าจะใส่ไม่ได้นะนี่ ถึงมันจะหลวมไปหน่อยก็เหอะ”
หลุบตาลงต่ำเมื่อได้ยินคำพูดของร่างสูง
ยกมือขึ้นมาดูเห็นแขนชุดนอนที่เขากำลังใส่มันยาวเลยข้อมือของเขาไปนิด
ก็อย่างว่าของที่ไม่ใช่ของของเขา ยังไงมันก็ไม่เหมาะกับตัวเขา
เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าคนที่เชื้อเชิญให้เขาขึ้นมาข้างบนที่นั่งอยู่ปลายเตียง
แล้วทรุดนั่งลงข้างๆ กวาดสายตามองรอบๆห้อง มีทีวีตัวใหญ่อยู่ตรงหน้า
ตรงหน้าต่างมีโต๊ะเล็กๆและที่เขี่ยบุหรี่ พลันสายตากลับไปสะดุดรูปบนหัวเตียง
รูปที่ถ่ายคู่กันในกรอบไม้รูปหัวใจ เห็นรอยแตกนิดๆตรงริมขอบ
“ถ่ายนานแล้วน่ะ…ใช่ มันนานมากแล้ว”
ได้ยินเสียงทุ้มดังมาจากข้างหลังเหมือนกับรำพึงรำพันกับตัวเอง
ช่างเป็นน้ำเสียงที่แผ่วเบาเหลือเกิน หันกลับมาจ้องหน้าคนพูด
จ้องลึกลงไปในดวงตาสีน้ำตาลที่กำลังสั่นระริก
สะดุ้งเอนนิดๆเมื่อถูกซบลงบนอกอีกครั้ง
“กอดฉันหน่อยสิ”
ขมวดคิ้วไม่เข้าใจกับคำขอร้องที่แผ่วเบาปานเสียงกระซิบ
จะให้กอด…..แบบไหน?
“แค่กอดเฉยๆน่ะ ได้มั้ย?”
นึกชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะยกมือขึ้นโอบคอร่างสูง
หลับตาลงแล้วลูบแผ่นหลังเบาๆเพื่อปลอบประโลม
มีคำถามมากมายที่ผุดขึ้นในใจ
คนคนนั้นไปไหน?...แล้วเขากำลังทำอะไร?
กัดริมฝีปากตัวเองแรงๆเพื่อหยุดความคิด แล้วปล่อยเวลาให้ผ่านไปช้าๆ
ไม่อยากจะคิดอะไรอีกแล้ว
ขอได้มั้ย...แค่ตอนนี้เท่านั้น... แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ ....แล้วเขาก็จะไป
มองขึ้นไปบนหน้าต่างที่เปิดไฟ
แปลก?
ทำไมวันนี้เจ้านั้นถึงขึ้นไปข้างบน
มือเรียวหยิบบุหรี่และไฟแช็คอันใหม่ที่พึงออกไปซื้อขึ้นมา
ไม่น่ามาหมดตอนนี้เลย ต้องเสียเวลาเดินออกไปซื้อตั้งใกล้
พึมพำอยู่ในใจอย่างเงียบๆ ก่อนจะเปิดประตูรั้วเข้าไปในบ้าน
ไม่รู้ว่าเวลามันผ่านไปนานเท่าไหร่ที่พวกเขาทั้งสองยังอยู่ในท่านั้น
แต่ก็ไม่อยากจะพูดอะไร อยากจะปล่อยให้เวลาผ่านไป นานเท่านาน
~แกร๊ก~
“ทำอะไรกันน่ะ!”
เสียงประตูถูกเปิดออกพร้อมกับผู้ที่เข้ามาใหม่
รีบผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว แอบเห็นขอบตา
ของร่างสูงมีสีแดงนิดๆ
มือบางปล่อยให้บุหรี่ม้วนใหม่ล้นลงพื้น ทั้งที่พึงจุดขึ้น
รู้สึกแน่นที่หน้าอก มองดูร่างสูงด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไมต้องถอดเสื้อ
แต่เขาก็พอจะเข้าใจอะไรลางๆ เมื่อสบตากับดวงตาสีนิลของคนอีกคน
อยากจะเดินเข้าไปกระชากคอถามว่าทำแบบนี้ทำไม
แต่ขาของเขาก็ยังยื่นอยู่ที่เดิม
..เห็นผ้าเช็ดตัวของเขาที่ถูกใช้..
..ชุดนอนของเขาที่ถูกเอาไปใส่ ..
..เตียงนอนของเขาที่มีคนอื่นนั่งอยู่..
..และคนที่เขารักอยู่กับคนอื่น..
“ทำไม?” อยากจะแสดงความเป็นเจ้าของ
แต่เขาก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายคงไม่ต้องการ
สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดขึ้นใหม่ด้วยน้ำเสียงที่ขาดห้วง
เหมือนจะสกัดกั้นน้ำเสียงที่กำลังสั่น
“ขอโทษที่รบกวน”
ปิดประตูลงช้าๆแล้วหันหลังกลับ
เดินโซเซลงไปข้างล่างอย่างเงียบๆ
รู้สึกเหมือนดำดิ่งลงไปในหมาสมุทรกว้างจนหายใจไม่ออก
ถ้ารู้ว่ารักแล้วเจ็บตั้งแต่แรก เขาคงจะไม่เลือกที่จะมีความรัก
รีบผละออกจากคนตัวเล็กกว่าอย่างไม่คิดชีวิต
แล้ววิ่งตามอีกคนลงไปข้างล่าง กร่นด่าตัวเองด้วยคำหยาบอยู่ในใจ
เขาทำผิดอีกแล้ว ไม่อยากจะหาข้อแก้ตัว และไม่อยากจะเถียง
แต่ความเฉยฉาของอีกฝ่ายที่ส่งมาให้ มันก็ทำให้เขาไม่แน่ใจ
...เขาเป็นฝ่ายที่รักข้างเดียวรึเปล่า?..เอื้อมมือไปคว้าแขนบางของคนที่เดินหันหลังให้อย่างรวดเร็ว
ตั้งใจจะคว้าเข้ามากอดเพื่อปลอบประโลม
แต่ก็ต้องหยุดชะงัก
เมือสบตากับดวงตาสีน้ำทะเลที่สงบนิ่ง
..คงมีแค่เขาคนเดียวที่เสียใจ?..“มีอะไร?”
น้ำเสียงราบเรียบและปกติ ถูกส่งออกมาจากปากบาง
ยามาโมโตะกรอกตาไปมาอย่างสับสน ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
“ขอโทษ”
หลับตาลงช้าๆเพื่อเก็บน้ำตาที่กำลังจะไหลเอาไว้
พร้อมกับแกะมือที่ของอีกฝ่ายออกจากแขน
“ขอโทษ? เรื่องอะไร?”
ถามด้วยน้ำเสียงที่เฉยชาเช่นเคย
ไม่เอาแล้ว...เขาไม่อยากฟังแล้ว
คำขอโทษหรือคำโกหกของคนที่หลอกลวง
..กี่ครั้งแล้วที่เขาต้องเสียน้ำตา..
..กี่ครั้งแล้วที่ต้องนอนกอดตัวเองทุกคืน..
...กี่ครั้งแล้วที่ต้องเผชิญหน้ากับความเหงา
ความอ้างว้างและความเปล่าเปลี่ยวเพียงลำพัง...
ไม่เอาแล้ว...ไม่เอาอีกแล้ว ...ถ้ารักแล้วเจ็บ....
ถอดหายใจออกมาอย่างช้าๆคล้ายจะปล่อยวาง
แล้วสบตากับดวงตาสีน้ำตาลอย่างแนวแน่
“เรา....เลิกกันเถอะ”Tbc.
ยังไม่จบนะ...แต่จบในภาคของจุดเริ่มต้น
เรื่องราวจริงๆกำลังจะดำเนินขึ้นหลังจากนี้
อ่า......ภรรยาบอกเลิกสามีแล้ว
เเล้วคุณสามีจะทำยังไง?
ว๊ากกกกกกกกก!!!!
ใครผิด บอกที ใครผิดดดด >.<
เป็นเพราะโกคุที่เฉยชา?
ท่านฮิที่มาทีหลัง?
หรือยามะที่ไม่น่าให้อภัย!!!
(อย่าเกลียดยามะนะ ><)
เหมือนจะเเต่งเรื่องบบนี้รุ่ง (รุ่งริ้งอะดิ)
สุดท้ายนี้ก็ขอโค้งงามๆเช่นเดิมสำหรับผู้อ่านทุกท่าน
แล้วก็คอมเม้นทุกคอมเม้นนะเจ้าคะ
^__________________________^