ขอใช้กระทู้เดียวสำหรับเรื่องสั้นไปเลยค่ะ
ตั้งหลายๆกระทู้แล้วมันแปลกๆชอบกล (ฮา)
รวบยอดในนี้เลยแล้วกันค่ะ
แปะเพื่อความสะดวก
Colored - ด้านล่างเลยค่ะ
Colored-Special
Closed
__________________________________________________________________________________
Colored
Main : 8059
Rate : NC-19
__________________________________________________________________________________
“พรุ่งนี้โดดเรียนกันเถอะ...”
เสียงจากปลายสายทำให้คนฟังต้องเอาเครื่องมือสื่อสารที่แนบหูอยู่ออกมาดูหน้าจอ เช็คเบอร์โทรเข้าให้แน่ใจว่าเขาอ่านชื่อไม่ผิด ทั้งที่ก่อนหน้านี้เช็คแล้วสองรอบถ้วนตอนที่มือถือมีสายเรียกเข้า เขานึกว่าตัวเองตาฝาดไปเสียอีก เพราะชื่อที่อยู่บนหน้าจอ เป็นชื่อที่มีความเป็นไปได้น้อยที่สุดที่จะโทรหาเขาก่อนนอน ถ้าไม่มีเรื่องฉุกเฉิน
“ฮัลโหล?? นี่แกยังฟังฉันอยู่รึเปล่า?”
เสียงโวยจากอีกฟากทำให้เขาต้องตอบรับไป ทั้งๆที่ยังอดคิดไม่ได้ว่า อีกฝ่ายอาจจะโทรหาผิดคน...
“พรุ่งนี้เจอกันเก้าโมงที่สถานีนะ ไม่ต้องเดินไปตรงโรงเรียนล่ะ” เสียงเจือหงุดหงิดย้ำเป็นรอบที่สอง กลัวว่าคนฟังจะเป๋อ ไปยืนรอเขาหน้าโรงเรียน ซึ่งนั่นไม่ดีแน่ถ้าเจอกับคณะกรรมการรักษาระเบียบนั่น....
“นี่แกยังอยู่ในสายรึเปล่าเนี่ย? พูดอะไรออกมาเป็นการตอบรับหน่อยสิเว้ย”
คนฟังสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกทำให้ออกจากภวังค์ความคิด เขาตอบรับอย่างงกๆเงิ่นๆก่อนอีกฝ่ายจะตัดบทและวางสายไป
ร่างสูงมองมือถือตัวเองอย่างงงๆ “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?...”
**
“ไอ้บ้า!!!!!”
เสียงที่ค่อนข้างดังออกมาจากริมฝีปากบาง ดวงตาสีเขียวขุ่นขึ้งเมื่อเห็นว่ามีคนยืนรอเขาอยู่ที่หน้าประตูบ้าน มือเรียวกุมขมับอย่างไม่รู้จะด่าว่าอะไรถึงจะเหมาะสม
“นี่แก...เมื่อวานไม่ได้ฟังฉันพูดเลยสินะ?” โกคุเทระกัดฟันกรอด มองร่างสูงที่ยืนมองเขาและหัวเราะออกมา
“โทษที แต่ฉันคิดว่าแบบนี้มันสะดวกกว่านี่นา” ร่างสูงหัวเราะแห้งๆ “ว่าแต่เราจะไปไหนกัน?”
คิ้วเรียวขมวดกันแทบเป็นโบว์ จากคำถามเมื่อกี้ทำให้รู้เลยว่า เจ้าโย่งนี่ไม่ได้ฟังที่เขาพูดเลยสักนิด.. ขี้เกียจจะพูดซ้ำพูดซากแล้วด้วย จึงมอบกำปั้นไปหนึ่งโป๊กกับคำพูดอีกประโยค
“ตามมาก็รู้เองแหละไอ้โง่เอ๊ย!”
ทั้งคู่เดินเข้าย่านการค้าประจำเมือง ผ่านร้านรวงมากมายที่ยังไม่เปิดให้บริการ เวลาตอนนี้เพิ่งจะเก้าโมงกว่าๆเท่านั้นเอง คนเตี้ยกว่าจึงตัดสินใจเข้าไปหาอะไรเป็นมื้อเช้าที่ร้านฟาสฟู้ดที่เปิดให้บริการแต่เช้า
ร่างสูงราวกับรู้หน้าที่ เดินไปเคาน์เตอร์สั่งของกินพร้อมจ่ายค่าอาหารเป็นการง้อโดยทันที แน่นอนว่าไม่ได้ผลหรอก เพราะอีกฝ่ายไม่ได้งอนเขาตั้งแต่แรกแล้ว
กระเป๋านักเรียนสีน้ำเงินเข้มถูกเปิดคุ้ย มือเรียวหยิบกระดาษสีนวลคล้ายกระดาษเมโม่ ออกมาดูพลางงึมงำอะไรอยู่คนเดียว ทำให้อีกคนอดจะถามออกมาไม่ได้
“อะไรเหรอโกคุเทระ?” ยามาโมโตะยื่นเฟรนส์ฟรายชิ้นยาวใส่ปากเจ้าตัวที่ยังจดจ้องอยู่กับกระดาษในมือ
ดวงตาสีเขียวเหลือบขึ้นมองคนอยากรู้ ปากงับสิ่งที่ส่งให้อย่างลืมตัว พูดอุบอิบทั้งๆที่ยังเคี้ยวอยู่ “ก็ตารางวันนี้ไงล่ะ เจ้าหัวเบสบอล! เมื่อคืนฉันพูดให้แกฟังตั้งสองรอบ ไม่หัดฟังใส่กะโหลกกลวงๆของแกมั่งล่ะ?”
“ไหน?” มือใหญ่หมายคว้ากระดาษแต่โดนหลบทัน จึงได้แต่หัวเราะแห้งๆอย่างเสียดาย ว่าจะตัดพ้อแต่ก็ดันเห็นสีหน้าแดงระเรื่อนั่นเสียก่อน ทำให้ลืมไปหมดว่าตัวเองอยากจะพูดอะไร
“อะไรเล่า!” โกคุเทระโวยวายเมื่อเห็นสายตาจ้องแบบไม่เกรงใจ เจ้าตัวเก็บกระดาษลงกระเป๋ากางเกง หยิบเฟรนส์ฟรายใส่ปากแก้เขิน
“เปล่า...ก็แค่....” ริมฝีปากหยุดอยู่แค่นั้นแล้วก็ยิ้มกลบเกลื่อน หยิบแฮมเบอร์เกอร์เนื้อใส่ปากตัวเอง เห็นได้ชัดๆว่าหน้าบาน
ก็แค่...ถูกความน่ารักของนายหยุดเอาไว้เท่านั้นแหละ.....
ไม่ทันไรเวลาก็ผ่านไป ผู้คนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ ร้านรวงทยอยเปิดกันมากมาย นั่นรวมถึงห้างสรรพสินค้าด้วย
โกคุเทระเสนอให้ไปห้างสรรพสินค้าแหล่งใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากที่ทานมื้อเช้า พอถูกร่างสูงถามว่าจะไปซื้ออะไร โกคุเทระก็เงียบไปพักหนึ่ง มือคว้ากระเป๋านักเรียนขึ้นสะพาย ดวงตาระริกมองออกไปไกล พูดเสียงเบาๆด้วยริมฝีปากที่แทบไม่ขยับ กว่ายามาโมโตะจะประมวลผลจากการอ่านริมฝีปากได้ ร่างบางก็เดินนำไปพอควรแล้ว
“เราไปดูหนังกันเถอะนะ....”
**
แม้ว่าจะวางแผนไว้ล่วงหน้า ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีรอบหนังอย่างที่คาดหวังเอาไว้ เรื่องที่ทั้งคู่อยากดูมีรอบแรกตอนเที่ยงวัน ซึ่งนั่นจะทำให้โปรแกรมของวันทั้งวันเปลี่ยนไปได้
ร่างบางถอนหายใจ แม้จะเสียดายแต่ก็ต้องตัดใจ เขาไม่อยากเสียแผนที่วางไว้ ดวงตากราดมองโปรแกรมภาพยนตร์ที่มีรอบตรงตามเวลาที่คาดไว้แล้วก็ถอนหายใจอีกครั้ง
"อ๊ะ..." เสียงทุ้มร้องขึ้นเมื่อเห็นหนังเรื่องหนึ่งมีรอบเข้าฉายในอีกสิบนาทีข้างหน้า โกคุเทระกราดตามองทันที
"เฮ้ย..." คิ้วย่นชนกันอีกครั้งและอีกครั้ง มองชื่อหนังแล้วหันไปมองคนข้างๆก็ต้องละเหี่ยใจ "นี่แก...อย่าบอกนะว่า..."
ร่างสูงส่ายหน้าดิก โบกมือเป็นพัลวัน "ไม่ใช่อย่างนั้น แค่เห็นชื่อเรื่องมันน่าสนใจเท่านั้นแหละ"
โกคุเทระถอนหายใจกับนิสัยของคนข้างตัว
เป็นแบบนี้ทุกที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ยอมให้เขาเสมอ...
ทำไมถึงไม่ยอมเอาแต่ใจบ้างล่ะ?
"เฮ่อ...." โกคุเทระเหลือบตามองสบใบหน้าที่ยิ้มเจื่อนๆให้เขา "จะดูไหมล่ะ? ดูก็ได้นะ"
"อ่า...อย่าเลยดีกว่า เซ็งเปล่าๆน่า" ยามาโมโตะหัวเราะ คว้าแขนบางดึงไปทางอื่น "เราไม่ดูก็ได้นี่นา ไปหาอย่างอื่นทำก็ได้"
โกคุเทระทำหน้ามุ่ยใส่แผ่นหลังกว้างที่เดินนำหน้าเขาอยู่
ถ้าพูดกันตามจริงแล้ว เขาก็ไม่ได้อยากดูหรอกนะ ไอ้เรื่อง 'สู่โคชิเอ็ง!' บ้าบออะไรนั่น
แต่ถ้าเพียงหมอนั่นรั้นสักหน่อย...เขาอาจจะรู้สึกดีมากกว่านี้ก็ได้ (แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปดูหนังบ้าบอนี่หรอกนะ)
"นายจะไปเดินดูอะไรรึเปล่า?" ร่างสูงหันไปถามยิ้มๆ เขาชะลอฝีเท้าเพื่อที่จะเดินข้างๆแทนที่จะเดินนำ
"ก็เรื่อยๆนะ นายล่ะ?" โกคุเทระสังเกตได้ว่ามืออุ่นที่คว้าแขนเขาตอนนี้กลายเป็นจับมือไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้...ก็นะ...ช่างมันสักวันแล้วกัน
"ไม่มีอ่ะ แล้วแต่นายดีกว่า"
โกคุเทระมองแล้วก็อยากถอนหายใจเป็นรอบที่สามล้าน เอาเหอะ..นิสัยก็เป็นมาอย่างนี้ตั้งนานแล้วนี่...
ทั้งคู่จึงเข้าสู่โหมดเรื่อยเปื่อย เดินดูอะไรไปเรื่อยๆ ไม่ได้เจาะจงอะไรเป็นพิเศษ
ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องเขียน อุปกรณ์การเรียน ของเล่น แผนกกีฬา กิฟท์ชอป เครื่องหนัง
เรียกง่ายๆว่าเดินไปทั่ว
"ตกลงว่านี่เราไม่มีจุดหมายเหรอ?" ยามาโมโตะดึงมือเล็กให้สนใจที่เขาพูดแทนที่จะสนใจตุ๊กตาหน้าตาประหลาดนั่น
"เฮ้...ซื้อตัวนี้ให้รุ่นที่สิบดีไหม?" โกคุเทระจับหัวตุ๊กตาตัวนั้นขึ้นมา ยื่นไปทางใบหน้าเหรอหรา
"ฮะ ฮะ มันก็น่ารักดีนะ สึนะต้องชอบแน่เลย" ยามาโมโตะขยี้หัวตุ๊กตาผมปุยเล่นอย่างมันส์มือ แล้วก็ดันเหลือบไปเห็นสีหน้าบอกไม่ถูกของคนถือ "โกคุเทระ?"
ร่างบางมองยามาโมโตะนิ่ง นิ่งเสียจนคนถูกมองอดคิดไม่ได้ว่าเขาทำอะไรผิดไปรึเปล่า
"โกคุเทระ..." ยามาโมโตะเลิกสนใจตุ๊กตา เขามองผ่านมันไปยังเจ้าของชื่อ มือที่ใช้ขยี้เล่นตุ๊กตาจับเขาที่ดวงหน้าใสแทน "ฮายาโตะ?"
โกคุเทระหลบตาเขา ใบหน้าขึ้นสี "ค...ใครใช้ให้นายเรียกชื่อกันห๊ะ?"
ยามาโมโตะหัวเราะ นิ้วโป้งไล้ใบหน้าเนียนอย่างเผลอไผล "ก็เห็นนายนิ่งไปเลยนี่ เรียกก็ไม่ตอบด้วย"
นั่นเป็นเพราะรอยยิ้มของนายต่างหากที่หยุดสายตาฉันเอาไว้...
"อ๊ะ...เพิ่งนึกขึ้นได้ล่ะ" ยามาโมโตะทำตาวาว "มันมีร้านไอติมเปิดใหม่อยู่น่ะสิ นายต้องชอบแน่ๆเลย"
โกคุเทระโยนตุ๊กตาเก็บเข้ากองอย่างลวกๆ อดน้อยใจไม่ได้ "ฉันไม่กินไอติม...จำไม่ได้หรือไง"
"ฉันจะลืมเรื่องของนายได้ไงล่ะ?" ยามาโมโตะเดินเข้าไปกอดคอ ยิ้มให้กับอาการน้อยใจแบบออกนอกหน้า "แต่ฉันคิดว่านายต้องชอบมันแน่ๆ เพราะงั้นเราไปกินกันเถอะนะ"
โกคุเทระเดินไปตามแรงจูงอย่างไม่เข้าใจเท่าไรนัก
เขาไม่นิยมของหวาน แล้วทำไมเขาถึงจะชอบไอติมที่ร่างสูงจะพาไปกินได้ล่ะ?
ร้านไอศกรีมเต็มไปด้วยผู้คน ทั้งนั่งกินในร้านและซื้อเดินกินมากมายด้วยความที่อากาศที่ร้อนอบอ้าวกว่าทุกวัน
ร่างสูงซื้อไอศกรีมมาสองถ้วย ถ้วยหนึ่งเป็นรสที่เขาชอบ ไอศกรีมเนื้อนุ่มเต็มไปด้วยทอปปิ้ง มาชเมลโล่ ชอกโกเลต คาราเมล คุกกี้แอนด์ครีม ขณะที่อีกถ้วยเป็นผลไม้สีแดงสดราดด้วยนมข้นหอมหวาน
"ลองกินดูนะ" ยามาโมโตะส่งถ้วยให้ โกคุเทระมองอยู่สักพักจึงยอมตักไอศกรีมเข้าปาก
เนื้อสตอเบอร์รี่ฉ่ำสดเข้ากันได้ดีกับนมข้น เนื้อไอศกรีมละเอียดรสนมสดละลายในปากแทบจะในทันที ไม่มีรสชาติหวานเหมือนไอศกรีมทั่วไป
โกคุเทระมองคนที่นั่งยิ้มอยู่ฝั่งตรงข้าม
"ชอบรึเปล่า?" ใบหน้าที่พยักลงเล็กน้อยเป็นการตอบรับทำให้คนพามาอารมณ์ดีมากขึ้น "ไหนชิมมั่ง..."
ช้อนที่ตักค้างอยู่ในมือถูกคว้ายื่นไปทางร่างสูงที่โน้มลงมากินไปพอดี
"อ๊ะ..." โกคะเทระอุทานเมื่อชิ้นเนื้อสตอเบอร์รี่หล่นลงจากช้อน มือบางรองเอาไว้ทันพอดี นมข้นฉ่ำชิ้นเละมือเขา "กินดีๆสิไอ้..."
ยามาโมโตะกินชิ้นเนื้อสตอเบอร์รี่ที่อยู่บนมือขาว ริมฝีปากจูบประทับมือ ลิ้นอุ่นลิ้มเลียรสนมข้น เขาเหลือบตามองเจ้าของมือไหวสั่นแล้วยิ้มให้
"เสียดาย..."
เพียงเท่านั้นโกคุเทระก็ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ก้มหน้าตักไอศกรีมเข้าปากไม่พูดไม่จา เขารู้ความหมายของสายตาและรอยยิ้มแบบนั้น สิ่งที่ทำให้เขาต้องรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า
เสียดายที่ไม่ได้อยู่กันสองคน...
**
แดดจัดส่องลงอย่างไม่ปราณี ร่างสูงเห็นอีกฝ่ายที่เดินเหงื่อโทรมกายแล้วก็หัวเราะออกมา
ตัวเขาเองน่ะค่อนข้างชินแล้ว เพราะเคยทั้งซ้อมกลางแจ้งและในร่ม ฝนตกก็เคยมาแล้วทั้งนั้น แต่สำหรับโกคุเทระคงจะไม่ใช่ คิ้วที่ขมวดแน่น ริมฝีปากอุบอิบบ่นสาปแช่งดวงอาทิตย์ไม่หยุด
ยามาโมโตะจึงพาเดินไปยังห้องพักนักกีฬาที่อยู่ในอาคาร ซึ่งมีล็อคเกอร์สำหรับเก็บของให้เช่า ภายในห้องเงียบสนิทและเย็นชื้น แสงสลัวๆลอดมาจากหน้าต่างที่ฝุ่นจับหนา ด้านในมีห้องน้ำแยกเป็นสัดส่วน
ร่างสูงวางเป้ลงบนเก้าอี้ยาวหน้าล็อคเกอร์ มือล้วงกระเป๋าหาเศษเหรียญสำหรับหยอด
"ทำไมต้องเช่าด้วยล่ะ?" โกคุเทระถาม ดวงตามองสำรวจรอบห้องก่อนจะนั่งข้างเป้ของร่างสูง
"ไม่งั้นจะเอาไว้ไหนล่ะ?" ยามาโมโตะตอบยิ้มๆ เขามองโกคุเทระที่จ้องเขา
"ไว้ที่ฉันไง ฉันก็อยู่นี่"
ยามาโมโตะเงียบไป เขามองคนตรงหน้าอย่างอึ้งๆแล้วหัวเราะออกมา
"อ...อะไรห๊ะ?" โกคุเทระตวาดแหว นึกทวนว่าตัวเองพูดอะไรน่าขำออกไปตอนไหน
"เปล่าๆ" ยามาโมโตะกุมท้อง "แค่ไม่คิดว่านายจะอยู่รอน่ะสิ"
"รอสิเจ้าบ้า! เมื่อคืนตอนคุยกันก็บอกแล้วไงเล่า!!" โกคุเทระตวาดแว๊ด คว้าเป้มากอดไว้เป็นเชิงบอกว่า ถ้าจะเช่าล็อคเกอร์ก็ใส่เขาเข้าไปในนั้นด้วยเลยก็แล้วกัน
"อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ..." ยามาโมโตะแนบมือกับใบหน้าไม่พอใจอย่างขำขัน "ถ้านายกอดเป้อยู่อย่างนั้น ฉันจะเอาของได้ไง?"
เท่านั้น ร่างบางถึงได้ยอมวางเป้ลงบนตัก ปล่อยให้มนุษย์เบสบอลคุ้ยเอาชุดวอร์มออกมา "ฉันไปรอข้างสนามได้รึเปล่า?"
ยามาโมโตะชะงักมือ เงยหน้าขึ้นมองอย่างประหลาดใจ...นี่เขาหูฝาดไปรึเปล่า?
"ข้างสนาม?? ข้างสนามมันร้อนนะ" ยามาโมตะพาดชุดวอร์มบนไหล่ "นายไปเดินเล่นที่ไหนก่อนก็ได้ ไม่อย่างนั้นก็ทิ้งเป้ฉันไว้แล้วกลับก่อนเลยก็ได้นะ"
"ฉันจะกลับกับนาย! เมื่อวานก็บอกไปแล้วไงเจ้าคนหูหนวก! นี่นายไม่ได้ฟังฉันเลยสินะ!!" โกคุเทระฮึดฮัด มองซ้ายมองขวาหาอะไรก็ได้ที่ใช้เขวี้ยงหัวคนตรงหน้าให้แตกได้ ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะมันยิ่งชวนปึ้ด "นี่เจ้า...!!!"
เสียงที่เข้าหูมีเพียงเสียงเชียร์จากภายนอกไกลๆ กับเสียงผู้คนมากมายที่เดินผ่านภายนอกที่คุ้ยเอาประเด็นการฝึกซ้อมมาคุยกันอย่างสนุกปาก
มือหนาแตะปลายคางอีกฝ่าย ริมฝีปากร้อนผ่าวขยับเปลี่ยนมุม ปลายลิ้นเข้ารุกเร้าแถมหยอกแต่ก็ไม่มากจนเกินไป แค่พอเรียกเสียงอืออาจากอีกคนได้ก็ค่อยผละริมฝีปากออกอย่างตัดใจ
"ท...ทำอะไรของแก...อ..ไอ้..." โกคุเทระจะลุกขึ้นโวยวาย ปลายนิ้วสากแตะที่ริมฝีปากเขายั้งการกระทำทั้งหมด
"ก็วันนี้นายน่ารักนี่นา..." ไม่พูดเปล่า ปลายจมูกโด่งยังแตะแผ่วเบาที่ดวงแก้มนิ่มด้วย "วันนี้ฉันจะตั้งใจซ้อมนะ ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อก่อน นายไปนั่งรอข้างนอกเลยก็ได้"
พูดยังไม่ทันจบดี โกคุเทระก็อุ้มกระเป๋าบนตักวิ่งออกไปซะแล้ว ทิ้งให้ร่างสูงยืนยิ้มอยู่คนเดียว
โกคุเทระวิ่งออกมานอกตัวอาคาร ดวงตาสีเขียวเบิกกว้าง เขาหยุดฝีเท้าก่อนถึงสนามซ้อมเบสบอลนิดเดียวเพื่อหอบเหนื่อย ทิ้งให้เวลาตัวเองตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
มือแตะที่ริมฝีปากตัวเอง เขายังรู้สึกถึงรสจูบนั่นอยู่เลย ทั้งที่ฝ่ามือเขา ปลายลิ้นที่เลียนมข้นลากไล้ตามเส้นลายมือของเขา
หัวใจราวกับจะหลุดออกมานอกอก มือทั้งสองข้างกุมหน้าอกไว้แน่น ความรู้สึกแบบนี้...มันดีแล้วแน่เหรอ?
สายลมพัดผ่านตัวเขาไป หัวใจยังคงเต้นรุนแรง ใบหน้าร้อนผ่าวอย่างรู้สึกได้
เขาไม่เคยคิดจะยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นตัวคนหรือความรู้สึกนี้
กลัวว่าตัวเองจะต้องแพ้มากกว่านี้
แพ้ต่อสายตาคู่นั้น แพ้ต่อรอยยิ้มนั้น
แพ้ต่ออ้อมแขนอันอบอุ่น แพ้ให้กับเสียงทุ้ม แพ้ให้กับคำพูดตรงไปตรงมา ทุกอิริยาบถ
ถึงพูดว่าจะไม่ปล่อยมือ แต่เขาก็ไม่อยากให้มันผูกมัด และฝ่ายที่จะถูกมัดเอาไว้...ไม่ใช่เขา
เขาเคยพ่ายต่ออ้อมกอดและประโยคข้างหูอันแสนจะอบอุ่น
กลัวเหลือเกินว่าจะขาดมันไม่ได้ กลัวว่าตัวเองจะรั้งอิสระของอีกฝ่ายไปจนหมด
ผูกชีวิตทั้งลมหายใจให้ขึ้นอยู่กับเขา
วันนี้แค่กะจะเอาใจนิดห