Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 409 posts ]  Go to page 1, 2, 3, 4, 5 ... 28  Next
Author Message
 Post subject: [Fic]Under the Dark Sky(XS) part 24 08-12-09!!
PostPosted: 15 Mar 2009, 00:18 
User avatar
Joined: 18 Mar 2008, 23:01
Posts: 452
Location: กลางใจเธอ~
ในที่สุดก็ได้เขียนฟิคจริงๆจังๆซักทีหลังจากรอมานาน สำหรับฟิคเรื่องนี้อยู่ดีๆก็ผุดขึ้นมาในสมองซะงั้น แล้วพอเริ่มเขียนก็ชักติดลมเลยเขียนไปเรื่อยๆ แต่จะจบยังไง จะยาวแค่ไหน จะสนุกมั้ย นั่นคนเขียนก็ไม่รู้เหมือนกันครับ555+ ถ้าอ่านแล้วรู้สึกยังไง ผมพิมพ์ผิดตรงไหนก็ช่วยรบกวนบอกกันด้วยนะครับ เพราะระยะนี้ผมชักเอ๋อไม่ธรรมดาแล้ว อีกอย่างเรื่องนี้ก็เป็นฟิคยาวเรื่องแรกที่แต่งอาจผูกเรื่องได้ไม่ดีนัก แต่ยังไงก็ขอฝากไว้ด้วยนะครับ
-----------------------------------------------
Title : Under the Dark Sky
Author : sey
Pairing : XS
Rate : ขึ้นๆลงๆตามอารมณ์คนเขียนเอาเป็นว่าตอนนี้ PG-13

บทที่ 1

นภาสีดำมืดไร้เมฆหมอกทอดตัวยาวสุดสายตา

นัยน์ตาสีวารีทอดมองผืนฟ้าเบื้องบนอย่างเหม่อลอย

ดวงจันทร์นวลทอแสงกระจ่างตาท่ามกลางความมืดมิดที่โอบล้อม

ฝ่ามือเรียวค่อยยกขึ้นวางแนบสัมผัสความเย็นของกระจกหน้าต่างใส

หมู่ดาราพรายพร่าง

ร่างโปร่งทรุดตัวนั่งลงที่ขอบหน้าต่าง เอนศีรษะซบพิงบานกระจก ปลายนิ้วเรียวยาวลดลงเชื่องช้า

...มันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?...

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ฉุดกระชากห้วงความคิดกลับคืน

"เข้ามา" เสียงอนุญาตดังแผ่วเบา หากสายตายังคงเบือนไปด้านนอกดุจเดิม

"ท่านแซนซัสมีคำสั่งให้ไปพบที่ห้องครับ ท่านสควอโล่" ร่างที่เปิดประตูเข้ากล่าวนอบน้อม

สายลมพัดให้ใบไม้เสียดสี

"อือ..เดี๋ยวตามไป ออกไปก่อนเถอะ"

ผู้เป็นลูกน้องมีทีท่าอึดอัดเล็กน้อย ก่อนละล่ำละลัก "อะ...แต่สั่งว่าให้ไปทันทีครับ"

ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจก่อนตัดสินใจลุกขึ้น "เข้าใจแล้วไปก็ได้"

ร่างของรองหัวหน้ากลุ่มและบริวารหายไปจากห้อง

ประตูบานหนาปิดลง

...นภาสีดำมืดทอดตัวยาวสุดสายตา...

................................................................................

"มีอะไรวะ,บอส?"

...คำถามโง่ๆ... แต่กระนั้นทุกครั้งที่เข้ามาเขาก็ยังคงถาม

...ด้วยหวังว่าสักวันจุดประสงค์ที่เขาถูกเรียกเข้ามาในนี้จะเปลี่ยนไป...

ร่างของนภาสีดำนั่งอยู่บนเตียงหลังกว้าง แม้ว่าตัวเขาจะก้มหน้าลงจนมองไม่เห็นสีหน้าของฝ่ายนั้น แต่เขาก็มั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้อารมณ์ดีแน่นอน

"ถอดเสื้อผ้าออกซะ" เสียงสั่งเรียบเรื่อยแฝงความเด็ดขาดอยู่ในที

ร่างโปร่งกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบก นิ้วเรียวค่อยๆเลื่อนขึ้นปลดกระดุมเสื้ออย่างเชื่องช้า พยายามยืดเวลาออกไปให้นานที่สุด

"ชิ!" มือหยาบใหญ่คว้ามือเรียวที่เพิ่งปลดกระดุมไปได้แค่เสื้อตัวนอก ก่อนเหวี่ยงร่างบางลงกับผืมเตียงอย่างรุนแรง

"ชักช้าชะมัด หึ! อยากให้ฉันเป็นคนถอดให้ใช่มั้ยล่ะ?" ริมฝีปากหนาบิดยิ้ม

"เปล่านะบอส!!" เพียงมือข้างเดียวและร่างใหญ่หนาที่ตามลงมาทาบทับ ทุกการเคลื่อนไหวก็ถูกหยุดตรึงอย่างง่ายดาย

"หุบปากซะไอ้สวะ"

เสื้อผ้าที่เหลือติดกายถูกกระชากออกแทบจะพร้อมกันในคราวเดียว

"หยุด!! บอส!" สควอโล่ประท้วง แต่เมื่อสายตาสบเข้ากับดวงตาสีโลหิตที่มองตรงมาราวต้องการแผดเผา ทุกอย่างก็พลันหยุดนิ่งคล้ายถูกดูดกลืน

ดวงตาสีฟ้าใสหรี่ปิด ร่างกายทอดลงยอมรับทุกสัมผัสจากท้องนภา

...เรื่องนี้มันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?...

................................................................................

วันนี้เป็นวันแรกแห่งการกลับสู่ปราสาทของเหล่าผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มวาเรียหลังจากศึกชิงแหวนจบลง ทำให้ปราสาทที่เคยเงียบเหงากลับมาอึกทึก

...ซะที่ไหนกันล่ะ...

ทุกคนตกอยู่ในสภาพที่แทบเรียกได้ว่าสะบักสะบอมสุดๆ

เบล ลุซซูเรียและมาม่อนแยกย้ายกันกลับห้องนอน ในขณะที่แซนซัสและสควอโล่จำต้องตรงดิ่งไปยังห้องทำงานเพื่อสะสางสิ่งที่ทิ้งเอาไว้ โดยมีเลวี่ติดห้อยไปด้วยอย่างไม่ต้องเรียก ทั้งๆที่มันควรจะเป็นแบบนั้นแต่แล้ว...

"ไม่ต้องตามมาไอ้ฉลามหัวเน่า" น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้นจากร่างตรงหน้า

คนถูกสั่งไม่ให้ไปมุ่นหัวคิ้ว เป็นความจริงที่ว่าแผลที่โดนฉลามกัดจะยังไม่หาย แต่เขาก็ไม่คิดว่าร่างสูงจะคิดถึงเขาหรอก แถมอีกฝ่ายเองก็อาการหนักไม่แพ้กันจะให้นั่งจัดการงานเอกสารคนเดียวนานๆนั้นคงเป็นไปไม่ได้

"อย่าพูดบ้าๆน่าบอส แกจะไปทำงานคนเดียวหมดได้ยังไง?"

"ไม่ต้องมายุ่งไสหัวไปซะ"

ร่างโปร่งกำมือแน่นอย่างหงุดหงิด ก่อนตวาดก้อง "จะเอาแต่ใจก็ให้มันน้อยๆหน่อยนะ!! ดูสารรูปตัวเองซะบ้าง!!"

หากคนถูกว่ากลับเพียงปรายหางตามอง

"เดี๋ยวฉันจะให้เลวี่มาช่วยแทน แกจะไปไหนก็ไปซะ"

บุคคลที่สามหันไปยิ้มเยาะให้ฉลามหนุ่มอย่างสะใจ ก่อนเดินตามผู้เป็นนายไป

"หึ! ไม่อยากเห็นหน้าฉันนักใช่มั้ยวะ!!? ไอ้บอสงี่เง่า!" เสียงตะโกนดังไล่หลังแล้วเจ้าตัวจึงเดินปึงปังกลับห้องไป

................................................................................

ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหงุดหงิด

ไม่ได้ต้องการจะไล่ แต่ระยะนี้เขารู้สึกไม่ค่อยพอใจนักเวลาที่เห็นวงหน้าหวานนั่น...

"งี่เง่า..." เสียงสบถดังลอดลำคอ มือหนายกแก้วบรรจุของเหลวสีอำพันขึ้นดื่ม

...อาจเป็นเพราะร่างโปร่งที่แบบบางเกินกว่าจะเป็นผู้ชาย

...อาจเป็นเพราะแววตาหยิ่งทระนงที่มองมา

...หรืออาจเป็นเพราะเส้นผมสีเงินยาวที่พาลตอกย้ำถึงความผิดพลาดของเขา...

แก้วว่างเปล่าถูกเติมเหล้าดีกรีสูงลงไปไม่ขาด มือใหญ่ยกแก้วเนื้อดีขึ้นแกว่ง นัยน์ตาสีสดมองของเหลวที่ค่อยหมุนวนแช่มช้า

...เป็นความรู้สึกเจ็บแปลกๆที่หน้าอกด้านซ้ายนี่หรือเปล่า...

นับแต่วันที่ไอ้สวะนั่นโดนฉลามลากลงไป ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงติดตรึงและฝังแน่นอยู่ในสมอง ชัดเจนราวเพิ่งเกิดขึ้น

และสิ่งที่เขาไม่มีวันลืมได้เลย คือสิ่งที่เกิดขึ้นในวินาทีถัดมาที่ทุกสิ่งทุกอย่างนิ่งค้างราวโลกหยุดหมุน จำได้ว่าคนที่ไม่เคยเห็หัวใครเช่นเขา เพ่งมองจอมอนิเตอร์ที่ทำการถ่ายทอดนิ่ง เพียงหวังว่าร่างโปร่งบางนั้นจะสามารถว่ายกลับขึ้นมาได้อีกครา

...หากมันไม่ใช่...

มันบีบบังคับให้เขาต้องพูดในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะเอ่ย เพื่อกลบเกลื่อนให้ดูราวกับไม่ได้สนใจ

ไม่สนใจไอ้สวะนั่น...

ไม่สนใจความรู้สึกที่แล่นวาบไปทั่วหน้าอกด้านซ้าย...

กล๊อง...,เสียงน้ำแข็งกระทบผนังแก้วดังสะท้อนก้องอยู่ในห้องอันเงียบสงัด

"น่ารำคาญชะมัด..."

ทุกครั้งที่เห็นเจ้านั่น ทำไมเขาจะต้องรู้สึกแบบนี้ด้วย

ทั้งไม่เข้าใจและไม่ชอบความรู้สึกงี่เง่าไร้สาระนี่...

ของเหลวสีอำพันถูกกระดกพรวดเดียวหมด

...บางทีอาจเป็นที่ความรู้สึกผิด...

................................................................................

ร่างโปร่งบางทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนนุ่มอย่างขุ่นมัว

...ทำไมต้องไล่กันขนาดนั้นด้วย ไม่พอใจอะไรเขาทำไมไม่พูดตรงๆหล่ะ?...

"ไอ้บอสบ้า!!"

โกรธที่เขาแพ้ในศึกชิงแหวนนั่นก็รู้อยู่ แต่บอกเขามาตรงๆก็ได้นี่...

งี่เง่า! งี่เง่า! งี่เง่า! งี่เง่า! งี่เง่าที่สุด!!!

เส้นผมสีเงินปรกลงปิดใบหน้าจากแรงอาละวาด ให้มือเรียวยกขึ้นเสยเส้นผมเหล่านั้นขึ้น

ดวงตาสีฟ้าใสจ้องมองเส้นไหมสเงินสลวยที่ติดมือขึ้นมา ก่อนนิ่งไปเมื่อตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง


...8 ปี...

เหมือนจะเนิ่นนาน แต่ก็ราวกับเพียงพริบตา

นับแต่เริ่มคำสาบานจนบัดนี้... ทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว เจ้าหนูนั่นครองแหวนและกลายเป็นว่าที่รุ่นที่ 10 โดยสมบูรณ์

ส่วนพวกเขากลับต้องมารอคำตัดสินโทษอยู่ที่นี่

มือเรียวกำแน่นเข้าอย่างไม่รู้ตัว จนเส้นผมในมือพันกันยุ่งเหยิง

เส้นผมที่เป็นเสมือนตัวแทนของคำอธิษฐานและคำสาบาน ว่าสายฝนจะรับใช้และไม่มีวันทรยศต่อผืนนภา

เขาพยายามทำตัวให้เหมาะสมและคู่ควรกับการยืนเคียงข้างคนๆนั้น พยายามจนได้ชื่อ 'เทพดาบรุ่นที่สอง' มาไว้ในครอบครอง

...แต่มันก็ไม่เพียงพอ...

เพราะคำสาบานนั้นไม่อาจเป็นจริงได้ดังที่วาดฝันเอาไว้อีกแล้ว

หากตัวเขากลับปล่อยให้เส้นผมนี้ยาวเรื่อยมาโดยไม่ได้ตัดออก

"หมอนั่นคงรำคาญสินะ.."

รำคาญทุกสิ่งที่รวมกันขึ้นเป็นตัวเขา...

"เพราะงั้นแกถึงไล่ฉันสินะ..." น้ำเสียงแหบพร่าบางเบากว่าที่เคย

"เพราะฉันไม่มีประโยชน์กับแกอีกต่อไปแล้ว" สควอโล่พึมพำด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ถ้อยคำเสียดแทงนั้นราวต้องการตอกย้ำทุกสิ่งกับตนเอง

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาตามใจ ยอมตกเป็นเบี้ยล่าง และเป็นฝ่ายรองรับอารมณ์ขึ้นๆลงๆของแซนซัสมาโดยตลอด

...ครานี้ก็คงไม่ต่างออกไป...

หากนภาสีดำนึกรำคาญและไม่อยากเห็นหน้าเขา สวะไร้ค่าเช่นเขาจะทำสิ่งใดได้อีกนอกจาก

...ไม่ไปให้ฝ่ายนั้นเห็นหน้า...

................................................................................

"ได้เวลาอาหารเย็นแล้วจ้า!" ลุซซูเรียที่อาการดีขึ้นหลังนอนหลับไปกว่าครึ่งวัน หิ้วหม้อซุปอุ่นๆมาวางลงบนโต๊ะอาหาร

เบลพุ่งเข้าสู่ที่นั่งประจำเป็นคนแรกพร้อมด้วยมาม่อนที่เกาพอยู่บนหัว "เจ้าชายจะกินซูชิอะ,ชิชิชิ"

"ร่างกายเป็นแบบนี้เจ้ว่ากินซุปไปก่อนดีกว่านะจ๊ะ"

"ก็ได้อะ.." ศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นไหมสีทองพังพาบลงกับโต๊ะ

"สควอโล่หล่ะ?" เจ้าตัวเล็กที่อยู้บนหัวเบลถามขึ้น

"เจ๊ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่บอกว่าไม่อยากอาหารคงอาการไม่ค่อยดีมั้ง?"

เจ้าชายโงหัวขึ้นทันที "จริงเหรอ? เดี๋ยวเจ้าชายไปเยี่ยมสควอโล่ดีกว่า ชิชิชิชิชิชิ"

"ก็ดีนะ เจ๊จะได้ยกอาหารขึ้นไปให้ด้วย" กระเทยถึกเห็นพ้อง

"เย้! งั้นเจ้าชายจะทำเค้กไปให้สควอโล่!!"

"อย่าเลยค่าซ่อมครัวมันแพงนะ" มาม่อนถอนหายใจ

แอ๊ด..,เสียงบานประตูใหญ่ดังเบาๆ ให้ทุกสายตาเบือนไปยังต้นเสียง

ร่างสูงใหญ่ของผู้ดำรงยศสูงสุดในวาเรียเดินเข้ามาเงียบๆ ตามด้วยร่างของหัวหน้าหน่วยอัสนี

แซนซัสเดินไปนั่งลงที่หัวโต๊ะทำให้ทุกคนนั่งที่อย่างรวดเร็ว นัยน์ตาสีชาดเบือนมองที่นั่งใกล้ๆที่ยังคงว่างอยู่

"ไอ้ฉลามหัวเน่านั่นไปไหน?"

"สควอโล่บอกว่าไม่อยากกินน่ะบอส" เจ้าชายตอบเสียงใสพลางตักอาหารใส่จาน

"อาการคงยังไม่ค่อยดีขึ้นมั้งคะบอสขา ก็ออกจากโรงพยาบาลก่อนกำหนดตั้งนานนี่นา" หัวหน้าหน่วยอรุณเสริม

"เดี๋ยวพวกเราจะขึ้นไปหาหล่ะ บอสไปด้วยกันมั้ยล่า~" เบลเคี้ยวไปชวนไป

"ไร้สาระ" คนถูกชวนตอบเรียบ ยกแก้วไวน์ในมือขึ้นลิ้มรส

มื้ออาหารดำเนินไปอย่างปกติ แม้ไม่มีคนสีงเกตเห็น แต่โกเมนน้ำเอกนั้นก็เบือนไปยังที่นั่งข้างตัวโดยไม่รู้สึกตนอยู่ตลอดเวลา

...ไม่อยากกินข้าวงั้นเหรอ? ไม่อยากจะเชื่อ...

เรื่องที่บอกว่าอาการไม่ดีนั้นก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ ไม่เข่นนั้นใครกันเล่าที่ตะโกนใส่หน้าเขาเมื่อกลางวัน

'หึ! ไม่อยากเห็นหน้าฉันนักใช่มั้ยวะ!!? ไอ้บอสงี่เง่า!'

ประโยคสุดท้ายที่อีกฝ่ายทิ้งไว้นั่นหรือเปล่า?...

...คงไม่ใช่หรอกมั้ง...

แล้วถ้าอย่างนั้นมันเพราะอะไรกันเล่า??

ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด คิ้วเข้มมุ่นเข้าหากันก่อนแก้วไวน์นั้นจะแตกละเอียดคามือ "โธ่เว้ย!" เสียงสบถกร้าวให้ผู้ร่วมโต๊ะที่เหลือสะดุ้งสุดตัว

"บ..บอสโกรธอะไรอะ?" เบลหันไปกระซิบกับมาม่อนที่ด้แต่ส่ายหน้าไปมาทั้งๆที่เหงื่อตก เขาจึงหันไปกระตุกชายเสื้อของลุสซูเรียที่นั่งอีกด้านแทน

"เจ้ว่า...อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยดีกว่านะ"

"ฉันว่าเพราะนายกินเสียงดังแน่เลยเบล..." มาม่อนว่า

"มาม่อนนั่นแหละเอาแต่นั่งคิดค่าอาหารมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว...." เบลสวน

"ทั้งสองคนอย่าเถียงกันเลยน่า" ลุสซูเรียปราม

"แต่ว่า.." สองหน่อประสานเสียง

ปึง!!!,เสียงทุบโต๊ะดังลั่นส่งทุกอย่างสู่ความเงียบงัน ร่างสูงแผ่รัศมีไม่น่าเข้าใกล้โดยชัดเจน

ไม่พูดกล่าวแซนซัสเพียงหมุนตัวเดินออกจากโต๊ะอาหาร ทำให้ทุกคนที่เหลือต้องรีบดึงสติกลับมา

"อ๊ะ? เจ้ไปหาสควอโล่ดีกว่า..." ลุสซูเรียลุกหนีไปเตรียมถาดอาหาร

"เจ้าชายไปช่วย!!"

"เบลรอด้วยฉันจะไปทางนั้นพอดี..เลวี่ไปมั้ย?" มาม่อนหันไปถามคนที่นั่งแข็งทื่อไปแล้ว

"ม..ไม่เป็นไร.. ฉันนึกขึ้นมาได้ว่ามีธุระนิดหน่อย"

สุดท้ายทั้ง 4 หน่อจึงสลายโต๋อย่างรวดเร็ว ...ไม่ว่าใครจะมองว่าขี้ขลาดหรืออะไรก็ตาม แต่การเข้าใกล้บอสของพวกเขในยามนี้นั้นเป็นอะไรที่โง่ที่สุดแล้ว...

ส่วนต้นตอของความหวาดกลัวก็เดินกลับห้องโดยไม่สนใจอะไรอีกเลย

สามทหารเสือที่บุกบั่นมาจนถึงห้องของฉลามคลั่งได้สำเร็จก็เคะาประตูและผลุบหายเข้าไปอย่างรวดเร็วเมื่อเจ้าของห้องอนุญาต

"สควอโล่เป็นยังไงมั่ง? ชิชิชิชิชิชิชิชิ" เบลกระโดดึ๋งขึ้นไปกอดคนที่นอนอยู่บนเตียง

"ทำอะไรวะ!!? ออกไปนะโว้ยยยย" คนถูกกอดยกเท้าขึ้นถีบเจ้าชายตัวแสบ

หลังรบกันอย่างอึกทึกครึกโครมอยู่พักหนึ่ง เบลก็ยอมนั่งลงอย่างสงบพร้อมมาม่อนและลุซซูเรีย

"ตกลงพวกแกมาทำอะไรที่นี่?" เจ้าของห้องยืนกอดอกถามอย่างไม่พอใจ

"เจ๊เห็นว่าสควอโล่ไม่ยอมลงไปกินข้าว ก็เลยยกซุปขึ้นมาให้น่ะจ้ะ"หัวหน้าแก๊งตอบ ลูกไล่อีกสองคนก็รีบพยักหน้ายืนยันหลายๆที

ร่างโปร่งพยักหน้าเข้าใจแกมระอา ก่อนรับถาดอาหารมาวางลงที่โต๊ะข้างเตียง

"นี่ๆ ทำไมสควอโล่ไม่ยอมลงไปกินข้าวข้างล่างล่ะ? เมื่อกี้บอสหงุดหงิดน่ากลัวมาเลย...บรื๋อ~~" เบลเปิดบทสนทนาอีกครั้ง

...บอสหงุดหงิดงั้นเหรอ?...

"แล้วไง?" ร่างบางเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ

"โกรธอะไรก็ไม่รู้อะ ขนาดบีบแก้วแตกคามือเลย..."

"บอสก็หงุดหงิดทั้งวันอยู่แล้วนี่ แปลกตรงไหน?"

"อืม" อีกสามคนนิ่งคิดตามอย่างเพิ่งนึกออก

...ที่รู้สึกว่าบอสโมโหมากกว่าปกตินั้นอาจเป็นเพราะ วันนี้ไม่มีสควอโล่คอยทุ่มเถียงด้วยต่างหาก...

บทสนทนาเรื่อยเจื้อยดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่ก่อนทุกคนจะแยกย้ายกันกลับห้องนอน

ร่างโปร่งบางเกินบุรุษกลับขึ้นไปนอนบนเตียงหลังทุกคนเดินออกไป เสียงถอนหายใจดังเหยียดยาว

...ทำไมนะ? แค่ไม่ได้เห็นหน้าโหดๆนั่นแค่ครึ่งวันเขาก็รู้สึกไม่ดีเสียแล้ว...

เพราะปกติอยู่ด้วยกันตลอดรึไงนะ?

เพราะไม่มีน้ำเสียงทรงอำนาจมาคอยสั่งราวกับเขาเป็นข้าทาส?

เพราะไม่มีแก้วที่ปามาใส่ให้คอยหลบ?

หรือเพราะ..คิดถึง?...

มวลความคิดหยุดลง ทุกสิ่งชะงักกึก

"ฮะๆ คิดถึงบ้าบออะไร เรานี่ท่าจะเพ้อใหญ่แล้วนะเนี่ย"ร่างโปร่งหัวเราะเบาๆกับความคิดนั้น

...ปกติออกไปทำงานข้างนอกคนเดียวเป็นอาทิตย์ยังไม่เคยรู้สึก...

แต่ว่าถ้าอย่างนั้นแล้ว...

...ความรู้สึกที่มีนี้มันอะไรกันล่ะ?...

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

พบกันบทที่2 (ไม่น่าจะเกินพรุ่งนี้ล่ะมั้งครับ555+)

_________________
XS จงเจริญกร๊าซซซซซซซซซซซซซซ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!~

Image


Last edited by sey on 08 Dec 2009, 07:28, edited 25 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Under the Dark Sky(XS) part 1 14-03-09
PostPosted: 15 Mar 2009, 00:49 
User avatar
Joined: 22 Jul 2008, 02:44
Posts: 181
โถๆๆๆบอส เป็นคนไล่เค้าไปเอง
ไม่เห็นหน้าขึ้นมาแล้วมาหงุดหงิด
รออ่านต่อนะคะ ช่วงนี้ทำไมรู้สึกว่า xs น้อยจัง

_________________
Image
♥ 8018 XS ♥


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Under the Dark Sky(XS) part 1 14-03-09
PostPosted: 15 Mar 2009, 00:54 
User avatar
Joined: 13 Jan 2009, 20:28
Posts: 434
Location: ที่ๆแอบมองXSได้ชัดๆ-..-
/เข้ามาโบกธง XS

ดีจังเลยมีฟิค XS มาอีกฟิคแล้ว^^ แฮ่ๆ

อ่านแล้วรู้สึกเจ็บๆเพราะคำบรรยายที่ดูเศร้าๆล่ะมั้งคะ?
บรรยายออกมาได้ดีน้า^^

ส่วนตัวแล้วคิดว่า ถ้ามีคำพรรณนาเรื่องของตัวละครและแวดล้อมมากกว่านี้ จะดียิ่งขึ้นค่ะ^^

ยังไงก็สู้ๆนะคะ มีเพื่อนแต่งฟิค XS อีกคนแล้ว^^ งุงุ

อัพไวๆนะคะ รออ่านน้อ?

_________________
1827 XS 8059 10051 69G BANZAI!!!!

Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Under the Dark Sky(XS) part 1 14-03-09
PostPosted: 15 Mar 2009, 01:11 
Joined: 29 Jan 2009, 20:39
Posts: 88
ชิชิชิ เจ้าชายไม่ปลื้มบอส
ทำร้ายหลามได้
แต่งต่อซะนะ ถ้าไม่อัพอย่าหาว่าเฮลไม่เตือนนะ^_^(ฟิคตัวเองล่ะ!!!!)


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Under the Dark Sky(XS) part 1 14-03-09
PostPosted: 15 Mar 2009, 02:01 
User avatar
Joined: 22 Jan 2009, 21:03
Posts: 598
Location: Lambo's heart
อ๊ายยยย xs บานซายยยย

โธ่ บอสง่ะ ไล่เค้าไปแล้วคิดถึงเค้าเอง

สควอโล่กลายเป็นที่ระบายอารมณ์ไปซะแล่วววว

บรรยายดีมากเลยคร้าบบบ อ่านแล้วมีอารมณืร่วมมากเลย

xs คือหนึ่งในคู่โปรดดด เพราะมัน sm

สควอลี่มีแววจะรันทดมาลิบๆ

_________________
Image

Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Under the Dark Sky(XS) part 1 14-03-09
PostPosted: 15 Mar 2009, 10:39 
User avatar
Joined: 11 Apr 2008, 07:49
Posts: 2574
ความรู้สึกที่บ่งบอกว่ารัก>,อรั่ง คิดถึงเค้าอะสิจะบอสจ๋าไปหาสิคะ

_________________
XS คือ Tautology สิ่งที่พิสูจน์แล้วเป็น จริงตลอดกาล
Image
Image
Image
Image
XS สมการไร้ขีดจำกัด ><
แอนตี้ภาษาวิบัติ! ค่ะ
............................................................................................


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Under the Dark Sky(XS) part 1 14-03-09
PostPosted: 15 Mar 2009, 13:08 
User avatar
Joined: 26 Oct 2008, 14:52
Posts: 449
...บางทีอาจเป็นที่ความรู้สึกผิด...
ผิดอะไรก๊านนน ??
บอสค่ะ นั่นเรียกว่า รัก ค่ะ
((ไปสอนเค้าอีก ?))
รีบบอกรัก แล้วกันนะค่ะ

_________________
Image

I XS
{ ' DARK SKY and BLOODY RAIN ' }


{❤} for now ... and FOREVER !


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Under the Dark Sky(XS) part 1 14-03-09
PostPosted: 15 Mar 2009, 15:05 
User avatar
Joined: 11 Jan 2009, 21:44
Posts: 244
Location: 'The Land of Angst' where XS belongs
"ชักช้าชะมัด หึ! อยากให้ฉันเป็นคนถอดให้ใช่มั้ยล่ะ?" ริมฝีปากหนาบิดยิ้ม << That's right, Boss~ XD 55555+ บอสถอดได้ไวกว่าเยอะค่ะ *โดนหลามฟาดหางใส่*

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ชอบบบบบบบบบบบบ เพราะมันเจ็บหัวใจค่ะ อ่านแล้วเจ็บริ้วๆ T///T ชอบค่ะ ชอบ ชอบ ชอบ มันอารมณ์คิดคำนึงถึงกันและกันดี <333

กรี๊ดลุ้นนน จะคืนดีกันยังไงหนอ~

_________________
ต่อแต่นี้ติดตาม The Blade of Perfection [XS] และฟิกเรื่องอื่น ๆ ของข้าน้อย(ทั้งเก่าและใหม่)ได้ที่
Image กับ http://daiong.exteen.com/ ค่า~


Image

Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Under the Dark Sky(XS) part 1 14-03-09
PostPosted: 15 Mar 2009, 22:56 
User avatar
Joined: 18 Mar 2008, 23:01
Posts: 452
Location: กลางใจเธอ~
มาต่อบทที่ 2 ตามที่สัญญากันไว้ครับ

Title : Under the Dark Sky
Author : sey
Pairing : XS
Rate : PG-13

บทที่ 2

ตะวันคลาลับ จันทราสูงเด่น หมุนเวียนไปคราแล้วคราเล่าอย่างรวดเร็ว จนสุดท้ายเวลาก็ผ่านไปครบสัปดาห์ นับเป็นสัปดาห์ที่ว่างที่สุดของเหล่าวาเรีย เนื่องจากต้องรอคอยคำตัดสินจากเบื้องบน

ในที่สุดสิ่งที่รอคอยก็มาถึง ...รุ่นที่ 9 ตัดสินใจให้อภัยแซนซัสและสึนะก็ไม่เอาความ...

ทุกสิ่งทุกอย่างจึงกลับมาเป็นอย่างที่มันควรจะเป็น งานต่างๆเริ่มหลั่งไหลเข้ามาอีกครั้ง สิ่งที่ต่างออกไปคือการที่มีเพียงแค่รุ่นที่ 9 และสึนะเท่านั้นที่ยังคงไว้ใจพวกเขา ทำให้พวกเขาต้องถูกจับตาดูเกือบตลอดเวลา

ทั้งที่ทุกคนควรจะรู้สึกสบายใจได้แล้ว ทว่ากลับไม่มีใครสนใจต่อคำตัดสินเลยแม้แต่น้อยนิด นั่นก็เป็นเพราะ...

นับวันแซนซัสก็ยิ่งทวีความหงุดหงิดขึ้นทุกทีน่ะสิ!!

ร่างสูงหมุนควงปากกาในมือ ในขณะที่กำลังเอนหลังพิงเก้าอี้ที่ใช้นั่งเป็นประจำเวลาทำงาน แม้ตะวันจะยังไม่ทันตรงหัว แต่เบื้องหน้าของเขาก็มีขวดเหล้าไม่น้อยกว่าครึ่งโหลวางเรียงรายอยู่ในสภาพว่างเปล่า

ภายในห้องอันเงียบงันคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์และอารมณ์ที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อของเจ้าของห้อง

เลวี่ที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่เบื้องงหลัง จงใจเลือกมุมที่ดีที่สุดแก่การหลบวิถีกระสุน หรืออีกแง่ก็เพื่อไม่ให้ไปขวางหูขวางตาบอสเข้า

...ไอ้ฉลามสวะนั่น หายหัวไปไหนของมัน!!?...

เจ้าของนัยน์ตาสีเพลิงคิดพลางกระดกเหล้าลงคอไปอีกหนึ่งแก้ว

อาทิตย์นึงแล้ว... อาทิตย์นึงเต็มๆที่เขาไม่ได้เห็นมันแม้แต่ปลายเส้นผม!!...

หากเป็นตามปกติแล้วสควอโล่จะต้องโผล่มาหาเขาเป็นประจำทุกเช้า ไม่ว่าจะมีธุระหรือไม่ก็ตาม...

เป็นแบบนี้มานานจนเขาอดคิดไม่ได้ว่า มันคงมีเวลาเหลือเฟือถึงได้มาเดินตามเขาต้อยๆได้ทั้งวัน

แต่นี่อะไร.. อยู่ดีๆมันก็ไม่ยอมก้าวออกจากห้องเลยแม้แต่ก้าวเดียว

...ไม่แม้แต่จะลงมากินอาหารที่โต๊ะรวม...

แถมยังส่งคนมาบอกว่าอาการยังไม่ดีขึ้น.. ไอ้โง่ที่ไหนมันจะเชื่อ!?

แก้วเจียระไนเนื้อดีถูกขว้างลงกระทบพื้นอย่างรุนแรง จนแตกกระจาย

"ป..เป็นอะไรครับบอส?" หัวหน้าหน่วยอัสนีที่ผันตนเป็นหัวหน้าหน่วยกล้าตายแห่งวาเรียถามตะกุกตะกัก

เนตรสีสดตวัดมองคนถามด้วยสายตาดุดันจนฝ่ายนั้นต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

...ทั้งๆที่ปกติแล้วหากเขาทำเสียงอะไรโครมครามนิดหน่อย ไอ้แลามนั่นจะต้องเสนอหน้าเข้ามาเป็นคนแรก...

"ให้คนไปตามไอ้ฉลามหัวเน่านั่นมา" เสียงสั่งดังขึ้นลอยๆ แต่กระนั้นคนที่ยืนรออยู่ก็รีบพรวดพราดไปที่ประตูทันที คล้ายรอคอยเวลานี้อยู่แล้วก็ไม่ปาน

ภายในเวลาไม่กี่อึดใจร่างโปร่งบางเกินกว่าชายใดที่ไม่ได้เห็นมาถึงหนึ่งอาทิตย์เต็มๆก็มาปรากฏตัวตรงหน้า หากอะไรบางอย่างทำให้ร่างบางดูต่างออกไปจากที่เคย

ร่างในเครื่องแบบนั้นยืนอย่างสงบนิ่ง ใบหน้างดงามก้มลงเล็กน้อย

...ไม่มีเสียงเอะอะโวยวายอย่างทุกครั้ง...

...ไม่มีการเดินปึงปัง...

...ไม่มีรอยยิ้มกวนอวัยวะเบื้องต่ำ...

และเหนือสิ่งอื่นใด... นัยน์ตาสีวารีคู่นั้นไม่ได้เบือนมามองที่เขาเลยแม้แต่นิดเดียว...

"มีอะไรเหรอบอส?" น้ำเสียงน่าฟังนั้นดังขึ้นเบาๆเรียกสตอของเขากลับมา

...เพียงได้พบ ...เพียงได้ยินเสียง... บางสิ่งบางอย่างก็พลุ่งพล่าน...

...บางสิ่งบางอย่างที่ตัวเขาไม่รู้จัก

โกเมนน้ำเอกพิศมองร่างเบื้องหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุแทนที่ความสับสนเมื่อครู่ มือแข็งแรงจับล็อคปลายคางมน บังคับให้ดวงหน้างามเกินชายนั้นแหงนขึ้นสบตากับเขาอย่างดุดัน

"แกหายหัวไปไหนมา?!"

อะไรบางอย่างจากร่างบางทำให้เขาเห็นว่า อความารีนน้ำงามนั้นไหวระริกวูบหนึ่ง

"เป็นบ้าอะไรน่ะบอส! เรียกมาเพื่อเรื่องแค่นี้รึไง?" มือเรียวบางพยายามแกะมือที่ล็อคแน่นราวคีมเหล็กออกย่างสุดความสามารถ

"หึ! สวะที่แม้แต่งานยังไม่ยอมมาทำ จนฉันต้องให้คนไปตามน่ะ ไม่มีสิทธิ์จะมาขึ้นเสียงกับฉันรู้ไว้ซะ!!"

"ก็ไหนว่าจะให้เลวี่ทำไงล่ะ?!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!!"

แม้ไม่ทันสังเกตแต่นัยน์ตาสีสดนั้นก็วาวโรจน์ขึ้นก่อนถูกความเย็นชาฉาบเคลือบ ร่างสูงคลายมือออกแล้วหมุนตัวกลับไปนั่งที่โต๊ะคล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คนที่อยู่ในห้องก็รับรู้ถึงอารมณ์โกรธอันรุนแรงที่สะท้อนผ่านท่าทีอันสงบนิ่งของนภาแห่งรัตติกาล

"บอส.." ร่างที่ได้รับอิสระค่อยเอ่ยเรียก หลังพยายามเรียกสติให้กลับมาจากท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของฝ่ายตรงข้าม แต่เหมือนต้องการตัดบทคำพูด มือหนาตบโต๊ะตรงหน้าเสียงดังสนั่นจนเขาสะดุ้ง

"ไสหัวไป.."

แม้จะรู้สึกเกรงอยู่บ้าง แต่สควอโล่ก็ไม่อาจทนให้อีกฝ่ายทำตามใจตัวเองได้มากกว่านี้ ร่างโปร่งตะโกนอย่างเหลืออด "คำก็ 'ไสหัวไป' สองคำก็'ไสหัวไป' เรียกฉันมาเพื่อจะพูดแค่นี้รึไง! ไอ้คนงี่เง่า!!"

ลูกแก้วสีเลือดมองคนที่หาญกล้าขึ้นเสียงกับเขา ...คนที่กล้าขึ้นเสียงกับเขาเพียงคนเดียวตลอดมา...

"เออ.."

"เอาแต่ไล่! ไล่! เกลียฉันนัก..รำคาญฉันนัก! ก็พูดมาตรงๆเลยเซ่!! ฉํบจด้ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นอีก!!"

สควอโล่หอบหายใจรุนแรงหลังระบายออกมาจนหมด ความเดือดดาลทำให้เขาสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ หากแซนซัสกลับเอาแต่นิ่งเงียบเหมือนไม่สนใจจะต่อความกับเขา

"ไม่ยอมพูดอะไรแบบนี้ใครจะไปเข้าใจเล่า?"

แต่ผืนนภายังคงเงียบ

"พูดอะไรหน่อยก็ไม่ได้ใช่มั้ย?! ดี!! งั้นก็ไม่ต้องมาพูดกัน..." ถ้อยคำสุดท้ายแม้จะถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วราวขาดลมหายใจ แต่ร่างสูงกลับได้ยินมันชัดเจน

สายตาไม่บ่งบอกอารมณ์ที่ส่งมาให้เขาในวินาทีสุดท้ายก่อนร่างโปร่งบางจะก้าวออกจากห้องนั่นมันอะไรกันนะ...

...โกรธ?...

...เฉยชา?...

...เศร้าสร้อย?...

ไม่.. เขารู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่แบบใดแบบหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งสามสิ่งรวมกันด้วย....

"แกไปหัดทำสายตาแบบนั้นมาจากไหนกันนะ..."

................................................................................

สควอโล่เหวี่ยงประตูห้องปิดดังโครมใหญ่ ก่อนจะล้มตัวลงบนที่นอน

ไอ้บอสบ้า! บ้า! บ้า! บ้า! งี่เง่าที่สุด!!

ร่างโปร่งระบายอารมณ์กับหมอนจนมันแทบฉีกขาด

เรียกให้ไปหาเพื่อจะพูดว่า 'ไสหัวไป' เนี่ยนะ?

ในตอนแรกที่มีคนมาตามเขาไปหาแซนซัส ร่างโปร่งก็รีบรุดไปหาอย่างรวดเร็ว เมือคิดว่าแซนซัสจะยอมให้เขากลับไปอยู่ข้างๆแล้ว

...แต่ก็เปล่า... เขาก้าวเข้าไปยืนในห้องเมื่อรู้ว่าเลวี่ยังอยู่กับบอส

เขาไม่กล้าเบือนหน้าขึ้นมอง ไม่กล้ารับรู้ว่ามีคนยืนอยู่ในที่ที่ควรเป็นของเขา

ความรู้สึกไม่สบายใจวิ่งวนไปทั่ว เขาไม่เคยทะเลาะกับร่างสูงรุนแรงขนาดนี้มาก่อน

พวกเขาทะเลาะกันออกบ่อย ...ก็ใช่...แต่ไม่มีครั้งไหนที่รุนแรงมากขนาดนี้...

ไม่มีครั้งไหนที่เข้าขึ้นเสียงกับแซนซัสอย่างจริงจังแบบนี้...

ไม่มีครั้งไหนที่เขาโกรธจนควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนี้มาก่อน..

ร่างโปร่งพลิกร่างไปมาบนเตียง นัยน์ตาคู่สวยล่องลอยไปไกล

...ทีนี้นอกจากไปเจอหน้าไม่ได้แล้ว ยังคุยกันไม่ได้อีกต่างหาก

แต่ว่าเขาไม่ผิด...

ไอ้คุณบอสนั่นแหละ เอะอะก็ใช้กำลังแล้วก็เงียบไปเฉยๆ ใครจะไปเข้าใจกัน...

"มีอะไรก็พูดมาสิ.."

...เกลียดเขานักก็พูดออกมาสิ...

'ไสหัวไป..'

'คำก็ 'ไสหัวไป' สองคำก็'ไสหัวไป' เรียกฉันมาเพื่อจะพูดแค่นี้รึไง! ไอ้คนงี่เง่า!!'

'เออ..'

ทุกอย่างยังคงฝังแน่น.. ร่างบางยังคงจำได้เป็นอย่างดีว่าน้ำเสียงของฝ่ายนั้นเฉยชาเพียงไร ดวงตาคู่นั้นดุดันน่ากลัวเพียงไร...

แต่ถ้าคิดให้ดีๆ สิ่งที่บอสพูดออกมามันก็ชัดเจนเพียงพออยู่แล้วสินะ...

อความารีนน้ำงามคู่นั้นหม่นแสงลง พร้อมๆกับความรู้สึกบางอย่างที่ท่วมท้นขึ้นมา

...แซนซัสเกลียดเขาแล้ว ไม่ต้องการจะเห็นหน้าหรือแม้แต่พูดคุยกับเขาอีกต่อไป...

................................................................................

"สควอโล่จะไปไหนหรอ~~~ ชิชิชิชิชิชิ" เด็กหนุ่มผมทองตะโกนถามเสียงดังพร้อมโถมเข้าใส่ร่างโปร่งซึ่งยังอยู่ในชุดนอนจากด้านหลังเต็มแรง จนร่างนั้นเซไปเล็กน้อย

"ฉันจะไปทำงานแล้ว ปล่อยโว้ย!" สควอโล่ดึงแขนที่โอบรอบลำคอของเขาออกอย่างยากเย็น

...ไอ้เด็กเพี้ยนนี่ทำไมมันถึงได้ถึกควายแบบนี้นะ?!...

หลังยื้อยุดกันอยู่พักหนึ่งเจ้าชายตัวแสบก็ยอมปล่อยมืออกก่อนจะนั่งลงใกล้ๆกับร่างที่เริ่มแต่งตัว

ชายหนุ่มถอดเสื้อนอนตัวบางออก แล้วรวบผมสีเงินขึ้นด้วยเส้นเชือก เพื่อช่วยให้สวมเสื้อได้ง่ายขึ้น

ดวงตาภายใต้ม่านผมสีทองคู่นั้นจ้องมองร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าของอีกฝ่ายตาไม่กระพริบ

"มองอะไรน่ะเบล?" คนถูกมองถามขึ้น แต่ยังไม่ทันจะดึงเครื่องแบบขึ้นสวมเสียงแชะก็ดังขึ้นเบาๆ

ดวงตาสีฟ้างามตวัดไปทาง้นเสียงอย่างรวดเร็ว ร่างเล็กๆของเด็กชายต้องสาปกำลังสะบัดรูปที่ได้จากกล้องโพลารอยด์อยู่ที่มุมเสา

"ดีมากเบล..ที่ดึงความสนใจของสควอโล่เอาไว้ได้" มาม่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างพึงใจในผลงาน

"ชิชิชิชิ ได้เสมอ แต่อย่าลืมส่วนแบ่งของเจ้าชายด้วยล่ะ"

"โอเค ขายได้เมื่อไหร่จะให้ 5% ตามที่ตกลงกันไว้"

"เบล...มาม่อน..." คนที่ทนฟังมานานกดเสียงพูดต่ำ พร้อมยื่นมือไปคว้าคอเสื้อของ 2 ผู้ต้องหา "พวกแกทำอะไรกัน?"

สองคู่หูหน้าซีดขาว..เหงื่อเม็ดเล็กๆผุดซึมทั่วใบหน้า

"มาม่อน.." ดวงตาเย็นชาจับจ้องร่างต้นตอของเรื่องอย่างคาดโทษ "รูปเมื่อกี้อยู่ไหน??"

"ตามกฎหมายช่างภาพสากลแล้วรูปนี้เป็นกรรมสิทธิ์โด..." ถ้อยคำทั้งมวลถูกสะกัดดาวรุ่ง เมื่อฉลามคลั่งชักจะคลั่งขึ้นมาจริงๆแล้ว

"มาม่อน"

"ไม่ได้หรอกรูปนั่นราคาเป็นล้านดอลล์เลยนะ" มาม่อนหลับตาปี๋กลั้นใจสู้

"เบล..." ร่างบางหันไปคาดคั้นเอากับอีกคน

"เจ้าชายไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย!!"

"มุมนี้สวย!"...แชะ...มาม่อนดึงรูปถ่ายมาสะบัดดูอย่างรวดเร็ว

รูปที่ถ่ายได้จากมุมของเด็กต้องสาปในระยะประชิดก็คือ รูปใบหน้างดงามตั้งแต่ส่วนจมูกได้รูปลงไป เส้นผมที่ถูกรวบขึ้นเปิดให้เห็นลำคอเรียวระหง และแผ่นอกเรียบเนียน เสื้อสีดำขับเน้นให้ผิวขาวยิ่งขาวกระจ่าง ซ้ำกระดุมที่ยังไม่ทันติดนั้นก็ยิ่งทำให้ร่างที่อยู่ในท่ากึ่งคลานเข่าดูเย้ายวนมากยิ่งขึ้น

"เบลเสร็จงานแล้วไปกันได้!!" ร่างเล็กฉวยโอกาสที่ฉลามหนุ่มกำลังตกตะลึงใช้พลังมายา ทำให้พวกเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย

"ไอ้พวกบ้าเอ๊ย!! คอยดูนะฉันกลับมาเย็นนี้พวกแกเสร็จแน่!" คนถูกหลอกตะโกนลั่น

สควอโล่แต่งตัวอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างเพื่อหาอะไรใส่ท้องก่อนไปทำงาน

...วันนี้ก็โดนอีกแล้ว... ร่างโปร่งคิดอย่างไม่สบอารมณ์

มือเรียวหยิบกล่องนมขนาดครึ่งลิตรจากตู้เย็นออกเปิดดื่ม พลางงึมงำถึงเรื่องที่ถูกถ่ายรูปน่าอายแต่เช้า

อยากรู้นักว่าทำไมไอ้โรคจิตทั้งหลายมันถึงอยากได้รูปน่าอายของเขากันนักกันหนา ไอ้สองหน่อนั่นมันถึงได้ตามมาถ่ายได้เกือบทุกวัน

ชายหนุ่มเดินฮึดฮัดออกจากปราสาทไปยังที่จอดรถ หากยังไม่ทันจะถึงโรงรถเสียงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

"จะออกไปไหนไอ้สวะ?"

ร่างโปร่งสะดุ้งเฮือก มั่นใจว่าเจ้าของถ้อยคำหยาบคายนั้นจะต้องเป็นแซนซัสแน่ เสียงฝีเท้าทึบหนักนั้นบ่งบอกว่าเจ้าของคำพูดกำลังก้าวเข้ามาหาเขา

เหตุการณ์ที่เขาทะเลาะกับนภาหนุ่มเมื่อวานนี้ มันทำให้เขาไม่กล้าหันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่

กลัวว่าสายตานั้นจะสะท้อนแววรังเกียจเย็นชา...

เขาคงทนไม่ได้แน่หากนัยน์ตาสีเลือดเปี่ยมอำนาจที่เขาหลงใหลคู่นั้น มองเขาอย่างรังเกียจและดูแคลน

...ถ้ามันจะต้องเป็นแบบนั้น เขาก็ขอเลือกที่จะไม่สบเข้ากับดวงตาคู่นั้นอีกเลยดีกว่า...

สควอโล่ตัดสินใจวิ่งออกมาจากที่ตรงนั้น โดยไม่สนใจต่อเสียงฝีเท้าเบื้องหลัง คิดแค่เพียงว่าขอให้หลุดพ้นจากสถานการณ์น่าอึดอัดนั้นได้ก็พอ

ในที่สุดร่างบางก็วิ่งมาถึงรถยุโรปคันงามของเขาจนได้ ...รอบๆกายเงียบสนิท ไม่มีเสียงใดๆ...

ดวงหน้าหวานเบือนกลับไปมอง ทั้งหวังและไม่หวังในเวลาเดียวกัน แต่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น

...แซนซัสไม่ได้ตามมา...

ริมฝีปากบางหยักยิ้มขื่น แล้วเปิดประตูรถออก

..คิดว่าหมอนั่นจะตามมางั้นเหรอ...คิดอะไรไร้สาระเข้าข้างตัวเองอีกแล้ว...

ทั้งที่เป็นแค่เศษสวะไร้ค่า มีหรือที่นภาจะยอมเหลียวมอง...

แต่ว่า...ขอซักวินาทีไม่ได้หรือไง.. ที่จะมีภาพของสวะไร้ค่านี้ในสายตาของนาย...

เสียงสตาร์ทรถดังทำลายความเงียบในพริบตา ผู้เป็นเจ้าของพารถสีเงินพุ่งทยานออกจากปราสาทวาเรียคล้ายต้องการหนีจากความคิดที่ไม่มีวันเป็นจริง

................................................................................

หยาดพิรุณโปรยปราย...

ในขณะที่กำลังเดินทางกลับปราสาทจู่ๆฝนก็เทกระหน่ำลงมา ทำให้ร่างบอบบางเปียกปอนไปทั่วตัว

เรียวขายาวก้าวเข้ามาในตัวปราสาท เสื้อที่อุ้มน้ำจนชุ่มนั้นติดแนบไปทั่วร่างขับให้ร่างนั้นยิ่งดูแบบบางมากขึ้น

ระหว่างที่พึมพำถึงความซวยไปตามเรื่อง ดวงตาคู่สวยก็สะดุดเข้ากับร่างของใครบางคนที่นั่งหันหลังให้เขาบนโซฟาตัวยาวอยู่กลางโถงกว้าง ก่อนที่การกระทำทุกอย่างจะหยุดชะงัก

...บอส...

ใช่แล้วคนๆนั้นคือแซนซัสอย่างไม่ต้องสงสัย เบื้องหน้าร่างสูงมีขวดเหล้าที่พร่องไปกว่าครึ่งวางอยู่

ร่างโปร่งพยายามบอกตนเองว่าร่างสูงเพียงต้องการเปลี่ยนสถานที่ดื่มเหล้า พลางค่อยๆปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งดังเดิม ก่อนจะเดินเลยร่างที่นั่งอยู่ไปอย่างไม่สนใจเพื่อกลับไปยังห้องของตน

โกเมนน้ำเอกมองตามแผ่นหลังบางที่สะท้อนถึงความห่างเหิน "หยุดก่อนไอ้สวะ"

คนที่กำลังก้าวขึ้นบันไดหยุดนิ่งหากไม่ได้เบือนใบหน้ากลับไปมอง

"พรุ่งนี้แกต้องออกไปทำงานกับฉัน"

คำสั่งที่เปรียบเหมือนมีดปักลงกลางใจให้ร่างบางหันกลับไปมองคนสั่งซึ่งนั่งสบายใจอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเหมือนต้องการเอื้อนเอ่ย แต่ไม่มีถ้อยคำใดหลุดออกมา สายตาที่ส่งให้ร่างสูงคล้ายอยากตำหนิ คล้ายตัดพ้อ แต่ก็คล้ายต้องการวิวอนในเลาเดียวกัน สุดท้ายใบหน้าที่งดงามเกินบุรุษก็สะบัดหนีโดยยังไม่ทันได้พูดอะไร ก่อนเจ้าของร่างจะผลุผลันวิ่งขึ้นห้องไป

...ทิ้งนภาสีดำให้ยิ้มอย่างผู้ชนะเงียบๆเพียงคนเดียว...

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

บทที่ 3 คงอีกซัก4-5 วันนะครับเพราะผมจะไปหัวหิน55+

_________________
XS จงเจริญกร๊าซซซซซซซซซซซซซซ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!~

Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Under the Dark Sky(XS) part 2 15-03-09
PostPosted: 15 Mar 2009, 23:41 
Joined: 29 Jan 2009, 20:39
Posts: 88
ตายล่ะ เฮลจะบ้าตายต้องรอตั้งหลายวัน

เฮลโคตรเซ็งนะรู้มั้ย

แต่ไม่เป็นไรกลับมาแล้วต้องอัพต่อทันทีนะ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Under the Dark Sky(XS) part 2 15-03-09
PostPosted: 16 Mar 2009, 00:19 
User avatar
Joined: 13 Jan 2009, 20:28
Posts: 434
Location: ที่ๆแอบมองXSได้ชัดๆ-..-
ง่ะ TT-TT แบบนี้ปวดใจชะมัด
สงสารหลามน้อยง่ะ

แซนซัสบ้าๆก็พูดตรงๆไปเลยเซ่!
หรือไม่รู้จะพูดอะไรกันนะ= =?

ยังไงก็จะรอนะคะ ไฟท์ๆ

_________________
1827 XS 8059 10051 69G BANZAI!!!!

Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Under the Dark Sky(XS) part 2 15-03-09
PostPosted: 16 Mar 2009, 00:55 
User avatar
Joined: 22 Jul 2008, 02:44
Posts: 181
บอสเล่นอะไรเนี่ยย ทำเป็นชายวัยกลางคนอารมณ์แปรปรวนไปได้ จะทำอะไร(?)ก็รีบๆทำเถอะบอส คนอ่านเค้ารออยู่

_________________
Image
♥ 8018 XS ♥


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Under the Dark Sky(XS) part 2 15-03-09
PostPosted: 16 Mar 2009, 01:15 
User avatar
Joined: 12 Jan 2008, 13:34
Posts: 889
Location: มุมหนึ่งในห้องน้ำของแซนซัส
รอตอนต่อไปค่า ><

อยากรู้ว่าหลามจะหลบหน้าคุณบอสไปถึงไหน >v<

_________________
[align=center]

"นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย"

Image
>>Happy Famiglia<<
[/align]

เปิดบล็อค http://mukkuk.exteen.com/


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Under the Dark Sky(XS) part 2 15-03-09
PostPosted: 16 Mar 2009, 04:11 
User avatar
Joined: 13 Dec 2007, 17:23
Posts: 250
กรี๊ดค่ะ ฟิคเศร้าxs อีกเรื่องละ เนื้อเรื่องโดนมากกกกก

สงสารน้องหลามนะคะแบบไม่มั่นใจว่าจะอยู่ข้างกายบอสหัวเเข็งได้รึเปล่า ต้องคอยหลบหน้าบอสทุกวัน
บอสขา เลิกซึนเเล้วบอกหลามไปได้เเล้วน่า

จะรอดูค่ะว่าบอสได้หลามไปอีท่าไหน


บทที่ 3 คงอีกซัก4-5 วันนะครับเพราะผมจะไปหัวหิน55+<<<< โอววว ไม่นะ!!!!

_________________
Image

แฟน 1869 ค่ะ คุฮุฮุฮุ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Under the Dark Sky(XS) part 2 15-03-09
PostPosted: 16 Mar 2009, 07:19 
User avatar
Joined: 30 Oct 2008, 17:53
Posts: 118
Location: ห้องเก็บของตึกมิลฟิโอเล่
รัก..หลง..ติด..ฟิคเรื่องนี้ โฮกฮากกก


ฟิค XS ในบอร์ดช่วงนี้ก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆเน๊าะ ดีจัง..

บรรยายดีมากๆเลย ชอบอะไรแบบนี้ ไม่ได้เหมือนฟิคเรื่องอื่น บรรยายแต่สถานที่ เนื้อเรื่องจริงงี้นิดเดียว อย่านแล้วหงุดหงิด แต่เรื่องนี้มันยาวพรืด ดูสิ สองตอนจบไปอาทิตย์นึง (ไม่เกี่ยว) แหะๆ ชอบแบบนี้จัง (เคลิ้ม)

ส่วนเรื่องก็..พล็อตดีมากเลย ยิ่งเป็น XS ก็ไม่ต้องพูดถึง สาดใจให้เลยเจ้าค่ะ

ป๋าแอบเข้าใจยาก....ไม่สิ เข้าใจอยากอยู่แล้ว..ใช่ๆ

อะไรของมัน(สรรพนามชวนโดนตบ) เรียกเมียมาเพื่อไล่ บ้าชัดๆ บ้าแน่ๆ ใช่ ป๋าบ้า! (โดนปืนกระหน่ำยิง)


สงสารโล่ เหอๆ สงสารเข้าตับ แต่แอบสะดุดเล็กน้อย เพราะบางคำพูด บางการกระทำ เหมือนกับว่าโล่เป็น...

...ผู้หญิง...

ว่าแต่รูปที่มาม่อนถ่านของซื้อต่อไปขยายติดกรอปห้อยไว้ฝาบ้านได้มั้ยจ๊ะ ปลื้มใจสุดขีด นี่ลูกแม่ไปหารายได้พิเศษกับรูปแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

และทำไมเค้าถึงชอบเม้นยาว...เม้นยาวอีกแล้ว(ตบหน้าตัวเอง)...มาอัพเร็วๆนะคะ รออ่านอยู่เน้~ =3=

_________________
ผิดมั้ย~ ที่จะหลงรักโกคุในฐานะเคะคนหนึ่ง....

D18 XS RL 6918 6927 2769 L59 8018 692718 10051 5138 BF 3318 33Lus 2G G69 B84 2784 2718 27Seme!!

และจะขอรับใช้ 8059 จนวันตาย~

Image


Image


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 409 posts ]  Go to page 1, 2, 3, 4, 5 ... 28  Next


Who is online

Users browsing this forum: clover2329, koko krunch, komu-rin and 4 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: