•·.·´¯`·.·•Reborn Fan Club•·.·´¯`·.·•
http://reborntfc.freeforums.org/

[XS] Rain [ตอนพิเศษ(เซอร์ไพรซ์ที่สาม) up!!! ]
http://reborntfc.freeforums.org/rain-t1210-45.html
Page 4 of 8

Author:  warisareu [ 29 Feb 2008, 20:08 ]
Post subject: 

เฮียคงต้องลดรัศมีความโหดลงซะบ้างนะ

หมอกลัวจนหัวหดหมดแล้ว.. แบบว่าถ้ามีกระดองแบบเต่าก็คงจะหดเข้าไปตั้งแต่เจอหน้าซะแล้วละมั้ง

แล้วเมื่อหลามฟื้นเมื่อไหร่ละก็.....*/ me - หึ...หึหึ..หึ....หึ..* ...ให้ได้เลยนะคะเฮีย!!! (<<แล้วไอ้'หึ'นี่มันอะไรเนี่ย!!!??)

Author:  aki [ 04 Mar 2008, 13:29 ]
Post subject: 

Katekyo Hitman Reborn!

Title : Rain
Paring : XS
Rate : PG-13
Author : aki

์Note : ตบะแตกแล้วค่ะ...หนีมาแต่งฟิคก่อนสอบ พรุ่งนี้ก็เข้าห้องสอบแต่เช้า จะเอาอะไรไปเขียนล่ะเนี่ย -*- (เขียนฟิคก็ไม่ได้ซะด้วยซี...) คราวนี้ขออนุญาตไม่ตอบคอมเมนท์นะคะ ไว้คราวหน้าแล้วกันนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ ^^

***********************************************************


[7.] Twisted in the twister…


ใครๆต่างมักหลีกหายเวลาที่ฉันอารมณ์ไม่ดีทั้งนั้น...
คราวนี้ก็เช่นกัน...ที่ปราสาทวาเรีย คล้ายกับที่รกร้างว่างเปล่า

ฉันเดินเรื่อยไปตามทางเดินที่ทอดยาว เชื่องช้า...
บรรยากาศทุกอย่างรอบตัวนิ่งสงบราวกับรอคอยอะไรสักอย่าง

แต่ฉันรู้...ทุกผู้คนต่างทำงานของตนไปเงียบงัน
ใบหน้าของแต่ละคนก้มต่ำ ไม่มีแม้แต่พยายามจะสอดรู้สอดเห็น หรือโผล่หน้าเข้ามาในครรลองสายตา

ฉันเช็ดรอยเลือดที่กระเซ็นเปื้อนหน้าด้วยแขนเสื้ออย่างลวกๆ...กลิ่นคาวเลือดของไอ้เศษสวะนั่นยังติดอยู่ไม่จางหาย ภาพของเศษเนื้อที่ลงไปกองอยู่กับพื้นหินใต้ดินยังคงติดตา...ความรู้สึกของฉันตอนนี้ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นอย่างไร

หากจะให้พูด...ก็คงต้องพูดว่าน่าเสียดาย...

น่าเสียดาย...ที่มันอดทนได้เพียงแค่นี้
น่าเสียดาย...ที่มันดันมาตายก่อนที่สคอลโลจะฟื้นขึ้นมา

ฉันผลักประตูห้องพยาบาลเข้าไปด้วยอาการที่ไม่อาจเรียกได้ว่าเบานัก เรียกเสียงหวีดร้องเบาๆจากนางพยาบาลขี้ตกใจสองสามคนแถวนั้น พวกหมอที่รุมอยู่ที่ร่างของไอ้ฉลามขี้เซานั่นถอยออกมาอย่างรู้หน้าที่ เปิดทางให้ฉันได้เดินเข้าไปใกล้...

“อาการวันนี้?”

“แผลสมานดีมากเลยครับ การฟื้นตัวคง...”

“หมอ!” ฉันเอ่ยด้วยเสียงที่เรียกได้ว่าใกล้หมดความอดทนเต็มที “เมื่อวาน...ฉันสั่งไว้ว่ายังไง?”

มันตัวสั่น...ดวงตาทอดต่ำราวกับยอมรับในชะตากรรม
หากก็ยังคงต้องฝืนเอ่ยขึ้นมาราวกับคำพูดที่เอ่ยจะสามารถต่อลมหายใจของตนให้ยืดยาวออกไปได้อีกหน่อย

“ท่านสคอลโลอาจจะฟื้นได้ในเร็วๆนี้...”

- - ปัง!!! - -

กระสุนนัดแรกเฉี่ยวข้างแก้มของหัวหน้าทีมแพทย์ราวนี้ไปนิดเดียว เรียกโลหิตให้ไหลซึมออกมาตามแนวแผล...มันผงะก่อนจะซวนเซลงไปนั่งกองกับพื้น...

“ทะ...ท่านแซนซัส!”

มันระล่ำระลักเรียกชื่อฉันอย่างน่าสมเพช มืออูมยื่นมาคล้ายจะแตะที่รองเท้าของฉันราวกับจะร้องขอชีวิต...
แต่ก็ได้แค่ทำท่าเท่านั้น เพราะมันกลับชะงักมืออยู่แค่เงาร่างของฉันที่ทอดไปที่พื้นห้องนั่นเอง

นี่น่ะหรือ...หมอมือหนึ่ง?

ฉันเหยียดยิ้มขณะที่ก้มหน้าลงมองมัน...

“คำว่าเร็วๆนี้ของแกน่ะ...เมื่อไหร่?”

“ท่านแซนซัส...”

มันครางเรียกชื่อฉันจากอกพลางก้มหน้าลงซบกับพื้น...

ฉันขึ้นไก...เตรียมเล็งปืนให้ตรงกับศีรษะ

...อย่างน้อยก็ตอบแทนที่รักษามาตั้งสัปดาห์...
...ฉันจะให้แกตายสบายหน่อยแล้วกัน...

“ท่านสคอลโล!!!”

เสียงเรียกอย่างตระหนกของพยาบาลทำให้ฉันเหลียวกลับไปมอง...

ไอ้ฉลามงี่เง่านั่น...ลืมตา…?

ฉันเบือนหน้ากลับมายังร่างของหมอที่ตอนนี้เงยหน้าขึ้นอย่างยินดีก่อนจะลดปืนในมือลง...

“ไปทำหน้าที่ของแกซะ!”

ฉันสั่งก่อนจะหมุนตัวกลับออกไปเบื้องนอก...
ทิ้งไว้เพียงเสียงขอบคุณราวยินดีเหลือประมาณกับความวุ่นวายในห้องพยาบาลเท่านั้น...

.
.
.

สายฝนยังคงโปรยปรายลงมาบนพื้นผิวโลกไม่หยุดหย่อน...
แผ่วเบาสลับกับกรรโชกแรงเป็นบางคราวไม่แน่นอน

ฉันหยุดยืนอยู่ตรงหน้าระเบียงทางเดินพลางทอดสายตาออกไปเบื้องนอก...

ความมืดมิดกลืนกินสรรพสิ่ง...ไม่เว้นแม้แต่ข้างในปราสาท

ฉันรู้...ว่าในตอนนี้ ที่ดูเหมือนว่าทุกสิ่งในปราสาทหลับใหล แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มอยู่เฝ้ามองและระวังความปลอดภัยให้คนในปราสาทแห่งนี้อย่างลับๆ...

และยังมีอีกไม่กี่คน ที่ยังคงต้องประชุมกันหัวหมุนเพื่อเฝ้าติดตามอาการของคนป่วยที่นอนอู้มาเกินอาทิตย์

ฉันเริ่มเดินต่ออีกครั้ง...ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าห้องพยาบาลที่เปิดไฟไว้เพียงสลัวๆ แสดงให้รู้ว่าคนที่อยู่ภายในกำลังพักผ่อน

ฉันค่อยๆผลักบานประตูเข้าไปอย่างใจเย็น...แต่นั่นก็ยังคงทำให้นางพยาบาลที่อยู่โยงเฝ้าไอ้ฉลามตัวนี้สะดุ้งน้อยๆอยู่ดี

ฉันพยักหน้าเป็นสัญญาณให้เธออกไปข้างนอกก่อนที่จะก้าวเข้าไปหยุดอยู่ข้างเตียงคนไข้

สคอลโลกำลังหลับ...
ลมหายใจของมันเข้าออกช้าๆเป็นจังหวะ...แต่น่าแปลกที่คราวนี้มันไม่ได้ดูน่าหวาดหวั่นเหมือนสองสามวันก่อน

หลังจากที่มันฟื้นเป็นช่วงสั้นๆและฉันก็ปล่อยให้หัวหน้าทีมแพทย์ได้มีชีวิตรอดไปรักษามันต่อไปนั้น มันก็กลับไปหลับยาวอีกรอบ...

แต่การหลับในครั้งนี้มันเป็นการหลับสลับกับฟื้นขึ้นมาแบบสะลึมสะลือขึ้นมาเรียกหาน้ำเป็นพักๆ

ริมฝีปากที่แห้งแตกเพราะไม่มีน้ำผ่านมากว่าอาทิตย์ บัดนี้ชุ่มชื้นขึ้นนิดหน่อยจากน้ำที่แตะริมฝีปากเป็นจิบเล็กๆจากนางพยาบาลที่คอยดูแล

ฉันแตะหลังมือเข้ากับหน้าผากของมันก่อนจะขมวดคิ้วน้อยๆเมื่อรู้สึกถึงความร้อนจางๆที่ส่งผ่านมา

“ยังมีไข้อยู่นี่หว่า...”

ฉันพึมพำก่อนจะละมือออก...ทันที่เสียงละเมอจะรอดผ่านให้ได้ยิน

“แซนซัส?”

ฉันชะงักก่อนจะก้มลงมองมัน...เสียงละเมอที่เข้าใจในตอนแรกกลับกลายเป็นเสียงเรียกจริงๆของเจ้าฉลามตรงหน้า

“ตอนนี้...กลางคืนหรือถึงได้มืดแบบนี้?” มันถามต่อด้วยเสียงแหบแห้ง...

“ใช่...” ฉันตอบ “น้ำไหม?”

“ก็ดี...” มันรับคำอย่างว่าง่าย

ฉันรินน้ำก่อนจะประคองมันขึ้นมาจิบ...น้ำคำเล็กไหลผ่านริมฝีปากบาง ก่อนที่ฉันจะวางร่างมันให้กลับลงไปนอนต่อ...มันทอดสายตามองผ่านขึ้นไปยังเพดานห้องราวกับคิดถึงอะไรอยู่...

ฉันละมืออกก่อนจะถอยออกมายืนข้างเตียงตามเดิม เมื่อพอมาสัมผัสร่างกายมันตรงๆแบบนี้ ฉันยิ่งรับรู้ได้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนกว่าที่รู้สึกจากหน้าผาก...

“แกมีไข้...”

“มิน่าถึงรู้สึกร้อนๆ...” มันว่าก่อนจะหัวเราะเบาๆ “ตอนนี้ฝนตกเหรอ บอส?”

“เออ”

“อือ, เสียงมันเบาจังเลยนะ” มันพึมพำก่อนจะหลับตาลง...

มันคงเพ้อด้วยพิษไข้...ฉันคิดก่อนจะเอ่ยขึ้นเรียบๆ

“แกนอนไปซะ เดี๋ยวฉันจะไปตามหมอมาให้”

“เดี๋ยวสิบอส...” มันเอ่ยเรียกทำให้ฉันต้องหันกลับไปมองมันอีกครั้ง

“มีอะไร?”

“คราวนี้ฉันปกป้องบอสได้แล้วนา...” มันว่าพลางหัวเราะหึๆ

“พูดมาก...” ฉันเผลอยิ้มออกมาก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบเฉยตามเดิมพลางยื่นมือไปกดหน้าไอ้ฉลามงี่เง่าให้จมลงไปในหมอนมากขึ้น “นอนไปซะ!”

“โอ๊ย!...ไหนบอกว่าอย่าตายไงล่ะ พอฟื้นมาก็โหดใส่อีกแล้วเหรอ?” แม้จะแหบแห้งกว่าเดิมเยอะ แต่เสียงของมันก็ยังจับได้ว่าตั้งใจกวนอารมณ์คนฟังอย่างยิ่ง

“หรือแกอยากฟื้นขึ้นมาให้ฉันเป็นคนฆ่าแกเองรึไง? ไอ้สวะ!!!” ฉันคำรามใส่มัน

ให้ตายเหอะ! ท่าทางว่าง่ายตอนกินน้ำเมื่อกี้มันหายไปไหนหมดวะ!?

“ชิ!” มันเบะปากที่ดูก็รู้ว่าแกล้งทำ

นี่ถ้าไม่ติดว่ามันยังเจ็บอยู่ล่ะก็...จะจับโขกกับไอ้โต๊ะข้างเตียงนี่ล่ะ!!!

ฉันคิดอย่างหงุดหงิด...อารมณ์ดีๆที่มีอยู่เมื่อประมาณสามนาทีที่แล้วหายวับไปกับตา

“นี่บอส...”

“อะไรอีก!”

“จะไปตามหมอก็เปิดไฟก็ได้...หมอจะได้เข้ามาสะดวกๆ” มันว่าก่อนจะเสริมต่อ “มืดแบบนี้เดี๋ยวได้รักษากันเองหรอก...แล้วนี่นึกยังไงถึงปิดไฟในห้องซะมืดตื๋อแบบนี้ล่ะเนี่ย?”

ฉันชะงักก่อนจะจ้องไปที่มันตรงๆ...อะไรบางอย่างในคำพูดมันทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ...

“แกว่าไงนะ?”

“ฉันบอกว่าบอสจะเปิดไฟก็ได้ไง...” มันพูดซ้ำก่อนจะยิ้มกวนประสาทอีกรอบ “ไม่ยักรู้ว่าบอสเริ่มแก่ หูไม่ดีแล้ว...”

ถ้าเป็นเวลาปกติ ฉันคงไม่ลังเลกับการจับหัวมันโขกกับโต๊ะโดยไม่ใส่ใจกับผ้าพันแผลและอาการไข้ของมันแล้ว...
แต่คำพูดของมันทำให้ฉันต้องโยนความคิดพวกนั้นออกไปก่อนที่จะลงมือทำ...

“สคอลโล...ตอนนี้แกมองเห็นอะไร?

“หือ? บอสถามอะไรแปลกๆ...ปิดไฟซะมืดขนาดนี้ ใครมันจะมองเห็นอะไร? ถึงจะฝึกมาดีก็เหอะ...”

ฉันยืนนิ่งพลางกลืนน้ำลายเหนียวๆลงอย่างฝืดคอ...

ก่อนจะกดปุ่มเรียกหมอที่คอยเฝ้าอยู่ห้องข้างๆให้เข้ามา...

“ท่านแซนซัส...”

เสียงเรียกอย่างนอบน้อมดังขึ้นเบื้องหลัง...

ไม่ต้องผลักสวิตซ์ไฟขึ้น...
ไม่ต้องกลัวสะดุดของที่วางอยู่ล้มจนต้องรักษากันเองแบบที่ไอ้ฉลามมันแซว...

แสงไฟในห้องพยาบาล...แม้จะเป็นเพียงแสงสลัว แต่ก็มองเห็นได้ทั่วทั้งห้อง...

.
.
.

บางสิ่งในหัวใจบิดหมุนเป็นเกลียวแน่นเข้าอีกครา...


Tbc.

Author:  accel [ 04 Mar 2008, 15:40 ]
Post subject: 

นั่งไล่เก็บ ชอบแซนซัสแบบนี้จังเล้ยยย... -w-+d

เง้อ! ฉลามป่วยยังไม่พอ ต้องมาตาบอดอีกเร้อ! =[]="
หรือว่าบอดเพราะรัก (ป้าก! โดนคนเขียนตบ)
บอสสู้เขาเด้อ >3<"

รออ่านตอนหน้า

Author:  saoroon [ 04 Mar 2008, 16:35 ]
Post subject: 

แทบขาดใจแทน (_llllllllllllllllllllllllllllll_)

ท่าน aki คะ...อย่าบอกนะคะว่า.......ตาของฉลาม...................บอดใช่มั๊นคะพี่!!!! (ใช่!! ในฟิคบอกชัดขนาดนั้น จะมาถามทำไมอีก -- )

ไม่จริงน้าาาาาาาาา ทำไมกัน TToTT ป๋าเขาอุตส่าห์โล่งใจที่ฉลามฟื้น แต่โล่งใจไม่ทันไร ก็ต้องมาเจออะไรแบบนี้อีก

น่าสงสารที่สุดเลย TTo TT

ปล. ท่าทางชะตาชีวิตของหมออันดับหนึ่งท่าจะดับมิดับแหล่แหงๆ

___________________________________________________

Author:  Sweetiez [ 04 Mar 2008, 16:55 ]
Post subject: 

อ๊ากกกกกกกกกกก ฟิคยาววววว

ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาที่ลงงับ แต่เป็นตอน

ว้าว ฟิคละครย่อมๆมาแล้วงับ กว่าป๊ากับม๊าจะรักกัน

อ๊ากกกกก รอต่อไป เชื่อว่าตอนแต่ไปน่าจะรู้

555+

Author:  sarail [ 04 Mar 2008, 20:35 ]
Post subject: 

ไม่!!

ไม่!!!!


ไม่บอดแน่นอน!!!!

เพราะ...

นังซารับไม่ได้ อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


*ล้อเล่นฮะ*

แต่คิดว่าถ้าบอกจริงคงสงสารหลาม..
พอหลามรู้ต้องคิดว่าตัวเองไร้ประโยชน์แล้วโทษตัวเองแน่ๆ TT TT

สงสารหลามงะ..แถมบอสก็ดูโหดขึ้นทุกวันทุกวัน...

แต่หลามคงไม่อยากให้ใครมาสงสาร ดีไม่ดีเรื่องจะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่...

จะมีวันได้อ่านฉากเรท(..)ฝีมือท่านakiมั้ยนะ...

สอบพยายามเข้านะฮะ^ ^/

Author:  Muk! [ 04 Mar 2008, 21:46 ]
Post subject: 

โฮๆๆๆ TToTT น้องหลามตาบอดซะแล้ว อย่างนี้ได้เปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น "ซามูไรตาบอด" แหงๆ

แต่ความจริงแอบเชียร์ให้บอดไปอีกหลายๆตอน แซนซัสจะได้สงสาร + เห็นใจ เผื่อจะมีฉากหวานๆ ประมาณ ป๋าป้อนข้าวให้ อาบน้ำให้ อะไรประมาณนี้ และถ้าหวานจนถึงขนาดจับกดได้เลยจะยิ่งกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ปล. ฟิคท่าน aki อ่านแล้วชอบสุดๆเลยค่า เอาไว้ย้อมใจหลังจากบาดเจ็บสาหัสจากการสอบได้ดีจริงๆเลย ^o^

Author:  tsuna27 [ 04 Mar 2008, 23:26 ]
Post subject: 

ม่ายยยยยจริ๊งงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

หลามตาบอด! ม่ายเอาน้า TTT^TTT

แต่ว่า ถ้าบอดแล้วป๋าแซนยอมดูแลก็คงไม่เป็นไร (มั้ง)

(แอบเชียร์ลึกให้ป๋ากดตอนฉลามตาบอด คงแจ่มน่าดู)

อยากเหงฉากป๋าดูแลฉลามเคะจริงเลย ฉากหวานๆ (ที่ปกติมันมะมีร้อก -*-)

รีบมาต่อเร็วๆน้า >0< อยากรู้ว่าป๋าแซนจะทำยังไงเมื่อ(ว่าที่)ภรรยาตาบอด อุฮิ อุฮิ

Author:  reddieG [ 05 Mar 2008, 01:08 ]
Post subject: 

จะ.......จิงหรออ
ม่ายยยยยยยยยยย
น้องหลาม ต้องม่ายบอด T.T

Author:  tamago [ 05 Mar 2008, 16:59 ]
Post subject: 

ท่านค่า!!!!

เขียนจนกลายเป็นระครชีวิตเกินไปแล้น!!!! (เขย่าคอท่านaki)

หลาม!! หลามจะตาบอดเหรอ!!!!!

แง~~~ ไม่เอาน่า

แต่ภาษาดีมากมาย ต่อไวๆนะค่ะ

Author:  riki [ 05 Mar 2008, 18:38 ]
Post subject: 

ไม่

ต้องไม่บอด

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

T_T

ดร่ามาได้ใจมัก หุหุ

Author:  waterjoin [ 07 Mar 2008, 00:13 ]
Post subject: 

อิอิ มาอ่านด้วยคน...ป๋าน่ารักโครต

เพิ่งได้เข้ามาอ่าน รวดเดียวเลย ป๋ามุมนี้น่ารักดีแฮะ ((ขนาดตอนทรมานชาวบ้านยังน่ารักเลย))

ชอบอิตรง “ได้โปรด...อย่าตาย...” ดึงมากอดอีกตาหาก

ว่าแต่ akiซังเจ้าคะ
นู๋หลามตาบอดอย่างงี้ ป๋าจิฆ่าหมอมิคะ ((จะเหลือเหร๊อ...เนอะ))

หลามต้องหายน้า จะได้กลับมามองหน้าบากๆของป๋าได้อีกไง
((ดีไม่ดีอาจได้มองหน้าอายๆ ของป๋าเวลาบอกรักแกด้วยไง...จามีไม๊งิ))

Author:  aki [ 09 Mar 2008, 19:21 ]
Post subject: 

Katekyo Hitman Reborn!

Title : Rain
Paring : XS
Rate : PG
Author : aki

Note : หนีมาแปะฟิคทั้งที่ยังสอบไม่เสร็จ...แต่คิดว่าซีรีย์นี้คงใกล้จบเต็มทีแล้วล่ะค่ะ
สำหรับผุ้ติดตามมาตลอดก็ขอขอบคุณมากๆนะคะ คนเขียนมีกำลังใจขึ้นจม (ตอนแรกคิดว่าตัวเองจะไม่เหมาะกับฟิคการ์ตูนซะอีก)
คราวนี้ก็ขอเนียนไม่ตอบเมนท์นะคะ เมื่อคืนแทบไม่ได้นอนเลย (ไอ้ที่เขียนตอบข้อสอบไปก็งงๆ...ให้ตายเหอะ!) จะแวบไปนอนแล้วล่ะ

อย่างไรก็ตาม คิดว่าเร็วๆนี้จะมีเรื่องมาให้เซอร์ไพรซ์ไถ่โทษ สำหรับผุ้ติดตามมาตลอดนะคะ

ขอบคุณทุกคอมเมนท์ล่วงหน้าค่ะ ^^

***********************************************************


[8.] Monsoon baby…



“บอส~~”

เสียงเรียกลากยาวที่ฟังแล้วดูกวนประสาทชอบกลดังขึ้นตรงหน้า ทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นจากเอกสารกองโตที่หมักหมมไว้หลายวันจนแทบล้นจากโต๊ะทำงาน...
เจ้าชายผมทองเกยหน้าลงกับโต๊ะก่อนจะเอ่ยต่อด้วยโทนเสียงหงอยๆอย่างที่ไม่ค่อยได้ยินนัก

“เมื่อไหร่สคอลโลจะหายล่ะ บอส?”

“ฉันไม่ใช่หมอ ถ้าแกอยากรู้ก็เดินออกไปแล้วเลี้ยวซ้ายจนเกือบสุดทางเดินโน่น”

ฉันตอบก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารในมือต่ออย่างหงุดหงิดน้อยๆที่เห็นว่าไอ้สิ่งที่อยู่ในมือมันมีแต่เรื่องไม่เป็นเรื่องทั้งนั้น...
ขณะที่ฉันกำลังลังเลเล็กน้อยระหว่างการสั่งเก็บเจ้าตัวปัญหาในเอกสารให้สิ้นเรื่องสิ้นราวเพียงอย่างเดียว หรือจะแถมด้วยการออกไปเชือดคนที่ส่งเอกสารนี่ขึ้นมาให้หายหงุดหงิดดี เจ้าหัวทองก็ลุกขึ้นมาจ้องหน้าฉันอย่างเอาเป็นเอาตายแทน...(แม้จะมองไม่เห็นลูกตามันก็เถอะ!)

“ตั้งแต่สคอลโลฟื้น บอสก็ดูไม่ค่อยห่วงสคอลโลเลยนะ?”

“ทำไมฉันจะต้องห่วงไอ้ฉลามสวะนั่นด้วย?”

ฉันว่าพลางหยิบปากกามาเซ็นคำสั่งอนุมัติให้หน่วยของเลวีออกปฏิบัติการในงานชิ้นนี้

“หือ~~~?” มันลากเสียงยาว “เจ้าชายนึกว่า........”

ฉันเหลือบตาขึ้นมองมันพลางดึงเอาเอกสารอีกปึกลงมาจากกอง

“แหะๆ...ช่างเหอะ เจ้าชายไม่อยากรู้ก็ได้” มันหัวเราะแห้งๆแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นนักก่อนจะถอยห่างออกไปเล็กน้อย...

“ลุสซูเรียกับมามอนล่ะ?” เมื่อเห็นมันเลิกวอแวกวนใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้ว ฉันจึงเอ่ยถามถึงคนที่ฉันตั้งใจจะสั่งงานให้

ให้ตายเหอะ, หายหัวไปได้กันทั้งวัน...

“ไปนั่งเล่นกับสคอลโลล่ะมั้ง...”

“เอาไอ้ปึกนี่ไปแบ่งให้สองคนนั่น...” ฉันสั่งพลางโยนกองเอกสารลงโครมตรงหน้ามันสองปึกใหญ่ก่อนจะเสริมขึ้นเรียบๆ “แล้วฝากบอกพวกมันด้วยว่าฉันจ้างพวกมันมาทำงาน...ไม่ใช่ให้ไปนั่งเฝ้าไอ้ฉลามงี่เง่านั่น!”

“ได้เลยบอส...” มันตอบรับก่อนจะหอบรวบเอกสารเดินออกจากห้องไป

ค่อยสบายหูหน่อย...ฉันคิดพลางหยิบขวดเหล้าที่ตั้งอยู่ไม่ห่างนักขึ้นมารินดื่มพลางมองกองเอกสารตรงหน้าอย่างเบื่อๆ...

จริงๆแล้วถ้าเป็นก่อนหน้านี้ เอกสารพวกนี้จะถูกสคอลโลอ่านก่อนแยกส่งขึ้นมา แบ่งประเภทไว้สำหรับที่ต้องเซ็นอย่างเดียวกับที่ต้องอ่านเอารายละเอียดไว้ให้อย่างเรียบร้อย...
แต่พอเจ้าสวะนั่นหนีไปนอนอู้อยู่หลายสัปดาห์ เอกสารพวกนี้ถึงต้องถูกส่งตรงมาถึงฉันทั้งหมด...

ฉันหยิบเอกสารอีกปึกขึ้นมามองผ่านๆก่อนจะหมดอารมณ์อ่านแล้วเลยโยนมันกลับลงไปกับโต๊ะทำงาน...
เหล้าที่ตั้งอยู่ถูกรินเพิ่มลงไปในแก้วก่อนที่ฉันจะลุกขึ้นยืนทอดสายตาออกไปเบื้องนอก...

ฝนตั้งเค้าอีกแล้ว...

ฉันจิบเหล้าในมือเล็กน้อยพลางนึกถึงบทสนทนาระหว่างฉันกับหมอเมื่อราวอาทิตย์ก่อนถึงอาการของไอ้ฉลามงี่เง่านั่น...

พิษที่ฉีดเข้าหักล้างส่งผลข้างเคียงทำให้การทำงานของดวงตาผิดปกติไป...
ระยะแรกมันจะมืดสนิท ก่อนจะค่อยๆเริ่มเห็นจุดแสงวูบวาบเข้าตา...

อาจไม่ถึงขั้นต้องผ่าตัด...แต่การล้างพิษออกต้องใช้เวลา เพราะพิษที่ได้รับก่อนหน้าก็ยังส่งผลต่อการทำงานของหัวใจอยู่...
อาการไข้จะค่อยๆลดลงเมื่อพิษที่ตกค้างถูกกำจัดออกจากร่างกายจนหมดแล้ว...

แต่ถึงกระนั้น, ที่ต้องระวัง คือ อาการไข้ที่อาจกลับขึ้นสูงได้ทุกเมื่อ...

ระหว่างนี้...ขอให้นอนพักฟื้นอยู่ที่ห้อง

ทางคณะแพทย์จะเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด...

ดังนั้น...คำสั่งพักงานชั่วคราวของไอ้สวะนั่นจึงถูกเซ็นลงไปในวันนั้น

ฉันยกแก้วเหล้าในมือขึ้นจิบอีกครั้ง...ทันที่จะเห็นหัวเงินๆที่แสนเคยคุ้นแวบผ่านแนวต้นไม้ในสวนไป...
ฉันขมวดคิ้วพลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย...

...ก็บอกให้นอนพักเฉยๆไงวะ...

ฉันวางแก้วลงคืนกลับบนโต๊ะก่อนจะก้าวยาวๆออกนอกห้องไป...

...ไอ้ฉลามหัวดื้อเอ๊ย!!!...

.
.
.

เสียงหอบหายใจดังขึ้นให้ได้ยินเมื่อฉันก้าวเข้าไปใกล้...สคอลโลเดินโซเซก่อนจะล้มแปะลงนั่งที่โคนต้นไม้ใหญ่ที่จับไว้ได้...
ใบหน้าใต้กรอบผมสีเงินขาวซีดลงกว่าเดิม เนื่องจากไม่ได้โผล่หน้าออกมานอกห้องร่วมเดือน

ฉันล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกงพลางหยุดยืนมองมันที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะรู้ตัวเลยสักนิดว่ามีคนเข้าไปใกล้...

...ก็เพราะแบบนี้ ถึงบอกให้นอนพักเยอะๆไงวะ...

ฉันถอนหายใจก่อนจะก้าวไปใกล้ขึ้นอีก...

“ใครวะ!?”

“ฉันเอง”

ฉันตอบเรียบๆ ทำให้มือที่ตั้งท่าจะดึงอาวุธออกมาทิ้งลงข้างตัวเหมือนเดิม

“มาทำอะไรตรงนี้ ไอ้สวะ?”

“เบื่อๆน่ะบอส” มันตอบพลางถอนหายใจ ใบหน้าขาวซีดแหงนเงยขึ้นสู่ท้องฟ้าที่ครึ้มไปด้วยเมฆฝน...
ถ้าให้เดา ดวงตาใต้ผ้าพันแผลนั่นก็คงหลับลงจินตนาการถึงภาพของท้องฟ้าที่ตนมิอาจเห็นได้เป็นแน่...

“ฝนกำลังจะตกใช่มั้ยบอส?”

“เออ!”

“ตกมาเป็นเดือนแล้ว...ท้องฟ้ามันไม่เบื่อรึไง ที่ต้องร้องไห้ทุกวี่ทุกวันแบบนี้?”

คำพูดประหลาดๆหลุดออกจากปากมันทำเอาฉันขมวดคิ้วน้อยๆ ด้วยว่าไม่ค่อยเข้าใจถึงสิ่งที่มันพูดเท่าไหร่...
แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเสียเฉยๆ...

อาจเป็นเพราะฉันไม่อาจเห็นดวงตาที่สื่อความหมายซับซ้อนมากกว่าสิ่งที่ผ่านริมฝีปากของมันก็ได้...

ความเงียบโรยตัว...ก่อนที่สายฝนจะพร่างพรมลงมาเชื่องช้า...

ฉันก้าวยาวๆเข้าไปหามันที่ไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นกลับเข้าไปในตึกก่อนจะกระชากคอเสื้อมันขึ้นมาด้วยแรงที่ไม่อาจเรียกได้ว่าเบานัก...

“เฮ้ย!!! ทำอะไรวะบอส!!!?”

ฉันลากมันให้เดินตามโดยไม่สนใจต่อเสียงประท้วงโวยวายของมันเท่าไหร่...
เสียงสะดุดนู่นชนนี่ดังให้ได้ยินพร้อมเสียงสบถของมันเป็นพักๆ จนกระทั่งมาถึงจุดหมายที่ฉันตั้งใจ...
ฉันเหวี่ยงร่างมันเข้าไปจนมันลงไปกองอยู่กับพื้นเรียกเสียงร้องโวยวายได้อีกระลอก...

“ที่นี่...” มันชะงักเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสใต้ฝ่ามือ มันไล้มือไปตามพื้นก่อนจะขมวดคิ้วน้อยๆ

“อย่าทำตัวงี่เง่าไปหน่อยเลยน่ะ ไอ้สวะ!!!”

“อะไรวะ! ฉันไปทำตัวงี่เง่าตอนไหนไม่ทราบ!?” มันตะโกนกลับก่อนจะยันตัวขึ้นลุกขึ้นยืน

“ก็ไอ้ที่ทำหน้าเหมือนไม่ยินดียินร้าย แต่ในใจมีเรื่องเป็นร้อยเป็นพันนี่มันไม่งี่เง่ารึไงวะ!”

“...ก็ถ้าพูดไปมันก็ไม่มีใครเข้าใจอยู่ดีล่ะวะ!!!” มันชะงักไปนิดก่อนจะสวนกลับอย่างไม่เกรงกลัว

“แล้วแกลองพูดออกมารึยังวะห๊ะ!!!?” ฉันกระชากเสียงใส่อย่างหงุดหงิด เรียกให้มันผวาเข้ามาหาก่อนจะกระชากคอเสื้อฉันอย่างแม่นยำ...

“ก็บอสไม่ได้ต้องมาอยู่มืดๆแบบนี้มาเกือบเดือนนะโว้ย!!! จะได้มาเข้าใจฉันน่ะ!!!”

มันตะคอกกลับ...
...แต่ขณะเดียวกัน...มือของมันกลับสั่นน้อยๆ...

“ถ้าคิดว่าใครไม่เข้าใจ...ก็พูดกับดาบของแกสิ...” ฉันตอบ

...หรือไม่...ก็พูดให้ฉันได้ยินก็ยังดี...

มันนิ่งไปก่อนจะคลายมือออก...ใบหน้าซีดขาวก้มต่ำจนถูกซ่อนไว้ใต้เรือนผมสีเงิน
...ก่อนที่คมเขี้ยวของฉลามจะถูกชักออกมาให้เห็น...

ฉันถอยออกมายืนพิงผนังห้องเย็นเฉียบโดยที่ไม่ได้ละสายตาจากมัน...

“โธ่เว้ย!!! ทำไมต้องมามองไม่เห็นด้วยวะ!!!...” มันตะโกนก้องห้องฝึกดาบแบบญี่ปุ่นนี้ คมดาบในมือถูกตวัดไปตามเพลงดาบที่ถนัดของมัน
“เบื่อจะตายอยู่แล้วนะโว้ย!!!! ฉันไม่อยากจะเป็นคนไร้ประโยชน์แบบนี้สักหน่อย!!! ฉันคนนี้น่ะนะ...จักรพรรดิแห่งดาบคนนี้น่ะนะ!!!”

มันยังคงพล่ามออกมามากมายพร้อมกับเพลงดาบของมันที่ดุจการร่ายรำอยู่เหนือความตาย...

ในคราวนี้...ดาบของมันไม่ได้ถูกใช้เพื่อสังหารเลือดเนื้อ
แต่เพื่อ...สังหารตะกอนที่ขุ่นค้างในจิตใจของมันต่างหาก

ฉันยกมือขึ้นกอดอกพลางเหยียดยิ้มเล็กน้อย...

เบล...ฉันคงไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงไอ้สวะนี่หรอกว่ะ
ตราบใดที่มันยังคงมีชีวิต...
...เท่านั้นก็พอ...

.
.
.

Tbc.

Author:  Muk! [ 09 Mar 2008, 19:30 ]
Post subject: 

อารายกาน จาจบแล้วเหรอคะ ไม่ยอมๆๆๆๆๆๆๆ (ลงไปนอนชักดิ้นชักงอกับพื้น)

อย่าเพิ่งจบเลยค่า มุกออกจาชอบเรื่องนี้ของท่าน aki เอามากๆ แต่งต่อเยอะๆเถอะน้านะ

หรือถ้าจะให้จบจริง ก่อนจบก็ขอฉากเรทสัก 2-3 ฉากก็ยังดีนะคะ :lol:

Author:  riki [ 09 Mar 2008, 19:38 ]
Post subject: 

โชคดีจังยังไม่บอด^^

ไม่รู้เรารู้สึกไปเองรึป่าว

แต่รู้สึกว่าน้องหลามมันน่ารักขึ้น><

(โดนแซนซัสเป่าดับ...)

Page 4 of 8 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/