Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 386 posts ]  Go to page Previous  1 ... 18, 19, 20, 21, 22, 23, 24 ... 26  Next
Author Message
 Post subject: Re: [AUfic] หลังม่านโลกีย์-บุปผาในม่านหมอก [10069] End 25/05/09
PostPosted: 26 May 2009, 17:59 
User avatar
Joined: 10 Oct 2008, 15:58
Posts: 420
ในที่สุดก็สมหวัง!!^o^

นึกว่าจะจบเศร้าซะแล้ว><!

_________________
Image

Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AUfic] หลังม่านโลกีย์-บุปผาในม่านหมอก [10069] End 25/05/09
PostPosted: 26 May 2009, 20:49 
Joined: 24 May 2009, 20:56
Posts: 47
ซี้ดดดดอู้วววววคู่นี้นี่รุนแรงกันจัง-///-
อยากให้แต่งเพิ่งอีกอ่าาานะๆๆๆๆๆแบบตอนพิเสดก็ด้ายยยยยพลีสสสT^T


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AUfic] หลังม่านโลกีย์-บุปผาในม่านหมอก [10069] End 25/05/09
PostPosted: 26 May 2009, 20:58 
Joined: 21 Jan 2009, 21:20
Posts: 174
ในที่สุดก็แฮปปี้ ฮ้า...

ชอบคู่นี้จริงๆเลย เป็นคู่ที่เหมือนจะเกิดมาคู่กันแบบแปลกๆ ตอนแรกนึกว่าจะจบเศร้าซะอีก แต่จบแบบนี้ก็ดีใจ ในที่สุดก็สมหวังกันสักที รอกันมาตั้ง 10 ปี

สนุกมากมายฮะ><


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AUfic] หลังม่านโลกีย์-บุปผาในม่านหมอก [10069] End 25/05/09
PostPosted: 26 May 2009, 22:02 
User avatar
Joined: 21 Jul 2008, 12:59
Posts: 478
Location: ที่ๆมีวาย....
title หลังม่านโลกีย์ ภาค บุปผาที่ปลายมือ
by Ziar
pairing ColonelloxReborn
summery ....ยามราตรีปกคลุมแผ่นฟ้า เหล่าบุปผาจะเริงระบำ....

---------------------------->

หลังม่านโลกีย์
บุปผาที่ปลายมือ

Image



เพื่อนสมัยเด็ก....เป็นคำที่มีหลากหลายนิยามตามแต่ใจจะคิดถึง บ้างก็สำคัญ บ้างก็ไม่สำคัญ บ้างก็เป็นเพื่อนกันเสมอ แต่บ้างก็ต้องจากกันแล้วห่างไป รีบอร์นและโคโลเนโล่เองก็เช่นเดียวกับนิยามของคำว่า เพื่อนสมัยเด็ก อื่นๆ พวกเขาเกิดในหมู่บ้านเดียวกัน โตมาด้วยกัน เจริญก้าวหน้าด้วยการแข่งขันและผลักดันกันและกัน สำคัญยิ่งกว่าเพื่อน สำคัญยิ่งกว่าพี่น้อง แต่ก็ยังไม่ใช่คนสำคัญที่สุด และจนถึงช่วงชีวิตหนึ่ง พวกเขาก็มีอันต้องห่างกันไปด้วยภาระหน้าที่ที่แตกต่าง กระนั้น....ชะตากลับนำพาพวกเขากลับมาพบกันอีกครั้ง....

“โคโลเนลโล่จะมา?” ชายหนุ่มในชุดสูทแบบสากลมุ่นคิ้ว

“ฟังถูกแล้วล่ะรีบอร์นจัง ฉันขอตัวโคโลเนลโล่มาทำงานด้วยเพราะที่นี่มีเรื่องเยอะเหลือเกิน” เบียคุรันว่าพลางยิ้มแย้มไม่ได้แสดงอาการอนาทรร้อนใจดังคำกล่าวเลยสักนิด

“กำลังดูถูกฝีมือฉันหรือไง?” รีบอร์นเลิกคิ้วพลางเอ่ยถามด้วยความคลางแคลง เพราะตัวเขานั้นทำงานรับใช้ใกล้ชิดเบียคุรันมานานนับสิบปี ในขณะที่โคโลเนลโล่ถูกเรียกตัวเข้ากองทัพตั้งแต่ย่างเข้าวัยรุ่น ตัวเขาย่อมรู้ตื้นลึกหนาบางของภาระหน้าที่ในปัจจุบันมากกว่าโคโลเนลโล่ ส่วนตัวโคโลเนลโล่ก็รู้เรื่องการวางแผนกลยุทธิ์รับมือศึกเฉพาะด้านมากกว่าเขา แล้วอย่างนี้จะเอามาทำงานร่วมกันไหวได้อย่างไร อีกอย่าง เขาและโคโลเนลโล่ก็ห่างกันไปนาน ครั้นจะให้มาสนิทสนมเหมือนตอนเด็กๆก็คงเป็นไปได้ยาก

“รีบอร์นจังคิดมากจังน้า ฉันแค่อยากจะแบ่งเบาภาระบ้างเท่านั้นเอง อีกอย่าง รีบอร์นจังกำลังติดพันนางโลมอยู่สินะ คงอยากมีเวลาไปป้อยอบ้างไม่ใช่หรือ?” ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าเมืองกล่าวราวกับมองอีกฝ่ายได้ทะลุปรุโปร่ง ซ้ำยังพูดถึงสิ่งที่อีกฝ่ายไม่เคยเปิดเผยออกมาอย่างมั่นใจ

“แล้วเจ้านั่นจะมาเมื่อไหร่?” ชายหนุ่มผมดำรู้ว่าตนเองคงค้านในสิ่งที่อีกฝ่ายคัดสินใจไปแล้วได้ยาก จึงเอ่ยถามถึงวันเวลาที่แน่นอน เขาจะได้เตรียมใจไว้เสียก่อน เบียคุรันจึงยิ้มกว้าง

“ตอนนี้”

ปัง!

“พาคนมาให้แล้วเว้ยเฮ้ย!” เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นพร้อมเสียงประตูแบบญี่ปุ่นถูกเลื่อนออกโดยแรง เรียกให้ผู้อยู่ในห้องทั้งสองหันไปดูพร้อมกัน

“มาแล้วสินะ โคล่อนจัง” เบียคุรันกล่าวอย่างยินดี

“อยู่ในสวนแหละเว้ย ไปดูเอาเอง” โคโลเนลโล่ว่าพลางเข้ามานั่งบนเบาะรองแล้วเลื้อยไปกับโต๊ะตัวเตี้ย

“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะ พวกเธอคุยกันเองแล้วกัน” เบียคุรันทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไปจากห้องแล้วปิดประตูลงเพื่อไปพบใครบางคนที่เจ้าตัวขอให้โคโลเนลโล่พามาส่งถึงจวนเจ้าเมืองแห่งนี้

รีบอร์นมองตามแผ่นหลังเบียคุรันออกไปแล้วชั่งใจว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ตอนนี้ ก่อนจะเบือนหน้ากลับมาหาเพื่อนแต่วันเยาว์ที่เขาแทบจะลืมใบหน้าอีกฝ่ายไปเสียแล้ว กระนั้น โคโลเนลโล่ในเวลานี้ก็ไม่เหมือนกับคนที่เขาเคยจำได้อยู่ดี

“ขัดแข้งขัดขาชะมัดเลยนะแก” เขากัดอีกฝ่าย

“เฮ้ย มาว่าฉันทำไมเนี่ย ว่าแต่นายนี่หน้าตาเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ รีบอร์น” โคโลเนลโล่ว่าแล้วพินิจใบหน้าคู่สนทนา

“แกก็เปลี่ยนเหมือนกันนั่นแหละ” รีบอร์นว่าแล้วนั่งลง “แล้วทำไมแกถึงดูอารมณ์ดีนัก?”

“อ้อ ฉันเหรอ ไปเจอนางโลมถูกใจมาน่ะสิเว้ยเฮ้ย” โคโลเนลโล่ยิ้มกว้าง

“หือ?” ชายหนุ่มมือปืนเลิกคิ้ว

“ก็ตอนฉันไปพาคนมานั่นแหละเว้ยเฮ้ย ดันมีนางโลมออกมาขวาง เลยจูบปิดปากไปซะที” เจ้าของชุดลายพรางแบบทหารโอ้อวดพลางนึกไปถึงนางโลมที่ดูน่ารังแกคนนั้น หากทำให้ร้องไห้งอแงได้คงสนุกพิลึก

“ติดใจง่ายจริงนะ เอาเถอะ คืนนี้ฉันจะไปเที่ยวซะหน่อย แกเฝ้าบ้านดีๆแล้วกัน” รีบอร์นขยับหมวกพลางลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกไป

“เฮ้ย! ได้ไง วันนี้เบียคุรันอนุญาตให้ฉันพักผ่อนได้เหมือนกันนะเว้ยเฮ้ย” โคโลเนลโล่ว่าแล้วรีบวิ่งตามไปในทันที


----------------------->


ย่านนางโลมนยามกลางคืนมีสีสันละลานตาในแบบที่โคโลเนลโล่ไม่เคยเห็น และเพราะตอนเช้ามาตอนแรกนั้นเขาไม่ทันได้สังเกตถึงความงดงามยามราตรีของมัน ในเวลานี้ชายหนุ่มจึงค่อนข้างมหัศจรรย์ใจด้วยไม่เคยเห็นย่านนางโลมที่ใดยิ่งใหญ่และสวยงามเท่าที่แห่งนี้ แต่มันจะน่าแปลกใจอะไร ในเมื่อนามิโมริแห่งนี้คือเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีย่านนางโลมที่ใหญ่และชื่อเสียงโด่งดังที่สุดเช่นกัน

รีบอร์นและโคโลเนลโล่มุ่งหน้าไปทางดียวกันโดยไม่ได้ตั้งใจ และจุดหมายปลายทางนั้น....

“เพิ่งรู้ว่าแกมีรสนิยมชอบผู้ชาย” รีบอร์นกัดเสียทีหนึ่งเมื่อเห็นอีกฝ่ายมาหยุดหน้าหอเดียวกัน นั่นคือหอนางโลมชายแห่งเดียวในย่านนางโลมแห่งนี้

“นายเอกก็เหมือนกันแหละเว้ยเฮ้ย!” โคโลเนลโล่โวยเสียงดัง ในตอนนั้น ก็มีนายโลมคนหนึ่งเดินออกมาต้อนรับ และเป็นคนเดียวกับที่โคโลเนลโล่ให้ค่าปิดปากไป

“ยินดีต้อนรับครับ เชิญทั้งสองท่านข้างใน” ชายหนุ่มในชุดกิโมโนว่าแล้วเงียหน้าขึ้นมาก่อนจะตกตะลึงเมื่อพบคนรู้จัก “รีบอร์น? ไหนว่าคืนนี้ไม่ว่าง?”

“เอ๋ รู้จักเจ้านี่ด้วย?” โคโลเนลโล้เอ่ยถาม

“อ๋า! ท่านที่ลักพาตัวท่านมุคุโร่ไป!” ชายหนุ่มร้องขึ้นมาเมื่อจำอีกฝ่ายได้

“แกรู้จักเจ้าเบื้อกนี่ด้วย?” และคราวนี้เป็นรีบอร์นถามบ้าง “มาอธิบายให้ฉันฟังซะดีๆ เจ้าทึ่มแรมโบ้” เขาว่าก่อนเดินเข้าไปฉุดอีกฝ่ายด้วยความหงุดหงิด มีอย่างที่ไหนที่นายโลมที่ติดพันอยู่กลับไปโดนเจ้าบ้าไม่รู้หัวนอนปลายเท้าจูบโดยไม่ระวังตัว สงสัยต้องสั่งสอนกันเสียหน่อยแล้ว

“เฮ้ย! เดี๋ยวสิ ฉันก็มาหาเจ้านี่เหมือนกันนะเว้ย!” โคโลเนลโล่ดึงแขนอีกข้าเพื่อรั้งไว้ก่อนที่รีบอร์นจะพาอีกฝ่ายเข้าไปข้างใน

“นี่มันคนของฉัน” รีบอร์นเริ่มโมโห

“ที่ไหนกันล่ะเว้ย นางโลมมันอภิสิทธิ์สาธารณะนี่หว่า” ชายหนุ่มในชุดลายพรางโต้กลับ

“ถ้างั้นมาดูกันไหม ไอ้เบื้อก ว่าเจ้านี่มันของใคร!” รีบอร์นคำรามแล้วหันไปหาแรมโบ้ “บอกไปสิ!”

“ใช่เว้ยเฮ้ย บอกสิว่าใครจูบนายวันนี้” โคโลเนลโล่ก็ใช่จะยอมแพ้

“หนอยแก....”

“เดี๋ยว!!!” ในขณะที่ทั้งสองทำท่าจะเข้าขย้ำกันนั้นเอง แรมโบ้ก็ร้องห้ามไว้เสียก่อน “ถ้าพวกนายจะทะเลาะกันก็ไปที่อื่นเลยไป ฉันยังมีงานต้องทำนะ ถ้าพวกนายยังตกลงกันไม่ได้ ห้ามกลับมาที่นี่อีก เข้าใจไหม!?” แรมโบ้ว่าจบก็ปิดประตูใส่หน้าทั้งสองดังปัง คนโดนไล่จึงยืนมองหน้ากันด้วยสายตาเสมือนโทษกันไปมาว่าอีกฝ่ายเป็นต้นเหตุของแห้วหัวนี้

“น่ารำคาญจริง” รีบอร์นสบถอย่างหัวเสียที่อดได้สนุกตามใจอยากหลังจากไม่ได้เล่นสนุกมานานแล้ว ในขณะที่โคโลเนลโล่ไม่ได้รู้สึกแย่มากนัก จริงอยู่ว่าเขารู้สึกเสียหน้าและเสียดาย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องย้ำแย่ถึงขนาดต้องเอามาเป็นอารมณ์

“นายชอบเจ้านั่นเรอะ?” ชายหนุ่มผมทองเอ่ยถาม

“เปล่า แต่เจ้านั่นมันรังแกง่ายดี แล้วก็ไม่ค่อยมีแขกเท่าไหร่” รีบอร์นไหวไหล่ “แต่ฉันไม่ชอบทำอะไรเสียเที่ยว การที่แกมาขัดขวางฉันครั้งนี้จะรับผิดชอบยังไง?”

“หา? ฉันเนี่ยนะ” โคโลเนลโล่ร้อง

“เออสิ แกทำฉันเสียเที่ยวดีนักนี่” รีบอร์นย้ำคำก่อนเดินเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่าย “มาทำให้ฉันพอใจซะดีๆ ไอ้เพื่อนยาก”


-------------------------->


เจ้านี่.....ใช้ปากเก่งกว่าที่คิดแฮะ....

รีบอร์นคิดขณะกดหัวอีกฝ่ายลงด้วยอาการกระสันซ่าน

ใครจะคิดว่าอารมณ์หงุดหงิดชั่ววูบทำให้คนอย่างรีบอร์นเผลอปากท้าผู้อื่นบำเรอรักให้ ซ้ำคนๆนั้นยังเพิ่งได้เจอกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี และเคยเป็นเพื่อนสนิทกันในวัยเด็กเสียอีก ซ้ำสิ่งที่รีบอร์นเพิ่งรับรู้ในวันนี้คือ....เพื่อนในวัยเด็กของเขาคนนี้ ช่ำชองเกมรักมากกว่าที่คิด

“อา...บ้าเอ๊ย....” ชายหนุ่มแหงนเงยหน้าขึ้นพลางสบถออกมา

“ชอบสินะเว้ยเฮ้ย” โคโลเนลโล่เงยหน้าขึ้นมาถามเมื่อเห็นอีกฝ่าเคลิ้มได้ที่

“หุบปากแล้วทำไปเงียบๆ ไอ้เบื้อกเอ๊ย...อึก....” รีบอร์นว่าแล้วกดหัวอีกฝ่ายลงไปอีกครั้ง เขาปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าชอบและรู้สึกดียิ่งกว่าตอนทำกับนางโลมที่ชื่อแรมโบ้เสียอีก

ให้ตายเถอะ ไปฝึกมาจากไหนวะ!

“อา.....” เสียงครางต่ำดังในลำคอเมื่อได้ปลดปล่อยถึงที่สุด รีบอร์นยอมละมือออกจากเรือนผมสีทองและควานหากระดาษหรือผ้ามาทำความสะอาดตัวเองให้เรียบร้อย ในขณะที่โคโลเนลโล่เช็ดคราบออกจากมุมปากแล้วยิ้มกริ่ม

“ทำต่อไหมล่ะเว้ยเฮ้ย?”

“แกจะอยู่ข้างล่างไหมล่ะ?” รีบอร์นสวนทันควัน

“ถ้านายจะขย่มน่ะนะ” โคโลเนลโล่ก็ใช่จะยอมแพ้ง่ายๆ “ตัวบางขนาดนี้กดฉันไม่ลงหรอกเว้ยเฮ้ย!” ว่าแล้วเจ้าตัวก็เบ่งกล้ามโชว์ผลของการฝึกทหารอย่างทรหดมาหลายปีดีดัก

“คิดว่าเก่งนักหรือไง” ชายหนุ่มผมดำควักปืนขึ้นมาจ่อหัวอีกฝ่าย แต่โคโลเนลโล่ก็ไวไม่แพ้กัน ปืนอีกกระบอกจ่อไปยังศีรษะของรีบอร์นอย่างมั่นคง และบ่งบอกได้อย่างดีว่าผู้ถือนั้นชำนาญการใช้อุปกรณ์สังหารชนิดนี้มากเพียงใด ด้วยเหตุนี้รีบอร์นจึงหรี่ตาลง เพราะเท่าที่จำได้ หน่วยทหารไม่ได้ฝึกให้ใช้ปืนพกพาที่เพิ่งถูกคิดค้นมาหลังช่วงสงครามไม่ใช่หรือ?

“ไอ้ปืนนี่ฝึกง่ายจะตายเว้ย แค่ลองยิงครั้งเดียวก็รู้ไส้พุงแล้ว”

“ทำพูดดีไป” รีบอร์นว่าขณะที่ทั้งคู่ลดปืนลง และจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง

“สบายตัวล่ะสิเว้ยเฮ้ย” ทั้งๆที่รีบอร์นพยายามไม่พูดถึงสิ่งที่เพิ่งทำเพราะกระดากเกินกว่าจะพูดถึงมัน โคโลเนลโล่กลับถามได้อย่างหน้าตาเฉยไม่รู้สึกรู้สา

TBC


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AUfic] หลังม่านโลกีย์-บุปผาที่ปลายมือ [56R] up 1 26/05/09
PostPosted: 26 May 2009, 22:34 
User avatar
Joined: 21 Nov 2007, 22:53
Posts: 448
Location: น่าจะบนโลกนะงับ
โอ๊ววววว หื่นแท้พี่เอ๊ยย อ่านทีไรหื่นมันทุกที ฮี่ๆๆๆๆชอบ
โบกสะบัดธง 56R เอ่ม รีบอร์นจังสวยจังเลยคิคิ สังเกตุที่หมวก
.....ดอกไม้.....เลอ้อนแปลงเป็นดอกไม่ไปซะแว้ววววววว
โคล่อนนี่หื่นซะ เหอๆๆๆ สงสารแรมโบ้อ่ะ กระซิกๆๆๆๆ

ยังไงก็สู้ๆนะคะ นั่งรีเฟรชตั้งแต่ 1 ทุ่ม 5555+
ชอบมาก จุ๊บ
ปล.แฟรี่เทล 2784 กับ 56R เว้ยเฮ้ย อย่าลืมแต่งนะคะ
รออ่านอยู่ คิคิคิ

_________________
Image

รัก69ที่สุดและ96ก้อน่ารักมากๆๆอยากมีมีลูก?แบบสองคนนี้^_^

momo_shinigama_no_ballad@hotmail.com เมลเราคะ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AUfic] หลังม่านโลกีย์-บุปผาที่ปลายมือ [56R] up 1 26/05/09
PostPosted: 26 May 2009, 23:03 
Joined: 03 May 2009, 20:20
Posts: 128
=[]=!!! อ่านไปอ่านมา...คู่นี้พึ่งจะเคยอ่าน!!! เป็นครั้งแรกที่คิดว่ารีบอร์นสวยขึ้น!!!
แอบคิดว่าจะ3pตอนแรก=3=!!!แต่ป้ายก็ชู56Rนี่เนอะ!!(พึ่งจะรู้รหัส)
ท่านเซียร์วาดสวยจังเลยคะ!!(ขยันด้วย)
รออ่านตอนต่อไปค่ะ> <


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AUfic] หลังม่านโลกีย์-บุปผาที่ปลายมือ [56R] up 1 26/05/09
PostPosted: 27 May 2009, 00:04 
User avatar
Joined: 19 Apr 2009, 18:36
Posts: 23
สงสารแรมโบ้ค่ะ... แรมโบ้ของฉัน T-T (นี่แกจะไม่สนใจคู่หลักหน่อยเรอะ)
56R ได้ยินคนพูดถึงเยอะอยู่ แต่เพิ่งเคยอ่านฟิคคู๋นี้เป็นครั้งแรก เหอะๆ
ก็ข้าน้อยนึกไม่ออกว่ารีบอร์นจะเคะยังไง เห็นรูปที่ท่านวาดแล้วก็ "อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง"
คิดแล้วชักอยากลองอ่าน R56 ดูมั่งแล้วสิ คุๆๆ

_________________
8059 6918 D18 10051 10069 3851 3318 RL XS BF BM All59 บันไซ!!! >[]< (รหัสเยอะเหลือเกิน กรั่กๆ)


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AUfic] หลังม่านโลกีย์-บุปผาที่ปลายมือ [56R] up 1 26/05/09
PostPosted: 27 May 2009, 00:51 
User avatar
Joined: 19 Mar 2009, 06:27
Posts: 140
Location: ทุกที่ที่มีท่านฮิบาริเคียวยะ ♥
ในตอนจบของ 10069
.
.
ดิ้นจนเตียง(แทบ)หัก ! น่ารักมากอะท่านเซียร์ >w<!

ชอบชอบชอบบชอบบบเเบบนี้
มันเเบบ ดูโหยหาย โหยหวน(?)

มันอ่านเเล้วน้ำตาปริ่ม ♥

โรแมนติกมากค่ะ ลุลาปลื้มม ม~~~


ตอนแรกของ 56R

นายโลมที่ลุลาอิจฉาในตอน จบของ 10069
คือแรมโบ้เองหรอกหรอะ!

ฺฺชอบคู่นี้นะ ... ชอบที่มัน ซาดิส -..,-

จิ้นหน้ารีบอนตอนโดนโคโรเนโร่เอาปืนจ่อเเล้วมัน .. อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก
SM!! SM มาก ชอบบบบ มันทำให้เลือดลมลุลาไหลเวียน (?)


------------------------------------------------------

สบัดพรม นอนหนุนตักท่านฮิ(มากจากไหน)
รอท่านเซียร์อัพเจ้าค่ะ >w< ~

_________________
LULA 18&D18 VERY
[ไม่ว่าใครก็ไม่สำคัญเท่าท่านฮิบาริ เคียวยะ~รักท่านฮิที่สุดในโลกเลย!]
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AUfic] หลังม่านโลกีย์-บุปผาที่ปลายมือ [56R] up 1 26/05/09
PostPosted: 27 May 2009, 11:39 
User avatar
Joined: 19 Sep 2008, 10:24
Posts: 250
Location: Vindice
อ๋า!! R uke O[]o!! สิ่งที่เราตามหามาแสนนาน

ไอ้เราก็แอบมองหุ่นรีบอร์นจังที่แอบเป็นลมซบอกมาหลายตอนแล้วมันก็เอิ่ม ...บางนะ

คิดมาตั้งแต่อ่านโด RL แล้วว่าป๋าแกอย่างเซ็กซี่

ปักธงรอค่า!!

_________________
Image

-------------------------------------------------------------------

“ว่ากันว่าชีวิตคนเรายากจะดำรงเพียบพร้อมทั้งความภักดีและความกตัญญู
คนเราดำรงชีพภายใต้ความลักลั่นย้อนแย้งเช่นนี้เอง”

-The Revage of time-


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AUfic] หลังม่านโลกีย์-บุปผาที่ปลายมือ [56R] up 1 26/05/09
PostPosted: 27 May 2009, 12:47 
User avatar
Joined: 22 Jan 2009, 21:03
Posts: 601
Location: Lambo's heart
มาไม่ทันอ่านตอนมุคุ =[]=

นึกว่าป๋าเบียจะตายซะแล้วววว แต่ในที่สุดก็ Happy Ending >O<

บอร์นเคะเหรอเนี่ย =[]=

แอบฮาตอนเถียงกันว่าใครจะอยู่ข้างล่าง เอิ๊กๆๆ

สงสารน้องวัวจัง (มาอารมณ์ไหน)

_________________
Image

Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AUfic] หลังม่านโลกีย์-บุปผาที่ปลายมือ [56R] up 1 26/05/09
PostPosted: 27 May 2009, 13:50 
User avatar
Joined: 19 Mar 2008, 21:24
Posts: 1301
แย่งแรมโบ้กันไปมากลายเป็นมากินกันเองเรอะ!
น้องวัวเราขอแล้วกันนะ หึๆๆ
เป็นอันกระจ่างว่าตอนจบภาค10069โคโลไปจูบใคร


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AUfic] หลังม่านโลกีย์-บุปผาที่ปลายมือ [56R] up 1 26/05/09
PostPosted: 27 May 2009, 15:42 
User avatar
Joined: 21 Feb 2008, 15:25
Posts: 426
Location: เร่ร่อนพเนจร
บุปผาในม่านหมอก - โอ้ว!~ 0.0 ให้ตายยังไงก็ชอบคู่นี้ คนอย่างมุคุโร่ต้องเจอเบียคุรัน (คนเจ้าเล่ห์เจอคนเจ้าเล่ห์กว่า ฮา)
หวานในฉบับมาชเมลโลว์สอดไส้สัปปะรด น่าจะอร่อยดี -*-

บุปผาที่ปลายมือ - ข้าน้อยชอบคู่นี้ (รีบอร์นน่าจะเหมาะเป็นเคะออนท็อป -*-) แต่หายากเหลือเกิน ในที่สุดก็มีคนเห็นแววคู่นี้มาแต่งจนได้ T^T
เพราะฉะนั้น แรมโบ้คุง หนูเป็นโสดเสียเถอะนะ ป้าชอบคู่นี้มากกว่าอ่ะ (แต่ก็กระจ่างว่าโคโล่คุงจูบใคร)

รีบมาต่อเน่อ ข้าน้อยจะรอน้า >///<

_________________
เป็นท้องนภาที่โอบอุ้มทุกสรรพสิ่ง เป็นฟากฟ้าที่แสนอ่อนโยน


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AUfic] หลังม่านโลกีย์-บุปผาที่ปลายมือ [56R] up 1 26/05/09
PostPosted: 27 May 2009, 19:47 
User avatar
Joined: 07 Jun 2008, 20:12
Posts: 867
Location: ทุกที่ที่มีคู้Yสวีทกันอยู่
10069จบได้น่ารักมากๆเลยค่ะ
>////<

รีบอร์นกับโคโลเรโน่สุดยอดไปเลยยยยยยยย
ไหงมีแรมโบ้โผล่มาด้วยหล่ะเนี่ย
- -''

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AUfic] หลังม่านโลกีย์-บุปผาที่ปลายมือ [56R] up 1 26/05/09
PostPosted: 27 May 2009, 22:21 
User avatar
Joined: 21 Jul 2008, 12:59
Posts: 478
Location: ที่ๆมีวาย....
“คิดว่าตัวเองเก่งนักหรือไง?” ถึงอย่างนั้นรีบอร์นก็ไม่ได้แสดงท่าที่ว่าโดนข่ม เขายิ้มมุมปากแล้วตอบกลับโดยไม่แสดงออกว่าเขินอาย

“คิดว่าทหารจะพลาดโอกาสทองของชีวิตในต่างแดนหรือเปล่านะเว้ย”

“คนต่างชาติรสชาติแปลกแตกต่างดีไหมล่ะ” ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำเดินมานั่งลงข้างๆโคโลเนลโล่แล้วเอนตัวพิงผนัง “ระหว่างที่ทำงานเป็นทหาร มันคงจะตื่นเต้นใช้ได้เลยสิ”

“ก็อะไรประมาณนั้นแหละเว้ยเฮ้ย” หนุ่มชาติทหารไหว่ไหลก่อนจะดึงตัวรีบอร์นเข้าหาโดยไม่ให้อีกฝ่ายทันตั้งตัว “แต่ไม่มีใครรสชาติเหมือนนาย” ว่าแล้ว เขาก็โถมตัวกดรีบอร์นลงเบื้องล่าง บดขยี้ริมฝีปากลงกับกลีบปากของอีกฝ่าย รีบอร์นใช้มือผลักสุดแรงแต่เพราะถูกกดอยู่ข้างล่างและขาโดนทับจึงไม่สามารถอกอแรงได้เต็มที่นัก จำยอมปล่อยให้ตัวเองถูกเอาเปรียบเช่นนั้นโดยคาดโทษไว้ในใจและเริ่มมองหาปืนที่ตนเก็บใส่ซองเมื่อครู่ แต่แล้วก่อนที่ปืนจะได้ทำหน้าที่ เขาก็กลับถูกพลิกให้คว่ำหน้า และปืนที่ดึงออกมาก็หลุดมือกระเด็นไปอีกทาง พร้อมกับน้ำหนักที่กดทับลงมาเต็มร่าง

“บ้าเอ๊ย! ลุกออกไปนะ ไอ้เบื้อกโคโลเนลโล่!” รีบอร์นประท้วงเสียงดัง

“อย่างอแงน่า แค่ออกกำลังกายนิดหน่อยเท่านั้นเอง” โคโลเนลโล่ว่าแล้วกดริมฝีปากลงไปขบเม้มซอกคออีกฝ่ายเบาๆ “นายนี่ยังน่าหม่ำไม่เปลี่ยนจากตอนเด็กๆเลยเว้ยเฮ้ย”

“แกคิดเรื่องอุตริแบบนี้ตั้งแต่เด็กเลยหรือไง! อ....” ในตอนแรกรีบอร์นก็คิดจะด่าให้หนำใจ แต่ว่ามือจอมซนกลับลูบเลื่อนไปที่สะโพกเขาทำให้เผลอกลืนคำพูดอื่นๆลงคอเสียหมด

“ไม่ชอบเหรอเว้ย เมื่อกี้ยังร้องเสียงหลงซะขนาดนั้น” ว่าแล้ว มือหยาบจากการกรำอาวุธก็กระชากกางเกงทรงสวยหลุดออกจากสะโพกได้รูป ก่อนขยับหัวเข่าเข้าไปกระตุ้นที่จุดอ่อนไหวอย่างรู้ใจผู้ถูกกระทำ และนั่นทำให้รีบอร์นสงสัยว่า ในค่ายทหารมันฝึกคนให้กลายเป็นไอ้บ้ากามหรือยังไง!?

“อ...ไอ้เบื้อก....” เสียงรีบอร์นเริ่มขาดๆหายๆด้วยการนำทางอย่างช่ำชอง มือหยาบอุ่นลูบไล้ไปยังเนินเนื้อแน่นตึงและกดเบาๆที่ปากทาง

“อย่าเอะไปน่า แค่เหมือนกับที่นายทำกับเจ้านั่นไง” ว่าแล้วโคโลเนลโล่ก็ดันนิ้วเข้าไปลึกรวดเดียว ความเจ็บที่แล่นแปลบทำให้รีบอร์นร้องออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

“ไอ้เวรนี่! จะทำก็อ่อนโยนหน่อย!”

“คนเป็นทหารมันต้องแข็งกร้าวสิเว้ยเฮ้ย!” ชายหนุ่มผู้กำชัยว่าก่อนจับขาข้างหนึ่งของรีบอร์นพาดไปฝั่งตรงข้าม ส่งผลให้คนที่คว่ำหน้าอยู่ได้หงายขึ้นมาหายใจสะดวกอีกครั้ง กระนั้นก็ใช่จะสบายดังคาด เพราะนิ้วที่กดลึกลงไปในร่างกายนั้นยังคงขยับอย่างต่อเนื่อง ซ้ำยังจงใจกระตุ้นหาจุดที่ทำให้เขารู้สึกดี รีบอร์นจึงกัดฟันแน่นเพื่อปิดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่นพล่าน

แม้หัวใจจะแข็งแกร่ง แต่ร่างกายก็ไม่ได้เป็นไปตามจิตใจต้องการแสดง เพราะมันซื่อสัตย์ยิ่งกว่าที่คิด

แรงตอดรัดเพียงเบาๆ ก็มากพอที่จะบอกโคโลเนลโล่ให้รู้ว่าอีกฝ่ายพร้อมสำหรับการดำเนินการขั้นต่อไป ชายหนุ่มยิ้มกว้างพลางจับขาคู่นั้นอ้าออก

“แก...อ๊า!!” รีบอร์นตั้งท่าจะประท้วง แต่เมื่อนิ้วแกร่งที่ครองครองร่างกายเขากลับถอนออกไป ความปรารถนาอันแรงกล้าก็โถมทับเข้ามาอย่างน่าประหลาด

“อยากแล้วสินะเว้ยเฮ้ย” ผู้ถามนั้นไม่ได้คิดจะถามเพื่อเอาคำตอบสักนิด เพราะเพียงสิ้นคำถาม แก่นกายแข็งขึงก็ถูกแทรกพรวดเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรีรอคำอนุญาต สร้างความเจ็บปวดให้กับท่อนล่างอย่างมหาศาล

รีบอร์นแอ่นกายและเกร็งแข็งเพราะความเจ็บที่แล่นริ้ว แต่ทว่า ผู้กระทำกลับไม่สนใจสิ่งนั้นแม้แต่น้อย โคโลเนลโล่เริ่มขยับตัวเข้าออกอย่างช้าๆแม้ภายในจะยังตอดรัดอย่างรุนแรง เสียงร้องจึงเล็ดรอดออกมาจากปากของผู้ตกเป็นเบี้ยล่างอย่างช่วยไม่ได้ ถึงอย่างนั้น...เมื่อไปถึงจุดหนึ่ง ความเจ็บปวดกลับมลายหายไป เหลือเพียงความหฤหรรษ์ที่รีบอร์นเคยสัมผัสแต่ไม่ใช่จากการกระทำโดยผู้อื่น

รีบอร์นได้เรียนรู้ว่า เพื่อนของเขาคนนี้....มีอะไรมากกว่าที่คิด....


---------------------------->


ชายหนุ่มจำไม่ได้ว่าเขาหมดสติไปเมื่อไหร่ แต่สิ่งที่ยืนยันว่าเรื่องเมื่อคืนไม่ใช่ความฝันยึงติดตรึงฝึงแน่น นั่นคือความปวดหนึบอย่างรุนแรงที่สะโพก และคราบแห้งกรังของสิ่งที่เขารู้จักดีบนร่างกาย นั่นยังไม่รวมอาการอึดอัดเหนียวเหนอะในช่องทางที่ถูกเบิกออก

ไอ้เบื้อกนั่นปล่อยข้างใน!

รีบอร์นกัดฟันด้วยความโมโห เพราะเจ้านั่นนอกจากจะข่มขืนเขาแล้ว ยังไม่รับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำอีกต่างหาก แบบนี้ต้องฟัดกันให้ตายไปข้างนึงล่ะ!

เมื่อตั้งมั่นได้ดังนั้น รีบอร์นก็รวบรวมแรงกายลุกขึ้นและเดินโซเซไปอาบน้ำอาบท่า คิดว่าวันนี้คงต้องพักสักหน่อยเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟู แต่....

“ท่านเบียคุรันเรียกพบครับ”

อิริเอะ โชอิจิ อาลักษณ์ประจำตัวเบียคุรันมาเรียกตัวเขาแต่ไก่โห่ รีบอร์นจึงต้องลากสังขารไปที่ห้องทำงานอย่างฝืนใจเป็นที่สุด แต่ถึงขนาดนี้แล้ว สวรรค์ก็ยังคงกลั่นแกล้งเขาได้ไม่หยุดหย่อน

“ตื่นแล้วเหรอเว้ยเฮ้ย” โคโลเนลโล่เอ่ยทักด้วยหน้าตาสดใสชื่นมื่น

“เข้ามาสิครับ รีบอร์นจัง” เบียคุรันเชิญอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม แต่ภายใต้รอยยิ้มนั้น รีบอร์นเดาว่าเบียคุรันได้รู้บางสิ่งบางอย่างเข้าแล้ว และคนที่ทำงานใกล้ชิดมาตลอดเช่นเขาเท่านั้นที่สามรถมองออกว่ารอยยิ้มมีเลศนัยนั้นกำลังมุ่งไปหาใคร

รีบอร์นเคยสนุกกับการเห็นคนหัวปั่นเมื่อรอยยิ้มนั้นปรากฏขึ้น แต่ไม่ใช่ในครั้งนี้ เพราะมันส่งมายังเขา!

“แล้วเราจะได้เห็นดีกัน” เขากระซิบรอดไรฟันให้กับโคโลเนลโล่ที่ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

แต่แล้ว....ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรเป็นใจ ที่นั่งของรีบอร์นจึงถูกจัดไว้ข้างๆโคโลเนลโล่พอดี และมันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่จะไม่มีการร้องขอเปลี่ยนที่นั่ง ซึ่งหากเป็นไปได้ รีบอร์นคงจะเป่าหัวคนคิดธรรมเนียมนี้ขึ้นมาทันทีที่ได้เจอหน้าเป็นแน่

“มีเรื่องอะไรล่ะ?” รีบอร์นเลิกคิ้วถามเบียคุรัน

“อ้อ! พอดีผมกำลังคิดจะแต่งตั้งหัวหน้าผู้ตรวจการคนใหม่น่ะสิ เพราะฮิบาริจังถูกย้ายงานไปแล้ว และทำงานได้ดีจนผู้จ้างวานขอจ้างไว้ถาวร รีบอร์นจังกับโคล่อนจังสนใจจะลองเสนอชื่อใครไหม?” เบียคุรันอธิบายสิ่งที่ตนคิดว่าเป็นธุระสำคัญจนต้องเรียกตัวรีบอร์นที่กำลังต้องการพักผ่อนมาหาเป็นการด่วน แล้วนั่งรอฟังความเห็นจากทั้งสองคน

“ลองให้รีบอร์นทำสิเว้ยเฮ้ย เจ้านี่ยิงปืนเก่งอย่าบอกใคร แต่รองจากฉันน่ะนะ” โคโลเนลโล่เสนอชื่อคนข้างตัวโดยไม่คิดมาก

“ใครรองจากแก? คนอย่างฉันเคยเป็นรองใครด้วยหรือไง?” รีบอร์นสวนกลับด้วยความหงุดหงิด

“งั้นก็แปลว่าตกลงใช่ไหม รีบอร์นจัง?” และโดยไม่คิดฟังคำโต้เถียง เบียคุรันก็สรุปความ

“เอางั้นก็ได้”

อย่างน้อยจะได้ไม่ต้องมีเจ้าบ้าโคโลเนลโล่มารกหูรกตา

“แต่คุซาคาเบะ รองผู้ตรวจการก็ลาออกไปรับใช้นายเก่าเหมือนกัน ดังนั้นผมเลยขอแต่งตั้งโคล่อนจังเป็นรองผู้ตรวจการคนใหม่ด้วยก็แล้วกันนะครับ” เมื่อเห็นว่ารีบอร์นตอบรับแล้ว ชายหนุ่มผมขาวจึงว่าต่อทันที และโดยไม่สนใจฟังคำทักท้วงของผู้ฟัง เบียคุรันก็กล่าวปิดการประชุม “ถ้าอย่างนั้น เริ่มงานได้วันนี้เลยนะ รีบอร์นจัง โคล่อนจัง”


-------------------------->


วันนี้วันซวยหรือไงนะ

รีบอร์นคิดในใจขณะเก็บข้าวของในห้องของตน เพราะเมื่อเขาถูกย้ายงานนั่นหมายความว่าเขาต้องย้ายจากการกินนอนในจวนเจ้าเมือง ไปเช่าห้องแถวๆที่ทำงานอยู่ หากโชคดี เขาคงจะใช้ห้องเก่าของฮิบาริ เคียวยะ อดีตหัวหน้าผู้ตรวจการได้

หลังจากเช็คของเรียบร้อย รีบอร์นก็ออกเดินทางไปยังบ้านของดีโน่ คาบัคโรเน่

“มาหาเคียวยะ?” ชายหนุ่มเจ้าของบ้านเลิกคิ้วเมื่อเขาเอ่ยถึงธุระ ก่อนจะหันไปทางโรมาริโอ้ “ป่านนี้เคียวยะคงยังนอนอยู่ ฝากไปตามตัวให้ทีได้ไหม?”

“ได้ครับ” โรมาริโอ้ค้อมหลังก่อนเดินออกไปจากห้อง และตอนนั้นดีโน่จึงหันกลับมาหารีบอร์นอีกครั้ง

“สบายดีสินะ ว่าแต่วันนี้มีอะไรถึงมาหาเคียวยะหรือ?”

“ฉันโดนย้ายงานน่ะสิ” ชายหนุ่มผมดำว่าแล้วยกมือขึ้นรองศีรษะกับพนักพิงหลัง พร้อมยกขาขึ้นไขว่ห้าง ซึ่งไม่ใช่มารยาทที่ดีในการเยี่ยมเยียนใคร กระนั้นดีโน่ก็ไม่ถือเอาความ เพราะเขารู้ถึงนิสัยอีกฝ่ายดี และแม้จะแสดงท่าทีเช่นนั้นก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร

“โดนย้ายงาน?” ดีโน่เลิกคิ้วอีกครั้ง เพราะรีบอร์นทำงานใกล้ชิดเบียคุรันมานาน ซ้ำยังทำงานได้ดีไม่มีที่ติ มีเหตุผลกลใดกันหนอ เบียคุรันจึงต้องสั่งย้ายงานรีบอร์น ซ้ำยังสั่งย้ายกะทันหันไม่มีการเตือนล่วงหน้าเสียอีก ท่าทางว่า เบียคุรันเพื่อนของเขาคิดอะไรแผลงๆออกมาอีกแล้ว

“ไปเป็นหัวหน้าผู้ตรวจการ เพราะคนว่างน่ะสิ” รีบอร์นตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

“แบบนั้นก็ดีน่ะสิ ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะ?” ชายหนุ่มผมทองว่าด้วยความสงสัยเต็มประดา ปกติแล้วใครๆก็ต้องดีใจที่ได้แยกตัวออกมาทำงานเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่เสี่ยงอันตราย ซ้ำเงินเดือนก็ดี มีที่อยู่พรักพร้อม ไม่เท่านั้น ยังได้เป็นถึงระดับหัวหน้าโดยไม่ต้องเลื่อนขั้นตามปกติเสียด้วย กระนั้นดูเหมือนรีบอร์นจะไม่พอใจเป็นอย่างมาก และหากพูดอะไรผิดหูไป เขาอาจจะเจอกระบอกปืนจ่อหัวเอาได้ง่ายๆ

“ฉันคงจะดีใจถ้าไม่ใช่เพราะใครบางคน....” คำตอบนั้นรีบอร์นพูดงึมงำคนเดียวโดยไม่ให้ดีโน่ได้ยิน และเมื่อผู้ถามกำลังจะถามซ้ำอีกครั้ง โรมาริโอ้ก็เปิดประตูเข้ามา

“ตอนนี้คุณเคียวยะยัง....เอ่อ....ลุกไม่ไหว....” โรมาริโอ้รายงานผลพร้อมปรายสายตาไปทางต้นเหตุที่นั่งหน้าบานอยู่บนเก้าอี้ “ดังนั้นเลยยังไม่อยากคุยอะไรตอนนี้ แต่เมื่อคืนคุณเคียวได้รับสารจากท่านเจ้าเมืองเรื่องขออนุญาตเข้าพักอาศัยในห้องเก่าของคุณเคียวแล้ว ถ้าเป็นเรื่องนี้คุณเคียวไม่ว่าอะไรครับ”

เมื่อคืน?

แต่เมื่อคืนเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะถูกย้ายงาน นั่นแปลว่าเรื่องนี้มีการวางแผนไว้แล้วโดยไม่บอกเขาสินะ

ถึงอย่างนั้น เขาก็ได้รับคำตอบสำหรับธุระของตนมาแล้ว

“งั้นฝากขอบใจฮิบาริด้วยแล้วกัน ฉันไปล่ะ” รีบอร์นบอกลาก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้ดีโน่ยังคงสงสัยคาใจเกี่ยวกับเรื่องที่ได้ยิน

ทำไมถึงต้องย้ายงานรีบอร์นด้วยหนอ?


------------------------>TBC


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AUfic] หลังม่านโลกีย์-บุปผาที่ปลายมือ [56R] up 2 27/05/09
PostPosted: 27 May 2009, 22:58 
User avatar
Joined: 19 Mar 2009, 06:27
Posts: 140
Location: ทุกที่ที่มีท่านฮิบาริเคียวยะ ♥
"แต่ไม่มีใครรสชาติเหมือนนาย”// รสชาติอะไร ยังไงค่ะโคโรจัง!
55555 (ไอ้ลุลามันคิดไปไหนเนี้ย...)


ว่าเเต่

ท่านฮิลุกไม่ขึ้น
555555555555555555555555
คนอ่านหน้าบานด้วยความชอบใจ ก๊ากกก !

พี่ม้าเก่งมากค่ะ .. เเละจะเเจ๋มมากถ้ามี nc คู่นี้อีกสักห้ารอบ -..-
(โดนท่านเซียร์ถีบออกนอกโลกข้อหาลืม 56R)

♥♥♥ D18 โผล่มานิดนึงลุลาก็แฮปปี้ลันล๊าเเละ อะฮิ่ว

_________________
LULA 18&D18 VERY
[ไม่ว่าใครก็ไม่สำคัญเท่าท่านฮิบาริ เคียวยะ~รักท่านฮิที่สุดในโลกเลย!]
Image


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 386 posts ]  Go to page Previous  1 ... 18, 19, 20, 21, 22, 23, 24 ... 26  Next


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 3 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: