วุวววววว
ขออภัยที่ล้าช้าครับ ขออภัยจริงๆ
เขียนเพลิน + ฟุ้งพลอตไปเรื่อยครับ (ฮา)
อา .. เป็นซีรีส์ .. (สถาปนาเป็นซีรี่ส์ไปซะแล้ว 5 5 5+) ที่เขียนแล้วมีคความสุขจริงๆ
เขียนแล้วลื่นไหลดีจังเลยครับ ...
ซีรี่ส์นี้เชื่อมต่อกับ Single homerun ; one reason to love นะครับผม กลัวงงก็เชิญอ่านได้ที่หน้า 14 ฮ่ะ
-------------------------------------------
ศิริรวมจำนวนหน้า 13 พอดิบพอดีไม่ขาดไม่เกินครับ
มาช้าหน่อยแต่ส้มว่าคุ้มนะเออ 5 5 5+
ได้เสียงจากโอ บอกจะรอดูว่าจะซึ้งได้นานเท่าไหร่ ... นานแค่ 2 หน้าแหละโอจ๋าา (ฮา)
---------------------------------------------
-
Single Homerun ; one reason to love
[align=center]
子供の日
kodomo no hi
วันเด็ก
รักนะพ่อเคะทอนฟา
---------------------------------------------------------[/align]
[align=center]“ห้าทุ่มห้าสิบเก้านาที”
“วันที่สี่เดือนห้า”
“ซากุระหลงฤดู”
............................................................................
อย่าถามหาความรัก หากไม่คิดจะรับมัน
อย่าถามหาเมฆาที่มืดครึ้ม หากยังต้องการนภาที่สดใส
...................................................[/align]
แก๊ง!!!!
“เอาท์!!!!!”
“วันนี้เป็นอะไรว้า ทาเคชิ ทำไมตีเอาท์อยู่เรื่อย” ทันทีที่เสียงกรรมการประกาศขานถึงลูกออกเหลือเชื่อที่มาจากยามาโมโตะ ทาเคชิ ผู้เข้าฟอร์มคนนั้น
เพื่อนร่วมทีก็เหนี่อยอ่อนใจอยากจะเอาหัวโขกแบตเตอร์ตายๆไปซะหากความหวังที่ดีที่สุดของทีมฟอร์มตกตอนการแข่งขันฤดูร้อนที่จะถึงนี้
“โทษทีๆ จะไปเก็บลูกให้แล้วกันนะ” คนตีออกยิ้มเจื่อนๆ วางแบตเตอร์ไว้ข้างตัวแล้ววิ่งออกไปนอกสนามแทน
เพราะวันนี้ออกมาซ้อมต่างสถานที่ก็เลยไม่รู้ว่าเบื้องหลังที่ลูกเบสบอลแลนดิ้งไปตกอยู่นั้นเป็นอะไร
แต่ที่แน่ๆเค้าเห็นต้นซากุระบานสะพรั่ง ... หลงฤดู
คงเป็นสวนสาธารณะล่ะมั้ง
ร่างหนุ่มนักกีฬาวิ่งไปด้วยความเร็วผ่านแนวรั้วของที่ที่ตนคาดเดาว่าเป็นสวนสาธารณะ
ทำไมรั้วมันยาวแบบนี้นะ!!!
แล้วก็ต้องถึงบางอ้อเมื่อเจอประตูทางเข้า และพบคนสวนกำลังยืนกวาดพื้นหญ้าอยู่ข้างใน
ยามาโมโตจะเกาะรั้วเขย่งตัวเองมองลอดเข้าไปผ่านช่องของประตูรั้วทรงญี่ปุ่น
ข้างในมีเรือนญี่ปุ่นหลังใหญ่ ..คงจะเป็นขุนนางเก่าสินะ ...เพราะปกติไม่ค่อยได้มาแถวนี้สักเท่าไหร่เลยไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
เข้าได้หรือไม่ได้
“เอ่อ .. ขอโทษครับ ลูกเบสบอลผมตกอยู่ข้างใน!!”
คนสวนชายหญิงสองคนละไม้กวาดไว้ที่พื้นปราดเข้ามาประชิดประตูรั้วมองตาสบกับเด็กหนุ่มคราวลูกแล้วถึงยอมเปิดประตูรั้วให้
“จากสนามเบสบอลข้างๆหรือเจ้าคะ” ค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อยเพราะปกติธรรมดาซ้อมมักจะไม่ตีเข้ามาในเรือนหลังนี้
แน่นอนที่กั้นมันสูงและก็อยู่ห่างพอสมควรแต่เจ้าหนุ่มคนนี้กลับแรงดีตีลอดเข้ามาได้ ..หรือแค่โกหกกันแน่ ก็ต้องหยั่งเชิงกันไป
“ครับ ขอเข้าไปเก็บได้ไหม”
“เดินเข้าไปทางนั้นเจ้าค่ะ” มือเหี่ยวย่นชี้ไปตามแนวรั้วปล่อยหนุ่มเบสบอลเข้าไปง่ายเหลือเชื่อ
..ก็ไม่ได้น่าห่วงอะไรเพราะคฤหาสน์นี้มีพวกนักฆ่าคอยดูแลอยู่เพื่อนนายท่านและคุณหนูที่สิบเชื้อสายมาจากโบราณกาลน่ะนะ
และอีกอย่างถ้าเกิดอะไรขึ้นคนใช้ทุกคนในบ้านมีสิทธิฆ่าผู้ประสงค์ร้ายได้ทันที
โห .. ใหญ่เป็นบ้า
ยามาโมโตะเลิกลักหยุดเดินแล้วแวะมองดูเรือนญี่ปุ่น กลิ่นไม้เก่าแก่ของเรือนส่งกลิ่นหอมอ่อน
แม้ความเก่าแก่ของมันน่าจะร่วมห้าสิบปีได้
เสียงน้ำกระทบไผ่ไหลเอื่อยๆ .. ปลาคราฟในสระกำลังแหวกว่ายอวดสีสดพาดตัวของมันเริงร่ากับฤดูใบไม้ผลิ
ขาของหนุ่มนักกีฬาชักก้าวละเมอทิศทางไปซะแล้ว ชายหนุ่มเดินไปตามชานเรือน หรือบางทีตามกลิ่นหอมๆของแม้เก่ากันแน่นะ
ก่อนจะหยุดกึกกับต้นซากุระใหญ่ตรงหน้า .. ต้นที่เห็นคือต้นเดียวกับที่โฟกัสในสนามเบสบอล ก็คิดว่าคงหลายต้น
แต่ต้นเดียวหรอกเหรอ!! ถ้าให้เดาอายุคงไม่ต่ำกว่าร้อยปีแน่ๆ
“นายเองสินะที่ตีลูกเบสบอลเข้ามา” เสยงหนึ่งดังจากบนชั้นสอง ทำเอายามาโมโตะหันหน้าขึ้นไปมองยังระเบียงที่มาของเสียง
“อ่ะ ...เฮ้ย!!” ยิ่งกว่าเห็นผีเสียอีก นัยน์ตานั้นเบิกกว้างปากพะงาบๆพูดไม่ออก
“ฮิบาริ!!!!!!!”
ก็รู้หรอกนะว่าเจ้าตัวเกลียดการสุมหัว ... ก็พอจะเดาได้ว่าฐานะทางบ้านคงจะดี
ผิวพรรณที่ขาวนวลคงไม่ใช่เด็กชาวบ้านธรรมดาแบบเค้า ..
ทุกย่างก้าวการเดินมันเต็มไปด้วยความสง่า เหมือนลูกคุณหนูที่ถูกขัดเกลามา
แต่ใครมันจะไปคิดล่ะว่านี่เป็นบ้านของเจ้าตัว
“นี่รู้ไหม แกเป็นคนแรกที่ตีมันเข้ามาในรั้วบ้านของฉัน โดนต้นซากุระของฉัน ขัดอารมณ์ในการดูซากุระของฉัน” เจ้าตัวยืนขึ้น แปลกตาไปหน่อยในชุดยูกาตะสีดำ แต่ทอนฟากลับไม่ได้แปลกตาไปเลย
มันถูกเข้าประจำที่ที่มือทั้งสองข้างแล้วตำแหน่งที่ร่างบางยืนอยู่ไม่บอกก็รู้ว่าสูงแค่ไหนพี่ท่านก็พร้อมจะกระโจน ..ไม่มีพลาด
หรือถ้าพลาดเค้านี่แหละจะเป็นคนไปรองรับเอง
“ฉันให้เวลานายห้าวินาที เก็บมันแล้วไสหัวออกไปจากบ้านฉัน”
“หนึ่ง” ริมฝีปากบางนับเลขนรก แต่ยามาโมโตะไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก
“บ้านนายเหรอเนี่ย กว้างชะมัด”
“สอง”
“นี่ ถ้ากว้างขนาดนี้ต้องมีอออนเซ็นน่ะสิ ถึงจะเป็นฤดูใบไม้ผลิแต่ถ้าได้แช่น้ำอุ่นๆคงจะหายเหนื่อยกัน”
“สาม”
“ฉันให้พวกที่ชมรมมาบ้านนายได้ไหม”
“อย่าอยู่เลยแก!!” ร่างบางกระโจนลงมาจากระเบียงชั้นสอง ตกถึงพื้นดินเบากริบก่อนจะปราดเข้ามาซัดทอนฟาให้หน้าหงาย
ผิดฐานที่ตีลูกเบสบอลเค้าก็หงุดหงิดพอตัว แต่ไอ้การจะยกฝูงสัตว์กินพืชมาในบ้านเขานี่แหละสถานหนัก
บ้านนะไม่ใช่โรงแรม ที่จะเปิดออนเซ็นให้แช่พร้อมที่พักอาหารค้างคืนน่ะ!!!!!
“เฮ้ยย!! ฉันพูดเล่นเองอ่ะ” มือกุมแก้มตัวเองแล้วถอยไปหลายๆก้าว
แต่คนดุจัดก็ไม่น่าจะเลิกราโดยดีพุ่งตัวมาง้างทอนฟาขึ้นเค้าก็ก้าวสเตปเร็วอ้อมวกมาด้านหลังจับล็อกสองข้อมือเอาไว้ออกแรงบีบมากพอที่จะเจ็บให้ปล่อยทอนฟาลงพื้น
“ดุเป็นบ้า หายบ้าสักทีนะ”
“หึ นายสิบ้า”
“อ้า ..ใช่ บ้าตั้งแต่เห็นหน้านาย” หูขาวๆของคนตัวเล็กกว่าแดงแปรี๊ดนั่นแหหละยามาโมโตะเลยผ่อนยิ้มออกมา
[align=center]“... สายลมพัดไหว ...”[/align]
“แปลกดีนะที่จะเห็นนายที่อื่นที่ไม่ใช่โรงเรียน”
“นี่มันบ้านฉัน ไม่เคยเห็นก็ไหว้ซะ”
[align=center]“... ดอกซากุระก็สลัดก้านปลิวไปตามลม ...”[/align]
“ก็ถึงได้บอกว่าแปลกดี ทุกทีเสาร์อาทิตย์ก็เห็นนายอยู่แต่ในโรงเรียน”
ความเงียบโรยตัวเป็นคำตอบ
ลมที่โชยเบาๆพัดเอาซากุระโปรยไปทั่วทิศหลุดปลิวไปก็เยอะแต่กลับชูดอกเต็มต้นมากกว่าต้นไหนๆที่เคยเห็น
มือที่จับตรึงไว้ผ่อนกำลังลงโดยที่ยามาโมโตะและฮิบาริไม่รู้ตัวสักนิด
ราวกับไม่อยากจะจากภาพแบบนี้
อยากอยู่แบบนี้อีกสักนิด อยู่ได้โดยลดทิฐิ ลบคำว่าห่างเหิน
อยากใกล้กัน เพราะจบเวลานี้ไปคงไม่อาจคาดคิดว่าจะได้พานพบอีกเมื่อไหร่
[align=center]
“...ซากุระปลิว โรยราสู่พื้น...”[/align]
ริมฝีปากบางเม้มแน่นก่อนจะยอมปริเอ่ยให้ได้ยินเสียงที่แว่วหวานกว่าครั้งไหนๆ
“ วันจันทร์...” คนยืนเบื้องหลังใช้ความเงียบเป็นคำตอบรอประโยคถัดไปที่จะเอ่ยเอื้อน
นัยน์ตาสองคู่แม้ไม่ได้จับจ้องซึ่งกันและกันแต่ก็มองซึ่งสิ่งเดียวกัน
“วันเกิดฉัน...”
ทั้งที่ก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่กลับอยากให้บุรุษข้างหลังรับรู้เรื่องของตัว.. สักนิดก็ยังดี
อยากให้รู้เรื่องของเค้า แต่ก็ไม่อยากเผยความลับให้ฟัง
กลัวการเปิดเผย แต่อยากสร้างไมตรี
[align=center]“...วัฏจักรที่แสนสั้น .. แต่งดงามไปด้วยคุณค่า …”
“....เฉกชีวิตที่เกิดมาและกลับสู่ธุลี….”
“....ทำอย่างไรถึงจะถูกจดจำ....”
“....ตราบกาลนาน....”[/align]
“เหรอ” เสียงตอบกลับมาสั้นๆเหมือนทำร้ายจิตใจกันซึ่งๆหน้า ฮิบาริตวัดมือออกด้วยความโกรธ ..หงุดหงิดอะไรกันนะ
เค้าผิดหวัง ทั้งที่ยังไม่ได้หวัง หรือบางทีแอบหวังโดยที่ตนเองก็ไม่รู้ไปแล้วก็เถอะ
แต่ตอนนี้มันหงุดหงิดสุดๆไปเลย
เท้าเรียวตวัดเตะทอนฟาขึ้นมือเหมือนจับวางก่อนจะไล่ฟาดไปยังพ่อนักกีฬาดีเด่นให้หายหงุดหงิด
“ออกไปจากบ้านฉัน!!!” ตวัดท่อนเหล็กไล่กวดก่อนจะอ้อมไปยังลูกเบสบอล
ที่ทิ้งตัวอยู่ใต้ต้นซากุระ
ออกแรงเตะแล้วมันก็ลอยไปทางกบาลตั้งๆ
แต่ขอโทษฟอร์มมันผิดกัน สัญชาติญาณเบสบอลรับมันไว้ได้แต่คงหนีทอนฟาที่ปาตามมาทีหลังไม่พ้นแต่ก็เบี่ยงคอหลบให้ถากแก้มเลือดใหลเอา
“ใจร้าย!!” เสียงตะโกนลอดผ่านแนวรั้ว ถ้าไม่มีรั้วกั้นก็คงจะได้เดินเคียงคู่กันไป จนสุดแล้วฮิบาริก็มาหยุดอยู่ที่ขอบเขตรั้ว
หน้าสวยแหงนมองไปยังเบื้องบน เห็นตาข่ายที่สูงกว่าบ้านเค้ากั้นเอาไว้แล้วก็ถอนหายใจ
ใช่ว่าสนามซ้อมจะอยู่ติดกับรั้วบ้านที่ไหน มันก็ห่างพอประมาณ
.. แต่เจ้าบ้านั่นก็ยังตีมันข้ามมาได้ ..
[align=center]“ .. เฉกพิรุณที่เคียงข้างสายฝน ...”
“..จะไกลจะห่างสักกี่ร้อยไมล์..”
“..ก็ยังเห็นเคียงข้างกัน..”[/align]
ชักไม่แน่ใจแล้วตีในที่นี้หมายถึงโฮมรัน หรือ ตีกำแพงน้ำแข็งของเค้าให้พังยับเยินกันแน่
[align=center]
“หากเป็นโฮมรันก็คงกลายเป็นแบตเตอร์ที่ดีที่สุด”
“หากตีปราการน้ำแข็ง ก็คงได้เมฆามาครอบครอง”[/align]
“นี่โกคุเทระ วันนี้วันอะไร” ท้องฟ้ากำลังจะฉาบสีส้มอมมืด สองเกลอเดินให้เงาทอดยาวอยู่ในเมือง
ก็แค่บังเอิญเจอกันระหว่างทางกลับเท่านั้น
โกคุเทระมาหาระเบิดกักตุน ขณะที่เจ้าหัวตั้งก็แวะเข้าร้านขายอุปกรณ์กีฬาที่อยู่ข้างกัน
“วันเสาร์ที่สาม ลืมวันลืมเดือนไปรึไง” บุหรี่ถูกจัดคาบเอาไว้ในปาก พ่นควันปุ๋ยๆแล้วถอนหายใจ
เหลือบสายตาเห็นแผงเร่ขายปลาคราฟแล้วเป็นต้องหยุดสงสัย ไม่เคยพบไม่เคยเธอเจ้าธงประหลาดแบบนี้
รูปร่างมันพิลึกพิลั่นแต่เด็กก็ยังร้องง้องแง้งจะเอากัน
“อาใช่ ก็ต้องซ้อมจนลืมไปแล้วว่า สามถึงห้ามันเป็นโกลด์เดนวีค”
ถึงไม่ใช่แต่ไอ้การมีวันหยุดตรงวันหยุดมันก็ไม่ได้ซาบซึ้งอะไรนักหรอก
แล้วพลันเหลือบสายตาไปเห็นธงปลาคราฟโฟกัสเดียวกับโกคุเทระก็ต้องแย้มรอยยิ้มออกมา
“ประสาท”
“ธงนั่นเค้าไว้ติดกันวันที่ห้าเดือนห้า วันเด็กอ่ะนะ” เสียงเอ่ยเรียบๆ
ใบหน้าแย้มรอยยิ้มกว้างเมื่อเห็นเจ้าปลาคราฟตัวนึงทำหน้าบึ้งตาขวางเหมือนฮิบาริไม่มีผิด
“เจ้านี่ตัวนึงครับ”