Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 21 posts ]  Go to page Previous  1, 2
Author Message
 Post subject: Re: [Au Fic] The Gloom under Night : XS ; CH II
PostPosted: 02 Nov 2009, 09:46 
User avatar
Joined: 15 Dec 2008, 19:06
Posts: 253
Location: ท่อระบายน้ำ~*
Chapter III: Travel (II)

“โว้ย ตะวันส่องก้นแล้ว ไอ้บอสเฮงซวยเอ๊ย” ฉันตะโกนรับแสงอาทิตย์แสบตาในยามเช้า แซนซัสนอนตะแคงหันหลัวให้ฉันบนเตียงใหญ่อีกฟากของห้อง ฉันแน่ใจว่ามันไม่ได้หลับ ถ้ามันไม่ได้อยู่ในปราสาท ไอ้บอสงี่เง่านี่ไม่มีทางหลับลงแน่ๆ และมันก็เป็นดังคาด บอสหันขวับมาที่ฉัน

“หุบปาก ไอ้สวะ” ฉันเงียบเสียงลง กลัวจะโดนเหมือนเมื่อวานอีก

“จะออกไปไหนมั้ย แซนซัส” ฉันนั่งลงบนเตียงแล้วเอ่ยถามขึ้นเบาๆ ไอ้บอสงี่เง่านั่นจ้องฉันอีกแล้ว จ้องอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อซะด้วย

“แกอยากไปไหน”

“ไปไหนก็ได้โว้ย” ฉันตอบกลับ แซนซัสลุกขึ้นนั่ง ฉันละไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมหมอนี่ไม่รู้จักติดกระดุมเสื้อตัวเองให้ดีๆเลยซักครั้ง จะเปิดอกไปถึงไหน อกใครมันก็เหมือนกันละว้า ฉันไม่พิศวาสหน้าอกแกเท่าไหร่หรอกเฟ้ย ฉันนั่งมองบอสเดินไปปิดม่านกันแสงอาทิตย์ร้อนจ้าสาดเข้ามา

“แกเอาเลือดติดมาอยู่ใช่มั้ย ไอ้ขยะ” มันถามถึงอาหาร ฉันพยักหน้าก่อนจะเปิดกระเป๋าอีกใบที่แยกมาจากกระเป๋าสัมภาระใหญ่ ขวดไวน์แองเกโลสิบสองขวดเรียงอย่างเป็นระเบียบในนั้น ฉันเทไวน์จริงๆออกแล้วเอาเลือดสำรองใส่ขวดมาแทนก่อนออกเดินทางมาที่นี่ แซนซัสคว้าไปขวดหนึ่ง

“อายุเกิน 22 ไปแล้ว ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่นะเว้ย” ฉันบอก บอสชะงักก่อนจะลดขวดไวน์ลง

“เกิน 22 แล้วงั้นรึ” นัยน์ตาสีแดงคู่นั้นจ้องมาที่ฉัน แน่ละ บอสโกรธอีกแล้ว ฉันน่าจะหาเหยื่อที่ดีกว่านี้ ลืมนึกไปเลยว่าสำหรับบอสของฉันแล้ว ทุกอย่างต้องเป็นของชั้นเลิศ

ขณะที่แซนซัสก้าวเข้ามาหมายจะกระทืบฉัน ประตูห้องเปิดโครมพร้อมกับเบลที่หนีบฟรานเข้ามาในห้อง เจ้าชายสติแตกนั่นยิ้มร่าก่อนจะวิ่งเข้ามาหาฉัน

“เจ้าชายได้กลิ่นอาหาร” ไอ้ทุเรศ ถึงเวลากินละวิ่งร่าเข้ามาเชียวนะแก ฉันโยนขวดไวน์ไปให้เบลและฟรานอีก 2 ขวด รัชทายาทผู้ถูกลืมรับมันอย่างคล่องแคล่วก่อนจะเปิดฝาขวดขึ้น

“รุ่นพี่ ผมไม่ชอบกลิ่นมันเลย” ฟรานอิดๆเอื้อนๆ “รุ่นพี่ก็รู้ว่าผมเป็นมังสวิรัติ”

“สำหรับแกมันน่าจะเป็นมังสวิบัติมากกว่านะ ฟราน” ฉันตะโกนตอบกลับ ฟรานเอามือปิดหู

“จะยังไงก็แย่ครับ รุ่นพี่” เด็กหมวกกบตอบมาพร้อมกับทำท่าน่าหมั่นไส้ “ผมไม่กินเลือดมนุษย์หรอก รุ่นพี่ก็รู้”

“ชิชิชิชิ” เบลหัวเราะพร้อมกับหนีบฟรานไว้แน่น “เดี๋ยวเจ้าชายจับกรอกปากเอง ขอบใจสำหรับอาหารนะ สควอลลี่”

“ไอ้เฮงซวยเอ๊ย” ฉันสบถก่อนจะรู้สึกเย็นสันหลังวาบพิกลๆ แซนซัสยืนค้ำหัวฉันอยู่ตรงนั้น และแล้วตัวฉันก็ลอยหวือจากเตียงขึ้นไปเผชิญหน้ากับบอสตัวเอง ถึงผมที่ยาวจะบังนัยน์ตาสีแดงนั่นไปบ้าง แต่มันก็บังรังสีความโกรธจากบอสไม่ได้อยู่ดี ฉันพยายามดิ้น และก็ต้องหยุดไปโดยปริยาย

“แกต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ สควอลโล่” ฉันเข้าใจทันที บอสโมโหเรื่องเลือดนี่เอง แล้วคอเสื้อฉันก็ถูกดึงลากถูลู่ถูกังไปกับพื้นเข้าไปในห้องน้ำ “เปลี่ยนเสื้อซะ ชั้นจะพาแกไปเคลียร์ข้างนอก”



อากาศในเมืองร้อนเกินจะบรรยายจริงๆ รึมันจะเป็นเพราะเผ่าพันธุ์พวกเราไม่ค่อยถูกกับแสงก็เป็นได้ ฉันเดินตามบอสโดยมีโซ่อันเท่าบ้านคล้องคออยู่ ยังดีที่ฉันอยู่ในชุดสีเข้มคอสูง เลยพอจะปิดไอ้เครื่องพันธนาการนั่นจากสายตาผู้คนได้บ้าง บอสพาฉันเลี้ยวเข้าไปในซอยมืดๆซอยหนึ่งที่หลบอยู่ไกลจากสายตาผู้คนพอสมควร

ความเร็วการเดินของเราเพิ่งขึ้นทันทีที่พ้นฝูงชนแล้ว ถ้าให้ฉันเปรียบเทียบละก็ คงไวพอๆกับลมละมั้ง แซนซัสเคลื่อนที่เร็วมากจนฉันผ่อนฝีก้าวไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว ขืนลองผ่อนแรงดูซักครั้งสิ มีหวังฉันคงต้องกลิ้งตามบอสไปแน่ๆ

เป้าหมายของแซนซัสคงจะเป็นคฤหาสน์เก่าๆที่เราเคยมาซื้อไว้เมื่อซัก 20 ปีที่แล้ว ฉันเห็นบางส่วนของบ้านหลังโตนั่นผ่านพุ่มไม้นิดหน่อย กลิ่นความใหม่ของมันยังคงมีอยู่บ้างเพราะพวกเราไม่เคยเข้าไปเหยียบเลยก็ว่าได้ ซื้อไว้ประดับบารมีเฉยๆเท่านั้นด้วยซ้ำ ฉันชื่นชมกลิ่นคฤหาสน์หลังเก่าไปได้ซักพักก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง....

บางสิ่งบางอย่างที่อันตรายสุดๆ


“แซนซัส หยุดก่อน” ฉันตะโกนบอก หากแต่ไม่ทันแล้ว บอสชะงักเท้าอยู่หน้าบ้านหลังโตพลางส่งเสียงคำรามในคอ


ไอ้เด็กผี!!


ซาวาดะ สึนะโยชิในชุดสีขาวแบบโบราณเดินออกมาจากเงาไม้ ฉันจับสัญญาณอื่นไม่ได้อีก แสดงว่า ไอ้เด็กเวรนี่มันมาคนเดียว นัยน์ตาสีส้มสุกคู่นั้นดูเหมือนจะไหวกระเพื่อมเป็นสีแดงบ่อยครั้ง เท่าที่ฉันสังเกตมา

“แซนซัส” เสียงหวานๆที่ฟังยังไงก็เลี่ยนเอ่ยขึ้นเบาๆ “แล้วก็สควอลโล่”

“ไอ้เด็กนี่” แซนซัสกัดฟันกรอด บอสคงไม่คิดว่าจะเจอมันในเวลาแบบนี้ “มาสั่งเสียลาตายรึยังไง”

“ฮะๆๆๆๆๆ” ไอ้เปี๊ยกนั่นหัวเราะลั่นจนตัวงอ มันขำอะไรของมันกันแน่ “จะสั่งเสียทำไมล่ะ หือ”

“แกมาทำอะไรที่นี่” ฉันแน่ใจว่าถ้าสู้บอสก็ยังคงเสียเปรียบมันอยู่ดี ต่อให้รุมก็ไม่แน่ว่าจะชนะไหมด้วยซ้ำ “สวะอย่างแกว่างนักรึไงถึงมาป้วนเปี้ยนไล่ตามชาวบ้านแบบนี้”

“ว่างเกินจะพูดเชียว” เสียงเล็กๆนั่นตอบกลับมา “ยืดเส้นยืดสายกันหน่อยไหม พ่อวาเรียขี้โมโห”

ขาดคำ เสียงรัวกระสุนก็ดังโครมคราม ฉันเห็นแซนซัสถือปืนคู่ใจเอาไว้ ส่วนไอ้เด็กทนทายาทนั่นก็พุ่งเข้าใส่บอสเช่นกัน แซนซัสกระชากฉันให้เข้าไปชิดหัวยิ่งขึ้น ฉันเลยไถพื้นหนาจูบดินเข้าไปหาแซนซัสเพราะตกใจแรงดึงนั้นจนสะดุดขาตัวเองเข้า

“ซิงโครไนซ์เดี๋ยวนี้ ไอ้สวะ” แซนซัสสั่ง ฉันพยายามกดสติให้มั่นก่อนจะทำการเชื่อมต่อกับคนข้างๆ ด้วยระยะที่ไม่ไกลและความรู้สึกเชื่อใจอย่างแปลกประหลาดนั้น ทำให้สติฉันนิ่งเหลือเชื่อ หลังจากภาพในหัววูบไหวไปมา ในที่สุด ฉันก็เห็นในสิ่งที่แซนซัสเห็นเช่นกัน พลังเท่าที่มีของฉันพอจะเป็นกำลังให้ได้แม้จะเพียงน้อยนิดก็ตามที ต้องยอมรับว่าพวกเราเตรียมตัวกันไม่พร้อมเอาซะเลย

เด็กผีนั่นยืนยิ้มร่าค้ำหัวแซนซัสอยู่ นัยน์ตาสีส้มแบบเสแสร้งของมันเปลี่ยนเป็นสีแดงสด ต้องยอมรับว่าสีตามันสดมากกว่าเมื่อก่อนหลายเท่า มือเล็กๆนั่นเลียเลือดที่พอจะรีดไปจากบอสได้บ้างเข้าปาก ฉันพยายามกดสติเพื่อให้ค่าซิงโครไนซ์ของเราอยู่ในระดับสูงสุดเท่าที่จะเป็นได้ ฉันเห็นผ่านนัยน์ตาแซนซัสว่ากำลังเปลี่ยนกระสุนใหม่อยู่ หลังจากนั้นการต่อสู้ก็ได้เริ่มอีกครั้ง บอสกระหน่ำยิงปืนใส่ไอ้เด็กเวรนั่น

“กระสุนน้ำมนต์เรอะ” สึนะเบิกตากว้าง พยายามหลบกระสุนที่ยิงโครมครามมาเป็นล็อตๆนั่นอย่างเอาเป็นเอาตาย และในนัดสุดท้ายนั่น ฉันอยากจะตะโกนดังๆเสียจริง

กระสุนนัดสุดท้ายโดนแขนขวามันเต็มๆ


กลุ่มควันกำลังจางลงตามลำดับ เผยให้เห็นสภาพเด็กผีวองโกเล่นั่น แขนขวานั่นรุ่งริ่งเหลือแต่กระดูกขาวโพลน ชิ้นเนื้อที่โดนน้ำมนต์เละเทะอยู่ที่พื้นก่อนจะแตกกลายเป็นขี้เถ้าไป มันขบฟันกรอด

“นึกไม่ถึงว่าแกจะกล้าใช้ แซนซัส” สึนะเอ่ยพร้อมกับหอบแฮ่ก มันคงเจ็บน่าดูที่เนื้อท่อนบนกลายเป็นขี้เถ้าไปแล้ว

“ชั้นก็ไม่อยากใช้ เพราะมันก็มีผลกับชั้นเหมือนกัน”

“นี่คือสาเหตุที่แผลเป็นแกไม่หายซักทีสินะ” เด็กผีนั่นว่า แซนซัสไม่ตอบอะไรมัน แน่ล่ะ กระสุนน้ำมนต์มีผลกับพวกลูกครึ่งอย่างบอสด้วย ถึงจะไม่มาก แต่มันก็ลดทอนพลังไปบางส่วนนเหมือนกัน โดยเฉพาะผู้ใช้ คงเจ็บเอาการทีเดียว

“สำหรับชั้น แขนข้างเดียวก็เกินพอที่จะฆ่าพวกแกแล้ว” ไอ้เด็กเวรนั่นพุ่งเข้าใส่เรา บอสกัดฟันกรอดอย่างหัวเสียก่อนจะกระเตงชั้นหนีออกไปจากบริเวณนั้น สรุปแล้ว บอสก็ไม่ได้เคลียร์เรื่องนั้นกับฉันจนได้ เรามัวแต่พะวงกับการหนีไอ้เด็กนั่นจนลืมเรื่องเมื่อกี้ไปเลย

ดูเหมือนเจ้าสึนะไล่กวดก้นพวกเรามาติดๆ แซนซัสพยายามเร่งฝีเท้าให้ไวขึ้นพร้อมกับมีฉันอยู่ในมือขวา ฉันเปลี่ยนจากการซิงโครไนซ์มาเป็นการใช้โซลลิ้งค์แทน หลังจากที่แซนซัสหลบหลีกมันมาสักพัก ดูเหมือนโซลลิ้งค์ที่ใช้เพิ่มความเร็วของฉันจะช่วยให้เราหนีมันพ้น

เรากลับมาที่แนวป่าติดเมืองอีกครั้ง.....


“เมื่อกี้มันอะไร สควอลโล่” แซนซัสถาม ฉันสะดุ้งเฮือก เวลาคับขันคนเรามักจะเผยธาตุแท้ออกมา ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เผลอเปิดเผยสิ่งที่ไม่คู่ควรออกไป และบอสก็รับรู้มันได้ในทันทีว่าสิ่งนั้นผิดปกติ จิตสังหารรุนแรงแผ่พุ่งออกมาจนฉันสัมผัสได้ “ฉันกัดแกไปแล้วไม่ใช่เรอะ แล้วคลื่นแปลกๆที่แผ่ออกมาจากแกเมื่อกี้มันคืออะไร ไอ้สวะ”

ฝ่ามือหนาฟาดผัวะลงที่แก้มฉัน รอยแดงช้ำปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉันช้าๆ ดวงตาสีแดงโชนแสงของแซนซัสจ้องอย่างเค้นหาคำตอบมาที่ฉัน

“ตอบฉันมา ไอ้ขยะ ว่าเมื่อกี้มันหมายความว่ายังไงกันแน่!!” มือคู่นั้นบีบคอฉันจนแทบหายใจไม่ออก ฉันดิ้นขลักอย่างไร้ความหมาย บอสโกรธยิ่งกว่าทุกครั้งจนในที่สุด

ฉันตัดสินใจปลดโพรเทคชีลด์ออก...


เรื่องนี้คงทำให้แซนซัสตะลึงพอๆกับตอนที่วองโกเล่รุ่นแรกคืนชีพจากหลุมเมื่อหลายปีก่อน มือที่ขย้ำคอฉันคลายออกอย่างรวดเร็วพอๆกับที่สติบอสคืนกลับมา ใบหน้าเรียบเฉยนั่นไม่แสดงท่าทีใดๆอีก

“ฉันเข้าใจแล้ว เรื่องแปลกๆเกี่ยวกับแกทั้งหมด” เสียงห้าวนั้นเอ่ยขึ้น “สเปลบี สควอลโล่”

“รู้ได้ยังไง.....” ฉันตัดสินใจถามออกไป แม้เสียงจะเบามาก หากแต่แซนซัสก็ยังคงได้ยินเสียงกระซิบจากฉัน

“โซลลิ้งค์ไม่ใช่พลังของแวมไพร์” แซนซัสเอ่ย “ต่อให้แกเป็นลูกครึ่ง พลังส่วนของโซลลิ้งค์จะต้องถูกทำลายตอนที่กลายสภาพไปแล้ว”

“ใช่.....” ฉันกระซิบ “เพราะโพรเทคชีลด์ของฉันเอง”

“มากับฉัน สควอลโล่” ยังไม่ได้เอ่ยปากว่าจะไปด้วย หากมือนั้นก็ดึงโซ่ที่ติดอยู่ที่คอฉันแล้วลากถูลู่ถูกังไปด้วยซะแล้ว ฉันกัดฟันเปิดโพรเทคชีลด์อีกครั้งก่อนที่จะทำให้เจ้าเบลกับเจ้าเอ๋อฟรานช็อคโลกไปเสียก่อน



“แกกล้ามากที่ตบตาชั้น สควอลโล่” เสียงนั้นดูเหมือนจะใช้ความพยายามอย่างมากในการเค้นออกมาแต่ละคำ ฉันนั่งตัวสั่นบนเตียง “ไม่น่าเชื่อว่าแกยังรอดจากสายตาชั้นมาได้”

“ชั้นไม่ได้ตั้งใจ แซนซัส” ฉันตะโกนกลับไป “ชั้นพูดจริงๆนะ”

“แม่มดฉลาม สเปลบี สควอลโล่ นั่นคือชื่อเต็มๆของแกใช่มั้ย” บอสดูเหมือนจะตัดการรับรู้ในเสียงของฉันออกไปหมดแล้ว คำถามที่ตามมาทำให้ฉันสะอึก

“ชะ....ใช่....”

“แกมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ สควอลโล่” นัยน์ตาสีแดงคมกล้าวาวโรจน์ ที่ผ่านมา แม่มดกับแวมไพร์ก็ใช่จะถูกกันซะที่ไหน ต่างฝ่ายต่างฆ่ากันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันทีเดียว ฉันตัดสินใจจะลองเจรจากับบอสอีกครั้ง ลองพูดคุยดู เผื่อทุกอย่างมันจะดีขึ้นบ้าง

“ขอร้อง ฟังชั้นก่อน แซนซัส” ฉันปลดโพรเทคชีลด์เป็นครั้งที่สองในวันนี้ ทันทีที่ปลดเสร็จ เสียงคำรามฟ่อดังมาจากนอกห้องพร้อมกับชาววาเรียที่เหลือเปิดประตูโครมเข้ามา เบลที่หนีบฟรานในแขนยืนค้างอยู่หน้าห้อง เลวี่และยายกระเทยลุซซี่ช็อกไปแล้ว ฟรานกำลังเอ๋ออยู่ตามปกติ

“พวกแกจะเข้ามาทำไม” แซนซัสคำราม “กลับไปซะ ไอ้พวกสวะ”

“เบล...ฟราน...ชั้น....” ฉันได้แต่นิ่งยามมองตาของรุ่นน้องที่นับถือในตัวฉันเอง นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววเศร้าสร้อยออกมาอย่างเห็นได้ชัด ประตูปิดลงและบอสกลับมานั่งที่เก่า

“ฉันจะฟังแก แค่ครั้งเดียว สควอลโล่” แซนซัสเม้มปากแน่น ฉันกลืนน้ำลายช้าๆ

“ชั้นขอโทษ” ฉันเอ่ยออกมาได้เท่านั้น น้ำตาใสๆที่อั้นไว้ไม่อยู่ไหลพรากลงมาตามแก้มตัวเอง ทั้งๆที่พยายามอดกลั้นไว้อย่างที่สุดแล้วก็ตาม ทำนบน้ำตาแตกกระจายก็วันนี้นี่เอง นัยน์ตาสีแดงคู่นั้นดูอ่อนแสงลงบ้าง หากแต่ฉันก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ฉันวิ่งไปที่หน้าต่างทันที

“สควอนโทร สควอลเทร เด สควอลโล่!!” ปลาฉลามเวทย์ตัวใหญ่ว่ายฝ่าอากาศมาจอดลงที่หน้าต่างอย่างรวดเร็ว ฉันรีบกระโดดขึ้นหลังมันก่อนจะตบสีข้างให้ฉลามของฉันพาฝ่าอากาศหนีไปให้ไกล ฉันมองกลับไปที่บอสครั้งสุดท้าย

นัยน์ตาสีทับทิมคู่นั้นฉายแววเจ็บปวดชัดเจน



กระท่อมฮาร์มเลส ลอนดอน

ควันที่พุ่งขึ้นมาจากปล่องควันทำให้รู้ว่ายังคงมีคนอาศัยอยู่ในนั้นเหมือนเมื่อก่อน ปลาฉลามของฉันดีดตัวลงพื้นอย่างรู้ใจที่หน้ากระท่อม ฉันตบหัวมันเบาๆก่อนที่มันจะหายไป สภาพกระท่อมโทรมลงกว่าเดิมพอตัว หากแต่สัมผัสนั้นยังคงบอกได้ว่าผู้อาศัยยังคงเป็นคนเดิมอย่างแน่นอน ฉันตัดสินใจเคาะประตูกระท่อม

“สควอลโล่!!!” นัยน์ตาสีทองคู่นั้นเบิกกว้าง ฉันยิ้มแห้งๆให้คนที่ออกมารับ “มาได้ยังไงนี่”

“ขี่ฉลามมาไง ไอ้เซ่อม้าพยศ” เท่านั้นดีโน่ก็หัวเราะก่อนจะตบบ่าฉัน

“มาสิ กระท่อมฉันมีที่พักพิงสำหรับแม่มดตกอับดับอนาถอย่างนายเสมอนะ” ฉันหันขวับใส่คนพูด ก็จริงที่ฉันตกอับ โดนบอสจับไต๋ที่ซุกซ่อนมานานได้ แต่ก็ไม่ได้ดับอนาถซักหน่อย

“แกนี่มันปากหมาได้ใจฉันจริงๆ” ฉันต่อว่ากลับไป

“ไม่เท่าไหร่น่า” ดีโน่มันยิ้มอย่างไม่รู้จักสำนึก ฉันกระทืบเท้าโครมครามเข้าไปในห้องที่มันเตรียมให้

“ไปไหนก็ไปเลยโว้ย ไอ้ม้าดีดกะโหลก” ฉันตะโกนไล่หลังก่อนจะทิ้งตัวนอนบนที่นอนอุ่นแล้วร่ายเวทย์แกะโซ่เส้นหนาออกจากคอตัวเอง ภาพเหตุการณ์ตอนฉันหนีแซนซัสออกมาเล่นซ้ำราวกับเป็นการรีเพลย์ครั้งยิ่งใหญ่ แววตาดุดันที่อ่อนแสงลงพร้อมกับมองอย่างเจ็บปวดนั่นต้องการจะสื่ออะไรกันแน่นะ......



“ไอ้งี่เง่า” เสียงฝ่ามือตบฉาดเข้าที่ใบหน้าใครบางคนจนหน้าหัน รีบอร์นดูจะหมดความอดทนเข้าเสียแล้ว “นายออกไปหยอกกับพวกมัน แลกกับสภาพทุเรศแบบนี้รึยังไง”

“หุบปาก รีบอร์น” เสียงนั้นเย็นเยือกเฉียบขดจนคนฟิวส์ขาดแทบกลายเป็นน้ำแข็ง สึนะแยกเขี้ยวใส่เด็กที่กำลังฉุนนั่น “กะอีแค่น้ำมนต์ ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้”

“ถ้ามันฝังเข้ากลางอกแก เรื่องใหญ่แน่”

“มันจะมีวันนั้นเรอะ” สึนะมองดูเศษซากแขนตัวเองที่รุ่งริ่งเหลือแต่กระดูก พลังของสายเลือดปีศาจที่สืบทอดกันในตระกูลกำลังช่วยฟื้นฟูส่วนที่ขาดหายไปให้กลับมาใหม่

“ชั้นเตือนแกแล้วนะ สึนะ”รีบอร์นมองดูการฟื้นสภาพของแขนขวาข้างนั้น ต้องยอมรับว่าเจ้าสึนะนี่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ของการรักษาจริงๆ อัตราการฟื้นฟูสูงมากจนน่าตกใจเลยทีเดียว

“ฮ้าว.....ไปตามมุคุโร่มาหาชั้นทีสิ” ร่างเล็กนั้นเอ้เตดูแขนที่เพิ่งฟื้นสภาพ “บอกหมอนั่นว่าชั้นจะถึงขีดจำกัดแล้ว”

“ไอ้เด็กทุเรศ” รีบอร์นทิ้งท้ายเพียงเท่านั้นก่อนจะจากไป



โรงแรมเกรทมิราเคิล

“ไอ้ฉลามสวะ” เขารู้สึกโดดเดี่ยวขึ้นมาทันที ดูเหมือนโลกจะนอนคัลเลอร์ฟูลไปเลยหลังจากสควอลโล่หนีจากไป

จากไปพร้อมกับหยาดน้ำตา



ต้องยอมรับว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะฆ่ามัน แต่ด้วยสภาพแบบนั้น มันเองก็คงไม่ไว้ใจอะไรทั้งสิ้น มันจากเขาไปพร้อมกับทิ้งความเงียบให้อยู่เป็นเพื่อนแทน เพราะเหตุใดก็มิอาจรู้ได้ หากแต่ดูเหมือนเขาจะขาดใจซะให้ได้เมื่อไอ้ฉลามนั่นไม่ได้อยู่ข้างกายแล้ว


แซนซัสยังคงนอนคิดถึงสควอลโล่ต่อไป



สองจิตใจอาจสื่อถึงกันได้


หากฝ่ายหนึ่งเปิดใจ และอีกฝ่ายไว้ใจ


ซึ่งกันและกัน....


====================================================================


โอ้ก อัพแล้วค่ะ

มาอัพก่อนจะเริ่มทำการดองจริงๆ เนื่องด้วยวันเปิดเทอมเป็นเหตุ

ต้องยอมรับจริงๆค่ะว่าตอนนี้เละและค่อนข้างแย่ทีเดียว

มันยังวุ่นวายเรื่องเซิร์ฟเกมอยู่ เลยทำได้ไม่ดีอย่างที่คิดน่ะค่ะ

ยังไงก็ขอโทษไว้ ณ ที่นี้ก่อน

เดี๋ยวมีเวลาหรือว่าจัดการเรื่องวุ่นๆตอนนี้ได้เสร็จจะมารีไรท์ตอนนี้ให้ใหม่นะคะ

ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องชาวโลกที่ยังคงอ่านฟิคนี้อยู่นะคะ

โค้งง

========================================================

(อินี่จะเยอะไปไหน)

กราบขออภัยที่รีพลายนี้ยาวไปหน่อยนะคะ

พอดีลืมของสำคัญน่ะค่ะ

มันคือ......แฟนอาร์ตสุดฮาที่กะจะให้ทุกๆท่านอ่านแก้เครียด รึเครียดยิ่งกว่าเดิมหว่า

เชิญรับชมเลยค่ะ

Image
แม่เจ้า สภาพสถ่อยเหลือจะพรรณา สีจางได้ใจ 5555

Image
Image
เรื่องนี้อย่าตั้งความหวังของคำว่า 'TBC' ไว้สูงเกินไปนะคะ ฮา

และสุดท้าย.....

ป๋าเมียของฮิเมะเอง
Image
ไม่ได้ลบเลยซักรูป ดูมันยุ่งๆแต่ก็พอได้ละว้า

_________________
ทำไม่ได้ หรือ ไม่ได้ทำ?

Image]

บ้านร้างที่อินี่สิง


Last edited by HIME_meaw on 02 Nov 2009, 16:36, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Au Fic] The Gloom under Night : XS ; CH III
PostPosted: 02 Nov 2009, 11:49 
User avatar
Joined: 23 Mar 2008, 01:58
Posts: 1374
Location: 6927 Bunzai.~*
อ้าวกำลังๆสนุกๆเลยเจ้าค่ะ จะเริ่มเข้าไหดองซะแล้ว โฮกกกกกก

พวกนี้เค้ากินเลือดกันหล่ะ หุหุ แวมไพร์ สายพันธุ์ไหนกันนี่ ใครเป็นตัวอะไร?กันบ้างน้ออ

อึ้งอีกนิดที่น้องหลามไม่ใช่พวกเดียวกัน แต่เป็นแม่?มด หึหึ หนีป๋าแซนไปซะแล้ว ก็แหงหล่ะ ป๋าแซนน่ากลัวอ่ะ

แต่พอน้องหลามเค้าไป ป๋าแซนก็มานอนคิดถึง ซะง้านนน

จะไปกลัวอะไรรักข้ามสายพันธ์ก็มีอยู่เยอะแยะ? ไปเอาตัวกลับมาก่อนที่จะเกิดสมการ DS นะเจ้าค่ะ ฮา

สุดท้ายยย กรี๊ดดกร๊าดดดดดด กับสึนะ โหด โฉดดด ถูกใจ ความเมะ? หรือเคะราชินี? ก็ไม่รู้อ่ะ ชอบอ่า ชอบที่บทสึนะมันไม่อ่อนแอ ฮ่าฮ่า

“ฮ้าว.....ไปตามมุคุโร่มาหาชั้นทีสิ”
“บอกหมอนั่นว่าชั้นจะถึงขีดจำกัดแล้ว”

ถึงขีดจำกัดแล้ว ในมุมไหนกันเนี่ย พูดแค่นี้ก็จิ้นไปไกลแล้วน๊า จะ 6927 หรือ 2769 กันน๊า โฮกกกกกกกกกกกกกก

อย่าดองน้านน๊า เดี๋ยวขาดใจ หนุกมากเจ้าค่า รออ่านตอนต่อไปเจ้าค่า

ปล. โดสวย น่ารักมากเลยเจ้าค่ะ >///< ช่อง TBC นั่นก็อยากให้มีต่อนะเจ้าค่าาา ฮ่าฮ่า

_________________
Image


Last edited by Pao.~* on 02 Nov 2009, 22:21, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Au Fic] The Gloom under Night : XS ; CH III + โดฮาๆเล็กน้อย
PostPosted: 02 Nov 2009, 20:29 
User avatar
Joined: 26 Oct 2008, 14:52
Posts: 459
โดงาม ค๊ะ ~ : ))
แต่ว่า ... ฟิคอตอนนี้อ่านแล้ว งงๆ
มีศัพท์แปลกๆมามากมาย
อีกทั้ง ตับฉับๆปมา เลย งงๆ นิดหน่อยค๊ะ !

_________________
Image

I XS
{ ' DARK SKY and BLOODY RAIN ' }


{❤} for now ... and FOREVER !


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Au Fic] The Gloom under Night : XS ; CH III + โดฮาๆเล็กน้อย
PostPosted: 03 Nov 2009, 16:00 
User avatar
Joined: 27 Mar 2009, 12:50
Posts: 281
มาอ่านครั้งแรก

><

สนุกมากค่ะ

รีบๆมาอัพน่ะเจ้าค่ะ

_________________
Image

Image

http://my.dek-d.com/free-dom-with-me/ << เพิ่มเพื่อนเยอะๆน่ะค่ะ

UN_FreE-DoM@hotmail.com<<เพิ่มเพื่อนได้น่ะค้า


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Au Fic] The Gloom under Night : XS ; CH III + โดฮาๆเล็กน้อย
PostPosted: 05 Nov 2009, 01:36 
User avatar
Joined: 15 May 2009, 21:26
Posts: 274
มาแอบอ่าน(ทำไมต้องแอบ ฮะฮะ)

ป๋าลงไม้ลงมือกับหลามหนักมากมาย แต่พอจากไปใจก็คิดถึงใช่มั๊ยล่ะคะ 55555
สึนะเรื่องนี้โฉด ดีจริงๆเลยค่ะ ดูมีฝีมือและความร้ายกาจขั้นแมกซ์

รออ่านต่อนะค้า(โดด้วย อิอิ)

_________________
"ถ้าไม่ใช่แก คำๆนั้นจะไปมีความหมายอะไร?"

XSสิ XS~

My Blog

My Fic

Boun Compleanno XANXUS


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Au Fic] The Gloom under Night : XS ; CH III + โดฮาๆเล็กน้อย
PostPosted: 05 Nov 2009, 20:09 
User avatar
Joined: 10 Apr 2009, 14:28
Posts: 273
Location: Y society :))
อาาาาา ได้อารมณ์โซลอีทเตอร์ผสมทไวไลท์จริงๆ
หรือไอ้stAr'จะคิดไปเอง =3=

_________________
Image

Image
Image
{}RAIN CLOUD. {}EXTRA SMALL. {}SUPERBI SQUALO. {}VARIA :))


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 21 posts ]  Go to page Previous  1, 2


Who is online

Users browsing this forum: isisneptra and 1 guest

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: