Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 497 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ... 34  Next
Author Message
 Post subject:
PostPosted: 18 Nov 2007, 18:54 
User avatar
Joined: 08 Oct 2007, 18:20
Posts: 292
Location: ที่ๆมีฮาเร็มทาสของสึนะ
สุดยอดยิ่งอ่านอารมณ์ยิ่งหดหู่แทนสึนะ ตอนนี้โกคุเจ๋งมาก
ยอมอยู่เคียงข้างสึนะเสมอ นี่สิถึงจะเป็นมือขวาของวองโกเล่ได้

ตอนต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อยากให้สึนะสู้ต่อไป ยังไงนายก็มีคนที่คอยเป็นห่วงอยู่นะ

ปล.รักคนแต่งค่ะ สู้ๆเพื่อตอนต่อไป

_________________
Image
http://devil-misa.exteen.com

1827[Forever~]+3827!![Moe~]+X27[=[]=!!]+10027[>3<!!]
And ปู่ G สุดยอด!!!


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 18 Nov 2007, 20:08 
Joined: 19 Sep 2007, 13:34
Posts: 679
Location: Vongola Family
โกคุสุดยอดดดดดด อารมณ์ประมาณนี้มั้ง

ท้องฟ้ายิ่งใหญ่เหนือใคร สรรพสิ่งล้วนอยู่ใต้ท้องฟ้า
ไม่ว่าสิ่งใดขาดหายไป ท้องฟ้าก็ยังเป็นท้องฟ้าไม่เปลี่ยนแปลง
แต่สรรพสิ่งหากขาดท้องฟ้าเป็นที่ยึดเหนี่ยว แล้วจะไปอยู่ ณ ที่แห่งหนใด...

อย่ามาหวังสระสรวย เพราะพิมพ์สด และไม่เคยได้ไทยมากกว่าเกรด3 ถ้าไม่เพราะขัดๆยังไงก็ขอโทษด้วยฮะ

_________________
~Feel Good ชีวิตคนเราไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ทำอะไรไม่เล็กไม่ใหญ่ ตามใจตัวเองกำลังดีก็พอแล้ว~~

http://joeykung.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 18 Nov 2007, 20:18 
User avatar
Joined: 16 Sep 2007, 17:57
Posts: 172
Location: ที่ๆมี 6927
"ฟากฟ้าแห่งศรัทธาของฉัน" กรี๊ดไปแล้วค่าาาาาาาาาาาาาาาาาา
โกคุสึนะ สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
โฮก


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 18 Nov 2007, 22:10 
User avatar
Joined: 23 Sep 2007, 23:02
Posts: 115
Location: โรงเรียนนามิโมริ
โฮกกกกกกกกกก รักโกคุเทระ
1000000000000ล้านล้านๆๆๆๆๆ%
น่ารักที่ซู๊ดดดดดดด
มือขวาที่ดี ต้องเป็นอย่างโกคุสิๆๆๆๆ
รออ่านๆๆๆๆๆ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 18 Nov 2007, 23:51 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
อดคิดไม่ได้ว่าลงตอนนี้แล้ว จะมีคนเชียร์สักกี่คนนะ ก็ตัวเอกของเราตอนนี้น่ะเป็นม้ามืดค่ะ ถ้าท่านไม่รังเกียจก็เชิญอ่านเลยค่า

ตอนที่ 4 อาทิตย์อัสดง

ดวงอาทิตย์ แตกต่างจากธรรมชาติอื่นใดบนท้องฟ้า ปรากฏขึ้นเจิดจ้าในยามเช้า หลบซ่อนคล้ายเลือนหายยามค่ำคืน ถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่อรุณรุ่งนี้ ก็สถิตอยู่ บนฟ้ากว้างนี้นิรันมิใช่หรือ

“ ไงเคียวโกะ ตื่นเช้านี่นา” ซาซางาวะ เรียวเฮ เอ่ยทักน้องสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเช่นเคย

“ อรุณสวัสดิ์ค่ะ เอ๋ วันนี้พี่ก็ไม่ออกไปจ๊อกกิ้งหรือคะ ” เด็กสาวถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย แน่ล่ะ พี่ชายที่เคยมุ่งมั่นกับการฝึกซ้อมอยู่ไม่ขาด หยุด....หนำซ้ำ ยังหยุดซ้อมติดต่อกันสามวันแล้ว ตั้งแต่....วันนั้นเป็นต้นมา

“ ฮะๆ พักไง พักให้สุดหูรูดกันไปเลย” เด็กหนุ่มหัวเราะก่อนจะนั่งลงทานอาหาร ทำเหมือนทุกอย่างเป็นปกติ สามวันก่อน ซาซางาวะ เคียวโกะ เคยย้ำถามกับพี่ชายครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่จริงใช่ไหม สึนะคุงพูดโกหกเพื่อทุกคนใช่มั้ย เพื่อไม่ให้พวกเราต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือไปมีเรื่องกับใครใช่ไหม ถามแบบนั้น แล้วคำตอบของพี่ชายก็คือ เสียงหัวเราะ หัวเราะ หัวเราะจนไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว คิดอะไรอยู่กันแน่

“ อย่าทำแบบนี้สิคะ” เด็กสาวพูดขึ้น น้ำเสียงหม่นหมองราวจะร้องไห้ เธอทนที่จะเงียบมองมาสามวัน แต่ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ต่อไปอีกแล้ว

“ เอ๋”

“ พี่ทำแบบนี้ หนูไม่รู้หรอกว่าพี่รู้สึกยังไง ใครจะรู้ล่ะค่ะว่าพี่..........” เด็กสาวพยายามจะพูดต่อ แต่เด็กหนุ่มผู้พี่กลับเอื้อมมือมาปิดปากพร้อมขยิบตาให้

“ ทานข้าวเถอะ เดี๋ยวไปรงเรียนสายนะ” ชายหนุ่มพูดเพียงแค่นั้น แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้น้องสาวของเขา...ไม่อาจถามอะไรได้อีก


ที่โรงเรียนนั้นกระแสเรื่องราวของซาวาดะ สึนะโยชิ ไม่ได้ซาลงเลย เพราะจู่ๆเจ้าตัวก็ขาดเรียนติดต่อกัน หนำซ้ำในวันที่สองของการขาดเรียนเพื่อนสนิทอย่างโกคุเทระ ฮายาโตะก็พลอยหายไปด้วย คราวนี้เลยลือกันสนุกปาก หนีตามกันบ้างล่ะ ชวนกันไปทำเรื่องเสื่อมเสียบ้างล่ะ ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าสักพักข่าวพวกนี้ก็จะเลือนหายไปเอง แต่ว่า....จะมีใครทนฟังได้อย่างมีความสุขบ้างล่ะ

“ ซาซางาวะ นี่เธอขาดซ้อมมาสามวันแล้วนะ จริงจังหน่อยสิ ใกล้แข่งแล้วนะ” อาจารย์ประจำชมรมเรียกให้ไปพบ และพูดประโยคที่แม้แต่ผู้พูดก็ยังไม่เชื่อว่าตัวเองจะต้องพูดออกมา วันที่ต้องบอกให้คนที่มักจะเกินร้อยอยู่เสมออย่างซาซางาวะ เรียวเฮ จริงจัง....

“ อืม” เรียวเฮไม่ได้มีสีหน้าสลด เขาฉีกยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวก่อนที่จะเอ่ยปากพูดในสิ่งที่ทำให้อาจารย์ทั้งห้องพักครูต้องหันมามอง “ ผมขอถอนตัวจากการแข่งคราวนี้ละกันนะครับ”

“ หา!” อาจารย์ทุกคนตาเบิกโพลง ด้วยอาการที่เรียกได้ว่าช็อค ความหวังที่จะคว้าตำแหน่งแชมป์มวยสมัครเล่นระดับประเทศที่อยู่แค่เอื้อมกำลังจะอันตธานหายไปอยู่รอมร่อ

“ เป็นอะไร ซาซางาวะ เธอก็สุขภาพแข็งแรงดีนี่นา แค่ขาดซ้อมวันสองวันไม่มีผลกับเธอมากหรอก” อาจารย์ประจำชั้นถลาเข้ามาพูดหว่านล้อม แต่เด็กหนุ่มที่เริงร่าสม่ำเสมอกลับหัวเราะเบาๆ

“ ถึงแข่งไปก็ไม่ชนะหรอกครับ เอาเป็นว่าผมถอนตัวละกัน แล้วก็......”

“ แล้วก็......” อาจารย์ประจำชั้นกับอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมกลืนน้ำลายอย่างยากเย็นกลัวว่าจะมีอะไรที่แย่กว่านี้ตามมาอีก

“ ขออนุญาตลาพักกิจกรรมชมรมด้วยนะครับ” วันนั้น เป็นวันแรกในชีวิตที่ซาซางาวะ เรียวเฮ รู้สึกว่าได้ปลดพันธนาการบางอย่างออกจากชีวิต


ทุกจังหวะที่ออกหมัด ทุกท่วงท่าที่เคลื่อนไหว หนักหน่วง รวดเร็ว นี่ล่ะ....สิ่งที่เขาต้องการ มวย นี่ล่ะ ที่จะทำให้เขาแข็งแกร่ง มอบกำลังที่จะปกป้องน้องสาวคนสำคัญ เหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน ยิ่งทำให้เขาเชื่อเช่นนั้น เพื่อน้องสาวหมัดนี้จึงมีคุณค่า และทรงพลัง

แต่โลกใบนี้ ก็ไม่ได้แคบอยู่แค่รอบตัวเราเท่านั้น เมื่อถูกดึงเข้าไปพัวพันกับเรื่องที่นอกเหนือจากสามัญสำนึกดั้งเดิมของตนเอง เรื่องที่เคยคิดว่าคงมีแต่ในหนังเท่านั้น เป็นเรื่องของพวกคนที่อยู่ในอีกโลก ต่างกันมากมาย แต่ว่า เอาเข้าจริง กลับกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว เรื่องของคนใกล้ตัว ที่ค่อยๆกลายเป็นเพื่อนสนิท

“ ฉัน....ดีใจที่สู้ในตอนนั้นนะสึนะ แม้ตอนแรกจะไม่รู้ว่าทำไปทำไมก็เถอะ ” เด็กหนุ่มบอกกับตนเองยามที่ขึ้นมานั่งมองฟ้าบนดาดฟ้าเพียงลำพัง เขากำลังแปลกไป ก็รู้อยู่หรอกนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับความรู้สึกตอนนี้ดี ไม่เคยคิดว่าตนเองอ่อนแอเลยสักครั้ง ไม่เคยคิดว่ามีอะไรที่หมัดนี้แก้ปัญหาไม่ได้

“ แต่ทุกอย่างก็ไม่ใช่แบบนั้น” การออกหมัด ไม่อาจแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง บางครั้งดีแต่จะยิ่งชักพาปัญหาให้มากความ แต่คำพูดของเด็กหนุ่มที่มืดหม่นไร้หนทางคนหนึ่ง กลับยุติปัญหาทั้งหมด จบลง โดยการหายไปเสียเอง

“ นายมันบ้า” และนั่น จาก วินาที นั้น เขาก็ไม่อาจกำหมัดชกไปข้างหน้าได้อีกต่อไป นี่คือความจริง........ที่แม้แต่ตัวเองก็ยังต้องฉงน

“ ซาซางาวะ เรียวเฮ” เสียงเรียกดังมาจากรั้วดาดฟ้า ร่างเล็กๆที่ยืนตระหง่านตรงนั้นมัน

“ พระอาจารย์แปร๋นๆ!” โธ่ คนที่ไม่อยากให้เจอกันมาเจอกันจังๆซะนี่

“ รับหมัดนี่ซะ!” ว่าแล้วพระอาจารย์ก็เสยหมัดขวาตรงเข้ากลางหน้า เล่นเอาตัวลอยไปติดผนัง เสียงดังสนั่น

“ ........................” เด็กหนุ่มพยุงตัวเองลุกขึ้น แต่ไม่ได้ตอบโต้

“ เอ้า ชกกลับสิ!”

“...........................”

“ งั้นไม่เกรงใจล่ะนะ!” ว่าแล้ว พระอาจารย์ผู้มีพระคุณก็รัวหมัดเข้าใส่อย่างไม่ปรานีปราศรัย เล่นเอางอมพระรามไปทั้งตัว แต่.....กลับไม่มีการตอบโต้ที่เร่าร้อนจากอีกฝ่ายเฉกเช่นทุกครั้ง

“ พอแล้วล่ะเว้ยเฮ้ย!” เมื่อเห็นว่าลูกศิษย์แทบจะยืนไม่อยู่อยู่แล้ว เด็กชายที่ปรากฏกายในชุดทหารพร้อมปืนกลในมือจึงได้ตัดสินใจร้องห้าม ไม่ใช่เพราะสงสาร ไม่ใช่เพราะเห็นใจ ก็แค่ถึงอัดต่อไปไอ้หมอนี่มันก็คงไม่รู้สึกรู้สาอะไรอยู่ดี เจ้ากระสอบทรายมีชีวิตนี่

“ ไม่ได้เรื่อง หมดไฟกู่ไม่กลับ” รีบอร์น หรือพระอาจารย์แปร๋นๆบอก

“ มันโง่จริงๆล่ะเว้ยเฮ้ย อีแบบนี้สงสัยได้ถูกริบแหวนเป็นคนแรกแน่”

“ ว้าก!” เด็กหนุ่มที่ได้ยินประโยคสุดท้าย ถึงกับหูผึ่งผุดลุกขึ้นทันที หมายความว่ายังไงกันล่ะนี่ไอ้ที่บรรดาพระอาจารย์พูดน่ะ

“ ก็หมายความว่าตอนนี้แกสู้ไม่ได้แล้ว แล้วจะให้แกถือแหวนสำคัญของวองโกเล่ไว้ทำไมล่ะเว้ยเฮ้ย” พระอาจารย์ก้นกุฏิอธิบาย ช่างเป็นคำอธิบายตรงไปตรงมาที่ทำเอาคนฟังนิ่งงัน

“ แต่ไหนแต่ไรแกก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับโลกของมาเฟียอยู่แล้ว งั้นก็เอาคืนมาเถอะ” รีบอร์นยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางชำเลืองไปที่แหวนที่ห้อยอยู่ที่คอเด็กหนุ่ม แหวนของผู้พิทักษ์แห่งอรุณของวองโกเล่

“ เดี๋ยวซี่พระอาจารย์ ของให้แล้วจะมาเอาคืนได้ไงเล่า!” เรียวเฮ โวยวายพลางคิดว่าขืนรอช้าสองอาจารย์จะได้เข้ามารุมเสยเขาชิงเอาแหวนไปแน่ งานนี้ .......ต้องหนีสุดหูรูดล่ะเฟ้ย! ว่าแล้วไม่พูดพร่ำทำเพลง

“ พระอาจารย์ นั่น !” เด็กหนุ่มชี้ขึ้นฟ้าพร้อมร้องเรียก
“ อะไร?” สองซี้แห่งอัลโกบาเรโน่แหงนหน้าขึ้นฟ้ามองตาม และ....มันว่างเปล่า ครั้นหันกลับมาอีกที่ ซาซางาวะ เรียวเฮ ก็วิ่งหนีหายไปซะแล้ว

“ มันโง่จริงๆนั่นล่ะ” รีบอร์นบอก คิดรึว่าถ้าพวกเขาเอาจริงจะหนีลอยนวลไปได้

“ ไอ้ความไม่ค่อยคิดอะไรมากเสมอต้นเสมอปลายนั่นล่ะ ข้อดีของหมอนั่นล่ะเว้ยเฮ้ย” โคโรเนโร่ตอบ พลางยิ้มน้อยๆ

“ มีข่าวอะไรบ้างมั้ย” เด็กชายที่ตอนนี้เปลี่ยนจากกางเกงนักมวยกลับมาเป็นชุดสูทดำเรียบร้อยแล้วถาม แน่ล่ะแม้จะคอยสืบข่าวอยู่ห่างๆ แต่เจ้าลูกศิษย์ของเขาดูจะก่อเรื่องวุ่นวายมากขึ้นทุกทีๆ คิดยังไง ถึงตัดสินใจไปพึ่งพา ไอ้หมอนั่น เจ้าอิเอมิสึ ก็ดูจะทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว ถ้าพยุงสถานการณ์ได้ตลอดรอดฝั่งก็ดีไป แต่ถ้าไม่ล่ะ.....คงได้ไปเก็บศพผู้สืบทอดวองโกเล่รายที่สี่ในเร็ววันแน่

“ การไล่ล่าเริ่มขึ้นแล้ว ตอนนี้ในโลกมืดรู้กันหมดแล้วว่า ของนั่น อยู่ในมือของวองโกเล่รุ่นที่สิบ”

“ .......................” คำบอกเล่าของเพื่อนรักทำเอาปวดหัวตุ้บๆ มันเลวร้ายขึ้นจริงๆด้วย

“ งานนี้ได้ตายจริงๆแน่ล่ะเว้ยเฮ้ย ลูกศิษย์แก” เด็กชายในชุดทหารบอกพลางชำเลืองมองปฏิกิริยาที่นิ่งเฉยของอีกฝ่าย แม้จะไม่แสดงอารมณ์ แต่หัวอกอาจารย์....คงไม่ต่างกันหรอกมั้ง คิดว่านะ

“ ก็ถ้าลูกศิษย์นายไม่รีบเข้าล่ะนะ” รีบอร์นตอบ เป็นครั้งแรกที่เผลอเงยหน้ามองฟ้าเอากับเขาด้วย ไม่ใช่ด้วยดวงตาเหม่อลอยหรือเทิดทูนอย่างใครหลายๆคน ก็แค่เงยหน้าขึ้นจ้องมอง ก่อนที่จะแสยะยิ้มออกมา....... เจ้านภาที่หยิ่งผยองเอ๋ย อย่ารีบตายซะล่ะ

ต่อ


Last edited by ruk21us on 19 Nov 2007, 00:03, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 18 Nov 2007, 23:54 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
ซาซางาวะ เรียวเฮที่ตอนนี้วิ่งหนีเหล่าพระอาจารย์หัวซุกหัวซุน รู้สึกตัวอีกทีมาโผล่ที่ด้านหลังสนามเบสบอลเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ ตอนนี้บ่ายสาม พวกชมรมเบสบอลกำลังจะเริ่มซ้อมในคาบกิจกรรมชมรมนี่นะ ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็เดินทอดน่องไปทั้งอย่างนั้น คำพูดเมื่อครู่ดูราวกับฝันร้ายเลย ครั้นจะให้ดันมีข้อแม้ว่าจงสู้ให้ชนะ แต่พอจะขอคืนก็มาเอาง่ายๆอย่างนั้นน่ะนะ ...........แต่ มันเป็นของสำคัญใช่ไหมล่ะ ของสำคัญของหมอนั่น ของเจ้าสึนะ ตอนนี้ หมอนั่นไปอยู่ไหนนะ

“ ยามาโมโตะ เสร็จรึยัง” เรียวเฮได้ยินเสียงเรียกนั่น จึงเพิ่งรู้ตัวอีกรอบว่าเดินมาจนถึงหน้าห้องชมรมเบสบอล วันนี้เขาเหม่อบ่อยขนาดนี้เลยหรือนี่ รุ่นน้องชมรมเบสบอลทยอยเดินไปที่สนาม พอเหลือบมองเข้าไปในห้อง ก็เหลือ ยามาโมโตะ ทาเคชิ ยืนอยู่คนเดียว เจ้าหมอนั่น จะเจอเหตุการณ์เดียวกับที่เขาเจอเมื่อครู่รึเปล่านะ

“ ไง ยามาโมโตะ” เรียวเฮถือวิสาสะเดินเข้าห้องชมรมพร้อมร้องทัก

“ สวัสดีครับ รุ่นพี่ซาซางาวะ” อีกฝ่ายยิ้มให้ก่อนที่จะมองเครื่องแต่งกายของอีกฝ่ายด้วยทีท่าประหลาดใจ ซาซางาวะ เรียวเฮ ยังอยู่ในเครื่องแบบนักเรียน ในคาบนี้

“ อะไรเหรอ”

“ ข่าวลือที่รุ่นพี่ขอลาพัก กับถอนตัวจากการแข่ง เป็นเรื่องจริงสินะครับ”

“ ................เออ ตัดสินใจกันสุดหูรูดไปเลยล่ะ” เด็กหนุ่มที่สูงวัยกว่าหัวเราะ

“ ทำไมล่ะครับ”

“ เอ๋ ”

“ นี่เป็นนัดสำคัญที่สุดในชีวิตนักเรียนม.ปลาย ไหนรุ่นพี่บอกว่าชอบมวยมากไงล่ะ!” จู่ๆยามาโมโตะก็ตะโกนขึ้นมา น้ำเสียงแบบนั้นทำเอาคนที่ถูกเรียกว่ารุ่นพี่ขมวดคิ้ว เจ้าหมอนี่....ผิดปกติ ยามาโมโตะ ทาเคชิ แปลกไป เด็กหนุ่มที่เคยยิ้มหัวเราะรื่นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันคนนั้น ตอนนี้ดูจะกลายเป็นอารมณ์ร้ายขึ้นมาเสียแล้ว

“ ความจริงก็คือ....ฉัน...ต่อยใครไม่ได้อีกแล้ว” เรียวเฮสารภาพ

“ หา!” เด็กหนุ่มเบิกตาโพลง สบตาอีกฝ่ายอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

“ ตั้งแต่วันนั้น พอตั้งท่าจะออกหมัด เรี่ยวแรงก็ดูจะหายไปดื้อๆ”

“ ถ้าแค่นั้น ลองต่อยออกไปเดี๋ยวก็......”

“ แต่น่าแปลกนะ ดันไม่รู้สึกเสียใจซะนี่” คำบอกเล่านั่นทำเอาคู่สนทนายิ่งฉงนสนเท่ห์ รุ่นพี่ซาซางาวะคนนั้น คนที่มีฉายาว่าสุดหูรูด เกินร้อย บ้ามวย ชอบวิวาท คนๆนั้นนี่นะ พอใจที่ชกมวยไม่ได้แล้ว นี่มันเรื่องตลกร้ายหรือไงกัน คนรอบตัวเขา เป็นอะไรกันไปหมดล่ะนี่

“ ไอ้ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก แต่...รู้สึกว่า อาจมีบางอย่างที่น่าสนใจมากกว่าก็ได้” คำพูดแบบนั้นทำเอาอีกฝ่ายนิ่งแข็งไป ยามาโมโตะจ้องเด็กหนุ่มสูงวัยเบื้องหน้าเขา รู้สึก......อิจฉา อย่างนั้นหรือ ทั้งที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ได้แตกต่างกัน แต่ทำไม ถึงได้ดู.....น่าริษยาถึงเพียงนี้

“ ออกไปเถอะครับ ผมจะไปซ้อมแล้ว”

“ นั่นสินะ ฉันคงรบกวนนายจริงๆ ว่าแต่ ได้เจออาจารย์กับพระอาจารย์แปร๋นๆบ้างรึเปล่าล่ะ”

“เอ๋!”

“ พวกนั้นมาตามทวงเจ้านี่น่ะ” เรียวเฮ พูดพลางชี้ไปที่แหวนที่ห้อยคอ แหวนแบบเดียวกับที่ประดับอยู่บนคอของอีกฝ่าย หนึ่งคือรุ่งอรุณ อีกหนึ่งคือสายฝนโปรย แหวนอันเป็นสัญลักษณ์ของธรรมชาติบนแผ่นฟ้า

“ ถ้าพวกเขามา ผมก็จะคืนให้” คำตอบนั่น ทำเอาเรียวเฮถึงกับผงะ ไวยิ่งกว่าความคิด เด็กหนุ่มเผลอกระชากคอเสื้อรุ่นน้องเข้าเต็มแรง พร้อมกับตะคอกใส่

“ นายหมายความว่ายังไง หา!” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดเผลอเปล่งออกมาโดยที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังอดแปลกใจไม่ได้ โกรธ โมโห ร้อน ร้อนเหมือนถูกไฟแผดเผา คำพูดแบบนั้น ทำไมมันถึง......ชวนคลื่นเหียนซะขนาดนี้

“ การละเล่นจบลงแล้วครับรุ่นพี่ ซาซางาวะ ผมจะเป็นนักเบสบอลอาชีพ ไม่มีเวลามาเล่นเป็นมาเฟียกับพวกสึนะหรอกนะ!” เด็กหนุ่มประกาศ และทันใดนั้นหมัดลุ่นๆที่เจ้าตัวบอกว่าไม่มีแรงจะต่อยออกมาแล้ว ดันซัดเข้าเต็มแก้มขวาของอีกฝ่ายเข้าเต็มรัก ร่างของเด็กหนุ่มนักเบสบอลกระเด็นไปโดนตู้ล็อกเกอร์ ทำเอาข้าวของทะลักออกเกลื่อนกระจัดกระจายเต็มพื้น

“ ไหนบอกว่าชกไม่ได้ไงล่ะครับ” ยามาโมโตะย้อน เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืน ดวงตาสีดำตอนนี้ดูเหมือนจะเหี้ยมเกรียมอยู่ในที

“ ฉัน.....ชกออกไปงั้นหรือ” แม้แต่เจ้าตัวก็ยังประหลาดใจ ทำไมถึงชกออกไปได้ล่ะ ทั้งที่พยายามมาตลอดแต่ก็ทำไม่ได้ เมื่อครู่ เพราะอะไรกัน ทว่า....ไม่ทันจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น ยามาโมโตะก็พุ่งเขามาชกเข้ากลางดั้งจมูกรุ่นพี่ของเขา แม้ไม่ใช่หมัดหนักขนาดนักมวย แต่ก็แรงพอจะเรียกเลือดกำเดาได้

“ มาสิครับ รุ่นพี่ซาซางาวะ” เด็กหนุ่มท้า พลางพุ่งเข้าไปอัดกระแทกที่ท้องจนเรียวเฮถึงกับลำตัวงอ ซาซางาวะ เรียวเฮ ตั้งท่า อยากจะชกกลับ เอาให้เร็วและแรงเหมือนเมื่อครู่ แต่.....ทำไม่ได้ มือสั่น ทำไมกัน สั่นไม่หยุด นี่มันอะไรกัน

“ รุ่นพี่” ยามาโมโตะเองก็รู้สึกแปลกใจ คนตรงหน้าเขาไม่ได้โกหก หากเป็นปกติไอ้การวางมวยชกกันแบบนี้มันแสนง่ายดาย แต่ อะไรกันนี่

“ ดูเหมือน ยังไม่หายนะ” เรียวเฮบอก เด็กหนุ่มทรุดลงกับพื้น กังขาและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง เจ้ากำปั้นของเขานี่ คิดอะไรอยู่

“ ผมจะไปซ้อมแล้วครับ ฝากเจ้านี่ คืนให้พวกเจ้าหนูด้วยนะครับ” ยามาโมโตะบอก พลางทิ้งสร้อยเส้นหนึ่งลงเบื้องหน้ารุ่นพี่ของเขา สร้อยคอสีเงินที่ประดับด้วยแหวนแห่งวรุณ แหวนอันเป็นสัญลักษณ์แห่งผู้พิทักษ์ของวองโกเล่ ประตูห้องชมรมปิดลง ทิ้งให้เด็กหนุ่มแห่งอรุณรุ่งต้องพบกับมืด ที่ไหนกันนะ สามวันก่อน ตอนที่ได้ยินเรื่องของซาวาดะ สึนะโยชิครั้งแรกจากปากของเพื่อนร่วมชมรม สิ่งแรกที่เขาทำก็คือ.........ชกเจ้าพวกนั้นจนเลือดโชก หากเคียวโกะไม่เข้ามาห้าม ไม่แน่ว่า.....เขาอาจกลายเป็นฆาตกรไปแล้ว แต่ ไม่คิดว่าทำผิดเสียหน่อย เจ้าพวกนั้นดูถูกเพื่อนของเขา เจ้านั่นน่ะ เป็นท้องฟ้านะ เป็นผู้ชายที่มุ่งมั่น แน่วแน่ แข็งแกร่ง ไม่มีทาง....


ทว่า สิ่งที่ได้ยินจากปากหมอนั่น.....กลับแย่ยิ่งกว่า เหมือนโลกที่เคยถูกประกอบขึ้นอย่างทนุถนอมเมื่อสามปีก่อนดูราวกับพังทลาย ก็ไม่ได้นึกว่าเจ้าหมอนั่นจะทำเรื่องแบบนั้นหรอกนะ แต่ไอ้คำพูดแบบนั้น มันเหมือนกับว่า......เหมือนเจ้านั่นอยากบอกว่า ..........ช่วยไปให้ห่างที อย่าเข้ามาใกล้ อย่าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับฉัน ..............อะไรประมาณนั้นน่ะ พอคิดแบบนั้นแล้ว ......น่าเจ็บใจจริงๆพับผ่าสิ

เด็กหนุ่มยังคงเดินกลับบ้านตามทางเดิม เหมือนทุกวัน เป็นเมืองที่เหมือนกับทุกวันที่ผ่านมาในชีวิต แล้วอะไรนะที่เปลี่ยนไป เป็นตึกรามบ้านช่องที่ทันสมัยขึ้น รถราที่มากขึ้น ถนนหนทางที่ซับซ้อนขึ้น หรือ.....เป็นผู้คนที่เติบโตขึ้น จะเอายังไงนะ ชิงเข็มขัดแชมป์มวยสมัครเล่น เข้ามหาวิทยาลัยด้วยโควตานักกีฬา จบมาเป็นนักมวยอาชีพ....ดูสมบูรณ์แบบดีนะ ใครๆก็ว่าแบบนั้น พ่อแม่ เคียวโกะ พวกอาจารย์ หรือตัวเขาก่อนหน้านี้ ...นั่นมัน ก่อนหน้าที่จะรู้สึกตัว ก็ดูเหมือนตอนนี้.....หมัดของเขา มันจะร่ำร้องว่า “ ไม่ใช่” อยู่นี่นะ

“ คุณเรียวเฮครับ” จู่ๆก็ถูกใครสักคนทัก ครั้นพอหันหลังกลับไปมองก็ไม่ใช่ใครอื่น....แม้จะแปลกไป แต่ก็ คนเดียวกันนั่นล่ะ

“ นาย....แรมโบ้”

“ ดูเหมือนตัวผมจะเล่นซนยิงบาซูก้าเข้าอีกแล้วล่ะครับ” เด็กหนุ่มที่ตอนนี้อายุดูรุ่นราวคราวเดียวกันบอก

“ งั้นเรอะ นี่นายโตขึ้นนี่นะ” แน่นอน แรมโบ้ในวัยสิบแปดปีเท่ากันดูจะมีส่วนสูงไม่ต่างกันเท่าไหร่

“ ก็ถือว่าโชคดีจริงๆนะครับ เมื่อกี้เพิ่งเจอเจ้าหมอนั่นกับวองโกเล่ ตอนนี้มาเจอคุณเรียวเฮอีก ดีนะไม่เจอคุณเบี้ยงกี้ แค่คิดว่าจะเจอท่าไม้ตายใหม่ก็ขนหัวลุกแล้ว” เด็กหนุ่มจากอนาคตพูดพลางทำหน้าซีดและออกอาการสลด ทว่า สิ่งที่สะกิดใจ เรียวเฮไม่ใช่คำพูดพวกนั้น

“ เมื่อกี้ว่าไงนะ”

“ ก็..คุณเบี้ยงกี้”

“ ไม่ใช่ ก่อนหน้านั้น นายว่านายเจอใครนะ!” เรียวเฮถามเสียงสั่น

“ อ๋อ....เจ้าฮายาโตะ กับ วองโกเล่ครับ” เท่านั้นล่ะ สิ้นคำอีกฝ่ายก็รู้สึกร้อนขึ้นทั่วร่างทันที จู่ๆ ทำไมถึงเกิดความรู้สึกแบบนี้ เหมือนกับ....ตอนที่ชกยามาโมโตะในห้องชมรมนั่น

“ ที่ไหน”

“ เอ๋!”

“ ฉันถามว่านายเจอพวกนั้นที่ไหน!” คราวนี้เด็กหนุ่มถึงกับกระชากเสียงอย่างร้อยรน ต้องคว้าเอาไว้ ต้องจับเอาไว้ให้มั่น

“ เอ่อ.....ทางนั้นครับ” เด็กหนุ่มในชุดสูทลายวันชี้ไปทางทิศที่ตนพึ่งผ่านมา ว่าแล้วอีกฝ่ายก็ไม่รอช้ารีบบึ่งไปตามทางที่ถูกบอกกล่าว ช่างร้อนแรงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยนะพับผ่าสิ ท้องฟ้าที่หยิ่งผยองว่าจะปกป้องคุ้มครองทุกสิ่งด้วยลำพังสองมือของตนเอง จะว่ายังไงนะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับแสงอรุณรุ่มร้อนที่เจิดจ้าเช่นนี้.......ตัวเขาที่รู้เรื่องทั้งหมดจากเพียงคำบอกเล่า ไม่อาจจินตนาการออกเลย ว่าสุดท้ายมันจะไปจบเช่นใด แต่......นภาของอดีตนั้น ก็เป็นผืนฟ้าเดียวกันกับช่วงเวลาของเขานี่นะ ไม่ว่าเมื่อไหร่ ก็กว้างใหญ่เข้มแข็ง ทรงเสน่ห์น่ามองอยู่ตลอดกาล

“ โชคดีกับการทดสอบนะครับ ทุกคน” ว่าแล้วร่างของเด็กหนุ่มก็ค่อยๆถูกห้อมล้อมด้วยหมอกควันจางอีกคราก่อนที่จะค่อยปรากฏร่างของเด็กชายในวัยแปดปีแทนที่

“ ทำได้ดีมาก แรมโบ้” ฟูตะที่แอบอยู่ไม่ไกลกันนักวิ่งออกมาบอก

“ ต้องขอบคุณคุณแรมโบ้นะ” อีกฝ่ายเชิดอกยิ้มกริ่มด้วยทีท่าภาคภูมิใจ ทำเอาฟูตะถอนใจเล็กน้อย เจ้าหนูแรมโบ้เอ๊ย จะรู้บ้างมั้ยเนี่ยว่าตัวเองก็เป็นหนึ่งในผู้พิทักษ์ที่ควรจะถูกทดสอบน่ะ แต่เพราะยังเด็ก.....ทุกคนจึงเห็นพ้องต้องกันที่จะเลื่อนเวลาออกไป แต่จากภาพของแรมโบ้ในอีกสิบปีข้างหน้าที่ปรากฏเมื่อครู่ เขามั่นใจ มั่นใจว่า เจ้าหนูแรมโบ้เอง ในอนาคต ก็คงต้องเติบโตเป็นผู้พิทักษ์ของวองโกเล่รุ่นที่สิบได้ไม่แพ้ใคร

“ แต่ว่านะ...อนาคต ก็ยังเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่ดี”

“ ฟูตะ” แรมโบ้พึมพำเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป

“ ไปเล่นกันเถอะ”

“ ไปเล่นกัน” แรมโบ้ย้ำก่อนที่จะวิ่งนำหน้าออกไป ทิ้งให้วันเวลาแห่งการทดสอบในปัจจุบันเป็นของเหล่าผู้พิทักษ์ที่กำลังจะเติบใหญ่เหล่านั้น

จะเป็นฟ้าที่สูงส่งได้หรือไม่

จะเป็นวายุที่ทรงพลังเที่ยงแท้หรือเปล่า

อรุณที่ฉายแสงเจิดจ้าจะมาเยือน

พิรุณที่สุขุมจะโปรยปราย

เมฆาแสนเสรีจะยอมรับการจับจอง

สายหมอกที่ไร้ตัวตนจะยอมปฏิญาณด้วยใจภักดิ์

ธรรมชาติและฟ้าสูง

จะหลอมรวมเป็นโลก

อย่างแท้จริง

....................
ต่อ


Last edited by ruk21us on 19 Nov 2007, 00:02, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 18 Nov 2007, 23:57 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
ทางที่แรมโบ้ชี้มาคือท่าเรือ โกดังเก็บของในบริเวณท่าเรือ ให้ตายเถอะ ไอ้ที่แบบนี้น่ะนะที่จะเจอเจ้าหัวปลาหมึกกับสึนะน่ะ ที่แย่ก็คือ ตอนนี้เริ่มมืดแล้ว ดวงอาทิตย์ก็ดูเหมือนจะยิ่งยอแสง อากาศก็เย็นลงเรื่อยๆ กลับดีกว่าล่ะมั้ง เจ้าแรมโบ้อาจจะเจตนาแกล้งบอกผิดหรือไม่ตัวเขาก็หลงทางนั่นล่ะ ระหว่างที่คิดแบบนั้น จู่ๆก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนจำนวนมาก ด้วยสัญชาตญาณ เรียวเฮรีบหลบเข้าที่ด้านหลังคอนเทนเนอร์

“ หาไม่เจอครับ”

“ ค้นให้ทั่วสิ เจ้าเด็กนั่นมันต้องมาที่นี่แน่” เสียงคนออกคำสั่ง

“ เป็นไปได้มั้ยครับว่า เจ้านั่นจะหาเจอแล้ว” ชายในชุดสูทดำคนหนึ่งออกความเห็น

“ ถ้าเจอ เจ้านั่นเผาของในนั้นทิ้งไปแล้วล่ะ” อีกคนออกความเห็น

“ หาให้เจอ ต่อให้ต้องเป็นศัตรูกับวองโกเล่แฟมีลี่ ก็ต้องแย่งคีย์การ์ดนั่นมาให้ได้!” สิ้นเสียงคำสั่ง เสียงฝีเท้าที่พลุกพล่านนั่นก็ดำเนินต่อไป เอาอีกแล้ว....ร้อน ร้อนจนรู้สึกราวจะถูกแผดเผา ความรู้สึกบางอย่างมันเต็มตื้นขึ้น อึดอัด ร้อนเร่า เมื่อหลับตาลงสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็คือแสง แสงสีส้มสว่างไสว ที่เขา....อยากทำอะไรกันแน่นะ อยากทำอะไรบางอย่าง อยากลงมือเริ่มต้น อยากทุ่มลงไปให้เต็มที่ เหมือนตอนนั้น ตอนที่เริ่มชกมวยเพื่อเคียวโกะ ตอนที่ต่อสู้ในศึกชิงแหวน ตอนที่........อยากเห็นเจ้าหมอนั่นยืนอยู่ ยืนอยู่ข้างหน้า

“ พวกนายอยู่ที่นี่จริงๆสินะ สึนะ” ควรจะบอกว่ามันเป็นนิสัยที่บ้าสุดกู่ จนไม่อาจแก้ได้ แต่ก็ทำไปจริงๆนั่นล่ะ จู่ๆเด็กหนุ่มก็กระโจนขึ้นมายืนบนคอนเทนเนอร์ แล้วแผดเสียงตะโกนดังลั่น

“ เฮ้ย ไอ้พวกหมาหมู่ ของที่พวกแกต้องการอยู่ที่นี่แล้วโว้ย!” ตะวันร้อนแรงนั่นประกาศก้องไม่ว่าจะหูตึงหรือตาถั่วแค่ไหนก็ต้องหันมามอง เพียงแต่....ดวงตาเหล่านั้นมันช่างเต็มไปด้วยข้อกังขา

“ แกเป็นใครฟะ ไอ้หนู!”

“ ซาซางาวะ เรียวเฮ นักมวยอัจฉริยะฉายาสุดหูรูด!” ว่าแล้วเจ้าตัวก็กำหมัดตั้งท่าฟุตเวิร์ค

“ ไม่รู้จักเว้ย แต่ถ้าอยากตายเร็วล่ะก็........” ทางนั้นส่องลำกล้องมาราวกับเห็นอีกฝ่ายเป็นเป้านิ่ง แต่เด็กหนุ่มที่ไม่ค่อยจะคิดอะไรมากอย่างเรียวเฮแสยะยิ้ม ถ้าสึนะอยู่ที่นี่ และกำลังหนีเจ้าพวกนี้อยู่ เขานี่ล่ะที่จะรั้งเจ้าพวกนี้ไว้เอง ตะวันที่เจิดจ้านี่ล่ะจะหยุดทุกสิ่งไว้ไม่ให้กล้ำกรายนายได้

“ แล้วเจ้านี่ล่ะ.....รู้จักรึเปล่า” สิ่งที่เรียวเฮกระชากออกจากลำคอแล้วชูขึ้นประกาศฐานะตนเองนั้น ไม่ใช่อะไรอื่น แหวน แหวนแห่งศักดา ฐานะของหนึ่งในผู้พิทักษ์แห่งวองโกเล่ ผู้พิทักษ์แห่งอรุณ!

“ นั่น!”

“ หมอนั่นคือหนึ่งในคนสนิทของวองโกเล่ จับมันไว้ มันต้องรู้เรื่องคีย์การ์ดแน่!” นั่นไงล่ะ แม้จะไม่ต้องใช้สมองให้มากความนักก็พอจะเดาออก เจ้าพวกนี้เชื่อจริงๆซะด้วย ตามมาเลย ตามมาตะครุบแสงนี่ไว้ ต่อให้เป็นอาทิตย์ที่ใกล้ลับขอบฟ้าแต่ก็แผดจ้าเพื่อท้องฟ้าได้เช่นกัน ร้อน.....เอาอีกแล้ว ร้อนขึ้น เวลานี้ เขารู้สึกได้ รู้สึกถึงพลัง พลังที่มากมาย มหาศาล ยามที่คิดจะทำเพื่อหมอนั่น คิดว่าอยากจะปกป้อง ทำไม ถึงเกิดความรู้สึกแบบนี้นะ


ศัตรูกระโดดขึ้นมาบนคอนเทนเนอร์ พร้อมกับล้อมกรอบด้วยปืนอาก้าหลายกระบอก แต่ก็ไม่ได้น่าหวาดเกรงอะไรนัก มาเดิมพันกันเถอะ เดิมพันว่า หมัดนี่ จะพาเขาไปที่ไหนกันแน่ ไปนรกขุมไหนกันแน่

“Maximum Cannon!” เด็กหนุ่มชกลงพื้น ฉับพลันด้วยอานุภาพของหมัดอันทรงพลัง พื้นคอนเทนเนอร์ก็พังยุบลง เสียงระเบิดก้องกึก แสดงถึงการทำลายล้างชนิดป่นให้ถึงราก คู่ต่อสู้เคราะห์ร้ายร่วงลงพื้น ติดอยู่ใต้ซากเหล็กอย่างช่วยไม่ได้ แต่พวกที่เหลือก็ไม่ได้มีทีท่าจะถอยห่าง เรียวเฮกระโจนข้ามไปยังคอนเทนเนอร์อีกตู้ ก่อนที่จะต้องกระโดดหลบห่ากระสุนที่ซัดมาไม่ขาดสาย ให้ตายเถอะ นี่กระสุนจริงๆ ไม่ใช่การดวลตัวต่อตัวอย่างคราวนั้น ไม่ได้แฟร์หรือยุติธรรม จะร้องขอก็ไม่ได้ โวยวายก็ไม่ได้ นี่สินะ คือหน้าที่ที่แท้จริงของเจ้าแหวนนี่

“ โครม!” เรียวเฮ กระโดดมาลงเบื้องหลังฉวยจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอซัดหลังต้นคอเก็บศัตรูไปได้สามสี่ราย ก่อนจะหลบเข้าที่หลังตู้เหล็กพวกนั้นอีกรอบ

“ แบบนี้สินะพระอาจารย์” เด็กหนุ่มเลียริมฝีปาก เข้าใจแล้ว สาเหตุที่ต้องมาขอแหวนคืน .........ถ้าลังเล ถ้าสงสัย ถ้าไม่เชื่อใจ แล้วจะเก็บของอันตรายพวกนี้ไว้ข้างตัวทำไม ดังนั้น ไม่ต้องลังเลอะไรอีกแล้ว มา....สุดหูรูดกันไปเลย!

“ เข้ามาเลย! Maximum Cannon!” ว่าแล้ว ซาซางาวะ เรียวเฮ ก็ระเบิดคอนเทนเนอร์เบื้องหน้าราบเป็นฝุ่นผง แรงระเบิดซัดเข้าให้กับพวกที่จ้องจะล้อมกรอบยิงเขา ทว่า.....มันไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิ

“ เฮ้ย!” จู่ๆเลือดสดๆที่แขนขวาก็หยดลงมาซะงั้น ไม่ใช่...เขาไม่ได้ถูกคนตรงหน้าพวกนี้ยิง แต่แล้ว เมื่อแหงนหน้าขึ้นมองฟ้าจึงได้รู้สึกตัว เฮลิคอปเตอร์! เฮลิคอปเตอร์ มีคนสาดกระสุนลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ลำนั้น บ้าน่ะ! เจ้าคนที่ยิงกราดลงมาดูจะยิงอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ไม่สิ เจ้าพวกข้างบนนั่น มันคนละพวกไม่ใช่เรอะ! เจตนากะฆ่าทุกคนข้างล่างนี่ต่างหาก

“ ขี้โกงนี่หว่า!” เรียวเฮตอนนี้ทำได้แค่เพียงวิ่งหลบกระสุนที่สาดซัดลงมาแทน จะตอบโต้ให้ถนัดก็ทำไม่ได้ แถมแขนที่เป็นอาวุธดันมาโดนยิงเอาซะอีก เจ้ากระสุนนัดแรกที่โดนยิงในชีวิตนี่....เจ็บเอาการอยู่

“ ตูม!” เสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นเบื้องหลัง ไม่ใช่แค่ลูกเดียว เป็นระเบิดหลายลูกที่เจตนาไม่ใช่การทำลายล้าง แต่เป็นการสร้างความวุ่นวายและกลุ่มควัน เพื่อปกปิดพื้นดินเบื้องล่างนี่ต่างหาก ไอ้คนที่ควบคุมระเบิดแบบนั้นได้น่ะ เจ้าหัวปลาหมึก!

“ คุณพี่ ทางนี้ครับ!”

“ หา!” ก่อนจะทันได้พูดจาอะไร ร่างของเรียวเฮก็ถูกดึงเข้ามาในตู้คอนเทนเนอร์ที่แง้มเปิดไว้ตู้หนึ่ง ท่ามกลางความมืดมิดและหนาวเหน็บ มือคู่หนึ่งจับแขนของเขาไว้ มือที่เมื่อมองให้ถนัดเต็มไปด้วยพลาสเตอร์และผ้าพันแผลมากมาย ใบหน้าที่ก้มลงมอง......

“ เจ็บมากรึเปล่า” คำถามนั่นทำเอาสึนะงุนงง นึกไม่ถึงว่าซาซางาวะ เรียวเฮที่เขารู้จักจะพูดคำแบบนั้นออกมา แต่สำหรับผู้เอ่ยถามแล้ว เขา....ไม่นึกแปลกใจเลย แน่ล่ะ....ไม่ว่าใครก็ต้องเอ่ยถาม ใบหน้านั่นเต็มไปด้วยพลาสเตอร์ มีรอยแผลเล็กๆสีแดงประดับอยู่ทั่วใบหน้า สวยงาม ในความหมายหนึ่ง แต่.....ไม่รู้สึกว่ามันรวดร้าวหรอกรึ

“ นี่เป็นแผลเก่าครับ ตอนนี้หายดีแล้ว” สึนะบอก พลางหัวเราะน้อยๆ ไม่นึกไม่ฝันเหมือนกันว่าจะได้เจอคนที่ไม่คาดฝันที่นี่ ราวกับถูกจัดฉากอย่างไงอย่างงั้นเลย ทว่า....ความจริงที่ว่าเขากำลังถูกมาเฟียกับยากูซ่าไล่ล่านั่นก็จริงแท้แน่นอน

“ ตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ” เรียวเฮเอ่ยถามน้ำเสียงหม่นหมองจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนที่สึนะเคยรู้จัก เป็นน้ำเสียง และใบหน้าเศร้าสร้อยที่ซาวาดะ สึนะโยชิไม่อยากเห็น และภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้าตลอดเวลาว่าขอให้มันไม่ปรากฏตลอดกาล

“ ฉันถามว่า มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่!” เด็กหนุ่มแห่งตะวันตะโกน

“ ไปเถอะครับ ผมจะพาคุณพี่ออกไปจากบริเวณนี้”

“ นายต้องตอบคำถามของฉันนะ!”

“ ผมไม่ตอบหรอก อย่าทำแบบเมื้อกี้ คืนของพวกนั้นให้ผมมาเถอะ” สึนะแบบมือออก ใช่เขาหมายถึงแหวนเจ้าปัญหาพวกนั้น

“..............................................”

“ ออกไปจากที่นี่เถอะครับ ลืมซะ คิดซะว่าไม่เคยเกิดขึ้น คิดซะว่าเป็นความฝัน” ใช่ คิดว่าเวลาที่เคยรู้จักกัน ตะโกน ดีใจ เสียใจ ร้องไห้ร่วมกัน เป็นความฝัน ไม่เคยเกิดขึ้น ทั้งที่บอกไปแบบนั้น ทั้งที่คิดแบบนั้น แต่แล้ว อ้อมแขนของคนที่ผลักไสกลับโอบรอบกายไว้ แนบแน่น รัดรึง

“ คุณพี่.........” เด็กหนุ่มเงยหน้ามองอีกฝ่าย ใบหน้าที่กร้านแดด คิ้วที่ขมวดมุ่นครุ่นคิด ดวงตาที่รุ่มร้อนแผดเผา

“ แขนของฉันเนี่ย ไม่อาจปกป้องนายได้เลยหรือ บ่าของฉันเนี่ย ไม่อาจช่วยแบ่งเบาสิ่งที่นายแบกรับได้อย่างนั้นใช่มั้ย....” คำถามนั่นเรียบนิ่ง

“ ..................ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ”

“ แล้วทำไมถึงโกหกล่ะ! สามวันก่อน นายเจออะไรมาฉันไม่รู้ แต่ทำไมถึงโกหกแบบนั้น นายทำเหมือนไม่เห็นหัวคนอื่น สึนะ นายเห็นพวกฉันเป็นอะไรกัน!” เด็กหนุ่มสูงวัยกว่าตะคอกใส่ วงแขนที่กอดกระชับร่างเล็กๆของฝ่ายตรงข้ามไว้ไหวสั่น น้อยเนื้อต่ำใจงั้นเหรอ อาจจะใช่ เพราะไอ้ความรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าไม่ใช่ที่พึ่งพา ไอ้ความรู้สึกแบบนี้นี่เองที่รั้งเขาเอาไว้ สองแขนนี่ หมัดนี่......มันไม่รู้ว่าจะชกออกไปเพื่อใครนั่นเอง

“ อย่าพูดเอาแต่ใจแบบนั้นสิครับ......” เด็กหนุ่มแห่งนภาผละออกจากวงแขนแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้าม ดวงตาสีน้ำตาลนั่นร้อนผ่าว รู้ตัวอีกทีหยาดน้ำตาก็ไหลลงอาบแก้มซะแล้ว

“ นาย....”

“ ผมโกหกแล้วยังไง” เด็กหนุ่มพูดเสียงราวกระซิบ แต่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นแผดเสียงโวยวายแทนที่ “ ใช่ ผมไม่ได้ทำอะไรเลย แต่แล้วยังไงล่ะ! นี่มันเรื่องของผม! คุณพี่ไม่ได้เป็นผู้พิทักษ์ของวองโกเล่ที่ผมเลือกเสียหน่อย พ่อกับรีบอร์นต่างหาก ในเมื่อมันผิดมาตั้งแต่แรก ผมก็จะแก้ไขล่ะ กลับไปสิครับ กลับไป ไปสู่โลกที่สว่างไสวนั่น!” เด็กหนุ่มว่าพลางชี้ไปที่ทางออกที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เสียงระเบิดที่ดังกังวานด้านนอกกลับกลายเป็นสิ่งที่ห่างไกล ไกลเสียจนราวกับโลกทั้งโลกเหลือเพียงสองคน อารมณ์ที่รุนแรงพลุ่งพล่านสองอารมณ์ที่ดูจะไปกันไม่ได้เสียเลย

“ รุ่นที่สิบครับ หนีเร็ว!” เสียงโกคุเทระร้องเตือน ทันใดนั้น แรงระเบิดที่มาจากเบื้องหลังก็พัดร่างของสายลมปลิวมานอนแทบเท้าของนภาที่หม่นหมอง เลือดของโกคุเทระไหลริน......ไม่ต้องบอกก็รู้ เขาถูกยิง เสียงกราดยิงหยุดลง แต่ไม่อาจหายใจหายคอให้สงบได้ เพราะตอนนี้ กลุ่มคนพร้อมอาวุธครบมือพังตู้คอนเทนเนอร์เข้ามา ขวางทางออกไว้เสียสิ้น

“ ส่งของมา ว่าที่รุ่นที่สิบของวองโกเล่!” พวกนี้คือสมาชิกของแฟมิลี่ที่กราดยิงจากเฮลิคอปเตอร์เมื่อครู่

“ ไม่ให้หรอก” สึนะเดินออกมาเบื้องหน้า ทันใดนั้น เปลวไฟสีส้มก็พวยพุ่งอีกครา เปลวไฟบริสุทธิ์ของนภาที่หมายมั่นปกป้องเพื่อนพ้องเบื้องหลัง

“ เจ้าหนูวองโกเล่ สภาพตอนนี้นายเป็นรองเต็มประดา คนของนายสองคนบาดเจ็บ ตัวเองก็ยังเจ็บแผลเก่าไม่หาย ต่อให้โง่แค่ไหนก็น่าจะรู้นะ” ว่าแล้วอีกฝ่ายก็หัวเราะร่า หากแต่ ไม่มีแววตาสะท้านกลัวฉายกลับมาจากดวงเนตรสีส้มนั้นเลย

“ ฉันจะไม่เป็นไร จนกว่าจะส่งคุณพี่กลับบ้านได้” ว่าแล้วร่างของซาวาดะ สึนะโยชิก็พุ่งออกไปอีกครา ร่างที่ตราตรึงนั่น.......เจ้าเด็กบ้า เจ้ารุ่นน้องงี่เง่า นี่คือสาเหตุที่แผลเต็มตัวนายสินะ!

ต่อ


Last edited by ruk21us on 19 Nov 2007, 00:02, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 19 Nov 2007, 00:00 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
ตะวันเอ๋ย

เจ้าแผดแสงบอกว่ารุ่งอรุณมาเยือน

ยามเช้าที่ขับไล่สิ่งมืดมนทั้งปวง

อรุณรุ่งที่ฉายแสงจ้า

ความลังเลเพียงน้อยนิดของเจ้า

จะบดบังความหวังทั้งปวง

“ ถอยออกมา สึนะ!”

“ เอ๋!” สิ้นเสียงเตือน ไม่สนบาดแผลหรือเลือดที่รินไหล แขนนี่จะฉีกขาดก็ช่าง ร่างนี่จะผุพังย่อยยับก็ไม่เป็นไร ขอเพียงครั้งนี้ ขอเพียงตอนนี้ ไม่ต้องให้คนเบื้องหน้าเขาบาดเจ็บอีกต่อไป

“ Maximum Canon”

“ คุณพี่!” ใช่ สึนะรู้จัก นี่คือท่าไม้ตายของคุณพี่ ของซาซางาวะ เรียวเฮ เพียงแต่ นี่มัน.......ยิ่งกว่า ครั้งไหนๆ แรงกระแทกที่อัดลงกับพื้นเหล็กกล้าของตู้คอนเทนเนอร์นั้นดังสนั่น กึกก้อง แผ่นดินสั่นไหว พื้นดินโยกคลอน เศษฝุ่นผงและเหล็กกล้าปลิวว่อน เหล่าศัตรูถูกกลืนหายไปกับธรณี เช่นเดียวกับแรงที่พัดเอาหลังคาตู้คอนเทนเนอร์ปลิวหาย หมัดแบบไหนกัน ที่สร้างความเสียหายได้ขนาดนี้


ที่ด้านนอก เฮลิคอปเตอร์เริ่มบินเป็นวงกลมเตรียมกราดยิงอีกรอบ ขณะเดียวกันด้วยประสาทสัมผัสที่เฉียบไว สึนะได้ยินเสียงของรถตำรวจกับรถพยาบาลที่ดังใกล้เข้ามา จะมีคนโดดลูกหลงมากขึ้นน่ะสิ.......

“ แกน่ะ ยังต่อยแบบเมื้อกี้ได้อีกสักครั้งมั้ย.....เจ้าหัวสนามหญ้า” โกคุเทระ ฮายาโตะ ที่ค่อยพยุงร่างตัวเองขึ้นจากพื้นได้ เอ่ยถาม เลือดไหลจากช่องท้อง แต่ดวงตายังฉายประกายแรงกล้า

“ ถ้าแกยังยืนได้ ฉันก็ยังไม่อยากนอนหรอก ไอ้หัวปลาหมึก” คำตอบนั่นทำเอาสึนะหนาววาบ แน่ล่ะ......เขาเดาความคิดของสองคนนี่ออก

“ หยุดนะ! ทั้งคู่นั่นล่ะ!” คนที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าร้องห้ามเสียงหลง

“ ขายังไม่หายไม่ใช่เรอะครับ รุ่นที่สิบกระโดดไม่ไหวหรอกครับ” ว่าแล้ว เด็กหนุ่มแห่งสายลมก็ควักเอาระเบิดไดนาไมท์ชุดใหม่ออกมาเต็มสองมือ “ เอาล่ะนะ!” ไม่รอคำตอบ เขาก็ปาระเบิดไปทางตู้คอนเทนเนอร์อีกตู้ที่ตอนนี้ ซาซางาวะ เรียวเฮ ปีนขึ้นไปยืนรออยู่ด้านบนแล้ว ระเบิดรุนแรงเต็มไปด้วยเจตนาทำลายล้าง ด้วยต้องการใช้แรงระเบิดส่งร่างของอีกฝ่ายขึ้นไปบนฟ้า ให้เจ้าอรุณนี่สาดแสงให้เต็มที่


ระเบิดของสายลม ส่งอรุณที่ร้อนแรงกระโจนขึ้นฟ้า หมัดที่หนักหน่วงร้อนเร่า เตรียมพร้อม เมื่อโฉบเข้าใกล้ได้ที กำปั้นก็ชกเข้ากลางลำเฮลิคอปเตอร์ Maximam Cannon ชุดใหญ่ประสานงานเข้ากับเครื่องยนต์เหล็กกล้า ผลคือ..เสียงระเบิดกลางน่านฟ้าดังสนั่นหวั่นไหว

“ คุณพี่!” ซาวาดะ สึนะโยชิ ถลาวิ่งไปเบื้องหน้า โธ่.......ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมถึงกลับกลายเป็นแบบนี้ ไหนจะสายลมบ้าคลั่ง ไหนจะตะวันที่ร้อนแรงแผดเผา ทำไมถึงได้บ้าบิ่นกันขนาดนี้!

“ นั่น!” ท่ามกลางควันที่พวยพุ่ง วองโกเล่รุ่นที่สิบ กระโดดขึ้นรับร่างที่ปลิวตกมาจากฟ้า แรงระเบิดซัดทั้งคู่ตกกระแทกพื้น

“ คุณพี่ คุณพี่!” สึนะเขย่าร่างอีกฝ่าย กลัวเหลือเกิน กลัวว่าจะต้องสูญเสีย

“ ไง.....” คำทักทายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มนั่น ทำเอาเด็กหนุ่มที่หวาดกลัวน้ำตาไหลอีกครา คราวนี้เรียวเฮเอื้อมแขนโชกเลือดของเขามาโอบรอบคออีกฝ่ายไว้ ราวกับต้องการปลอบประโลม ก็รู้หรอกนะว่านายน่ะอ่อนโยน แต่ไม่ต้องสนใจฉันก็ได้ ฉันไม่ได้ทำ เพราะหวังให้นายมาเห็นใจสักหน่อย

“ ไป....ไปทำแผล” สึนะเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก

“ นี่.....เห็นรึเปล่า”

“ ครับ”

“ นายเห็นฉันระเบิดเฮลิคอปเตอร์ทั้งลำรึเปล่า ซาวาดะ สึนะ” คำถามนั่นแสนประหลาด

“ ครับ ไม่เหลือชิ้นดีเลยล่ะ” เด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่ายิ้มอย่างเศร้าๆ

“ คิดว่า...ถ้าหมัดนั่นชกคนเป็นๆ จะเกิดอะไรขึ้น”

“ เอ๋!” สึนะชะงัก เกิดอะไรขึ้นหรือ แทนที่เหล็กจะยุบ หรือเครื่องยนต์จะระเบิด แต่จะเป็นคนๆหนึ่งที่.....

“ ฉันจะกลายเป็นฆาตกรโหดนะ.....” เรียวเฮหัวเราะเบาๆ

“ ไม่หรอกครับ ไม่หรอก ผมจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นหรอก!” สึนะบอก แทนคำพูด เรียวเฮเอื้อมมือลูบศีรษะเด็กหนุ่ม พร้อมกับเผยดวงตาแวววาวที่มาดมั่นให้ปรากฏ

“ งั้นนายก็หยุดฉันสิ ทำให้หมัดนี่อยู่ในอาณัติของนาย เป็นกำปั้นที่จะชกเพื่อนายเท่านั้น ทำให้ฉันเป็นของๆนายสิ” คำพูดร้องขอเช่นนั้นทำให้หยาดน้ำตาที่ควรจะเหือดแห้งไปแล้วไหลอาบแก้มอีกครั้ง

“ ดวงตะวันอย่างคุณพี่น่ะ จะอยู่ใต้ท้องฟ้าที่มืดมิดได้ยังไงกันล่ะครับ เห็นแล้วไม่ใช่หรือครับ โลกของผมน่ะ” สึนะอธิบาย พลางเอื้อมมือไปสัมผัสมืออีกข้างของเรียวเฮ

“ ชอบดูดวงอาทิตย์ตกไหมสึนะ”

“ ดวงอาทิตย์ตก?”

“ ถึงจะเป็นอาทิตย์อัสดงจวนลับขอบฟ้า แต่.......มันก็สวยดีใช่มั้ยล่ะ”

“.........................................”

“ ฉันจะอยู่ตรงนี้ ข้างนายไม่ไปไหน ฉันไม่เชื่อพระเจ้า ไม่เชื่อโชคชะตาฟ้าลิขิตอะไรนั่น สิ่งที่ฉันเชื่อตอนนี้ ......คือตัวนายนะ สึนะ”

“..........................................”

“ สึนะ”

“ ช่างเป็นอรุณที่ท้าทายเกินไปแล้วนะครับ ซาซางาวะ เรียวเฮ.........” น้ำเสียงเรียบที่ตามด้วยรอยยิ้มนุ่มนั่น แทนคำตอบอื่นใดทั้งหมด ณ เวลานั้น แสงตะวันหัวเราะ หัวเราะออกมาจากใจ หัวเราะทั้งน้ำตาที่เผลอไหลออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว ให้ตายเถอะ! ท้องฟ้านี่ยอมรับแล้ว ยอมให้แล้ว จากนี้ จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปแล้ว! ใช่ ถูกแล้ว ฉันเป็นแสงอรุณ เป็นแสงที่ควรเจิดจ้าสว่างไสว แต่แสงอย่างฉัน ได้เลือกแล้ว ว่าจะขอฉายส่อง บนผืนนภาที่มืดหม่นนี้เท่านั้น




บทส่งท้าย

“ รุ่นที่สิบครับ ตำรวจกำลังจะมาแล้วครับ” โกคุเทระพยุงร่างของตนเข้ามาพร้อมกับร้องเตือน

“ เข้าใจแล้วล่ะ” นภาที่เริ่มต้นหยัดยืน ค่อยพยุงร่างที่บอบช้ำของอรุณรุ่งขึ้น ทั้งคู่เดินเข้าไปหาสายลมที่บาดเจ็บไม่แพ้กัน

“ ดูท่าแกยังไม่ตายง่ายๆนี่นะ เจ้าหัวปลาหมึก” เรียวเฮร้องทัก

“ แกก็เหมือนกัน” ว่าพลางก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ทั้งอย่างนั้น สึนะที่เห็นภาพแบบนี้ได้แต่ถอนใจอยู่เบื้องลึก ไม่อาจปฏิเสธ ไม่อาจปล่อยทิ้งร้าง แต่.....มันก็ยังรวดร้าวเหลือคณา เหตุใดผู้คนรอบกายจึงได้เป็นเช่นนี้ ใต้ท้องฟ้าที่มืดมนอนธการนี้ เหตุใดสายลมถึงยังยอมพัดพา และแม้กระทั่งดวงตะวันอันสว่างไสวก็ยังยอมหรี่แสง ทำไมกันนะ
.......................


จบตอนนี้หืดขึ้นคอหนักกว่าเก่า เพราะดันเขียนเรื่องของคุณพี่นี่ล่ะ ปกติคาแรกเตอร์พี่แกร่าเริง แถมออกมาทีไรก็ดูจะไม่ค่อยคิดอะไร พอต้องให้มาคิดอะไรหนักๆนี่ คนเขียนหนักใจแทน แถมความสัมพันธ์กับสึนะในเรื่องก็กำกวมๆ ไม่รู้อะไรมากนัก เลยต้องจิ้นเองซะมาก สุดท้ายคิดว่าตานี่คงชอบลุยไปคิดไปมากกว่า มันก็เลยออกมาบู๊แหลกลาญ ระเบิดตูมตามแบบนี้ล่ะค่ะ

คราวที่แล้วหลายท่านทายว่าตอนนี้น่าจะเป็นยามาโมโตะ ไม่ได้ค่ะ ขออนุญาตกั๊กไว้ก่อน พวกตัวละครที่ชอบคิดมากๆนี่เขียนสนุกนักล่ะ เลยขอเก็บไว้ก่อนเน่อ ดูอย่างยามาโมโตะของข้าพเจ้า พี่แกดูจะมาดาร์คๆใช่ไหมล่ะค่ะ

สุดท้าย ขอบคุณสำหรับหลายท่านที่กรุณาแต่งกลอนทั้งไทยทั้งอังกฤษให้ฟิคนี้นะคะ ดีใจจัง เห็นว่าเป็นฟิคเครียด กลัวจะไม่มีคนอ่านซะแล้ว พบกันตอนหน้ากับเนื้อเรื่องที่เอ่อ คาดว่าจะ โ-ค-ต-ร ดราม่าค่ะ

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Last edited by ruk21us on 19 Nov 2007, 02:39, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 19 Nov 2007, 00:45 
User avatar
Joined: 15 Nov 2007, 03:02
Posts: 580
Location: ทุกที่ที่มีซือคุง~
ก่อนอื่นต้องบอกว่าชอบในการสื่อความหมายแทบทุกบทที่เขียน เขียนออกมาได้ดีมาก ๆ เลยค่ะ ไม่เคยอ่านฟิคไหนที่เปรียบเทียบคำแล้วสื่อออกมาได้ดีขนาดนี้เลยนะ

ยิ่งอ่านยิ่งชอบ โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก

รออ่านทุกตอนจนจบแน่นอนค่ะ ฟิคดีๆแบบนี้ ><

_________________
Image

>>Blog Exteen<<
>>Happy Famiglia<<


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 19 Nov 2007, 01:08 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 22:03
Posts: 333
Location: ในทอนฟาของท่านฮิบาริ
คุณเพ่พ่พ่พ่พ่!!!!! (กรีดร้อง)

ได้ใจสุดหูรูดเกินไปแล้ว!!!!!!

ตอนแรกก็แอบสงสัยว่าจะออกมาเป็นยังไง แต่เจอแบบนี้เข้าไปไป.....คนเขียนตั้งใจจะให้คนอ่านบ้าตายกันไปข้างนึงใช่มั้ยคะ โฮๆๆๆๆๆๆ (ร้องไห้ด้วยความยินดี)

Quote:
ทำให้ฉันเป็นของๆนายสิ


เอ่อ อยากจะบอกว่าประโยคนี้....

วายสุดหูรูดไปเลยครับพี่น้อง!!!! =[]=!!!


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 19 Nov 2007, 02:19 
Joined: 16 Sep 2007, 03:12
Posts: 147
Location: ฐานลับของวองโกเลอีกสิบปีข้างหน้า
คุณพี่ขา~~~~~!!!!! >[]<o ได้ใจสุดหูรูดเลยเพ่!!!!

ว้อยๆๆๆๆ มันส์เหลือเกินพะยะค่ะ! ไล่ล่าถล่มทลาย จากวายุสู่ตะวันฉาย บทนิยามก็สุดยอด!!! ตอนที่อ่านถึงบทรวมเป็นโลกแล้วนั่นน่ะ ทำเอาตะลึงเลย! มากกว่านี้มีอีกม้าย~~~ ไม่รู้จะสรรหาคำมาบรรยายฟิคเรื่องนี้จริงๆ

คุณพี่ออกมาเร็วเกินคาด แถมออกมาอย่างเท่ซะด้วย จะเป็นตะวันใต้อาณัติผืนฟ้า อ๊าย~~ (เห็นด้วยกับคุณเบนซ์ที่บทพูดมันส่อวายสุดหูรูดเลยอ่า ///>w<///)

ผ่านการทดสอบคนที่สองแล้ว เหลืออีกสี่คน! ตัดแรมโบ้ออกหนึ่งก็เหลือสาม แต่หนึ่งในสามนั่น ตอนนี้ทำใจแป้ว ยามาโมโตะอ่า นายเกลียดสึนะแล้วจริงๆ เหรอ หรือโกรธสึนะด้วยเหตุผลเดียวกับคุณพี่ ที่คิดว่าสึนะพูดแบบนั้นเพราะเห็นพวกตัวเองไม่มีค่า ไม่มีความสามารถพอจะอยู่เคียงข้าง ยังไงก็เถอะ เศร้านะนั่นน่ะ TTwTT

ผู้พิทักษ์ที่จะถูกทดสอบคนต่อไปจะเป็นใคร! พวกสึนะจะหนีรอดได้หรือไม่! ตื่นเต้นสุดหูรูด!! >[]<o

_________________
สู่ความเกรียงไกรหรือสู่ความพินาศ ตามแต่เจ้าประสงค์ วองโกเลรุ่นที่สิบ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 19 Nov 2007, 12:51 
Joined: 19 Sep 2007, 13:34
Posts: 679
Location: Vongola Family
Quote:
วายสุดหูรูดไปเลยครับพี่น้อง!!!! =[]=!!!

ถูกต้องแล้วครับ นี่มันกลิ่นวายชัดๆเลย พี่น้องเอ๋ย คุณพี่สุดหูรูดสุดยอด
คนปกติร่าเริงไม่คิดอะไร พอมาเป้นแบบนี้แล้ว...เท่สุดๆไปเลย ขอบอก!

_________________
~Feel Good ชีวิตคนเราไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ทำอะไรไม่เล็กไม่ใหญ่ ตามใจตัวเองกำลังดีก็พอแล้ว~~

http://joeykung.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 19 Nov 2007, 17:58 
User avatar
Joined: 25 Oct 2007, 22:13
Posts: 618
=[]=!!!!!!!!!!

สุดหูรูดครับพี่น้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!


งั้นแสดงว่ายามะท้ายๆสินะ เหลือใครบ้างหว่า
เหลือคุณฮิ คุณฮิ แล้วก็คุณฮิ สินะ
(แม่ยกท่านอื่นโดดถีบ)


รอคุณฮิ อ๊างงงง~~~ (ไอ้เมเป็นสาวกคุณฮิตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะ)


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 19 Nov 2007, 18:05 
User avatar
Joined: 08 Oct 2007, 21:14
Posts: 798
อ๊ากกกกก อ่านตอนนี้แล้วเรียวเฮ นายทำแต้มถล่มทลายในใจฉันมากกกกกก กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด สุดยอดดดดดมากมายเลยอ้ะ ชอบอ้ะ ชอบสุดๆๆๆๆๆๆ >///< >O< >///< >O<

นั่งอ่านหลายประโยคของท่านโดยเฉพาะ
Quote:
จะเป็นฟ้าที่สูงส่งได้หรือไม่

จะเป็นวายุที่ทรงพลังเที่ยงแท้หรือเปล่า

อรุณที่ฉายแสงเจิดจ้าจะมาเยือน

พิรุณที่สุขุมจะโปรยปราย

เมฆาแสนเสรีจะยอมรับการจับจอง

สายหมอกที่ไร้ตัวตนจะยอมปฏิญาณด้วยใจภักดิ์

ธรรมชาติและฟ้าสูง

จะหลอมรวมเป็นโลก

อย่างแท้จริง


โอ้กกกกกก ชาวาบค่ะชาว๊าบบบบบ ชอบอ้ะ กรี๊ดสุดๆๆๆๆ >0< อ่านแล้วแทบละลาย (โอ้กกกกก ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยายชมท่านดีแล้วววว >///<)

แล้วตอนที่เรียวเฮพูดว่าทำให้ฉันเป็นของๆนายสิ อั่ก....damages รุนแรงจนต้องเติม s โฮกกกกมากกกกกกกกก มัน So โฮกกกกกกจริงๆ กรี๊ดดดดดด นายเท่ห์ว่ะเรียวเฮ๊~~~!!!! โอ๊ย ได้ใจฉันมากกก แกทำได้นะเรียวเฮ แกทำได้!!!!

รออ่านตอนต่อไปค่ะ รอค่ะ กรี๊ดดดด แต่อยากอ่านคืนนี้แล้วอ้ะ (โอ๊ยยยยยย มั้วอกมั้วใจหลายเด้ออออ >_<!!!)

ปล.ชอบยามามจจี้ดาร์กโหมดจังเรย อะร๊าง~~~
ปปล.เสาร์-อาทิตย์หมดแย้ว ท่าน ruk21us จะอัพต่อเนื่องให้หนุกหนานแบบนี้ต่อหรือเปล่าอ่ะคะ? (ขอให้ตอบว่าได้ทีเถ๊อะ!!!! อยากอ่านคอดๆๆๆ >_<")

_________________
Image

=THE PRINCE OF ABE TENNIS=
[แม้กระทั่งเรียวมะยังต้องหลบ!!!!]


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 19 Nov 2007, 19:24 
User avatar
Joined: 17 Sep 2007, 20:48
Posts: 222
Location: ที่ไหนสักแห่งในนามิโมริ
ruk21us wrote:
“ งั้นนายก็หยุดฉันสิ ทำให้หมัดนี่อยู่ในอาณัติของนาย เป็นกำปั้นที่จะชกเพื่อนายเท่านั้น ทำให้ฉันเป็นของๆนายสิ”


กรี๊ดดดดด....ไปสามบ้านเจ็ดบ้าน คุณพี่ท่านพูดโดนใจสุดหูรูดดดดด....ไปเลย

ตอนแรกนึกว่ายามาโมโตะจะโผล่มาซะอีก...แต่ไม่เป็นไร...

ตอนนี้แต่งได้บู๊กระหน่ำซัมเมอร์เซลล์มาก ถึงขนาดโดดชก ฮ. จนระเบิดอย่างกับหนังแน่ะ

555+

ตอนหน้าใครจะโดยทดสอบนา....อยากให้เป็นหมอกจาง ท่านมุคุโร่ :lol:

_________________
....ถึงจะมีคนมารุมล้อม....แต่ฉันก็โดดเดี่ยวตลอดแหละ....

http://little-fin.exteen.com


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 497 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ... 34  Next


Who is online

Users browsing this forum: inori and 2 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: