Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 497 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5 ... 34  Next
Author Message
 Post subject:
PostPosted: 16 Nov 2007, 18:16 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 20:33
Posts: 259
Location: นามิโมริ
ขอเดาว่าเป็น อิริเอะรึไม่ก็เบียคุรัน (ประมาณว่ามาดูลาดเลาก่อน - -


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 16 Nov 2007, 19:04 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ค่ะ หลายคนทายถูกทีเดียวว่าคนที่ออกมาคือใคร แต่เนื่องจากนี่เป็นฟิคมืด ในความหมายหนึ่ง เรื่องดีๆจึงจะไม่ค่อยเกิดในฟิคนี้นะคะ อ่านแล้วอาจเกิดอาการอยากบีบคอคนเขียนว่าช่างจินตนาการไปได้นะแก บ้าจริงๆ

ปล. ความสัมพันธ์ของมุคุโร่กับสึนะในฟิคนี้อิงจาก ฟิคเก่าของข้าพเจ้านะคะ ( ฟากฟ้าและสายหมอก ) แต่ใครไม่เคยอ่านก็ช่างเถอะ ไม่ได้สำคัญอะไร ( ข้าพเจ้าไม่ได้มาโปรโมทฟิคเน่อ ) พร้อมแล้วก็ต่อตอนสองค่ะ

ตอนที่ 2 นภาที่มืดมิด

ฟ้าที่สูงไกล นภาที่เกินเอื้อม ใครกันนะที่บอกว่าฟากฟ้านั้นงดงาม บริสุทธิ์ มันเป็นสีฟ้า แต่บางครั้ง มันก็เป็นสีดำที่น่าสะพรึง ดูสกปรก และเศร้าหมอง ด้วยเช่นกัน ไม่มีสิ่งใดสมบูรณ์แบบ ไม่มีสิ่งใดมั่นคงไม่แปรผัน ......ฟากฟ้าของฉัน

“ ที่นี่........” ซาวาดะ สึนะโยชิ ลืมตาตื่นขึ้นพลางกวาดมองดูรอบตัว นี่เขาอยู่ที่ไหนกันล่ะนี่ ห้อง ใหญ่ซะด้วย หรูหรา คฤหาสน์หรือโรงแรมที่ไหนรึเปล่านะ แล้วนี่....เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกันล่ะ

“ เอ๋” เด็กหนุ่มก้มลงมองดูร่างตัวเองใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ ว่างเปล่า.....นี่เขาเปลือยอยู่อย่างนั้นรึ ! แล้วนี่ ไอ้สมองว่างเปล่าที่จำอะไรไม่ได้เลยแบบนี้ เมื่อคืน มันเกิดอะไรขึ้นกันล่ะนี่! ความทรงจำสุดท้ายก็แค่เดินชนใครสักคนเข้าเท่านั้นเอง ไม่รอช้า สึนะรีบตะกายลงจากเตียง คว้าผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่มาพันกายไว้อย่างลวกๆ ไม่ว่าที่นี่จะเป็นที่ไหน ใครจะพามา หรือเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น ช่างมัน ใครจะไปสน ตอนนี้เขารู้แต่ว่าต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่านั้นล่ะ

“ จะออกไปทั้งที่แต่งตัวแบบนั้นนี่นะ หรือนี่จะเป็นงานอดิเรกของแกกัน ซาวาดะ สึนะโยชิ” เสียงนั่นดังมาจากชายหนุ่มที่นั่งอยู่ที่โซฟา สึนะรู้สึกอยากเอาหัวโขกข้างฝาเสียตรงนั้น นี่เขาสติแตกจนมองไม่เห็นแม้แต่คนที่นั่งอยู่ในห้องอย่างนั้นรึ แต่....เสียงแบบนี้ เสียงเยียบเย็น หยิ่งผยอง จองหอง แบบนี้......

“น นาย.....มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน แซนซัส!” สึนะทรุดฮวบกับพื้น เรี่ยวแรงหายไปจนหมด ทั้งอายทั้งสับสน บอกไม่ถูกว่าตอนนี้จริงๆแล้วรู้สึกอย่างไรกันแน่ แล้วนี่ หมอนี่.....เปลือยท่านบนอยู่ไม่ใช่รึไงกัน!

“ อิเอมิสึ บอกแกแล้วไม่ใช่เรอะ” ชายหนุ่มถามอย่างเซ็งๆพลางจิบกาแฟยามเช้า

“ อา....ใช่ แต่ฉันไม่ได้คิดว่าจะพบนายเร็วขนาดนี้นี่” สึนะบอกดวงตากลมโตมองฝ่ายตรงข้ามอย่างงงงวย

“ ฉันก็ไม่คิดว่าจะพบแกในสภาพนี้ด้วย”

“ หา!” รู้สึกใบหน้าชาขึ้นมาทันที ไอ้สภาพที่ว่าน่ะ หมายถึงการที่เข้าเดินร้องไห้กลางสายฝนแล้วถูกอีกฝ่ายหอบมาแบบนี้รึเปล่านะ

“ แกเป็นบ้าอะไรของแก!” แซนซัสแทบจะตะคอกถามพอเห็นอีกฝ่ายทำหน้าตาตื่นตกใจซะแบบนั้น ก็ยิ่งรู้สึกขัดใจปนรำคาญ

“ โทษนะ.....จะช่วยบอกได้มั้ยว่า ที่นี่ที่ไหน แล้ว....หลังจากฉันชนนายแล้ว เกิดอะไรขึ้นหรือ.....” เด็กหนุ่มเกาหัวแกรกๆพร้อมกับยิ้มแก้เก้อ ทันใดนั้นแทนคำตอบ แซนซัสก็ขว้างเสื้อผ้าเข้ามาเต็มหน้า เสื้อเขาเมื่อคืน เอ่อ.....ไหงมันมีสภาพดูไม่ได้อย่างนี้ล่ะ ไอ้ที่มันเปียกชื้นก็เข้าใจอยู่ว่าแซนซัสคงไม่มีทางส่งไปซักรีดให้แน่ แต่ไฉนมันจึงยับยู่ยี่ดูราวผ้าขี้ริ้วถึงเพียงนี้

“ สมองแกน่ะ ทำด้วยนุ่นหรือยังไงกัน!”

“ อะไรกันเล่า ก็คนมันจำไม่ได้นี่นา เล่าสักหน่อยมันคงไม่เสียเวลานายไปมากนักหรอกน่า แซนซัส!” สึนะเองก็ชักรู้สึกโมโหขึ้นมาเหมือนกัน ทั้งที่เขาถามดีๆแท้ๆแต่อีกฝ่ายกลับด่าเอาๆ ไม่เจอกันสามปี แต่หมอนี่ยังนิสัยแย่ไม่เปลี่ยนเลย

“ ...............................................” แซนซัสยังคงไม่ตอบ แต่คราวนี้เขาเพียงแต่ชี้ไปที่เตียงก่อนที่จะพูดขึ้นเสียงเรียบ “ ที่แกนอนอยู่น่ะ มันเตียงฉัน ด้วยสมองกลวงๆของแก คิดว่ามันควรจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ”

“ ...............................................” สึนะเบิกตาโพลง มาคิดอีกทีไอ้คนตรงหน้านี่มันก็คงไม่ใจดีแค่พาเขามาดูแลแน่ๆ แต่....ไอ้คำอธิบายแบบนี้น่ะ มันจะให้ตีความยังไงกันเล่า

“ นี่แกจำอะไรไม่ได้เลยอย่างนั้นรึ” แซนซัสถามย้ำ คำตอบคือการส่ายศีรษะน้อยๆของอีกฝ่าย

“...................................................”

“ งั้นก็ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นละกัน ไสหัวไปได้แล้ว!” สึนะที่ตอนนี้สมองสับสนมึนงงจนทำอะไรไม่ถูก ลงมือสวมเสื้อผ้าอย่างลวกๆ ก่อนที่จะเดินโซซัดโซเซไปที่ประตู ว่าแต่....

“ นายยังไม่ได้บอกเลยว่าที่นี่มันที่ไหน” เด็กหนุ่มที่ตอนนี้สมองมึนงงสุดๆถาม

“ โรงแรม มีตารึเปล่า แกน่ะ”

“ รู้แล้ว เรื่องนั้นน่ะ! ที่ฉันถามคือมันอยู่ส่วนไหนของโตเกียวน่ะ คนที่ต้องใช้สมองให้มากหน่อยคือนายไม่ใช่เรอะ!” คราวนี้อีกฝ่ายเถียงกลับ ความอดทนดูเหมือนจะขาดผึงเสียให้ได้ เขาทำอะไรผิดให้หมอนี่โมโหรึไงกันถึงได้พูดจากันดีๆไม่ได้ขนาดนี้

“ จะไปรู้รึ แกคิดว่าคนอิตาเลี่ยนอย่างฉันจะรู้ดีเท่าพวกแกรึไง รีบไสหัวไปซะ น่ารำคาญจริง” ว่าไม่ว่าเปล่า ยังส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายทิ่มแทงใส่อีก เกลียดจริงๆ ดวงตาแบบนั้น ตาที่เหมือนกับเหยี่ยวนั่น..... ราวกับตัวเองบินอยู่บนที่สูงแล้วก้มลงมองสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นเหยื่อ เป็นสวะไร้ค่าที่จะโฉบกินเมื่อไหร่ก็ได้ ทั้งดวงตานั่น แววตานั่น ไม่มีอะไรที่ชวนอภิรมย์เลยสักนิด

“ ขอโทษด้วยที่สร้างความยุ่งยากให้ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” เด็กหนุ่มตัดบท

“ แกควรจะรีบไปได้ซักทีนั่นล่ะ” แซนซัสสวนกลับพลางสาวเท้าเข้ามาใกล้คู่สนทนาของเขาที่ตอนนี้ยืนอยู่หน้าประตู

และ

“ ไปได้แล้ว” ไม่คาดฝัน ชายหนุ่มเอื้อมมือมาคว้าลูกบิด และเปิดประตูให้เด็กหนุ่ม สึนะเบิกตาโพลงรู้สึกแปลกใจอย่างเหลือคณา คนๆนี้เจตนาเดินมาส่งเขารึนี่ ถึงจะแค่เปิดประตูให้ แต่นี่มันก็ผิดวิสัยของแซนซัสคนที่เขารู้จักเกินไปแล้ว

“ มองอะไรของแก”

“ เปล่า อืม...” สึนะยังคงไม่ก้าวออกไป รู้สึกว่าถ้าไปทั้งๆแบบนี้ดูจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ ยังไงคนๆนี้ก็ช่วยเขาไว้....บ้างล่ะนะ

“ อะไรของแก หรือว่าเกิดจำอะไรได้แล้ว”

“ ตรงกันข้ามเลย แต่เอาเป็นว่า ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้นะ” เด็กหนุ่มโค้งให้ พร้อมกับคำพูดขอบคุณด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ดวงตาที่เงยขึ้นมาให้ยลนั้นแทบไม่มีความอาฆาตฝังใจเหลืออยู่เลย พฤติกรรมเช่นนี้เองก็สร้างความฉงนให้กับชายหนุ่มตรงหน้าไม่แพ้กัน ดูเหมือนว่าผู้สืบทอดที่ตาแก่นั่นหมายมั่นปั้นมือจะเติบโตเป็นเด็กหนุ่มที่นิสัยประหลาดสิ้นดี กับอดีตศัตรูที่ตอนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าระหว่างกันอยู่ในสถานะอะไร กลับมาพูดขอบคุณซะแบบนี้

“ อย่ามาทำพูดจาเป็นผู้ดีให้มากความ” คราวนี้ แม้จะพูดจาตัดบท แต่ดูเหมือนชายหนุ่มอดีตคู่อริจะอ่อนเสียงลงเล็กน้อยเช่นกัน อาจจะไม่ได้สุภาพน่าฟังอะไร แต่ก็รู้สึกว่าควรจะเป็นแบบนั้น เด็กหนุ่มหันหลังเดินจากมา ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรหรือควรทำอะไรไปมากกว่านั้น ทั้งที่สับสน ทั้งที่ไม่เข้าใจ ทั้งที่แสนฉงนสนเท่ห์ แต่....หมอนั่นจะหัวเราะเยาะเขาเสียเปล่าๆ อย่างน้อย ก็ไม่อยากถูกผู้ชายอย่างแซนซัสมองว่าตนเองปวกเปียกอ่อนแอหรอก ซาวาดะ สึนะโยชิ คิดเช่นนั้น

ทว่า ดูเหมือนอีกฝ่ายจะได้ข้อสรุปของตนเองเรียบร้อยแล้ว สำหรับ แซนซัส เขารู้ รู้และเข้าใจเต็มอกตั้งแต่เมื่อคืน และยิ่งถูกย้ำเตือนเมื่ออีกฝ่ายลืมตาตื่นเมื่อครู่ ว่าที่วองโกเล่รุ่นที่สิบกำลังสับสน อับจนและว้าวุ่นใจ ถ้าว่ากันด้วยมนุษยธรรมก็ไม่ควรปล่อยไปแบบนั้น แต่ถ้าคิดถึงฐานะ มันเป็นความผิดของฝ่ายนั้นเองที่อ่อนแอ ส่วนเรื่องระหว่างพวกเขา........ในเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าจำไม่ได้ ...ก็จบลงแค่นั้นเสียดีกว่า ดีที่สุด สำหรับทุกๆฝ่าย
“ เด็กอย่างแกน่ะยังไม่เหมาะสมกับวองโกเล่หรอก ซาวาดะ สึนะโยชิ”


กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ และไปถึงโรงเรียนกว่าปาเข้าไปกว่าสิบเอ็ดโมงแล้ว จริงๆรู้สึกปวดเมื่อยและเหนื่อยจนไม่อยากขยับเขยื้อน แต่ก็ไม่อยากก่อความวุ่นวายใจให้คนรอบข้างนัก ดูเหมือนเมื่อวานจะมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากเหลือเกิน แต่ว่า....อย่าคิดถึงมันเสียจะดีกว่า

“ สึนะ ผู้อำนวยการเรียกไปพบแน่ะ” เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งเดินขึ้นมาเรียกพบดาดฟ้า

“ ฉันน่ะนะ” สึนะเอ่ยปากถามอย่างไม่เชื่อหู นึกไม่ออกเลยว่าไปทำอะไรให้ถูกเรียกพบ

“ เรื่องอะไรวะ” โกคุเทระถามขึ้นบ้าง แต่คำตอบของเพื่อนร่วมชั้นก็คือไม่รู้นั่นเอง

“ คงไม่มีอะไรหรอกน่า เดี๋ยวฉันกับโกคุเทระไปเป็นเพื่อน” ยามาโมโตะเสนอ แต่แทนคำตอบสึนะกลับลุกขึ้นยืน และยิ้มให้

“ เดี๋ยวมานะ” สึนะบอกแล้วก็เดินตามคนที่มาเรียกไป เดินไป โดยไม่หันกลับมามอง

“ เฮ้ย ยามาโมโตะ” โกคุเทระทักเมื่อเห็นยามาโมโตะนิ่งไป หมู่นี้รู้สึกว่าหมอนี่มีอะไรแปลกๆ บ่อยครั้งที่มักจะเหม่อไปแบบนี้

“ นี่”

“ อะไรฟะ”

“ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หมอนั่นเป็นแบบนี้นะ” คำถามแปลกๆของอีกฝ่ายทำให้โกคุเทระนิ่งไป

“ ที่ว่าแบบนี้น่ะแบบไหน”

“ สึนะ คงไม่ต้องการให้พวกเราช่วยอะไรแล้วล่ะมั้ง” เด็กหนุ่มผมดำพูดพลางเงยหน้ามองท้องฟ้า วันนี้แม้จะสีหม่นลงเพราะถูกเมฆดำปกคลุม แต่.....ก็ยังเป็นท้องฟ้าที่กว้างใหญ่เช่นเคย

“ ไม่รู้สิ” เด็กหนุ่มเชื้อสายอิตาลีตอบ เนื่องจากคำพูดนั่นก็เป็นสิ่งที่แทงใจดำอยู่ไม่น้อย


ซาวาดะ สึนะโยชิ ถึงกับผงะไปเมื่อพบบุคคลที่กำลังรอเขาอยู่ในห้องผู้อำนวยการ อาจารย์ประจำชั้น อาจารย์ฝ่ายปกครอง ผู้อำนวยการ แล้ว.....กระทั่งหัวหน้าคณะกรรมการรักษาระเบียบ คุณฮิบาริ ด้วย เกิดอะไรขึ้นกันแน่ล่ะนี่

“ สวัสดีครับ” สึนะกล่าวทักทายคนทั้งหมด เจตนาต้องการทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด มองไม่ออกเลยว่าตัวเองไปทำความผิดอะไรมา

“ ซาวาดะคุง รู้รึเปล่าว่าทำไมฉันถึงเรียกเธอมาที่นี่” ผู้อำนวยการถามแม้จะยิ้มให้ แต่ก็ดูจะไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย

“ ไม่ทราบเลยครับ” เด็กหนุ่มตอบ รู้สึกตะขิดตะขวงใจอย่างไรชอบกล

“ วันนี้เธอมาโรงเรียนสายนี่นะ” ผู้อำนวยการก้มลงมองดูสมุดบันทึกสถิติของกรรมการรักษาระเบียบ

“ ครับ ผมตื่นสายน่ะครับ” สึนะตอบความจริงแค่ครึ่งเดียวเพราะกว่าเขาจะออกจากโรงแรมนั่นก็ปาเข้าไปแปดโมงเข้าไปแล้ว

“ เมื่อคืนเธอไปอยู่ไหนมา ซาวาดะคุง” คำถามของผู้อำนวยการทำเอาเด็กหนุ่มยะเยือก ถามแบบนี้หมายความว่ายังไงกันล่ะนี่ เมื่อคืน เขา......

“ ผมทำงานพิเศษหลังจากเลิกงานก็กลับบ้านครับ บางทีคงเพราะพึ่งเริ่มงานใหม่เลยยังไม่ชินกับเวลา”

“ บอกได้มั้ยว่างานพิเศษของเธอคืออะไร” อาจารย์ฝ่ายปกครองถามขึ้นบ้าง พลางส่งสายตาเข้มงวดมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า รู้สึกไม่ดีเลยกับสายตาเหยียดแบบนี้

“ เป็นพนักงานเสิร์ฟครับ” เด็กหนุ่มรู้ตัวว่าหัวใจเขาเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ปกติโรงเรียนไม่มีกฎห้ามการทำงานพิเศษ แต่ทำไมอยู่ๆถึงถูกถาม แถมถูกเรียกมาต่อหน้าบุคคลที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้ด้วย

“ ซาวาดะ” เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ทางขวา ฮิบาริ เคียวยะ เอ่ยปากขึ้นบ้าง ดวงตาเยียบเย็นที่มองมาทางอีกฝ่ายมีแต่จะทำให้ยิ่งเครียดมากขึ้นเท่านั้น

“ ครับคุณฮิบาริ”

“ เมื่อเช้ามีคนเห็นนายเดินออกมาจากโรงแรม”

“ ครับ.......” สมองประมวลข้อมูลอยู่ชั่วขณะ และทันใดนั้นก็ดันได้คำตอบสุดแย่ออกมา

“เข้าใจรึเปล่าว่าหมายความว่ายังไง” ฮิบาริถามต่อ

“ ผม.....ก็แค่เข้าไปพบคนรู้จักเท่านั้นนี่นา”

“ แล้วพอทางนี้สอบถามไป ก็ได้คำตอบมาว่า เมื่อคืนประมาณเกือบสี่ทุ่ม มีคนเห็นนายเข้าไปที่นั่นไปผู้ชายต่างชาติคนหนึ่ง”

“ !” เข้าใจดีเลย เข้าใจดีเลยว่าคุณฮิบาริกำลังพยายามให้ข้อมูลอะไร นี่ทางโรงเรียนกำลังสงสัยเขาในเรื่องไม่ดีไม่งามสินะ

“ มีอะไรจะพูดมั้ยซาวาดะคุง” ผู้อำนวยการถามขึ้นบ้าง

“ ผู้ชายคนนั้น....เป็นญาติครับ เป็นญาติของผมที่เพิ่งมาจากอิตาลี” สึนะตอบแม้จะไม่รู้ว่าระหว่างเขากับแซนซัสพอจะนับญาติกันได้รึเปล่าก็เถอะ แต่ก็รู้ได้ด้วยสัญชาตญาณเช่นกันว่าท่าทางจะไม่มีใครเชื่อเป็นแน่

“ ขอเบอร์โทรศัพท์ญาติของเธอได้มั้ย ฉันจะโทรไปคุยกับเขา” อาจารย์ประจำชั้นเอ่ยปากถามในสิ่งที่ยิ่งต้อนสึนะให้จนมุม เบอร์แซนซัสน่ะนะ ! ใครจะไปมีของแบบนั้น!

“ นี่เธอไม่รู้กระทั่งเบอร์โทรศัพท์ญาติของตัวเองที่เพิ่งไปพบมารึยังไง ซาวาดะคุง” น้ำเสียงของอาจารย์ฝ่ายปกครองยิ่งดูเหมือนจะบีบคั้นมากขึ้น นี่เขาจะทำยังไงดีล่ะ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดสุดๆนั่น เสียงหนึ่งที่พูดขึ้นมาทำให้ดูราวกับเสียงสวรรค์ทีเดียว

“ บางทีผมอาจจะรู้จักญาติคนนั้นของซาวาดะ”

“ คุณฮิบาริ!”

“ ญาติของนายสบายดีหรือ” ฮิบาริ เคียวยะถามพร้อมกับเหยียดยิ้มเย็นให้ สึนะแทบไม่อยากเชื่อว่าอีกฝ่ายจะพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเขา แต่ด้วยคำพูดแค่นั้นของฮิบาริ กลับช่วยทำให้สถานการณ์ดีขึ้นมากมาย เพราะตอนนี้อาจารย์ทั้งสามดูจะนิ่งไปเล็กน้อย

“ เธอรู้จักญาติของซาวาดะคุงจริงๆน่ะหรือ” ผู้อำนวยการถาม ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็ไม่อยากลองดีกับท่าทีของฮิบาริ เคียวยะสักเท่าไหร่

“ รู้ดีเลยล่ะครับ ถ้าหมดคำถามแล้ว ผมว่าน่าจะให้ซาวาดะกลับห้องเรียนได้แล้ว”

“ เอ่อ....เธอกลับไปได้แล้วซาวาดะคุง” ทันทีที่ฝ่ายนั้นเอ่ยปากอนุญาต สึนะแทบจะอยากวิ่งออกไปให้เร็วที่สุด แต่ก็ได้แต่เพียงเดินไปอย่างสงบเท่านั้น สึนะถอนใจ คิดว่าเรื่องควรจะจบเพียงแค่นั้น ทว่า....ทันที่ก้าวออกจากห้องผู้อำนวยการ เขาก็รู้ทันทีว่า...มันพึ่งจะเริ่มต้น

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 16 Nov 2007, 19:06 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
ต่อ

“ เป็นคนอิตาลีซะด้วยนะ” เสียงนั่นดังมาจากกลุ่มเพื่อนนักเรียนที่จับกลุ่มกันอยู่หน้าห้องผู้อำนวยการ

“ ท่าทางทางนั้นคงจะจ่ายงามสินะซาวาดะ” อีกเสียงบอก

“ พูดอะไรน่ะ” สึนะย้อนถาม แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง พวกนี้กำลังพูดอะไรอยู่น่ะ

“ เฮ้ บอกได้มั้ยว่าได้มาเท่าไหร่” เพื่อนสาวคนหนึ่งตะโกนถาม

“ พวกนายพูดเรื่องอะไรกันน่ะ” เขารู้ตัวว่าตอนนี้ตนเองเสียงสั่น และเหงื่อกาฬก็แตกพลั่ก คนพวกนี้กำลังเข้าใจผิดอยู่แน่ๆ แต่.....จะทำให้เชื่อได้ยังไงกัน

“ เมื่อเช้าตอนเห็นนายแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ใครจะนึกว่าเด็กท่าทางเชื่องๆอย่างนายก็เอากับเขาด้วยแน่ะ แต่แน่มากนะที่ออกมาทั้งสภาพนั้น่ะ”

“ มันไม่ใช่อย่างที่พวกนายคิดนะ ถ้าแอบฟังอยู่เมื้อกี้ก็น่าจะได้ยินไม่ใช่เรอะว่าฉันไปพบญาติน่ะ” สึนะบอกแต่พอย้อนคิดดูจึงนึกขึ้นได้ สภาพเหรอ........ไอ้สภาพที่หัวยุ่งเหยิง เสื้อผ้ายับย่น แบบนั้นน่ะนะ.........

“ แหม๋ ท่าทางทางนั้นจะรสนิยมรุนแรงนะ” คำกระทบกระเทียบนี่ช่างน่าอายจนแทบอย่างแทรกแผ่นดินหนีทีเดียว

“ ถึงจะไม่เชื่อฉัน แต่คุณฮิบาริก็ยืนยันแล้วนี่”

“ ใครจะรู้ ฮิบาริ เคียวยะ อาจจะเป็นลูกค้าของนายก็ได้นี่นา” ไม่ทันสิ้นคำ ทั้งกลุ่มก็ต้องแตกฮือ
เนื่องจากคนที่เพิ่งเอ่ยชื่อฮิบาริถูกสึนะชกลงไปกองคว่ำกับพื้น

“ ห้ามนะ ห้ามพูดจาว่าร้ายคุณฮิบารินะ!” สึนะแผดเสียง ว่าเขายังพอทน แต่นี่พาดพิงไปถึงคนอื่น แบบนี้ มันแย่ที่สุดเลย เด็กหนุ่มที่โกรธจนหน้าแดงก่ำ จ้องมองไปที่อีกฝ่าย ดวงตาสีน้ำตาลนั่นวาวโลดและดุดันจนน่าอกสั่นขวัญหาย เวลานี้ดูราวกับคนตรงหน้าไม่ใช่ ซาวาดะ สึนะโยชิ คนที่พวกเขารู้จัก

“ กะ แก!” แม้จะคำรามออกมาแบบนั้น แต่ปฏิกิริยาของคนทั้งหมดก็คือรีบกุลีกุจอวิ่งหนีไปเท่านั้น เด็กหนุ่มไม่มีใจจะติดตามหรือคาดคั้นอะไรอีก เขารู้สึกปวดหัวเหลือเกิน แล้วก็คลื่นไส้กับคำพูดพวกนั้นด้วย เข้าใจผิด เข้าใจผิดกันทั้งนั้น

“ เดี๋ยวสิ” สึนะพึมพำกับตนเองราวกับฉุกคิดเรื่องสำคัญได้ มันเป็นความจริงที่ว่าเขาไม่ได้ไปทำอาชีพน่าเกลียดอะไรแบบนั้น แต่ว่า......จะอธิบายเรื่องของเขากับแซนซัสยังไงล่ะ

“ นายคิดอะไรอยู่น่ะ” เสียงเย็นของฮิบาริ เคียวยะดังมาจากเบื้องหลัง ทำเอาอีกฝ่ายแทบจะหันกลับไปตั้งตัวแทบไม่ทัน

“ คุณฮิบาริ!”

“ ไม่รู้หรอกนะว่านายทำอะไรอยู่ แต่อย่าให้เดือดร้อนมาถึงชื่อเสียงโรงเรียนละกัน” ฮิบาริพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินผ่านไปราวกับอีกฝ่ายเป็นอากาศธาตุไร้ตัวตนซะอย่างนั้น

“ คุณเชื่อผมจริงๆรึเปล่าน่ะ คุณฮิบาริ” สึนะเอ่ยถาม รู้สึกแน่นหน้าอกและอึดอัดจนราวกับจะขาดอากาศหายใจเสียให้ได้

“ แล้ว.....นายจะพูดความจริงรึเปล่าล่ะ คนที่โกหกก่อน คือนายไม่ใช่เรอะ ซาวาดะ สึนะโยชิ” คำพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินจากไปแบบนั้น ยิ่งทำให้สึนะทรุดลงไปกองกับพื้น อยากอธิบาย อธิบายว่าไม่ใช่แบบนั้นนะ ไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิดนะ แต่....จะอธิบายยังไงล่ะ ในเมื่อตัวเขาจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ต้องบอกคุณฮิบาริเรื่องแซนซัส ต้องบอก แต่จะให้บอกยังไงล่ะ ในเมื่อ เขาไม่สามารถเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับแซนซัสได้ มีแต่จะยิ่งแย่ลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ
“ เจ้าบ้าแซนซัส! ทำไมไม่ปล่อยฉันทิ้งไว้แบบนั้นนะ!”


วันนั้นทั้งวันผ่านไปอย่างแสนทรมาน ในเมื่อดูราวกับคนทั้งโรงเรียนจ้องมองมาที่เขาตลอดเวลา ไม่ใช่สายตาแบบในร้านเมื่อคืน แต่เป็นสายตาหยามเหยียด เย้ยหยันระคนดูถูกดูแคลน ที่ร้ายที่สุดก็คือมันยิ่งจะทำให้คนรอบๆตัวเขาลำบากไปตามๆกัน

“ อยากตายรึไงกัน!” โกคุเทระกระชากคอเสื้อรุ่นพี่คนหนึ่งที่เข้ามาทักรุ่นที่สิบของเขาด้วยน้ำเสียงน่ารังเกียจ

“ อะไรเล่า ตอนนี้เขารู้กันทั้งโรงเรียนแล้วล่ะน่า จะมามัวเสแสร้งเป็นเด็กดีอยู่ทำไม” รุ่นพี่คนที่ว่าพูดได้แค่นั้นก็ถูกชกลงไปคลุกฝุ่นกลางสนามเบสบอลทันที ยามาโมโตะที่กำลังซ้อมอยู่เห็นความชุลมุนวุ่นวายแบบนั้นก็รีบวิ่งเข้ามาสมทบ

“ เกิดอะไรขึ้นน่ะ โกคุเทระ” เด็กหนุ่มเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่กำลังโมโหจนหน้าแดงก่ำ ในขณะที่สึนะพยายามร้องห้าม

“ ช่างมันเถอะ โกคุเทระ มันเป็นแค่เรื่องเข้าใจกันผิดน่ะ เดี๋ยวทุกคนก็เข้าใจเองล่ะ” สึนะบอก แต่ดูเหมือนคนรอบข้างที่เข้ามามุงจะยิ่งพูดจาราวกับจงใจราดน้ำมันเข้ากองไฟ

“ เฮ้ ซาวาดะ จริงรึเปล่าวะที่ว่านายรับเฉพาะพวกฝรั่งเท่านั้นน่ะ”

“ จริงน่ะ ฉันนึกว่าจะลองขอหมอนั่นซักครั้งนะ” ทันที่พูดจบ คนพูดทั้งคู่ก็ถลาล้มลงดิ้นพล่านกลางสนามเบสบอล โกคุเทระชกเข้ากลางหน้าคนแรกเศษฟันของผู้เคราะห์ร้ายหลุดกระเด็นทันทีพร้อมเลือดสดๆที่ทะลักจากปาก ในขณะที่อีกคนถูกยามาโมโตะชกหน้าหงายเลือดกำเดาไหลเป็นทาง พร้อมกับท่าทีทุรนทุรายเมื่อถูกบีบคอจนแทบขาดอากาศหายใจ ท่าทีเช่นนั้นของเพื่อนสนิททั้งสอง ยิ่งทำให้สึนะหนาวไปถึงขั้วหัวใจ ช่างเหมือนเหลือเกิน แววตาของคนรอบข้างที่มองยามาโมโตะกับโกคุเทระ ช่างเหมือนกับแววตาเมื่อคืน หวาดกลัว หวั่นเกรง หวาดผวา ใช่แล้ว นี่เขา....กำลังก่อเรื่องเดือดร้อนที่จะพาเพื่อนของตนให้ตกต่ำลงไปสู่โลกมืดหรือยังไงกัน

“ พอเถอะ ยามาโมโตะ โกคุเทระ!” สึนะตะโกน

“ ไม่ได้ครับ ใครก็ตามที่มาดูถูกรุ่นที่สิบ มันต้องแหลก!” โกคุเทระว่า ดวงตาของเด็กหนุ่มดุดันแฝงความอาฆาตเหลือคณา นี่เป็น.....วายุที่พร้อมจะโหมพัดทุกสิ่งให้พังทลายโดยแท้

“ ฉันก็ไม่ชอบที่ใครจะมาว่านายแบบนั้นเหมือนกัน” ยามาโมโตะเสริมด้วยทีท่าขึงขังอย่างผิดแปลกวิสัย นั่นยิ่งทำให้ฝ่ายที่ถูกปกป้องรู้สึกรวดร้าว ไม่ได้ จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ ทั้งสองคนเป็นเพื่อน เป็นเพื่อนแท้ที่มีอยู่น้อยนิด จะให้เลวร้ายไปกว่านี้ไม่ได้ ขณะที่กำลังคิดอย่างหนักอยู่นั่นเอง สายตาก็เหลือบเห็นคนอีกสองคนที่ไม่อยากพบที่สุดในเวลานี้ เคียวโกะจัง คุณพี่!

“ อยากได้คนช่วยมั้ย” คุณพี่กำหมัดแน่น พลางใช้ลิ้นเลียริมฝีปากด้วยท่าทางเอาเรื่อง ที่กำปั้นยังมีรอยคราบเลือดสดๆติดอยู่ กลิ่นคาวเลือดแม้เล็กน้อยแต่ก็กระตุ้นประสาทได้อย่างฉกาจ กำปั้นนั่น.....หมัดนั่น......เปื้อนเลือดของใครมาน่ะ....

“ บอกทุกคนไปสิสึนะคุง ฉันรู้ว่าความจริงมันไม่ใช่แบบนั้น สึนะคุงไม่มีทางทำเรื่องน่าอายแบบนั้นแน่” เสียงใสของเคียวโกะ ราวกับแทงทะลุไปถึงก้นบึ้งหัวใจ ดีจริงๆ การที่คนมาเชื่อใจเราแบบนี้ เชื่อในทุกอย่างที่เราทำ และมั่นใจในตัวเรา แต่.....จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ เขาจะไม่มีวันยอมให้ผู้คนที่แสนสำคัญของเขาต้องทนรับสายตาหวาดกลัวของคนรอบข้างที่ดูราวกับจะผลักให้ตกนรกทั้งเป็นแบบนี้แน่ ไอ้โลกสปกรกสีดำทมิฬอย่างโลกของมาเฟีย ไม่ได้เหมาะกับคนเหล่านี้เสียหน่อย

ใช่แล้ว........ เพื่อให้สายลมยังคงพัดเรื่อยอย่างสุขสม ให้สายฝนไหลหลั่งดุจน้ำทิพย์บริสุทธิ์เรื่อยไป และ ให้อรุณรุ่งยังคงเฉิดฉายสว่างไสวมิลาลับ ฟ้าที่ดำมืดนี้.......ไม่คู่ควรเป็นที่พักพิงของผู้ใด

“ เลิกเถอะ” เด็กหนุ่มพูดขึ้น เสียงของเขาไม่ได้ดังนัก หากแต่ หนักแน่น สึนะมองขึ้นไปยังท้องฟ้า มืดจังนะ ท้องฟ้าวันนี้

“ ยามาโมโตะ โกคุเทระ คุณพี่ เคียวโกะจัง ขอบคุณนะที่เชื่อในตัวฉัน แต่ว่า........” สึนะกัดริมฝีปากตนเองจนเลือดซึม พลางกำหมัดแน่น พยายามควบคุมตัวเองที่จะพูดต่อไปโดยไม่ให้เสียงสั่น “ ฉันไปมาจริงๆ ฉันไปโรงแรมนั้นมาจริงๆ และ อยู่ที่นั่นจนถึงเช้าจริงๆ” คำพูดของเด็กหนุ่มก่อให้เกิดเสียงเซ็งแซ่ดังขึ้น

“ แต่นั่น ก็เพราะนายมีธุระไม่ใช่เรอะ” ซาซางาวะ เรียวเฮ ย้อนถามเสียงสั่น ตัวเขารู้สึกเหมือนกับกำลังฝัน ประสาทหูที่เคยเฉียบคมดูราวกับบ้าใบ้

“ คุณพี่ครับ เด็กม.ปลายอย่างผม จะไปมีธุระอะไรในโรงแรมหรูอย่างนั้นกันล่ะ” สึนะตอบ แววตาที่เงยขึ้นสบตาอีกฝ่าย นิ่งสงบ มั่นคง เป็นท้องฟ้าสีดำสนิทที่พร้อมจะแบกรับบาปอันหนักหนาสาหัสเพียงลำพัง แต่นั่นทำให้ตะวันที่เคยเจิดจ้ากลับต้องอ่อนแสงลง

“ คนที่ไปพบคงเป็นคนสำคัญของวองโกเล่ใช่มั้ยครับ” โกคุเทระพยายามถามคำถามเพื่อหาทางออกที่เหมาะสม แต่หัวหน้าของเขาตัดบทลงด้วยการส่ายศีรษะ

“ ก็เป็นผู้ชายอิตาลี อย่างที่ลือกันนั่นล่ะ” คำตอบนั่น ทำให้สายลมแรงต้องหยุดโหมพัด

“ ก็แค่อยู่ด้วยกันจนถึงเช้าไม่ใช่รึไง” ยามาโมโตะถามด้วยคำถามแสนซื่อที่สั่นเทา แต่ท้องฟ้าที่ยอมรับบาปจนสิ้นนั้น ได้แต่ฉีกยิ้มแสนเศร้า

“ ธุระที่ต้องอยู่ด้วยกันจนถึงเช้าในโรงแรม มันคืออะไรหรือยามาโมโตะ” สึนะย้อมถาม และนั่นก็ทำให้สายฝนจากฟากฟ้าต้องหยุดหลั่งไหล โลกที่ปราศจากแสงอาทิตย์ ไร้ซึ่งสายลม และสายฝน ช่างเป็น.....แดนดินที่แห้งแล้งเสียเหลือเกิน

“ ขอโทษนะ เคียวโกะจัง ฉัน....ไม่ใช่คนที่ควรค่าจะได้รับการปกป้องหรอก ” เด็กหนุ่มเดินผ่านเด็กสาวสาวที่กำลังตัวสั่นน้ำตานองใบหน้าไปทั้งแบบนั้น ทิ้งไว้ซึ่งความชุลมุนวุ่นวาย และความสิ้นหวัง แต่สำหรับเขา เป็นเช่นนี้....มันดีแล้วล่ะ เมื่อถูกหักหลังไปแล้วแบบนี้ คนพวกนี้ จะได้เลิกเชื่อในตัวเขาเสียที เลิกหยัดยืนอยู่เคียงเขาเสียที เลิก......เป็นผู้พิทักษ์ของวองโกเล่รุ่นที่สิบเสียที!

ต่อ

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 16 Nov 2007, 19:09 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
สึนะไม่ได้กลับบ้าน เขาไม่อยากกลับ ไม่อยากกลับไปเจอรีบอร์นที่คงหาว่าเขานั้นแสนโง่ โง่ที่คิดหนีจากการเป็นมาเฟีย โดยการทอดทิ้งพวกพ้องเสียแบบนี้ วองโกเล่อะไรกัน ผู้พิทักษ์อะไรกัน ของแบบนั้น ถ้าไม่มีอยู่ก็จะดีเสียกว่า

“ คุณกำลังคิดว่าตัวเองไม่น่ามีตัวตนอยู่เลยสินะครับ วองโกเล่” เสียงที่แสนคุ้นอีกเสียงเอ่ยขึ้นในยามเย็น ที่แสงตะวันกำลังลาลับ เด็กหนุ่มที่กำลังนั่งอยู่เพียงลำพังในสวนสาธารณะทอดสายตามองผู้มาเยือน

“ เดาได้เก่งนี่นา มุคุโร่” สึนะบอก

“ เรื่องของคุณตอนนี้ลือไปทั่วแล้วนะครับ” มุคุโร่บอกพลางฉีกยิ้มเย็นพร้อมส่งสายตาเย้ยหยันเช่นเคย

“ นั่นก็........เป็นเรื่องที่คาดไว้แล้วล่ะนะ นี่ยืมร่างโคลมเพื่อจะมาพูดแค่นี้น่ะเหรอ” สึนะถาม

“ ต้องพูดว่า โคลมขอให้ผมใช้ร่าง จะดีกว่านะครับ”

“ พวกนายนี่....แปลกคนจริงนะ”

“ คุณไม่ได้ทำ แต่กลับจงใจให้คนอื่นเข้าใจผิด ผมนึกไม่ออกจริงๆว่าอะไรคือเหตุผล” สายหมอกที่กังขานั่นเอื้อมมือมาสัมผัสใบหน้าของอีกฝ่าย ดวงตาสีน้ำตาลที่ควรจะทอดอาลัยกลับดูราวกับจะมั่นคงยิ่งกว่าที่เคย

“ น่าแปลกนะ ฉันคิดว่านายน่าจะเป็นคนที่เข้าใจความรู้สึกของฉันมากที่สุดเสียอีก” คำตอบนั้นทำให้มุคุโร่นิ่งไป ตอนนั้น......สามปีก่อน ใช่สินะ เขาเข้าใจว่าทำไมวองโกเล่ถึงทำแบบนั้น แต่ในกรณีของเขา มันไม่ใช่โลกที่ดำมืดสนิทแบบนี้ ผู้ถูกช่วยเหลือ เสียอย่างไรก็ยังรำลึกถึงบุญคุณที่หนักอึ้งอยู่ดี แต่กลับการช่วยเหลือในรูปแบบของเด็กหนุ่มเบื้องหน้าเขา ดูจะเป็นการกระทำที่บ้าบิ่นจนเกินไปหน่อย เดิมพันกับ ความโดดเดี่ยวชั่วชีวิตอย่างนั้นน่ะหรือ

“ ที่คุณพูดความจริงกับผม เพราะคิดว่ายังไงเสียผมก็ไม่ยอมตกนรกเพื่อคุณแน่ หรือว่าเพราะความสำคัญของผมนั้นมันช่างน้อยเสียจนหาค่าไม่ได้สำหรับคุณกันนะ” คำถามของอีกฝ่ายที่คาดไม่ถึงทำให้สึนะนั่งนิ่งไปอึดใจ ก่อนที่จะเพ่งมองไปที่เด็กหนุ่มเบื้องหน้าอีกครั้ง

“ นายจะไม่ตายเพื่อฉัน ใช่มั้ยมุคุโร่ อย่าทำให้ตัวเองเดือดร้อนนักจะดีกว่า เพื่อโคลม เคน แล้วก็จิงุสะ ฉันไม่ได้ต้องการนาย ไม่คาดหวัง ไม่ปรารถนา อยู่เพื่อคนที่เชื่อถือนายจะดีกว่ากระมัง” ว่าพลางสึนะก็ดึงมือของอีกฝ่ายออกจากใบหน้า ยิ้มให้อย่างที่ควรจะทำ มันดูเหมือน แต่ก็ไม่ใช่ยิ้มที่แสนเศร้าเสียทีเดียว นี่เป็น...... รอยยิ้มของท้องนภาที่เจิดจ้ายิ่งกว่าครั้งไหนๆ เป็นนภาแห่งการตัดสินที่แสนจะมั่นคง ในดวงตาของมุคุโร่เพลานี้ ฉายให้เห็นเพียงแต่รูปลักษณ์ของท้องฟ้า นภาที่กว้างใหญ่ของเขา กำลังจะสร้างอาณาจักรอันไพศาลขึ้น อาณาจักรที่เป็นของตนเองอย่างแท้จริง

“ วันที่คุณต้องการผมจะต้องมาถึงแน่ๆครับ ” สายหมอกพูดเช่นนั้นก่อนที่จะก้มลงประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากของอีกฝ่าย สึนะไม่ได้ปฏิเสธ จูบของมุคุโร่ ก็เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา เย็นชืด บางเบา สมกับเป็นสัมผัสของสายหมอกที่ไร้ตัวตน ไม่เหมือนกับ......ซ แซนซัส! ทันใดนั้นสึนะผลักร่างของอีกฝ่ายของออก สร้างความตกใจให้กับมุคุโร่อย่างคาดไม่ถึง

“ คุณ เป็นอะไรกันน่ะ” คำถามนั่นทำให้สึนะหน้าแดงก่ำขึ้นทันที เขารู้สึกได้ ไม่ใช่ด้วยสมอง แต่เป็นร่างกายต่างหาก เขาควรจะชินชากับสัมผัสของมุคุโร่ แต่ตอนนี้ ริมฝีปากกลับ..........

“ ฉัน จำอะไรไม่ได้เลย” สึนะพึมพำออกมา

“ อะไรนะครับ”

“ มุคุโร่ จะแปลกไหมถ้าฉันบอกว่า ฉันจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ได้เลยสักนิด”

“....................................................” สายหมอกมายาก้มลงมองนภาของเขาด้วยสายตาที่แฝงความประหลาดใจไว้ระคนความคับข้องใจ ก้มลงมองและพิศดูใบหน้าและร่างกายนั้นอย่างพินิจพิจารณา ปลายนิ้วไล้ลงไปที่ต้นคอ อาจเอื้อมลึกลงใต้เสื้อผ้า กระดุมเสื้อที่ถูกดึงออกเผยให้เห็นร่องรอยที่ เด็กหนุ่มแห่งมายาต้องขมวดคิ้ว

“ คุณบอกว่า คุณจำอะไรไม่ได้เลย รอยนี่ ได้มายังไงครับ” มุคุโร่ถามถึงรอยแดงเป็นจ้ำที่อยู่แถวต้นคอและหัวไหล่

“ ยุงกัดล่ะมั้ง” เด็กหนุ่มตอบ คำตอบนั่นทำเอามุคุโร่นิ่งไป ก่อนที่จะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่

“ คุณนี่ ช่างเป็นคนที่เหลือเชื่อจริงๆนะครับ”

“ อะไรกันเล่า” ก่อนที่จะต่อว่าไปมากกว่านั้น สึนะรู้สึกว่าตัวเขาถูกผลักล้มลงกับม้านั่งยาว มุคุโร่ก้มลงจูบเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่สัมผัสที่บางเบาเช่นเมื่อครู่ รุนแรงกว่า เร่าร้อนกว่า โหยหายิ่งกว่า ลิ้นของอีกฝ่ายบุกรุกเข้ามา แต่สึนะยังคงไม่ตอบโต้ คิดเอาเองว่าอีกฝ่ายคงจะหยุดเหมือนที่เคย แต่....เขาคาดผิด ริมฝีปากของมุคุโร่ไล่เลียลงมาที่ลำคอ จุมพิตดูดดื่มและไซ้โลมเลียเรื่อยไป

“ ย หยุดนะ!” เด็กหนุ่มที่ถูกบุกรุกตะโกนขึ้น พลางผลักร่างของผู้บุกรุกออกเต็มกำลัง พอเห็นท่าทีแบบนั้น สำหรับมุคุโร่แล้ว เขารู้สึกว่ามันช่างน่าหมั่นไส้จริงๆ ทั้งที่ประกาศจับจองเป็นเจ้าของมาช้านาน และคาดหมายว่าคงมิอาจมีผู้ใดเผยอคว้าขอบฟ้า แต่....

“ เข้าใจรึยังครับว่าไอ้รอยพวกนั้นมันมาได้ยังไง เมื่อคืน สนุกมากมั้ยครับ” คำถามยั่วโทสะนั่นทำเอาสึนะโกรธจนพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าจะโกรธใครดี ตัวเอง มุคุโร่ หรือหมอนั่น แซนซัส!

“ อธิบายดีๆไม่เป็นหรือยังไงกัน”

“ ใครครับ เจ้าของผลงานบนตัวคุณน่ะ” ถึงจะถามด้วยเสียงเย็น แต่รอยยิ้มของมุคุโร่เวลานี้ไม่ได้สื่อถึงอารมณ์ขันเลย

“...........................................”

“ ชักสงสารคุณนิดๆนะครับ วองโกเล่ นี่คุณจำไม่ได้แม้แต่คนแรกของคุณอย่างนั้นรึไงครับ”

“ ...........................................” สึนะไม่ตอบ สมองมึนชาไปหมด จากคำตอบของมุคุโร่มันช่างชี้ชัดเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น ระหว่างเขากับแซนซัส มันเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นรึ! เด็กหนุ่มก้มลงเก็บกระเป๋า ความรู้สึกอย่างเดียวที่มีในตอนนี้ก็คือ อยากไปจากตรงนี้

“ ไปก่อนนะ” สึนะบอก มุคุโร่ไม่ตอบ ได้แต่ปล่อยให้คนตรงหน้าเดินจากไป ร่างของเด็กหนุ่มที่กำลังสับสน สั่นกลัว ไม่อาจจะหยุดยั้งไว้ได้ แม้จะรู้สึกเจ็บปวดก็ตาม

“ คุณที่ผมรู้จัก คงไม่จบสิ้นเพียงเท่านี้สินะครับ”


อืม....จบตอนนี้คนเขียนก็มึนค่ะ หลายคนเดาถูกว่าเป็นเฮียแซนซัส แต่แม้แต่เราเองก็ดูแล้วแซนซัสนี่ไม่เหมาะเป็นพระเอกเลยนะ แต่ไม่เป็นคนนี้ก็ไม่ได้ ด้วยเหตุผลที่หลายๆท่านว่ามา เพราะเรื่องนี้สึนะ กำลังจะเป็นผู้ใหญ่ค่ะ ส่วนคนอื่นๆ ตอนต่อไปจะเริ่มมีบทมากขึ้น ตามลำดับค่ะ อ้อเราเขียนว่า ? x TSUNA นะคะ ไม่ได้บอกว่า XANXUS X TSUNA นะ

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 16 Nov 2007, 19:48 
User avatar
Joined: 16 Nov 2007, 19:27
Posts: 87
Location: ที่ใดที่มีวองโกเล่ * *
ถ้าไม่ใช่คู่ แซงซัสxสึนะ....ก็คงเป็นคู่มุคุโร่xสึนะใช่ไหมละครับ ^ ^~~

ฮึๆๆๆ....เรื่องสนุกมากเลยนะครับ~~ แล้วผมจะติดตามดูต่อไป...ฮึๆๆๆ..........


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 16 Nov 2007, 20:49 
User avatar
Joined: 08 Oct 2007, 21:14
Posts: 798
โอยยยยยย อ่านจบแล้วอยากจะร้องไห้เป็นภาษาอิตาเลี่ยนนนนนนนน TwT ซือคุงลูกแม่ ไฉนถึงได้ hard boiled เยี่ยงนี้ล่ะลูกกกกกกก อ๊ากกกก ท่าน ruk21us มายเลิฟแต่งได้ทรมานใจคนอ่านดีแท้ *sob* อ่านไปนึกภาพตามไป สงสารซือคุงจับจิตจับใจ

หวังว่าสุดท้ายนภาจะได้รับรู้เสียทีว่า ความหมายของคำว่าว่า "นภา" แท้จริงแล้วคืออะไรซะทีนะงับ ความเข้มแข็งที่แท้จริงจะมีได้ต้องมิใช่ด้วย hard boiled อย่างเดียวนะลูก (หัวเราะ) ยิ่งนึกถึงหน้าบรรดาตัวละครอื่นๆด้วยแล้วยิ่งโศก ToT ที่สำคัญเฮียแซนซัส...มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ยยยย อย่าบอกนะว่าแท้จริงแล้ว เฮียโดนซือคุงกด!?!? :lol: :lol:

ตอนหน้าจะเกิดอะไรขึ้นกะลูกแม่อีกล่ะเนี่ยยย อ่านไปแล้วลุ้นดีจัง กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด
รอค่ะ รอ อยากให้ท่านรีบมาต่อจังงงงง >_<!!

_________________
Image

=THE PRINCE OF ABE TENNIS=
[แม้กระทั่งเรียวมะยังต้องหลบ!!!!]


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 16 Nov 2007, 21:05 
User avatar
Joined: 17 Sep 2007, 20:48
Posts: 222
Location: ที่ไหนสักแห่งในนามิโมริ
ว้าวว....ท่านruk21us กลับมาเขียนฟิกอีกครั้งแล้ววว....หลังจากหายไปนาน
เขียนพ่อหนูซือคุงซะเข้มเชียว....

รู้สึกเจ้าแซสซัสทำเรื่องยุ่งแล้ว...แกไปมอมยาเจ้าซือคุงงั้นเหรอ....!!!
ตื่นมาหนูซือคุงจำอะไรไม่ได้เลย...นอกจากบ้าตำแหน่งแล้วยังโรคจิตอีก :evil:

ว่าแต่หนูซือคุงเนี่ยโตขึ้นมากจริงๆนะเนี่ย ถึงขนาดพูดแบบนั้นออกไปเพื่อให้ทุกคนเลิกสนใจตัวเอง....สมเป็นท้องนภาจริงๆ

ง่า...เราจริงจังไปป่าวเนี่ย..

ปล..ฮิบาริแกก็ไม่เชื่อใจสึนะงั้นเหรอ...แต่ก็ดีที่ยังปกป้องกิ๊ก...
เหอๆๆๆ(ตอนนี้เชียร์ 6927 สุดฤทธิ์)

ติดตามตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อค่า.....

_________________
....ถึงจะมีคนมารุมล้อม....แต่ฉันก็โดดเดี่ยวตลอดแหละ....

http://little-fin.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 16 Nov 2007, 21:53 
Joined: 19 Sep 2007, 13:34
Posts: 682
Location: Vongola Family
...แล้วซือคุงไปโดนใครกดฟร่ะ หรือว่าเป้นฝ่ายไปกดเข่าเองล่ะนี่ O.O แต่จะว่าไปมันก็น่าจะเป้นได้แฮะ เพราะถ้าโดน...อย่างว่าจรองตื่นขึ้นมามันก็ต้องมีeffectอะไรบ้างสิ นี่อะไรเดินตัวปลิวเฉย~ หรืออาจไม่มีอะไรในกอไผ่ก็ได้แฮะ

_________________
~Feel Good ชีวิตคนเราไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ทำอะไรไม่เล็กไม่ใหญ่ ตามใจตัวเองกำลังดีก็พอแล้ว~~

http://joeykung.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 16 Nov 2007, 21:58 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 22:03
Posts: 333
Location: ในทอนฟาของท่านฮิบาริ
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

สงสารมุคุโร่ววววววววววววววววววววววว

แต่สงสารสึนะมากกว่า โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ

ไอ้พวกปากหมาที่ไหนมันกล้า แม้จะกระทืบให้จมดิน!!!! โฮๆๆๆๆ

อย่าผลักไสคนรอบข้างอย่างนั้นเลยสึนะ T_T เพราะเป็นเพื่อน ถึงได้เป็นห่วง ฉะนั้นการทำแบบนั้นก็เท่ากับทำร้ายเพื่อนตัวเองนะ โฮๆๆๆๆๆๆ (อินจัดจนเพ้อเป็นวรรคเป็นเวรแล้ว)


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 16 Nov 2007, 22:43 
User avatar
Joined: 06 Nov 2007, 14:15
Posts: 326
อัพเร็วมากเลยค่า เร็วอย่างงี้ ชอบค่า

ตกลงว่าถ้าไม่ใช่ แซนซัสxสึนะ งั้นซือคุงจะคู่ใครอ่า

น่าลุ้นนะเนี่ย หนุกมากเลยจ้า มาต่อไวๆน้า


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 16 Nov 2007, 23:22 
Rank: CG&Fiction Staff
Rank: CG&Fiction Staff
Joined: 30 Sep 2007, 16:47
Posts: 1206
Location: Reborntfc
ผมเชียร์ว่าเป็น โกคุ (ผัวะ!!! เเฟนมุคุถีบให้) *-*


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 17 Nov 2007, 00:17 
User avatar
Joined: 08 Oct 2007, 18:20
Posts: 292
Location: ที่ๆมีฮาเร็มทาสของสึนะ
อ่านแล้วสงสารสึนะสุดๆ สรุปมันเกิดอะไรขึ้นกันนี่
แซนซัสมันทำอะไรรึเปล่า แล้วทำไมสึนะถึงจำอะไรไม่ได้กันล่ะ
อ่านแล้วปริศนามากมาย
แต่สึนะเรื่องนี้เข้มแข็งสุดๆค่ะ แต่พอเกิดเรื่องแบบนี้แล้วทรมาณแทน


รอตอนต่อไปค่ะ

ปล.ป๋ามุคุตอนนี้น่ารักจริงๆ >w<

_________________
Image
http://devil-misa.exteen.com

1827[Forever~]+3827!![Moe~]+X27[=[]=!!]+10027[>3<!!]
And ปู่ G สุดยอด!!!


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 17 Nov 2007, 00:48 
User avatar
Joined: 17 Sep 2007, 00:09
Posts: 720
Location: --ViOlEtWoRlD--
ป...ป๋าแซนนนนนน ไปทำอีท่าไหนถึงไปจบลงที่...ด้ายยยยย กรี๊ดดดดดด TT[]TT

สงสารซือคุง แต่ก็สมกับที่เป็นท้องฟ้าจริงนั่นแหละนู๋น้อย

แต่ว่าการปลีกตัวห่างคนรอบข้างที่เป็นห่วงเรามันไม่ใช่เรื่องดีเลยนะซือคุง...

/เหลือบมองแซนซัส

แกทำอารายนู๋ทูน่าเนี่ยยยยยยย?? รู้มั๊ยว่าทำคนอ่านสับสนอย่างรุนแรงงงงง!! ทำอะไรไว้ก็บอกๆสึนะไปเด้~!! นั่งอมพะนำอย่างนี้ใครจะไปรู้เรื่องงงงง TT[]TT

(เริ่มอาละวาด เพราะสงสารนู๋ทูน่า!! >[]<)

แล้วคุณฮิมิได้เชื่อสึนะหรอกเหรอคะเนี่ย?? ทำไมอ่าาาาาา?? ปกป้องเขาแล้วก็น่าจะเชื่อใจเค้าด้วยนะคุณฮิบารี๊~ TT^TT

ส่วนป๋ามุ...โฮกกกกก สมกะเป็นป๋าจริงๆ ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงลงมือกระทำเลยดีกว่า เข้าใจง่ายดี วะ555 (แอบสงสัย คู่นี้แอบจุ๊บกันมานานแล้วเรอะ? =[]=)

แต่แอบฮาซือคุง ยุงกัด?? คำตอบโนเนะดีจริงๆนู๋เอ๋ย =w=

รออ่านต่อเพื่อไขข้อข้องใจเจ้าค่ะruk21usซัง!!

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 17 Nov 2007, 01:38 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:32
Posts: 373
โอ้ก!!โดนดราม่าหนักกว่าเดิมอีกรึเนี่ย อ่านแล้วบีบคั้นหัวใจสุดๆเลยอ๊ธ

.....โถ...สึนะจ๋า ทำไมชะตามันบัดโซะแบบนี้เนี่ย

อ่านแล้วอยากไปเตะพวกปากหอยปากปูเหลือเกิน ว่างมากนักรึไง เดี๊ยะมีเฮๆ

แต่สึนะเอ๋ย...อย่าไปทำอย่างงั้นกะพวกโกคุสิ ก็รู้ว่าไม่อยากให้เข้ามาพัวพัน แต่ทำแบบนี้พวกนั้นก็ไม่แฮปปี้หรอก

แต่ก็สงสัยจริงๆ...ไปๆมาๆมันไปจบลงกะป๋าแซนซัสที่นั่นได้งายเนี่ย

ส่วนฮิบาริ...เชื่อเจ้าตัวเขาหน่อยดิ๊ แค่นี้สึนะก็จะช้ำใจตายแล้วน้า สงสารที่รัก(ตั้งกะเมื่อไหร่)นายหน่อยสิเฟร้ย!!

...มุคุจ๋า....รีบตามไปรักษาแผลใจสึนะสิเฟร้ย!!

มาต่อเร็วๆนะค้า (ดราม่าหนักแค่ไหนก็จะทน เพื่อจะดูว่าสึนะที่รักของเราจะคู่กะใคร...อา...ไม่ใช่กะแซนซัสรึคะ...แหะๆ ...งั้นขอเป็น6927 ได้มะหนอ...แบบว่า...เกี่ยวพันจากฟิกเก่าไงค้า ฮ่าๆๆๆ มั่วนิ่มเลยนะเอ็ง)

_________________
T^Tขอโทษนะรีบอร์น..แต่..ตอนนี้ขอป๋าเรย์กับคริสก่อนน้า!! ป๋าเรย์โฟร์น่าร้ากกก!!รักป๋าเรย์โฟร์ที่สุดเล้ยยย!!>///<b!!

Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 17 Nov 2007, 08:52 
User avatar
Joined: 25 Oct 2007, 22:13
Posts: 618
เห~
ถ้าให้เดาเมื่อคืนคงไม่ได้มีอะไรมากไปกว่ารอยบนตัวสินะ
=__= ครั้งแรกมันต้องเจ็บอยู่แล้วสิ(เชื่อมั่นมาก) แล้วไหงหนูสึนะไม่แสดงอาการอะไรเลย


อะเฮื่กกก~~~ อ่านแล้วแอบเชียร์1827 อยู่ คุณฮิช่างเท่~~~~ หนูสึนะปกป้องด้วย
เผลอจิ้นไปว่าถ้าฮิออกมาตอนนั้น คงพูดประมาณ "หน้าที่องครักษ์น่ะ มันฉันไม่ใช่หรือ"
XD อ๊างงงง~~~~ (จิ้นเอง สลบเอง)


6927 กระฉูด อ๊อก! ว่าแล้วเชียวว่ามุคุโร่ต้องเข้าใจสึนะ ฮะๆๆๆๆ นายจะไม่ตายเพื่อฉันใช่ไหม~ ชอบจัง แต่คิดว่า ถึงเป็นสับปะรดเองก็เถอะ ยังไงก็ต้องฉุนบ้างอยู่แล้ว XD


ทั้งที่ประกาศจับจองเป็นเจ้าของมาช้านาน >>> โฮกกกกกกกก ตั้งแต่เมื่อไหร่เว้ยค่ะ~!! =[]=~!! (ถึงจะอ้างจากฟิคที่แล้วก็เถอะ.... ตู่เอาดื้อๆเลยนะ สับปะรดคุง - -) (แต่ชอบบบบ โฮกกกกก~~~~ )

ปล. แต่แซนซัสรุนแรงจริงรึเปล่าหนอ เคิ้กๆๆๆๆๆ (คิดว่าถ้าไม่ได้เกิดอะไรขึ้นจริง พ่อแซนซัสก็สุภาพบุรุษเกินคาดนะนี่ เอิ้กๆๆๆๆๆ)


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 497 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5 ... 34  Next


Who is online

Users browsing this forum: milk24970 and 3 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: