Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 97 posts ]  Go to page 1, 2, 3, 4, 5 ... 7  Next
Author Message
 Post subject: [Fan-fiction] Sleeping Mukuro (10069) NC-17 End+แถม up18/08
PostPosted: 06 Aug 2008, 22:04 
User avatar
Joined: 21 Jul 2008, 12:59
Posts: 478
Location: ที่ๆมีวาย....
และแล้วก็กลับมาอีกครั้งกับอีกคู่และนิทานที่เป็นเหยื่ออีกเรื่อง555+
เนื่องจากซีรี่ส์นี้เซียร์จะเขียนจากการยำนิทานเก่าๆทั้งหลาย ดังนั้นเซียร์จะเรียกซีรี่ส์นี้ว่า Fairy Tale series นะคะ และจะแปะลิงค์เรื่องที่แต่งไว้แล้วด้วย คนที่มาอ่านทีหลังจะได้อ่านครบซีรี่ส์นะคะ

Fairy Tale series: The little Squamaid (XS)

------------------------------>

Title - Sleeping Mukuro
by - Ziar
Pairing - 10069
Rate - NC-17
Summary - ครั้งอดีต คำสาปนั้นคือประกาศิตลิขิตชีวิต ครั้งปัจจุบัน ด้วยประกาศิตนั้นจึงด่ำดิ่งสู่นิทรา ครั้งอนาคต ที่มิอาจล่วงรู้ได้ว่าจักเป็นเช่นไร หากจะมีเพียงจุมพิตที่เฝ้ารอ ถอนประกาศิตนี้และคืนชีวาแก่ผู้หลับใหลในอนธการ


---------------------------->

------------------------->

--------------------->

----------------->

------------>

------->

-->




กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ทวีปวองโกเล่ ยังมีอาณาจักรเล็กๆอยู่อาณาจักรหนึ่งนามว่าโกคุโย อาณาจักรนี้แม้จะเล็กแต่ก็มีความเป็นอยู่ที่ดี ประชาชนต่างมีความสุข แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้อาณาจักรนี้เป็นกังวลนั่นคือ พระราชาและพระราชินีไม่มีทั้งบุตรชายหรือบุตรสาวแม้แต่คนเดียวแม้ว่าจะอยู่ร่วมกันมานานปีแล้วก็ตาม และนั่นทำให้ใครๆในอาณาจักรต่างหวังว่าซักวันหนึ่ง สวรรค์จะบันดาลทายาทให้แก่อาณาจักรโกคุโยซักคน ทว่าแม้พระราชาเคนและพระราชินีจิคุสะจะภาวนาเพียงใดก็ไม่อาจได้รับทายาทดังหวัง

แต่แล้ว หลังจากที่ทั้งสองหมดหวังที่จะมีทายาท พระราชินีจิคุสะก็ได้ให้กำเนิดพระโอรสน้อยตัวออกมา และได้มอบนามให้ว่า มุคุโร่

ด้วยความดีใจอย่างล้นเหลือ พระราชาเคนได้จัดงานเลี้ยงฉลองทั่วราชอาณาจักรอย่างใหญ่โต เชิญเหล่าเทพธิดาจากทั่วทุกสารทิศเพื่ออวยพรรับขวัญแด่พระโอรสเพียงพระองค์เดียว แต่พระราชาเคนนั้น กลับเชิญพ่อมดมาม่อนมาด้วยโดยมิได้คำนึงถึงข่าวลือเกี่ยวกับพ่อมดคนนี้เลยแท้แต่น้อย

“ข้าขอให้พระโอรสมีพระวรกายงดงามราวอิสตรี(?) เป็นที่รักใคร่ของผู้พบเห็น” นางฟ้าคนแรกกล่าวอวยพรก่อนจะแกว่งคทากายสิทธิ์ไปมา และประพรมละอองนางฟ้าลงบนร่างกายของมุคุโร่

“ข้อขอให้พระโอรสมีนัยน์ตาอันงดงามและมีพลังอำนาจในดวงตานั้นที่ไร้ผู้ต่อต้าน” นางฟ้าคนที่สองอวยพรแล้วพรมละอองนางฟ้าลงไป

นางฟ้าคนที่สามก้าวออกมาจากกลุ่มนางฟ้าบ้าง เธอตระเตรียมคำอวยพรในสมองมากมาย ทว่าไม่ทันจะได้อ้าปากกล่าวอวยพรใดๆ พ่อมดมาม่อนก็กลับก้าวมาขวางเธอไว้เสียก่อน พ่อมดผู้มีรูปร่างคล้ายทารกปีนขึ้นไปบนที่บรรทนของเจ้าชายมุคุโร่ก่อนเอ่ยถาม

“ค่าพรข้อหนึ่งจะได้เงินเท่าไหร่”

พระราชาและพระราชินีได้ฟังจึงอ้าปากค้าง ก่อนจะหันไปคำนวณงบดุลปีนี้ ซึ่งพบว่าเงินในท้องพระคลังได้ใช้ไปกับงานเฉลิมฉลองจนสิ้น จึงไม่เหลือที่จ่ายค่าพรอีก

“ไม่มี นายไม่ต้องอวยพรก็ได้นะ” จิคุสะกล่าวพลางขยับแว่นตา

“ยังไงก็ต้องจ่ายค่าที่ฉันเดินทางมาถึงนี่นะ” มาม่อนยังไม่ยอมแพ้ เขาอุตส่าห์เสียค่าเดินทางมาจากฝั่งสมุทรซึ่งไกลจากอาณาจักรนี้มาก เรื่งอะไรจะเสียค่าเดินทางฟรีๆกันเล่า

“ไม่มีก็ไม่มีสิเฟ้ย แกนี่ตื้อจริง!” เคนว่าแล้วชูนิ้วกลางใส่พ่อดมร่างทารกอย่างไม่เกรงกลัว

“งั้นก็ช่วยไม่ได้” มาม่อนว่า “ถ้าไม่จ่ายค่าเดินทาง ค่าพร ค่าจิปาถะ งั้นฉันจะแถมให้อีกอย่างฟรีๆเลยแล้วกัน” หลังกล่าวจบมาม่อนก็ยกมือทั้งคู่ไปเหนือร่างของมุคุโร่ที่ลืมตาขึ้นมองด้วยความสงสัย “เจ้าชายมุคุโร่จะเติบโตเป็นที่รักใคร่ของทุกคน มีชีวิตที่มีความสุขเหมือนทางเดินโปรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เมื่ออายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ เจ้าชายมุคุโร่จะสะดุดสัปปะรดหัวทิ่มตาย!” หลังจากสาปส่งเรียบร้อย มาม่อนก็หายตัวไปท่ามกลางกลุ่มควันทิ้งให้เคนและจิคุสะเดินวนไปวนมาแทบคลั่งเพราะคำสาปนั้น และทันใดนั้น ราวสวรรค์ส่งนรกสาป นางฟ้าคนที่สามก็ก้าวออกมาอีกครั้ง

“หม่อมฉันมีวิธีแก้คำสาปเพคะ”

“แก้คำสาป แก้ได้งั้นหรือ!” จิคุสะรีบถลาลงไปหานางฟ้าผู้ใจดีอย่างเร่งรีบ

“เพคะ แม้ไม่อาจล้างได้ แต่หม่อมฉันทำให้หนักเป็นเบาได้เพคะ” นางฟ้ากล่าวเพื่อให้พระราชินีสบายใจ ก่อนจะเดินไปยังที่บรรทมของเจ้าชาย “เมื่อเจ้าชายมุคุโร่มีพระชมมายุ 16 ชันษา เจ้าชายจะสะดุดสัปปะรดหัวทิ่ม แต่จะไม่ตาย เพียงแต่สลบไปเท่านั้น เมื่อเจ้าชายหลับไปเจ้าชายจะสามารถถอดจิตไปอาศัยร่างผู้อื่นได้และตามหาผู้ที่จะแก้ไขคำสาปด้วยจุมพิต แต่จนกว่าคำสาปจะคลาย อาณาจักรโกคุโยจะเข้าสู่กาลหลับใหล เวลาของอาณาจักรโกคุโยจะหยุดนิ่งเพื่อเฝ้ารอการตื่นของเจ้าชาย เมื่อใดที่มีผู้แก้คำสาปเดินทางมาถึงและล้างคำสาปให้หมดไป โกคุโยจึงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง” แล้วนางฟ้าก็โปรยละอองลงไปบนร่างของมุคุโร่

“ขอบคุณเธอมากเลยนะ” พระราชินีจิคุสะกล่าวพลางถอดแว่นออกเพื่อเช็ดน้ำตา

“ไม่เป็นไรเพคะ เพียงแต่เราควรป้องกันไว้ก่อนดีกว่า ฝ่าบาทควรงดการนำเข้าสัปปะรด รวมทั้งการปลูกสัปปะรดทั้งหมด อย่าให้มีสัปปะรดหลงเหลืออยู่ในอาณาจักร หากพ้น 16 ปีไปแล้ว เจ้าชายก็จะปลอดภัยไร้กังวลเพคะ” นางฟ้ากล่าวแนะนำด้วยความหวังดี

และนับจากวันนั้น พระราชาก็มีดำรัสสั่งออกไปยังที่ต่างๆของอาณาจักรให้เผาสัปปะรดที่มีอยู่ให้หมด ห้ามการปลูกหรือเลี้ยงสัปปะรดโดยเด็ดขาด และยังเจรจายกเลิกการนำเข้าสัปปะรดจากอาณาจักรเพื่อนบ้านอีกด้วย ดังนั้นหลังจากนั้นเด็กที่เกิดในโกคุโยแทบจะไม่มีใครรู้จักพืชที่ชื่อว่าสัปปะรดอีกเลย.....


------------------------->

[มาเกริ่นเรียกน้ำย่อยสั้นๆ~]


Last edited by Ziar on 18 Aug 2008, 20:49, edited 12 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 06 Aug 2008, 22:13 
User avatar
Joined: 06 Oct 2007, 01:08
Posts: 550
Location: โรงเรียนสตรีโกคุนามิวาริอะ
อ๊ะ~ เจ้าหญิงสัปป้านิทรา~ (ตอนแรกนึกว่าป๋าจะเป็นพ่อมดซะอีกน่ะนั่น อารมร์ว่าสาปเองงาบเอง 555555

รอตอนต่อค่า~

_________________
Image
69เกะสุดยอดดดดดดด

บลอคนังโค่เค่อะ
http://cocolu.exteen.com/


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 07 Aug 2008, 06:07 
User avatar
Joined: 02 Mar 2008, 09:02
Posts: 729
งานนี้เจ้าหญิงมุจะกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราซะแล้ว
งานนี้จะยกความดีให้มาม่อนที่ทำให้มุคุจะได้เจอคู่ในอนาคตดี
หรือจะจับมาทำมาม่อนรมควันดีน่อ
รออ่านตอนต่อค่า :D

_________________
http://orihimekaoru.exteen.com/
http://writer.dek-d.com/snowrain/


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 07 Aug 2008, 07:01 
User avatar
Joined: 25 Oct 2007, 22:13
Posts: 618
แอบคิดเหมือนโค่ นึกว่าไอ้คุณป๋าเบียจะสาปเองกินเองซะอีก กร๊ากกก ;P

_________________
*สำหรับผู้ที่จะรับทางไปรษณีย์รบกวนส่งชื่อ ที่อยู่ และอีเมล์มาที่
crazyunlimited-club[at]hotmail.com ด้วยนะคะ*

++++++++++++++++++++++++++++++
รีปริ้นท์รอบแรกและรอบสุดท้าย
Alone-Autumn
Alone-Winter
++++++++++++++++++++++++++++++
สามารถดูรายชื่อคนสั่งจองได้>>ที่นี่<<เลยนะคะ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 07 Aug 2008, 08:21 
User avatar
Joined: 18 Apr 2008, 14:15
Posts: 268
สะดุดสัปประรดหัวทิ่มตาย 555+ เห็นภาพเลย 555+

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 07 Aug 2008, 15:41 
User avatar
Joined: 13 Dec 2007, 17:23
Posts: 250
โถถถ ไม่ยุติธรรมกับสับปะรดเลยนะนี่ สับปะรดที่สะดุดสับปะรดตาย 5555

_________________
Image

แฟน 1869 ค่ะ คุฮุฮุฮุ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 07 Aug 2008, 19:17 
User avatar
Joined: 07 Jun 2008, 20:12
Posts: 867
Location: ทุกที่ที่มีคู้Yสวีทกันอยู่
สะดุดสับประรด

ตายอนาถมากเลยนะคะแต่ฮาดีอ่ะ

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 07 Aug 2008, 19:18 
User avatar
Joined: 03 Feb 2008, 20:36
Posts: 725
สะดุดสับปะรดหัวทิ่มตาย เป็นพรที่แบบว่า รั่วมากๆเลยนะมาม่อน


อยากดูต่อแล้วอะ ว่างานนี้เจ้าหญิง(?)นิทราของเราจะเป็นยังไงต่อไป ลุ้นๆ


รอต่อน้า


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 07 Aug 2008, 22:10 
User avatar
Joined: 01 Apr 2008, 20:43
Posts: 178
>แหม นางฟ้านี่คิดยังไงให้พรเจ้าชายหน้าสวยๆเนี่ย หรือว่าหล่ออยู่แล้วเลยต้องสวยไปเติมเต็มให้ครบบาท

>เด็กๆในโกคุโยจะไม่รู้จักสับปะรด? จะเป็นไปได้ยังไงละคะในเมื่อยังมีหัวชายมุให้ศึกษาทางกายภาพอยู่

สนุกดีค่ะ รอป๋าเบียปรากฏกาย


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 07 Aug 2008, 22:21 
User avatar
Joined: 21 Jul 2008, 12:59
Posts: 478
Location: ที่ๆมีวาย....
Title - Sleeping Mukuro
by - Ziar
Pairing - 10069
Rate - NC-17
Summary - ครั้งอดีต คำสาปนั้นคือประกาศิตลิขิตชีวิต ครั้งปัจจุบัน ด้วยประกาศิตนั้นจึงด่ำดิ่งสู่นิทรา ครั้งอนาคต ที่มิอาจล่วงรู้ได้ว่าจักเป็นเช่นไร หากจะมีเพียงจุมพิตที่เฝ้ารอ ถอนประกาศิตนี้และคืนชีวาแก่ผู้หลับใหลในอนธการ


---------------------------->

------------------------->

--------------------->

----------------->

------------>

------->

-->





และแล้ว เวลาก็ล่วงเลยมาถึง 16 ปี....

เจ้าชายมุคุโร่เติบโตขึ้นกลายเป็นชายหนุ่มรูปงามที่มีรูปร่างบอบบาง เรือนผมสีน้ำเงินยาวถูกดูแลอย่างดีจนนุ่มสลวย ผิวกายถูกขัดถูและบำรุงด้วยสารพัดน้ำมันชโลมผิวจนนุ่มนวล ฝ่ามือทั้งคู่บอบบางราวกับไม่เคยได้แตะต้องสิ่งใดให้ระคายเคือง สิ่งเดียวที่ดูเหมือนจะเป็นตำหนิของร่างกายนั้นเห็นจะเป็นนัยน์ตาคู่สวย ข้างหนึ่งเป็นสีน้ำเงินราวไพลินเนื้อดี ทว่าอีกข้างกลับแดงเลือดราวโลหิต กระนั้นคนส่วนมากก็เลือกจะมองข้ามมันไปเสีย

อย่างไรก็ดี ตลอดเวลาที่เติบโตมา เจ้าชายมุคุโร่ไม่เคยได้ย่างเท้าออกนอกกำแพงปราสาทเลยแม้แต่ก้าวเดียว และนั้นทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่วันนี้กลับเป็นวันที่เขารอคอย....

วันฉลองวันคล้ายวันประสูติครบ 16 ปี...

ทั้งพระราชาและพระราชินีต่างบอกกับมุคุโร่ว่า ขอเพียงพ้นคืนนี้ไป มุคุโร่ก็จะได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติเสียที ดังนั้นมุคุโร่จึงเฝ้ารอให้วันนี้ผ่านพ้นไปอย่างใจจดใจจ่อ

“พรุ่งนี้จะได้กินสัปปะรดที่ไม่ได้กินมานานเสียทีนะ” แต่ระหว่างทางที่มุคุโร่กำลังเดินเล่นเพื่อรองานเลี้ยงค่ำนั้น มุคุโกลับได้ยินคำสนทนาอันแปลกประหลาด

“สัปปะรดหรือ?” เจ้าชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปหานางกำนัลทั้งสองที่กล่าวถึงสิ่งแปลกประหลาดนี้ทันที

“ว๊าย! ฝ่าบาท!” นางกำนัลทั้งสองร้องอย่างตกใจก่อนจะผลุนผลันล่ำลากันแยกย้ายไปทำงาน

“อ้าวเดี๋ยวสิ! แล้วสัปปะรด.....” ไม่ทันที่มุคุโร่จะได้เรียกตัวไว้ถาม นางกำนัลทั้งสองก็หายตัวไปเสียแล้ว ซ้ำเมื่อมองไปรอบข้างก็พบสายตาแปลกๆจ้องมองมาทางตนคล้ายหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ซึ่งมุคุโร่ไม่ได้รู้เลยว่า คำว่า ‘สัปปะรด’ นั้น เป็นคำต้องห้ามในอาณาจักรนี้โดยเด็ดขาด หากใครกล่าวถึงต้องโทษประหารชีวิตทันที แต่ข้อห้ามนั้นจะหมดอายุเมื่อพ้นเที่ยงคืนวันนี้ บางคนที่ทนไม่ไหวจึงได้เอ่ยอ้างขึ้นมาด้วยความไม่ระวังตัว และได้จุดความสงสัยในตัวมุคุโร่ซึ่งไม่ได้โง่ขนาดมองพฤติกรรมของคนรอบข้างไม่ออก

สัปปะรดรึ....ของแบบนั้นมันคืออะไรกันนะ....

หรือว่าจะเป็นปีศาจน่ากลัว?

เอ....แต่นางกำนัลบอกว่ากินได้นี่นา....หรือจะเป็นสินค้าห้ามนำเข้า....

แต่สินค้าห้ามนำเข้าทำไมถึงต้องกลัวขนาดนั้นเล่า?

คิดอย่างไรมุคุโร่ก็คิดไม่ตก ได้แต่เดินวนไปวนมาจนปัญญาจะหาคำตอบ เพราะขนาดลงทุนไปหาถึงห้องสมุดของปราสาท บรรณารักษ์ก็ปฏิเสธว่าไม่มีหนังสือเกี่ยวกับของเช่นนั้นทันทีโดยไม่ทันจะได้เริ่มหา และเมื่อเขาไปเดินหาเองก็พบว่าแผ่นป้ายที่จัดตามหมวดหนังสือที่เกี่ยวกับสัปปะรดนั้นได้หายไปจากจุดที่ควรมี ซ้ำป้ายที่ติดไว้ที่ตู้หนังสือยังถูกทำลายจนมองไม่ออกว่ามันเคยเขียนว่าอะไร

เจ้าชายน้อยผู้จะครบ 16 ชันษาในเที่ยงคืนวันนี้ได้แต่เก็บงำความสงสัยไว้ และคิดว่าเรื่องนี้คงจะต้องนำไปปรึกษาพระราชาและพระราชินี แต่ว่าตอนนี้ทั้งเคนและจิคุสะกำลังตื่นเต้นกับวันสุดท้ายของคำสาปอันน่าสะพรึงกลัวจนเอาแต่วิ่งเต้นเรื่องงานวันเกิด ไม่ได้อยู่ติดปราสาทมานับสัปดาห์ มุคุโร่เหลือเพียงทางเดียวคือต้องรอจนกว่ายามราตรีจะมาเยือน

ทว่า....เมื่อเวลากลางคืนมาถึงจริงๆ มุคุโร่กลับไม่มีเวลาจะไปพบกับพระราชาและพระราชินีดังใจนึก เนื่องจากถูกลากตัวมาแต่งหน้าแต่งตัวเพื่องานเลี้ยง

เขาถูกนางกำนัลจับแต่งชุดนั้นลองชุดนี้จนแทบจะลองหมดทั้งห้อง กว่าจะได้ชุดที่ถูกใจสาวๆทั้งหลายเวลาก็ล่วงเลยไปใกล้จะเที่ยงคืน ทั้งนี้ มุคุโร่ไม่ได้รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเป็นแผนของเคนที่จะให้มุคุโร่อยู่ในสายตาคนจำนวนมากจนกว่าแน่ใจว่าพ้นเวลาของคำสาปแล้วจริงๆ ทว่า เคนกลับไม่ได้คำนวณถึงนิสัยขี้รำคาญของมุคุโร่ที่เมื่อถูกรุมล้อมมากเข้าก็กลับชิงหนีออกมาก่อนที่ใครจะทันไหวตัวทันเพราะมัวแต่ไปสนใจเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่จะจับมาให้ลองสวมใส่ลำดับต่อไป

มุคุโร่เดินเลียบๆออกมาทางหอคอยซึ่งไม่ค่อยมีคนผ่านมากนัก กะว่าจะใช้เส้นทางนี้เดินลัดไปยังโถงจัดงาน ทว่าทันใดนั้นเอง สายตามุคุโร่ก็เหลือบไปเห็นของสิ่งหนึ่งกลิ้งออกมาจากหน้าข้างทาง เขาจึงเดินเข้าไปดูด้วยความสงสัยและพบว่าเป็นวัตถุรูปร่างประหลาด ด้านบนของมันเป็นใบสีเขียวชี้ไปคนละทาง ส่วนลำตัวเป็นทรงรีป้อมๆสีเหลืองซ้ำยังเป็นตะปุ่มตะป่ำทั้งตัว มุคุโร่ไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อนจึงพลิกไปมาเพื่อสังเกตให้ชัดๆว่าเป็นอะไรกันแน่

“นั่นจะขโมยสัปปะรดของฉันงั้นเรอะ!” เสียงเล็กๆเสียงหนึ่งตะโกนขึ้น ก่อนจะตามออกมาด้วยร่างเล็กป้อมของสิ่งมีชีวิตที่ขนาดพอๆกับผลสัปปะรด....

ผลสัปปะรด!?

มุคุโร่มองของในมือตัวเองในทันที

นี่เป็น....ของกินงั้นหรือ?

“เฮ้! เอาสัปปะรดของฉันคืนมานะ” เจ้าของผลไม้แปลกตาตะโกนบอกก่อนจะชูแขนสั้นๆขึ้นฟ้าด้วยความไม่พอใจ

“ไม่เห็นต้องโกรธเลยนี่ครับ” มุคุโร่ว่าก่อนจะยื่นสัปปะรดคืน “ผมเพียงแต่สงสัยเท่านั้นว่ามันคืออะไร ผมไม่เคยเห็นเจ้าสิ่งนี้เลยซักครั้ง”

“ไม่เคยเห็น? นายนี่ท่าทางจะยากจนนะ ถึงไม่เคยเห็นสัปปะรด”

“คึหึหึ....ยากจนหรือครับ ไม่หรอก ผมมีทุกอย่างที่อยากได้ เว้นสิ่งเดียวเท่านั้นเอง” เจ้าชายหนุ่มว่าแล้วยื่นมือไปสัมผัสกับอุ้งมือเล็กๆที่โอบอุ้มสัปปะรดไว้แน่น “ผมชื่อมุคุโร่ คุณล่ะครับ คุณเจ้าของสัปปะรด”

“มาม่อน” บุคคลรูปร่างคล้ายเด็กทารกตอบ “ว่าแต่นายบอกว่ามีทุกอย่างที่อยากได้ยกเว้นสิ่งเดียว นายคงไม่ได้หมายถึงสัปปะรดหรอกนะ?” มาม่อนเอ่ยถาม ทันใดนั้นมุคุโร่ก็แค่นหัวเราะออกมาอีกครั้งก่อนจะส่ายศีรษะปฏิเสธ

“อิสรภาพต่างหากล่ะ”

“เฮอะ! นายนี่ขาดแต่ของแปลกๆ ของแบบนั้นก็หาง่ายพอๆกับสัปปะรดนี่แหละ เงินทองยังหายากกว่าอีก” มาม่อนว่าก่อนจะกล่าวเหมือนตัดสินใจบางอย่าง “เอาล่ะ ไหนๆก็ไหนๆ ฉันจะให้นายได้เห็นไร่สัปปะรดของฉันฟรีๆก็แล้วกัน แต่นายต้องเก็บเป็นความลับสุดยอดนะ เพราะในอาณาจักรโกคุโยนี่น่ะ มีกฎหมายห้ามปลูกสัปปะรดด้วย ขืนนายแพร่งพรายฉันได้หัวขาดแหง”

“หือ? ผมดูได้หรือครับ!?” ประกายตาของมุคุโร่ดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที “คึหึหึ ผมจะเก็บไว้ให้เงียบเลยล่ะครับ ไม่ต้องห่วง”

เมื่อทั้งสองเจรจากันดิบดี มาม่อนจึงพามุคุโร่หลบเร้นมายังมุมหนึ่งของปราสาทซึ่งเป็นหอคอยร้างขาดการดูแลมานาน พวกเขาพากันเข้าไปด้านในซึ่งพื้นหินถูกกัดเซาะเต็มไปด้วยวัชพืช เมื่อผ่านเข้าไปแล้วด้านหลังของหอคอยนั้นกลับเป็นพื้นที่กว้างซึ่งมีสัปปะรดปลูกไว้เต็มพื้นที่ยังความประหลาดใจมาให้แก่มุคุโร่เป็นอันมาก

“ยังขาดอิสรภาพอยู่สินะ”

“ครับ?” คำที่มาม่อนเปรยขึ้นมาทำให้เจ้าชายหนุ่มนึกสงสัย

“ฉันจะให้มันเป็นของขวัญวันเกิดนายเอาไหม?”

“คึหึหึหึ อย่าพูดเล่นสิครับ ของแบบนั้นมันใส่กล่องของขวัญให้กันได้ที่ไหนกัน” แม้ว่ามุคุโร่จะหัวเราะกับคำกล่าว แต่มาม่อนกลับมองตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “คุณพูด.....จริงหรือครับ?”

“หน้าฉันเหมือนกำลังพูดเล่นหรือไง” มาม่อนตอบกลับเสียงเข้มก่อนจะชี้นิ้วไปยังสุดสวน “ตรงนั้นมีสัปปะรดผลใหญ่ที่สุดอยู่ ถ้านายสามารถแตะถึงมันได้นายจะได้อิสรภาพเป็นค่าตอบแทน”

“แค่นั้น?” เงื่อนไขนั้นช่างง่ายดายจนมุคุโร่อดแปลกใจไม่ได้

“แค่นั้นแหละ จะทำหรือไม่ทำ ฉันยังต้องไปเก็บค่าเช่าที่อีกนะ”

เมื่อมองจากท่าทีของมาม่อนแล้วไม่มีทีท่าล้อเล่นเลย มุคุโร่ตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่งจึงยอมที่จะลองเสี่ยงซักครั้ง ได้ก็กำไร ไม่ได้ก็เท่าทุน ไม่มีอะไรเสียหายแม้แต่น้อย เจ้าชายหนุ่มเจ้าของเรือนมสีน้ำเงินเข้มจึงผุดลุกขึ้นและก้าวเดินไปบนไร่สัปปะรดกว้างนั้น

ทีละก้าว....ทีละก้าว....บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยไม้รกเลื้อยมากขึ้น ขาที่ไม่เคยโดนอะไรแตะต้องกลับถูกขีดข่วยเสียเป็นแผลจางๆหลายแห่ง ยิ่งเข้าใกล้สัปปะรดที่หมายตา เส้นทางก็ยากลำบากมากขึ้น ทั้งสัปปะรดที่ขึ้นถี่จนแทบไม่เหลือที่วางเท้า ยังมีวัชพืชที่ทั้งแข็งและคมโผล่ขึ้นมาเป็นรายทาง

ในที่สุดอีกเพียงก้าวเดียวมุคุโร่ก็จะเอื้อมถึงสัปปะรดผลนั้น ทว่า....

เท้าข้างหนึ่งของมุคุโร่เผลอเหยียบลงไปบนกอสัปปะรดที่พ้นดินขึ้นมา ส่งผลให้ร่างทั้งร่างซวนเซล้มลงไป แต่ข้างหน้านั้นกลับมีหินก้อนใหญ่ตั้งอยู่ ศีรษะของมุคุโร่ฟาดเข้ากับหินก้อนนั้นอย่างจัง และสติของชายหนุ่มก็ลางเลือนไป.....พร้อมกับเสียงระฆังที่ตีเวลาเที่ยงคืนพอดี....


------------------------->


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 08 Aug 2008, 02:55 
User avatar
Joined: 13 Dec 2007, 17:23
Posts: 250
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกนังมาม่อนมันร้ายยยล่อลวงจนหัวฟาดจนได้สิน่า

_________________
Image

แฟน 1869 ค่ะ คุฮุฮุฮุ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 08 Aug 2008, 13:22 
User avatar
Joined: 07 Jun 2008, 20:12
Posts: 867
Location: ทุกที่ที่มีคู้Yสวีทกันอยู่
โอ้~~~

มาม่อนร้ายจริงๆแฮะ

รออ่านตอนที่ป๋าเบียมาฮุฮุ

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 08 Aug 2008, 14:43 
Joined: 01 Dec 2007, 09:49
Posts: 44
หัวทิ่มสับปะรด ก๊ากกกกกกกก

รอป๋าเบียออก ต่อไวๆนะค้าบบบบบ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 08 Aug 2008, 17:14 
User avatar
Joined: 23 May 2008, 23:39
Posts: 223
Location: โรงพยาบาล นามิโมริ
เอวัง.........สะดุดสัปปะรดตาย....=[]=lllll


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 08 Aug 2008, 18:05 
User avatar
Joined: 03 Feb 2008, 20:36
Posts: 725
โอววว

ตายเพราะแตะสับปะรดหัวทิ่มพื้นจริงด้วย

อนาจจิงๆ นึกภาพออกเลย เฮ้ออออ


มุจ๋า ยังไงก็

รอเจ้าชายเบียก็แล้วกันนะ


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 97 posts ]  Go to page 1, 2, 3, 4, 5 ... 7  Next


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: