Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 118 posts ]  Go to page 1, 2, 3, 4, 5 ... 8  Next
Author Message
 Post subject: [XS] Rain [ตอนพิเศษ(เซอร์ไพรซ์ที่สาม) up!!! ]
PostPosted: 08 Feb 2008, 00:30 
Joined: 24 Dec 2007, 23:02
Posts: 95
Katekyo Hitman Reborn!

Title : Rain
Paring : XS
Rate : PG
Author : aki

Note : อยากลองเขียนมุมน่ารักๆของ Xanxus บ้าง (พอดีเห็นพี่แกโหด & SM มาหลายเรื่องแล้วน่ะ) บอกไว้ก่อนว่ายังไม่มีตอนจบแน่นอน...และอาจเขียนไปเรื่อยๆ...ตามแต่อารมณ์ เพราะงั้นจะจบยังไงหรือตอนไหนไม่สามารถบอกท่านได้...ตราบเท่าที่คนเขียนยังมีแรงจิ้น (และมีเวลาเงยหัวขึ้นจากวิจัยนรก!) ก็จะมีฟิคเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ...และเรื่อยๆ....

อย่างไรก็แล้วแต่...ติชมได้ตามสะดวกขอรับ...



*********************************************




[1.] Let’s it rain…




ฉันเกลียดฝน...

ข้างนอกหน้าต่างนั่นฉายภาพซ้ำซากมาตั้งแต่เมื่อเย็นวาน...
หยาดฝนเม็ดโตร่วงหล่นมาจากท้องฟ้าเบื้องบนอย่างเอาเป็นเอาตาย
พร้อมทั้งยังส่งเสียงซ่าๆทั้งวันอย่างน่ารำคาญ

ฉันเก็บปืนลงกล่องอย่างระมัดระวังหลังจากหยิบมันขึ้นมาตรวจสภาพ
หลังจากจัดการกับงานเอกสารกองโตเสร็จเรียบร้อยก่อนจะเบนสายตาออกไปยังเบื้องนอก...

ท้องฟ้าแสนมืดมิด...กับสายฝนที่ยังพากันร่วงหล่นลงมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย...

เสียงซ่าๆของมันยังคงดังให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง...

ฉันลุกขึ้นยืนพลางเอามือล้วงลงกระเป๋ากางเกง...
ขณะที่ในใจนึกอยากหาเหล้าดีๆเข้าปากสักแก้ว สายตาที่เหม่อจ้องไปเบื้องนอกก็ทันเห็นหัวเงินๆของสคอลโลผ่านเข้าประตูคฤหาสน์เข้ามาพอดี...

ไอ้สวะงี่เง่านั่นเดินตากฝนกลับเข้ามาด้วยท่าทางเนือยๆไม่สมกับมัน ท่าทีเช่นนั้นทำให้ฉันเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆด้วยความไม่คุ้นตา...
ก่อนจะทันได้รู้สึกตัว ฉันก็ก้าวท้าวยาวๆออกมาตรงทางเดินยาวที่ทอดสู่ห้องโถงกลางเสียแล้ว เสียงของลุซซูเรียที่เรียกให้คนที่เพิ่งเสร็จจากภารกิจเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เรียบร้อยดังแว่วมาให้ได้ยิน แต่น่าแปลกที่ไม่ยักจะได้ยินเสียงโต้ตอบที่เกือบจะเรียกได้ว่าโวยวายของเจ้าสวะนั่นแม้แต่น้อย...
ไม่ถึงอึดใจสคอลโลก็โผล่หน้าเข้ามาพอดี ดูเหมือนมันจะชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยทักเมื่อเห็นหน้า...

“อ้าว, บอส”

ประโยคทักทายแสนสั้นผิดวิสัย...
มือของเจ้านั่นสั่นน้อยๆขณะที่ดึงผ้าขนหนูผืนเล็กที่พอจะเดาได้ว่าเจ้าตัวคงได้รับมาจากลุซซุเรียเมื่อครู่ลงจากศีรษะ และถึงแม้ว่าสายฝนหนาหนักข้างนอกจะชะล้างรอยเลือดตามตัวของเจ้าสวะนี่ออกไปหมดแล้ว...
แต่ก็ยังคงพอได้กลิ่นคาวที่ไม่มีวันลบออกจากตัวของมัน...

กลิ่นคาวเลือด...

ฉันดึงผ้าขนหนูจากมือเรียวนั่นด้วยอาการที่เกือบเรียกได้ว่าเป็นกระชาก (ช่วยไม่ได้...มันเป็นความเคยชิน) ก่อนจะวางแหมะกลับไปที่หัวเงินๆนั่นอีกครั้งพร้อมทั้งขยี้แรงๆสองสามที...

“เฮ้ย! จะทำอะไรวะ!”

เสียงโวยวายพร้อมอาการปัดป้องเล็กน้อย (แน่ล่ะ, เจ้าสวะนี่มันไม่กล้าหือกับฉันแน่!) ทำให้ฉันละมือจากกิจกรรมที่ทำอยู่ ใบหน้าใต้เรือนผมสีเงินแสดงออกชัดว่าไม่ค่อยพอใจขณะที่ดึงผ้าขนหนูกลับมาไว้ในมือ

“เช็ดให้เสร็จ แล้วตามมา”

ฉันสั่งสั้นๆก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องทำงาน...
เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นเบื้องหลังพร้อมกับเสียงบ่นงึมงำทำให้ฉันอดลอบยิ้มนิดๆไม่ได้
เมื่อเข้าถึงห้องทำงาน ฉันก็เดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์มุมห้องก่อนจะเลือกหยิบบรั่นดีออกมาจากชั้นวาง...
เมื่อหมุนตัวกลับมาก็เห็นเจ้าสวะนั่นยืนเช็ดผมตัวเองเงียบๆอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงาน...

“มีอะไรเรอะ?”

“ดื่มซะ”

“หา?”

ฉันวางแก้วบรั่นดีลงตรงหน้ามันที่ตอนนี้ทำตาเหลือกขึ้นเล็กน้อย ฉันสบตามันที่จ้องกลับมาคล้ายจะถามว่าล้อเล่นรึเปล่า...
หลังจากเล่นสงครามเงียบกันครู่หนึ่ง เจ้าสวะงี่เง่าก็เอ่ยขึ้นแบบไม่แน่ใจนัก...

“จริงน่ะ?”

“จะขัดคำสั่งฉันเรอะ ไอ้สวะ!”

“แต่...” สคอลโลขมุบขมิบปากพึมพำอะไรเบาๆ

“หรือว่า...” ฉันหรี่ตามองมัน “แกดื่มไม่เป็น?”

คงจะเป็นอย่างที่เดา...ตอนนี้มันเลยทำหน้าเหมือนปลาสำลักน้ำ (ฉลามสำลักน้ำ อืม....//aki) มือเรียวเสยกขึ้นเช็ดผมอีกรอบ

“แต่...” ฉันเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ “นี่เป็นคำสั่ง”

“รู้แล้วน่า! ก็แค่ดื่มใช่มั้ยเล่า!!!” มันพูดจบก็คว้าแก้วบรั่นดีตรงหน้าเข้าปากรวดเดียวหมด “จะกี่แก้วก็เอามาเลยมา!” ไม่พูดเปล่ายังวางแก้วเปล่ากลับลงบนโต๊ะดังปัง!

ฉันเหลือบมองแก้วเปล่าก่อนจะรินบรั่นดีลงแก้วไปอีกรอบพลางลอบมองดวงตาของอีกฝ่ายที่มองกลับมาอย่างไม่ค่อยอยากเชื่อนัก...
เหอะ, คิดว่าไอ้การโวยวายประชดแบบเมื่อกี้จะทำให้ฉันเลิกแกล้งแกได้รึไง ไอ้สวะ!?

“ดื่มซะ”

ฉันสั่งเรียบๆ...หากคราวนี้ไม่มีคำประท้วงโวยวาย คนผมเงินคว้าแก้วขึ้นยกดื่มแทบจะทันที...และก็วางแก้วลงดังปัง!

ฉันรินบรั่นดีลงไปใหม่อย่างใจเย็น...

เจ้าสวะยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว...

ฉันรินบรั่นดีเติมลงไปยังแก้วเปล่านั่น...

..............................
.................
.......

ภาพซ้ำซากเล่นวนเวียนอยู่ประมาณห้าหรือหกครั้ง...
และหากสังเกตดีๆก็พอจะเห็นได้ว่าคนตรงหน้าเริ่มยืนเอียงๆเสียแล้ว...
ใบหน้าที่ขาวซีดก่อนหน้า มาบัดนี้มันเริ่มซับสีเลือดขึ้นเรื่อๆ ริมฝีปากบางเริ่มเผยอน้อยๆอย่างไม่ตั้งใจเพื่อระบายความร้อนที่รู้สึกอวลในร่างกาย...
แต่อาจด้วยทิฐิที่มีอยู่เต็มเปี่ยมถึงทำให้อีกฝ่ายยังพยายามที่จะยืนอยู่ที่เดิมให้ได้

“เก่งนี่...”

ฉันเอ่ยชมก่อนจะวางขวดบรั่นดีกลับลงบนโต๊ะ...มันลอบใช้มือยันโต๊ะไว้เล็กน้อยเพื่อให้ยืนได้มั่นคงขึ้น แต่คนคออ่อนแบบนั้น ป่านนี้คงมองภาพรอบตัวเป็นภาพซ้อนไปเรียบร้อยแล้วแน่...

“มะ....ไม่มี อึก!...อะไรแล้วใช่มั้ย?”

ดูสิ, ขนาดจะพูดให้เป็นปกติยังยากเลย...ฉันนึกขำเล็กๆแต่ก็พยักหน้าตอบรับอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉย...
ดวงตาสีเงินพยามยามเพ่งจ้องตรงมาก่อนจะโบกไม้โบกมือไปมาในอากาศ...

“งั้น...ฉันกลับไปนอน...ล่ะนะ บอส...”

คำพูดขาดๆหายๆกับอาการเซที่เห็นทำให้ฉันนึกสังเวชในใจ...คออ่อนแบบนี้แล้วยังจะอวดเก่งอีก...
ยังไม่ทันที่จะคิดจบด้วยซ้ำ เจ้าสวะงี่เง่านั่นก็สะดุดขาตัวเองลงไปนั่งกับพื้นเรียบร้อย...

“เอ๋?”

ยังมีหน้ามา “เอ๋?” อีกเรอะ!?...

ฉันมองหน้าเจ้าคนเมาที่ลงไปนั่งแปะกับพื้นด้วยอาการงงๆอย่างปลงๆ...
อย่าว่าแต่จะกลับไปนอนเลย แค่จะลุกแกยังไม่มีปัญญาเลยว่ะ...

ฉันฉุดแขนอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น...ซึ่งปฏิกิริยาตอบรับที่ได้ นอกจากกล้ามเนื้อขาของอีกฝ่ายจะไม่ตอบสนองอย่างที่ต้องการ
เปลือกตาบางนั่นก็เริมจะปิดมิปิดแหล่ลงทุกที...

“เฮ้ๆ...”

ฉันพึมพำเมื่อหัวเงินๆนั่นซบแหมะลงมาซะอย่างนั้น...แต่เจ้าคนอ่อนหลับไปเรียบร้อยโรงเรียนฉลามเสียแล้ว...

ช่วยไม่ได้...

ฉันคิดแค่นั้นก่อนจะรั้งร่างมันขึ้นอุ้มไปโยนโครมไว้บนโซฟาอีกด้านของห้อง (อันนี้ก็เป็นความเคยชินอีกประการ...) แต่เจ้าสวะก็ยังไม่มีทีท่าจะตื่นแม้แต่น้อย...
จนฉันอดสงสัยไมได้ว่าจริงๆแล้วมีใครแอบวางยาไว้ในบรั่นดีขวดนี้รึเปล่า เจ้าสวะนี่ถึงได้หลับได้หลับดีขนาดนี้...

จริงๆแล้วตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งจะแกล้งอะไรเจ้าสวะงี่เง่านี่หรอก...แค่ดูเหมือนมันจะซึมๆไปจนขัดลูกตา กับอาการที่ดูเหมือนว่ามันกำลังหนาว ทำให้ตั้งจะให้มันกินเหล้าเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายสักแก้ว...
แต่สายตาอวดดีเล็กๆนั่นก็พาให้อดไม่ได้ที่จะรินบรั่นดีลงไปแก้วแล้วแก้วเล่า...

ฉันถอนหายใจเบาๆก่อนจะคว้าผ้าขนหนูที่ตกพื้นอยู่กลับขึ้นมาวางพาดไว้บนพนักพิงโซฟา
ก่อนจะเปลี่ยนใจเดินอ้อมมาหยุดยืนอยู่บนฝั่งศีรษะของสคอลโลแทน

เห็นแก่ว่ามันเมาหรอกนะ...

ฉันนั่งลงก่อนจะเริ่มลงมือเช็ดเรือนผมนุ่มของอีกฝ่ายที่ยังคงชื้นอยู่เล็กน้อย...

ข้างนอกนั่น...สายฝนก็ยังคงส่งเสียงซ่าๆน่ารำคาญอยู่ดีนั่นล่ะ

แต่ว่า...ฉันคิดขณะที่มือก็ยังคงเช็ดหัวเงินๆนั่นต่อ...

...เวลาฝนตก...มันก็มีเรื่องดีอยู่เหมือนกัน


Tbc.


Last edited by aki on 15 Mar 2008, 20:19, edited 12 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 08 Feb 2008, 01:03 
User avatar
Joined: 07 Dec 2007, 19:35
Posts: 819
Location: ห้องสารภาพบาป
ป๋า ป๋า ป๋าน่ารักโฮกกกกกกก>[]<!! ~กรี๊ด เอาไปเต็มร้อย!!

ไม่ค่อยเจอคู่นี้หวานๆจริงๆแหละ .. - -...(ส่วนใหญ่จะหวานกันหลังตบจูบไปแล้ว เหอๆๆ) เห็นป๋าแทนตัวเองว่าฉันแล้วยังไม่ค่อยคุ้นตาเท่าไหร่ แต่นิสัยนี่ โอ๊ย ป๋าน่ารักเป็นบ้า>///< (เรียกหาแต่ป๋า กร๊าก)

น้องหลามเมาก็ ... รายนี้น่ารักเซ็กซี่เสมอต้นเสมอปลาย (ผมยาวๆต้องเช็ดให้แห้ง เดี๋ยวเป็นหวัด..)


ช่วงนี้ฝนตกก็จริง.. แต่ถ้าได้อ่านฟิคแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน ^ ^' (อ้าว เนียนไม่ทำงานนี่หว่า//จิตใต้สำนึก)

ถ้าจะว่าไม่ชินก็คงเป็นแค่ป๋าแทนตัวล่ะค่ะ (ฮะๆ.. ไม่ค่อยเห็นแซนซัสแทนตัวเองเท่าไหร่) เปรียบเทียบกับฝนแบบนี้ทำให้รู้สึกเย็นๆ(?)ขึ้นมาทันทีเลย รู้สึกช่วงชนแก้ว(น้องหลามดื่มคนเดียว?) จะแอบเห็นนิสัยชอบแกล้งของใครบางคนแฮะ-///-

จะยุให้จับกดไปเลย มันก็.. อ่ะนะ.. ฟิคหวานๆอุ่นๆเย็นๆ(??)ทั้งที แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

สรุป

XSสุดยอด~

_________________
Denunci ต่อไปนี้จะลงที่นี่นะคะ >>Blog

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ ^ ^
ใครสนใจเล่มหนึ่งให้ไปที่นี่นะคะ > Shop


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 08 Feb 2008, 01:31 
User avatar
Joined: 12 Jan 2008, 13:34
Posts: 889
Location: มุมหนึ่งในห้องน้ำของแซนซัส
มอมเหล้าแล้วจับกดเลยจ้า ป๋าแซน ^o^ แทนที่จะโยนลงบนโซฟา โยนลงบนเตียงแทนดีกว่า ได้ใจกว่าเยอะ 55+

ฉันคิดขณะที่มือก็ยังคงเช็ดหัวเงินๆนั่นต่อ.

ง่า..แบบว่า เหมือนป๋ากำลังนั่งขัดเครื่องเงินอยู่เลยอะ >o<"


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 08 Feb 2008, 01:34 
User avatar
Joined: 22 Sep 2007, 21:12
Posts: 340
ม้วนกระดาษ ตบโต๊ะคอม ป๊าบ ป๊าบ
มดขึ้นคอมเจ้าค่าเอ๊ย
หวาน หวานมากกกกกกกกกกกกกก ช๊อบชอบอ่ะ
ดีนะเอาเหล้าแรงๆให้น้องหลามดื่มจนหลับ ถ้าไม่หลับ เดี๋ยวเจอน้องหลามยั่วแล้วมันจะ...
(คิดอะไรฟะเนี่ย O o)

_________________
มันต้องสควอโล่สิเหวย
Image
http://maikobd.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 10 Feb 2008, 19:52 
Joined: 08 Oct 2007, 19:21
Posts: 235
Location: ใต้เตียงฮิบา
หลามน่ารักๆๆๆ ป๋าแซนก็โฮก มีมุมน่ารักด้วย ><

XS สุดยอดดดดด


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 10 Feb 2008, 21:15 
User avatar
Joined: 06 Oct 2007, 23:57
Posts: 519
กรี้ดดดดดดดดด
บอส น่าร้ากกกกกกกกกกกกก
มาต่อไวๆ เด้อ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 13 Feb 2008, 18:09 
Joined: 24 Dec 2007, 23:02
Posts: 95
Katekyo Hitman Reborn!

Title : Rain
Paring : XS
Rate : PG
Author : aki

**********************************************************************

[2.] The rain leaves a scar…



วันนี้สายฝนก็ยังคงส่งเสียงซ่าๆอย่างต่อเนื่อง...

น่าหงุดหงิด...

ฉันคิดขณะที่ลดหนังสือพิมพ์ลงเมื่ออดทนฟังเสียงโหวกเหวกด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง
อย่างอาหารกลางวันของวันนี้จะกินอะไรกันดีของเหล่าวาเรียมาพักใหญ่...แต่ครั้นจะตะโกนสั่งให้พวกมันหุบปาก ก็รู้สึกประหลาดเหมือนยังไม่ถึงขีดจำกัด...เหมือนยังขาดอะไรบางอย่าง...

แล้วคำตอบก็ปรากฏเมื่อสายตาไปปะทะเข้ากับเจ้าของเรือนผมสีเงินที่นั่งเงียบอยู่ริมหน้าต่าง...

มันคงมีเรื่องให้คิด...

แต่ให้ตายเหอะ! ท่าทางแบบนี้มันไม่เข้ากับไอ้สวะนี่เลยสักนิด...

“บอส~~”

ฉันตวัดสายตากลับมาที่ไอ้เจ้าชายที่มานั่งแปะอยู่ที่พื้นใกล้ๆ มันฉีกยิ้มกว้างชวนน่าหมั่นไส้ก่อนจะเอ่ยถามเสียงใส

“กลางวันนี้กินซูชิกันมั้ย?”

“ตามใจแกสิ” ฉันตอบเรียบๆ

“ไม่ได้นะบอส...” เสียงของลุสซูเรียกระแทกเข้าโสตประสาทอย่างจัง “เบลมันจะให้ฉันทำซูชิได้ยังไง...วัตถุดิบก็ไม่มีสักอย่าง”

“ก็เจ้าชายอยากกินนี่นา”

“ซูชิอะไร เปลืองเปล่าๆ...” มามอนเอ่ยขึ้นมาบ้าง “เอาของเหลือจากเมื่อวานก็ได้นี่”

“แต่ฉันอยากกินพาสต้านะ...” เลวีแทรกขึ้นมากลางวง

“ไม่เอาอ่ะ...เจ้าชายอยากกินซูชิ~~”

.................................
...................
..........

“หนวกหู!!!”

เส้นประสาทที่ตึงเครียดเข้าระเบิดออกมาในรูปแบบของเสียงคำราม...
ทำเอาเจ้าพวกนกกระจอกเงียบกริบไปแทบจะทันที...แล้วก็มีเสียงกล้าๆกลัวๆดังมาจากลุสซูเรียว่า...

“เอ่อ, แล้วบอสจะกินอะไรดีล่ะจ๊ะ?”

ฉันตวัดสายตากลับไปที่เจ้าคนถาม...ทันที่จะเห็นมันสะดุ้งสุดตัว...

“ไม่กิน!”

ฉันโยนหนังสือพิมพ์ในมือกลับลงไปบนโต๊ะก่อนจะเอ่ยเรียกไอ้คนที่ยังคงนั่งไม่รู้ร้อนรู้หนาวข้างหน้าต่าง
ให้หันกลับมาหา

“สคอลโล! ตามมา!”






“นี่เราจะไปไหนกันน่ะบอส?”

สคอลโลเอ่ยขึ้นหลังจากก้าวขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว...สภาพมันตอนนี้ดูแปลกตาไปเล็กน้อย เมื่อฉันสั่งให้มันเปลี่ยนจากชุดเครื่องแบบวาเรียให้เป็นชุดไปรเวท...เสื้อยืดแขนยาวสีเทาเข้ม สวมทับด้วยแจ๊คเก็ดสีน้ำตาลไหม้
กับกางเกงยีนส์สีดำและรองเท้าบูททำให้บรรยากาศรอบตัวมันพลอยเปลี่ยนแปลงไปด้วย

“กินข้าว...” ฉันตอบเรียบๆก่อนจะเริ่มออกรถ

“หา?”

“อย่าพูดมาก...หนวกหู”

มันขยับริมฝีปากคล้ายจะเถียง แต่ก็คงเปลี่ยนใจเลยทิ้งตัวพิงพนักตามเดิม...

“อยากกินอะไร?” ฉันถามหลังจากที่เราออกมาพ้นเขตปราสาทวาเรียสักพัก

“...................”

“ฉันถาม ไม่ได้ยินรึไง ไอ้สวะ!”

“ก็เมื่อกี้บอสสั่งว่าไม่ให้พูด” มันตอบพลางยกยิ้มมุมปาก... “โอ๊ย!!! ทำบ้าอะไรวะ บอส!”

มันร้องลั่นเมื่อฉันกระทืบเท้าเหยียบเบรกตอนที่มันไม่ทันตั้งตัว...

“อย่าคิดว่าฉันขับรถอยู่แล้วจะจัดการกับปากแกไม่ได้นะ ไอ้สวะ!”

“ชิ...” มันพ่นลมจากริมฝีปากเหมือนขัดใจ แต่ก็รีบกุลีกุจอรัดเข็มขัดนิรภัยแทบจะทันทีเมื่อฉันออกรถอีกครั้ง

“ตอบได้รึยังว่าอยากกินอะไร?”

“อะไรก็ได้...” มันตอบ...แต่คราวนี้ไร้แววยียวนอย่างเคย

“แกไม่เข้าใจคำถามรึไง? ฉันถามว่า “แก” อยากกินอะไร?”

“ก็ไม่รู้จะกินอะไรนี่หว่า...”

“...........................”

“............เอางี้, บอสขับไปเจอที่ไหนน่ากินก็เอาตรงนั้นแหละ”

ฉันขับรถฝ่าสายฝนและการจราจรที่ติดขัดในตัวเมืองอยู่สักพักก็จอดแอบรถไว้ข้างทาง
เมื่อมองเห็นร้านอาหารท่าทางสบายๆอยู่ร้านหนึ่งหลังจากที่ผ่านร้านตั้งมากมายแต่ดันเต็มหมดทุกร้าน เจ้าฉลามชะเง้อคอมองก่อนจะกางร่มเดินตามลงมาจากรถ...
ฉันสะบัดน้ำออกจากร่มเล็กน้อยก่อนจะก้าวเข้าไปในร้าน...

ร้านเงียบเชียบ แต่ก็ไม่ไร้ลูกค้าซะทีเดียว...
เพลงบรรเลงแว่วหวานดังเบาๆพอให้ได้ยินจากลำโพงที่ซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆรอบร้าน ฉันยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นว่าสคอลโลดูเหมือนจะชอบที่นี่เช่นกัน...
“นึกยังไงบอสถึงพาฉันมาเลี้ยงข้าวได้ล่ะเนี่ย?”

มันเอ่ยขึ้นหลังจากที่เรานั่งลงและสั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว ฉันพิงพนักเก้าอี้ด้วยทีท่าสบายๆก่อนจะเอ่ยตอบเรียบๆ

“ฉันยังไม่บอกเลยว่าจะเลี้ยง”

“เฮ้ย! อย่าพูดงี้ดิ ฉันไม่ได้พกมาสักแดงเลยนะ”
มันโวยวายขึ้นทำให้ฉันยกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะโน้มตัวไปกระซิบใกล้ๆมัน

“ค่อยมาใช้หนี้คืนนี้ก็ได้นี่...”

เพียงเท่านั้นหน้าขาวๆของมันก็แดงเถือกอย่างกับมะเขือเทศสุก...
ริมฝีปากบางขยับคล้ายจะโวยวายแต่ก็ต้องเงียบเสียงเมื่ออาหารที่มันสั่งเสริฟลงตรงหน้า...

“ไม่เอาด้วยหรอก...” มันพึมพำพลางมองอาหารตรงหน้าอย่างแหยงๆ

“กินๆเข้าไปเหอะ...ฉันเลี้ยง” ฉันเอ่ยก่อนจะม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ก็อดนึกขำกับปฏิกิริยาของเจ้าสวะงี่เง่านี่ไม่ได้

ไร้เดียงสาอย่างไม่น่าเชื่อ...

มันมองฉันอย่างกล้าๆกลัวๆ...คงกำลังเดาใจอยู่ล่ะสิ ว่าประโยคไหนฉันพูดจริงพูดเล่น...

“ไม่กินรึไง?” ฉันถามเมื่อเห็นมันยังนั่งจ้องฉันสลับกับจานอาหารเป็นพักๆ

“ไม่ต้องใช้หนี้แน่นะ?” ประโยคสั้นๆแต่ทำให้ฉันอดขำออกมาจริงๆไม่ได้

“ขำอะไรวะ!?” มันตะคอกถามทั้งที่หน้าแดงเถือก

“หรือว่า...แกอยากจ่ายหนี้?”

“ไม่อยากโว้ย!!!” มันทุบโต๊ะดังปัง!

“งั้นก็กินๆไปซะ...พูดมาก หนวกหู” ฉันตอบก่อนจะจัดการอาหารตรงหน้าต่อ...อืม, ร้านนี้ใช้ได้แฮะ...

สคอลโลลังเลอยู่ครู่ก่อนจะเริ่มกินซุปของมันที่ป่านนี้น่าจะเริ่มชืดไปเยอะแล้ว...
แต่พออาหารเข้าปากมันก็อมยิ้มหน่อยๆ คงจะถูกใจมันล่ะมั้ง...

อาหารพร่องจากจานจนหมดก่อนจะตามด้วยกาแฟของฉันกับมันคนละแก้ว...
มาตอนนี้ สายฝนก็ยังพากันโปรยปรายอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่น่าแปลกที่ฉันกลับไม่รู้สึกว่าเสียงของมันน่ารำคาญเท่าก่อนหน้า...

อาจเป็นเพราะมีเจ้าสวะนี่นั่งอยู่ด้วย...

ฉันเหลือบตามองมันที่ตอนนี้กำลังนั่งเหม่อไปมองนอกหน้าต่าง...

แล้วภาพที่มันนั่งบื้อตลอดช่วงสองสามวันมานี่ก็กลับมา...

เกิดอะไรขึ้นกัน?...

“ไม่น่าเชื่อนะ...ว่าพวกเราจะมีเวลาสงบๆแบบนี้ด้วย” มันเอ่ยขึ้นก่อนจะหันกลับมาสบตา

“................” ฉันไม่ได้ตอบอะไร เพียงเอื้อมมือยกแก้วกาแฟร้อนควันกรุ่นตรงหน้าขึ้นจบเท่านั้น

“วันก่อน...ที่ฉันออกไปทำงาน...” มันเงียบไปอึดใจก่อนจะเล่าต่อ “ฉันฆ่าพยานที่เห็นเหตุการณ์ เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ...ตอนที่เธอเห็นศพของไอ้หมอนั่น เธอเงยหน้าขึ้นมาถามฉันว่า ทำไมต้องฆ่าด้วยล่ะ?...”

ดวงตาสีเงินหันกลับไปมองสายฝนเบื้องนอกอีกครั้ง...

“รู้ตัวอีกทีฉันก็ลงดาบไปที่ร่างเล็กๆนั้นแล้ว...”

ริมฝีปากบางปรากฏรอยยิ้มหยัน...

“ทั้งที่รู้ว่าเป็นหน้าที่...แต่ไอ้ความรู้สึกหนักหน่วงนี่มันคืออะไร?”

เงียบงันกันครู่ใหญ่...ก่อนที่ฉันจะส่งเสียงตอบออกไป...

“........นั่นก็แปลว่า แกยังเป็นมนุษย์อยู่ไงล่ะ”

ดวงตาสีเงินนั่นหันกลับมามองฉัน...แววตาของมันวูบไหวเล็กน้อยก่อนที่มันจะส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ

“งั้นเหรอ...”

“กลับกันเถอะ...”

ฉันเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นยืน...หลังจากที่มาหยุดยืนอยู่หน้าร้าน ฉันก็แหงนเงยหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้า...

สายฝนยังคงหลั่ง...

“แซนซัส...” เจ้าสวะที่มาหยุดยืนข้างๆเอ่ยขึ้นเบาๆ “...ขอบคุณ”

ฉันมองตามแผ่นหลังของมันที่เดินนำไปที่รถก่อนจะยิ้มออกมาจางๆ

แม้จะหลงเหลือรอยแผล...

แต่อย่างน้อยพรุ่งนี้...สายฝนก็คงหยุดเสียที

Tbc.


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 13 Feb 2008, 18:23 
Joined: 24 Dec 2007, 23:02
Posts: 95
ตอบเมนท์ๆ

คุณ sarail

ใช้แทนตัวเองว่า "ฉัน" ทางคนเขียนเองก็ไม่ชินค่ะ
แต่ว่าอยากถ่ายทอดมุมมองของ"บอส" แบบที่บอสคิดน่ะ
หวังว่าจะเขียนหวานๆได้ก่อนที่มาดบอสจะหลุดกลับไปโฉดล่ะนะ ^^

คุณ Muk!

จริงๆโยนบนโซฟาก็กดได้นะคะ :P (เย้ย! ไม่ใช่ละ!!!)

คุณ maikobd

(ม้วนกระดาษช่วยตีมดอีกคน)
แหะๆ...ระวังมดกัดสายไฟนะคะ :P

คุณ >-- U Z

แหะๆ ดีใจจังที่ชอบ ขอบคุณนะคะ ^^

คุณ reddieG

มาต่อแล้วนะคะ...

***************************

ขอบคุณสำหรับทุกคำคอมเมนท์นะคะ ตอนแรกก็หวั่นๆว่าเขียนป๋าหวานๆจะมีคนไม่ชอบรึเปล่า แต่พอเห็นคอมเมนท์ก็ชื่นใจ...

สารภาพว่าแต่งสด...อยากเขียนก็เขียน ไม่มีเก็บสต็อก
(ทุกอย่างอยู่ในหัว แล้วมันก็เปลี่ยนไปได้เรื่อยๆซะด้วย ฮ่วย! ^^; )

จะ(พยายาม) มาต่อเรื่อยๆนะคะ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 13 Feb 2008, 18:32 
User avatar
Joined: 07 Dec 2007, 19:35
Posts: 819
Location: ห้องสารภาพบาป
Quote:
“........นั่นก็แปลว่า แกยังเป็นมนุษย์อยู่ไงล่ะ”


ป๋าน่ารักโฮกกก >[]<!! ~

ทำไมไม่รู้ อ่านแล้ว.. นี่สิXS แบบในออริก็คงเป็นแบบนี้ล่ะมั้ง-////-

คราวที่แล้วเม้นต์ยาว เดี๋ยท่านakiจะไม่อยากอ่าน(ฮา)... ขอสั้นๆหน่อย(?)แล้วกัน...

Quote:
“อย่าคิดว่าฉันขับรถอยู่แล้วจะจัดการกับปากแกไม่ได้นะ ไอ้สวะ!”

พรืดดดด จิ้นไปแล้ว อ๊ากกก แบบนี้เขาเรียกว่าหัวไว(วาย?)เกินไปใช่มั้ยเนี่ย..

Quote:
“ค่อยมาใช้หนี้คืนนี้ก็ได้นี่...”

เพียงเท่านั้นหน้าขาวๆของมันก็แดงเถือกอย่างกับมะเขือเทศสุก...

ใช้หนี้ด้วย-----..... ทำไมหลามต้องหน้าแดง=///= ขอโทษฮะ จิ้นอีกแล้ว ฟิคหวานแท้ๆ...

_________________
Denunci ต่อไปนี้จะลงที่นี่นะคะ >>Blog

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ ^ ^
ใครสนใจเล่มหนึ่งให้ไปที่นี่นะคะ > Shop


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 13 Feb 2008, 18:33 
Joined: 19 Dec 2007, 09:11
Posts: 800
“เฮ้ย! อย่าพูดงี้ดิ ฉันไม่ได้พกมาสักแดงเลยนะ” มันโวยวายขึ้นทำให้ฉันยกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะโน้มตัวไปกระซิบใกล้ๆมัน

“ค่อยมาใช้หนี้คืนนี้ก็ได้นี่...”


^o^ hu hu กินเยอะๆๆ เลยนะนู๋สควอโล่ ^^ ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น Ha Ha

ว่าแต่ฟิคนี้ ป๋าดูหว๊านหวานเป็นพิเศษเลยอ่ะ .......สมองกระทบกระเทือนอะไรมาป่าวค่ะ --""""""


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 13 Feb 2008, 18:47 
User avatar
Joined: 18 Dec 2007, 22:26
Posts: 430
Location: ทุกที่ๆท่านฮิอยู่
ป๋าน่ารักอย่างไม่น่าเชื่ออ่ะ

ฉลามก็น่ารัก

แล้วมาต่อไวๆนะค่ะ

_________________
Image
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 13 Feb 2008, 20:32 
Joined: 08 Oct 2007, 19:21
Posts: 235
Location: ใต้เตียงฮิบา
ไปอ่านในบล็อกท่านอากิ ก่อนจะเข้าบอร์ด บล็อกท่านได้อารมณ์เศร้าดี เหอๆๆ

โฮรกกกก อ่านไปยิ้มไปเลยค่ะ >< น่ารักสุดๆ

ชอบบบบบบบบ ...อยากให้ข้างนอกฝนตก

(//ปูเสื่อนั่งรอ)


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 13 Feb 2008, 22:39 
User avatar
Joined: 06 Oct 2007, 23:57
Posts: 519
โอ้ววววว
ป๋า ตอบได้ "คม" สุดๆ ชอบ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 15 Feb 2008, 21:07 
Joined: 24 Dec 2007, 23:02
Posts: 95
Katekyo Hitman Reborn!

Title : Rain
Paring : XS
Rate : PG-13
Author : aki


*******************************************************************


[3.] Making rain drops in the corner…



สายฝนเริ่มซาลงเล็กน้อย...

ฉันผลักบานประตูร้านเหล้าเจ้าประจำในเครือของวองโกเล่พลางกวาดตามองไปรอบร้านอย่างเคยชิน...
ผู้จัดการร้านทำท่าจะเดินเข้ามาหาแต่ฉันโบกมือไล่เสียก่อนที่มันจะเข้าถึงตัว มันจึงถอยออกไปเสียก่อน เสียงพื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าลั่นเอี๊ยดอ๊าดขึ้นเบาๆประสานไปกับเสียงเพลงที่บรรเลงแผ่วจากลำโพง ผู้คนมากมายทั้งชายหญิงต่างหามุมสงบทำความรู้จัก พูดคุย ทั้งผ่านทางคำพูด...และสำหรับบางคู่...ทางร่างกาย...

ฉันเลือกนั่งลงตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ และหลังจากลังเลในใจเพียงชั่ววินาทีฉันก็เลือกสั่งว้อดกาไป บาร์เทนเดอร์ร่างสูงใหญ่ (ที่แท้จริงแล้วเป็นสายข่าวของวาเรีย) ผงกศีรษะรับคำก่อนจะหันหลังไปหยิบแก้วจากชั้นวาง

“น่าเบื่อจังเลยนะคะ...” เสียงหวานดังขึ้นข้างกาย เรียกร้องให้ฉันกลับไปมอง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มสบกลับมาอย่างท้าทาย ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มนั่นจะขยับยิ้ม “ฝนตกทั้งวันแบบนี้...”

เธอยกเรียวขาขาวขึ้นไขว่ห้างอวดสายตา ขณะที่มือเรียวหยิบแก้วคอกเทลสีชมพูสวยขึ้นจิบเล็กน้อย...
ที่เห็นจะดูสะดุดตาก็คงเป็นเรือนผมสีเงินยาวที่ปล่อยไว้ถึงกลางหลังตัดกับชุดแซ็กสีดำสนิทที่ยาวเพียงครึ่งน่องเท่านั้น...
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมีประกายระยับเมื่อเห็นว่าฉันกำลังมองอะไรก่อนจะเอ่ยต่อ

“ย้อมเอาน่ะค่ะ...แปลกดีใช่มั้ยคะ?”

“ไม่หรอก...” ฉันตอบก่อนจะหยิบว้อดกาที่บาร์เทนเดอร์เพิ่งวางลงตรงหน้าเข้าปาก

“อย่างนั้นเหรอคะ?...” เธอหัวเราะคิก “คุณนี่แปลกดีนะ...”

“งั้นเหรอ?” ฉันตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก

“อืม...” เธอหันกลับมาหาฉันอย่างเต็มตัว “คุณนี่น่าสนใจดีนะคะ...ฉันนาตาลีค่ะ”

ฉันขยับยิ้มขึ้นเล็กน้อย...

“แซนซัส...”





“อ๊ะ...” เสียงหอบหายใจดังขึ้นเบาๆหลังจากที่ฉันถอนริมฝีปากออก ผิวกายขาวเนียนร้อนขึ้นตามอารมณ์ที่พุ่งสูง เรือนผมสีเงินที่สยายจนเต็มที่นอนทำให้ใจฉันไพล่ไปนึกถึงใครบางคนชั่วขณะ
ก่อนที่จะกดริมฝีปากไต่ไล่ระเรื่อยอยู่แถวลำคอ เรียกเสียงครางหวานหูจากหญิงสาวตรงหน้าได้อย่างไม่ยากเย็น...

“โนบราค่ะ...” นาตาลีหัวเราะคิกเมื่อฉันเอื้อมมือไปด้านหลัง

“ก็ว่างั้น...” ฉันยิ้มก่อนจะเลื่อนมือขึ้นกลับไปที่ท้ายทอยผ่านเรือนผมสีเงินนุ่มมือราวกลุ่มไหมราคาแพง ริมฝีปากอิ่มเผยอขึ้นอย่างเชิญชวนขณะที่มือเรียวของเธอโอบโน้มรอบคอฉันให้ก้มลงไปหา...

- - กริ๊ก! - -

“ลองดูหน่อยไหมว่าใครจะเร็วกว่ากัน?”

ฉันกระซิบถามนาตาลีทั้งที่ริมฝีปากห่างกันไม่ถึงคืบ...
ดวงตาสีน้ำตาลนั้นมีแววตระหนกชั่วขณะก่อนที่เธอจะบังคับให้มันหายไปอย่างรวดเร็ว...

อืม, อย่างน้อยก็เป็นมืออาชีพดี...

“รู้ตัวตอนไหนกันคะ?”

“ตั้งแต่ตอนที่เธอเดินมานั่งข้างๆฉันในบาร์นั่นล่ะ”

“ว้า...” เธอลากเสียงยาวอย่างยั่วเย้า “คิดว่าผมสีเงินนี่จะทำให้คุณประมาทได้ซะอีก”

“จริงๆก็ส่วนหนึ่งล่ะนะ...” ฉันตอบ “เลือกเอาว่าจะลดมีดนั่นลง...หรือให้ฉันลงมือก่อน”

“ดุชะมัด...” เธอบ่น “แต่ก็สมแล้วที่เป็นหัวหน้าของวาเรีย...”

“มาจากแฟมิลีไหน? แล้วมีเป้าหมายอะไร?”

“ลองคิดดูดีๆสิคะว่าคุณฆ่าคนไปแล้วกี่คน...” เธอตอบคำถามด้วยคำถาม “ความรู้สึกอยากฆ่าใครสักคนไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเรื่องของแฟมิลีเสมอไปหรอกค่ะ”

เสียงหวานในคราวแรกเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นตามลำดับ...

“แก้แค้นงั้นรึ?”

“เพิ่งคิดออกหรือคะ?” เธอยิ้มหยัน “แต่อย่างคุณ...ถึงฉันลงมือก็คงไม่มีใครมาแก้แค้นให้หรอกมังคะ?”

“น่าเสียดายนะ...” ฉันหัวเราะเบาๆ “ฉันไม่เคยจำเสียด้วยว่าเคยฆ่าพวกสวะไปกี่ราย”

“แก!!!...” เธอกรีดร้องขึ้นพลางพยายามเงื้อมือขึ้นแทงมีดลงมา แต่ก็ไม่เร็วเท่าฉันที่เหนี่ยวไกปืนลงไป...ใบหน้าสวยที่ยิ้มยั่วยวนอยู่เมื่อครู่ก็พลันบิดเบี้ยว...

แล้วกลิ่นคาวเลือดก็ลอยขึ้นมาแตะจมูก...

ผมสีเงินยังคงแผ่สยายไปทั่วเตียง...ตัดกับชุดแซ็กสีดำและเลือดสีแดง...

ดวงตาสีน้ำตาลเบิ่งค้าง...และจ้องมองตรงมาราวกับพยายามกล่าวโทษ...

“แก้แค้นงั้นรึ?” ฉันพึมพำก่อนจะเหยียดยิ้ม...

ช่างน่าสมเพช...





“เฮ้ย, บอส ทำไมเดินตากฝนมาล่ะ?”

เจ้าสวะร้องทักทันทีที่ฉันก้าวเข้าไปในเขตปราสาท...ผมสีเงินของมันถูกรวบไว้หลวมๆ ส่วนเสื้อโค้ทที่เป็นเครื่องแบบก็ถูกถอดพาดบ่ามา ท่าทางแบบนี้คงไม่พ้นไปฝึกดาบมาแน่ ฉันตวัดสายตากลับไปมองมันที่เดินขึ้นมาทันกันก่อนจะเอ่ยกลับไป...

“แกก็เหมือนกันไม่ใช่เรอะ?”

“เออ นั่นสินะ” มันว่าก่อนจะหัวเราะขึ้นเบาๆ...ท่าทางเหมือนอารมณ์ดีจากอะไรมาสักอย่าง

“....บอสเพิ่งไปทำงานมาเหรอ?” มันชะงักไปเมื่อเหลือบเห็นรอยเลือดใต้เสื้อโค้ท

“ไม่เชิง...” ฉันตอบ “ไปหาผ้าขนหนูมาให้ฉันด้วย...”

มันพยักรับก่อนจะเร่งฝีเท้านำไปก่อน...ตอนแรก ฉันว่าจะเดินไปที่ห้องนอนแต่ก็เปลี่ยนใจเดินไปที่ห้องทำงานแทน...
และเพียงแค่รอไม่กี่อึดใจสคอลโลก็กลับมาพร้อมผ้าขนหนูสองผืน ผืนหนึ่งสำหรับฉัน และอีกผืนสำหรับมันเอง...

น่าแปลก...ที่มันมักจะรู้เสมอว่าฉันจะอยู่ที่ไหน

ฉันรับผ้าขนหนูมาไว้ในมือแต่กลับถือมันไว้อย่างนั้น...
เจ้าสวะเหลือบมองฉันเล็กน้อยก่อนจะเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์มุมห้อง...

“ดื่มอะไรหน่อยมั้ยบอส?”

“อะไรก็ได้...”

มันเลือกหยิบบรั่นดีออกมาจากชั้นวาง (ถ้าจำไม่ผิด...มันคือขวดเดียวกับที่มันเพิ่งกินไปเมื่อหลายวันก่อน) ก่อนจะถือมารินให้ฉัน

“ฝนตกแบบนี้มันหนาวเหมือนกันแฮะ...”

ฉันเหลือบมองมันโดยไม่ได้พูดอะไรพลางหยิบบรั่นดีขึ้นจิบเล็กน้อย...
มันถอนหายใจเบาๆก่อนจะถอยออกไปทิ้งตัวลงนั่งลงเช็ดผมตัวเองตรงโซฟาอีกด้าน
พลางพึมพำอะไรบางอย่างที่ฉันไม่ได้ใส่ใจจะตั้งใจฟังนัก...

“สคอลโล...”

“หือ?” มันเงยหน้าขึ้นสบตา

“ถ้าฉันตาย...แกจะทำยังไง?”

“................บอส ไม่สบายรึเปล่าเนี่ย?” มันเลิกคิ้วขึ้นพร้อมทำสีหน้าแปลกใจอย่างไม่ปิดบัง

- - เพล้ง!!! - -

“ฉันกำลังถาม...” ฉันเอื้อมหยิบขวดบรั่นดีมาไว้ในมือ

“เหอะ!” มันพ่นลมหายใจออกพลางเหลือบมองซากแก้วบรั่นดีที่อยู่ข้างกายอย่างเซ็งๆ ก่อนจะลุกขึ้นหยิบแก้วใบใหม่มาให้อย่างรู้หน้าที่ “ถ้าบอสตาย...ฉันก็คงไม่ทำยังไงหรอก”

ฉันเงยหน้ามองมันที่โน้มตัวข้ามโต๊ะมาเล็กน้อย...ดวงตาสีเงินนั้นจ้องตอบฉันมาอย่างจริงจังก่อนจะเอ่ยต่อ

“ตั้งแต่ตอนแรกที่ได้เจอกัน ฉันก็สาบานไว้แล้วว่าจะปกป้องบอส...เพราะงั้นฉันไม่ปล่อยให้บอสตายก่อนฉันแน่นอน...”

เสียงของสายฝนภายนอกดังให้ได้ยินเข้าหู...

“เหอะ! สวะอย่างแกน่ะเหรอจะปกป้องฉัน?” ฉันเริ่มต้นหัวเราะอย่างกลั้นไม่อยู่

“ชิ! อุตส่าห์พูดให้ซึ้ง...” มันเบะปาก

“แกกลับห้องไปได้แล้ว...” ฉันไล่ “อยู่ด้วยแล้วหนวกหู”

“เหอะ!” มันปึงปังออกไป แต่ก่อนจะพ้นประตูมันยังอดจะชะโงกหน้ากลับมาไม่ได้
“เช็ดหัวให้แห้งด้วยล่ะบอส เดี๋ยวจะเป็นหวัด”

เสียงฝีเท้าของมันค่อยๆห่างออกไป...

ฉันก้มลงมองผ้าขนหนูในมือก่อนจะยกขึ้นคลุมศีรษะ...

“ไอ้สวะงี่เง่า...”

ฉันพึมพำพลางลงมือเช็ดผมตัวเองให้แห้ง...

กลิ่นเลือดของนาตาลีที่ติดเสื้อเชิ้ตลอยแตะจมูก...แม้จะถูกสายฝนชะล้างไปบ้างแล้วก็ตาม

น่าหัวเราะนัก...ทั้งฉัน ทั้งสคอลโล หรือแม้แต่ใครๆในวาเรีย ต่างก็มีกลิ่นเลือดติดกายอยู่ตลอดเวลา...จนฉันคิดไปว่าเคยชินกับมันไปเสียแล้ว...

ถ้าไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า...กฎเกณฑ์ตายตัวที่ตลอดชีวิตยังไงก็ไม่มีวันหนีพ้น

ฉันหลับตาลงก่อนจะเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างเนือยล้า...

...................สายฝนบางเบากำลังโปรยตัวลงมาที่มุมเล็กๆของห้องนี่เอง


Tbc.


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 15 Feb 2008, 21:19 
Joined: 24 Dec 2007, 23:02
Posts: 95
คราวนี้เขียนไปเขียนมารู้สึกราวกับเขียน SX ก็ไม่ปาน
แอบรู้สึกว่าคาแร็กเตอร์หลุดกระจายเลยด้วย -*-
ข้าน้อยต้องขออภัยอย่างสูง (ทำหน้าสำนึกผิด)

อืม, เอาล่ะ ตอบเมนท์ๆ...




คุณ sarail

จริงๆเมนท์ยาวๆก็ได้นะคะ ไม่ขี้เกียจอ่านหรอก (หัวเราะ)
แล้วเรื่องจิ้นน่ะ จริงๆคนเขียนตั้งใจล่ะ (ฮิ้ว XD)


คุณ saoroon

อืม, อาจจะแอบเอาหัวไปโขกอะไรมาก็ได้นะคะ?
แหม~ บางทีป๋าแกอาจแอบมีมุมหวานๆซะจนเราหาไม่เจอกันก็ได้นะ

คุณ Hi_Bird

มาต่ออย่างรวดเร็วแล้วนะคะ (แต่คราวหน้าอาจช้ากว่านี้อีกเยอะอ่ะ - -" )

คุณ >-- U Z

อ๊ะ, ถ้าอ่านในบล็อก คราวนี้ก็ทิ้งบล็อกไว้ให้ไปเยี่ยมเยือนกันบ้างก็แล้วกันนะคะ

คุณ reddieG

ก็ถ้าไม่ "คม" จะเอาหัวใจน้องหลามไปได้เหรอคะ?
(ฟิ้ว! me//ก้มหัวหลบดาบสคอลโลอย่างหวุดหวิด)
ฮ่ะ ฮ่ะ ดีใจที่ชอบนะคะ ^^



ป.ล. งานการมีไม่ทำเอาแต่นั่งแต่งฟิค ปลายภาคนี้จะรอดมั้ยเนี่ย!!??


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 118 posts ]  Go to page 1, 2, 3, 4, 5 ... 8  Next


Who is online

Users browsing this forum: ChocolateMint, donmurangi, milk24970, nine, reborn-za and 4 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: