ตอนนี้เปิดให้จองเล่ม2กับReprintนะฮะ
เชิญจิ้ม============================
Denunci เล่ม1 รวมเล่มตั้งแต่ตอน1-19 ซึ่งจะรันเลขตอนต่างจากที่ลงในบอร์ด แต่จะพยายามรันเป็นเลขเดียวกันฮะ
จะมีตอนขาดๆหายๆไปบ้างซึ่งอยู่ในหนังสือ (ฮา)
รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องรีปริ๊นต์สามารถดูได้ที่นี่ฮะ
sarail-----------------------------------------------------
Title: Denunci, This love must betray
Writer: sarail
Fandom: Katekyo Hitman Reborn! [KHR]
Pairing: XS
Rate: ตั้งแต่PGถึงNC = =
---------------------------------------------------
Chapter 1 :
Angelภาพที่เห็นตรงหน้า.... ดูเหมือนจะไม่ใช่ความจริง...
หญิงสาวที่เข้ามาขวางวิถีกระสุน... เส้นผมสีนิลสลวยกับแผ่นหลังบอบบางนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาคุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย...
แล้วทำไมถึงช่วย?....
สควอลโล่ใช้เวลาเพียงชั่วเสี้ยววินาทีในการคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น....
วันนี้เขามาทำงานตามที่บอสสั่ง งานที่ว่านั้นก็คือฆ่าทุกคนที่อยู่ในคฤหาสน์หลังนี้....
คฤหาสน์หลังใหญ่งดงามตระกาลตาราวปราสาทขนาดย่อมดูไม่มีพิษสงแม้แต่นิด น่าแปลกที่สถานที่แห่งนี้กลับพร้อมสรรพไปด้วยนักฆ่าฝีมือดีที่ทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดชั้นเยี่ยม ถึงกระนั้นฝีมือระดับรองหัวหน้าวาเรียและจักรพรรดิแห่งดาบรุ่นที่สองก็ไม่ใช่อะไรที่จะดูถูกได้ง่ายๆ
สควอลโล่แทบไม่ต้องเปลืองแรง งานง่ายๆ...แค่ฆ่าคน...
แค่ฆ่า..ก็เท่านั้น...
แต่ฉลามหนุ่มยังอดสงสัยในคำสั่งของเจ้านายตนไม่ได้
แซนซัสมีเหตุผลอะไรรึเปล่า ถึงได้เจาะจงที่นี่ เท่าที่เขารู้ คฤหาสน์หลังนี้เป็นบ้านของอดีตแฟมิลี่ที่ผันตัวออกจากวงการ ถึงโลกมืดไม่ใช่ที่ที่จะเข้าแล้วออกไปมีชีวิตปกติธรรมดาได้ง่ายๆ... แต่เขาก็ยังไม่เห็นเหตุผลที่ต้องฆ่าล้างบางขนาดนี้เลยสักนิด แถมยังให้เขามาจัดการคนเดียวแสดงว่าความลับในภารกิจครั้งนี้...ต้องเป็นอะไรบางอย่างที่จะให้คนอื่นร่วมรับรู้ด้วยไม่ได้....
หรือไม่ก็มีแต่เขา... ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่คนเดียว....
ชั่วพริบตาที่เผลอตัวกับการหาเหตุผล เม็ดตะกั่วก็ยิงทะลุไหล่ขวาไปอย่างฉิวเฉียด เฉือนอาภรณ์สีดำที่ใส่อยู่เป็นนิจ แผลที่เกิดแค่ถากๆสำหรับฉลามคลั่ง แต่สิ่งที่ทำให้นัยน์ตาสีทะเลสาบเบิกกว้าง คือร่างบอบบางที่เขามาขวางตรงหน้าเขานี่ต่างหาก
การที่เธอคนนั้นเข้ามาหยุดตรงหน้า ทำให้พวกบอดี้การ์ดทั้งหลายทำอะไรไม่ถูกและชั่วพริบตาที่มีช่องว่างนั่นเอง...
ฉัวะ!!
ด้วยฝีมือจักรพรรดิแห่งดาบรุ่นที่สอง เพียงปลายดาบกวัดแกว่งไปชั่วพริบตา ศัตรูทั้งหลายก็ด่าวดิ้นสู่ปรภูมิ เหลือเพียงสาวน้อยที่เข้ามาขวางทางเขาเท่านั้น ที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี...
คนที่ฆ่ามานี่ ไม่มีผู้หญิงเลยสักคน แม้แต่สาวใช้ ทว่าสตรีเพียงคนเดียวที่พบ กลับเข้ามาปกป้องเขาเสียอีก เวลาที่ทำงานในกลุ่มนักฆ่ามาตลอดหลายปี ไม่เคยมีสักครั้งที่จะมีคนทำแบบนี้กับเขา....
แล้วจะเอายังไงกับเธอดี?....
ระหว่างคิดก็มองสาวใจกล้าตรงหน้า เธอใส่ชุดกระโปรงสีขาวที่ดูเหมือนชุดนอนมากกว่ากระโปรงสุ่มผู้ดีทั่วๆไป ผิวขาวจัดตัดกับเส้นผมหยักศกสีดำสนิทยาวประบ่า ตากลมโตเหมือนหินออบซิเดียน... สีเทา...ปนกับสีน้ำเงินเข้มจนเหมือนโลหะไร้ประกายแวววาว แค่มองผ่านกลับรู้สึกเหมือนถูกสะกดให้จับจ้อง
ราวกับดวงตาคู่นั้นสามารถมองทะลุได้ถึงจิตใจตน..
สวย...ขนาดตัวเขาที่ไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนยังรู้สึกได้
แต่... น่าเสียดาย...
น่าเสียดายที่ต้องมาจบชีวิตลงแค่นี้....
เพราะไม่มีอะไร...สำคัญกว่าคำสั่งของแซนซัส......
คิดได้อาวุธคมซึ่งติดกับมือกลก็วาดลงไปหยุดตรงหน้าแม่สาวน้อยไร้อารมณ์
กึก...
สควอลโล่จงใจหยุดดาบไว้ให้ปลายแหลมห่างจากหน้าผากมนเล็กเพียงเล็กน้อย ทว่าร่างตรงหน้ากลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน นัยน์ตาคู่งามนิ่งเฉยแม้ความตายมาหยุดอยู่เบื้องหน้า
เธอมองไม่เห็นอย่างนั้นหรือ?
...ถือว่าเขาสงเคราะห์แล้วกัน...
“สควอลโล่...?” ชื่อตัวเองที่หลุดจากปากอีกฝ่ายนั้นทำให้เจ้าของร่างชะงัก
ยังไม่ทันเอ่ยปากต่อ คนตรงหน้าก็ล้มฟุบไปเสียก่อนโดยที่ชายหนุ่มคว้าตัวไว้ได้ทัน
“เวรแล้วไง”
ทั้งที่ไม่ควรจะให้เหยื่อรู้จักกับนักฆ่า แต่เวลาได้ยินชื่อตัวเองแล้วมันอดสงสัยไม่ได้ ทั้งที่ควรเก็บให้ปิดปากเงียบไปชั่วนิรันดร์แท้ๆ....
สควอลโล่เหลือบมองใบหน้าที่หลับตาพริ้ม....
ชีพจรยังเต้นปกติ......คงจะสลบไป...ก็ว่าอยู่...กลิ่นคาวเลือดชวนเวียนหัวขนาดนี้...
คิดแล้วก็ถอนหายใจก่อนจะช้อนแขนยกตัวสาวน้อยปริศนาคนนี้ขึ้นมา ขาเพรียวก้าวข้ามร่างไร้ชีวิตด้วยฝีมือตนออกจากสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นโลหิตคละคลุ้ง....
ไม่ไยดี ซากศพไร้วิญญาณที่อยู่เบื้องหลังแม้แต่น้อย
..............................................
ปราสาทวาเรียในยามดึก จันทร์เพ็ญสาดส่องร่างซึ่งอุ้มเด็กสาวไว้ในอ้อมแขนท่ามกลางความเงียบเชียบของบรรยากาศโดยรอบ สนเมดิเตอร์เรเนียนพัดหวิวราวกับต้อนรับหนึ่งในเจ้าของบ้านซึ่งกลับจากการทำงานหนักมาทั้งวัน
ฉลามหนุ่มก้าวเท้าอย่างเงียบกริบ ผ่านประตูทางเข้า มองซ้ายขวาจนเห็นว่าไม่มีใครรวมถึงวาเรียระดับล่างที่เฝ้ายามตามปกติ ประตูบานใหญ่ค่อยๆแง้มออกขณะที่ร่างโปร่งเหล่มองหาสิ่งผิดปกติในเงามืด
“สควอลโล่ กลับมาแล้วเหรอ~”
พรวด!
สควอลโล่แทบล้มตึงเมื่อเสียงต้อนรับเอ่ยทักทายมาจากคนคุ้นเคย เจ้าชายนักฆ่า เบลเฟกอลนั่งยิ้มร่าบนเชิงบันไดหินอ่อนเวียนไปสู่ชั้นสองของปราสาท เมื่อเห็นว่าฉลามคลั่งพาใครอีกคนมาด้วยเด็กหนุ่มก็แทบตกจากจุดที่นั่งอยู่
“สะ...สควอลโล่อุ้มใครมาน่ะ....”
ร่างสูงกว่าถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะทำเป็นไม่ใส่ใจเดินผ่านเพื่อนร่วมงานไป แต่ดูท่าหนุ่มน้อยจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายเมินง่ายๆ เจ้าชายน้อยผละจากที่ประทับเข้าใกล้ ขณะที่ฉลามหนุ่มเอ่ยปราม
“อย่ายุ่งน่า...เบล”
“อ๋า หวงซะด้วย แฟนสควอลโล่ก็ไม่บอก...” คนตัวเล็กกว่าพูดทำเอาคนผมเงินแทบสะดุดเสียอีกรอบ
“พูดอะไรของแกไอ้เด็กเวร!”
“แล้วทำไมสควอลโล่พามาล่ะ ทั้งที่เจ้าชายไม่เคยเห็นสควอลโล่พาใครมาแท้ๆ”
ฉันก็อยากรู้เหมือนกันแหละน่า...
ฉลามหนุ่มไม่เข้าใจตัวเองเลย ทั้งที่ไม่ฆ่ายังพอว่า แต่ที่ถึงขนาดพามาถึงรังลับของวาเรียเนี่ย...ถ้าเป็นศัตรูจะทำยังไงนะ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเป็น ‘เหยื่อ’จะไปคิดแบบนั้นก็ใช่ที่ แค่ผู้หญิงธรรมดาคนเดียวไม่มีทางสู้เขาได้อยู่แล้ว แถมตาบอดอีก...
ก็เพราะเรื่องนี้นี่แหละ...ทำให้เขาคาใจบอกไม่ถูก...
อะไรบางอย่าง...สัญชาติญาณ....
หรืออาจจะเป็นลางสังหรณ์ของนักฆ่า...ความเชื่อมั่นแปลกๆที่คิดว่ามันมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่ในคำสั่งสังหารนั้น...
“สควอลโล่?” เจ้าชายน้อยเอ่ยทักเมื่อร่างโปร่งเงียบไปนาน ชายหนุ่มเพียงถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยความระมัดระวัง
“เบล วันนี้แกรู้เรื่องภารกิจของฉันรึเปล่า?”
“ที่ว่าบอสให้สควอลโล่ไปลุยเดี่ยวน่ะเหรอ...รู้สิ เจ้าชายรู้ทุกอย่างอยู่แล้ว” ร่างเล็กว่าพลางเอ่ยต่อ “ทำไมเหรอสควอลโล่?”
ท่าทีแปร่งๆของฉลามหนุ่มกับร่างเล็กในอ้อมแขนทำให้มือเรียวของเจ้าชายทุบกับฝ่ามือตนเองอย่างถึงบ้างอ้อ
“อ๋อ... แล้วสควอลโล่ก็ไปเจอนางฟ้า แล้วสควอลโล่ก็หลงรักนางฟ้าแต่แรกเห็นเลยฆ่าไม่ลง สควอลโล่เลยพากลับปราสาทให้บอสเป็นบาทหลวงทำพิธีแบบคลุมถุงชน แล้วเจ้าชายเป็นพยานสินะ!”
“ไม่ใช่เว้ย!!” สีโลหิตสูบฉีดบนใบหน้าคนถูกพาดพิงอย่างแรง ฉลามหนุ่มสะบัดหน้าพรืดก่อนจะเดินไปทางบันไดเวียน “ช่างมันเหอะ ฉันมันโง่เองที่ถามแก”
“สควอลโล่โง่แต่เจ้าชายก็ชอบนะ”
“ว้อย! เงียบไปเลยไอ้เด็กเปรต!”
“สควอลโล่นี่ปากไม่ตรงกับใจเลยนะ ชิชิ” เบลเฟลกอลฉีกยิ้ม พลางไล่ละเลียดเดินตามฝีเท้าอีกฝ่าย “ไม่อยากให้บอกพระราชาสินะ? สควอลโลก็พูดมาตรงๆก็ได้...”
ท่าทีรู้ทันของเด็กหนุ่มทำเอาฉลามคลั่งหงุดหงิด หรือเขาจะโง่อย่างที่มันว่าจริงๆ? เรื่องนั้นเขาก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ...ไอ้เด็กบ้านี่มันรู้ทันเขาไปซะทุกอย่าง...
“ฉันแค่อยากถามอะไรหล่อน เสร็จแล้วเดี๋ยวก็ ‘เก็บ’ ล่ะน่า” พูดกันในภาษาที่รู้ๆกันอยู่ เจ้าชายน้อยพยักหน้าหงึก แต่ไม่วายเอ่ยเย้า
“แน่ใจเหรอสควอลโล่ว่าจะเก็บน่ะ? ให้เจ้าชายช่วยเค้นคอไม่ดีกว่าเหรอ?”
“ให้แกเล่นก็ได้เหลือหลักฐานเพียบสิวะ” ฉลามหนุ่มถอนหายใจหน่าย “แต่ไว้เดี๋ยวเสร็จแล้วฉันจะบอกให้แกช่วยแล้วกัน”
“แลกกับอะไรล่ะสควอลโล่...”
“หา?”
“ก็เจ้าชายรู้ความลับของสควอลโล่แล้ว...ค่าปิดปากล่ะ?”
เด็กหนุ่มเอ่ยพลางฉีกยิ้มแฉ่งเหมือนเรื่องที่พูดเป็นเรื่องธรรมดา ความจริงมันก็เป็นเรื่องปกติของวงการนี้ล่ะนะ ยิ่งจ่ายแพงค่าแรงยิ่งคุ้ม
แต่แกมาสู่รู้เองนี่หว่า!
ร่างโปร่งตะโกนอยู่ในใจ ทว่าริมฝีปากบางกลับเอ่ยไปอีกทาง
“เลือดคนทั้งปราสาทยังปิดปากแกไม่ได้ จะเอาอะไรล่ะวะ?”
“สควอลโล่ก็ปิดปากเจ้าชายสิ”
“ห๊ะ...เฮ้ย!!!”นัยน์ตาสีใสเบิกกว้างเมื่อร่างผอมนั้นกระโดดตะครุบตัวเขาลงกับพื้น ‘สัมภาระ’ที่อยู่ในมือเลื่อนตกไปสลบอยู่ข้างกาย แม้ขนาดนี้ก็ยังไม่ตื่น คุณเธอกินยานอนหลับก่อนนอนทุกวันรึไง... ฉลามหนุ่มแอบบ่นอยู่ในใจ ทว่าสิ่งที่ทำให้ร่างโปร่งสมควรปรามาสมากกว่าในยามนี้ คือรสจุมพิตที่แนบอยู่กับ ‘ใกล้’…ริมฝีปาก
ทว่าแค่สัมผัสภายนอก ไม่มีการล่วงล้ำ คล้ายจุมพิตแบบครอบครัว...เพียงแต่...คนที่ทำไม่ใช่คนสายเลือดเดียวกันเลยแม้แต่นิดน่ะสิ!
“แก....ไอ้...ไอ้เบล!!!!”ฉลามหนุ่มขึ้นเสียงทันที แทบจะโวยลั่นปราสาทกับเรื่องเมื่อครู่ ถ้าไม่ติดว่าใครบางคนอาจจะตื่นมากลางดึกเพราะเสียงของเขาล่ะนะ...
“ถือว่าสควอลโล่ปิดปากเจ้าชายแล้วนะ” ร่างเล็กยิ้มร่า ก่อนจะผละตัวจากฉลามคลั่งที่เริ่มมีความคิดจะฆ่าพวกเดียวกันเองจริงๆแล้ว หนุ่มน้อยหัวเราะเบาๆแล้วจึงผละตัวหายไปในเงามืด
ทิ้งให้ฉลามหนุ่มยังอึ้ง อาย ปนโกรธไม่หาย
มือเรียวปาดริมฝีปากตนลวกๆ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจหรือขยะแขยงเกินพอดี สำหรับการล้อเล่นเป็นประจำของหนุ่มน้อยเมื่อครู่ ร่างโปร่งถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเสมองไปยังร่างที่สลบอยู่เคียงข้าง
“ขี้เซาจริงนะ” ริมฝีปากบางเอ่ยเบาๆ พลางช้อนตัวร่างบางไว้ในอ้อมแขน จริงอยู่ว่าร่างของนักดาบหนุ่มมิได้แข็งแกร่งเท่าผู้เป็นนายตน หรือมีกล้ามเนื้อเกินความพอดี ทว่าเรื่องกำลังแขนที่ได้จากการฝึกดาบนั้นเรียกได้ว่าไม่เป็นรองใคร ชายหนุ่มก้าวขาของตนเดินวนขึ้นไปยังชั้นซึ่งห้องของตนอยู่...
ในเงามืด...เสียงกระซิบของปีศาจตัวน้อยดังแว่วมา...
...สวยนะสควอลโล่...แต่เจ้าชายว่า...สควอลโล่สวยกว่าเยอะ...
แต่ถ้าจะให้เจ้าชายยกสควอลโล่ให้ใครนอกจากพระราชาล่ะก็... เจ้าชายไม่ยอมหรอกนะ
......................................