Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 156 posts ]  Go to page Previous  1 ... 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11  Next
Author Message
 Post subject:
PostPosted: 25 Nov 2007, 17:14 
User avatar
Joined: 24 Sep 2007, 07:34
Posts: 2155
Location: ทุกแห่งหนในความฝันนี้
โฮกกกกก ท่านเจ้าชาย

ไม่ได้ตามาหลายตอนมาอ่านทีเดียว

ตาแฉะจนเบลอแต่ยอมเพื่อเจ้าชาย ><b

จะนั่งรอคนแต่งมาต่ออยู่ตรงนี้

สุดยอดมากเลยค่ะ

_________________
ImageImageImageImageImage


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 25 Nov 2007, 23:26 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
เป็นคู่แปลกที่จับมาลงตัวได้อย่างน่าชมมากเลยค่ะ ตอนแรกหวั่นๆไม่กล้าอ่าน แต่สุดท้ายก็ลุ้นค่ะลุ้น มันจะมาลงเอยกันได้ยังไงนะ

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 17 Dec 2007, 05:14 
Joined: 28 Nov 2007, 05:45
Posts: 90
โฮก

อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆ

เบลต้องตายแน่ๆเลย เพราะยามะมาเห็นเข้า 555+

คู่นี้SMสะใจจริงๆ =w=b


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 20 Dec 2007, 10:07 
Joined: 20 Dec 2007, 09:48
Posts: 48
อ่านแล้วปลื้มคู่นี้มากค่า ทีเดียวรวดเก้าตอนมันเลย สนุกสุดยอดค่ะ ตอนขำก็ขำจริงๆ (อ๊าย มังกร*ก็มาด้วย >w<)
ตอนสู้กันก็เห็นภาพมาก (สะ --สไปเดอร์แมน !?) รู้สึกกรี้ดกร้าดโกคุเดระโชกเลือดมากค่า (นี่เราเป็นอะไรไปเนี่ย)

ชอบฉากซบมากค่า ขอมานั่งลุ้นด้วยคน ต่อไปจะเป็นยังไง


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 09 Jan 2008, 19:31 
Joined: 09 Jan 2008, 18:51
Posts: 112
ประทับใจในความsmมาก

อ่านรวดเดียวเล่นเอาตาค้างปิดไม่ลง

โกคุกะเบลเจอกันทีไรเล่นเอาใจเต้นหมด

จะติดตามต่อไปนะค่ะ

_________________
Imagination doesn't limit within the Sky

Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 25 Jan 2008, 21:49 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
ขอโทษที่ดองนานข้ามปีนะคะ TwT รู้สึกแย่จริงๆเลย ฮือๆ ต้องขอโทษจิงๆค่ะ
คือช่วงเดือนพฤศจิกา-กลางเดือนมกรา ไม่ค่อยว่างๆอ้ะค่ะ เตรียมแฟ้มงานอย่างแรง TwT

ไงก็ วันนี้มาอัพละค่า............. ถึงส่วนตัวจะมองว่าตอนนี้ไม่ค่อยหนุกเท่าไร?

ตอนที่ 10~* สมควรตาย Part 1/4


โบราณสอนไว้ว่า "เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้"
แต่ชะตาชีวิตที่ผูกเป็นปมนี้
ใครจะเป็นคนแก้ ถ้าไม่ใช่คนผูก
แล้ว... คนผูกคือใครกัน?





แสงอรุณแรกของวันส่องผ่านม่านสีงาช้างที่ปลิวไสว ตกทอดเป็นลำสายบนพื้นพรมสีแดงกำมะหยี่ในห้อง ส่องเห็นสรรพสิ่งในห้องที่ล้วนประดับด้วยทองบ้าง เพชรบ้าง และนอกจากนี้ก็ยังมีเตียงนอนที่มีราวเตียงสูงแบบฉบับเตียงของเด็กทารก ที่ตั้งอยู่กลางห้องเป็นสง่า

และความเจิดจ้าที่แสงอรุณยังต้องอัประมาณก็อยู่ ณ ที่นั้นด้วย

เส้นผมสีเงินและทองที่เป็นกระจุกปอยบางๆบนศีรษะเล็กๆของทารกเพศชายทั้งสองบนเตียง เปลือกตาที่ปิดสนิททั้งคู่นั้นก็บอกว่าทั้งสองกำลังหลับอยู่ และดวงหน้ากลมมนของพวกเขามีสีขาวกระจ่าง และคล้ายกลับจะเปล่งแสงออร่าสีเหลืองของดวงอาทิตย์ได้

เป็นทารกที่งดงามและจรัสฉายเสียจริง!

ก่อนที่ร่างของเด็กผมสีทองจะกลิ้งขลุกๆไปชนกับอีกคนที่ยังหลับปุ๋ย และตามมาด้วยเสียงร้องไห้กระจองงอแงของเด็กทั้งสอง

หญิงสาวร่างอรชรเปิดประตูเข้ามา ก่อนจะยิ้มระเริงและเดินเข้ามากลางห้อง มือคู่นั้นก็โอบอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาอย่างทนถนอม "ไม่เป็นไรนะจ๊ะ... แม่อยู่นี่แล้ว"

ทารกน้อยผมสีทองสะอื้นอึกในคอ ก่อนดวงตาคู่สีแดงที่ล้อมรอบด้วยแพรขนตาสีทองอร่ามจะหลับพริ้มลงอีกครา -- ผู้เป็นแม่จึงวางเด็กชายลง ก่อนจะอุ้มอีกคนขึ้นมาปลอบประโลมแบบเดียวกัน

การมีลูกแฝดก็คงจะทำให้หล่อนเหนื่อยยากและลำบากในการเลี้ยงลูกน้อยทั้งสอง แต่สำหรบเธอแล้ว พวกเขาคือของขวัญที่วิเศษที่สุดเท่าที่เคยได้รับมา -- ของขวัญที่เกิดขึ้นจากตัวของเธอและคนที่เธอรัก

พอมารู้สึกตัวอีกทีเธอก็อุ้มเด็กน้อยผมสีเงินคนนี้จนหลับปุ๋ยไปอีกแล้ว -- แต่เธอก็รู้สึกอบอุ่นที่วงแขน ที่มีทารกน้อยมาเติมเต็มความว่างเปล่า ณ ที่ตรงนี้ จนไม่อยากที่จะปล่อยให้ความอบอุ่นนี้หลุดล่วงลงไปบนเตียงนั้นอีกครั้ง

ในตอนนั้นเองที่เธอรู้สึกว่ามีเสียงของฝีเท้าหลายต่อหลายคู่เดินเข้ามาในห้อง พอหันกลับไปก็พบกับเหล่าเสนาธิการ อมาตย์ และคนที่เธอยังไม่คุ้นหน้าคร่าตาอีกคนหนึ่ง -- อันที่จริงหล่อนทราบดีว่าเขาคือใคร

หล่อนยิ้มรับหลังจากเหล่าคนที่ต่ำศักดิ์กว่าได้ย่อเข่าลงถวายบังคม -- ไม่มีใครพูดอะไร -- อันที่จริงหล่อนก็สังเกตเห็นท่าทีของพวกเขาได้ตั้งแต่เปิดประตูเข้ามา -- ท่าทีของข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ทั้งหลายดูจะห่อเหี่ยว ระคนเหมือนกับเพิ่งได้ยินยลสิ่งอัปมงคลเข้าไป

เสนาธิการเบื้องขวาผู้มีเรือนผมสีดำสลวยยาวประบ่าและดวงหน้าคมคายที่มักจะอยู่นอารมณืเย็นเยือกที่หล่อยรู้จักดี มาบัดนี้ใบหน้านั้นก็ซีดเผือดและหมองคล้ำเต็มไปด้วยความกังวลผิดวิสัย

"มีอะไรหรือ?" กระแสเสียงใสกังวาลกล่าวท่าฉงน ดวงตาคู่สีแดงคมที่เป็นแม่แบบของทารกทั้งสองมีประกายงุนงง ในขณะที่กระชับอ้อมแขนสีขาวสะอาดให้กอดรัดทารกน้อยเข้าหาตัวโดยไม่รู้ตัว

เสานาธิการคนสนิทก้มหน้างุด ก่อนเสียงเย็นเยือกจะเปล่งออกมา

"อาจารย์โหรมาเพื่อกล่าวคำทำนายพะยะค่ะ" ชายหนุ่มว่าพลางชายอีกสามคนก็เดินค้อมศีรษะเข้ามาตรงหน้า

"เชิญ" หล่อนว่า แต่วงแขนนั้นก็ยังโอบอุ้มเด็กอยู่ไม่ยอมปล่อย

เมื่อชายชราผู้เป็นโหรเห็นดังนั้นก็หรี่ตาลงด้วยความรู้สึกหดหู่...


"โอรสทั้งสองพระองค์เป็นผู้มีพระพลานามัยสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีสติปัญญากว้างไกล เมื่อเติบใหญ่จะเป็นอัจริยะในหมู่ผู้ชาญฉลาด และทรงศิริโฉมในหมู่ผู้มีรูปโฉมดีงาม" ชายชราว่าด้วรอยยิ้ม ขณะที่จับจ้องไปยังทารกผมเงินที่อยู่ในอ้อมแขน

ทารกน้อยที่หลับสนิทนั้นยกมุมปากขึ้นเหมือนยอ้มเมื่อรู้ความ รอยยิ้มนั้นดูคล้ายดวงอาทิตย์ที่หลุดพ้นจากกลีบเมฆหมอก ทำเอาชายชราอดเอ็นดูไม่ได้

แต่พอสายตาเลื่อนไล่ลงไปยังเตียงก็ต้องสะดุดกึกเหมือนกับผู้รังสีที่รุนแรงกว่า ดวงตาคู่เล็กของชายชราดูเหมือนจะเบิกขึ้นน้อยๆ ก่อนชายชราจะหันกลับมายังทารกผมสีเงินในอ้อมแขน และมองทารกผมสีทองบนเตียงสลับกันไปมาเหมือนจะดูให้แน่ใจ

แต่ไม่ว่าดูกี่ครั้งๆก็ไม่ต่างจากที่คาดไว้ ชายชราถอนหายใจก่อนจะค้อมศีรษะลงตรงหน้า พรอ้มกับเท้าที่ถอยห่างออกไป

"โอรสทั้งสองมีความเก่งกล้าสามารถในระดับเดียวกันมาก จนเหมือนเป็นคนๆเดียวกัน" ในที่สุดชายชราก็ตอบ แต่ไม่ทราบว่าหล่อนคิดไปเองหรือเปล่าที่เสียงนั้นดูจะสั่นเครือ "แต่เกรงว่า... ความเหมือนกันนี้ จะทำให้เกิดหายนะมาสู่ราชวงศ์นะพะยะค่ะ.... เพราะว่าต่างฝ่ายต่างก็มีข้อดีที่หามาเปรียบเทียบกันละกันได้ไม่ จึงยากจะตัดสินได้ว่าใครคือผู้สมควรสืบทอดราชสมบัติ... ยิ่งไปกว่านั้น... คือ... ทั้งสองอาจ...เข่นฆ่ากันเองได้..."






"โอรสทั้งสองเหมือนกันมากเสียจนจะเรียกว่าเป็นคนๆเดียวกันกันได้... แต่คน 2 คนที่เก่งกาจเหมือนกันไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ และนั่นก็หมายความว่าทั้งสองไม่สามารถอยู่ร่วมโลกใบเดียวกันได้"


"พ... พูดอะไรน่ะ... เจ้าชายไม่เห็นเข้าใจ..."

เด็กน้อยแย้งเสียงอ่อน ขณะที่ใบหน้านั้นก็ซีดพอๆกับที่เสียงนั้นสั่นเครือ มือจิ๋วๆทั้งสองข้างกำแน่นบนหน้าตักที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ผ้านวมสีงาช้าง ดวงหน้าเล็กของเด็กน้อยดูมีแววเจ็บแปลบลึกๆ ขณะผู้ที่อาวุโสกว่าจะถอนหายใจ

ก็กะไว้แล้ว ว่าพูดอย่างไรเจ้าชายผู้น้องคนนี้ก็คงไม่เชื่อ...

"ท่านจะไม่เชื่อข้าก็ได้" ชายหนุ่มผมสีดำกล่าว ก่อนจะค้อมศีรษะคล้ายจะสำนึก "แต่ข้าขอเตือน... ให้เจ้าชายน้อยระวังแก้วนมที่เจ้าชายใหญ่นำมาให้ทุกๆเช้านะพะยะค่ะ"

ไม่เห็นจะเข้าใจ...

ไม่เห็นอยากจะเข้าใจ...

ไม่ได้อยากสงสัย

แต่จะทนกดดันความใคร่รู้นี้ได้นานเท่าไรกันเชียว

"เจ้าชาย..."

เจ้าชายน้อยลากเสียงก่อนที่จะขาดห้วงไปเนื่องด้วยอาการสั่นสะท้านที่เหมือนกับอยู่ต่อหน้าอสรพิษร้าย ผู้เป็นข้ารับใช้ไม่ได้แสดงอาการตกใจแต่อย่างใด แต่อย่างน้อยๆเขาก็มีน้ำใจพอที่จะเอื้อมมือทั้งคู่ไปเหมือนจะจับให้ร่างนั้นอยู่นิ่ง

มือเล็กจิ๋วนั้นปัดป้องมือหนาใหญ่ ก่อนจะใช้มือไร้กำลังวังชานั่นผลักไสคนตรงหน้าพัลวัน

"อย่า! อย่ามาแตะตัวเจ้าชาย!!" เบลร้องเสียงหลง ก่อนที่มือหนาของข้ารับใช้จะชักกลับไปเพื่อป้องกันใบหน้าจากสิ่งของที่ลอยมาจากเจ้าตัวน้อย "ออกไป!! ออกไปให้พ้น!! ไม่เช่นนั้นเจ้าชายจะฆ่าเจ้า!!"

แต่ถึงจะรู้ว่าเจ้าชายน้อยไม่มีความกล้าพอที่จะทำในสิ่งที่พูดนั้นให้เป็นจริง เขาก็ไม่รอให้สิ้นคำ ข้ารับใช้คนสนิทก็ได้ออกไปจากประตูแล้ว...

เบลน้อยๆหอบหายใจแฮ่กๆ -- กับอีแค่พูดเสียงดังเท่านั้นเองหรือที่ทำให้เขาเหนื่อย... กับแค่ออกแรงปาสิ่งของเท่านั้นหรือที่ทำให้เขาหอบตัวโยนเช่นนี้ -- เด็กชายก้มลงมองสองมือที่แบหงายอย่างเศร้าหมอง

มือนี้แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย

เพราะมันไร้เรี่ยวแรง...

ใช่สิ... เจ้าชายมันอ่อนแอ
อ่อนแอมาแต่กำเนิด!
ไม่ได้อ่อนแอเพราะใครกันหรอก!


เบลคิดอย่างหนักแน่น แม้ปากบางจะกัดริมฝีปากเหมือนจะสะกดความหวาดกลัวเหล่านั้น... หวาดกลัวในสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ หวาดกลัวเหลือกำลังที่จะทานรับความดังกล่าว

ที่เขาก็ไม่ทราบว่ามันจะจริงหรือลวง
ถ้าทำได้.... ก็อยากให้มันเป็นคำโกหก.......

พลันนั้นเองที่เสียงเคาะประตูดังขึ้น จังหวะการเคาะที่ถี่และรัวทำให้เขารู้ได้ว่าใครอยู่อีกฟากหนึ่งของมิติประตู

"เบล~ พี่เข้าไปนะ"

โดยที่ไม่รอให้เสียงใสในห้องตอบรับ เจ้าตัวคนร่าเริงที่มีใบหน้าเหมือนกันอย่างกับแกะก็เดินเข้ามา -- มือตั้งนิ่งเพราะบรรจงไม่ให้ถาดในมื่อได้รับการสั่นสะเทือนจากการเดินเท้า -- พรอ้มกับรอยยิ้มร่าเริงสดใสเหมือนกับทุกๆวัน

"เอ๋? อะไรเนี่ย?" ผู้เป็นพี่ร้องขึ้น ก่อนจะรีบวางถาดที่ถือมาไว้ที่โต๊ะข้างเตียง และมองไปรอบๆห้องที่กระจัดกระจายไปด้วยสิ่งของเครื่องใช้ "ทำไมเละเทะแบบนี้ล่ะเบล?"

แต่เด็กน้อยบนเตียงก็ไม่ได้ตอบจนผิดวิสัย เจ้าชายใหญ่หันกลับมามองน้องชายที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียง ไม่แม้แต่จะไหวติงตอบรับการมาเยือนของเขา

เวลาเนิ่นนาจนอึดอัด คนเป็นพี่ก็เริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองมาผิดเวลา
เบลไม่เคยเป็นแบบนี้
เบลไม่เคยเมินเฉยกับการมาของเขา...

"เป็นอะไรไป... เบล?" คนเป็นพี่ยังคงปั้นเสียงให้ฟังดูร่าเริ่งเหมือนปกติ รอยยิ้มหวานที่เหมือนกับจะบิดเบี้ยวไป เบลเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่สีแดงคมของผู้เป็นพี่ ดวงตาที่แพลมจากปอยผมสีเงินสว่างจ้า... ดวงตาที่นานๆครั้งจะเห็น

แต่... เขาไม่ได้อยู่ในความรู้สึกที่จะชื่นชมดวงตาคู่สวยคู่นั้น -- ดวงตาคู่ที่เหมือนๆกับที่เขามี

ถ้าเรื่องที่ว่าเป็นเรื่องจริงละก็...

เบลคิดพลางปรายตามองไปยังแก้วนมอุ่นที่ยังมีไอร้อนๆลอยคะคลุ้งอยู่เหนือผิว -- เด็กชายลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืด ความรู้สึกเจ็บแปลบที่แสนขมแล่นผ่านหลอดอาหารลงกระเพาะไป... ก่อนจะรู้สึกปวดมวนในท้อง พลันหัวใจก็เต้นถี่ระรัว พร้อมด้วยเหงื่อเย็นที่ประปรายเต็มใบหน้า

ไม่มีทางเป็นจริงแน่ๆ...

มื่อจิ๋วๆสั่นสะท้านก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบแก้วนมที่ข้างเตียงมาไว้ตรงหน้า ควันที่ปากแก้วลอยเข้าสู่ประสาทรับกลิ่น สัมผัสเดิมๆที่เขาได้รับทุกๆเช้า -- แต่วันนี้เขากลับรุ้สึกเหมือนมีอะไรต่างออกไป

เด็กชายทำหน้าเบ้ก่อนจะยกแก้วนมขึ้นมาจรดปาก ของเหลวสีขาวอุ่นไหลจากปากแก้วเข้าสู่โพลงปากเล็กๆ ปลายลิ้นสัมผัสกับรสนมที่ขมเฝื่อนที่แทบจะกลืนไม่ลง -- ความรู้สึกไม่ต่างจากดื่มด่ำความเจ็บปวด -- ก่อนจะกลืนลงคอไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ส่วนเกินก็ไหลออกมาจากมุมปากเล็กๆ

เบลกระแทกแก้วเปล่าลงบนที่เดิม ก่อนจะใช้แขนเสื้อที่ขาวสะอาดเช็ดมุมปากที่เปรอะด้วยนมอุ่นเมื่อครู่... และรับรู้ถึงความปั่นป่วนในช่องท้อง ราวกับถูกรสขมขื่นของนมนั้นแผดเผา...

ทรมาณเสียจนอยากขย้อนออกมาให้หมด... แต่ต่อหน้าพี่ชายแล้ว... เขาจะไม่ทำเช่นนั้นเป็นอันขาด!
ไม่รู้ว่าคนเป็นพี่ยิ้มแย้มเหมือนเดิมตั้งแต่เมื่อไร
แต่... เขากลับรู้สึกไม่อยากให้พี่ชายยิ้มในตอนนี้เลย...

"อืม! ดีมากเบล!" พี่ชายว่าพลางถือวิสาสะนั่งลงบนเตียงๆข้างๆร่างของเจ้าชายน้อย รอยยิ้มระเริงผลุดพรายบนใบหน้า -- เป็นรอยยิ้มธรรมดาๆที่เขาเห็นทุกวัน -- แต่เขากลับเกรงกลัวรอยยิ้มนั้น...


ได้โปรด... อย่ายิ้มอย่างนั้น...
ขอร้องล่ะ หยุดทีเถอะ...
หยุดที...



"เอ๋?" เสียงของพี่ชายดังเข้ามาในโสตประสาท วงแขนเล็กที่ทำงานเองไปตามอัตโนมัตินั้นก็คว้าที่พึ่ง... เบลน้อยๆซบหน้าลงที่แผ่นหลังของพี่ชาย ขณะกระชับวงแขนนั้นให้แน่นกว่าเก่า

"อย่าหันมานะ... ท่านพี่" เสียงของเด็กชายด้านหลังสั่นเครือ ผู้เป็นพี่ที่ติดจะตกใจก็สงบลง...


เจ้าชายไม่ได้หวั่นไหว
แต่เจ้าชายไม่ต้องการ...
เจ้าชายไม่ได้เชื่อ
แต่เจ้าชายกลัว...
ได้โปรดออกไปห่างๆเจ้าชายทีเถอะ... จะกลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้วนะ...
ออกไปเถอะ
ออกไปให้หมด...
ทุกคนนั้นแหละ...
อย่ามาหาเจ้าชายอีกเลย...

อย่าได้หลอกลวงเจ้าชายอีกเลย

อย่าได้ทำร้ายเจ้าชายอีก...เลยนะ


มีต่อนะคะ >>>

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 25 Jan 2008, 21:57 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
ตอนที่ 10 part 2/4 ค่ะ!!


"ม...ไม่ไหว...ล...แล้วครับ..."

น้ำเสียงอ่อนอ่อยละล่ำละลัก ขณะที่เข่าเล็กๆจะทรุดลงกับพื้น พร้อมๆกับหยดเหงื่อที่ไหลแหมะเต็มพื้น... พื้นที่เกลื่อนกลาดไปด้วยมีดเล่มงามนับสิบๆ

เบลเฟกอลกำมือที่สั่นเทาแน่น ขณะที่หอบหายใจสุดชีวิตราวกับอยู่ในห้วงสูญากาศเป็นเวลาเนิ่นนาน -- ใบหน้าเล็กนั้นซีดเผือดและเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นที่ไหลเจิ่งเต็มใบหน้านั้น... ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาเพื่อสบตาผู้อาวุโสที่เดิมเข้ามาใกล้ๆ

ชายผมดำยื่นมือมาหาเป็นเชิงให้ลุกขึ้น เบลกลืนน้ำลายเย็นก่อนจะจับมือนั้นและยันตัวขึ้นจากกองพื้น -- แต่กระนั้นเรียวขาของเขาสั่นระริกเกินกว่าที่จะรับน้ำหนักของตนเองไว้ได้

"เรามาเริ่มใหม่ดีกว่านะครับ" สิ้นเสียง มือหนานุ่มนั้นก็ยัดเยียดคมมีดเงินใส่มือของเด็กชาย --เป็นรอบที่ร้อย -- แต่มีดนั้นก็ล่วงลงสู่พื้นด้วยว่าเขาไม่สามารถรับมันไว้ในมือที่สั่นเทาเช่นนี้ได้

"ม.. ไม่เอาแล้ว!" เจ้าชายน้อยร้องครวญ ก่อนหยดน้ำตาอุ่นจะไหลอาบแทนเม็ดเหงื่อเหล่านั้น "เจ้าชายไม่เอาแล้ว...! ไม่...เอา"

ชายผู้นั้นนั่งลงต่อหน้าร่างของเจ้าชายตัวจ้อยที่สั่นเทา ก่อนมือใหญ่นั้นจะเข้ามาเช็ดใบหน้าสีขาวผ่องนั้นของเจ้าชาย "หยุดร้องไห้เถอะครับเจ้าชาย... แล้วมาเริ่มใหม่อีกที"

"ไม่! เจ้าชายบอกว่าไม่! ไม่ได้ยินหรือไง!" เบลร้องสุดเสียงเท่าที่จะมีได้ ค่อยๆถอยห่างจากดวงตาคู่คมสีเขียวนั่น... ก่อนจะรู้สึกเหมือนร่างกายถูกบีบรัดด้วยอสรพิษที่มองไม่เห็น "ไม่... เจ้าชายไม่อยากจะฝึกพวกนี้แล้ว... เจ้าชายไม่ต้องการ!"

"ถ้าเจ้าชายไม่ต้องการละก็" คนตรงหน้าว่าพลางลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปเก็บมีดกว่าสิบเล่มที่กระจัดกระจายบนพื้น "ข้าก็ไม่สามารถรับรองความปลอดภัยของท่านได้... ถ้าท่านเองยังไม่ห่วงชีวิตของท่าน ข้าก็ไม่สามารถห่วงแทนท่านได้..."

เจ้าชายน้องยังคงยืนแน่นิ่ง...

"แล้วก็..." เสียงยานคานของชายหนุ่มกล่าวขึ้นก่อนที่ปลายมีดคมจะพุ่งลงสู่แทบเท้าของเจ้าตัวน้อย "ถ้าไม่ถือมีดไว้ เดี๋ยวจะถูก 'เขา' ฆ่าตายเอาง่ายๆนะครับ"

ปลายมีดนั้นอยู่ไม่ห่างจากจุดหมายเท่าไร แสดงว่าคนที่ขว้างมานั้นมีฝีมือฉกาจพอสมควร -- เบลกำมือแน่นก่อนที่จะปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลย...


หากไม่จับมีด... ตัวเขาก็ยังคงอ่อนแอ
แต่หากจับมีดแล้ว... ตัวเขาจะชนะความอ่อนแอนั้นได้หรือ?

หากไม่จับมีด... ตัวเขาก็ต้องมีคนคอยปกป้อง
แต่หากจับมีดแล้ว... เขาต้องสูญเสียคนเหล่านั้นหรือเปล่า?

หากไม่จับมีด... ตัวเขาอาจจะตาย
แต่หากจับมีดแล้ว... เขาจะยังมีชีวิตได้อีกนานเท่าไร?


หากตัดสินใจผิด ก็เท่ากับ... ทุกอย่างล่มสลาย
หากตัดสินใจถูก ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะงดงาม


หากที่ยืนอยู่นี้คือความสุข การก้าวเท้าต่อไปจะเป็นทุกข์หรือเปล่า?

หากปล่อยอดีตไว้เบื้องหลัง แล้วอนาคตต่อไปจะดีอย่างที่คิดหรือเปล่า?



แต่หากชีวิตนี้เป็นของเขา... เขาเท่านั้นที่จะตัดสินใจ


ไม่มีคำตอบใดๆตอบกลับมาในคำถามซ้ำๆเดิมๆที่วนไปวนมาในภวังค์ -- เบลเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของดวงตาคู่สีเขียวนั้น ก่อนจะหันปลายมีดสั่นๆนั้นราวกับจะแทงทะลุทะลวงหัวใจของมัน

ดวงตาคู่สีแดงที่ไร้ประกายนั้นมองมายังคนตรงหน้าราวกับต้องมนต์

ก่อนที่ทุกอย่างจะแปดเปื้อนด้วยสีดำ...

"ดีมากครับเจ้าชาย... ข้า...คือคนที่หวังกับท่านมากที่สุดนะครับ"






หยดน้ำฟ้าหยดแล้วหยดเล่าโปรยปรายลงบนเรือนร่างของเด็กชาย ความรู้สึกเย็นสบายที่ก่อตัวไปพร้อมๆกับความปลื้มปีติ เรือนผมสีทองที่หดตัวด้วยเปียกชื้นนั้นล้อมกรอบใบหน้าที่เคยซีดเผือด แต่บัดนี้ใบหน้านั้นดูมีเลือดฝาดและชีวิตชีวาเป็นครั้งแรกในรอบปี

ใบหน้านั้นยิ้มแย้มอย่างสดใสและร่าเริง...

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต... ที่เขาได้สัมผัสกับพลังแห่งธรรมชาติอันแสนวิเศษเช่นนี้

"อา... นี่หรือฝน" เด็กชายว่าพลางแบมือทั้งสองข้างของตนออกรับหยดน้ำกลมๆ ก่อนจะหันไปหาผู้เป็นพี่ที่อยู่ใต้ร่มไม้ไม่ห่างไกล

ผู้เป็นพี่ของเขาไม่ชอบฝน
เพราะมันทำให้น้องชายของเขาป่วยได้!

"พอแล้วน่าเบล" เสียงทุ้มกว่าของผู้เป็นพี่เอ่ยขึ้น ใบหน้านั้นซีดไม่ค่อยสู้ดีนัก -- คงรู้สึกผิดแน่ๆ ไม่สิ ต้องบอกว่ารู้สึกกลัวที่พาเจ้าชายผู้น้องออกมาตากฝนเช่นนี้

ผู้เป็นน้องทำหน้าเบ้แปลกๆ ก่อนร่างเล็กๆของคนป่วยนั่นจะวิ่งเข้ามาฉุดมือของเขาเอาไว้

"ไปเล่นด้วยกันนะ ท่านพี่" เบลกล่าวพลางออกแรง -- ที่แทบจะไม่มี -- ลากพี่ชายออกจากร่มไม้นั้น

ยามเมื่อเส้นผมสีเงินนั้นถูกน้ำชะจนเป็นประกายล้อแสง ดูมันจะงดงามยิ่งกว่าเล่มมีดที่ทำจากเงินแท้ -- หรือแม้แต่ให้กลั่นหยดน้ำบริสุทธิ์ให้ใสสะอาดปราศจากมลทินเท่าไร ก็ไม่สามารถทาบเทียมความงดงามในเส้นผมสีเงินนั้นได้... -- เบลผู้น้องก็ได้แต่ชื่นชมความงดงามนั้น ...ชื่นชมในเส้นผมสีเงินที่เขาไม่มี...

สวยงามมากเลยจริงๆ

และดูเหมือนว่าผู้เป็นพี่เองก็ดูจะสนุกสนานไปกับการเล่นน้ำฝนนั้นด้วย ทั้งสองใช้มือกอบโกยหยดน้ำในมือมาลาดใส่กันและกัน บางครั้งก็สบัดเนื้อสบัดตัวจนน้ำที่ซึมในเนื้อผ้ากระเซ็นเป็นวงๆ ทั้งสนุกสนาน ทั้งมีความสุข...

อยากจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ จนกว่าฝนจะสร่างซาไป...
ก่อนที่ใครคนใดคนหนึ่งจะอันตธานหายไปชั่วนิรันดร์...

ในขณะที่ตั้งหน้าตั้งตากับการปั้นน้ำในมือให้เป็นตัว(?) จู่ๆก็รู้สึกเหมือนถูกมือของผู้เป็นพี่ดึงมงกุฎน้อยออกจากศีรษะ เบลเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นพี่ ก่อนจะเห็นใบหน้ายิ้มแย้มสดใสเหมือนดังเคย

"ผมสีทองของเบลน่ะ สวยมากๆเลย" ผู้เป็นพี่พูดเสียงใส ก่อนจะคืนมงกุฎอันจิ๋วลงบนศีรษะ -- มงกุฎนั่นมีสีเงิน -- "เราแลกกันดีกว่านะ พี่ว่านี่มันเหมาะกับเบลมากกว่า!"

ด้วยความประหลาดใจที่เห็นมงกุฎสีทองของตนไปอยู่บนศีรษะของผู้เป็นพี่ ก็เลยทราบว่ามงกุฎที่ตนใส่อยู่นั้นเป็นของพี่ชายเช่นกัน

มงกุฎสีเงินที่ตัดกับเส้นสีทองละมุนขับให้เส้นทองนั้นสว่างสดใส เปล่งปลั่งอย่างมีชีวิตชีวา ส่วนมงกุฎสีทองที่อยู่บนเรือนผมสีเงินนั้นหรือ... ก็คือดวงอาทิตย์สดใสในยามเช้าของฤดูร้อนอันแสนสนุก

สดใส ร่าเริง สนุกสนาน
นั่นคือนิยามที่ใครต่อใครก็ขนานนามให้กับเจ้าชายผู้พี่

เศร้าโศก หม่นหมอง อ่อนแอ
นั่นเป็นนิยามที่ใครต่อใครก็ขนานนามให้กับเขา...

หากว่าเขาจะเจิดจ้าดั่งดวงตะวันเช่นนั้นคงไม่เหมาะ เพราะดวงอาทิตย์ไม่สามารถมีอยู่ได้สองดวง...

แต่หากว่าเขาจะเป็นดวงจันทร์
เขาก็จะไม่ได้พบกับดวงอาทิตย์ไปอีกตลอดกาล...

เบลคิดอยู่เสมอๆว่าตนเองควรจะเป็นกลีบเมฆละมุนที่กราดอยู่บนฟากฟ้า แต่หากเช่นนั้น... รัศมีของดวงอาทิตย์ก็จะอับเฉา...

แต่ถ้าหากเป็นสายลมอุ่นๆในฤดูร้อนละก็... เขาก็จะได้ใกล้ชิดกับดวงอาทิตย์มากกว่ากลีบเมฆหรือสายหมอก หรืออะไรๆก็แล้วแต่ที่อยู่เบื้องบน...

สายลมที่ไม่จำเป็นต้องมีตัวตน แต่ก็ล่องลอยไปไหนมาไหนได้ดั่งใจ
สายลมที่ไม่จำเป็นต้องมีตัวตน ก็สามารถเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ได้...

แต่ในขณะเดียวกัน... สายลมก็ยังอมพะนำความหดหู่
ที่ไม่อาจสัมผัสกับดวงตะวันนั้นได้... เพราะไม่มีตัวตน...

วันคืนอันแสนสงบสุขนี้... จะทอดยาวนานอีกได้กี่ไมล์กันนะ?

พลันนั้นเองที่สายตาของผู้น้องปราดไปเห็นเงาตะคุ่มในหมู่แมกไม้ เห็นจุดสีเขียวที่สะท้อนน้อยๆสั่นระริกเหมือนแก้วตาของสิ่งมีชีวิต -- เขาจำได้ทันทีว่านั่นคืออะไร -- ปากบางพะงาบๆเหมือนจะพูด แต่ก็เหมือนมีความกลัวมาจุกคอให้คอหอยตีบตันเสียจนพูดไม่ออก

หนีไป!

เป็นสิ่งเดียวที่เขาอยากจะพูดมากที่สุดในตอนนี้... แต่ปากที่สั่นระริกกลับไม่ยอมขยับทันใจ -- ก่อนที่มือบางของเขาจะผลักไสร่างของพี่ชายที่ไม่ได้โตไปกว่ากันสักเท่าไรอย่างแรง

พี่ชายล้มกลิ้งพลางร้องเสียงหลง ก่อนใบหน้าที่มุดพื้นนั้นจะแหงนมามองข้างหลัง -- ตำแหน่งเดิมของเจ้าชายน้อย

แต่แล้วก็ต้องกรีดร้องอีกครั้งในเมื่อเบื้องหน้าของเขาขาวโพลนราวกับถูกสาดสปอร์ตไลท์นับล้านดวง...

เปรี้ยง!!

เสียงท้องฟ้าลั่นคำราม ก่อนที่ร่างของเขาจะกระเด็นไปไกลไปชนกับลำต้นแกร่งของไม้ยืนต้นที่โงนเงนตามกระแสแรงที่ฟาดลงมา

หากว่าตัวเขายังกระเด็นไม่เป็นท่า แล้วน้องชายของเขาล่ะ!

"บ...เบล!?"

ผู้เป็นพี่ร้องก้องทันทีที่ได้สติ สายตาก็ควานหาเจ้าชายผู้น้องที่หายไปจากทัศนประสาทนานแล้ว -- ทั้งกลัว ทั้งเจ็บ... ความรู้สึกเจ็บที่แล่นปราดจากข้อเท้า... -- ก่อนจะคลำสำรวจที่เท้าของเขา มือบางแตะถูกโละหะเย็นเยียบ.... -- มีดกว่า 8 เล่มที่ปักงมาจนถึงเข่า -- พอเห็นดังนั้นก็รู้สึกเจ็บแสบสะท้านราวกับหยดน้ำเย็นๆจากฟากฟ้าแปรสภาพเป็นลิ่มน้ำแข็งที่ทะลุทะลวงเข้ามา ทั้งที่อยากกรีดร้องอย่างเจ็บปวด... แต่เขาในตอนนี้ไม่ได้ว่างพอที่จะคิดถึงเรื่องของตัวเอง

เพราะคนสำคัญของเขาต้องมาก่อน!


"เรียกเจ้าชายเหรอ?"


(SirNeer - ขอตัดฉากต่อไปนะครับ ถ้าอยากอ่านก็ย้อนไปอ่านได้ในตอนที่ 8 นะครับ >.<~)




มีต่อนะจ๊ะ >>>

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 25 Jan 2008, 22:02 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
ตอนที่ 10 part 3/4 มาค่ะ!!



ถ้าหากย้อนเวลาได้...
หล่อนจะย้อนกลับไปเมื่อ 8 นาทีก่อน
ไม่สิ... 8 ปีก่อนต่างหาก!

เรือนผมสีบลอนด์ม้วนเป็นหลอดลอนที่เคยดูหรูหรา บัดนี้กระเจิดกระเจิงไม่เหลือเค้า อีกทั้งสีทองที่ถูกย้อมด้วยน้ำสีแดงขุ่นข้นก็ยิ่งดูน่าหวาดเสียว ใบหน้านวลเนียนสีขาวใสก็แปดเปื้อนด้วยคราบของเหลวชนิดเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นคือฉลององค์สีแดงจรัสนั้นก็ดูขาดวิ่นเนื่องด้วยของมีคม

เจ้าหล่อนกระหืดกระหอบวิ่งฝ่าด่านประตูบานใหญ่ของห้องโถง แต่ก็ต้องหยุดชงักงันด้วยความตกใจ
เบื้องหน้าเจ้าหล่อนดูน่าอนิจจา เมื่อเพื่อนร่วมโลกในนามข้ารับใช้ได้นอนแผ่กันเดื่อนดาดบนพื้นพรหม -- แม้ว่าพรหมสีแดงจะดูออกไม่ชัดเจน แต่รอยชื้นเป็นหย่อมๆนั้นก็ทำให้หล่อนมั่นใจอย่างยิ่งยวดว่าพวกนางได้สังเวยชีวิตให้กับฆาตกรไปเรียบร้อยแล้ว

และฆาตกรที่ว่าก็คือคนที่วิ่งตามหลังหล่อนมาในระยะประชิดนั่นเอง!

"หมดทางหนีแล้วนะ ท่านแม่... ชิชิชิ" เสียงหัวเราะยียวนที่เหมือนเสียดแทงทะลุอกคนเป็นแม่ดังมาจากด้านหลัง ร่างเล็กๆของเด็กชายที่มีผมสีทองแบบเดียวกับหล่อนยืนอยู่ไม่ไกล -- ในมือทั้งสองก็กางมีดเล่มบางเฉียบซะเพียบพร้อม

และในชั่วพริบตา ปลายมีดคมกว่า 3 เล่มก็ถูกยกขึ้นจรดลำคอระหง ความเย็นเยือกของมันแผ่ซ่านจนน่าขนลุกขนเกลียว...

"เบล... เธอรู้ตัวหรือเปล่าว่าทำอะไรอยู่!" คนเป็นแม่กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เนิบนิ่งเหมือนกับทุกๆครั้ง แต่ครานี้มันช่างสั่นระริกอย่างบอกอารมณ์ไม่ได้ -- ไม่รู้ว่าโกรธ หรือกลัวกันแน่ "เธอทำอะไรลงไป!!"

"รู้สิ" เจ้าชายน้อยเจ้าของเรือนผมสีทองสุกปลั่งกล่าวเสียงแผ่วเหมือนยียวน ก่อนจะกดด้ามโลหะเฉียบลงบนต้นคอสีขาวนั้น... เริ่มมีรอยสีแดงบางๆก่อนจะทะลักออกมาเป็นของเหลวสีสดนั้น "เจ้าชายถึงได้บอก... ว่าอย่าขัดขืน ไม่เช่นนั้นจะเป็นอย่างเจ้าพวกสวะที่กองอยู่นั่นไงล่ะ!"

ทั้งๆที่กลัวว่าจะเป็นอย่างนั้นแล้วแท้ๆ.... แต่ความเสียใจมันกลับบดบังความรู้สึกนั้นทั้งมวล
ในเมื่อลูกของเธอคือฆาตกร...
จะให้ใครเสียใจนอกจากหล่อน... ที่เป็นผู้เลี้ยงดู

"เธอต้องการอะไร" เสียงหวานนั้นถามขึ้นด้วยอารมณ์หลากหลาย -- ไม่ได้ถามเพื่อต่อรองชีวิตของหล่อน หากแต่ถามเพื่อนสนองความต้องการของผู้ที่หล่อนเรียกว่าลูก -- ก่อนดวงตาคู่งามสีแดงนั้นจะกลอกมาสบกับใบหน้าใสของเด็กน้อย

รอยยิ้มฉีกกว้างน่ากลัวเปื้อนบนใบหน้าผู้เป็นลูกเหมือนได้ใจ ก่อนใบมีดจะกระชับหนักหน่วงที่ต้นคออีกครั้ง...

"บอกมาทุกสิ่งที่ท่านแม่รู้นั่นแหละ ชิชิชิ"






"ทำไม... ทำไมท่านแม่จึงต้องทำแบบนี้!!"


เสียงตัดพ้อเล็ดออกจากปากบางของเด็กชาย ดวงตาใต้เรือนผมสีเงินยวงเป็นประกายเพราะถูกเคลือบด้วยน้ำใส ความรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอหอยมันทำให้เขาหายใจไม่สะดวก...

หากแต่คำตอบกลับกลายเป็นสายตาคู่สีแดงฉาดฉานที่ไม่แยแสอะไรของหญิงสาวผู้ครบเครื่องฉลององค์บ่งบอกตำแหน่ง "ราชินี"

"ท่านแม่..." เด็กน้อยกล่าวพลางเดินเข้าไปจับชายฉลององค์สีแดงนั้น ก่อนจะขยำมันและดึงมันด้วยความเอาแต่ใจ

หญิงสาวผู้เป็นแม่ยังคงไม่ใส่ใจในการกระทำนั้นๆ ก่อนจะสบัดชายผ้าสีแดงพริ้มเป็นการเคื่อนย่างออกไป -- แต่เด็กชายก็ไม่ลดละความพยายาม ยังคงดื้อดึงที่จะตามหล่อนไป

เพื่ออะไรน่ะหรือ?

หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปในห้องๆหนึ่ง คนในห้องที่หันมาเห็นต่างก็โค้งคำนับ ก่อนหล่อนจะโบกมือเป็นการไล่ให้พวกข้าราชบริพานออกไปจากห้อง แล้วหล่อนจึงเดินไปยังเคาน์เตอร์เตี้ยๆที่สุดหลังห้อง -- เคาน์เตอร์นั้นเต็มไปด้วยชั้นวางของและจานชาม

มือเรียวสีขาวผุดผ่องของหล่อนเอื้อมขึ้นไปหยิบกระปุกเล็กๆบนชั้นวางของ ก่อนจะเริ่มทำการผสมของเหลวสีขาวพร่องของนม ใช้ช้อนคนเบาๆอย่างพิถีพิถันและตั้งใจ ไอร้อนลอยขึ้นเหนือผิวของเหลว ก่อนที่หล่อนจะยัดเยียดแก้มนมอุ่นๆพร้อมจานรองใส่นมือเด็กชาย

"เอาไปได้แล้ว" หล่อนกล่าวหนักแน่นเมื่อเห็นใบหน้าเบ้ๆของผู้เป็นลูก -- ดวงตาคู่คมสีแดงใต้เรือนผมสีเงินมีประกายระริกเหมือนจะร้องไห้ ประกายตาบ่งบอกอามรณ์หลากหลาย... -- ทั้งไม่เข้าใจ ทั้งเคลือบแคลงใจ ทั้งปวดร้าวใจ

แต่ก็ ขยะแขยง....

นิยามเดียวที่บ่งบอกความเป็นแก้มนมในมือของเด็กชาย -- สีขาวสดสะอาดข้นนั้นก็บริสุทธิ์ และกลิ่นหอมมันของมันจะลอยไปตามผิวของเหลว -- ไม่อาจทำให้เขารู้สึกได้ว่าโชคดีเพียงไรที่ได้ดื่มรสวิเศษเช่นนี้

ในเมื่อส่วนผสมของมันเจือด้วยพิษร้าย.... ที่แม้จะไม่ทำอันตรายในคราเดียว แต่ก็สะสมในร่าง กัดกินเนื้อเยื่อและปั่นป่วนระบบอวัยวะจากภายในทีละน้อยๆ และสุดท้ายก็ต้องสังเวยให้กับโรคภัยที่ไม่รู้กี่สิบกี่ร้อย -- อาทิ เช่น ไข้หวัด หน้ามืดอาเจียณ ครั่นเนื้อครั่นตัวที่ดูจะธรรมดาสามัญ ไปจนถึงอาการธาตุไฟแตก หรือเส้นโลหิตในสมองแตก และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

แม้ว่าเขาจะเด็กอยู่มาก แต่คำที่กล่าวว่า "พิษ" แล้ว ล้วนแต่น่ากลัวทั้งสิ้น -- เขาสงสัยมาตลอดว่าทำไมน้องชายของเขาถึงได้อ่อนแอปวกเปียก... แต่ตอนนี้เขาก็ได้รู้แน่ชัดแล้ว่า...

เบลคือเหยื่อของมันมาโดยตลอด...

และคนที่ทำหน้าที่นำแก้วนม -- ที่ไม่รู้ความเป็นมา -- ไปเสิร์ฟถึงมือเจ้าชายตัวน้อยมาโดยตลอดก็คือเขา...

คนที่ป้อนยาพิษให้คือเขา.... ผู้เป็นพี่ชาย
คนที่เจ้าชายน้อยไว้วางใจ
และรัก


มากที่สุด....


"ท.... ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย!!"

ในที่สุดความรู้สึกต่างๆนานาก็ได้ไหลล้นออกจาปากบางของเด็กชาย มือจิ๋วที่จับก้นแก้วอุ่นสั่นระริกจนของเหวข้นขาวกระฉอกเรี่ยนิ้ว จนรู้สึกร้อนไปหมด -- แม้อุณหภูมิที่มือของเขาจะร้อนมากเพียงใด แต่องศาในใจของเขาคงจะมากกว่า

อยากรู้เหตุผล...

อยากรู้การกระทำ...

อยากรู้...



สายตาคมสีแดงของหญิงสาวปรายมองด้วยดวงตาเย็นชาขั้นสุด....



"เพื่อความอยู่รอดของเธอเอง"







บทสนทนาของสองแม่ลูกถูกความเงียบเข้าปกคลุม ก่อนผู้เป็นูกจะกดน้ำหนักด้ามมีดลงบนต้นคอของผู้เป็นแม่อย่างไม่รู้ตัว...

"เรื่องที่จะเล่า... มีแค่นี้" หญิงสาวกล่าวตัดจบ ก่อนจะมองลูกชายด้วยสายตาที่เย็นชา...

เหมือนเคย... ท่านแม่มักมองเจ้าชายเช่นนั้น
ก็ไม่แปลกแล้ว... ที่ท่านแม่จะอย่าฆ่าเจ้าชาย...



เด็กชายตัดพ้อนใจ แต่แม้ว่าในใจจะปั่นป่วน ปวดร้าวและสับสนอย่างไร แต่ข้อมมือของเขาก็ยังคงออกแรงกดปลายมีดลงบนคอระหงนั้น...


"ทำไมท่านแม่จึงอยากให้เจ้าชายตายล่ะ?"


เสียงของเด็กชายฟังดูเศร้า... แต่ใบหน้านั้นกลับยังคงรอยยิ้มวิกลจริตนั้นได้...

"ก็เพื่อการอยู่รอดของผู้สืบทอดสันตติวงศ์" หญิงสาวกล่าวนทันทีราวกับเตรียมใจไว้แล้ว -- อีกครั้งที่เบลรู้สึกอึดอัดเหมือนหายใจไม่ออก ก่อนองศาร้อนในกายมันจะเปลี่ยนกลายเป็นแรงในการกดเล่มมีดเหล่านั้น!

แต่ทันที่จะได้ทำอะไร... จู่ๆแผ่นดินก็ไหวครืนใหญ่จนคนตัวเล็กต้องกลิ้งเกลือกลงไปนอนกับพื้น -- นับว่าเป็นโอกาสดีสำหรับห่อนที่ใกล้ตายด้วยมีดเมื่อครู่... และด้วยการนั้นเอง หล่อนจึงกลับหลังหันและออกวิ่ง

หึ... ไม่ให้หนีไปได้หรอก!

เด็กชายยันกายลุกขึ้น ก่อนจะหยิบมีดขึ้นมา 6 เล่ม... และปาออกไปข้างหน้าหมายคว้าชีวิตของเหยื่อที่กำลังจะหนีไป....





[ คนที่ทรยศเจ้าชาย ]

[ คนที่หลังเจ้าชาย ]

[ คนที่ต้องการให้เจ้าชายตาย ]

[ คนอย่างนั้น..... สมควรตาย!!! ]


มีต่อนะจ๊ะ!!! >>>>>

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 25 Jan 2008, 22:09 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
ตอนที่ 10 part 4/4 Get!!! สุดท้ายล่ะค่า~

เสียงของเบลเฟกอลก้องสะท้อนไปทั่วจิตใจที่มืดมัว... ความรู้สึกโกรธแค้นที่อ่อนไหวนั้นส่งผ่านมาจากนิ้วมือซีดเย็นของเจ้าตัวที่วางอยู่บนศรีษะของเขา... -- โกคุเทระลืมตาขึ้นพบกับความมืด -- ความเป็นจริง -- ก่อนสายตาจะปรับให้ชินกับความมืด และรับรู้ภาพของเบลเฟกอลที่ยังคงนอนแน่นิ่งราวหมดลม -- ใบหน้าของหมอนั่นยังคงไร้ซึ่งสีเลือดจนน่าห่วง...

เขามองไปที่ร่างนั้นด้วยสายตาอาทรณ์.... ที่ไม่อาจตัดใจปล่อยให้ชีวิตหนึ่งมอดม้วยไปต่อหน้าได้ -- ความรู้สึกเหมือนสูญเสียเริ่มจับตัวหนาในห้วงคำนึง ก่อนใบหน้าของเขาจะเหมือนบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกหลากหลาย...

โกคุเทระไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าตนเองรู้สึกเศร้าสลดใจเพียงใด ที่ต้องทนเห็นความเสียหายของสิ่งที่ไม่อาจเรียกกลับคืนนี้... -- ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นศัตรู -- เขาก็ไม่อาจห้ามและยั้งใจไม่ให้หลั่งน้ำตาอันแสนเศร้านี้ได้.....


[หากพวกเราไม่ได้เป็นมาเฟีย]
[บางที.... พวกเราอาจจะเป็นเพื่อนกันได้... ]


[เบลเฟกอล....]





"แค่ก..."

ร่างนั้นไอแค่กเป็นการถ่ายเลือดออกจาปากบาง เหมือนเป็นการยืนยันการดำรงอยู่ของเจ้าชาย -- บางอย่างในกายของโกคุเทระบอกกับเขาว่าคนตรงหน้าฟื้นแล้วแม้จะมองไม่เห็นสายตาใต้เรือนผมสีทองนั่น -- ก่อนที่เรียวนิ้วสีซีดนั่นจะขยับขยำเรือนผมสีเงินให้แรงขึ้น

"โอ๊ย!" โกคุเทระร้องครางประท้วงก่อนจะพยายามดิ้นออกจากการจับกุมของมือซีดนั่น...

การขัดขืนดำเนินไปได้พักใหญ่ ก่อนที่ร่างของเบลจะขยับขึ้นมานั่งตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบ

"แกรู้มั้ย..." ขอบปากบางที่แปดเปื้อนไปด้วยเลือดแดงกร่ำของเบลขยับกล่าวอย่างเชื่องช้า ก่อนจะขย้อนกระอักเป็นเลือดเหลวข้นอย่างน่าสยดสยอง "ว่าคนพวกนั้น...มันสมควรตาย..."

"พ...พูดอะไรของแกวะ!" คนถูกดึงผมสบถ -- ยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะปลดปล่อยตัวเองให้พ้นจากการกุมของมือนั้น

"ชิชิชิ... แต่แกจะรู้มั้ย..." ผู้กระทำยังคงกล่าวต่อไปอย่างไม่สนใจท่าทีของคนขัดขืน ก่อนจะเพิ่มแรงกระชากเรือนผมสีเงินนั้นอย่างทารุณ อีกทั้งยังใช้กำลังที่เหมือนกับเสกได้เองรวบรัดร่างของผู้ถูกกระทำจนไม่เป็นอิสระ "คนที่สมควรตายนตอนนี้คือคนที่ติดกับเจ้าชายล่ะ!!"

เฮ้ย...!!!!
แบบนี้มันไม่สวยเลยนะ!!!


ดวงตาคู่สีเขียวนั้นเบิกโพลงก่อนจะเคลือบด้วยแววประหลาดใจสุดขีด


ตกลง.... ทุกๆอย่างคือกับดัก?
ทั้งเรื่องราวต่างๆที่ได้เห็นเมื่อครู่... ทุกอย่างคือกลลวง...


ทั้งๆที่.... อุตส่าห์เชื่อ....


แต่ทั้งหมดก็คือการหลอกลวง



สุดท้ายสันชาตญาณความต้องการชัยชนะของเจ้าชายก็เหนือกว่าทุกๆสิ่ง... -- โกคุเทระรู้สึกเกลียดตัวเองที่ไม่เคยจดจำสิ่งที่เคยรับรู้ และเคยสัมผัส... หรือที่เขาเรียกว่า "เจ็บแล้วไม่จำ" -- ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาเป็นคนจอ่อนถึงขนาดที่... ปล่อยให้โอกาสงามๆหลุดมือไปจนไม่สามารถทำอะไรได้อีก

ไอ้บ้าเอ๊ย!!
ทำไม.... ทำไมถึงทำอะไรมันไม่ได้!
ทำไมฆ่ามันตั้งแต่แรก!!
ทำไม... ต้องมาเสียใจทีหลังแบบนี้!!


ถ้าหากว่ามีกระสุนดับเครื่องชนละก็... ตัวเขาที่ใกล้ตายก็คงรีบอร์น เกิดใหม่อีกครั้งเพื่อฆ่ามันให้ตายเพราะไม่อยากให้ค้างคาเช่นนี้....

อยากเอาหัวตัวเองไปชนกำแพงสักรอบให้จดจำ แต่ก็คงสายไปแล้วในเมื่อ... เขากำลังจะตายในนาทีนี้นั่นแหละ...

ใบหน้าของศัตรูผู้คิดอุบายลวงนั้นกระหยิ่มยิ้มด้วยความสะใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มอย่างวิกลจริตตามวิสัย -- โกคุเทระหลับตาปี๋ อย่างน้อยๆก่อนตายก็ไม่อยากจะเห็นใบหน้านั้น....

ก็... ไม่อยากให้เสียความรู้สึก
ที่... ครั้งหนึ่งได้เชื่อมั่นว่า... เราสามารถเป็นเพื่อนกันได้

แม้ว่าจะยังคงหลับตาอยู่ แต่โกคุเทระก็รับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของเบลเฟกอล -- หมอนั่นยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ที่หูจนรู้สึกร้อนเพราะลมหายใจที่ราดรดใส่ของมัน -- ก่อนน้ำเสียงยียวนนั้นจะพูดขึ้นจนรู้สึกเสียวเหมือนขนลุกซู่

"แต่ว่า..." เบลเฟกอลกล่าวยานคางยาว "แกคงยังไม่เคยรู้ว่า -- "


เสียงนั้นยังไม่ทันพูดไม่จบ....


บรึ้ม!!!!!!!

เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมๆกับที่ร่างของโกคุเทระลอยคว้างไปนอากาศ ก่อนจะถูกเบรคด้วยกำแพงดังพลั่กและไถลลงกับพื้น โกคุเทระลืมตาขึ้นมองไปนความมืดที่เต็มไปด้วยหมอกควันของระเบิด -- แน่นอนว่าเขาตกใจมาก ในเมื่อระเบิดนั้นเป็นของเขา... แต่เขาไม่ได้จุดชนวนมัน!!

ใครกันที่จะจุดมัน.... นอกจากเขา

ชั่วพริบตาที่ควันระเบิดเริ่มจางลง แสงจันทร์อันน้อยนิดจากช่องระบายอากาศนั้นก็ได้สะท้อนภาพที่งดงามราวกับภาพวาดให้เขาได้เห็น...

รอยสีแดงของของเหลวที่ราวกับถูกบรรเลงด้วยเพลงพู่กันที่ปัดกวาดฉวัดเฉวียนไปทั้งบนพื้นและบนกำแพง มันเหมือนกับแสงสปอร์ตไลท์สีแดงที่ย้อมสรรพสิ่งในบริเวณนั้นให้กลมกลืนราวกับอยู่มิติเดียวกัน แต่ก็ไม่สามารถย้อมสายเอ็นและลวดที่ระโยงระยางจากกำแพงที่พุ่งมายังจุดศูนย์กลางของภาพ... -- เบลเฟกอลนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนั้น พร้อมๆกับที่กอดแขนทั้งสองข้างอย่างหลวมๆ

ประหนึ่งจะปลอบประโลมกายที่บอบช้ำนั้น....


เป็นภาพที่สวยงามที่สุดตั้งแต่ที่โกคุเทระได้เคยเห็นมา...


แต่... นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาชื่นชมภาพนั้น... -- เบลเฟกอลเงยหน้าขึ้นมองโกคุเทระที่อยู่ห่างกันไกล... ก่อนรอยยิ้มแปลกประหลาดจะผุดขึ้นที่ริมฝีปากบางนั้น....


"คนที่สมควรตายที่สุด..... คือคนที่ทรยศต่อความรู้สึกของตนเอง..."



เดี๋ยวก่อน....
แกคงไม่ได้หมายถึง....!?!





สิ้นสุดเสียงของเจ้าชายน้อยแห่งวอริเออร์... มีดนับสิบๆเล่มก็พุ่งจากปลายเส้นลวดสู่จุดศูนย์กลาง.......




[ หากพวกเราไม่ได้เป็นมาเฟีย บางที.... พวกเราอาจจะเป็นเพื่อนกันได้... โกคุเทระ ฮายาโตะ ]


TBC -> แด่ผู้ที่จากไป...


อ่าค่ะ TwT รีนต้องขอโทษอีกซักหลายๆรอบจิงๆค่าที่ดองนานมากขนาดนี้!

ต่อจากนี้ก็คงต้องดองอีกนั่นแหละค่ะ คงได้อ่านกันหลังสอบแน่ๆ ฮือๆ ขอโทษด้วยจิงๆค่ะ TwT

สุดท้ายนี้.... รีกเจ้าชาย รักโกคุ รักคนอ่านค่า~ ขอบคุณมากๆค่า

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 25 Jan 2008, 22:16 
User avatar
Joined: 04 Oct 2007, 18:55
Posts: 269
Location: กล่องเก็บไดนาไมต์ของโกคุ~
กรี๊ดดดดดดดดด~

ท่านพี่อัพแล้วTTwTT~~

อ่านแล้วสงสารทั้งเบลและพี่ชายเลบเลยแฮะ

สงสารเบล....แม่ไม่รัก

สงสารพี่ชายเบล....โดนหลอกใช้TTwTT~

โฮวววว

ว่าแต่..เจ้าชายล่อลวงโกคุเรอะ!!!

_________________
Image

สายลมเป็นอิสระและไม่ยึดติดกับสิ่งใด...

.......ในเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว....เมฆาจะสามารถเหนี่ยวรั้งสายลมไว้ได้หรือ...


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 25 Jan 2008, 22:28 
User avatar
Joined: 24 Sep 2007, 07:34
Posts: 2155
Location: ทุกแห่งหนในความฝันนี้
ขยี้ตาหลายล้านครั้งเพื่อความมั่นใจในชีวิต


มาอัพแล้วววววววววววววว


ตามอ่าน


แล้วชะตากรรมท่านเจ้าชาย กะ เจ้าหญิงโกคุ


จะเป็นไงละค่ะเนี่ย


ตามติดต่อไปเคอะ

_________________
ImageImageImageImageImage


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 25 Jan 2008, 22:48 
User avatar
Joined: 12 Dec 2007, 19:20
Posts: 140
มาแล้ว!!
กรี๊ดดด เจ้าชายเจ้าขา~~~~
โอ้ววววว เลิฟยู เลิฟยูเบลเฟกอน>///<

โฮๆๆ เจ้าชายยยยย กรี๊ดดดด(อารมณ์ปั่นป่วน=_=")

จะว่าไปสงสัยมานานแล้ว..

พี่ชายเบลเค้าชื่ออะไรนะ?


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 25 Jan 2008, 23:47 
User avatar
Joined: 02 Nov 2007, 17:59
Posts: 63
สุดยอดค่ะ!!!! มาต่อเร้วๆน้า~~~

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 26 Jan 2008, 00:46 
User avatar
Joined: 22 Sep 2007, 21:12
Posts: 340
คุณแม่ใจร้าย พี่ชายน่าสงสาร เบลน่าสงสารกว่าพี่ชาย
มาต่อเร็วๆเน้อ กำลังมันส์

_________________
มันต้องสควอโล่สิเหวย
Image
http://maikobd.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 26 Jan 2008, 06:43 
Joined: 28 Nov 2007, 05:45
Posts: 90
เบลสุดยอดดดดดดด

เจ้าชายคิดจะทำอะไรน่ะห๊ะ >[]<

ดีใจจัง ในที่สุดท่านก็อัพ เคี๊ยกๆๆๆๆๆๆ

เริ่มหันเหมาทาง B59 เรื่อยๆแล้วนะ T[]T


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 156 posts ]  Go to page Previous  1 ... 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11  Next


Who is online

Users browsing this forum: ChocolateMint, donmurangi, hibaritsuna, milk24970 and 4 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: