Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 132 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6 ... 9  Next
Author Message
 Post subject: Re: AU Fiction | Dolls . Up 3 | 1859+69 (04.07.09)
PostPosted: 19 Jul 2009, 21:15 
User avatar
Joined: 11 Apr 2008, 01:00
Posts: 397
Location: บนต้นไม้ ..
Title: Dolls
Author: Devilz79
Pairing: Kyouya*Gokudera [1859] / RL ?
Rating: R-15 up
Disclaimer: Akira Amano
Summary: Doll (n.) Toy in the shape of person

ตอนที่แล้ว -3-
หมายเหตุ - สถานที่และบุคคลในฟิคชั่นเรืองนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น


-4-



“นี่...” ถังปูนขนาดใหญ่ถูกวางโครมข้างๆร่างสูงที่มองดูแบบและปั้นไปพร้อมๆกัน ใบหน้าคมชุ่มไปด้วยเหงื่อ ไม่ยอมตอบรับคำพูดของโกคุเดระ แต่หากรู้กันดีว่าฮิบาริฟังคำพูดเข้ามาในหัวแล้ว


คนตัวเล็กเดินไปหยิบตุ๊กตาตัวจิ๋วที่วางไม่เป็นระเบียบอยู่บนชั้นที่ติดกับกำแพง ใส่ลงในกระเป๋าที่บุด้วยพลาสติกกันกระแทกชั้นดี


“จะไปไหน?” เสียงเย็นชาถาม แต่หน้าก็ไม่หันมามองผู้ที่ตนพูดด้วย “ไปร้านเจ้านั่นรึไง...หึ” แค่นหัวเราะเบาๆในลำคอ ราวกับจะเตือนสติถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในครึ่งวันก่อน


โกคุเดระทำเป็นไม่ได้ยิน ร่างบางรวบของบนชั้นลงกระเป๋าแล้วเดินออกจากร้านอย่างรวดเร็ว...ไม่คิดแม้แต่ละเหลียวสายตามามองผู้เป็นนาย


...มันไม่มีเหตุผลหรอก ที่จะต้องทำแบบนั้น


“....” เสียงเงียบเข้าปกคลุม มือหนากำมือของรูปปั้นแน่น ดวงตาสีนิลจดจ้องที่เบื้องหน้าแต่สติกลับไม่ได้อยู่ตรงนั้น


กร๊อก...


ข้อมือแข็งหักลงเพราะแรงบีบเกินที่เกินมนุษย์กระทำเข้า คนบีบมองตัวหุ่นด้วยนัยน์ตาที่ไร้แวว เสียงฟันขบกัดกันดังกรอด ก่อนที่มือสองข้างจะคว้าทอนฟาที่อยู่ข้างกายมาแล้วฟาดลงบนรูปปั้นอย่างไม่คิดจะเสียดายผลงานตัวเอง


กระดาษร่างแบบที่เคยมองดูอยู่ทุกวันถูกดึงขึ้นมาก่อนจะขยำแล้วฉีกทิ้งจนเป็นเศษผุยผง ภาพที่เสมือนกับรอยยิ้มที่เขาเคยมี ภาพของคนคนนั้น หุ่นปั้นของผู้ที่คล้ายคลึงกับคนคนนั้น...


สลายลงไปในชั่ววูบเดียว


เศษปูนกระเด็นตามพื้นเป็นเสี่ยงๆ ละอองผงลอยลงไปปนกับถังปูนที่ถูกเตรียมไว้ ทุกอย่างพังทลายหมด แม้แต่สิ่งที่ยังไม่ได้แตะต้อง...ยังไม่อาจจะใช้ประโยชน์ได้





“ช่วงนี้แบบนี้ขายดีนะครับ” มุคุโร่ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานคลี่ยิ้มแล้วจับตุ๊กตาตัวเล็กที่กองอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู “ถึงแม้ว่าแบบหนึ่งต่อหนึ่งจะดีแค่ไหน แต่ถ้าเป็นเด็กๆ พ่อแม่ส่วนใหญ่ก็คงไม่ชอบใจเท่าไรล่ะมั๊งครับ...เนอะ” ชวนเพื่อจะพูดคุย แต่ก็มีความเงียบที่อยู่เป็นเพื่อนคนตาสองสี


โกคุเดระนั่งตรงข้ามมุคุโร่ เบือนสายตาออกไปนอกร้านเพราะไม่อยากจะเสวนากับผู้ชายคนนี้สักเท่าไร มันออกจะน่ารำคาญสำหรับคนที่ไม่ชอบพูดอย่างเขา แต่มันก็ไม่ได้ทำให้อาการคันปากของมุคุโร่หยุดลงได้เลย


“ว่าแต่คุณฮิบาริไม่ได้ทำอะไรคุณใช่มั้ยครับ?” เอ่ยคำถามที่พาให้คนฟังหันขวับมองดูด้วยสายตาไม่พอใจ “ครับ...ครับ ขอโทษครับ...” พูดคำว่าขอโทษออกมาทั้งรอยยิ้มบนใบหน้า


ยังคงไร้คำพูดโต้ตอบเหมือนเช่นเคย มุคุโร่นั่งมองใบหน้าขาวที่เหม่อมองออกไปนอกร้านแล้วหันกลับมามองตุ๊กตาปั้นที่ยังไม่มีผู้มาจับจองเป็นเจ้าของ...บางทีเขาก็คิดว่าการที่ไม่มีคนจับจองอาจจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า


แสงอาทิตย์สีส้มสาดผ่านหน้าต่างขนาดกลางให้สะท้อนกับเส้นผมสีเงิน


“นี่...ผมว่ามันเย็นแล้ว คุณรีบกลับไม่ดีกว่าเหรอ?” มุคุโร่มองพระอาทิตย์ด้านนอกแล้วทักขึ้น “ผมว่าผมปิดร้านเลยดีกว่า จะได้เดินไปส่งคุณด้วย”


คนโดนอาสาขมวดคิ้ว “ไม่ต้อง” คำพูดสั้นๆคำแรกของวันที่มุคุโร่ได้ยิน เสียงนั้นไม่ค่อยจะพอใจเท่าไรนัก


“ไม่เอาน่า...ผมมีของต้องให้คุณฮิบาริด้วย” ร่างสูงเอี้ยวตัวไปหยิบกระดาษที่ม้วนอยู่ข้างหลัง “ผมว่าเขาคงจะไม่พอใจเท่าไรนะครับ ถ้าเห็นว่าคุณมาอยู่ที่ร้านผมอีกแล้ว”


โกคุเดระเลิกคิ้วคล้ายถาม แต่อีกคนก็ไม่ได้ตอบอะไร ได้เดินไปปิดไฟและหยิบกุญแจร้านติดมือมา สองร่างเดินออกจากร้านที่มีบรรยากาศเก่าแก่จนบางทีก็ดูน่ากลัว


ระหว่างทางมีเพียงเสียงคุยเสียงเดียวราวกับคนบ้า เพราะคนที่ควรจะฟัง ไม่ได้ใส่ใจในสิ่งที่คนพูดกำลังพูดนัก ... พูดมาก น่ารำคาญ





“มาแล...” เสียงพูดตามธรรมเนียมต้องชะงักลง เมื่อเห็นพื้นร้านเต็มไปด้วยเศษปูน หุ่นปั้นที่ขึ้นโครงเอาไว้ถูกพังลงมาไม่เป็นท่า ผู้ที่เป็นเจ้าของร้านนั่งเอนหลังพิงกับกำแพงสีขุ่น ตาสีนิลเต็มไปด้วยความโมโหและหงุดหงิด


“มาทำไม?” เป็นเสียงที่เปล่งออกมาเพื่อขับไล่โดยแท้ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากคนช่างพูดอย่างมุคุโร่ ได้แต่เพียงรอยยิ้มถูกอกถูกใจเท่านั้น


โกคุเดระถอนหายใจ ก้มมองพื้นอีกครั้งแล้วเห็นว่ามีเศษกระดาษถูกฉีกทิ้งอยู่ปะปนกันไป เลี่ยงตัวเดินเข้าไปในร้านอย่างไม่คิดจะเอ่ยถามคนที่อยู่ที่นี่ตลอดเวลา และดูท่าว่าจะเป็นคนต้นเรื่อง


ร่างเล็กหายลงไปในห้องใต้ดิน จนมุคุโร่ที่ไล่มองตามไปเลิกคิ้วสงสัย จะทำอะไร?


“สวัสดีครับ คุณฮิบาริ” คนผมสีน้ำเงินเดินเข้าไปนั่งตรงหน้าแล้วทักทาย “งานเละเทะจังเลยนะครับ...” มองสิ่งที่ถูกทำลาย เอ่ยด้วยน้ำเสียงออกจะคล้ายยินดีเสียด้วยซ้ำ


ฮิบาริจ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่พอใจ ใบหน้าคมบึ้งตึง มือสองข้างกำอาวุธแน่นราวกับจะปะทะมุคุโร่ได้ทุกเวลาที่ต้องการ “...มาทางไหน กลับไปทางนั้น”


มุคุโร่ฉีกยิ้มกว้าง “หงุดหงิดจังเลยนะครับ ตั้งแต่เมื่อเช้าแน่ะ...” ยังพูดล้อเล่นโดยไม่ดูสถานการณ์ “แต่ผมมีของจะให้คุณครับ ถ้าเห็น...คงจะดีใจใช่น้อยนะครับ” มือเรียวยื่นม้วนกระดาษส่งให้ชายตรงหน้า


ฮิบาริขมวดคิ้ว แล้วรับของมา


“พอดีมีคนมาส่งให้ผมเมื่อช่วงบ่ายนี่เองครับ...ว่าจะฝากฮายาโตะคุงมา แต่ว่า...อึ๊ก!!” ปากที่กำลังพูดต้องชะงักลงเมื่อโดนทอนฟาเหล็กประทับลงบนปลายคาง โชคดีที่หลบได้ แต่ถึงอย่างนั้นแรงก็น้อยๆที่ไหน


“ปากแก...ไม่มีสิทธิ์” ฮิบาริจ้องด้วยสายตาคมกริบ แต่กับมุคุโร่ก็ไม่แม้แต่จะรู้สึกสะทกสะท้าน ยังส่งเสียงหัวเราะในลำคอออกมายั่วประสาทคนตรงหน้า


“เปิดดูเถอะครับ ผมไม่อยากจะทะเลาะกับทอนฟาของคุณแล้ว”


ร่างสูงวางอาวุธคู่กายลงก่อนจะคลี่กระดาษอย่างรวดเร็วคล้ายจะตัดภาระให้หมดสิ้น แต่เมื่อภาพตรงหน้าปรากฏแก่สายตา หัวใจของชายหนุ่มคล้ายจะกระตุกอย่างรวดเร็ว


ใบหน้านั้น...รอยยิ้มนั้น...ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น...เส้นผมอ่อนโยนนั่น...


“แก....” ร้องอยู่ในลำคอ ใบหน้าคมหันไปจ้องมองมุคุโร่ที่ยิ้มร่าเริง


“ผมรู้...ว่าคุณคิดถึง…ไม่งั้น...” ไม่ทันที่มุคุโร่จะได้พูดจบ กระดาษแผ่นนั้นถูกขว้างใส่หน้าด้วยแรงมหาศาล ก่อนคนที่นั่งอยู่จะคว้าทอนฟาอย่างรวดเร็วแล้วฟาดกระดาษให้ยับย่น


“มันเป็นใคร...ฉันไม่รู้จัก” ตาสีนิลจ้องมองอย่างแน่วแน่ “แล้วแก...ก็เอาไอ้เศษสวะนี่กลับไปด้วย” ชี้มือไปที่ภาพแผ่นนั้น


มุคุโร่เลิกคิ้วคล้ายจะถาม แต่ก็หุบปากไม่พูดอะไร


“หรือว่าแกอยากจะให้คนเก็บขยะเก็บศพแกไปพร้อมกับรูปนั่น...ได้” ร่างสูงกระโดดจู่โจมอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ปลายเหล็กจะกระแทกเข้าที่ปากเรียวจนเรียกเลือดได้บ้าง


มุคุโร่พยายามหลบและปัดป้องอย่างรวดเร็ว แต่คงจะเพราะคนตรงหน้าเพิ่มแรงโทสะขึ้นไปอีก ถึงได้ไวขึ้นขนาดนี้ “โอเคครับ...ผมยอมไปก็ได้ ฝากบอกลาฮายาโตะคุงด้วยแล้ว....ครับ...” เสียงขาดหายไปเพราะต้องใช้พลังงานส่วนหนึ่งในการป้องกัน ก่อนที่ร่างของมุคุโร่จะหายไปบนหลังคาบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว


ฮิบาริสูดอากาศเข้าปอดก่อนที่จะลงไปนั่งกับพื้น... ‘พวกแกมันก็ไอ้พวกสุมหัว’


“ลุกขึ้นมาได้แล้ว...” เสียงนิ่งเรียกให้ฮิบาริหันขวับไปมอง แต่ของตรงหน้าเขากลับเป็นแผ่นกระดาษที่มีรอยเขียนแบบอย่างที่เขาเพิ่งทำลายมันลงไป “ของอยู่ตรงนั้น จะทำก็ไปทำ” หน้าขาวเบือนเข้าไปหาเหล็กและฐานที่ถูกเตรียมไว้


คนผมดำจ้องตาสีมรกตเขม็ง แต่ก็ไม่มีคำพูดใดๆออกมา นั่นแหละ...คือสิ่งที่โกคุเดระต้องการให้เป็น ไม่ต้องมีคำพูดคำจา บทสนทนาแบบเดิมนั่นแหละ


“รับไปซะ ฉันจะไปเก็บของ ยังเหลืองานอีกตั้งหนึ่งงาน” โยนกระดาษลงบนพื้นแล้วหันตัวเข้าไปในบ้าน จากนั้นลงมือเก็บเศษปูนที่อยู่ระเกะระกะ น่ากลัวว่าจะบาดเท้าเข้าให้สักวัน


เนตรสีนิลปรายมองร่างเล็กที่ก้มเก็บของบนพื้น “แกมัน...” พึมพำในลำคอ แล้วมองสำเนาแบบรูปซึ่งวางอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้อารมณ์เช่นเดิม





ไม่นานความมืดก็เดินทางเข้ามา โครงหุ่นถูกขึ้นได้เพียงครึ่งเดียว บางส่วนก็ยังพอใช้จากของเดิมได้บ้าง แต่กระนั้นเจ้าของร้านก็ไม่อาจจะอดทนทำต่อได้จนเสร็จ ความหงุดหงิดที่มีอยู่ในใจ ความขุ่นเคืองกับคำพูดเมื่อช่วงเย็นของมุคุโร่ยังคงอยู่


เขาไม่ได้คิดถึง...ไม่อาจคิดถึง และ...ไม่มีทางที่จะนึกถึงสัตว์กินพืชพรรค์นั้น!


ภาพแบบที่วางไว้เคียงข้าง ปรากฏแก่สายตาอีกครั้ง แต่ความเป็นจริงแล้ว...ไม่ต้องมองก็จดจำได้ทุกรายละเอียด ทั้งๆที่ควรจะลืมเลือน ลบมันออกไปจากความทรงจำ แต่ก็...ทำไม่ได้


ร่างสูงลุกขึ้น มองแบบด้วยสายตาไร้ความรู้สึก ก่อนจะลงมือขึ้นโครงโดยพยายามในการไม่ใส่ใจต่อความรู้สึกของตัวเอง


...เขาลืมไปแล้ว...ลืมไปแล้ว
เขาแค่...หลอกตัวเอง ว่าลืมไปแล้ว



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ร่างสูงในชุดสูทสีเข้ม ไล้ใบหน้าเนียนใสที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตาอย่างแผ่วเบา ลำตัวขาวซีดเจือด้วยสีแดงแต้มจนดูน่าพิสมัย หากแต่ร่องรอยนี้...กลับเป็นผู้อื่นที่กระทำขึ้นมา แม้เขาจะไม่ใช่คนประเภทใจบุญอะไรนักหนา แต่เมื่อเห็นหยดน้ำตามากมายที่พรั่งพรูลงมา ก็ไม่อาจห้ามเท้าไม่ให้ก้าวไปขัดขวางการกระทำที่ไร้ซึ่งยางอาย


มือหนากระชับเสื้อคลุมเข้ากับร่างบางมากกว่าเดิม เส้นผมยาวระลงมาปรกใบหน้า ดวงตาซุกซนเสมอหลับพริ้มอย่างเป็นสุขบนที่นอนหนานุ่ม ริมฝีปากซีดจากแม้จะสั่นแต่ก็ประดับด้วยรอยยิ้มเบาบาง


ยากที่จะห้ามใจไม่ให้ลงไปสัมผัสเส้นผม เปลือกตา และริมฝีปากนั้นได้ รสจูบแผ่วเบาประทับทั่วใบหน้าของผู้ที่ยังหลับไม่รู้สึกตัวใดๆ กลิ่นนมที่มักจะติดตัวเสมอส่งผ่านไปถึงร่างสูงที่นั่งเฝ้าอยู่


“ตื่นมาเมื่อไร แกได้ชดใช้แน่” พูดคาดโทษด้วยเสียงกระซิบ เพราะไม่ได้หวังให้เจ้านี่ตื่นขึ้นมานักหรอก


มือหนาหยิบหมวกทรงสูงของตนขึ้นมาสวมก่อนจะเดินออกไปจากอาณาเขตของสิ่งที่เรียกว่าห้องนอน ปล่อยให้แขกที่ไม่คาดคิดว่าจะได้พากลับมานอนไปอย่างสบายๆ ตาคมเหลือบมองกรอบรูปที่วางอยู่ข้างเตียง ก่อนจะเอี้ยวตัวไปจับมันพลิกให้คว่ำหน้าลง


...ถ้าเจ้าวัวโง่นี่ยังมีมารยาทพอ มันคงจะไม่เปิดดูหรอกนะ...


รีบอร์นถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย ลำตัวโปร่งทิ้งนั่งลงบนโซฟาตัวหรู หมวกสีดำคาดส้มถอดออกแล้ววางไว้บนโต๊ะแก้วใสเบื้องหน้า ผมที่ถูกเซ็ทเป็นทรงขยี้ลงอย่างไม่นึกเสียดายเวลา ใบหน้าคมเรียวปรากฏรอยยุ่งเหยิง


นับตั้งแต่ที่สงครามประกาศจบลงอย่างสวยงามในสายตาของราชวงศ์ ชีวิตของเขาไม่เคยได้อยู่อย่างสงบสักวัน การถูกไล่ล่าฆ่าอย่างไร้อารยธรรม เวลาจะเดินไปไหนเขาก็จำต้องระวังตัวไว้ตลอดเวลา นั่นเพียงเพราะ...เขาเคยเป็นหนึ่งใน ‘เงา’ ของราชวงศ์ที่มักพาเรื่องเสื่อมเสียมายังประเทศชาติ แต่เขาก็ไม่อาจเรียกตนว่า ‘ข้าราชการ’ ได้


แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่านั่นคือวิถีของประชาชนที่ปัจจุบันแทบไม่มีอะไรจะยาไส้เสียมากกว่า


แล้ววันนี้เขาเพิ่งจะมาเห็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกตัวเองว่า ‘ข้าราชการ’ กำลังย่ำยีประชาชนอยู่ หากเป็นเมื่อก่อน เขาอาจจะต้องใคร่ครวญหนักกับการฆ่าคนพวกนั้นให้ราบไป แต่เมื่อในวันนี้การเป็นเงามันสิ้นสุดลง เขาไม่จำเป็นต้องเกรงใจพวกแสงที่มักจะเหยียดหยามเสมอ


“รีบอร์น!” เสียงที่ดังขึ้นมาจากในห้องนอน พาให้เจ้าของชื่อขมวดคิ้วนิ่งแล้วเดินไปยังห้องนั้น เนื่องจากห้องมันไม่ใช่ห้องที่ใหญ่โตหรือหรูหรามาก เสียงจึงสามารถเล็ดรอดอย่างง่ายดาย


คนถูกเรียกเปิดประตูพรวดเข้าใบ ภาพเบื้องหน้าเขาเป็นร่างเล็กของแรมโบ้ที่นอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่ม ในขณะที่เสื้อคลุมของเขากองอยู่บนพื้น สายตาสีเขียวที่มองกลับมาสะท้อนความหวาดกลัวแบบปิดไม่มิด ตัวเล็กๆสั่นราวกับลูกนกปีกหัก


รีบอร์นเดินเข้าไปข้างในโดยไม่เอ่ยอะไรสักคำ ก้มเก็บเสื้อของตนขึ้นมาแล้วเอาพาดกับขอบเตียงที่มีที่ว่างพอ เนตรคมสบกับสายตาแห่งความหวาดกลัว


“ฉะ...ฉัน...” แม้แต่เสียงยังคงสั่นเทา น้ำตาหลายหยดร่วงลงมา เมื่อคิดถึงความเจ็บปวดที่ตนได้รับ แม้อยากจะร่ำร้องมากแค่ไหน แต่ถ้าคนตรงหน้าเขาคือรีบอร์นแล้วหมอนี่คงไม่มีวันที่จะโอบกอดเขาเป็นแน่


ร่างสูงทรุดนั่งลงบนเตียง ที่ว่างมาจากการถดถอยของคนตัวเล็ก ดวงตาใสกระพริบถี่ มือสองข้างกระชับผ้าห่มให้หนาแน่นมากกว่าเดิม แต่กระนั้นคอเล็กก็มิอาจหลบมือใหญ่ที่เอื้อมมาคว้าอย่างไม่มีปี่ขลุ่ย


“นะ...อื้อ...” ปากที่กำลังจะพูดอะไรออกมา ถูกครอบครองด้วยกลีบปากนุ่ม แล้วตามด้วยลิ้นเปียกที่กวาดไปทั่วโพรงปาก ร่างเล็กหลับตาปี๋ สองมือคลายออกจากผ้าห่มเปลี่ยนมาเป็นขยุ้มเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่าย ลำตัวเล็กผ่อนคลายความเกร็ง ปล่อยให้ตกอยู่ภายใต้ร่างกายใหญ่กว่า และสองแขนแข็งแรงกักกันไม่ให้หนีไปไหน


ลิ้นเล็กตวัดตามลิ้นใหญ่ไปอย่างช้าๆ ความหวานจากรสชาติของนมเจือให้รสจูบมีสีสันมากขึ้น สายน้ำเล็กเชื่อมสองปากยามผละออกจากกัน เสียงหายใจหอบดังขึ้นมาแล้วเงียบหายไป เพราะถูกแทรกด้วยเสียงครางอู้อี้ยามริมฝีปากถูกเชยชิมอีกครั้ง


ลำแขนหนาวางลงกับเตียง แล้วเอื้อมมือเช็ดคราบน้ำตาที่เกาะอยู่ให้หายไป ริมฝีปากถอนออกแล้วก้มจูบข้างแก้มเนียนที่เป็นสีระเรื่อ ไอร้อนนำพาออกมาจากร่างกายเป็นปริมาณมากมาย ลิ้นเปียกแลบไล้ลำคอขาว กดจูบลงบนรอยช้ำหวังให้รอยนั้นจางหาย ...มีแค่ตราประทับของเขาคนเดียวก็เพียงพอ


“ระ...รีบอร์น” เสียงหวานเรียกชื่อเครือ สัมผัสเบาทั่วร่างกายพาให้ร่างเล็กผวาเข้าสู่อ้อมอกอุ่น


มือหนาลากไล้บนผิวนุ่มละไม สัมผัสเปี่ยมไปด้วยความอาทร จมูกคมกดลงบนซอกคอราวกับกระหายมาอย่างยาวนาน ริมฝีปากขบกัดไหล่บางจนเป็นรอยเล็กๆขึ้นมา เสียงหวานร้องออกมาอย่างพึงใจ เนตรมรกตฉายแววหยาดเยิ้ม


“ฉันเพิ่งจะรู้นะ...” เสียงเข้มดังขึ้นมา “...ว่านายชอบกินนมด้วย” ถ้อยคำระรื่นหูช่างต่างกับที่ร่างเล็กเคยได้ยินนัก แม้จะไม่ใช่ประโยคหวานเลี่ยน แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมาพาให้แรมโบ้ต้องหน้าแต้มสีระเรื่อ


“ฉะ...ฉัน...อา...” เสียงครางขัดจังหวะบทพูดของร่างบางที่กำลังจะอธิบายในสิ่งที่ร่างใหญ่พูดออกมาเมื่อครู่ แต่ยามที่ร่างกายได้รับการสัมผัสก็มิอาจปล่อยคำพูดออกมาได้


รีบอร์นก้มประทับจูบบนแผ่นอกที่กระเพื่อม ก่อนจะแนบแก้มเพื่อฟังจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวของอีกฝ่าย “...โคโรเนโร่”



tbc ..

Image

หลงรีบอร์นหัวปักหัวปำอยู่ค่ะ 555 ยิ่งรีบอร์นโค่แล้ว สุดยอดดดดดด !!
เอ๋ ... อันนี้หลงตามสปอยล์ตอนล่าค่ะ ทั้งเมะ ทั้งมังงะ โอ้ยยย อาจารย์อามาโนะกะฆ่ากันชัด ๆ
รู้สึกชอบเวลารีบอร์นมันยิ้มชั่ว กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก // โดนสอย

อาจารย์ฟงยิ้มบาดจิตเหมือนเดิม รอยยิ้มแบบนั้นน่าเอามาแปะปากคุณฮิ // หลบทอนฟา
กำลังอยู่ในโหมดปลื้ม ศจ.หนุ่มแว่นค่ะ ลุงเวลเด้ ในเมะลุงโมเอ้อ่ะ

โอเค...กลับเข้าเรื่องของเราต่อ (??)
ขอบคุณทุกคอมเม้นต์อีกเช่นเคยนะคะ เรื่องนี้คงจะทึมตามคนแต่งไปอีกเรื่อย ๆ ค่ะ TvT
ก๊กคุงก็ (คง) จะน่าสงสารแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ~~ ?

อ่า ... คงพูดอะไรไม่รู้เรื่องแล้วล่ะค่ะ เมาสปอยล์ไปเป็นที่เรียบร้อย
โชคดีนะคะทุกคน รักษาสุขภาพดี ๆ ไม่สบายแล้วคงแย่น่าดู ^^

_________________
Dare you sleep? Yes or No
2796 :: 1859 | Y
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: AU Fiction | Dolls . Up 3 | 1859+69 (04.07.09)
PostPosted: 19 Jul 2009, 21:30 
User avatar
Joined: 17 Jul 2009, 18:21
Posts: 93
Location: Twilight Town -w-
ภาพนั้นเป็นรูปทูน่าหรือเปล่าคะ ท่านฮิเป็นอะไรกับคนในภาพนั่นกันแน่เนี่ย ตื่นเต้นๆ

เอ๋!? ตอนแรกนึกว่าเป็นแรมโบ้ แล้วหนูโคโลเนโร่นี่มากจากไหน *สครีมโหยหวน

รอยยิ้มอาฟงนี่บาดใจจริงๆ ค่ะ

_________________
-:My FanFiction:-

At least I found you [8059]

[AU] Change me, change my heart [80+695996]

[AU] Rhythm of Destiny [8059] - Completed!!!!


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: AU Fiction | Dolls . Up 4 | 1859+69 (19.07.09)
PostPosted: 21 Jul 2009, 12:20 
Joined: 16 May 2009, 01:39
Posts: 215
ท่านฮิมีอะไรกับทูน่าเนี่ย อยากรู้อะ

แล้วก๊กคุงจะเป็นไงต่อเนี่ย

_________________
all59 forever


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: AU Fiction | Dolls . Up 4 | 1859+69 (19.07.09)
PostPosted: 22 Jul 2009, 14:13 
Joined: 24 Sep 2008, 14:57
Posts: 486
Location: ที่ไหนก็ไม่รู้...แต่สนุกดีอ่ะ...555
ยังคงอึมครึมเหมือนเดิมเลย ...บรรยากาศช่างกดดันได้ใจมากค่ะ

แต่ถึงจะดูมืดมน แต่ก็เหมือนจะได้รับรู้บรรยากาศที่เปลี่ยนไปอยู่บ้างนะคะ

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไรกัน แต่ว่า...ก็ดูเหมือนจะรู้ใจกันอยู่นะคะ หนูฮายาโตะกับคุณฮิเนี่ย....

รู้สึกว่า คุณฮิก็ยังคงหวงก๊กคุงอย่างลับๆอยู่สินะคะ....^ ^....

ก็นี่มัน คู่แท้ซึนเดเระนี่เนอะ....

ว่าแต่....กับทูน่า(หรือเปล่า)นั่นมันยังไงกันน้า....

ส่วนรีบอร์นกับแรมโบ้....หึ หึ.....(กำลังจะบอกอะไรเนี่ย ไอ้เสียงหัวเราะปริศนานั่นน่ะ...ใครเค้าจะไปเข้าใจกับแกยะ)

อ่า....ชอบรอยยิ้มชั่วของรีบอร์นเหมือนกันเลยค่ะ....
โหดหล่อเลวแบบนี้....>.<....กรี๊ดค่ะ...อ.อามาโนะขา....

รอตอนต่อไปค่ะ....^ ^....


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: AU Fiction | Dolls . Up 4 | 1859+69 (19.07.09)
PostPosted: 24 Jul 2009, 22:28 
User avatar
Joined: 10 Jul 2009, 21:29
Posts: 117
Location: เอีบงคอ 59 ํ มองคนน่ารักอยู่ที่มุมตึก
อืม..ฮิ...

สับสนในคุณฮิค่ะ!! เธอจะเอายังไกับหนูฮายะกันแน่คะ??

ชอบยิ้มชี่วเหมือนกันค่ะ คมบาดตาบาดใจจริงๆ

_________________
EVERYTHING SO TERRIBLE THEN I...

..Gone with the wind..



Image



http://narzissuz.exteen.com <<บล็อคเค้าเองนะจร๊า


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: AU Fiction | Dolls . Up 4 | 1859+69 (19.07.09)
PostPosted: 27 Jul 2009, 20:59 
User avatar
Joined: 31 Jan 2008, 21:01
Posts: 164
แต่ละเสะ..ต่างก็มีกิ๊กเก่ากันทั้งคู่เลยวุ้ย!!~
แบบนี้ดีแล้วจริงๆเหรอ
ให้แรมโบ้เป็นชู้เนี่ย!! อ้ากกกกกกก รับไม่ได้เจ้าค่า~!!!!!
พอตีความหมายในเชิงลึก(?) แล้ว รู้สึกว่า ก๊กคุงกับแรมโบ้ช่างน่าสงสารจริงๆ ต้องมาเป็นตัวแทนคนอื่น
อ่า...ช่วยกอดเพราะรักทีได้ไหมฮร้า~~~ T^T

_________________
Image Image

Image

แหล่งเก็บฟิค 59Uke
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: AU Fiction | Dolls . Up 4 | 1859+69 (19.07.09)
PostPosted: 29 Jul 2009, 15:40 
Joined: 10 Jul 2009, 08:11
Posts: 171
Location: ล่องลอยไปตามวายุจะโบกพัด~
คนรักเคะทนไม่ได้แล้วววววววววววววววววววววว

แงๆๆๆๆ คุณฮิ รักเค้าหวงเค้าก็บอกไปตรงๆเลยเซ่ อมพะนำไว้ทำไมอ้ะ

ส่วนเฮียรีบอร์น อยู่กับแรมโบ้แล้ว เอ่ยชื่อโค่ทำไมอ้ะ

ชอบจริงๆเลย บรรยากาศแบบนี้

รออ่านต่อนะคะ

_________________
[url][/url]

8059 นั้นคือชีวิต คู่นี้คอยลิขิตให้ชีวิตก้าวไป

BF ที่สวยสดใสนั้นเป็นจิตใจ ที่สดใสเสรี

XS คือกำลังใจ 10069 สู้ไปอย่าได้ถอยหนี

ความภาคภูมิใจที่มี เกียรติยศศักดิ์ศรี... All 59 BANZAI!!!


รัก 8059 ตลอดมา และข้าน้อยขอสัญญาว่าจะรักตลอดไป...


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: AU Fiction | Dolls . Up 4 | 1859+69 (19.07.09)
PostPosted: 16 Aug 2009, 20:00 
User avatar
Joined: 11 Apr 2008, 01:00
Posts: 397
Location: บนต้นไม้ ..
Title: Dolls
Author: Devilz79
Pairing: Kyouya*Gokudera [1859] / RL ?
Rating: R-15 up
Disclaimer: Akira Amano
Summary: Doll (n.) Toy in the shape of person

ตอนที่แล้ว -4-
หมายเหตุ - สถานที่และบุคคลในฟิคชั่นเรืองนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น


-5.1-





โกคุเดระชะโงกหน้ามองผู้เป็นนายที่ยืนขึ้นโครงด้วยใบหน้าราบเรียบ ราวกับกำลังสะกดอารมณ์ให้จมดิ่งลงไป...ลงไปกว่าที่เคยเป็นมา


เขาไม่ค่อยจะเห็นฮิบาริในอารมณ์นี้สักเท่าไร หรือความจริงก็คือเขาไม่เคยเห็นอารมณ์นี้ของฮิบาริเลยสักครั้ง ในความทรงจำ ไม่มี...ไม่มีจริงๆ แม้เขาจะสงสัยว่าทำไมฮิบาริถึงต้องข่มอารมณ์ขนาดนี้ แต่เขาก็ไม่คิดจะใส่ใจ ไม่คิดจะถามเพราะมันไม่ใช่เรื่อง...ไม่ใช่เรื่องของเขาสักนิด


ร่างบางเดินออกไปหาผู้เป็นนายพร้อมกับถังปูนลูกใหม่ วางถังกลมไว้ข้างขาคนที่ทำราวกับว่าคนที่ไปหาไม่ได้อยู่ในสายตา ...ยังคงไร้ซึ่งคำพูดเช่นเดิม ไม่มีคำบอก คำขอบคุณหรือแม้แต่เสียงหืออือ


ทิ้งไว้แต่เสียงเงียบงันของยามวิกาล


โกคุเดระก้มเก็บของที่วางเรี่ยราดให้เข้าที่ดังเดิม เขาทำมันแบบนี้ทุกครั้งเวลาที่ฮิบาริต้องเร่งงานจนดึกหรือที่หนักกว่านั้นก็ไม่ได้นอนกันทั้งวันเลย ยิ่งเมื่อหลายวันที่ผ่านมาคนผมดำทำลายงานของตัวเองลง แถมยังอาละวาดจนข้าวของกระจายไปหมด ยิ่งสร้างภาระให้แก่ร่างเล็กที่ต้องเป็นคนเตรียมของ


ทั้งๆที่งานควรจะเสร็จ กลับต้องมาเร่งมือในวันที่กำหนดกับลูกค้า


งานที่อาจจะไม่หนักเท่ากับงานปั้น แต่ว่า...ความเหน็ดเหนื่อยที่ต้องมาปะทะอารมณ์ในส่วนลึกของผู้เป็นนายก็ไม่ได้ทำให้งานที่ควรจะเบา ได้เบาลงกว่าเดิม


รูปร่างที่เริ่มเป็นสัดส่วน พอมองออกว่าเป็นคนปรากฏแก่สายตาของคนที่ช่วยงานอยู่ห่างๆ เขาคุ้นตาร่างนี้เพราะว่าเขาต้องเก็บรายละเอียดบางส่วนเพื่อเตรียมของให้ฮิบาริ แต่ว่า...ทำไมความรู้สึกเวลาที่มองมันแตกต่างกันนักนะ?


รูปปั้นที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายแบบนี้...เขาเองก็เป็นรูปปั้น ทำไมจะมองไม่ออก?


โกคุเดระมองแล้วหยุดนิ่ง เช่นเดียวกับฮิบาริที่หยุดมือลงชั่วครู่ ใบหน้าคมหันมามองผู้ช่วยที่ยืนค้างด้วยความไม่เข้าใจ เนตรสีนิลตวัดมองก่อนจะมองงานของตน รอยยิ้มเย้ยหยัดผุดชั่ววูบแล้วหายไปเป็นใบหน้านิ่งดังเดิม


บางเวลา...เขาก็ดำดิ่งกับอารมณ์มากเกินไป จนอยากจะกู่ร้องออกมาดังๆให้ความรู้สึกข้างในมันออกไป แต่ว่า...เขาทำไม่ได้ หรือไม่อาจทำได้ เพราะนั่นไม่ใข่วิสัยของเขา


“แกน่ะ...” เสียงเรียบเอ่ยขัดการจ้องมองของโกคุเดระ “สีที่ต้องใช้เตรียมแล้วใช่มั้ย?” เอ่ยเรียกสี ทั้งๆที่งานยังเก็บรายละเอียดไม่เสร็จสมบูรณ์ พาให้คนที่ช่วยขมวดคิ้วมุ่น


“...เตรียมแล้ว แต่มันยังไม่เสร็จนี่”


ฮิบาริกวาดสายตามองด้วยท่าทีรำคาญ “มันเรื่องของฉัน”


ร่างเล็กยังคงไม่เข้าใจ แต่ครั้งนี้เขาคงจะยอมละมันทิ้งไว้แล้วทำตามคำสั่งไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องให้ฮิบาริมาใช้สีทิ้งขว้างแบบตามใจตนเองแบบนี้


“ไปเอามา”


“ทำไม?”


“ฉันสั่ง”


“แต่...”


“ถ้าทำไม่ได้ ก็ทำให้ตัวเองหายไปซะ” ร่างสูงเอ่ยถ้อยคำกรีดใจคนที่ยืนจ้องตาเขม็ง ก่อนจะเบี่ยงตัวไปหยิบสีที่ถูกเตรียมไว้ภายในมุมข้างลานทำงาน


โกคุเดระยังยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน รอจนกว่าฮิบาริจะเดินออกมาพร้อมกับสี เขาพอจะรู้อุปนิสัยของคนที่เป็นนายอยู่บ้าง กับการที่คิดว่าตัวเองเป็นกฎในทุกๆเรื่อง แต่กับบางเรื่องเหตุผลที่สมควรจะมีกลับเลือนหายไป


“แก...” เสียงฮิบาริที่ดังพร้อมกับการปรากฏตัว “ทำไมเป็นสีฟ้า?” ยื่นที่บรรจุสีให้คนที่รับหน้าที่ผสมสีดู


คนโดนถามจ้องกลับด้วยความไม่เข้าใจ “ก็ถูกแล้วไม่ใช่รึไง? แบบน่ะเป็นสีฟ้าไม่ใช่เหรอ?” ถามกลับเพราะเขามั่นใจแน่นอนว่าตนไม่มีทางเก็บรายละเอียดได้ผิด ที่ผิด...ก็จะมีแต่อีกฝ่าย


“...งั้นเหรอ?” ฮิบาริกลืนน้ำลายลงคอแล้ววางบรรจุภัณฑ์ลง


สีฟ้า...ไม่ใช่สีน้ำตาลอย่างนั้นเหรอ?


โกคุเดระยืนนิ่งไม่โต้ตอบอะไรกลับ ท่าทางของฮิบาริในตอนนี้ไม่ใช่อารมณ์ยามปกติ แต่เขาก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นอารมณ์อะไร ดังนั้นหน้าที่ของเขาตอนนี้มีแค่ยกสีที่เหลือออกมา


“เดี๋ยว” คำเอ่ยรั้งพาให้เท้าที่หมุนออกไปหยุดชะงัก ดวงตาสีดำสนิทสบกับผู้ที่ตนเรียก “แกน่ะ จะไปไหนก็ไป งานนี้ฉันทำต่อเองได้”


โกคุเดระขยับหัวราวกับฟังไม่ชัด


“งานนี้ไม่ต้องพึ่งพาแก ฉันจะทำของฉันเองคนเดียว อยากไปที่ไหนก็ไปซะ!” เอ่ยเสียงตะคอกในประโยคสุดท้าย แล้วไม่หันกลับมามองอีก...ไม่สนใจว่าคนที่ยืนนั้นจะอยู่หรือไป


โกคุเดระหยักยิ้มเล็กๆแล้วเดินเข้าสู่มุมมืดของบ้าน … เขาเคยคิดว่าเขาทนไม่ไหว ใช่ เขาทนไม่ไหวกับอารมณ์ของฮิบาริ นึกอยากไล่ก็ไล่ นึกอยากให้อยู่ก็กระชากกลับมาโดยไม่สนใจอีกฝ่ายบ้าง


“ไม่มีใครทนอยู่กับนายได้หรอก” เอ่ยเสียงเบาด้วยความเกลียดจับใจ และเพราะความเกลียดนี้ที่เป็นฐานให้เขาสามารถอยู่ตรงนี้มาได้จนถึงทุกวัน ทั้งเขาและฮิบาริต่างยืนอยู่บนความเกลียดอย่างมากมาย





ฮิบาริทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ฟุบหน้าลงบนเข่าที่ชันขึ้นมา เปลือกตามันหนักอึ้งจนเขาแทบไม่มีแรงจะเหลือบขึ้นมอง ไม่ใช่ว่าไม่เคยทำงานดึกเท่านี้ เพียงแต่ไม่เคยที่จะต้องเริ่มทำงานใหม่ในเวลาเร่งรัดแบบนี้


เขาเหนื่อย...ใช่


และมีใครบางคนที่น่าจะเหนื่อยไม่แพ้เขา แต่ก็เพราะตัวมันทำตัวเอง ไม่เกี่ยวกับเขาสักนิด ถ้าหากเขาไม่หงุดหงิด...ไม่สิ ถ้าหากไม่มีสิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิด ป่านนี้มันคงได้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ของเขาไปแล้วล่ะ


มันไม่เกี่ยวกับเขาเลยจริงๆ





โกคุเดระผุดลุกขึ้นจากเตียงหลังจากได้พักผ่อนร่างกายระยะหนึ่ง แค่นี้มันก็เพียงพอกับเขาแล้วล่ะ หูเล็กเงี่ยฟังเสียงที่มันสมควรจะดังมา เพราะเวลาแบบนี้คนอย่างฮิบาริไม่น่าที่จะทำงานได้เสร็จ...มันเร็วเกินไป


ร่างเล็กเดินออกจากห้องส่วนตัวของตน ก่อนจะผลุบหายเข้าไปในห้องครัว แม้ห้องที่ว่าไม่สมควรที่จะเรียกได้ว่าเป็นห้องครัวเท่าไรก็ตาม แต่อย่างน้อยๆมันก็มีของพอให้ประทังชีวิตไปวันๆ เพราะทั้งเขาและฮิบาริไม่ค่อยจะใส่ใจเกี่ยวกับอาหารการกินนัก


เสียงโคร้งเคล้งเพราะช้อนคันเล็กชนกับแก้ว พาให้โกคุเดระเบ้หน้าด้วยความนึกรำคาญ ไม่ใช่เพราะอะไรเพียงแต่เสียงดังแบบนี้ในยามที่เงียบเกินไปแบบนี้ มันฟังประหลาดแปลกๆ


กาแฟหนึ่งแก้วถูกมือขาวถือออกมาอย่างพยายามที่จะระวังไม่ให้หกมากที่สุด


โกคุเดระโผล่ออกไปที่ลานทำงาน หวังในใจให้ฮิบาริยังคงเก็บรายละเอียดงานอยู่ เพราะการที่ฮิบาริต้องเหนื่อยหนักต่อไปอีก ก็ไม่ได้ส่งผลดีกับเขาสักเท่าไรนัก เพราะพลังงานบางส่วนเขาก็ได้รับมาจากฮิบาริเหมือนกัน ถึงจะน้อยมากๆก็ตาม


แต่ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับเป็นร่างสูงนอนฟุบอยู่บนเข่าตนเอง งานปั้นที่ถูกเก็บรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว แต่ถูกลงสีไปไม่ถึงครึ่ง


คนผมเงินขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ...เขาไม่เข้าใจอะไรสักอย่างในตัวคนคนนี้ แต่ก็นะ มันอาจจะเป็นเรื่องปกติ ที่จะไม่มีใครบนโลกที่จะเข้าใจฮิบาริได้อย่างถ่องแท้


มือเล็กวางแก้วกาแฟลงข้างถังสีให้เงียบเสียงเท่าที่จะทำได้ เขารู้ว่าผู้เป็นนายของเขาเหนื่อยกับการต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ แต่ว่าก็ไม่เห็นมีใครสักคนสั่งให้ทำลายรูปปั้นนั่นลงสักนิด มือขาวซีดเอื้อมไปปัดเส้นผมที่ลงมาปรกหน้าจนดูน่ากลัว


ใบหน้าเล็กโน้มเข้าหาคนกำลังยังหลับอยู่โดยตนก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องทำแบบนี้...ถึงเขาจะเกลียด แต่เสี้ยวหนึ่งก็ยังรู้สึกอยากจะใกล้ชิด อยากให้อีกฝ่ายปฏิบัติกับเขาดีๆบ้าง หรือไม่...แค่เท่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้ก็ยังดี


จมูกรั้นแตะกับใบหน้าของฮิบาริ พาให้คนที่ถูกกระทำสะดุ้งตื่น สองมือออกแรงผลักด้วยแรงตกใจเมื่อเห็นใบหน้าใสระยะประชิดแบบนี้


โกคุเดระถีบตัวเองให้ยืน ก่อนจะตีหน้านิ่งไม่สนใจปฏิกิริยาของฮิบาริ หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจ...ตกใจที่ตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ แล้ว...ทำไมจะต้องรู้สึกแย่เมื่อโดนอีกฝ่ายผลักไส ทั้งๆที่มันก็สมควรที่จะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว


“โกคุ...”


“กาแฟวางตรงนั้น ฉันจะเอาของไปให้มุคุโร่” แทรกคำพูดของอีกฝ่ายขึ้นมา แล้วเก็บตุ๊กตาปั้นขนาดเท่าเด็กทารกด้วยความระมัดระวัง แล้วเอาใส่ห่อหีบด้วยความรวดเร็ว เดินออกจากบริเวณบ้าน ทิ้งให้ฮิบารินั่งด้วยความสับสน


มันเกิดอะไรขึ้น?



tbc ..

Image
อูอา...เหมือนหายไปนาน (เพิ่งสำนึกได้เหรอ?)
พอดีติดสอบนิดหน่อย งานก็ท่วมหัว .. ถูกค่ะ เอาตัวไม่รอด 555


ยังมืดมนเหมือนเดิม orz อันนี้ขอตัดตอนนิดหน่อยเพราะรู้สึกว่ายาวมาก -*-
(ประมาณ 8 หน้ากระดาษ A4 อักษร 14pt แบบไม่เว้นบรรทัด)
ยาวขนาดตัดกันไม่ถูกเลย อันนี้ก็เลยสั้นไปนิดนะคะ ขอโทษค่ะ TvT


เห็นคอมเม้นต์ท่านโดมแล้วเพิ่งรู้สึกตัว ว่าเคะตัวเองทำไมเจ็บปวด
กร๊ากกกกกก ท่าทางจะเป็นความสุขของเราไปแล้วล่ะค่ะ OTLLLLLL


ขอบคุณทุกคอมเม้นต์นะคะ รวมทั้งคนที่ผ่านมาอ่าน หรืออะไรก็แล้วแต่ค่ะ
รักทุกคน (<< เอ็งไม่ใช่ไข่มุก !!)

_________________
Dare you sleep? Yes or No
2796 :: 1859 | Y
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: AU Fiction | Dolls . Up 5.1 | 1859+69 (16.08.09)
PostPosted: 17 Aug 2009, 18:01 
Joined: 24 Sep 2008, 14:57
Posts: 486
Location: ที่ไหนก็ไม่รู้...แต่สนุกดีอ่ะ...555
มันเจ็บจี๊ดๆกับความรู้สึกของโกคุระอ่ะค่ะ.....
น่าสงสารยังไงไม่รู้ง่า....อยากให้เค้าสนใจบ้างซักนิด....แงๆๆๆ
คุณฮิก็อย่าใจร้ายนักจะได้ไหมค้า.....ดูเค้านิดดดดนึงก็ยังดี...
แต่ก็นี่ละนะ....นิสัยของคุณฮิเค้า....
เฮ้อ....ซึนกับซึนมันก็คงอย่างงี้แหละ....

แต่ก็แอบรู้สึกว่าความมืดมนมันลดลงไปนิดนึงหรือเปล่าน้า....แหะ แหะ แอบสบายใจ....^ ^....
ถึงจะยังไม่มีใครพูดหรือทำอะไร แต่บรรยากาศมันก็ดูค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป ดูค่อยๆอบอุ่นขึ้นนะคะ.....
ดีใจจนน้ำตาไหลพราก.....

ถึงจะมีแอบจูบเค้า แต่มันก็ยังคงความเงียบและอึมครึมอยู่นิดๆ
โอย....เริ่มจะเม้นต์ไม่รู้เรื่อง
แต่เอาเป็นว่าชอบนะคะ
แล้วก็จะติดตามต่อไปค่ะ!!!....^ ^.....


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: AU Fiction | Dolls . Up 5.1 | 1859+69 (16.08.09)
PostPosted: 17 Aug 2009, 20:18 
User avatar
Joined: 10 Jul 2009, 21:29
Posts: 117
Location: เอีบงคอ 59 ํ มองคนน่ารักอยู่ที่มุมตึก
อ่านไปแล้วก็ต้องพยายามเข้าใจเรื่องอย่างลึกซึ้งไป..แต่อตนนี้ทำเอาเราสงสารทั้งคุณเคียว ทั้งโกคุเลยนะเนี่ย ย ยย

สมเป้นคู่.ึนระดับมหากาพย์ ไม่พูดไม่จากันจริงๆสิเน้อ อ อ อ

รอตอนต่อไปนะคะ

_________________
EVERYTHING SO TERRIBLE THEN I...

..Gone with the wind..



Image



http://narzissuz.exteen.com <<บล็อคเค้าเองนะจร๊า


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: AU Fiction | Dolls . Up 5.1 | 1859+69 (16.08.09)
PostPosted: 18 Aug 2009, 03:38 
Joined: 16 May 2009, 01:39
Posts: 215
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด

ก๊กคุงแอบหอมท่านฮิด้วย

ลุ้นค่ะลุ้น ความสัมพันธ์ระหว่างท่านฮิกับก๊กคุงจะเป็นไงต่อ

ท่านฮิเลิกสับสนเร็วๆนะ ที่ก๊กทำอย่างนี้ก็เพราะรักท่านฮฺไง

รออ่านตอนต่อไปนะคะ

_________________
all59 forever


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: AU Fiction | Dolls . Up 5.1 | 1859+69 (16.08.09)
PostPosted: 12 Sep 2009, 21:08 
User avatar
Joined: 11 Apr 2008, 01:00
Posts: 397
Location: บนต้นไม้ ..
Title: Dolls
Author: Devilz79
Pairing: Kyouya*Gokudera [1859] / RL ?
Rating: R-15 up
Disclaimer: Akira Amano
Summary: Doll (n.) Toy in the shape of person

ตอนที่แล้ว -5.1-
หมายเหตุ - สถานที่และบุคคลในฟิคชั่นเรืองนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น


-5.2-





“เมื่อไรคุณจะเลิกทำหน้าแบบนั้นเสียทีครับ?” มุคุโร่เอ่ยถามคนผมเงินที่นิ่วหน้าตลอดเวลา นับตั้งแต่ย่ำรุ่งจนตอนนี้แทบจะเป็นเวลาเที่ยงอยู่แล้ว ถึงแม้เขาอยากจะลากเข้าห้องไปเสีย แต่หากทำอย่างนั้นคงไม่มีทางมองหน้ากันติดอีกแน่นอน และมันก็ยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะต้องปล่อยสิ่งนี้ให้จากเขาไป



โกคุเดระตวัดสายตามอง คล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็อมมันไว้ในปากเช่นเดิม



“ผมก็พอเข้าใจนะครับ ว่าคุณทะเลาะกับคุณฮิบาริอีกแล้ว แต่นี่...ตอนนี้คุณฮิบาริงานก็ยุ่งอยู่นะครับ ไม่คิดจะไปช่วยหน่อยหรือ?”



ดวงตาสีเขียวประกายความไม่พอใจขึ้นมาทันควัน “...เขาก็ไม่ได้ต้องการฉันนี่” ตอบเสียงแข็งกลับ



“เอ๋?” เจ้าของเรือนผมสีไพลินมองด้วยความไม่เข้าใจ “นี่ ฮายาโตะคุง...” เสียงที่กำลังจะเจื้อยแจ้วอย่างน่ารำคาญต้องชะงักไป เมื่อคอเสื้อถูกกระชากด้วยแรงเล็กๆ และริมฝีปากเขากำลังถูกปิดอยู่ด้วยปากนิ่มๆ แม้จะเป็นแค่การเอาปากแตะปาก แต่ก็ต้องพาให้มุคุโร่ตกใจจนหัวขาวโพลนไปชั่วครู่



“อะไรกันครับ” มือเรียวดันไหล่เล็กออก แต่ก็ยังเกาะกุมอยู่เหมือนเดิม



“แม้แต่นายก็ยัง...” โกคุเดระหยุดคำพูดเอาไว้ ดวงตาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวดูน่ากลัว เม้มริมฝีปากเข้าหากันอย่างนึกโมโห ทั้งๆที่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะโมโหเรื่องอะไร



มุคุโร่ตีหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่คนตัวเล็กกำลังจะบอก พอเห็นท่าทางที่คงจะไม่ปริปากอะไรออกมาง่ายๆ มือที่กุมไหล่อยู่ก็ปล่อยออกมา ก่อนจะอ้อมโต๊ะทำงานของตนเองไปยังประตูหน้าร้าน



ประตูบานใหญ่ถูกปิดลง ท่ามกลางสายตาที่งงงวยของโกคุเดระ ...เจ้านี่จะปิดร้านทำไม?



“ท่าทางคุณจะไม่สบายใจสินะครับ ไปเดินตลาดเล่นหน่อยมั้ยครับ?” มุคุโร่เอ่ยถาม โดยที่ไม่รอคำตอบ มือใหญ่กว่าจับอีกมือแล้วลากออกจากร้าน หลังจากปิดไฟฟ้าทุกดวงจนหมดแล้ว ประตูที่ถูกปิดล็อคลงกลอนอย่างดี แม้ตอนนี้จะเป็นเวลากลางวัน แต่ที่ตรงนี้ก็ยังไร้คนสัญจรพลุกพล่าน



เจ้าของผมเงินบึ้งหน้าพลางรั้งมือดื้อดึง “ฉันไม่ได้อยากไปตลาดซะหน่อย!!”



คนสูงกว่าทำเมินไม่สนใจต่อคำพูดนั่น “อ้อ อีกอย่างนะครับ...” ใช้มือข้างที่ว่างผลักอกร่างเล็กให้แนบลงกับประตูร้าน สองมือคร่อมเอาไว้กันการหลบหนี “จูบจริงๆ ต้องเป็นแบบนี้นะครับ” ริมฝีปากประทับลงบนกลีบปากเล็กอย่างแผ่วเบา เลยไปยังแก้มใสที่เป็นสีระเรื่อจากความร้อนของอากาศ ไล่มาจนถึงหน้าผากมน และปิดท้ายตรงเปลือกตาที่ปิดแน่น



“ไปกันเถอะครับ”



ดึงคนที่ยังตัวชาอยู่ให้ออกเดินเคียงข้างตน มือหนากระชับมือเล็กอย่างอบอุ่น จังหวะก้าวเดินออกไปพร้อมๆกัน แม้เส้นทางจะเงียบเสียงจากคนสัญจร แต่กระนั้นเสียงที่เท้ากระทบพื้นก็ดังเข้าห้วงสมองของตุ๊กตามายาที่กำลังรู้สึกประหลาดกับสิ่งที่ตนเพิ่งได้รับ







เมื่อเข้าถึงตัวตลาด มือเล็กกุมมือมุคุโร่แน่น เป็นเพราะเขาไม่ค่อยได้ออกมาที่ตลาด เสียงรถราที่เคลื่อนที่ไปมา พาให้สมองของโกคุเดระต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นเพราะความทรงจำในส่วนที่ลึกถูกขุดค้นออกมา เสียงรถถังที่เคลื่อนที่ไปมานับสิบคัน ลูกปืนใหญ่ถูกแรงดันจนพุ่งพวยออกมาจากปากกระบอก เสียงโอดครวญของเหล่าชาวบ้านที่โดนลูกหลงของสงครามงี่เง่า



ไม่ได้อยากจดจำ...แต่จำเป็นต้องอยู่ในความคิดเสมอ



“เป็นอะไรไปครับ?” เอ่ยถามเมื่อเห็นเปลือกตาที่ปิดกันแน่น “ฮายาโตะคุง!!” มุคุโร่เขย่าตัวบางที่ทำท่าจะทรุดลงกับพื้น



คนผมเงินลืมตาขึ้นมา “ปะ...เปล่า ช่างมันสิ”



“จะช่างได้ยังไงครับ? ผมคงพาคุณมาผิดที่ ผิดเวลาไปหน่อย” มุคุโร่เดาเอาจากความรู้ที่เคยได้ยินมาบ้าง และส่วนหนึ่งก็มาจากคำบอกเล่าของโกคุเดระเอง ที่เคยเล่าในสมัยนานมาแล้ว “กลับกันเถอะนะครับ”



“แต่นาย...”



“ผมไม่ได้อยากมาเสียหน่อย คิดว่าจะพาคุณมาเดินเล่นให้หายอารมณ์เสียเฉยๆ” เนตรสองสีก้มลงมองใบหน้าขาว “ว่าแต่จะบอกผมได้รึเปล่า ว่าคุณหงุดหงิดอะไรคุณฮิบาริ?” เหมือนจะหลอกถาม แต่อีกฝ่ายก็ไม่ปล่อยให้คำตอบหลุดออกมา



มีเพียงเสียงกระด้างที่ตอบกลับ “ไม่ใช่เรื่องของนาย!”



ร่างโปร่งยักไหล่อย่างจนปัญญา ก่อนจะเดินไปกระชับมือเล็กให้เข้ากับมือของตน ...ก็แค่คำลวง คำโกหกที่ไม่มีความหมายใดๆ แม้ในที่สุดมันจะกลายเป็นสิ่งที่ว่างเปล่าก็ตาม



สองร่างเดินกลับมาทิศทางเดิม แม้ใบหน้าของร่างเล็กจะเต็มไปด้วยความไม่พอใจเหมือนเดิม แต่ก็เจือจางลงกว่าเดิม



“ฉันจะกลับแล้วนะ” เสียงแข็งบอกเมื่อถึงหน้าร้านของมุคุโร่ มันไม่มีเหตุผลที่เขาควรจะอยู่ตรงนี้



แต่ก็ไม่อาจขยับตัวหนีไปได้ เนื่องจากมือยังไม่คลายออกจากกัน ถึงโกคุเดระจะปล่อยมือ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ปล่อยเสียอย่างนั้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับบนใบหน้าคม



“ปล่อย”



“ไม่ปล่อยไปง่ายๆหรอกครับ” มุคุโร่จับมือนั้นแน่น พลางไขกุญแจเพื่อเข้าร้าน แล้วลากให้ร่างขัดขืนเข้าไปด้วย เท้าเรียวรีบเตะบานประตูให้ปิด ใส่กุญแจแน่นหนาแล้วโยนลูกกุญแจไปอีกทาง เป็นทางที่ร่างบางไม่มีทางหาเจอแน่ “มีอะไรกันแน่ครับ?” ยื่นหน้าไปในระยะประชิด



โกคุเดระกัดริมฝีปากแน่น ...เขาเกลียดมุคุโร่อย่างสุดใจ เพราะเขาไม่เคยปกปิดอะไรกับคนคนนี้ได้เลย



“ว่าไงครับ?”



“มุคุโร่...” นับเป็นครั้งแรกที่คนผมเงินเรียกชื่อของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงไม่กระด้าง ดวงเนตรเต็มไปด้วยความว้าวุ่น แต่นั่นก็พอที่คนอย่างมุคุโร่จะเข้าใจในความหมาย



ใบหน้าร้ายแต้มด้วยรอยยิ้ม “ครับ” รับคำอย่างว่าง่าย แล้วจูงมืออีกคนไปยังห้องรับรองที่มักจะพักพิงเป็นประจำยามที่ทะเลาะกับฮิบาริ ทำราวกับว่าเขาเพิ่งจะเคยมาเป็นครั้งแรก...ครั้งที่ล้าน



มือเล็กกระตุกอีกฝ่ายเมื่อหยุดอยู่ที่หน้าห้อง “นายจะคิดว่าฉัน...เป็นพวกแบบนั้นมั้ย?” ในความหมายที่ไม่อาจเอ่ยออกมาด้วยความละอายในใจ



“ผมไม่เคยว่าคุณหรอกนะครับ” ยกมือแตะแก้มสีซีด แล้วพาเดินเข้าไปในห้องที่แสนคุ้นเคยต่อคนทั้งคู่ “...ฮายาโตะคุงครับ” กระซิบชื่อเบาที่ข้างหูผู้เป็นเจ้าของ ดันให้ตัวเล็กติดกับประตูห้อง



กลีบปากเรียวจูบหน้าผากมน ไล่มายังเปลือกตา ข้างแก้ม และหยุดที่ริมฝีปากอย่างเนิ่นนาน ลิ้นเปียกเชยความหวานของอีกฝ่ายอย่างช้าๆ ซ้ำไปมาอย่างไม่รู้จักพอ มือหนึ่งยกขึ้นทัดเส้นผมสีเงินที่ลงมาปรกหน้าเข้ากับใบหู ไล้แก้มนิ่มด้วยนิ้วมือไปมา เนตรสองสีลืมขึ้นมามองร่างเล็กที่หลับตาพริ้ม สองมือยกเกาะไหล่เขาแน่น



ละจากริมฝีปาก แล้วจรดลงที่คางต่อ ไล้ไล่ลงไปเรื่อยจนถึงซอกคอขาวที่เบี่ยงหลบ แต่กลับเป็นการเปิดทางให้อีกฝ่ายประทับตราความเป็นเจ้าของลงไปอย่างแช่มช้า ความเสียวซ่านที่แล่นลิ้วขึ้นมาพาให้โกคุเดระไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ กระหม่อมเล็กซุกเข้าที่แผ่นอกอีกฝ่าย ลมหายใจที่ผ่อนออกมาติดขัด พาให้ผู้กระทำยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู



“ไปที่เตียงนะครับ” กระซิบเบาๆให้อีกฝ่ายรับรู้ ก่อนจะวางร่างเล็กที่คนโอบมาลงบนที่นอนสีขาวอย่างเบามือ



เสื้อเชิ้ตสีครีมถูกปลดกระดุมออก เผยให้เห็นถึงผิวขาวที่เขาเคยสัมผัสมาก่อน มุคุโร่สัมผัสร่างกายละเอียดราวกับกลัวจะสลายไปหากเขากระทำรุนแรง ก้มจูบเบาๆที่หน้าท้องไล่ขึ้นจนถึงแผ่นอก สองมือตระกองกอดร่างเล็กเอาไว้โดยมีการกอดตอบจากอีกฝ่าย



...ทั้งๆที่เคยนอนร่วมเตียงกันไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง แต่ทำไมครั้งนี้ เขาถึงต้องรู้สึกอยากถนอมเจ้าตุ๊กตาชิ้นนี้ด้วยนะ?







“ผมไปส่งนะครับ”
“ไม่ต้อง!”
“ผมไม่ฟังคุณล่ะ”



เสียงหัวเราะในลำคออารมณ์ดีดังออกมา ยามเช้ากับการได้กวนอารมณ์ร่างบางให้มันขุ่นขวักลง มุคุโร่ดึงเสื้อจากไม้แขวนแล้วสวมให้คนที่นั่งอยู่บนเตียง ก่อนจะฉวยโอกาสดมแก้มใสไว้



“แก...” โกคุเดระกัดฟันกรอด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธ “ปล่อย ฉันแต่งตัวเองได้” ปัดมือที่กำลังติดกระดุมอยู่ให้หลุด แต่เจ้าของนั้นก็ยังหน้าด้านหน้าทนที่จะติดให้เขาต่อ



...เขาไม่ใช่คนที่จะมีอารมณ์ต่อล้อต่อเถียงกับคนอย่างมุคุโร่ได้หรอกนะ



ร่างเล็กรีบสวมกางเกงใส่เองอย่างรวดเร็ว เพราะเขาไม่ได้เป็นง่อยถึงขนาดต้องให้มุคุโร่ทำให้ทุกอย่างเสียหน่อย “เป็นอะไรของนาย” ใบหน้าบึ้งตึงถามด้วยความประหลาดใจ ปกติแล้วหมอนี่จะต้องลุกไปเปิดร้าน ทำการค้าอะไรแบบนั้นมากกว่าที่จะต้องมานั่งเฝ้าเขาจนตื่นแบบนี้



“ก็ไม่มีอะไรนี่ครับ”



ถึงโกคุเดระจะไม่เชื่อ แต่ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะเค้นเอาความจริง เพราะถึงเอามาก็ดูท่าว่าจะไม่ได้ดีหรือร้ายต่อตัวเขาสักนิด แต่ถึงโกคุเดระจะเค้นคอ เขาก็ไม่อาจได้คำตอบจากมุคุโร่ นั่นเพราะเจ้าตัวก็ไม่อาจรู้ได้ว่าตนกำลังเป็นอะไรกันแน่



“ไม่ต้องไปส่งหรอก เฝ้าร้านตัวเองไปให้รอดก่อนเถอะ” แม้พยายามจะพูดไม่ดีด้วย แต่ทางคนผมสีน้ำเงินก็ทำเป็นเมินกับประโยคนั้นแล้วหันมากระชับมือเล็กแน่น “พูดไม่รู้เรื่องรึไง?” เอ่ยถามเสียงเรียบ ตอนนี้เริ่มจะฉุนกึกกับการกระทำไร้สาระนี้บ้างแล้ว



“รู้เรื่องครับ แต่ผมอยากไปส่งคุณนี่”



“ประสาท”



“ก็เรื่องของผมไม่ใช่รึไงครับ?” ยอกย้อนหน้าตาย พาให้คนฟังอยากจะท้าต่อยกันให้รู้แล้วรู้รอด แต่เพียงแค่นี้มันก็น่าจะสายพอที่จะทำให้ฮิบาริเกลียดเขาได้อีกหลายโข “ว่าแต่ครั้งนี้แปลกนะครับ ปกติคุณฮิบาริต้องมาทวงคุณคืนไปแล้ว”



คำถามที่แทงใจดำร่างเล็กจนตัวชาไปหมด ...เพราะถูกรังเกียจน่ะสิ



“แต่ก็นะ...ที่ร้านผมยังมีที่ว่างอยู่เสมอนะ เอ...นอนแบบเมื่อคืนก็อุ่นดีนะครับ” ร่างสูงเอ่ยเย้าให้อีกคนหน้าขึ้นสีด้วยความอาย มือที่พยายามจะสะบัดแต่ก็ไม่อาจหลุดออกมาได้ เพราะแรงเกาะกุมที่มันมากขึ้นกว่าเดิม “ผมพูดจริงๆนะครับ”



โกคุเดระเลือกที่จะนิ่ง ทั้งสองคนเดินอย่างสงบ แม้จะไม่สงบสักเท่าไรเพราะเสียงมุคุโร่ที่เจื้อยแจ้วไปเรื่อย จนคนข้างๆนึกรำคาญขึ้นมา แต่หากเถียงกันก็คงสนุกปากอีกฝ่ายซะมากกว่า



เขาไม่เข้าใจเลยว่าถ้าเจ้านี่หุบปากสักสามนาทีจะต้องขาดอากาศหายใจตายงั้นเหรอ?



ไม่ว่าจะเป็นเพราะระยะทางสั้นหรือว่าเขามัวแต่ฟังสิ่งที่มุคุโร่พล่ามมา กลับกลายเป็นว่าใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงร้านของฮิบาริ บริเวณรอบๆยังคงเป็นเหมือนเดิม เขาไม่อยู่เพียงวันเดียวอะไรๆมันจะเปลี่ยนได้ยังไงกัน เพียงแต่สิ่งที่เปลี่ยนก็มีรูปปั้นขนาดหนึ่งต่อหนึ่งที่วางตั้งไว้ข้างนอก



การลงสีที่ละเมียดละไมจนคล้ายว่าสิ่งนี้จะมีชีวิตโดยไม่ต้องเติมวิญญาณ ความสมบูรณ์ของรูปปั้นที่เจือไปด้วยความรู้สึกเบื้องลึกของหัวใจ พาให้คนมองนึกอิจฉาแกมน้อยใจกับชะตาของตน



ร่างกายของผู้ปั้นนอนฟุบบนโต๊ะแกะแบบที่เปรอะไปด้วยผงฝุ่นและสีต่างๆมากมาย



มุคุโร่รั้งมือโกคุเดระแน่นเมื่อเห็นท่าทางที่คล้ายจะโผเข้าไปหาฮิบาริที่กำลังหลับอยู่ ...เขารั้งเสียแน่น จนตัวเองยังแปลกใจ เขากำลังรู้สึกหวง งั้นเหรอ?



ฮิบาริเงยหน้ามาจากโต๊ะแล้วหรี่ตามองผู้มาเยือนทั้งสอง ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นมา “แก...” เจ้าของเสียงเย็นเดินดุ่มเข้าไปหาร่างเล็กที่ถูกมุคุโร่เกาะกุมอยู่ มือหนาจะเอื้อมคว้าสิ่งนั้นให้มายังตนเอง แต่ก็ต้องคว้าอากาศ เมื่อคนตาสองสีดันให้โกคุเดระหลบไปเบื้องหลัง



“แก-ถอย-ไป” เน้นชัดถ้อยชัดคำใส่หน้าคนที่ยิ้มพราว ไม่ยอมเบี่ยงตัวหลบแม้แต่เซนต์เดียว



“มุคุโร่! ถอยไปก่อน” เป็นโกคุเดระที่เอ็ดเสียงไม่พอใจ วันนี้หมอนี่ทำตัวแปลกๆมาตั้งแต่เช้าแล้ว ร่างเล็กกระตุกมือออกอย่างง่ายดาย เดินออกมาเผชิญหน้ากับคนผมดำที่ดวงตากร้าว



“ไปไหนมา!?” ถามเสียงตะคอก บีบไหล่เล็กแน่นด้วยความไม่พอใจ เป็นผลให้คอเสื้อแบะออก จนเห็นรอยแต้มสีอ่อนที่อยู่บนช่วงไหล่เรียว “...ก็อย่างนี้สินะ”



โกคุเดระกำมือแน่น ยิ่งกว่าเกลียดมุคุโร่...เขาเกลียดแววตาเหยียดหยามแบบนี้มากที่สุด



รอยยิ้มร้ายทาบทับใบหน้าของคนที่เพิ่งตื่น มือหนาดันคางเล็กให้เงยขึ้น “ถ้าต้องการแบบนั้น ฉันก็ทำได้!!!” ตวาดใส่เสียงดังแล้วประทับรอยจูบลงบนริมฝีปากบางที่แดงระเรื่อ คนโดนกระทำตาโตก่อนจะง้างมือเตรียมผลักออก แต่ก็ไม่อาจต้านแรงของฮิบาริได้



“คุณฮิบาริ...” มุคุโร่กัดฟันกรอด เจ้าของชื่อลืมตาขึ้นสบกับเนตรสองสี



“ให้มากกว่าที่แกรู้สึกกับมัน” พูดออกเสียงนิ่ง แตะจมูกตัวเองบนจมูกรั้นอีกฝ่ายแล้วเลื่อนไปคลอเคลียแก้มใสที่ขึ้นสีระเรื่อ จูบติ่งหูเย็น เลยไปถึงเส้นผมละมุนสีเงิน สองมือโอบกอดลำตัวเล็กให้แนบกับตัว ไล่ริมฝีปากจรดลงบนเปลือกตาแล้วถอนจุมพิตออกอย่างเชื่องช้า



อ้อมกอดที่ค้างอยู่เนิ่นนาน สัมผัสอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาก่อน แม้มันจะเต็มไปด้วยการประชดประชันก็ตามที



“แกน่ะ กลับไปซะ แล้วก็เลิกยุ่งกับของของคนอื่นซะที!” ฮิบาริตวาดไล่ ยอมปล่อยให้ตัวเองถูกกอดโดยคนตัวเล็กกว่า “ของของฉัน ฉันใช้ได้คนเดียว”



มุคุโร่ปาดรอยยิ้มทั่วใบหน้า “ถ้าไล่ผมกลับไปได้ง่ายๆ ก็ไม่ใช่ผมน่ะสิครับ” ปากหยักยิ้มบุ้ยไปทางตัวบ้าน ที่กำลังปรากฏร่างของใครบางคนยืนมองอยู่ “ผมว่าคุณปล่อยตัวฮายาโตะคุงดีกว่านะครับ”



ฮิบาริและโกคุเดระหันหน้าไปมองยังสิ่งที่มุคุโร่บอก อ้อมแขนแกร่งผลักคนตัวเล็กออกโดยไม่รู้ตัว



“ว่าไงครับ คุณซาวาดะ” มุคุโร่เอ่ยทักทายผู้ที่เพิ่งออกมา มือแกร่งลอบดึงโกคุเดระให้มาอยู่ข้างตนเอง “ไม่เจอกันนาน...มาก นานมากๆเลยสินะครับ” ยังคงทักทายโดยไม่สนใจสายตาของคนอื่น



คนผมเงินเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจกับคนแปลกหน้า ความจริงเรียกว่าแปลกหน้าคงไม่ถูกเพราะใบหน้านั้นคุ้นเคยเป็นอย่างดี ใบหน้าที่ไม่ต่างไปจากรูปปั้นที่วางอยู่ ต่างกันเพียงสีตาเท่านั้นเอง



ร่างเล็กผู้เป็นเจ้าของชื่อแย้มยิ้มอย่างยากลำบาก ดวงตาสีน้ำตาลไหม้เจือแววที่ไม่รู้ควรจะวางตัวเองอย่างไร “นั่นสินะ”



“ถึงจะนาน แต่คุณก็ไม่เปลี่ยนเลยนะครับ อื้มมม...” ตาสองสีหลิ่วคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “แต่ผมว่ามันมีอะไรที่ขาดไปอยู่น้า” เหลือบมองฮิบาริที่ยืนนิ่ง แต่ภายในใจท่าทางจะน่ากลัวไม่ใช่น้อย “...แต่ยังไงคุณก็คือซาวาดะ สึนะโยชิ ใช่มั้ยล่ะ”



สึนะพยักหน้ารับ เส้นผมสีน้ำตาลตกลงระใบหน้า



มุคุโร่ก้มมองคนตัวเล็กที่กระตุกมือเขาหลายรอบนัก “เอ...คุณฮิบาริไม่เคยแนะนำคุณซาวาดะให้คุณรู้จักเหรอครับ?”



คนถูกพูดด้วยมองกลับตาเขียวปั๊ด ไอ้เรื่องที่ไม่ควรจะพูดก็พูดออกมาซะอย่างนั้น! แต่ร่างเล็กก็ทำเป็นนิ่ง หัวสีเงินค้อมให้ผู้ที่เพิ่งมาใหม่อย่างมีมารยาท เพราะอย่างน้อยๆ คนคนนี้ก็อาจจะเป็นแขกของฮิบาริละมั้ง



“แกกลับเข้าไปเตรียมปูนซะ!!” ฮิบาริเอ่ยไล่ให้ผู้เป็นลูกน้องเข้าไปทำงาน



“เอ้าๆ อะไรกันครับ เพิ่งมาถึงก็จะใช้งานกันเลยเหรอ? คุณนี่เป็นเจ้านายที่น่ากลัวซะจริงนะครับ” เจ้าของผมสีไพลินเอ่ยยอกย้อน



“ก็ให้สมกับที่มันหายไปทั้งคืนไง...แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ทำให้ตัวเองหายไปซะ”



สิ้นประโยค ดวงตาสีเขียวเข้มทอแววตัดพ้อ แต่ก็แปรเป็นเย็นชาแทนที่ มือเล็กกระชากออกจากการเกาะกุมของมุคุโร่ เดินผ่านสึนะที่ยังปั้นหน้าไม่ถูกด้วยความนอบน้อมแต่ส่วนลึกแล้วแฝงไปด้วยความอิจฉามากมาย



“ฮายาโตะคุง...”



ไม่มีแม้แต่การหันหน้ากลับมา หรือเสียงตวาดใส่เขา มุคุโร่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายกับอาการหมาหวงก้างของฮิบาริ หรือแม้กระทั่งร่างเล็กที่ยืนทำตัวลีบอยู่ตอนนี้



“คุณฮิบาริ...” สึนะเอ่ยเรียกชื่อคนผมดำด้วยเสียงเจือด้วยความเกรงใจ “คือผมคงจะต้องไปแล้วสินะครับ”



คนโดนถามตวัดสายตามอง “ทำไม? ฉันยังไม่ได้ไล่ นายก็ยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น” เสียงเย็นชาที่พยายามจะควบคุมให้ละไมที่สุด แต่การที่ตัวเองเพิ่งหงุดหงิดกับบางสิ่งบางอย่างไป จึงเป็นเรื่องยากนัก



“แต่ว่า...เขา ก็มาแล้วนี่ครับ”



มุคุโร่ฟังบทสนทนาอย่างนึกจะก้าวเท้าออกไป



“เจ้านั่นมาแล้วยังไง? มันเกี่ยวอะไรกับนาย”



“แต่ว่า...” ร่างเล็กทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ คิ้วเรียวขมวดมุ่น ริมฝีปากที่ควรจะยิ้มกลับยับยู่ยี่ด้วยความลำบากใจ “มัน...”



มุคุโร่กลอกตามองฟ้า ไม่ว่าจะเมื่อไรฮิบาริก็มักจะถือว่าตัวเองเป็นกฎเสมอ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร คนธรรมดาย่อมไม่สามารถฝืนสิ่งที่ธรรมชาติกำหนดมา “คุณฮิบาริครับ...”



เจ้าของชื่อหันขวับมามอง ในขณะที่ร่างเล็กจ้องหน้าเขาอย่างขอบคุณ ...เพียงแต่สิ่งที่เขาทำไป ไม่ใช่เพื่อสึนะโยชิเสียหน่อย



“ตุ๊กตาสองตัว ที่ถูกเติมวิญญาณด้วยคนสองคน ไม่มีทางที่จะอยู่ด้วยกันได้หรอกนะครับ”





tbc ..



ยาวเหมือนจะประชดชีวิต 555
ไหน ๆ ก็ลง ก็ลงให้จบตอนเลยแล้วกันเนอะ ^^

ไม่ได้ดองนะคะ แค่ไม่มีเวลามาลงเท่านั้นเอ๊งงงงง (< เรอะ?)
ตอนนี้เป็นตอนที่เราชอบมากที่สุดเท่าที่แต่งแล้วล่ะค่ะ ความมืดมนมันน้อยลงกว่าเดิม

orz

ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ ทุกวิวเหมือนเดิมนะคะ
รักเสมอ~

_________________
Dare you sleep? Yes or No
2796 :: 1859 | Y
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: AU Fiction | Dolls . Up 5.2 | 1859+69 (12.09.09)
PostPosted: 24 Sep 2009, 02:19 
User avatar
Joined: 25 Mar 2009, 15:15
Posts: 76
ไม่เข้าใจความคิดความรู้สึกของฮิบาริเลย.. .
และเหมือเจ้าตัวเองก็ไม่เข้าใจความรู้สึกของโกคุด้วย ฮือออ .. ..
*กัดผ้าเช็ดหน้า*


เนื้อเรื่องยังน่าติดตามเหมือนเดิม
แต่ยิ่งอ่านยิ่งสงสารโกคุค่ะ =_____= แม่ยกโกคุก็อย่างนี้หล่ะนะ++//

_________________
--------------------------------------------------------
Image
โปรด XS DS 80S และ ALL 59 กร๊ากส~สสสส์- --!!
:: Image :: NOoK-U.exteen.com ::
--------------------------------------------------------


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: AU Fiction | Dolls . Up 5.2 | 1859+69 (12.09.09)
PostPosted: 25 Sep 2009, 14:12 
Joined: 17 Apr 2009, 19:29
Posts: 181
โคนนิชิวะ สวัสดีค่ะ

พึ่งมาอ่านเรื่องนี้ครั้งแรก

สงสารก๊กคุงอ่ะ โดนทำร้ายจิตใจตั้งหลายเรื่อง เช่น

“ก็ให้สมกับที่มันหายไปทั้งคืนไง...แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ทำให้ตัวเองหายไปซะ”

ท่านฮิใจร้ายโอกกกกกกกกกกกกกกกกกก

มุคุเริ่มหลงรักก๊กแล้วอะดิ^^

ก่อนไปก็อยากบอกว่า...อัพเร็วๆนะคะ//-*-++

ปล.รัก185969ที่ซู้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: AU Fiction | Dolls . Up 5.2 | 1859+69 (12.09.09)
PostPosted: 25 Sep 2009, 23:39 
Joined: 29 Jan 2009, 12:17
Posts: 40
ท่านฮิขอสอง!!! เย้ยยยยย~!! (ซือคุงมาหาม๊านี่ลูก~!! หุ ๆ)
โกคุจังทำท่าทางไม่พอใจ อะไรกันนี่...(ทั้งที่ตัวเองก็ไปนอนกับมุคุโร่มาแล้วแท้ ๆ...)
แต่ว่าชอบม๊ากก 6959นี่ ฮ่า ๆ แอบเชียร์อยู่เนือง ๆ แม้ว่าหัวฟิกจะขึ้น 1859 (ก็มุคุโร่เค้าดูแลดีอ่ะ ><)
ท่านฮิช่วยทำอะไรให้มันชัดเจนกว่านี้เถอะคะ ไม่พูดใครจะไปรู้เนี่ยว่าต้องการอะไรกันแน่
ไล่โกคุจังดีนัก พอเค้าหายไปก็โมโห วุ่ยยย ไม่เข้าใจคนหล่อเลยคะ!!!! =.=


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 132 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6 ... 9  Next


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: