Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 521 posts ]  Go to page Previous  1 ... 31, 32, 33, 34, 35
Author Message
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคสายฟ้า ตอนที่ 3 Up!!07/04/52
PostPosted: 23 Apr 2009, 16:36 
User avatar
Joined: 15 Nov 2007, 03:02
Posts: 580
Location: ทุกที่ที่มีซือคุง~
Katekyo Hitman Reborn

Adhere to Sky

ภาค สายฟ้า

ตอนที่ 4

Warning!!
– ภาคนี้มีการต่อเติมเสริมแต่งในบางจุดด้วยคอมมอนเซนท์ของคนแต่งเอง ทำให้อาจมีจุดแปลกหรือแตกต่างไปจากเรื่องหลัก รับแซ่บโดยทั่วกัน!!








หลังจากที่สึนะออกไปก็เป็นเวลาเกือบสองชั่วโมงแล้ว นอกจากการติดต่อของรูดอล์ฟที่ส่งมาเป็นระยะ ๆ ก็ไร้วี่แววของข่าวคราวของแรมโบ้ ไม่มีแม้กระทั่งที่อยู่ล่าสุดที่แน่ชัด พอเขาติดต่อสอบถามไปก็ได้รับคำตอบแค่เพียง ไม่พบ ไม่ทราบความเคลื่อนไหว และไร้วี่แวว

แบบนี้แล้วจะไปสู้หน้าสึนะได้อย่างไร...ทั้งที่รับปากไว้เสียดิบดี


“สุดท้ายก็ต้องไปจริง ๆ สินะ...” โนวี่พึมพำ มือเรียวยกขึ้นบีบนวดขมับเบา ๆ หากเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะทำเลย ไม่อยากเลยจริง ๆ

บอสหนุ่มจัดการงานและเอกสารทุกอย่างให้เรียบร้อย พลางหยิบเสื้อนอกขึ้นสวม ไม่ลืมที่จะนำเครื่องมือสื่อสารสำคัญติดตัวไป ดวงตาสีฟ้าหันมองยังโต๊ะทำงานเพื่อสำรวจตรวจทานอีกครั้ง

หวังว่าการไปครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย “ขอโทษนะรูฟ...”

ขอโทษที่ผิดสัญญาอีกแล้ว....

โนวี่บอกกับทุกคนในแฟมิลี่ว่าตนออกไปธุระด้านนอกกับรีบอร์น พร้อมกำชับหนักว่าหากตนกลับมาช้ากว่าพวกรูดอล์ฟให้บอกไปตามที่ตนสั่งไว้ และหากมีความเคลื่อนไหวอะไรให้รีบโทรหาตน พร้อมทั้งสั่งห้ามไม่ให้ใครออกตามหาด้วย

ดูเหมือนมันจะเป็นไปตามการคาดการณ์ทุกอย่าง เซธซึ่งได้รับรายงานจากลูกน้องที่ตนส่งไปคอยเฝ้าจับตามองบาริสแฟมิลี่แย้มยิ้ม เมื่อบอสใหญ่เริ่มมีการเคลื่อนไหว และการเคลื่อนไหวนั้นจะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากการเดินทางมาหาตนเอง

“ออกมาแล้วรึครับ?” โอซีปถามนายของตนที่นั่งอารมณ์ดีอยู่

“ใช่...แล้วทางนั้นเป็นยังไงบ้าง?” เขาถามกลับเรื่องที่สั่งไป หนึ่งในแผนการที่วางไว้

“กำลังพยายามหาทางเข้าไปใกล้อยู่ครับ รู้สึกว่าบอสของบาริสจะส่งคนสนิทตนเองไปคอยเฝ้าจับตามอง”

เซธฟังแล้วรู้สึกแปลกใจมากอยู่เหมือนกัน ไอ้การที่โนวี่จะให้รูดอล์ฟไปคอยตามดูแลวองโกเล่มันก็มีโอกาสเป็นไปได้อยู่ แต่การที่รูดอล์ฟจะยอมห่างจากเจ้านายตนเองไปง่าย ๆ นี่สิ มันเหนือความคาดหมายของเขาจริง ๆ

แบบนี้ก็คงทำอะไรได้ยากขึ้น แต่ก็ดี...น่าสนุกดีเหมือนกัน “ให้คนไปเตรียมพร้อมไว้ รอจนกว่าโนวี่จะมาถึงแล้วค่อยเข้าไปหา”

“ครับ” เลขาหนุ่มรับคำ

ดวงตาสีฟ้าเงยหน้ามองตึกสูงตระหง่านใจกลางย่านธุรกิจ สถานที่ที่เขาเคยมาเหยียบและสาบานกับตัวไว้ว่าจะไม่กลับมาอีก แต่สุดท้ายก็ไม่อาจหนีพ้น สุดท้ายก็ไม่สามารถหนีจากสิ่งที่ตนเองไม่อยากพบเจอได้ นี่สินะ...ความจริงของโลกอันแสนโหดร้ายใบนี้

เขาถอนหายใจหนักก่อนเดินเข้าสู่ภายใน แล้วก็เป็นดั่งเช่นทุกครั้ง มีพนักงานมารอคอยต้อนรับเป็นอย่างดีราวกับรู้ว่าเขาต้องมาที่นี่อย่างแน่นอน “เชิญค่ะ” เธอบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานและใบหน้ายิ้มแย้ม พลางผายมือเชิญแขกคนสำคัญขึ้นสู่ด้านบน

โนวี่เห็นแผ่นหลังนั้นก็จำได้ เซธที่ยืนหันหน้ามองออกไปด้านนอกค่อย ๆ หันมองด้วยรอยยิ้ม “ยินดีต้อนรับอีกครั้งนะโนวี่...นั่งก่อนสิ”

“ขอบคุณท่านมากครับ แต่ผมมีเรื่องจะเรียนถามแค่ชั่วครู่เท่านั้น คงไม่รบกวนเวลาของท่านมากนัก” ใบหน้าของบอสหนุ่มเรียบเฉย

ดวงตาคมจ้องมองกริยาอาการนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ “เอาเถอะ...ฉันไม่เคยคิดว่าการมาเยือนของนายเป็นการรบกวนหรอกนะ” ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเข้มเว้นจังหวะ “แต่เห็นทีจะไม่ใช่ชั่วครู่เสียแล้วล่ะ”

บอสหนุ่มมองคนที่หย่อนกายนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่ม “หมายความว่ายังไง?”

คำลงท้ายอันแสนสุภาพจางหายไปจากคำพูดนั่น เรียกให้รอยยิ้มยินดีเปรยขึ้นบนริมฝีปากได้รูป เซธยกกาแฟที่ถูกยกมาเสิร์ฟเมื่อไม่นานนี้ขึ้นดื่มอย่างใจเย็น “ก็ตามที่พูดละนะ...ฉันว่าตอนนี้นายควรจะนั่งลงดีกว่า ฉันไม่อยากมีเสาเพิ่มขึ้นในห้องอีกต้นหรอกนะ”

“ฉันไม่มีเวลามาล้อเล่นนักหรอกนะ!”

เซธยังคงยิ้ม “พอเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนรู้จักก็จะกลับเป็นนายคนเดิมทันที....”

โนวี่สะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรักษาท่าทีไว้ได้ ดวงตาคมสีเขียวเข้มปราดมอง ระยะเวลาที่ห่างกันมันทำให้นายเติบโตขึ้นมากจริง ๆ สินะ ความเอาแต่ใจและความดื้อรั้นที่เคยมีจึงถูกเก็บซ่อนได้ดีเยี่ยมแบบนี้

“ถ้านั่งลงดี ๆ ฉันจะบอก”

ริมฝีปากบางกัดฟันแน่น เดินอย่างรวดเร็วไปนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม “ผมไม่ได้มาเพื่อเล่นสงครามประสาทกับคุณ ช่วยบอกผมทีว่าคุณรู้เรื่องที่มีคนหายไปได้ยังไง?”

“ดื่มอะไรดี?”

พอเห็นท่าทีไม่สนใจนั่นก็ทำเอาโนวี่โมโห “เซธ!!!”

ใบหน้าคมมองกลับยังดวงตาสีฟ้าที่จ้องมา “นานแล้วนะที่ไม่ได้ยินนายเรียกชื่อฉันแบบนี้ แม้จะฟังดูไม่ค่อยนุ่มหูนักก็เถอะ” เขายิ้ม

โนวี่ยิ่งรู้สึกว่าตนเองกำลังตกเป็นของเล่นให้อีกฝ่ายปั่นหัวได้ตามใจชอบ เขากำมือแน่นพลางลุกพรวดขึ้นยืนตัวตรง ดวงตามุ่งมั่นสวยงามคู่เดิมปะทะเข้ากับผู้เป็นเจ้าของสถานที่ “ถ้าคุณไม่เต็มใจจะให้ความร่วมมือผมก็ไม่ได้หน้าด้านขอร้องต่อ ขอตัวครับ”

“เดี๋ยวสิโนวี่...ไอ้โรคใจร้อนนี่ไม่ได้ลดลงเลยนะ...”

คนถูกเรียกหันขวับมอง “มันไม่เกี่ยวกับคุณครับ”

เซธถอนหายใจก่อนพยักหน้าให้เลขาคนสนิทที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ตลอดรับรู้ สัญญาณที่บอกให้เริ่มต้นอะไรบางอย่าง “มานั่งลงที่เดิมซะ อย่าให้ฉันต้องทำแบบเมื่อก่อน”

โนวี่นึกถึงสมัยก่อนเวลาที่เขาดื้อไม่ยอมฟังอะไร เซธก็จะจับเขาขึ้นพาดบ่าแล้วไม่ยอมปล่อยลง แถมยังพาเดินไปยังที่คนเยอะ ๆ ให้อายเล่นอีก แต่นั่นมันในอดีต...หากตอนนี้เขาไม่มีวันยอมที่จะให้อีกฝ่ายทำแบบนั้นแน่

“ถ้าคุณบอกผมผมก็ยินดีที่จะฟัง” บอสหนุ่มเอ่ยพลางกลับมานั่งที่เดิม

ดวงตาสีฟ้าสังเกตจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ค่อย ๆ เลื่อนลงมาจากเพดานห้องด้านบน มันมีขนาดประมาณโทรทัศน์สักห้าสิบนิ้วเห็นจะได้ “อะไร?”

“สิ่งที่ทำให้นายต้องอยู่ที่นี่ต่อยังไงล่ะ” เสียงทุ้มกล่าว

แม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมากนัก แต่โนวี่รู้สึกสังหรณ์ใจว่าตนกำลังทำอะไรผิดพลาดไปสักอย่าง และสิ่งผิดพลาดนั้นก็ดูเหมือนจะไปเข้าแผนที่เซธวางไว้พอดิบพอดี การรู้นิสัยกันยิ่งมากเท่าไหร่....มันก็ยิ่งอันตรายและเป็นภัยกับตนมากขึ้นเท่านั้น

เปรียบเหมือนดาบสองคม จะมีคุณหรือโทษก็ขึ้นอยู่กับผู้นำไปใช้


โนวี่หัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างเยาะเย้ยตน “คาดการณ์ได้แม่นยำเสียเหลือเกินนะ”

“นายรู้รึไงว่าอะไร?” เซธเลิกคิ้วสูง

“จะใช่หรือไม่ใช่ยังไงมันก็คงเป็นสิ่งที่นายวางไว้จากการเดานิสัยของฉันสินะ....” นายรู้ว่าอย่างไรเสียนิสัยของฉันก็ไม่มีทางเปลี่ยน...

ชายหนุ่มดูจะถูกใจกับคำพูดที่ได้ยิน “ก็ถูกแล้วไม่ใช่หรือ? ฉันทำอะไรโดยเดาจากนิสัยของนาย ส่วนนายเองก็ไขปัญหาโดยการเดาจากนิสัยของฉัน ยุติธรรมดี...”

“ถ้านิสัยของนายตอนนั้นกับตอนนี้ยังไม่เปลี่ยนไปมากล่ะก็นะ” โนวี่ยังคงไม่ยอมลดลาวาศอก “ที่สำคัญ...เวลานายอยู่กับฉัน นายได้แสดงนิสัยของนายออกมาทั้งหมดหรือเปล่า?” มันคือคำถามที่เต็มไปด้วยคำต่อว่า

โอซีปที่ยืนฟังอยู่นึกอยากจะรู้เรื่องราวของคนสองคนนี้ให้มากขึ้นจริง ๆ ความกล้าที่จะเผชิญหน้าและท้าทายทั้ง ๆ ที่ตนตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบของโนวี่ และนิสัยการมองคนอย่างทะลุปรุโปร่งของเจ้านายตน พวกเขาทั้งคู่ต่างก็หวาดกลัวกันและกัน แต่ในขณะเดียวกัน....ก็ต่างเคยไว้ใจซึ่งกันและกัน

เขาคิดว่าบางทีความไว้ใจนั่นอาจจะยังคงมีซ่อนอยู่ในฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง “ทุกอย่างพร้อมแล้วครับ”

เซธรับฟังเลขาตน “เริ่มได้...” เขาสั่งการ

สิ่งที่ปรากฏบนจอมอนิเตอร์นั่นคือภาพราวกับกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ ในตอนนี้โนวี่เห็นมันถูกแบ่งเป็นห้องช่องใหญ่ ๆ และสามในหกช่องนั้นก็เป็นภาพของพวกสึนะที่กำลังเดินชมสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งอยู่

ใบหน้าของบอสแห่งวองโกเล่ดูจะไม่สนุกสนานเอาเสียเลย คงเป็นห่วงผู้พิทักษ์ของตนเองสินะ “สึนะ....”

ในระหว่างนั้นเองโนวี่ก็เห็นชายคนหนึ่งซึ่งอยู่ในกล้องทางขวามุมบน ชายคนนั้นเดินตรงไปตามเส้นทาง ผ่านผู้คนมากมายเข้าไปใกล้กลับบริเวณที่พวกสึนะอยู่ ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นยืนอย่างตกใจ

“นายจะทำอะไร?!” เขาหันมองเซธ

ชายหนุ่มผู้ถูกจ้องมองยังคงทำท่าทีวางเฉย “ใจเย็น ฉันไม่คิดจะฆ่าพวกเขาตอนนี้หรอก”

ไม่คิดจะฆ่าตอนนี้...แสดงว่าหลังจากนี้ก็ไม่แน่สินะ “นายจะเล่นอะไรอีกเซธ แค่ที่ผ่านมายังไม่พอใจอีกรึไง??”

น้ำเสียงที่พยายามข่มกลั้นความขมขื่นนั่นไม่อาจเล็ดลอดโสตการฟังของผู้คุมกฎมาเฟียรัสเซียคนนี้ไปได้ ดวงตาสีเขียวสวยช้อนมองใบหน้านั้น แต่กลับเห็นเพียงเส้นผมสีดำนุ่มของคนที่บ่ายหน้าหลบเลี่ยง

“นี่จะเป็นการเดิมพันครั้งสุดท้ายของพวกวองโกเล่” เซธว่า “ฉันส่งคนไปบอกกับพวกนั้นว่าผู้พิทักษ์ของเขาอยู่ที่ไหน”

“นายจับแรมโบ้ไปจริง ๆ” โนวี่กำหมัดแน่น

“นั่นถือว่าเป็นความเขลาบนความโชคร้าย ไม่นึกว่าผู้พิทักษ์ของวองโกเล่จะเชื่อคนง่ายแบบนั้น” การอาศัยจุดอ่อนของคนมาหาผลประโยชน์...

“นายต้องการอะไร?” บอสหนุ่มค่อย ๆ หย่อนกายลงนั่งอย่างใจเย็น พยายามสะกดอารมณ์ตนเองไว้ให้ได้มากที่สุด

“เล่นเกมกับฉัน...”

“เกม?”

“ถ้าพวกวองโกเล่สามารถช่วยเหลือคนของตนออกไปได้ ฉันจะเลิกยุ่งกับพวกเขาและยอมปล่อยนายไป” ร่างสูงเอนหลังพิงพนักโซฟา ขาข้างหนึ่งยกขึ้นไคว่ “แต่ถ้าไม่...นายและแฟมิลี่ของนายจะต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุมของฉัน”

ดวงตาสีเขียวจ้องมอง “ตกลงไหม?”

จงเลือกและตัดสินใจ


โนวี่หันมองจอภาพที่ยังคงฉายความเคลื่อนไหวต่าง ๆ จากทุกพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เขามองไปยังสองช่องด้านล่าง คฤหาสน์ไหนสักแห่งกับคนชุดดำอีกมากมายที่ยืนเฝ้าระวังอย่างแข็งขัน

คนสองกลุ่มถูกมองสลับไปมา... ภัยร้ายสีดำและกลุ่มก้อนของท้องฟ้าสีบริสุทธิ์

วินาทีนั้นเองที่โนวี่มองเห็นคนสนิทของตน รูดอล์ฟอยู่ที่นั่น เขาคลี่ยิ้มบาง ดีใจกับการตัดสินใจของตนเอง “ตกลง” จะเชื่อใจพรรคพวกของตนเอง จะเชื่อใจเพื่อนพ้องของตนเองให้ถึงที่สุด

โอซีปเดินเข้ามาใกล้ “ระหว่างนี้คุณโนวี่จะไม่สามารถใช้เครื่องมือสื่อสารใดได้หากท่านไม่อนุญาต กรุณา...”

“รู้แล้ว...” เขาส่งโทรศัพท์มือถือของตนเองให้อีกฝ่าย

ใบหน้านั้นแย้มยิ้ม “ขอบคุณครับ”

โนวี่ไม่ละสายตาจากจอมอนิเตอร์ตรงหน้าแม้แต่น้อย ดวงตาสีฟ้าจ้องมองไปด้วยความเชื่อมั่นอันเต็มเปี่ยม เชื่อว่าจะต้องฝ่าฟันและช่วยเหลือคนสำคัญออกมาได้ เชื่อว่ามันจะต้องผ่านพ้นไปด้วยดี เขาเชื่อ...เชื่อในตัวของผู้ที่ได้ชื่อว่า ‘เพื่อน’

จะรอคอยอยู่ตรงนี้...จะมองดูทุกอย่างด้วยความเชื่อมั่น


สึนะพยายามจะยิ้มและทำใจให้สบาย แต่บอกตามตรงเลยว่าทุกฝีก้าวที่เดินผ่านผู้คนและความงดงามของสถานที่ต่าง ๆ นั้นเขาไม่ได้มีความสุขเลยสักนิด มันพะว้าพะวง คอยแต่จะคิดถึงคนที่หายไป คอยแต่จะคิดถึงคนซึ่งยังไม่ทราบชะตากรรม

ในระหว่างนั้นสัญชาตญาณบางอย่างก็บอกให้เขารับรู้ถึงสายตาของใครบางคนที่กำลังจ้องมองมา ดวงตาสีน้ำตาลพยายามเพ่งผ่านนักท่องเที่ยวที่เดินสวนกันไปมา “โกคุเทระคุง...”

คนถูกเรียกก้มตัวต่ำ เงี่ยฟังเสียงกระซิบเบาอย่างตั้งใจ “ครับ?”

“ฉันรู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่....”

“ว่าไงนะครับ?!” เสียงร้องของโกคุเทระทำเอาคนโดยรอบต่างตกใจ สายตาหลายคู่บริเวณนั้นต่างมองมายังพวกเขาเป็นตาเดียว

“ใจเย็น ๆ สิ!” เขาต่อว่าอย่างอาย ๆ พยายามก้มหัวขอโทษคนอื่น ๆ

รูดอล์ฟที่ยืนอยู่เดินตรงเข้ามาหา “เกิดอะไรขึ้นครับ??”

“ผมรึสึกเหมือนว่ามีคนจ้องมองอยู่” สึนะว่าอย่างไม่ปิดบัง สายเลือดอันเข้มข้นของวองโกเล่ที่ทำเอาเหล่าผู้พิทักษ์อดที่จะตกตะลึงไม่ได้

ขนาดผู้ผ่านศึกหนักมานักต่อนักอย่างฮิบาริและมุคุโร่ยังไม่อาจล่วงรู้ หรือเพราะว่าคน ๆ นั้นพยายามจะมองมายังบอสของพวกตนแต่เพียงอย่างเดียว??

“ไอ้พวกไม่เจียม” ฮิบาริพึมพำ

คนสนิทของบอสแห่งบาริสยกมือขึ้นห้าม “ใจเย็น ๆ ครับ อยู่ในสถานที่แบบนี้คงทำอะไรไม่สะดวก ผมว่าพวกเราออกจากตรงนี้ก่อนดีกว่า”

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย “นั่นสินะ ถ้ามีอะไรก็จะได้จัดการได้สะดวก ๆ หน่อย ฮะ ๆ” ยามาโมโตะบิดตัวไปมา จงใจแสดงให้เห็นว่าตนเตรียมพร้อมจะรับศึกที่ไม่ได้แตะต้องมาพักใหญ่

สึนะและคนอื่น ๆ ต่างออกมายังบริเวณนั้น พยายามหาสถานที่ที่ห่างไกลผู้คนและสะดวกในการต่อสู้หากว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้จริง ๆ

อาวุธในมือถูกงัดออกมาเตรียมพร้อม รูดอล์ฟมองแล้วรู้สึกตกใจเหมือนกัน เล่นเอาออกมาแบบนี้ใครมันจะกล้าเข้ามา เพราะมีความเครียดสะสมอยู่มากจนน่ากลัว หรือว่าจงใจจะแหวกหญ้าให้งูตื่นกันแน่

แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายก็ยังกล้าเข้ามาเผชิญหน้า ดวงตาสีดำคมของตัวแทนบอสบาริสจ้องมอง ตัวสั่น...ไม่แปลกหรอกที่ใครจะกลัว ก็เล่นปล่อยรังสีอาฆาตออกมากันซะขนาดนั้น

สึนะเห็นท่าทีตื่นกลัวนั่นก็เดินเข้าไปใกล้ โกคุเทระพอรับรู้ก็ตกใจ “รุ่นที่ 10 ครับ!!!!”

คนถูกเรียกหันมองด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอก คน ๆ นี้ไม่อันตรายอะไร” ว่าแล้วก็หันมองผู้ถูกพาดพิง “มีอะไรกับพวกผมหรือเปล่าครับ?” สึนะถามออกไปเป็นภาษาอังกฤษ

รูดอล์ฟกอดอกมองนิ่ง “เขาเป็นคนธรรมดา” ร่างสูงเดินตรงเข้าไปแล้วถามออกไปเป็นภาษาท้องถิ่น

บุคคลหน้าสงสัยพยักหน้าขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ก่อนรีบส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้ สึนะรับมันอย่างตกใจ “อะ...เดี๋ยวครับ!!!” ยังไม่ทันจะได้ไต่ถามความต่อผู้ส่งสาส์นก็วิ่งหนีไปเสียแล้ว

ดวงตากลมโตยังคงมองตามไป “อะไรกันนะ?”

เรียวเฮเดินเข้าไปหาบอสของตน แล้วหยิบเอากระดาษแผ่นนั้นขึ้นเปิดอ่าน “ภาษารัสเซีย?....” เขาพยายามเพ่งมอง ช่วงที่มาอยู่นี่แม้จะเป็นเวลาสั้น ๆ แต่ก็พอทำให้เอาอ่านมันออกได้บ้าง “....อ่า....จับ....ไป...ภูเขา...อะไรหว่า??”

“งี่เง่า!” ฮิบาริที่ยืนรอฟังอยู่เอ่ยปากอย่างเหลืออด

มุคุโร่คว้ามันส่งให้กับรูดอล์ฟ “คุณคงจะอ่านมันได้ดีสินะครับ”

คนถูกถามรับกระดาษมาเปิดอ่าน “...บ้าชะมัด...” ดวงตาสีดำจ้องเขม็ง เสียงทุ้มพึมพำด้วยความร้อนใจ

“มีอะไรก็รีบ ๆ บอกมาสิฟ่ะ!!!” โกคุเทระโวยวาย

รูดอล์ฟกำกระดาษแผ่นนั้นแน่น “ผู้พิทักษ์คนสำคัญอยู่ในคฤหาสน์สีดำบนภูเขาติดกับทะเล....”

ทุกคนฟังแล้วพยายามคิดตาม สึนะเบิกตากว้าง “แรมโบ้!!!” ผู้พิทักษ์ที่เอ่ยถึงคนเป็นใครไปไม่ได้นอกจากแรมโบ้ที่หายไป หมายความว่าถูกจับไปจริง ๆ พวกไหน? แล้วใครเป็นคนทำ?? ต้องการอะไร??? แล้วคฤหาสน์สีดำอะไรนั่นอยู่ที่ไหนกัน????

“ฉันจะไปช่วยแรมโบ้!” แม้ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน แต่ยังไงเขาก็ต้องตามหาและช่วยแรมโบ้ให้ได้

มือแกร่งจับบ่าของคนตัวเล็กกว่าไว้ รั้งไม่ให้อีกฝ่ายทำอะไรแบบไม่คิด “ใจเย็นก่อนครับ เรายังไม่รู้เลยว่าที่นั่นคือที่ไหน”

“ถูกอย่างที่คุณรูดอล์ฟว่านะครับ ถึงใจร้อนไปก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา ที่สำคัญถ้าเป็นถึงขนาดนี้แสดงว่าฝ่ายนั้นต้องวางแผนมาล่วงหน้า” มุคุโร่หัวเราะเสียงเย็น “แล้วก็....อย่างดิบดีเสียด้วย...”

ถูกอย่างที่ทุกคนพูดมา ในตอนนี้หากเขาผลีผลามทำอะไรลงไปรังแต่จะสร้างผลเสียมากขึ้นเท่านั้น “งั้นฉันจะโทรหารีบอร์นก่อน” ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย อย่างน้อยรีบอร์นก็น่าจะมีความคิดดี ๆ สำหรับเรื่องนี้เพื่อแนะนำพวกเขาได้ไม่มากก็น้อย

สึนะฟังเสียงสัญญาณอย่างใจร้อน ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่น “รับสิรีบอร์น...”

“เออ...ว่าไง?”

“รีบอร์น แรมโบ้โดนจับตัวไป!!” สึนะเข้าเรื่องอย่างไม่รอช้า

ปลายสายเงียบอยู่พักหนึ่ง “พวกนายรีบกลับมาที่คฤหาสน์ แล้วค่อยมาปรึกษากันอีกที” นักฆ่าหนุ่มตัดสายทิ้ง ไม่แม้แต่จะรอฟังคำพูดใด ๆ จากลูกศิษย์ของตนต่อ

พอได้ยินคำสั่งนั้นทุกคนก็เร่งเดินทางกลับไปยังคฤหาสน์บาริสเพื่อปรึกษาเรื่องราวที่เกิดและหาวิธีการรับมือทันที แต่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเลือกสถานที่ที่ใกล้ที่สุดแล้วก็ตาม อย่างน้อยก็ยังต้องใช้เวลาเดินทางเป็นชั่วโมงอยู่ดี

ทั้งที่จิตใจของสึนะนั้นได้ออกไปไกลแสนไกลแล้ว “รอก่อนนะแรมโบ้...”

รีบอร์นยืนจ้องมองโต๊ะทำงานตัวใหญ่ภายในห้องทำงานของบอสแห่งบาริสเขม็ง มันมีแค่กองเอกสารวางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ และคอมพิวเตอร์ถูกปิดนิ่งอยู่เท่านั้น ไร้ซึ่งร่างของคนอ่อนวัยกว่าเล็กน้อยที่น่าจะต้องนั่งประจำอยู่บนเก้าอี้ตัวด้านหลัง

“นายรู้อะไรอยู่แล้วสินะ....โนวี่”








=======================

_________________
Image

>>Blog Exteen<<
>>Happy Famiglia<<


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคสายฟ้า ตอนที่ 4 Up!!23/04/52
PostPosted: 23 Apr 2009, 22:47 
User avatar
Joined: 19 Mar 2008, 21:24
Posts: 1309
ดนวี่อาจรู้แต่คนอ่านยังเอ๋ออยู่เลยค่าว่าเซธมันทำไปเพื่ออะไร
ภาคอัศนีแต่ทำไมแรมโบ้บทน้อยจริงหนอ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคสายฟ้า ตอนที่ 4 Up!!23/04/52
PostPosted: 06 May 2009, 02:45 
User avatar
Joined: 15 Nov 2007, 03:02
Posts: 580
Location: ทุกที่ที่มีซือคุง~
Katekyo Hitman Reborn

Adhere to Sky

ภาค สายฟ้า

ตอนที่ 5

Warning!!
– ภาคนี้มีการต่อเติมเสริมแต่งในบางจุดด้วยคอมมอนเซนท์ของคนแต่งเอง ทำให้อาจมีจุดแปลกหรือแตกต่างไปจากเรื่องหลัก รับแซ่บโดยทั่วกัน!!










นักฆ่าหนุ่มมองโทรศัพท์ในมือซึ่งเพิ่งถูกใช้งานไปเมื่อครู่นิ่ง พยายามใช้ความคิดไตร่ตรองเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน หลังจากที่พวกสึนะไปปรึกษาเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวกันเขาก็เลยปลีกตัวออกไปทำธุระ พอกลับมาถึงจะมาปรึกษาอะไรบางอย่างไอ้เจ้าบอสตัวดีนั่นก็หายไป แล้วก็มีเรื่องจากศิษย์ของตนแจ้งมา

ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวข้องกันไหม แต่ลางสังหรณ์ของเขามันบอกว่า ‘ต้องเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอนที่สุด’

รีบอร์นต่อโทรศัพท์ไปยังโนวี่ นิ่งฟังเสียงสัญญาณที่ดูเหมือนจะดังอยู่นานผิดปกติ “หืม....”

เสียงที่ดังขึ้นทำเอาสายตาสามคู่ที่อยู่ภายในห้องละจากภาพมอนิเตอร์ตรงหน้าก้มลงมอง เซธหยิบมันขึ้น บนหน้าจอแสดงชื่อของใครบางคน “รีบอร์น....จะรับไหม?” เขาหันไปถามผู้ที่พยายามชะเง้อคอดู

“ไม่กลัวฉันจะเล่นตุกติกรึไง?”

คนฟังหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ “หึ...ฉันรู้ว่านิสัยของนายไม่ใช่แบบนั้น” มือแกร่งส่งเครื่องมือสื่อสารตัวปัญหาให้

โนวี่รับมันก่อนเปรยยิ้มเย็น “ไม่แน่หรอกนะ...เพราะฉันเห็นอะไรมาเยอะทีเดียว” ว่าแล้วร่างโปร่งก็ลุกพรวดขึ้นเดินไปยังมุมหนึ่งของห้องกว้างนั้น

“รีบอร์น”

“รับช้า แกมัวทำอะไรอยู่ ทำไมถึงไม่อยู่ที่คฤหาสน์?”

คนถูกถามนิ่ง “ออกมาธุระด้านนอกน่ะ”

พอเห็นน้ำเสียงที่แปลกไปรีบอร์นก็สามารถจับความได้บางอย่าง จริง ๆ แล้วคือเขาสงสัยตั้งแต่ที่แรกแล้วว่า การที่ทำให้โนวี่เคลื่อนไหวได้ขนาดนี้คงมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นไปของสิ่งที่พวกเขากำลังตามหาอยู่เป็นแน่

“แกรู้อะไรแล้วสินะ?”

“ตอนแรกก็แค่คาดเดา แต่มันดันเป็นจริงไปเสียนี่” เขาหัวเราะเบา ๆ

รีบอร์นกุมขมับ “แล้วจะเอาไงต่อ?”

“ฉันคงทำอะไรไม่ได้ ยังไงก็รบกวนด้วยนะ แล้ววานบอกรูฟที....”

“ว่า?”

“ฝากด้วย” โนวี่ยิ้มบาง “แค่นี้แหละ แล้วก็ระวังตัวกันด้วยนะ ฉันเชื่อว่าพวกนายทำได้”

นักฆ่าหนุ่มเปรยยิ้ม “นายคอยดูให้ดีแล้วกัน คอยดูมาเฟียอิตาลีให้ดี ๆ”

คอยดูคนของฉันที่สร้างมาจากมือนักฆ่าที่เก่งกาจที่สุดคนนี้ให้ดี


บอสหนุ่มกดวางโทรศัพท์ทันทีที่ได้ยินเสียงสัญญาณ ก่อนจะเดินกลับไปยังที่นั่งของตน พลางส่งเครื่องมือสื่อสารนั่นคืนให้กับผู้กุมเกมคนสำคัญ เซธอมยิ้มเล็กน้อย “ฉันบอกแล้วว่านายจะไม่ทำ”

“เพราะฉันไม่ชอบผิดคำพูดยังไงล่ะ” ดวงตาสีฟ้าจ้องมองยังดวงตาสีเขียวสด ร่างโปร่งเอนหลังนั่งกอดอย่างสบายใจ

แล้วฉันจะคอยดูสิ่งที่นายบอก...รีบอร์น...

พวกสึนะเร่งกลับมายังคฤหาสน์อย่างรวดเร็วที่สุด พอกลับถึงก็ไม่สนใจอะไร ตรงขึ้นสู่ห้องทำงานใหญ่ของบอสแห่งบาริสทันที แต่สิ่งที่พวกเขาน่าจะเห็นเป็นอย่างแรกกลับเป็นร่างของนักฆ่าต้องสาปที่นั่งแทนตำแหน่งของโนวี่อยู่

ดวงตาสีดำเหลือบมองไปยังผู้มาถึง “นั่งลง” เขาสั่ง

ทุกคนเดินมาประจำที่ของตนอย่างไม่ขัดขืน รูดอล์ฟเองก็เดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย ใจอยากจะถามหานายของตนที่หายไป แต่ดูเหมือนสถานการณ์จะตรึงเครียดเกินกว่าที่จะเอ่ยออกไปในตอนนี้

“ถ้าฟังจากคำบอกของพวกนาย คฤหาสน์สีดำที่อยู่บนภูเขา ก็มีด้วยกันประมาณ 7 แห่ง” รีบอร์นหันหน้าจอคอมพิวเตอร์ออกมาให้ทุกคนได้เห็น

“นายคิดว่าน่าจะเป็นที่ไหน?” สึนะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ไม่มีคำตอบออกมาจากปากของอาจารย์ตน ชายหนุ่มยังคงนิ่ง พลางเหลือบมองไปยังร่างสูงที่อยู่ไม่ห่างไปนัก จ้องใบยังใบหน้าเรียบเฉยที่ซ่อนเอาความวิตกกังวลไว้ภายใน “นายคิดว่าน่าจะเป็นที่ไหนรูดอล์ฟ?”

“ผมคิดว่าคุณรีบอร์นน่าจะรู้อะไรมากกว่าผมนะครับ” แม้กำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์ที่ไม่สงบ แต่ก็ยังมีประคองสติและความคิดไว้ได้ในระดับดีเยี่ยม รีบอร์นอดไม่ได้ที่จะชื่นชมชายคนนี้

รีบอร์นกดปุ่มเบา ๆ ภาพคฤหาสน์ที่ปรากฏอยู่ก็ค่อย ๆ เลือนหายไปทีละหลัง จนเหลือเพียงหลังเดียวหลังสุดท้าย มันเป็นคฤหาสน์แบบประยุกต์ มีการผสมผสานศิลปะของชาติต่าง ๆ ตัวคฤหาสน์เป็นสีขาวบริสุทธิ์คลุมทับด้วยหลังคาสีดำสนิท โดยรอบมีการจัดสรรส่วนพื้นที่ต่าง ๆ อย่างลงตัวเป็นระเบียบ

“นี่มัน....” ดวงตาสีดำคมของมาเฟียหนุ่มรัสเซียเบิกกว้าง

ฮิบาริหันมอง “อะไร?”

“ไม่ผิดหรอก เป็นคฤหาสน์ของคนที่นายรู้จักดี” รีบอร์นว่า พลางกดปุ่มเบา ๆ อีกครั้ง แผนที่แยกย่อยในส่วนต่าง ๆ ของบ้านก็แสดงออกมาให้เห็น

นักฆ่าหนุ่มหันมองยังรูดอล์ฟ ราวกับว่าจากนี้ไปต้องการให้เขาเป็นคนอธิบาย “นายน่าจะรู้ข้อมูลดีกว่าฉันนะ”

รูดอล์ฟเดินเข้ามาแทนที่ “นี่เป็นคฤหาสน์ที่เพิ่งสร้างเสร็จได้เมื่อปีที่แล้วครับ จุดประสงค์การสร้างยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เท่าที่ดูจากโครงสร้างและข้อมูลโดยรวมน่าจะสร้างขึ้นสำหรับการพักผ่อน”

นิ้วเรียวสัมผัสยังจุด ๆ หนึ่ง ภาพบริเวณด้านนอกถูกขยายกว้าง “ตามที่เราสืบทราบมา เจ้าของของที่นี่จะวางเวรยามประจำไว้แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

“เอ....แต่ดูแล้วน่าจะมีของราคาแพงอยู่เยอะไม่ใช่หรือไง?” ยามาโมโตะเอ่ย

เรียวเฮพยักหน้าเห็นด้วย “นั่นสิ....ดูยังไงก็น่าจะมีเวรยามมากกว่านี้นะ ของน่าจะแพงสุดหูรูด!!!”

ดวงตาสองสีมองอย่างใช้ความคิด มือภายใต้ถุงมือสีดำสนิทลูบปลายคางตนไปมา “อืม...กับดักหรือกลไกสินะครับ?”

“ใช่ครับ ถึงแม้จะไม่ทราบแน่ชัดว่ามีหรือไม่ แต่จากการวิเคราะห์ของบอสมันน่าจะเป็นคฤหาสน์ที่สร้างมาเพื่อระบบรักษาความปลอดภัยเช่นนั้น” รูดอล์ฟเอ่ยถึงความคิดของโนวี่ที่เคยได้คุยกันตอนรวบรวมข้อมูลของคฤหาน์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว

นอกจากข่าวที่มีความรวดเร็วฉับไวแล้ว พวกมาเฟียรัสเซียมักจะใช้เวลาว่างที่มีรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับคู่แข่งของตนไว้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางด้านจำนวนคน ความสามารถ เทคโนโลยีและประสิทธิภาพของสิ่งต่าง ๆ รวมไปถึงสภาพแวดล้อม สภาพภูมิศาสตร์ของที่อยู่อาศัยด้วย

ยิ่งรู้มากก็ยิ่งได้เปรียบมาก มันเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่ผู้อยู่เหนือคนอื่นสมควรจะต้องรับรู้ไว้...


“กับดัก กลไก...แล้วแบบนี้เราจะรู้ได้ยังไงว่ามันมีอะไรซ่อนที่ไหนบ้าง??” โกคุเทระถามขึ้น ถ้าไม่รู้ว่ามีกลไกหรืออะไรอยู่ที่ไหนบ้าง มันก็เปรียบเสมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟดี ๆ นี่เอง

เขายอมจะให้รุ่นที่สิบไปเสี่ยงอันตรายไม่ได้ “ว่าไง??!” วายุตะโกนขึ้น

“งั้นเราควรจะทำยังไงกันดีครับ?” สึนะยังคงนิ่ง แม้จะอันตรายสักแค่ไหนก็ไม่สนใจ ขอให้ช่วยคนสำคัญของตนออกมาได้ก็พอ

“แต่ว่ารุ่นที่ 10 ครับ!!!”

“เงียบได้แล้วโกคุเทระ” รีบอร์นที่นั่งฟังเอ่ยขัดขึ้น

ดวงตาของผู้พิทักษ์วายุมองไปโดยรอบ คนอื่น ๆ ต่างนิ่งรอฟังคำตอบของรูดอล์ฟอย่างตั้งใจ นี่คงมีแต่เขาคนเดียวสินะที่ห่วงบ้าห่วงบอไปคนเดียว ยามาโมโตะเห็นก็เดินไปตบบ่าเพื่อนตนเบา ๆ

“นายจะกลัวอะไร ในเมื่อเราทุกคนก็ไปกับสึนะด้วย” เขาว่า

เรียวเฮพยักหน้าขึ้นลง “ใช่...ไปถล่มมันให้สุดหูรูดไปเลย!!!”

รูดอล์ฟยิ้มให้กับสายสัมพันธ์ แต่กระนั้นคิ้วเรียวก็ยังคงขมวดมุ่น “ไม่เคยมีใครกล้าบุกเข้าไปในคฤหาสน์หลังนี้เลยครับ ทำให้เราไม่มีข้อมูลเรื่องกลไกหรือกับดักเลย”

“แต่จากที่ผมเคยตรวจสอบก็น่าจะต้องอาศัยการสังเกตที่มากกว่าปกติ” ชายหนุ่มกดปุ่มคีบอร์ดอีกครั้ง

“คฤหาสน์หลังนี้ถูกสร้างขึ้นมาแบบประณีตและพิถีพิถันมากครับ เรียกได้ว่าหาจุดผิดปกติไม่ได้เลย” รูดอล์ฟเอ่ยต่อ รู้สึกเหมือนความหวังที่มีถูกจำกัดกรอบให้แคบลงเรื่อย ๆ

ดวงตาสีดำของนักฆ่าหนุ่มมอง “แต่อย่างน้อยถ้าเรารู้ว่าห้องไหนเป็นห้องไหนมีความสำคัญอะไรยังไงบ้างก็น่าจะพอช่วยได้”

“อย่างเช่นห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัย หรือห้องที่ควบควมไฟฟ้าภายใน” ฮิบาริว่า

คนฟังพยักหน้ารับรู้ “ห้องไฟฟ้าอยู่ชั้นใต้ดินของคฤหาสน์ ส่วนห้องระบบรักษาความปลอดภัยอยู่ห้องใต้หลังคา” เขาชี้ให้เห็นถึงห้องสองห้องซึ่งอยู่แยกจากห้องอื่น ๆ ภายในตัวคฤหาสน์ออกมา

คฤหาสน์หลังนี้มีทั้งหมดสามชั้น หากรวมชั้นใต้ดินสองชั้นและห้องใต้หลังคาก็จะมีทั้งหมดหกชั้น ซึ่งชั้นแรกจะเป็นห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องสมุด ห้องดนตรีและห้องกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ ส่วนชั้นสองจะเป็นห้องพักรับรองแขก ชั้นสามจะเป็นชั้นส่วนตัวของผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์

ชั้นใต้ดินชั้นแรกเท่าที่สืบทราบมามันใช้เป็นคาสิโนขนาดย่อม ๆ ซึ่งจะเปิดให้ตามโอกาส แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีรายงานเลยสักครั้งว่าเคยมีการเปิดใช้แล้ว “ส่วนชั้นใต้ดินสองดูเหมือนจะเป็นความลับอยู่ บ้างว่าเป็นห้องเก็บของ บ้างก็ว่าเป็นห้องขัง”

“ห้องขัง....ฟังดูน่ากลัวจังเลยนะครับ” มุคุโร่แย้มยิ้ม

“แล้วเจ้าวัวบ้านั่นถูกขังอยู่ที่ไหน?” รีบอร์นเอ่ยเข้าประเด็นหลัก

เส้นผมสีน้ำตาลนุ่มสั่นไหวไปมา “ในกระดาษแผ่นนั้นไม่ได้บอกอะไร บอกแค่ว่าแรมโบ้โดนจับไปที่ไหนเท่านั้นเอง”

“อาจจะเป็นชั้นใต้ดิน?” ยามาโมโตะเสนอความคิด

รูดอล์ฟมองแผนที่ที่ปรากฏอยู่บนจอคอมพิวเตอร์ ใช้ความคิดคาดการณ์และวิเคราะห์อะไรบางอย่าง “ผมว่าเราควรแบ่งเป็นสองกลุ่มนะครับ กลุ่มแรกขึ้นไปยังห้องควมคุมความปลอดภัย ที่นั่นจะมีภาพของห้องต่าง ๆ อยู่ บางทีถ้าเราไปดูอาจจะรู้ว่าคุณแรมโบ้ถูกขังอยู่ที่ไหน...”

“ส่วนอีกกลุ่มก็ลงไปยังห้องล่างสุด ที่แผงควบคุมไฟฟ้า ถ้าเราตัดไฟทุกอย่างได้กลไกต่าง ๆ ภายในก็น่าจะหยุดทำงาน”

รีบอร์นหยักหน้า “เป็นความคิดที่ดี อาจจะต้องเสี่ยงสักหน่อยในตอนที่ลอบเข้าไป...”

“ครับ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ลอบเข้าไปมากกว่า เพราะถ้าบุกเข้าไปตรง ๆ จะกลายเป็นเราที่ลำบาก” มาเฟียหนุ่มรัสเซียเอ่ยเสริม

“งั้นแสดงว่าพวกเราจะไปกันแค่นี้สินะ?” เรียวเฮถาม พลางมองหน้าทุกคนที่อยู่ภายในห้อง

“ฉันจะรออยู่ที่นี่ พวกนายไปกันเท่านั้น กลุ่มแรกให้ฮิบาริ มุคุโร่ โกคุเทระ ส่วนกลุ่มที่สองให้รูดอล์ฟ สึนะ เรียวเฮ แล้วก็ยามาโมโตะ” รีบอร์นแบ่งกลุ่มตามความสามารถที่คาดว่าจะอำนวยกันได้

ฮิบาริหลับตาลงพลางหัวเราะในลำคอ “งี่เง่า....แค่ฉันคนเดียวก็พอ พวกแกไปกันให้หมดนั่นแหละ”

“แกอย่ามั่นใจไปฮิบาริ” เสียงทุ้มเอ่ยเครียด ดวงตาสีดำสองคู่หันปะทะกัน

“พวกมาเฟียรัสเซียไม่ใช่ขี้ ๆ หรอกนะ ไอ้พวกที่แกเจอมาตอนแรกก็ปลายแถวทั้งนั้น อย่าลืมสิ....แกเองก็เคยปะทะกับโนวี่มันแล้วนี่ นั่นขนาดมันแค่ป้องกันตัวเองแกยังไม่สามารถจะสร้างแผลให้มันได้สักนิด” รีบอร์นย้ำเรื่องเก่า ฮิบาริกำมือแน่น จะว่าถูกมันก็ถูก ขนาดเขาที่ลุยอย่างเต็มที่ยังไม่สามารถสร้างได้แม้แต่รอยขีดข่วนสักรอย....

คิดแล้วให้แค้น “เหอะ...”

“คุณรูดอล์ฟช่วยบอกเกี่ยวกับพวกมาเฟียรัสเซียหน่อยได้ไหมครับ?” สึนะเอ่ยถาม รีบอร์นแย้มยิ้มมุมปาก อย่างน้อยไอ้ลูกศิษย์ของเขาคนนี้ก็พัฒนาขึ้นกับเขาบ้างละนะ

การรู้ข้อมูลของศัตรูเป็นเรื่องสำคัญ “มาเฟียรัสเซียไม่มีพลังธาตุหรือพลังของกล่องแบบมาเฟียอิตาลีหรอกนะครับ พวกเอาอาศัยเทคนิค พลังกาย รวมถึงประสาทสัมผัสความเคยชินจากการต่อสู้”

“ศักยภาพล้วน ๆ สินะครับ” มุคุโร่นิ่งฟังอย่างสนใจ

“ครับ การฝึกฝนที่ต่างกันก็สร้างความแข็งแกร่งที่ต่างกันออกไป อย่างบอสนั้นถูกฝึกมาตั้งแต่เล็ก ซ้ำยังเคยชินกับการทะเลาะวิวาท ก็เลยค่อนข้างมีเทคนิคที่เหนือกว่าคนอื่น” รูดอล์ฟกล่าวถึงโนวี่ ความสามารถในการต่อสู้ที่บอสหนุ่มมีนั้นถือว่าอยู่ในระดับสูงหากเทียบกับบอสมาเฟียคนอื่น ๆ

“แล้วเรื่องของพวกพลังไฟธาตุล่ะ?” โกคุเทระถามบ้าง

ชายหนุ่มกอดอกนิ่ง “จริง ๆ ผมก็ไม่เคยปะทะกับผู้ใช้พลังไฟธาตุจริง ๆ จัง ๆ นะครับ แต่เท่าที่พอทราบข้อมูลและเท่าที่ตรวจสอบดู พลังไฟธาตุหากไม่บริสุทธิ์เพียงพอ....”

“หากไม่บริสุทธิ์พอ???” ยามาโมโตะย้ำคำ ตั้งใจรอฟังคำตอบที่กำลังจะออกมาจากปาก

“หากไม่บริสุทธิ์หรือระดับไม่สูงพอ มันก็เปรียบเสมือนไฟเด็กเล่นที่ไม่สามารถทำอะไรพวกมาเฟียรัสเซียได้ครับ และยิ่งพวกที่มีระดับสูงแล้ว เปลวไฟพวกนั้นจะกลายเป็นแค่อาวุธชิ้นหนึ่งที่ไร้ประสิทธิภาพ”

แค่ฟังข้อมูลคร่าว ๆ ก็เรียกเอาน้ำลายก้อนใหญ่ให้กลืนลงคอได้ยากลำบาก สิ่งที่พวกเขากำลังจะต้องไปเผชิญคือพวกมนุษย์ด้วยกันหรืออมนุษย์กันแน่ ขนาดไฟธาตุที่ถือเป็นอาวุธสุดยอดของมาเฟียอิตาลียังกลายเป็นแค่ของเล่นได้ง่าย ๆ

“แต่หากพลังไฟของพวกคุณมีค่าบริสุทธิ์และพลังงานที่สูงมากพอ มันก็จะกลายเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพสุดยอดในสายตามาเฟียรัสเซียครับ”

รูดอล์ฟยิ้ม “แต่ควรระวังเรื่องการหักล้างให้มาก มาเฟียรัสเซียหลายคนมีความสามารถในการหักล้างธาตุค่อนข้างสูง”

“หักล้างธาตุ???” เรียวเฮเบิกตาด้วยความสงสัย มือหนึ่งยกขึ้นเกาศีรษะอย่างงงๆ

“ตั้งแต่มาเฟียอิตาลีรับรู้เรื่องพลังไฟธาตุ การฝึกฝนเพื่อลบล้างธาตุไฟนั้นจึงเกิดขึ้น อย่างที่รู้กันว่าในตัวคนแต่ละคนจะมีพลังไฟแยกเป็นสายต่าง ๆ ใครที่มีพลังไฟสายไหนเด่น ก็จะถูกทำให้ร่างกายกลายเป็นภาชนะรับธาตุนั้น และสามารถหักล้างธาตุนั้นได้”

“แล้วถ้าแบบนั้นทำไมไม่นำมาใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้ล่ะครับ?” สึนะยังคงสงสัย ถ้าทำถึงขนาดนั้นได้แล้วทำไมไม่ถึงพลังนั้นออกมาใช้เสียเลย
รีบอร์นหัวเราะ “ศักดิ์ศรีไงล่ะ รัสเซียเป็นพวกที่มีความคิดเป็นเอก ฉะนั้นการจะให้ไปเลียนแบบใครคงเป็นไปได้ยาก จึงคิดวิธีป้องกันด้วยการหักล้างแทน”

“เท่าที่ฟังมาคงเป็นแบบเดียวกับแรมโบ้สินะ...ร่างกายที่ทนไฟฟ้าจนเหมือนเป็นเสาล่อฟ้าเสียเอง” ยามาโมโตะว่า ถ้าพูดถึงไอ้ภาชนะรองรับก็มีแต่นึกถึงแรมโบ้ที่เป็นตัวประหลาดนั่นเท่านั้นแหละ

สึนะหันมองกลับมาที่รูดอล์ฟ “แล้วคุณรูดอล์ฟล่ะครับ?”

“ผม?”

“ก็เป็นธาตุอะไร?”

ชายหนุ่มหัวเราะ “ไม่รู้สิครับ อย่างพี่ผมบอกว่าผมไม่เคยสู้กับพวกใช้พลังไฟจริงจัง”

ฮิบาริแสยะยิ้ม ทอนฟาคู่ใจถูกงัดขึ้นมาส่องประกายวาววับ “งั้นมาลองหน่อยเป็นไง อยากรู้นักว่าพวกแกจะมีดีสักแค่ไหนกัน”

บรรยากาศในห้องดูจะตึงเครียดขึ้นทันตา ดวงตาสีดำของคนสนิทแห่งบาริสยืนจ้องการกระทำนั้นก่อนเปรยยิ้มบ้าง “ไม่ดีกว่าครับ ตอนนี้ผมคิดว่ามีสิ่งที่สำคัญกว่าที่เราจะต้องทำกัน” เขาหันไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องเดิมโดยไม่สนใจฮิบาริ

ผู้พิทักษ์แห่งเมฆากำอาวุธแน่น ก่อนจะฟาดมันลงไปบนโซฟาเพื่อระบายอารมณ์จนเกิดเสียงดังสนั่น ทุกคนหันมองอย่างปลงตกให้กับนิสัยที่ยังคงแก้ไม่ได้นั่น ไม่ลงกับคนก็หันมาลงกับของ...แต่ดูแล้วคงกะจะสู้กับรูดอล์ฟจริง ๆ สินะ

“ว่าแต่คุณโนวี่ไปไหนครับ ผมไม่เห็นเลย?” สึนะถามขึ้นได้ถูกจังหวะมาก จริง ๆ แล้วรูดอล์ฟเองก็อยากถามรีบอร์นเหมือนกัน แต่ภาระและหน้าที่ที่ค้ำคออยู่ทำให้เขาไม่อาจเอ่ยได้

จริง ๆ มาถึงตอนนี้ก็รู้แล้วล่ะว่าอีกฝ่ายหายไปไหน ข้อมูลและความเป็นไปทุกอย่างมันบอกเขาจนแจ่มแจ้ง แอบไปคนเดียวอีกแล้ว ถ้าจัดการทุกอย่างเสร็จคงต้องได้ลงโทษกันไม่มากก็น้อย “คงไปทำธุระที่ไหนสักแห่งน่ะครับ”

“เอ๋?”

“คงไปติดต่อเรื่องอะไรบางอย่าง เพราะตอนโทรหาหมอนั่นฝากบอกให้ระวังตัว...” รีบอร์นแหงนมองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า “แล้วก็ให้บอกนายว่า ฝากด้วย...”

ฝากด้วย...ช่างเป็นคำขอร้องที่ร้ายกาจเสียเหลือเกินนะ

อย่างน้อยเขาก็มั่นใจว่าเซธไม่มีทางทำอะไรโนวี่แน่นอน ก็เหมือนกับเขานั่นแหละ ต่อให้คนทั้งโลกหมายจะเอาชีวิตของคน ๆ นี้ สุดท้ายจะมีเขาและเซธที่ยืนอยู่เบื้องหน้า คอยปกป้องชีวิตของโนวี่เอาไว้

ช่างเป็นเส้นทางที่ไม่อาจคาดเดาจุดจบได้จริง ๆ


“งั้นเราก็ไปกันเถอะครับ” สึนะลุกขึ้นยืนตัวตรง “ไปช่วยแรมโบ้กัน”









=======================================

_________________
Image

>>Blog Exteen<<
>>Happy Famiglia<<


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคสายฟ้า ตอนที่ 5 Up!!06/05/52
PostPosted: 12 May 2009, 23:11 
User avatar
Joined: 15 Nov 2007, 03:02
Posts: 580
Location: ทุกที่ที่มีซือคุง~
Katekyo Hitman Reborn

Adhere to Sky

ภาค สายฟ้า

ตอนที่ 6

Warning!!
– ภาคนี้มีการต่อเติมเสริมแต่งในบางจุดด้วยคอมมอนเซนท์ของคนแต่งเอง ทำให้อาจมีจุดแปลกหรือแตกต่างไปจากเรื่องหลัก รับแซ่บโดยทั่วกัน!!









แรมโบ้ตื่นขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความมืดในห้อง ๆ หนึ่ง มีเพียงแสงจากจอภาพหลายสิบจอที่วางเรียงรายอยู่เกือบครึ่งของผนังห้อง ชายหนุ่มพยายามขยับกายลุกขึ้นนั่งจากพื้นเย็นอย่างยากลำบาก มือที่น่าจะใช้การได้กลับถูกพันธนาการไขว้กันไว้ด้านหลัง

“หึ....เสียทีจนได้สินะ” เขาพึมพำเบา ๆ คิดว่าระวังไว้ดีแล้วแท้ ๆ แต่สุดท้ายก็ผิดพลาดอยู่ดี

วัวหนุ่มไม่แน่ใจว่าตนเองสลบไปนานเท่าไหร่ แต่ดูจากสีท้องฟ้าด้านนอกที่จอภาพแล้วทำให้รู้ได้ “นานพอดูเชียวหรือเนี่ย...” ขาสองข้างขยับคุกเข่าเพื่อยันให้ร่างทั้งร่างลุกขึ้นยืน

เขาเดินสำรวจโดยรอบห้องแห่งนี้ “ห้องระบบรักษาความปลอดภัยรึ?”

ไม่รู้ว่าเป็นการเล่นตลกหรือจงใจประเภทไหน ที่ดันเอาเขามาไว้ในห้องที่สามารถมองเห็นทุกจุดในคฤหาสน์ได้ ตั้งแต่หน้าบ้าน ชั้นหนึ่ง ชั้นสอง ชั้นสาม หรือแม้กระทั่งชั้นใต้ดินเขาก็เห็นการเคลื่อนไหวของคนทุกคนได้อย่างชัดเจน

ทำเอางงหนักเสียยิ่งกว่านั่งแก้ปริศนาขุมทรัพย์ “คิดจะทำอะไรกันแน่....” แรมโบ้มองจำนวนของชายชุดดำที่กระจายกันอยู่ทั่ว “สิบ....สิบ....เกือบร้อยรึ....”

“ป่านนี้แล้ว...สงสัยถ้าวองโกเล่รู้คงได้เป็นห่วงตายแน่” จู่ ๆ เขาก็นึกถึงบอสของตนเองขึ้นมา ใบหน้าอ่อนวัยที่เต็มไปด้วยความสดใสกลับมัวหมองลง คิ้วเรียวสวยขมวดกันมุ่น ดวงตาใสที่ราวกับจะร้องไห้...

ไม่อยากเห็นเลยจริง ๆ ให้ตายเถอะ “รีบออกจากที่นี่ดีกว่า”

“ก่อนอื่นก็ไอ้นี่สินะ....” แรมโบ้เหลือบมองมือของตนเองที่ถูกมัดไว้

เขากระชากมันแค่สองสามทีปมที่มัดไว้ก็หลุดออก ดูจะง่ายดายไปสักนิดสำหรับอิสระที่ได้มาจากการถูกจับ บอกตามตรงยิ่งแบบนี้ก็ยิ่งทำให้รู้สึกไม่น่าไว้ใจ “ที่สำคัญทำไมต้องจงใจเอามาขังไว้ที่นี่....”

“แต่ก็ช่างเถอะ....” วัวหนุ่มลุกขึ้นเดินไปยังประตูทางออก “ล็อค...”

ประตูถูกปิดตายจากด้านนอก ทางเดียวที่จะออกได้ก็มีแต่ต้องพังมันลงเท้านั้น ดวงตาสีเขียวอ่อนหันมองโดยรอบอีกครั้ง แล้วจ้องไปยังจอภาพมากมายที่อยู่ภายใน เหตุการณ์ทุกเหตุการณ์จากทุกช่วงเวลาปรากฏขึ้น มันเป็นสถานที่ที่ได้เปรียบสุด ๆ เลยไม่ใช่หรือไง?

แรมโบ้นั่งลงยังเก้าอี้ตัวหนึ่ง “รอดูต่อไปอีกสักหน่อยดีกว่า....ยังไงก็ได้เปรียบอยู่ดี”

ทางฝั่งสึนะหลังจากออกมาจากคฤหาสน์ก็นั่งคุยกันเรื่องเส้นทางและแผนการต่าง ๆ ในรถยนต์ ตามที่รีบอร์นได้แบ่งกลุ่มไว้ ความสามารถของแต่ละคนจะช่วยเกื้อหนุนกันได้ทั้งในการต่อสู้และยามคับขัน ซึ่งสึนะเชื่อมั่นว่ามันต้องมีประโยชน์อย่างแน่นอน

แม้จะมีคนพยายามคัดค้านหัวชนฝาก็ตามที “ผมอยากไปกับรุ่นที่ 10 นี่ครับ...”

“ไม่ต้องห่วงหรอกโกคุเทระคุง ทางนี้มีคุณรูดอล์ฟอยู่ด้วย” บอสร่างเล็กกำลังหาทางพูดจาให้อีกฝ่ายยอมทำตามแต่โดยดี

“นั่นสิ...ฉันว่าเจ้าหนูนั่นคงมีเหตุผลที่ให้นายไปอยู่กับสองคนนั่น” ยามาโมโตะยิ้มกว้างพลางเอ่ยเสริม แม้จะไม่ได้ผูกพันกันมากมาย แต่ก็ได้ชื่อว่าเคยอยู่ร่วมกันมา ฉะนั้นการมองสิ่งต่าง ๆ ของรีบอร์นเขาก็เชื่อมั่นมันพอ ๆ กับสึนะนั่นแหละ

ฮิบาริที่นั่งอยู่สบถขึ้น “งี่เง่า....จะไปก็ไปให้หมดนั่นแหละ เกะกะเปล่า ๆ”

“คึหึหึหึ....เห็นทีจะเป็นแบบนั้นไม่ได้นะครับ อัลโกบาเรโน่เล่นบอกถึงขนาดนี้ ผมคิดว่าคงต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ ที่สำคัญ...” ดวงตาสองสีเหลียวมองผู้พิทักษ์วายุ “โตจนป่านนี้แล้วยังทำตัวเป็นลูกแหง่ติดแม่อีกหรือไงครับโกคุเทระคุง?”

รอยยิ้มที่ทำเอาคนฟังอยากจะเอาระเบิดยัดปากให้ตายไปเสีย “แกว่าใครลูกแหง่?”

“หรือผมจะมองผิดไปเอง?”

ดูเหมือนว่าสงครามย่อม ๆ จะเกิดอีกแล้ว สึนะรีบตรงเข้าขวางเพื่อห้ามทัพ “หยุดได้แล้วทั้งคู่นั่นแหละครับ โกคุเทระคุงเองก็ด้วย ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ตอนนี้ที่เราต้องทำคือการช่วยแรมโบ้ออกมาให้ได้เร็วที่สุดนะ” ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองอย่างจริงจัง

เล่นเอาคนที่สุดจะรักสุดจะห่วงเถียงไม่ออก ยอมจำนนแต่โดยดี “ครับ...ผมจะทำสุดความสามารถเพื่อรุ่นที่ 10”

คนฟังฟังแล้วก็ยิ้มออก มือเล็กเลื่อนกุมมือที่วางแนบอยู่บนตักแน่น “ขอบคุณนะโกคุเทระคุง....ยังไงก็ฝากด้วยนะ”

ไม่นานรถยนต์ที่แล่นเรียบมาตลอดทางก็จอดนิ่งสนิท รูดอล์ฟลงจากรถมองไปยังคฤหาสน์ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนจะเริ่มคำนวณเส้นทางจากเครื่องมือนำทางพิเศษที่ถูกออกแบบมาให้มีสัญญาณเชื่อมต่อได้กว้างไกล ซ้ำยังระบุแผนที่และข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างละเอียด เรียกได้ว่าเป็นซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋วก็คงได้

ชายหนุ่มส่งเครื่องมือสื่อสารที่มีลักษณะคล้ายต่างหูหนีบสีเงิน เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณหนึ่งเซนติเมตร ตรงกลางมีแสงสีน้ำเงินกระพริบอยู่ตลอดเวลา “เป็นเครื่องมือสื่อสารพิเศษครับ สามารถได้ยินเสียงและสนทนากันได้ในระยะที่จำกัด ซึ่งผมลองคิดดูคร่าว ๆ แล้วไม่น่ามีปัญหาถ้าจะใช้กันภายในคฤหาสน์หลังนี้” แม้ด้วยระยะที่จำกัด แต่แค่พื้นที่ของที่นี่ก็น่าจะเพียงพอกับรัศมีของเจ้าเครื่องตัวนี้

“แล้วไอ้แสงสีน้ำเงินนั่น?” เรียวเฮจ้องมอง

“เป็นแสงที่ใช้สำหรับขอความช่วยเหลือหรือรายงานถึงอันตรายฉุกเฉินครับ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา เพียงแค่กดปุ่มลงไป สัญญาณของผู้ที่สวมใส่คนอื่น ๆ จะกลายเป็นสีแดงทันที และมันจะส่งไปยังเครื่องตรวจสอบเส้นทางนี่ด้วย” รูดอล์ฟส่งเครื่องมือนำทางให้กับฮิบาริ

“ขออภัยที่มีแค่ 2 เครื่องเท่านั้นครับ เพราะอยู่ในช่วงปรับปรุงประสิทธิภาพ ที่สำคัญอุปกรณ์และอะไหล่ที่ใช้ค่อนข้างจะราคาสูงมากหากเทียบกับอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์อื่น ๆ”

มันทำให้คนฟังรู้สึกสงสัยประสิทธิภาพกับราคาของมันขึ้นมาจริง ๆ “ไอ้ที่ว่าราคาสูงนี่มันเท่าไหร่?” โกคุเทระเอ่ยถามบ้าง ดวงตาสีอ่อนจ้องมองเครื่องที่อยู่ในมือคนพูดนิ่ง

“ก็ราว ๆ ....ครึ่งหนึ่งของคฤหาสน์หลังนี้มั้งครับ”

เล่นเอาคงฟังอ้าปากค้าง ครึ่งหนึ่งของคฤหาสน์หลังนี้ ชักอยากรู้จริง ๆ เลยว่าไอ้อะไหล่ที่มันซ่อนอยู่ในนี้เนี่ยมันมีอะไรบ้าง ที่สำคัญใช้แล้วมันจะกลายเป็นเทวดารึไงถึงต้องทุ่มทุนขนาดนี้!!

“จะคุยกันอีกนานไหม?” ฮิบาริเอ่ยเสียงเข้ม เบื่อหน่ายพวกที่ชอบสุมหัวกันจริง ๆ

“ทางนี้ครับ จากนี้ไปเราต้องเดินตัดป่าไป อาจจะลำบากสักหน่อยแต่น่าจะปลอดภัยที่สุด” รูดอล์ฟชี้ไปยังป่าด้านข้าง ซึ่งเป็นป่าในระนาบเดียวกับป่าที่อยู่ตรงพื้นที่ของคฤหาสน์ด้านบน

ไม่ใช่เพียงความรกทึบของต้นไม้นานาชนิดเท่านั้น แต่ความลาดชันของพื้นที่และความร้อนระอุจากไอแดดก็ทำเอาพวกเขารู้สึกว่ามันโหดหนักขึ้น แม้ร่างกายจะถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีให้อดทนมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่ไอ้การต้องมาฝ่าดงบุกบั่นเดินขึ้นเขาที่ไม่ต่างอะไรกับหน้าผาเอียงได้มุมแบบนี้ ก็เหมือนกับตอนใช้พลังงานคูณสักสี่ห้าเท่านั่นแหละ

“เห็นแล้วครับ...” ดวงตาสีดำจ้องไปยังกำแพงที่รายล้อมอยู่เบื้องหน้า

เขาหยุดฝีเท้าลง ก่อนจะหยิบแว่นกันแดดสีดำขึ้นสวม “มีแสงตรวจจับห่างจากตัวกำแพงราว ๆ 1 ฟุตครับ ระวังกันด้วย...”

“แล้วจะเข้าไปยังไงกันดี???” สึนะเอ่ยถาม

“มีวิธีครับ แต่คงต้องทำลายกล้องวงจรปิดซึ่งอยู่มุมนั้นเสียก่อน” เขาชี้ไปยังมุมเสาด้านบน พวกที่เหลือพยายามเพ่งมองอยู่นานกว่าจะเห็น

มันเป็นกล้องขนาดเล็กเท่าปลายนิ้วก้อยได้ ถ้ามันไม่สะท้อนกับแสงสว่างจริง ๆ พวกเขาคงไม่มีทางเห็น “งั้นใช้นี่ก็แล้วกัน...” ยามาโมโตะเรียกพลังไฟสีฟ้าบริสุทธิ์ขึ้น ก่อนจะเปิดกล่องสัตว์ของตน

นกนางแอ่นที่ห่อหุ้มไปด้วยออร่าสีฟ้าใสทะยานออกจากกล่อง มันพุ่งตรงเข้าไปทำลายกล้องตามคำสั่งของผู้เป็นนาย ไม่ได้ทำให้ระเบิด...แต่ใช้พลังของน้ำทำให้กล้องที่ทำงานด้วยพลังไฟฟ้าเกิดความเสียหายจนช็อต

“เรียบร้อย...”

รูดอล์ฟยิ้ม “ช่างเป็นพลังที่น่าสนใจจริง ๆ นะครับ”

ชายหนุ่มมาเฟียรัสเซียอาศัยร่างตนเองเป็นฐาน ก่อนจะค่อย ๆ ส่งเหล่าวองโกเล่ให้กระโดดขึ้นไปเกาะรั้วกำแพงทีละคน ๆ โดยทุกคนหลังจากที่ขึ้นไปยืนได้แล้วก็ต้องกระโดดข้ามโดยกะระยะประมาณหนึ่งฟุตห่างจากกำแพงเช่นด้านนอก

“แล้วคุณรูดอล์ฟจะมายังไงล่ะครับ?” สึนะเอ่ยถามอย่างเป็นกังวล เขาเป็นคนสุดท้ายที่ยังไม่ยอมเข้าไปด้านใน

“ไม่ต้องห่วงครับ คุณสึนะรีบขึ้นไปก่อนเถอะ”

ดวงตาสีน้ำตาลลังเลอยู่เล็กน้อย “ครับ”

พอเห็นว่าทุกคนสามารถข้ามไปได้อย่างปลอดภัย รูดอล์ฟจึงอาศัยกำลังขาและแขนของตนกระโดดลอยตัวขึ้น\ระหว่างนั้นก็ใช้เท้าทั้งสองข้างยันไปมาราวกับคนเดินอยู่บนกำแพง แล้วเอื้อมมือเกาะยังขอบด้านบนสุด “ขอโทษที่ทำให้รอครับ...” เขาเอ่ยท่ามกลางสายตานิ่งอึ้งของคนมอง

เพิ่งรู้ก็วันนี้ว่ารัสเซียมีนินจากับเขาด้วย... “ว่าแต่ทำไมไม่เห็นมีพวกเวรยามแถวนี้เลย?” สึนะถามอย่างสงสัย จะว่าไปมันดูหละหลวมอย่างที่ได้ยินมาจริง ๆ

“ระวังหน่อยแล้วกันครับ มันอาจเป็นแผนการที่อีกฝ่ายจงใจทำให้เป็นแบบนี้ก็ได้” รูดอล์ฟเดินนำ

แม้แต่คนที่คบกันมานานยังไม่สามารถเดาความคิดออก....


แรมโบ้มองยังจอภาพจอหนึ่งที่ดับลง เขาเดินเข้าไปใกล้ พยายามกดปุ่มบนแผงวงจรเพื่อตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่ามันถูกลิคระบบไม่ให้สามารถทำอะไรได้นอกจากนั่งดูเฉย ๆ เท่านั้น

พอลองสัมผัสจริง ๆ ถึงได้รู้ว่ามันเป็นการเล่นตลกอย่างร้ายกาจ “แย่แล้ว...”

อาจเพราะสัญชาตญาณบางอย่างทำให้แรมโบ้มองไปยังจอภาพจอหนึ่งที่เชื่อมต่อกัน ช่วงวินาทีก่อนที่มันจะถูกทำลายลง ดวงตาคู่นั้นก็มองเห็นอะไรบางอย่าง เปลวไฟสีฟ้าห้อมล้อมนางแอ่นสีดำที่พุ่งทะยานเข้าใส่และใบหน้าของใครบางคนที่แสนคุ้นเคย...

“วองโกเล่....” เขายกมือขึ้นทุบแผงวงจรอย่างร้อนรน สองขายาวก้าวไปยังประตูที่ถูกปิดตายอย่างรวดเร็ว

“เปิดสิ!!!” ทั้งผลักทั้งดันแต่ก็ไม่เป็นผล

จอภาพที่ค่อย ๆ หายไปทีล่ะจอ ๆ เป็นสัญญาณบอกเวลาอะไรบางอย่าง ยิ่งมองก็รู้สึกเหมือนตนเองถูกจำกัดเวลาลงเรื่อย ๆ แรมโบ้ยกมือขึ้นกดศีรษะของตนเองอย่างใช้ความคิด “ไม่ได้....จะลนลานแบบนี้ไม่ได้” เขาเตือนสติตนเอง ความรีบร้อนและความอ่อนหัดของตนเองไม่ได้ช่วงให้แก้ไขอะไรได้

บทเรียนราคาแพงจากอดีตมันบ่งบอกชัดเจนอยู่แล้ว


แรมโบ้จุดไฟที่แหวนตอนตนก่อนตัดสินใจเปิดกล่องสัตว์ วัวกระทิงสายฟ้าตัวใหญ่ออกมาทำลายโต๊ะทำงานและเก้าอี้บริเวณนั้นเสียพังยับ “ฝากด้วยนะ”

ชายหนุ่มขึ้นนั่งบนหลังวัวกระมิงก่อนจะจับมันแน่น เหมือนรู้คำสั่ง เจ้าวัวกระทิงตัวนั้นค่อย ๆ ถอยหลังตั้งท่าเตรียมพุ่งทะยานใส่ประตูที่ปิดตายนั่น

โครม!!!ปึง!!!!!

เสียงการปะทะราวใครสักคนกดชนวนระเบิด เศษซากของประตูและกำแพงชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจัดกระจายไปทั่ว แรมโบ้หวาดสายตามอง ทำให้รู้ว่าตนเองลืมอะไรไปบางอย่าง

เขาลงจากหลังวัวสายฟ้าแล้วเก็บมันคืนดั่งเดิม พลางเดินกลับไปภายในห้องอีกครั้ง “ต้องจำ ๆ” ดวงตาคู่นั้นพยายามจดจำสถานที่และเส้นทางให้ได้จากกล้องมอนิเตอร์ที่ยังคงเหลืออยู่

การที่พวกสึนะทำลายกล้องวงจรปิดนอกจากเพื่อความปลอดภัยแล้ว ยังเป็นการย่นระยะทางในการตามหาแรมโบ้ไปในตัว คล้ายกับการทำสัญลักษณ์ ที่ไหนที่พวกเขาไป สถานที่ใดที่กล้องวงจรปิดถูกทำลายลงแล้ว แสดงว่าที่นั่นไม่มีแรมโบ้อยู่

“หึ....มันต้องแบบนี้สิ....” ฮิบาริแสยะยิ้มยินดีเมื่อรับรู้ได้ถึงใครบางคนที่ยืนดักรออยู่เบื้องหน้า

ไม่มีไอสังหาร ไม่มีรัศมีของการอาฆาตเอาชีวิต สึนะมองอย่างลังเล “คนพวกนี้.....”

รูดอล์ฟที่เดินตามเข้ามานิ่งมอง “ไม่ใช่ไม่มีครับ แต่มันถูกซ่อนไว้อย่างดีเยี่ยมต่างหาก” ไม่นึกเลยว่าเซธจะลงทุนขนาดใช้คนระดับสูงมาจ้องเล่นงานพวกเขา ดูท่าว่างานนี้ไม่ลงมือเห็นทีจะไม่ได้

ผู้พิทักษ์เมฆาทำท่าจะกระโจนใส่คู่ต่อสู้ แต่กลับถูกห้ามไว้เสียก่อน “ทางลงอยู่ด้านซ้ายครับ”

ดวงตาสีดำหันมองอย่างไม่พอใจ “แกมีสิทธิอะไรมาสั่งฉัน?”

“ไม่ได้สั่งครับ แต่ผมคิดว่าสู้ไปคงจะเสียเวลาเปล่า ที่สำคัญเราควรรีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยจะดีกว่า” รูดอล์ฟยังคงเอ่ยด้วยท่าทีเรียบเฉย

ทอนฟาวาววับถูกยกขึ้นจ่อลำคอผู้พูด “แกไม่รู้รึไงว่าฉันไม่ชอบให้ใครมาขัด”

“ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับคุณฮิบาริ ผมว่าที่คุณรูดอล์ฟพูดมันก็ถูกนะครับ” สึนะเดินเข้ามาไกล่เกลี่ย เขากลัวว่าแทนที่จะสู้กับศัตรูอาจกลายมาเป็นฟาดฟันกันเองแทน

“แกจะสั่งฉันอีกคนรึไง?” ดวงตาสีดำคู่เดิมก้มลงมองร่างเล็กกว่าเขม็ง

แต่สิ่งที่เขาได้รับมากลับเป็นดวงตาสีน้ำตาลที่ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด ตั้งมั่นเสียจนความดุดันของเมฆหนาทึบต้องเบาบางลง เกลียดจริง ๆ ไอ้พวกดื้อด้านไร้สมอง...แต่ก็เพราะแบบนี้แหละ....เพราะแบบนี้...

“ถ้าไม่ติดว่าฉันอยากรีบ ๆ ไปให้พ้น ๆ จากไอ้ประเทศบ้า ๆ นี่ล่ะก็ พวกแกสองคนได้เป็นศพแน่” เขาเดินก้าวไปยังทิศทางเป้าหมายอย่างไม่สนใจใคร ก่อนจะเหลียวหลังมองยังศัตรูที่ยืนอยู่ด้านบนเล็กน้อย “บอกเพื่อนแกด้วย ถ้าไม่อยากตายเร็วก็เรียกพวกมาเยอะ ๆ หน่อย”

สึนะมองตามแผ่นหลังนั้นไป ก่อนจะหันไปหามือขวาของตนที่บัดนี้ยังยืนนิ่งไม่ยอมขยับ “ฝากด้วยนะโกคุเทระคุง” เขาแย้มยิ้ม เล่นเอาคำพูดของสายลมที่มีถูกกลืนหายไปหมด

“ครับ....ครับรุ่นที่ 10”

“คึหึหึหึ....แล้วเจอกันครับวองโกเล่ อ้อ...อย่าใจดีมากเกินไปล่ะครับ ระวังจะแย่เอา” มุคุโร่เอ่ยด้วยรอยยิ้มเช่นทุกครั้ง ก่อนจะเดินตามคนที่ล่วงหน้าไปแล้วไป

ยามาโมโตะว่าพวกตนก็ร่ำลากันนานพอดู โดยเฉพาะโกคุเทระที่กว่าจะตามไปก็เล่นเอาเขาคิดว่าฮิบาริคงลงไปถึงชั้นล่างสุดแล้วแน่ ๆ ทั้ง ๆ ที่นานขนาดนี้ แต่ทำไมศัตรูเบื้องหน้ายังคงยืนนิ่งอย่างใจเย็นอยู่ได้?

“พวกนี้คนจริง ๆ หรือหุ่นเนี่ย....” เขาถามอย่างสงสัย

เรียวเฮเดินเข้าไปใกล้ตามนิสัยอยากรู้อยากเห็น “ลองดูก็รู้ว่าคนหรือหุ่น”

“ระวังครับ!” รูดอล์ฟที่จับการเคลื่อนไหวได้รีบดึงร่างของชายหนุ่มผมสีอ่อนกลับมายังเขตปลอดภัย

ดูเหมือนว่าพวกมันจงใจรอเวลาบางอย่างเพื่อเริ่มทำการโจมตี ทั้งสี่กระโดดถอยหลังกลับไปตั้งหลัก เรียวเฮสวมถุงมือประจำกายตน ยามาโมโตะกำดาบสีดำคมแน่นมือ สึนะเองก็ทำท่าจะเข้าสู่โหมดไฮเปอร์ด้วยเช่นกัน

มือแกร่งของมาเฟียรัสเซียยกขึ้นห้าม “อย่าเพิ่งครับ ผมว่าแค่นี้คุณเรียวเฮกับคุณยามาโมโตะน่าจะพอจัดการไหว คุณสึนะคอยดูการต่อสู้นี้ให้ดี ๆ จะดีกว่า...” เพราะเขารู้สึกถึงอะไรบางอย่าง...อะไรบางอย่างที่ดูจะเป็นผลร้ายกับบอสแห่งวองโกเล่คนนี้

ไม่ช้าก็เร็ว ต้องมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นเป็นแน่ “ผมเชื่อว่าเซนท์ในการต่อสู้ของคุณจะต้องจดจำสิ่งสำคัญได้ไม่มากก็น้อยครับ”

สึนะไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ก็พยักหน้ายอมรับแต่โดยดี “ครับ...” เขามองไปยังผู้พิทักษ์ทั้งสอง “ฝากด้วยนะยามาโมโตะ คุณพี่”

“โอ้ส!!”

“สู้ตายสุดหูรูด!!!!”

เนื่องจากพวกเขาเองก็ไม่เคยสู้กับมาเฟียรัสเซียจริง ๆ จัง ๆ เหมือนกัน จึงไม่รู้ว่าพวกนี้มีเทคนิคในการต่อสู้อย่างไร แต่จากที่ฟัง ๆ มา พวกมาเฟียรัสเซียจะใช้ศักยภาพทางร่างกายและเทคนิคเฉพาะตัวในการต่อสู้เป็นหลัก ตามด้วยการสนับสนุนจากพลังในการหักล้าง ซึ่งมีไว้แก้ทางไฟธาตุโดยเฉพาะ

แล้วจะมองออกได้ยังไงกันว่าใครสามารถหักล้างไฟธาตุไหนได้? “ก็ต้องลองดูล่ะนะ....” นักดาบหนุ่มพึมพำด้วยรอยยิ้ม เวลาเข้าสู่สนามรบทีไร ยามาโมโตะจะมีรอยยิ้มและความสนุกสนานที่แตกต่างไปจากทุกครั้ง

ยังคงไม่มีใครเคลื่อนไหว เหมือนจงใจรอดูท่าทีกันและกัน เรียวเฮขยับฟุทเวิร์คตามจังหวะ ดวงตาจดจ้องอยู่กับคู่ต่อสู้ การเปิดก่อนไม่ใช่ความได้เปรียบเสมอไป เพราะหากอีกฝ่ายวางกับดักไว้แล้วไม่อาจแก้ทางได้ ตัวเราเองนี่แหละจะเสียเปรียบ

“นี่น่ะหรอมาเฟียอิตาลี...” คำพูดที่ออกมาจากปากคู่ต่อสู้เรียกความสงสัยให้คนฟัง

รูดอล์ฟทำหน้าที่เป็นผู้สื่อสารที่ดี “เขาบอกว่าพวกคุณน่ะหรือคือมาเฟียอิตาลี”

“ก็แค่พวกเด็กอมมือ”

ว่าแล้วร่างนั้นก็พุ่งตรงเข้าใส่ยามาโมโตะ นักดาบหนุ่มที่เตรียมตั้งรับอยู่แล้วถอยหลังหลบการโจมตี ริมฝีปากได้รูปเหยียดยิ้มอย่างได้เปรียบ มั่นใจอย่างมากว่าตนหลบพ้น

แต่พอตวัดดาบขึ้นร่างที่อยู่เบื้องหน้าก็หายไป รู้ตัวอีกครั้งเขาก็ถูกซัดเข้าที่ท้องอย่างเต็มรัก “อุก!”

ร่างสูงถอยรูดลงไปประมาณสามก้าว ดวงตาที่หรี่ลงเพราะความเจ็บปวดพยายามเพ่งมองการเคลื่อนไหวที่ราวกับภาพมายานั่น “ไม่เบานี่....”

สึนะและเรียวเฮมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วครู่นั้นด้วยความตกใจ นี่สินะศักยภาพทางร่างกายที่รูดอล์ฟว่า แต่ไอ้เมื่อครู่นี่.... “มันไม่เร็วเกินคนไปหน่อยหรอ??” เรียวเฮเอ่ยแทนความคิดของร่างเล็ก

“ระวังครับ” รูดอล์ฟวิ่งเข้าขวาง มือหนึ่งรับการโจมตีจากดาบที่ทำท่าจะฟันลงมาด้วยการต่อยเข้ายังข้อมือศัตรู ก่อนจะหมุนตัวแล้วเหวี่ยงขาสูง ใช้ส้นเท้าตอกลงยังท้ายทอยของอีกฝ่ายอย่างจัง

เป็นผลให้ร่างทั้งร่างทรุดลงหมอบกับพื้น แน่นิ่งทันที ดวงตาเหลือกขึ้นเห็นเพียงตาขาวที่โผล่พ้นช่องที่เปิดเพียงเล็กน้อยของเปลือกตา การโจมตีจุดตายคือสิ่งสำคัญในการต่อสู้แบบทหาร

“สุด....สุดยอด!!!!!!!!!” เรียวเฮมองอย่างทึ่ง ๆ เขารู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังเจอหัวหน้าชมรมมวยคนใหม่ยังไงยังงั้น

ดวงตาสีน้ำตาลเองก็ดูจะตกใจไม่แพ้กัน “ยะ....ยอดไปเลยครับ” ทำไมมันดูง่ายกว่าที่เขาคิดนัก....

“โดยปกติแล้วคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งจะเปิดช่องให้เราโจมตีได้ยาก แต่เราจะสามารถเห็นช่องโหว่นั้นได้ชัดเจนที่สุดก็ตรงที่อีกฝ่ายมุ่งจะสังหารเราอย่างสุดกำลัง...” พูดง่าย ๆ ก็คือ ได้ใจจนประมาทไปนั่นแหละ

“กะ....แก...รูดอล์ฟ!!!!” ศัตรูที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เอ่ยอย่างตกใจ ใบหน้าภายใต้แว่นตาสีดำดูจะแตกตื่นเป็นอย่างมาก

สึนะฟังออกเพียงแค่ชื่อของรูดอล์ฟเท่านั้น แต่เดาจากสีหน้า น้ำเสียงและท่าทางแล้วมันคงสามารถตีความหมายได้อย่างเดียว

คนพวกนี้กำลังกลัวชายผู้เป็นมือขวาของบอสแห่งบาริส กลัวมากเสียด้วย....

ยังไม่ทันจะเอ่ยถามอะไรยามาโมโตะก็ใช้เพลงดาบของตนผสานกันเป็นกระบวนท่าต่อเนื่อง เรียกให้คนที่ยืนอยู่ต้องหันมองตาม ศิลปะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งและงดงาม รูดอล์ฟชื่นชมในวิถีดาบนั่น

“โชว์กันเชียว....ตาฉันบ้างล่ะนะ!!!” เรียวเฮพุ่งเข้าใส่ร่างชายหนุ่มดำที่ยืนตัวสั่น

แม้จะเกิดความหวาดกลัวแค่ไหน แต่สมาธิในการต่อสู้ก็ยังคงมีอยู่อย่างดีเยี่ยม อีกฝ่ายถอยหลังหลบหมัดที่พุ่งตรงมาของเรียวเฮ พลางเบี่ยงตัวหลบการโจมตีอย่างต่อเนื่องนั้น ถึงจะพลาดเป้า....แต่เรียวเฮกลับสนุก

สนุกกับการต่อสู้ สนุกกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง เพราะเขาเชื่อว่า การพบเจอกับอะไรที่ยาก ๆ มันจะทำให้เราพัฒนาตนเองยิ่งขึ้นไป พัฒนาไปอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด

“ดี....ยิ่งเก่งยิ่งดี สู้กันให้สุดหูรูดไปเลย!!!!”

ว่าสมรรถภาพทางร่างกายของมาเฟียรัสเซียสูงแล้ว ดูจากการบุกและการตั้งรับอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของผู้พิทักษ์ทั้งสองทำให้รูดอล์ฟรู้สึกว่ามาเฟียอิตาลีช่างเป็นอะไรที่น่ากลัวไม่น้อยกว่ากันเลย เขาไม่รู้หรอกว่าจะมีคนแบบพวกวองโกเล่อยู่มากมายเท่าไหร่ แต่ที่แน่ ๆ....น่าสนใจมากจริง ๆ

อย่าได้ดูถูกอะไรที่ตนเองไม่ได้สัมผัส....เซธ...

ร่วมสิบนาทีกว่าการต่อสู้จะสิ้นสุดลง ยามาโมโตะยืนกำดาบแน่น เลือดสีแดงสดไหลเป็นทางยาว ย้อมความคมวาววับให้กลายเป็นสีขุ่นมัว เขาสะบัดมันครั้งหนึ่งก่อนจะปาดดาบกับเสื้อของศัตรู

“เลือดนาย....เอาคืนไปแล้วกันนะ ฮะ ๆ” ยามาโมโตะไม่ได้สังหารอีกฝ่าย เพียงแค่พยายามโจมตีจุดสำคัญเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวเท่านั้น แต่ไม่น่าเชื่อว่าศัตรูจะมีความสามารถสูงถึงเพียงนี้ สูงขนาดที่ว่าเขาเกือบจะพลั้งมือฆ่าไปจริง ๆ

ทางด้านเรียวเฮก็ใช่จะยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ข้าวของเครื่องใช้ วัสดุอุปกรณ์รวมถึงกำแพงสีขาวหนาต่างพังทลายลงไม่มีชิ้นดี ผู้พิทักษ์อรุณใช้ท่าไม้ตายกะจังหวะอัดเข้าใส่ศัตรูอย่างเต็มแรง แต่กว่าจะถูกจุดก็เล่นเอาหอบไปเหมือนกัน

“พวกนี้เก่งสุดหูรูดจริง ๆ” เขายืนมองผลงานตน

ถึงจะเป็นแค่สามคนแรกแต่ก็ถือว่าผลงานเป็นที่น่าพอใจ รูดอล์ฟยิ้มบาง ๆ ให้กับภาพตรงหน้า มาเฟียรัสเซียแข็งแกร่งแค่ไหนไม่มีใครรู้ ยิ่งคนไม่เคยต่อสู้ไม่เคยสัมผัสยิ่งไม่อาจคาดเดา แต่คนพวกนี้กลับทำได้...ทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมายได้

ชายหนุ่มมองร่างเล็กที่ยังคงยืนเบิกตามองนิ่ง “เป็นไงครับ?”

“อืม....ยอดมากเลยล่ะครับ” สึนะตอบ การต่อสู้ทั้งของเรียวเฮและยามาโมโตะซึมซาบเข้าสู่สมองของเขา ได้อะไรมากมายจริง ๆ ถ้ามัวแต่ไปสู้คงไม่มีสมาธิในการดูได้ขนาดนี้

“งั้นเราก็ไปต่อกันเถอะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยพลางเดินนำหน้า ตรงไปยังบันไดที่ทอดขึ้นสู่ชั้นบน






======================

_________________
Image

>>Blog Exteen<<
>>Happy Famiglia<<


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคสายฟ้า ตอนที่ 6 Up!!12/05/52
PostPosted: 15 May 2009, 02:19 
User avatar
Joined: 15 Nov 2007, 03:02
Posts: 580
Location: ทุกที่ที่มีซือคุง~
Katekyo Hitman Reborn

Adhere to Sky

ภาค สายฟ้า

ตอนที่ 7 [END]

Warning!!
– ภาคนี้มีการต่อเติมเสริมแต่งในบางจุดด้วยคอมมอนเซนท์ของคนแต่งเอง ทำให้อาจมีจุดแปลกหรือแตกต่างไปจากเรื่องหลัก รับแซ่บโดยทั่วกัน!!










*ติดตามได้ในรวมเล่มครับ*

_________________
Image

>>Blog Exteen<<
>>Happy Famiglia<<


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคสายฟ้า ตอนที่ 6 Up!!12/05/52
PostPosted: 15 May 2009, 02:22 
User avatar
Joined: 15 Nov 2007, 03:02
Posts: 580
Location: ทุกที่ที่มีซือคุง~
Katekyo Hitman Reborn

Adhere to Sky

ภาค ท้องฟ้า

ตอนที่ 1

Warning!!
– ภาคนี้มีการต่อเติมเสริมแต่งในบางจุดด้วยคอมมอนเซนท์ของคนแต่งเอง ทำให้อาจมีจุดแปลกหรือแตกต่างไปจากเรื่องหลัก รับแซ่บโดยทั่วกัน!!











นภา...
แม้จะอยู่สูงเหนือทุกสิ่ง มีอำนาจเหนือทุกอย่าง
แต่ก็ไม่อาจทำอะไรตามใจตนได้



เช่นนั้นแล้ว...
เหตุใดจึงยังอยากที่จะเป็น เหตุใดจึงอยากที่จะแย่งชิงไขว่คว้าอยู่อีก



ไม่เลย...ไม่ได้มีอิสระดั่งใจนึกเลย
ไม่มีสักนิด.....










สึนะเงยหน้ามองก้อนเมฆหนาที่ลอยพาดผ่านไปมาตามกระแสลม จะว่าไปนี่ก็ผ่านมาสามวันแล้วหลังจากที่พวกเขากลับมายังอิตาลี ทุกอย่างเวียนเข้าสู่วิถีชีวิตเดิม ๆ ต่างคนต่างทำงาน ทำหน้าที่ของตนตามได้รับมอบหมาย ส่วนเขาเองก็ต้องมานั่งประจำโต๊ะตัวใหญ่ ตรวจรายงานและเอกสารต่อไป

พอได้ห่างมันแล้วกลับมาอีกครั้ง ยอมรับเลยว่ารู้สึกเบื่อจริง ๆ “เฮ้อ....” ชายหนุ่มถอนหายใจยาว มือหนึ่งยกขึ้นเท้าคางมน

โกคุเทระเดินเข้ามาพร้อมเอกสารกองโต มือขวาแย้มยิ้มก่อนวางมันลงเบื้องหน้าเจ้านายผู้เป็นที่รัก “อรุณสวัสดิครับรุ่นที่ 10 เช้านี้ก็อากาศดีอีกแล้วนะครับ”

“อรุณสวัสดิโกคุเทระคุง นี่งานของวันนี้เหรอ?” ดวงตากลมมองดูสิ่งซึ่งสูงท่วมหัวเบื้องหน้า ชิน...บอกดึคำเดียวง่าย ๆ ว่าชินเสียแล้ว...

คนถูกถามพยักหน้า มือข้างหนึ่งล้วงเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ช่วยสำหรับจดบันทึกออกมา มืออีกข้างจับปากกาสีดำแท่งเล็กพลางกดมันลงบนหน้าจอเรียบอย่างชำนาญ ตรวจดูตารางงานและเวลาของวันอย่างว่องไว “ตอน 10 โมงเช้ามีนัดกับท่านประธานบริษัทขนส่งครับ ช่วงเที่ยงมีนัดทานข้าวกับท่านประธานบริษัทบรรจุภัณฑ์ ช่วงเย็นมีงานเลี้ยงระหว่างเครือข่ายองค์กร”

สึนะอ้าปากค้าง ทำไมมันมากมายขนาดนี้ “นี่ฉันแทบไม่ต้องกลับมาเลยมั้งเนี่ย....” คิ้วสีน้ำตาลเข้มเริ่มกระตุก ก็เข้าใจหรอกนะว่างานมันเยอะ แต่ใครจะสามารถไปมาแบบนี้โดยต้องเคลียร์ไอ้เอกสารกองโตนี่ให้หมดภายในวันเดียวได้เล่า??!!

“อ่า....ก็เพราะช่วงที่ไปรัสเซียนั่นแหละครับ” โกคุเทระหัวเราะแห้ง ๆ

มันทำเอาอารมณ์หงุดหงิดค่อย ๆ เบาบางลงทันที นั่นสินะ....เล่นหายไปแบบนั้นจะมีงานสุมหัวขนาดนี้ก็ไม่แปลก ความผิดของตนเองแท้ ๆ จะไปโทษใครเขาได้ ที่สำคัญการไปในครั้งนี้ก็ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องไม่ดีเสียเมื่อไหร่กัน

“ฉันขอจัดการรายงานตรงนี้ก่อนนะ สัก 9 โมงครึ่งช่วยมาเตือนฉันเรื่องนัดช่วงเช้าที” ว่าแล้วก็ก้มลงสะสางงานตรงหน้าทันที

ดวงตาสีเขียวจ้องไปยังผู้เป็นนาย สีหน้าดูไม่ได้ดีใจเลยกับคำสั่งนั้น แต่ก็ต้องยอมรับคำโดยดี “ครับ...ถ้ามีอะไรเรียกผมได้ตลอดนะครับ”

“อืม...ขอบใจนะ” คนตอบไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เพียงแต่ส่งเสียงออกมาเบา ๆ

ผิดไหมที่โกคุเทระรู้สึกเห็นใจนายของตน ทั้ง ๆ ที่ภาพตรงหน้าก็ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นมาก่อน ร่างเล็กที่ต้องแบกรับภาระอย่างหนัก ต้องไปไหนมาไหนหลายที่หลายเวลา แมจะแบ่งเบาได้แต่ก็ใช่จะทั้งหมด นี่ขนาดทุกคนมาอยู่รวมกันแล้วงานก็ยังมากมายขนาดนี้

“อยากจะฆ่าไอ้พวกตัวต้นเหตุเสียจริงเว้ย!!” เขาตะโกนก้อง มือแกร่งกำแน่น

จะว่าไปแล้วพูดถึงไอ้ตัวต้นเหตุก็นึกขึ้นมาได้ เขาพยายามลำดับเรื่องราวตั้งแต่ต้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนที่โนวี่บินมาอิตาลีครั้งแรก มันเกิดขึ้นเพราะมีคนคิดจะทำร้ายรุ่นที่สิบนี่นา....แล้วไหงไป ๆ มา ๆ มันถึงโยงไปเลยเถิดได้ขนาดนั้น?

ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย “ไปถามคุณรีบอร์นจะดีไหมนะ??”

เสียงพูดคุยภายในระหว่างคนสองคนดังลอดผ่านบานประตูซึ่งแง้มออกเห็นช่องน้อย ๆ เป็นสัญญาณบอกผู้มาเยือนให้ระมัดระวังการรบกวน โกคุเทระละมือของตนลงแนบกาย ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าจนเห็นว่าเสียงนั้นสงบนิ่งลง

“ผมเองครับคุณรีบอร์น” เขาเอ่ยขึ้น

“เขามาสิ” ผู้เป็นเจ้าของห้องตอบรับ

ดวงตาสีเขียวแลเห็นบอสคาบัคเรโน่ยืนพิงโต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางห้องก็รู้สึกตกใจ อดคิดไม่ได้ว่าการมาของดีโน่ครั้งนี้จะไม่พ้นเรื่องราวร้ายแรงอีกแน่ “มีอะไรกันหรือครับท่าทางเครียดเชียว?” โกคุเทระพยายามข่มน้ำเสียงและสีหน้าให้เป็นปรกติ

“มาก็ดี...” รีบอร์นว่าพลางหยิบซองเอกสารโยนให้ “ดูซะ”

มือทั้งสองยกขึ้นรับอย่างรวดเร็ว เขาเพ่งมองซองเอกสารนั่นอยู่พัก “ขออนุญาตนะครับ”

สิ่งที่เห็นคือแผ่นกระดาษบาง ๆ สามแผ่น บนนั้นมีรายชื่อของใครหลายคนเรียงรายอยู่ โกคุเทระไล่อ่านทีละคนก็พบว่ามันเป็นชื่อที่คุ้นหูอย่างมาก ไม่ใช่แต่ในแวดวงของมาเฟียด้วยกัน นักธุรกิจเอย นักการเมืองเอย หรือผู้ที่มีชื่อเสียงในด้านต่าง ๆ

“อะไรกันครับ?”

“รายชื่อของพวกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นไงล่ะ อย่าบอกนะว่านายลืมไปแล้ว?” ดีโน่ตีหน้าเครียด มือสองข้างกอดอกนิ่ง

คิ้วเรียวขมวดมุ่น ใบหน้าคมตีสีเครียด “ไม่มีวันครับ! เรื่องที่ส่งผลร้ายต่อรุ่นที่ 10 ผมไม่มีวันลืม!”

บอสหนุ่มแย้มยิ้มบาง นัยน์ตาสีน้ำตาลทองส่องประกาย “ดีแล้วล่ะ...แต่ก็ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นหรอกนะ เพราะจู่ ๆ พวกนี้ก็เงียบหายไป ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน”

“ที่เจ้านี่มันหายตัวไปตั้งแต่เรื่องคราวนั้นก็เพราะตามสืบเรื่องนี้อยู่ ไอ้จะพึ่งแรงของโนวี่อย่างเดียวก็ลำบากเกินไป มาเฟียอิตาลีมันก็ต้องให้มาเฟียอิตาลีด้วยกันเองนี่แหละเป็นคนจัดการ” เสียงเข้มเอ่ย ดวงตาสีดำสนิทมองไปยังกระดาษอีกแผ่นในมือของตน

เรื่องน่าคิดก็คือ ทำไมคนในลิสต์มากมายเหล่านี้ถึงยอมจะรามือจากไปง่าย ๆ ทั้งที่ทุ่มขนาดยอมเสี่ยงกับกฎระหว่างมาเฟียด้วยกัน ซ้ำมาเฟียฝั่งรัสเซียนั่นก็ด้วย....ผลตอบแทนมันคืออะไร และข้อสัญญาที่เกิดขึ้นระหว่างกันนั้นมันคือข้อสัญญาแบบไหนกันแน่?

จะให้ถูกก็คือระหว่างคนสองกลุ่มนี้ตกลงกันอย่างไรมากกว่า “แล้วเราจะวางใจได้หรือครับ?”

“เกินครึ่งล่ะนะ” ดีโน่เอ่ยตอบ “ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลานานพอสมควรแล้ว ถ้าพวกนั้นยังไม่ยอมรามือจริง ๆ มันก็น่าจะเกิดอะไรขึ้นในช่วงที่ทุกคนไม่อยู่ที่อิตาลี...”

“แต่อย่าเพิ่งวางใจ เพราะอาจเป็นแผนการอีกก็ได้”

โกคุเทระพยักหน้า ในเวลานั้นเขาก็นึกสงสัยขึ้นมาอีกอย่าง แล้วเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับโนวี่ล่ะ? คนที่จงใจจะเล่นงานสึนะที่มีโนวี่เชื่อมโยงล่ะ?? จะใช่จากคนกลุ่มเดียวกันหรือเปล่า???

“แล้วเรื่องโนวี่ล่ะครับ ผมไม่รู้หรอกว่าอะไรมันมายังไง แต่ทำไมผมรู้สึกว่ามันน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกัน...”

คนฟังยิ้มอีกครั้ง “ฉลาดสมกับเป็นนาย ฉันไม่รู้หรอกว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่พวกมาเฟียอิตาลีวางแผนกันจำกัดสึนะด้วยรึเปล่า แต่ที่ฉันรู้แน่ ๆ คือหมอนั่นจงใจจะใช้พวกนายเป็นเครื่องมือเพื่อทำอะไรสักอย่างกับโนวี่”

“อีกฝ่ายต้องการอะไร??”

ดีโน่ส่ายศีรษะไปมา “ไม่รู้สิ....รู้แค่หมอนั่นไม่ได้คิดจะเอาชีวิตโนวี่แน่นอน” เขาถอนหายใจยาวพลางทรุดลงนั่งบนเก้าอี้นวม “รู้สึกปวดหัวกับเรื่องนี้จังแหะ ไอ้เจ้านั่นถึงฉันจะเคยเห็นหน้าก็เถอะ แต่ดันสืบหาข้อมูลจริง ๆ ได้ยากชะมัด”

“เอ๋? แต่ตอนที่ไปพบเมื่อคราวนั้นเขาก็เป็นพวกมีอิทธิพลทางธุรกิจของรัสเซีย??” เจ้าของผมสีเงินว่าอย่างงง ๆ จริง ๆ ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจจะฟังอย่างอื่นเพราะกำลังร้อนใจด้วยล่ะนะ บางทีรุ่นที่สิบอาจจะรู้ดีกว่าเขาก็ได้

“ไม่เพียงแค่นั้นหรอก ถ้าแค่นั้นจริง ๆ คงไม่มีปัญญาทำอะไรบาริสแฟมิลี่ได้ง่าย ๆ หรอก ถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีตำแหน่งสูงอยู่นะ.....”

“ใช่ไอ้ผู้คุมกฎอะไรนั่นรึเปล่า?” รีบอร์นแทรกขึ้น

มัวแต่มานั่งคิดกันก็คงหาคำตอบได้ยาก “ทำไมถึงไม่ถามโนวี่เลยล่ะครับคุณรีบอร์น ถามหมอนั่นตรง ๆ น่าจะดีที่สุด”

ดวงตาสีดำจ้องมองคนเสนอความคิด “แบบนั้นมันก็ถูก....แต่ว่า....”

“หมอนั่นน่ะถ้าคิดว่าสมควรพูดก็จะพูด ไม่สมควรพูดก็จะไม่พูด ง่าย ๆ ก็คือหมอนั่นไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องบอกเรื่องนั้นกับพวกเรา ไม่สิ....ต้องบอกว่าไม่อยากให้รู้เพราะเกรงจะเป็นเรื่องราวใหญ่โตมากกว่า” ดีโน่ยกมือขึ้นจับคางตนเองเบา ๆ ดวงตาเบี่ยงไปมาอย่างใช้ความคิด แม้จะไม่ค่อยได้เจอหน้าแต่ก็ติดต่อกันตลอดเท่าที่จะทำได้ ฉะนั้นนิสัยบางจุดใช่ว่าจะมองไม่ออก

รีบอร์นเหลือบมองศิษย์ตนก่อนจะมองกลับยังผู้พิทักษ์ที่ยืนตีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ “เรื่องนี้เอาเป็นว่าหากมีอะไรคืบหน้าฉันจะบอกเอง ตอนนี้แกไปคอยช่วยเจ้าสึนะไป ป่านนี้จมกองงานตายแล้วมั้ง?”

พอนึกถึงหน้านายผู้เป็นที่รักกำลังลำบากก็แทบจะแจ้นไปโดยไม่กล่าวลาทันที “นะ...นั่นสิครับ! งั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณรีบอร์น!!!”

ดีโน่มองอาการร้อนรนนั่นพลางหัวเราะร่วน “เหมือนเดิมเลยแหะเจ้านี่”

“ยังไงก็คอยดูให้ทีแล้วกัน ส่วนทางนั้นหากมีอะไรเคลื่อนไหวหมอนั่นคงติดต่อมาเอง....” รีบอร์นเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มือทั้งสองวางรวบไว้บนท้องตน พยายามผ่อนคลายตามวิสัย

“อืม....ไม่ต้องห่วง ยังไงสึนะก็เป็นรุ่นน้องที่น่ารักของฉันล่ะน่า!!”













แสงไฟสีแดงกระพริบถี่มาพร้อมเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นภายในห้องทำงานกว้าง แม้เป็นช่วงเวลาค่ำมืดแล้วก็ตาม แต่ภายในนั้นยังมีคนสองคนที่ยังคงนั่งพิจารณากองเอกสารและงานที่สุมอยู่ตรงหน้าอย่างขยันขันแข็ง ดวงตาทั้งคู่ละมองยังสิ่งรบกวน

“ครับ...” ผู้ยืนถือเอกสารรับด้วยน้ำเสียงสุภาพ

ภาษาไม่คุ้นจากปลายสายดังกรอกหู เพียงเท่านั้นก็ทำให้ทราบได้ถึงเรื่องราวและจุดประสงค์ของอีกฝ่าย “รบกวนช่วยใจเย็นด้วยนะครับ” เขาตอบกลับไปเป็นภาษาเดียวกัน

[“ขอคุยกับท่านหน่อย”]

“ท่านไม่ว่างรับสายครับ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรสำคัญรึเปล่า?”

[“จะเรื่องอะไรซะอีกล่ะ!! ก็เรื่องที่ท่านรับปากไว้นั่นแหละ!! จนป่านนี้แล้วทำไมถึงยังไม่มีความคืบหน้าอะไรอีก!!!”] อีกฝ่ายตะโกนดัง ดังเสียจนผู้นั่งฟังอยู่ได้ยิน

ดวงตาของผู้รับสายมองสบกับผู้ถูกพาดพิงถึง ภายใต้ความมืดมิดนั้นดวงตาคมกลับสะท้อนแววขบขัน เย้ยหยันให้กับเสียงบ่นพร่ำเพรื่อที่ยังคงดังต่อเนื่องไม่หยุด และเหมือนเป็นสัญญาณบางอย่าง เขาหยิบกระดาษสีขาวขึ้นส่งให้

อีกฝ่ายเดินเข้าไปรับแล้วก้มลงไล่อ่านตัวอักษรทุกกระเบียดนิ้ว “ในสัญญาระบุไว้อย่างชัดเจนว่า คุณไม่มีสิทธิเรียกร้องสิ่งใด ไม่ว่าท่านผู้นั้นจะกระทำการด้วยวิธีไหนหรือเวลานานแค่ไหนก็ตาม...”

เสียงกล่าวเรียบ ๆ นั่นทำเอาปลายสายถึงกับสะอึก [“ตะ....แต่ ถึงจะเป็นแบบนั้นก็เถอะ แต่มันก็ควรจะมีความคืบหน้าอะไรบ้าง!”]

ดวงตาของผู้พูดหันมองชายผู้นั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานและกองเอกสารใหญ่อีกครั้ง ริมฝีปากนั้นขยับ ราวกับจงใจให้อ่านคำพูดที่กำลังถูกปล่อยออกไปแบบไร้ซึ่งเสียงนั่น

“ท่านว่า...ถ้าไม่พอใจพวกคุณก็ไปจัดการกันเอง ท่านเบื่อที่จะต้องทนฟังคำขอร้องจากพวกไร้หัวคิดเต็มทน”

[“มะ....หมายความว่ายังไง!!!”]

เสียงตะโกนด่าไม่ได้ทำให้คนฟังสะดุ้งสะเทือน “รับทราบแล้วนะครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ลาก่อนครับ” เขากดสายทิ้งโดยไม่สนใจอะไร ไม่แม้กระทั่งจะฟังข้อเสนอหรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่ยังคงดังต่อ ๆ มา

“เอาอย่างไรดีครับ?” เขาหันมาถามหลังจากวางโทรศัพท์กลับที่เดิมของมันเรียบร้อยแล้ว

ร่างนั้นเอนหลังพิงพนักเก้าอี้นวมสีดำหรู มือสองข้างยกขึ้นผสานกัน รอยยิ้มบาง ๆ แต้มบนใบหน้าภายใต้ความมืดมิด “นั่นสิ....จะจัดการขั้นเด็ดขาดไปเลยดีไหม?”

“ไม่เกี่ยวกับใครรึครับ?”

“อืม....คงไม่ แต่ถึงเกี่ยวก็คงต้องลงมือกันจริง ๆ เสียที”

ดวงตาของผู้ที่ยืนอยู่นิ่งมอง “แต่ผมเห็นว่าท่านไม่ควรเข้าไปยุ่งให้มากกว่านี้นะครับ”

“จริง ๆ ฉันก็คิดแบบนั้น เอาเป็นว่ารอดูต่อไปแล้วกัน บางทีสัญญาที่ระบุไว้ครั้งนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ฉันอยากทำมากกว่าอยากหลีกเลี่ยงก็ได้.....”








=========================

_________________
Image

>>Blog Exteen<<
>>Happy Famiglia<<


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคท้องฟ้า ตอนที่ 1 Up!!15/05/52
PostPosted: 17 May 2009, 16:53 
User avatar
Joined: 19 Mar 2009, 11:03
Posts: 175
ใคร ใครอะ โธ่อย่าค้างกันอย่างนี้สิค่า

คนอ่านจะคลั่งตาย

อยากอ่านคู่ 1827 ฮือๆๆๆ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky End 6 Chapter Incomplete
PostPosted: 17 May 2009, 18:27 
Joined: 21 Apr 2009, 00:09
Posts: 4
กรี๊ดดดดมาถึงภาคท้องฟ้าแล้ว
ตื่นเต้นเข้มข้นมากมายค่ะ
อยากรู้จริงๆ ว่าจะเป็นยังไงต่อไป
รีบมาต่อนะคะ ชอบมากๆเลย


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky End 6 Chapter Incomplete
PostPosted: 17 May 2009, 22:12 
User avatar
Joined: 20 Apr 2009, 21:37
Posts: 74
สึนะ น่ารัก

_________________
Image Image

-----------------------------------------------------------------------------

Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky End 6 Chapter Incomplete
PostPosted: 19 May 2009, 01:08 
Joined: 14 May 2009, 19:27
Posts: 4
กรี๊ดดด หลงเข้ามาอ่านค่ะ แต่แต่งได้ดีมากเรยล่ะค่ะ ชอบอ่า >.<


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky End 6 Chapter Incomplete
PostPosted: 20 May 2009, 15:20 
User avatar
Joined: 15 Nov 2007, 03:02
Posts: 580
Location: ทุกที่ที่มีซือคุง~
ประกาศ




หลาย ๆ ท่านก็คงทราบดีอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับบอร์ดรีบอร์นในช่วงที่ผ่านมา
และเช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับกลุ่มนักเขียนบางกลุ่ม

จริง ๆ แล้วอย่างที่อัพไปในบล็อค นุ๊กยังคงรักบ้านหลังนี้อยู่ตลอด ไม่เคยคิดจะลืมบ้านหลังนี้ แต่ "ความรู้สึกที่เสียไปแล้ว" กับ "วาจาที่ลั่นออกไปแล้ว" นั้นเป็นเหตุผลให้พวกเราครอบครัวและนักเขียนบางท่านตัดสินใจที่จะไม่นำฟิคมาลงต่อที่บอร์ด

อนาคตไม่มีใครรู้ เช่นกันว่าอนาคตของบอร์ดนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีกบ้างก็ไม่มีใครรู้

ฉะนั้นนุ๊กจึงขอบอกแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน

แต่นี้ไปฟิคทุกเรื่องที่ยังคงไม่จบ (แอดเฮียร์ วิทเอาท์ภาคใหม่ และฟิคอื่น ๆ) จะขออพยพไปลงที่บ้านใหม่

บอร์ด World's Tale ค่ะ http://worldstale.freeforums.org/index.php

ขอบคุณสำหรับการติดตามและเป็นกำลังใจที่ดีเสมอมา ส่วนรายละเอียดการสมัครบอร์ดนั้นสามารถดูได้ในกระทู้กฎบอร์ดค่ะ

ยังรักคนอ่านทุกท่านเสมอ


derick.
20/05/52


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 521 posts ]  Go to page Previous  1 ... 31, 32, 33, 34, 35


Who is online

Users browsing this forum: milk24970 and 3 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: