Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 156 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5 ... 11  Next
Author Message
 Post subject:
PostPosted: 27 Oct 2007, 14:02 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
part สุดท้ายแล้ว... อดทนหน่อยเน้อ จาจบแล้วแล่ะ TwT



ท... ทำอะไรของมันฟะ!!

โกคุเทระคิดในใจ ในขณะที่ดวงตาเบิกโพรงอย่างไม่เชื่อสายตา -- "อื้อ...!" -- และครางประท้วงการรุกร้ำอาณาเขตภายในช่องปาก ปลายลิ้นร้อนที่เหมือนจะเผาไหม้โพรงปากลอบเลียพื้นที่ต่างๆจนรู้สึกอึดอัดทนไม่ไหว หายใจไม่สะดวก ในขณะที่แขนดิ้นพร่านก็พลันสงบลงอย่างยอมศิโรราบ หมดแรงที่จะขัดขืนจริงๆเสียที...

แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวอีกเมื่อปลายนิ้วชืดเย็นนั้นได้ไล้ลงมาบนเรื่องร่างของเขา เนื้อแนบเนื้อ นิ้วแนบผิว ความเย็นเยือกที่ซึมผ่านชั้นผิวหนังลงไปราวกับถูกคมมีดเย็นกรีด ความรู้สึกไม่ต่างจากถูกมีดชุดใหม่ปักลงไป... ก่อนจะรู้สึกเสียงซ่าน ประหวั่นกับรอยเล็บที่กดลงาตรงๆอย่างจงใจ

ความรู้สึกหลากหลายไหลล้นออกมาพร้อมๆกับที่เลือดจากหลอดอาหารจะถูกส่งไปยังโพรงปาก... คนตรงหน้าที่รออยู่แล้วก็ดูดดื่มเอาของเหลวหอมหวานนั้นลงคออย่างผิวกระหาย ยิ่งเพิ่มจังหวะตวัดปลายลิ้นเผ็ดร้อนให้รู้สึกแสบสะท้านไปทั้งโพรงปาก...

มารู้สึกตัวอีกที ที่หมดแรงนี่คงเป็นเพราะเบลได้สูบเอาเลือดของเขาไปนี่เอง!

ไหนจะมือที่แขนที่ขยับไม่ได้ ไหนหายใจไม่ค่อยออก ไหนจะปากที่เปิดช่องทางให้มันดื่มด่ำไปกับของเหลวในกายอีก

ให้ตายในสภาพนี้ ต่อให้เป็นฆาตกรด้วยกันก็คงอดรู้สึกสงสารไม่ได้

หัวสมองของเขาว่างเปล่า... ไม่เหลืออะไรนอกจากประสาทรับความรู้สึกที่ยังคงทำงานได้เต็มศักยภาพของมัน

เจ็บก็บอกว่าเจ็บ ปวดก็บอกว่าปวด

โดนมีดแทงเลือดก็ไหล โดนบีบคอก็กระอักเลือด

โดนจุมพิตก็...

ดวงตาคู่สีเขียวปรือลงช้าๆ ในขณะที่หางตาร้อนผ่าว ก่อนจะกลั่นน้ำใสๆไร้สี ไร้กลิ่นออกมาเป็นหยดๆ น้ำนั้นอุ่นจนรู้สึกแสบแก้มเมื่อมันไหลผ่าน รู้สึกเจ็บแผลที่แก้ม ...รู้สึกเจ็บใจขึ้นมา!!

จะร้องไห้ทำไม!

ขอชีวิตครั้งแรก? และครั้งสุดท้ายก่อนตายหรือไง โกคุเทระ ฮายาโตะ!





รสจูบที่หอมหวานเนิ่นนานจนคนกระทำเองยังเหนื่อย เบลผละริมฝีปากออกจากใบหน้าของเหยื่ออย่างรู้สึกเสียดาย ก้มลงมองดูใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาอย่างพอใจเป็นครั้งที่ร้อย ใบหน้าสวยๆนั่นกำลังหอบหายใจไปพร้อมๆกับที่พยายามกลั้นน้ำตาน่าอับอายนั่นอย่างเอาเป็นเอาตาย

เห็นแล้วก็ อารมณ์ดิบที่พุ่งพล่านก็ยากที่จะสะกดกัดกลั้นได้!

ปิดฉากไปเลยดีกว่า~ ชิชิชิชิ

แม้ในใจจะค้านสักร้อยแปดพันเก้าก็ตามที...



ไม่เสียดายของหรือไงนะ เบล?






"...เจ้าชายจะส่งวิญญาณละนะ"

"เจ็บนิดๆแต่เดี๋ยวก็สบายแล้วล่ะ ชิชิชิชิ~"

แย่จริงๆที่เสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินในชีวิตนี้ไม่ใช่เสียงของรุ่นที่สิบ... แต่กลับกลายเป็นเสียงหัวเราะของปิศาจร้ายซะนี่...

โกคุเทระหลับตาลง ไม่อยากเห็นการกระทำที่ทำให้เขาดับดิ้น... และมันก็คงดีกว่าตายทั้งๆที่ตายังไม่หลับอีกด้วย

นี่เขา... จะถูกส่งวิญญาณไปโซล โซไซตี้แล้วหรือนี่?


นี่... จะไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของรุ่นที่สิบแล้วหรือ?

จะไม่ได้ชกหน้าตากวนโอ๊ยของยามาโมโตะแล้วหรือ?

จะไม่ได้วิ่งหนีเบียงกี้อย่างที่ทำมาตลอดแล้วหรือ?

จะไม่ได้ทะเลาะกับเจ้าวัวบ้า และยัยงี่เง่านั่นแล้วหรือ?

และ เขาจะไม่มีโอกาสได้แก้แค้นเจ้าคนใช้มีดแล้วหรือ?



แก้แค้นคนที่มอบความตายอันสุดแสนทรมานนี้ให้กับเขา!



แสงสว่างสีขาวสว่างวาบเข้าในม่านตาที่ปิดลง... อย่างน้อยๆก็ไม่ต้องทรมาณกับการปักมีดครั้งสุดท้าย...

อา... นี่วิญญาณของฉันกำลังล่องลอยไปยังโซล โซไซตี้สินะ?

ความรู้สึกอุ่นไปทั้งตัวที่ชืดชาทำให้เขาเผยอรอยยิ้มอย่างใจเย็น... นี่ตัวเขาคงกำลังล่องลอยไปบนกระแสลมเย็นๆที่โอบอุ้มความอบอุ่นบนท้องนภาอยู่... ล่องลอย... เพื่อที่จะไปยังดินแดนผาสุกในอีกโลกหนึ่งสินะ?

หากจะต้องไปอยู่ที่ดินแดนนั้นแล้ว... เขาคงต้องทิ้งเรื่องราวทุกๆอย่างในโลกใบนี้ไว้เพียงเบื้องหลัง...

อา...

จบลงแล้ว... มือหขวาเอ๋ย...

ต่อไปแกก็ทำตัวเป็นมือขวาดีๆ ทำแทนฉันดีๆละกันนะ ยามาโมจจัง

แล้วก็...

ลาก่อนครับ รุ่นที่สิบ...

ลาก่อน... วองโกเล่



ลาก่อน ทุกๆคน.....
[/size]








"โกคุเทระคุง!!"





To be continue -> ทางออก ที่มาก่อนปัญหา



อืม... รู้สึกจะอธิบายไม่ค่อยละเอียดเท่าไร ไม่รู้ว่าจะเข้าใจกันอ้ะป่าวนะคะ หะหะ >.<"

อ๋อย.... สงสารโกคุจังเลย (<<< แล้วแกแต่งทำไมฟะ!!)



อยากเอารูปประกอบมาลงจังเลยค่ะ แต่เครื่องสแกนไม่มี ก็อดไป แงๆๆๆ




ขอนอกเรื่องนะคะ

คือได้ยินมาบ่อยๆว่า "คนกินหวาน เป็นคนโหด"
อันนี้รีนก็งงๆนะคะ เพราะรีนก็กินหวาน แต่ไม่โหดสักหน่อย

เอ๊ะ... หรือไอ้ฟิคนี่มันโหด... แง๊ๆ คงไม่ใช่ ใช่ป่ะคะ?

หะหะ หะหะ ม่ายน้า...

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 27 Oct 2007, 16:07 
Rank: CG&Fiction Staff
Rank: CG&Fiction Staff
Joined: 30 Sep 2007, 16:47
Posts: 1206
Location: Reborntfc
เบลโหดได้ใจมากเลยครับ สงสารโกคุเขาจังเลยได้อารมณืมากเลยละครับ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 27 Oct 2007, 16:30 
User avatar
Joined: 24 Sep 2007, 16:48
Posts: 281
Location: ชินเซนงุมิ
เจ้าชายเบลน่าจะใช้มีดนั่นกรีดหน้าโกคุเดระคุงด้วยนะ =w=

ปาดคอด้วยก็ดี แต่เอาบางๆล่ะ เด่วเค้าตาย!!!

หรืออาจควักลูกกะตาสีเขียวสวยนั่น เก็บไว้เชยชมคนเดียว... หึหึ สะใจ!!






เฮ้ยยยย.... =[]= โรคจิตละชั้น!!!

(ตกลงเรารักโกคุเดระคุงจริงรึเปล่าเนี้ยยย)

_________________
+++++++++++++++++++++++++++
Image

Fallin
g Down From Heavens....


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 27 Oct 2007, 17:19 
User avatar
Joined: 12 Oct 2007, 17:09
Posts: 284
Location: Namimori Litter City
อ๊ากกก ทำไมตอนนี้อ่านฟิค มีงงทุกทีแฮะ

เบลโหดง่ะ เอิ๊กส์ๆๆๆ จบแบบตัดตอนเลยน่ะเนี้ย

_________________
I don't have anymore.
I don't have you love me.
'Cause...I realize,it impossible.
>.....1827 FC.....<


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 27 Oct 2007, 18:43 
Joined: 11 Oct 2007, 13:28
Posts: 196
Location: ที่ ๆ ท่านฮิอยู่
โอ๊ย ตอนนี้สงสารโกคุเดระมากเลยอ่ะ

เจ้าชายอ่ะถนอมโกคุเดระหน่อยเถอะ

แอบขำมีโซโซลไซตี้ด้วย

อิอิ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 27 Oct 2007, 19:37 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
อ่า 555+

แบบว่า... ตอนนี้สับสนเรื่องบลีชกะเรื่องรีบอร์นอ้ะค่ะ

ส่วนเรื่องถนุถนอม.... อ่า.... พูดแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองโหดกว่าเบลเลยค่ะ = =

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 27 Oct 2007, 20:32 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 20:56
Posts: 485
Location: สมาคม Yaoi แห่งชาติ (มีด้วย?)
ตะ............ตัดบท=[]=

ทำกันได้T^T

โฮกกกกกกกกกกกก นั่งอ่านตาเปี้ยกเย้ยอ่ะ

จาอ่านอีกๆ>O< (ดิ้นไปมา)

Me/ทำไมไม่กดกันค่า~~~~~~~~~!!!!

++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ทุกคนกล่าวหาว่ากาเป็นสิ่งอัปมงคลเพียงเพราะมันมีขนสีดำ แต่กระนั้นมันก็มีเลือดสีแดง
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 27 Oct 2007, 22:18 
User avatar
Joined: 08 Oct 2007, 21:14
Posts: 798
โกคุเดระนายแอบ M ใช่มะห๋าาาาา!? (หัวเราะ) อ่านๆไปแล้วรู้สึกว่าเบลนี่มันมาจากดาว S จริงๆด้วย โหดสนิทศิษย์ส่ายหน้าเลย อิอิ

แล้วโซล โซไซตี้นั่นเอ่อ...แหม่ ทำปายด้ายยย :lol: ตอนต่อไปคงมียมทูตมาปลดปล่อยสวัสดิกะ "บังไคคคคคค!!!!!" เอิ๊กส์ๆๆ

รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ สึนะมาแย้ววว!!!! >_<

_________________
Image

=THE PRINCE OF ABE TENNIS=
[แม้กระทั่งเรียวมะยังต้องหลบ!!!!]


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 28 Oct 2007, 09:45 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
อ่าขอบคุณมากๆค่ะทุกคน >.<~

แต่... เอ่อ คุณ chomexchome คะ = = ถ้าเอาสวัสดิกะมาจิงๆ เด๋วเรื่องจากู่ไม่กลับอ้ะค่ะ! (จิงๆอยากใส่งไปนะ หะหะ... ก๊ากกกก)

แต่แหม... เบลโหดไปจิงๆหรอ = = รีนว่ามันยังเบาะๆอยู่เลยนะคะ หะหะ

อ่าค่ะ! ไหนๆก็ร่วมอุดมการณ์ SM กันแล้ว(เรอะ?) ก็มาทำความรู้จักกันได้นะคะ


ชื่อรีนค่ะ msnก็ westkaya@hotmail.com - จิ้น SM ได้ทุกคู่ค่า~ ก๊ากๆๆๆ


โอ้ย... พรุ่งนี้เปิดเทอมค่ะ แต่ไปร.ร. 9 โมงได้ เลยไม่รู้ว่าจะมาอัพตอนเช้าหณือเย็นดี
แต่ไม่รุ้จะได้อัพหรือเปล่า แต่ก็เอาเถอะ! วันนี้เอาตอนที่ 4 ไปก่อน


ตอนๆนี้ก็ธรรมด๊า ธรรมดาจริงๆค่ะ


เพราะยามศึกเรารบ ยามสงบเรารัก เอ้ย! ไม่ใช่และๆ = =



[Fic] Katakyo Hitman REBORN! : SM INSTINCT
Pairing : Belphegor , Gokudera Hayato
By : Sir Neer


4~* ทางออก ที่มาก่อนปัญหา Part 1/4


เสียงของรุ่นที่สิบ??



บ้าจริง... ยังจะฝันอะไรอีกนะนายโกคุเทระ ฮายาโตะ

นายน่าจะลืมเรื่องราวบนโลกใบนั้นไปแล้วนะ...




เปลือกตาบางที่หนักอึ้งปรือขึ้นและกระพริบถี่ๆ โฟกัสที่พร่ามัวทำให้เขารู้สึกตาลาย อีกทั้งความรู้สึกปวดเมื่อยและเคล็ดกล้ามเนื้อก็กระจายไปทั่วร่างทั้งหมด ...เจ็บมาก เจ็บจริงๆ อย่างกับเพิ่งผ่านศึกของคืนวานอย่างไรอย่างนั้น

ยอดแหลมสีน้ำตาลโผล่เข้ามาในจุดโฟกัส ตามด้วยยอดแหลมเล็กสีดำๆ กลิ่นเหงื่อของเด็กผู้ชายที่คุ้นเคยโชยเข้ามา ก่อนจะรู้สึกถึงอ้อมแขนอุ่นที่ช้อนร่างของเขาขึ้นมาวางบนหน้าแข้งของเจ้าของเรือนผมสีดำที่ตั้งชี้โด่เด่ -- จากตรงนี้เขาสามารถมองเห็นร่างสูงๆเรียวๆของผู้ที่เขาเกลียดที่สุด กับร่างบางๆที่เขาเพิ่งเห็นไปเมื่อครู่

"ฮายาโตะ!!"

"ว้าย! คุณโกคุเทระ!"

"เขาฟื้นแล้ว!"

"โกคุเทระคุง!! ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย"

เสียงใส -- ที่เขาจำได้ขึ้นใจ... เสียงของผู้เป็นนาย -- ดังเข้ามาในโสตประสาท โกคุเทระกระพริบตาถี่ๆอย่างไม่เชื่อ ...หรือนี่จะเป็นเวทย์มนต์อย่างที่เจ้าคนใช้มีดว่า!

"นี่ผม... ฝันไปหรือเปล่า" โกคุเทระกล่าวอย่างยากลำบากผ่านคอที่เจ็บแปลบๆ พลางก็ยกมือที่อ่อนระทดระทวยขึ้น หมายจะจับใบหน้าของเด็กชายเชื้อญี่ปุ่นตรงหน้าให้รู้กันไปว่าความจริงหรือความลวง แต่แล้วมือนั้นก็ถูกมือใหญ่อุ่นๆจากอีกคนกดลงไปที่เดิม

"แหนะๆ อย่าขยับมากสิ!"

เสียงใหญ่ๆที่ฟังดูร่าเริงของอีกคนที่คุ้นเคยดังมาจากเหนือศีรษะ ก่อนที่เขาจะแหงนหน้าขึ้นไปสบตากับดวงตาคู่คมสีน้ำตาลนั้น... -- ดวงตาที่แฝงแววปลื้มปีติยินดี และอ่อนโยนอยู่เสมอๆ... -- ดวงตาคู่ที่พร้อมจะเปิดใจรับการกลับมาของเขาเสมอ

ไม่ผิด ไม่เพี้ยน

สิ่งที่ตาขอตนมองเห็น คือสัจนิรันดร์

ซาวาดะ สึนะโยชิ และ ยามาโมโตะ ทาเคชิ -- เจ้านาย และคนกวนโอ๊ยที่ทั้งเอ๋อ และใจเย็น -- เบียงกี้ และ มิอุระ ฮารุ -- พี่สาวที่เขาไม่อยากพูดถึง และ ยัยงี่เง่าที่ชอบหาเรื่องมาให้ -- แม้จะคิดอย่างนั้น... แต่เขาก็ยินดีที่ทั้งหมดมาหา

"ยินดีต้อนรับกลับนะ โกคุเทระคุง" ว่าที่หัวหน้าวองโกเล่รุ่นที่ 10 กล่าวขึ้น ดวงตาคู่กลมสีน้ำตาลอ่อนๆนั้นดูอ่อนโยน -- เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กที่ได้รับการเอ็นดูจากเจ้านาย ...แต่มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง?

โกคุเทระพยักหน้าหงึกหงัก "ผม... กลับมาแล้วครับ..."

นานเท่าไรแล้วนะ ที่ไม่ได้พูดประโยคนี้...

มันคงจะนานมากเป็นหลายๆปีแล้ว ที่แต่ก่อนไม่เคยมีใครรอการกลับมาของเขา

แต่บัดนี้... ตอนนี้ เขามีคนที่ห่วงเขาอย่างจริงใจ...

และพรอ้มจะรอรับการกลับมาของเขาทุกเมื่อ

ความปลาบปลื้มที่รับรู้ถึงความยังคงของตนเอง และความรู้สึกดีที่ได้รับคำพูดที่โหยหา... ก่อนสติจะดับวูบลง... โกคุเทระได้ฝากรอยยิ้มบางเบาบนริมฝีปากที่แห้งผาก...

รอยยิ้มที่หาดูได้ยากในยามปกติ...





"จากลานก่อนสร้างถึงโรงพยาบาลนามิโมริ มันใกล้ว่าแบกมาถึงโรงเรียนไม่ใช่หรือไง!!"

เสียงหวานของเบียงกี้โวยวายขณะที่กระแทกจานเค้ก -- แน่นอนว่ามันมีสีสันแปลกตาฉบับ Poison Cooking -- ลงบนโต๊ะอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเอี้ยวตัวหลบไปทางซ้ายและกวาดขาเรียวขึ้นเตะหมอหนุ่ม -- ดร.ชามาล -- ที่โผกายเข้าหา หมายจะคว้าหล่อนเข้ามาจูบ

รู้สึกขัดใจจริงๆ ที่ทำไมทุกๆครั้งที่น้อชายสุดที่รัก(?)ของหล่อนบาดเจ็บจะต้องมาขลุกตัวในห้องพยาบาลเล็กๆที่โรงเรียนแห่งนี้ -- ยิ่งไปกว่านั้น -- เจ้าหมอหื่นสาวนี่ก็ยังคงน่าเตะ น่าป้าบให้ตายคามือเหมือนเคย!

สองคนนั้นทำตัวเหมือนไม่ได้มาเยี่ยมคนไข้เอาซะเล้ย...

ยามาโมโตะหัวเราะเสียงใส ในขณะที่รินน้ำชาใส่ถ้วยอย่างบรรจง

"เอ้า ดื่มซะสิ!" ยามาโมโตะกล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะส่งถ้วยชาให้สาวน้อยอีกคนที่นั่งซึมในห้องคนป่วย "ฉันรู้ว่าวิ่งมามันทำให้กระหายน้ำมากแน่ๆ"

มิอุระ ฮารุรับแก้วชานั้นมาแต่โดยดี เธอจ้องมองร่างของผู้ป่วยบนเตียงผ่านม่านควันที่ลอยอยู่เหนือปากถ้วยชา "คุณโกคุเทระจะเป็นอะไรมากหรือเปล่า?"

ยามาโมโตะที่กำลังมองไปยังเพื่อนซี้ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก่อนสายตาคู่สีน้ำตาลใสนั่นจะหันมามองทางเธอ และส่งยิ้มให้อย่างสดใสเหมือนเคย "หมอนั่นไม่เป็นอะไรแน่ๆ"

ถึงจะบอกไปอย่างนั้น แต่ในใจของเขาก็เฝ้าลุ้นน่าดูชมว่าเพื่อนของเขาจะฟื้นเมื่อไร!

ฮารุดูมีสีหน้าที่เจื่อนจ๋อยไปไม่สมกับเธอเลย...

"เป็นเพราะฉันแท้ๆเลย"

ยามาโมดตะเลิกคิ้ว รู้สึกน้ำชาในช่องปากจะขมฝืดคอขึ้นมาตะหงิดๆ "เธอว่าอะไรนะ?"

ฮารุเม้มปาก ดวงตาคู่สวยของหล่อนพร่ามัว และวินาทีต่อมา แพรขนตาขนาๆของหล่อนก็ถูกหยดน้ำเป็นสิบๆเกาะติด "เขาเอาตัวมาบังฉันจากอะไรก็ไม่รู้... แล้วก็ผลักฉัน... บอกให้ฉันรีบหนีไป แต่ฉันก็ไม่ยอมหนี... เพราะฉันคิดว่าเขากำลังรังแกฉัน... จนฉันได้ยินเสียงของเขาอีกครั้ง... เสียงของเขาที่มันจะหมดแรง... เขาบอกไม่ให้ฉันหันมามอง และบอกให้วิ่งหนีไปอีก... แล้ว... ฮึก! ฉันก็ทำตามนั้น... แต่ฉันไม่คิดว่า... ฮึก... ที่เขาทำก็เพื่อปกป้องฉัน... ฮึก... ฮือ... เขาจึงต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้..."

กว่าจะจบเรื่องเล่าก็แทบทำเอายามาโมโตะร้องไห้ตาม เขามองเด็กสาวที่พยายามกลั้นเสียงร้องไห้ ขณะที่มือก็ได้แต่ตบไหล่หล่อนอย่างเป็นกำลังใจ

"เขาไม่เป็นอะไรจริงๆ สึนะเองก็ว่าอย่างนั้น..." ร่างสูงพูดแผ่วๆราวกับจะปลอบใจ

...อยากจะร้องไห้เหมือนกัน

บ้าจริงๆ ยามาโมโตะ ทาเคชิ...

นายไปปลอบคนอื่น ทั้งที่นายก็อยากจะร้องไห้ทำไมกันนะ



"ทุกเรศน่า" เสียงของใครสักคนที่คุ้นหูดังเข้ามาในโสตประสาท เขาหันกลับไปมองผ่านม่านน้ำที่เอ่อจากขอบตา -- ไม่รู้ว่าเมื่อไรกันที่เขาปล่อยให้น้ำตาคลอขนาดนี้ ยิ่งต่อหน้าคนๆนั้น แล้วยิ่งน่าสมเพศ น่าทุเรศอย่างที่ว่าจริงๆแหละ

"คุณโกคุเทระ!" ฮารุร้องขึ้น ขณะที่เผลอตัวเข้าไปเกาะราวเตียงนอนของคนป่วย

"ใครใช้ให้พวกแกมานั่งในห้องชั้นเนี่ย!" คำพูดแรกที่ทำให้คู่หนุ่มสาวทั้งสองฟังแล้วรู้สึกไม่สบอารมณ์มากที่สุดออกจากปากบางๆของคนป่วยเอง "ยิ่งไปกว่านั้น! ใครใช้ให้พวกแกร้องไห้! ฉันยังไม่ตายนะโว้ย!!"

จะบอกว่าเสียดายน้ำตาดีมั้ยนะ?

แต่มันก็คงจะดีแล้ว...

ที่โกคุเทระกลับมาเป็นปกติ

ฮารุลอบถอนหายใจทั้งๆที่ใบหน้าขึ้นสีด้วยความโกรธในคำพูดของคนที่เธออุตส่าห์เป็นห่วง ส่วนยามาโมโตะก็ยิ้มแป้นรับการได้สติของคนป่วยปากดี!

"เชอะ! คุณโกคุเทระบ้า ปากเสีย" เจ้าหล่อนเดินแก้มป่องออกไปข้างนอกอย่างไม่พอใจ

ดูเหมือนว่าโกคุเทระจะกลับมาเป็นปกติเร็วกว่าที่คิดแฮะ!



หลังจากที่ฟื้นขึ้นมา ก็ปากดีจนฮารุอารมณ์เสีย ถึงจะรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็น่ากลัวว่าหล่อนจะเอาความไปฟ้องพี่สาว -- ที่เขาแสนจะเกลียด? -- แล้วถ้าเจ้าหลอ่นโผล่มาพร้อมกับ Poison Cooking ตามแบบฉบับละก็ คราวนี้เขาคงได้ไปเยือนโซล โซไซตี้อย่างเต็มภาคภูมิแน่ๆ

แต่พอรู้สึกอยากนอนพักก็เหมือนมีสายตามารบกวน เออ ใช่! ลืมไปว่ายามาโมโตะก็อยู่ด้วย!

"มองทำไม" คำถามเชิงหาเรื่องไหลออกจากปากบางของเขา ขณะที่สายตาคู่สีเขียวปรายมองคนข้างเตียง -- สายตาคู่ที่มองเพื่อนคนนี้อย่างคุ้นเคย

"เปล๊า" ยามาโมโตะตอบด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงระรื่นที่ทำให้เขาหมั่นไส้เหมือนกับทุกๆวัน "แค่ไม่คิดว่านายจะปากดีตั้งแต่ตื่นเนี่นสิ!"

"อะไรที่ว่าปากดี!" โกคุเทระตะคอก -- ถึงจะรู้ตัวอยู่ก็ตามว่าปากดี ปากเสีย พูดอะไรไม่เข้าหูใคร แต่ของแบบนี้ไม่อยากให้ไอ้เจ้าเบสบอลเป็นคนพูดเลยหวะ! ฟังแล้วมันไม่สบอารมณ์อย่างแรง!! -- ขณะที่ยันตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

แล้วก็ต้องเสียวแปล๊บที่หัวไหล่ทั้งสอง...

ยามาโมโตะเห็นทีท่าชงักนั้นก็รู้ดีว่าเพื่อนซี้กำลังเจ็บ แต่เขาก็รู้ดีพอๆกับคนป่วยนั่นแหละ ว่าเจ็บแค่นี้ไกลหัวใจเป็นโยชน์!!

โกคุเทระเริ่มสำรวจหาต้นตอความเจ็บปวด ที่แขน ขา หัวไหล่ และใบหน้า... -- แผลของคมมีดที่ปักลงไปยังส่วนต่างๆ -- ยิ่งดู ความเจ็บก็ยิ่งพุ่งปรี๊ดจนยากจะทานทน...

แล้วไหนจะสัมผัสร้อนที่ยังไม่เหือดหายไปจากกลีบปาก...


นี่ฉันโดนมันจูบจริงๆหรือนี่?

ไอ้บ้า! คิดอะไรเป็นนิยายน้ำเน่าไปได้!!

มันดูดเลือดต่างหาก ดูดเลือด!!

ดูด... ดูดทางปาก... น่ะ...


ขณะที่ใบหน้าขึ้นสีเรื่ออย่างกระดากอาย แล้วความคิดต่างๆนานาก็ไหลเข้ามาจนสมองส่วนกลางไม่สามารถจัดระบบประมวลผลได้ทันท่วงที เขารู้สึกเหมือนอุณภูมิในร่างกายมันร้อนเดือดใกล้ประทุ นี่ถ้าเลือดในกายของเขาเปลี่ยนเป็นน้ำซุปราเม็งก็คงจะอร่อยเหาะใช้ได้...



มีต่อนะคะ >>>>>>>

_________________
Image
Image


Last edited by askrepios on 28 Oct 2007, 10:57, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 28 Oct 2007, 09:46 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
กำเวง เนตเน่าถึงขนาดโพส part 1 ซ้ำ!

ไม่เป็นไรค่ะ part 2 อยู่ล่างค่ะ!!

_________________
Image
Image


Last edited by askrepios on 28 Oct 2007, 10:52, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 28 Oct 2007, 09:56 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
มาต่อๆนะคะ part 2/4 ค่า


ไม่อยากคิดให้ตัวเองฟังดูเป็นอิสตรีผู้ถูกปล้นจูบให้ขายหน้า แต่ครั้นจะบอกว่าเป็นบุรุษผู้ถูกบุรุษด้วยกันกระทำ ก็จะฟังดูขายหน้ายิ่งกว่าไม่ใช่หรือ!!

แต่จะเป็นบุรุษหรืออิสตรี สัมผัสแบบนี้ใครจะไปรับลง!!

สัมผัสร้อนที่เหมือนกับกลืนทรายจากทะเลทรายซาฮาร่า... สัมผัสร้อนที่ไปกระตุ้นเลือดในกายให้ทะลักไหลออกมา

สัมผัสร้อนที่ดึงความรู้สึก... ความรู้สึกที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...

ขึ้นชื่อว่าไม่เคยเป็นมาก่อนก็บอกไม่ถูกน่ะสิว่ามันคือความรู้สึกแบบไหน!

แต่จะเป็นแง่บวกหรือแง่ลบ เขาก็ไม่อาจจะทานทนความกระหายใคร่รู้ได้หรอก!!!

ไม่รู้ว่าเหม่อหรืออย่างไร มารู้สึกตัวอีกทีนิ้วมืออุ่นของคนตรงหน้าก็ยกขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากล่างที่ร้อนผ่าวของเขา -- ริมฝีปากที่ถูกสัมผัสรุนแรงเมื่อครู่ -- "มีคราบเลือดติดอยู่แน่ะ" ยามาโมโตะพูดพลางก็ช้นิ้วเช็ดอย่างเบามือนุ่มนวล "อ้าว? ปากแตกหรอกเรอะ"

ปากแตก...?

โกคุเทระทวนคำ รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวจนจะกลายเป็นมะเขือเทศ ก่อนจะรู้สึกว่าลมหายจของคนตรงหน้านั้นกระชั้นมากกว่าปกติ -- ดวงตาคู่สีน้ำตาลของยามาโมโตะนั้นมีแววประหลาดใจถึงขีดสุด... -- ก็ในเมื่อคนที่ขยับเข้าหาคือตัวโกคุเทระเองต่างหาก!

ทั้งที่ยังประหลาดใจทั้งสองฝ่าย... แต่ใบหน้าของทั้งสองกลับเหมอืนแม่เห,กคนละขั้วที่มีอำนาจดึงดูดเข้าหากัน... ไม่ได้มีใครขัดขืน ไม่ได้มีครไม่ยอมรับ ใบหน้าของพวกเขาใกล้กันมากเสียจนลมหายใจทั้งสองสายจะรวมเป็นหนึ่ง...

อยากรู้...

ว่าหมอนั่นคิดอะไรอยู่...

ตอนที่จูบฉัน...




"ดูท่าจะสบายดีไม่ใช่เรอะ!" เสียงกวนๆของเด็กน้อยดังมาแต่ไกล ทั้งยามาโมโตะและโกคุเทระสะดุ้งโหยง "อีแบบนี้คงต้องจับฝึกกันทีเดียวเลยเป็นไง!"

"รุ่นที่สิบ! คุณรีบอร์น!" โกคุเทระอุทาน พลางผละตัวรวดเร็วออกจากยามาโมโตะ แต่แล้วก็ต้องเอามือขึ้นกุมอก... ก็มันเสียวแปล๊บขึ้นมาทันทีเลยนี่นา

"ม... ไม่ต้องฝืนก็ได้นะ โกคุเทระคุง! เดี๋ยวแผลมันจะกำเริบเอา!" สึนะว่าพลางใช้สองมือขึ้นโบกอย่างเก้ๆกังๆ ใบหน้าของโกคุเทระยิ้มสดใสเหมือนเคยเหมือนจะพูดว่า "ไม่เป็นไรน่า" ....แต่ก็ดันพูดไม่ออก เพราะยังจุกอยู่น่ะสิ!

"ฉันฟังเรื่องทั้งหมดจากสึนะเมื่อกี้" เด็กน้อยในชุดทักซีโดกล่าว พลางจิบน้ำชา -- ถ้วยของยามาโมโตะเมื่อครู่ -- อย่างวางท่าที "อันที่จริงมันเป็นเรื่องที่ฉันเดาออกตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ก่อนแล้วล่ะ! เพราะว่าฉันสัมผัสได้ถึงพลังของไวเปอร์น่ะ!"

"แล้วแกอมเอาไว้ทำม๊าย~!!!" สึนะตวาดแว้ด แม้ในใจนึกสงสัยว่าทำไมรีบอร์นถึงได้รู้เรื่องราวความเป็นไปของพวกเขาได้ทุกหย่อมหญ้ากันนะ

ยามาโมโตะหัวเราะในท่าทางของสึนะที่ช็อคแทบหลุดโลก -- แม้ปากนั้นจะหัวเราะอย่างร่าเริง แต่ในใจของยามาโมโตะ ทาเคชิกลับกำลังสับสนไปหมด

เรื่องเมื่อครู่นี่มันอะไรกันนะ...?

บอกฉันให้หายข้องใจหน่อยเถอะ โกคุเทระ...





"โอ๊ย! เจ้าชายเจ็บนะ!"

เสียงประท้วงของเบลดังมาขณะที่พยามแก้มือที่ถูกมัดตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ร่างของคนที่เล็กกว่าดิ้นพร่าน ขณะที่สควอลโล่มองลงมาด้วยสายตาโกรธแค้นสุดๆ

"แกจะบ้าหรือไงกันเบล!" เสียงแหกปากร้องตรงหน้าเจ้าชายน้อย ขณะที่เบลพยายามจะถอยห่างออกไป "แกทำแบบนี้ได้ไง! นี่มันเกินข้อตกลงที่ให้กับฉันไม่ใช่หรือไง!"

"เจ้าชายเคยตกลงอะไรด้วย เจ้าชายไม่เห็นจะจำได้เลย!" เบลต่อปากต่อคำ ขณะที่รอยยิ้มชวนสยองก็เปื้อนใบหน้าไม่เจื่อนจาง

"แกบอกว่าแค่อยาก 'เล่น' ฉันก็เลยขอบอสมาญี่ปุ่นกับแก!" สควอลโล่กล่าวเน้นคำ -- คำที่มีความหมายหลากหลาย แต่ในความหมายของชายหนุ่มผมเงินผู้นี้คงหมายถึงการตีรันฟันแทงเป็นแน่! -- "แต่ที่ฉันเห็น แกกำลังจะฆ่าเจ้าไดนาไมต์อยู่ไม่ใช่เรอะ!"

"ก็... ก็มันน่า... นี่นา" เบลลากเสียงอ้อยอิ่ง เหมือนคนที่เสียดายขนมรสเลิศที่ตกลงบนพื้น

"แกอย่าทำให้บอสลำบากไปกว่านี้จะได้มั้ย!" สควอลโล่ตวาดเสียดังเข้าไปอีก -- ไม่ทราบว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่า ที่สควอลโล่ดูจะมีดวงตาที่เดือดดาลมากกว่าปกติ เพราะเรื่องนี้กระทบถึงความเป็นอยู่ขอพวกเขา ซึ่งนั่นหมายถึงบอสด้วย -- "ศึกชิงแหวนมันผ่านมาแล้ว และใครๆก็รู้ว่าพวกมันชนะ ถ้าผู้พิทัษ์แห่งวายุของพวกมันตายไปด้วยฝีมือแก แกรู้มั้ยว่าคนในแฟมิลี่เอง ที่จะเล่นงานบอส!!!"

"บอสเก่งน่า... สควอลโล่ก็ห่วงไปได้!" เบลกล่าวเหมือนเด็กไม่รับผิดชอบ "สควอลโล่จะห่วงบอสไปถึงไหนนะ ยังไงบอสก็จัดการทุกอย่างเรียบร้อยอยู่แล้ว... แต่ถึงบอสตายก็ยิ่งไม่น่าเสียใจ เพราะยังไงก็ไม่มีคนแกล้งสควอลโล่ไม่ใช่หรอ?"

"นี่แก!!!" สควอลโล่ร้องก้อง ขณะที่มือก็จิกเรือนผมสีทองสุกปลั่งนั้นขึ้นมาอย่างโมโหสุดขีด

เบลยิ้มเยาะอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะพูดล้อเลียนว่า

"ท่าทางแก้เขินแบบนั้น สมกับเป็นสควอลโล่จริงๆ!"

"อย่ามาล้อเล่นนะโว้ย!!!" สควอลโล่ว่าพลางสบัดข้อมือและปล่อยคนตรงหน้าให้ลอยไปกองบนเตียงนุ่มๆ ใบหน้าคมคายขึ้นสี -- ทั้งโกรธ ทั้งอับอาย -- เด็กนั่นช่างเป็นคนที่อ่านอากัปกิริยาของคนได้อย่างเข้าใจถ่องแท้เหลือเกิน

แต่ด้วยความคิดความอ่านนั้นเองที่ทำให้เขาหมั่นไส้เด็กนั่นสุดๆ

หมั่นไส้พอๆกับที่รู้สึกชอบ ที่เด็กนั่นเข้าใจตัวเองสุดๆเช่นกัน!



เขาเผยอยิ้มอย่างอารมณ์ดี ขณะที่มองดูร่างสูงเดินออกไปจากห้องอย่างหัวเสีย

งานอดิเรกของเขาคือแกล้งคนอื่นๆ โดยเฉพาะกับสควอลโล่ที่ทำตัวน่าแกล้งขึ้นทุกวันๆ ใช่... ช่วงนี้เขามักจะแกล้งสควอลโล่หนักขึ้นๆด้วยคำพูดต่างๆนานาที่เขาสรรหามาเพื่อกาลนี้โดยเฉพาะ

เหตุผลก็ไม่ยากไม่เย็น ไม่ต้องถามเขา เจ้าตัวสควอลโล่ก็รู้ว่าเพราะอะไร

นั่นก็เพราะสควอลโล่มีผมสีเงินยังไงล่ะ!

และดวงตาคู่คมนั้น เวลาที่ฉายแววกระดากอายก็ยิ่งน่ามอง น่าตื่นตาตื่นใจมากกว่าดวงตาคู่ใดๆบนโลกนี้...


จะว่าไปแล้ว... ดวงตาคู่สีเขียวเมื่อครู่นั่น...

ก็สะท้อนความงดงามในอารมณ์ที่เจ็บใจ อับอาย และอัปยศ...

ยามเมื่อต้องกล้ำกลืนความเร่าร้อนที่น่าอดสูนั่น...



มีต่อนะคะ!! >>>>

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 28 Oct 2007, 10:11 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
ต่อๆๆ แฮ่กๆ part 3/4 ค่ะ!!



รีบอร์นขยับตัวขึ้นมาบนเตียงผู้ป่วย ก่อนย่ำเท้าจิ๋วๆลงไปบนร่างกายที่ถูกผ้าป่มสีขาวปกคลุม เดินมาเรื่อยๆจนประชิดตัวของโกคุเทระ ก่อนจะใช้มือเล็กๆแตะแก้มที่มีรอยแผลของคนตรงหน้า

เผียะ!!

เนื้อแนบเนื้อที่ฟังดูจะรุนแรงไปหน่อย... โกคุเทระรู้สึกแก้มข้างขวาร้อนผ่าวและรู้สึกแสบขึ้นมาตะหงิดๆ

ท่ามกลางความงุนงง สึนะและยามาโมโตะก็ร้องขึ้นพร้อมกัน "ทำอะไรน่ะรีบอร์น!!! / เจ้าหนู!!!"

"ค..คุณรีบอร์น" ฝ่ายตัวเองก็ไม่ได้ประหลาดใจน้อยไปกว่าคนดูเท่าไรเลย

"เรื่องคราวนี้เป็นเพราะตัวเธอยังอ่อนหัดอยู่มาก!" รีบอร์นกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบที่ฟังดูขนลุก แม้ว่าดวงตาคู่สีดำกลมโตน่ารักๆนั้นจะดูเหมือนปกติ แต่สำหรับโกคุเทระแล้ว มันราวกับจะทำให้เขาจมดิ่งลงไปยังก้นบึ้งของความโกรธเคือง

น่ากลัวว่าดวงตาคู่นั้นจะหลอนประสาทเขามากกว่า!

"... แต่ที่ผมแพ้เพราะว่าผมปวดท้อง!!" โกคุเทระเถียง "ชามาลเอาอะไรห้ผมกินไม่รู้!"

"เธอต้องบอกขอบคุณชามาลต่างหาก" รีบอร์นกล่าวเสียงเรียบ "ถ้าไม่ใช่ชามาลที่เอา Poison Cooking ให้เธอกิน ป่านนี้พวกเราก็คงหาตัวเธอไม่พบ!"

"แต่..." โกคุเทระลากเสียง นึกหาประโยคอะไรมาแย้ง

รีบอร์นถอนหายใจ ขณะที่ย่ำเท้าปึงปังไปบนร่างใต้ผ้าห่มของคนป่วย ก่อนจะพูดประโยคต่อไปด้วยความรู้สึกที่ประหลาด "แต่นายก็คงจะตาย ถ้าไม่มีสควอลโล่ไปช่วยไว้ก่อน!"

"สควอลโล่!!" ทุกคนอุทานพรอ้มกัน พร้อมกับนึกถึงบหน้าหล่อคมคายที่มักจะติดอยู่ในอารมณ์บ้าคลั่ง ปากที่ยิ้มกว้างและชอบที่จะแหกปากนั่น... ยามาโมโตะรู้สึกว่าร่างของตัวเองกระตุกเหมือนกับคนที่เพิ่งทำแก้วตกแตก ทำไมนะ? ทำไมหมู่นี้เขาต้องรีแอคชั่นทุกครั้งที่ได้ยินชื่ของนักดาบคนนั้น!

ยิ่งไปกว่านั้น! คนๆนั้นยังช่วยคนสำคัญของเขาไว้!

"จริง... จริงหรือครับ?" โกคุเทระถามอย่างไม่เชื่อหู ก็ในเมื่อสควอลโล่และเบลต่างก็เป็นเพื่อน(?)กัน มีหรือที่เบลจะทำอะไรแล้วสควอลโลมาแย่งเหยื่อได้อย่างหน้าตาเฉย!

เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้สุดๆ!!

"มันเป็นไปแล้ว" รีบอร์นกล่าวราวกับอ่านใจโกคุเทระได้ "ถึงจะเห็นว่าสควอลโล่เป็นคนใจร้อน และวู่วาม แต่คงนึกภาพที่หมอนี่เป็นห่วงสมาชิกน Varia ไม่ได้ล่ะสินะ อ้ะ! อันที่จริงก็ไม่เชิงว่าเป็นห่วงคนในทีมหรอก ก็แค่ไม่อยากให้เรื่องบานปลายจนซวยยกกลุ่มหรอกนะ ...เหมือนๆกับทีมนี้นั่นแหละ"

รีบอร์นกล่าวพลางพยักเพยิดไปยังตัวลูกศิษย์ที่ยังคงมึนงง

สควอลโล่นี่ก็เป็นคนดีนี่... นะ?

หรือว่าแสงสีขาวๆที่เราเห็นแว่บๆนั่น... จะเป็นแสงสะท้อนของผมสีเงินนั่นนะ?


"นั่นเพราะเขาไม่อยากให้หัวของแซนซัสถูกสอย เพราะลูกน้อยไปฆ่าว่าที่ผู้พิทักษ์วายุแห่งวองโกเล่เข้าน่ะ!"

"ฆ...ฆ่า?" โกคุเทระกลืนน้ำลายหนืดข้น รู้สึกว่ามันมีรสขมอย่างกับกลืนเลือดไปนึกอึกอย่างไรอย่างนั้น พลันนั้นก็นึกถึงรสจูบที่ขมเฝื่อนนั่นขึ้นมา รู้สึกใบหน้าก็เริ่มร้อนจนควันขึ้น... อยากเอาหน้ามุดซีเมนต์หนีไปอย่างไรไม่รู้...

เห็นท่าทางของโกคุเทระแปลกๆไป สึนะก็คว้ามือของเขามากำไว้

คงจะช็อคมากเลยละมั้ง... ก็เค้าจะฆ่าตายจริงๆนี่นะ?

สึนะที่(ไม่ได้)เข้าใจสีหน้าของอีกฝ่ายพยายามจับมือให้อีกฝ่ายใจเย็น แต่ก็นั่นแหละ... โกคุเทระยิ่งรู้สึกอายม้วนเข้าไปใหญ่

ถ้ารุ่นที่สิบรู้เรื่องนี้... เราจะทำยังไงนะ?

พอมารู้สึกตัวอีกทีก็ถูกมือจิ๋วๆของรีบอร์นแตะมาที่แขนที่ร้าวระบม เด็กน้อยเลิกแขนเสื้อขึ้นจนเผยให้เห็นท่อนแขนสีขาวนั้น แต่น่ากลัวว่าจะกลายเป็นสีแดงในเร็ววัน

รอยแผลเรียวที่บ่งบองลักษณะของอาวุธมีคมที่ปักลงบนท่อนแขน แม้ว่าเลือดจะหยุดไหล แต่ด้วยจำนวนแผลที่ถี่มากทำให้รู้สึกเหมือนมีสีแดงเรื่อๆทั้งแขน อีกทั้งรอยแผลเหล่านั้นก็ยังดูน่ากลัว ไม่สามารถประมาณค่าความลึกของบาดแผลได้เลย!


"แผลพวกนี่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง" รีบอร์นว่าพลางตบแขนคนป่วยเอาดื้อๆ -- มือจิ๋วๆที่ไม่สมกับแรงที่ตีลงมา -- โกคุเทระร่างกระตุก น้ำตาแทบไหลเป็นสายเลือด อยากจะร้องออกไป... มันเจ็บนะคร้าบบบบ!!!

"ไม่น่าห่วง! อะไรที่บอกนายว่าไม่น่าห่วง!" สึนะว่าพลางสำรวจแผล ใบหน้าของเขาซีเผือดลงทันตา ขณะที่ยามาโมโตะทำสีหน้าปั้นยาก

มันคงจะเจ็บน่าดู... ยามาโมโตะคิด ก่อนจะฝืนยิ้มห้กำลังใจคนบนเตียง

ถ้าย้ายแผลเหล่านั้นมาที่ฉัน... นายจะไม่เจ็บสินะ?

"แผลนี่ไม่น่าห่วง เมื่อเทียบกับแผลที่เกิดจากเวทย์มนต์" รีบอร์นว่าพลางชี้ไปที่ต้นคอขาวเนียนใต้ปกเสื้อ -- นั่นคงหมายถึงแผลเก่าที่เป็นรอยเหวอะหวะเนื่องจากการเสียดสีกับโลหะสินะ?

"แผลที่เกิดจากเวทย์มนต์?" ทั้งสามทวนคำท่าฉงน ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ยินคำๆนี้ในชีวิตจริง

รีบอร์นพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะซ่อนดวงตาไว้ใต้หมวกสีดำนั่น

"เรื่องแบบนี้ ไอ้ตัวฉันไม่ค่อยอยากเชื่อ จะให้อธิบายหลักการของมันก็เปล่าประโยชน์"

"อ้าว?" สึนะอุทาน รู้สึกคันไม้คันมืออยากจะตบไอ้เด็กบ้า (แต่ไม่กล้า) อยากรู้เสียจริงว่าตกลงไอ้นี่มันรู้จริงๆหรือเปล่า!



"เอาเป็นว่า เธอต้องรักษาแผลเหล่านี้ให้หาย" ในที่สุดรีบอร์นก็พูดขึ้นอีกครั้ง พลางกดๆจิ้มๆลงไปบนต้นคอของอีกฝ่าย "แผลที่ใบหน้าของเธอคือแผลที่เกิดขึ้นจริงในศึกชิงแหวน แผลของเธอและเบลต่างเป็นแผลที่เกิดจากกันและกัน หลังจบศึกชิงแหวน ฉันรู้สึกถึงพลังของมาร์ม่อนที่ตามติดตัวของเธอมาโดยตลอด แต่ไม่ยักกะรู้เลยว่าพลังนั่นจะดึงเอาความรู้สึกจากส่วนลึกของจิตใจผู้เป็นเจ้าของแผล ดึงออกมาเป็นภาพฝันที่ดูสมจริงเหล่านั้น

ภาพฝันที่เหมือนจริงก็คล้ายๆกับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่เมื่อเธอตื่นขึ้น เธอจะรู้สึกแค่เธอฝันไปเท่านั้น แต่ถ้าหากเธอได้รับแผลกลับมาจากความฝัน นั่นหมายถึงในชีวิตของเธอจะได้รับแผลนั่นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แผลนั้นมีคุณสมบัติคล้ายภาพลวงตาอยู่มาก ไม่สามารถรักษาหายด้วยเทคนิคทางการแพทย์ แต่รักษาหายได้ด้วยจิตใจของเจ้าของแผลเหล่านั้นเอง

แต่เวทย์มนต์ประเภทนี้จะไม่เกิดขึ้นกับผู้ที่ได้รับความปรารถนาอย่างสูงสุด พูดง่ายๆก็คือ ผู้ที่ไม่ต้องการอะไรจากโลกใบนี้แล้วเท่านั้นที่เวทย์มนต์เหล่านี้ก็ไม่เป็นผล!

และเนื่องจากเวทย์มนต์นี้มีความเกี่ยวเนื่องกับจิตใจของเจ้าของแผลดังกล่าวแล้ว... เธอจึงไม่ต้องสงสัยเลย ว่าทำไมในฝันนั้นถึงมีแต่เธอและเบลเฟกอน ศัตรูของเธอ และไม่ต้องสงสัยอีกว่าทำไมถึงมีแต่เหตุการณ์ช่วงสุดท้ายของศึกชิงแหวนวายุ!

นั่นเป็นเพราะพวกเธอก็ต่างแค้นเคืองกันและกันในเหตุการณ์ครั้งนั้น!

เธอแค้นเบลเฟกอน เพราะเธอแพ้มัน ...ในขณะที่เบลเฟกอนแค้นเธอ เพราะไม่สามารถฆ่าเธอได้ในตอนนั้น!!"


ทั้งห้องเงียบกริบ... เด็กน้อยตรงหน้ามักจะชอบนำเรื่อวุ่นๆมาให้พวกเขา แต่หลายครั้งที่เด็กสุดป่วนคนนี้เป็นตัวไขปริศนาเรื่องราวต่างๆ อีกทั้งยังเฉลียวฉลาด มองทุกๆอย่าง ทุกๆเรื่องได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

หรือนี่จะเป็นพลังของอัลโกบาเลโน่ที่เขาล่ำลือกัน?

โกคุเทระอ้าปากค้าง ในใจคิดแต่เพียงว่า คุณรีบอร์ช่างสุดยอด!!! (ในหลายๆความหมาย)

"แต่ฉันก็ได้บอกทางแก้ไปแล้ว" รีบอร์นกล่าว เรียกห้ทุกๆคนกลับมาสนจประเด็นดังกล่าวดังเดิม "คือต้องรักษาแผลให้หาย"

"เท่านั้นก็พอใช่ไหมครับ!" โกคุเทระรีบเอ่ยขึ้นอย่างกระตือรือร้น พลางมองหน้ารีบอร์นอย่างมีความหวัง

"มันใช่ว่าจะจบแค่นั้นซะเมื่อไร..."


มีต่อนะคะ partสุดท้ายแล้วค่ะ >>>>

_________________
Image
Image


Last edited by askrepios on 28 Oct 2007, 10:33, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 28 Oct 2007, 10:33 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
part 4/4 สุดท้ายแล้วค่ะ!!



"แหม! มันยุ่งยากจังนะ!"

เป็นเสียงเดียวที่ดังขึ้นมาในบรรยากาศเงียบสนิทนั่น ยามาโมโตะ ทาเคชิที่กำลังส่งยิ้มสดใสและลูบหัวตัวเองป้อยๆแก้ขัดทักขึ้น คนทั้งห้องหันไปมองชายร่างสูงอย่างงุนงง พลันบรรากาศในห้องก็คลายความตึงเครียดลง

"คือฉันไม่ค่อยชอบเรื่องลี้ลับซับซ้อน ซ่อนเงื่อนซ่อนปมอะไร!" ยามาโมโตะพูดขึ้นขณะยกมือขึ้นเกาศีรษะ "คือถ้าองคิดง่ายๆนะ คือสมตินะ สมมติ... สมมติว่ามีทางเดินอยู่ 2 ทาง ทางข้างซ้ายเขียนว่า 'ปัญหา' ส่วนทางข้างขวาไม่ได้เขียนอะไร นายจะเลือกอะไรกัน"

"ก็ต้องทางขวาน่ะสิ" โกคุเทระพูดขึ้น ในขณะที่ที่สึนะพยักหน้าหงึกหงักเหมือนเห็นด้วย

"ช..ใช่ ชั้นก็จะเลือกทางขวา" ผู้เป็นเจ้าของคำถามตอบด้วยใบหน้ายิ้ม รู้สึกโล่งใจที่เพื่อนบนเตียงไม่คิดอะไรพิเรนท์ๆ

"ชั้นเลือกทางซ้าย" รีบอร์นตอบขัด สามหนุ่มมองมายังร่างของเด็กน้อยบนตักของคนป่วยอย่างงุนงง "ทางที่เขียนว่า 'ปัญหา' แสดวงว่าทางนั้นไม่ได้ตัน เพราะมันยังมีทางแยก หรือนั่นก็คือทางแก้(ทางออก) เราจะยังสามารถเดินต่อไปได้อีกจนกว่าจะเจอทางเลือกอีกครั้ง"

"ม... มันก็ใช้นะ" สึนะว่าพลางนึกถึงสุภาษิตโบราณที่แม้ในปัจจบันก็ยังคงฮิตติดปาก "ทุกปัญหาต้องมีทางแก้"

"ถูกต้อง" รีบอร์นตอบ

สึนะรู้สึกอยากจะกระโดดตัวลอย นี่คงเป็นครั้งแรกสินะที่รีบอร์นบอกว่าเขาตอบถูก!!

"เดี๋ยวสิ ทางขวาที่ว่าไม่ได้เขียว่าอะไร ก็ไม่ได้หมายความว่ามันตันนะเจ้าหนู!" ยามาโมโตะแย้ง พลางคิ้วก็ขมวดเป็นปม เพราะทั้งๆที่คิดว่าเรื่องที่ตนคิดจะไม่ซับซ้อน แต่คำตอบจากปากเด็กน้อยกลับซ่อนปมยิ่งกว่าไขรหัสดาวินชี่!

"ทางๆนั้นอาจจะไม่ได้ตัน แต่ไม่มีทางเลือก" รีบอร์นกล่าว กระแสเสียงยังคงเรียบเหมือนพูดเรื่องปกติ "ทางนั้นอาจจะมีทางออก แต่ยังไงเราก็เลือกไม่ได้ว่าจะออกทางไหน"

"แต่ในเมื่อมีทางออก แล้วทำไมเราต้องไปทาง 'ปัญหา' ด้วยละครับ?" เป็นทีของโกคุเทระถามขึ้นบ้าง

"นั่นเพราะทางออกที่ว่า ไม่ใช่ทางออกของปัญหา แต่เป็นทางออกที่เราเลือกที่จะหนีจากปัญหา" รีบอร์นตอบ ดวงตาคู่กลมโฟกัสไปยังใบหน้าหล่อๆของโกคุเทระ -- เหมือนกำลังมองจ้อง หาเรื่องปัญหาที่ว่านั่น -- "หนทางนั้นสำหรับคนที่หนีปัญหา จนต้องเจอกับปัญหาว่า ...นั่นเป็นทางออกไปทางไหน เพราะตัวเองไม่ได้เลือกทางออกด้วยตัวเอง เหมือนกับคนที่หนีปัญหา สักแต่ว่าจะหนีมันให้พ้น ไม่มีวันมีรอยเท้าเป็นของตัวเอง เพราะยังต้องพึ่งพาทางออกของคนอื่น!

ในเมื่อเลือกที่จะเดินไปข้างหน้าในเขาวงกตของตนเองแล้ว ทำไมไม่เลือกทางที่มีปัญหา เคลียร์มันให้ดับดิ้นแล้วหาทางออกเป็นของตัวเองไปเลยล่ะ?"

"แต่ถ้าถึงเวลาจวนตัว ต้องเลือกทั้งสองทางนั่นจริงๆ" โกคุเทระกล่าวขึ้นอีกครั้ง "เราไม่มีเวลาที่จะเลือกว่าเขาจะไปทางไหน เพราะอะไร หรือทำไมนะครับ!"

"ใช่ เราไม่มีเวลาคิด" รีบอร์นกล่าว "เราจึงต้องหาทางออก ก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นจริงๆ โดยที่ทางออกนั้นไม่ใช่แค่หนีปัญหา"

"ถ้าไม่มีปัญหาก็ไม่มีทางออก แล้วเราจะไปหาทางออกที่ไหนละครับ!" โกคุเทระถามอีกครั้ง รู้สึกตัวว่าอารมณ์รุนแรงขึ้นกว่าก่อน

"ใจเย็นๆน่า สโมกกิ้งบอมบ์" รีบอร์นกล่าวเชิงตำหนิ ก่อนจะกระโดดตัวไปยังโต๊ะข้างเตียงคนไข้ "ฉันบอกเธอไปแล้วเมื่อกี้นี้ไง..."





ชามาลแหวกม่านเข้ามาในห้องผู้ป่วย ทำลายบรรยากาศเงียบเชียบน่าอึดอัด ดวงตาคู่สีน้ำตาลดูเบื่อโลกคู่นั้นมองมายังรีบอร์นที่ทำตัวเป็นหมอกำลังตรวจไข้ให้กับคนไข้บนเตียง

ไม่ใช่ว่าไม่มีใครยินดีกับการมาของชามาล แต่ทุกคนในตอนนี้ยังไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะตกใจกับสภาพตัวที่เปรอะไปด้วยสีสันต่างๆของอาหาร -- Poison Cooking

ชามาลรู้ทุกๆเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องนี้ได้จากศีรษะที่ตกลงของโกคุเทระ แม้ว่าจะก้มลง แต่เขาก็เดาสีหน้าของคนที่รู้จักกันมานานได้อย่างไม่ยากเย็น -- สีหน้าของคนที่กำลังจะยอมแพ้...

"ฮายาโตะ" ในที่สุดชามาลก็เอ่ยขึ้น ดวงตาคู่สีเขียวขุ่นเหลือบขึ้นมองเขา ก่อนปากบางนั่นจะขมุบขมิบเหมือนจะพูดอะไร แต่กลับไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมา

"เมื่อครู่ฉันเพิ่งอธิบายทางแก้ไขคร่าวๆ" รีบอร์นกล่าว ทั้งๆที่รู้ว่าคนตรงหน้าของเขาทราบดีอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

"อือ ฉันรู้แล้ว" ชามาลว่าพลางเดินเข้ามาประชิดเตียงคนป่วย มือหนาอุ่นก็ลูบลงบนศีรษะที่ปกคลุมด้วยเรือนผมสีขาวประกายเงินยาวยวง... ทรงผมแบบเดียวกับที่เขาทำ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมือนั้นอุ่นมากเสียจนรู้สึกดี โกคุเทระรู้สึกว่าตัวเองหลับตา.. เคลิ้ม...


และ....




โป๊ก!!!!





อ...


"โอ๊ย!!" โกคุเทระร้องโหยหวน รู้สึกหัวขมำ และทุกสิ่งทุกอย่างในหัวหมุนติ้ว ตีลังกา ขณะที่พยายามเงยศีรษะขึ้น แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อเจ้าหมอบ้านั้นกำลังกดหัวเขาต่ำลงไปจนหน้าชิดเข่า

ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงัน ยามาโมโตะและสึนะได้แต่อ้าปากค้าง "ทำอะไรน่ะชามาล!!!!"

"นี่ลูกศิษย์ฉันหัดเป็นไอ้ขี้แพ้ตั้งแต่เมื่อไร!" ชามาลว่าน้ำเสียงเหมือนล้อเล่นแต่ดูบรรยากาศแล้วคงไม่ได้เล่นอย่างที่ว่าจริงๆ ขณะที่ไม่สนใจทีท่าของคนโวยวายทั้งสอง "ฉันจำไม่ได้ว่าฉันมีลูกศิษย์ที่เอาตัวเข้าแลกกับชัยชนะเพียงเล็กน้อย และจำไม่ได้ว่าลูกศิษย์ของฉันอ่อนแอขนาดนี้!"

เสียงตวาดของผู้เป็นครูทำให้ศีรษะของโกคุเทระหยุดการเคลื่อนไหว ใบหน้าที่ซบลงไปยังเข่าของตัวเองดูเหมือนจะร้อนผ่าวด้วยความรู้สึกนานัปการที่ระเบิดในหัว

ใช่แล้ว... เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนก็ถูกว่า ว่าเป็นคนที่ไม่เคยเข้าใจอะไร

แต่ตอนนี้ที่เหมือนจะเข้าใจอะไรมากขึ้น ก็โดนหาว่าอ่อนแอ!

มันก็ไม่ใช่เรื่องของติวเตอร์อย่างแก!

อยากจะตะโกนออกไปให้ดังกรอกหูเจ้าหมอนั่นเหลือเกิน... แต่ด้วยสภาพที่ไม่ต่างจากถูกอุดปาก เขาก็ไม่สามารถเปล่งเสียงร้องได้ตามที่ตั้งใจ

มารู้สึกตัวอีกทีก็เจ็บแปลบๆที่หนังหัว เมื่อร่างสูงได้กระชากเรือนผมของเขา เพื่อนให้สบตากัน

"ฉันเกลียดดวงตาคู่สีเขียวที่มองฉันอย่างหวาดกลัว!" ชามาลกระแทกเสีย เหมือนจะทำให้ศีรษะตรงหน้าระเบิดด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง

เจ็บ... เจ็บหัวไปหมดแล้ว!

โกคุเทระรู้สึกเหมือนโลกของเขาถูกเหวี่ยง ขณะที่เลือดจากหัวใจสูบฉีดไปบนใบหน้าด้วยความโกรธ จิตใจที่โมโหพุ่งขึ้นปรี๊ดแล้วระเบิดออกจากกระเปาะขีดจำกัด

ความรู้สึกโกรธแค้นนี่มันอะไรกัน?



มันดูจะโหดไปหน่อยไหม สำหรับการสั่งสอนของชามาล?

"พอทีเถอะ!" ทั้งสึนะและยามาโมโตะรีบเข้ามาปราม และพยายามดึงมือของชามาลออก แต่ก็ต้องหยุดชงักเมื่อเห็นใบหน้าของโกคุเทระเปลี่ยนไปคนละคน

"มันไม่ใช่เรื่องของติวเตอร์อย่างแก!!" ในที่สุดคำพูดที่อยากพูดที่สุดก็ได้ออกจากปากของโกคุเทระ ดวงตาคู่สีเขียวนั้นขวางออกอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อชายตรงหน้า ประกายตาแปลกๆที่ไม่เคยปรากฏออกมาจากดวงตาคู่นั้นดูราวกับจะยิงแสงเลเซอร์ออกมาผ่าหัวชามาลให้แบะเหมือนผ่าแตงโม -- ดวงตาเยี่ยงสัตว์ร้าย -- สัญชาตญาณนักฆ่าที่ถูกปลุกขึ้นมา -- ยิ่งไปกว่านั้นรอบๆตัวของโกคุเทระก็ราวกับมีไอร้อนแปลกๆที่พร้อมจะแผดเผาสรรพสิ่งที่อยู่รอบตัว -- ออร่าสีเทาจนเกือบจะดำ -- 80% ที่เกือบจะทำให้จิตสังหาญนั้นบริสุทธิ์!! -- ชามาลมีสีหน้าฉายแววประหลาดใจ ก่อนจะกลับกลายเป็นรอยยิ้มพึงพอใจในอีกฝ่าย

"ดีมาก! ทำหน้าแบบนั้น!" ชามาลว่าพลางปล่อยมือที่เกาะกุมเรือนผมสีเงินนั่นอย่างรวดเร็ว "ในเมื่อแกบอกว่าไม่ใช่เรื่องของชั้น ชั้นก็จะไม่สอดมือเข้ามายุ่ง!"

ท่ามกลางความมึงงของคนทั้งห้อง โกคุเทระเองก็มึนงงไม่น้อยเช่นกัน!

"เอาล่ะ! ต่อไปก็เป็นตาของแกแล้วรีบอร์น!" ชามาลกล่าว ใบหน้ายังคงยิ้มอย่างเดิม ก่อนจะหมุนตัวแล้แหวกม่านออกไป

แต่ก่อนที่เขาได้ออกไปจากห้องนั้น... เขาก็ได้พูดขึ้นว่า

"จงจดจำความรู้สึกและใบหน้านั้นไว้ให้ดี ถ้ายังอยากจะมีชีวิตลอดบนโลกใบนี้อยู่ ไอ้หนู!!!"

โกคุเทระหายใจหอบแฮ่กๆ ก่อนที่สึนะและยามาโมโตะจะวิ่งเข้ามาหาอย่างเป็นห่วง

"เป็นอะไรหรือเปล่า?" สึนะถามขึ้น ขณะที่ยามาโมโตะจ้องใบหน้าสีขาวซีดที่แบจะเปล่งแสงได้เองนั่นอย่างเป็นห่วง

"ม...ไม่เป็นไร" โกคุเทระตอบเสียงแผ่วเบา

ความรู้สึก... เหมือนมีอะไรเข้ามาในร่างนี่มันอะไรกัน?



"เธอผ่านการทดสอบด่านแรกแล้ว โกคุเทระ"

จู่ๆรีบอร์นก็พูดขึ้น เรียกให้หนุ่มทั้งสามหันไปมอง

"นับตั้งแต่วันนี้ไป เธอจะต้องฝึกพิเศษกับชั้น! พรอ้มๆกับเจ้าสึนะ แะยามาโมโตะ!"

"หา!!" ทั้งสามร้องก้อง -- ความหมายเป็นนัยๆของคำว่า 'ฝึก' ของเจ้ารีบอร์นนั้นช่างหลากหลายเกินกว่าที่จะหยั่งถึงได้! -- ยามาโมโตะเลิกคิ้ว ไม่เข้าใจความหมายที่เจ้านั่นพูด... ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตัวเองต้องถูกลากให้ไปเดี่ยวข้องด้วย

"แหม น่าสนุกจังเนอะ" ในที่สุดก็เอ๋อแตกตามฟอร์ม ยามาโมโตะยกมือทั้งสองข้างขั้นลูบหลังเพื่อนๆทั้งสอง "ฝึกด้วยกันท่าทางจะสนุกนะ ว่ามั้ยๆ"

นายเพิ่งผ่านประสบการณ์ต่อสู้จริงๆมา แต่ยังยิ้มได้หน้าตาเฉยเชียวนะ!!!

"ว่าไงโกคุเทระ เธอจะยอมรับฉันเป็นติวเตอร์คนที่สองของเธอหรือไม่"

โกคุเทระมีความรู้สึกลำบากใจอยู่ครู่หนึ่ง นึกถึงภาพชามาลที่พูดประโยคเมื่อครู่ -- "จงจดจำความรู้สึกและใบหน้านั้นไว้ให้ดี ถ้ายังอยากจะมีชีวิตลอดบนโลกใบนี้อยู่ ไอ้หนู!!!" -- คำพูดนั้นทำให้เขารู้สึกทั้งเจ็บปวด แต่ในขณะเดียวกันก็มีกำลังใจเพิ่มขึ้นเป็นกอง -- คำพูดของคนที่ปลุกเขาให้ตื่นจากเรื่องราวอันโหดร้าย เพื่อให้เผชิญกับเรื่องราวที่โหดร้ายยิ่งกว่า!!

"ครับ! จากวันนี้ไปขอฝากตัวด้วยครับ คุณรีบอร์น!!!" โกคุเทระรับคำ ก่อนจะก้มศีรษะอย่างเคารพ นี่ถ้าเขายืนอยู่ เขาคงจะก้มลงโขกหัวกับพื้นเหมือนกับที่พระเอกในหนังจีนเขาทำกันตอนเคารพอาจารย์ไปแล้ว!

ว่าพลางทั้งหมดก็ยิ้มแย้มสดใส ในขณะที่โกคุเทระเริ่มรู้สึกมีกำลัง และนึกขอบคุณชามาที่ทำให้เขาได้สติ และรู้สึกตัว... พลันนั้นก็คิดถึงสิ่งที่รีบอร์นพูดขึ้นในตอนต้น


หรือก็คือเป้าหมายของเขาในครั้งนี้



เธอจะต้องทำในสิ่งที่ค้างคาให้เสร็จสมบูรณ์




หรือพูดง่ายๆก็คือ.....





ห้ามแพ้เจ้าเบลเฟกอน




นี่ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้หลุดไปในปัญหาใหม่ที่หนักหน่วงกว่าเดิม








แต่ถ้าเธอแพ้.....




เธอจะมีปัญหาปวดขมอง!


ต้องเอาตัวรอดจากปัญหาที่หนักกว่าเดิมมากเป็นสิบๆเท่า








ปัญหาที่ว่า... ถ้าแพ้ ก็ต้องตายลูกเดียว!!!


To be continue -> เมื่อหลับใหล...


อ่าค่ะ! มีใครไม่เข้าใจที่รีบอร์นพูดหรือเปล่าคะ! งั้นอ่านตาตรงนี้นะคะ จะสรุปได้คร่าว รวมๆกันประมาณนี้ค่ะ!


ทางขวาที่ไม่ได้เขียนอะไรไว้ ไม่ได้บอกว่าเป็นทางตัน แต่อาจเป็นทางออก

แต่ทางออกที่ว่า ไม่ได้หมายถึงทางออกของปัญหา

แต่เป็นทางออกสำหรับ "หนีปัญหา"

พูดง่ายๆก็คือ ให้เผชิญกับ "ปัญหา" เพื่อที่จะหาทางออก "แท้จริง" ค่ะ!!



รู้สึกภาษาของตัวเองจะกำกวมมาก น่างองงอยค่ะ หะหะ

ตอนต่อไป... คุณท่านฮิบาริออกโรงด้วยค่ะ !


อ่าค่ะ วันนี้ก็อ่านให้สนุกนะคะ แม้ว่าจะเมื่อยหน่อยก็ตาม >.<

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 28 Oct 2007, 11:34 
User avatar
Joined: 16 Sep 2007, 15:48
Posts: 431
Location: แหล่งกบดาน
กรี๊ดดดดดดดดด~~~~~~!!!!!!
ท่านเบลไม่ค่อยโหดเลยนะเนี่ย!!!
แต่งได้สนุกมากๆเลยคร่า กี๊ซซซซซ~~~ >[ ]<

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 28 Oct 2007, 11:37 
User avatar
Joined: 12 Oct 2007, 17:09
Posts: 284
Location: Namimori Litter City
-*- ยาวเป็นขบวนเลยน่ะเนี้ย

อ๊ากกก เจ๊าชายเจ็บน่ะ

เด๋วเหอะ มาทำโกคุแล้วชิ่งหนีไป ทำหน้าซื่ออีก

_________________
I don't have anymore.
I don't have you love me.
'Cause...I realize,it impossible.
>.....1827 FC.....<


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 156 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5 ... 11  Next


Who is online

Users browsing this forum: komu-rin, simon_mm, zatanintel, ~So~Kiss~ and 2 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: