Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 156 posts ]  Go to page 1, 2, 3, 4, 5 ... 11  Next
Author Message
 Post subject: [[ SM INSTINC ]] Bel + Goku ~ ตอน14#Fin [NC-17++]
PostPosted: 25 Oct 2007, 23:08 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
[[ SM INSTINC ]]


ดูจากชื่อก็พอจะรู้นะคะว่ามาแนวไหน = =
อ่าค่ะ ฟิคเรื่องนี้ออกแนว บู๊ๆ และแน่นอนว่า Y ชัวร์ - -+

ใครเมะ ใครเคะ ก็ดูกันนะคะ โย่ว~


[Fic] Katakyo Hitman REBORN! : SM INSTINCT
Pairing : Belphegor , Gokudera Hayato
By : Sir Neer


1~* เรื่องราวหลังจากนั้น... (จนปัญญาจะแต่งชื่อตอนแล้วอ้ะ!)


ฝ่ามือสีขาวซีดเคลื่อนมาข้างหน้าไม่ให้ทันตั้งตัว พร้อมกับกระตุกสายโลหะเย็นเยียบที่ลำคอ โลหะกรีดลึก...ในขณะที่มือนั้นยังคงฉุดกระชากทำให้เกิดรอยช้ำยาวเป็นแนวที่ต้นคอขาวๆ พร้อมๆกับที่ข้อมือข้างซ้ายของเขาถูกบีบจนเลือดไม่สามารถส่งไปยังปลายนิ้วได้ชั่วขณะ -- มันชา... จนไม่น่าจะใช้การได้โดยกระทันหัน -- และก่อนที่น้ำหนักตัวของคนข้างหน้าจะกดทับเขาให้นอนราบไปกับพื้น ...ศีรษะของคนตรงหน้าก็โน้มลงมา

ราวกับรู้ทัน มือข้างขวาของเขาก็เด้งขึ้นมายันหน้าของอีกฝ่าย มันต้องทำงานและออกแรงอย่างมากในการดันใบหน้าอีกฝ่ายที่พยายามโน้มตัวลงมา ...เพื่อที่จะรักษาระยะห่างระหว่างพวกเขา แต่ก็ยังไม่วายที่ภาพรอยยิ้มฉีกกว้างอันน่ารังเกียจนั้นจะเล็ดลอดออกมาตามง่ามนิ้วของตัวเขาเอง

แต่มันก็ทำให้ข้อมือข้างซ้ายของเขาเป็นอิสระได้ แม้ว่ามันจะไม่สามารถใช้งานได้โดยทันที

คนตรงหน้าแสยะยิ้ม ก่อนมือข้างเดิมจะตะครุบขย้ำลงไปบนเรือนผมของเขา และออกแรงดึงมันไม่ต่างจากถอนหญ้าในสนาม มันทั้งเจ็บและแสบ แต่ในเวลานี้เขาไม่มีทางเลือกใดๆ นอกจากปกป้องชีวิตและสิ่งสำคัญของตนเอง แต่ในเมื่อมือซ้ายของเขาที่รู้สึกชาเพราะการหมุนเวียนเลือดไม่สะดวกเท่าที่ควร และมืออีกข้างยังต้องคอยรักษาระยะห่างของใบหน้าของพวกเขาทั้งสอง... ซึ่งมันไม่น่าจะมีโอกาสที่เขาจะพลิกสถานการณ์ได้เลย

เขาคงทำอะไรไปไม่ได้มากกว่านี้ นอกเสียจากดันใบหน้าของคนตรงหน้าให้ออกห่างไปเรื่อยๆ และพยายามใช้มือข้างซ้ายให้ได้เร็วที่สุด

ไม่ทราบว่าเมื่อไรกันที่เขารู้สึกได้ถึงน้ำอุ่นๆที่เปรอะเปื้อนปากแผล -- ที่ไม่รู้เช่นกันว่ามีตั้งแต่เมื่อไร -- มันทั้งแสบและรู้สึกระคายเคืองเมื่อความเย็นจากสายโซ่โลหะกำลังเร่งรัดกรีดปากแผลที่ต้นคอ ยิ่งไปกว่านั้นยังดูเหมือนว่า... ปริมาณเลือดจากบาดแผลจะแปรผันตรงกับแรงกิริยาของคนตรงหน้า ที่เหมือนจะออกแรงมากขึ้น -- มากเป็นทวีคูณ -- ในการยื้อยุทธ์ฉุดกระชากสายโลหะนั้นอย่างละโมภ จนได้ยินเสียงเสียดแก้วหูของโลหะที่เสียดสีไปกับปากแผลอย่างชัดเจน...

สมองของเขาเริ่มว่างเปล่าและขาวโพลน เขารู้แต่เพียงว่าเรี่ยวแรงของเขาถดถอยลงมาก มากเสียจนใบหน้าของอีกฝ่ายประชิดใกล้ ห่างกันไม่กี่ไมโครเมตร เรียวปากบางของคนตรงหน้าเผยอยิ้มอย่างมีชัย นั่นคงเป็นภาพสุดท้ายที่เขาจะเห็นในคืนนี้ -- ในชีวิตนี้ -- ก่อนที่ดวงตาของเขาจะปรือลง ร่างกายของเขาพร้อมที่จะหยุดพัก -- พักชั่วนิรันดร์โดยไม่รู้ตัว -- ศีรษะของเขาเอนวูบหงายไปข้างหลัง น้ำหนักของศีรษะที่กดทับลงไป ส่งผลให้สายโซ่ที่ฝังอยู่ในปากแผลเริ่มลึกขึ้น เสียงครวญครางของโลหะบรรเลงขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่เขาร้องครางอย่างแผ่วเบาเหมือนจะขาดใจ..... กริ๊ก แกร๊ก... แกร่ก แกร่ก กริ๊ก!


กรี๊งงงงง

เสียงนาฬิกาปลุก... ช่วยชีวิตเขาไว้

ม่านตาของเขาเบิกโพลงขึ้นจนกลม แผ่นอกภายใต้เสื้อยืดสีขาว -- ที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ -- กระเพื่อมรุนแรงตามจังหวะหอบหายใจ มือทั้งสองเด้งขึ้นมาตะคุบที่ลำคอโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้สติ ลูบ คลำดูรอบๆ สำรวจความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น
มันไม่ใช่แค่อาจ แต่มันเกิดขึ้นแล้วต่างหาก...

ร่องรอยขูดขีดเหวอะหวะที่ต้นคอทำให้เด็กชายรู้สึกเสียวสันหลังวาบ... ถึงแม้มันจะไม่ได้เจ็บเท่าประสบการณ์เมื่อครู่ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา ก็ในเมื่อตรงหน้าไม่ได้มีรอยยิ้มที่เขารังเกียจนักหนา มันก็น่าจะเป็นเครื่องยืนยันฟันธงว่าเขาฝันไปแน่ๆ หากแต่... ถ้าเขาแค่เพียงฝันไปจริงๆ แผลเหล่านี้ก็ไม่น่าจะเกิดได้เช่นกัน

ตามหลักทางวิทยาศาสตร์และโมเมศาสตร์แล้ว ความฝันคือการที่จิตใจของบุคคลจดจ่ออยู่กับสิ่งใด ก็จะถูกประมวลผลออกมาเป็นภาพ เสียง ข้อความในสิ่งนั้นๆในขณะที่ไม่มีสติ หรือก็คือในขณะที่หลับลึก ทั้งนี้ผู้ที่ฝันไม่สามารถควบคุมความเป็นไปเหล่านั้นได้ นอกเสียจากจะตื่นขึ้นมาและลืมมันไปให้สิ้น -- นั่นหมายความว่า ทั้งหมดเป็นสิ่งที่เด็กชายคิดขึ้นเองทั้งหมด

แต่เขาไม่ได้กระทำ...

"อีกแล้วหรือนี่" เสียงแหบแห้งเล็ดลอดจากลำคอที่รวดร้าว ก่อนจะรวบรวมแรงทั้งหมดเพื่อยันตัวลุกขึ้น -- ราวกับว่า "ความฝัน" เมื่อครู่ได้สูบเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดของเขาไปอย่างไรอย่างนั้น

กระจกบานเล็กเหนืออ่างน้ำสะท้อนภาพเด็กชายวัย 14 ปีที่กำลังขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าของเขาซีดเผือดพอๆกับเรือนผมสีขาวประกายเงินที่ล้อมกรอบใบหน้าหล่อเหลา แม้ว่าดวงตาคู่สีเขียวขุ่นนั้นจะมีแววเหนื่อยอ่อนและอิดโรย ขอบตาคล้ำเข้ม หรือปากบางที่แห้งผากจนคล้ำเป็นสีม่วงนิดๆ

โกคุเทระกลืนน้ำลายเหนียวหนืดอย่างยากลำบาก ผ่านลำคอที่เป็นแผล ขณะที่มองรอยแผลในกระจก -- มันเป็นเพียงแผลถลอก ที่เรียกเลือดแค่ซิบๆ -- แต่ถึงอาการไม่ได้หนักหนาเท่าที่คาดไว้ ตัวเขาก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้อีก

หากว่าในความฝันนั้นตัวเขาได้รับบาดแผล และในความเป็นจริงตัวเขาเองก้ได้รับบาดแผล มันก็คงไม่ใช่ฝันธรรมดาทั่วๆไปที่เขาก็ฝันเอาอยู่บ่อยๆ แล้วถ้าไม่มีเสียงนาฬิกาปลุกแทรกเข้ามา... สายโลหะที่คอนั่นก็อาจจะบาดคอของเขาไปเรียบร้อย...

ศีรษะของเขาคงจะขาดสะบั้นไม่ได้ตั้งบนบ่าอีกเป็นแน่เท้!!

ลองนึกภาพว่าเขาต้องตายในความฝันนั้นแล้ว... เสียงนาฬิกาปลุกไหนเลยจะปลุกเขาได้อีก

แค่คิดก็ขนลุก ใบหน้าของโกคุเทระก็ยิ่งซีดหนักยิ่งกว่าเจออาเจ๊ของเขา ความรู้สึกปวดมวนตั้งเค้าตั้งแต่ที่ท้องน้อย และเคลื่อนตัวรวดเร็วขึ้นมาตามหลอดอาหารเรื่อยๆจนทลักออกเป็นของเหลวทางปาก

เป็นยามเช้าที่ไม่น่าอภิรมย์ที่สุด ใน 5 วันที่เขาต้องฝันแต่เรื่องซ้ำๆ เดิมๆ วกวนไปมาแต่เพียงเหตุการณ์นั้น...

เหตุการณ์ที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไร แต่มันก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่เขาตัดสินใจว่าจะไม่ลืม


เกลียด... เกลียดจริงๆ รอยยิ้มทุเรศๆนั่น





เส้นผมสีเงินที่นุ่มละมุนในกำมือซีดขาวของเขา เขาออกแรงดึงมันแรงๆ พอๆกับที่ดึงสายโลหะที่คอของเจ้าของเรือนผมนั้น หมอนั่น... ร้องครางแผ่วเบา... จนยากที่จะห้ามใจไม่ให้ขย้ำทิ้งซะ!

"ตื่นโว้ยยยยย ตื่น!! ... โอ๊ย! เจ็บนะเว้ยเฮ้ย!!!"

เสียงดังน่ารำคาญของไอ้ตัวจอมแหกปากร้องตั้งแต่ยามไก่โห่(สำหรับเจ้าตัวที่นอนอยู่) เด็กชายบนเตียงพลิกกายมาทางต้นเสียง มือสีขาวซีดที่กระตุกกระจุกผมนุ่มสลวยของผู้มาปลุกต่างนาฬิกา ก่อนที่จะปรือตาตื่นขึ้น มองดูผู้มาเยือนผ่านปอยผมสีทองสว่างอย่างมีความหวัง

และก็หมดหวังไปในที่สุด...

"อะไรกัน สควอลโล่เองหรอกเรอะ!" เบลเฟกอนว่าพลางขมุบขมิบปากอย่างผิดหวังก่อนจะปล่อยกระจุกผมนุ่มสีเงินออกจากมือ

"มันหมายความว่าไง เจอหน้าชั้นแล้วเฟลมากนักหรือไงห๊ะ!" สวอลโล่ตวาดเสียงคับห้อง ใบหน้าเรียวคมของชายหนุ่มเบ้อย่างไม่พอใจในอากัปกิริยาที่คนตรงหน้าดูจะไม่สนใจการมาเยือนของตน ก่อนจะปัดเรือนผมสีเงินเจ้าปัญหาไปด้านหลัง "แล้วนี่ยิ้มอะไรอีก"

"ก็เหมือนเคยๆแหละ" เจ้าชายน้อยตอบ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างอารมณ์ดีเหมือนกับทุกๆวัน แต่ดูว่าช่วงนี้จะอารมณ์ดีแปลกๆจนน่าขนลุก "วันนี้เจ้าชายฝันอีกแล้วล่ะ"

สควอลโล่เลิกคิ้ว และถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายแบบเดิมๆ "คราวนี้แกไม่ต้องเล่าให้ฉันฟังแล้ว เรื่องมันก็เหมือนๆเดิมทุกวัน"

เบลตวัดสายตาใต้เรือนผมสีทองสุกปลั่ง ก่อนจะยิ้มกว้างอีกครั้ง "ใครว่าล่ะ! เจ้าหมอนั่นเกือบจะตายแล้วเชียวนะ!" เขาว่าพลางเลิกผ้านวมที่ทาบทับร่างกายของเขาขึ้น "หมอนั่น... เจ้าไดนาไมต์น่ะ กำลังจะตายคามือเจ้าชายนี่..."

"นั่นมันก็แค่ความฝันนี่!" สควอลโล่กล่าวตัดบทเอาดื้อๆ "หมอนั่นอยู่ที่ญี่ปุ่น และตอนนี้นายอยู่อิตาลี ศึกชิงแหวนวายุก็เสร็จสิ้นไปแล้ว และแกก็ชนะ แล้วนี่แกยังจะเพ้อเจ้อถึงไอ้หัวไดนาไมต์นั่นอีกทำไมให้เมื่อยตุ้ม!"

คำพูดของสควอลโล่มีหลักเหตุและผลที่สมจริงตามหลักตรรกศาสตร์ อันที่จริงเขาไม่น่าจะคิดมากหรือเชื่อเป็นตุเป็นตะเลยด้วยซ้ำว่าเจ้าไดนาไมต์นั่นจะตายคามือเขาเมื่อ 5 นาทีก่อน

แต่ในเมื่อกลิ่นเลือดและโลหะยังคงติดมือเขาอยู่ อีกทั้งสัมผัสที่นุ่มละมุนจากเส้นผมสีเงินยวงของหมอนั่น หรือจะเป็นฝ่ามืออุ่นสีซีดของหมอนั้นที่ทาบทับใบหน้าของเขา ล้วนยังคงตราตรึงอยู่ที่กายของเขาในตอนนี้ทั้งสิ้น

"ไม่ต้องคิดมากเลยเบล" สควอลโล่ว่าพลางใช้มือฉุดร่างเจ้าชายน้อยที่ติดจะเกียจคร้านบนเตียงนุ่มให้ลุกขึ้นยืนทัดเทียมกับตน "รีบไปอาบน้ำ เตรียมตัว เดี๋ยวนี้เลย!"

"เตรียมตัว?" เจ้าชายน้อยทวนคำท่าฉงน

"นี่แกอย่าบอกนะว่าลืม! แกลืมตารางฝึกโหดของมาร์ม่อนหรือไง!" สควอลโล่ตวาดเสียงดังลั่น ก่อนจะหยิบแผ่นกระดาษในกระเป๋ากางเกงออกมาคลี่และโชให้ดู "นี่ นี่ แล้วก็นี่! คือสิ่งที่แกต้องทำในวันนี้"

"อะไรเนี่ย เจ้าชายต้องรีแลกซ์น่าเบื่อๆอย่างนี้หรอ" เบลค้านเสียงดัง แม้จะยังคงยิ้มกว้างอวดฟันอยู่ก็ตาม "ถ้าให้เหยื่อมาเชือดละก็ ว่าไปอย่าง"

"ยังไงๆแกก็ต้องฝึกอยู่ดี" สควอลโล่กล่าวพลางเดินไปที่ประตูห้อง มือใต้ถุงมือหนังจับลูกบิดประตู "แต่ถ้าแกอยากได้เหยื่อละก็....."

ปัง!! โครม!!

ร่างสูงของชายผมสีเงินยาวถูกแรงกระแทกจากบานประตูที่เปิดในทิศทางเข้า ก่อนทั้งร่างจะเด้งไปกระทบกับกำแพงและถูกบานประตูบานเดิมบีบอัดอย่างน่าอนาถ

"ฮาโหล เบลเฟกอน~ เจ้าชายน้อยที่น่ารัก~" เสียงสดใสของชายหนุ่ม(?)ผู้มาเยือนดังมาพร้อมๆกับที่ประตูห้องถูก(กระชาก)เปิดออก เบลที่กำลังมองดูสควอลโล่ยกมือลูบจมูกที่ยาวเป็นสันป้อยๆก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเจ้าของทรงผมปัดเป๋สีเขียวอันแสบสัน ไม่ผิดแน่ คนตรงหน้าเขาคือลุสซูเรียเจ้าของมัดกล้ามสง่างามที่วันนี้ถูกซ่อนไว้ภายใต้เสื้อรัดรูปสีดำดูปราดเปรียว "มาร์ม่อนให้มาตามพวกเธอที่ไม่ยอมลงมาซักที ใกล้จะได้เวลาฝึกก่อนข้าวเช้าแล้วนะจ๊ะเจ้าชายน้อย"

"จะเปิดตัวมาก็ช่วยอย่าเดือดร้อนชาวบ้านเค้าได้มั้ยห๊ะ!" สควอลโล่ตวาดแว้ด ขณะที่ลุสซูเรียรีบแจ้นไปพยุงสควอลโล่ขึ้น

"อะไรกัน นายเองก้ต้องฝึกด้วยหรอ" เจ้าชายน้อยถาม

"ก็ต้องฝึกน่ะสิ!" ลุสซูเรียตอบฉะฉานราวกับเป็นเรื่องปกติ แต่จู่ๆเนินแก้มก็ขึ้นสีแดงเรื่อๆด้วยอาการเขินอายที่ผิดกับความคึกเมื่อครู่ "ไปญี่ปุ่นคราวหน้าจะได้ครองคู่กับหนุ่มหัวเกรียน เทพบุตรสุด K อย่างถูกทำนองคลองธรรมน่ะสิ... อุ๊ยตาย! เขินจัง~"

"วิปริตไปแล้วหรือไง!" สควอลโล่ตวาดอีกครั้ง ดูท่าจะยังคงหัวเสียกับเรื่องประตูนั้นไม่หาย ก่อนจะพึมพัมบ่นยิ่งกว่าหมีกินผึ้ง "ให้ตายสิ ไอ้พวกนี้ล่อเด็กยุ่นหัวขาวกันทั้งนั้น รสนิยมประหลาด!" (ใครมันจะไปเหมือนแก ล่อเด็กอิตาเลี่ยนหัวดำ >.<)

"แกว่าไงนะสควอลโล่!!" ลุสซูเรียหันขวับมาด้านหลัง ดวงตาใต้กรอบแว่นตากันแดดสะท้อนแสงเหมือนมีไฟลุกโชดช่วง -- สควอลโล่แน่ใจว่านั่นเป็นดวงตาแบบเดียวกับที่นักมวยของวองโกเล่คนนั้นมี... ดวงตาสุดหูรูดคู่นั้น -- "แกคงไม่รู้สินะ... ว่าพลังที่ยิ่งใหญ่แห่งมนุษยชาติ อยู่ที่มัดกล้ามอันเงางามวาววับ... ซาซางาวะ เรียวเฮ.... อ๊าย... ล่ำกระชากใจจริงๆ"

สควอลโล่ที่ทำสีหน้าเบื่อหน่ายและเอือมระอาได้แต่ส่ายหัวแบบสุดๆ(หูรูด) ส่วนเบลที่มองดูทั้งสองโต้เถียงกันก็หัวเราะเสียงใส

หัวเราะเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่ยังค้างคาอยู่ในใจ...

จริงสิ... ไปญี่ปุ่นคราวหน้า... เจ้าชายเองก็ต้องเก่งขึ้น






เพื่อที่จะสับมันให้แหลกคามือกันจริงๆไปเลย ชิชิชิชิชิ~*


To be continue -> เป็นไปไม่ได้ เป็นได้ ไม่อยากให้เป็น


จบกันไปหนึ่งตอนแล้ว เย้ TwT
สำนวนดูงงๆนิสนึงนะคะ คือเราเพิ่งหัดแต่ง (เรื่องแรกเลยนะนี่ หะหะ)

สุดท้ายนี้ฝากรูปประกอบตอนที่ 1 หน่อย ตอนที่โกคุเทระตื่นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกค่ะ!!

Image

ภาพจากโปรแกรม Open Canvas ค่ะ เมาส์หนูๆ

เลยคิดว่าตอนต่อๆไปอาจจะไม่มีภาพประกอบแล้วนะคะ เพราะวาดฉากบู๊ในคอมคงไม่ไหว
ส่วนเครื่องสแกนก็เพิ่งดับดิ้นไปค่ะ ฮือๆ TwT


ส่วนชื่อฟิคที่ว่า SM INSTINC นั้น คิดว่าแปลว่าอะไรกันคะ?


ฝากตัวด้วยค่า~*

_________________
Image
Image


Last edited by askrepios on 06 Mar 2008, 12:29, edited 17 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 25 Oct 2007, 23:35 
User avatar
Joined: 08 Oct 2007, 21:14
Posts: 798
มันเป็นฟิคชั่นที่ อ๊ากกกกกก "สัญชาตญาณดิบ ทรมานเดือด" (หัวเราะ) โอย แค่ชื่อเรื่องก็รู้เลยว่าตอนต่อไปเลือดจะกระฉูดขนาดไหน

ยิ่งเห็นหน้าพระเอกก็ยิ่ง โอย...พระเจ้าช่วยกล้วยตากกกกก เบล เจ้าชายแห่งอาณาจักร S Land กับเลดี้โกคุเดระแห่งอาณาจักรเคะ (เคะๆ :lol: ) หนึ่งเมะสุดยอดแห่งความ S มาปะทะกับหนึ่งเคะ ที่ไม่เคย M มาก่อน มันจะเกิดอะไรขึ้น!? อ๊ากส์~~~! (ไม่อยากจะจิ้น!)

ภาษาท่านนี่ถึงใจมาก โดยเฉพาะฉากทรมาน แฮ่ก แฮ่ก =.,= ดูท่าฉากวายจะเร้าอารมณ์ถึงใจสุดๆเลยแหงแซะ โอ้วววว!! ยิ่งคิดยิ่งอยากอ่านต่อๆๆ >O<

จะติดตามตอนต่อปายยยย โว้วๆๆ ขอสมัครเป็น SM ด้วยแย้วววว >_<!

ปล.วาดโกคุเดระน่ารักจังจร้า เมาส์หนูอย่างเมพ!!!!!

_________________
Image

=THE PRINCE OF ABE TENNIS=
[แม้กระทั่งเรียวมะยังต้องหลบ!!!!]


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 26 Oct 2007, 09:14 
User avatar
Joined: 24 Sep 2007, 07:34
Posts: 2155
Location: ทุกแห่งหนในความฝันนี้
อร้ายยยย เลือด SM ในตัวเดือดพล่าน

เจอผลงานสุดยอดฟิคชั่นอีกแล้ว ><b

ขนาดเจอไปตอนเดียว อร้ายยย อยากอ่านต่อแล้ว

มาต่ออีกนะค่า

จะรอค่า ^ ^b

_________________
ImageImageImageImageImage


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 26 Oct 2007, 14:22 
Joined: 11 Oct 2007, 13:28
Posts: 196
Location: ที่ ๆ ท่านฮิอยู่
อ๊ากกก sm แหละ ไม่ได้อ่านแนวนี้นานมาก

แต่ว่าเบลจ๋า ยังไงก็ปราณีโกคุมั่งก็ดีนะ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 26 Oct 2007, 19:10 
User avatar
Joined: 18 Sep 2007, 18:29
Posts: 286
Location: Brioche sweetshop
อุกี๊ซซซซ

สกรีมสนั่นหวั่นไหว ไม่ไหวแล้ว เบลจ๋าเบล ถนอมของบ้างนะลุก ขนาดในฝันยังตามหลอกหลอนเขาได้ขนาดนั้น

โอย เบลน่ารักที่ซู้ดด

ยกนิ้วให้คนแต่งสิบนิ้วเลย

_________________
Image
ย้ายบ้าน
http://cofactor.exteen.com

ผู้สนับสนุนตัวประกอบอย่างเป็นทางการ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 26 Oct 2007, 21:04 
User avatar
Joined: 26 Sep 2007, 14:35
Posts: 127
Location: ห้องสี่เหลี่ยมสีขาว
>w< b สุดยอดงิ อ้าก! อยากอ่านต่อเร็วๆจังเลย

_________________
Image
Image
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 26 Oct 2007, 22:27 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
เอ่อ - - เราโพสตอนดึกงี้มีใครเข้ามาอ่านมั้ยเนี่ย หะหะ
ช่วงนี้ทำตัวเป็นค้างคาวค่ะ คงจะอัพดึกๆทุกวัน โฮฮฮฮฮ
ร.ร.ก็ใกล้เปิดแล้วด้วย

ตอนนี้ปกติ ธรรมด๊า ธรรมดาม๊ากมากค่า ยังไม่มีฉ่ง มีฉากอะไรอ้ะนะคะ หะหะ >.<


[Fic] Katakyo Hitman REBORN! : SM INSTINCT
Pairing : Belphegor , Gokudera Hayato
By : Sir Neer


2~* เป็นไปไม่ได้ เป็นได้ ไม่อยากให้เป็น (สกิลแต่งชื่อตอนของเราเป็น 0 อ้ะค่า TwT)


"เหรอ?"


เป็นเสียงเดียวที่ดังขึ้นมาในห้องทำงานสีขาวหลังจากที่ฝ่ายตรงข้ามพูดจบ ชายวัยกลางคนเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลทรงต้นแบบ "ปลาหมึก" เท้าคาง ขณะที่มองตรงๆไปยังผู้มาเยือนที่มองมายังตนอย่างอึ้งๆ

"นี่แก! ฉันเล่าซะยืดยาว แกตอบแค่นี้หรอฟะ!" โกคุเทระ ฮายาโตะร้องลั่น ยื่นมือไปกระชากสาบเสื้อกราวน์สีขาวของหมอหนุ่ม

"ก็มันเป็นเรื่องปกตินี่หว่า" ดร.ชามาลตอบ พรอ้มๆกับปลดมือของคนตรงหน้าออก ก่อนจะกลับไปเท้าคางอย่างเกียจคร้านและเฉื่อยชา "เด็กๆ หรือใครๆเค้าก็มีความฝันกันทั้งนั้นน่ะแหละ แกก็เชื่อเป็นตุเป็นตะไปได้!"

"แกดูนี่!"

โกคุเทระตวาดก่อนจะกระชากคอเสื้อนักเรียนของตนให้นายแพทย์ดู คอเสื้อที่เปิดออกกว้างขึ้นเผยให้เห็นต้นคอสีขาวนวลเนียน... แต่มันไม่ได้ทำให้ท่านชามาลคนนี้สนใจเลยสักนิด ก็ในเมื่อคนตรงหน้าเขาเป็นผู้ชาย!

"จะยั่วหรือไง" ชามาลกล่าวเสียงเรียบ แม้ว่าสายตาจะยังอยู่ในระดับเดิม "ฉันรับแต่หญิงแท้เท่านั้นนะเฟ้ย"

โกคุเทระถึงกับผงะแทบหงายหลัง พลันใบหน้าก็ขึ้นสี... ไม่รู้ว่าด้วยความโกรธหรือความอายกันแน่ "ไม่ใช่! ชั้นให้แกดูรอยแผลที่คอต่างหาก!!"

จริงอย่างที่ว่า เพราะสิ่งที่ปรากฏบนต้นคอนั้นไม่ใช่แค่สีขาวเนียนนั้น แต่ยังมีรอยถลอก และรอยช้ำสีแดงจางๆที่ยาวเป็นแนวเหมือนกับถูกเสียดสีด้วยสายสสาร ดวงตาคู่สีน้ำตาลของชามาลฉายแววประหลาดใจเพียงชั่วครู่ และเปลี่ยนกลับไปเป็นสายตาขี้เบื่อเมื่อไร้นารี

"แผลจากศึกชิงแหวนแหละน่า มันแค่ยังไม่หาย" ชามาลตัดบทเอาดื้อๆก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างไม่ใส่ใจ

"แกไม่ใช่คนรักษาชั้น แกจะไม่รู้อะไร!" โกคุเทระพูดด้วยความเดือดดาลถึงขีดสุด มันก็จริงอย่างที่ว่าเพราะแต่ไหนแต่ไรมาดร.ชามาลที่พวกเขารู้จักเป็นหมอที่... รักษาแต่ผู้หญิงเท่านั้น

เขาไม่น่ามาเสียเวลาช่วงเช้าอันมีค่า (สำหรับการเดินมาโรงรียนกับรุ่นที่สิบ) นี้ให้กับการมาเล่าเรื่องราวอะไรให้กับติวเตอร์ของเราเลย... คิดแล้วก็เสียดาย ก่อนจะกระทืบเท้าตึงตังอย่างโมโหและไม่พอใจ และเดินผ่านหน้าชามาลไปยังประตู โดยไม่ตวัดสายตาขึ้นขวางอย่างเคยๆ

ใช่สิ... เรื่องพรรคนี้จะไปมีใครเข้าใจ พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ

ชั้นจะเป็นจะตายมันก็ไม่ใช่เรื่องของคนอื่นนี่หว่า ทำไมต้องหาที่ปรึกษาด้วยวะ!


ยิ่งคิดยิ่งเซ็ง ยิ่งเครียด ยิ่งอยากกินเหล้า โกคุเทระจับลูกบิดประตูห้องพยาบาลแล้วกระชากให้เปิดออก แต่ก่อนที่ร่างของเขาจะออกไปโผล่พ้นประตู ร่างสูงของชามาลก็เข้ามาประชิดและรั้งตัวเขาไว้ พร้อมๆกับพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูจริงจังกว่าปกติมาก

"ยังพอมีทางแก้อยู่นะ"




"เอาล่ะ วันนี้เราจะขึ้นเรื่องใหม่" เสียงของอาจารย์สุดโหดกล่าว พลางหยิบชอล์คขึ้นมาขีดเขียนบนกระดานดำ ทุกคนในห้องม.2A ดูจะกำลังตั้งใจเรียนกับบทเรียนใหม่เต็มที่ -- จะมีก็แต่ตัวบื้อสองตัว ที่ไม่ว่าสอบครั้งไหนๆก็กินไข่ไปซะหมด แม้ว่าอยู่ในห้องเดียวกันแต่ไม่เคยได้ร่วมสถานการณ์การเรียนการสอนของห้องเลย

กล่าวถึงตัวบื้อตัวแรก ยามาโมโตะ ทาเคชิ -- หนุ่มหล่อ พ่อขายซูชิ ชีวิตมีแต่เบสบอล -- ที่นั่งอยู่บริเวณริมหน้าต่าง ตอนนี้คงเรียกว่านั่งอยู่ไม่ได้ เพราะมันกำลังหลับอยู่นั่นเอง ส่วนตัวบื้ออีกตัวคือ ซาดวาดะ สึนะโยชิ -- ที่ชาวบ้านรู้จักกันในนาม "ไอ้ห่วย สึนะ" -- ก็นั่งอยู่ที่กลางห้อง ตอนนี้กำลังพยายามตั้งหนังสือขึ้นมาบังหน้าตัวเอง

สึนะหันหลังกลับไปมองเพื่อนสนิทที่ท่าทางกำลังหลับสบายแต่หัววัน ก่อนจะมองไปข้างหน้าที่แถวเดียวกัน... โต๊ะและเก้าอี้ตัวนั้นว่างเปล่าทุกๆเช้าจนชินตา แต่ช่วงนี้เขากลับรู้สึกแปลกกระหลาดที่ไม่ได้เห็นบุคคลที่คุ้นตานั่งอยู่ตรงนั้น

แต่ระหว่างที่คิดอะไรลอยๆไป เสียงเลื่อนดังครืดของประตูห้องเรียนก็เปิดออก สึนะยิ้มบางๆ เพราะมันนับเป็นเสียงที่เขารอคอยมานานกว่า 10 นาที

ร่างสูงบางของเด็กชายเชื้ออิตาลีเดินเข้ามาในห้อง เสียงซุบซิบระงมดังขึ้น บ้างก็เป็นผู้หญิงที่กรี๊ดกร๊าดในใบหน้าหล่อเหลาและทีท่าเบื่อโลกที่เดินเข้ามาอย่างเซ็งๆ บ้างก็เสียงซุบซิบขนลุกขนเกลียวของเหล่าเด็กผู้ชาย แต่ไม่ว่าใครจะซุบซิบเสียงดังแค่ไหน อาจารย์ที่ยืนอยู่หน้าชั้นก็คงไม่หือรือที่จะหาเรื่องเจ้าคนมาสาย เพราะนั่นถือเป็นตัวอันตรายระดับพกาฬในร่างของเด็กม.ต้น!! ดังนั้น... ปล่อยผ่าน

สึนะมองตามไปยังใบหน้าหล่อๆนั้น สายตาคู่สีเขียวขุ่นเองก็มองมายังเขาพอดี ก่อนจะยิ้มอย่างอารมณ์ดีเหมือนทุกๆวันเป็นการทักทาย

สึนะลอบถอนหายใจ...

เขาหันกลับมาจ้องกระดานดำที่เปรอะไปด้วยตัวอักษรยึกๆยือๆสีขาวที่ไม่เข้าใจ แต่ก็มองไปอย่างนั้นเพราะในสมองของเขาตอนนี้มีแต่เรื่องของเมื่อไม่กี่วันก่อน

ไม่กี่วันก่อน พวกเขาอยู่ที่นี่ ที่โรงเรียนชั้น 3 ในตอนค่ำคืน พวกเขากำลังเฝ้าชมศึกชิงแหวนวายุอย่างลุ้นระทึกผ่านจอมอนิเตอร์รอบทิศ ภาพในจอฉายให้เห็นการต่อสู้
ของผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและลูกน้องในเวลาเดียวกัน -- โกคุเทระ ฮายาโตะ -- ผู้ที่กำลังขับเขี้ยวอยู่กับนักฆ่าอัจฉริยะ เจ้าของสมญานามเจ้าชายนักสับ -- เบลเฟกอน

การต่อสู้ถูกจำกัดไว้ในวงเวลาเพียง 15 นาที ซึ่งในนาทีสุดท้าย... โกคุเทระที่ดูเหมือนเกือบจะได้แหวนไปครอง ก็ต้องปราชัยให้กับจิตใจที่ไม่รู้จักความพ่ายแพ้ของเจ้าชาย...

สึนะจำได้ดีถึงความรู้สึกสูญเสียครั้งนั้น ครั้งที่ทุกๆคนเชื่อว่าโกคุเทระคงไม่ได้ยืนอยู่บนโลกนี้อีกต่อไปหลังจากสิ้นเสียงระเบิด ...ขาของเขาเหมือนจะถูกคลื่นความโศกเศร้าถาโถมจนอ่อนแรง และตัวเขาทรุดลงบนพื้น...

แต่เงาดำๆในม่านควันระเบิดก็เป็นสิ่งที่จรรโลงใจพวกเขาไว้ ก่อนที่ร่างที่โชกไปด้วยเลือดของใครสักคนจะโซซัดโซเซออกมา ...โกคุเทระกึ่งเดินกึ่งคลานออกมากจากซากกองซีเมนต์และอิฐปูน แล้วล้มลงต่อหน้าต่อตาพวกเขา

แต่มันก็ยังดีกว่าเห็นร่างนั้นแหลกเป็นจุลด้วยอนุภาพของระเบิดนี่...?

มันเป็นความรู้สึกที่... มีความสุขและดีใจเป็นที่สุด

ความรู้สึกที่ไม่ต้องสูญเสียเพื่อนคนสำคัญไป...

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้สึนะอดลุ้นระทึกไม่ได้ทุกครั้งที่เจอกับโกคุเทระ หลังจากวันประลองเป็นต้นมา ดูเหมือนว่าโกคุเทระจะทำตัวเป็นปกติมาก มากเสียจนเขาเองที่มองว่ามันไม่ปกติ

ปกติ โกคุเทระจะมารับเขาที่บ้านทุกๆเช้า เพื่อไปโรงเรียนด้วยกัน
ตอนนี้ โกคุเทระมาสายเป็นประจำ และปล่อยให้เขามาโรงเรียนกับยามาโมโตะเพียงสองคน

ปกติ โกคุเทระจะซื้อขนมปังและขึ้นไปกินอาหารกลางวันที่ดาดฟ้าพร้อมหน้าพร้อมตากับเพื่อน
ตอนนี้ ทุกๆพักเที่ยง โกคุเทระมักจะขลุกตัวเงียบๆอยู่ในห้องคนเดียว

ปกติ ตอนเย็นก่อนกลับบ้าน โกคุเทระจะไปเอ้อระเหยที่บ้านของเขา
ตอนนี้ ทุกๆเย็นของโกคุเทระจะหยุดอยู่ที่สวนสาธารณะอย่างเดียวดาย...

หมอนั่น... ไม่เพียงแต่ทำตัวเงียบๆอย่างปกติสุข (อย่างที่ทุกๆคนเขาทำกัน) แม้ว่าภายนอกที่สึนะเห็น โกคุเทระจะยิ้มแย้มอย่างสดใสเหมือนวันธรรมดา แต่สึนะกลับคิดว่าโกคุเทระคงพยายามจะหลบหน้าทุกๆคนอยู่... เพื่ออะไร? ไม่เข้าใจ?

เขาคาดหวังว่าแววตาคู่สีเขียวนั้นจะตอบอะไรสักอย่างที่เขาข้องใจให้กระจ่าง แต่เจอหน้ากันที่ไรก็เห็นแต่รอยยิ้มสดใสกลบเกลื่อน...

แม้แต่เจ้ายามาโมโตะเองก็ยังสังเกตความเปลี่ยนแปลงของโกคุเทระได้!

สึนะหันหลังกลับไปมองเพื่อนซี้อีกคน นั่นเป็นเวลาเดียวกันที่ยามาโมโตะ -- ที่ไม่รู้ว่าตื่นตั้งแต่เมื่อไร -- หันมามองเขาและพยักหน้าอย่างรู้ความ ใบหน้าหล่อที่มักจะเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม มาวันนี้ก็ดูจะจริงจังๆผิดกับวันก่อนๆมาก



"ฮึ่ย!! แก!! กล้าดียังไงมาฆ่าฟาราเอลที่รักของฉัน!!" เสียงทุ้มของชายหนุ่มว่าอย่างเดือดดาลขณะที่คว้ากระบอกปืนจากเอวขึ้นมา ชายฉกรรจ์ยิงปืนอย่างคุ้มคลั่ง แทบไม่ได้เล็งเป้าหมาย ปากที่คาบบุหรี่ก็กู่ร้องโมโหโทโสสุดขีด "ไอ้เด็กเวร!! คนที่คร่าชีวิตสิ่งสำคัญของฉันมันต้องตาย!!!"

สิ่งสำคัญงั้นเรอะ!

เจ้าชายไม่เห็นสนใจเลย!


พวกสวะก็รีบๆตายๆไป ใช้กรรมของแกไปซะ! อยู่แล้วรกตา! รังแต่จะทำให้เจ้าชายเบื่อเปล่าๆ

มีดจำนวนหนุ่งพุ่งไปยังไหล่ไม่ให้ทันได้ตั้งตัว กระบอกปืนรีโวลเวอร์รุ่นเดอะกระเด็นตกลงพื้น ก่อนที่รองเท้าบูทสีขาวสะอาดของเด็กชายผมสีทองจะบดขยี้ลงไปบนปากกระบอกปืนนั้น...

"แก๊!! นั่นมันของดูต่างหน้าของภรรยาฉันนะเฟ้ย!!" มันยังคงปากดี ร้องตะโกนก้อง ขณะที่รู้สึกว่ามีมีดอีกจำนวนหนึ่งพุ่งมาที่ไหล่อีกข้าง และจับร่างกำยำของตนขึ้งไว้บนกำแพง "แก!! ทำลายของสำคัญของคนอื่น!! อย่าหวังเลยว่ากจะรักษาของสำคัญของตัวเองได้!!!"

"คำของของสำคัญ สองคำก็ของสำคัญ... พูดมากอยู่ได้ เจ้าชายเหม็นบุหรี่จะตายอยู่แล้ว!!" เด็กชายผู้มีมงกุฏสวมศีรษะพูดอย่างเบื่อหน่าย ใช่... สำหรับเจ้าชายแล้ว ของสำคัญอะไรนั่นน่ะ! ไม่มีหรอก จะมีก็แค่เป้าหมายที่สำคัญเท่านั้น!!

ชิ! นึกขึ้นมาจนได้!!

"เจ้าชายกำลังโมโหนะ อย่าขัดใจจะได้มั้ย" เด็กชายว่าพลางปามีดใส่กลางอกของชายฉกรรจ์ ดวงตาคู่เล็กของชายผู้นั้นเบิกโพลง "เจ้าชายเกียดกลิ่นบุหรี่ที่สุดเลย!"

"มีด... มีดนี่..." ชายฉกรรจ์ครวญขึ้น "หรือเจ้าคือ... นักฆ่าอัจฉริยะ... เบลเฟกอน..."

ฉึก! อีกเล่มที่ปักลงไปยังหน้าผาก ตัดเส้นประสาททั้งหมดไม่ให้รู้สึกเจ็บ... และนั้นหมายถึงเส้นชะตาชีวิตของคนตรงหน้าที่ถูกตัดขาดสะบั้น!

"ก็รู้ดีนี่" เบลเฟกอนว่าพลางถอนหายใจเนือยๆ รอยยิ้มฉีกกว้างแม้ในใจจะร้อนรุ่มด้วยความโมโห

เขามองดูร่างหญิงสาวเจ้าผิวขาวเนียนที่นอนม้วนตัวอยู่บนพื้นข้างๆ หล่อนมีเรือนผมสีขาวเงินยวงยาวสวยงาม... เบลก้มลงไปสัมผัสกับเส้นผมนั้นและก็ต้องไม่สบอารมณ์อีก

มันไม่ใช่อ้ะ มันไม่ใช่!!

คิดพลางก็กระตุกผมสีเงินยวงนั่นจนหลุดออกจากหนังศีรษะจนเลือดกระฉูด โคนผมสีเงินนั่นก็พลอยถูกย้อมเป็นสีแดงด้วย

เบลยิ้มอย่างพึงพอใจ ขณะที่จมูกก็สูดดมกลิ่นเลือดเหล่านั้น และก็ต้องผิดหวังอีกครั้ง ในเมื่อมันไม่ใช่!!

"เฮ้ยเบล!" เสียงเรียกของคนที่คุ้นเคยดังมาจากถนน ขณะที่เห็นใบหน้าคมคายนั้นผงะหงายเมื่อเห็นสถาณการณืภายในซอกตึกที่มืดมิด "นี่แกเอาอีกแล้วเรอะ!"

เบลบุ้ยปากเหมือนกับเด็กที่ถูกขัดใจ ขณะที่ลุกขึ้นยืนแม้ในมือจะถือกระจุกผมนั้นอยู่

"ให้ตายสิ ทำไมฉันต้องมาเจอตอนที่แกทำงานอดิเรกอยู่ทุกที" คนล่างสูงกล่าวพลางสำรวจบริเวณรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยุ่ที่มือของคนร่างเล็ก "เฮ้ย! ทำไมหมู่นี้แกเล่นแต่คนหัวเงินวะ!!!"

สควอลโล่ทำหน้าเหมือนกลืนน้ำเกลือที่มีความเข้มข้นสูง รุ้สึกขยะแขยงกระจุกผมสีเงินที่เปื้อนเลือดนั่น...

นี่ถ้ามันเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมา ฉันไม่พลอยโดนมันเชือด โทษฐานมีผมสีเงินนั่นหรอกหรอวะ!!

"มีธุระอะไรเหรอ สควอลโล่" เบลถามขึ้นตัดบทเอาดื้อๆ พร้อมทั้งยิ้มกว้างอย่างเคย -- ถึงจะเหมือนเคยๆ แต่สำหรับคนที่รู้จักกันมานานก็รู้ดีว่าเด็กชายตรงหน้าไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะเสวนากับใคร

"บอสตามตัวแก" สควอลโล่กล่าวสั้นๆ ขณะที่ทะยานตัวขึ้นสูงไปบนหลังคา และกระโจนไปบ้านนู้นบ้านนี้อย่างชำนาญ ทอ้งเอาไว้ก็แต่เจ้าชายที่ยังคงยืนอยู่นิ่งๆ

บอสเรียก?

เมื่อ 10 นาทีก่อนก็เพิ่งเจอบอสไม่ใช่เรอะ?


ใช่ เมื่อ10 นาทีก่อนเจ้าชายยังพูดเรื่องนั้นกับบอสอยู่เลย

พอโมโหก็เยออกมาหาเหยื่อซะ...


นี่บอสจะยั่วโมโหเจ้าชายอีกหรือไง!






3 วันต่อมา...

ดูเหมือนว่าวันนี้จะไม่ได้มีแค่ยามาโมโตะ ทาเคชิเท่านั้นที่หลับในห้องเรียน ถ้าสังเกตดูดีๆแล้วละก็ โกคุเทระ ฮายาโตะที่นั่งไม่ห่างกันเท่าไรก็กำลังก้มหัวประหลกๆ คำนับคำสั่งสอนของอาจารย์อยู่เช่นกัน!

หมอนั่นทั้งมาสาย ทั้งเกเร บ้างก็โดดเรียนกันให้เห็นหน้าตาเฉย แต่ไม่เคยมีปรากฏว่าหมอนั่นจะหลับในห้องเรียนเลยซักครั้ง!

แต่ด้วยผลการเรียนอันสุดแสนจะเพอร์เฟ็คนั้นเอง ที่ทำให้เหล่าคณาจารย์ไม่กล้าหือ

แต่ไม่ทราบว่าท่าทางการหลับของโกคุเทระไปโดนใจเหล่าสาวเจ้าเข้าได้อย่างไร พวกสาวๆจึงไม่เป็นอันเรียนกันเลย พวกหล่อนได้แต่นั่งชมท่าทางการหลับแบบก้มศีรษะ ท่าธรรมดาๆที่พวกหล่อนชมว่า "น่ารัก" "เท่ห์" สึนะคิดในใจ... ถ้าหากเขาทำบ้างคงมีคนว่า "ห่วย" สินะ?

พอรู้สึกตัวอีกที ก็รู้สึกเหมือนถูกมองอยู่ เขาหันไป และเห็นคุโรคาวะที่ส่งสายตายิ้มเยาะแปลกๆมาทางตัวเอง ...นั่นหล่อนคงจะล้อเลียนเรื่องที่เพื่อนๆของเขาหลับในห้องอย่างไม่เอาไหนสินะ?

สึนะลอบมองไปยังที่นั่งของโกคุเทระ เห็นศีรษะก้มลงและเปลือกตาที่ซ่อนดวงตาคู่สวยนั้นแล้วก็ถอนหายใจ อย่างน้อยๆ นี่คงจะเป็นความปกติที่เขาหาไม่ได้ในตอนที่เจ้าตัวตื่นแน่...

วันนี้ล่ะ! วันที่ฉันจะต้องรู้เรื่องทุกอย่าง!

ในตอนนั้นสึนะคิดเพียงว่าเขาจะต้องรู้ให้ได้...


Last edited by askrepios on 26 Oct 2007, 22:45, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 26 Oct 2007, 22:43 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
อ้าวกำ มันยาวไปเหรอ งั้นต่อๆเลยนะคะ!!



ออดเลิกเรียนดังขึ้นตามเครื่องกระจายเสียง ดังพร้อมๆกับเสียงหาวหวอดของยามาโมโตะ สึนะเองก็อยากจะนอนหลับให้สบายกับยามบ่ายที่ร้อนแบบนี้เหลือเกิน ยิ่งเห็นเตียงที่ปูด้วยผ้าสีขาวในห้องพยาบาลแล้วยิ่งอยากนอนแทบแย่

ถ้าเป็นเวลาปกติเขาคงไม่ทนนั่งอยู่ตรงนี้หรอก...


แต่! วันนี้พวกเขากำลังเฝ้าไข้โกคุเทระอยู่น่ะสิ!


คนที่คิดว่าร้อยวันพันปีจะไม่เป็นไข้อย่างโกคุเทระ กลับกำลังนอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียงคนป่วยในห้องพยาบาลเสียได้! ทั้งๆที่เบียงกี้ไม่ได้อยู่ด้วย!

พวกเขาพาโกคุเทระมาที่ห้องพยาบาลตั้งแต่หลังพักเที่ยง เนื่องจากเขาพบว่าโกคุเทระมีอาการหน้ามืดและตัวร้อนจนหมดสติไป นับว่าโชคดีที่หมดสติ... เพราะถ้ายังมีสติอยู่ คนหัวดื้อคงไม่ยินยอมที่จะมานอนในห้องพยาบาลเป็นแน่!

ดร.ชามาลแหวกม่านเข้ามา เขาทอดสายตาคู่สีน้ำตาลไปยังเด็กชายผมสีเงินบนเตียง ถอนหายใจเนือยๆอย่างเบื่อหน่าย "ที่เป็นอย่างนี้เพราะเจ้านี่มันบ้า"

"เกิดอะไรขึ้นกับโกคุเทระคุงหรือครับ!" สึนะรีบถามขึ้นทันที

"หมอนี่ไม่ได้นอนมา 3 คืนแล้วน่ะสิ" ชามาลตอบเสียงเรียบเหมือนเป็นเรื่องปกติ ในขณะที่ยามาโมโตะและสึนะอ้าปากค้าง ก่อนจะมองไปยังโกคุเทระ และสังเกตเห็นขอบตาที่คล้ำเข้ม มิน่า...เมื่อเช้าถึงได้หลับในห้องเรียน

"พูดไปแล้วก็ขายหน้า" ดร.ชามาลกล่าว ขณะที่หย่อนตัวพิงกับเตียงของโกคุเทระ "เมื่อ 3 วันก่อน หมอนี่มาปรึกษาฉันเรื่อง... ฝันแปลกๆของมัน ฉันแค่พูดเล่นกับมันไปว่า 'งั้นก็ไม่ต้องนอน' ไม่คิดเลยว่ามันจะเอาไปใช้จริงๆ" พูดพลางก็ส่ายหัวพลางอย่างชาชินกับความเป็นเด็กของผู้ที่คบหากันมานาน

"ฝันแปลกๆ? แปลกยังไงหรือครับ?" ยามาโมโตะถามอย่างอดไม่ได้ ชามาลดูมีแววประหลาดใจมาก ก่อนจะเปลียนสีหน้าเป็นเบื่อโลกเหมือนเดิม

"หมอนั่นไม่ได้เล่าให้พวกเธอฟังรึ?"

"ไม่เลย" ยามาโมโตะตอบ หลุบดวงตาลงดื้อๆ แล้วมองไปยังเปลือกตาที่ปิดสนิทของเพื่อนซี้ที่ยังคงหลับใหลอยู่... เปลือกตานั้นดูจะปิดแน่น อีกทั้งคิ้วยังขมวดมุ่น... นี่หมอนั่นกำลังฝันอยู่หรือเปล่านะ? ฝันแปลกๆที่ว่าน่ะ?

ชามาลมองทีท่าของยามาโมโตะที่ดูจะเจื่อนไป เขารู้ดีว่าโกคุเทระคงไม่อยากเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนทั้งสองเป็นห่วง

"ช่วยบอกพวกเราด้วยเถอะครับ" สึนะเงยหน้าขึ้นสบตากับแพทย์หนุ่ม ด้วยสายตาอ้อนวอนที่ชามาลคาดไว้แล้ว "พวกเราอยากจะช่วยโกคุเทระคุง"


...ในเมื่อเขาอุตส่าห์หลุดปากไปซะขนาดนั้น ก็คงต้องบอกกันตามตรงแล้วล่ะว่าเรื่องมันเป็นมายังไง

"ฉันจำรายละเอียดนั่นไม่ได้หรอกนะ!" ชามาลตอบ แต่ก่อนที่ยามาโมโตะกับสึนะจะเข้าใจผิดไปมากกว่า เขาจึงเดินไปแกะกระดุมที่คอเสื้อของโกคุเทระออก และสิ่งที่ทุกๆคนเห็นมันดูร้ายแรง... แม้แต่ตัวชามาลที่เคยเห็นมาแล้วก็ยังต้องอึ้ง!

ต้นคอสีขาวนั่น... ดูเหมือนจะถูกย้อมจนเป็นสีแดงด้วยแผลเหวอะหวะเสียมากกว่าแผลถลอกธรรมดาๆ อีกทั้งรอยช้ำที่อาจเกิดจากการบีบรัดและขีดข่วน แค่ดูก็ยังรู้สึกเจ็บแทน แล้วนับประสาอะไรกับเจ้าของรอยแผลพวกนี้!

มันดูน่ากลัวสุดๆไปเลย!

แผลนั่นดูลึกมากเสียจนจะปลิดชีพโกคุเทระได้แล้ว!

"ค... ใครกันที่ทำแบบนี้!" ยามาโมโตะกล่าวขึ้นอย่างอดไม่ได้ คราวก่อนก็ทีหนึ่งแล้วที่โกคุเทระถูกเด็กโกคุโย(จิคุสะ)เล่นงาน คราวนี้ใครอีกล่ะที่จ้องเล่นงานพวกเขา!
"หมอนั่นไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้..." ชามาลว่าพลางหันมาสบตากับใบ
หน้าที่ซีดเผือดทั้งสอง "หมอนั่นเล่าให้ฟัง 'ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากหลับตาลงให้เห็นความฝันแปลกๆแบบนี้' "

ไม่ต้องกล่าวต่อก็พอจะเดาความได้ สึนะทำสีหน้าปั้นยากในขณะที่สายตาของยามาโมโตะดูจะไม่เชื่อความ... แต่มันก็ต้องเชื่อในเมื่อไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้... ที่โกคุเทระเป็นอย่างนี้ก็ต้องเชื่อกันหน่อยแล้ว!

"อ๊าาาา!!"

และในขณะที่ยามาโมโตะกำลังรวบรวมสติถามคำถามต่อไป จู่ๆคนทั้งห้องก็สะดุ้งโหยงด้วยเสียงร้องครางของคนบนเตียง โกคุเทระที่คาดว่ายังอยู่ในห้วงแห่งความฝันกำลังพยายามดีดตัวขึ้น มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาเหนือศีรษะเหมือนกำลังต่อสู้กับสิ่งที่พวกเขามองไม่เห็น ส่วนอีกข้างก็ดูเกร็งจนน่าหวาดกลัว ใบหน้านั้นซีดเผือดเหมือนกับเลือดเนื้อถูกสูบหายไป... หายไป... แต่ที่ลำคอกลับตรงกันข้าม เพราะมันมีรอยแดงช้ำเพิ่มขึ้นเหมือนถูกบีบบี้ ยิ่งไปกว่านั้นเลือดยังซึมออกมาเรื่อยๆตามปากแผล จนดูเหมือนมันทลักและล้นเอ่ออกมามากกว่า!

ด้วยความตกใจและประหวั่นพรั่นพรึง ผู้เป็นเพื่อนและหมอได้แต่นิ่งอึ้ง... มันไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว!

เสียงครางค่อยๆแผ่วลงๆราวกับจะหมดลม ยามาโมโตะที่ตั้งสติได้ก็รีบวิ่งเข้าไปคว้าแขนของเพื่อนซี้อย่างเป็นห่วง "ตื่น!! ตื่นเดี๋ยวนี้ โกคุเทระ!!"

ถึงจะรู้สึกว่าร่างนั้นดิ้นพร่านและขัดขืนเขาอย่างไม่มีสติ แต่เปลือกตาซีดนั้นก็ปรือให้เห็นดวงตาคู่สีเขียวขุ่น -- มันโฟกัสมายังคนตรงหน้าที่เขาพยายามต่อต้านมาจนถึงวินาทีนี้... ใบหน้านั้นไม่ได้ปรากฏรอยยิ้มน่าขยะแขยงที่เขารังเกียจ แต่กลับเป็นสายตาคู่สีน้ำตาลที่ชาชิน... สายตาคู่ที่ห่วงใยคู่นั้น

"ย.. ยามาโมโตะ!" คำแรกที่หลุดออกมาหลังจากได้สติ ยามาโมโตะถอนหายใจและระบายรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะปล่อยแขนของเพื่อนให้วางลงในทางเดิม

โกคุเทระที่ได้สติกรอกสายตามองไปทั่วทั้งห้อง แล้วก็ยันกายลุกขึ้นรวดเมื่อเห็นใบหน้าของท่านที่เคารพ

"รุ่นที่ 10!" ปากก็พูดและใบหน้าก็เป็นสีแดงเรื่อด้วยความยินดี

สึนะยิ้มอย่างดีใจก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆคนป่วยบนเตียง "เฮ้อ โล่งอกไปที... ที่โกคุเทระคุงไม่เป็นอะไร"

รุ่นที่ 10 ห่วงเรา!

นี่เราทำให้รุ่นที่ 10 เป็นห่วงเรอะ!!


จากสีหน้ายินดีก็กลับกลายเป็นซีดเซียวดังเดิม... สีหน้านั้นเต็มไปด้วยความผิด... รู้สึกผิดหวัง ผิดหวังในตัวเองที่ต้องได้รับการปกป้อง และความห่วงใยจากว่าที่หัวหน้าวองโกเล่... ทั้งๆที่ ว่าที่มือขวาอย่างเขาควรจะเป็นฝ่ายปกป้องหัวหน้าเสียมากกว่าไม่ใช่หรือ?

เหมือนว่าสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของโกคุเทระได้ สึนะก็ปั้นสีหน้าไม่ถูกว่าจะทำอย่างไร คิด.. ต้องคิดหาคำพูดที่จะทำให้คนตรงหน้ารู้สึกดี

"นายพักก่อนดีกว่านะ" ยามาโมโตะพูดตัดบททั้งสอง ก่อนจะใช้มือผลักโกคุเทระให้หงายไปกับเตียงดังเดิมอย่างเบามือ แม้ว่าร่างนั้นจะไม่ยินยอม แต่เมื่อเห็นสายตาเป็นห่วงของรุ่นที่สิบ เขาก็ต้องยอมนอนลงแต่โดยดี "เอาเป็นว่าพวกเราจะไม่กวนเวลานอนของนาย... ถ้า... ถ้า... เอ่อ ถ้าไม่อยากเล่าอะไรก็ยังไม่ต้องบอกก็ได้นะ... นะ?"

ใช่สิ... นายคงไม่อยากเล่าให้สึนะเป็นห่วง

แต่คนที่ห่วงนาย เพราะนายไม่เล่าให้ฟังนั่นแหละ คือฉัน!


ยามาโมโตะที่มักจะยิ้มแย้มอย่างสดใส บัดนี้รอยยิ้มนั้นดูจะเจื่อนจางเหมือนกับถูกบังคับให้ยิ้ม

พอรู้สึกตัวว่ากำลังเผลอทำหน้าที่คนอื่นเห็นแล้วต้องไม่สบายใจแน่ๆ ก็อยากจะต่อย อยากจะชกหน้าตัวเอง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาหรือเปล่า... ทำไมต้องรู้สึกแบบนี้ด้วยนะ ทาเคชิ เขาคิดในใจอย่างเจ็บปวด แค่เป็นห่วงเพื่อน... เพื่อนที่ไม่อยากให้ได้รับบาดเจ็บอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว...

"งั้นเรา... ลาละนะ!" ยามาโมโตะกล่าวพลางโบกมือขึ้นหยอยๆ ก่อนจะรีบรุดจับแขนสึนะให้เดินออกมา อันที่จริงจะดูว่าเป็นฉุดกระชากให้ออกไปจากห้องซะมากกว่า!

สายตาคู่สีเขียวนั้นมองตามไปยังเพื่อนทั้งสองที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากห้อง พลันนั้นเองที่เขาได้คำตอบว่า เขาควรทำอย่างไร!


"ร.. รอเดี๋ยว!"






"ว้าย... เด็กคนนั้น หล่อจังเลยเนอะเธอ"
"ใช่ๆ ยิ่งเป็นเด็กนอกด้วยนะเนี่ย"
"ฉันว่าโกคุเทระคุงหล่อกว่า!"
"แต่ผมทองๆนั่นก็เท่ห์ไม่เบาเลยนะ!"
"อะไรกันยะ! พวกเธอนี่! เมื่อเช้าก็กรี๊ดโกคุเทระคุงกันจะตาย ตกเย็นก็กรี๊ดคนใหม่ซะแล้ว!"
"โอ๊ย แหม! ก็คนหล่อๆน่ะเป็นศิลปะที่ต้องชื่นชมนะยะ!"
"รสนิยมชื่นชมเด็กนอกนี่สมเป็นเธอเลยจริงๆ!"


เสียงเจี๊ยวจ๊าวของกลุ่มเด็กผู้หญิงดังมาแต่ไกลก่อนจะถึงประตูโรงเรียน น่ารำคาญเสียงกรี๊ดกร๊าดนี้ โดยเฉพาะที่เสียงเหล่านั้นกำลังเอ่ยนามของเขาพร่ำเพรื่อ -- โกคุเทระ ฮายาโตะที่เดินออกมาสู่สนามฟุตบอลหน้าอคารเรียนกำลังส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างไม่พอใจ

เขาไม่ใช่คนที่ห่วงในเรื่องของภาพลักษณ์ จะสูบบุหรี่ จะโดดเรียน จะเกเร จะทำอะไรก็ได้ ไม่เห็นอยากจะเป็นที่รักของใคร!

ซึ่งถ้าเป็นปกติ... เวลาไม่พอใจใครก็จะเข้าไปหาเรื่อง และเคลียร์มันด้วยไดนาไมต์ตามแบบฉบับ

แต่เฉพาะวันนี้เท่านั้นแหละ! ที่เขาไม่ทำ

เนื่องจากตัวเขายังมีพิษไข้ ปวดหัว เพลีย และอยากนอนพัก... เสียมากกว่าทำตัวไร้สาระตามพวกผู้หญิงเหล่านั้น!







"ชิชิชิชิชิ~"



To be continue -> วันหนึ่งในรอบ 1 อาทิตย์



เอ่อ ค่ะ คือ - - เบลที่เราแต่งอ้ะค่ะ นิสัยดูโหดมากไป หรือน้อยไปจากเนื้อเรื่องจิงๆหรือเป่าคะ?

ถ้าไงจะลดๆให้ หรือเพิ่มให้ได้นะคะ!

แล้วก็ตัวอักษร อ่านกันได้หรือเปล่าคะ (คือเรารู้สึกว่ามันเล็กมากๆๆๆ)

ส่วนฉาก.... เอ่อ ฉันไม่สามารถนะคะ TwT แต่จะพิจารณาอีกรอบค่ะ!



เอ่อ มีปัญหาขัดข้องอย่างแรงแล้วละคะ

คือว่าตอนที่ 2 นี่มันยาวไม่เท่าตอนที่ 3 แต่ยังต้องแยกเป็น 2 part โฮฮฮฮฮ

ตอนที่ 3 คงไม่ตอ้งแยก 3 part นา... ฮือๆๆ

คิดว่ารีนน่าจะตัดบางส่วนของตอนที่ 3 ไปโปะ 4 โปะ 5 โปะ 6 ไปเรื่อยๆดีมั้ยคะ

ช่วยๆกันออกความเห็นนะคะ เด๋วพรุ่งนี้เอาตอน 3 มาลงได้เลย


พอดีว่าแต่งเพลินไปหน่อยด้วยแหละค่ะ ฮือๆๆ TwT มันเลยยาวย้วยขนาดนี้

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 26 Oct 2007, 23:29 
User avatar
Joined: 24 Sep 2007, 07:34
Posts: 2155
Location: ทุกแห่งหนในความฝันนี้
อ่า มาต่อยาวได้ใจ

ชอบค่า ><b

จะรอติดตามตอนต่อไป

_________________
ImageImageImageImageImage


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 27 Oct 2007, 03:53 
User avatar
Joined: 08 Oct 2007, 21:14
Posts: 798
เอ้า~~ อ่านแล้วเจ้าชายไม่โหดไปหรอกค่ะ นี่แหละน่าจะเป็นนิสัยดั้งเดิมของเฮียแกเลย (ที่คอมมิคอาจารย์อามาโนะแกลดเรทลงมามากกว่า อิอิ) อ่านแล้วเจ้าชายได้ใจมั่ก! >_<

แต่อ่านไปอ่านมา...เอาล่ะสิ...อย่าบอกนะว่าจะเป็น รัก สาม เส้า !? ม่ายยย...ยยย... นี่ยามาโมโตะจะต้องตบตีกะเจ้าชายแห่งอาณาจักร S อย่างไอ้เบล เพื่อแย่งโกคุเดระเนี่ยนะ !? (ขออภัยแฟนๆเจ้าชาย อิอิ) โอย...ศึกชิงบอมบ์(สโมกกิ้งบอมบ์) ระหว่างมิสเตอร์สุภาพบุรุษกะราชันย์แห่งความซาดิสม์...เหอะๆ นึกภาพไม่ออกนิ :lol:

แล้วตอนที่ 3 อ่ะค่ะ อัพแยกเป็นคคห.แบบนี้แหละคร่า ไม่ต้องไปตั้งตอนใหม่หรอก(ความจริงแล้วกลัวอัพไม่พร้อมกันอ่ะ อิอิ) อัพต่อๆกันไปนี่แหละ เวิร์คๆ ยังไงก็ตามอ่านอยู่แล้น~~

รอตอนต่อไปจร้าา~~ :D

_________________
Image

=THE PRINCE OF ABE TENNIS=
[แม้กระทั่งเรียวมะยังต้องหลบ!!!!]


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 27 Oct 2007, 10:23 
User avatar
Joined: 24 Sep 2007, 16:48
Posts: 281
Location: ชินเซนงุมิ
อ่า... มารอตอนต่อไปด้วยคนค่ะ

ถึงจะอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง (เพราะดิฉันเป็นมนุษย์รวมเล่ม = =") แต่ก็สนุกได้ใจค่ะ >w<

ชอบให้โกคุเดระคุงเจ็บปวดทรมาน สะใจ!! เคี้ยกๆๆๆๆ (โรคจิตละฉัน)

มาต่อเร็วๆน๊าๆๆๆๆ

_________________
+++++++++++++++++++++++++++
Image

Fallin
g Down From Heavens....


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 27 Oct 2007, 10:29 
Rank: CG&Fiction Staff
Rank: CG&Fiction Staff
Joined: 30 Sep 2007, 16:47
Posts: 1206
Location: Reborntfc
สุดยอดเลยครับ ช่างน่า ช่างสะใจจริงๆเลย เอามาลงอีกนะครับ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 27 Oct 2007, 13:20 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
อะหะหะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ รีนก็ว่าน่าจาโพสต่อๆไปเนอะ!

จะแบ่งเป็น part นะคะ part ละเท่าๆกัน

แล้วก็ขอแก้ขนาดตัวอักษรนิสนึงนะคะ พอดีรีนตาไม่ค่อยดี ก๊ากๆ


จากที่คิดว่าจะอัพตอนดึกก็... อืม อย่าเลยค่ะ ฟิดตอนนี้โหดๆ (ละมั้ง) เลยคิดว่า... ถ้าอัพดึกเด๋วจะไปสยองกัน

เริ่มกันเล้ย~*


[Fic] Katakyo Hitman REBORN! : SM INSTINCT
Pairing : Belphegor , Gokudera Hayato
By : Sir Neer


3~* วันหนึ่งในรอบ 1 อาทิตย์ (ชื่อห่วยอีกแล้ว)



เบาฉิว...
ปลอดโปร่ง...
โล่งใจ...
สบายใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้...
เหมือนกับฝันดีครั้งหนึ่งในรอบอาทิตย์นี้......



จนกระทั่งเมื่อ 3 วินาทีก่อน


ดวงตาคู่สีเขียวขุ่นกรอกไปยังหน้าประตูโรงเรียนราวกับถูกดึงดูด เสียงหัวเราะที่เขาได้ยินอยู่ไกลๆ... เสียงหัวเราะที่น่ารังเกียจนั่น... พลันนั้นเองที่เหมือนกับสายตาของเขาได้จมดิ่งไปกับดวงตาที่อยู่ใต้ปอยผมสีทองสุกปลั่ง...

ให้ตายเถอะ! นี่ฉันตื่นอยู่ไม่ใช่หรือไง?



"สโมกกิ้งบอมบ์บอย... โกคุเทระ ฮายาโตะ"



ชั่ววินาทีที่ราวกับตาฝาด เขาเห็นเงาสีทองสว่างวับอยู่ครู่หนึ่ง มันเป็นครู่เดียวเท่านั้นที่เขามั่นใจว่ามันเป็นเรื่องจริง... และต่อให้เป็นความฝัน มันก็ต้องไล่ตามกันหน่อยแล้วละงานนี้...

โกคุเทระวิ่งรวดไปข้างหน้าโดยไม่สนใจทีท่าหลบหนีของคนอื่น เขารู้เพียงอย่างเดียวว่าเงาเมื่อครู่พุ่งไปข้างหน้า และต้องตามเงานั้นไป ก็เท่านั้น!

บ้าเอ๊ย! นี่แกวิ่งตามอะไรอยู่นะฮายาโตะ!

เจ้านั้นไม่มีทางมาที่ญี่ปุ่นได้แน่!


แต่ถึงจะรู้ดีอย่างนั้น เขาก็ยังคงวิ่งไป แม้จะนึกค้านอยู่ในใจเป็นร้อยๆพันๆข้อ แต่เท้าของเขาไม่ได้หยุดวิ่ง กลับเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมราวกับถูกมนต์สกดให้ตามไปอย่างไรอย่างนั้น

ไม่รู้ว่าวิ่งมาข้างหน้าเนิ่นนานเท่าไร รู้สึกว่าวิ่งผ่านย่านการค้า สนามเด็กเล่น สวนสาธารณะและถัดไปคงเป็นซอยชุมชน -- อะไรกันนะที่ทำให้เขาวิ่งไปข้างหน้าแม้ว่าจะมีซอยเล็กซอยน้อยวกวนคดเคี้ยวเต็มไปหมด

ความรู้สึกมันพาไป... เขาบอกได้เพียงแค่นี้ จนกระทั่งต้องจำใจชะลอฝีเท้าและหยุดลง

เบื้องหน้าของเขาเป็นเขตก่อสร้างที่แขวนป้ายตัวเบ้อเร่อว่า "ห้ามเข้า" แถมยังมีแนวรั้วกั้นอีกต่างหาก

บ้าโว้ย! นี่แกวิ่งมาถึงไหนกันนะ! โกคุเทระคิดอย่างหัวเสีย เมื่อจู่ๆความรู้สึกทั้งหมดก็ดับลงดื้อๆ นี่เขาวิ่ง... วิ่งอยู่ในภาพลวงตาของใครหรือเปล่า...? บ้าน่า! เจ้าโรคุโด มุคุโร่ก็ไม่อยู่ซักหน่อย...

พลันนั้นเองที่เขานึกขึ้นได้...

ไม่รู้ว่าเมื่อไรกันที่เริ่มวิ่ง แต่รู้สึกปวดขาขึ้นมาตะหงิดๆ คงเป็นเพราะหมดหวังที่จะได้เจอ -- สิ่งที่ไม่รู้ว่าคืออะไรแต่ก็ยังพยายามค้นหา -- เลยเจ็บขาขึ้นมากระมัง

แถมซ้ำอาการปวดหัวก็ยังรุมอัดแน่นเข้ามาเหมือนจะบีบบี้ให้สมองของเขาเละจากภายใน -- นี่เขาวิ่งเพลินถึงขนาดลืมสังขารของตัวเองเชียวหรือนี่? -- พอรู้สึกถึงสังขารที่ไม่เที่ยง ข้อพับของเขาจึงไม่สามารถรับน้ำหนักได้อีกต่อไป ร่างของเขาทรุดฮวบ พลางหอบหายใจสูดเอาก๊าซออกซิเจนเข้าไปในปอด...

เหนื่อยเป็นบ้าเลย

การวิ่งไปโดยไม่มีจุดหมายนี่มันเหนื่อนขนาดนี้เลยเหรอ?


เป็นเวลาเนิ่นนานที่เขานั่งอยุ่ที่เดิม -- ที่ไหนเขาก็ไม่รู้ -- นึกโทษตัวเองที่ปฏิเสธความหวังดีของสึนะและยามาโมโตะ -- สองคนนั้นพยายามชวนเขากลับบ้าน แต่ตัวเขายังมีเรื่องที่ต้องเคลียร์กับชามาล -- แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องที่ชามาลกุขึ้นเพื่อให้เขาอดหลับอดนอน 3 วัน!!

นึกแล้วก็อดขำไม่ได้ น่าสมเพชจริงๆที่คิดว่าตัวเองเก่ง แน่แล้วหรือไงที่ได้วิ่งมาทั้งๆแบบนี้ ทั้งๆที่ไม่ได้เห็นรอยยิ้มนั่นเลยซักแอะ


ตุบ ตุบ!


เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งเดินเข้ามา โกคุเทระยันร่างที่ร้าวไปทั้งตัวขึ้น มือทั้งสองล้วงกระเป๋าโดยอัตดนมัติ มีใครกำลังมา!

ร่างบอบบางของเด็กสาวคนหนึ่งวิ่งมาตรงหน้า เรือนผมสีดำยาวที่รวบเป็นหางม้า ดวงหน้าสดใสน่ารักนั้น -- โกคุเทระหน้าเจื่อนไป ก่อนจะจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบอย่างใจเย็น นี่กับแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเขาถึงกับตกใจขนาดนี้เชียว?

"คุณโกคุเทระจริงๆด้วย!" เสียงแหลมสดใสของหล่อนดังมา ก่อนที่โกคุเทระจะหันกลับไปตามเสียงทักอย่างอารมณ์เสีย

"เธอเองเรอะ" โกคุเทระว่าพลางใช้นิ้วคีบบุหรี่ออกจากปาก ก่อนจะพ่นควันสีเทาออกมา เพราะไม่นึกว่าการมาของมิอุระ ฮารุจะทำให้เขาหัวเสียเช่นนี้... นั่นสิ? หัวเสียทำไมน่ะ หล่อนยังไม่ได้ทำอะไรให้เลยนี่!

ฮารุมีทีท่าไม่สบอารมณ์อยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นทีท่าของฝ่ายชายที่มองตัวเองอย่างเซ็งๆ อันที่จริงสึนะโยชิวีรบุรุษของเธอก้ไม่ได้อยู่ ทำไมต้องทำตัวสุภาพต่อหน้าผู้ชายหัวเงินคนนี้ด้วยนะ?

"คุณมาทำอะไรที่นี่กันคะ นี่ก็จะมืดแล้วนะ!" ฮารุถามขึ้น ทั้งๆที่ยังคงวิ่งอยู่

"ชั้นมาหาของ" โกคุเทระพูดปด และรู้สึกปวดมวนในท้องขึ้นมาทันที "แล้วเธอล่ะ เป็นผู้หญิงแท้ๆเข้ามาที่นี่ทำไม"

ไม่ทราบว่าฮารุคิดไปเองหรือเปล่า แต่ทำไมวันนี้โกคุเทระถึงได้ดูเป็นห่วงเธอขึ้นมา พอรู้ตัวก็เผลอยิ้มหวานออกไปซะแล้ว...

รู้สึกแปลกๆ โกคุเทระคิดในใจ ในขณะที่ความรู้สึกปวดมวนในท้องเพิ่มมากขึ้น ราวกับเป็นลางสังหรณ์...

"ฉันเพิ่งกลับจากร้านเค้กที่สถานี" ฮารุว่าพลางโชถุงกระดาษใบใหญ่ในมือของเธอให้เขาดู ก่อนจะค่อยๆชะลอฝีเท้า "ฉันจะไปบ้านคุณสึนะ"

ถ้าเป็นเวลาปกติเขาจะสวนเธอว่า "ไม่ได้ถามสักหน่อย"

แต่วันนี้มีอะไรที่ต่างออกไป...

ชั่วเวลานั้นเองที่เขารู้สึกเหมือนมีอะไรพุ่งตามทางที่ฮารุวิ่งมา

"พอดีเจอคุณก่อนเลยว่าจะชวน..."

"ยัยบ้า วิ่งมาทางนี้ทำไม!!" โกคุเทระตะโกน และเป็นฝ่ายวิ่งเข้าไปหาเธอก่อน

"เอ๋?" ฮารุชงักกึก ก่อนจะรับน้ำหนักร่างสูงทั้งหมดอย่างไม่ทันตั้งตัว

โกคุเทระยกแขนข้างหนึ่งขึ้นรวบรอบเอวของฮารุไว้ด้วยเซนส์ที่พุ่งเข้ามาในความคิด ก่อนสันมืออีกข้างจะสับอากาศว่างเปล่า... และความรู้สึกในหย่อมเล็กๆของสันมือที่เขาสัมผัสได้ในอากาศ... สสารที่มีพื้นที่หน้าตัดน้อย แต่ความยาวมาก... มุกเดิมๆที่เขาชาชิน...

"น... นี่มันอะไรกันคะ!" ฮารุกล่าวเสียงดัง พลันใบหน้าก็ขึ้นสีเรื่อๆ โกคุเทระที่ไม่ได้ตอบข้อข้องใจของเธอมองตรงไปข้างหน้าอย่างขึงขัง เธอรู้สึกว่าตัวเองอยู่ผิดสถานการณ์ ก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อเห็นถุงกระดาษที่คว่ำลงกับพื้น ยิ่งไปกว่านั้นคือกล่องเค้กที่ไหลออกมาจากปากถุง "ว้าย! เค้กของคุณสึ..."

"นี่หล่อน! ยังไม่รีบหนีอีกหรือไง!" โกคุเทระหันมาตวาดเสียงลั่น ฮารุสะดุ้งแล้วก็ทำหน้าไม่พอใจ

เป็นอะไรของเค้าเนี่ย! อยู่ๆก็มาตวาดๆ!

"นี่มันหมายความว่าไงกันคะ!" ฮารุว่าพลางชี้ไปที่ถุงกระดาษ ก่อนที่จะตกใจเมื่ออยู่ๆร่างของตัวเองก็ถูกกระแทกจนกระเด็นไปหลายเมตร

โกคุเทระผลักเธอ...

"ไปไกลๆซะ!!" โกคุเทระตวาดด้วยน้ำเสียงที่แทบจะไม่มีให้ตวาด

ไม่ทราบว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่า... ที่ทำไมน้ำเสียงในตอนท้ายนั้นดูจะขาดห้วงเหมือนคนที่จะหมดแรง แต่เธอคงไม่มีเวลามาใส่ใจผู้ชายที่ผลักเธอทิ้งอย่างนี้หรอก แต่ก่อนจะวิ่งหนีไปตามคำสั่งของโกคุเทระ เธอก็ได้ยินเสียงนุ่มๆของใครสักคนดังขึ้นมา

"ดูเป็นสุภาพบุรุษกว่าที่คิดซะอีกนะ ชิชิชิชิ~"

หล่อนหยุดชงักด้วยความประหลาดใจในเสียงหัวเราะประหลาดที่ราวกับจะเจาะกระดูกของเธอ... คิดจะหันหลังกลับไปมองว่าเกิดอะไรขึ้น

"อย่าหันมานะ! รีบ... รีบไปซะ! อ้ะ...!!!"

_________________
Image
Image


Last edited by askrepios on 27 Oct 2007, 13:46, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 27 Oct 2007, 13:27 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
เอามา ต่อๆกันเลย เหอๆ



"คุณสึน้า~"

เสียงหวานสดใสของฮารุร้องมาแต่ไกล ทำเอาสึนะที่อยู่ในห้องสะดุ้งโหยงยกใหญ่ ยามาโมโตะที่ฟุบหน้าลงบนกองการบ้านน่าปวดหัวก็ยิ้มแป้นพลางหยอกล้อสิ่งที่สึนะไม่อยากได้ยินมากที่สุด "สาวเจ้าเค้ามาแล้วแหนะ เนื้อหอมจริงๆนะนายนี่!"

"ม...ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อยนะ ยามาโมโตะ" สีหน้าของสึนะดูจะเจื่อนสนิทไม่รับมุข ขณะที่ประตูห้องเปิดออกให้เห็นร่างบางของสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม

ดูวันนี้เธอจะมอมแมมกว่าปกติ

"ม... มีอะไร" สึนะที่วางมือจากการปั่นการบ้านหันมาถามเชิงทักทาย ก่อนจะต้องหงายหลังผึ่งเมื่อหล่อนโผเข้ามากอดอย่างเต็มรัก

ยามาโมโตะหัวเราะ และมองอากัปกิริยาเหล่านั้นอย่างเคยชิน

"เย้ย! มากอดชั้นทำม๊าย~" สึนะร้องประท้วงขณะที่พยายามแกะร่างของหล่อนออกจากตัว

"ฮือๆๆ เมื่อกี้ฉันถูกโกคุเทระคุงกับใครก็ไม่รู้รังแกน่ะค่ะ โฮๆๆ มอมแมมทั้งตัวเลย!"

เมื่อได้ยินถึงชื่อของเพื่อนซี้ก็นึกขัน นี่โดนโกคุเทระไล่กวดมาหรือไงจึงมาบ้านเขา...

มันก็เป็นเรื่องธรรมดาน่าชินหูอยู่หรอกที่โกคุเทระจะเอาไดนาไมต์ไล่ฮารุ ทั้งสองคนมักมีเรื่องไม่ลงลอยกันเสมอๆ สุดท้ายฮารุก็ต้องพ่ายแพ้ให้แก่โกคุเทระ แต่โกคุเทระก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับเบียงกี้อยู่เสมอไปเช่นกัน!

แต่มันก็น่าเอะใจนะ... ในเมื่อโกคุเทระไม่สบายออกอย่างนั้น

ระหว่างที่ฮารุยังคงร้องไห้โวยวาย พูดว่าโกคุเทระอย่างนั้นอย่างนี้อยู่กับรีบอร์น -- ตัวป่วน -- จู่ๆยามาโมโตะก็สะกิดไหล่ของสึนะ

ใบหน้าของยามาโมโตะฟ้องความคิดเรื่องโกคุเทระในรูปแบบเดียวกันกับที่สึนะคิด...

"ฮารุ! เธอเห็นโกคุเทระคุงอยู่กับใครกัน" ในที่สุดสึนะก็ถามขึ้น

"ก็... ก็... เอ๊ะ?" ฮารุที่พยายามจะตอบหลังจากสะอื้นยกใหญ่ จู่ๆใบหน้าของเธอก้ถอดสีไปซะอย่างนั้น

"เป็นอะไรไปฮารุ!" สึนะถามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง ...ห่วงว่าหล่อนจะคิดอะไรแผลงๆน่ะสิ

"ฮ..ฮารุจำไม่ได้" ฮารุตอบเสียงเครือ มือทั้งสองยกขึ้นมากุมขมับ และคิดอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่เมื่อครู่เธอเตรียมประโยคเด็ดๆไว้ให้ว่าที่สามี(?)ของเธอไว้แล้วเชียวนะ! "เอ๋? อะไรกันเนี่ย เป็นไปได้ยังไง?"

สึนะถอนหายใจยาวๆ กะแล้วว่าต้องมามุขนี้!

"แล้วเธอจำได้หรือเปล่าว่าเขาอยู่ที่ไหนน่ะ" ยามาโมโตะถามแทน ด้วยสัญชาตญาณที่บ่งบอกถึงสถานกาณ์ที่เลวร้ายสุดๆ

"ฉ.. ฉันจำไม่ได้เลย"

"หา!" ทั้งสึนะและยามาโมโตะร้องขึ้นพร้อมกัน ฮารุรู้สึกว่าตัวเองผิดขึ้นมาเต็มประดา

มันน่าผิดปกติ ที่คนถูกรังแกจะลืมถึงขนาดนี้...

รู้สึกไม่ดีเลย...

"ฮายาโตะอยู่ที่ลานก่อสร้างศูนย์การค้าใหม่น่ะ"

เสียงหวานสไตล์สยองดังขึ้นที่หน้าประตู ไม่ต้องหันไปก็รู้ว่าบรรยากาศน่าขนลุกนี้ใครเป็นคนสร้าง ...เบียงกี้ในชุดผ้ากันเปื้อนพร้อมสรรพ และมือที่ถือถาดอาหาร -- Poison Cooking -- พร้อมเสิร์ฟ... แล้วสีหน้าเอาจริงเอาจังนั่นมันอะไรก๊าน!!!

"เบียงกี้!! / คุณเบียงกี้!!" ทั้งสึนะ ยามาโมโตะและฮารุประสานเสียงพร้อมกัน นึกประหลาดใจในญาณหยั่งรู้ของหล่อนจนน่าขนลุก

"ถ้าจะตามหาก็รีบๆไปหาสิ" เบียงกี้ว่าพลางวางถาดอาหารสีสันน่า... น่ากลัวลงบนโต๊ะ

"ว่าแต่เธอรู้ได้ยังไงกัน!" สึนะถาม ขณะที่ถอยกรูด นึกขยะแขยงอาหารพิษนั่นเต็มที

เบียงกี้ส่งสายตาคู่สีเขียวสวยที่เหมือนกับโกคุเทระมาทางเขา... ประกายตาแปลกๆและเรียวปากสีชมพูอิ่มที่ยิ้มท่าทางสยอง.....

ต้องเป็นวิธีหยั่งรู้ที่สุดๆไปเลย!! สึนะและยามาโมโตะคาดคิดในใจ






ร่างของโกคุเทระทรุดฮวบลงอีกครั้ง ราวกับถูกโจมตีจากด้านบน แต่เปล่าเลย... ตัวของเขาไม่มีแผลซักที่ -- โกคุเทระยกมือขึ้นกุมหน้าท้องที่ปวดร้าว มาปวดอะไรเอาตอนนี้ฟะ!

ในขณะเดียวกันที่เขามั่นใจว่ามีอะไรเคลื่อนไหวในความดำมือของลานก่อสร้าง กลิ่นหอมจางๆ... ที่เขาคุ้นจมูก -- กลิ่นที่เขาได้สัมผัสอยุ่ทุกคืนในความฝัน...

แต่เขาแน่ใจแล้วว่าตนไม่ได้ฝันอีกต่อไป ภาพของชายผมสีทองชาวอิตาลีตรงหน้าเป็นเครื่องยืนยันกับเขาว่าเขากำลังเผชิญอยู่กับความจริงทุกประการ -- เบลเฟกอน-- อาคันตุกะผู้มาเยือนจากดินแดนซีกโลกตะวันตก... ผู้ที่เขารู้จักดีในการแข่งศึกชิงแหวนผู้พิทักษ์แห่งวองโกเล่...

แม้จะมองไม่เห็นดวงตาคู่ที่อยู่ใต้ปอยผมสีทองสว่างนั้น แต่เขาก็แน่ใจว่าเขากำลังถูกเพ่งพินิจอย่างดูแคลน แต่ไม่ทราบว่าเมื่อไรกันที่มือของเขากำหมัดอย่างกดดันขึ้นมา ก่อนที่เขาจะฝืนอาการปวดท้องแล้วลุกขึ้นยืนเตรียมตัวสู้เต็มที่

"ไม่ได้เจอกันนานนี่ เป็นไงบ้างหรอ เจ้าชายคิดถึงจริงๆ" หนุ่มน้อยผู้มีมงกุฏบ่งบอกยศประจำต่ำแหน่งทักขึ้นเสียงใสราวกับเป็นเรื่องปกติ รอยยิ้มกว้างโชเขี้ยววาววับอย่างอารมณ์ดี ...เสียงนั้นแหละ รอยยิ้มนั้นแหละ ที่เขารู้สึกสอิดสเอียนที่ได้ยิน ได้เห็นมัน เสียงที่ทำให้เขาอยากจะเอามือที่กำหมัดอยู่ไปบีบคอมันให้รู้แล้วรู้รอดไป!

และถือเป็นการล้างแค้นที่มันทำกับเขาในความฝันซะด้วย!

ไม่มีคำตอบจากหนุ่มผมสีเงิน... โกคุเทระจับจ้องและสำรวจไปทั่วร่างของชายตรงหน้า หมอนั่นดูสมบูรณ์ดี อีกทั้งรอยแผลที่มันน่าจะได้รับในศึกเมื่อไม่กี่วันก่อนก็หายเป็นปลิดทิ้งจนมองไม่เห็น... ผิดกับเขาที่แผลบนใบหน้ายังคงปรากฏให้เห็นอยู่ลางๆ แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือแผลที่คอ!!

กำลังรู้สึกหมั่นไส้อยู่พอดี...

อยากจัดการความแค้นนี้ให้หมดๆไป!


"มีธุระอะไร" ในที่สุดโกคุเทระก็กล่าวขึ้น

"พูดเหมือนไม่อยากให้เจ้าชายมาเลยนะ?" เบลกล่าว... โกคุเทระรู้สึกร้อนวูบวาบที่แผลบริเวณต้นคอ... เขาแน่ใจว่าเบลกำลังมองเข้ามาในนั้นอยู่ ก่อนใบหน้าของมันจะยิ้มเยาะอย่างน่าประหลาด "เจ้าชายอุตส่าห์เป็นห่วง กลัวว่าแกจะตายในความฝันก็เท่านั้นเอง!"

มันรู้ว่าเราฝัน!?!

โกคุเทระแสดสีหน้าประหลาดใจอย่างชัดเจน ยิ่งเพิ่มความกว้างของรอยยิ้มให้เบล "ทำหน้าอย่างนั้นคงยังไม่รู้อะไรเลยสินะ!"

เขารู้สึกว่าฟันในปากของเขาขบกันแน่นโดยอัตโนมัติอย่างเจ็บใจ พอจะรู้สาเหตุของสายตา -- ที่เขามองไม่เห็น -- ที่(คาดว่า)มองมายังเขาอย่างดูแคลนของเบล ที่แท้แล้ว... เจ้านี่เองหรอกหรือที่ทำให้เขาฝันอย่างนั้น

แต่.. มันจะเป็นไปได้ยังไง!

"พ.. พูดอะไรของแก" โกคุเทระกล่าวหนักแน่น แม้ว่าจะฟังดูสั่นๆอยู่บ้าง

"อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ นายคงจะฝันหวานทุกคืนเลยใช่ม้า~" เบลกล่าวพลางยิ้มกว้างตามสไตล์ "แหงอยุ่แล้ว ก็ฝันถึงเจ้าชายนี่นา!"

"แกรู้ได้ยังไง!" เป็นคำพูดที่เกลียดที่สุดที่จะพูด แต่ในเทื่อมันหลุดออกจากปากของเขาแล้ว... เขาไม่สามารถจะแก้มันได้ -- โกคุเทระรู้สึกโกรธตัวเองที่แสดงความโง่เขลาปานนี้ออกมา

"ชิชิชิชิ~" เจ้าชายน้อยหัวเราะเยาะดูท่าทางสนุกมรท่าทางของคนตรงหน้า "จะบอกให้เอาบุญเลยนะ ว่าความฝันทั้งหมดเป็นเวทมนต์"

เวทย์มนต์?? โกคุเทระทวนคำในใจ

"เจ้าชายเองก็เพิ่งรู้เรื่องนี้นะเนี่ย!" เบลกล่าวพลางยกมือขึ้นมาลูบเส้นผมสีทองเงาของตัวเองเล่น "มาร์ม่อนเป็นคนลงเวทย์มนต์ไว้กับนายหลังศึกชิงแหวนของเราน่ะ! แต่มันจะไม่ได้ผลเลยหากว่านายไม่มีอะไรติดค้าง"

โกคุเทระกำมือแน่นเข้าไปอีกจนเลือดหยดเป็นสาย... ดูเหมือนเบลจะมองดูอยู่ จู่ๆรอยยิ้มแปลกประหลาดก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าขาวๆนั่นๆ

"แค้นเจ้าชายมากเลยสินะ" เบลกล่าวขึ้นด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ "แต่ไม่ต้องห่วง! แกไม่ได้แค้นเจ้าชายข้างเดียวหรอก! เพราะเจ้าชายก้แค้นแก..."

ก่อนจะจบประโยค โกคุเทระก็เบือนร่างไปทางซ้ายเหมือนรอจังหวะอยู่แล้ว ไดนาไมต์ที่ติดไฟ 2-3 อันพุ่งพรวดออกไปในทิศทางที่เบลเคยยืนอยู่ แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่แล้ว!

"เหมือนกัน!!!" เสียงปิดประโยคดังอยู่ลิบๆ ในขณะที่ความรู้สึกที่มีอะไรเคลื่อนไหวอยุ่ใกล้ๆจากด้านขวา... โกคุเทระก้มลงหลบคมมีดหลายเล่มที่พุ่งมา พลันสายตามองเห็นด้ายเส้นบางเฉียบที่ฝังเข้ามาที่ข้อแขนข้างซ้าย และมองเห็นมีดสามเล่มที่พุ่งมาตามด้ายสายนั้น เขายกสันมือขวาขึ้นตัดสายด้ายบางเบานั้น ก่อนจะรู้สึกได้ถึงความเย็นเยือกของโลหะที่เฉี่ยวผ่านหน้าท้อง ที่มันไปกระตุ้นเอาความปวดท้องที่หายไปหยกๆให้กลับมาอีก...

นี่มันวันบ้าอะไรกัน? ทั้งปวดท้อง ปวดหัว เป็นไข้ อาเจียณ เป็นลม อาการก็ยังไม่สู้ดีก็ยังกระแดะมาในที่ที่อันตราย!

แถมยังต้องเผชิยหน้ากับตัวอันตรายซะด้วย!

"มีช่องโหว่เยอะอย่างนี้ เจ้าชายอดใจไม่ไหวนะ!" เสียงของหมอนั่นดังอยู่เหนือหัว โกคุเทระเพื่องรู้สึกตัวว่าเข่าของเขาแตะพื้นไปแล้ว

โชคยังดีที่คู่ต่อสู้ไม่ใช่คนใช้อาวุธแบบประชิดตัวอย่างฮิบาริ เคียวยะ แต่เขาก็ไม่ได้โชคดีไปสักเท่าไรหรอกที่ต้องคอยหลบของมีคมที่ขว้างลงมาจากข้างบนเป็นระยะๆ

โอ้ย... ปวดท้อง... นี่เรากินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่า...

พักเที่ยงก็ไม่ได้กินข้าว อยู่ที่ห้องพยาบาลก็...

อ๊ะ! หรือว่าน้ำชากับขนมโมจิของเจ้าชามาล!


มานึกเสียใจเอาภายหลังก็คงไม่ทันการอะไรแล้ว ก็ของที่กินเข้าไปแล้วจะเอาออกก็คงมีแต่ต้องถ่ายหรือาเจียณออกเท่านั้น จะให้ล้องคอออกมาเป็นจะเป็นวิธีของพวกที่อยากลดน้ำหนัก -- แบบผิดวิธี -- เค้าทำกัน!!

ถ้ามีเวลาว่างมานั่งคิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง สู้เอาเวลาไปคิดวิธีแก้แค้นหมอนี้ยังดีกว่า!!




"โอ๊ยเหนื่อย...!" สึนะพึมพัมขึ้นขระที่ยังคงเร่งฝีเท้าสุดตัว รู้สึกขายหน้าขึ้นมาตะหงิดๆที่วิ่งแพ้ยายฮารุ

"สึนะ! นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าให้รีบๆ!" เบียงกี้ตวาด ในขณะที่ขาเรียววิ่งรวดเร็ว มือข้างหนึ่งดันแว่นกันลมขึ้นอย่างจริงจัง

ส่วนยามาโมโตะเองก็ส่งรอยยิ้มไปให้สึนะที่เพิ่งถูกเอ็ดอย่างให้กำลังใจ

"เบียงกี้! ทำไมสีหน้าเธอถึงดูเอาจริงอย่างนี้!" สึนะพูดขึ้น รู้สึกคาจนญาณหยั่งรู้ของสาวอิตาเลี่ยนผู้นี้จริงๆจังๆ

"เพราะว่าฉันเห็นควัน Poison Cooking ชนิดที่มีแต่ฮายาโตะเท่านั้นที่กินมัน" เบียงกี้พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นเรื่องธรรมดา แต่คนอื่นเห็นว่ามันผิดปกติน่ะสิที่พี่สาวจะเอายาพิษให้น้องชายกิน!

"ว่าไงนะ!" สึนะและยามาโมโตะร้องพร้อมกัน ไม่อยากนึกภาพโกคุเทระที่นอนจมกองอ้วกให้อนาถ (แต่ก็นึกไปแล้ว)

"ชามาลคงเอา Poison Cooking ให้ฮายาโตะกินสินะ" เบียงกี้วิเคราะห์ ดวงตาคู่สีเขียวใต้แว่นตานักบินดูจริงจัง "หมอนั่นเป็นคนที่มองสถานการณ์ได้อย่างถ่องแท้... ที่เขาเอา Poison Cooking นั่นให้ฮายาโตะกินคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาๆแล้ว!"

"เดี๋ยวก่อน! ทำไม Poison Cooking นั่นไปอยู่กับชามาลได้ล่ะ!" สึนะขัด

"ก็เพราะ...." ดวงตาคู่สีเขียวนั้นหลุบลง ก่อนจะกรอกมาทางสึนะที่อยู่ข้างๆ "เมื่อ 3 วันก่อนเขาเล่าเรื่องแปลกๆให้ฉันฟังน่ะสิ!"


นี่เจ๊รู้เรื่องแต่แรก แต่อมพะนำไว้ใช่มั้ยเนี่ย!!!

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 27 Oct 2007, 13:41 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
Part เกือบสุดแล้วจ้า...



"เป็นอะไรไปล่ะ! หน้าซีดเชียว" เบลร้องทักเหมือนจะเป็นห่วง หากแต่จังหวะการเคลื่อนที่ของมีดที่ขว้างมาจากเจ้าตัวดูจะตรงกันข้ามสิ้นดี

โกคุเทระที่คว้าไดนาไมต์ขึ้นมากำหนึ่ง ไม่ได้สนใจในคำพูดล้อเลียนนั่นเลย ก่อนจะจุดไฟด้วยบุหรี่ที่คาบอยู่ในปาก และขว้างมันไปข้างหน้าเหมือนจะสะเปะสะปะ แต่แล้วปลายข้อของไดนาไมต์ก็มีควันพุ่งกรุ่น ก่อนเจ้าตัวทรงกระบอกจะวิ่งพุ่งไปยังร่างของเบลเฟกอนผู้เป็นเป้าหมาย

"มุขเดิมๆ เจ้าชายเบื่อจัง" เบลว่าพลางตวัดมีดคมหลายสิบเล่ม แรงลมที่แทรกผ่านในอากาศส่งผลให้ไดนาไมตเหล่านั้นดับไฟได้ง่าย!

แต่มีจำนวนไดนาไมต์มากกว่าที่คิด ราวกับมันแยกร่างได้!

เบลพุ่งตัวขึ้นสูงเพื่อหลบเหล่าไดนาไมต์ วินาทีต่อมาที่พื้นใต้แทบเท้าของเขาก็สั่นสะเทือน พร้อมๆกับที่ควันพุ่งพวยเต็มไปหมด!

แต่เขาไม่ได้มีเวลาพอจะชื่นชมความงาม(?)ขอสถานการณ์เหล่านั้น แต่เมื่อไรไม่ทราบกันที่เขารู้สึกเหมือนมีอะไรพุ่งมาขนาบข้าง

ไม่ต้องหันซ้ายขวามองไปให้เสียแรง เบลใช้สองมือคว้ามีดขึ้นสับวัตถุแท่งสีน้ำตาลของไดนาไมต์ที่ขนาบกาย ก่อนจะรู้สึกเหมือนมีวิตถุเล็กจำนวนมากมาชน -- ไดนาไมต์ขนาดจิ๋ว -- เบลตีลังกาท่าสวยลงไปยังพื้น แต่ก็ยังไม่วายถูกควันหลงจากไดนาไมต์เหล่านั้น แม้จะรู้สึกแสบแปล๊บ แต่แผลแค่นี้อย่าทำห้เสียการใหญ่!! -- ในขณะที่ปลายเท้าดิ่งลงสู่พื้น เบลก็หมุนรอบตัวเองด้วยปลายเท้า

ในวินาทีนั้นเองที่โกคุเทระต้องกระโดดถอยหลังเพื่อหนีมีดบินที่พุ่งออกมาจากจุดศูนย์กลางที่ตีเป็นวงกว้าง ก่อนจะรับรู้สึกถึงรอยแยกและของเหลวอุ่นข้นที่เปรอะบริเวณหัวไหล่ข้างซ้าย -- ข้างเดิมกับที่ถูกเล่นงานเมื่อศึกชิงแหวนครั้งที่แล้ว

"ชิ! เล่นเป็นแต่หัวไหล่รึไง!" โกคุเทระสบถ ก่อนจะกระเสือกกระสนกระโดดหลบมีดบินที่ขว้างมาราวกับปืนกล

เจ้าชายน้อยแย้มรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะวิ่งรี่ริ่วเข้าไปตรงๆ

โกคุเทระที่เห็นดังนั้นก็คว้าไดนาไมต์ขึ้นมาจุด... ในตอนนั้นเองที่เขาเห็นรอยยิ้มร้ายกาจของเบลใกล้เข้ามาราวกับจะกลืนกินเขา...

มือของเบลมีแสงสะท้อนในหย่อมเล็กๆ เขาแน่ใจว่านั่นคือเส้นด้ายที่เป็นเทคนิคในการขว้างมีด โกคุเทระจึงเร่งขว้างไดนาไมต์เข้าไปตรงๆให้สมกับที่คู่ต่อสู้เปิดช่องโหว่

แต่ก่อนจะมารู้สึกตัวอีกที แขนซ้ายก็ไม่ทำงานตามใจสั่ง!

มือซ้ายของเขาสบัดอย่างหนัก และเกร็งทื่อ จนไดนาไมต์ที่ติดไฟในมือล่วงหล่นลงสู่แทบเท้า โกคุเทระตาถลนแทบออกนอกเบ้า -- เหลือเวลาอีกไม่กี่เสี้ยววินาทีสำหรับการหนีของเขาแล้ว!

ไวเท่าความคิด เท้าทั้งสองของเขาพยายามกระชากร่างให้ออกวิ่ง จะมีก็แต่แขนเท่านั้นที่รั้งไว้!

ตูมมมม!!

เสียงไดนาไมต์ประทุดังสนั่น ขณะที่ร่างของโกคุเทระกระเด็นไปบนพื้น แม้ว่าเขาจะพยายามวิ่งหนีมันมากสักเท่าไรแต่แขนซ้ายเจ้ากรรมก็รั้งเขาไว้ราวกับถูกอะไรบางอย่างฉุด สุดท้ายก็หนีไม่พ้นรัศมีประทุของไดนาไมต์...

โกคุเทระรู้สึกว่าร่างกายของเขาหนักอึ้งจนลุกไม่ไหว เจ็บตัว... ทั้งๆที่นั่นเป็นไดนาไมต์ของตนเอง อีกทั้งแขนซ้ายก็ดูจะเขียวปั้ดราวกับถูกรัดจนโลหิตหมุนเวียนไม่สะดวก ภายในท้องก็ปั่นปวนปวดมวนขึ้นมาอีกจนแทบอยากอาเจียณ -- มานึกเสียดายเอาภายหลังว่าน่าจะขย้อนของข้างในออกมาให้หมดก่อน จะได้สู้ได้สะดวกกว่านี้ แต่ตอนนี้มันคงสายไปเมื่อเขาได้กลิ่นหอมจางๆเข้ามาใกล้ๆ

และเป็นเวลาเดียวกับที่ด้ามโลหะเย็นเยือก พื้นที่หน้าตัดบางเฉียบได้มาประทับบนคอของเขา...

"ผู้ชนะคืออัจฉริยะตามเคย" นั่นคือประโยคเด็ดของเบล

ประโยคที่เขาเกลียดที่จะฟังมัน... แต่อันที่จริงเขาเกลียดทุกๆอย่างที่หมอนี่พูด!!

แต่ก็ต้องยอมรับว่า... หมอนั่นเข้าใจความคิดความอ่านของเขาราวกับเป็นตัวเขาเอง!

ทั้งการหลบ การโจมตี... หมอนั่นล่อลวงให้เขาคิดว่าพลาดท่า!

ดวงตาคู่สีเขียวขุ่นเหลือบมองคนตรงหน้าที่มีแต่รอยยิ้มกว้างฉีก ใบหน้าของหมอนั่นขาวผ่องไร้ตำหนิ... มันน่าเจ็บใจนักที่ไม่สามารถเล่นงานให้หมอนั่นได้ของฝากสักชิ้น

แต่ตัวเขาเองนี่สิ... เต็มไปด้วยรอยแผล... ทั้งที่เบลเป็นคนทำ และเขาทำตัวเอง...

"ดูท่าว่านายจะไม่ทันมุขของเจ้าชายเลยนะ" เบลกล่าวเสียงใส ว่าไม่ว่าเปล่าก็กดด้ามมีดลงบนคอสีขาวๆนั่น

อยากจะกู่ร้องอย่างเจ็บใจ

แต่ร้องไปตอนนี้รังจะทำให้เจ็บใจหนักกว่าเดิม!

"รู้มั้ย เจ้าชายรอวันๆนี้มีตลอด 1 อาทิตย์..." เบลเฟกอนกล่าวขึ้นน้ำเสียงติดจะเพ้อฝัน ขณะที่แรงกดบนด้ามมีดก็มากขึ้นเรื่อยๆ... ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ปอยผมสีทองสุกสว่างนั่น... ไม่รู้ว่ามองตรงส่วนไหนอยู่ -- ในขณะที่มืออีกข้างก็ควานเปิดคอเสื้อของเขา และสัมผัสกับรอยแผลสีแดงอย่างไม่ได้ตั้งใจ "อะฮ้า! นี่คจะเป็นแผลของเจ้าชายสินะ!"

ท่าทาของมันเหมือนจะเป็นห่วง แต่ปลายนิ้วขาวๆนั้นก็กดลงไปบนรอยแผลสีแดงอย่างลองเชิง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นใช้เล็บขีดจนเลือดซึม

ความรู้สึกแสบ ร้อนแปลบปลาบแล่นขึ้นมาจากคอ ก่อนจะออกทางปากเป็นเสียงร้องครางแผ่วๆอย่างไม่ตั้งใจ เจ้าชายน้อยตวัดสายตาขึ้นมายังใบหน้าของเขา ก่อนจะฉีกยิ้มอย่างที่เขาเกลียด -- อันที่จริงเขาเกลียดทุกๆรอยยิ้มของหมอนั่น!

เกลียดทุกการกระทำของหมอนั่น

โดยเฉพาะเวลานี้!

อยากจะดิ้นให้หลุดๆ แล้วเอาไดนาไมต์ยัดปากนั่นซะ! จะได้ไม่ต้องเห็นรอยยิ้มทุเรศๆนั่นอีก!

"ว้า ไม่สนุกเลย" เจ้าชายน้อยว่าพลางยกมือที่มีเลือดติดอยู่ปลายนิ้วขึ้น ก่อนจะควักด้ามมีดกว่าสิบๆขึ้นมาเมื่อไรไม่ทราบราวกับใช้เวทย์มนต์ "ใช้วิธีฝังมีดแบบที่คนเขาใช้รักษากันดีมั้ยนะ?"

ไอ้บ้า!!! เค้ามีแต่ฝังเข็มกับหมอโฮจุนเฟ้ย!!!

อยากจะขำ อยากจะปล่อยก๊าก แต่มันคงไม่ใช่เวลาที่เขาจะขำ ในเมื่อหนูทดลงการฝังมีดของหมอนั่นก็คือตัวเขาที่นอนแอ้งแม้งอยู่นี่ไงล่ะ!

"เอาตรงไหนก่อนดีน้า..." เจ้าายน้อยว่าท่าทางยียวน ไม่ได้ดูลังเลอย่าที่พูด -- ไวเท่าคำพูด -- "อึ่ก!" โกคุเทระกัดฟันกรอด ปล่อยให้เสียงเล็กๆเล็ดลอดออกมาอย่างเจ็บปวด -- ความรู้สึกเย็นเยือกของโลหะชิ้นเดิมได้กระแทกทะลุผ่านข้อมือซ้าย (อีกแล้ว) ขณะที่ของเหลวสีแดงเสียดผ่านอณูรอยแหวก พุ่งขึ้นในทิศตรงข้ามของเล่มมีด

ปริมาณโลหิตหลั่งออกมามากจนน่าผิดปกติ... หรือว่าเส้นเลือดใหญ่ภายใต้หุ้มหนังของเขาได้ขาดลงแล้ว?

"แหม เจ้าชายลืมซะสนิท!" จู่ๆเบลก็กล่าวขึ้นและรอยยิ้มนั่นก็ดูเจื่อนลงเหมือนกับพูดความจริง -- โกคุเทระแทบไม่อยากจะเชื่อว่าคำพูดต่อไปจะเลวร้ายอะไรปานนั้น -- "ปกติเขาต้องฝังที่มือแล้วค่อยไล่มาที่แขนใช่มั้ย?"

กล่าวพลางก็ใช้คมมีดเชยคางสีขาวเนียนของเขา... -- นับว่าเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งที่ความกลัวทั้งหมดได้ไหลลงมายังจุดสัมผัสนั้นจนกลายเป็นรู้สึกชา... -- แต่โกคุเทระก็พยายามแหงนหน้าขึ้นเพือไม่ให้คมมีดนั้นฝังลึกลงไป ก่อนจะรู้สึกเหมือนถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม

ดวงตาคู่สีเขียวเหลือมองคนตรงหน้าอย่างเจ็บใจ พยายามควานหาดวงตาคู่ที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้เรือนผมสีทองนั้น... ในตอนนี้ที่ทำอะไรไม่ได้ อย่างน้อยๆก็อยากจะจ้องตามัน ให้มันละลายแผดเผาไปกับคำกร่นด่า สาบแช่งที่ประดังเข้ามาในใจไม่ขาดสาย

เบลเฟกอนเห็นดังนั้นก็ยิ้มกว้างจนแก้มปริด้วยความพอใจ "รู้มั้ย นายเป็นคนที่เจ้าชายถูกใจมากๆเลยล่ะ"

ห๊ะ? อะไรนะ? โกคุเทระชงัก รู้สึกถึงกลิ่นลางสังหรณ์แปลกๆที่จู่ๆก็ไหลเข้ามาจากคมมีด...

"เจ้าชายฆ่าคนมามากมาย แต่ไม่เคยปรกฏว่าใครมองเจ้าชายด้วยสายตาเช่นนี้เลย!" เบลว่าพลางปักเล่มมีดลงบนมือซ้ายอย่างที่ตั้งใจไว้ โกคุเทระร้องโหยหวนอย่างลืมตัว รอยยิ้มของเบลก็ยิ่กว้างขึ้นกว่าเก่ามากมาย "เพราะคนพวกนั้นตายก่อนที่ที่จะได้เห็นหน้าเจ้าชายด้วยซ้ำ! ชิชิชิชิ~"

ว่าพลางเล่มมีดอีกเป็นสิบๆก็ปักลงบนท่อนแขนนั้นพร้อมๆกัน โกคุเทระรู้สึกว่าร่างของตนดิ้นพร่าน ระหว่างที่ปากก็กรีดร้องเสียงหลง รู้สึกว่าโลกหมุนไปหมด ในขณะที่หัวสมองของเขากำลังว่างเปล่า ร่างกายเองก็ไม่สามารถขยับได้ดั่งใจ

"ในเมื่อเจ้าชายก็อุตส่าห์ชอบแกแล้ว ก็ช่วยอยู่เล่นเป็นเพื่อนกันขำๆ ...นานๆนะ"

สิ้นเสียงนั้น ด้ามมีดอีกไม่รู้เท่าไรก็บรรจงแต่งแต้มลงบนแขนข้างขวา แม้จะไม่ได้เล็งที่จุดสาย แต่ปลายมีดที่แทงทะลุเส้นประสาทมันส่งให้ความเจ็บเหล่านั้นไหลเข้ามาในกาย ย้อนศรกับการหมุนเวียนเลือดภายในที่ทลักออกทางปากแผลเหมือนท่อน้ำแตก

เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นคราวครุ้งในช่องปากที่ดันขึ้นมาจากหลอดอาหาร ก่อนจะขย้อนเอาของเหลวขุ่นข้นรสขมฝาดๆออกมาทางปาก... และหายใจอย่างเหนื่อยหอบ ในขณะที่คิดว่าคงไม่มีน้ำยาทำการขัดขืนได้ต่อแล้ว...

เขามองเห็นใบหน้าของคนข้างหน้า ใบหน้านั้นไม่ได้ขาวผ่องอีกต่อไป แต่มันมีเลือดที่แปดเปื้อนใบหน้านั้นแล้ว


สีขาว และ สีแดงที่ตัดกัน...


ทำไมนะ? ทำไมเขารู้สึกว่ามันสวยอะไรปรานนี้?



เวลาเนิ่นนานที่โกคุเทระภาวนาให้มันจบลงเสียที จบลงที่เขาชีพสิ้นก็ได้ แต่อย่าให้มันนานจนต้องเจ็บทั้งตัว และเจ็บทั้งใจขนาดนี้เลย

ไม่อยากเจ็บใจไปมากกว่านี้อีกแล้ว...

เจ็บใจ... ที่ทำอะไรมันไม่ได้ หนีไม่ได้ หรือแม้แต่...

ไม่สามารถขัดขืนความตายทีละเล็กละน้อยที่มันหยิบยื่นให้!

อยากจะร้องออกไป... อยากจะร้องดังๆ

ร้องให้มันเข้าใจสักที ว่า... ฆ่าฉันซะ!

แต่เขาในตอนนี้จะหายใจก็ลำบาก จะหาแรงใดมาเปลี่ยนเป็นคำพูดก็คงยาก...






ดวงตาคู่สีเขียวนั้นดูจะเหม่อลอยและไร้ความหวัง -- เขายิ้มอย่างพึงพอใจขณะที่หยิบมีดที่ฝังบนแขนทั้งสองข้างของ "เหยื่อ" อย่างรวดเร็ว แล้วมองภาพของบาดแผลที่มีของเหลวอุ่นๆพวยพุ่งออกมา -- ถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากจะดื่มด่ำกับรสชาดของมันทั้งที่เหยื่อยังเป็นๆอยู่

ร่างของหมอนั่น -- ใต้เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นด้วยคมมีด -- เดิมทีคงเป็นสีขาวเนียนสะอาดเกลี้ยงเกลาที่สวยงามมาก แต่เขาไม่พอใจในผิวสีขาวเนียนนั่น -- เช่นเดียวกับที่ไม่พอใจให้ผิวกายของพี่ชายฝาแฝดของตนสะอาดหมดจด -- เขาจึงอยากจะละเลง ระบายสีทาบทับลงไปก็เท่านั้นเอง

ไม่คิดว่าจะติดใจถึงเพียงนี้...

เขายังจำความรู้สึกอย่างนั้นได้ดี -- ขณะที่นิ้วก็ไล้ไปบนแผลสดที่เลือดยังคงเอ่อออกมา กดสัมผัสมันลงไปราวกับกำลังกดคีย์บนเปียโน... -- ความรู้สึกของสีแดงที่สวยงามใต้ฝ่ามือนั่น...

เบลยิ้มอย่างพึงพอใจ แม้ว่าเลือดอุ่นข้นบนใบหน้าจะไม่ได้เป็นเลือดเชื้อพระวงศ์ของพี่ชาย หรือของตนเอง แต่มันก็มีกลิ่นที่หอมหวานมากเลยทีเดียว

ถึงเขาจะไม่นิยมชมชอบอาหารเปิบพิศดาร

แต่ไหนเลยจะให้ปฏิเสธเลือดสีแดงกลิ่นหอมหวนจากกลีบปากสีเรื่อๆนั้นได้เล่า...

คงยาก ที่จะห้ามใจ

เพราะตอนนี้... ก็ได้เวลาอาหารเย็นแล้วล่ะ

เบลขยับร่างของตัวเองเข้ามาใกล้ๆ ค่อยๆคร่อมร่างของเหยื่อช้าๆ ดวงตาคู่สีเขียวที่ดูเหม่อลอยกลับมาคืนสติอีกครั้ง ปากบางนั้นโวยวายไม่เป็นศัพท์ ขณะที่แขนทั้งสองข้างที่ถูกขึงด้วยเล่มมีดนับสิบๆพยายามขยับตัวขัดขืน

มันก็ดีแล้วมั้งที่ปล่อยให้เจ็บไปเอง

คิดพลางก็ใช้มือขวากดไหล่ขวาของเหยื่อ และใช้มืออีกข้างบีบต้นคอสีขาวนั้น -- โกคุเทระรู้สึกเหมือนคอเคล็ดขณะที่ครางออกมาเบาๆอย่างทรมาณ

"อย่า..."

เป็นคำพูดคำแรกที่เบลฟังออกในรอบ 5 นาทีที่ผ่านมา

"เฮ้ๆ อย่าพูดมากสิ" เบลกล่าวกลั้วหัวเราะ พลางยิ้มอย่างเอ็นดู -- ในอีกความหมายที่ติดจะโหดร้าย -- "ถ้าเกิดปริมาณแก๊สออกซิเจนในเลือดนายต่ำขึ้นมา มันจะพาลให้เจ้าชายโมโหเอานะ!"

ปากว่าพลางก็บีบคอของฝ่ายตรงข้ามขึ้นมาใกล้กับใบหน้าของตนเอง สัมผัมกับลมหายใจอุ่นๆรวยระริน ขณะที่ทาบทามริมฝีปากของตนลงบนเรียวปากนั้น...

รสขมเฝื่อนของเลือดจากปากของเหยื่อไหลผ่านจากช่องปากลงไปยังคอ -- แม้จะมีรสขมของบุหรี่อยู่ แต่เขากลับไม่รังเกียจเลยสักนิด -- ความรู้สึกร้อนวูบวาบแผ่ซ่านไปตามร่างกายของเขา... เหมือนกับจะไปกระตุ้นความบ้าคลั่งที่เก็บซ่อนอยู่ในส่วนลึกของก้นบึ้งจิตใจ ความรู้สึกพอใจพุ่งปรี๊ด ก่อนที่มืออีกข้างปล่อยไหล่ของเหยื่อ แล้วชอนไชลงไปยังผิวหนังใต้เสื้อผ้าของอีกฝ่าย



มีต่อนะ !!! >>>>>

_________________
Image
Image


Last edited by askrepios on 27 Oct 2007, 20:52, edited 2 times in total.

Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 156 posts ]  Go to page 1, 2, 3, 4, 5 ... 11  Next


Who is online

Users browsing this forum: donmurangi, HelloFascination, komu-rin, nine, yoyopo03 and 4 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: