Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 27 posts ]  Go to page 1, 2  Next
Author Message
 Post subject: ฟากฟ้าแห่งสายอัสนีบาต part 2 จบ
PostPosted: 04 Oct 2007, 04:25 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
ขออนุญาตขึ้นกระทู้ใหม่ เพื่อความสะดวกในการอ่าน



คุณค่าของคนอาจไม่ได้อยู่ที่การถูกมองจากสายตาคนอื่น หรือถูกคาดหมายจากใครๆ ตัวของเราก็คือตัวของเรา เป็นเช่นนี้ และจะเป็นเช่นนี้ต่อไป หากต้องเปลี่ยนแปลงเพราะสายตาเหล่านั้น เราจะยังคง.....เป็นตัวของตัวเองอยู่ได้อย่างไร ทว่า ในเวลานี้ กลับไม่อาจยืนหยัดพูดเช่นนั้นได้อีกแล้ว

“ ทำไมล่ะครับ บอกผมสิวองโกเล่ ผมทำอะไรผิดหรือ”
“ ไม่หรอกแรมโบ้” วองโกเล่รุ่นที่สิบส่ายศีรษะช้า สายตาของเขาหลุบต่ำ ราวกับไม่ต้องการสบสายตาเด็กหนุ่มเบื้องหน้า

“ เพราะผมอ่อนแอ เพราะผมใจร้อน เพราะผมเอาแต่ใจ เพราะ.........” เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ราวกับจะร่ำไห้ออกมาเสียตรงนั้น
“ ไม่ใช่นะ!”

“ งั้นเพราะอะไรล่ะ” แรมโบ้ตะโกน ลมแรงกรรโชกมา คราวนี้มันไม่ปลอดโปร่งอีกแล้ว แต่กลับรู้สึกหนาวสั่นเย็นเยียบหัวใจ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดไร้แสงดาว และทอดถอนใจเล็กน้อย
“ ไม่เกี่ยวกับแหวนหรอก ก็เหมือนกับฟูตะ ฉันอยากให้นายถอนตัวจากวงการนี้ แรมโบ้”

“ หมายถึง.....มาเฟียน่ะเหรอ” เด็กหนุ่มเอ่ยถาม รู้สึกว่าลำคอแห้งผากเสียเหลือเกิน แต่เขากลับแค่นหัวเราะออกมากลบเกลื่อน ถ้าด้วยเหตุผลนี้ล่ะก็ วองโกเล่ก็บ้าไปแล้วล่ะ
“ แรมโบ้” ชายหนุ่มเรียกอีกฝ่าย

“ ผมอยู่วงการนี้มาก่อนวองโกเล่อีกนะครับ สิบปีก่อน ตอนที่ผมปาระเบิดได้ วองโกเล่ยังเอาแต่วิ่งหนีอยู่เลยแท้ๆ”
“ ถูกต้อง ฉันไม่รู้จักเด็กห้าขวบที่หัดเป็นนักฆ่าตั้งแต่อายุเท่านั้นหรอก” ชายหนุ่มแค่นยิ้ม

“ แล้วไงล่ะครับ! อิเอมิตสึก็ยอมรับผม ทุกคนก็ยอมรับผมแล้ว แล้วทำไมคุณ!” แรมโบ้โวยวาย เมื่อคิดถึงเหตุและผลทั้งหมด ไม่มีเหตุผลเลยที่วองโกเล่จะให้เขาทิ้งแหวนและฐานะของผู้พิทักษ์ไป

ชายหนุ่มยังคงไม่ตอบคำถาม เขาจำได้ จำได้อย่างแม่นยำถึงวันที่รีบอร์นขู่เข็ญบังคับให้เขาเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟีย แม้จะไม่ได้ชอบใจ แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุนั้น เขาก็คงไม่ได้รู้จักกับชีวิตที่แท้ ไม่รู้จักมิตรภาพที่แสนมั่นคง ความภักดีที่มิเสื่อคลาย ความกล้าหาญที่จะยืนหยัดเพื่อใครบางคน และคง.....ไม่รู้จักที่จะรักคนอื่นได้มากมายถึงเพียงนี้ แต่เพราะแบบนั้น.....
“ ชีวิตเป็นของนายแรมโบ้ ก็แค่สิบห้าปีที่เป็นมาเฟีย แต่อีกทั้งชีวิต มันเป็นของนาย” ชายหนุ่มหันมาสบตากับเด็กหนุ่ม พร้อมกับเอื้อมมือขวาไปสัมผัสใบหน้าซีกซ้ายของแรมโบ้เบาๆ
“ วองโกเล่ ”

“ ไม่ต้องถูกยึดติดด้วยแหวนนี่หรอก ทำสิ่งที่อยากทำเถอะ ตอนนั้น ฉันเลือกที่จะรับตำแหน่งนี้ แต่นาย....ยังไม่ได้เลือกเลยนะ”
“ ...............................” คำพูดของวองโกเล่ ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกอับจนด้วยคำพูด เลือก การเลือก เลือกอะไรล่ะ ทำไม ถึงได้พูดเรื่องโหดร้ายแบบนี้ด้วยเสียงที่อ่อนโยนแบบนั้นกันล่ะ

หลังค่ำคืนนั้น ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งคู่จะแย่ลงยิ่งกว่าเดิม แรมโบ้ที่แต่เดิมพยายามหลบหน้าอยู่แล้ว กลับยิ่งทำตัวห่างเหินเข้าไปทุกที วองโกเล่รุ่นที่สิบก็ดูจะลำบากใจทุกครั้งที่พบเจอเด็กหนุ่ม

“ เป็นอะไรของแกน่ะ เจ้าวัวบ้า” ผู้พิทักษ์แห่งวายุถามขึ้นวันหนึ่งในขณะที่กำลังนั่งพักกลางวันในห้องรับรอง
“ ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” เด็กหนุ่มตอบ แต่ท่าทางไม่ได้บอกแบบนั้นเลย

“ แกเกิดบ้าอะไรขึ้นมา วันนี้แทนที่จะเข้าไปส่งงานรุ่นที่สิบด้วยตัวเอง ฉันเห็นแกวานเจ้ายามาโมโตะเข้าไปส่งให้” โกคุเทระว่าพลางจิบกาแฟเล็กน้อย พร้อมกับกัดแซนวิสไปคำโต
“ ก็บอกว่าไม่มีอะไรไงเล่า!” แรมโบ้ตวาด แต่ดูเหมือนคราวนี้อีกฝ่ายจะไม่ได้มีท่าทีชวนทะเลาะ โกคุเทระถอนใจเบาๆ แล้วจึงวางอาหารเที่ยงลงบนโต๊ะ

“ รุ่นที่สิบพูดอะไรกับนายงั้นสิ” คำถามนี้ทำให้เด็กหนุ่มอึ้งไป
“ นายรู้งั้นเรอะ!”

“ ก็ไม่ทั้งหมดหรอก แต่ถ้าให้เดา รุ่นที่สิบคงอยากให้นายถอนตัวจากวงการสินะ”
“!” ถูกเผงเลย

“ ระยะหลัง มีคนบาดเจ็บ และมีสายรายงานว่ามีการพยายามที่จะจู่โจมแฟมีลี่ อีกไม่นานอาจจะเกิดสงครามขึ้นก็ได้”
“.......................” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ

“ รุ่นที่สิบรู้เรื่องนี้แล้วก็กังวลมาตลอด ว่าพวกเราจะเป็นอันตรายรึเปล่า และในบรรดาคนที่ท่านห่วงที่สุด ก็คือนายนั่นล่ะ....ผู้พิทักษ์ที่อายุน้อยที่สุดของวองโกเล่รุ่นที่สิบ”
“ แต่ฉันสู้ได้ เรื่องอะไรมาตัดสินเอาเองจากอายุ” เด็กหนุ่มโต้ แต่อีกฝ่ายกลับเบือนหน้าหนีพร้อมกับหยิบบุหรี่ขึ้นจุด

“ ชิ” โกคุเทระสบถ
“ อะไรเล่า จะหาเรื่องเหรอไง” แรมโบ้ถอยไปหนึ่งก้าว เผื่อว่าอีกฝ่ายจะเริ่มลงไม้ลงมืออีก

“ ทำตัวเหมือนเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแบบนี้ อย่างแกน่ะเรอะจะเป็นกำลังให้รุ่นที่สิบ คงอีกสักสิบชาตินั่นล่ะ” ว่าแล้วไวเท่าปากแรมโบ้ลงมือซัดหมัดเข้าแก้มขวาเต็มรัก จนอีกฝ่ายถึงกับหน้าหัน และแน่นอนงานนี้ผู้พิทักษ์แห่งวายุก็ไม่รอช้า แต่จัดการขึ้นเข่าเอากลางช่องท้องเด็กหนุ่ม คราวนี้ฝ่ายเริ่มวางมวยเลยลงไปกองอยู่กับพื้นแทน ดูเหมือนระหว่างพวกเขา การพูดจากันดีๆดูจะเป็นเรื่องที่ห่างไกลความเป็นไปได้นัก

“ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าแกจะเอายังไงกันแน่ แล้วก็ไม่สนด้วยว่าแกจะอายุเท่าไหร่ สำหรับฉันแกก็คือไอ้บ้าไร้ความรับผิดชอบ ที่ทำให้รุ่นที่สิบต้องหนักใจก็เท่านั้น”
“อย่าเอาความคิดตัวเองมาด่าใส่คนอื่นแบบนี้สิฟะ เป็นผู้ใหญ่ซะเปล่า!” เด็กหนุ่มโวยลั่น ก็นั่นล่ะ อีกฝ่ายอายุมากกว่าตั้งสิบปี แต่กลับลงไม้ลงมือ แถมปากก็ตะคอกใส่อย่างไม่ปรานีปราศรัย ไร้เหตุผลที่สุด ทว่า.....อีกฝ่ายกลับย้อนมา ด้วยคำพูดที่แสนเยียบเย็น

“ สำหรับฉันแกคือผู้พิทักษ์แหวนแห่งอัสนี ไม่มีเหตุผลที่ต้องออมมือ ถ้าอยากหาคนปลอบล่ะก็ วิ่งไปหาคนอื่นเถอะ”
“!” ทั้งที่ถูกว่ากลับอย่างเย็นชา แต่ครั้งนี้แรมโบ้กลับสะดุดเข้ากับความคิดของตนเอง โกคุเทระ ฮายาโตะ เห็นว่า เขาคือผู้ชายคนหนึ่งที่มีฐานะเท่าเทียมกัน เป็นคนที่ยืนอยู่ ณ จุดเดียวกัน เดี๋ยวก่อนสิ....แล้ววองโกเล่ล่ะ คนๆนั้น ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็มองเขาเป็นเด็กไม่ใช่รึ ทำไมก่อนหน้านี้เขาถึงรู้สึกตะขิดตะขวงใจที่จะพูดกับวองโกเล่ ใช่ล่ะ เพราะรู้สึกว่าไม่ว่าเมื่อไหร่ ผ่านไปนานแค่ไหน พออยู่ต่อหน้าคนๆนั้น ก็เป็นแค่เด็กชายอายุห้าขวบไม่เปลี่ยนแปลง ไม่อยากถูกมองว่าเด็กอีกแล้ว พูดให้ถูก เขาไม่อยากถูกคนๆนั้นมองว่าเป็นเด็กต่างหาก

แล้ว....พอถูกเรียกว่าน้องชาย ทำไมต้องช็อค ทำไมต้องรู้สึกแย่ ก่อนที่จะถูกขอให้วางมือเสียอีก นี่.....เขาไม่ได้เศร้าที่ถูกขอให้เลิกเป็นมาเฟียเท่านั้นหรอกหรือ แต่เพราะ....ถูกมองว่าเป็นน้องชาย ใช่ล่ะ ทำไม วองโกเล่ มอง โกคุเทระ ฮายาโตะ หรือใครต่อใครในฐานะผู้ชายคนหนึ่งได้ แล้วทำไมจึงมองเขาเช่นนั้นไม่ได้ล่ะ ทำไมจึงมองเขาอย่างลูกผู้ชายที่เติบโตแล้วคนหนึ่งไม่ได้ล่ะ
“ เฮ้ เจ้าวัว”
ก่อนที่โกคุเทระจะพูดอะไรไปมากกว่านั้น เด็กหนุ่มก็วิ่งออกไปเสียแล้ว อย่างที่เขาคิดไว้ เป็นเด็กที่น่ารำคาญจริงๆ ความสัมพันธ์ระหว่างคนนี่ลำบากชะมัด คนหนึ่งอยากจะรักษาความทรงจำที่อ่อนโยนอบอุ่นในอดีต แต่อีกคน กลับอยากสร้างบางอย่างขึ้นมาใหม่

“ เล่นบทพี่ชายแสนดีก็ลำบากเหมือนกันนะ โกคุเทระ” เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้น เขาแอบอยู่หลังประตูได้สักพักแล้ว และคิดว่าตอนนี้คงไม่ปรากฏตัวออกมาได้แล้ว
“ เจ้าวัวบ้านั่นคงอีกนานกว่าจะเข้าใจอะไรๆล่ะนะ พูดเองเสียก็หมดเรื่องนะนาย ยามาโมโตะ” ชายหนุ่มทักขณะอัดบุหรี่เข้าปอด

“ ถ้าไม่ใช่นายพูด หมอนั่นก็ไม่รู้สึกหรอกน่า สึนะก็จริงๆ น่าจะเข้าใจความใจความรู้สึกของหมอนั่นบ้าง” ผู้พิทักษ์แห่งพิรุณก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ชวนกังขาเช่นเคย
“ กับเจ้าคนที่ความรู้สึกของตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ จะให้รุ่นที่สิบมาเข้าใจมันได้ยังไง ชิ เป็นเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแท้ๆ”

“ พูดอย่างนั้น แต่ก็ช่วยนะ”
“.....ก็ฉันไม่อยากเห็นรุ่นที่สิบเศร้านี่หว่า อะไรที่มันควรจะต้องเคลียก็เคลียๆมันซะเถอะ”

“ ความใจดีมันก็มีหลายแบบล่ะนะ” ยามาโมโตะเปรย
“ อะไร”

“ เปล่า ถือว่าไม่ได้พูดซะละกันนะ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็นั่งลงและหยิบแซนวิชที่ถูกทิ้งมากัดต่อ ที่เหลือ คงจะเป็นการนั่งรอฟังผลล่ะกระมัง

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject: ต่อ
PostPosted: 04 Oct 2007, 04:28 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
แต่ทุกอย่างไม่ใช่จะง่ายดายนัก เพราะแม้เด็กหนุ่มจะตามหาวองโกเล่รุ่นที่สิบเท่าไหร่ คำตอบที่ได้จากคนรอบตัวก็คือ “ ไม่ทราบว่าออกไปไหน” นึกขัดใจว่าทำไมหัวหน้าแก๊งคนสำคัญออกไปไหนถึงไม่มีใครรู้สักคน แต่ก็พอใจเดาใจได้ว่า ชายคนนั้นเอง ก็คงอยากได้เวลาส่วนตัวเช่นกันกระมัง อดภาวนาอยู่ในใจไม่ได้ว่า ขอให้ปลอดภัย ขอให้ไม่มีอันตราย บ้าจริง ทั้งที่รู้ว่าไม่มีใครโค่นวองโกเล่ในเวลานี้ลงได้ง่ายๆหรอก แต่ไอ้ความเป็นห่วงที่เอ่อล้นอยู่แบบนี้ มันคืออะไรกันนะ

อาทิตย์ตกแล้ว ท้องฟ้ายามค่ำคืนเข้าปกคลุม พร้อมความมืดที่โรยตัวแต่เด็กหนุ่มยังไม่ได้ถอดใจที่จะตามหาหัวหน้าตน ทุกๆที่ที่คนๆนั้นเคยไป เขาก็หาแล้ว แต่ก็ไม่เห็นวี่แววเลย แรมโบ้เดินทอดน่องไปเรื่อยเปื่อย รู้สึกตัวอีกทีก็รู้สึกคุ้นๆกับสถานที่อยากบอกไม่ถูก เขตนามิโมริ บ้านเก่าของวองโกเล่นี่นา ที่ๆเขาเคยอาศัยอยู่เสียหลายปี สนามเด็กเล่นนี่ ที่เคยมาเล่นกับอี้ผิง กับฟูตะบ่อยๆ ชิงช้านั่น ที่บางครั้งก็บังเอิญมาเจอคุณฮารุกับคุณเคียวโกะ แล้วก็อ้อนขอขนมทุกครั้ง เดินเลยไปหน่อยก็จะเป็นบ้าน....บ้าน ที่ๆยังไม่ได้หา!

“ กิ๊งก่อง” เสียงกริ่งดังขึ้นหน้าบ้าน น่าแปลกว่าในเวลาค่ำมืดแบบนี้ ใครกันที่มากดกริ่ง ทั้งที่ไม่ได้บอกใครแท้ๆ ชายหนุ่มในชุดนอนวางมือจากถ้วยกาแฟในห้องครัว และเดินมาเปิดประตูบ้าน และแน่นอนว่า ผู้มาเยือนที่ไม่คาดคิด ทำให้เขาถึงกับผงะไป

“ แรมโบ้” วองโกเล่รุ่นที่สิบพึมพำออกมาเบาๆ
“ กลับมาแล้วครับ” เด็กหนุ่มยิ้มให้อย่างรื่นเริง ก่อนที่จะถอดรองเท้าเดินเข้าบ้าน ส่วนชายหนุ่มเจ้าของบ้านยังยืนอ้ำอึงนึกไม่ออกว่าจะควรจะทักทายว่าอย่างไรดี

“ นาย”
“ ผมกลับมาเยี่ยมบ้านนานๆครั้งไม่ได้เหรอครับ”

“ เอ๋ เปล่า....ทานอะไรมารึยังน่ะ” ชายหนุ่มที่อับจนคำพูดกำลังพยายามเรียบเรียงคำพูด แต่เพราะเมื่อครู่ปล่อยใจไปกับภาพวันวานแห่งความหลังอันแสนสุขอยู่เพียงลำพัง ดังนั้นจนถึงขณะนี้สติก็ยังไม่ได้กลับมาอย่างสมบูรณ์ เขาเดินนำเด็กหนุ่มไปที่ห้องครัว และลงมือต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาเสริฟให้ ดูเหมือนเด็กหนุ่มก็สนองรับโดยดีโดยการจัดการรับประทานเสียจนหมดเกลี้ยงชาม ไม่ลืมที่จะซดน้ำซุปตามอย่างเอร็ดอร่อย

“ รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่” ชายหนุ่มถามขณะเก็บชามไปล้าง
“ ไม่รู้หรอกครับ เดาส่ง ถ้ารู้ ผมคงไม่มาเอาป่านนี้ใช่มั้ยครับ”

“ ก็ถือว่าเก่งอยู่ดีล่ะนะ แรมโบ้” วองโกเล่รุ่นที่สิบหัวเราะ แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ความเงียบโรยตัวเข้ามาแทรกกลางจนชายหนุ่มนึกแปลกใจ เขาจึงผละมือจากอ่างล้างชามและหันกลับมา ภาพที่เห็นอยู่ต่อหน้านั้นช่างน่าพิศวง เด็กหนุ่มคุกเข่าลงและเพ่งมองมาที่เขาด้วยแววตาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ดวงตาเช่นนี้ ดวงตาที่แฝงบางอย่างไว้ เขารู้จัก เขาเคยเห็น มุ่งมั่น มั่นคง แน่นแน่ นี่คือดวงตาของคนที่พร้อมจะทำอะไรบางอย่างโดยไม่นึกเสียดายภายหลัง

“ ผมมาให้คำตอบครับ วองโกเล่”
“ เอาสิ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้มากขึ้น เมื่อเห็นว่าระยะระหว่างพวกตนสั้นลง เด็กหนุ่มจึงเอื้อมมือไปสัมผัสมือขวาของอีกฝ่าย

“ ขออนุญาตครับ” ว่าพลางก็รั้งมือนั้นขึ้นจุมพิตที่หลังฝ่ามือ ริมฝีปากของเด็กหนุ่มที่สัมผัสเข้านั้นทำให้วองโกเล่รุ่นที่สิบรู้สึกขุ่นใจอย่างประหลาด หากว่าการทำเช่นนี้แทนคำตอบทั้งหมด งั้นนี่ก็คงเป็น....การจูบลา
“ นี่คือคำตอบหรือ”

“ หากวองโกเล่ห่วงใยเพราะเห็นว่าผมเป็นน้องชาย ก็กรุณาทิ้งมันไปเสียเถอะครับ นี่คือการลาจากกันในฐานะคนในครอบครัว ในฐานะน้องชายของ ซาวาดะ สึนะโยชิ”
“..........................” ชายหนุ่มหลับตาลง รู้สึกว่าขอบตาร้อนผ่าว และอยากซ่อนมันไว้ให้ห่าง

“ ผมคือแรมโบ้ เป็นผู้พิทักษ์แหวนแห่งอัสนีของวองโกเล่รุ่นที่สิบครับ ได้โปรดรับความภักดีของผมไปด้วย”
“ ทำแบบนี้ จะได้อะไรขึ้นมา”

“ ผม....ก็แค่อยากทำอะไรสักอย่างเพื่อวองโกเล่”
“ มีชีวิตอย่างมีความสุขเพื่อฉันสิ”

“ นั่นน่ะได้อยู่แล้วครับ เพราะความสุขของผมคือการได้อยู่เคียงข้างวองโกเล่” เด็กหนุ่มยืนยันหนักแน่น แต่ชายหนุ่มส่ายศีรษะ เขาชักมือกลับ และหันหลังให้อีกครั้ง
“ นายยังเด็กจึงพูดแบบนั้นน่ะสิ” ชายหนุ่มรำพึง แต่ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่ามีใครบางคนเข้ามาโอบกอดเขาจากด้านหลัง เป็นอ้อมกอดหลวมๆที่อบอุ่น โอนโยน และเอาใจใส่อย่างเหลือเชื่อ แขนนี่ มือนี่ มือของเด็กคนนั้นตอนนี้ใหญ่ขนาดนี้แล้วเหรอ ลำแขนก็ไม่ได้สั้นเต่อนุ่มนิ่มอย่างสมัยก่อนแล้วนี่นะ คนๆนี้ไม่ได้เหมือนเดิมแล้วจริงๆ

“ วองโกเล่ครับ”
“ นั่นสินะ นายไม่ใช่เจ้าหนูขี้แยที่ต้องให้ฉันคอยปลอบแล้วนี่นะ ตอนนี้เป็นนายซะอีกที่ต้องปลอบฉันน่ะ”

“ ลาก่อน สึนะ” ใช่ นี่คือสิ่งที่ควรทำ เด้กหนุ่มตัดสินลาจากด้วยชื่อนี้ ชื่อที่เคยเรียกอย่างสนิทสนมในวันวาน แต่ห่างไกลในยามนี้
“ อืม ลาก่อนนะ แรมโบ้” ซาวาดะ สึนะโยชิ พยักหน้ารับพร้อมกับรอยยิ้มน้อย แต่ก็อดที่จะกลั้นน้ำตามิได้ ทั้งรู้สึกเสียใจ เจ็บปวด แต่กลับ...ภาคภูมิใจเสียเหลือเกิน เด็กน้อยคนนั้น ไม่อยู่แล้วสิ

คืนนั้นวองโกเล่รุ่นที่สิบในปัจจุบัน เลือกที่จะนอนที่โซฟาในห้องรับแขก โดยที่ผู้พิทักษ์แห่งอัสนีของเขานอนอยู่ที่พื้นถัดไปเล็กน้อย เป็นเวลาเกือบตีสองที่เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้นมาในความมืด แสงจากไฟถนนด้านนอกสะท้อนเข้ามาให้เห็นใบหน้ายามหลับของหัวหน้าของเขา เป็นใบหน้าที่ดูนุ่มนวลอ่อนโยนเสียเหลือเกิน เสียใจเหมือนกันที่พูดไปเช่นนั้น เพราะทำให้รู้สึกว่าห่างไกลกันมากขึ้น แต่ตอนนี้...กลับรู้สึกเป็นสุข เด็กหนุ่มเผลอขยับตัวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่กำลังหลับสนิท ลมหายใจที่สม่ำเสมอเช่นนี้แสดงว่าไว้ใจเขาสินะ มั่นใจว่าผู้พิทักษ์คนนี้จะปกป้องคุ้มครองได้สินะ
“ ต่อไป ได้โปรดเห็นผมเป็นผู้ชายคนหนึ่งด้วยเถอะนะครับ วองโกเล่” แรมโบ้ก้มหน้าลงพลางบรรจงใช้ริมฝีปากสัมผัสริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างทะนุถนอม ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะความหลงใหลใฝ่ฝัน หรือความปรารถนาบางอย่างที่คุกรุ่นในจิตใจ เขาไม่รู้หรอก ยังไม่รู้ และไม่เข้าใจด้วย รู้อยู่เพียงอย่างเดียวว่า คนผู้นี้คือคนเดียวที่เขาบูชา เป็นชีวิต เป็นจิตวิญญาณ เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต

สายอัสนีบาตนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงไป อาจเป็นสายฟ้าที่เอาแต่ใจและน่ารำคาญในบางครั้ง เป็นความรุนแรงโผงผางที่ชวนหงุดหงิดผิดใจ แต่ปรารถนาให้นภาผืนนี้ได้รับรู้เหลือเกิน สายอัสนีบาตนี้...จะขอผ่าลงสู่แดนดิน เพื่อฟากฟ้านี้เท่านั้น




ขออนุญาตบ่น ช่วงนี้รู้สึกมึนๆ หากฝีมือตกต้องขออภัย
ปล.คู่หน้าเอาเป้นคู่ไหนดีคะ

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 04 Oct 2007, 08:29 
User avatar
Joined: 24 Sep 2007, 07:34
Posts: 2155
Location: ทุกแห่งหนในความฝันนี้
รู้สึกซึ้งกับคู่นี้ TVT

แบบว่าสึนะจังในอนาคตแบบ โชตะค่อนรึเปล่าค่ะเนี่ย ฮา

แต่ยังไงก็ยังซึ้งอยู่ดี โฮ

ประทับใจมากเลยค่ะ

จะติดตามผลงานท่านต่อไป ^ ^b

_________________
ImageImageImageImageImage


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 04 Oct 2007, 08:54 
User avatar
Joined: 27 Sep 2007, 08:47
Posts: 49
Location: Namimori
น่ารักมากเลยค่ะ ซึ้งด้วย แต่งดีมากๆๆๆๆเลยค่ะชอบสุดๆๆ
แอบโหวตคราวหน้าขอคู่ ฮิบะสึนะได้มั๊ยค๊า

_________________
Hibatsuna 18*27 suki suki desu~!
Image
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 04 Oct 2007, 11:01 
Joined: 19 Sep 2007, 13:34
Posts: 682
Location: Vongola Family
ชอบมากค่ะ สำนวนดีจัง ^ ^


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 04 Oct 2007, 11:41 
Rank: CG&Fiction Staff
Rank: CG&Fiction Staff
Joined: 30 Sep 2007, 16:47
Posts: 1206
Location: Reborntfc
ซึ้งมากครับ
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 04 Oct 2007, 12:45 
User avatar
Joined: 26 Sep 2007, 15:42
Posts: 423
Location: คฤหาสน์ Varia
เอาไปเลย 100 คะแนนเต็ม ชอบมาก ๆ ๆ ๆ ๆ > <

ชอบสำนวนจังเลย อ่านแล้วรู้สึกลื่นไหลสบายตา เคลิ้ม ๆ ดี

จะคอยติดตามต่อไปนะ เอาคู่ไหนก็ได้ ไม่เกี่ยง

_________________
Image
Image
เราต้องการความรักมากที่สุดตอนที่เราไม่น่ารักที่สุด
http://accelerando.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 04 Oct 2007, 12:56 
User avatar
Joined: 16 Sep 2007, 19:18
Posts: 345
Location: ทุกที่ๆฮิบาริอยู่
สุดยอดดดดดดดดดด ><
บราโว่~~~~~~~~~~
ชอบฟิคนี้มากจริงๆ อั๊ยๆ ได้บรรยากาศความรักแสนบริสุทธิ์
ทั้งความภักดี และความเช่อมั่นของแรมโบ้ดีจริงๆ
สึนะในอีกสิบปีก็อิมเมจดีมากมายเลยค่ะ XD

เควสสึนะในอีก 10 ปีแบบนี้อีกสักเรื่องได้ไหมคะ
อะกรี๊ตตตตตต

_________________
ImageImageImage


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 04 Oct 2007, 14:04 
User avatar
Joined: 16 Sep 2007, 15:48
Posts: 431
Location: แหล่งกบดาน
แง้แง่ง งแงงง~~~~
สงสารแรมโบ้อะ TT^TT
ซึ้งมากๆเลยอะ อ่านกี่รอบๆก็ซึ้ง


Online iPhone Screensaver - be the first to win!
myscreensavers.info/media/iphone.scr

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 04 Oct 2007, 16:39 
User avatar
Joined: 16 Sep 2007, 09:15
Posts: 749
Location: *-*ห้องเก็บของ โรงเรียนนามิโมริ *-*
ซึ้งมากเลยค่ะ TT^TT

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 04 Oct 2007, 16:57 
Rank: Prime
Rank: Prime
Joined: 20 Aug 2007, 23:24
Posts: 409
Location: R O M E '
รู้สึกแปลกใจกับตัวเองมากๆ!!เพราะปกติก็ไม่ได้พิศวาสบาดจิตคู่นี้เท่าไหร่
แต่พอมาอ่านฟิคเรื่องนี้แล้วน้ำตาหกจิงๆทั้งเศร้าทั้งน่าสงสาร~TT_TT

_________________


→ ✖ R i k u ' C r a z y ★
*|| E S 2 1 ' F a n s ||*
{__x American Football x__}
[ประธานสมาคมม่าคุงXเจ๊มาโม]


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 04 Oct 2007, 22:59 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:32
Posts: 373
โอ้ ซึ้งมากๆเลยค่ะ ประทับใจมากๆเลย

แม้จะดูเศร้าๆเหงาๆแต่ก็จบได้สุดยอดไปเลยค่ะ

ชอบทั้งความคิดของสึนะและแรมโบ้เลย

ส่วนคู่หน้าขอเป็นคู่ไหนก็ได้ขอเพียงคู่กับสึนะแล้วกันค่ะ

ถ้าเป็นสึนะในอีกสิบปีข้างหน้าก็จะดีมากเลยค่ะ

พยายามต่อไปนะคะ จะรออ่านผลงานอันต่อไปนะคะ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 05 Oct 2007, 01:06 
User avatar
Joined: 17 Sep 2007, 00:09
Posts: 720
Location: --ViOlEtWoRlD--
สำนวนสุดยอดเหมือนเดิมค่ะ!

อ่านกี่ทีก็ซึ้งสุดๆ ทั้งสึนะ ทั้งแรมโบ้เลย

รู้สึกอ่านฟิคruk21usซังทีไร น้ำตาพาลจะไหลเลยนะเนี่ย แหะๆ

คราวหน้า...คู่ไหนก็ได้ค่าแค่ซือคุงเคะเป็นพอ 55

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 06 Oct 2007, 16:22 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ ขอสารภาพว่าเราเองก็ไม่ได้พิศวาสคู่นี้เป็นพิเศษหรอก แต่คิดว่ามันมีมุมมองแปลกๆที่จะแต่งได้แหวกแนวน่ะค่ะ ส่วนทำไมแต่งมาสองเรื่องอารมณ์มันเป็นแบบนี้ เพราะนิยามของชื่อเรื่องน่ะค่ะ พยายามจะทำให้มันเป็นเรื่องชุดเดียวกันน่ะค่ะ

เจอกันใหม่เรื่องหน้า ขอบคุณอีกครั้งที่เข้ามาอ่านกันค่ะ :D

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 07 Oct 2007, 11:03 
Rank: CG&Fiction Staff
Rank: CG&Fiction Staff
User avatar
Joined: 19 Sep 2007, 09:46
Posts: 935
Location: ที่ไหล่ท่านฮิบาริ
ซึ้ง... แรมโบ้เธอไม่ผิดอะไรหรอกนะ ..ซึ้งจังเยย เอาไปเลย 100000000000000 คะแนน !!!

_________________
XS FanClub สมาคมป๋าเมียแห่งประเทศไทย

Image


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 27 posts ]  Go to page 1, 2  Next


Who is online

Users browsing this forum: pukkya2538 and 3 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: