Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 17 posts ]  Go to page 1, 2  Next
Author Message
 Post subject: ฟากฟ้าแห่งสายอัสนีบาต part 1
PostPosted: 02 Oct 2007, 04:48 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
เห็นชื่อเรื่องก็น่าจะเดาได้ว่าคู่ไหนนะคะ
........................................................



อัสนีบาตที่ผ่าลงสู่แดนดินนี้…เพื่อผู้ใดกัน


ทุกสิ่งทุกอย่างผันแปร ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เหมือนเดิม โลกไม่เคยหยุดหมุน และไม่มีสิ่งใดจีรัง เช่นนั้น สำหรับมนุษย์ล่ะ เราคงไม่อาจหยุดวันเวลาที่แสนสุขไว้ได้ตลอดกาลหรอก ธรรมชาติบนฟากฟ้าแห่งนี้ก็เช่นกัน ทั้งที่ต่างก็แสดงตัวตนที่มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่มันก็แปรผัน ฝนไม่ได้เย็นฉ่ำชื่นใจเสมอไป ลมก็ไม่ได้พัดรุนแรงอยู่ตลอดเวลา แสงแดดก็อาจจะอ่อนแรงบ้างในบางวัน เมฆอาจลอยต่ำลงมา หมอกก็อาจจางหาย หรือแม้แต่สายฟ้าก็อาจอ่อนแรงลง ถ้าจะถามว่าแล้วอะไรที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง คำตอบก็คงเป็น ท้องฟ้านี้กระมัง

“ คืนนี้ไปทานข้าวด้วยกันเถอะนะ แรมโบ้” วองโกเล่รุ่นที่สิบเอ่ยปากชวนเด็กหนุ่มเบื้องหน้าด้วยท่าทีเป็นกันเอง รอยยิ้มที่เคยเป็นมาอย่างไรเมื่อกว่าสิบปีก่อน ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น แม้ว่าบัดนี้ทุกสิ่งรอบตัวเขาจะเปลี่ยนแปลงไปเสียหมดแล้วก็ตาม
“ เอ่อ.....” เด็กหนุ่มในชุดสูทลายวัวอ้ำอึ้งไปชั่วขณะ ใจหนึ่งก็ดีใจอยู่หรอก แต่อีกใจ กลับรู้สึกตะขิดตะขวงอย่างบอกไม่ถูก

“ ทำไมเหรอ มีธุระหรือเปล่า ฉันนึกว่างานนายหมดแล้วซะอีก หรือว่าเรื่องที่โรงเรียน” ชายหนุ่มเบื้องหน้าตั้งข้อสันนิษฐานด้วยความเป็นห่วง เพราะแม้โดยฐานะจะได้ชื่อว่าเจ้านาย แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขา มันเนิ่นาน และมั่นคงกว่าจะถูกคำพูดเช่นนั้นพันธนาการ ถ้าจะใช้คำใดแทน คำว่า “ ครอบครัว” คงจะเหมาะที่สุด เป็นน้องชายคนสำคัญที่อยู่ด้วยกันมาตลอดนี่นะ
“ สองคนเหรอครับ วองโกเล่” แรมโบ้เอ่ยถามอย่างเก้ๆกังๆ

“ เห ก็ใช่น่ะสิ พ่อกับแม่บินไปอิตาลีนะ นายจำไม่ได้เหรอ หรือว่าตั้งแต่ย้ายออกไปแล้วก็ไม่ค่อยได้จำเรื่องที่บ้านกันนะ”
“ ไม่ได้หมายความว่ายังงั้นนะครับ!”

“ ฉันมีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วย ถ้าไม่ติดธุระอะไร ก็รับปากซะเถอะนะ” วองโกเล่รุ่นที่สิบยิ้มให้อย่างอ่อนโยน พลางเปิดหนังสือแนะนำร้านอาหารดูอย่างสบายอารมณ์
“ แล้วคนอื่นๆล่ะครับ” เด็กหนุ่มเอ่ยถามต่อ รู้สึกว่าตัวเองบ้าอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่คนๆนี้ชวนเขาแท้ๆ แต่ทำไมถึงรู้สึกกล้าๆกลัวๆ จะตอบรับหรือปฏิเสธก็ดูจะยากเย็นไปเสียหมด

“ ทำไมล่ะ” อีกฝ่ายถาม
“ ก็......ผมเห็นใครๆก็อยากทานข้าวเย็นกับวองโกเล่”

“ นี่กลายเป็นว่า ฉันจะไม่มีเวลาแม้แต่ทานข้าวส่วนตัวกับนายเลยสินะ แย่ชะมัดเลยนะ” ชายหนุ่มหัวเราะอย่างเสียไม่ได้ ใบหน้าที่สะท้อนความเหน็ดเหนื่อยของเขายิ่งจะบีบให้เด็กหนุ่มจนมุม
“ ตกลงครับ ไปก็ได้ แต่.....”

“ อะไรล่ะ”
“ ............อยากทานอะไรครับ”

“ อาหารจีนเป็นไง ชอบรึเปล่า” วองโกเล่รุ่นที่สิบเสนอ แต่คำตอบของเขาทำให้เด็กหนุ่มหน้าซีดลงกะทันหัน
“ เอ่อ.......เกรงว่าจะต้องขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าน่ะครับ ” พอได้ฟังคำตอบเท่านั้น ชายหนุ่มกลับฉีกยิ้มกว้าง และหัวเราะเสียยกใหญ่ โธ่เอ๋ย เด็กหนอเด็ก.......ผู้ใหญ่ที่ไหน จะให้นายเลี้ยงข้าวเย็นกันเล่า

หลังจากตกปากรับคำทานข้าวเย็นเป็นที่เรียบร้อย ในขณะที่ชายหนุ่มในห้องดูจะอารมณ์ดีเอาเสียมากๆ เด็กหนุ่มที่เพิ่งเดินออกจากห้องมากลับถอนใจแล้วถอนใจอีก ก็จริงอยู่ว่าไม่ได้ทานข้าวด้วยกันมานาน ก็จริงอีกว่ามันไม่ได้แปลกอะไรที่วองโกเล่รุ่นที่สิบจะอยากคุยกับเขาส่วนตัวอย่างคนในครอบครัว เป็นสถานะที่น่าอิจฉาจะตาย ใครๆก็ว่าอย่างนั้นล่ะนะ วันชื่นคืนสุขที่เคยเล่นสนุกกันสมัยห้าขวบยังแจ่มชัดอยู่ในสมอง มันก็น่าจะมีความสุขสินะ แต่ทำไม...ถึงรู้สึกห่อเหี่ยวเปล่าเปลี่ยวขนาดนี้

“ ไง เจ้าวัวบ้า” เสียงทักทายที่ดังมาไม่ใช่ใครอื่น คนที่จะเรียกเขาแบบหยามกันขนาดนี้คงมีคนเดียวเท่านั้นล่ะ โกคุเทระ ฮายาโตะ ผู้พิทักษ์แหวนแห่งวายุของวองโกเล่รุ่นที่สิบ
“ เรียกวัว วัว อยู่ได้ น่ารำคาญเป็นบ้า” แรมโบ้โต้กลับ แต่ก็ไวเท่าปากนั่นล่ะ อีกฝ่ายทุบเข้าให้ที่กลางกบาลจนเขาต้องลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น

“ หัดมีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ซะบ้างเจ้าวัวบ้า” โกคุเทระขยับเนคไทเล็กน้อยและตั้งท่าจะเดินสวนไปทางประตูห้อง
“ ดีใจอะไรของนายน่ะ” เด็กหนุ่มถามอย่างขัดใจในท่าที ก็เขากำลังหงุดหงิด แต่อีกฝ่ายดูจะยิ้มระรื่นอย่างสบายใจ หนำซ้ำยังมาทุบหัวคนอื่นเล่นสบายอารมณ์อีก

“ เจ้าโง่ หัดดูเวลาซะบ้างสิ เที่ยงแล้วเฟ้ย เดี๋ยวฉันมาส่งงาน รุ่นที่สิบจะต้องชวนฉันอยู่ทานข้าวเที่ยงด้วยแน่” ว่าแล้วก็ตั้งท่าจะเปิดประตูเข้าไป
“ คนที่โง่มันนายต่างหาก”

“ อะไรนะ!”
“ วองโกเล่ไม่อยู่แล้ว เมื่อกี้ม้าพยศดีโน่เพิ่งจะมาชวนออกไปเอง” ไม่รู้เพราะแรงแค้น หรือเพราะอะไร แต่เด็กหนุ่มก็ตัดสินใจโกหกเข้าคำโตซะแล้ว

“ บ้าน่ะ!” ชายหนุ่มถึงกับหน้าเสีย นี่เขาถูกตัดหน้าเสียแล้วเรอะ ว่าแล้วก็จัดการกระชากคอเสื้อเด็กหนุ่มขึ้นตะคอกถามอย่างไม่รอช้า
“ สองคนนั่นไปไหนน่ะ!”
“ คฤหาสน์คาบัคโรเน่สาขาญี่ปุ่น เจ็บนะโว๊ย ปล่อยเซ่” เท่านั้น ร่างของเด็กหนุ่มก็ร่วงแหมะลงบนพื้นอีกรอบ ส่วนโกคุเทระก็บึ่งวิ่งไปเบื้องหน้าแล้ว สมกับเป็นสายลม แต่น่าเสียดายว่า คราวนี้.....วายุคงจะต้องโหมพัดอย่างไร้ประโยชน์เสียแล้วล่ะ
นี่เขา....เป็นอะไรนะ ทำไมถึงต้องโกหกคำโตขนาดนั้น ทำไมถึงรู้สึกริษยาอารมณ์ที่เบิกบานตรงไปตรงมาของ โกคุเทระ ฮายาโตะ ทำไมถึงขัดข้อง อารมณ์ขุ่น เมื่อวองโกเล่พยายามปฏิบัติกับเขาเยี่ยงคนในครอบครัว ช่างบ้าจริงๆ


Profile  Offline
 
 Post subject: ต่อ
PostPosted: 02 Oct 2007, 04:51 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
ยามค่ำคืน ก็เป็นยามค่ำที่ดูจะปกติ หนุ่มสาว ชายวัยกลางคน หญิงสาววัยทำงาน ใครต่อใครหลายๆคนเดินกันพลุกพล่านในย่านร้านค้า อาจเพราะเป็นคืนวันเสาร์ เลยยิ่งดูจะคึกคัก แต่ด้วยสัญชาตญาณแล้ว เด็กหนุ่มที่เติบโตมาในโลกของอาชญากรและการฆ่าฟันอย่างแรมโบ้ ไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย ความวุ่นวาย ดูจะเปิดโอกาสให้คำว่าอันตรายเสมอ ความรื่นเริงมันเป็นแค่ฉากหน้าที่ทาบทาความน่าหวาดเกรงเท่านั้น จะว่าไป.....ก็คล้ายกับคนๆนั้น ชายหนุ่มที่แย้มยิ้ม หรือแม้แต่มักจะทำอะไรเปิ่นๆอยู่เสมอ ดูไร้พิษภัยจนน่าใจหาย แต่ใครจะรู้ว่า คนๆนั้นนั่นล่ะ ที่.......ทันใดนั้นสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังมาจากเบื้องหลัง เรียกความสนใจจากเด็กหนุ่ม ที่กำลังยืนอยู่หน้าร้านอาหารจีนให้วิ่งตามเสียงไปได้อย่างชะงัด
“ เกิดอะไรขึ้น!” แรมโบ้ตะโกนพร้อมกับพยายามแหวกฝูงชนเข้าไปกลางวงล้อม กลางถนนในย่านที่พลุกพล่านที่สุด ชายฉกรรจ์กว่าสิบคนกำลังห้อมล้อม กลุ่มคนกลุ่มเล็กๆอยู่ มีหญิงสาวนั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ ชายหนุ่มที่ดูท่าทางเป็นพนักงานบริษัทล้มกลิ้งอยู่ไม่ห่าง ส่วนคนที่ยืนหยัดอยู่นั่น....

ในสายตาของคนทั่วไป เขาเป็นชายหนุ่มที่ไม่มีอะไรโดดเด่น สวมเสื้อผ้าชุดไปรเวท กางเกงยีนส์กับเสื้อยืดที่เขียนเลขข้างหลังด้วยสีส้มเบอร์ 27 เป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าที่ดูไม่มีพิษภัย ดูไม่เหมือนคนร้าย แต่ก็ไม่คลับคล้ายผู้มีอำนาจแม้แต่น้อย ธรรมดา สามัญ และอาจดูอ่อนแอยิ่งกว่าใคร ทว่า....ชายหนุ่มผู้นี้เอาตัวเข้าไปขวางไม่ให้ชายหญิงคู่หนึ่งถูกทำร้ายกรรโชกเอาเงิน ท่าทีของเขา แววตาของเขา ไม่มีแววตื่นตระหนก แต่มันก็ไม่มีแววของการขู่เข็ญ คนแบบนี้ เอาความกล้ามาจากไหนกัน

“ เอ่อ จะช่วยถอยไปได้ไหมครับ ถ้าต้องการเงิน ก็เอาไปเถอะ ผมมีเท่านี้ล่ะ” ชายหนุ่มที่ว่า ควักแบงก์หมื่นเยนเป็นปึกออกจากกระเป๋าเงิน รู้สึกเสียดายอยู่เหมือนกัน เพราะมีนัดกับแรมโบ้ แต่ก็คิดว่าหมอนั่นจะไม่บ่นอะไรมากถ้าจะเปลี่ยนที่กินมื้อเย็นน่ะ
“ รวยเหมือนกันนี่พี่ชาย” ฝ่ายตรงข้ามดูจะยิ่งห้อมล้อมเข้ามา โดยผละความสนใจจากเหยื่อสองคนแรก ก็แน่ล่ะ ในเมื่อเหยื่อที่มาใหม่ดูจะร่ำรวยกว่ามาก

“ จริงๆนี่ก็ทั้งหมดที่มีน่ะ ช่วยเอาไปแล้วถอยไปเถอะ ผมมีนัดน่ะ” ชายหนุ่มเกาศีรษะ พลางปาดเหงื่อ ไม่ว่าเมื่อไหร่ การถูกกดดันและเรื่องการใช้กำลังก็ยังไม่เหมาะกับเขาอยู่ดีนั่นล่ะ
“ เงินน่ะเอา แต่.......”

“ เห!”
“ พี่ชายคงต้องไปกับเราด้วยล่ะ” ว่าแล้วก็ถูกคว้าหมับเข้าที่แขน ถึงตอนนี้วองโกเล่รุ่นที่สิบ ถึงกับหน้าเสีย ไม่ใช่เพราะกลัวจะโดนจับไปเรียกค่าไถ่หรอก แต่แค่กำลังคิดว่า....จะผ่านสถานการณ์นี้ไปอย่างไม่เลือดตกยางออกดีนะ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ต้องคิดนาน เมื่อเสียงที่คุ้นเคยดังลั่นออกมาจากกลุ่มคนที่มุงกันอยู่

“Eletrico Cuoio!”
“ แรมโบ้!”

แม้ปกติจะไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวเท่าไรในสายตาคนอื่น แต่ในยามนี้ เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าวองโกเล่รุ่นที่สิบ ดูจะไม่เป็นแบบนั้น สายฟ้าที่เขานั่นฟาดลงมา และเล่นงานลูกทีมยากูซ่าปลายแถวหมอบไปเสียสองสามคน สายตาของเด็กหนุ่มดูเดือดดาล และอาฆาตอย่างไม่อาจสรรหาคำพูด

“ กล้าดียังไง!” เด็กหนุ่มตะโกน “ ถึงมาหาเรื่องกับวองโกเล่!” คราวนี้ยิ่งดูเหมือนสายฟ้าจะยิ่งไปรวมกันที่เขา พร้อมจะผ่าทุกคนเบื้องหน้า ถ้าปล่อยไว้แบบนี้คงจะไม่ดีแน่ๆ
“ ช่างมันเถอะแรมโบ้ ไม่มีอะไรแล้ว” ชายหนุ่มปลอบพลางสะบัดแขนพวกที่รุมล้อมอยู่ออก แต่ดูเหมือนจะไม่ง่ายแบบนั้น
“ ไม่มีอะไรบ้าอะไรของแกวะ ไอ้หนูถ้าแกยังเดินเข้ามา พ่อเชือดหมอนี่ทิ้งจริงๆนะโว๊ย!” ยิ่งถูกตะโกนใส่ ดูเหมือนความอดทนที่มีอยู่น้อยนิดของแรมโบ้จะขาดสะบั้น วองโกเล่รุ่นที่สิบ จำเป็นต้องตัดสินใจตรงนั้นว่า จะ......ลงมือเสียเอง หรือปล่อยให้แรมโบ้พลั้งมือฆ่าคนตายกลางที่สาธารณะ

“ อย่าว่ากันเลยนะ ฉันก็แค่ไม่อยากให้น้องชายกลายเป็นฆาตกรน่ะ” ฉับพลันชายหนุ่มที่เคยเห็นว่าไร้พิษสงเมื่อครู่ก็ทุ่มเอาชายที่ยื้อตัวเขาไว้ลงไปนอนหงาย ถ้าเป็นเมื่อสิบปีก่อน สถานการณ์แบบนี้คงต้องให้รีบอร์นยิงกระสุนดับเครื่องชนลูกเดียว แต่เขาในเวลานี้ แม้จะเป็นปกติก็จัดการสวะพวกนี้ลงได้ไม่ยากหรอก
“ เฮ้ยแก!” พวกที่เหลือเริ่มเงอะงะ และคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรกับเด็กหนุ่มประหลาดเบื้องหน้า กับชายหนุ่มที่ถอดคราบลูกแกะออกไปจนดูกลับกลายคล้ายหมาป่า
“ ช่วยไปทีเถอะ” ชายหนุ่มพูดเป็นครั้งสุดท้าย และครั้งนี้ได้ผลเกินคาด พวกที่เหลือกระเจิดกระเจิงวิ่งหนีหายไปไม่เห็นฝุ่น แต่ก็ไม่ใช่เวลาที่จะวางใจ ดูเหมือนความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจะชักพากลุ่มคนที่ไม่พึงประสงค์มาด้วยซะแล้ว ตำรวจ!

ชายหนุ่มไม่รอช้า เขาคว้าข้อมือของผู้พิทักษ์แหวนแห่งอัสนีที่กำลังโกรธจนหน้ามืด วิ่งถูลู่ถูกังฝ่าฝูงชนออกไปอย่างรวดเร็ว อย่างไงก็ตามมาเฟียก็คงไม่ถูกกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองหรอก ช่างเป็นอาชีพที่ไม่มีเวลาหยุดพักเอาเสียเลย จากแสงสีของเมือง วิ่งตัดออกมายังท่าเรือที่ร้างผู้คน เสียงคลื่นที่กระทบฝั่งคอนกรีต เสียงเรือที่แว่วมาแต่ไกล สายลมเย็นที่โกรกเข้ากับใบหน้า ล้วนแต่ผ่อนคลายอย่างไม่อาจอธิบาย

“ ดูท่าสวรรค์จะสาปแช่งนิดๆแฮะ” ชายหนุ่มว่าพลางนั่งลงบนพื้นคอนกรีต แม้จะพูดแบบนั้นและทำหน้าเซ็งเพียงใด แต่เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆเขารู้ดีว่า คนๆนี้ ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดอะไรเลย
“ ไม่โกรธเหรอครับ ถ้าผมไม่เข้าไป วองโกเล่อาจผ่านเหตุการณ์เมื่อกี้ไปง่ายๆก็ได้” แรมโบ้ก้มหน้าลง รู้สึกว่าตัวเองวู่วามใจร้อน และหาเรื่องหาราวอยู่ไม่เปลี่ยน ทั้งที่คืนนี้วองโกเล่คิดจะมาผ่อนคลายแท้ๆ

“ นี่....”
“ครับ”

“ ช่วยกดโคล่าให้กระป๋องสิ ขอช็อคโกแลตแท่งนึงด้วยนะ” ชายหนุ่มว่าพลางชี้ไปที่ตู้ขายของอัตโนมัติ
“ หา!”

“ อะไร หรือว่าแค่นี้ก็เลี้ยงฉันไม่ได้น่ะ”
“ ไม่ครับ” เด็กหนุ่มรีบกุลีกุจอวิ่งไปที่ตู้ขายของ และเขาก็เดินกลับมาพร้อมโคล่าสองกระป๋อง กับช็อคโกแลตเต็มมือ ทำเอาคนที่นั่งรออยู่หัวเราะ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าแรมโบ้น่ะชอบของหวาน ถ้าทานของหวานล่ะก็ ต้องสบายใจขึ้นแน่ๆ

“ ก็รู้อยู่ว่าผมชอบขนม” แรมโบ้ครวญ
“ ก็ทานซะสิ นายได้เลี้ยงฉันจริงๆแล้วนะ”

ลมพัดมาเบาๆ กลิ่นทะเล กลิ่นเกลือลอยมากระทบจมูก ขณะที่กำลังขบเคี้ยวขนมอย่างสบายใจ เด็กหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองใบหน้าด้านข้างของวองโกเล่ ยังเหมือนเดิมเลย ทั้งดวงตา จมูก ริมฝีปาก พวงแก้ม ทุกอย่างที่ประกอบเป็นคนๆนี้ยังเหมือนเดิม รอยยิ้มก็ยังเหมือนเดิม ความใจดีนี่อีก ทั้งๆที่เป็นแบบนั้น แต่ทำไมตัวเขาเองกลับรู้สึกแปลกๆ ตะขิดจะขวงใจ ไม่อยากสู้หน้า แต่ไม่ใช่เพราะไม่ชอบ....เมื้อกี้ ถ้าวองโกเล่ไม่หยุดไว้ เขาคงจะลงมือจัดการเจ้าพวกนั้น และมันคงจะสาหัสแน่ๆ แม้ฝีมือจะต่ำที่สุดในบรรดาผู้พิทักษ์ แต่กุ๊ยพวกนั้นก็ไม่ใช่คู่มือเขาหรอก นี่เขา....เป็นอะไรกัน
“ แรมโบ้”
“ ครับ วองโกเล่” เด็กหนุ่มเอ่ยตอบทันควัน พอดีกับที่ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของอีกฝ่ายหันมา ชายหนุ่มผู้นี้ยิ้ม และดูจะยิ้มมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ทำไมนะ

“ จำชื่อฉันได้ไหม”
“เอ๋!”

“ นายเริ่มเรียกฉันว่าวองโกเล่เมื่อไหร่กัน ดูท่านายคงจำชื่อฉันไม่ได้แล้วล่ะมั้ง” ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ แต่มันดูขมขื่นพิลึกในสายตาเด็กหนุ่มที่ถูกตัดพ้อ ไม่ใช่ว่าลืม ไม่ใช่ว่าไม่อยากเรียก แต่ตอนนี้.....เขามีคุณสมบัติที่จะเรียกชื่อนี้เหรอ
“ ทีเจ้าหมอนั่นก็เรียกวองโกเล่ว่ารุ่นที่สิบ ไม่ใช่รึครับ”

“ เพื่อนกับน้องชายมันต่างกันนี่ โกคุเทระเรียกฉันแบบนั้นตั้งแต่พบกันจนชินแล้ว น่าแปลกนะที่พอออกจากปากหมอนั่นแล้วดูธรรมดา”
“..................................” แรมโบ้เงียบไป คำพูดข้างหลังแทบไม่ได้เข้าหู สิ่งที่แว่วเข้ามามีแต่เพียงคำว่า “ น้องชาย”

“ ฉันบอกว่ามีเรื่องจะพูดกับนายสินะ”
“....................................” แรมโบ้ไม่ตอบ สมองยังคงอื้ออึงอย่างไม่รู้สาเหตุ

“ แรมโบ้ ตั้งใจฟังนะ”
“...................................”

“ ช่วยวางมือจากแหวนแห่งอัสนีได้ไหม” คำพูดของชายหนุ่มผ่าลงกลางใจแรมโบ้ ราวกับฟากฟ้าถล่มทลายลงมาเบื้องหน้า ดูมืดฟ้ามัวดิน และทุกอย่างพ่ายพัง อะไรนะ นี่เขาหูแว่วไปงั้นหรือ วางมือ นี่วองโกเล่มีคนที่จะมาแทนที่เขาแล้วงั้นหรือ เขาไม่เป็นที่ต้องการแล้วงั้นหรือ เขาถูกทิ้งแล้ว วองโกเล่รุ่นที่สิบ ไม่ต้องการให้เขาเป็นผู้พิทักษ์แหวนแห่งอัสนีอีกต่อไปแล้ว!


...........................

ถ้าไม่ผิดพลาดพรุ่งนี้คงมาต่อจนจบค่ะ

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 02 Oct 2007, 09:03 
Rank: CG&Fiction Staff
Rank: CG&Fiction Staff
Joined: 30 Sep 2007, 16:47
Posts: 1206
Location: Reborntfc
หือซึ้งๆ อยากร้อง เเรมโบ้ดีออกทำไมสึนะต้องให้เเรมโบ้ออกจากการเป็นผู้พิทักษ์ละ

-------------------------------------------------------------------------------------
ชีวิตต้องสู้ต่อไป
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 02 Oct 2007, 11:00 
Joined: 19 Sep 2007, 13:34
Posts: 682
Location: Vongola Family
สึนะเป็นห่วงนู๋แรมโบ้ไง~~คาวาอิ ~~~


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 02 Oct 2007, 17:14 
User avatar
Joined: 26 Sep 2007, 15:42
Posts: 423
Location: คฤหาสน์ Varia
มาลงต่อเร็วเร้ววว~~~~!! > <"

เดี๋ยวลงแดงตายซะก่อน

_________________
Image
Image
เราต้องการความรักมากที่สุดตอนที่เราไม่น่ารักที่สุด
http://accelerando.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 02 Oct 2007, 22:55 
User avatar
Joined: 16 Sep 2007, 19:18
Posts: 345
Location: ทุกที่ๆฮิบาริอยู่
มาต่อ พรีสสสสสสสสสสสสสสสสส ชอบๆๆๆๆๆ
สึนะเอ้ย ถึงจะอายุมากกว่าแรมโบ้แต่ทำไมฉันรู้สึกว่าเอ้งก็ยังเคะอยู่สีฟร้า~~~
/ นอนตีพุงรอตอนต่อไป
ชักอยากแต่งสึนะอีก 10 ปีบ้างแล้ว ><

_________________
ImageImageImage


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 02 Oct 2007, 23:11 
User avatar
Joined: 17 Sep 2007, 10:15
Posts: 21
โอยยยยยยยยยยยย อยากอ่านต่อมากมาย ลงแดงแล้วค่าา


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 02 Oct 2007, 23:32 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:32
Posts: 373
โอ้ย!! น่ารักสุดๆ โถๆแรมโบ้ที่น่าสงสาร สึนะเขาไม่ทิ้งนายหรอกน่า เชื่อเถอะ มาต่อเร็วๆนะคะ กำลังลุ้นเลย


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 03 Oct 2007, 00:20 
User avatar
Joined: 24 Sep 2007, 07:34
Posts: 2155
Location: ทุกแห่งหนในความฝันนี้
กรี้ดดด แอบลุ้น ><


เค้าไม่ทิ้งนายหรอกน่าแรมโบ้


รักเเละเป็นห่วงหรอกเลยอยากกันออกไปจากอันตราย


รอติดตามต่อไปนะค่า

_________________
ImageImageImageImageImage


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 03 Oct 2007, 00:44 
Rank: Prime
Rank: Prime
Joined: 20 Aug 2007, 23:24
Posts: 409
Location: R O M E '
ได้โปรดมาต่อเร็วๆเถิด~!!TT[]TTกำลังอินมากมายกับเนื้อเรื่อง*
ถ้าไม่ได้อ่านภายในเร็วๆนี้คงจะขาดใจตาย~*เอิ๊กๆ>w<

_________________


→ ✖ R i k u ' C r a z y ★
*|| E S 2 1 ' F a n s ||*
{__x American Football x__}
[ประธานสมาคมม่าคุงXเจ๊มาโม]


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 03 Oct 2007, 11:43 
User avatar
Joined: 27 Sep 2007, 08:47
Posts: 49
Location: Namimori
กี๊ดดดด สึนะคุงห่วง แรมโบ้สินะ น่ารักมากเลยค่ะ ภาษาก็สวยงามดี ชอบมากเลยค่า

_________________
Hibatsuna 18*27 suki suki desu~!
Image
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 03 Oct 2007, 11:50 
Rank: CG&Fiction Staff
Rank: CG&Fiction Staff
Joined: 30 Sep 2007, 16:47
Posts: 1206
Location: Reborntfc
ต่อหน่อยสิครับกำลังรออยู่เลย
-------------------------------------------------------------------------------------
ชีวิตต้องสู้ต่อไป
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 03 Oct 2007, 21:04 
User avatar
Joined: 17 Sep 2007, 20:48
Posts: 222
Location: ที่ไหนสักแห่งในนามิโมริ
มาลงต่อไวๆๆๆนา อยากอ่านใจจะขาดอยู่แล้ว :D :D :D

โอ้...โอ้ แรมโบ้คุงอย่าเพิ่งเสียใจนะ สึนะเค้าเป็นห่็วงก็เลยอยากให้ออกไง

_________________
....ถึงจะมีคนมารุมล้อม....แต่ฉันก็โดดเดี่ยวตลอดแหละ....

http://little-fin.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 04 Oct 2007, 13:15 
User avatar
Joined: 16 Sep 2007, 15:48
Posts: 431
Location: แหล่งกบดาน
แรมโบ้จ๋า เจ้าช่างน่าสงสารเหลือเกินโฮะๆๆ(มันประชดป่าววะ-*-)
ที่เขาบอกเพราะเขาเป็นห่วงนะจ๊ะ

มาอัพไวๆน้า จะรอ~~~!

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 07 Nov 2007, 22:53 
User avatar
Joined: 06 Nov 2007, 14:15
Posts: 326
เอ้า ฮึบ!

พรึบ!!! ปูเสื่อรอละนะ จะนั่งรอนอนรอ รีบๆมาอัพนะจ๊ะ

กำลังหนุกเลย


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 17 posts ]  Go to page 1, 2  Next


Who is online

Users browsing this forum: komu-rin and 4 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: