Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 31 posts ]  Go to page 1, 2, 3  Next
Author Message
 Post subject: [AU S.fic] In the bottle [Special] [10069](2/2)END
PostPosted: 28 Dec 2008, 00:08 
User avatar
Joined: 19 Sep 2008, 10:24
Posts: 250
Location: Vindice
อยากกรีดร้องให้ลั่นโลกว่าคอมบ้านนู๋มันสไตร์หรือ คอมเจ๊ง ฉลองคริสมาสค่าท่าน มันไม่พอใจอะไรหรือเปล่าเนี่ย!!! ทั้งการ์ตูนวาย ทั้งฟิควาย ทั้งของมืดฉานยังไม่รู้ชะตากรรม ระหว่างที่กำลังหื่นต่อเนื่องก็เลยเอาคู่นี้ที่คนอ่าน In the bottle อยากรู้ความจริงกันมาเปิดเผยค่ะ ! พับโปรเจค G84 ไว้ก่อน (หลบรองเท้า)
เป็นเรื่องก่อนหน้าคุณมุคุกับคุณฮินะคะ แบบว่า 1 year after ถึงจะเป็นเนื้อเรื่องเดียวกันแต่ก็ไม่ได้ปะติดปะต่อกันมากเนอะ และก็ชัวร์เลยว่สมันเป็น แบด เอนด์ นะคะ

In the bottle [Special] (link : http://reborntfc.freeforums.org/in-the-bottle-1869-24-12-t3707.html )
the melted snow in the hand, [1/2]
Pairing : 10069
Rate : PG13+
Author : Shey



the melted snow in the hand, [1/2]



บางทีมันอาจจะถูกกำหนดมาตั้งแต่แรก

แต่พวกเราก็ ไม่เคยเสียใจ

เพียงแค่คุณ.... คุณเท่านั้น....


.......................................................


เสียงบทสนทนาดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ภายในชั้นสามของร้านขายไวน์ เจ้าของร่างพยายามจะระงับอารมณ์เอาไว้พยายามไม่ปล่อยอารมณ์ใส่คนที่ปลายสายเพราะรู้ว่าฝ่ายนั้นหวังดีเพียงใด รวมทั้งไม่อยากส่งเสียงดังไปถึงวงสนทนาชั้นสองที่กำลังครึกครื้น ดวงตาสีไวโอเล็ตกวาดมองไปรอบห้องที่มีชั้นวางเรียงขวดไวน์อยู่โดยรอบราวกับอาณาจักรของมัน เหมือนเป็นการระบายอารมณ์ไปในตัว เพราะว่าที่บ้านใหญ่ในอิตาลีมีธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออกและนำเข้าไวน์ทำให้ต้องคลุกคลีตีโมงกับเจ้าไวน์สารพัดชนิดมาตั้งแต่เด็กทำให้การที่อยู่กับมันก็เป็นการทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างหนึ่ง

‘นายยังไหวนะ พี่พยายามหาให้แล้วแต่มันไม่มีคนที่กรุ๊ปเลือดเดียวกับนายเลยในช่วงหลายปีมานี้’ ชายหนุ่มปลายสายพูดประโยคคล้าย ๆ กันเป็นครั้งที่ 4 แล้วกระมัง ตั้งแต่เริ่มคุยโทรศัพท์มาเป็นเวลาเกือบครึ่งชม.นี้

“ไม่ต้องรีบหรอกครับ ผมก็ไม่ได้มีอาการแสดงออกมาว่าเป็นอะไรมากสักหน่อย”

‘แต่ฉันจะให้โชอิจิบินไปคอยดูแลนาย’ ปลายสายพูดตอบมาแทบจะทันที

“แต่โชจังน่ะเป็นหมอประจำตัวพี่นะ ถ้าพี่เป็นอะไร….”

‘เบียคุรัน!! หมอในอิตาลีมีเป็นร้อยพี่ไม่เรื่องมากขนาดที่ว่าต้องใช้โชอิจิคนเดียวหรอกนะ’

“...ครับ...ก็ได้ครับ” เบียคุรันตอบตกลงก่อนจะกดวางสายลงไป พ่นลมหายใจออกอย่างเบื่อหน่ายและพับฝาปิดโทรศัพท์ลงก่อนจะเก็บมันลงในกระเป๋ากางเกงที่เป็นเครื่องแบบของร้าน กวาดดวงตาสีม่วงอ่อนไปตามชั้นเก็บอีกครั้งเพื่อเป็นการตรวจสอบความเรียบร้อยอย่างเคยชิน ก่อนจะเคลื่อนกายออกไปจากห้องลงไปยังชั้นสอง เสียงเฮฮาดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ครึกครื้นแข่งกับเสียงฝนที่หยาดเม็ดลงมาเพียงเบาบางด้านนอก ถึงแม้จะเริ่มเข้าเดือนมิถุนายนแล้วแต่ปีนี้ดูจะไม่ค่อยร้อนเท่าไรเลย

ภาวนาให้ฝนหยุดตกเสียที เพื่อให้ฟ้าโปร่ง จะได้เห็นดวงดาวบนฟากฟ้า เพราะวันนี้เป็นวันสำคัญ

ใช่... วันสำคัญของคนสำคัญ

“อ้าวคุยโทรศัพท์เสร็จแล้วเหรอเบียคุรัน” ชายผู้เป็นเจ้าของผมสีทองสว่างโร่ทักขึ้น เขาหยักยิ้มตามแบบฉบับเป็นการขานรับ เนตรสีไวโอเล็ตเหลือบมองไปทั่วห้อง มองผ่านลูกค้าไม่กี่คนที่นั่งจิบไวน์กันอย่างสบายอารมณ์เพื่อลบอากาศชื้นแฉะด้านนอก ค้นหาคนที่คิดว่าน่าจะมาถึงแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นที่หมายนั้นสักที

“หาผมหรือครับ” น้ำเสียงหวานหูที่ดังอยุ่เพียงเสียววินาทีก่อนที่มือบางจะคว้าแขนของเขาไปไว้ในอ้อมออก เขาหันไปมองร่างเล็กพร้อมรอยยิ้ม ใบหน้าหวานยิ้มน้อย ๆ ตอบ แต่ดวงตาสองสีนั้นทอประกายหวานกว่า “มานานแล้วหรือมุคุโร่คุง” เขาถาม

“สักพักเองครับ” ร่างบางรั้งมือหนาไว้ก่อนจะจับจูงและเป็นฝ่ายเดินนำไปยังที่นั่งของตัวเอง ที่ที่กลายเป็นที่ประจำไปเสียแล้ว

เก้าอี้ตัวที่สองทางด้านซ้ายของเคาท์เตอร์กลายเป็นที่ประจำของชายหนุ่มผมสีไพลินอย่างเป็นที่รู้กันดีของพนักงานร้านและแขกประจำ เบียคุรันเดินไปประจำที่หน้าเคาท์เตอร์เช่นกัน เขายื่นแก้วน้ำเปล่าทรงเตี้ยให้คนรักที่รับไปดื่มอย่างง่ายดาย มุคุโร่ก็รู้ว่าเบียคุรันพยายามหากิจกรรมค่าเวลาให้เขาทำดีกว่านั่งแกร่วรอให้งานเลิกซึ่งยังอีกนานมาก จะทำไงได้ในเมื่อที่นี่เป็นร้านขายไวน์ เขาคงจะร้องขอนมร้อนหวาน ๆ หรือช็อกโกแล็ตร้อนอย่างที่เคยอ้อนขอที่บ้านของเจ้าตัวไม่ได้แน่

เจ้าของเรือนผมสีขาวงาช้างเหลือบมองร่างบางอย่างเอ็นดูในความน่ารักนั้น เขาตกลงกับดีโน่และแซนซัสที่เป็นเพื่อนร่วมงานไว้แล้วว่าวันนี้จะขอกลับก่อนซึ่งทั้งสองไม่ได้ว่าอะไร มีเพียงข้อโต้แย้งจากคุณอาของเขาที่เป็นเจ้าของร้านนี้เท่านั้นที่ว่าทำไมไม่จัดงานวันเกิดของคนน่ารักที่ร้าน ซึ่งเขาก็ตอบปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวลว่าไม่อยากรบกวนที่ร้านและมุคุโร่ก็ไม่ชอบคนเยอะ ๆ

อยากจะอยู่ด้วยกันให้นานกว่านี้ ... นานกว่านี้อีก ... หรือตลอดไป

มือหนาก็เปิดตู้แช่หยิบของขวัญที่เตรียมไว้ให้มาวางตรงหน้าของคนรัก ไวน์หวานทีทองอร่ามจนแทบเรืองแสงส่องประกายสีล้อกับแสงไฟบนเพดาน เพียงแต่เห็นของขวัญตรงหน้ามุคุโร่ก็ยิ้มหวานขึ้นอีก ราวกับเด็กน้อยได้ของโปรดชิ้นใหม่ หวานจนจะละลายหัวใจของเขาเสียให้ได้...

Tokaji Aszu ที่หวานที่สุดในฮังการี .... Happy birth Day ครับมุคุโร่คุง” เขากระซิบที่ข้างใบหูหวังจะให้คำกล่าวนั้นเปลี่ยนเป็นคำรักที่ซาบซ่าน....ไปถึงหัวใจ


.....................................


“ไม่ชอบฝนเลยนะครับ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเมื่อเริ่มปรอยลงหนักขึ้นก่อนที่จะถึงที่พักของเขา

“ผมก็ไม่ชอบครับ” เขาพูดไปตามที่คิด เมื่อเห็นร่างบางที่เริ่มรู้สึกเย็นจากไอฝนเริ่มซุกเข้าใกล้ตัวเขาและพริ้มตาลงในขณะก้าวเท้า ใช่เขาไม่ชอบฝนเลยมันทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายรวนและปั่นป่วนไปหมด พาลจะทำให้เป็นหวัดเอาง่าย ๆ โดยเฉพาะร่างกายอย่างเขาที่อ่อนแอจนน่าสมเพช พยายามจะเข้มแข็งและปกป้องคนรักแต่ความจริงแล้วกับอ่อนแอปวกเปียกเหมือนกับหิมะ กลุ่มก้อนสีขาวที่พอเจอไอร้อนก็ละลายเสียง่าย ๆ ใบหน้าคมหยักยิ้มเศร้าขึ้นเมื่อบรรยากาศเริ่มเงียบลง แต่ก็ต้องหลุดตกใจเมื่อร่างบางนั้นสลัดตัววิ่งออกไปยืนตากฝนเสียอย่างนั้น

“เหมือนท้องฟ้ากำลังร้องไห้เลยนะครับ วันเกิดผมทั้งทีทำไมถึงต้องเศร้าใจกันนะ” มุคุโร่ที่วิ่งไปยืนจังก้าอยู่กลางสายฝนเงยใบหน้าสวยขึ้นรับสายฝนที่เริ่มหนาเม็ดขึ้นเรื่อย ๆ พลางยกมือประกอบท่าทางน่ารักนั่น หมุนไปมาจนผมสีไพลินเปียกและรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน ปล่อยให้สายฝนชะล้างจนลู่ลงกับวงหน้างาม

“มุคุโร่คุงเดี๋ยวจะเป็นหวัดนะครั.....!!” ไม่ทันจะพูดจบประโยคร่างสูงก็ถูกกระชากเข้าไปหาจนร่มใช้กันฝนตกลงกับพื้น ทรงผมสีขาวเมื่อถูกฝนชะล้างก็เปียกและลู่ลงเช่นกัน เนตรสีไวโอเล็ตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสองสีนั้นอย่างอาวรณ์กับรอยยิ้มสวย ที่ไม่นานเขาอาจต้องละจากมันไป

อยากจะพูด อยากจะบอกกล่าวแต่ไม่กล้า กลัวว่า...ร่างตรงหน้าจะหายลับไปหรือบางทีอาจจะลบประกายสดใสนี้หายไป

เรียวนิ้วเชยใบหน้าขาวขึ้นมาใกล้ สะกดสายตาที่กระพริบปริบ ๆ เพราะสายฝน ก่อนจะค่อย ๆ ปรือปิดรับจุมพิตหวาน

“เบียคุรัน” เสียงนั้นอุทานแผ่วเมื่อลืมตาขึ้นสบสายตาเศร้า แต่เขาก็หยิบหน้ากากขึ้นมาสวมไว้อย่างรวดเร็ว ช้อนร่างบางเข้าไว้ในวงแขนจนเรียวแขนเล็กนั้นเผลอโอบกอดไว้อย่างตกใจ กระชับร่างของคนรักให้แนบแน่นไว้ในอ้อมอกก่อนจะจับหมุนไปมาจนเผลอหัวเราะออกมาทั้งคู่ เรียกสายตาหลายคู่ที่เดินผ่านไปมาให้หันมามองอย่างอดอิจฉาไม่ได้

เขาทำใจเอาไว้นานแล้ว...

ใช่แล้ว... ทำใจไว้ตั้งนานแล้ว

แต่ก่อนหน้าที่จะเกิดอะไร ๆ ขึ้นนั้น ขอตักตวงความสุขตรงหน้านี้เอาไว้ให้เต็มอกก่อนแล้วกัน...


...........


กว่าจะเดินทางมาถึงคอนโดสุดหรูก็กินเวลาไปเกือบ ชม. ทั้งสองเปียกจนเหมือนคนเพิ่งขึ้นมาจากสระน้ำ เนตรสีม่วงอ่อนลอบมองดูร่างบางหอบหัวเราะอย่างสนุกสนาน ก่อนจะเดินจูงมือนำไปที่โซฟานุ่ม วางขวดไวน์ที่ถือติดมาตลอดไว้บนพรมสีครีมผืนโปรดของคนรักที่ตนพยายามไม่เข้าไปยืนใกล้เพราะกลัวว่าจะเปียก “จะไปเอาผ้าเช็ดตัวมาให้นะครับ”

ร่างสูงเดินเข้าไปในห้องนอนที่เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างเป็นที่ขาวจนกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับผนังห้อง เปิดตู้เสื้อผ้าสีขาวมันวับ เอื้อมมือหยิบผ้าขนหนูสีขาวแต่ดูเหมือนร่างกายจะไม่เป็นใจ ขณะที่เอื้อมมือจนสุดนั้นดวงตาก็เริ่มพร่ามัวจนต้องคว้าเกาะเฟอร์นิเจอร์ใกล้ตัวเอาไว้ ความรู้สึกบางอย่างในตัวทำรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกและมีบางอย่างที่ลอยละลิ่วมาจุกที่ลำคอ

แค่ก แค่ก!!

เผลอไอออกมาเป็นชุดจนคนตัวบางต้องชะเง้อหน้าเข้ามามองให้ห้อง มุคุโร่เดินถือแก้วไวน์ทรงสวยเข้ามาพร้อมขวดไวน์ที่ทำการเปิดแล้ว ต้องรี่เข้ามาด้วยท่าทางเป็นห่วง

“ไม่สบายหรือเปล่าครับ ตากฝนมาแบบนั้น” มือบางวางข้าวของลงกับโต๊ะเล็กข้างเตียงพลางเอื้อมมือขึ้นแตะหน้าผาก เขาฉวยมันไว้ก่อนจะนำมาแนบจมูก สูดกลิ่นกายหอมหวานจนเจ้าของตัวนั้นซับสีเรื่อขึ้นที่หน้า รั้งร่างบางเข้าไปในอ้อมแขนและค่อย ๆ นั่งลงเอนหลังพิงขอบเตียง ทำท่าทีว่ายังคงสบายอารมณ์ ซุกปลายจมูกให้จมลงในกลุ่มผมสีไพลินที่เปียกชื้น

“เช็ดผมก่อนครับ” เขากล่าวเตือนเมื่อสัมผัมถึงผิวกายที่เย็นเฉียบ พลิกร่างในอ้อมกอดหันหลังเพื่อให้ทำตามที่พูด

“ผมยาวขึ้นอีกแล้วนะครับ”

“อื้ม”

“ผมอยากเห็นตอนมุคุโร่ผมยาวกว่านี้ ไว้ให้ยาวขึ้นอกนะครับ” เขารั้งปอยผมขึ้นมาแนบริมฝีปาก

เนื่องจากในห้องไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศจึงไม่ทำให้เสื้อผ้าที่เริ่มหมาดนั้นสร้างความหนาวเย็น แต่มุคุโร่ก็คู้ตัวลงอย่างเคยชิน เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้นเขาจึงล้วงมือเขาไปในเสื้อยืดตัวหลวมที่คนในอ้อมกอดยอมให้ถอดอย่างเต็มใจ ผิวกายขาวสว่างเผยให้เห็นรอยรักจาง ๆ ที่เขาทำไว้เมื่อไม่กี่วันที่แล้ว ค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามรอยแดงสีกุหลาบจนเจ้าของร่างหัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนจะโน้มตัวลงขบที่รอยเดิมตรงซอกคอนุ่ม

....อยากจะตีตรา ....อยากจะเป็นเจ้าของ ....อยากทำให้คนคนนี้ให้เป็นของเขาเพียงคนเดียว โอบเอาไว้ในอ้อมกอดไม่ให้ใครได้เห็นเส้นไหมสีน้ำเงินและดวงตาไม่เข้าสีที่เขาหลงใหล ให้นานอีกสักนิด นานอีก นานจนกว่าจะชั่วนิรันดร์

“อา... คุณเบียคุรัน” มุคุโร่ครางกระเส่า ร่างกายบิดเร่าเมื่อมือหนาซุกเข้าไปเค้นคลึงที่สะโพกและหน้าท้อง ปล่อยศรีษะให้เอนไปซบกับไหล่ของคนรัก ปรือตาสองสีขึ้นมองช้า ๆ เป็นการจุดไฟแห่งราคะให้โหมแรงขึ้นตามแรงอารมณ์ เขาถอดเสื้อออกอย่างรวดเร็วในขณะที่มุคุโร่บิดกายกลับมาโอบรอบคอคนรักอย่างกระสัน เผยอริมฝีปากสีสดขึ้นยิ้ม เมื่อสอดประสานสายตาทั้งสามสีเข้าด้วยกัน บทเพลงแห่งราคะก็บรรเลงขึ้นอย่างกับเพลงร็อค

แรงบทริมฝีปากรุนแรงขึ้นตามความแรงของอารมณ์ ลากลิ้นร้อนไปตามพวงแก้มใส สอดเข้าไปใบหู ในขณะที่มือหนายังเค้นคลึงส่วนอ่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เสียงครางราวกับเป็นตัวเร่งอุณหภูมิให้ร้อนขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เบียคุรันอุ้มร่างที่บิดเร่าขึ้นวางบนที่นอนนุ่ม เอื้อมคว้าเอาขวดน้ำมันหอมที่เคยซื้อมาไว้ใช้นวดตัวที่หัวเตียงเทลงในมือก่อนจะใช้เป็นตัวช่วยเบิกทางในการสอดนิ้วเข้าไปในช่องทางคับแคบ

มุคุโร่รู้สึกถึงความนุ่มที่ปากทางนั้น ค่อย ๆ แทรกผ่านเข้ามาทีละนิด ๆ อย่างอ่อนโยน นุ่มนวลแต่ก็รัญจวนใจจนต้องส่งเสียงคราง สองแขนโอบกอดกายขาวเบื้องหน้าเอาไว้ แยกเรียวขากว้างขึ้นเพื่อเปิดรับสัมผัสอุ่นร้อนที่แทรกเข้ามาภายในอย่างเต็มใจ ครือครางในลำคอเป็นการตอบรับเมื่อร่างที่ทับทาบเริ่มขยับไหว สะโพกเคลื่อนไหวตามจังหวะที่ถูกมอบให้อย่างเร่าร้อน ในขณะที่ริมฝีปากและเรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดเข้าหากันอีกครา

เป็นวันเกิดที่รู้สึกมีความสุขที่สุดตั้งแต่เกิดมาบนโลกนี้....


....................


....................


แค่ก ๆ ๆ ๆ !

เสียงไอติดต่อกันทำให้มุคุโร่ปรือตาตื่นอย่างอดไม่ได้ คว้ามือเข้าหาคนรักก็เจอแต่ความว่างเปล่า จนได้ยินเสียงไออีกครั้งและเสียงชักโครกตามมาจึงรู้ว่าเบียคุรันอยู่ในห้องน้ำนั่นเอง แต่ก็ไม่ได้นึกติดใจอะไรมาก เนตรสองสีเหลือบมองนาฬิกาสีขาวที่ผนังพลางเสยผมสีไพลินยุ่งที่คลอเคลียตามลำตัวให้เข้าทรง

“เที่ยงแล้วเหรอเนี่ย....” เอาครางอย่างเบื่อหน่าย บ่ายวันนี้เขามีนัดกับแม่เล็กหรือภรรยาคนที่สองของบิดาของเขาที่อยากจะให้เขาเข้าไปช่วยงานที่บริษัทในเครือของครอบครัว หล่อนดูจะเป็นคนเดียวที่เอาใจเรื่องความเป็นอยู่ของคนในบ้านคอยใต่ถามสารทุกข์ของเขาที่แทนที่ผู้หญิงที่เขาเรียกว่าแม่แท้ ๆ และพ่อ

เสียงกดออดหน้าห้องดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกางเกงขาวตัวเดียว กายเปลือยท่อนบนมีผ้าขนหนูพาดไว้ลวก ๆ มุคุโร่คว้าเสื้อคลุมเดินออกไปส่องตาแมวที่ประตู ร่างของชายหนุ่มผมสีน้ำตาลแดงสวมแว่นหนาปรากฏอยู่ในครรลองสายตา ดูเหมือนว่ามือนั้นจะถือกระเป๋าเอกสารอยู่

“เบียคุรัน ...คุณนัดใครไว้หรือเปล่าครับ” เขาถามความเห็น

“เปล่านี่ครับ”

“แล้วใครล่ะนี่ ผมสีน้ำตาลแดง ชุดสีขาว ใส่แว่นหนา ๆ” เสียงบอกเล่าทำให้เบียคุรันนึกสงสัย เขาเดินหลุดออกมาจากเหลี่ยมผนังห้องในขณะที่มุคุโร่เปิดประตูออกพอดี

“สวัสดีครับ คุณ..... / โชจัง!” เสียงเอ่ยทักดังขึ้นพร้อมกัน มุคุโร่เห็นดังนั้นจึงเลือกที่จะเดินเลี่ยงออกมาแทน เขาขอตัวออกไปอาบน้ำก่อนจะปลีกตัวออกมาโดนไม่ลืมลาเบียคุรันที่นั่งคุยกับแขกผู้มาเยือนหน้าตาเคร่งเครียด เหลือบมองเห็นเครื่องมือการแพทย์ชิ้นหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะก็พอจะทราบว่าคนคนนี้เป็นหมอ

“ไปนะครับ” เขากระซิบแผ่วข้างหูของคนรักที่เดินมาส่งหน้าประตูห้อง จุมพิตที่แก้มของกันและกันหนึ่งครั้ง ก่อนจะปิดประตูลง


.............................


แกร๊ก!

เสียงประตูปิดลงช้า ๆ เบียคุรันยืนรอจนกว่าเสียงเดินแผ่นเบาของคนรักจะหายไปแล้วจึงหันมาหาแขกผู้มาเยียนที่นั่งรออยู่พักใหญ่

“ทำไมไม่โทรศัพท์มาก่อนละครับ โชจัง” เขาเอ่ยเสียงเย็น นึกถึงเมื่อตอนที่มุคุโร่เปิดประตูมาแล้วพบโชอิจิยืนอยู่ ตกใจจนตัวเย็นไปหมด พยายามจะไม่คุยกันตอนร่างบางนั้นอยู่เพราะกลัว...

กลัวว่าจะได้ยินเรื่องร่างกายที่อ่อนแอนี่... กลัวว่าจะต้องจากกัน... กลัวว่าดวงตาสองสีนั่นจะต้องโศกเศร้า

“ผมคิดว่าถ้าทำแบบนั้น คุณคงจะไม่ยอมพบกับผมง่าย ๆ น่ะสิครับ” โชอิจิกล่าวอย่างรู้ทัน แม้ว่าเขาจะเป็นหมอประจำตัวของพี่ชายของเบียคุรัน แต่ก็ตามกฎบัญญัติกันเองในตระกูลเท่านั้นที่จะต้องดูแลเจ้าบ้านเป็นอย่างดี กับชายที่ไม่เจ็บไม่ไข้แถมยังแข็งแรงอย่างประหลาดแบบนั้น เขาแทบจะไม่ต้องใช้วิชาชีพเลยด้วยซ้ำ ผิดกับคนน้องที่เหมือนจะเกิดมาเพื่อรับเอายีนด้อยมาจากทั้งพ่อและแม่อย่างคนตรงหน้านี่ เขาวางเอกสารปึกหนึ่งลงบนโต๊ะข้างหน้าหยิบอุปกรณ์ฟังเสียงหัวใจมาคล้องคออย่างเคยชิน ก่อนจะเริ่มต้นอธิบาย

“ผมอ่านเอกสารหมดแล้ว คุณไม่ได้ไปตรวจเลยเหรอครับตลอดปีที่มาที่นี่น่ะ

“พี่ชายเพิ่งบอกผมเรื่องที่คุณจะมาเมื่อวานเองนี่ครับ”

“เพราะผมว่างก็เลยรีบมาครับ ดีกว่ารอเวลาเหมาะ แล้วก็อย่างเลี่ยงคำถามครับผมรู้จักคุณดีพอ ๆ กันพี่คุณนะครับ ....ตอนนี้คุณไปตรวจที่ไหนบ้างหรือเปล่าครับ”

“ครั้งสุดท้ายก็ให้คุณตรวจที่อิตาลี”

“ผมรู้ว่าคุณปลงมานานแล้ว แต่พี่ชายของคุณเค้ากำลังพยายามหา ‘มัน’ มาให้คุณนะครับ” โชอิจิกล่าวพร้อมกับถอนใจ เพราะเมื่อครั้งที่เขาตรวจชายคนนี้ครั้งที่แล้ว เหมือนกับตรวจคนป่วยที่พร้อมจะตายทุกเมื่อทั้ง ๆ ที่ร่างกายยังแข็งแรงดีอยู่แท้ ๆ

“ผม....เลิกปลงแล้วครับ”

“เลิกปลง??”

“ครับ...”

เขาหลับตาลงเอนกายไปบนโซฟาสีขาวนุ่ม มือหนากดลูบที่ใบหน้าในสมองมีแต่เรื่องของคนเพียงคนเดียว พอเหลือบสายตาไปข้างนอกก็มองเห็นฟ้าขมุกขมัว ฝนทำท่าจะตกลงมาอีกแล้ว ป่านนี้ร่างบางนั้นจะถึงที่หมายหรือยัง? รถจะติดมั้ยนะ? กลัวว่าจะเปียกเพราะเห็นว่าไม่ได้ถือร่มออกไป หรือบางทีอาจจะโชคดีถึงที่หมายตามที่นัดไว้ก่อนฝนจะเริ่มปรอยลงมา เพียงแค่นึกถึงก็มีแต่เรื่องให้คิดถึงมากมายก่ายกอง ยิ้มสมเพชให้กับความเอาแต่ใจของตัวเองเมื่อเห็นสีหน้างง ๆ ของโชอิจิ

“ตอนนี้ .... ผมยังไม่อยากตายครับ”


.........................................


กว่ามุคุโร่จะจัดการกับเรื่องที่บ้านเสร็จก็เย็นเข้าไปแล้ว สรุปว่าเขาต้องเข้าไปฝึกงานพร้อมกับนางิ หรืออีกชื่อที่คุณพ่อของเขาตั้งให้ตอนธอเข้ามาอยู่ในบ้านก็คือโคลม ร่างบางเปิดประตูหลบความร้อนเข้าไปในร้าน นึกสาปแช่งอากาศอยู่ในใจ ก็เมื่อกลางวันยังฝนตกอยู่แหม่บ ๆ แต่พอตกเย็นแดดก็โผล่ออกมาให้เห็นและกลายเป็นร้อนอบอ้าวซะอย่างนั้น

“หวัดดีครับ” เขากล่าวทักลูซซูเลีย กระเทยร่างใหญ่ที่ขายของอยู่ที่ชั้นหนึ่งของร้าน

“หวัดดีจ้า มุคุจัง เอ๋...วันนี้คุณเบียมาหรอ เจ๊ยังไม่เห็น”

“คุณเบียคุรันยังไม่มาเหรอครับ”

“ไม่แน่ใจจ้ะ แต่เห็นพวกหนุ่ม ๆ อยู่กับโอนเนอร์ข้างบนนะลองขึ้นไปถาม”

มุคุโร่พยักหน้าให้ก้าวเท้าขึ้นบันได้ไปที่ชั้นสอง พนักงานกำลังง่วนกับการจัดของสำหรับส่วนร้านที่กำลังจะเปิดในช่วงหัวค่ำ แต่เนตรสองสีนั้นก็ไม่เห็นร่างสูง เห็นแต่เพียงดีโน่และแซนซัสที่ยืนคุยเคร่งเครียดอยู่กับจิออตโตะและ...ชายที่เขาเจอเมื่อเช้า... ที่ห้องของเบียคุรัน ดวงตาใสคู่นั้นมองตรงมาที่เขาอย่างไม่ต้องสงสัยเหมือนว่าพยายามจะพินิจ

“อ้าวมุคุโร่คุง”

“วันนี้เบียคุรันไม่มีนี่นา เค้าไม่ได้บอกเธอรึ”

“เปล่านี่ครับ”

“ตอนนี้คงจะถึงห้องที่คอนโดแล้วล่ะครับ” ชายผมสีน้ำตาลแดงเอ่ยผ่าวงสนทนา “ผมชื่ออิริเอะ โชอิจิ ตอนนี้เป็นหมอประจำตัวของพี่ชายคุณเบียคุรันครับ แล้วก็รู้จักเค้ามาตั้งแต่เด็กด้วย”

“ครับ ผมโรคุโด มุคุโร่”

“คุณ .....เป็นคนรักของเขาหรือครับ”



>>>> TBC <<<<


ตัดครึ่งมาก่อน สองตอนจบค่ะ จะให้จบภายในสองวันนี้ สาบาน!!! เพราะอยากผลักไสมุคุไปให้คุณฮิแล้ว (หลบทีนแม่ยก 100)

ขอบคุณคนอ่านทุกท่านค่ะ

_________________
Image

-------------------------------------------------------------------

“ว่ากันว่าชีวิตคนเรายากจะดำรงเพียบพร้อมทั้งความภักดีและความกตัญญู
คนเราดำรงชีพภายใต้ความลักลั่นย้อนแย้งเช่นนี้เอง”

-The Revage of time-


Last edited by Shey on 30 Dec 2008, 22:34, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU S.fic] In the bottle [Special] [10069](1/2)
PostPosted: 28 Dec 2008, 06:35 
User avatar
Joined: 12 Apr 2008, 10:48
Posts: 30
=[]=!!!!!!!!!!!!! ป๋าเป็นโรคอะไรค่า ..

รักคู่นี้จริงๆ ให้ตายเถอะ .... . .

ป๋าเบียน่าสงสารเหมือนกันนะนี่ ...

>< รักป๋า รักมุคุ~*

ยังไงๆก็ขอให้มุคุจังมีความสุขกับป๋า ก่อนจะโดนพ่อนอกน้อยสีเหลืองงาบไปน่ะเคอะ - 3 -

รอตอนต่อไปอย่างมุ่งมั่น =[]=

_________________
Image
ImageHibari kyoya &Yamamoto takeshiFirst Love of everyday


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU S.fic] In the bottle [Special] [10069](1/2)
PostPosted: 28 Dec 2008, 07:50 
User avatar
Joined: 13 Nov 2007, 22:58
Posts: 309
TTATT เปิดเข้ามาตอนเช้า...คิดว่าจะหาฟิกสั้นอ่านก่อนไปเรียนค่ะ แล้วก็เจอฟิกนี้...
สารภาพว่าไม่เคยอ่านภาคปกติ แต่อ่านตอนนี้แล้ว...จะลงไปนอนตายค่ะ ท่าน...

ปกติเคยแต่หมั่นไส้อิป๋า (แม้ว่าจะรักป๋า) แต่งานนี้ป๋าน่าสงสารไม่ไหวแล้วค่ะ แถมคนดีสุดยอด
สลดไปเลยค่ะ...เดาว่าสงสัยป๋า...เท่งทึงแหงๆ...โฮรววววว TT[]TT!!!

แต่จะกลับมารอทรมานใจ part หลังค่ะ ฮือ...ป๋าขรา~ TTvTT

ปล. ช่วงนี้เหมือนหลงอิป๋าถอนตัวไม่ขึ้นชอบกล =v='''

_________________
The game we play entangles us,
binding us with unbreakable threads called desire.


Image

http://hiyuura.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU S.fic] In the bottle [Special] [10069](1/2)
PostPosted: 28 Dec 2008, 08:55 
User avatar
Joined: 25 Oct 2007, 22:13
Posts: 618
ู^
^
^

คนข้างบนน่ะ...

ไม่ใช่แค่ช่วงนี้ไม่ใช่เหรอคะ XP ฮิๆๆๆๆๆๆ 1 ปีเชียวนะ ปีกว่าๆ เชียวนะ ไม่ใช่แค่ช่วงนี้ กรั่กๆๆๆๆ





----


คุณมุรักป๋าขนาดนี้ TwT ถึงภาคปกติจะเชียร์คุณเคียว แต่ว่าพอเห็นแบบนี้แล้ว มุคุรักป๋าจริงๆ นั่นล่ะ ฮืออ คนเรารักกันทำไมต้องมีอุปสรรคขัดขวางงงงงงง

เมขอเดา....

จากที่ได้คำใบ้มาจากภาคปกติ

คุณดีโน่ฆ่าอิป๋าแหงๆ เลย T[]T!!!!

ออกแนวรักแฟนเพื่อนล่ะมั้ง งี๊ดดดดด

ไม่กล้าอ่านตอนจบอ๊ะะะะ ทำไงดี ทำไงดี~ T[]T~~

เอาภาคปกติมาลงเร็วๆ นะค๊า~~~ (เมเป็นพวกกลัวเศร้า ฮา)

_________________
*สำหรับผู้ที่จะรับทางไปรษณีย์รบกวนส่งชื่อ ที่อยู่ และอีเมล์มาที่
crazyunlimited-club[at]hotmail.com ด้วยนะคะ*

++++++++++++++++++++++++++++++
รีปริ้นท์รอบแรกและรอบสุดท้าย
Alone-Autumn
Alone-Winter
++++++++++++++++++++++++++++++
สามารถดูรายชื่อคนสั่งจองได้>>ที่นี่<<เลยนะคะ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU S.fic] In the bottle [Special] [10069](1/2)
PostPosted: 28 Dec 2008, 10:38 
Joined: 15 Dec 2008, 18:28
Posts: 70
Location: ในใจท่านฮิ ข้างกายมุคุจัง
Yeah ป๋าเป็นไรอะ จะตายไหมคะเนี่ย

น่าสงสารมุคุจังอะ

อยากรู้ว่าโคลมเกี่ยวข้องไงด้วย

แต่ภาคปกติเชียร์ท่านฮินะค่ะ อิอิ

_________________
ความรักที่ไม่อาจสมหวัง ทำได้เพียงแค่มองดูเธอกับเขา


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU S.fic] In the bottle [Special] [10069](1/2)
PostPosted: 28 Dec 2008, 16:45 
Joined: 28 Dec 2008, 15:31
Posts: 31
Location: วินดีเซ่
มุน่ารักค่ะ รักมุเคะที่ซู้ด

เด็กใหม่ค่ะ ยินดีที่รู้จัก

_________________
Image
รู้มั๊ยความน่ารักของเบลทำให้หัวใจละลายหมดแล้ว

บล็อคอาฮั้นเอง----->>>จิ้มสิจ๊ะ<<<-----บล็อคอาฮั้นเอง

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU S.fic] In the bottle [Special] [10069](1/2)
PostPosted: 28 Dec 2008, 23:14 
User avatar
Joined: 06 Oct 2007, 01:08
Posts: 550
Location: โรงเรียนสตรีโกคุนามิวาริอะ
...ก...กลับไปเชียร์คุณเคียวไม่ได้แล้ว.....T[]T..



ป๋าคะ..ป๋าขา..ทำ ทำไมป๋าถึงได้เป็นพระเอกแบบนี้ โฮก สงสารป๋า สงสารมุ ..อึตส่าห์รัก อุตส่าห์หวานกันขนาดนี้แท้ๆ TwT

อ่านฉากคุยกับโชแลวปวดใจปวดหนึบๆ... ฮือ T[]T คำพูดป๋ามันช่างกระแทกใจดังเปิง
(ถ้าให้ลืมภาคปกติไปก่อน ทั้งเม้นส์คงมีแต่คำสครีม ป๋า ป๋าอย่าตายนะ ป๋าต้องอยู่ ต้องอยู่กับคุณมุนะคะ ป๋าาาาาาาาา)

ถ้าไม่ได้อ่านภาคปกติก่อนคงไม่รู้สึกเศร้าขนาดนี้....ฮือ T T


ต่อเร้วไวนะคะ จะรอ T3T //ซับน้ำตา แหมะๆ

_________________
Image
69เกะสุดยอดดดดดดด

บลอคนังโค่เค่อะ
http://cocolu.exteen.com/


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU S.fic] In the bottle [Special] [10069](1/2)
PostPosted: 29 Dec 2008, 17:45 
Joined: 25 Sep 2008, 19:01
Posts: 130
อึก!!
ขนาดไมอ่านอีกอันมา....
โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
เอา10069!!
แงงงงงงงงงงงงงงงงงง
ทำไมป๋าถึงได้...โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
ทำไมน่ายกมุให้ป๋าเบียยั่งงี้!!!!!!
กร๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!! TT[]TT
ไม่เอานะ!!
เอาม้าให้นกสิค๊า~~!!! TT[]TT


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU S.fic] In the bottle [Special] [10069](1/2)
PostPosted: 30 Dec 2008, 21:52 
User avatar
Joined: 19 Sep 2008, 10:24
Posts: 250
Location: Vindice
ถือว่าเป็น S.Fic ขอตอบเม้นละกันนะคะ

<hinatamaru>
= shey ก็รักทั้งคุณมุคุ รักทั้งป๋าเลยค่ะ แม้ว่าช่วงนี้จะหลงป๋ามากไปนิด (เยอะเลยด้วยล่ะ)
ส่วนตัวคิดว่า 10069 มันจิตแบบลงตัวดี แฮ่ ๆ เหมือนกับว่ามองในความเป็นจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้น่ะค่ะ

<hiyuura>
= กำลังอยู่ในช่วงเดียวกันเลยค่ะ ป๋าเท่งทึงชัวค่ะเพราะยังไงก็ต้องโยนคุณมุคุไปให้คุณฮิ (โดนปาหม้อ)
อีกอย่างคือ shey ชอบทำให้คนไม่ดีเป็นคนดี เถื่อน ๆ ก็ไนซ์ได้ ไม่เชื่อลองอ่าน

<lvlelody>
= โหดสุด ๆ เลย ค่ะ ทำร้ายดีโน่ไม่ลง ชอบให้พ่อม้าหัวเน่า ชอบให้พ่อม้าเป็นทาส แฮ่ ๆ
จบแบบบัดซบนิส ๆ ความเศร้าก็การันตี เพราะ shey เป็นพวกชอบ ดราม่า (ความจริงอินี่มัน M)

<LuNa>
= โคลมหรือนางิเป็นน้องสาวคนละแม่ของคุณมุคุค่ะ
เห็นด้วยว่ายังไงก็เชียคุณฮิค่ะเพราะว่าจะเก็บป๋าไว้กก (โดนไล่ตื้บ)

<mist_69>
= โอ้ว รักคุณมุคุเหมือนกันค่ะ อยากจับทำสามี (โดนตรบกบาลแยก)
แต่ไม่ว่ามุเคะหรือมุเมะ shey ก็รับได้หมด มุคุมุคุมุคุ <<เสียงหัวเราะ

<cocolu>
= อยากให้ป๋าอยู่กับคุณมุคุเหมือนกันค่ะ เสียอย่างเดียวคือ shey อยากเก็บป๋ากลับบ้านละ (ตรบมันเลย)
ดราม่าต่อสุดกู่ จะให้จบแบบคนดูขว้างรองเท้า (แต่กลัวว่าจะหลบไม่ทัน)

<Ecanic>
= ใจเย็นจ้า อีกตอนนึงจายกสัปปะรดไปเสิร์ฟให้พ่อนกละค่า โอ๋ ๆ ๆ จายเยน


และแล้วหลังจากที่ shey อมมาเกิน 2 วัน คาดว่าใกล้โดนฟ้าผ่าแล้ว ก็มาต่อกันเต๊อะ
จองสามเรปต่อกัน คุฟุฟุ (มันยาว = ="เกิน s.fic)

_________________
Image

-------------------------------------------------------------------

“ว่ากันว่าชีวิตคนเรายากจะดำรงเพียบพร้อมทั้งความภักดีและความกตัญญู
คนเราดำรงชีพภายใต้ความลักลั่นย้อนแย้งเช่นนี้เอง”

-The Revage of time-


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU S.fic] In the bottle [Special] [10069](1/2)
PostPosted: 30 Dec 2008, 22:03 
User avatar
Joined: 19 Sep 2008, 10:24
Posts: 250
Location: Vindice
In the bottle [Special] [url](link : in-the-bottle-1869-24-12-t3707.html )[/url]
the melted snow in the hand, [1/2]
Pairing : 10069
Rate : PG13+
Author : Shey



the melted snow in the hand, [2/2]

EnD


บางทีมันอาจจะถูกกำหนดมาตั้งแต่แรก

แต่พวกเราก็ ไม่เคยเสียใจ

เพียงแค่คุณ.... คุณเท่านั้น....

.......................................................



“คุณกำลังหลอกเขา และหลอกตัวเองด้วย”

“..............” ร่างสูงไม่ตอบ โชอิจิมองสภาพของผู้เป็นเสมือนนายและเพื่อนของตัวเองมาตั้งแต่เด็กแล้วก็ลอบถอนหายใจ

“ผมเอาใบนัดตรวจมาให้ครับ แล้วก็มีธุระด่วนต้องกลับอิตาลีในวันพรุ่งนี้เช้า คุณมีเวลาคิดอีกไม่นานนะว่าจะโกหกต่อไปหรือว่าจะรอให้ถึงวันที่เค้ามาเห็นสภาพคุณในตอนที่กำลังแย่เอง” สิ้นเสียงนั้นก็เป็นเสียงปิดประตูแผ่ว ๆ โชอิจิจากไปแล้ว เหลือข้อขบคิดจากคำพูดไว้ใหญ่หลวง เบียคุรันหลับตาลงช้า ๆ อยากพบ อยากเจอ อยากสัมผัส ผิวกายขาวเนียนที่หวานกว่าไวน์หวานใด ๆ ที่เขาเคยลิ้มรส เส้นผมสีไพลินนุ่มทีแม้จะฝังจมูกลงไปเท่าใดก็ไม่เบื่อหน่าย แล้วยังดวงตาที่หวานกว่าสิ่งใดกว่าสิ่งใดในยามที่เขากระซิบบอกรัก ....ปนเปกันในหัวสมอง เวลาแค่ปีเดียวทำให้เขาหลงรักคนคนหนึ่งได้มากขนาดนี้เชียวหรือ.....

วันตรวจของเขาคืออีกสองวันข้างหน้า ในระหว่างนั้นเขาก็ไปทำงานตามปกติ แต่ก็ไม่เห็นแม้เงาของคนรัก มุคุโร่ไม่มาที่ร้านเลยตลอดสองวันจนกระทั่งวันที่เขามีนัดนี่ก็รวมเป็นสามวัน ...ไม่สิตอนนี้เขาไม่เจอร่างบางนั่นมาจะหนึ่งสัปดาห์แล้ว อยากจะโทรไปเค้นคอโชอิจินักว่าได้พูดอะไรให้คนคนนั้นไม่สบายใจหรือเปล่า ตอนนี้เขากำลังกลัวเป็นอย่างมาก กลัวว่ามุคุโร่จะรู้เรื่องความอ่อนแอของตัวเขา กลัวว่าตัวเองจะหายไปโดยที่ไม่ได้เจอ และไม่ได้บอกรักอีก

เบียคุรันทิ้งตัวลงที่โซฟาตัวหลักของห้องอย่างเหนื่อยใจ แม้ว่าจะรู้เรื่องขั้นตอนของการตรวจมาบ้างแต่พอเอาเข้าจริงมันกลับเหนื่อยกว่าที่คิด หมอที่นั่นบอกว่าร่างกายของเขาอาจมีภาวะแทรกซ้อนเพราะว่าขาดเรื่องการดูเลมานาน แค่เป็นแบบนี้พระเจ้าข้างบนนั่นยังไม่พอใจอีกหรือไงกัน เขาหัวเราะเมื่อสมองนึกพาดไปตำหนิสิ่งที่ตัวเองไม่ค่อยเชื่อถือมาตั้งแต่เล็ก

แค่ก แค่ก!!

ความจุกแน่นที่หน้าอกทำให้ลำลักไอออกมาชุดใหญ่ ชายหนุ่มหรี่ตาเมื่อสัมผัสกับความปวดแสบที่ลำคอ แต่สิ่งที่ทำให้ดวงตาสีไวโอเล็ตหรี่ปรือนั้นต้องเหลือกตามองก็คือเลือดสีแดงฉานที่ปรากฏอยู่ในมือขาว แม้จะดูเล็กน้อยแต่ก็แลเห็นหยดเล็ก ๆ หยดลงเปื้อนพื้นพรมสีขาวครีมผืนโปรดของมุคุโร่ รีบหยิบทิชชู่มาซับก่อนนะเดินไปล้างมือมองเห็นริมฝีปากที่มีรอยคราบเลือดแล้วจึงหยักยิ้มขึ้น หัวเราะราวกับคนบ้า สิ่งที่เรียกสติกลับมาคือเสียงกดออดหน้าห้อง คงจะเป็นโชอิจิที่บินกลับมาจากอิตาลีเพื่อสอบถามอาการที่ศูนย์วิจัยนั้นแล้วแวะมาถามสารทุกข์ต่าง ๆ

เขาเดินย่างสามขุมไปที่ประตูกระชากมันออกด้วยความอัดอั้น แต่ต้องเหลือกตามองอีกครั้งเพราะคนตรงน่านั้นไม่ใช่โชอิจิอย่างที่คิด

“คุณเบียคุรัน” เสียงหวานนั้นเอ่ยขึ้นตรงหน้า เงยดวงตาสองสีขึ้นมองอ่อนหวานอย่างที่เคย อยาก.... อยากจะบอกว่าแสนคิดถึงแต่ร่างกายกลับไวกว่า เมื่อมือหนารั้งร่างบางมาไว้ในอ้อมกอดก่อนที่จะทันเอ่ยปาก “คุณไปอยู่ที่ไหนมาครับ”

“คุณเบียคุรัน” ซึมซาบเสียงหวานนี้เข้าไปในหัวใจที่แหกผาก ซุกใบหน้าลงกับเรือนไหมสีไพลินที่พาดผ่านต้นคอ ก่อนจะจับจูงมือเข้าไปในห้อง ผ่านโซฟาที่มีกองกระดาษมากมายทับถมกันจนไม่เหลือเค้าของความปกติอย่างที่เคยเป็น แม้จะเล็กน้อยแต่คนตัวบางก็เหลือบเห็น สัญลักษณ์บนเอกสารนั่นศูนย์วิจัยเกี่ยวกับโรคเฉพาะทางแห่งหนึ่งที่เขาเคยเห็น แต่ก็เพียงเดี๋ยวเดียวเพราะถูกร่างสูงตรงหน้าลากเข้าไปในห้องนอนอย่างรวดเร็ว

เบียคุรันพาคนตัวบางมาที่ห้องนอน ผลักลงกับเตียงนุ่ม ใช้แขนทั้งสองข้างยันกายคร่อมร่างนั้นเอาไว้ สบสายตามองลึกลงไปในเนตรไม่เข้าสีราวกับจะค้นหาความจริงจากในนั้น

“มุคุโร่คุง... หายไปไหนมาครับ”

“ผม..... ไปช่วยงานที่บ้านมาครับ มีเรื่องยุ่ง ๆ ทั้งเรื่องบริษัท เรื่องของนางิ แล้วก็.... อื้อ” ยังไม่ทันจะพูดจบปลายลิ้นร้อนก็สอดเข้าไปในโพรงปากนั้น รสแอลกอฮอล์จางแผ่ลึกที่ปลายลิ้น กลิ่นหอมหวานของไวน์ชั้นเลิศทำให้ทั้งคู่มอมเมาไปกับอารมณ์รัก แทรกลึกอย่างเร่าร้อน เกี่ยวพันอย่างถวิลหาจนร่างกายสั่นสะท้าน คลายออกและเกี่ยวกระหวัดเข้าไปใหม่อยากไม่รู้เบื่อ รั้งใบหน้าหวานและท้ายทอยให้เผยอขึ้นรับเรียวลิ้นให้ลึกขึ้นอีก เป็นจูบที่เหมือนกับช่วงชิงวิญญาณไปอย่างไรอย่างนั้น

“เบียคุรัน... เบียคุรัน... อา” เสียงครวญหวานตอนที่ประทับรอยจูบสีกุหลาบลงไปยิ่งทำให้อารมณ์โหมพัดกระเจิง มือบางตะกายแผ่นหลังของเขาจนเป็นรอยเล็บ ดวงตาหรี่ปรือราวกับจะสื่อสารอะไรบางอย่าง ‘อยากจะเป็นของคุณ’ .... อย่างกับจะสื่ออย่างนั้น

ไม่รู้เมื่อไรที่อาภรณ์ลงไปกองอยู่ที่พื้น ตอนนี้เบียคุรันได้ยินเพียงเสียงครวญหวานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มือลูบไล้ไปตามผิวขาวนวล ลิ้มชิมรสราวกับของหวานที่แสนคะนึงหา ยิ่งเมื่อบดคลึงไปบนยอดอกร่างบางก็ยิ่งส่งเสียงครวญตอบสนอง แอ่นกายขึ้นรับสัมผัสอย่างกระหาย เรียวปากยังคงครางเป็นชื่อของเขาอย่างไม่เป็นภาษา

“ผมรัก..คุณ รักคุณนะครับ” เจ้าของเรือนไหมสีน้ำเงินพูดในตอนที่เขาพยายามจะแยกเรียวขาคู่นั้นออกจากกัน คว้าคอของเขาไปกอดไว้อย่างแน่นหนา ซุกใบหน้านวลที่เปื้อนน้ำตากับเนินแก้มของเขา แต่ก็สะบัดเชิดขึ้นเมื่อแทรกนิ้วเข้าไปในช่องทางแคบ

“อ๊า!!”

เสียงร้องช่างรัญจวนใจ ยิ่งเมื่อนิ้วที่สองและสามแทรกผ่านเข้าไปก็เหมือนว่าจะยังไม่พอ สะโพกมนขยับตามเมื่อนิ้วทั้งสามเริ่มขยับเข้าออกเรียกร้องเมื่อเขาดึงนิ้วออก ดวงตาสีไวโอเล็ตลอบมองคราบเลือดที่ซึมเลอะที่ต้นขา “คุณกำลังเมานะครับ”

“ผมรักคุณ” ดวงตาสองสีเอ่อไปด้วยน้ำตา

“ผมก็รักคุณเหมือนกันครับ” เขากระซิบแผ่วข้างแก้ม แยกยกขาคู่นั้นขึ้นพาดบนบ่า ประทับรอยจูบที่ต้นขาขาว เคลื่อนความเป็นชายไปสัมผัสช่องทางนุ่มที่เปรอะเลือด ใช้น้ำสีชาดนั้นเป็นตัวหล่อลื่นก่อนจะสอดแทรกเข้าไปในเส้นทางนุ่มจนไกลกว่าครึ่ง

“อ่ะ !!..อ๊าาาา!!”

มุคุโร่ครวญเสียง ขยับร่างหนีแทบจะทันทีแต่ก็โดนผู้ทับทาบรั้งเอาไว้ ทุกอย่างหยุดนิ่ง มีเพียงเสียงหอบและเสียงครางในลำคอเบา ๆ ทั้งสองร่างยังคงเชื่อมต่อกันอย่างแนบแน่น ไอร้อนทำให้ทั้งสองแทบจะหลอมละลายเข้าเป็นหนึ่งเดียว

เบียคุรันจูบซับธารน้ำใสที่ล้นทะลักออกมาจากทางหางตาเรียวนั่นก่อนจะเริ่มขยับไหว ประสานจังหวะให้เข้ากันอย่างช้า ๆ ค่อย ๆ เร็วและลึกขึ้น ผนังด้านในนั้นกระตุ้นเร่า สั่นไหว เรียกร้องและเชิญชวนให้กระแทกร่างเข้าออกตามอารมณ์ได้อย่างไม่รู้จบ

“อีก ลึก..อีก” ดังกับคำบัญชาของราชินี ดวงตาเหม่อลอยในสายธารแห่งอารมณ์ที่ยังอีกยาวไกลไม่รู้จบ เขาขยับเข้าออกอย่างรุนแรงตามคำบัญชานั้น เรียกเสียงครวญตามมาอีกนับครั้งไม่ถ้วน เรียวขาแยกกว้างขึ้นตอบรับอย่างเต็มใจ มุคุโร่ในยามนี้เจ้าเสน่ห์ น่าหลงใหลผิดกับครั้งแรกที่เขารู้จักมากนัก เขานึกพาดพิงไปถึงครั้งแรกที่ได้เจอเจ้าของผมสีไพลินนี้ ทั้งดวงตาหมองราวกับพยายามจะบดบังคนมองด้วยเมฆหมอก และการวางตัวที่ห่างเหินไม่เชื่อใจใคร แต่กลับเหมือนมีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้หลงใหล

ความปวดแปลบที่หน้าอกทำให้เขาต้องหยุดกิจกรรมอย่างกะทันหัน เบียคุรันนิ่วหน้า เอนกายลงทับคนข้างล่างซุกใบหน้าลงกับซอกคอเพื่อปกปิดความผิดปกติ

“อย่าไปไหนอีกนะครับ”

“เบียคุรัน” ตวัดมือโอบกอดคนเบื้องบนที่นอนนิ่ง สายน้ำตายังคงหยาดไหล เมื่อนึกถึงตอนที่เจอชายคนนั้น ได้คุยกันเพียงครู่ก็ทราบแล้วว่าเขาไม่เคยรู้เรื่องอะไรของคนนี้แม้แต่นิด ทั้ง ๆ ที่เบียคุรันรู้ใจเขาแทบทุกอย่าง แค่ปวดใจเพราะคิดว่าตนอาจจะไม่มีความหมายมากพอจึงหลบหน้าเพื่อพิจารณาตัวเอง แต่ก็ทนทานความคิดถึงไม่ไหว ...เพราะว่ารักมากเหลือเกิน... รัก...มากเหลือเกิน

“อย่าไปไกลจากผมอีก”

“ครับ”

“แค่อยู่ที่นี่กับผมก็พอ เป็นของผมก็พอ ....มุคุโร่” .

..อยาก...อยากจะเก็บเอาไว้...กอดเอาไว้...เหนี่ยวรั้งเอาไว้ที่ข้างกาย ทำให้เป็นแค่ของตัวเองเพียงคนเดียว แค่คน ๆ นี้คนเดียว

“ครับ ………… ผมเป็นของคุณ....แค่คนเดียว...”


…………………………………………


เนตรสองสีค่อย ๆ กระพริบปริบขึ้นกลางความมืด มองที่หน้าต่างบานกว้างเพียงหนึ่งเดียวในห้องก็เห็นฟ้าเริ่มสว่างแล้ว ร่างกายยังคงปวดหนึบอยู่เนื่องจากกิจกรรมที่เพิ่งจะผ่านไปเมื่อคืน ระหว่างเขากับเบียคุรันนั้นไม่เคยมีเซ็กครั้งไหนรุนแรงและมากครั้งเท่าครั้งนี้มาก่อน ความเร่าร้อนยังคงเหลืออยู่เป็นร่องรอยสีกุหลาบประปรายเต็มแผ่นอกและเรียวขาด้านใน ทั้งเสียงร้องและครวญครางทำให้ลำคอแหบแห้งไปหมด แค่คิดถึงใบหน้าก็ร้อนวาบขึ้นมาเสียแล้ว

ที่โต๊ะข้างเตียงมีกะละมังและผ้าผืนสีขาวที่ปรากฏร่องรอยสีแดงเจือจาง และเมื่อหันมองร่างกายที่สะอาดเอี่ยมของตนก็พอจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังรู้สึกถึงร่องรอยของอารมณ์ที่ยังคงเหลืออยู่ภายในร่างกาย เบียคุรันคงกลัวว่าจะทำให้เขาตื่น ค่อย ๆ พยุงตัวยืนขึ้น รู้สึกถึงสายธารข้นขาวที่ไหลลงมาตามเรียวขา เหลือบมองประตูห้องน้ำที่มีแสงไฟลอดออกมาเพื่อให้แน่ใจว่าคนรักยังอยู่ในนั้นเสียงน้ำไหลแสดงว่าเบียคุรันกำลังอาบน้ำอยู่ เขาคว้าเสื้อตัวโคล่งของเบียคุรันมาสวมเพื่อกันความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศ แล้วจึงเคลื่อนกายออกไปด้านนอกห้อง

กองกระดาษมากมายถูกเก็บไปแล้ว แทบไม่เหลือร่องรอยของความยุ่งเหยิงเมื่อยามที่เข้ามา ดวงตากวาดมองไปรอบด้านเมื่อเดินเข้าไปใกล้ชุดรับแขก ใช้โซฟาเป็นหลักพยุงตัวเนื่องจากอาการปวดหนึบที่สะโพก สมองนึกถึงเมื่อครั้งที่พบเจ้าของผมสีน้ำตาลแดงที่ร้านของจิออตโตะ

‘เขาไม่บอกคุณแม้กระทั้งเรื่องของร่างกายเขาหรือครับ?’ ดวงตาใสนั้นมองเขาอย่างคาดคั้น

“คุณกำลัง....ปกปิดอะไรอยู่ครับ” เอ่ยกับตัวเองเสียงแผ่วเบา ความร้อนรื้นขึ้นมาที่ขอบตา แต่ก่อนที่ร่างบางจะพลิกกายกลับตามความคิดอยากนอนต่อตาสองสีก็เหลือบไปเห็นบางอย่าง ....บางอย่างที่ทำให้ความง่วงงุนจากออกไปจากห้วงความคิดอย่างสิ้นเชิง รอยสีแดงฉานที่ปรากฏอยู่บนพื้นพรมสีขาวครีม เดินเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อสังเกตให้แน่ใจ แม้จะเป็นรอยเปื้อนเล็ก ๆ แค่สองดวงแต่มันก็คือ ‘รอยเลือด’ มือบางค่อย ๆ ลูบไล้ไปบนรอยเล็กนั้น ก่อนจะพลิกกายกลับอย่างรวดเร็ว ในห้องชุดนี้มีไม่กี่ที่ที่ใช้เก็บของจำเป็นของเบียคุรัน เขาจำได้ว่าพาสปอร์ตของเบียคุรันอยู่ไหน เอกสารประจำตัวก็รู้ว่าอยู่ไหน และแน่ใจว่าตนเองก็รู้ว่ากองเอกสารที่เห็นตอนเข้ามานั้นถูกเก็บไปไว้ที่ไหน

เพียงไม่กี่วินาทีเขาก็ยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานเพียงหนึ่งเดียวให้ห้อง รู้สึกว่าร่างกายเบาหวิวรวมทั้งร่องรอยของบางสิ่งที่ไหลลงไปตามเรียวขาจนถึงเท้า ตาสองสีจับจ้องอยู่ที่ลิ้นชักโต๊ะที่มีรอยกระดาษแลบออกมาเล็กน้อย เขายืนทำใจอยู่เพียงครู่หลับตาเรียกความมั่นใจ แล้วเอื้อมมือขาวบางไปจับที่ลิ้นชักค่อย ๆ ดึงมันออกมาจนเห็นร่องรอยกระดาษ เส้นสายสีเขียวสัญลักษณ์เดียวกับที่เขาเห็นเมื่อตอนนั้นปรากฏแก่สายตา แต่ดึงออกมาได้เพียงแค่นั้นก็ต้องชะงักลง มือหนาเอื้อมมือมากอบกุมมือของเขาไว้และค่อย ๆ ดันมันเข้าไปเช่นเดิม

“เบียคุรัน”

เขากระซิบเสียงแผ่วให้คนที่โอบกอดเขาได้ยิน ไม่มีเสียงตอบมีเพียงแรงโอบรัดที่เพิ่มจากหนึ่งเป็นสองเรือนผมสีขาวซบลงกับบ่าของเขา ...ไม่มีแม้การสบตาเมื่อเรียกขานอย่างเคย เงียบ...เงียบงันเขารู้สึกถึงแรงสั่นที่มือหนานั่น เรือนไหมสีไพลินค่อย ๆ เอนซบไปกับเบื้องหลังพร้อมกับเหลือบตามองเพดานเพื่อเรียกความมั่นใจอีกครา

“คุณกำลังปิดบังอะไรกันแน่ครับ” เขาครวญถามแต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อมือข้างหนึ่งของคนรักล้วงเข้าใต้เนื้อผ้า ไหลเรื่อยลงไปถึงโคนขาที่เปรอะไปด้วยรอยรัก ดวงตาสีม่วงไวโอเล็ตเงยขึ้นมาสบตาเขาพร้อมแววเจ้าเล่ห์

“.....ไม่มีนี่ครับ” ...หน้ากาก...ถูกสวมขึ้นอีกครั้ง


.....................................................


เบียคุรันกลับมาทำงานตามปกติ อีกเกือบหนึ่งอาทิตย์กว่าจะถึงวันที่เขาต้องไปรับผลตรวจ อาการไอก็ยังมีอยู่และดูจะมากกว่าเดิมจนดีโน่และแซนซัสสังเกตเห็น ในใจหวนนึกถึงคนรักที่นอนหมดแรงอยู่ที่ห้องหลังจากที่เขาพยายามเบี่ยงออกนอกประเด็นเมื่อเช้า เป็นเหตุให้ต้องออกแรงกันอีกรอบ มุคุโร่เริ่มสงสัยแล้ว ไม่ต้องคิดถึงสาเหตุว่าต้องเป็นโชอิจิแน่ ๆ

กว่าจะเลิกงานก็เลยเที่ยงคืนไปจนเกือบจะเช้าวันใหม่ เบียคุรันเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวชั้นล่างหัวสมองรู้สึกเบลอ ๆ อาจจะเป็นเพราะว่าแทบจะไม่ได้นอนเลยตั้งเมื่อคืนวาน “แค่ก ๆ” เขามองดูคราบเสมหะที่มือของตัวเองที่ยังมีเลือดปนออกมาเล็กน้อย

“นายคิดจะปิดบังมุคุโร่ไปถึงเมื่อไรกันแน่” เสียงเอ่ยขึ้นข้างหลังเขาสังเกตเจ้าของเสียงผ่านกระจกใสเบื้องหน้า ดีโน่ตีหน้าเคร่งขรึมยืนอยู่ตรงนั้นและมีแซนซัสยืนพิงผนังอยู่ไม่ไกลนัก

“พูดอะไรครับ... ผมเปล่..!!!”

“นายคิดว่าพวกฉันโง่นักรึไง!!!” ดีโน่กระโจนรวดเดียวถึงตัวเขา กระชากคอเสื้อพร้อมกับข้อแขนที่ผอมบางลงทุกวันนั้นขึ้นมองรอยเลือดในมือ “แกเป็นอะไรคิดว่าพวกฉันไม่รู้เลยรึไง ทั้งหมอนั่นทั้งคุณจิออตโตะบอกพวกเราหมดแล้ว!!”

“อิริเอะ โชอิจิ พูดอะไรกับมุคุโร่”

“แกอย่ามาเปลี่ยนเรื่อง มุคุโร่จะเสียใจแค่ไหนถ้ารู้ว่าแกไม่ไว้ใจแม้แต่จะบอกเรื่องที่ว่าแกป่วยน่ะ”

“อย่างคุณจะมาเข้าใจอะไร!!!” เบียคุรันตะคอกกลับอย่างอัดอั้น คนที่สว่างไสวและแข็งแรงมาตลอดจะมาเข้าใจอะไร “ผมน่ะ...แค่ก ๆๆ” ไอออกมาอีกรอบจนตัวงอ ดีโน่ปล่อยคอเสื้อนั้นออกทันทีชายหนุ่มคว้าแขนเพื่อนที่เสียหลักจะล้มเอาไว้

“เบียคุรัน….”

“อิริเอะ โชอิจิ บอกอะไรกับมุคุโร่” เขาถามอย่างอ่อนแรง

“เจ้าสวะนั่นไม่ได้พูดอะไร” แซนซัสกล่าวขึ้น เหลือบเนตรสีโกเมนขึ้นมองสบอย่างเฉยชา เบียคุรันมองอยู่เพียงครู่ก่อนจะหยิบกระเป๋าแล้วก้าวออกไปจากห้อง เขาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบตามองบุคคลในห้อง

“มุคุโร่คุงเป็นของของผม ของของผมคนเดียว ผม...จะไม่ยกเขาให้ใคร”

“เบียคุรัน…. แกกำลังจะตายรู้ตัวรึเปล่า” เจ้าของเนตรสีโกเมนเอ่ยขึ้น

“ผมจะไม่ตายครับ....”


…………………………………………..


อากาศในปลายฤดูใบไม้ผลิแม้ไม่หนาวเหน็บเท่าฤดูหนาวแต่ก็เย็นเยือกเมื่อลมหนาวพัดผ่าน ร่างบางเปลือยกายนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มหนา ปรือตาขึ้นเมื่อแสงสว่างส่องเข้ามา แลเห็นใบหน้าของคนรักอยู่ใกล้แค่คืบ เขายืนมือไปปัดปอยผมชี้ที่ทิ้งตัวลงบนใบหน้าขาวซีด เบียคุรันยังไม่เคยบอกเขาสักครั้งว่าปิดบังอะไรเอาไว้ กองกระดาษที่เคยเห็นเมื่อเดือนก่อนก็อยู่ในลิ้นชักที่เจ้าตัวล็อกมันไว้ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาเริ่มแน่ใจว่าเบียคุรันอาจจะ....ป่วย...

“ตื่นแล้วหรือครับ” เสียงทุ้มนุ่มเบื้อหน้าเอ่ยทักเขาพลางส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ ดึงร่างของเขาเข้าไปกอดอย่างรักใคร่ “หนาวจัง” คนตรงหน้าครวญ ก่อนจะผล็อยหลับไปอีกครั้ง มุคุโร่มองคนรักพริ้มตาหลับลงไปอีกรอบก่อนจะซุกตัวลงไปในอกอุ่น ไม่อยากจะยอมรับความจริงที่ว่าเบียคุรันผอมลง ผิวที่ซีดขาวก็ซีดลงกว่าเดิม และยังไอมากขึ้นด้วย แต่ในเมื่อเจ้าตัวไม่ยอมบอกเขาคงบังคับอะไรไม่ได้แน่ เขาอยากจะเจออิริเอะ โชอิจิคนนั้นอีกครั้ง ครั้งนี้เขาจะไม่วิ่งหนีออกมาเมื่อเจอดวงตาคู่นั้นบีบรัดอีกแล้ว จะถามออกไปตรง ๆ เลยว่าคนรักของเขาเป็นอะไร แต่ก็ไม่เห็นวี่แววของหมอหนุ่มคนนั้นทั้งที่ร้านและที่ห้องนี้เลย

แรงกอดรัดบ่งบอกว่าเบียคุรันกำลังหนาว ปลายจมูกซุกลงในผมสีน้ำเงินของเขาอย่างที่เจ้าตัวชื่นชอบ เนตรสีไวโอเล็ตปรือขึ้นอีกครั้งเมื่อเขาขยับกายออกจากอ้อมกอด มือหนารั้งแขนเขาไว้อย่างกับเป็นเครื่องยนต์อัติโนมัติ “จะไปอาบน้ำครับ เดี๋ยวทำอาหารให้นะ” เขาจุมพิตบนหน้าผากที่มีผมปรกนั้น แลเห็นเรียวปากนั้นหยักยิ้มก่อนจะยอมปล่อยเขาออกมา

กลิ่นหอมของอาหารไม่ได้เชิญชวนเบียคุรันแม้แต่น้อย ชายหนุ่มยังคงหลับไม่รู้เรื่อง ร่างและผมขาวซีดนั้นแทบจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันกับที่นอนนุ่ม ขนาดเสียงโทรศัพท์มือถือที่แผดร้องอยู่บนโต๊ะทำงานยังไม่กระเทือนกระสาทของคนหลับลึกเลยสักนิด

‘ริคคาโด้’

มุคุโร่มองชื่อไม่คุ้นตาบนหน้าจอโทรศัพท์ ถือวิสาสะกดรับเพราะไม่อยากปลุกคนที่กำลังนอนสบาย เพียงแค่เอาเจ้าเครื่องเล็กแนบหูเสียงปลายสายที่แทบจะตะโกนก็ดังกระแทกมาจนต้องดึงออกห่าง

“เบียคุรัน ฉันหามันมาให้นายได้แล้ว!!! ดีที่โชอิจิรอบคอบเลยได้รับการติดต่อมาว่าได้รับมาทั้งสองอย่างเลยล่ะ”

“....สวัสดีครับ” มุคุโร่กรอกเสียงตอบไป “คุณเบียคุรันยังนอนอยู่เลยครับ”

“อ้าวเหรอ! เธอคงเป็นคนรักของเจ้านั่น โชอิจิบอกแล้วล่ะ ขอบคุณที่ดูแลเบียคุรันมาตลอด” เปล่าเลยเขาไม่ได้ดูแลอะไรเลยต่างหาก....

“ดีใจกับพวกนายด้วยนะ ฉันหามันได้แล้วล่ะ เมื่อเช้าทางโรงพยาบาลในฝรั่งเศสติดต่อฉันมาว่าต้องใช้เวลาเตรียมการก่อนเพราะญาติคนป่วยทางนั้นอยากจะยืดเวลาต่อไปอีกหน่อย ส่วนแพทย์จะพร้อมทันทีเมื่อคนป่วยพร้อม”

“หะ...หาอะไรหรือครับ..” เขากำลังกลัว.... กลัวจนใจสั่นไหวไปหมด

“................”

“ก็ หัวใจกับปอด ไงล่ะ”


‘เขาไม่เคยบอกคุณแม้กระทั่งโรคประจำตัวเลยหรือครับ!!’

‘คุณกำลังปิดบังอะไรผมอยู่หรือเปล่าครับ’

‘....ไม่มีอะไรนี่ครับ’

‘เบียคุรัน…..’



เจ้าของเรือนผมสีขาวลืมตาตื่นขึ้นเมื่อรู้สึกว่าเตียงยวบลงไป แลเห็นเจ้าของผมสีไพลินนั่งอยู่ตรงหน้า น้ำตาคลอหน่วยอยู่บนตาสองสีจนอดไม่ได้ทีต้องลุกขึ้นมาปาดมันออกไปจากวงหน้านั้นแต่ก็ดูเหมือนมันจะเอ่อล้นขึ้นมาอีกจนไหลลงมาบนแก้มนวล

“มุคุ..”

“คุณ!! โกหกผม หลอกผม คุณมัน... ” ร่างบางปัดมือของเขาที่เพียรซับน้ำใสนั้นออก ทิ่มแทงสายตาเจ็บปวดเข้ามาหา อีกทั้งยังสะอื้นจนตัวโยน กำลังน้อยนิดนั่นผลักเขาให้จมลงไปกับเตียงอีกครั้ง ใช้สองมือคร่อมตัวเขาไว้ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะที่หน้าอกด้านซ้ายสัมผัสอ่อนโยนจนน้ำตาแทบร่วง ดวงเนตรสีไวโอเล็ตเบิกกว้างเมื่อนึกถึงความหมายในสัมผัส “....มุคุโร่”

“คุณไม่เคยบอกผมเลยสักครั้ง... ผมมันโง่เง่า... งี่เง่าที่สุด... คุณกำลังจะ... ฮึก. ร่างกายของคุณมัน... ผมมัน...” ร่างบางพูดไม่เป็นภาษา น้ำตาใสที่พรั่งพรูอยู่หยาดหยดลงบนใบหน้าเขา

“ผมขอโทษ....ขอโทษ” รั้งร่างบนมาแนบอกพร่ำพูดคำขอโทษไม่หยุดเมื่อเห็นว่าเจ้าของร่างเบื้องบนนั้นยังคงสะอื้นไห้ มือหนาลูบไล้เรือนผมสีไพลินเป็นการปลอบประโลม โทรศัพท์มือถือในมือของมุคุโร่เป็นเครื่องยืนยันว่าอาจมีข่าวคราวจากโชอิจิมาบอกเขาแน่

“อย่าไปไหนนะเบียคุรัน”

“ครับ”

“อยู่กับผม...”

“ครับ…”

“ผมรักคุณ”

“ผมก็รักคุณ...”

………………………………………………..


เสียงไอกลายเป็นสิ่งคุ้นเคยของมุคุโร่ ถึงแม้ตัวของเบียคุรันเองจะบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาก็ตาม และเจ้าก็ก็ยังออกไปทำงานตามปกติโดยอ้างว่าไม่เป็นไรเพราะเขาชินกับอาการรวนเรของร่างกายแล้ว เขาได้พบกับอิริเอะ โชอิจิ หมอหนุ่มคนนั้นอีกครั้งที่ร้านของจิออตโตะเมื่อไม่นานมานี้ ชายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำตาลแดงยืนยันว่าพี่ชายของเบียคุรันได้หาแพทย์ฝีมือดีไว้แล้ว เหลือแค่ความพร้อมหลาย ๆ อย่างเท่านั้น ถ้าไม่ติดขัดอะไรก็จะเริ่มทำการผ่าตัดได้เลย

‘เขาเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดครับ ตอนเด็ก ๆ ก็แค่อ่อนแอละภูมิต้านทานน้อยเท่านั้น มันที่เพิ่งจะมาแสดงอาการเมื่อไม่กี่ปีที่แล้วนี่เอง ที่อันตรายคือ ...ตอนนี้มีภาวะแทรกซ้อนของปอดทำให้การหายใจไม่ค่อยสะดวก ระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติและเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายทรุดลงอย่างรวดเร็ว ผมไม่ใช่คนวินิจฉัยเองเลยได้แค่สันนิษฐานว่าอาจจะเกิดเพราะการเป็นหวัด สำลักน้ำ หรือจำพวกอาการเริ่มต้นของปวดบวม ....วิธีรักษาคือต้องผ่าตัดเปลี่ยนทั้งสองอย่าง’

เขาไม่เคยกลัวอะไรเท่านี้มาก่อนเลย.... ภาพที่พวกเขาวิ่งเล่นกลางฝนกันอย่างมีความสุขวันนั้นล่องลอยเข้ามา ขอบตาร้อนผะผ่าวจนเรียกร้อยรื้น

‘ผมเชื่อถือในแพทย์คนนี้มาก กว่าจะติดต่อได้ก็นานพอดู ยิ่งคนป่วยที่มีเลือดเข้ากันได้ก็ยิ่งหายาก พี่ชายของเขาแทบจะพลิกแผ่นดินหาเลยล่ะครับ โชคดีที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ในแคว้นซิซิลีทางตอนใต้ของอิตาลีมีผู้ป่วยสมองตายคนหนึ่งที่เขาแจ้งบริจาคอวัยวะเอาไว้’

น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาเมื่อเห็นว่าตัวเองไม่ได้มีส่วนช่วยเหลืออะไร แถมยัง....ทำให้อาการของเบียคุรันแย่ลงไปอีก

‘ครอบครัวทางนั้นอยากให้ผ่านวันเกิดของเจ้าตัวในวันคริสมาสนี้ไปก่อนแล้วค่อยถอดเครื่องช่วยหายใจออกครับ’

“เป็นอะไรไปมุคุโร่....” ต้นเหตุที่ทำให้ห้วงคิดยาวไกลเอ่ยขึ้น มือหนาที่ซีดลงทุกวันป้ายน้ำตาออกจากวงหน้าสวย รอยยิ้มที่เขารักถูกส่งมาให้เช่นเคย เบียคุรันไม่เคยพูดถึงความเจ็บปวดและเรื่องที่จะทำให้เขาเสียใจแม้แต่น้อย

“ผมขอโทษ....” เอาเอนศรีษะซบบ่ากว้าง ใช้เสื้อยืดสีขาวเป็นตัวซับน้ำตา ปล่อยให้ร่างสูงโอบกอดเอาไว้หลวม ๆ ก่อนจะเอนตัวลงบนเตียงนุ่มซึ่งแทบจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับคนรักของเขายามที่ร่างนั้นจมลงไปบนผ้าปู ดวงหน้าถูกเชยขึ้นสบกับเนตรสีไวโอเล็ตอ่อนล้า

“อย่าร้องไห้ครับ คุณไม่ผิดเลยสักนิดเดียว อา...ไม่สิ...คุณผิดอยู่หนึ่งอย่าง”

“.........”

“คุณผิดที่ทำให้ผมรักมากมายขนาดนี้ .....เพราะมันทำให้ผม...ไม่อยากตาย” .....ทั้ง ๆ ที่เขาทำใจไว้ตั้งแต่เล็กเรื่องอาการแปรปรวนของร่างกายแสนอ่อนแอนี่ ดวงตาเหมือนจะมีน้ำรื้นขึ้นมาเมื่อมองลึกลงไปในดวงตาสองสีฉ่ำน้ำ โอบกอดกันไว้เหมือนกลัวว่าใครคนใดคนหนึ่งจะจางหายไปกับอากาศ “ขอแค่มีคุณ แค่คุณคนเดียวก็พอครับ” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วตรงซอกคอก่อนจะจมลึกเข้าห้วงนิทรา

มุคุโร่ค่อย ๆ ถอนกายออกมาจากที่นอนอย่างระมัดระวัง ห่มผ้าให้คนรักอย่างเบามือเพราะกลัวว่าจะตื่นขึ้นมา เขาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าล้วงมือลงไปในกระเป๋าเสื้อคลุมสีขาวก็เจอสิ่งที่ต้องการ กุญแจลิ้นชักโต๊ะสีดำนอนสงบนิ่งอยู่ในนั้น เขาหยิบเอกสารทั้งหมดในลิ้นชักโต๊ะทำงานออกมาอ่านทั้งอาการของโรค การรักษา แล้วก็อาการของเจ้าตัวที่แพทย์ให้กลับมาอ่าน มีหลายอย่างที่เบียคุรันไม่ได้บอกเขาเช่น..... ‘เสมหะปนเลือด’

เสียกดออดหน้าห้องหลายครั้งทำให้เขาต้องลุกขึ้นไปเปิดประตู ถ้าเป็นโชอิจิที่แวะเข้ามาดูอาการของคนป่วยอาทิตย์ละครั้งก็น่าจะเปิดเข้ามาโดยไม่รออย่างที่ทำอยู่บ่อย ๆ ... แต่สิ่งที่ยืนอยู่หน้าประตูนั้นคือสิ่งที่ทำให้เขาต้องเหลือกมองอย่างไม่เชื่อสายตา หญิงสาววัยกลางคนในชุดกิโมโนสีน้ำเงินเข้มสีเดียวกับเรือนผมของเขาปักลวดลายสวยงาม และเกล้าผมเรียบร้อยยืนอยู่ตรงนั้น ด้านหลังเป็นบอดี้การ์ดคนเก่าที่เคยดูแลเขาเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว ที่ตอนนี้รับหน้าที่ดูแลโคลม

“คุณแม่..... มาที่นี่ได้ยังไงครับ”

“ให้เข้าไปได้มั้ย” เธอเอ่ยเสียงเข้มแกมบังคับให้มุคุโร่ต้องผายมือให้เธอเดินเข้าไปในห้องรับแขก

“แม่...”

“แกหายหัวมาอยู่ที่นี่เองรึ ฉันอุตส่าสั่งให้อาริสะฝากแกเข้าทำงานแล้วแท้ ๆ”

“ตอนนี้ผมไม่ว่าง….”

“แล้วแกทำอะไร ดูแลคนใกล้ตายอยู่รึไง ....แล้วรอยจูบเต็มคอนั่นแกจะอธิบายว่าอย่างไง” ประโยคพูดทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมามองดวงตาสีฟ้าเข้มอย่างลูกครึ่งนั้น “....แกทำอะไรอยู่อย่าคิดว่าพวกเราไม่รู้”

สิ้นเสียงเธอก็หยิบแผ่นพับกระดาษทรงหน้าออกมาจากกระเป๋าเล็ก โยนมันลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจซึ่งเขาเหลือบเห็นรู้สาวน้อยผมดำแบบคนญี่ปุ่นคนหนึ่งบนนั้น ก่อนจะเดินกลับไปที่ประตูห้องเหมือนไม่อาทรต่อสิ่งใด “ที่โรงแรมสาขา A ...ไปซะ อย่าให้ฉันต้องตามแกอีกรอบ ไม่งั้นฉันก็ไม่รับประกันเหมือนกันว่าพวกแกจะอยู่กันอย่างมีความสุข ต่อให้ต้องล่ามแกไว้ก็คงต้องทำแล้วล่ะ....หรือถ้าจะให้คุดคุ้ยเจ้าผู้ชายผมหงอกคนนั้นก็ย่อมได้”

“..............อย่าเลยครับ”

“พูดจาให้เข้าใจง่าย ๆ อย่างลืมว่าฉันเป็นแม่ของแก โรคุโด มุคุโร่ ที่ผ่านมาแกละเลยทุกสิ่งมามากพอแล้ว” สิ้นเสียงเธอก็จากไปพร้อมเสียงปิดประตูเบา ๆ อย่างผู้ดี

มุคุโร่หยิบแผ่นกระดาษที่ถูกทิ้งขว้างไว้ขึ้นมาดู หญิงสาวหน้าตาสะสวยผมสีดำขลับ มีบทแนะนำตัวว่าเป็นทายาทของเจ้าของธุรกิจโรงแรมที่กำลังขยายกิจการไปไปยังหลาย ๆ ประเทศ ที่นัดหมายคือโรงแรมสาขาหนึ่งระดับห้าดาวที่แม่ของโคลมเป็นผู้บริหาร วันคริสมาสอีฟ นัดดูตัวและดินเนอร์เวลาทุ่มครึ่ง ก็อีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้นสินะ..... เหมือนกับการเจรจาธุรกิจอย่างไรอย่างนั้น....

“ใครมาหรือครับมุคุโร่” คนป่วยหอบสังขารง่วงงุนออกมา เขารีบสอดตัวปัญหาเข้าไปในนิตยสารเล่มหนาบนโต๊ะก่อนจะหันมายิ้มหวานให้คนรัก

“ไม่มีนี่ครับ...”


……………………………………………..


-มีอีกข้างล่าง-

_________________
Image

-------------------------------------------------------------------

“ว่ากันว่าชีวิตคนเรายากจะดำรงเพียบพร้อมทั้งความภักดีและความกตัญญู
คนเราดำรงชีพภายใต้ความลักลั่นย้อนแย้งเช่นนี้เอง”

-The Revage of time-


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU S.fic] In the bottle [Special] [10069](1/2)
PostPosted: 30 Dec 2008, 22:12 
User avatar
Joined: 19 Sep 2008, 10:24
Posts: 250
Location: Vindice
……………………………………………..


งานที่ร้านขายไวน์ดูเหมือนจะยุ่งเป็นพิเศษในช่วงใกล้วันฉลองคริสมาสและปีใหม่ จิออตโตะที่โดนกันตัวให้อยู่ไกลจากงานที่ต้องใช้กำลังเช่นขนของหรืองานที่ต้องใช้หัวคิดมากอย่างคิดบัญชียังต้องถูกดึงตัวเข้ามาช่วย กว่าทุกคนจะได้พักก็ล่วงเลยเวลาเลิกงานไปมากพอดู

“จะเอาไวน์หวานเหรอ?” จิออตโตะถามขึ้นเมื่อเบียคุรันถามถึงของขวัญที่จะให้มุคุโร่ในวันคริสมาส “จะเอา Tokaji Aszu เหมือนเดิมไหมล่ะ หรือจะเอา Chateau แต่ว่าคงต้องรอสองสามวัน เพราะที่ร้านไม่ค่อยรับไวน์หวานไว้ในสต๊อกนี่”

“ฉันอยากกินซอมเปริยองมากกว่าน้า ไม่ได้ดื่มแชมเปญมานานแล้วด้วย แซนนายว่าไง” ดีโน่ที่ฟุบกายนอนราบไปกับโต๊ะเคาท์เตอร์ครวญครางอย่างน่ารัก

“ว้อดก้า” ....ไร้อารมณ์สิ้นดี

“........ไร้อารยธรรมจริง ๆ ..”

“ไอ้สวะ!” ....ว่าแล้วก็ทะเลาะกันอีกจนจิออตโตะอดที่จะขำออกมาไม่ได้

สรุปแล้วว่าเขาต้องโทรไปหาพี่ชายเพื่อให้หา Inniskillin … ice wine จากแคนาดา โดยมีจิออตโตะสั่งสำทับว่าเอาปีที่มุคุโร่เกิด กลายองยุ่งยากขึ้นมาอีก ก็เมื่อจิออตโตะเป็นคนสั่งทั้งทีมีหรือพี่ชายเขาจะไม่ทำตาม จะกระวีกระวาดด้วยซ้ำไป ริคคาโด้คนนั้นแพ้รังสีคำพูดของจิออตโตะมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว มีเพียงข้อแม้ว่าต้องใช้เวลาสักสองสามวันที่จะหาไวน์ปีเก่ามากกว่าสิบปีอย่างนั้นได้ แต่ก็สัญญาว่าจะมาให้ก่อนวันอีฟแน่นอน เหตุการณ์ทั้งหมดดูจะเป็นปกติดีเพราะเมื่อผ่านคริสมาสนี้ไปเขาก็จะได้ชีวิตใหม่ จะได้อยู่กับคนรักอย่างสบายใจซะที...


................................................


“วันนี้มุคุโร่คุงมีธุระที่ไหนหรือเปล่าครับ” ร่างที่จมอยู่บนเตียงเอ่ยถามคนรักที่นั่งอ่านนิตยสารอยู่ข้างเตียง มุคุโร่ชะงักไปนิดก่อนจะกล่าวตอบแบบสบาย ๆ พร้อมกับหันมาส่งยิ้มหวานอย่างเคยให้ “มีนัดว่าจะไปเมอร์รี่ คริสมาสคุณแม่ที่ในเมืองตอนหัวค่ำน่ะครับ”

“เสียดายจัง ผมก่ะไว้ว่าจะชวนคุณดินเนอร์สักหน่อย” วงแขนกระหวัดรอบคอขาวซุกใบหน้าลงกับซอกคออย่างเคยชินก่อนจะประทับริมฝีปากลงไป แต่เจ้าของร่างนั้นกลับสะดุ้งหนี “วันนี้เอาไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะเหนื่อยซะก่อน มีรอยแดงไว้รอบคอน่ะเสียมารยาทกับคุณแม่แย่เลย” ร่างบางปั้นยิ้มพร้อมป่ายมือขึ้นแกะวงรัดรอบคอออก เมื่อสำเหนียกว่าจะเอารอยจูบไปด้วยไม่ได้ ยิ่งเป็นเบียคุรันที่ชอบตีตราเป็นเจ้าของในที่ที่เห็นง่ายแล้วยิ่งต้องหลีกห่าง ผู้หญิงคนนั้นมีอะไรที่เขาคาดไม่ถึงอยู่มากมายเพราะฉะนั้นคงต้องระวังตัวเอาไว้ก่อน

มุคุโร่ลุกเอานิตยสารที่อ่านไม่กี่ครั้งไปวางไว้บนโต๊ะรับแขกโดยลืมว่าตนได้สอดสิ่งใดไว้ในหน้าหนังสือ ซุกเข้าไปคลอเคลียกับชายหนุ่มผมขาวในที่นอนหนาอยู่พักใหญ่ก่อนจะขอตัวไปอาบน้ำเมื่อเห็นว่าใกล้เวลาแล้ว วันนี้เขาเลือกที่จะใส่ชุดสูทสีเดียวกับเรือนผม ผูกเนคไทไว้หลวม ๆ เพราะความรำคาญก่อนจะเดินออกมากล่าวลาคนป่วยที่ยืนมองหิมะที่เริ่มปรอยตกลงมาก่อนคืนวันคริสมาสอีฟ

“หิมะแรกหรือครับ” เขาโอบเอวไว้หลวม ๆ จากด้านหลัง “เมอร์รี่ คริสมาส ครับ” เขาเอ่ยเมื่อร่างสูงหันมาเผชิญหน้า

“ยังไม่ถึงเลยนะครับอีกหนึ่งคืนแน่ะ ผมอยากได้ยินจากปากมุคุโร่ตอนเที่ยงคืนมากกว่า”

“ลามกอีกแล้ว” เอ่ยด้วยน้ำเสียงแสนงอน หลายวันนี้เขาพยายามเลี่ยงไม่ให้มีรอยรักปรากฏอยู่บนที่โจ่งแจ้งก็เพราะวันนี้แหละ รีบ ๆ ไป รีบ ๆ ปฏิเสธ จะได้กลับมาหาคนรักของเขาเสียที คิดได้เช่นนั้นก็หยักยิ้มหวานประทับรอบจูบเบา ๆ บนริมฝีปากของคนตรงหน้าก่อนจะเผยอรับเรียวลิ้นที่ขออนุญาตแทรกเข้ามาอย่างอดไม่ได้ นุ่มนวลจนแทบจะละลายไปกองที่พื้นแต่ก็ถูกเกี่ยวรั้งเอาไว้ เผลอครางออกมาเมื่อมือหน้าปลดกระดุมแหวกสาบเสื้อออกแล้วประทับรอยไว้ที่ไหปลาร้า แลบเลียซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับจะให้ผิวขาวละลายติดไปกับปลายลิ้น มือบางขยุ้มเรือนผมขาวด้วยแรงอารมณ์ แอ่นกายรับความร้อนอย่างถวิลหา แต่ก็รู้สึกตัวในที่สุดเมื่อนาฬิกาเจ้ากรรมดันตีบอกเวลาราวกับจะจงใจขัดจังหวะ

“พอก่อนครับ ....ได้เวลาไปแล้ว” ริมฝีปากเห่อแดงเปรยออกมาตามแรงหอบ

“.......ไม่ไปได้มั้ย”

“ไม่ได้ครับ” ร่างบางเอ่ยเร็ว ๆ ก่อนจะผลุนผลันออกไปจากห้อง เสียงปิดประตูดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มละมุนที่หายไปจากใบหน้า มันผิดสังเกตเกินไปหรือเปล่า....

เบียคุรันเลือกที่จะปัดความคิดฟุ้งซ่านนั้นทิ้งไป เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาหลังจากเห็นเจ้าของผมสีไพลินพลิ้วนั้นเดินไปขึ้นรถที่ชั้นล่างจากการมองทางระเบียง หลับตาลงเพียงครู่ก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นเมื่อมีเสียงกดออดเรียก มองที่ตาแมวแล้วเห็นสีดำทะมึนเช่นนี้ก็ไม่ต้องเดาว่าเป็นใครเลย ประตูเปิดอ้าออกต้อนรับแขกผู้ที่ร้อยวันพันปีก็ไม่เคยมาที่ห้องนี้เลยสักครั้งแม้จะชวนแล้วก็ตาม แซนซัสนั่นเอง

ร่างสูงที่สูงเสียยิ่งกว่าเขาย่างสามขุมเข้ามาให้ห้อง กระแทกขวดไวน์หวานที่มีไอเย็นแผ่ออกมานั่นลงบนโต๊ะรับแขกดังโครม “ฉันเอามาให้แทนเจ้าขี้แหยนั่น”

“อ้าว ไม่น่ารบกวนเลยครับให้เด็กที่ร้านสักคนเอามาให้ก็ได้นี่”

“คนที่ว่างมีแค่ซอมเมอลิเยร์เท่านั้นล่ะ คนอื่นวุ่นกันเป็นระวิง”

“ดีโน่ล่ะ”

“มีธุระเกี่ยวกับธุรกิจของบ้านแถว ๆ ในเมือง …….แกอ่านของพวกนี้ด้วย?” แซนซัสเอ่ยถามเมื่อเห็นนิตยสารเกี่ยวกับบรรดาขนมหวานเล่มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ....สีดำ ๆ แบบนี้ ช็อกโกแล็ตสินะ ดวงตาสีโกเมนแลมองอย่างหวาด ๆ ในฤทธิ์ความหวานที่เคยลิ้มลองเมื่อนานมาแล้ว ก่อนจะวางเสื้อคลุมกันหนาวสีดำแล้วเอนตัวนั่งด้วยท่าสบาย

“ของมุคุโร่น่ะครับ” เขาตอบพลางหยิบหนังสือขึ้นมาพยายามจะฝืนยิ้มเพราะใจยังคิดวนเวียนไม่สบายใจอยู่ ทันทีที่หยิบขึ้นมาก็แลเห็นบางสิ่งร่วงลงมากองที่เท้า กระดาษสองสามใบกองเรียงกันเป็นระเบียบความเรียบร้อยนั้นคาดว่าเจ้าของคงจะรักษาไว้ดีไม่น้อย แต่ทันทีที่หงายมันขึ้นดูดวงตาสีไวโอเล็ตก็ต้องเบิกกว้าง

“นี่มัน....อะไรกัน”

มือหนาหยิบกระดาษสองสามแผ่นนั้นขึ้นมาแลเห็นสาวน้อยผมดำหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ผมสีดำและดวงตากลมโตสีเทาซึ่งคาดว่าจะเป็นลูกครึ่ง อ่านรายละเอียดแล้วก็แน่ใจว่านี่เป็นการนัดไปดินเนอร์แน่ ๆ เขาคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทันที กดเบอร์ที่จำได้ชัดเจนในหัวใจแต่รอสายอยู่หลายนาทีก็ไม่มีใครรับ ....หัวใจมันบีบรัด ......จนชาไปทั้งตัว ....สิ่งที่เขากลัวกำลังจะเป็นจริง ....มุคุโร่...

“........!!!”

“แก......!!!” แซนซัสกระโจนคว้าแขนคนที่ออกวิ่งไปที่ประตูด้วยท่าทีหวาดหวั่น แรงเหวี่ยงทำให้คนที่ผอมบางเพราะโรครุมเร้าทรุดลงไปกองกับพื้นก่อนจะพยายามดิ้นออก “เดี๋ยว แกเป็นอะไร!!”

“ปล่อย!!! ... ปล่อยผม! ... เค้ากำลังจะหนีผมไป เค้ากำลังจะไปจากผม” เสียงตะโกนนั้นแหบพร่าเพราะความเจ็บปวด

“เบียคุรัน เดี๋ยว!!” เขาพยายามดึงรั้งร่างอ่อนแอนั้น ดวงตาสีโกเมนเหลือบไปเห็นกระดาษในมือขาวที่ถูกขยี้จนไม่เหลือเค้าความเรียบร้อย เค้าคิดว่ามันพอคุ้นตาอยู่ แต่เจ้าหัวหงอกนี่มันเติบโตมาที่อิตาลีคงจะไม่เคยเห็นมันเป็นแน่ แต่ไม่ทันจะอธิบาย ร่างนั้นก็ออกวิ่งไปเสียแล้ว มือแกร่งคว้าเสื้อคลุมก่อนจะรีบวิ่งตามออกไป แรงโมโหทำให้อดที่จะสบถออกมาไม่ได้ “ไอ้สวะเอ้ย!!”

บุรุษสีขาว.... กลางหิมะสีขาว..... ในเมืองที่กลายเป็นสีขาว.... กำลังวิ่งแข่งกับลมหนาว ควักมือถือในกระเป๋าขึ้นมาเพื่อกดโทรหาร่างบางแสนรักอีกครั้ง แต่จะกี่ครั้งก็ไม่มีคนรับสายเสียที “คุณกำลังจะ... ทิ้งผมไปเหรอครับ” ดวงเนตรสีไวโอเล็ตมีแววเจ็บปวด ขอบตาร้อนผ่าว คิดถึงยามพร่ำคำรัก ยามที่รอยยิ้มหวานนั่นคลี่อยู่บนใบหน้า

อยาก.... อยากจะกอดเอาไว้ ....รั้งเอาไว้ ....ให้เป็นของของตัวเองแค่คนเดียว ....เพราะรักมากเหลือเกิน

แต่ก็กลัว...กลัวว่ามันจะหายลับไป

“แค่คุณ....แค่เพียงคุณ….อึก....แค่ก ๆๆๆ” แรงปวดหนึบอย่างหนักเกิดขึ้นที่หน้าอก หนักหน่วงเสียจนตัวชาไปทั้งหมด ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนเสียจนทรงตัวยืนไม่อยู่ สิ่งที่สำลักออกมาไม่ใช่แค่เสมหะคราวนี้กลับเป็นเลือดสด ๆ เสียแทน เขามองดูกองเลือดสีชาดในมือตัวเอง แว่วเสียงเรียกของแซนซัสอยู่ไกล ๆ จนต้องหันกลับไปมองชายร่างสูงที่วิ่งมาไกล ๆ นั่น

“เบียคุรัน!!”

ก่อนจะหันมามองรอบกาย ความเร็วที่แทบทำให้ไม่รู้สึกตัว ยานพาหนะที่บลอนขัดเป็นเงานั้นก็พุ่งเข้ามาตรงหน้าเสียแล้ว

‘…….มุคุโร่……..’


………………………………………………………………


‘…….มุคุโร่……..’

“!!!!!!” เจ้าของผมสีไพลินหันมองตามสัญชาตญาณ เมื่อสักครู่.... เขาเหมือนจะได้ยินเสียงของเบียคุรัน แต่มันก็แผ่วเบาเหลือเกิน ตัดใจแล้วสวมหน้ากาก หันมาปั้นยิ้มให้คนตรงหน้า หญิงสาววัยกลางคนสองคนกำลังคุยกันออกรสออกชาด แต่เจ้าของตำแหน่งฝ่ายหญิงที่นัดกันไว้กลับยังมาไม่ถึงเสียอย่างนั้น

“เป็นอะไรไปคะ หรือว่าหิวแล้วจะรับของว่างสักนิดไหมคะท่านมุคุโร่” หญิงสาวตากลมโตนามว่าโคลมเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นกิริยาของอดีตผู้เป็นเจ้านาย มือบางนั่นคว้าเอาขนมหลากสีจากกระเป๋าเล็กออกมายื่นให้ ....อย่างกับเด็กแน่ะ

“นางิครับ”

“คะ ท่านมุคุโร่”

“คุณเคยมีคนรักไหม..........” เขาถาม รอยยิ้มปั้นแต่งยังคงไม่จางไปจากวงหน้า ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมาสบตาสองสีช้า ๆ แววตาใสนั้นเหมือนจะมองทะลุหน้ากากที่เขาพยายามสวมเอาไว้จนหมดสิ้น แก้มแดงระเรื่อขึ้นเมื่อร่างสาวน้อยตัวเล็กนั้นกำลังไตร่ตรอง

“ไม่ได้เรียกว่าคนรักหรอกค่ะ ฉันคงจะแอบชอบเสียมากกว่า คนที่ปากร้ายอย่างนั้นน่ะ เหมือนกับว่าเป็นสีดำอย่างไรอย่างนั้นเลยล่ะค่ะ…..”

“...........สีดำหรือครับ งั้นคนคนนั้นก็คงเป็นสีขาวสินะครับ....” เขาเปรยขึ้นยกมือขึ้นลูบหัวคนที่มีศักดิ์เป็นน้องสาวคนนึงอย่างเอ็นดู เธอเอียงคอมองเขาอย่างสงสัยก่อนจะเอ่ยถาม “ท่านมุคุโร่มีคนรักแล้วหรือคะ”

“......มีสิครับ ...รัก..จนบรรยายออกมาไม่หมด....รัก....มาก”

โคลมยิ้มหวานให้เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เคารพรักมีความสุข ก่อนจะหันไปหาบอดี้การ์ดที่เดินเข้ามารายงานอะไรบางอย่าง “คุณหนูเธอให้รอสักครู่น่ะค่ะ ตอนนี้รถประสบอุบัติเหตุอยู่ที่ทางแยกใกล้ ๆ นี่เอง”


………………………………………………………………



ผมอยากจะสัมผัสเส้นผมสีน้ำเงินนั่น อยากเห็นรอยยิ้มที่หวานกว่าอะไรในโลก จ้องมองเข้าไปในดวงตาสองสีที่ลึกเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด

.....อย่างทิ้งผมไป....

“เบียคุรัน!!” เสียงแข็งแทรกเข้ามาในโสตประสาท ดวงตาสีม่วงอ่อนหรี่ปรือขึ้น รู้สึกว่าตัวเองถูกยก ร่างกายเบาหวิวราวกลับจะปลิดปลิวไปกับอากาศ รอบกายนั้นมีแต่เสียงโวยวายไม่ได้ศัพท์ เอื้อมมือขึ้นไขว่คว้าเพียงสิ่งเดียวที่เห็นอยู่ในครรลองสายตา สีแดงเหมือนกับสีตาของคุณนั่น.... มันช่างไกลเหลือเกิน

แค่ก ๆ ๆ

แซนซัสมองร่างของบุคคลที่เขาเรียกว่าเพื่อนในวงแขน เขาเห็น.... ร่างที่ซูบผอมลงทุกวันจนเขาและดีโน่นึกสงสารขึ้นมา สีขาวที่ปลิวตามแรงกระแทกลงไปกองกับพื้น เสียงกรีดร้องที่ดังระงมจนนึกหนวกหู เขาคิดอะไรไม่ออกนอกจากวิ่งมาประคองร่างสีขาวที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีแดง

“สวะเอ๊ย เรียกรถพยาบาลสิวะ!!”

เขาสบถใส่คนรอบข้างที่ยืนมุง ตาสีโกเมนมองร่างของบุรุษสีขาวที่เป็นหนึ่งในนภาคนนี้ สีขาวที่ดูเบาบางราวกับปุยเมฆทั้ง ๆ ที่เมื่อครั้งแรกที่เห็นนั้นชายคนนี้มีรัศมีเทียบเคียงกับจิออตโตะคนนั้นแท้ ๆ ร่างนั้นกระตุกเล็กน้อยก่อนจะสำลักเลือดออกมา แต่ก็ยังเอ่ยเสียงรำพันถึงคนรักไม่ขาดปาก เขาเอามือปาดเลือดที่ไหลออกมาจากจมูกนั้นออกเพื่อให้หายใจได้สะดวก ก่อนจะคว้าแขนซูบที่เอื้อมขึ้นมาไขว่คว้านั้นไว้ ปลายนิ้วเปื้อนเลือดนั้นสัมผัสที่ดวงตาข้างขวา แววตาเหม่อลอยไปไกลแสนไกล

“มุ..คุโร่ ให้ผม...ไปหา...มุคุโร่”

“แกกำลังจะตาย!!! รู้ตัวรึเปล่า!! อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลยเจ้าบ้า!!”

“มุคุ...โร่ ผมแค่....อยาก...จะอยู่กับคุณ”

“พอแล้วเบียคุรัน.... แกมันไม่เข้าใจอะไรเลยต่างหาก” เขาอยากจะเบือนหน้าหนี ไม่อยากมองสภาพน่าสมเพชนี้เลย

“แค่คุณ...ก็พอ....ขอ...แค่คุณ..ก็พอแล้ว”

แซนซัสมองร่างที่พร่ำรำพันออกมาไม่หยุดอย่างสงสาร เรียวปากยังคงสำลักเลือดออกมาจนหน้ากลัว ทั้ง ๆ ที่ไม่เข้าใจอะไรแท้ ๆ “...แกมันโง่” เขาเอ่ยกับร่างที่กระตุกอีกครั้ง อุ้มร่างที่น้ำหนักเบากว่ารูปร่างอยู่มากนั้นขึ้นทันทีที่รถโรงพยาบาลแล่นเข้ามา พยาบาลหลายคนเข้ามาช่วยต่อสายระโยงรยางค์เต็มไปหมด เขาคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดเบอร์ของคนที่คิดว่าให้ตามหาตัวเจ้าของผมสีไพลินแสนงามคนนั้นได้ไม่ยากเย็น เสียงโทรศัพท์ดังเพียงไม่กี่ครั้งก็ปรากฏเสียงรับที่ปลายสาย

“ดีโน่!!”


...................................................


เจ้าของเรือนผมสีทองปิดฝาพับโทรศัพท์เครื่องเรือนแสนนั้นเสียงดังเสียจนพนักงานในร้านต้องหันมามอง บาร์สาขาใหม่ในโรงแรมสุดหรูกำลังตกแต่งด้วยสีแดงและเขียวเพื่อต้อนรับวันคริสมาส ทางบ้านก็เลยให้เขามาควบคุมการทำงาน แต่สิ่งที่แซนซัสบอกเมื่อสักครู่นี้ทำให้เขาอยู่นิ่งไม่ได้ เขาจำได้ว่าเห็นมุคุโร่ที่ประชาสัมพันโรงแรมเมื่อเกือบชั่วโมงก่อน เดินเข้าไปในลิฟต์พร้อมผู้หญิงวัยกลางคนในชุดกิโมโนสีเรียบ ตาสองสีนั้นเฉยชาอย่างเห็นได้ชัดทำให้เขาไม่กล้าเข้าไปทักทาย ยังไงก็ถามประชาสัมพันธ์ก่อนดีกว่า...

“ขอโทษครับ ผู้ชายคนที่ผมสีน้ำเงินสวย ๆ ....”

“อ๋อ ท่านโรคุโดหรือคะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

“ครับ คนนั้นล่ะเค้าไปที่ไหนพอจะบอกได้มั้ยครับ”

“ห้องรับรองชั้นบนสุดค่ะ แต่ได้นัดไว้หรือเปล่าคะ ……เดี๋ยวค่ะคุณ!!” ดีโน่วิ่งไปกดลิฟต์โดยไม่ฟังเสียงทัดทาน เขาขอให้ทัน....ขอให้ทันทีเถอะ


………………………………………………………………


ไม่นานก็ถึงที่หมาย ร่างสูงที่อยู่ในชุดสูทเรียบเท่ผลักประตูที่สลักลวดลายวิจิตรเข้าไป เสียงเปิดดังสนั่นเรียกให้สายตาทุกคนในห้องสไตล์ญี่ปุ่นหันมามอง กวาดหาร่างที่เค้าค้นหา เจ้าของเรือนผมสีไพลินนั่นนั่งเรียบร้อยอยู่ท่ามกลางเหล่าผู้หญิงในชุดกิโมโนหลายคน

“คุณดีโน่” ร่างบางลุกขึ้นยืนด้วยแววตาตระหนก ก้าวเท้าเดินเข้ามาหาพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคนที่วิ่งรี่มาถึงตัวเขาก่อน “ปล่อยเค้า!!” เสียงตวาดนั้นทำให้บอดี้การ์ดปล่อยแขนของเขาลงพลางปลีกตัวออกไปจนเจ้าของน้ำเสียงหวานเดินมาหยุดตรงหน้าเขา “มาทำอะไรที่นี่ครับ....”

“มากับฉัน” ไม่ยังไม่อยากอธิบาย เพียงแค่คว้าข้อแขนบางนั้นไว้แล้วพาเดินออกไปจากห้อง

“เดี๋ยวครับมีอะไรค่อย ๆ คุย…….. แล้วจะไปไหนครับเนี่ย” ร่างบางที่ถูกฉุดกระชากพยายามยื้อ ปรายตาไปมองผู้หญิงคนนั้นที่นั่งเขม่นมองอยู่ด้วยอารมณ์ไม่ได้อย่างใจด้วยแววตาเกรง ๆ ดวงเนตรสีน้ำเงินกรีดลึกลงไปในหัวใจเหมือนจะเป็นการย้ำเตือนสติของคนเป็นลูกชายก่อนจะบัญชา “กลับมาที่นี่เดี๋ยวนี้ โรคุโด มุคุโร่”

“คุณดีโน่….”

“เบียคุรันอยู่ที่โรงพยาบาล..” มุคุโร่เบิกตาขึ้นมองกับประโยคนั้นยืนนิ่งราวกับถูกหยุดเวลาจนดีโน่ต้องกึ่งลากกึ่งจูงออกไป แต่เหมือนหญิงวัยกลางคนผู้นั้นจะไวกว่า เธอเดินเร็วมาที่ทั้งสองคว้าแขนลูกชายแล้วสาดฝ่ามือเข้าใส่บุรุษผมทองมาดเท่เข้าเต็มใบหน้า

“ถ้าแกไป ฉันจะให้แกเห็นฤทธิ์ของฉันแน่ มุคุโร่!!”

“คุณพี่คะ...” แม่ของโคลมเข้ามาห้ามทัพ หญิงสาวจับข้อมือของผู้เป็นภรรยาใหญ่ของสามีตนไว้ก่อนจะหันไปพยักเพยิดให้ลูกสาว โคลมในชุดสูทสากลวิ่งเข้ามาหาก่อนจะเดินนำทางไปที่ลิฟต์ของผู้บริหาร ทิ้งให้สาวใหญ่ในชุดกิโมโหหันไปอาละวาดกับผู้เป็นแม่ที่เป็นภาพชินตาของเหล่าคนในบ้าน

“อาริสะหล่อนจะทำอะไร”

“คุณมุคุโร่อาจจะมีธุระสำคัญก็ได้นะคะคุณพี่ ....เมื่อครู่เพื่อนของแกก็บอกว่ามีคนอยู่ในโรงพยาบาลนี่คะ”

“แล้วเรื่องของฉันที่เป็นแม่มันไม่สำคัญหรือไง วัน ๆ เอาแต่หมกตัวอยู่กับผู้ชายของมันน่ะ” เธอตวาดพร้อมสะบัดฝ่ามือเข้าที่ใบหน้าของหญิงสาว

“ปล่อยแกไปเถอะค่ะคุณพี่ ถือว่าฉันขอร้องก็ได้ ....เห็นแก่ความรักของแกสักครั้ง….” เธอพูดพลางเหลือบมองไปที่หญิงวัยกลางคนอีกหนึ่งนางในชุดกิโมโนสีชมพูดอ่อน ที่นั่งด้านข้างยังว่างอยู่ซึ่งแสดงว่าสาวเจ้ายังมาไม่ถึงแม้จะล่วงเลยเวลานัดมาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว สีหน้าของหล่อนดูไม่สู้ดีนักเมื่อรับโทรศัพท์ติดต่อจากผู้เป็นลูกสาว “ดูเหมือนคุณนายจะมีเรื่องต้องจัดการใช่มั้ยคะ ดิฉันว่าวันนี้เรายกเลิกงานกันก่อนเถอะค่ะ”

“……ก็ดีค่ะ”


.....................................................................


เขาคิดอะไรไม่ออก... สมองมึนงง... รู้แต่ว่าตนเองลูกลากขึ้นรถสปอร์ตสีแดงโดยผู้เป็นน้องสาวและชายผมทองสว่างผู้เป็นคนขับ ดีโน่ไม่พูดอะไรสักคำ พูดแค่เพียงว่าโคลมอาจจะตามมาทีหลังเพราะบอกชื่อโรงพยาบาลไปแล้ว หลังจากที่ขึ้นมานั่งบนรถได้ไม่นาน บางทีอาจจะไม่ใช้เรื่องใหญ่โตอะไร .....เขาหวังให้มันเป็นอย่างนั้น

บางทีเบียคุรันอาจจะอาการกำเริบเหมือนที่เขาเคยเจอ ซึ่งไม่มากครั้งนัก ....คงจะแค่เจ็บหน้าอก ตามอาการของคนเป็นโรคนั้น ซึ่งพอกินยาและนอนพักก็จะทุเลาจนหาย แต่ก็ไม่น่าจะถึงกับเข้าโรงพยาบาล ....หน้ามืดเป็นลมหรือ... หรือว่า....

“ถึงแล้ว” เสียงเปิดประตูด้านข้างทำให้เขาหลุดจากภวังค์ ดีโน่ในชุดคลุมกันหนาวเอ่ยเรียกเมื่อเห็นว่ามุคุโร่ยังนั่งนิ่งเหมือนเหม่อลอย มือหนาคล้องผ้าพันคอสีครีมผืนยาวให้ก่อนจะดึงร่างบางนั้นออกมาจากรถวิ่งเข้าไปในสถานที่ อย่างไม่ลืมล็อกรถ

จากแรงเดินเร็วกลายเป็นวิ่งเมื่อเห็นว่ายังไม่ถึงที่หมายเสียที แต่ก็ต้องหยุดก้าวเมื่อเห็นร่างของใครคนหนึ่งในที่นั้น ทรงผมสีดำและขนเฟอร์ที่พ่วงติดดูยุ่งผิดกับทุกทีที่แม้จะดูไม่เป็นทรงแต่ก็ดูดีจนไร้ที่ติ แซนซัสนั่งนิ่งอยู่บนที่นั่งใกล้ประตูห้องฉุกเฉิน เสื้อเชิ้ตสีขาวยับยู่นั้นเปรอะไปด้วยเลือดสีแดงฉาน ไม่เว้นแม้แต่ท่อนแขนและใบหน้า

“คุณแซนซัสเป็นอะไรหรือครับ…เลือดนี่”

“ไม่ใช่เลือดฉัน” เขาตอบรวดเร็ว มือหนาที่ถลกแขนเสื้อไว้ที่ข้อศอก ยกมืออีกข้างขึ้นลูบหน้าที่มีรอยเลือดเกือบแห้ง ก่อนจะคว้าที่ข้อแขนของคนตัวบาง “มานี่..”

ร่างสีขาวเกือบจะโปร่งแสงนอนนิ่งอยู่บนเตียง ผิวซีดจนไร้สีเลือดนั่นแทบจะจมลงไปกับสีขาวที่ล้อมรอบ เรือนผมสีขาวมีรอยแดงประปรายซึ่งเขาคิดว่ามันอาจจะเป็น...เลือด “...โกหก…..” มุคุโร่รำพันเสียงสั่น เนตรไม่เข้าสียังจดจ้องผ้าสีขาวที่คลุมใบหน้านั้นอยู่ เอื้อมมือไปดึงมันออกก็พบกับใบหน้าของคนที่เขาแสนรัก มือบางแตะสัมผัสใบหน้าที่ซีดเผือดลงกว่าตอนที่เขาออกมาจากห้อง ....ผิวกายเย็บเยียบ ....ริมฝีปากไร้สีเลือดอย่างที่เคยเห็น

“......โกหก........” ……เบียคุรัน

“ตื่นสิครับ....ผมกลับมาแล้ว....ลืมตาขึ้นมา” เอื้อมคว้ามือซีดขึ้นมาแนบนวลแก้ม แลเห็นรอยเลือดที่เล็บตัดสั้นของคนรัก แค่นั้นขอบตาก็ร้อนผ่าว น้ำตามากมายล้นทะลักออกมาราวกับฝนโปรยลงมาจากฟ้าสีแดงและน้ำเงินทั้งสองข้าง

“คุณจะอยู่กับผม... คุณบอกผมเองว่าจะไม่ไปไหนแล้ว คุณมัน...คนโกหก ....ตื่นขึ้นมานะ!! อย่ามาหลอกผมเล่นแบบนี้!! เบียคุรัน!!” เสียงคร่ำครวญทำเอาพยาบาลที่เดินไปมาหันมามองแต่เมื่อเห็นร่างบางที่และดูเจ็บปวดเหลือคณานี้ก็ไม่ได้เข้ามาห้าม ร่างที่นอนนิ่งสนิทนั้นไม่ไหวติง ยังคงนอนนิ่งสนิท

...มันไม่ใช่เรื่องโกหก ...ไม่ใช่ความฝัน ...เขาตายแล้ว ...คุณที่ผมรักจากผมไปแล้ว


‘มุคุโร่’

“เบียคุรัน”

‘มุคุโร่’

“...อย่างทิ้งผมไป”

‘ผมรักคุณ’

“....ได้โปรด” เข้าโอบกอดร่างบนเตียงนั้น เย็นจริง ๆ ทั้งที่ปกติแล้วคุณจะชอบตัวร้อนตอนอากาศหนาวขึ้นมาผิดปกติแท้ ๆ ปากนี่ก็ไม่ใช่สีนี้ ดวงตาสีม่วงไวโอเล็ตที่มองมาที่ผมตลอดเวลามันหายไปไหน “....ได้โปรดเถอะ..ทำไม...ทำไมพระเจ้าถึงใจร้ายแบบนี้” น้ำตาไหลเป็นสายลงบนเสื้อขาวที่อาบไปด้วยเลือด เสียงคร่ำครวญสั่นพร่าที่ทำให้คนที่มาใหม่ทั้งจิออตโตะและโคลมต้องเบือนหน้าหนี

ผมแค่รักเค้าเท่านั้นเอง คืนเค้ามาเถอะ.... ผมขอเค้าคืน แค่คนคนนี้แค่คนเดียว ...แค่เค้าคนนี้เพียงคนเดียว

“คุณมันแค่...คนขี้โกหก” ร่างบางกระซิบเสียงอู้อี้ ยืดตัวจุมพิตริมฝีปากเย็บเยียบช้า ๆ ปวดหัวใจนักเมื่อมันไม่ได้อบอุ่นเหมือนเคย น้ำตาหยดลงบนใบหน้าขาวซีดที่หลับพริ้มไม่รับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว คุณจะไม่ลืมตาขึ้นมาอีกแล้ว คุณจะจากผมไปแล้ว

‘ขอแค่มีคุณ แค่คุณคนเดียวก็พอครับ’

“ผมเป็นของคุณแค่คนเดียวครับ”

‘..ผมรักคุณ...’

“ผมรักคุณ”


...


Fin

ขออีกเรป...

_________________
Image

-------------------------------------------------------------------

“ว่ากันว่าชีวิตคนเรายากจะดำรงเพียบพร้อมทั้งความภักดีและความกตัญญู
คนเราดำรงชีพภายใต้ความลักลั่นย้อนแย้งเช่นนี้เอง”

-The Revage of time-


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU S.fic] In the bottle [Special] [10069](1/2)
PostPosted: 30 Dec 2008, 22:33 
User avatar
Joined: 19 Sep 2008, 10:24
Posts: 250
Location: Vindice
จบ จบแล้ววววววววว กับฟิคสั้น(จริง ๆ น่ะหรือ) สำหรับคนเขียนมันยาวมากมายค่ะ

ขอบคุณนักแสดง และคนอ่านทุกคน มาก ๆ ๆ ๆ เลยค่ะ

ยอมรับว่าที่หายไปหลายวันเพราะปิดเรื่องไม่ลง สงสารป๋านะคะ แต่คิดถึงคุณฮิแล้ว

ใครจะขว้างปาข้าวของเดี๋ยวจบเรปนี้แล้วจะอ้าแขนรับ แต่ก่อนอื่นเลยค่ะ Happy new year ค่ะ!!

Image

มุคุแรดมั้ย แรดค่ะ (โดนตรบ) ชอบเวลาบรรยายตอนป๋าลามก (เอาเข้าไป) รูปนี้เขี่ยเอา มือเบี้ยว ...เบี้ยวในหลาย ๆ อย่าง

ต่อไป หัวข้อแนะนำ

ในฟิคสั้นอันนี้กล่าวถึง ไวน์หวาน ที่เมคไว้ว่าคุณมุคุชอบดื่ม แทนช็อคโกแล็ต ice wine ก็คือไวน์หวานนั่นเอง หมักจากองุ่นเขียว (อยากกิน) และจะกินตอนที่มันเย็นเฉียบค่ะ จะกินกับพวกขนมสไตล์ฝรั่งเศส หรือ ของหวาน ๆ

ImageImageImage

ขวดแรกคือ Tokaji Azsu (โทคาจี ออสซู << ไม่แน่ใจ) สุดยอดของที่สุดจากประเทศฮังการี
สองคือ Stauternes จากฝรั่งเศส ประเทศแห่งต้นตำหรับ
และขวดที่สามที่คุณมุคุยังไม่ทันดื่ม ป๋าก็ไปซะแล้วคือ Inniskillin แห่งแคนาดา
'ไวน์ทั้ง 3 นี้คือ King of Sweet wine อย่างแท้จริงส่วนตัวอื่นๆ ถือเป็นระดับรองๆ ลงไป ไม่สามารถจะขึ้นมาเทียบเคียงได้' เครดิตจากเวปข้างล่างค่ะ

ไวน์พวกนี้จะหมักจากองุ่นแท้ ๆ ที่ผสมน้ำหวานเข้าไปอีก บางยี่ห้อไม่ผสมน้ำหวาน แต่เป็นองุ่นหวานเพียว ๆ (คาดว่าเป็นขวดที่สาม) สีน่าดื่มมาก ๆ เป็นสีทองอร่าม แบบว่าเรืองแสงเรย แฮ่ ๆ (น้ำลายไหล) แต่เสียที่ shey ไม่ชอบกินของหวาน...

Image

แถมคือ นี่คือ 'ดอมเปริญอง (Dom Perignon) แชมเปญตัวท๊อปของโมเอต์ ชองดอง (Moet & Chandon) ที่ได้ชื่อมาจากพระรูปหนึ่งของนิกายเบเนดิกทีน (Benedictine) ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งแชมเปญ' (เครดิต จากเวปข้างล่างค่ะ) ที่ดีโน่บ่น เป็นแชมเปญ ส่วนตัวไม่เคยดื่มแชมเปญ ไม่รู้ว่ารถจะเหมือนเบียร์หรือเปล่า..

ส่วนของผู้ชายสุดไนซ์ของ shey ก็ไม่ต้องพูดถึง ว้อดก้า ค่ะ หาดื่มได้ที่ 7-11 ทุกสาขาทั่วประเทศ(ยกเว้นสาขาในปั๊มน้ำมัน)
Image

เหนื่อยค่ะ เฮ้อ... ลาตายละ ภาคปกติจะตามาเร็ว ๆ นี้ นะคะ

Credit : http://www.winescale.com/ (ขอบคุณสำหรับความรู้มาก ๆ แบบว่าคลั่งไคล้อยู่เลยค่ะ)

ขอบคุณคนอ่านทุกท่าน

แฮปปี้นิวเยียร์ ค่ะ


ทะเลาะกับรูปหลายรอบ = =" พร้อมแล้วนะ (เอามือกุมหัวแล้ววิ่งหนีกะละมัง และรองเท้า)

_________________
Image

-------------------------------------------------------------------

“ว่ากันว่าชีวิตคนเรายากจะดำรงเพียบพร้อมทั้งความภักดีและความกตัญญู
คนเราดำรงชีพภายใต้ความลักลั่นย้อนแย้งเช่นนี้เอง”

-The Revage of time-


Last edited by Shey on 30 Dec 2008, 22:47, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU S.fic] In the bottle [Special] [10069](2/2)END
PostPosted: 30 Dec 2008, 22:41 
Joined: 26 Sep 2008, 14:39
Posts: 1333
อ่านแล้วน้ำตาไหลพราก.....TT

สงสารมุคุโร่ สงสารเบียคุรัน

(เคืองแม่มุที่สุดเลย โฮ~~~)

_________________
แหล่งดองฟิค--ดองจนได้ที่จริงๆ http://my.dek-d.com/Serun_Seji/

Cloud of Varia http://reborntfc.freeforums.org/cloud-of-varia-t3365.html

อันนี้ฟิคเบียคุรันเคะ http://reborntfc.freeforums.org/g100-or-69100-o-o-t3653.html


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU S.fic] In the bottle [Special] [10069](2/2)END
PostPosted: 30 Dec 2008, 22:45 
User avatar
Joined: 09 Mar 2008, 08:39
Posts: 527
Location: EE-PALACE
อร๊ากกกกกกกกกกกก O[]O !!! อิป๋าเท่งทึงงงง !!! (ยืมคำท่านยูระมาใช้)

ช่วงนี้มันช่วงดวงอับของป๋าเบียจริงๆ นะ ... ไม่กินแห้ว ก็ซี่ม่องเท่ง .... เปิดทางใช้ชู้แทบทุกเรื่องเลยเจ้าค่ะ (บาปกรรมจากที่เป็นชู้เค้ามาเยอะ ?)

ชีวิตคนเรามันก็ไม่แน่ ไม่นอน ... ความตายมันเป็นเรื่องน่าเศร้าเสมอล่ะค่ะ T^T คุณมุทำใจๆ แล้วเริ่มต้นชีวิตละกันนะ
(เห็นธง 1869 อยู่ลิบ ๆ แอบหลบหัวเราะที่สุดท้ายคุณมุก็ไปแย่งแฟนโคลม คึ๊ก ๆๆ (สะใจส่วนตัว))

เป็นฟิคที่อ่านแล้วรู้สึกไฮโซขึ้นมาค่ะ ... มีไวน์ประดับความรู้แบบนี้ ^w^

_________________
MukizWiskas' Blog :: PINK N' BROWN


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU S.fic] In the bottle [Special] [10069](2/2)END
PostPosted: 30 Dec 2008, 23:08 
User avatar
Joined: 19 Mar 2008, 21:24
Posts: 1301
...1....2......3
อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ม่ายน้าป๋าเบียกลับมาก่อน!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
โฮๆสงสารทั้งสองคยนมากมายค่า


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 31 posts ]  Go to page 1, 2, 3  Next


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: