พอดีมะวานข้ากระผมทำการบ้านน่ะฮะเลยไม่มีเวลาแต่ง งั้นวันนี้ก็เลยไม่แต่งดีกว่า มีอาร์ตที่แอบวาดในห้องเรียนด้วยนะฮะ แหะๆๆ มันไม่สวยเท่าไหร่วุ้ย เผากันเห็นๆ
สืบจากตอนแรกฮะ
อันนี้ในมโนภาพ ทำไมฮิมันอ่อนโยนฟระเนี่ยยย
[Third miracle …….ร่วมทางแห่งสุข ]
แสงอันอ่อนโยนจากอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านบานประตูกระจกลอดผ่านม่านสีขาว เปลือกตาค่อยๆลืมขึ้นมา ร่างโปร่งสูงในชุดนอนสีนิลค่อยๆรู้สึกตัวจากการหลับอย่างสบายในราตรีที่ผ่านมา กำลังจะขยับตัวก็พบว่าเด็กน้อยผมสีทองนั้นใช้แขนตนหนุนต่างหมอนพลางซุกอกของตนด้วยใบหน้าไร้เดียงสา การหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเจ้าตัวนั้นยังคงหลับไม่รู้เรื่องต่อไป
“ตื่นได้แล้ว....” สะกิดศีรษะน้อยๆให้เด็กน้อยตื่น แต่ก็ไร้ผล
“อืม อืม”
เป็นเสียงละเมอซะมากกว่า พอเห็นแบบนี้คงไม่ต้องการจะปล่อยให้เจ้าตัวเล็กหลับต่อไป ไม่งั้นมีหวังอดออกไปซื้อของให้เด็กบ้านี่เป็นแน่
ในเมื่อปลุกกันดีๆไม่ได้ ก็ต้องแกะมือเล็กออกจากเสื้อที่ร่างเล็กกำไว้ ขยับตัวเบาๆแล้วจับเด็กน้อยให้นอนลงกับหมอน ลุกขึ้นนั่งแล้วหันมองนาฬิกา เวลาเจ็ดโมงเช้าก็ยังเช้านักสำหรับวันเสาร์ถ้าไม่ติดว่าต้องออกไปซื้อของ คิดแล้วฮิบาริ เคียวยะเริ่มจะมีน้ำโหไม่น้อยทีเดียว คนไม่เคยเลี้ยงเด็กมันลำบากจริงกับการเลี้ยงเจ้าเด็กบ้าแถมยังไม่พอเขายิ่งไม่ใช่คนใจดีอะไร ถ้าเกิดเจ้าฮิโตริทำอะไรให้โมโห สงสัยคงต้องได้แตกหักกันไปข้าง...
“อืม...” เกินคาดที่เจ้าฮิโตริลุกขึ้นมาหาววอดๆ ขยี้ตาแล้วมองเจ้านายตาแป๋ว
“ฮิบาริ ตื่นแล้วเหรอ? อรุณสวัสดิ์!”
“?!”
ตกใจเป็นที่สุดเมื่อเด็กน้อยขยับเข้าหาแล้วหอมแก้มเบาๆเป็นการทักทาย
…………..
….
..
..
.
“นี่เธอ...ไปเลียนแบบมาจากไหน....”
ถ้ากับคนธรรมดาแล้วคนขนลุกเพราะรังสีมาคุแบบนี้ เด็กน้อยตากลมโตเอียงคอ พลางยิ้มในขณะให้คำตอบแก่ร่างสูงกว่า
“เห็นในทีวี? ทำไมเหรอ? ฮิบาริไม่ชอบ?”
.....
...
.
..........อย่าให้พ่อรู้นะว่าใครเปิดหนังแบบนั้นให้เจ้านั่นดู.......
ความคิดจะขย้ำคนในรูปแบบต่างๆจบลง เมื่อฮิโตริคุงลุกขึ้นแล้วทึ้งแขนเสื้อของพี่ชายใจดี(?)เบาๆ
“แปรงฟันกันนะ” งงอยู่ว่านกมันรู้จักคำว่าแปรงฟันด้วยเรอะ? จริงสิ เวลาแปรงฟันก็ชอบมาเกาะไหล่ ฮิบาริลุกขึ้นแล้วจัดฟูกนอนใหม่ให้เรียบร้อย อดีตฮิเบิร์ดเดินเตาะแตะไปยังห้องน้ำ มองอ่างล้างหน้าที่อยู่สูงกว่าตัวเองแล้วแก้มพองอย่างไม่พอใจ
แล้วแบบนี้ผมจะแปรงฟันได้ยังไงเนี่ย?
สะดุดตากับเก้าอี้เตี้ยสำหรับแปรงฟัน ลากเก้าอี้ไม้นั่นมาแล้วใช้เป็นฐานรองให้เอื้อมไปหยิบแปรงสีฟันอีกอันที่ไม่รู้ว่ามีใครเตรียมมาให้หรือเปล่า
ไม่ถึง.....ทำไงดี?....
“แบบนั้นจะแปรงฟันได้ยังไง?” เจ้านายเดินเข้ามาด้วยใบหน้านิ่ว มองเด็กบ้าที่พยายามเอื้อมหยิบแปรงสีฟันอย่างเอาเป็นเอาตาย เขย่งปลายเท้าให้สูงขึ้นอีกแต่ก็ยากจะเอื้อมไหว
“หวา~~!” เสียหลักร่างกำลังหงายหลังล้ม หลับตาปี๋ด้วยความกลัวเต็มที่
“ระวังหน่อยสิ” ไม่ใช่พื้นอันเย็นเฉียบแต่เป็นกายที่อบอุ่นของเจ้านายซึ่งรับไว้ได้ทัน ตาสีทองมองร่างคนที่พยุงตนแล้วอดยิ้มไม่ได้
“ขอบใจนะ”
“.....” เงียบไปสักครู่ “ทีหลังไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ ให้ฉันช่วยไม่เห็นเป็นไร?”
“แต่ว่า...” ถูกอุ้มให้มายืนอยู่บนกระเบื้องสีเข้ม “อยากช่วย แต่ผม ไม่อยาก ให้ฮิบาริ ช่วยนี่”
“แล้วมันทำไม?” เนตรหรี่ลง กำหมัดเคาะหัวเจ้าเด็กน้อยเบาๆ
“อะไรที่ทำไม่ได้ ขอร้องให้ใครช่วยมันก็ไม่เสียหายหรอก เธอยังอ่อนแอ อีกอย่าง ฉันก็ไม่ได้อยากให้เธอช่วยฉันทุกอย่าง”
“อือ.....แต่ไม่อยาก เป็นภาระ”
“ให้ใครช่วยในบางเรื่องมันไม่ได้หมายความว่าเป็นภาระสักหน่อย” จู่ๆรอยยิ้มกลับพาดผ่านใบหน้าของคนเย็นชา
“แค่เธอบอกว่าจะช่วยฉัน แค่นั้นฉันก็ไม่คิดว่าเธอเป็นภาระหรอก”
......ไม่มีใครในโลกนี้ไม่ต้องการการช่วยเหลือจากใครไม่ใช่รึ?
ฉันเองก็มีคนที่ช่วยเหลือมากมายจะตายไป
คนที่เป็นนักปกครอง ไม่ว่าที่ไหนๆ ก็ต้องมีผู้ช่วยอยู่เสมอ……..
“ดังนั้น ถ้านายอยากให้ฉันช่วยอะไร ก็บอกมาซะ ฉันไม่ถือ...”
“อือ” พยักหน้าหงึก “ถ้าฮิบาริต้องการ ผมก็จะทำ”
“ก่อนแปรงฟันอาบน้ำก่อนเถอะ”
“อื้ม!”
พยักหน้าก่อนที่ยามเช้าสดใสกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างช้าๆ....
*+*+*+*+*+*+*
เสื้อผ้าที่เอาให้เจ้าฮิโตริเป็นของที่แม่บ้านหามาให้ เป็นชุดที่เข้ากันไม่น้อย เด็กหนุ่มในชุดเชิ้ตสีดำทับด้วยแจ็คเก็ตสีดำขลับใส่คู่กับกางเกงยีนต์สีเทาเข้ม สวมแว่นใสไว้อำพรางกายไม่ให้ใครจำได้ ก็แน่ล่ะ คนอย่างฮิบาริ เคียวยะที่ใครๆก็เห็นจะพาเด็กมาเที่ยว มันคงจะกลายเป็นหัวข้อเม้าท์ที่แปลกที่สุดไปเลยก็ว่าได้
“ไปกัน ไปกัน” ร่างเล็กในชุดเสื้อแขนยาวมีฮู๊ตตรงแขนเสื้อและคอเสื้อมีขนนุ่มๆติดดูน่ารับกับกางเกงขาสั้นสีขาวและบู๊ทครึ่งเข่าสีนิล เดินเข้ามาหาแล้วหยิบหมวกกันน็อกแล้วสวม
“ท่าทางตื่นเต้นเชียวนะ” อุ้มเด็กน้อยขึ้นซ้อนท้าย ก่อนจะขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซต์ มองคุณแม่บ้านที่โบกมือลาโดยมีคนซ้อนโบกมือลาด้วยรอยยิ้ม แล้วสตาร์ทเครื่อง พาเจ้าตัวเล็กออกเที่ยว
ทิวทัศน์ยามฤดูใบไม้ร่วงตลอดสองข้างทางเรียกให้เด็กน้อยตื่นเต้นเป็นที่สุด ไม่เคยเลยในชีวิตที่จะมีโอกาสได้ซ้อนมอเตอร์ไซต์แล้วชมสองข้างทางอันเต็มไปด้วยใบเมเปิ้ลสีน้ำตาลซึ่งปลิดปลิวตามแรงลม สายลมที่มักทำให้ร่างปลิวไปตามแรงปะทะก็เพิ่งจะได้สัมผัสว่ามันทำให้เส้นผมสะบัดเท่านั้น ไม่ได้หอบร่างตนปลิวไปไหน
เกาะเอวของคนขับ หลับตาปี๋เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซุกใบหน้ากับแผ่นหลังเพื่อหลบเหล่าเมเปิ้ลที่ปะทะกับสายลม รอคอยให้ถึงจุดหมายไวๆ
เวลาผ่านไปไม่นานนัก ก็มาถึงจุดหมายจนได้ เส้นผมสีอ่อนถูกสางเข้าที่ ก่อนที่ร่างเล็กจะถูกจูงมือเข้ามาภายในร้านขายเสื้อผ้าเด็ก สั่งให้พนักงานเลือกชุดให้แน่นอนว่าพวกสาวๆกำลังตื่นเต้นไม่น้อยกับตุ๊กตา(?)ที่ถูกจับมาลองชุดเพื่อความสนุกมากกว่าต้องการขายสินค้าเสียอีก
“ต๊าย! ชุดนี้ก็น่ารักนะคะเนี่ย~~!” สาวผมลอนสีน้ำตาลแดงหัวเราะคิกคัก ในขณะสวมหมวกหูแมวฟูๆให้เด็กน้อยซึ่งสวมเสื้อขนแกะนุ่มๆและกางเกงขาสั้น ดูแล้วเหมือนลูกแมวเสียจริงๆ
“ฮือ....พี่ชาย.....ช่วยป๋มด้วย....” มองด้วยสายตาออดอ้อนมายังฮิบารีที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์รอ
“เลือกชุดต่อไปล่ะ ทำตามที่สั่งก็พอ” ผู้มีอิทธิพลแห่งนามิโมริสั่งพนักงาน แน่นอนคนในร้านถูกแบล็กเมล์ว่าอย่าให้ใครรู้ว่าฮิบาริ เคียวยะพาเด็กมาเลือกชุดในร้าน ซึ่งถ้าหากไม่ทำตาม นอกจากค่าคุ้มครองจะเพิ่มเป็น4เท่าแล้ว ร้านคงแหลกเป็นชิ้นๆแน่นอน แต่อย่างไรก็ดี ดูเหมือนสาวๆผู้จัดการเรื่องเลือกชุดกำลังเมามันส์กับการแต่งตัวตุ๊กตาอยู่ คงไม่น่าห่วงสักเท่าไหร่
“ฮือ......ใจร้าย....” หมวกหูแมวถูกดึงออกไป แล้วสวมหมวกหูลูกหมีสีน้ำตาลแทน
จำไว้เลยนะ ฮิบาริ เดี๋ยวผมแกล้งให้เข็ดเลย....
*+*+*+*+*+*+*
วันเสาร์นี่ก็เป็นวันที่น่าเบื่อตายชัก แต่ก็ดีแล้วที่หลบจากการฝึกพิเศษกับรีบอร์นสำเร็จ เด็กหนุ่มร่างบางคิดในใจ พลางทำท่าหมดอาลัยตายอยากในช่วงวัย15ปีอันรุ่งโรจน์แห่งความซวย ซาวาดะ สึนะโยชิเดินคอตกไปตามย่านการค้าในเมืองนามิโมริ การบ้านเป็นกองเคลียร์เสร็จกะจะมาเคลียร์เกมเพลย์สเตชั่นสักหน่อย แต่เจอแรมโบ้กับอี้ผิงไล่กวดแล้ว....หนีดีกว่า....
“ฝากดูแลเจ้านี่ก่อน จะไปทำธุระ”
“ได้ค่ะ....”
เอ๊ะ...เสียงคุ้นๆ หรือเราคิดไปเอง...
เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเหลือบมองร่างสูงผมสีนิล กำลังสั่งพนักงานที่กำลังแต่งตัวให้เด็กน้อยผมสีทองอยู่
“รีบกลับมานะ พี่ชาย!”
“อืม...”
แล้วร่างนั้นก็เดินออกไปจากร้าน มองเจ้าเด็กน่ารักในร้านซึ่งเป็นร้านประตูกระจกพอเห็นคนข้างในแล้วอดขมวดคิ้วไม่ได้
“เสียงเหมือนคุณฮิบาริแฮะ ไม่ม้างงง คุณฮิบาริคงไม่ใส่แว่น แถมพาเด็กมาเที่ยวด้วย...อา...ฤดูใบไม้ร่วงมันทำให้สมองปั่นป่วนรึไงเนี่ย”
สึนะบ่นพึมพำ เห็นร้านเค้กแถวนั้นก็เลยแก้เซ็งด้วยการหยิบเงินหมายไปซื้อ ทว่า....
“แว๊ก~~!” โชคไม่ดีที่มีคนชนใส่ กระเป๋าเงินปอนๆก็กระเด็นไปยังหน้าร้านเสื้อผ้า เด็กหนุ่มก้าวไปก้มหยิบกระเป๋าสตางค์ แต่ดูเหมือนเขาจะสะกดคำว่าโชคดีไม่เป็น เมื่อคุณลูกค้ารายหนึ่งเดินเข้าไปเปิดประตูเป๊ะ เลยเตะกระเป๋าเข้าร้านหน้าตาเฉย
“ทำไมฉันต้องเจอเรื่องซวยๆแบบนี้ด้วยนะ....” สึนะโยชิบ่นพึมพำ
คำว่าโยชิมันแปลว่าโชคดี แล้วไหงชีวิตตูมันถึงซวยแบบนี้ฟะเนี่ย!!
กระเป๋ากลิ้งกลุกๆไปหยุดยังเท้าน้อยของร่างเล็ก ตากลมโตมองเด็กหนุ่มที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มบางๆเป็นเชิงให้ช่วย
เอ๊ะ? เจ้าสัตว์กินพืชนี่นา?
“อ๊ะ เอาไป สัตว์กินพืช...” ยื่นกระเป๋าเงินให้ด้วยหน้าเฉยสุดๆ
อ๊ากกก หนูโดนเด็กด่าอ่ะ~~!
“ขะ..ขอบใจนะ....” จะว่าไป เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนแฮะ สัตว์กินพืชนี่...
“มาเที่ยวเหรอ? สัตว์กินพืชมาเที่ยว?”
ใครเป็นคนสั่งสอนให้พูดจาแบบนี้...อยากเห็นหน้าจริงๆฟะเนี่ย.....พ่อจะ......สั่ง......สั่งข้าวกล่องกลับไปกินที่บ้าน....หิววุ้ย....
“ก็ใช่ ว่าแต่น้องทำไมพูดจาไม่สุภาพแบบนั้นล่ะ?”
“สัตว์กินพืช ก็คือสัตว์กินพืช”
เส้นขมับกระตุกเล็กน้อย โดนเด็กหยามทูน่าไม่โยชิก็มีโกรธนะครับ....
“พูดอีกเจ็บตัวไม่รู้ด้วยนะ” นั่งยองๆคุยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่คิดเหรอว่าทูน่าที่ผ่านศึกมาโชกโชนจะดาร์คไม่เป็น
“จะขย้ำให้ตาย จะขย้ำให้ตาย”
แหม...พูดจาเหมือนคุณฮิบาริเลยนะเนี่ย.....
.............
...
...
เอ๊ะ....คุ้นชะมัด.....
‘Midorotannaniku namimorino~~~~’
บนดาดฟ้า....
‘จะขย้ำให้ตาย จะขย้ำให้ตาย’
.....
..
…
สโลแกนที่มีหนึ่งคนหนึ่งตัวใช้...
.....
...
.
.