http://www.youtube.com/watch?v=b2W7Com4DEE
http://www.imeem.com/people/2uHc4hU/music/MkQtg1NQ/jay_chou_02_ye_quostinitial_d/
ระหว่างอ่าน ฟังเพลงนี้คลอไปด้วยนะคะ เหอะๆๆ ทำไมน่ะเหรอ? ไม่มีเหตุผลอ่ะจ้ะ... แค่เราฟังเพลงนี้ตอนแต่ง ก๊า~ มันบิ๊วดีนะเออ~...(ปล. เพลงเดียวกันอ่ะค่ะ แต่เอาแบบธรรมดา กับแบบมี MV มาให้เลือก)[KHR AU S.FIC]_Give me the death_[XS]
Title :: Give me the death
Part :: I
Writer :: Lucent
Fandom :: Katekyo Hitman Reborn! [KHR]
Pairing :: XS
Rate :: NC 13
Note :: โศกเล็กน้อยถึงปานกลาง หึหึ รับรองว่ามันไม่ได้หวานเลยแม้แต่นิดเดียว+/+/+/+/+
+/+/+
+
ย่างกราย เยื้องย่าง ก้าวข้ามผ่านเศษเนื้อและร่างไร้วิญญาณมากมายที่กองระเกะระกะอยู่แทบเท้า ไม่แยแสกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง และแปดเปื้อนทั้งที่พื้น ผนัง และร่างของตน
ชาชินเสียแล้ว กับความตายที่เห็นจนเอียน
เบื่อหน่าย กับความอ่อนแอของทุกร่าง ที่เพียงดาบเดียวก็สิ้นใจ
ชีวิตหนึ่งๆ ช่างสลายไปง่ายดายนักกับน้ำมือของเขา
สายลมในยามค่ำคืนพัดผ่านมาตอกย้ำความหนาวเหน็บ แต่ไม่ใช่สำหรับเขา... ปิศาจอย่างเขา... ไม่รู้จักความหนาวหรือความอ้างว้าง... ไม่มีกระทั่งความรู้สึก จึงลงมือฆ่า... ได้อย่างง่ายดาย
จู่ๆ ร่างโปร่งที่เดินอยู่ก็หยุดชะงัก ก่อนย่อตัวลงต่อหน้าซากศพที่กองเรียงราย ศพพวกนี้มีบางอย่างผิดปกติไป...
มือที่ชโลมไปด้วยเลือดคว้าร่างๆ หนึ่งขึ้นมา…
เจ้านี่มัน...ปิศาจ!
ไม่ใช่แค่ศพเดียว แต่ทั่วบริเวณนั้นกลับเต็มไปด้วยร่างที่ไร้วิญญาณของปิศาจมากมาย และแน่นอนว่าไม่ได้ดับดิ้นด้วยฝีมือเขา
นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนที่เคยว่างเปล่าแปรเป็นตระหนก เพียงชั่วครู่ ก่อนจะรับรู้ถึงโลหะเย็นเยียบที่กดลงมาที่ศีรษะ ตัวเขาจึงยังรักษาความเยือกเย็นไว้ได้
ผู้ที่สามารถจัดการกับปิศาจที่เป็นลูกสมุนของเขาได้มากขนาดนี้ก็มีเพียงแค่คนเดียว ร่างโปร่งเหยียดกายขึ้นช้าๆ เต็มความสูง ก่อนหันกลับไปเผชิญหน้า
สิ่งที่ปรากฏให้เห็นคือร่างสูงของคนคนหนึ่ง ที่คุ้นตาเหลือเกิน... คนคนหนึ่งที่มักจะปรากฏตัวให้เห็นร่ำไปหากหลับตาลงในยามค่ำคืน... คนคนนั้น ผู้ที่มีดวงหน้าเต็มไปด้วยแผลเป็น และดวงตาสีแดงฉานราวกับโลหิตที่ชวนให้คิดถึงทุกครั้งที่ได้พบเจอ... คนที่เหมือนจะรู้จักกันดี ทว่ากลับนึกเรื่องราวอะไรเกี่ยวกับคนคนนี้ไม่ออกเลย
“เจอกันอีกแล้ว...”
แกคือใครกัน...นัยน์ตาสีเลือดคู่นั้นเป็นประกายกร้าว โดดเด่นในความมืด ขณะเดียวกันก็กลมกลืนกับโลหิตที่ชโลมทั่วร่าง
“สเปล บี สควอโล่!”
น้ำเสียงที่เรียกชื่อนั้นแข็งกระด้าง ดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียง ‘กริ๊ก!’ เบาๆ ของไกปืนที่กดแนบติดที่หน้าผาก แต่ปิศาจตนนี้หาได้เกรงกลัวไม่ รอยยิ้มเหยียดคลี่บางๆ บนริมฝีปากซีด
“ที่เจอกันคราวนี้ฉันเดาว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
ท่าทีสงบนิ่งคือคำตอบ ก่อนที่ร่างสูงจะเอ่ยเสียงดุ
“ไอ้ปิศาจ! โทษของแกฐานฆ่าคนตาย ฉันคนนี้จะเป็นคนมอบให้เอง!!”
“งั้นที่แก่ฆ่าลูกน้องฉัน ฉันก็ต้องเป็นคนตัดสินโทษแกสินะ!”
ไกปืนถูกลั่นทันทีที่สิ้นเสียง ทว่ากระสุนลงอาคมทำได้เพียงตัดผ่านกลุ่มไหมสีเงินยวงของผู้เป็นปิศาจเท่านั้น
กระสุนอีกนับสิบนัดถูกกราดยิงต่อไป แต่ไม่มีนัดใดที่จะสร้างบาดแผลให้กับสควอโล่ได้ แซนซัสกัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจ
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไม แกที่เป็น [นักล่าปิศาจ] ถึงแสดงอาการอยากจะฆ่าฉันซะขนาดนั้น” เสียงทุ้มนุ่มดังลงมายอดไม้ เส้นผมสีเงินของร่างโปร่งที่ยืนอยู่ที่ปลายกิ่งไม้สะท้อนแสงนวลของพระจันทร์ เจิดจรัสในความมืด... ความงดงาม...ที่คร่าชีวิตนักล่าปิศาจมาแล้วหลายต่อหลายคน แต่กลับไม่ใช่กับคนคนนี้
ทำไมแกถึงติดตามฉัน...
ทำไมแกถึงอยากจะฆ่าฉันนัก“แต่ถ้าต้องการจะฆ่ากันขนาดนั้น ก็จงตามหาฉัน...”
ลมพัดแรงจนแทบกลบเสียงพูด ใบไม้มากมายถูกพัดปลิวว่อนบดบังร่างของปิศาจจากดวงตาคมกริบของนักล่า จนกระทั่งลมสงบ ร่างของปิศาจตนนั้นก็ได้หายไป ทิ้งไว้แต่เพียงเสียงแว่วที่กลืนไปกับเสียงลม
...แล้วฉันจะรอ...
+/+/+/+/+
+/+/+
+
ภาพถ่ายของซากศพมากมายกระจายเต็มโต๊ะทำงาน บางส่วนตกเรี่ยราดบนพื้น ท่อนขายาวพาดทับเอกสารอื่นๆ ที่วางอยู่ใกล้ๆ อย่างไม่ใยดี ห่างไปอีกไม่มากเป็นแก้วทรงสวยที่วางเคียงกับขวดเหล้ารูปร่างแปลกตา
เสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับร่างของของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่แทรกตัวผ่านเข้ามาโดยไม่สนใจคำอนุญาตของเจ้าของห้อง มงกุฎประดับอัญมณีล้ำค่าที่วางอยู่บนเส้นผมสีทองบ่งบอกฐานันดรของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี
ผู้เป็นเจ้าของห้องนอนหลับสนิทอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เด็กหนุ่มสืบเท้าเข้าใกล้อย่างเงียบๆ ไม่อยากเสี่ยงรบกวนให้แซนซัสตื่นขึ้นมา
สายตาไปสะดุดกับรูปถ่ายที่กองระเกะระกะอยู่พื้น ก่อนจะหยิบขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ใบหนึ่ง
“เบลเฟกอน?...”
เสียงแหบห้าวเรียกชื่อซะเต็มยศจนเจ้าของชื่อสะดุ้ง เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามอง ฉีกยิ้ม พลางเกาหัว
“เจ้าชายทำให้บอสตื่นเหรอ”
คนเป็นบอสส่ายหน้า มือใหญ่กวาดๆ รวบๆ รูปถ่ายมากมายบนโต๊ะมากองรวมกัน อีกฝ่ายจึงก้มๆ เก็บส่วนที่ตกบนพื้นมาสมทบบ้าง
“เจ้าพวกในภาพนี้... ฝีมือสควอโล่สินะ”
ไม่ยากเลยที่จะรู้ว่าซากศพในภาพเป็นฝีมือของปิศาจที่ชื่อว่า สเปล บี สควอโล่ เพราะถ้าหากดูให้ละเอียดแล้ว ศพเหล่านี้ล้วนตายด้วยการฆ่าแบบเดียวกัน
นั่นก็คือ ตาย เพราะถูกควักหัวใจออกมา!!
“เมื่อคืนฉันเจอมัน...” แซนซัสเปรยขึ้น เรียกความสนใจจากเบลเฟกอนเป็นอย่างมาก
“แล้วบอสฆ่าไปรึยัง?”
น้ำสีอำพันกว่าครึ่งแก้วถูกกรอกลงคอรวดเดียวจนหมด
“ยัง”
“แล้วคืนนี้...”
เด็กหนุ่มยังคงถามต่อ แต่เมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาที่ทอประกายน่ากลัวของชายหนุ่ม เขาก็เข้าใจความหมายของผู้เป็นนาย
+/+/+/+/+
+/+/+
+
ซ่า...ซ่า...ซ่า!!!เม็ดฝนกระหน่ำเทลงมาราวกับต้องการชำระล้างคราบเลือดที่แปดเปื้อนพื้นดิน ฝน...เย็นยะเยือก เหมือนกับร่างของตัวเขาที่เย็นเยียบลงทุกที รับรู้ได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามาในร่างกาย เหนื่อย...กับแค่หายใจ ทำไมถึงเหนื่อยขนาดนี้กันนะ...
เปลวเทียนของชีวิต ใกล้ดับลงเต็มที
“แก... ตายไม่ได้! ฉันไม่...ยอม!!”
เสียงของใครบางคนดังแว่วเข้ามาในโสต แผ่วเบาราวกับอยู่ไกลแสนไกล แต่กลับรู้สึกได้ถึงอ้อมแขนที่โอบกระชับร่างของเขา
ทำได้เพียงโอบกอดไว้ เพียงเท่านี้... กรีดร้องเรียกชื่อของอีกฝ่ายไม่ให้จากไป ทั้งที่รู้ว่าต่อให้เรียกให้ตายยังไงก็ไม่สามารถฉุดรั้งร่างในอ้อมแขนให้ออกมาจากเงื้อมมือมัจจุราชได้
ซ่า...ซ่า...ซ่า!!!สายฝนยังคงตกลงมาต่อเนื่อง ราวกับจะแข่งกับน้ำตาที่ไหลรินจากดวงตาคู่นี้
“ตื่นขึ้นมา...ตื่นขึ้นมาสิ!!!”
เสียงทุ้มที่สั่นพร่าไปด้วยความหวาดกลัวยังคงพร่ำเรียกชื่อของเขาไม่ยอมหยุด
กรีดร้อง ร้องเรียก เพราะเป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำได้ในยามนี้ อัญมณีสีฟ้าสะท้อนภาพความอ่อนแอของร่างสูงตรงหน้า ความอ่อนแอ...ที่คนคนนี้ยอมแสดงให้เขาเห็นเพียงคนเดียวเท่านั้น
แก... ไม่อยากให้ฉันตายงั้นเหรอ?...แต่ไม่มีสรรพเสียงใดหลุดรอดออกจากริมฝีปาก เปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลง ซ่อนดวงตาสีฟ้าคู่งามไว้ภายใต้ความมืดตลอดกาล...
+/+/+/+/+
+/+/+
+
แพขนตาสีอ่อนเปิดขึ้น คราบน้ำตายังคงเปียกชื้นที่ดวงหน้า สควอโล่เช็ดออกอย่างไม่ใส่ใจ
น้ำตา... ที่มักจะไหลออกมาเมื่อลืมตาตื่นขึ้น เขาร้องไห้... เพราะอะไรกัน
ฝัน...เรื่องอะไร
ฝันถึง คนคนนั้น...ที่มีตา สีแดง...“คิดถึงใครอยู่รึเปล่า สควอโล่?”
เสียงทุ้มดังขึ้นจากทางด้านหลัง เรียกให้หันกลับไปมอง ร่างสูงของปิศาจอีกตนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง สืบเท้าเข้ามาใกล้ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่ข้างเตียง มือแกร่งดึงผ้าคลุมศีรษะออก
“ดีโน่...” สควอโล่ทักออกไปเรียกรอยยิ้มให้ปรากฏบนดวงหน้าอีกฝ่าย
“ฝันร้ายงั้นเหรอ” ผู้มาใหม่ถามขึ้นเบาๆ สควอโล่ก้มหัวรับเล็กน้อย ถึงจะจำไม่ได้ว่าฝันว่าอะไร แต่ก็น่าจะเป็นอย่างที่อีกฝ่ายคาดการณ์ “งั้น...เล่าให้ฉันฟังบ้างได้มั้ย” ร่างสูงลุกจากเก้าอี้ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้พลางเอื้อมมือไปแตะนวลแก้มบาง เลื่อนลงมาที่ริมฝีปาก ก่อนประทับสัมผัสแผ่วเบาอ่อนหวานลงไป เพียงชั่วครู่ที่ริมฝีปากทั้งสองสัมผัสกันสควอโล่ก็เบี่ยงหน้าออก พร้อมปัดมือของดีโน่ออกจากใบหน้าของตน
“ฉันจะออกไปข้างนอก”
+/+/+/+/+
+/+/+
+
ภายนอกหน้าต่างมีแต่ความมืดมิดกับสายฝน ที่ตกหนักอย่างน่ากลัวจนต้องยกเลิกกำหนดการณ์ไม่ออกตามล่าสเปล บี สควอโล่ในคืนนี้... เบลเฟกอนที่งอนเพราะไม่ได้ออกไปเที่ยวหนีกลับไปยังห้องของเจ้าตัวนานแล้ว และป่านนี้คงจะหลับไปแล้วเช่นกัน
เสียงนาฬิกาเรือนใหญ่ที่แขวนอยู่ภายในห้องดังแข่งกับเสียงฝน แซนซัสนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ที่มุมหนึ่งของห้องพลางดื่มเครื่องดื่มที่โปรดปราน หนังสือสัพเพเหระในมือเป็นอย่างเดียวที่ชายหนุ่มสนใจในตอนนี้
เข็มนาฬิกา...หมุนผ่านไป เรื่อยๆ เวลาดำเนินไปอย่างเชื่องช้า เสียงฝนที่เคยหนวกหูกลายเป็นบทเพลงขับกล่อมขั้นดี แซนซัสไม่อาจฝืนลืมตาต่อไปได้ เปลือกตาหนักอึ้ง ก่อนที่เจ้าตัวจะจมดิ่งสูงห้วงลึกของนิทรา
ท่ามกลางความนิ่งงันของทุกสรรพสิ่งในห้อง สิ่งที่เคลื่อนไหวมีเพียงแผ่นอกแข็งแกร่งของร่างที่นอนบนโซฟา ที่ขยับขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะบอกถึงอาการหลับลึก และ...หน้าต่าง...ที่ถูกเปิดแง้มอย่างช้าๆ จนในที่สุด อะไรบางอย่างก็แทรกตัวเองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห้อง
ร่างโปร่งในชุดสีเข้มประปรายด้วยหยดน้ำ เส้นผมสีเงินยาวสลวยชื้นฝน ไอความเย็นของฝนผ่านเข้ามาในห้อง แต่ไม่มากพอที่จะทำให้เจ้าของห้องตื่นขึ้นมา
นัยน์ตาคู่สีฟ้าเหลือบมองร่างที่นอนเหยียดยาวอยู่ที่โซฟา ก่อนจะสืบเท้าเข้าใกล้อย่างเงียบเชียบ
ดวงหน้าคร้ามรอยแผลเป็นของแซนซัสในยามหลับดูผ่อนคลายผิดจากที่เคยเห็น ภาพใบหน้าเลือนลางในเงามืดที่สควอโล่เห็นในความฝันของตนซ้อนทับขึ้นมาอย่างง่ายดาย
ทำไมฉันถึงฝันถึงแก...
แกคือใคร...
แกเป็นอะไรกับฉัน...มือเรียวเอื้อมไปแตะดวงหน้าคมคายพลางโน้มศีรษะลงไปใกล้อย่างเผลอตัว
“ตัวตนของแก...คุ้นตาฉันเหลือเกิน”
แต่กลับนึกไม่ออกว่าเป็นใครจู่ๆ คนที่หลับอยู่ก็ลืมตาขึ้น สควอโล่ผงะออกมาอย่างตกใจ ชั่วเวลาเดียวกับที่ไฟทุกดวงในห้องดับลง ความมืดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ดวงตาของมนุษย์ไม่สามารถปรับได้ทัน มือของแซนซัสคว้าได้เพียงเส้นไหมละเอียดที่เลื่อนหลุดผ่านร่องนิ้วไปได้อย่างง่ายดาย
“สควอโล่?”
พลั้งปากเรียกออกไปเพราะไม่แน่ใจในภาพที่เห็น นั่นก็เพราะเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบกับนัยน์ตาคู่สีฟ้าอ่อนที่ชวนให้หลงใหลทุกครั้งที่ได้มอง ที่อยู่ใกล้เพียงแค่คืบ ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะมืดลง เสียงหน้าต่างเปิดดังขึ้น บอกเป็นนัยว่าคนที่เคยอยู่ในห้อง บัดนี้จากไปเสียแล้ว
กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของปิศาจตนนั้น กับสัมผัสนุ่มของเส้นผมยังคงหลงเหลือให้รับรู้ ตอกย้ำให้ชัดเจนว่าเจ้าของดวงตาคู่นั้นมาปรากฏตัวต่อหน้าเขาจริงๆ
+/+/+/+/+
+/+/+
+
-TBC-
NOTE :: มันคือฟิคสั้นนิ ฉะนั้น! ตอนหน้าคือตอนจบ แฮ่~ หั่นครึ่งทรมานคนอ่านเล่น กร๊ากกก
เปิดเรื่องมาก็โศกแย้ววว ตอนแต่งนี่เกือบร้องไห้แน่ะค่ะ บิ๊วไปแต่งไป ได้'รมณ์~ รู้สึกว่าการแต่ฟิคทรมานน้องหลามนี่เป็นอะไรที่ช๊อบ ชอบจริงๆ (สรุป ลูเซนต์เป็น S?...)