Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 22 posts ]  Go to page 1, 2  Next
Author Message
 Post subject: [Fic Quest1st][AU] Feeling In Deep[D18] To Malky
PostPosted: 11 Apr 2009, 16:56 
User avatar
Joined: 28 Mar 2009, 00:40
Posts: 15
TiTle :: [SF AU] Feelig in Deep
Author ::nuttsuki
Pairing ::DinoXHibari
Rate :: PG
Genre :: เกือบๆดราม่า

Author's Note :: เควสตามใจฉันค่า เจ้าของเควท์คือ แอ่น แอ๊นนนน ท่านMalky ค่า

ส่วนนี่คือรเควสท์

13. ขอฟิค D18 ร้าวรานซักเรื่อง ดาร์กได้ แต่โน่อย่าเลวมากนะ TvT" (ความจริงไม่ค่อยปลื้มโน่ดาร์ก แต่ขอเอาใจคนชอบดาร์กไว้หน่อยละกัน) แต่ยังไงก็ขอให้จบแฮปปี้เอนดิ้งนะเอ้อ!! =[]=/

ร้าวราน ไม่ดาร์ก +แฮป

สารภาพอีกนิดว่าเป็นฟิคแปลงมาจกแฟนฟิคเทมจี แต่ว่าก็เป็นเรื่องที่เราแต่งดองไว้นานแล้ว แล้วก็ยังไม่เคยลงที่ไหนด้วย เพราะงั้นไม่มีปัญหาแน่นอน เพียงแต่คาแรคเตอร์และบรรยากาศอาจจะแปร่งๆ ละมัง? 55+



Feeling In Deep






รักถ้าไม่เลือกที่จะเข้าใจ...ให้ดีแค่ไหนก็ไปไม่รอด



..และมนุษย์ไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะเข้าใจจิตใจใครต่อใครได้....

ตราบใดที่ความในใจไม่เอ่ยออกมา…



ต่อให้เชื่อใจแค่ไหน...ก็ต้องมีวันสั่นคลอน

..



ชั้นปี3 ห้อง เอ ในโรงเรียนมัธยมนามิโมริในเวลาเลิกเรียนนั้น เป็นปกติที่จะต้องมีเสียงเจี๊ยวจ๊าวของนักเรียนที่เพิ่งเลิกเรียน ห้องเอเป็นชั้นเรียนที่ถือได้ว่าเป็นหัวกะทิของโรงเรียน ดังนั้นจึงไม่แปลกนักที่เด็กนักเรียนทุกคนต่างแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว บ้างก็รีบกลับบ้าน บ้างก็ไปโรงเรียนกวดวิชา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ



“ดีโน่!!!” เสียงใสๆจากเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ตะโกนเรียกมาจากด้านหลังทำให้ร่างสูงเจ้าของนามดีโน่ คาบัคโรเน่หันไปมอง ก่อนจะเผยรอยยิ้มบางให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน



สควอโล่ รุ่นพี่สายรหัสที่อายุเท่ากันเดินตรงมาทางเขาอย่างรีบๆ อาการหอบหายใจยังพอมีให้เห็น แสดงให้รู้ว่าร่างโปร่งเพิ่งจะหยุดวิ่งเมื่อสักครู่นี้เอง


“รอนานหรือเปล่า?” คนถามยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มน่ารักติดจะยียวนอยู่นิดหน่อยนั้นได้ใจคนมองไปอย่างไม่ยากเย็นนัก คนตัวใหญ่กว่าเอื้อมมือไปลูบหัวเบาๆก่อนเอ่ยเสียงนุ่ม



“ไม่นานหรอก ฉันก็เพิ่งเลิกเรียนนี่เอง”


พอเอ่ยจบรุ่นพี่ก็ยิ้มกว้างอีกครั้ง ร่างโปร่งกระตุกแขนเสื้อดีโน่เบาๆให้ลุกขึ้น ก่อนจะเดินออกไปด้วยกันเหมือนทุกๆวัน




....และภาพเหล่านั้นเช่นกันที่ ‘ฮิบาริ เคียวยะ‘ ต้องทนมองมันอยู่ทุกวัน



แผ่นหลังของทั้งสองคนหายลับออกจากธรณีประตูไป ฮิบาริได้แต่ก้มหน้านิ่ง แค่นยิ้มออกมาราวกับจะตอกย้ำตนเอง รอบข้างเริ่มเงียบลง ราวกับเวลาเดินเร็วขึ้นหลายเท่าทวี เพราะเมื่อสติของร่างเล็กเริ่มกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ท้องฟ้าก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มหม่นๆ


ร่างบางรีบเก็บข้าวของยัดอย่างส่งๆลงกระเป๋าของเขาก่อนจะรีบก้าวออกมาจากห้องเรียนที่ไร้ซึ่งผู้คน สาวเท้ายาวๆอย่างรีบร้อนเนื่องด้วยบรรยากาศด้านนอกที่เริ่มจะอึมครึมขึ้นเรื่อยๆ



ฟ้าฝนไม่เคยเห็นใจคนที่ไม่พกร่มเอาเสียเลย...



ได้แต่ปลงตกในใจเงียบๆพลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน รอบข้างเริ่มที่จะร้างผู้คน หากคนตัวบางก็ได้แต่ยืนอยู่นิ่งๆหน้าประตูอาคาร นักเรียนที่เหลืออยู่ไม่กี่คนต่างกางร่มและเดินออกจากอาคารเรียนไป บ้างก็ไปเดี่ยว บ้างก็เป็นกลุ่ม และบางส่วนก็ไปกันเป็นคู่...



มือเล็กที่เริ่มเย็นลงเรื่อยๆพอๆกับเม็ดฝนที่ค่อยๆหนาตาขึ้นอย่างไม่รู้ตัวนั้น ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อซุกหาไออุ่น นัยน์ตาสีดำสนิทเหลือบมองไปยังนาฬิกาที่ติดอยู่บนกำแพงอาคาร ...6โมงกว่าแล้ว...ก็คงไม่แปลกล่ะนะถ้าในอาคารมันแทบจะไม่มีใครยืนอยู่แล้ว



ฮิบาริทอดสายตาไปยังเบื้องหน้าที่เลือนรางเพราะเม็ดฝนที่หนาแน่นอย่างเลื่อนลอย ผ่อนลมหายใจยาวๆเป็นครั้งที่เท่าไหร่ในรอบวันนี้เขาก็ยังนับไม่ได้ ขณะที่ขาเรียวยาวกำลังจะก้าวออกจากชายคาเพื่อพาเจ้าของออกไปเปียกปอนท่ามกลางสายฝน น้ำเสียงอ่อนโยนที่แว่วมาจากข้างหลังก็รั้งให้ร่างบางเหลียวหลังกลับมายังต้นเสียง



“เดี๋ยวก่อนสิฮิบาริ”



ร่มคันใหญ่สีกรมท่าถูกกางออกพร้อมๆกับเจ้าของร่มที่ก้าวเข้ามายืนเคียงข้าง มือหนาโอบไหล่เล็กที่เริ่มสั่นน้อยๆเพราะความเย็นของอากาศให้เข้ามายืนอยู่ใต้ร่มคันเดียวกัน รอยยิ้มอบอุ่นตามแบบฉบับของหนุ่มนักกีฬาที่ร่าเริงและใจดีอย่างยามาโมโตะ ทาเคชิถูกส่งมาให้เขา



“ไปกันเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่ง”



ราวกับความอุ่นวาบได้ชำแรกผ่านเนื้อหนังเข้าไปถึงข้างในจิตใจ ร่างบางยิ้มรับความหวังดีนั้นอย่างยินดี หากแต่ในใจกลับได้แต่ตั้งคำถามให้กับใครอีกคนที่วนเวียนอยู่ภายในห้วงคำนึงแทบจะตลอดเวลา



....ข้างๆฉันตอนนี้...มันควรจะเป็นนายไม่ใช่หรือไง?...




....ดีโน่.......







...
.
.

...



“อร่อยชะมัดเลย กินมะ?”



ดีโน่หันมามองตามเสียงเรียก สควอโล่กำลังส่งยิ้มมาที่เขา ใบหน้าหวานๆของรุ่นพี่คนนี้เขาไม่เคยรู้สึกเบื่อที่จะมองมันเลยสักครั้ง



...แม้ว่าไอศกรีมหวานๆเลี่ยนๆแบบนี้จะเป็นสิ่งที่เขาเกลียดมันขนาดไหนหรือแม้กระทั่งว่าอาหารทุกจานบนโต๊ะที่สควอโล่ชอบมันจะตรงข้ามกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาชอบก็ตามแต่...เขาก็ยังยินดีที่จะมากับสควอโล่อยู่ดีโดยไม่คิดเบื่อ


คิดถึงตรงนี้ใจก็คิดถึงใครบางคนขึ้นมาทันที...


ทุกๆวันเขาไม่เคยรู้สึกเบื่อสควอโล่เลย แม้ว่าเขาจะต้องฝืนตัวเองสักเท่าไหร่ คนตรงหน้าก็ยังไม่เคยทำให้เขารู้สึกเหนื่อยหน่ายใจได้เลย...ตรงกันข้ามกับใครอีกคน



ยิ่งนานวัน...ใครคนนั้นก็ยิ่งทำให้เขารู้สึก...

จะเรียกว่ารำคาญ ก็คงไม่ผิดนัก


ร่างสูงสลัดภาพของ’บางคน’ ที่ผ่านเข้าในห้วงคิดก่อนจะค่อยๆละเลียดไอศกรีมช็อกโกแลตที่หวานจนแสบคอในความรู้สึกอย่างช้าๆ สควอโล่เหลือบตามองก่อนจะกินส่วนของตัวเองต่อ




เมื่อบทสนทนาเริ่มขาดตอนก่อนที่ความเงียบจะมีอำนาจมากไปกว่านี้ เสียงเรียกเข้าที่คุ้นหูก็ดังขึ้น ดีโน่ล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกง โทรศัพท์มือถือเครื่องกะทัดรัดถูกฉวยมาไว้ในมือหนา นัยน์ตาคมทอดมองหน้าจอที่กำลังกระพริบถี่ๆนั้นสักพัก ก่อนจะกดตัดสายไปเสียเฉยๆเมื่อเห็นว่าปลายสายคือใคร


“ใครโทรมาเหรอ?” สควอโล่เอ่ยพลางสบตากับนัยน์ตาคมที่มองตอบ ร่างสูงยิ้มแกนๆก่อนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ติดจะเบื่อหน่าย




“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่พวกโรคจิตน่ะ น่ารำคาญชะมัด” ประโยคนั้นทำให้สควอโล่มองไปที่ร่างสูงอย่างทึ่งๆก่อนจะเอ่ยล้อเลียน



“555 อย่างนายน่ะเหรอมีโรคจิตคอยตามตื๊อ ฉันว่าลักษณะอย่างนายมันน่าจะเป็นฝ่ายตามมากกว่าไม่ใช่เหรอ?” พอเอ่ยจบนัยน์ตาที่ส่อแววกวนประสาทก็จ้องตรงไปที่ดีโน่เพื่อหวังจะล้อเลียนให้อีกคนหงุดหงิดเล่น แต่กลับกลายเป็นว่าร่างโปร่งต้องหลบสายตาเสียเองเมื่ออีกฝ่ายก็จ้องกลับมาด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความหมาย



“ฉันจะไปตามใครได้ล่ะ ในเมื่อทุกเวลาฉันก็มองหาแต่นาย...”



เพียงเท่านั้นดวงหน้าหวานก็ซับสีระเรื่อจางๆก่อนจะก้มหน้างุดๆและกินไอศกรีมตรงหน้าต่ออย่างงกๆเงิ่นๆ อากัปกิริยาเหล่านั้นยังผลให้ร่างสูงยิ้มกว้างออกมาทันที




...ตี๊ด...ตี๊ด...ตี๊ด...


ฮิบาริวางมือถือลงบนโต๊ะเงียบๆ ใบหน้าขาวฟุบลงบนท่อนแขนเรียว ยามาโมโตะขอตัวกลับเมื่อมาส่งจนเขาเข้าบ้านเรียบร้อย บ้านหลังนี้แม้จะอยู่คนเดียวมานานแค่ไหนก็ไม่เคยทำให้เขารู้สึกถึงคำว่าเหงาได้เลย หากแต่วันนี้ความเงียบงันกลับชัดเจนเหลือเกินในความรู้สึก



นานเท่าไหนแล้วนะ...ที่นายไม่รับโทรศัพท์ฉัน


นานเท่าไหร่แล้วที่นายกล้าไปกับคนอื่นต่อหน้าต่อตาฉัน...



นานแค่ไหนกันที่นายไม่เดินเข้ามาหาฉันเหมือนเมื่อก่อน...


ฮิบาริแหงนหน้ามองเพดานสีขาวด้วยสายตาว่างเปล่า ใบหน้าที่หวานและเกลี้ยงเกลาขับให้เขาดูน่ามองยิ่งนัก แม้ว่ายามนี้ดวงตาของร่างบางจะเต็มไปด้วยความหม่นหมองก็ตาม ความพร่ามัวเริ่มจะเข้ามาบดบังภาพสีขาวของเพดานให้เลือนลางลงเรื่อยๆ หากแต่ก็ไม่มีสักหยาดหยดที่จะร่วงหล่นลงมา ร่างบางเม้มริมฝีปากและกำมือแน่นเพียงเพื่อพยายามฝืน....ไม่ให้ดวงตาชื้นน้ำมากไปกว่านี้



นานแค่ไหนแล้วล่ะดีโน่ คาบัคโรเน่ นานแค่ไหนแล้วที่นายทำให้ฉันต้องถามตัวเองอยู่อย่างนี้


คำว่ารักของนายมันจางลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่...หรือเพราะว่าฉันมันเก่าแล้วใช่ไหม?




...


.
..


ก๊อก...ก๊อก...



ฮิบาริเคาะนิ้วกับโต๊ะเป็นจังหวะพลางนั่งเท้าคางมองออกไปนอกร้านอาหารที่แม้จะเล็ก แต่ก็ตกแต่งได้น่ารัก และดูดีมากสำหรับร้านอาหารที่เพิ่งเปิดได้ไม่กี่เดือน ตอนที่ร้านนี้เพิ่งจะเปิดใหม่ๆ ดีโน่เคยสัญญาว่าสักวันจะมาทานอาหารที่นี่กับเขา



ดีใจ...และตื่นเต้นเหลือเกินที่วันนี้เขาจะได้ทานอาหารกับดีโน่ในร้านที่เคยตกลงกันไว้ว่าจะมาด้วยกัน แม้คำสัญญานั้นจะผ่านมาหลายเดือนแล้ว แต่เขาก็ยังจำมันได้ดี



..
.


“ร้านนั่นเพิ่งเปิดใหม่นี่ ไว้ว่างๆเรามาด้วยกันดีมั้ย?” ร่างบางเอ่ยถามคนข้างๆ อีกฝ่ายยิ้มน้อยๆให้ก่อนจะเอ่ยตอบกลับมา



“อืม...ถ้านายชวนเมื่อไหร่ ฉันสัญญาว่าฉันจะต้องว่างมากับนายแน่นอน” ร่างสูงเอ่ยตอบก่อนจะเอื้อมมือเข้าเกาะกุมกับมือบางที่แนบอยู่ข้างตัว ทำให้ฮิบาริหลุดยิ้มออกมาน้อยๆก่อนจะค่อยๆกลบเกลื่อนด้วยการปั้นหน้าบึ้งออกมา ก่อนทั้งคู่จะเดินจูงมือกันไปตลอดทาง


..


.

ยิ่งคิดก็ยิ่งอดยิ้มไม่ได้ เขารู้ดีว่าในตอนนี้ดีโน่ไม่เหมือนเมื่อก่อน เขารู้ดี แต่เขาก็อดดีใจไม่ได้จริงๆในเมื่อร่างสูงยอมรับโทรศัพท์ของเขาจนได้หลังจากที่ถูกกดตัดสายไปหลายรอบ แถมยังตกลงที่จะมาตามที่นัดอีกต่างหาก แล้วจะไม่ให้เขาดีใจได้ยังไง



...มันเป็นสัญญาณที่ดี...บางทีดีโน่อาจจะยังรักเขาเหมือนเดิม...และที่ผ่านมามันก็เป็นแค่ความหวั่นไหวชั่วครู่ชั่วคราว



คิดได้อย่างนั้นคนตัวเล็กก็ยิ่งหุบยิ้มไม่ได้ ก่อนจะพลิกข้อมือซ้ายขึ้นมาเพื่อจะดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ ตัวเลขดิจิตอลบอกเวลา6.50PM. อีกเพียง10นาที คนที่รอคอยก็จะมาถึง หรือถ้าจะเลทก็คงไม่เกิน5นาที เมื่อพิจารณาดูแล้วร่างบางก็เอ่ยขอเมนูจากพนักงานเสิร์ฟสาวก่อนจะสั่งอาหารมาคอยหลังจากที่นั่งดื่มแต่กาแฟมาเกือบชั่วโมง



สั่งมารอเลยแล้วกัน ถ้าหมอนั่นมาถึงจะได้ไม่ต้องคอยนาน...

ร่างบางดูรายการอาหารไม่นานนักก็สั่งโดยไม่ต้องเลือกอะไรมากมายนัก



ที่เขาขอดูรายการอาหารก็เพียงแค่จะดูว่าของชอบของร่างสูงจะมีให้สั่งกี่อย่างก็เท่านั้น เพราะทุกอย่างที่คนคนนั้นชอบ เขาไม่เคยลืมเลยสักครั้ง


พนักงานเสิร์ฟสาวยิ้มอย่างเอ็นดูกับความน่ารักของลูกค้าตัวบาง ก่อนจะทบทวนออเดอร์ที่ฮิบาริสั่งและเดินเข้าหลังร้านไป




...ท่าทางจะมารอแฟน...น่ารักจริงๆเลย...







ไม่นานนักอาหารทุกรายการที่สั่งก็มาเสิร์ฟบนโต๊ะ ฮิบาริยิ้มให้กับบริกรสาวคนเดิมที่ยกอาหารออกมาเสิร์ฟ พลางกวาดสายตามองอาหารทุกจนที่วางอยู่ตรงหน้า



ทุกจานเป็นอาหารที่รสชาติไม่จัด และเป็นผักเสียส่วนใหญ่ รวมไปถึงกาแฟร้อนๆที่ใส่น้ำตาลแค่ครึ่งก้อน ที่สำคัญคือ ไม่มีของหวานและอาหารเลี่ยนๆ ฮิบาริขยับยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าของดีโน่ยามที่ต้องทนฝืนกลืนของหวานเลี่ยนๆ คนตัวโตๆที่ หน้าตาก็คมคาย กลับนั่งทำหน้าเหมือนจะแหวะได้ทุกครั้งเวลาที่เผลอตักอะไรหวานๆเข้าปาก




เหลือบมองนาฬิกาอีกครั้งก็พบว่าเป็นเวลา1ทุ่มตรงพอดี อีกไม่เกิน5นาทีดีโน่ก็จะมาแล้ว...ทำยังไงดีนะ มือเขากำลังสั่น



ร่างบางสะกดให้อาการสั่นกลับเป็นปรกติในที่สุด ก่อนจะนั่งเท้าคางจ้องมองของชอบของดีโน่...นี่แค่มารอนะเขายังตื่นเต้นขนาดนี้ แล้วถ้าอีกคนมาถึงเมื่อไหร่ เขาจะหยุดหายใจไปเลยหรือเปล่านะ?




ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากจะขำกับความไม่ปกติของตนเอง ก่อนจะนั่งมองตัวเลขบนนาฬิกาดิจิตอลที่เหมือนกับจะเดินช้าลงเรื่อยๆ



...เขาว่ากันว่าถ้าเรารออย่างจดจ่อ เวลาก็ยิ่งเดินช้า...ท่าทางจะจริงแฮะ..




..




2 ชั่วโมงแล้วที่เขาเอาแต่นั่งรอ...



อาหารที่วางอยู่ยังไม่ถูกแตะต้องสักจานเดียวจนบริกรสาวอาสาที่จะนำมันไปอุ่นให้ บนโต๊ะเหลือเพียงถ้วยกาแฟใบน้อยที่น้ำสีดำสนิทข้างในเริ่มเย็นชืด มือบางดึงถ้วยกาแฟเข้ามาใกล้ก่อนจะคนเบาๆ2-3ทีเพื่อไม่ให้มันตกตะกอน



เขาพยายามที่จะติดต่อหาดีโน่มาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกที่เลยเวลานัด สัญญาณดังบอกว่าเขาโทรติด หากแต่คนที่อยู่ปลายทางไม่ได้กดรับก็เท่านั้น มันทำให้เขาร้อนใจเหลือเกิน...หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกมาข้างนอก



...ดีโน่จะเป็นอะไรหรือเปล่า?...



ฮิบาริตัดสินใจกดโทรออกเบอร์เดิมอีกครั้งหลักจากที่เขาตักสินใจเลิกโทรมาได้ราวๆครึ่งชั่วโมงแล้ว สัญญาณดังอยู่นาน แต่ในที่สุดความพยายามของเขาก็ประสบผลสำเร็จเมื่อเสียงจากปลายสายดังขึ้น


“มีอะไรเคียวยะ” ทันทีที่อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นร่างบางก็สวนกลับไปทันที


“นายเป็นอะไรหรือเปล่าดีโน่ เกิดอะไรขึ้นกับนายหรือเปล่า ฉันกลัวว่านายจะเป็น...”



“เดี๋ยวๆ...นายพูดเรื่องอะไรของนาย อย่างฉันเนี่ยนะจะเป็นอะไร” ดีโน่เอ่ยสวนขึ้นมาก่อนที่เขาจะพูดจบด้วยซ้ำ แต่คำตอบของปลายสายก็ทำให้เขารู้สึกงงงวย จึงถามออกไป



“นายไม่ได้เป็นอะไรงั้นเหรอ...งั้นทำไมนายถึงยังไม่มาสักทีล่ะ?”ฮิบาริเอ่ยเนิบๆ...หัวใจเริ่มกระตุกเมื่ออีกฝ่ายเงียบไปเป็นเวลานาน ในใจร่างบางได้แต่ภาวนา...ภาวนาให้อีกคนอ้างอะไรก็ได้ เหตุผลอะไรก็ได้ที่มันดูน่าเชื่อถือ...ต่อให้นายโกหก ฉันก็จะเชื่อ...


เชื่อว่าอย่างน้อยนายก็ยังแคร์ฉันมากพอที่จะโกหกเพื่อให้ฉันสบายใจ....






“เออ...จริงด้วยสิ ฉันนัดกับนายไว้นี่นา ลืมไปเลย พอดีว่าฉันลืมไปน่ะว่าสควอโล่เขานัดฉันก่อน แล้วฉันก็ลืมโทรบอกนายพอดี...อืม ถ้าไม่มีอะไรก็แค่นี้นะ...”




.....แต่ว่าฉันคงจะหวังมากไปสิใช่ไหม?



โทรศัพท์มือถือค่อยๆนอนนิ่งลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา อาหารที่ถูกอุ่นมาใหม่วางลงตรงหน้าตั้งแต่ตอนไหนไม่อาจทราบหากแต่ตอนนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจที่จะให้ความสนใจกับมันอีก


เหมือนกับหัวใจจะเต้นช้าลงทุกทีๆ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเขายังจำได้ดีว่ามันเต้นแรงขนาดไหน หากแต่ตอนนี้เขาแทบไม่รู้สึกถึงมัน กระทั่งเสียงเพลงที่เปิดคลอในร้านยังไม่ทำให้ความเงียบที่ก่อตัวขึ้นภายในใจลดน้อยลงไปได้เลย



ดีโน่พูดคำว่า’ลืม’ บ่อยจนเหมือนกับจะตอกย้ำอยู่กลายๆว่านัดของเขานั้นไม่มีความสำคัญพอที่จะจำมันได้...เหมือนกับจะย้ำ...ย้ำว่านายได้ลืมสัญญาไปแล้ว



เวลาว่างของนาย...คงปันไปให้ใครที่ไม่ใช่ฉันจนหมดแล้ว...





ดวงหน้าขาวซุกเข้ากับฝ่ามือ แม้ไร้ซึ่งเสียงสะอื้นแต่น้ำใสที่กำลังไหลทะลักลงอาบแก้มนั้นเป็นสิ่งที่เกินความสามารถที่ร่างกายเล็กๆนี้จะสกัดกั้นมันไหว


ฉัน...จะไม่โกรธนายหรอกนะดีโน่....และจะไม่เรียกร้องอะไรอีกแล้ว...
ทุกอย่างที่มันจะทำให้นายรำคาญใจ ฉันจะไม่พูด ไม่ทำ...รวมทั้งตัวฉันที่นายเบื่อที่จะพบเจอเต็มที...



...ฉันก็จะไม่เข้าไปเสนอหน้าหรือว่าตอแยนายอีก



ถือซะว่ามันคือการตอบแทน...



ตอบแทน...ที่นายยังไม่ถึงกับเอ่ยปากไล่ฉันตรงๆ

ตอบแทน...ที่นายยังไม่บอกเลิก...



ตอบแทน...ที่ยังฝืนทนคบกันอยู่...ทั้งๆที่นายทั้งเบื่อและรำคาญ

แต่ว่านะดีโน่...แค่วันนี้เท่านั้น...น้ำตาที่นายเกลียดนักหนามันจะไหลเพื่อนายเป็นครั้งสุดท้าย...


แค่วันนี้เท่านั้นที่ห้ามไม่ไหวแล้วจริงๆ






...
..

.

.



“ดีโน่...ฉันว่าเราควรจะจบมันได้แล้วล่ะ”



ดีโน่เลิกคิ้วขึ้น บนโต๊ะมีถ้วยแกแฟของเขาที่ถูกดื่มไปจนหมดและแก้วโกโก้เย็นที่ไม่พร่องเลยสักนิดอีกแก้วหนึ่ง เขาเหลือบมองมันเพียงชั่วครู่ก่อนจะสบตากับคู่สนทนา ใบหน้าของสควอโล่ไม่ได้ฉายแววสดใสเหมือนทุกครั้ง รวมไปถึงดวงตาที่ไม่มีวี่แววของการล้อเล่น และนั่นทำให้ดีโน่ถอนหายใจยาวก่อนเอ่ยเสียงเรียบ



“มันก็แล้วแต่นายนะ...”



พอจบประโยคเด็กสควอโล่ยิ้มบางๆก่อนวางเงินในส่วนของเขาไว้ข้างแก้วโกโก้ใบกะทัดรัด ก่อนจะเดินออกจากร้านไป



....การจากกันด้วยดี....และเรียบง่ายไร้ซึ่งความอาวรณ์ใดๆ....



เขาไม่แปลกใจนักหรอก ในเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างเขากับสควอโล่ก็เป็นเหมือนกับคนที่แค่เพียงเดินผ่านเข้ามาในชีวิตของกันและกันก็เท่านั้น ไม่ได้มีอะไรมากมายเสียจนน่าถวิลหา มันก็แค่การพึ่งพาอาศัยกันก็เท่านั้น



สควอโล่ใช้เขาเป็นเครื่องมือทำลายความเหงาไปวันๆ ไม่ต่างจากเขาเองที่ยืมมือหมอนั่นผลักไสคนคนหนึ่งให้ออกไปจากชีวิตอย่างเงียบๆ




ใช่...ใครบางคนที่ว่านั้นเงียบหายไปจากชีวิตของเขาสมใจอยากแล้ว พอๆกับที่สควอโล่ไม่จำเป็นต้องมีเขาอีกต่อไป...อีกฝ่ายถึงได้เอ่ยปากว่ามันควรจะจบสักที


อย่างที่ไม่มีใครต้องอาลัยอาวรณ์...

ร่างสูงพ่นลมหายใจออกมาเงียบๆ เขาเผลอนึกถึงร่างบางนั้นอีกแล้ว...

ฮิบาริ เคียวยะ คนน่ารำคาญ...



ริมฝีปากบางเผยอรอยแค่นยิ้มออกมาอย่างรวดเร็วทันทีที่ใบหน้าของร่างเล็กนั้นฉายชัดในห้วงคำนึง หลังจากวันนั้นที่เขาจงใจลืมนัดที่ตนเองตกลงแล้วว่าจะไปนั้น มือถือของเขาก็ไม่เคยมีสัญญาณเรียกเข้าจากฮิบาริอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ร่างบางหายไปอย่างเงียบเชียบจนเขาเองยังใจหาย กระทั่งที่โรงเรียน หากไม่ใช่เวลาเข้าคาบเรียนแล้วล่ะก็ แม้แต่เงาของฮิบาริ เขาก็แทบจะไม่ได้เห็น


“นายกำลังนึกถึงคนที่นายจงใจสลัดทิ้งงั้นเหรอดีโน่ น่าสมเพชชะมัด”


สบถกับตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์ เขาเรียกบริกรมาเก็บเงินก่อนจะเดินออกจากร้านไปด้วยอารมณ์ที่ไม่คงที่นัก ขณะที่กำลังเดินลงฝีเท้าหนักๆระบายอารมณ์ไปตามทางกลับ หางตาก็เห็นภาพใครบางคนที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา



ฮิบาริกำลังเดินอยู่เคียงข้างยามาโมโตะ ดวงหน้าขาวเปื้อนรอยยิ้มสดใสที่เขาไม่ได้เห็นมานาน

มันรู้สึกหงุดหงิดเสียจนต้องระบายมันออกบ้าง...



ร่างสูงสาวเท้าก้าวฉับๆจนทันดักหน้าคนทั้งคู่ ฮิบาริยืนนิ่งงันไปทันทีเมื่อสังเกตเห็นว่าเขายืนอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มเลือนหายไปกลายเป็นความเฉยชาเข้ามาแทนที่ ปฏิกิริยาเหล่านั้นทำให้ยามาโมโตะรู้สึกตัว ละสายตาจากร่างเล็กมองตรงมายังเขา ด้วยแววตาที่ค่อนข้างสับสนและงุนงง



...หึหึ...หมอนี่คงยังไม่รู้ล่ะสิ


ดีโน่นึกในใจพลางมองหน้าฮิบาริที่เรียบเฉยจนเขารู้สึกหมั่นไส้...คิดจะปั้นหน้าทำไร้เดียงสาไปถึงไหนกันเคียวยะ



“ไงเดียวยะ...เดี๋ยวนี้จำกันไม่ได้แล้วเหรอ?” ดีโน่เอ่ยช้าๆเนิบนาบ หากแต่แฝงความเย้ยหยันอยู่ในที กระนั้นร่างเล็กก็ไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าเลยแม้แต่น้อย ผิดกับยามาโมโตะที่ดูจะมีสีหน้างุนงงมากขึ้นหลายเท่าพันทวี


“พวกนายรู้จักกันด้วยเหรอ?” หนุ่มร่างหนาเจ้าของดวงตาเรียวเล็กเอ่ยกับคนข้างๆด้วยความสงสัย หากแต่คนตอบคำถามกลับกลายเป็นดีโน่ที่ชิงตอบขึ้นมาก่อน



“ใช่เรารู้จักกันดี...ดีมากเลยเชียวล่ะ หึ..”

ก่อนที่ร่างสูงจะได้เอ่ยถ้อยคำที่ยียวนกวนใจใครต่อใครมากไปกว่านี้ ฮิบาริที่นิ่งเงียบมานานก็สวนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว


“ก็แค่เพื่อนร่วมชั้นน่ะยามาโมโตะไปเถอะ อย่าเสียเวลามากไปกว่านี้เลย”


ไม่พูดพล่ามทำเพลง ฮิบาริคว้าข้อมือของเพื่อนที่ยังไม่หลุดจากความงงงวยให้ก้าวตามตนไปอย่างรวดเร็ว หวังเพียงจะไปให้ไกลจากใครบางคนให้มากที่สุด แต่ก็ยังหูเจ้ากรรมก็ยังไม่วาย ได้ยินคำพูดถากถางที่ชวนให้ใบหน้ารู้สึกร้อนผะผ่าวอย่างขุ่นเคือง


“ คิดว่าทำเป็นหยิ่งแล้วฉันจะง้อหรือไง!!?! อย่าสำคัญตัวเองให้มันมากไปนักเลยเคียวยะ!!”


แม้ประโยคนั้นจะจบลงไปแล้วอย่างรวดเร็วในความเป็นจริง หากแต่ในห้วงคำนึงถ้อยคำเหล่านั้นกลับยังวนเวียนเสียดสีความรู้สึกให้ทั้งผิดหวัง และเจ็บช้ำอย่างยากจะทำใจให้เฉยชากับคำพูดของอีกฝ่ายได้



“เราแยกกันตรงนี้เถอะ กลับดีๆนะ” ฮิบาริเอ่ยเสียงเบาโดยที่แทบจะไม่เหลือบมองยามาโมโตะที่ทอดสายตามองด้วยความเป็นห่วง


“แต่ว่านาย...” ร่างสูงขยับปากจะทัดทานแต่สุดท้ายก็ต้องยอมจำนนให้กับน้ำเสียงที่ราบเรียบและการปฏิเสธของร่างบางที่เขารู้ดีว่าหากเจ้าตัวเอ่ยมันเป็นครั้งที่สองแล้ว อย่างไรเสียฮิบาริก็คงไม่รับน้ำใจที่เขาคิดหยิบยื่นให้อยู่ดี




“ไม่ต้องห่วงหรอก ขอบใจนะ” เอ่ยจบยามาโมโตะยังยืนเก้ๆกังๆอยู่ตรงนั้น แต่เมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาเรียบนิ่งของฮิบาริสุดท้ายร่างสูงก็ต้องยอมจากไปแต่โดยดี



“กลับดีๆนะ แล้วเจอกัน” ฮิบาริยิ้มบางๆกับคำบอกลาก่อนจะเดินจากกันไปคนละทาง





พอร่างของยามาโมโตะลับสายตาไป ฮิบาริก็ถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยล้า ในใจอดคิดตัดพ้อร่างสูงที่ทำร้ายจิตใจไม่ได้...



...ฉันทำอะไรให้นายดีโน่ นายถึงต้องทำแบบนี้

...ฉันผิดเหรอที่ฉันรักนายมาก

...แค่การทำให้ฉันต้องกลายเป็นไอ้บ้าที่คอยตามตื๊อนายแบบนั้นมันยังไม่พออีกเหรอ...ต้องเหยียบกันให้จมดินเลยหรือไงนายถึงจะสาแก่ใจ?


หรือว่าคราวนี้ฉันควรจะดีใจกันล่ะที่นายยังมองเห็นฉันอยู่....ใช่ไหมดีโน่



..

.
.


ดีโน่กระแทกประตูห้องปิดดังๆอย่างอารมณ์เสีย เขาถอดรองเท้าทิ้งไว้อย่างไม่เป็นระเบียบก่อนจะแขวนเสื้อโค๊ทไว้ที่พนักเก้าอี้อย่างลวกๆ บนโต๊ะขนาดกลางๆเข้าชุดกับโซฟามีกรอบรูปสีดำวางอยู่ เขามองมันเพียงชั่วครู่ก่อนจะคว่ำมันลงโดยไม่ลังเล ร่างหนาทรุดนั่งลงบนโซฟาบุหนังสีดำนุ่มก่อนจะหลับตาลงอย่างข่มใจสงบสติอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะเป็นปกตินักเพราะเหตุการณ์เมื่อกลางวัน



ฮิบาริเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน เพียงไม่กี่วันที่เขาไม่ได้ติดต่อข้องแวะกับร่างเล็กนั้น พอได้พบกันอีกครั้งกลับทำเหมือนคนไม่เคยรู้จักกันเสียอย่างนั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าเขาจะไปไหนกับสควอโล่ หรือจะกับใครๆ ฮิบาริก็ไม่เห็นมีทีท่าว่าจะเดือดร้อนที่ตรงไหน



ไม่ว่าจะกี่ครั้ง...เคียวยะก็ไม่เคยแสดงท่าทีอะไรเลย


แล้วทำไมครั้งนี้ถึงได้เฉยชา...


ต่อให้เขาจงใจผิดนัด หรือเอาใจสคอวโล่ต่อหน้าเคียวยะอย่างออกนอกหน้า คนๆนั้นก็เอาแต่นั่งเงียบ ไม่พูดไม่จา ไม่แยแสสนใจสักนิด ทำเหมือนกับเขาเป็นคนอื่น...มันทำให้เขาเบื่อ...เบื่อที่จะหวังให้เคียวยะหึงหวงเขาบ้าง



ทุกครั้งที่เขาไปกับคนอื่น ก็แค่โทรมาถามว่า ทานข้าวอร่อยไหม?...ไปเที่ยวสนุกหรือเปล่า? ปลอดภัยดีหรือเปล่า? หรืออะไรก็ตามที่คนคนนั้นเอ่ย พอเขาตอบสุดท้ายฮิบาริก็วางสายไปแล้วไม่โทรมาอีก


...ไม่มีเลยสักครั้งที่จะบอกให้เขากลับไปหา หรือแม้แต่จะรั้งไว้สักครั้งก็ไม่เคย


เขารำคาญ...รำคาญที่จะรับโทรศัพท์จากเคียวยะเพื่อรอคำพูดที่ไม่มีวันที่ร่างบางจะเอ่ยออกมา


ในเมื่อฉันมันไม่สำคัญอะไรในสายตานาย...ฉันก็คงไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับนายใช่ไหมเคียวยะ...


“นายมันก็แค่คนที่ถูกฉันทิ้ง...มันก็ถูกแล้วนี่!!?!”



ร่างสูงระบายอารมณ์ด้วยการเตะขาโต๊ะอย่างแรงจนกรอบรูปที่คว่ำไว้อย่างหมิ่นเหม่นั้นตกจากลงมาแน่นิ่งอยู่ที่พื้น ร่างสูงคว้ากรอบรูปมาไว้ในมือก่อนจะพิจารณาคนที่อยู่ในรูปด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง



“แล้วทำไมฉันต้องนึกถึงนายด้วย โธ่เว้ย!!!!”


..

.



“นายกำลังจะทำให้ฉันเป็นบ้า ...เคียวยะ”



...


“เอาล่ะ ใกล้สอบปลายภาคแล้ว โฮมรูมวันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก ขอให้พวกเธอตั้งใจอ่านหนังสือสอบก็พอ... เอาเป็นว่าครูจะปล่อยก่อนเวลาแล้วกัน”
น้ำเสียงนุ่มของคุณครูหนุ่มดังขึ้นในคาบสุดท้ายของวันศุกร์ เขาเดินออกจากห้องไปโดยไม่รอให้นักเรียนทั้งชั้นทำความเคารพอีกเช่นเคยจนกลายเป็นเรื่องปกติที่เมื่อหมดชั่วโมงสอนของชามาลนักเรียนแทบทั้งชั้นก็จะเก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้านทันที



ฮิบาริรีบเก็บข้าวของลงกระเป๋าเมื่อชามาลก้าวออกจากห้องไป ทันทีที่ทุกอย่างเรียบร้อยกระเป๋าเป้ใบเดิมที่เขาใช้ประจำก็ถูกเหวี่ยงขึ้นหลังก่อนเจ้าของจะกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกจากห้องอย่างเร่งรีบ...


เขาไม่อยากทนอยู่ในห้องนั้น...ห้องที่ผู้ชายชื่อดีโน่ คาบัคโรเน่อยู่ร่วมกัน เขาไม่อยากอยู่ต่ออีกแม้แต่วินาทีเดียว


ดีโน่สร้างความอึดอัดให้เขามากเสียจนแทบทนไม่ได้ ทุกครั้งที่สายตาเย็นเยียบนั่นจับจ้องตรงมา มันทำให้มือของเขาเย็นเฉียบจนแทบชา แค่ได้ยินเสียงทุ้มต่ำนั่นมันก็ทำให้ใจสั่นขึ้นมาได้ทุกขณะ หรือกระทั่งแค่การสบตากันโดยไม่ตั้งใจเวลาเดินสวนกัน มันก็ทำให้เขารู้สึกราวกับลมหายใจถูกกระชากหลุดลอย


มันแย่เกินไป...การควบคุมตัวเองให้เป็นปกติต่อหน้าดีโน่นั้นช่างเป็นไปได้ยากเหลือเกิน


....เขารู้ตัวดี...รู้ตัวเองดีว่ายังตัดใจไม่ได้.....


เพราะฉะนั้นทางเดียวที่นึกออกก็คืออยู่ห่างจากดีโน่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้...ยิ่งไม่พบไม่เจอกันได้ยิ่งดี ก่อนที่การตัดใจมันจะยากมากไปกว่านี้




“เคียวยะ”



“เคียวยะ!”



“ฮิบาริ เคียวยะ ฉันเรียกอยู่ไม่ได้ยินหรือไง!?!!”



ดูเหมือนร่างเล็กจะจมอยู่ในห้วงคิดมากเกินไปจนแทบไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง กว่าที่เขาจะรู้ตัวว่ามีใครเรียกอยู่ก็เป็นเวลาเดียวกับที่บริเวรต้นแขนสัมผัสได้ถึงแรงกระชากจากมือใหญ่ ร่างบางๆแทบจะเรียกได้ว่าปลิวไปตามแรงจนปะทะเข้ากับอกกว้างของอีกฝ่าย ฮิบาริยังคงงุนงงเกินกว่าจะทันคิดขัดขืนได้ รู้ตัวอีกทีเขาก็ถูกเจ้าของมือนั้นฉุดกระชากลากถูให้เข้ามาเผชิญหน้ากันในห้องเก็บของที่ร้างผู้คนเข้าเสียแล้ว



“ดีโน่...นะ...นายคิดจะทำอะไร!?” ฮิบาริละล่ำละลักถามทันทีที่ตั้งสติได้ ด้วยความหวาดระแวงที่ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าคิดอะไรอยู่ ประกอบกับความหวั่นกลัวว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำให้น้ำเสียงสั่นจนเห็นได้ชัด


ดีโน่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์นัก อาการของคนตรงหน้าดูราวกับหวาดกลัวเขาเสียเต็มประดา พอเขาสบตา ก็กลับหลบตา พอเขาขยับตัวหน่อย ก็รีบถอยหลังไปอย่างนั้น...


มันน่าโมโหนักที่ร่างบางทำอย่างกับว่าเขาเป็นผู้ร้าย!!



ยิ่งคิดก็ยิ่งบันดาลโทสะให้พุ่งพล่านจนเผลอตวาดออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด


“เป็นบ้าอะไรของนายเคียวยะ!! นายคิดว่าฉันจะทำอะไรนายกัน!?!”


ร่างสูงกระชากเคียวยะให้เข้ามาใกล้ สองมือแกร่งจับเข้าที่ต้นแขนบางก่อนจะเริ่มออกแรงบีบด้วยอารมณ์โทสะที่ยากจะระงับ แต่สิ่งที่ร่างเล็กเลือกจะทำก็คือการนิ่งเงียบอย่างถึงที่สุด ฮิบาริเม้มริมฝีปากจนแทบห้อเลือด ไม่ใช่เพราะอดกลั้นคำพูด...หากแต่เป็นเพราะต้องพยายามฝืนน้ำตาที่เริ่มรื้นไม่ให้ไหลออกมาก็เท่านั้น




ไม่ว่าใครก็ตามที่สนิทกับดีโน่ รวมไปถึงตัวเขาเองที่รู้จักคนคนี้ดีนั้น ล้วนเข้าใจดีว่าการนิ่งเงียบนั้นมักจะทำให้คนคนนี้เย็นลงได้เสมอ



...และครั้งนี้เองก็คงไม่ต่างกัน



..
.
.

..



"ทำไมล่ะเคียวยะ...ทำไมถึงได้เย็นชานัก"



แรงบีบที่แข็นค่อยๆเบาลง หากเสียงของคนตรงหน้าที่เคยตวาดอยู่เมื่อครู่กลับแหบพร่าและสั่นเทา มันเรียกให้ฮิบาริเงยหน้าขึ้นมอง...


นัยน์ตาทั้งสองคู่สบกัน ต่างฝ่ายต่างเห็นความเจ็บปวดที่สะท้อนบนดวงตาของกันละกัน...


ไม่ได้ต่างกันเลย...เขาเจ็บอย่างไร อีกคนก็ไม่แพ้กัน...



"...ก็นาย...อยากให้ฉันไปจากชีวิตนายนักนี่..." ฮิบาริไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกแล้ว เสียงของเขากำลังสั่น ที่เคยสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะไม่ร้องไห้ให้กับผู้ชายคนนี้อีกแล้วดูท่าทางจะทำไม่ได้เสียแล้วเพราะตอนนี้น้ำไสๆกำลังไหลอาบใบหน้า



"ถ้านายว่าฉันเย็นชา...แล้วนายล่ะดีโน่ ...ที่นายไปกับใครๆ ลืมนัดของฉัน ..ไม่รับโทรศัพท์....แล้วยังมาคอยถากถางกันอีก...นายต้องการอะไร!!!"


ร่างบางตะคอกอย่างเหลืออด พยายามจะวิ่งหนีออกไปจากห้องนี้ แต่ก็ถูกคนตัวสูงกว่าคว้ามากอดเอาไว้ ก่อนริมฝีปากของคนที่แข็งแรงกว่าจะก้มเข้ามาจุมพิตอย่างอ่อนโยน...



ทีแรกคิดอยากจะขัดขืน..



...หากแต่ร่างกายกลับซื่อตรงต่อหัวใจที่มันโหยหาคนตรงหน้าเหลือเกิน




รสจูบอ่อนหวานสิ้นสุดลง...ทั้งสองสบตากันนิ่ง ความเงียบคลอบคลุมไปทั่วทั้งห้อง จนกระทั่งดีโน่เลือกที่จะเอ่ยทำลายความเงียบนั้น


"...ที่ฉันไปกับใครต่อใคร...ฉันก็แค่อยากให้นายหึงฉันบ้าง ที่ไม่รับโทรศัพท์...ก็เพราะไม่อยากจะรับรู้ว่านายไม่ได้หวงฉันเลย


แล้วที่พุดไม่ดีใส่นายวันนั้น....มันก็เพราะฉันหึงนายที่ไปเดินกับไอ้บ้าเบสบอลนั่น ก็แค่นั้น....



...ฉันไม่เคยรักใครมากขนาดนี้...นอกจากนายนะเคียวยะ"



เพียงคำสารภาพเหล่านั้นหลุดออกจากปาก ความโกรธ ความน้อยใจ ความเสียใจที่เคยมีมากลับถูกความอ่อนหวานมาทำให้สลายหายไปจนหมดสิ้น...ที่เคยสงสัยตลอดมาในพฤติกรรมของร่างสูงนั้น บัดนี้เขาเข้าใจแล้ว....ถ้าเป็นตอนนี้ เขาเองก็ไม่ลังเลเหมือนกันที่จะเอ่ยความในใจ



"...ที่ฉันไม่หึง...ก็เพราะฉันไม่อยากให้นายรำคาญ....ที่ไม่เคยถามก็เพราะเชื่อใจ



...แค่นี้ ไม่รู้รึไงล่ะเจ้าโง่..."


ยังไม่ทันที่จะพุดจบประโยคดี ตัวบางๆของฮิบาริก็ถูกกระชากเข้าไปกอดไว้แน่นไหล่บางรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นน้อยๆ...คนที่ตัวสูงกว่าเขาตั้งไม่รู้กี่เซนต์กำลังหลั่งน้ำตา...เขาเองก็เช่นกัน



ร้องไห้ให้กับความโง่ของตัวเอง...ที่ไม่เคยคิดที่จะมองในมุมมองของอีกคน

ร้องไห้ให้กับการกระทำของตน...ที่ทำให้อีกคนต้องเสียใจ


หลั่งน้ำตาด้วยความยินดี...เพราะตั้งแต่พรุ่งนี้และตลอดไป....



...จะไม่มีวันปล่อยมือจากกัน



.....


..

.



....เพราะมนุษย์ไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะเข้าใจจิตใจใครต่อใครได้....

เพราะไม่ล่วงรู้ความในใจ จึงชอบคิดไปเอง จึงไม่เชื่อใจกันอยู่เสมอ...



ดังนั้น อย่าลังเลที่จะบอกความรู้สึก...และจงอย่าลังเลที่จะเชื่อใจ



ต่อให้ต้องถูกหักหลังสักกี่ครั้ง...แต่เชื่อเถอะว่าสักวัน....คุณก็คงจะพบคนที่รักคุณอย่างแท้จริงอย่างแน่นอน










Fin



ปล.(ใหม่) เจอชื่อเดิมเยอะสุดตรีน รับไม่ได้T[]T แต่คราวนี้หมดปัญญาหาแล้วค่ะ ใครเจอตรงไหนแปร่งๆสามารถQuoteมาได้เลยนคะจะมาดิธให้ค่า

ขอบคุณ


Last edited by nuttsuki on 11 Apr 2009, 17:37, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic Quest1st][AU] Feeling In Deep[D18] To Malky
PostPosted: 11 Apr 2009, 17:13 
User avatar
Joined: 14 May 2008, 11:19
Posts: 1287
Location: วังวนของความมืด อา...
โอะ....ดาร์กแบบนี้ไม่ค่อยดีต่อสุขภาพจิตใจ T[]T

ซึนทั้งคู่..
สินะ


ช่างหาวิธีทำให้หึงได้...น่าจับขึงมาก
มันต้องหักหลังแล้วจับกดสิ หึหึ...

_________________
Image
D18 Only Event in Thailand 20/12/09

จะจริงหรือเท็จ ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์
เหตุผลสละสลวย ไม่จำเป็นต้องอ้าง
ก็ไงก็ "D18"

Image
TO BE OR NOT TO BE, BUT ALWAYS ONLY BE "D18"


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic Quest1st][AU] Feeling In Deep[D18] To Malky
PostPosted: 11 Apr 2009, 17:33 
User avatar
Joined: 11 Apr 2008, 07:49
Posts: 2604
.....หุหุ(เราอ่านไปก่อนไว้แล้ว) 555+

ดาร์กแบบนี้ไม่ปลื้มนะเอาเหอะ แต่โน่มันเลว เชอะ

_________________
XS คือ Tautology สิ่งที่พิสูจน์แล้วเป็น จริงตลอดกาล
Image
Image
Image
Image
XS สมการไร้ขีดจำกัด ><
แอนตี้ภาษาวิบัติ! ค่ะ
............................................................................................


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic Quest1st][AU] Feeling In Deep[D18] To Malky
PostPosted: 11 Apr 2009, 17:59 
Joined: 29 Mar 2009, 13:00
Posts: 66
อ่านแล้วแบบว่า....

โน่ แกทำได้ยางงายยยย

แต่คราวนี้รุสึกว่าโน่กะท่านฮิจาอายุเท่ากันนะ

งั่นไอ่ม้าแก่ก้อหายไปแล้วนะสิเนี้ยยยยย


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic Quest1st][AU] Feeling In Deep[D18] To Malky
PostPosted: 11 Apr 2009, 18:04 
User avatar
Joined: 05 Apr 2009, 21:48
Posts: 460
Location: ดาดฟ้าโรงเรียนนามิโมริ
ม่ายยยยยยยยยยยยยยยย

ไม่ชอบฟิคร้าวฉานนนนนน

มันร้าวใจชาวD18

_________________
ImageImageImage//D18//
ImageImage
ImageImage
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic Quest1st][AU] Feeling In Deep[D18] To Malky
PostPosted: 11 Apr 2009, 18:46 
User avatar
Joined: 06 Feb 2008, 22:47
Posts: 1331
Location: ที่ที่มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ "สมาคมแม่ยก D18" ครับ
ดราม่ากระชากอารมณ์

ชอบตรงที่บอกว่าอย่าลังเลที่จะเชื่อใจครับ


ขอบคุณนัทจังแล้วก็มารุจังมากๆ เลยครับ >w<~!!

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic Quest1st][AU] Feeling In Deep[D18] To Malky
PostPosted: 11 Apr 2009, 20:08 
User avatar
Joined: 23 Mar 2009, 18:06
Posts: 1252
Location: ทุกที่ที่มีเคียวยะ
ขอบคุณนัทจังกะมารุจังมากมายค่า ที่ทำให้มีฟีคเรื่องนี้ :wink:

ชอบมากมายเลยค่า

รักD18สุดชีวิตค่า

ปล.จะรอD18เรื่องอื่นๆนะคะ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic Quest1st][AU] Feeling In Deep[D18] To Malky
PostPosted: 11 Apr 2009, 20:50 
Joined: 05 Dec 2008, 20:52
Posts: 307
Location: ดินแดนแห่งสายหมอก
อร๊ากก เหมือนจะดาร์ค น้ำตาซึม สุดท้ายจบแฮปปี้ โฮอ แต่งได้เก่งมากค่ะ

ว่าแต่ โน่กับหลาม ใครเคะ? ใครเมะ? ฮาา

ปล. โอนิ....หักหลังแล้วจับกดอะร๊ายย

_________________
"After all this time?"

"Always."


http://freyaminnie.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic Quest1st][AU] Feeling In Deep[D18] To Malky
PostPosted: 11 Apr 2009, 21:35 
User avatar
Joined: 25 Aug 2008, 16:54
Posts: 649
ดราม่ากระชากใจจจจจ โฮฮฮฮ
ชอบมากค่ะTvTd
น้ำตาแอบซึม
ปล.นึกว่าจะจับกดในห้องเก็บของแล้ว=[]=!! แหม่เสียดาย...(โดนโบก)

_________________
Image

Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic Quest1st][AU] Feeling In Deep[D18] To Malky
PostPosted: 11 Apr 2009, 21:39 
Joined: 17 Feb 2009, 12:57
Posts: 443
มันร้าวฉานเกินไปแล้ววววววววววววววววววววววววววววววววววว

ดราม่าสุดๆเลย

อ่านแล้วน้ำตาซึม

โน่มันใจร้ายยยยยยยยยยยยยยยย

_________________
อืม..อืม...ไง ไงก็ต้อง


"D18"



Image

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic Quest1st][AU] Feeling In Deep[D18] To Malky
PostPosted: 11 Apr 2009, 21:56 
User avatar
Joined: 17 Jan 2009, 16:56
Posts: 180
Location: ยอดหญ้า
โฮะๆๆๆ ได้อารมณ์ดีแฮะ

ฟืดดดดดดดดดดดดดด // สูดน้ำมูก. . . .อิน

T-T อินกะเคียวยะ น่าสงสาร // ซิกๆ

แต่อย่างน้อย ก็จบแบบ happy ..... หยวนๆ กร๊ากๆๆๆๆๆๆๆ

_________________
บริจาคเลือดวันละนิดจิตแจ่มใส

Image
ลัลล้าไปทุกวัน

SHASHUBU...เชิบๆ~ ===>> http://crayon--kingdom.exteen.com/


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic Quest1st][AU] Feeling In Deep[D18] To Malky
PostPosted: 11 Apr 2009, 22:27 
User avatar
Joined: 19 Mar 2008, 21:24
Posts: 1309
อ่านแล้วอยากวิ่งไปตบกระโหลกม้าหลายๆทีค่ะ
นายมันบ้าดีโน่!
แค่เค้าไม่คอยหวงแค่นี้นายก็พาลมาคิดว่าเค้าน่ารำคาญ แบบนั้มันต้องโดนท่านฮิทิ้งค่าไม่ใช่ทิ้งท่านฮิ
/me โดนแม่ยกม้าไล่กระทืบ
งานนี้สำหรับเราดีโน่ผิดเต็มประตูค่า!
ถ้าตอนจบไม่คืนดีกันแม่จะเจื๋อนทิ้งเลย(แต่เจื๋อนใครนี่แล้วแต่คิดนะ หึๆๆๆ)


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic Quest1st][AU] Feeling In Deep[D18] To Malky
PostPosted: 12 Apr 2009, 19:50 
User avatar
Joined: 24 Apr 2008, 22:00
Posts: 160
โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ร้าววววววววววววว ร้าวจริงๆจ้ะ....... TvT""

อ่านไปแล้วรู้สึกว่าโน่ไม่มีเหตุผลเลยเว้ยเฮ้ย!!! ต่อให้คุณฮิเย็นชาแค่ไหนแต่ก็ไม่น่าทำกันแบบนี้เลย!! T[]T""""

อา.... กว่าจะอ่านไปถึงโซนแฮปปี้ท้ายเรื่อง ทำเอาอิมารุกรีดร้อง(ด้วยความร้าวใจ)ไปหลายรอบ TvT""

คุณฮิขา.. เข้าใจกันแล้วงานนี้เอาคืนหนักๆเลยค่า!!! =[]=+


ขอบคุณสำหรับฟิคมากๆเลยนะคะ นึกว่าจะไม่มีใครเลือกเควสเราซะแล้ว ^^" นานๆทีได้อ่านฟิคทรมานใจตัวเองแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ฮา~~ (นี่แกเป็น M เรอะ??)

_________________
Image
แม่ยก D18 18Uke 27Seme 8059 อย่างเป็นทางการ~ >w<

บล๊อกเราจ้ะ
http://maruki.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic Quest1st][AU] Feeling In Deep[D18] To Malky
PostPosted: 14 Apr 2009, 04:11 
Joined: 18 Feb 2009, 00:06
Posts: 174
อ่านแล้วลุ้นตัวโก่ง นึกว่าม้าจะดาร์คจริงๆซะแล้ว
ที่ไหนได้ยังรักท่านฮิหมดใจเหมือนเดิม ดีจริงๆครับที่จบแบบ Happy


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic Quest1st][AU] Feeling In Deep[D18] To Malky
PostPosted: 14 Apr 2009, 16:12 
User avatar
Joined: 20 Oct 2008, 11:44
Posts: 49
อ่านไปก็อยากฆ่า อิม้าไป!~

จะมาดาร์กกะฮิบาริซังอย่างนี้ไม่ได้น้า...

แต่ว่าคุณฮิรอบนี้หลุดคาแรกเตอร์ไปซะนอกอวกาศ =="
แลดูบบอบบาง น่าถนอมไงชอบกล (แต่ก็น่าร้ากกกก)
จริงๆแล้วถ้าพี่ม้าแกทำงั้นคุณฮิคงควงททอนฟามาขย้ำ!!!!

โอ๊ยย....ไม่ไหวแล้ว ชอบแนวนี้สุดๆ ร้าวรราน แต่จบ happy เนี่ย
แต่งมาให้อ่านอีกเเยอะๆ นะคะ

ปล.พอรู้ว่าเป็นฟิคแปลงมาจากเทมปจี อ่านไปก็จิ้นเป็นสองคนนั้นบ่อยๆ นะคะ โฮะๆๆๆ

_________________
Image

คลั่ง 8059 ใคร่ D18 ครวญ 10069....


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 22 posts ]  Go to page 1, 2  Next


Who is online

Users browsing this forum: Maroushi_qeen, Tsuki_darkXS and 0 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: