Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 171 posts ]  Go to page Previous  1 ... 7, 8, 9, 10, 11, 12  Next

ท่านต้องการให้ตีพิมพ์ THE DARK PASSION ในลักษณะใดเจ้าคะ?
ตีพิมพ์แยกเป็นเอกเทศ 1 เล่ม พร้อมตอนพิเศษเหตุการณ์ก่อน THE DARK SKY 74%  74%  [ 23 ]
ตีพิมพ์รวมกับ ASCENDING OF THE SKY 26%  26%  [ 8 ]
Total votes : 31
Author Message
 Post subject: Re: THE DARK PASSION ตอนพิเศษ"ม่านน้ำผ่านเงา"บทนำ X27/2G 22/09
PostPosted: 22 Sep 2008, 17:19 
Joined: 19 Sep 2007, 13:34
Posts: 682
Location: Vongola Family
ขอเดาว่านี่จะเป็นเรื่องหลังเงาฝนฮะ!!!!!~ (ว่าแต่ทายถูกได้อะไร กร๊ากกกกก)

_________________
~Feel Good ชีวิตคนเราไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ทำอะไรไม่เล็กไม่ใหญ่ ตามใจตัวเองกำลังดีก็พอแล้ว~~

http://joeykung.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: THE DARK PASSION ตอนพิเศษ"ม่านน้ำผ่านเงา"บทนำ X27/2G 22/09
PostPosted: 22 Sep 2008, 17:46 
User avatar
Joined: 27 Jul 2008, 23:34
Posts: 566
Location: แหล่งมั่วสุมของคนสายY
อ๊ายยยย~

ป๋าแซนทั้งเท่ ทั้งหวานนน โฮกๆๆๆ

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: THE DARK PASSION ตอนพิเศษ"ม่านน้ำผ่านเงา"บทนำ X27/2G 22/09
PostPosted: 22 Sep 2008, 17:50 
User avatar
Joined: 07 Jan 2008, 08:27
Posts: 433
Location: ห้องใต้หลังคาบ้านฮิบาริ
ก่อนหรือหลัง...
อ้าว ซวยเลย ยังไม่ได้อ่านเงาฝน 55555

แค่บทนำก็เล่นเอากรี๊ดกร๊าดเชียวค่ะ
2G ...รุ่นที่ 2 กับ รุ่นที่ 1 ชิมิ!!! *O*


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: THE DARK PASSION ตอนพิเศษ"ม่านน้ำผ่านเงา"บทนำ X27/2G 22/09
PostPosted: 22 Sep 2008, 20:40 
User avatar
Joined: 23 Mar 2008, 01:58
Posts: 1342
Location: 6927 Bunzai.~*
ตามมาอ่านเงาฝน หุหุ อ่านแล้วลุ้นจังค่ะอยากให้ปะทะกันไวไว

ป๋าแซนถึงจะพูดจาแบบเดิมๆ แต่ไม่เหมือนเดิมยังไงไม่รู้ มันรู้แต่ว่าหวานเจ้าค่ะ ฮ่าฮ่า

แล้วแบบนี้จะได้เจอยามะด้วยมะคะเนี่ย คิดไปคิดมามีแต่คำถาม ๆ

ไว้รออ่านนดีกว่าเน๊อะ อิอิ แล้วจะรออ่านตอนต่อไปนะค๊าา

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: THE DARK PASSION ตอนพิเศษ"ม่านน้ำผ่านเงา"บทนำ X27/2G 22/09
PostPosted: 22 Sep 2008, 21:09 
Joined: 15 Jul 2008, 15:01
Posts: 70
เข้ามาเห็นด้วยอีกเสียงเจ้าค่ะ ว่าป๋า หวานขึ้น ดูเป็นเจ้าเข้าเจ้าของขึ้นเยอะเลยนะคะ อ๊ากกกกกกกก ป๋าเท่ห์ค่ะ มีการเหลียวมามองสึนะจนโดนยิง ป๋าหวานขึ้นจมหูค่ะ โฮะๆๆ

ว่าแต่ย้อนไปเจอรุ่นที่ หนึ่งกับสองด้วย เจอบทนำแบบนี้เข้าไป เอาเราแทบดิ้นตายเพราะอยากอ่านตอนหนึ่ง

ปูเสื่อรอตอนหนึ่งค่า


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: THE DARK PASSION ตอนพิเศษ"ม่านน้ำผ่านเงา"บทนำ X27/2G 22/09
PostPosted: 22 Sep 2008, 22:03 
User avatar
Joined: 26 Apr 2008, 13:44
Posts: 170
Location: ร.ร.ประถมนามิโมริ
ท่านรักเดียร์สะดุดตรง
"นึกรำคาญกับท่าทีที่น่าเบื่อหน่ายของคนสองคน ทั้งที่ผ่านเรื่องราวแบบนั้นมาด้วยกัน"
<< มากๆเลยยอ่ะ รีบอร์นเนี่ย...พูดจาสองแง่จังนิ อิอิอิ (แกมันคิดไปเองต่างหากล่ะเฟร้ยย)

ชอบป๋าแซน ป๋าดูเป็นคนดี เป็นเจ้าของสัตว์น้ำ
(พาสัตว์เลี้ยงลงทะเลบ้านเกิด(?)..ใจดีจะตาย 55555)

รออ่านนะค้า~~~ Q>[]<



ปล.แขกรับเชิญน่าสโตกมากค่ะ
ไม่รู้สึกกันเลยเร้อ~ ว่าหน้าตาคล้ายกัน 555

_________________
"ความลับ"
เพราะไม่มีใครรู้เราจึงเรียกเช่นนั้น
ด้วยริมฝีปากและความอบอุ่นของคุณ
ทำให้มันงดงามจนตราตรึงอยู่ในทุกลมหายใจ

..อยู่ในกำมือของคุณ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: THE DARK PASSION ตอนพิเศษ"ม่านน้ำผ่านเงา"บทนำ X27/2G 22/09
PostPosted: 23 Sep 2008, 03:15 
User avatar
Joined: 02 Dec 2007, 19:01
Posts: 531
กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด X27 อ่ะ!!!!!!!!

ป๋า...มันหวานไปมั้ยนั่น (ถ้ามันหวานกับฉลามจะไม่แปลกใจเลย -- --")

แล้ว...ทั้งคู่ก็...ย้อนอดีตสินะ --____,--

อยากอ่านเจ้าคร่า~~~~~~ >[]<

_________________
Image
...คุณรู้ตัวไหม...ว่าคุณช่างเป็นท้องฟ้าที่อ่อนโยนและซื่อตรง...จนทำให้ผม...ไม่อยากห่างคุณไปไหนเลย...


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: THE DARK PASSION ตอนพิเศษ"ม่านน้ำผ่านเงา"บทนำ X27/2G 22/09
PostPosted: 23 Sep 2008, 08:23 
Joined: 19 Dec 2007, 09:11
Posts: 800
(^////^) อ่า..........ท่านรุ่นที่หนึงกับที่สอง hu hu hu ....

...ว่าแต่ทางป๋ากับนู๋ซือเนี่ย พัฒนาขึ้นมากเลยนะเจ้าคะ ...รู้สึกแสดงถึงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของซึ่งกันเลย hu hu hu

แต่จะโดนท่านทวดทั้งสองทำอะไรรึเปล่าเนี่ย...น่าลุ้นจริงๆ (ลุ้นไรฟะ (~~) )

ปล. ขอทายว่าเป็นเรื่องราวก่อนเงาฝนค่ะ (เพราะ....????)

______________________________________________________________________


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: THE DARK PASSION ตอนพิเศษ"ม่านน้ำผ่านเงา"บทนำ X27/2G 22/09
PostPosted: 23 Sep 2008, 12:28 
User avatar
Joined: 22 Jan 2008, 06:39
Posts: 350
Location: ใต้เตียงสัปปะรด
ตอนช่วงแรกๆแบบว่าป๋าแซนหวานสุดๆเลยยยยยยย โฮกกกกกกกก

พอตอนบู๊ป๋าแซนก็เท่เหลือหลายยยยยยยยย


และที่สำคัญ....

ปู่จีโผล่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

_________________
Image
Exteen


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: THE DARK PASSION ตอนพิเศษ"ม่านน้ำผ่านเงา"บทนำ X27/2G 22/09
PostPosted: 23 Sep 2008, 12:42 
User avatar
Joined: 29 Sep 2007, 22:15
Posts: 338
Location: ความลับจ้า
เพียงแค่บทนำมาก็ทำเอาไม่อยากละจาก พี่รักแจ่มมาก พี่สนองตันหาคู่ X27 ได้สุดยอดที่สุด

แซนซัสถึงโฉดโหดแต่เหมือนจะหวานขึ้นเยอะ อ่ะ รีบอร์นถึงโผล่มานิดแต่ไอ้คำพูดนั้น นัยๆมากๆ ต้องการสืออะไร
"นึกรำคาญกับท่าทีที่น่าเบื่อหน่ายของคนสองคน ทั้งที่ผ่านเรื่องราวแบบนั้นมาด้วยกัน"
ประโยคนี้แหล่ะ ต้องการสื่ออะไรค่ะ

ยึดทั้งสองโผล่มารำลึกอดีตของวองโกเล่กันอีก ปู่จี กับตาวิกตอรีโอ(หมอนี่ใคร?)

จะ X27 G27 หรืออะไร พี่รักแต่ง เกรดมันติดมาแต่แรกว่า SS

จะรอต่อไปแน่นอนค่ะ

_________________
อยากกินลูกกวาด

Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: THE DARK PASSION ตอนพิเศษ"ม่านน้ำผ่านเงา"บทนำ X27/2G 22/09
PostPosted: 23 Sep 2008, 17:28 
User avatar
Joined: 17 Aug 2008, 00:35
Posts: 111
Location: หลังปราสาทวองโกเล่
หวาดดีค่ะ....เด็กใหม่นะค่ะ ^ ^....แอบย่องเข้ามาเพราะ 2G ฮาๆๆ.....

ถือโอกาสไล่อ่านตั้งแต่ DARK SKY เลยยย จะ...บอกว่า....ติดฟิกพี่ไปแย้วว T^T โฮกกกๆๆ มาแต่งต่อเร็วๆนะค่ะ....

"2G"คู่โปรด หึหึ....<<<<รุ้สึกจะเห็นเป็นเรื่องแรกด้วยซ้ำสำหรับคู่นี้ - -

ปล.ถามหน่อยค่ะ...DARK SKY นี่....ไม่ได้ทำรวมเล่มเหรอค่ะ?? หรือว่าทำแต่เราไม่เห็นเอง - -

_________________
Image
Image
"...ผืนนภาของฉัน ขอมอบให้นายเป็นคนดูแล..." [สนคู่แรร์กันไหม๊...]


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: THE DARK PASSION ตอนพิเศษ"ม่านน้ำผ่านเงา"บทนำ X27/2G 22/09
PostPosted: 23 Sep 2008, 22:09 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
บทที่ 1 เคลื่อนไหว

เริ่มต้นตำนานกาล

ร้อยขับขานหมื่นเรื่องราว



สายลมทะเลยามเย็นกรรโชกแรง เฉกเช่นแผ่นฟ้าที่ค่อยมืดสลัวลงอย่างเชื่องช้าในต้นฤดูร้อน ลางร้ายพัดมาจากผืนน้ำและท้องทะเลกว้าง ท่ามกลางความขุ่นมัวและการตัดสินใจที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เรื่องราวที่ถูกลืมเลือนจากหน้าประวัติศาสตร์พลันกลับมีชีวิตร้อยเรียงขึ้นตรงหน้า

“ อะ...พวกผม..ไม่ได้มีเจตนาร้ายนะครับ..” ซาวาดะ สึนะโยชิกำลังพยายามอธิบายอย่างลำบากยากเย็น ปลายอาวุธแหลมคมกระชั้นอยู่ที่ลำคอ ในขณะที่ดวงตาของฝ่ายตรงข้ามไม่วี่แววจะลดราวาศอกให้เลย เส้นผมสีบลอนด์ที่ไหวตามแรงลม ดวงตาสีมรกตแปลกตาที่เด็ดเดี่ยวน่าชื่นชม ทั้งที่กำลังจะถูกฆ่าเสียในทันที แต่กลับอดนึกชื่นชมฝ่ายตรงข้ามเสียไม่ได้ นี่เขาคงจะออกจะประสาทเกินไปเสียแล้ว

“ ลับๆล่อๆอยู่เช่นนี้ เจ้ากล้าพูดว่าไม่ใช่สายของสเปนกระนั้นน่ะหรือ ” ยังคงกระชั้นน้ำเสียงอย่างตึงเครียด ในขณะที่อีกทาง ก็กวาดตาแลชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ห่าง “ หากเจ้าไม่บอกฐานะมา ก็จงเตรียมรับศพสหายเจ้าไปเสีย ”

“ ไร้สาระ” แซนซัสพูดขึ้น มองคู่สนทนาอีกฝ่ายสลับกับชายอีกคนที่ยืนประจันหน้ากับตนเอง “ ไอ้การคิดเองเออเองนี่ เป็นนิสัยของคนแถวรึยังไงกัน ไอ้สวะอ่อนหัด” ไม่ทันต้องรอให้พูดจบ ปลายดาบอีกคมก็สัมผัสเข้าที่หลังท้ายทอยของชายหนุ่ม แน่นอนว่าไม่ใช่ใครอื่น ชายที่ถูกเรียกขานว่าวิคตอรีโอนั่นเอง

“ แล้วการพูดจาสามหาวเช่นเจ้าน่ะ ถือเป็นวิสัยพวกไพร่หรือยังไง ” วิคตอรีโอเอ่ยเตือน บรรยากาศระหว่างคนทั้งหมดเป็นไปอย่างน่าสะพรึงกลัวจนสัมผัสได้แม้ผิวกาย สึนะนั้นถึงกับเหงื่อตก รู้แต่ว่าหากปล่อยให้แซนซัสพูดต่อไป ก็มีหวังพวกเขาคงจะต้องชะตาขาดอยู่ในดินแดนลับแลนี่ทั้งคู่

“ เอ่อ...พวกผมมาจากอิตาลีครับ ไม่ทราบว่าที่นี่คือที่ไหน ” เด็กหนุ่มถามขึ้น นึกแปลกใจที่ดันเข้าใจว่าคนพวกนี้พูดอะไรกันทั้งที่ตัวเองก็เข้าใจภาษาอิตาลีแค่งูๆปลาๆ แต่ก็เอาเถอะ ถือซะว่าเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาตีความอะไรกันใหม่

“ อิตาลี....” จ๊อตโตทวนคำ ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น “ พวกข้าหารู้จักแผ่นดินที่เจ้าเอ่ยถึง มันอยู่ที่ไหนกันล่ะ ถ้าเจ้าปรารถนาจะโป้ปด ก็จงคดให้แนบเนียนเสียละกัน” ว่าพลางฉีกยิ้มเย็น นึกสงสัยว่าฝ่ายนั้นจะเล่นแง่อะไร

“ เอ่อ....” สึนะที่จนปัญญาไม่รู้จะอธิบายอะไรดี หันไปละล่ำละลักกับเพื่อนร่วมทางอีกคนที่ตีหน้าถมึงทึง ราวกับกำลังเล่นจ้องหน้ากับวิคตอรีโอ เพื่อขัดตราทัพขนานใหญ่ สึนะจึงตัดสินใจะหันไปถามแซนซัสอีกครั้ง “ เกาะที่เรากำลังจะไป มันชื่ออะไรนะ”

“ ..............” ดูเหมือนคำพูดสั้นๆของเด็กหนุ่มจะเตือนให้เจ้านายใหญ่แห่งวาเรียสะกิดใจในบางสิ่ง “ พวกแกบอกว่า ที่นี่คือ...ราชอาณาจักรซิซิลี ” มันคงจะตลกจนเกินไปกับความคิดงี่เง่าที่พลันพุ่งขึ้นมาตอนนี้ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย สภาพแวดล้อมรอบตัว มันจะงี่เง่าจนเกินไปแล้ว

“ มาจากบ้านป่าเมืองเถื่อนสินะ ถึงได้ไม่เคยได้ยินชื่อ ” วิคตอรีโอย้อน ก่อนจะมองอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์นัก และดูเหมือนคำตอบที่ไม่น่าฟังนั่นจะยิ่งตอกย้ำความเชื่อของแซนซัสหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ

เรื่องบ้าบอ

ที่กลับเป็นจริง




ทันใดนั้นเอง ก่อนที่คนทั้งสี่จะได้พูดจาชี้ชะตาอะไรกันต่อไป โสตประสาทของพวกเขาพลันได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมากจากทางชายหาด จ๊อตโตรีบลดคมดาบ สีหน้านั้นตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เขาเหลียวมองเชลยสองคนตรงหน้าก่อนจะวิ่งนำหน้าออกไป เช่นเดียวกับวิคตอรีโอที่ตามร่างนั้นไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้บุคคลต้องสงสัยยืนงงหน้าตั้งกันอยู่เช่นนั้น

“ นี่..นี่มันอะไรกันน่ะ” ไม่ถึงกับเข่าอ่อน แต่ก็แสนฉงน

“ ดูเหมือนจะหลงมาที่ไม่คาดคิดซะแล้ว” อย่างที่แซนซัสว่า เพราะเพียงชั่วเสี้ยววินาที พวกเขาก็ต่างได้ยินเสียงการปะทะกันดังขึ้น ต่างคนต่างวิ่งย้อนกลับไปทางทิศที่จากมา ได้กลิ่นเลือดโชยคลุ้งในอากาศ ในขณะที่เสียงโลหะปะทะกันนั้นดังก้องเข้าหู สองคนเมื่อครู่กำลังประจันหน้ากับเหล่าคนที่เพิ่งขึ้นจากเรือลำเล็กนับสิบลำ

“ พวกแกเป็นใคร! เจ้าพวกเด็กน้อย!” เสียงตะโกนเรียกขานที่ดังมาจากเหล่าชายฉกรรจ์ในเครื่องแต่งกายแปลกตา ราวกับหลุดออกมาจากหนังสือเรียนประวัติศาสตร์โลก ไม่ต่างอะไรกับสองคนนั้นเลย

“ สุนัขสเปนที่บังอาจล้ำถิ่น จมูกยังไวไม่พอกระมัง” จ๊อตโตบอก ในขณะที่วิคตอรีโอนั้นยืนอยู่ในท่าพร้อมประจัญบาน ต่างก็ไม่นึกว่าทางสเปนจะส่งคนมาสอดแนมมากมายถึงเพียงนี้

“ จะแบ่งกันยังไง” ฝ่ายชายหนุ่มร่างสูงถาม

“ เจ้าครึ่งหนึ่ง ข้าครึ่งหนึ่ง พอใจมั้ยล่ะ” ว่าพลางฉีกยิ้มมั่นคง ก่อนจะพลันกระโดดขึ้นในทันใด “ มาดูกันว่า ใครจะไวกว่ากัน!”

“ มันก็ต้องเป็นข้าอยู่แล้ว” สิ้นเสียงรับคำ วิคตอรีโอก็พุ่งร่างออกไปอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน ต่างฝ่ายต่างมีดาบในมืออยู่คนละเล่ม แต่ก็จ้วงฟันคู่ต่อสู้ได้อย่างว่องไวและปราดเปรียวไม่แพ้ใคร การประสานงานของทั้งคู่นั้นยิ่งนับว่าน่าชมเชย สึนะถึงกับเบิกตากว้างกับการต่อสู้อย่างมีชั้นเชิงที่ได้เห็น คนหนึ่งรับคนหนึ่งรุก เป็นดาบเป็นโล่ห์ เสริมส่งให้แก่กัน ราวแขนขา ราวร่างกาย สอดคล้องประสานเป็นหนึ่งเดียว หากแต่จังหวะนั้นเองที่ห่าธนูพลันพุ่งประชิดเข้ามาจากทางทะเล เรืออีกลำแล่นหนุนเนื่องมาดหมายสังหารเผด็จศึก

“ แย่ล่ะ!” พลั้งอุทาน ก่อนจะสาวเท้าก้าวไปเบื้องหน้า

“ นี่แกคิดจะทำอะไร” แซนซัสเอ่ยถาม นึกรำคาญใจกับความโง่เง่าเบาปัญญาที่ไม่รู้จักกาลเทศะเอาเสียเลย

“ ก็รู้อยู่แล้วนี่นา” ไม่พูดพล่ำทำเพลงไปมากกว่านั้น เด็กหนุ่มกระโจนออกไปเบื้องหน้า ก่อนจะพลันสวมถุงมือที่เป็นอาวุธคู่กายกระชับมั่นเข้ากับฝ่ามือ แสงไฟดับเครื่องชนสีส้มพลันพวยพุ่งสว่างไสว ทันทีที่กระโดดเข้าไปถึงลำเรือของฝ่ายข้าศึกก็ออกกำปั้นชกตะบันเข้าที่ใบหน้าและลำตัวของศัตรู ก่อนจะเตะฟาดเข้าที่ลำคอให้ร่างเหล่านั้นปลิวละล่องตกจากเรือไปคนแล้วคนเล่า

“ เจ้าหนู! ตายซะ!” ฝ่ายตรงข้ามย้อนบอกก่อนจะพุ่งร่างเข้ามาประชิด แน่นอนว่าสึนะในโหมดดับเครื่องชนนั้นแลเห็นการเคลื่อนไหวทั้งหมดได้อย่างถนัด หากแต่ทันใดนั้นเองฝ่ายนั้นกลับจุดชนวนระเบิดขึ้นต่อหน้า มาดหมายให้ตายตกตามไปด้วยกันอย่างแน่แท้

“ บ้าน่า!” ทั้งที่คิดจะกระโดดหนี แต่ข้อเท้ากลับถูกศัตรูอีกคนที่นอนพังพาบอยู่ที่ท้องเรือยึดไว้เสียถนัด เด็กหนุ่มเหลียวมองรอบตัว แต่ทุกสิ่งก็พลันสายเกินแก้เมื่อระเบิดกำลังจะติดลุก ทันใดนั้น ในท่ามกลางความมืดที่รายล้อม เงาใครบางคนกลับพุ่งเข้ามา กระสุนนัดสำคัญยิงเข้าที่ศัตรูที่กำลังพร้อมพลีชีพยอมตาย

“ โคลโป้ ดีททีโอ้!” แซนซัสที่ตอนนี้ติดไฟดับเครื่องชนเสมอกันยิงเข้าที่ฝ่ายตรงข้าม ก่อนจะโฉบเอาร่างของสึนะขึ้นกลางอากาศ จากด้านบน พวกเขาแลเห็นได้อย่างถนัด ผืนฟ้าที่เริ่มดำมืดตัดกับเปลวเพลิงสว่างไสว ซากศพของผู้มาเยือนล้มตายเกลื่อนผืนน้ำ และชายหาด ส่วนสองคนที่ยืนอยู่นั่น

“ พวกเขาเป็นใครน่ะ ถ้าฉันไม่ได้ตาฝาด คนๆนั้น...” หน้าตา ละม้ายคล้ายจนน่าตกใจ

“ รูปร่างเกาะนั่น” แซนซัสตัดบท พลางชี้ให้เพ่งไปยังดินแดนเบื้องหน้า “ นั่นคือเกาะซิซิลี”

“ หา! ซิซีลี! นี่มันดูยังไงก็ไม่เหมือนเกาะที่มีประชากรห้าล้านและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเลยนะ!” ป่ารกชัน คนแปลกหน้าที่หันอาวุธเข้าประหัตประหารซึ่งกันและกัน นี่มันเหมือนกับ .....

“ ลืมตาโง่ๆของแกดูซะให้ถนัด แกคิดว่าจะมีซักกี่เกาะที่จะมีภูเขาไฟสูงสามพันกว่าเมตรตั้งอยู่กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกันล่ะ” ที่แซนซัสพูดไว้นั้นไม่ผิดเลย ยามที่สงบสติอารมณ์และเงยหน้ามองให้ถนัดอีกครั้ง ที่นี่ ดินแดนแห่งนี้ ภูเขาไฟเอตนาตั้งตระหง่านอยู่ ภูเขาไฟ ธรรมชาติ สิ่งที่อยู่คู่เคียงผืนดินแห่งนี้ มานานเท่านาน....

“ ซิซิลี....”

ยินดีต้อนรับ

สู่จุดเริ่มต้น



ดูเหมือนว่าการที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือจ๊อตโตกับวิคตอรีโอจะเป็นความคิดที่ไม่เลวนัก เพราะอย่างน้อยก็ทำให้ทั้งสองยอมลดดาบลง และยังยินยอมพาเข้ามาจนถึงเขตเมืองของเกาะ บ้านเรือนในเมืองทำด้วยหิน บ้างก็ชั้นเดียว บ้างก็สองชั้น เรียงรายตกแต่งอย่างประณีต มีเสียงดนตรี และร้านเหล้าเรียงรายอยู่สลับกับร้านอาหารตลอดทาง การแต่งกายของผู้คนนั้นอาจมองได้ว่าเรียบง่าย เนื่องจากไม่นิยมใช้สีฉูดฉากหากแต่ไม่ว่าจะพยายามให้เคยชินเช่นใดมันก็ยังคงแปลกตา เวลาแบบนี้ ท่าทีที่นิ่งขรึมและไม่พูดไม่จาอะไรสักคำของแซนซัส กลับช่วยให้สึนะรู้สึกสบายใจขึ้นอย่างประหลาด เพราะการไม่พูด อย่างน้อยมันก็หมายความว่าเจ้าตัวนั้นก็ไม่อาจเย็นใจกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงในปัจจุบันได้ กระโดดลงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ย้อนเวลาหาอดีต อย่างกับการ์ตูนผู้หญิงสมัยโบราณ

“ พวกเจ้าพักที่บ้านข้าก่อนละกัน อยู่ห้องเดียวกันได้ใช่มั้ย” จ๊อตโตถามพลางดันประตูบ้านที่ท่าทางเก่าคร่ำคร่าเข้าไป บ้านของเด็กหนุ่มที่ดูอายุอานามไม่ต่างจากสึนะมากนักผู้นี้ ไม่ได้ตั้งอยู่ในย่านตัวเมืองที่พวกเขาเดินผ่านกันมา แต่อยู่ในเขตที่ถ้าหากคนในสมัยปัจจุบันเรียกล่ะก็ ก็คือ “ สลัม” ไม่ก็ “ ชุมชนแออัด” รายล้อมไปด้วยบ้านที่ตั้งเรียงรายติดๆกัน และตลาดเล็กๆที่เป็นศูนย์รวมของหมู่บ้านที่ถูกกีดกันอย่างจำกัดจำเขี่ยและตัดขาดจากความรุ่งเรืองของเมืองใหญ่

“ รกหน่อยนะ” เสียงใสของเด็กหนุ่มยามที่แนะนำที่พักอาศัยของตนเองนั้นน่าฟังทีเดียว หากสิ่งแรกที่แสนจะน่าประทับใจในตัวคนผู้นี้ก็คือรูปกายที่จัดให้อยู่ในประเภทหล่อเหลาเอาการกับสวยอย่างเฉียบคมสลับกัน สิ่งที่สองก็คงเป็นฝีมือการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม และไอ้สิ่งที่สามนี่....

“ ทำความสะอาดบ้านบ้างรึเปล่าครับ” ซาวาดะ สึนะโยชิหันหน้าไปถามอีกฝ่ายที่ตอนนี้ส่ายศีรษะให้อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“ บ้านชายโสด เจ้าจะคาดหวังเอาอะไรกันมากมาย สึนะโยชิ” นั่นคือคำตอบที่สึนะคิดว่ามันช่างกำปั้นทุบดินน่าดูชม

“ ข้าต้องไปรายงานท่านบารอนเรื่องพวกสเปน คิดว่าคงไม่ค่อยพอใจที่เจ้าลงมือสังหารพวกนั้นไปเรียบร้อยแล้ว ไม่นานนักจากนี้ สารจากพระเจ้าฟิลลิปคงมาถึง เจ้าก็ เตรียมรอรับหมายเรียกลงอาญาไว้ให้สมใจเจ้าเสียละกัน ” วิคตอรีโอพูดในขณะที่สบตาของเด็กหนุ่มร่างเล็กไม่วางตา ยามที่ยืนเผชิญหน้ากันเช่นนี้ สึนะจึงเพิ่งจะสังเกตเห็น ดูเป็นคู่หูที่แปลกประหลาด คนหนึ่งสูงใหญ่ตีสีหน้าเคร่งขรึมดูเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ ในขณะที่อีกคนนั้นส่วนสูงแทบไม่ได้จากตัวเขา ดูยังอายุน้อย แต่เวลาที่เอ่ยปากพูดจากัน กลับดูเหมือนจ๊อตโตจะเป็นฝ่ายที่ยอกย้อนคืนเสียมากกว่า แน่นอน ครั้งนี้ก็ด้วย

“ อย่าบอกลืมบอกท่านบารอนแห่งซิซิลีด้วยล่ะว่า ข้านับวันรอคอยจะได้ไปเยี่ยมคารวะท่านอยู่ ” เสียงหัวเราะน้อยๆ กับทีท่าที่ไม่ปรากฏอารมณ์ทุกข์ร้อนเช่นนั้น ดูจะเป็นสิ่งที่ทำให้อีกฝ่ายพึงพอใจ สำหรับวิคตอรีโอ เขาเคยชินกับท่าทางแบบนี้มาเนิ่นนาน ตัดสินใจอะไรอย่างเด็ดเดี่ยว และกล้าเสี่ยงอย่างไม่มีใครเทียบเคียง ดวงตาที่แลเห็นนั้น..สุกปลั่งอยู่มิเคยเปลี่ยนแปร แม้ว่ามันจะ...

“ เจ้านี่มันน่าหมั่นไส้และโง่เง่าเกินเยียวยาจริงๆพับผ่าสิ ” ชายหนุ่มร่างสูงว่า ก่อนจะกวาดตามองคนแปลกหน้าสองคนที่กำลังจะมาอยู่ร่วมกับเพื่อนสนิทของตน ไม่อยากยอมรับนัก แต่เพราะแลเห็นว่าการเอาคนสามารถมาไว้ข้างกายในสายตานั้นน่าจะดีกว่าปล่อยไปอยู่ในมือฝ่ายตรงข้าม จึงได้ยอมตกปากรับคำตามที่จ๊อตโตเอ่ยขึ้น “ รีบๆไสหัวกลับไปเสียให้เร็วที่สุดล่ะ เจ้าพวกไพร่ ”

“ ก็เหมือนกันล่ะว่ะ” แซนซัสเอ่ยย้อน จ้องกลับไปยังอีกฝ่ายอย่างไม่มีถอยหนี หากจะบอกว่าอะไรคือความรู้สึกแรกที่มีให้จนถึงตอนนี้ล่ะก็ นั่นก็คือความรู้สึก...ไม่ถูกชะตา

“ อย่าเก่งเสียแต่เห่าหอนละกัน ” วิคตอรีโอทิ้งท้ายก่อนจะปิดประตูบ้านจากไป ทิ้งให้จ๊อตโตเป็นฝ่ายต้อนรับขับสู้แขกแปลกหน้าสองคนเพียงลำพัง

“ จะช่วยข้าทำความสะอาดก่อน หรือจะพักผ่อนสักหน่อยก่อนดีล่ะ ท่านแขกต่างแดนทั้งสอง ” และนั่นก็คือคำถาม ที่มีคำตอบให้เลือกเพียงอย่างเดียว


ซาวาดะ สึนะโยชิปฏิเสธเป็นรอบที่สามของวันนี้ในยามที่มีคนโผล่เข้ามาทักทายเข้าที่หน้าต่างของห้องครัวว่าตัวเขาไม่ได้เป็นญาติฝ่ายไหนกับชายที่ชื่อจ๊อตโต แต่ดูเหมือนผู้คนในตลาดของที่นี่จะไม่รับรู้และต่างเข้าใจกันไปเองทั้งแบบนั้น ซึ่งถึงตอนนี้เขาก็ต้องยอมรับล่ะว่าหน้าตาของตนนั้นละม้ายคล้ายอีกฝ่ายอยู่มาก ต่างกันที่สีผมและสีตา เท่านั้น หากนับแต่เพียงเปลือกนอก มันอาจจะเป็นแบบนั้น แต่....ภายในล่ะ

“ เล่นกับเด็กๆอยู่แฮะ” มองออกไปทางหน้าต่างก็แลเห็น จ๊อตโตกำลังล้อมวงเล่านิทานให้เด็กๆในตลาดฟัง น้ำเสียงขึ้นลงเวลาเล่าเรื่อง เสียงหัวเราะสนุกสนานและรื่นเริง นั่นคือเสน่ห์ที่น่าประทับใจอย่างไม่ต้องสงสัย สัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเขายิ่งแน่ใจว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นเป็นที่นิยมชมชื่นของเด็กๆ และเป็นที่น่าคบหาของพวกผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเดินผ่านไปทิศไหนทั่วหมู่บ้านก็มีแต่คนทักทายเสมือนหนึ่งเป็นครอบครัว ความดีเช่นนั้นเผื่อแผ่มาถึงตัวเขากับแซนซัสที่เป็นคนภายนอก เพราะไม่ว่าจะทำอะไรเปิ่นๆออกไปแค่ไหน ก็จะมีแต่เสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้เสมอ

“ นี่เรากำลัง...มองอะไรในตัวคนๆนั้น” ไม่ใช่แค่รูปกายที่น่าประทับใจ แต่เป็นอย่างอื่นที่มากกว่านั้น ในดวงตาของคนๆนั้น มีบางอย่างที่อ่านไม่ออก แม้จะใช้สัญชาตญาณหรือสุดยอดลางสังหรณ์ของวองโกเล่ขนาดไหน เขาก็ไม่อาจที่จะหยั่งรู้ ในตัวคนๆนั้น ทั้งที่ฉีกยิ้มอย่างร่าเริงแจ่มใส แต่ก็เหมือนมีกำแพงบางอย่างที่ไม่อาจย่างกราย ท่วงท่าและท่าที คนๆนี้ ราวกับคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา การที่เป็นไปแบบนั้น ก็ทำให้ท้ายที่สุดตัวเขายังไม่อาจวางใจในตัวจ๊อตโตได้เต็มที่ บางที่....ฝ่ายนั้นก็คงคิดแบบเดียวกัน

“ ไม่เล่านิทานต่อรึครับ” สึนะทักทายด้วยคำถาม เมื่อเห็นจ๊อตโตเดินกลับเข้ามาในบ้าน ฝ่ายนั้นรินน้ำขึ้นดื่มดับกระหาย ก่อนจะพูดขึ้นบ้าง

“ วิคตอรีโอจะกลับมาวันนี้ ข้ากะจะดวดเหล้ากับเจ้านั่นข้ามคืนสักหน่อย” ตอบพลางเดินเข้ามาใกล้สึนะที่กำลังคนซุปอยู่

“ คุณวิคตอรีโอ ไม่ได้อยู่ที่นี่ประจำหรอกหรือครับ ” สึนะถามขึ้นเพราะเห็นว่าตั้งแต่วันที่มาถึงที่นี่วันแรก เขาก็ไม่ได้พบชายผู้นั้นอีกเลย เด็กหนุ่มเจ้าบ้านพยักหน้ารับก่อนจะหยิบมีดหั่นเนื้อไก่ด้วยท่าทีสบายๆ

“ เพราะนี่หาใช่บ้านเรือนของวิคตอรีโอ แต่เป็นของข้า สึนะโยชิ ” ยิ้มให้อย่างมีเลศนัยตามปกติ

“บ้านรึครับ” จะว่าไปเขาก็ไม่รู้เลยสักนิดว่าบ้านของคนที่ชื่อวิคตอรีโอนั้นอยู่ที่ไหน นึกเอาแต่ว่าน่าจะอยู่ที่นี่ด้วยกันกับอีกฝ่าย

“ ตระกูลของเจ้านั่นอยู่ที่ปาแลร์โม เมืองหลักของพวกชนชั้นปกครอง ส่วนที่นี่น่ะเป็นเมืองทางเมดิเตอร์เรเนียน” ชายหนุ่มอธิบายอย่างช้าๆ จากเริ่มแรกที่เคยคิดว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นเสแสร้งแกล้งถาม กลับพอจะเริ่มเข้าใจว่านั่นต่างหากที่เป็นคำถามอย่างแท้จริง คนถามง่ายๆที่ใครสักคนเอ่ยถาม อาจฟังเหมือนโง่เง่าไร้สาระ แต่กลับ....จำเป็นอย่างยิ่งยวดสำหรับอีกฝ่าย

“ ซิซิลี เป็นเกาะนี่เนอะ”

“ ถูกต้อง เมืองหลวงคือปาแลร์โม หันหน้าออกสู่ทะเลไทเฮเนียน ส่วนที่นี่คืออากรีเจนโต ออกสู่เมดิเตอร์เรเนียน และ เพราะล้อมรอบด้วยทะเล เรื่องการทำมาค้าขายก็เลยไม่ได้ลำบากอะไรกันนัก นี่เป็นความรู้รอบตัวนะ” ว่าพลางหัวเราะ ก่อนจะเทเนื้อไก่ใส่ลงไปในหม้อ

“ จะมาจากแผ่นดินใหญ่ก็ต้องใช้เรือข้ามฟากสินะครับ” สึนะพูด หากแต่ครั้นพอพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของฝ่ายตรงข้ามกลับพลันดูเศร้าหมองไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะพลันกลับมายิ้มให้อีกครั้ง

“ เคยไปงั้นรึ แผ่นดินใหญ่น่ะ” ดินแดนแห่งความทรงจำและพันธสัญญา สิ่งที่ถวิลหาและต้องไปเยี่ยมเยือน

“ คุณจ๊อตโตอยากไปรึครับ” เวลานั้นเองที่สึนะพึงเข้าใจว่าเขาได้ถามคำถามบางอย่างที่ตึงเครียดเอาเสียมากๆออกไป ดวงตาสีมรกตที่แลเห็นพลันทอประกายบางอย่าง แสงที่อาจแลเห็นได้เพียงชั่วขณะ หากแต่ช่างงดงามตราตรึงอย่างไม่อาจบอกกล่าว แผ่นดินใหญ่ที่ว่าสำหรับคนๆนี้ จะมีความหมายมากมายเพียงใดกันนะ แต่แล้วสึนะกลับไม่ได้ถามอะไรต่อไป เพราะเป็นแซนซัสที่ผลักประตูหลังบ้านเข้ามาพร้อมฟืนกองใหญ่ สีหน้าท่าทางดูเหนื่อยหน่ายและแม้ไม่บอกก็รู้ว่าหงุดหงิดใจอย่างเหลือประมาณ

“ ขอบคุณมากนะเจ้าน่ะ แต่ว่า ทั้งวันผ่าได้เท่านั้นเองรึไง” ช่างเป็นคำถามประชดประชันแดกดันที่ทำเอาผู้ฟังจุกถึงคอหอย

“ ............... ” แซนซัสไม่ตอบ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม พอรู้สึกว่าจะต้องถูกดวงตาคู่นั้นหยามหยันเอาก็กลับนึกทนไม่ได้ขึ้นมา กับแค่การผ่าฟืนให้ได้ตามเป้าหมาย มันจะยากอะไรกัน

“ ซ แซนซัส!” สึนะพยายามจะร้องบอกให้หยุดพัก เห็นอยู่ว่าทางนั้นมีทีท่าเหนื่อยอย่างเต็มกำลัง กับคนที่ไม่เคยทำงานใช้แรงงานมาก่อน แบบนี้คงเหมือนโดนหยามพิกล

“ โดนเลี้ยงจนเสียเด็กแน่ๆ เจ้านั่นน่ะ” จ๊อตโตพูดขึ้นพลางหยิบช้อนขึ้นชิมซุปในหม้อ “ เค็มจัง เจ้าเองก็ไม่ค่อยได้ทำอาหารล่ะสิท่า”

“ เอ่อ....” นี่คิดจะพูดอะไรกันแน่น่ะ

“ พวกเจ้าไม่ใช่สายลับแน่ ตราบเท่าที่คนหนึ่งผ่าฟืนไม่เป็นโล้เป็นพาย กับอีกคนทำอาหารไม่ได้เรื่องได้ราวปานนี้” ว่าพลางฉีกยิ้มให้

“ นี่คือการทดสอบรึครับ” หากว่าใช่ ก็ดูเหมือนฝ่ายตรงข้ามจะไม่ใช่คนที่ต่อกรด้วยได้ง่ายเลย แตกต่างอย่างชัดเจนกับบรรดามาเฟียที่เคยพบเจอมา ไม่มีบรรยากาศตึงเครียด ไร้ซึ่งความน่าสะพรึง แต่กลับ...ยากแท้หยั่งถึง

“ เป็นบทเรียนต่างหาก” ว่าแล้วก็จับมือของเด็กหนุ่มตรงหน้าขึ้นลูบสัมผัส ฝ่ามือที่แม้จะไม่ถือว่าเรียบนุ่มเสียทีเดียว หากแต่ก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จัดว่าเหมาะสม “ มือเจ้ากับข้า ต่างกันตรงไหน สึนะโยชิ”

“ มือ....” สัมผัสที่บีบมาเบาๆ ไม่สิ ไม่ใช่ที่แรง แต่เป็น...ผิวเนื้อ

“ มือของสามัญชนแห่ง เนเปิล และซิซิลีล้วนสากด้าน ทำงานเหนื่อยยาก เพื่อค่าแรงต่ำต้อยและชีวิตที่มีเพื่ออากรภาษี ในยุคสมัยอันเรืองรุ่งของพ่อค้าวาณิชย์ชาวอังกฤษและสเปน ชาวบ้านร้านตลาดก็หาได้ต่างกับก้อนกรวดดิน” สิ่งที่ลำเค็ญเข็ญใจ สิ่งที่ยากแท้แปรเปลี่ยน อนาคตที่มุ่งหวังนั้น..จักมาถึงหรือไม่

“ ผมกับแซนซัส ไม่ใช่พวกนั้นหรอกนะครับ” สึนะอธิบาย เกรงว่าฝ่ายตรงข้ามจะเข้าใจผิด

“ ข้ารู้แน่แก่ใจแล้ว อย่าห่วงไปเลย คิดเสียว่าเป็นคำบอกเล่าจากคนเพ้อฝันคนหนึ่งเสียละกันนะ” ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆอีกครั้ง ดวงตาสีมรกตนั้นปรายขึ้นมองท้องฟ้าสีใสจากหน้าต่างห้องครัวที่มีเพียงเขม่าควัน มาดแม้นตัวตนอยู่ที่นี่ แต่หัวใจนั้นโบยบินไปไกลแสน ข้ามทะเลผืนน้ำ ผูกพันต่อความมุ่งหวังอันเลื่อนลอย


ทันใดนั้น เสียงคนกรีดร้องพลันดังขึ้นจากด้านนอกเรียกความสนจากคู่สนทนาทั้งสองไปสิ้น จ๊อตโตวิ่งนำออกไปอีกเช่นเคยตามด้วยสึนะ ข้างทางเดินในตลาดที่ไม่ห่างกันนั้น หญิงสาวคนหนึ่งล้มอยู่ข้างแคร่ไม้พร้อมกับผลไม้ที่เป็นผลิตผลสำหรับค้าขาย ที่ล้อมหน้าล้อมหลังหล่อนอยู่นั้นคือชายฉกรรจ์มากมายที่มีสีหน้าโกรธเกรี้ยวโกรธา

“ ถ้าไม่มีเงินจ่าย ก็จงย้ายออกไปจากบริเวณนี้ซะ เจ้าคิดว่าท่านข้าหลวงต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมายเพียงใดในการบำรุงรักษาไม่ให้ที่ดินบริเวณนี้กลับกลายเป็นสลัมสกปรกกันน่ะ!” เสียงตะคอกขู่เข็ญ โดยไม่ได้ฟังแม้เสียงอ้อนวอนของหญิงสาว

“ นายท่าน ข้าขอเวลาสักสามวันด้วยเถิดเจ้าค่ะ แม่ของข้าป่วยหนัก ถ้าไม่ขายของเอาเงินไปรักษา นางจะต้องตายในเร็ววันนี้แน่!” คุกเข่าลงแนบกับปลายเท้า หากแต่ที่หยามน้ำใจกันเหลือคณา ก็คือยามที่ชายเหล่านั้นเหยียบลงบนหลังฝ่ามือของหญิงสาว หล่อนได้แต่เพียงกัดฟันและก้มศีรษะร้องขอ

“ แม่สาวน้อย นี่เจ้าคิดว่าอะไรมันง่ายดายนักหรืออย่างไรกัน ” ว่าพลางกระชากเส้นผมของหญิงสาวขึ้น ดวงตาที่เอ่อท้นไปด้วยหยาดน้ำตา ชีวิตที่สิ้นหมดจนหนทาง แม้รายล้อมด้วยผู้คนผู้อารี แต่เงินตราทรัพย์สินนั้นหามีไม่

“ นายท่าน..ได้โปรดกรุณา”

“ ตามที่ต้องการเลย” หากแต่ทันทีที่สิ้นคำนั้น ร่างของหญิงสาวพลันถูกเหวี่ยงขึ้นกลางอากาศ มาดหมายให้กระแทกเข้ากับกำแพงหินจนถึงตาย เสียงกรีดร้องของผู้คนดังลั่น แค้นเคืองโกรธา แต่ไร้ซึ่งกำลังอำนาจ ในขณะที่ใครคนหนึ่งกำลังจะพุ่งออกไปเบื้องหน้านั้นเอง เงาของเด็กหนุ่มข้างกายกลับพลันหายไป

“ รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้ พวกแกยังเป็นผู้ชายอยู่รึเปล่า!” สึนะหยัดกายขึ้น แผ่นหลังกระแทกกับกำแพงหินเพื่อรับร่างของหญิงสาว ความเจ็บร้าวไปถึงซี่โครงนั้นยังอยู่ หากแต่ความเจ็บใจนั้นกลับท่วมท้นยิ่งกว่า

“ เจ้าจ๊อตโต ไม่สิ..แกเป็นใครกัน!” เสียงคำรามดังก้อง หากแต่หาได้สั่นสะท้านแก่ผู้ฟัง

“ ฉันเป็นใครไม่สำคัญ แต่ตราบใดที่ฉันยืนอยู่ที่นี่ ก็อย่าหวังจะแตะต้องผู้หญิงคนนี้!” คำประกาศก้อง ที่แม้จะดูกล้าหาญองอาจ แต่มันก็โง่เขลาอย่างเหลือคณาในเวลาเดียวกัน ทันทีที่พูดไปเช่นนั้น เขาก็ถูกล้อมเข้ามาทันที ที่มีอยู่ในมือคือสองมือเปล่ากับการตัดสินใจที่แน่วแน่ของตนเอง

“ คิดอยากเล่นเป็นฮีโร่ ยังเร็วไปนะเจ้าหนู!” ลูกตุ้มเหวี่ยงฝ่าอากาศเข้ามาจากหนึ่งในบรรดาผู้ติดตาม สึนะไม่ได้หลบในทันที เขาผลักหญิงสาวออกไปอีกทาง ก่อนจะกระโดดขึ้น กำแพงหินแตกละเอียดจากแรงของลูกตุ้ม แต่ทันใดนั้นสายโซ่ก็ถูกดึงกระชากไว้เช่นกัน เด็กหนุ่มที่ภายนอกดูไร้เรี่ยวแรงหากแต่สามารถหยุดโซ่เส้นโตไว้ได้ด้วยมือเปล่า

“ ทีฉันมั่งล่ะนะ!” ว่าพลางกระชากโซ่กระชับในมือ ก่อนจะเหวี่ยงตัวขึ้น วิ่งเข้าประชิดตัวคู่ต่อสู้และฟาดหน้าแข้งกลางใบหน้าของเป้าหมาย ทันทีที่เห็นความพ่ายแพ้อันน่าอัปยศของเพื่อน คนที่เหลือก็ชักดาบเข้าตะลุมบอน หวังสังหารเด็กหนุ่มผู้โอหังทันที แต่โชคร้ายที่สึนะไวกว่านั้น เขาในตอนนี้ต่อให้ไม่ใช้ X GLOVES ฝีมือการต่อสู้ก็จัดได้ว่าไม่น้อยหน้าใคร

“ ทางนี้!” สึนะเรียกความสนใจจากด้านหลังของหนึ่งคู่ต่อสู้ ก่อนจะศอกกระทุ้งเข้าที่ช่องท้อง แย่งเอาดาบเล่มหนึ่งกระชับมั่นในมือ ไม่ถึงกับถนัด แต่ก็เชื่อว่าไม่แพ้ใคร คมดาบเข้าประสานงานกันอย่างน่าชม เสียงโลหะกระทบกับความว่องไวหลบหลีกตามสัญชาตญาณ อาจเรียกได้ว่าเจขากำลังเป็นต่อ แต่แล้วทันใดนั้นเองลูกศรพลันวิ่งแหวกอากาศเข้าไปทางหญิงสาวที่นอนอยู่ไม่ห่าง จังหวะที่ไม่ได้คาดคิด ทำให้สึนะตัดสินใจในชั่วเสี้ยววินาที

“ สิ้นฤทธิ์ซะทีนะ” ชายที่ต่อปากต่อคำกับเขาเมื่อครู่คือผู้ลงมือ ในขณะที่เด็กหนุ่มนิรนามทรุดลงกับพื้น คันศรปักเข้าที่ไหล่ขวาจนเลือดไหลอาบต้นแขน ไม่รอช้าลูกศรอีกลูกพุ่งตรงเข้ามา มาดหมายเล็งเข้าที่หัวใจ เชือดไก่ให้ลิงดู ผลลัพธ์ของการกล้าอาจต่อกรกับทางการ

“ เสียใจด้วยนะ เจ้าพวกสวะรกโลก” เสียงเยียบเย็นดังขึ้นเบื้องหน้า ชายหนุ่มร่างสูงผู้มีดวงตาสีแดงอันน่าหวาดเกรงใช้เพียงมือเปล่าหยุดลูกธนู แน่นอนว่าภาพนั้นช่างเหลือเชื่อ หากว่าแซนซัสพลาดไปเพียงนิดเดียว ธนูดอกนั้นก็จะปลิดชีวิตของคนที่อยู่เบื้องหลังได้อย่างง่ายดาย

“ แซนซัส...”

“ อย่างแกนี่มันเข็นไม่ขึ้นจริงๆ” แซนซัสว่า ก่อนจะยืนเข้าขวางประจันหน้ากับคู่ต่อสู้ “ ถ้าอยากตายเร็วกันนัก ก็จะเป็นคู่ต่อสู้ให้พวกแกเอง เจ้าพวกหมาลอบกัดไม่ดูเงาหัว! ” หากเป็นคนอื่น สึนะคงจะนึกด่าในใจว่าช่างปากกล้าเสียเหลือเกิน หากแต่ เพราะเป็นคนๆนี้ เพราะเป็นแซนซัส เขารู้ รู้ว่าถ้าเป็นหมอนี่ล่ะก็ ไม่ว่าอะไร ไม่ว่าสิ่งใด

ก็เป็นได้

เช่นปากว่า


“ ตายซะเถอะ!” เสียงคำรามขู่ดังก้อง หากแต่ชายหนุ่มนั้นปรายตามองอย่างไม่รู้สึกรู้สม วิ่งฝ่าเข้าหาดงศัตรู ก่อนจะหักหลบคมดาบ และใช้มือหักเข้าที่ข้อมือฝ่ายตรงข้ามจนตัวงอ แย่งชิงอาวุธพร้อมกับฟันแขนศัตรูที่บ่าหน้าเข้ามาขาดกระเด็นเหวี่ยงในอากาศ จังหวะที่มือธนูจำเป็นอ้าปากค้างอย่างหวาดหวั่น ชายหนุ่มก็เข้าถึงตัวเขา ฟันเข้าที่ข้อมือจนมือที่จับคันธนูขาดกระเด็น เลือดสดๆพุ่งกระจาย ราวกับสัตว์ร้ายที่จ้องเข้าตะครุบเหยื่อ และฝังคมเขี้ยวอย่างเลือดเย็น

“ เจ้าสวะรกโลก!” เสียงสบถด่า ก่อนจะปรายตามองเด็กหนุ่มที่กำลังดึงธนูออกจากร่าง

“ แซนซัส...ข ..” อยากจะพูดขอบใจออกไป แต่ก็ต้องชะงักค้างกับคำพูดของทางนั้นเสียก่อน

“ สวะ ยังไงก็คือสวะ อ่อนแอก็อย่าทำตัวให้มันน่าสังเวชนัก” อ่อนแอที่ปกป้องคนอื่นจนบาดเจ็บ อ่อนแอที่ไม่ปลิดชีวิตคู่ต่อสู้ในทีเดียว ช่างน่ารำคาญนัก

“ ใครมันจะเลิศเลอเหมือนนายกันล่ะ” สึนะโต้ หากแต่เรื่องราวที่คิดว่าจบก็ยังไม่จบลงง่ายๆ ผู้คนแตกตื่นพร้อมกับรีบตาลีตาลานฉากหลบเข้าข้างทาง ไม่เว้นแม้แต่สาวน้อยคนที่เขาเพิ่งจะช่วยชีวิต ที่แลเห็นถนัดเบื้องหน้าคือขบวนของทหารกว่าห้าสิบนาย ที่มาพร้อมกับอาวุธครบมือ ดูเหมือนเรื่องราวจะใหญ่โตมากกว่าที่พวกเขาคิดเสียแล้ว

“ พวกเจ้าสินะ ที่ก่อความวุ่นวายในเขตนี้!” นายทหารที่นำหน้ามาเอ่ยถามด้วยเสียงกรรโชกมาดหมายข่มขวัญ แต่ฝ่ายผู้ฟังนั้นดูจะไม่ได้รู้สึกว่าน่ากลัวหรืออย่างไร

“ เออว่ะ” แซนซัสตอบ ไม่สนใจว่าคนตรงหน้าจะเป็นใครมาจากไหน หรือจะมีใครเดือดร้อนวุ่นวายเท่าไหร่ หากเป็นเรื่องที่ตนเองไม่สบอารมณ์ ไม่ว่าจะถูกหรือไม่ ก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจให้มากความ

“ ในนามของท่านข้าหลวงแห่งอากรีเจนโต และด้วยบารมีแห่งพระเจ้าฟิลลิปสี่สองแห่งราชอาณาจักรสเปน ขอจับกุมพวกเจ้าสองคนในข้อหาทำร้ายล้างกาย จงตามกลับไปรับโทษเสียโดยดี!” ข้อหาร้ายแรงถูกประกาศ ซึ่งแน่นอนว่านั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตของคนสองคนตรงหน้าที่พบเจออะไรแบบนี้ คนหนึ่งนิ่งงัน คนหนึ่งเฉยชา

“ ขอปฏิเสธ ถ้าพวกแกอยากจับซะให้ได้ ก็เข้ามาสิวะ เจ้าพวกสวะดีแต่ปาก!” ว่าแล้วก็แสยะยิ้มพลางตั้งท่าจะรบราฆ่าฟันกันอีกรอบ สึนะที่เห็นแววตากระหายเลือดของอีกฝ่ายแล้วถึงกับลอบถอนใจ รู้สึกผิดอย่างท่วมท้น เมื่อครู่ เขาควรจะเอาชนะให้ได้ด้วยตนเอง ควรจะใช้ X GLOVES เพื่อจะได้ไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้แท้ๆ

“ นึกว่าผู้ใดมาเยี่ยมเยียน หากแต่ที่แท้คือท่านข้าหลวงใหญ่แห่งสเปนหรอกหรือ ” เจ้าของเสียงที่ดังแทรกขึ้นมาหาใช่ใครอื่น เด็กหนุ่มอ่อนวัยที่ตีสีหน้าฉีกยิ้มเย็น พร้อมกับเดินออกมาจากกลุ่มฝูงชนด้วยแววตาและท่าทางที่นิ่งสงบ

“ คุณจ๊อตโต!” คนๆนี้คิดจะทำอะไรกัน

“ ดูเหมือนญาติพี่น้องที่บ้านจะก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย” จ๊อตโตเอ่ยขึ้นก่อน พลางชำเลืองมองชายที่อยู่ในวงล้อมของเหล่าทหาร ข้าหลวงแห่งนครอากรีเจนโต ผู้ขึ้นตรงกับพระเจ้าฟิลลิปแห่งสเปน

“ เออะ...” สึนะพยายามจะพูดขึ้น แต่กลับถูกแซนซัสรั้งเอาไว้เบื้องหลัง จากสถานการณ์ตอนนี้ ดูเหมือนชายผู้ถูกเรียกขานว่าข้าหลวงนั้นก็จะรู้จักมักคุ้นกับเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นอย่างดีจึงได้สั่งให้ทหารเปิดทาง และออกมาประจันหน้ากันอย่างถนัด ชายวัยกลางคนในเครื่องแต่งกายแบบขุนนางฝรั่ง เสื้อคอตั้งลายลูกไม้ กับกางเกงขาพองที่เขียวขี้ม้า ผ้าคลุมไหล่ยาวลาด และบนใบหน้านั้นก็ไว้เครายาวแสดงถึงความมั่งมีและยศถา

“ ญาติอย่างนั้นน่ะรึ ไหนลองว่ามาซิว่าเจ้าจะแก้ตัวว่ากระไร” ท่านข้าหลวงเอ่ยถาม

“ คนในครอบครัวข้า คนหนึ่งเป็นพ่อครัว อีกคนเป็นคนผ่าฟืน เพิ่งมาจากเกาะในแถบทะเลไอโอเนียน ต้องขออภัย เพราะพวกเขานั้นฟังภาษาของเราท่านไม่รู้ความ และหาได้รู้ธรรมเนียมปฏิบัติไม่ ” ว่าพลางฉีกยิ้มและโค้งคำนับแทนการขออภัย ท่าทีเช่นนั้น สึนะรู้ตัวในทันทีว่า จ๊อตโตกำลังพยายามช่วยเหลือพวกเขา

“ เช่นนั้นตามกฎหมาย เจ้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัวก็พึงสมควรรับผิดชอบ จงจ่ายค่าสินไหมมาตามจำนวน และตามข้ากลับไปรับโทษซะ!” สิ้นเสียงผู้เป็นเจ้านาย คมดาบของเหล่าทหารหาญก็หันเข้าใส่เด็กหนุ่ม สึนะพยายามจะร้องห้าม แต่ก็ถูกแซนซัสรั้งเอาไว้อีกครั้ง ดวงตาเย็นชานั้นดูราวกับกำลังทำความเข้าใจอะไรบางอย่างอยู่เช่นกัน

“ ค่าสินไหมนั้นข้าหามีไม่ หากแต่ถ้าให้จ่ายเป็นสิ่งอื่นนั้นก็ยังพอฝืนสนทนาปราศรัยกันอยู่ได้บ้าง” ดูราวกับน้ำคำนั้นแทนการท้าทาย ในเมื่อท่านข้าหลวงนั้นดูจะกระตุกยิ้มรับอยู่นิดหน่อย ก่อนจะสั่งให้ทหารองครักษ์เอาดาบลง เขาจ้องหน้าของเด็กหนุ่มเจ้าปัญหาแห่งอากรีเจนโตอีกครั้ง ทั้งที่เป็นสามัญชน แต่กลับเข้าขวางลำพวกทหารหลายครั้งหลายหน และจะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ ก็มีอันต้องรอดจากเงื้อมมือของกฎหมายไปได้เสียทุกครั้งราวกับว่ามีคนคอยให้ความช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง หากแต่คราวนี้จะไม่เป็นเช่นนั้น ในเมื่อมีหลักฐานชัดเจนถึงการทำร้ายร่างกายอย่างสาหัส และเจ้าตัวเองก็ยอมรับว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบด้วยตนเอง

“ จะนำสิ่งใดมาชำระแก่ข้ากันเล่า เด็กกำพร้ายากจน ไร้สินทรัพย์เช่นเจ้าน่ะ” น้ำคำเหยียดหยามหากแต่ดวงตาที่เป็นประกายนั้นไม่อาจหลอกลวงผู้เฝ้ามอง

“ ถูกดังท่านกล่าวอ้าง เพราะตัวข้านั้นไร้ซึ่งทรัพย์สิน และหากเป็นเช่นนั้น ข้าก็ขอให้ท่านข้าหลวงเป็นฝ่ายเรียกร้องตามแต่ท่านพึงปรารถนาเถิด ” ดูราวกับการสนทนาแลกเปลี่ยนนั้นจะเป็นไปได้ดีกว่าที่คาดเอาไว้มาก ไม่นานจ๊อตโตก็ถูกล้อมจับ ไม่มีเชือกเส้นหนามัดข้อมือ หรือโซ่ตรวนที่ข้อเท้าแต่อย่างใด ผิดจากวิสัยของนักโทษที่เคยได้ยินมา และแน่นอนว่าสายตาเรียบเฉย และรอยยิ้มที่ส่งมาให้คนร่วมบ้านก่อนจะเดินจากไปนั้น ไม่มีแม้ความหวาดกลัว

“ เอาเรื่องจริงๆ เจ้านั่น” แซนซัสพูดขึ้น เขาผ่อนแรงที่กดรั้งหัวไหล่ของอีกฝ่าย ก่อนที่จะยื่นมือให้กับสึนะที่ยังคงนั่งอยู่กับพื้นตลาด

“ คุณจ๊อตโต กำลังอยู่ในอันตราย” เอื้อมมือซ้ายขึ้นจับ รับความช่วยเหลือที่แม้แต่ตนเองก็ไม่คาดฝัน คิดจะประท้วงท่าทีของฝ่ายตรงข้ามที่นิ่งเฉย หากแต่ที่ยิ่งเหนือความคาดฝันยิ่งกว่าและเรียกความสนใจไปจนหมดสิ้น กลับเป็นเสียงอีกเสียงที่ดังขึ้นจากเบื้องหลัง

“ ไม่เคยคิดที่จะรั้งรอเลยสินะ เจ้าคนโง่เขลา ” วิคตอริโอพูดขึ้น ก่อนจะมองตรงไปทางขบวนของท่านข้าหลวงแห่งอากรีเจนโต ทันทีที่บอกเล่าเรื่องราว การตัดสินใจก็ตามมาอย่างเฉียบพลัน หากแต่ตัวของเขานั้นขอเป็นฝ่ายรั้งรอ ไม่ได้ห่วงใย ไม่ได้หวาดหวั่น ไม่ได้กังขา นั่นเพราะรู้แน่แก่ใจ

หากเป็นเจ้า

ร้อยพันหมื่นปัญหา

คงฝ่าฟันไปได้ในทุกครา


“ ที่อยู่ในอันตรายน่ะ ข้าหลวงผู้นั้นต่างหาก” นั่นคือคำบอกเล่า จากชายผู้เฝ้ามองอยู่ข้างเคียง




จบตอน

คำตอบ ว่าก่อนหรือหลัง " เงาฝน" อ่านตอนนี้แทนคำตอบทั้งหมดเจ้าค่ะ

ปล. ข้าน้อยลืมบอกสำหรับท่านที่ไม่เคยอ่านซีรี่นี้มาก่อน นี่คือเรื่องราว หลัง The Dark Sky ซึ่งคาบเกี่ยวกับ เรื่องราว ก่อน " เงาฝน" เจ้าค่ะ

ไปล่ะเจ้าค่ะ

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: THE DARK PASSION ตอนพิเศษ"ม่านน้ำผ่านเงา"บทนำ X27/2G 22/09
PostPosted: 23 Sep 2008, 22:10 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
จองไว้อัพแผนที่

EDIT

Image

เกาะซิซิลี

Image

ราชอาณาจักรเนเปิล และราชอาราจักรซิซิลี


Last edited by ruk21us on 23 Sep 2008, 22:21, edited 2 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: THE DARK PASSION ตอนพิเศษ"ม่านน้ำผ่านเงา"บทนำ X27/2G 22/09
PostPosted: 23 Sep 2008, 22:13 
User avatar
Joined: 26 Apr 2008, 13:44
Posts: 170
Location: ร.ร.ประถมนามิโมริ
ปาด

====

ป๋าดูใจดีขึ้นเยอะจริงๆด้วยแฮะ
แต่ชอบน้า~ ดูคู่สร้างคู่สมดี อิอิ

แต่ว่า!!


ท่านร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เดียร์ขอฉากกิ๊บกิ้วหัวใจเยอะๆหน่อยสิค้า~ >[]<
อยากอ่านหวานแหววๆอั๊งๆกระแทกหัวใจง่ะ
งี๊ดๆๆๆๆๆๆๆ *เกาะแข้งเกาะขาไซร้ไปไซร้มา*


ปล.วันวานสมัยคุณทวดกิ๊กกันเนี่ย
เหมือนเห็นสามีภรรยาอีกคู่เลย 555
(ชอบซีนป๋ากับรุ่นสองตบตีกันจัง(?) อิอิ)

_________________
"ความลับ"
เพราะไม่มีใครรู้เราจึงเรียกเช่นนั้น
ด้วยริมฝีปากและความอบอุ่นของคุณ
ทำให้มันงดงามจนตราตรึงอยู่ในทุกลมหายใจ

..อยู่ในกำมือของคุณ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: THE DARK PASSION ตอน"ม่านน้ำผ่านเงา"ตอนที่ 1 X27/2G 23/09
PostPosted: 24 Sep 2008, 09:02 
Joined: 17 Jan 2008, 11:16
Posts: 997
ยิ่งอ่านยิ่งคลั่งค่ะ กร๊าซซซ

สรุปเรื่องราวมันมีความเกี่ยวโยงกันแบบนี้นี่เอง มิน่า . . . . ท่านทวดถึงดูไม่แปลกใจตอนยามะเลยน๊า

ขอโทษที่เม้นต์น้อยนะคะท่านรัก ตอนนี้ไข้ขึ้นสมองตันเม้นท์ไม่ออก ขอกลับไปอ่านอีกสักรอบดีกว่า เหมียวว

_________________
Walking this road,
Without you,
To remake forgotten promises
and meet you at roads end.

Faded Memories,
Reconstucted Memories,
A dream - a dream of you,
In a world without you.

The dream I see in the world without you,
Torn dream, like a memory from the far past,
I'd like to put it together,
With you...

*Credit : Kingdom Hearts II


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 171 posts ]  Go to page Previous  1 ... 7, 8, 9, 10, 11, 12  Next


Who is online

Users browsing this forum: hibaritsuna, MybodyKiss, rb1827 and 3 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: