Title: So In Love
Up : 3
By: Kikuva & Evilcat
Pairing: D18
Rate: [-NC21-] & [-DARK-]
Summary: ....ซากุระร่วงโรย....พาใจรันทด....ไม่ว่าจะความจำเสื่อมกี่ครั้ง....คนที่ฉันจะตกหลุมรักก็มีแค่นาย...
……………………………………..
………………………….
……………….
‘อ่ะ อ่ะ จะทำอะไรนะโรมาริโอ้’
‘ก็บอสเล่นทำงานโหมวันโหมคืน ผมก็ต้องฟ้งคุณเคียวสิครับ’
‘ง่า...ไม่บอกหมอนั่นไม่ได้เหรอ’
‘เป็นหวัดเจียนตายแล้วยังจะปากดีอีกเหรอครับ...อยากให้เค้ามาเยี่ยมแท้ๆ’
‘นี่โรมาริโอ้...อย่าบอกเคียวยะนะ...อย่าบอก...ไม่ว่าอะไร...ชั้นไม่อยากให้เค้าลำบากนะ’
‘ถึงชั้นจะตายไปก็ห้ามบอกเชียวนะ’
……………………………………..
………………………….
……………….
แพทย์เจ้าของไข้ออกมาสีหน้าไม่ค่อยดีนัก
"ใครเป็นญาติกับผู้ป่วยครับ"
แม้พูดไม่ออก ไม่รู้ว่าจะเป็นภาษาไหนแต่ร่างเล็กกว่าก็รีบตัดหน้าคุณลุงโรมาริโอ้ไปทันที ก่อนจะถูกดันไหล่ให้ออกมาอย่างจำนนด้วยคุณลุงคนที่โดนตัดหน้า
"ปล่อยให้ผมเถอะ คุณไปก็ฟังไม่รู้เรื่องหรอก รอฟังจากผมแล้วกัน"
สมเพช ... น่าสมเพช ... แม้ไม่ใช่ก็เหมือนตายทั้งเป็น เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าขนาดที่จะเข้าไปนั่งฟังอาการด้วยยังไม่มี
นี่เขาไร้ค่าขนาดนี้เลยเหรอ ....
เขาอยากจะให้มันเป็นเพียงแค่ฝันร้ายที่ใครสักคนจงใจเล่นงานเขา แต่กลิ่นคาวเลือดยังคงตรึงอยู่ที่มือ
แม้จะล้างมันออกไปแล้ว แต่มันก็ยังตอกลงไปในจิตใต้สำนึก ตอกย้ำเขา หลอกหลอนเขา ... หลอกหลอนให้จมปรักมันอยู่กับความจริง
ความจริงมักโหดร้ายเสมอ .. เขาเข้าใจก็เขาอยู่มาในโลกแบบนั้นตลอดเวลา ... ความจริงไม่เคยปรานีใคร
และความจริงก็เฉือดเฉือนใจเขาไปทีละนิด ... ร่างเล็กได้สติยามเมื่อโรมาริโอ้ออกมาพร้อมแพทย์อีกรอบ
ร่างเล็กตวัดสายตาเป็นคำถาม ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้เขาก็ยังไม่ได้ปริปากพูด ..
หรือเพราะรู้ตัวเองดีว่า หากพูดไปแล้วคงมิอาจหยุดรั้งความเศร้าที่แห่กันมาจุกที่ลำคอ
" อาการโดยรวมยังน่าเป็นห่วง แต่ว่าก็พ้นขีดอันตรายแล้วละครับ เดียวพรุ้งนี้หมอก็อนุญาติให้เยี่ยมแล้ว "
โรมาริโอ้ เอ่ย จริงๆแล้วผลกระทบทางสมองเท่านั้นที่เค้ายังไม่ได้พูดถึงด้วย ร่างตรงหน้าก็มีสีหน้าเศร้าเต็มกลืนแล้ว
ร่างเล็กเผลอถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างลืมตัว ...ของของเขา ..หากสวรรค์ไม่ต้องการ เขาจะรับเอาไว้เอง
อยากให้ถึงพรุ่งนี้ไวๆ ...แต่ตอนนี้ ....
สติร่างเล็กดับวูบทันที ก่อนจะลงไปนอนกองที่บนพื้น แต่ก็ถูกลุงหนวดโรมาริโอ้อุ้มมาวางไว้บนที่นั่ง ก่อนตัวเองจะนั่งจิบกาแฟไปพลาง
เช้าวันรุ่งขี้นคุณหมอเจ้าของไข้อนุญาติให้พบผู้ป่วยแล้ว แต่อาการที่ว่าเอาไว้บอกแต่เพียงโรมาริโอ้เท่านั้น
ลุงหนวดพยักหน้าทีสองทีก่อนจะหันมามองเด็กหนุ่มที่นอนค้างคืนที่นี่ทั้งคืน โดยมีเค้าเป็นเพื่อนร่างในห้องเริ่มรู้สึกตัวบ้างแล้ว
หนัก....หนักไปหมด....หัวจะระเบิดแล้ว...นัยย์ตาสีฟ้าใส...มองผู้มาเยือนใหม่ทั้งสองอย่างงุนงง....
"พวกคุณ อุ้บ!!!"
แต่แล้วมือก็ต้องรีบกุมขมับอย่างเจ็บปวด
ร่างเล็กรีบสะดุ้งตื่นทันที ยังไม่ทันจะสร่างง่วงก็ปราดเข้าไปหาคนนั่งกุมขมับ
"เป็นอะไรไป!!!"
ฮิบาริหันมาทางโรมาริโอ้ ..
อาการแบบนี้เขาเคยเห็น เพราะบิดาเป็นหมอทางสมองเลยพอจะคุ้นเคยกับโรคแบบนี้อยู่บ้าง
ตาลุงนั่นบอกเขาไม่หมด น่าสมเพชชะมัด เพราะเป็นภาษาอิตาลี่เลลยฟังไม่รู้เรื่อง
"ตามหมอสิ !! ยืนบื้ออยู่ได้!!"
ความเยือกเย็นมันละลายไปหมดแล้ว ...เขาร้อนใจ ..
เฝ้าภาวนาว่าสิ่งที่คนตรงหน้ากำลังเผชิญหน้าจะไม่ใช่สิ่งที่เขากลัวที่สุด
โรมาริโอ้ที่ได้สติรีบกดกริ่งเรียกหมอ แต่ท่าทางจะไม่ทันใจคนตัวเล็กกว่า เค้าเลยต้องรีบวิ่งออกไป
" ฝากบอสด้วยนะครับ "
" โอ้ยยย ...ปวด...ปวดเหลือเกิน...ธ...เธอ...เป็นใคร "
นี่เป็นคำถามแรกที่เจ้าของผมสีทองเอ่ยทัก นัยย์ตาที่เคยฉายแววทะเล้น
แต่สนิทสนมที่เค้ารู้จักดี หายไปกลายเป็นแววตาของคนไม่คุ้นเคย
ยามมองมาที่คนแปลกหน้าครั้งแรก มือที่พยุงเค้าไว้สั่นระริก ดีโน่ไร้ความทรงจำตั้งแต่แรกกับเค้าโดยสิ้นเชิง
เขานิ่งอึ้งงันอยู่อย่างนั้น ... สิ่งที่กลัวเป็นจริงขึ้นมาแล้ว
นัยน์ตาคู่ดุสบมองกับคู่ว่างเปล่านั้น เหมือนมีม่านที่มองไม่เห็นมาบังเอาไว้
ถึงคนที่สัมผัสอยู่จะเป็นดีโน่ แต่หัวใจมันไม่ใช่ ...ถึงจะมีไออุ่นแต่หัวใจกลับไร้ตัวตน
ฮิบาริขยับปากฝืนยิ้ม ก่อนจะเอามือเรียวประคองหน้าติดจะหวานนั้น
"ฮิบาริ เคียวยะ คนที่นายบอกว่าจะแต่งงานด้วย"
คนป่วยทำหน้าเอ๋อ ถ้าเป็นเวลาปกติเขาคงจะเอาทอนฟาเสยดางไปแล้ว
"นายเคยบอกว่ารักฉัน"
เขาพูดเสียงแผ่ว ก่อนจะโน้มหน้าลงไปจุมพิตหน้าผากเบาๆ
ถึงตอนนี้ลูกน้องต่างก็พากันไปสุมหัวข้างนอกกันหมดแล้วเพราะรู้ตัวว่าเวลานี้ไม่ใช่พวกเขาที่จะทำให้บอสกลับมาเหมือนเดิม
"นายพาฉันมาที่อิตาลี"
ริมฝีปากร้อนไล้มาตามพวงแก้มคนป่วย
"ฉันทะเลาะกับนาย เรามีอะไรกันที่โรงจอดรถชั้นใต้ดิน"
ลืมความอาย เขาหวังเพียรให้นัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างคู่นี้กลับมาสะท้อนภาพเขา มือเรียวเล็กไล้เล่นกับเรือนผมสีทองนิ่ม เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าทำท่าปวดขมับเขาเลยยอมผละออกมา
"ถ้านึกไม่ออกตอนนี้ก็ช่างมัน ไม่ต้องฝืนเพราะผลข้างเคียงจากการสูญเสียความทรงจำคือการปวดหัวแทบคลั่ง"
ถ้านายหมดรัก ... ฉันก็จะทำให้นายกลับมารักฉันอีกครั้ง
" ผม...ผม...ผมจำไม่ได้...คุณเป็นใคร "
ร่างสูงผละร่างเล็กออกเบาๆ สัมผัสนั้นไม่ได้รังเกียจแต่ไม่ใช่เรื่องที่อยู่ๆเค้าจะรับเข้าไปได้ทั้งหมด
ทั้งที่ถ้าเป็นยามปกติเค้าไม่มีวันปล่อยคนคนนี้ไปไหนแน่ๆ
อะไรบางอย่าง....
แต่....อะไรละ...มันว่างเปล่า....ว่างเปล่าไปหมด....เมื่อพยายามค้นหากลับรู้สึกว่าไม่เจออะไรเลย...
มันหายไป...รู้เพียงแค่นั้น...เหมือนได้เริ่มนับหนึ่งใหม่อักครั้ง
เมฆาที่แสนรักและจะรักตลอดไป ........ ตราบวันสิ้นลมหายใจ....พร้อมกับดวงใจที่ตายไปนี้ ........
ทว่า.........ความตายกลับมาเยือนเร็วกว่าที่คิดไว้........ทุกอย่างว่างเปล่า
"หิวไหม"
จู่ๆร่างเล็กก็เปลี่ยนเรื่อง แต่เมื่อร่างสูงยังคงนั่งนิ่งไม่ตอบเขาก็เดินเข้าไปในห้องน้ำแทน มองเงาตัวเองในกระจกแล้วก็แปลกใจ ..
นี่เขาเลิกตีหน้าดุไปแล้วเหรอ ? ...
หน้าสวยโทรมลงเล็กน้อยร่องรอยความกลัวกลัดกลุ้มเกาะอยู่ทั่วไปหน้า มือเรียววักน้ำสาดใส่ลวกๆ ก่อนจะเดินออกมาก็พบว่าคนป่วยหนักได้หลับไปแล้ว
ร่างแบบบางนั่งลงข้างๆเตียง จับมืออุ่นๆนั้นมากุมเอาไว้แนบหน้า ... ขอบตาเขาร้อนผะผ่าวแต่ก็ซ่อนหยาดแห่งความเศร้านั้นเข้าไปข้างใน
สัตย์สาบานกับตัวเองแล้วว่าจะไม่ร้องไห้อีก ...ไม่ร้องแม้คนที่รักที่สุดจะหายสาบสูญไปอีกสักคน
แล้วหยดน้ำที่กลิ้งกลอกอยู่ในมือใหญ่นั่นล่ะมันหมายความว่ายังไง
หลังคาโรงบาลมันรั่ว ..ฝนเลยตก ..ตกแบบที่ไม่คิดจะหยุดอยู่ในใจใครบางคน
……………………………………..
………………………….
……………….
TBC.












