Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test




Post new topic Reply to topic  [ 156 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ... 11  Next
Author Message
 Post subject:
PostPosted: 30 Oct 2007, 18:53 
User avatar
Joined: 18 Sep 2007, 18:29
Posts: 286
Location: Brioche sweetshop
โฮกกก... กรี๊ดดด

ท่านคนแต่งเจ้าขา ภาษาท่านดีมาก พล็อตเรื่องก็ดี ดำเนินเรื่องก็ดี

โอย...เพอร์เฟ็คเอ็กซ์ตร้า


อ่านเรื่องนี้แล้วรักหนูแบลขึ้นเป็นกอง (พอๆกัยรักสวอโล่)

_________________
Image
ย้ายบ้าน
http://cofactor.exteen.com

ผู้สนับสนุนตัวประกอบอย่างเป็นทางการ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 31 Oct 2007, 21:16 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
อ๊ายยยยย มะวานต้องขอโทษด้วค่าที่ไม่ได้เอามาลง เลิกเรียน 6 โมง กลับมาสลบเลยอ้ะ ก๊าก...

แต่ต่อไปก็ต้องขอโทษอีกนั่นแหละค่ะ เพราะว่าตอนที่ 7 นี่ยังไม่ถึงไหนเลย แล้วก็เปิดเทอม 3 วันเหมือนเปิด 3 เดือน งานบานมากๆเลย ฮือๆๆ TwT

เอาเปนว่า ภายใน เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ จะพยายามแต่งทุกๆตอนให้จบค่ะ!

แต่คงต้องขอเลื่อนเวลาลงตอนที่ 7 ด้วยนะคะ ขอโทษด้วยจิงๆค่ะ



ค่ะ! เนื้อเรื่องของวันนี้เป็นประมาณว่า... ฝึกวิชา ค่ะ รีนที่แต่งเองยังงงเองเลยมั้ง ฮือๆ อยากแต่งตอนที่ 7 8 9 มากก่า!! แงๆ

รู้สึก... ฮิบาริจะไม่เป็นฮิบาริแล้วแฮะ รั่ว นัว จริงๆ TwT



[Fic] Katakyo Hitman REBORN! : SM INSTINCT
Pairing : Belphegor , Gokudera Hayato
By : Sir Neer


6~* ครูคนที่ 3 Part 1/4

ข้าวโอ๊ตต้มนมกับผลสตรอว์เบอรร์รี่สดในถ้วยอาหารส่งกลิ่นหอมยวน ขณะที่ร่างสูงของสเปลบี สควอลโล่เดินไปตามโถงทางเดินสีครึ้ม เขาก้มมองอาหารกลิ่นหอมกรุ่นในถาดที่ถือมา พลางถอนหายใจ -- อาหารที่เขารู้ว่า ต่อให้ตั้งใจทำอย่างไรก็ไม่มีใครกันแน่

เขาหยุดอยู่หน้าบานประตูบานใหญ่ มือซ้ายก็ล้วงกระเป๋ากางเกงเอากุญแรเรียวสีทอง ก่อนจะไขมันอย่างเบามือ และเปิดประตูอย่างบรรจงอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

ห้องโล่งกว้างสีงาช้างสไตล์หรูปรากฏแก่สายตาผู้มาเยือน เฟอร์นิเจอร์ภายในล้วนแต่มีสีงาช้างและสีแดงเลือดหมู ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ ตู้ หรือเตียงสไตล์ยุโรปดูหรูหราสวยงาม -- เป็นภาพที่ชินตามากสำหรับสควอลโล่

ห้องนอนของเจ้าชายแห่ง Varia

สควอลโล่มองไปยังเตียงกว้างสีขาว สายตาไปหยุดอยู่ที่ร่างของเด็กชายที่ยังคงอยู่ในห้วงนิทรา...

"เบล ข้าวเช้ามาแล้ว" สควอลโล่พูดขึ้น ขณะที่ลากโตะมาหยุดอยู่ข้างๆเตียงนั้น "มีข้าวโอ๊ตต้มนม... เออ... นมที่แกชอบไง แล้วก็นี่สตรอว์เบอร์รี่! ลุสซูเรียซื้อมาเมื่อเช้าเองนะ ยังสดๆอยู่เลย"

ว่าพลางก็ยิ้มพลาง ก่อนจะวางถาดอย่างนุ่มนวลลงบนโต๊ะ

แต่เบลยังคงแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียงนั่น

สควอลโล่ถอนหายใจ... เขารู้ดีว่าต่อให้เขาพูดเท่าไรร่างนั้นก็ไม่มีทางตอบคำเขาแน่ๆ แต่ต่อให้รู้อย่างนั้น เขาก็ยังคงดื้อดึง... ฝืนพูดไปต่างๆนานา ขณะที่มือใต้ถุงมือสีดำก็ปัดปอยผมสีทองปลั่งให้ออกไปจากหน้าผาก -- ขนตางอนยาวสีเดียงวกับเส้นผมทาบบนขอบตาล่างที่ปิดสนิท กำลังหลับตาพริ้มในห้วงนิทรา...

ร่างของเบลในตอนนี้ไม่ได้แม้แต่ขยับกายใดๆ แถมผิวกายก็ซีดเผือดไร้เลือดหล่อเลี้ยงอย่างกับกระดาษ และยิ่งไปกว่านั้นคือความเย็น -- ที่แม้ใส่ถุงมือก็รู้สึกได้ -- ที่ปกคลุมไปทั่วอณูร่างกายสีขาวๆนั้น...

สภาพแบบนี้จะให้ลุสซูเรีย -- ผู้ชื่อชมร่างกายมนุษย์ในสภาวะศพ -- มาเห็นไม่ได้เด็ดขาด

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจะต้องล็อคประตูห้องทุกครั้งที่ออกจากห้อง...

หลังจากที่โดนเจ้าชายน้อยถูกเขาสั่งสอนและกร่นด่าเรื่องทำอะไรไม่คิดหลังการต่อสู้เมื่ออาทิตย์ก่อน เบลก็ถูกกักบริเวณอยู่นห้องนอน หนำซ้ำยังถูกเขามัดแขน และล่ามโซ่ไว้ -- และในวันนั้นเองที่เบลนอนหลับเป็นตาย... ไม่ยอมตื่นขึ้นมา -- สควอลโล่รู้สึกโกรธตัวเองที่ไม่ทันได้นึกถึงอาการประหลาดๆของเบล -- อาการประหลาดๆที่เขาเองก็เคยเห็นเมื่อประมาณ 4 ปีก่อนเห็นจะได้...

อีกวันเดียว.... อดใจหน่อยสเปลบี สควอลโล่...

เขาได้แต่ให้กำลังใจตัวเอง ในขณะที่ใบหน้าซีดเผือด...

"เมื่อครู่มาร์ม่อนโทรมาจากอิตาลี" สควอลโล่ยังคงพูดต่อไป "ฉันรู้แล้ว... รู้เหตุผลทั้งหมดที่นายมาญี่ปุ่น... ทางเดียวที่ช่วยนายได้คือเอาชีวิตของผู้พิทักษ์วายุแห่งวองโกเล่สินะ?"


"ฆ่ามันให้ตายนะเบล... ก่อนที่มันจะฆ่าเธอ..."




4 ปี จะมีทีหนึ่งเหรอ...

ฮะ ฮะ ฮะ พูดเป็นโอลิมปิคไปได้...


เจ้าชายน้อยหัวเราะในความมืดมิด ขณะที่อ้อมแขนก็คว้าเอาเข้าตัวเองเข้ามากอดโดยไม่รู้ตัว...

แล้วทุกๆอย่างก็เงียบงัน... เหลือแต่เพียงความมืดมิด เปล่าเปลี่ยว และว่างเปล่า...

ก่อนที่จะมีเสียงเหมือนเปิดประตู และปิดลง... เบลพยายามหรี่ตามองไปในความอ้างว้างแต่ก็ไม่พบอะไรนอกเสียจากความว่างเปล่า -- รู้สึกว่าตัวก็สั่น -- ทั้งตื่นเต้น ตื่นตระหนก และตื่นกลัว...

"เบล ข้าวเช้ามาแล้ว"

เสียงทุ้มๆของบุรุษวัย 20 ต้นๆดังขึ้นจากที่ไหนซักแห่งในความมืด... -- อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้อยู่คนเดียว -- อะไรกัน สควอลโล่เองหรอกหรือ? เบลคิดขณะที่คลายวงแขนออกจากขาทั้งสอง ว่าแต่มืดจัง... นายอยู่ที่ไหนกันล่ะเนี่ย สควอลโล่!?!

"มีข้าวโอ๊ตต้มนม... เออ... นมที่แกชอบไง แล้วก็นี่สตรอว์เบอร์รี่! ลุสซูเรียซื้อมาเมื่อเช้าเองนะ ยังสดๆอยู่เลย"

มีนมด้วยหรอ? ว้าว ว้าว!

สตรอว์เบอร์รี่ด้วยหรอ... อา ถึงคนซื้อจะเป็นลุสซูเรีย แต่เจ้าชายก็กินได้นะ!

ว่าแต่... นายจะปรากฏตัวให้เห็นไม่ได้หรือไง!?!

เจ้าชายเริ่มหิวแล้วนะ!!


เบลโวยวายไปในความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง ยังคงมองซ้ายมองขวา เหลียวหาเส้นผมสีเงินของสควอลโล่ที่คาดว่าอยู่ใกล้ๆ แต่ก็ต้องหมดหวังเมื่อรอบกายมันมืดไปหมดอย่างกับคนตาบอดที่มองไม่เห็นอะไร...

"เมื่อครู่มาร์ม่อนโทรมาจากอิตาลี"

เสียงนั้นยังพูดต่อ ขณะที่เบลชงัก และแทนที่จะควานหาร่างสูงนั้นก็กลับมาเงี่ยหูฟังดังเดิม

"ฉันรู้แล้ว... รู้เหตุผลทั้งหมดที่นายมาญี่ปุ่น... ทางเดียวที่ช่วยนายได้คือเอาชีวิตของผู้พิทักษ์วายุแห่งวองโกเล่สินะ?"

ผู้พิทักษ์วายุแห่งวองโกเล่...?

เจ้าไดนาไมต์นั่นน่ะหรือ...?

ชีวิตของมันน่ะหรือ...?

เจ้าชายไม่เห็นจะต้องการเลย!

เจ้าชายแค่อยากเล่นอะไรสนุกๆกับร่างกายนั่นก็เท่านั้นเอง...


เบลตอบไปในความมืด แม้จะไม่ได้มองหาต้นเสียทุ้มๆนั่น แต่เขาก็พอใจมากแล้วที่ในความมืดก็ยังมีใครสักคนอยู่ข้างๆ

"ฆ่ามันให้ตายนะเบล... ก่อนที่มันจะฆ่าเธอ..."

ฆ่า...? เจ้าไดนาไมต์มันจะฆ่าเจ้าชายหรือ?

เจ้าชายจึงต้องฆ่ามันหรือ?

มันไม่สนุกเลยนะ แบบนี้!

ฆ่า... แค่นี้ใช่มั้ยสควอลโล่!

เพียงแค่ฆ่ามันให้ตาย เจ้าชายก็ไม่ต้องตายแล้วใช่มั้ย...?


เบลยังคงถามต่อไปในความมืดมิดที่ปกคลุมรอบข้าง แต่คำตอบก็กลับเป็นความมืดมิดนั้นอีก... เขารู้สึกเหมือนตัวเองตะโกนไปในความว่างเปล่าที่สะท้อนความว่างเปล่ากลับไปกลับมา ก่อนที่จะรู้สึกเหมือนจิตใจของใครสักคนไหลเข้ามาจากก้นบึ้งของจิตใจ...


ฆ่า... ผู้พิทักษ์วายุแห่งวองโกเล่...

ฆ่า... ไอ้เจ้าไดนาไมต์...



ฆ่า... พูดขึ้นมาแม้มือจะเริ่มสั่นเทา



ฆ่า...... พูดขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าในใจจะสับสน




ฆ่า........!!! ย้ำตัวเอง... ย้ำลงไปในใจที่ปวดร้าวนั้น...






วันนี้ก็เป็นอีกวันที่โกคุเทระ ฮายาโตะยืนอยู่ที่ชายหาดหลังเลิกฝึก...
ไม่ใช่ว่าแสงอาทิตย์ยามเย็นของที่ชายหาดนี้สวยมากเสียจนเขาต้องมาเฝ้าดูทุกวัน

แต่เขามาที่นี่เพื่อคอยใครสักคนต่างหาก...

คนๆที่มีออร่ามืดมนเสียยิ่งกว่าทมิฬนิลกาล...


"วันนี้ก็มาอีกแล้วสินะ"


เสียงเข้มๆนี้แหละที่เขารอคอยร่วมชั่วโมง โกคุเทระหันไปอย่างชาชิ้นและเผยอยิ้มอย่างท้าทายบุรุษรัติกาลตรงหน้า ...ทั้งนี้เป็นการทักทาย

"ถ้าชั้นไม่มาจะหาว่าวิ่งหนีหางจุกตูดเอาน่ะสิ!"

"แกนี่พูดประโยคเดิมได้ 3 วันเลยนะ?" ฮิบาริ เคียวยะพูด ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มบางเบาอย่างมีลับลมคมนัย "แผลที่โดนชั้นฟาดก็ยังไม่หาย แต่ก็ไม่เข็ดสินะ? พวกสัตว์กินพืชน่ะขี้ตื๊อเป็นที่สุด ....แต่ว่า ฉันขี้ตื๊อกว่านะ รู้มั้ย!"

สิ้นบทเจรจา ร่างของชายผมสีดำก็พุ่งเข้ามา พร้อมๆกับที่แขนขวาฟาดทอนฟา -- ที่ไม่ทราบว่าชักออกมาตั้งแต่เมื่อไร -- โกคุเทระใช้แขนซ้ายตั้งการ์ด

รวบรวมสมาธิไว้ที่จุดกึ่งกลาง...

ปึ้ก!


เสียงของการกระแทกกันระหว่างแขนซ้ายและทอนฟา ฮิบาริออกแรงกดท่อนโลหะอย่างหนักหน่วง -- แต่โกคุเทระไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย -- และก่อนที่ทอนฟาอีกข้างก็พุ่งจากข้างล่างขึ้นมาสู่ข้างบน เสยคางของฝ่ายตรงข้ามขึ้นเพื่อล็อกการกระทำ

"ยังอ่อนหัดนัก" ฮิบาริกล่าว "ถ้ามัวแต่ป้องกันข้างซ้าย เดี๋ยวข้างหน้าจะเละเอานะ"

ท่าทางฮิบาริจะพูดไม่เก่งอย่างที่ว่าจริงๆนั่นแหละ

เพราะใน 3 วันนี้... เขาได้ยินประโยคนี้มานับไม่ถ้วน

"ยังไม่ชนะก็อย่าเพิ่งโวยวายสิโว้ย!"

ฝ่ายโกคุเทระเองก็ยังคงพูดประโยคซ้ำๆเดิมๆ

แต่.... ฮิบาริเบิกตาโพลง ขณะที่ถอนทอนฟาจากคางของโกคุเทระมาปัดวัตถุขนาดจิ๋วที่ลอยมาใกล้ๆหน้า

มุขเก่าๆน่ะ ใช้ได้ผลอยู่แล้ว!

บรึ้ม!!!

ต่อให้ใช้ทอนฟาหรือเอาอะไรมาปัดแท่งไดนาไมต์อันจิ๋วนี่ก็คงไม่ได้ผล เพราะแรงระเบิดของมันที่แม้ไม่ได้รุนแรง แต่ก็มีอนุภาพพอที่จะเป่าให้คนสองคนออกห่างจากกันได้ -- ฮิบาริไม่ได้ผิดที่เขาปัดระเบิดไม่พ้น กลับทำถูกเสียอีกที่ตั้งสติได้

เท้าทั้งสองข้างของฮิบาริไถลไปบนพื้นหาด ขณะที่โกคุเทระเองก็ไถลห่างออกไปเช่นกัน -- แต่สำหรับคนที่ใช้อาวุธระยะกลางอย่างเขาแล้ว ย่อมได้เปรียบมากกว่าอาวุธแบบประชิดอย่างทอนฟาของฮิบาริ!

"เอาไปกินซะ!" โกคุเทระว่าพลางโยนแท่งไดนาไมต์ที่ใหญ่กว่าเดิมให้ลอยไปยังข้างหน้า ก่อนที่แท่งเหล่านั้นจะมีควันโขมงที่ปลายแท่งคล้ายๆกับเชื้อเพลิงในการส่งจรวด!

แต่ความไม่ได้เป็นไปอย่างคาด เพราะจู่ๆเหล่าไดนาไมต์พวกนั้นก็ตกลงบนพื้นก่อนจะถึงตัวฮิบาริเสียอีก!

เฮ้ย! บ้าน่า! ระยะห่างกันเกินไปหรือไง!

ไม่ใช่...

อึ้ก!! ความรู้สึกนี้...


"เข้ามาสิ โกคุเทระ ฮายาโตะ" เสียงเข้มของฮิบาริ เคียวยะดังขึ้น ขณะที่ร่างนั้นเหมือนจะปลดปล่อยความรู้สึกกระหายโหดออกมาเป็นออร่าสีดำ -- จิตสังหารบริสุทธิ์และหนักหน่วงที่เหมือนจะไปรบกวรคลื่นสมองของใครต่อใครที่เห็นให้ควบคุมตัวเองไม่อยู่ -- ดวงตาคมสีดำนั่นก็เหมือนจะดูดกลืนความมีชีวิตชีวาของสรรพสิ่งรอบกาย

โกคุเทระรู้ดี...

ถ้าเขาสอบไม่ผ่าน เขาก็จะตก

ถ้าเขาไม่ชนะ เขาก็จะแพ้

แต่ในครั้งนี้ ถ้าไม่ชนะก็อาจถึงตาย!!

"ใครจะไปกลัวแก..." โกคุเทระกล่าวขณะที่เพ่งมองการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม แต่เปล่าเลย... เขามองไม่เห็นอะไรเลยด้วยซ้ำ!

ผัวะ! ปึ้ก! ป้าบ!!

โลหะเย็นทรงกระบอกกระทั้นกระแทกเข้าให้จังๆ ขณะที่พยายามเอี้ยวหลบตามสัญชาตญาณ กระนั้นก็มีทอนฟาอีกข้างลอยมาสะกิดแผ่นหลังแรงๆ ในตอนที่คิดว่าคงต้องกระเด็นไปซ้ายเพราะแรงกระแทกนั้นแล้ว ก็เหมือนกลับตาลปัดเพราะโดนบาทาซ้ายของฮิบาริกระแทกไปขวา!

ไอ้ที่โดนฟาด โดนเตะก็ยังไม่ร้ายแรงเท่าตาลายว่าจะไปซ้ายหรือขวาเนี่ยสิ หนักมาก... -- จนโกคุเทระอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองเหมือนตุ๊กตาล้มลุก -- ส่วนหัวที่หนักจนรับน้ำหนักไม่ไหว ทำให้ร่างกาย เซไปซ้ายที ขวาที แต่ไม่ยอมล้มซักทีจนหน้าหนักใจ

ร้ายกาจจริงๆ ฮิบาริ เคียวยะ...

"อ้าวๆ มัวแต่ชักช้า เดี๋ยวก็ตายศพไม่สวยหรอก" ฮิบาริว่าพางเลียริมฝีปากอย่างกระหายชัยชนะ ขณะที่ย่างสามขุมมายังโกคุเทระที่เซไปเซมา "หรืออยากตายทั้งๆที่อยู่ในสภาพตุ๊กตาล้มลุกล่ะ!"

หนอย... มันน่ายั้วะจริงๆ

ไอ้คนที่เก่งก็ไม่ได้เก่งแต่ปากเปล่า เพราะความเร็วและแรงกายที่เป็นเลิศนั่นยอดเยี่ยมเสียจนเรียกว่าอยู่ในระดับอัจฉริยะ แล้วไหนจะเซนส์นักฆ่ามืออาชีพที่ก่อให้เกิดจิตสังหารรุนแรงและหนักหน่วงพอฟัดพอเหวี่ยงกับแรงกดดันวิญญาณนั่นอีก!!

ไม่อยากจะพูดถึง แต่ก็ต้องยอมรับว่า... คนตรงหน้าเขา born to be!!!

พอรู้สึกว่าไม่มีทางเอาชนะ ก็เริ่มอยากจะหนี... แต่ถ้าคนตรงหน้าเก่งกว่าถึงขนาดที่ต้องหนี เขาก็คงหนีไม่พ้นอยู่ดีนั่นแหละ

แต่ครั้นที่คิดจะสู้...

ก็เหลือบมองคนข้างหน้าที่เปรียบเสมือนราชสีห์ผู้ฝึกลับคมเขี้ยว แล้วหันมามองตัวเองก็จะพบว่าเป็นได้แค่ไอ้วอกนอกป่า!!


อะไรกันที่ทำให้คนตรงหน้าดูแข็งแกร่ง...

อะไรกันที่ทำให้ระยะห่างนั้นทวีคูณมากขึ้น

อะไรกันนะ... ที่เขาไม่เคยมี...


จงจดจำความรู้สึกและใบหน้านั้นไว้ให้ดี


เสียงของชามาลสะท้อนก้อง...


ถ้ายังอยากจะมีชีวิตลอดบนโลกใบนี้ ไอ้หนู!!!


ชั่วขณะที่เหมือนจะล้มลง -- ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลที่ฮิบาริได้จู่โจมหรือเปล่า -- เขารู้สึกว่ามีควันปกคลุมรายรอบร่าง และรู้สึกแผลก็หายเจ็บ หรือว่าเขาคงจะใกล้หมดสติไปอีกไม่ช้านะ? นี่ถ้าคนตรงหน้าเห็นคงจะดูถูกเขามากเลยสิน่า ที่จุ่ๆก็ล้มไปอย่างนั้น...

แต่คำพูดสุดท้ายที่เขาได้ยินกลับไม่ใช่เสียงดูถูกดูแคลนของกรรมการรักษาระเบียบที่น่าหมั่นไส้ ...เขาฟังไม่ชัดเจน แต่ก็พอจะรู้...

เสียงนั้นแสดงความตื่นตระหนก...



[ ตอนนั้น ฉันไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นบ้าง... ]




มีต่อนะคะ!!! >>>

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 31 Oct 2007, 21:20 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
ตอนที่ 6 part 2/4 ค่ะ!!


เมื่อ 3 วันก่อนผมรู้สึกหงุดหงิดมากเลยครับ

ระหว่างที่กำลังเดินชมชายหาดอันสวนงามในยามต้องแสงอาทิตย์อัสดง ผมก็ได้พบกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง... อันที่จริงผมก็รู้จักเขาดี เพราะชื่อเขาออกจะเด่นหราบนบัญชี(หนังหมา)ดำของสภานักเรียน ...เป็นคนๆที่สภานักเรียนลงมติว่า "อย่าไปยุ่งกับมัน" จนขนาดที่ว่าถ้าเป็นการ์ตูนเรื่องวัน - ตี๊ด- แล้วละก็ คงจะมีค่าหัวพอฟัดพอเหวี่ยงกับกัปตันเรือโกอิ้งแม - ตี๊ด - เลยกระมัง!

แต่สิ่งที่ผมขัดข้องใจอย่างแรง คงจะเป็นหน้าตาขาวๆ ซีดๆ ปากบางสีแดงๆที่มักบึ้งตึง กับดวงตาคู่สีเขียวเท่าลูกเบสบอล(?)นั่น ...มันหล่อ มันสวยตรงไหน! -- ยิ่งไปกว่านั้นคือ ที่ใดที่มันปรากฏตัว ก็จะมีการสุมหัวกันของกลุ่มสาวๆเกิดขึ้น ข้อนี้แหละที่ผมให้อภัยมันไม่ได้!

แต่วันนี้... มันต่างออกไป...

หมอนั่นอยู่คนเดียว อยู่ในสภาพอารมณ์ประมาณว่า 'รอดตายแล้วโว้ย!!' อะไรทำนองนั้น แต่ที่สำคัญคือ... หมอนั่นกำลังแก้ผ้าแก้ผ่อน... ชนิดที่ว่าผมเห็นแล้วยังรู้สึกอายแทน นี่ก็ยังดีที่มันแก้ข้างบน... ดีที่ไม่... -- แต่ท่าทางมันก็ยังมีสติดีอยู่ไม่ใช่หรือ แม้ว่ามันจะไม่เห็นว่าผมเดินมาใกล้มันขนาดนี้ก็เถอะ!

"อะไรของแก" นี่เป็นคำทักทายคำแรกของผม แล้วจู่ๆหมอนั่นก็ทำหน้าเหมือนหมากินน้ำแฟ้บ

พวกเราได้คุยกันดีๆสักครู่(?) ก่อนที่ผมจะรู้สึกเหมือนเส้นประสาทสั่งการในสมองจะขาดผึง... ผม... อยากขยี้มัน...

แล้วหมอนั่นก็เอาบุหรี่ขึ้นมาสูบ... ดี! จะได้หาข้ออ้างเอาไว้ขยี้มันได้!

แล้วนี่ผมก็หิวมากๆด้วย เลยอยากจะจัดการอาหารเรียกน้ำย่อยนี่ให้เรียบร้อย

อยากลิ้มรสชัยชนะที่ต้องแลกกับดวงตาคู่สีเขียวที่กำลังเจ็บใจนั่นเหลือเกิน!

หลังจากนั้นเราก็ฟาดปากกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่พวกเราจะพุ่งเข้าหากัน ฟาดฟันอย่างดุเดือด หมอนั่นใช้ไดนาไมต์เหมือนเดิม ผมรู้สึกไม่สบอารมณ์นักหรอกที่ต้องเล่นกับอาวุธระยะกลางแบบนี้... เอาเถอะ ถ้าจับได้ผมก็จะขยี้มันให้มันรู้ ว่าผมไม่ชอบของของมัน!

หมอนั่นถุกผมฟาดอยู่ครู่จนเซตกน้ำไป ก่อนจะลุกขึ้นมาหอบหายใจและสำลักน้ำทางปากนั่นยกใหญ่ ผมคิดว่ามันน่าจะหมดฤทธิ์แล้วซะอีก แต่สงสัยน้ำเค็มๆของทะเลที่เข้าปากนั้นจะไปกระตุ้นให้มันปากดีหรือเปล่าก็ไม่รู้

แล้วมันก็ลุกขึ้นมาพนมมือ พูดตรงๆเลยนะ ผมนึกว่าหมอนั่นจะขอขมาผม แต่คิดอีกที บางทีมันอาจจะชอบการ์ตูนเรื่องแขนกล คน - ตี๊ด ตี๊ด - ที่พระเอกชอบพนมมือขึ้นมาแล้วก็แปรสิ่งของต่างๆตามกฏความเท่าเทียม หรือว่ามันจะแปรไดนาไมต์ให้เป็นขีปณาวุธก็ไม่รู้!

นอกจากนี้มันยังพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่ผมจำได้ว่านั่นมักเป็นคำพูดของอั้งชิดกงในเรื่องมังกร... มังกรทองมั้ง? -- ที่รู้ๆคือมันทำเอาผมอยากลงไปนอนคลุกกับทรายอย่างฮาระเบิดระเบ้อ

แต่ผมก็ไม่ทำหรอก เพราะมันจะเป็นการดูถูกจิตวิญญาณสุดหูรูดที่อุตส่าห์ได้บท เพราะงั้นผมก็เลยอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับมัน... พวกเราสู้กันสูสีทีเดียวเชียว จนผมต้องมองว่ามันเป็นอาหารจานหลักในค่ำคืนนี้ซะแล้ว!

ตอนแรกๆผมคิดว่ามันก็คงจะใช้ไดนาไมต์ปาใส่ผมเป็นแบบดับเบิ้ล หรือทริปเปิ้ล แต่ก็เปล่าเลย... ไดนาไมต์พวกนั้นมีจำนวนน้อยมาก แต่ศักยภาพของมันก็สูงเช่นกัน เรียกได้ว่ามันไม่ได้ใช้ไดนาไมต์เปลืองและศูนย์เปล่าอีกต่อไปหรอก

ผมว่าการปาไดนาไมต์ของมันดีขึ้นจริงๆแหละ

ถ้าศัตรูที่มันสู้ด้วยไม่ใช่ผมน่ะนะ...

ไม่มีใครรู้แพ้รู้ชนะสักที จนยามเย็นกร้ำกราย ผมรู้สึกตัวเองต้องการชัยชนะ ทั้งๆที่ยังไม่อยากถอนตัวจากอารมณ์สนุกสนานสุดเหวี่ยงขนาดนี้ แต่ผมก็ไม่อยากให้อาหารเย็นของผมคอยนานเท่าไร เดี๋ยวเนื้อจะเปรี้ยวหมด!

ตอนนั้นเองที่ผมเห็นว่ามันมีทีท่าเหนื่อยอ่อน ทำให้ผมคิดไปเองว่ามีเสาอากาศที่ไหนไม่รู้โผล่ขึ้นมาแล้วบอกว่า -- ได้เวลาหมดสนุกแล้วสิ -- ผมรู้สึกเหมือนกับคนที่กำลังตื่นเต้นในการนั่งรถไฟเหาะ แต่เหมือนถูกเหวี่ยงลงมาข้างนอกกลางคัน... ให้ตายเถอะ! อย่าเพิ่งมาหมดฤทธิ์ตอนนี้จะได้มั้ย!

แต่ไม่เป็นไรหรอก -- หลังจากที่ผมจัดการฟาดและขยี้(?)มันด้วยทอนฟาคู่ใจเสร็จเรียบร้อย -- ยังไงซะจะได้กินเนื้อสดๆนั่นให้หายแค้นที่มันไม่สามารถตอบสนองความสนุกขั้นสุดให้ผมได้!!

หมอนั่นกระเด็นไปบนหาดทรายเป็นรอยยาว เนื้อตัวของมันมอมแมมมากๆเลย แล้วไหนจะแผลที่โดนทอนฟาของผมฟาด หรือรอยฟกช้ำ ฟรือจะเป็นรอยเท้า -- ของผมเอง -- ที่อยู่เต็มกางเกงของมัน

ผมหงุดหงิดชะมัดเลย เล่นก็เล่นไม่สนุก จะกินก็กินไม่ลง! เลยต้องปล่อยมันทิ้งไว้ตรงนั้นนั่นแหละ!





เมื่อ 2 วันก่อน ผมรู้สึกแปลกใจจริงๆ!


ผมพยายามตามหาตัวโกคุเทระ ฮายาโตะภายในอาคารเรียนให้ควั่ก กะว่าจะจับตัวมันเข้าสภานักเรียนซักหน่อย แต่คำตอบง่ายๆจากปากคุโรคาวะ ฮานะ -- เพื่อนของมัน -- ก็บอกว่า "หมอนั่นไม่มาโรงเรียนตั้ง 3 วันแล้ว!" -- ผมอารมณ์เสียจริงๆเลย มันโดดเรียนเป็นอาจิณ แต่ทำไมผลการเรียนของมันถึงได้เทพอย่างนั้นห๊ะ!

ผมเดินไปที่ชายหาด หวังแค่เพียงว่ามันจะช่วยเยียวยาใจที่โกรธเคืองได้ แต่... โอ๊ะ โอ... ทายซิว่าผมเจอใคร

ก็คนที่ผมอยากเจอมากที่สุดในวันนี้ไง

หมอนั่นนั่งอยู่ริมหาด ท่าทางของมันเงียบๆ นิ่งๆ ดูสงบ ผมไม่รู้หรอกนะว่าผมเริ่มชอบเส้นผมสีขาวเป็นประกายเงิน -- ที่ล้อกับแสงสีเหลืองของพรอาทิตย์ที่ใกล้จะตก -- ตั้งแต่เมื่อไร แต่มันดูท่าทางน่าสัมผัสจริงๆ

มันมองมาที่ผม แล้วก็ลุกขึ้น หน้าตาของมันจริงจัง คงอยากจะมาแก้มือเรื่องเมื่อวานที่ถูกทิ้งไม่มีใครรับผิดชอบสินะ?

"วันนี้ฉันอยากซ้อมคนเรียกน้ำย่อยก่อนกินข้าวเย็นหวะ!" หมอนั่นเลียนแบบประโยคของผมเมื่อวานนี้

ดีสิ! ทางนี้ก็อยากขย้ำนายเหมือนกันแหละน่า!!

ผมและมันก็พุ่งเข้าหากันอารมณ์เดียวกับแบบเมื่อวานนี้เลยล่ะครับ

แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจเลยก็คือ วันนี้สปีดของผมลดลงหรือเปล่านะ? หรือว่าสปีดของมันเพิ่มขึ้นกันแน่เลยทำให้ผมรู้สึกสับสน? ผมใช้ทอนฟาขึ้นมาตั้งกาดกันหมัดที่พุ่งมาเป็นชุดของมัน ผมรู้สึกข้องใจตะหงิดๆกับท่าการชกแบบนี้... อย่างกับเพื่อนร่วมห้องของผม... ไอ้ลิงหัวสนามหญ้านั่นน่ะ!

ผมไม่ต้องการรู้หรอกครับ ว่ามันไปฝึกวิชาเตะต่อยมาจากไหน แต่ที่ผมสงสัยคือ ทำไมวันนี้มันไม่ใช้ไดนาไมต์!

ถึงหมัดของมันจะไม่ได้โดนผมเลยซักครั้ง แต่ถ้าโดนเข้าไป ผมว่าเนื้อเยื่ออาจจะยุ่ยได้นะ... ผมยังคงใช้ทอนฟาป้องกันอยู่ เพื่อที่จะหาช่องทางจัดการช่องโหว่กลางลำตัวมัน น่าเจ็บใจนะที่เห็นจุดอ่อนอยู่แท้ๆ แต่ยังทำอะไรมันไม่ได้เนี่ยสิ! แต่ถ้าผมปล่อยให้มันต่อยทอนฟาของผมไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็หมดฤทธอิ์เองนั่นแหละ

แต่แบบนี้ก็ไม่ต่างกับวันก่อนน่ะสิ! ผมไม่สนุกเอาซะเลย!!

ลงท้ายด้วยหมอนั่นใช้ทั้งเข่า ใช้ทั้งขา ใช้ทั้งสันมือโดยที่ยังไม่ใช้ไดนาไมต์ซักแอะ ผมรู้สึกเหมือนคนที่โดนดูถูก ให้ตายสิ! หมอนั่นทำให้ผมโมโหเหลือเกิน มันนึกว่ามันเป็นใคร ที่อยู่ๆก็มาท้ารบผมแต่กลับออมมือให้! ผมเลยสอยมันด้วยทอนฟาคู่ใจนี่แหละ แต่ดูท่าว่าสกิลการหลบหนีของมันเพิ่มขึ้นเหมือนไปแอบอัพมา ทอนฟาของผมถึงได้ฟาดวืดๆชอบกล

ทันใดนั้นเอง! ผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองถูกหมัดของมัน -- ผมแน่ใจว่า แม้เป็นโรคุโด มุคุโร่ก็ไม่ต่อยหนักขนาดนี้ -- ผมเงยหน้าขึ้น แล้วก็ต้องประหลาดใจอีก... หมอนั่นอยู่ห่างกับผมเกือบ 2 เมตร... แต่ทำไมหมัดของมันถึงต่อยมาถูกผม! ผมมั่นใจว่าผลปิศาจไม่มีในโลกนี้แน่ๆ

มันอาจจะมีความเร็วและความแม่นยำมากขึ้นก็จริง

แต่ผมนึกไม่ออกเลยว่ามันวิ่งมาชกผมตั้งแต่เมื่อไร!

จะว่าไปแล้ว หมอนี่ก็ใช้แต่หมัดมวยอยู่ได้ แต่ทำไมกัน! ทำไมถึงกันไม่อยู่!

ผมไม่เข้าใจมันเลยจริงๆ ไม่เข้าใจเลยว่ามันคิดอะไรอยู่...

ผมไม่อยากจะชมมันเหมือนตอนที่ชมมันเมื่อวานนี้หรอกครับ สาเหตุง่ายๆคือเมื่อมันโดนชม ฝีมือมันก็จะด้อยลงไป -- แต่ผมว่าวันนี้มันเก่งขึ้นจริงๆนะ เก่งขึ้นถึงขนาดที่ทำให้ผมที่อยู่ในโหมดอารมณ์เสีย รู้สึกสนุกได้ถึงขนาดนี้!

สุดท้ายศึกครั้งนี้ก็จบลงตรงที่ว่ามันนอนหมดแรงหงายอยู่บนพื้นชายหาด น่าสมเพศสิ้นดี

แต่วันนี้ผมก็ได้แผลมาเยอะเลย...

แล้วก็แปลกยิ่งกว่าคือ... ผมปล่อยให้เจ้านั่นลอยนวลกลางกองทราย... วันนี้ผมยังไม่มีอารมณ์ที่จะจัดการกับคนๆนี้!



มีต่อนะคะ!! >>>>

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 31 Oct 2007, 21:26 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
ตอนที่ 6 part 3/4 ค่า!!!!




เมื่อวาน! มันเป็นวันที่สุดๆไปเลย!


วันนี้คุสะคาเบะทำหน้าตาแปลกๆใส่ผม มันมองดูรอยช้ำบนหน้ากับมือที่พันผ้าพันแผลของผม... ผมว่ามันคงจะประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นผมในสภาพแบบนี้ ผมเห็นมันดัดนิ้ว และกัดฟัน มันว่าจะไปจัดการกับคนที่ทำกับชมเช่นนี้... แต่ ขอโทษเหอะ! คนอย่างมันไม่มีปัญญาหรอก

ก็ถ้าผมยังได้แผลมาเยอะขนาดนี้ น่ากลัวว่าหมอนั่นจะไม่ถูกหามเข้าโรงพยาบาลเลยน่ะสิ!

วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่โกคุเทระ ฮายาโตะไม่มาโรงเรียน ผมเริ่มรู้สึกหมั่นไส้มันตะหงิดๆยังไงก็ไม่รู้ ก็เมื่อวานผมยังเห็นมันสบายดีไม่ช่เรอะ! แต่ถ้าสังเกตดูดีๆ เพื่อนมันอีกสองคนก็ไม่มาเหมือนกัน

เย็นวันนี้เป็นวันที่ผมกลับจากโรงเรียนเร็วที่สุด ผมก็ไปยังชายหาดนั่น... ผมพยายามจะทำตัวให้เหมือนกับคนที่บังเอิญเดินผ่านมาเท่านั้น ทั้งที่ในจลุ้นระทึกว่าเจ้าหัวปลาหมึกนั่นจะทำให้ผมเซอร์ไพรส์ยังไงนะ -- แล้วผมก็เห็นมันกำลังเล่นน้ำอยู่พอดี!

ให้ตายเหอะ มันโดดเรียนเพื่อมาเล่นน้ำแค่นี้หรอ... ว่าแต่ ทำไมผมถึงเจอมันถี่ๆกันอย่างนี้นะ?

ไม่ได้อยากนึกเข้าข้างตัวเองนักหรอก แต่หมอนี่มัน... มันมาดักรอผมอยู่หรือเปล่า!

"เฮ้!" หมอนั่นร้องเรียกผม และโบกมือหยอยๆอย่างกับจะท้าทาย "มาสิ! มาสู้กัน!"

หมอนี่ท่าทางจะเก็บกดมาจากอะไรสักอย่างมั้ง ผมเดินลงไปหามัน ตัวมันเองก็เดิมาหาผม ผิวเนื้อสีขาวๆของมันกำลังอาบชะโลมไปด้วยน้ำกลิ่นเค็มเกลือ กับกางเกง... เอ่อ... จะเรียกว่าเป็นกางเกงชั้นในแบบที่เห็นบ่อยๆของซาวดะได้มั้ยนะ -- ผมไม่อยากจิ้นให้เปลืองสมองหรอกครับ แต่มันก็ไม่ยอมเปลี่ยนเสื้อผ้าสักที... มันจะสู้ทั้งๆที่ใส่กางเกงในตัวเดียว ให้ตายสิ! คนอะไรอนาจารเป็นบ้า!

เอาเป็นว่าผมขอข้ามประเด็นการแต่งกาย... ดีกว่า?

เหมือนกับว่าเอาคลื่นลูกสุดท้ายที่ซัดชายฝั่งเป็นเสียงแตรรบ ผมพุ่งเข้าหามัน ยังไม่ทันจับทอนฟาด้วยซ้ำมั้ง แต่ผมวิ่งเข้าไปหามันรวดเร็ว ขณะที่ยกทอนฟาขึ้นหมายจะฟาดหัวที่เปียกชื้นด้วยน้ำทะเลนั่น

แต่ผมพลาด!!

น่าแปลกที่ผมไม่ได้สัมผัสอะไรมันเลย และตรงหน้าของผมก็ว่างเปล่าอย่างกับหมอนั่นใช้ก้าวพริบตา แต่วินาทีต่อมาผมก็ได้กลิ่นเกลือ... กลิ่นเกลือที่ลอยมาจากด้านหลัง!! ตอนนั้นแหละที่ผมหมุนตัวไปพร้อมๆกับที่ตั้งทอนฟาขนานกับพื้น สัมผัสเสียงดังกับหน้าท้องของหมอนั่น

หมอนั่นคงจะไม่คิดว่าผมรู้การเคลื่อนไหวของมัน ไม่ใช่ว่ามันโง่หรอก แค่ผมฉลาดกว่า...

เพราะถ้าคู่ต่อสู้มันเป็นคนอื่น... ผมบอกได้คำเดียวว่าไอ้นั่นต้องเสร็จมันนตอนนี้แน่ๆ!

หมอนั่นดูจะจุกไปเลยทีเดียว แต่ว่าความเร็วของมันไม่ได้ลดลง -- ผมแน่ในว่าความเร็วของมันมากกว่าเมื่อวาน -- มันวิ่งมาทางผม.. แล้ว.. อะไรอีกล่ะ!!

ก็เจ้าไดนาไมต์ที่ผมห่วงหา(?)อยู่เมื่อวานนี้ไงครับ มันรีเทิร์น!! ผมรู้สึกเหมือนได้รับแรงปะทะจากควันสีขาวนั่นๆ รู้สึกอีกทีก็ไถลมาไกลลิบ ผมมองไปยังข้างหน้า เห็นหมอนั่นสูบบุหรี่ เห็นแล้วหมั่นไส้จริงๆเลยครับ!

"ไงล่ะ! ประมาทชั้นใช่ม้า~" เสียงของหมอนั่นดังมา ขณะที่ปากบางนั่นก็ยิ้ม... เชอะ แค่นี้ทำเป็นได้ใจไปน่า แล้วหมอนั่นขว้างไดนาไมต์ตรงมาทางผม ฮึ! โง่ชัดๆ ระยะห่างแค่นี้น่ะหรือจะทำอะไรผมได้

แต่ผมรู้สึกเหมือนถูกลูบหลังแล้วตบหัว ในขณะที่เห็นแท่งไดนาไมต์นั่นพุ่งมาทางผมอย่างกับเป็นจรวดติดตาม!

ผมเลยต้องใช้ทอนฟาขึ้นมาปัดพัลวัน รู้แค่ว่าถ้าไม่ทำก็ต้องเกรียมแน่ๆ

ผมได้ยินเสียงหมอนั่นหัวเราะชอบใจ... มันน่าแค้นนักนะ... ไอ้พวกที่ชอบเล่นมุขเองแล้วหัวเราะเองเนี่ย!!! -- แล้วในตอนนั้นเองที่ผมรู้สึกเหมือนมีเมฆลงหนา... ฝนใกล้จะตกเหรือเปล่าล่ะนั่น?

ผมอยากบอกว่า ผมเกลียดฝนครับ เกลียดจริงๆ แต่ะคงได้แต่ภาวนาในใจไม่ให้มันตกลงมา

แต่ที่สำคัญคือ!

หมอนั้นทำหน้าเหมือนหมากินแฟ้บอีกแล้ว!! ชักอยากจะขยี้!!!

"อ...อะไรน่ะ..." ผมได้ยินหมอนั่นพูด ปากของมันอ้าค้าง... นี่จะเล่นมุกฝืดๆหรือไงนะ ผมไม่เอาด้วยหรอก... แต่! ผมรู้สึกเหมือนจู่ๆก็มีมือเย็นๆอันใหญ่เท่าหลังคาบ้านมากอดตัวผม มือสีดำที่เหมือนกับ... เหมือนกับจะกลืนกินร่างกายของผมก็ไม่ปราน!

แต่ถึงจะเป็นสัมผัสที่เย็น และหนาวเหน็บ... ตัวผมกลับเหมือนมีพลังและชีวิตชีวามากขึ้น... ผม... ผมไม่รู้ว่าจะอธิบายเป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ได้หรือเปล่า แต่... ถ้ามันทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น ผมก็จะลองดู!

หมอนั่นดูท่าทางจะหวาดกลัวผมขึ้นมาแล้วสิ! ผมรู้แค่เพียงว่าถ้าวันนี้ผมจัดการมันเรียบร้อย... มันก็จะไม่น่าแหยมมาหาเรื่องผมอีก

ก็เท่ากับว่า... ผมจะไม่มีอาหารเรียกน้ำย่อยก่อนข้าวเย็นสินะ......






ครับ ในวันนี้ เวลานี้... ไม่ผิดหรอกที่ผมอยู่ที่ชายหาดแห่งนี้


ตอนแรกผมนึกว่าผมจะไม่เจอกับมันแล้ว... แต่มันก็ยังอยู่ที่นี่เหมือนเดิม แถมยังไม่เหลือสภาพของคนที่ถูกเล่นงานเมื่อวานนี้อีก! แถมซ้ำมันยังทำปากกล้าเหมือนกับว่าเรื่องเมื่อวานแค่ฝันไป

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมรลุ้นระทึก... อยากจะรู้จริงๆว่ามันจะทำอะไรให้ผมเซอร์ไพรส์อีก!

เมื่อ 3 วันก่อน... หมอนั่นไม่ได้เรื่องเลย

เมื่อ 2 วันก่อน... สปีดของหมอนั่นเยี่ยมมาก ไม่ว่าจะรุกหรือรับ

เมื่อวาน... หมอนั่นปาไดนาไมต์เก่งขึ้น ทักษะการโจมตีดีขึ้น


แล้ววันนี้ล่ะ... วันนี้มันจะโชอะไร...


ผมสู้กับมันอย่างปกติไปพักใหญ่ๆ ก่อนที่ผมจะรู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองถูกกระตุ้น... ถูกกระตุ้นด้วยไดนาไมต์จรวดนั่นอีกครั้ง...

มุขเก่าๆน่ะ ผมเกลียดที่สุด!

พอผมคิดดังนั้น ตัวผมก็เย็นลงเรื่อยๆเหมือนกับเมื่อวานนั่นแหละ หมอนั่นทำหน้าเหวออีกแล้ว... อารมณ์คงจะประมาณว่าเจอกับราชสีห์เจ้าป่าละมั้ง!

ผมยังไม่อยากได้ใจเอาตอนนี้ แต่พอเห็นสายตาที่หวาดกลัวนั่นแล้วก็นึกครึ้มอยากจะเอาทอนฟานี้ฟาดอวดศักดาให้รู้แล้วรู้รอด... แล้วก็จริงอย่างที่ว่า พอหลังจากที่ผมฟาดไหล่ หน้า และได้เตะก้นมันที! ดูเหมือนว่ามันจะเซไปเซมาน่าสงสารอยู่หรอก

แล้วมันก็จ้องผมอยู่นาน... ไม่รู้ว่ามันคิดอะไร... แต่ผมอยากรู้จริงๆว่ามันคิดอะไร...

ดวงตาของมันดูจะโกรธแค้นผมไม่น้อย แต่ผมไม่สนหรอกนะ ก็นั่นเป็นดวงตาของผู้แพ้นี่

แต่แล้ว... สิ่งที่ผมไม่คาดคิดที่สุดก็ปรากฏขึ้นแล้ว...

ผมรู้สึกเหมือนมีลมหอบความหนาวเย็นยามค่ำคืนมาทางพวกเราทั้งสอง รอบกายของหมอนั่นก็มีควันแปลกๆออกมาเต็มไปหมด... ผมทั้งตกใจ ทั้งสงสัย ผมอยากรู้ว่าเกิดอะไรกับมัน พลันนั้นเองที่ผมรู้สึกปวดหัวแทบบ้าคลั่ง ราวกับว่าถูกแรงกดดันจากที่ในจินตภาพเล่นงาน พอมารู้สึกตัวอีกที ผมก็เห็นร่างนั้นพุ่งเข้ามาหาผม... ร่างนั้นถูกห่อหุ้มด้วยออร่าสีดำ... ไม่สิ! นั่นมันจิตสังหาร 100% แน่ๆ!!

พอรู้แบบนั้นก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก... ไม่คิดว่าโลกนี้จะมีคนอย่างผมด้วยนะ?

ผมขอถอนคำพูดคำว่า "ดวงตาของผู้แพ้" เมื่อครู่แล้วกัน!

ผมหลบไดนาไมต์ที่พัดโหมเข้าหาผม ฟาดมันกลับไปบ้างตามโอกาส บางครั้งก็พริ้วหนีตัวมันที่พุ่งมาเหมือนจะจัดการผมด้วยหมัดที่มันปล่อยๆเมื่อ 2 วันก่อน แต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าที่หมัดของหมอนี่ดูจะทรงพลังยิ่งกว่าเดิม!

หมอนั่นโจมตีผมอย่างบ้าคลั่ง... ทั้งความสามารถในการเตะต่อยและไดนาไมต์ที่คาดเดาไม่ถูกว่าจะมาทางไหน ความเสียหายรุนแรงและความน่าสะพรึงกลัวที่เหมือนกับพายุไต้ฝุ่นที่โหมกระหน่ำรุนแรง... นี่สินะ... ทีเรียกว่าพวกธาตุวายุ...

แต่ถ้าเช่นนั้น... ผมก็เหมาะกับธาตุเมฆาแล้วล่ะ ก็หลบพลิ้วซะขนาดนี้!
ผมชอบที่จะต่อสู้อย่างท้าทายเช่นนี้ ใช่แล้ว! ผมรอคนแบบนี้มานานมากตั้งแต่การหายตัวไปของอันธพาลแห่งโกคุโย -- โรคุโด มุคุโร่ -- แต่! วันนี้ ตรงนี้ เวลานี้! ผมกำลังเผชิญหน้าอยู่กับคนที่ผมไม่คิดว่า... จะแข็งแกร่ง

ไม่ทราบว่าผมคิดอะไรไปเพลินๆหรือเปล่านะ... แต่มารู้สึกอีกทีก็เหมือนกับโดนสันทอนฟาของตัวเองฟาดเปรี้ยงลงบนหน้า ผมรู้สึกเหมือนบริเวณจุดสัมผัสนั่นร้อนจนเหมือนจะเป่าให้แก้มของผมใหม้เกรียม... ยิ่งรู้ว่าเป็นทอนฟาของตัวเองก็ยิ่งรู้สึกเจ็บ... แต่... ไม่ใช่นี่นา!

สิ่งที่กระแทกหน้าของผมไม่ใช่ทอนฟา แต่เป็นไดนาไมต์ของเจ้านั่นต่างหาก!

ทำไม! ระยะห่างขนาดนั้น มันกลับขว้างไดนาไมต์ได้แรงขนาดนี้!

ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นท่าขว้างไดนาไมต์ที่เลียนแบบการเคลื่อนที่ของจรวดเชื้อเพลิง... แต่ถ้าเป็นแบบนั้น มันก็ต้องมีควันออกมาสิ... ยิ่งไปกว่านั้น! ไดนาไมต์ที่โนมาโดนผมไม่ได้จุดไฟ... แล้วมันจะโยนมาทำไมล่ะ!

ก็อันที่จุดไฟแล้วมันอยู่ใต้แทบเท้าของผมไงล่ะ!



มีต่อนะคะ!!! >>>>

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 31 Oct 2007, 21:35 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
ย๊ากกกกกก ตอนที่ 6 part 4/4 แล้วค่า~ >[]<!!!




นี่ผมคิดอะไรเพลินๆไปนานมากจนลืมตัวหรือไง! ว่าผมกำลังสู้กับที่ "ผมยอมรับ" อยู่นะ!!

ผมกระโดดหลบ ให้ตายสิ นี่ไม่ใช่วิถีของผมหรอกนะ แต่เวลาที่กระชั้นนั่นมันทำให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของผมมันประทุน่ะสิ!

ขณะที่ผมยังอยู่กลางอากาศและมองลงมาก็เห็นควันระเบิดนั่นหนาตา ผมรู้ว่าในกลุ่มควันนั่นต้องมีมันซ่อนอยู่ที่ไหนซักแห่ง เตรียมพร้อมที่จะสอยผมด้วยไดนาไมต์

แต่เปล่าเลย! ผมคาดผิดสนิท! หมอนั่นไม่ได้ส่งไดนาไมต์ทรงกระบอกตันๆให้ผม แต่กลับเป็นแรงกดอากาศที่ส่งผ่านมาเหมือนจะกรีดใบหน้าผม...

ผมพอจะเข้าใจทริคการโจมตีระยะไกลนี้แล้ว!!

ถึงผมจะยังไม่อยากเชื่อก็ตามว่าทฤษฎีที่ผมคิดได้จะเป็นจริง... แต่! ผมคงต้องเชื่อกิมย้งแล้วล่ะครับ!!

ทฤษฎีของการปล่อยหมัดนั่นคงจะเป็นการปลดปล่อยพลังงานจากจุดกึ่งกลางแก่นกายให้ไหลไปตามกล้ามเนื้อ แล้วปล่อยออกมาจากช่องทางเปิดชีพจร...

มันก็จะกลายเป็นพลังมหาศาล... ถ้าได้รับการฝึกฝนมากกว่านี้น่ะนะ!

ผมหลบซ้ายทีขวาที... ตอนที่อยู่ในสภาพปกติผมคงโดนเล่นงานไปนานแล้ว... แต่ตอนนี้! ผมกำลังดึงจิตสังหารของตนออกมาเล่นงานกับหมอนั่น... จิตสังหารที่ใครๆก็ว่ามันบริสุทธิ์ ปราศจากความเมตตา!

ผมสนุกมาก... สนุกจริงๆ

แต่ก็เหนื่อยมากๆจนอยากจะปดฉากการต่อสู้นี้ให้เร็วที่สุด...

พวกเราสู้กันนานมากพอสมควร... มารู้สึกตัวอีกทีก็นอนแผ่อยู่บนพื้นชายหาดด้วยกันแล้ว...

ผมรู้สึกเหนื่อยมากๆ... เหนื่อยจริงๆ เหนื่อยสุดๆเท่าที่ได้เคยออกแรงมา ผมรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อในกายจะฉีกขาดไปทั่วร่าง แต่ผมคงเว่อร์ คิดไปเองล่ะน่า... แล้วผมก็เบือนหน้าไปหาอีกคนที่นอนอยู่ข้างกายผม ...หมอนั่นม่อยหลับไปแล้ว คงจะเหนื่อยเหมือนกันสินะ... ก็ออกแรงเยอะขนาดนี้นี่นา

หมอนั่นคงไม่เคยใช้จิตสังหารเล่นงานใครมาก่อน... จะว่าไป ผมยังรู้สึกข้องใจจริงๆที่ทำไมคนพรรค์นี้ถึงมีจิตสังหารกล้าแกร่งระดับนั้นได้?

คนที่ผม.... อุตส่าห์ให้ชื่อว่าสัตว์กินพืช...

แต่หมอนั่นกลับต่างจากสัตว์กินพืชที่ผมเห็นตามโรงเรียน ท้องถนน ทั่วๆไป... บางทีผมคงต้องประเมินเขาใหม่...

เขาเก่ง... เก่งมากๆ...

แม้จะน้อยกว่าผมก็ตามที... แต่ใน 3 วันนี้ เขาทำให้ผมเห็นพัฒนาการและความลี้ลับที่(คาดว่า)ยังไม่ได้ถูกใครคนไหนค้นพบมัน... ความลี้ลับของพลังที่ผมคิดว่า... หากเขาคิดจะหยิบมันมาใช้จริงๆ น่ากลัว่ากรรมการนักเรียนจะยกโขยงมากี่คนก็คงจับไม่ได้...

ไม่สิ... ต้องบอกว่า ถ้าอันธพาลทั้งเมืองมารุมหมอนี่ ก็คงจะไม่ได้กลับไปสบายๆแน่...


ผมรู้สึกสนใจในความเล้นลับนั่น!


ความรู้สึกที่ไม่ได้มีมานานแบบนี้ ความรู้สึกยินดีที่ได้พบกับคนที่แข็งแกร่งเช่นนี้...


นี่หรือเปล่านะ... คือความรู้สึกของคนที่มีคู่แข่งแล้ว....






ลานก่อสร้างในยามค่ำคืนนี้ก็ยังดูเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นเศษเหล็ก กองอิฐที่ต่างก็วางอยู่ในตำแหน่งเดิม หรือแม้แต่คราบเลือดที่อยู่ ณ ลานโล่งกว้างนั่น -- แม้ว่ามันจะผ่านมากว่า 1 อาทิตย์ได้ แต่มันก็ไม่ได้เจือจางหายไปตามฝุ่นผงละอองดินหรอกนะ!

ยิ่งไปกว่านั้นคือความทรงจำทั้งหมดก็ไม่ได้หายไปไหนเช่นกัน!

โกคุเทระ ฮายาโตะหยุดยืนอยู่ที่กองเลือด... ที่ตรงนี้แหละที่อาทิตย์ก่อนเขาพลาดท่าให้กับเจ้าปิศาจร้ายนามเบลเฟกอน แล้วก็ถูกอีกนั่นแหละที่คราบเลือดที่เห็นนั่นเป็นของเขาแต่เพียงฝ่ายเดียว!

แต่จากนี้!!

มันจะไม่เป็นเช่นนั้นอีก ตั้งแต่บัดนี้และตลอดไป!!


โกคุเทระคิดพลางสูดอากาศเต็มปอด แม้จะได้กลิ่นคราวเลือด แต่ก็ไม่เป็นไร... ในเมื่อเลือดนั้นก็ของๆเขาเอง

เมื่อ 2 ชั่วโมงก่อน รีบอร์นปรากฏตัวขึ้นที่ชายหาด -- หลังจากที่ฮิบาริ เคียวยะหายไปจากที่นั้นแล้ว -- พร้อมๆกับที่บอกข่าวที่ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดีของการเคลื่อนไหวของเจ้าชายนั้น...

ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าทำไมมันไม่ส่งมาที่แกเอง แต่กลับส่งมาที่ฉัน นั่นเป็นเสียงของรีบอร์นที่เขาฟังดูก็รู้ว่าเด็กน้อยเองก็คิดไม่ตก แต่ยังไงซะ ฉันก็ไม่ได้บอกกับสึนะหรือใครหรอกนะ! วางใจได้เลย!

ใช่ วางใจได้เลย...

หากว่ารุ่นที่สิบและยามาโมโตะ หรือจะเป็นเบียงกี้ ชามาล ต้องมาเป็นห่วงว่าเขาจะรอดตายหรือไม่

ก็สู้ตายไป แล้วค่อยให้คุณรีบอร์นไปบอกก็ได้ไม่ดีกว่าเหรอ?

แต่! ฉันไม่มีทางตายเด็ดขาด!

ต่อให้ฉันต้องตาย มันเองก็ต้องตายด้วย!


โกคุเทระคิดพลางกำมืออย่างขึงขัง ดวงตาคู่สีเขียวทอประกายวาววับอย่างมีความหวังอันเร่าร้อนรุนแรง -- นึกไม่ออกเลย หากว่าเจ้าหัวสนามหญ้า เจ้าของดวงตาสุดหูรูดร้อนแรงนั่นมาเห็นเข้า จะฉุดเขาเข้าชมรมมวยมั้ยนะ?



"ชิชิชิชิ~"


นั่นไง... มันมาแล้ว!


"ยังดูเร่าร้อนเหมือนเดิมเลยนะ"



แล้วอะไรคือคำว่า 'เร่าร้อน' ที่ว่าน่ะ!!





"จะไม่ไปดูหน่อยหรอ สควอลโล่" ลุสซูเรียถามขึ้น ขณะที่เดินผ่านห้องนั่งเล่นนั้น สควอลโล่ที่ก่อยขาพาดไปบนชุดรับแขก ท่าทางเบื่อหน่ายเงยหน้าขึ้นมามองคู่สนทนา ก่อนจะส่ายหัวเนือยๆ

"แต่ดูเธอจะเป็นห่วงเบลไม่ใช่เหรอ?" ลุสซูเรียยังคงเซ้าซี้ถาม แต่คู่สนทนาก็ขี้คร้านจะตอบเช่นกัน

"ไม่ล่ะ" สควอลโล่ว่าพลางมองดูแก้วในมือ -- คราบของเหลวสีขาวขุ่นที่ยังคงเกาะขอบแก้วภายใน บ่งบอกว่าครั้งหนึ่งเคยมีนมอยู่เต็มแก้ว -- เมื่อ 3 นาทีก่อนเบลอยู่กับเขาที่นี่ แล้วก็ดื่มนมอุ่นๆในแก้วนี้

ปากบางนั้นยิ้มเป็นครั้งแรกในรอบ 1 อาทิตย์ที่เจ้าตัวหลับใหล

สควอลโล่ไม่ต้องตามเจ้าชายมานะ เสียงของเบลดังก้องในหัว ศึกครึ้งนี้เจ้าชายต้องชนะอยู่แล้ว เจ้าชายจะเอาศพเจ้าผู้พิทักษ์วายุแห่งวองโกเล่มาให้ได้... อ้ะ! แต่เจ้าชายไม่ให้ลุสซูเรียหรอกนะ!

หมอนั่นยิ้มร่าเริง...

พลางซดนมอุ่นๆนั่นหมดแก้วในรวดเดียว...

ขอบใจมาก สำหรับนมแก้วนี้นะ!

เบลว่าพลางแย้มรอยยอ้มกว้าง ก่อนจะหายลับไปจากโฟกัสของเขา...

การเคลื่อนที่ที่รวดเร็วนั่น... ราวกับคนละคน


"ฉันเชื่อมั่นในพลังของเบล" ในที่สุดสควอลโล่ก็กล่าวขึ้นมา ในขณะที่ลุสซูเรียเอียงศีรษะอย่างงุนงง

"ทำไมกันล่ะ?"



"เบลที่พวกเรารู้จักน่ะ... ไม่ได้มีแค่ด้านเดียวหรอกนะ"



[ ในตอนนั้นผมเชื่ออย่างนั้น... ถึงจะสังเกตเห็นลอยร้าวที่ปากแก้วก็เถอะ... ]


[ เพราะผมไม่เคยเชื่อในลางสังหรณ์หรอกนะ.... ]







ร่างสันทัดของเด็กชายผมสีทองยืนอยู่บนหลังแทงค์น้ำโลหะ รอยยิ้มสยองที่สะท้อนถาพในเรติน่าทำให้โกคุเทระจำได้ว่านั่นคือศัตรู -- ที่หมายชีวิตเขา -- ของเขาในคืนนี้...

คนๆที่เขาจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด!!

"ท่าทางจะเตรียมตัวมาดีนี่?" เสียงนั้นกล่าวทัก ก่อนเท้าทั้งสองนั้นจะลอยลงมาแตะกับพื้นใกล้ๆกับที่เขายืนอยู่ "หืม? แต่มือสั่นๆนะ"

จริงอย่างที่ว่านั่นแหละ มือของโกคุเทระสั่นรัวและเหมือนกล้ามเนื้อจะลั่นเปรี๊ยะ -- ไม่ใช่อาการหวาดกลัว หรือเกร็งเครียด -- แต่เป็นผลมาจากการต่อสู้เมื่อ 2 ชั่วโมงก่อน... การต่อสู้ของเขาและฮิบาริ เคียวยะ

คนที่เขาคิดว่า... มีค่าพอๆกับครูคนที่ 3 !

"ที่สั่นน่ะ เพราะมันทนนิ่งๆไม่อยู่แล้วหวะ!"

โกคุเทระก็ยังคงสูบบุหรี่อย่างที่เบลเกลียดเช่นเคย ในขณะที่เบลยังคงแสยะยิ้มกว้างอย่างที่ฌกคุเทระเกลียดเหมือนเดิม!!

ค่าความท้าทายในอากัปกิริยาของบุคคลทั้งสองดูจะพุ่งขึ้นจนปรอทวัดสั่นครอนด้วยใกล้จะถึงจุดระเบิด ขณะที่สายตาคู่สีเขียวและสายตา -- ที่ซ่อนอยู่ในเรือนผมทองนั่น --ของเบลจะสบประสานกัน ความจริงจัง เอาจริง และกระหายชัยเหมือนจะพุ่งเป็นเส้นตรงเข้าหากันและกัน -- สายตาที่ราวกับว่าจะกลืนกินฝ่ายตรงข้ามให้จมลงในความกลัวและโงหัวไม่ขึ้น!

ดูเผินๆอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่... ลมร้อน ลมหนาวดไดเลย จะสามารถพัดโบกความน่าสะพรึงของแรงกดดันนี้ให้หายไปได้!

ไม่รู้ว่าทั้งสองใช้พลังงานในร่างกายเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนให้ลอยไปรายรอบหรืออย่างไร แต่ความรู้สึกที่บอกได้แค่ว่าถ้าเอาถังน้ำมาตั้งไว้ น้ำต้องระเหยเป็นไอไปในพริบตาเป็นแน่แท้!



และในยามนี้...


...เสียงใบไม้ใบหนึ่งที่งตกลงสู้พื้น.... ก็ไม่ต่างอะไรกับเสียงกลองเปิดศึก...



ต่างฝ่ายต่างวิ่งเข้าหากันอย่างไม่ได้นัดหมาย... เตรียมพร้อมที่จะบดขยี้ให้ฝ่ายตรงข้ามให้เป็นฝุ่นผง!!!






[ ในตอนนั้น... พวกเราต่างไม่ได้ฉุกใจคิดเลยว่า ชะตากรรมของเราทั้งสองจะเปลี่ยนแปลงไปนับจากนาทีนี้... ]





To be continue -> ตอนที่ 7 (ยังไม่ได้ตั้งชื่อตอนแลยค่า TwT)


โอ้ววว วันนี้ก็ขอให้อ่านให้สนุกค่ะ

แล้วก็ต้องขอโทษด้วนะคะที่เอามาลงช้า แล้วก็ตอนต่อๆไปก็อาจจะช้า

ยังไงก็จะพยายามแต่งให้ได้เร็วที่สุดเลยค่ะ!

ขอบคุณมากๆค่ะ

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 31 Oct 2007, 21:40 
Rank: Giotto Sama
Rank: Giotto Sama
Joined: 20 Aug 2007, 23:24
Posts: 409
Location: R O M E '
อร๊างงงง~!!ตอนที่6.มาแว้ว!!

พอดีขอโทษนะครับที่อ่านมาตั้งแต่ตอนแรกแล้วแต่ไม่ได้มาเมนทเลย

พอดียุ่งๆกับเรื่องนูฯเรื่องนี้สุดๆอยากจะบอกว่าแต่งต่อไปนานๆนะจ๊า~สนุกจิงๆ55+

_________________


→ ✖ R i k u ' C r a z y ★
*|| E S 2 1 ' F a n s ||*
{__x American Football x__}
[ประธานสมาคมม่าคุงXเจ๊มาโม]


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 31 Oct 2007, 21:50 
Joined: 19 Sep 2007, 13:34
Posts: 678
Location: Vongola Family
โอยยยย จะเป้นรักกลางสนามรบมั้ยเนี่ย อยากอ่านเร็วๆจัง >w<


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 31 Oct 2007, 22:17 
User avatar
Joined: 08 Oct 2007, 21:14
Posts: 798
โอ๊ยยยย มันส์สุดๆๆๆๆไปเลยอ้ะ >_<!!! ยิ่งอ่านยิ่งมันส์ ยิ่งอ่านยิ่งลุ้นอ้ะ โอ๊กกกกก ชอบฉากบู๊ๆดุเดือดแบบนี้ที่ซรู้ดดดดดดเลยจ้า สำนวนของท่าน askrepios ดีขึ้นเยอะมากๆๆๆๆๆ อ่านไปแล้วยิ่งติดสุดๆเลยอ้ะ

กรี๊ดๆๆๆๆ :twisted: มันส์โว้ยยยย :twisted: :twisted:

รอลุ้นฉากปะทะตอนต่อไปอย่างแรง สมแล้วที่ท่านอยากแต่งตอนที่ 7 มาก อิอิ ข้าพเจ้ารออย่างใจจดใจจ่อเลยยย >O<!!! รีบเอามาลงนะคร้า~~~!!

ปล.รีบขอให้หายเหนื่อยไวๆจะได้รีบๆลง เพี้ยง! >.<!

_________________
Image

=THE PRINCE OF ABE TENNIS=
[แม้กระทั่งเรียวมะยังต้องหลบ!!!!]


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 31 Oct 2007, 22:26 
User avatar
Joined: 29 Sep 2007, 22:15
Posts: 338
Location: ความลับจ้า
โฮ แต่งได้เยี่ยมมากค่า
แต่ไอ้พวกนี้อ่านการ์ตูนกันด้วยหรอหลุดบ่อยแฮะ
โกกุเนี้ยยังพอว่า ในหนังสือมีหลุด ลูฟี่ มาตอนหนึ่ง
แต่ฮิบาริเนี้ย อะ อา ฮา

ปล.ฮิบะ กับ เบลเป็นพวกซาดิมส์เหมือนกันแฮะ

รีบแต่งต่อนะคะ

_________________
อยากกินลูกกวาด

Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 01 Nov 2007, 18:20 
User avatar
Joined: 18 Sep 2007, 18:29
Posts: 286
Location: Brioche sweetshop
โฮก...ให้หนูเบล

เบลเฟกอร์บันซายย~ กรี๊ดด

เกือบคิดว่าจะเปลี่ยเรื่องเป็น ฮิบะ*โหคุแล้วนะเนี่ย

แต่ว่าบอกได้คำเดียวค่ะ ว่า "สุดยอด"

_________________
Image
ย้ายบ้าน
http://cofactor.exteen.com

ผู้สนับสนุนตัวประกอบอย่างเป็นทางการ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 03 Nov 2007, 20:05 
Joined: 30 Sep 2007, 16:47
Posts: 1206
Location: Reborntfc
โอยโย๋ มันจริงๆเลยนิ เขียนซะเห็นภาพเลย
ฮิบาริเนี่ยก็ไม่ไหว นายเเน่มากโกคุ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 03 Nov 2007, 22:21 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
มาแล้วววว มาแล้วค่า~*

โอ๊ย โงหัวจากกองงานมา ก๊ากๆ
เพิ่งแต่งเสร็จหมาดๆ อ่านทวนดูแล้วงงๆ แต่ก็เอามาลงก่อนค่ะ

ถ้าไงก็จะแก้ให้เยอะๆเลย เหอะๆ


[Fic] Katakyo Hitman REBORN! : SM INSTINCT
Pairing : Belphegor , Gokudera Hayato
By : Sir Neer


7~* ศึกสุดท้าย... (1) Part 1/4



แทบจะในทันทีที่ได้ยิน ถุงกระดาษในมือก็ร่วงแผละลงกับพื้น บรรดาวัตถุดิบมื้อเย็นก็กลิ้งขลุกขลักไปบนพื้นถนนที่มืดสลัว

"อะไร? ทำไมต้องตกใจอย่างนั้นด้วย"

เสียงเข้มของฮิบาริคาดคั้น ขณะที่ดวงตาคู่คมสีดำนั้นก็มองแทรกผ่านนัยน์ตาคู่สีน้ำตาลที่ดูท่าจะตกใจไม่น้อยกับคำบอกเล่าเมื่อครู่ มือของยามาโมโตะ ทาเคชิยังคงค้างเติ่งอยู่ในอากาศ ราวกับว่าไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองได้ปล่อยถุงสินค้านั่นไปแล้ว

"ก... โกหก" ยามาโมโตะพูดแผ่วเบาจนเกือบจะเป็นรำพัน ฮิบาริเลิกคิ้วอย่างช่วยไม่ได้

"จะไม่เชื่อก็ได้นะ" ฮิบาริว่าพลางเดินผ่านเขาไปอย่างเงียบงัน

ทำไม... ทำไมไม่บอกฉัน!

ทำไมกัน...

คนที่รู้เรื่องสำคัญของนายเป็นคนสุดท้าย ต้องเป็นฉันด้วย...






ความเร็วของลมประทะกรีดหน้าราวกับเป็นเคียวสายลม รู้สึกแก้มเจ็บแปลบๆแต่ก็ไม่ได้มีผลใด โกคุเทระหรี่ตาลงเพื่อขับไล่ความเย็นของอากาศที่เสียดแทงเข้ามาในตายามที่เคลื่อนไหว

ไม่รู้ว่าเจ้าคนช้มีดเปลี่ยนทิศทางไปตั้งแต่เมื่อไร แต่เขาเห็นเส้นผมสีทองนั่นพุ่งเข้าไปในตัวอาคารศูนย์การค้าที่ยังสร้างไม่เสร็จ

ถ้าไม่ตามเข้าไป มีหวังว่า 3 วันก็คงไม่เสร็จศึกแน่ๆ

โกคุเทระวิ่งเข้าไปในตัวอาคารคอนกรีตเปลือย คงเพราะใช้ก่อสร้างศูนย์การค้า สถานที่นี้ถึงได้โล่งและกว้างขนาดนี้ แต่แม้จะโล่ง ก็ใช่ว่าจะหาเจ้าคนช้มีดได้ง่ายๆ ในเมื่อมันมืดออกซะขนาดนี้! ยิ่งไปกว่านั้นคือกลิ่นอับชื้นของปูนและอิฐที่กองระเนระนาดก็น่าแสบจมูกสุดๆ -- พลางมองซ้ายที ขวาทีอย่างตื่นตัวและระแวดระวัง

หมอนี่ไม่ได้อยุ่ที่นี่!
เขารับรู้หลังจากที่ใช้ประสาทรับความรู้สึกทั้ง 5 อย่างคุ้มค่า ก่อนที่จะวิ่งขึ้นไปยังบันไดเลื่อนที่ไม่มีไฟ -- มันก็มีค่าเท่ากับบันไดธรรมดาๆนั่นแหละ

ในตอนนั้นเองที่เขารู้สึกเหมือนมีน้ำอะไรราดลงมาที่บันได...
"อิ... อี๊!!" โกคุเทระครางในลำคอ ขณะที่รู้สึกว่าพื้นบันไดเหนียวเหนอะหนะจนไม่อยากก้าวเท้า พอได้กลิ่นคราวของของเหลวนั้น ต่อให้เป็นความมืดเขาก็รู้ได้ว่านี่เป็นเลือดชัวร์ๆ แต่จะเป็นเลือดของเบลหรือ? นเมื่อที่นี่มีพวกเขาเพียงสองคน... หรืจะเป็นเลือดของเขา... แต่... แต่ไม่มีแผลอะไรนี่น่า!!

บางที... พวกเขาอาจจะไม่ได้อยู่กันตามลำพัง...

แปะ...


"แหม ตามขึ้นมาจริงๆด้วย"


เสียงยียวนกวนประสาทของเบลดังขึ้น โกคุเทระมั่นใจว่ามาจากด้านบน เพราะเขาได้ยินเหมือนเสียงของเหลวที่ไหลงบนพื้น ก่อนวินาทีถัดมาเขาจะกระโดดถอยหลังไปเพื่อตั้งหลัก และมองไปยังเพดาน

เพียงแว่บเดียวที่เหมือนกับตาฝาด... เขาเห็นประกายสีแดงคล้ายๆกับตาของสิ่งมีชีวิต... แววตาที่เหมือนกับปิศาจดูดเลือดตัวฉกาจ... แววตาที่เหมือนกับจะกลืนกินความฝันและความสุขที่มีอยู่ทั้งหมดในชีวิตของเขา...

ดวงตาคู่นั้นมันอะไรกัน!!

คิดพลางก็รู้สึกเหมือนมีไออุ่นรดหลังคอ โกคุเทระสะดุ้งโหยงขณะที่ปฏิริยาตอบสนองรวดเร็วด้วยการยิงไดนาไมต์ขนาดจิ๋วที่ซ่อนไว้ใต้ปลอกแขนสีดำใส่เป้าหมาย

ไดนาไมต์ขนาดจิ๋วถูกตัดขาดเป็นสองท่อน ไม่เหลือเวลาให้ตกใจกับมุขเก่าๆ โกคุเทระก็ก้มตัวลงต่ำเพื่อหลบมีดนับสิบๆที่พุ่งเข้ามาเหมือนห่าฝนในแนวนอน

แต่ใช่ว่าเขาต้องหลบเสียอย่างเดียวซะเมื่อไร! โกคุเทระรูดไดนาไมต์ทรงกระบอกไปตามพื้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่มือแตะพื้น เสียงระเบิดดังลั่นตามมา ควันคละคุ้งไปหมด... หรือว่าเขาสู้อยู่ในร่มกันนะ ควันถึงได้เยอะขนาดนี้

ในวินาทีต่อมาที่เหมือนมีอะไรพุ่งออกมาจากกองอิฐ โกคุเทระกลิ้งตัวหลบไปทางซ้าย... แล้วก็มีพุ่งมาทางขวาอีก ก็เลยต้องตีลังกาลุกขึ้นทั้งๆที่อยู่ในท่านั่ง -- ซึ่งเป็นท่าแอ็คชั่นที่เขาติดมาจากภาพยนต์ฟอร์มยักษ์

ไอ้ที่พุ่งๆออกมาน่มันกลิ่นฉุนแสบจมูกไปเลยล่ะ!

ในที่สุดโกคุเทระก็ได้คำตอบว่าเลือดที่ราดอยู่ที่บันไดนั่นเป็นของใคร... อันที่จริงเรียกมันว่าตัวก็ได้ เพราะพวกมันเป็นหมาจอนจัด ...ท่าทางของมันเหมือนตัวจะยังอุ่นๆอยุ่ แสดงว่าคงจะเพิ่งตายสินะ?

พลันนั้นร่างที่คุ้นเคยของเจ้าชายนักสับก็เดินออกมาจากสถานที่ที่เกิดระเบิด หมอนั่นไม่ได้เป็นอะไรเลย อย่างมากก็แค่รอยเปื้อนมอมแมมจากฝุ่นผงที่เกาะตามเสื้อผ้ากระมัง...

"เจ้าชายรอแกตั้งนานแหนะ" เบลกล่าวทั้งที่ปากยังคงยิ้ม "ก็เลยหาอะไรเล่นๆไปก่อน... แต่มันก็ไม่สนุกเท่าไรหรอก"

"หนอย... แก!!" โกคุเทระกัดฟันกรอด... สุนัขข้างถนนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องมาตายไป... เหตุเป็นเพราะเขาขึ้นมาข้างบนช้า จะบอกว่าเป็นความผิดเขาก็ไม่ได้ แต่ต้องโทษความโรคจิตของไอ้คนหักห้ามใจตัวเองไม่อยู่ต่างหาก!!

"อ้าว เป็นอะไรไปละ" เบลถามเสียงใสเหมือนคนแกล้งโง่ ขณะขยับมุมปากยิ้มระเริง "อ๋อ... หมา 2 ตัวนั่นเป็นเพื่อนกับแกหรอ"

เพล้ง!

กระจกที่อยู่ด้านหลังตัวเบลแตกกระจายออก แต่เจ้าตัวที่อยู่ข้างหน้าก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะกลัวหรือตกใจอะไร ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่โกคุเทระลุกขึ้นยืน... ดวงตาคู่สีเขียวมองตรงไปยังศัตรูตัวฉกาจ

อะไรจะเลวร้ายปานนี้!

มันฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้าหรือไง!






โดนสายตาแบบนี้จ้องมาจะให้รู้สึกเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากบอกได้คำเดียวว่า "ตื่นเต้น"

แม้ว่านั่นจะไม่ใช่ดวงตาคู่สีแดงใต้เรือนผมสีเงินนั่น... แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงประกายตาที่ไม่ต่างกัน... ประกายตาที่ห่วงหา และเมตตาต่อผองสรรพสัตว์บนโลกนี้ -- ประกายตาที่เสแสร้งแกล้งทำซะไม่มี!

ประกายตาที่เขาเกลียดที่สุด...

ถ้าหากว่าดวงตาสวยๆคู่นั้นจะไร้ประกายวาววับนั่นชั่วรินันดร์ก็คงจะดีอยู่หรอก!!

ว้า... ไม่ได้อยากนึกถึงนักเลย

แต่ไหนๆก็อุตส่าห์โผล่มาแล้ว ตายไปพร้อมๆกันนั่นแหละ

แล้วโลกนี้ก็จะไม่มีคนเสแสร้งอย่างพวกแกอีกต่อไป!!







เบลเฟกอนไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ควรจะพุ่งเข้าหาอย่างยิ่ง แต่ยิ่งอยู่ไกลก็เหมือนจะเข้าทางมันด้วยเช่นกัน!

กระแสคมมีดวิ่งปราดผ่านชั้นอากาศจนได้ยินเสียงไหววูบ ถ้าไม่นับจำนวนมีดในมือของเบลแล้ว มีดที่บินมาก็ยังจะมีจำนวนมากมหาศาล แต่มันก็ใช่ว่าจะหลบไม่ได้ซะทีเดียว... เพราะช่องว่างข้างบนนั้นก็เป็นสิ่งที่เพียงพอสำหรับการหลบหนี -- โกคุเทระกระโดดตัวลอยข้ามผ่านมีดที่บินอยู่ใต้เท้า

แต่ก็เหมือนถูกจัดฉากและอ่านความได้ เบลที่ยินอยู่กับที่ยิ้มแก้มปริ ขณะที่ท้ายทอยของโกคุเทระจะสัมผัสกับสสารที่มีพื้นที่หน้าตัดน้อย

ให้ตาย! นี่ชั้นมาช้าถึงขนาดที่มันวางกับดักได้เลยเรอะ!

โกคุเทระคิดขณะที่มือก็เด้งขึ้นมาปัดสายด้ายนั่นอย่างจัง -- แม้จะรู้สึกเจ็บ แต่ก็ไม่เทียบเท่าทอนฟาแข็งๆเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน! -- ก่อนจะใช้มืออีกข้างรั้งตัวเองไว้ด้วยขื่อบนเพดาน

เมื่อได้ที่เกาะเกี่ยวก็ต้องสำแดงฝีมือ! มือข้างเดิมกับที่ปัดเส้นด้ายนั่นเต็มไปด้วยไดนาไมต์ -- ที่ชักออกมาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ -- เขาไม่ได้ปามันแต่กลับแบมือจนแท่งทรงกระบอกเหล่านั้นตกกราดลงบนพื้น -- ทั้งๆที่ยังไม่ได้จุดไฟเลยด้วยซ้ำ!

และในชั่วขณะนั้นเองที่เหล่าไดนาไมต์ทรงกระบอกได้หันหัวชนวนที่ยังไม่ติดไฟมาทางเบล แล้วด้วยเหตุผลทางกลไกใดไม่ทราบที่วัตถุพวกนั้นวิ่งพุ่งไปหาเบลราวกับกลุ่มรถทรงกระบอก ความเร็วของมันก็พอๆกับที่จะทำให้เสือชีต้าสละแชมป์!!

ถ้าจะบอกว่ามันใช้หลักการของจรวดเชื้อเพลิงก็คงจะผิดถนัด ก็ในเมื่อไม่มีควันที่ก้นกระบอก ยิ่งไปกว่านั้นไฟที่ชนวนก็ไม่ได้ติด ...แล้วจะให้อธิบายเป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ยังไงให้เป็นเรื่องจริง!!!

แต่ในตอนนั้นเอง! ที่เบลรู้สึกร้อนเหมือนกับอยู่ตรงหน้ากองไฟ และแสงสีแดงวูบวาบที่อยู่ใต้แทบเท้านั่นก็ทำให้เขาตกใจไม่น้อย!

ชั่วเวลาตั้งแต่ไดนาไมต์ปรากฏขึ้นในมือของโกคุเทระยันปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งบังเกิดขึ้น ก็ดูเหมือนจะกินเวลาไปราวๆ 2 วินาที... เวลากระชั้นเช่นนี้จะให้คิดว่าเป็นผู้ใช้เวทย์มนต์แห่งอัคคีแบบในนิยายก็ไม่แปลก!

บรึ้ม!!! ไดนาไมต์ประสานเสียนกึกก้อง ขณะที่กลุ่มควันจากกระบออกที่ไม่เหลือเค้าก็พุ่งเป็นม่านเหมือนจะปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง!

แรงระเบิดจากไดนาไมต์เหล่านั้นแรงพอๆกับที่จะทำให้ร่างของคนที่โดนแหลกเป็นจุล หรือใหม้เกรียมจนไม่เหลือเค้าโครง!! -- แต่มันก็ไม่ได้มีผลเสมอไป ในเมื่อคู่ต่อสู้ของเขาในวันนี้คือเบลเฟกอน -- นักฆ่าอัจฉริยะหรืออีกสมญาคือเจ้าชายนักสับ

แม้ว่าหมอนั่นจะเพิ่งสังเกตเห็นไฟที่ใต้แทบเท้าเมื่อครู่ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมันอยู่ในระดับอัจฉริยะพอๆกับที่คิดว่า หากใยแมงมุมในอาคารแห่งนี้สั่นไหว มันก็คงระแวดระวังตัวยิ่งกว่า

แล้วยิ่งเป็นของที่เห็นกันจะๆ คาตาอยู่นี่ก็คงไม่ต้องนึกสงสัย... มันหลบพ้นอยู่แล้ว!!

โดยไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ เบลที่เป็นฝ่ายกระโดดขึ้นก็ขว้างมีดนับสิบกระจัดกระจายออกไป โกคุเทระที่รู้อยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ดันฝ่ามือของตัวเองไปข้างหน้า พร้อมๆกับชุดไดนาไมต์นับสิบจะพุ่งออกตามที่ซ่อนใต้วงแขน

มีดเหล่านั้นเหมือนกับทำงานอย่างมีกลไก มันหันหัวเลี้ยวพุ่งไปตัดเหล่าไดนาไมต์ แต่กลับไม่เป็นดังคาดการณ์ ไดนาไมต์เหล่านั้นเองก็พุ่งปรี๊ดราวกับเร่งสปีดหลบเองได้!! แล้วยิ่งควันแปลกๆที่ให้ความรู้สึกคล้ายจรวดเชื้อเพลิงที่วิ่งปราดเข้ามานั่นแล้ว... เบลที่ค้างเติ่งอยู่บนเพดานก็ต้องรีบมุดตัวหนีลงยังพื้น

และก็ต้องใจชื้นขึ้นเมื่ออาณาเขตที่เลือกลงจอดเป็นที่ที่เดียวกับที่โกคุเทระยือยู่!

พลันนั้นเองที่เบลรู้สึกเหมือนมีแรงปะทะบางอย่างที่แก้มจนเป็นรอยเลือดคล้ายกับถูกมีดบาด ก็พอจะเข้าใจมุขเก่าที่เขาเคยใช้อยู่หรอก แต่ในเมื่อเขาโดนซะเองจะให้นิ่งเฉยอยู่ใย!

เป็นชั่ววินาทีที่โกคุเทระปลดปล่อยแรงจากกำลังภายในอย่างที่รีบอร์นสอน -- อันที่จริงเรียกว่าเป็นทฤษฎีของกิมย้งจะดีกว่า -- รู้สึกรอบๆร่างมีแรงดันอากาศที่พอจะป้องกันตัวเองจากกระแสมีดเหล่านั้น

แต่ในเมื่อสิ่งที่บึ่งมาไม่ใช่มีด แต่เป็นคน!

แล้วยิ่งในมือทั้งสองที่จับด้ามมีดเป็นสิบ ยี่สิบนั่นก็ใกล้เข้ามาเหมือนจะเสียดแทงคอหอยที่อยุ่แค่เอื้อม โกคุเทระตั้งสติก่อนจะถอยกรูดไปด้านหลัง กระนั้นเองที่ปลายเท้าของเบลแตะพื้นดินในระยะที่ห่างกันเพียง 2 คืบ! รอยยิ้มกว้างน่ารังเกียจนั่นฉายอยู่ใกล้แค่นิ้วเศษๆ ก่อนที่แสงสว่างวาบสีแดงจะบดบังทัศนะวิสัย และเสียงดังตูมที่มาพร้อมกับควันโขมง

โกคุเทระและเบลกระเด็นไปพร้อมๆกันในทิศทางเดียว ก่อนจะล้มลงและทรุดตัวลงกับพื้น...

นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่เขาถูกไดนาไมต์ของตัวเองเล่นงาน!!!

เนื่องจากไดนาไมต์ที่คล้ายกับการใช้หลักการของจรวดเชื้อเพลิงนั่นมีคุณสมบัติคล้ายจรวดติดตาม เบลจึงได้พยายามหลบแล้วกลบเกลื่อนด้วยการไม่ยี่หระ โดยการหยิบมีดนับสิบเตรียมโจมตีในระยะประชิด ส่วนตัวโกคุเทระที่ตั้งหลักอยู่บนพื้นก็บ้าจี้ระแวดระวังโดยที่ไม่ได้สังเกตไดนาไมต์ที่ตามหลังเบลมา... และนั่นจึงเป็นเหตุให้เขาได้รับลูกหลง... ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็นความจงใจมากกว่า จากไดนาไมต์เหล่านั้น... ไดนาไมต์ที่คาดหวังให้ไปปราบศัตรู!

น่าเจ็บใจ แต่ถ้ามัวเจ็บใจก็ใช่ที่!

โกคุเทระกระโดดลุกขึ้น ถอยห่างไปจากศัตรูจากระยะประชิด ก่อนที่จะกางขาออกตั้งหลักแม้ว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนในกายเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆจากแรงระเบิด



มีต่อนคะ >>>>

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 03 Nov 2007, 22:22 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
มาแล้วววว มาแล้วค่า~*

โอ๊ย โงหัวจากกองงานมา ก๊ากๆ
เพิ่งแต่งเสร็จหมาดๆ อ่านทวนดูแล้วงงๆ แต่ก็เอามาลงก่อนค่ะ

ถ้าไงก็จะแก้ให้เยอะๆเลย เหอะๆ


[Fic] Katakyo Hitman REBORN! : SM INSTINCT
Pairing : Belphegor , Gokudera Hayato
By : Sir Neer


7~* ศึกสุดท้าย... (1) Part 1/4



แทบจะในทันทีที่ได้ยิน ถุงกระดาษในมือก็ร่วงแผละลงกับพื้น บรรดาวัตถุดิบมื้อเย็นก็กลิ้งขลุกขลักไปบนพื้นถนนที่มืดสลัว

"อะไร? ทำไมต้องตกใจอย่างนั้นด้วย"

เสียงเข้มของฮิบาริคาดคั้น ขณะที่ดวงตาคู่คมสีดำนั้นก็มองแทรกผ่านนัยน์ตาคู่สีน้ำตาลที่ดูท่าจะตกใจไม่น้อยกับคำบอกเล่าเมื่อครู่ มือของยามาโมโตะ ทาเคชิยังคงค้างเติ่งอยู่ในอากาศ ราวกับว่าไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองได้ปล่อยถุงสินค้านั่นไปแล้ว

"ก... โกหก" ยามาโมโตะพูดแผ่วเบาจนเกือบจะเป็นรำพัน ฮิบาริเลิกคิ้วอย่างช่วยไม่ได้

"จะไม่เชื่อก็ได้นะ" ฮิบาริว่าพลางเดินผ่านเขาไปอย่างเงียบงัน

ทำไม... ทำไมไม่บอกฉัน!

ทำไมกัน...

คนที่รู้เรื่องสำคัญของนายเป็นคนสุดท้าย ต้องเป็นฉันด้วย...






ความเร็วของลมประทะกรีดหน้าราวกับเป็นเคียวสายลม รู้สึกแก้มเจ็บแปลบๆแต่ก็ไม่ได้มีผลใด โกคุเทระหรี่ตาลงเพื่อขับไล่ความเย็นของอากาศที่เสียดแทงเข้ามาในตายามที่เคลื่อนไหว

ไม่รู้ว่าเจ้าคนช้มีดเปลี่ยนทิศทางไปตั้งแต่เมื่อไร แต่เขาเห็นเส้นผมสีทองนั่นพุ่งเข้าไปในตัวอาคารศูนย์การค้าที่ยังสร้างไม่เสร็จ

ถ้าไม่ตามเข้าไป มีหวังว่า 3 วันก็คงไม่เสร็จศึกแน่ๆ

โกคุเทระวิ่งเข้าไปในตัวอาคารคอนกรีตเปลือย คงเพราะใช้ก่อสร้างศูนย์การค้า สถานที่นี้ถึงได้โล่งและกว้างขนาดนี้ แต่แม้จะโล่ง ก็ใช่ว่าจะหาเจ้าคนช้มีดได้ง่ายๆ ในเมื่อมันมืดออกซะขนาดนี้! ยิ่งไปกว่านั้นคือกลิ่นอับชื้นของปูนและอิฐที่กองระเนระนาดก็น่าแสบจมูกสุดๆ -- พลางมองซ้ายที ขวาทีอย่างตื่นตัวและระแวดระวัง

หมอนี่ไม่ได้อยุ่ที่นี่!
เขารับรู้หลังจากที่ใช้ประสาทรับความรู้สึกทั้ง 5 อย่างคุ้มค่า ก่อนที่จะวิ่งขึ้นไปยังบันไดเลื่อนที่ไม่มีไฟ -- มันก็มีค่าเท่ากับบันไดธรรมดาๆนั่นแหละ

ในตอนนั้นเองที่เขารู้สึกเหมือนมีน้ำอะไรราดลงมาที่บันได...
"อิ... อี๊!!" โกคุเทระครางในลำคอ ขณะที่รู้สึกว่าพื้นบันไดเหนียวเหนอะหนะจนไม่อยากก้าวเท้า พอได้กลิ่นคราวของของเหลวนั้น ต่อให้เป็นความมืดเขาก็รู้ได้ว่านี่เป็นเลือดชัวร์ๆ แต่จะเป็นเลือดของเบลหรือ? นเมื่อที่นี่มีพวกเขาเพียงสองคน... หรืจะเป็นเลือดของเขา... แต่... แต่ไม่มีแผลอะไรนี่น่า!!

บางที... พวกเขาอาจจะไม่ได้อยู่กันตามลำพัง...

แปะ...


"แหม ตามขึ้นมาจริงๆด้วย"


เสียงยียวนกวนประสาทของเบลดังขึ้น โกคุเทระมั่นใจว่ามาจากด้านบน เพราะเขาได้ยินเหมือนเสียงของเหลวที่ไหลงบนพื้น ก่อนวินาทีถัดมาเขาจะกระโดดถอยหลังไปเพื่อตั้งหลัก และมองไปยังเพดาน

เพียงแว่บเดียวที่เหมือนกับตาฝาด... เขาเห็นประกายสีแดงคล้ายๆกับตาของสิ่งมีชีวิต... แววตาที่เหมือนกับปิศาจดูดเลือดตัวฉกาจ... แววตาที่เหมือนกับจะกลืนกินความฝันและความสุขที่มีอยู่ทั้งหมดในชีวิตของเขา...

ดวงตาคู่นั้นมันอะไรกัน!!

คิดพลางก็รู้สึกเหมือนมีไออุ่นรดหลังคอ โกคุเทระสะดุ้งโหยงขณะที่ปฏิริยาตอบสนองรวดเร็วด้วยการยิงไดนาไมต์ขนาดจิ๋วที่ซ่อนไว้ใต้ปลอกแขนสีดำใส่เป้าหมาย

ไดนาไมต์ขนาดจิ๋วถูกตัดขาดเป็นสองท่อน ไม่เหลือเวลาให้ตกใจกับมุขเก่าๆ โกคุเทระก็ก้มตัวลงต่ำเพื่อหลบมีดนับสิบๆที่พุ่งเข้ามาเหมือนห่าฝนในแนวนอน

แต่ใช่ว่าเขาต้องหลบเสียอย่างเดียวซะเมื่อไร! โกคุเทระรูดไดนาไมต์ทรงกระบอกไปตามพื้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่มือแตะพื้น เสียงระเบิดดังลั่นตามมา ควันคละคุ้งไปหมด... หรือว่าเขาสู้อยู่ในร่มกันนะ ควันถึงได้เยอะขนาดนี้

ในวินาทีต่อมาที่เหมือนมีอะไรพุ่งออกมาจากกองอิฐ โกคุเทระกลิ้งตัวหลบไปทางซ้าย... แล้วก็มีพุ่งมาทางขวาอีก ก็เลยต้องตีลังกาลุกขึ้นทั้งๆที่อยู่ในท่านั่ง -- ซึ่งเป็นท่าแอ็คชั่นที่เขาติดมาจากภาพยนต์ฟอร์มยักษ์

ไอ้ที่พุ่งๆออกมาน่มันกลิ่นฉุนแสบจมูกไปเลยล่ะ!

ในที่สุดโกคุเทระก็ได้คำตอบว่าเลือดที่ราดอยู่ที่บันไดนั่นเป็นของใคร... อันที่จริงเรียกมันว่าตัวก็ได้ เพราะพวกมันเป็นหมาจอนจัด ...ท่าทางของมันเหมือนตัวจะยังอุ่นๆอยุ่ แสดงว่าคงจะเพิ่งตายสินะ?

พลันนั้นร่างที่คุ้นเคยของเจ้าชายนักสับก็เดินออกมาจากสถานที่ที่เกิดระเบิด หมอนั่นไม่ได้เป็นอะไรเลย อย่างมากก็แค่รอยเปื้อนมอมแมมจากฝุ่นผงที่เกาะตามเสื้อผ้ากระมัง...

"เจ้าชายรอแกตั้งนานแหนะ" เบลกล่าวทั้งที่ปากยังคงยิ้ม "ก็เลยหาอะไรเล่นๆไปก่อน... แต่มันก็ไม่สนุกเท่าไรหรอก"

"หนอย... แก!!" โกคุเทระกัดฟันกรอด... สุนัขข้างถนนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องมาตายไป... เหตุเป็นเพราะเขาขึ้นมาข้างบนช้า จะบอกว่าเป็นความผิดเขาก็ไม่ได้ แต่ต้องโทษความโรคจิตของไอ้คนหักห้ามใจตัวเองไม่อยู่ต่างหาก!!

"อ้าว เป็นอะไรไปละ" เบลถามเสียงใสเหมือนคนแกล้งโง่ ขณะขยับมุมปากยิ้มระเริง "อ๋อ... หมา 2 ตัวนั่นเป็นเพื่อนกับแกหรอ"

เพล้ง!

กระจกที่อยู่ด้านหลังตัวเบลแตกกระจายออก แต่เจ้าตัวที่อยู่ข้างหน้าก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะกลัวหรือตกใจอะไร ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่โกคุเทระลุกขึ้นยืน... ดวงตาคู่สีเขียวมองตรงไปยังศัตรูตัวฉกาจ

อะไรจะเลวร้ายปานนี้!

มันฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้าหรือไง!






โดนสายตาแบบนี้จ้องมาจะให้รู้สึกเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากบอกได้คำเดียวว่า "ตื่นเต้น"

แม้ว่านั่นจะไม่ใช่ดวงตาคู่สีแดงใต้เรือนผมสีเงินนั่น... แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงประกายตาที่ไม่ต่างกัน... ประกายตาที่ห่วงหา และเมตตาต่อผองสรรพสัตว์บนโลกนี้ -- ประกายตาที่เสแสร้งแกล้งทำซะไม่มี!

ประกายตาที่เขาเกลียดที่สุด...

ถ้าหากว่าดวงตาสวยๆคู่นั้นจะไร้ประกายวาววับนั่นชั่วรินันดร์ก็คงจะดีอยู่หรอก!!

ว้า... ไม่ได้อยากนึกถึงนักเลย

แต่ไหนๆก็อุตส่าห์โผล่มาแล้ว ตายไปพร้อมๆกันนั่นแหละ

แล้วโลกนี้ก็จะไม่มีคนเสแสร้งอย่างพวกแกอีกต่อไป!!







เบลเฟกอนไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ควรจะพุ่งเข้าหาอย่างยิ่ง แต่ยิ่งอยู่ไกลก็เหมือนจะเข้าทางมันด้วยเช่นกัน!

กระแสคมมีดวิ่งปราดผ่านชั้นอากาศจนได้ยินเสียงไหววูบ ถ้าไม่นับจำนวนมีดในมือของเบลแล้ว มีดที่บินมาก็ยังจะมีจำนวนมากมหาศาล แต่มันก็ใช่ว่าจะหลบไม่ได้ซะทีเดียว... เพราะช่องว่างข้างบนนั้นก็เป็นสิ่งที่เพียงพอสำหรับการหลบหนี -- โกคุเทระกระโดดตัวลอยข้ามผ่านมีดที่บินอยู่ใต้เท้า

แต่ก็เหมือนถูกจัดฉากและอ่านความได้ เบลที่ยินอยู่กับที่ยิ้มแก้มปริ ขณะที่ท้ายทอยของโกคุเทระจะสัมผัสกับสสารที่มีพื้นที่หน้าตัดน้อย

ให้ตาย! นี่ชั้นมาช้าถึงขนาดที่มันวางกับดักได้เลยเรอะ!

โกคุเทระคิดขณะที่มือก็เด้งขึ้นมาปัดสายด้ายนั่นอย่างจัง -- แม้จะรู้สึกเจ็บ แต่ก็ไม่เทียบเท่าทอนฟาแข็งๆเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน! -- ก่อนจะใช้มืออีกข้างรั้งตัวเองไว้ด้วยขื่อบนเพดาน

เมื่อได้ที่เกาะเกี่ยวก็ต้องสำแดงฝีมือ! มือข้างเดิมกับที่ปัดเส้นด้ายนั่นเต็มไปด้วยไดนาไมต์ -- ที่ชักออกมาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ -- เขาไม่ได้ปามันแต่กลับแบมือจนแท่งทรงกระบอกเหล่านั้นตกกราดลงบนพื้น -- ทั้งๆที่ยังไม่ได้จุดไฟเลยด้วยซ้ำ!

และในชั่วขณะนั้นเองที่เหล่าไดนาไมต์ทรงกระบอกได้หันหัวชนวนที่ยังไม่ติดไฟมาทางเบล แล้วด้วยเหตุผลทางกลไกใดไม่ทราบที่วัตถุพวกนั้นวิ่งพุ่งไปหาเบลราวกับกลุ่มรถทรงกระบอก ความเร็วของมันก็พอๆกับที่จะทำให้เสือชีต้าสละแชมป์!!

ถ้าจะบอกว่ามันใช้หลักการของจรวดเชื้อเพลิงก็คงจะผิดถนัด ก็ในเมื่อไม่มีควันที่ก้นกระบอก ยิ่งไปกว่านั้นไฟที่ชนวนก็ไม่ได้ติด ...แล้วจะให้อธิบายเป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ยังไงให้เป็นเรื่องจริง!!!

แต่ในตอนนั้นเอง! ที่เบลรู้สึกร้อนเหมือนกับอยู่ตรงหน้ากองไฟ และแสงสีแดงวูบวาบที่อยู่ใต้แทบเท้านั่นก็ทำให้เขาตกใจไม่น้อย!

ชั่วเวลาตั้งแต่ไดนาไมต์ปรากฏขึ้นในมือของโกคุเทระยันปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งบังเกิดขึ้น ก็ดูเหมือนจะกินเวลาไปราวๆ 2 วินาที... เวลากระชั้นเช่นนี้จะให้คิดว่าเป็นผู้ใช้เวทย์มนต์แห่งอัคคีแบบในนิยายก็ไม่แปลก!

บรึ้ม!!! ไดนาไมต์ประสานเสียนกึกก้อง ขณะที่กลุ่มควันจากกระบออกที่ไม่เหลือเค้าก็พุ่งเป็นม่านเหมือนจะปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง!

แรงระเบิดจากไดนาไมต์เหล่านั้นแรงพอๆกับที่จะทำให้ร่างของคนที่โดนแหลกเป็นจุล หรือใหม้เกรียมจนไม่เหลือเค้าโครง!! -- แต่มันก็ไม่ได้มีผลเสมอไป ในเมื่อคู่ต่อสู้ของเขาในวันนี้คือเบลเฟกอน -- นักฆ่าอัจฉริยะหรืออีกสมญาคือเจ้าชายนักสับ

แม้ว่าหมอนั่นจะเพิ่งสังเกตเห็นไฟที่ใต้แทบเท้าเมื่อครู่ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมันอยู่ในระดับอัจฉริยะพอๆกับที่คิดว่า หากใยแมงมุมในอาคารแห่งนี้สั่นไหว มันก็คงระแวดระวังตัวยิ่งกว่า

แล้วยิ่งเป็นของที่เห็นกันจะๆ คาตาอยู่นี่ก็คงไม่ต้องนึกสงสัย... มันหลบพ้นอยู่แล้ว!!

โดยไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ เบลที่เป็นฝ่ายกระโดดขึ้นก็ขว้างมีดนับสิบกระจัดกระจายออกไป โกคุเทระที่รู้อยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ดันฝ่ามือของตัวเองไปข้างหน้า พร้อมๆกับชุดไดนาไมต์นับสิบจะพุ่งออกตามที่ซ่อนใต้วงแขน

มีดเหล่านั้นเหมือนกับทำงานอย่างมีกลไก มันหันหัวเลี้ยวพุ่งไปตัดเหล่าไดนาไมต์ แต่กลับไม่เป็นดังคาดการณ์ ไดนาไมต์เหล่านั้นเองก็พุ่งปรี๊ดราวกับเร่งสปีดหลบเองได้!! แล้วยิ่งควันแปลกๆที่ให้ความรู้สึกคล้ายจรวดเชื้อเพลิงที่วิ่งปราดเข้ามานั่นแล้ว... เบลที่ค้างเติ่งอยู่บนเพดานก็ต้องรีบมุดตัวหนีลงยังพื้น

และก็ต้องใจชื้นขึ้นเมื่ออาณาเขตที่เลือกลงจอดเป็นที่ที่เดียวกับที่โกคุเทระยือยู่!

พลันนั้นเองที่เบลรู้สึกเหมือนมีแรงปะทะบางอย่างที่แก้มจนเป็นรอยเลือดคล้ายกับถูกมีดบาด ก็พอจะเข้าใจมุขเก่าที่เขาเคยใช้อยู่หรอก แต่ในเมื่อเขาโดนซะเองจะให้นิ่งเฉยอยู่ใย!

เป็นชั่ววินาทีที่โกคุเทระปลดปล่อยแรงจากกำลังภายในอย่างที่รีบอร์นสอน -- อันที่จริงเรียกว่าเป็นทฤษฎีของกิมย้งจะดีกว่า -- รู้สึกรอบๆร่างมีแรงดันอากาศที่พอจะป้องกันตัวเองจากกระแสมีดเหล่านั้น

แต่ในเมื่อสิ่งที่บึ่งมาไม่ใช่มีด แต่เป็นคน!

แล้วยิ่งในมือทั้งสองที่จับด้ามมีดเป็นสิบ ยี่สิบนั่นก็ใกล้เข้ามาเหมือนจะเสียดแทงคอหอยที่อยุ่แค่เอื้อม โกคุเทระตั้งสติก่อนจะถอยกรูดไปด้านหลัง กระนั้นเองที่ปลายเท้าของเบลแตะพื้นดินในระยะที่ห่างกันเพียง 2 คืบ! รอยยิ้มกว้างน่ารังเกียจนั่นฉายอยู่ใกล้แค่นิ้วเศษๆ ก่อนที่แสงสว่างวาบสีแดงจะบดบังทัศนะวิสัย และเสียงดังตูมที่มาพร้อมกับควันโขมง

โกคุเทระและเบลกระเด็นไปพร้อมๆกันในทิศทางเดียว ก่อนจะล้มลงและทรุดตัวลงกับพื้น...

นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่เขาถูกไดนาไมต์ของตัวเองเล่นงาน!!!

เนื่องจากไดนาไมต์ที่คล้ายกับการใช้หลักการของจรวดเชื้อเพลิงนั่นมีคุณสมบัติคล้ายจรวดติดตาม เบลจึงได้พยายามหลบแล้วกลบเกลื่อนด้วยการไม่ยี่หระ โดยการหยิบมีดนับสิบเตรียมโจมตีในระยะประชิด ส่วนตัวโกคุเทระที่ตั้งหลักอยู่บนพื้นก็บ้าจี้ระแวดระวังโดยที่ไม่ได้สังเกตไดนาไมต์ที่ตามหลังเบลมา... และนั่นจึงเป็นเหตุให้เขาได้รับลูกหลง... ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็นความจงใจมากกว่า จากไดนาไมต์เหล่านั้น... ไดนาไมต์ที่คาดหวังให้ไปปราบศัตรู!

น่าเจ็บใจ แต่ถ้ามัวเจ็บใจก็ใช่ที่!

โกคุเทระกระโดดลุกขึ้น ถอยห่างไปจากศัตรูจากระยะประชิด ก่อนที่จะกางขาออกตั้งหลักแม้ว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนในกายเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆจากแรงระเบิด



มีต่อนคะ >>>>

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 03 Nov 2007, 22:25 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
ตอนที่ 7 Part 2/4




เบลที่ไม่ได้แต่จะขยับเขยื้อนแต่เหมือนจะนิ่งไปเลยด้วยซ้ำ เลือดที่แผ่นหลังใต้เสื้อเว้าแหว่งนั่นพุ่งเป็นสาย -- โกคุเทระรู้สึกสังหรณ์ขึ้นมาได้ถึงอาการคลั่งที่เหมือนกับจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

"ชิชิชิ" เด็กชายผมสีทองหัวเราะ -- โกคุเทระมั่นใจว่าเขาสังหรณ์ไม่ผิด -- ขณะที่ใช้มือลูบเส้นผมสีทอง ก่อนเข่าทั้งสองจะดีดขึ้นจากพื้น เบลที่ยืนขึ้นเหมือนมีท่าทางเซๆ ขณะที่ปลายเท้าทั้งสองก็ก้าวเข้ามา และพร้อมจะโงนเงนล้มลง... คล้ายจะหมดแรง

แต่เปล่าเลย! คนตรงหน้ากำลังฟื้นฟูสภาพจิต(?)ที่ได้เห็นเลือดเนื้อเชื้อพระวงศ์ของตนเองอยู่!!

"เลือด... เลือดของเจ้าชาย" เบลพร่ำขึ้นขณะที่รอยยิ้มก็ยิ่งปริกว้าง โกคุเทระรู้สึกดีว่าต้องถอย... ถอยออกไปเพื่อตั้งหลักรับการโจมตีที่จะมาถึงในไม่ช้า "เลือดของเชื้อพระวงศ์... เจ้าชายคิดถึง... คิดถึงจริงๆ"

ถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่าต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ และไม่ได้ลืมไปเสียสนิทที่จะเตรียมแผนสำรองไว้กับสถานการณ์เช่นนี้!

แต่ในเมื่อ... สิ่งที่ไม่คาดฝันยิ่งกว่านั้นได้เกิดขึ้น...






"อ... อย่าตามมาซี่!!!"


เสียงทุ้มร้องประท้วง ขณะที่ฝีเท้าก็ไม่หย่อนหยุด แถมยังโยกซ้ายที ขวาทีเพื่อหนีคมดาบยาวของคนด้านหลัง

"แกนั่นแหละ ไอ้หนู!" สควอลโล่ตวาด ขณะที่มือขวาก็กระหน่ำหวดด้ามดาบใส่คนที่กำลังจะชิ่งหนี!

"เราไม่ได้มีความแค้นอะไรกันนี่นา!" ยามาโมโตะร้อง ขณะที่เริ่มรู้สึกว่าต้องสำแดงฤทธีเพื่อที่จะทิ้งห่าง "ตอนนี้ฉันรีบมากๆด้วย!"

"จุดหมายของแกมันก็ที่เดียวกันกับชั้นนั่นแหละ!!" สควอลโล่ตวาด ก่อนจะรับคมดาบญี่ปุ่นของคนตรงหน้าอย่างคล่องแคล่ว "แต่ฉันอยากไปคนเดียวเฟ้ย!!"

ไม่รู้ว่าเมื่อไรกันที่คนตรงหน้าดูจะมีนิสัยเหมือนฮิบาริ -- ชอบอยู่คนเดียว เบื่อการสุมหัว -- ยามาโมโตะรู้สึกหนักใจที่จะต้องปะมือกับเจ้าคนที่รับมือยาก หนำซ้ำตอนนี้เขาก็ไม่มีเวลาพอที่จะฟาดฟันเพื่อชิงตำแหน่งผู้ชมระดับ VIP หรอกนะ!!

"นี่ๆ อย่าขี้ตืดนักเลยน่า!!" ยามาโมโตะพูดขณะที่กุมดาบในมือและจ่อตรงๆที่ลำคอของสควอลโล่ "เราไปด้วยกัน ก็ใช่ว่าที่มันจะแคบลงซะเมื่อไร!"

"ฮึ!" แต่ไม่ทราบว่าใช้วิถีก้าวพริบตาหรืออย่างไร ร่างสูงของสควอลโล่จึงได้อยู่ไกลริบ จนดูราวกับว่าไม่เคยได้จลดดาบลงที่ขาวขาวๆนั่น! "อย่ามาพูดเหมือนจะเป็นเพื่อนกันหน่อยเลย!!"






ถ้าให้เทียบระหว่างฮิบาริ เคียวยะกับเบลเฟกอนแล้ว... ดูท่าว่านี่จะร้ายแรงกว่าที่เขาเคยพบเสียอีก

ร่างสูงบางของเด็กชายผมสีทองตระหง่านตรงหน้าไม่เคยทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่นได้เท่ากับเวลานี้... เวลาที่ร่างนั้นถูกดูดกลืนด้วยความดำมืดของไอสังหารที่เหมือนจะรวบรวมจากทุกสารทิศทั่วแห่งหนซอกมุมโลก ความน่าสลดหดหู่ที่เหมือนบีบบี้ร่างกายให้แหลกเหลวโรยตัวหนาในชั้นบรรยากาศ ยิ่งเพิ่มกลิ่นคราวให้กับกองเลือดที่น่าจะชาชินไปแล้ว แต่กระนั้นโกคุเทระก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าร่างกายของเขากำลังสั่นเทา สติสตังที่ยังยากจะกู่กลับก็ยังคงรู้สึกหวาดหวั่น แม้ว่าในใจจะเตรียมพร้อมรออยู่แล้ว

เย็นไว้... เย็นไว้...

คิดสิ... คิดสิว่าต้องทำอะไรดี!!


พอได้อยู่นิ่งๆก็เหมือนจะมีสมาธิมากขึ้น ภาพของฮิบาริ เคียวยะที่ถือทอนฟาพร้อมหวดลอยมาแต่ไกล ตอนนั้นเองที่เขานึกขึ้นได้ถึงคำพูดของหมอนั่นที่พูดกับเขาเมื่อวาน... ตอนที่เขากำลังตกใจกับภาพของมัน

'เป็นอะไรไปล่ะ โกคุเทระ ฮายาโตะ'

'กับแค่จิตสังหาร ทำเป็นหวาดไปได้'


ใช่! หน้าไหนๆก็มักจะดูถูกเช่นนั้น... แต่จะไม่ให้ถูกได้ไง ก็ในเมื่อจิตสังหารที่เห็นนี่มัน... มืดมลเสียยิ่งกว่าเปรียบเป็นก้นบึ้งของสีดำเลยด้วยซ้ำ!

เบลเฟกอนในตอนนี้ดูจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เขาจะชนะด้วยการต่อสู้แบบธรรมดาดั้งเดิม ราวกับว่าต้องการการทัดเทียมกัน... หากเบลใช้จิตสังหารเข้าข่ม ตัวเขาก็จำต้องใช้จิตสังหารนั่นเช่นกัน

แต่... เขาจะไปมีไอ้ของพรรค์นั้นได้ยังไง

ในเมื่อ... เขาไม่ได้มีจิตใจที่จะฆ่าใครตั้งแต่ต้น

จะว่าไป การฆ่าคนก็เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยทำ และไม่คิดอยากที่จะทำ... ตั้งแต่รู้จักการต่อสู้มาก็รู้แค่ว่าต้องทำให้คู่ต่อสู้หมดสภาพเท่านั้นจึงจะเรียกว่าชนะ... ไม่เคยที่จะปลิดชีพคนเหล่านั้นจึงเรียกว่าชนะเสียหน่อย... แต่ทำไมกัน... ในตอนนี้เขาถึงได้รู้สึกเหมือนกับว่า เขาไม่สมารถที่จะทำให้คนตรงหน้าหมดสภาพได้โดยไม่ฆ่าฟัน!

แล้วถ้าจิตสังหารที่ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักฆ่าแล้วละก็ อย่างเขาจะไปมีเหรอ!

'ฉันจะขยี้แก'

เป็นคำพูดที่ฮิบาริ เคียวยะคนนั้นพูดอยู่บ่อยๆ คำว่าขยี้นี่ก็น่าจะหมายถึงปลิดชีพปลิดชีวิต แต่ไม่เคยปรากฏว่าเขาหมดลมหายใจเพราะถูกฮิบาริฆ่าเลยสักครั้ง -- แน่นอน ไม่เช่นนั้นเขาก็คงไม่ยืนอยุ่ที่นี่ -- หรือถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ฮิบาริก็ต้องฆ่าคนมานักต่อนักแล้วสิ จึงได้มีจิตสังหารอันน่ากลัวเช่นนั้น?

ถ้าคิดจากกรณีของฮิบาริแล้ว ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง

จะว่าไปแล้ว... เบลเฟกอนกับฮิบาริก็มีอะไรที่เหมือนๆกันมาก

สองคนนั้นมีความเร็วในระดับอัจฉริยะ และทริคการโจมตีที่ชาญฉลาด หนำซ้ำยังมีสัญชาตญาณและพละกำลังที่เหนือกว่าคนอื่นๆ แล้วไหนจะจิตสังหารกล้าแกร่ง...

จิตสังหารเยือกเย็น... ที่เหมือนเป็นโลหะที่พร้อมจะเสียดแทงทุกอณูผิวให้หลั่งเลือดโดยไม่ต้องออกแรงมากมายนัก!!

'แกเป็นใครกัน.. แกไม่ใช่โกคุเทระ ฮายาโตะที่ฉันรู้จักแน่ๆ'

แล้วจู่ๆเสียงของฮิบาริก็ดังขึ้นในหัว พร้อมๆกับภาพของใบหน้าคมๆนั่นแสดงความตกใจถึงขีดสุด... แต่... โกคุเทระจำไม่ได้ว่าหมอนั่นพูดกับเขาตอนไหนกัน

ตอนไหนกันนะ?

ที่หมอนั่น... ทำหน้าอย่างนั้น... พูดอย่างนั้น....

อะไรกัน... จำไม่ได้เลย

จำไม่ได้... จริงๆ


"เป็นอะไรไปละ สโมกกิ้งบอมบ์" เสียงกวนๆของเบลดังขึ้นปลุกให้โกคุเทระตื่นจากภวังค์ เสียงนั้นใกล้มาก... ใกล้มากจนเหมือนกับถูกกระซิบที่หู

ลมหายใจเย็นที่รดท้ายทอยทำเอาโกคุเทระรู้สึกเหมือนถูกโลหะเสียดแทง ใบหน้าของคนที่สูงกว่าไม่เท่าไรอยุ่ใกล้เพียงไม่ถึงคืบหากวัดจากด้านหลัง มือของหมอนั่นจับหมับที่ศอกขวาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ ขณะที่โกคุเทระกั้นหายใจราวกับได้กลิ่นแก๊สพิษ





มีต่อนะคะ >>>>

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 03 Nov 2007, 22:30 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
ตอนที่ 7 part 3/4

เร็วมาก! ตั้งแต่เมื่อไรกัน!

แต่แทนที่จะคิดให้สติเตลิดไปมากกว่านี้ โกคุเทระจึงดันศอกที่ถูกจับไว้ไปข้างหลัง สัมผัสกับความว่างเปล่า -- ขณะที่ลมหายใจเยือกนั้นหายไปแล้ว -- ขาซ้ายถูกยกขึ้นเพื่อหลบมีด 3 เล่มที่ปามา ก่อนจะตีลังกากลับหลังเพื่อหาช่องทางในการหนี

โกคุเทระวิ่งรี่ไปในความมืดที่มองอะไรไม่เห็น พลางสำรวจตรวจสอบที่ศอกเผื่อว่าจะมีเส้นด้ายอะไรพาดมาเหมือนกับตอนที่ถูกสัมผัสครั้งแรกหรือเปล่า -- แต่เขาก็ไม่ได้พบอะไรที่ผิดไปจากเดิม พอรุ้ดังนั้นก็หยุดฝีเท้ากึก ก่อนจะควักไดนาไมต์ในกางเกงขึ้นมาตั้งท่า ราวกับว่ารอยยิ้มนั่นปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว

ในตอนนั้นเองที่มีดคมจำนวนไม่มากแล่นผ่านช่วงท้องไป ทำเอาสะดุ้ง แต่ก่อนที่จะตกใจไปมากกว่านี้ก็คงต้องเอี้ยวตัวหลบใบมีดที่อยู่ๆก็พุ่งจากเพดานลงมา... ก่อนจะปักลงสู่พื้นที่เขาเคยยืนอยู่ และทำมุมตั้งฉากกับพื้น

ตั้งฉาก?

หรือว่าหมอนั่นอยู่ข้างบน!


ทันทีที่คิดได้ โกคุเทระเทระก็ขว้างไดนาไมต์เป็นชุดขึ้นไปยังตำแหน่งบนที่เขาเคยยืนอยู่...

แกร๊ก แกร๊ก แกร่ก!! เสียงของไดนาไมต์พุ่งชนเพดาน ก่อนที่โกคุเทระจะเอี้ยวตัวหลบกลุ่มไดนาไมต์ที่เด้งกลับมายังตัวเอง!

เป็น... เป็นไปไม่ได้!

ก็ในเมื่อเมื่อครู่มันยังปามีดจากตรงนั้นเลยนี่นา!


อาจเป็นเพราะความมืดที่ทำให้เขาไม่เห็นเพดาน -- เพดานของห้องนี้เตี้ยมาก ชนิดที่ว่าอีก 1 ฟุตหัวเขาก็คงจะชนเพดานแล้ว! -- โกคุเทระก็ไม่มีเวลามากพอที่จะตกใจกับเหล่าไดนาไมต์มากนัก เขาวิ่งสุดฝีก้าวออกไปยังทางเดิม... ก่อนที่เสียงไดนาไมต์ระเบิดจะตามมา

และตามมาด้วยเสียงหัวเราะที่น่ารังเกียจนั่น...

"ชิชิชิ อยู่นี่เองเหรอ!!" เบลกล่าวเสียงใส ขณะที่ตวัดชุดมีดหลายสิบเล่มไปทางปากประตูเล็กๆนั่น -- โกคุเทระวิ่งหนีมันรวดเร็ว ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่าที่มีดเหล่านั้นมันเพิ่มความเร็วขึ้นเหมือนกับติดจรวด!

โกคุเทระรู้สึกโกรธตัวเองที่วู่วาม จากที่จะอัดมันด้วยไดนาไมต์ก็ต้องกลายเป็นหลบมันเพราะมันรู้ที่อยู่ของเขา!

แต่เขาก็รู้ว่ามันอยู่ข้างหน้าเขา แม้ว่ามันจะมืดสนิท แต่หลักฐานการยืนยันนั้นก็คือเล่มมีดที่ปักลงมาตรงๆใกล้กับที่เขายืนอยู่

ตึง!!

แต่ก่อนที่จะได้โยนไดนาไมตืในกำมืออีกครั้ง... จู่ๆร่างของเขาก็ลอยล่องไปชนกำแพงตึงใหญ่ แต่ก่อนที่ร่างจะค่อยๆไถลจากกำแพงลงสู่พื้น ก็เหมือนมีมืออุ่นมาโอบอุ้มเขาไว้... และเป็นอีกครั้งที่เหมือนกับร่างของเขาพุ่งไปในอากาศ รู้สึกแสบใบหน้า แขน และขาที่ไม่ทราบว่าได้บาดแผลตั้งแต่เมื่อไร!

โครม!!!

มารู้สึกตัวอีกทีก็กระแทกพื้นหงายตัวในความมืดเสียแล้ว!

ความมืดที่เขาไม่อาจจะมองเป็นอะไรได้ แม้แต่มือของตนเอง!

ชิ! ทำไมมันเร็วอย่างนี้!

เสียงวูบไหวดังมาจากข้างหน้า โกคุเทระกลิ้งตัวหลบปลายมีดนั่นอย่างคลอ่งแคล่ว -- แม้จะรู้สึกปวดตามตัวเพราะกระแทกกำแพงและพื้นเมื่อครู่ -- ก่อนจะกลิ้งไปอีกครั้งเพื่อหลบมีดอีกชุด ก่อนมือจะแตะพื้น และมือนั่นก็ปล่อยไดนาไมต์ให้รูดครูดไปกับพื้น และในวินาทีต่อมาก็เกิดแสงสีแดงวูบขึ้น ทำให้ทัศนะวิศัยของเขาดีขึ้น!

ห้องๆนี้ค่องข้างจะแคบเล็ก อีกทั้งยังไม่มีช่องระบายอากาศอีกด้วย!

และไม่ห่างจากเขาไปเกือบ 5 เมตรก็มีเบลยืนอยู่จริงๆ!

พอเห็นเพียงเท่านั้นก็มีเสียงระเบิดของไดนาไมต์ดังขึ้นพรอ้มๆกับที่กลุ่มควันจับตัวหนาปกคลุมทัศนวิสัยอีกครั้ง ตัวเขาที่เก็บลายละเอียดของห้องที่อยู่ไว้เรียบร้อยก็กระโดดลุกขึ้น ก่อนจะรู้สึกแสบจมูกไปหมดด้วยพิษควันของไดนาไมต์

"จะบอกว่าโง่หรือเซ่อกันนะ ที่จุดไดนาไมต์ในห้องปิดตายแบบนี้!" เสียงกวนของเบลดังขึ้น ก่อนที่เสียงร้องจากสัญญาณเตือนในห้องจะดังขึ้น

อะไรกัน? ในตึกที่สร้างไม่เสร็จเช่นนี้จะมีไฟฟ้าและเซนเซอร์ใช้ได้ไง!

และในนาทีต่อมาก็ราวกับฝนตกกระหน่ำ ทั้งตัวของเขาเปียกปอนไปด้วยน้ำที่พลูตัวลงมาเหมือนห่าฝนจากบนเพดาน เขารู้ทันทีว่านี่เป็นระบบป้องกันภัยฉุกเฉินตอนที่ไฟไหม้ ไม่ต้องสังสัยให้มากความ ก็การระเบิดที่ทำให้เกิดควันนั่นมันไปกระตุ้นให้มันทำงานอัตโนมัติยังไงล่ะ!

หยดน้ำเกาะพราวอยู่ที่ร่างกายราวกับจะเจาะทะลวงเข้าสู่ผิวหนังโดยให้ปากแผลเป็นประตู รู้สึกแสบ ร้อนไปหมดทั่วร่างแม้ว่าน้ำที่กระทบจะเย็นฉ่ำมากปานใด -- เขารู้สึกอยากจะกอดตัวเองแล้วหดตัวไม่ให้บาดแผลได้เจ็บไปมากกว่านี้

แต่ก็ไม่มีเวลาห้รู้สึกเช่นนั้นอีก ในเมื่อของมีคมขนาดเล็กได้แล่นปราดเข้ามาราวกับเป็นสาส์นท้ารบ มันเฉี่ยวผ่านลำคอของเขา แต่ก็พอจะสร้างรอยแผลปริแยกบนคอสีขาวๆนั่นได้

ดวงตาคู่สีเขียวขุ่นหรี่ลงเหมือนจะจับการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม แต่สิ่งที่เขาเห็นผ่านม่านน้ำที่พราวเต็มขนตางอนก็มีแต่เพียงควันจางๆและความมืดเท่านั้น

แต่เสียงของสายลมที่แหวกวูบก็ทำให้โกคุเทระจับการเคลื่อนไหวจากคลื่นเสียงความถี่ต่ำนั้นได้ โกคุเทระวิ่งไปทางขวาขณะที่มือก็หยิบไฟแช็คขึ้นมา ก่อนจะกดจุดไฟอย่างระแวดระวังไม่ให้โดนน้ำที่สาดเป็นเส้นลงมา อารมณ์ประมาณว่าจุดเทียนกลางสายฝนก็มิปราน

หย่อมแสงเล็กๆจากไฟแช็คไม่ได้มีค่าพอที่จะทำให้เขามองเห็นศัตรูได้ ในฉับพลันนั้นเองที่มีมีดกว่าสิบเล่มพุ่งมายังเขา บอกให้รู้ว่าคู่อริเห็นการเคลื่อนไหวของเขา โกคุเทระหลบอย่างรวดเร็วก่อนจะขว้างไดนาไมต์ที่ไม่ได้จุดไฟใส่ตำแหน่งต้นตอที่มีดเหล่านั้นพุ่งมา

"ไดนาไมต์ไม่จุดไฟน่ะ ทำอะไรเจ้าชายไม่ได้หรอกนะ" เสียงยียวนของเบลกล่าวขึ้นขณะที่เขาแน่ใจว่าได้ยินเสียงฟันฉับเหมือนกับไดนาไมต์ขาดเป็นสองท่อน โกคุเทระยิ้มกริ่มก่อนจะชูไฟแช็คที่มีไฟติดๆดับๆขึ้นมา

ควันสีขาวขุ่นลอยคว้างในความว่างเปล่า สร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าชายน้อยที่แทบจะสำลักควัน และในวินาทีต่อมานั้นเองที่เขารู้สึกเหมือนมีลมโฉบผ่านใบหน้า ก่อนจะรู้สึกจุกที่ท้องน้อยราวกับถูกหมัดสอย อีกทั้งยังรู้สึกเคล็ดในหลายๆแห่ง

"ส่วนผสมในไดนาไมต์น่ะ เป็นพวกไวไฟ" เสียงนุ่มของเด็กชายผมสีเงินดังขึ้น ก่อนที่เบลจะรู้สึกเหมือนมีมือร้อนอุ่นมาสัมผัสที่มือที่ถือมีดค้างไว้ เบลสบัดข้อมือ ขณะที่มีดเหล่านั้นถูกเหนี่ยวและเกี่ยวไว้ด้วยมือของคนอีกคนที่ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไร

และในตอนนั้นเองที่เบลแหงนหน้าโดยแรง กระแทบกับใบหน้าของอีกคนที่อยู่ด้านหลัง ก่อนจะกระทืบส้นเท้าลงบนเข่าที่อยู่ด้านหลัง สบัดมือที่จับมีดไปด้านหลังหมายที่จะช่วงท้องน้อย แต่มารู้สึกตัวอีกทีขาของเขาก็อ้าก้ว้างโดยไม่ได้ตั้งใจ ก่อนที่ความรู้สึกเคลื่อนไหวอะไรบางอย่างจะลอดมาใต้หว่างขา

ในตอนนั้นเองที่เบลเห็นใบหน้าสีขาวซีดของอีกฝ่ายอยู่ใต้แทบเท้าก่อนที่ไดนาไมต์ขนาดจิ๋วนั้นจะวิ่งเข้ามาบดบังใบหน้านั้น!

"ชิ!" เบลสบถก่อนที่จะใช้มีดตัดไดนาไมต์ตามสไตล์และไม่ลืมที่จะวิ่งออกห่างจากพื้นที่นั้น ทันใดนั้นพื้นที่ที่เขาจากมาก็มีควันเข้าปกคลุมดังเดิม ทัศนวิสัยของเขาค่อนข้างแย่ เมื่อเทียบกับคนที่ชินกับควันอย่างเจ้าของอาวุธไดนาไมต์




มีต่อค่า >>>>

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 156 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ... 11  Next


Who is online

Users browsing this forum: Devilz79, eyelazaza, komukomu, moshi_030, ~So~Kiss~ and 6 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: