Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 156 posts ]  Go to page Previous  1 ... 6, 7, 8, 9, 10, 11  Next
Author Message
 Post subject:
PostPosted: 23 Feb 2008, 16:58 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
มาว่องๆ 2/3



[ เรา.... ลืมอะไรไปอย่างหนึ่งหรือเปล่านะ? ]



เป็นวันแรกที่เขาหนีออกมาจากวังได้ด้วยตัวของเขาเอง.....

เบลน้อยวิ่งทั่กๆมายังสวนดอกทิวลิป ในมือทั้งสองก็แบกเอาบัวรดน้ำขนาดย่อมๆมาด้วย -- ใบหน้ามนน่ารักยิ้มกริ่ม ขณะที่เหวี่ยงวงแขนที่ถือบัวรดน้ำอย่างเบาแรง -- สายน้ำไหลเป็นเส้นๆถูกซัดสาดไปยังเหล่าบุปผางามที่ราวกับชูคอขึ้นรับน้ำวิเศษนั้น

เด็กน้อยยังคงยิ้มเบิกบาน... ก็นี่เป็นครั้งแรกในรอบปีที่เขาได้มาดูแลดอกไม้เหล่านี้อย่างใกล้ชิด -- แต่น่าเสียดายนักแล ที่พี่ชาย -- เจ้าของ -- ไม่ได้ออกมาช่วยกัน -- พอคิดได้ดังนั้นก็รู้สึกน้อยใจเล็กๆ....

เฮ้อ.... วันนี้อุตส่าห์ได้ออกมาทั้งที ทำไมต้องออกมาคนเดียวด้วยนะ?

เจ้าชายน้อยคิดพลางเหวี่ยงวงแขนไปด้านซ้าย -- ในตอนนั้นเองที่เขารู้สึกเหมือนกับเสียศูนย์ถ่วงอย่างน่าประหลาด -- ร่างเล็กเซไปด้านซ้าย ก่อนจะสะดุดกับก้อนหินเล็กๆอย่างไม่ได้ตั้งใจ -- แต่ในชั่ววินาทีนั้นเองที่เขาดึงร่างตัวเองกลับมาสู่สมดุลอีกครั้ง -- ทว่าบัวรดน้ำในมือของเขาก็ได้ลอยไปกว่าเมตรแล้ว



โป๊ก!!!



"โอ๊ย!!!!"

เสียงของบัวรดน้ำที่ตกกระแทกอย่างทารุณและตามมาด้วยเสียงร้อง -- แน่นอนว่าไม่ใช่เสียงของเขา -- แทบจะในทันที -- เบลหันไปมองทิศทางที่เสียงเดินมาเป็นเส้นตรง -- เบื้องหน้าของเขาเป็นเด็กชายตัวเล็กที่มีเส้นผมสีเงินยวงยาวล้อมกรอบใบหน้าสีขาวละมุนเหมือนนมสด

สีเงิน......ที่สวยงดงาม ไม่ว่ายามใดๆ
เหมือนกับสีผมของพี่ชาย....
และดวงตาคู่งามสีเขียวนั้นก็สวยงาม... แม้ว่าจะไม่ได้เย็นชาเหมือนกับของอันนุนซิโอ...
เพราะมันเต็มไปด้วยประกายอ้างว้าง...

เด็กชายผู้นั้นยกมือขึ้นลูบหน้าผากที่โนป้อยๆ ขอบตาใต้กระจกตาสีเขียวมรกตชื้นแฉะไปด้วยหยดน้ำ อีกทั้งเสื้อผ้าสีขาวสะอาดนั้นก็แนบเนื้อเนื่องด้วยถูกน้ำชะโลมเลีย -- ก่อนที่ร่างเล็กนั้นจะลุกขึ้นยืนและแทบจะในทันทีที่มือทั้งสองเข้ามาผลักเบลให้หงายกลิ้งเกลือกด้วยแรงมหาศาลไม่สมตัว

"โอ๊ย!"

เบลร้องเสียงหลง ก้นจ้ำเบ้าจูบพื้นโดยไม่ทันตั้งตัว -- ดวงตาตวัดมองคนข้างหน้าตัวดี ต้นเหตุที่ทำให้เขาล้มไม่เป็นหลักอย่างนี้...

ร่างเล็กของคนผมสีเงิน ดวงตาสีเขียวกลมโตน่ารักนั่น ดูเหมือนว่าจะอายุน้อยกว่าเขาจริงๆ แต่ถึงกระนั้นใบหน้าถมึงทึงและท่าทางกระด้างกระเดื่องนั้นก็ทำให้เขารู้สึกได้ว่าคนข้างหน้านั้นแข็งแกร่ง.... แม้ว่าผิวพรรณจะสะอาดเกลี้ยงเกลาใสปิ๊งอย่างลูกคุณหนูก็ตาม

"เธอ!! ผลักเจ้าชายทำไม!!" เบลร้องประท้วงพลางพยายามลุกขึ้น -- แต่ไม่ทราบว่าเพราะถูกดวงตาคู่โตสีเขียวนั่นข่มอยู่หรือเปล่าถึงได้รู้สึกเหมือนไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นยืนเลย

"แกโยนไอ้นี่ใส่ชั้น!" เสียงหวาน -- ละมั้ง? -- สวนกลับทันควัน พลางมือจิ๋วๆก็โยนบัวรดน้ำขนาดย่อมที่ไม่เหลือน้ำแล้วใส่หน้าของเขา -- โชคยังดีนะที่เขาเอามือรับไว้ได้ทัน -- แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดที่ข้อมือ

"แล้วเธอโยนใส่เจ้าชายทำไม!!!" เบลตวาดขึ้นเสียงอย่างสุดจะทน -- ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยมีใครกระทำการไร้มารยาท และเหิมเกริมเช่นนี้ใส่เขา! แล้วนับประสาอะไรกับไอ้เด็กที่อายุน้อยกว่าเช่นนี้

ดวงตาคู่สีเขียวยังคงไม่มีแววว่าจะขอโทษ แต่กลับรู้สึกเหมือนเห็นเปลวไฟลางๆอยู่ในดวงตาคู่นั้นแทนเสียด้วยซ้ำ! -- อีกครั้งที่เบลต้องเอี้ยวตัวหลบอย่างสัญชาตญาณ -- มือบางของเด็กชายผมสีเงินปัดวืดเหมือนตบยุงในตำแหน่งที่ใบหน้าของเบลเคยอยู่ -- เด็กชายผมสีเงินเสียหลัก -- ก่อนที่มือที่ใหญ่กว่าของเบลจะฉุดข้อแขนของร่างเล็กไม่ให้ล้มลงกองกับพื้น -- นึกขอบคุณอันนุนซิโอที่สอนบ่มวิชาป้องกันตัวเหล่านี้ให้กับเขา -- และออกแรงกระชาก.... ให้ใบหน้ามนสีน้ำนมหันมาสบตากับตน

"ขอโทษเจ้าชายเดี๋ยวนี้นะ!" เบลตะคอกใส่ ดวงตาสีแดงคมใต้เรือนผมสีทองปลั่งเบิกถลนเหมือนจะกินเลือด

แต่กระนั้น... เจ้าของสายตาคู่สีเขียวก็ยังคงหายใจกระฟัดกระเฟียด ใช้มืออีกข้างขึ้นผลักร่างของเบลอย่างดิ้นรน -- เขายอมรับว่าเขาไม่มีแรงมากพอที่จะยื้อร่างของเด็กชายผู้นี้ได้ -- และในระหว่างที่คิดๆอยู่ ใบหน้าของเบลก็หันไปตามแรงหมัดที่เจ้าตัวเล็กปล่อยใส่

ความเจ็บร้าวระบมจากหมัดของเด็กชายตัวเล็กมันทำให้เขาชะงักงัน -- ความรู้สึกร้อนที่ทรวงอกมันทำให้เขาเผลอใช้มืออีกข้างขึ้นจิกเรือนผมสีเงินนั้นอย่างรุนแรง

"โอ๊ย!!!!!" เด็กชายร้องในขณะที่ศีรษะถูกดึงไปในทิศของฝ่ายตรงข้าม ก่อนจะสะดุดขาตัวเองแล้วล้มลงกองกับพื้นหญ้าชะอุ่ม -- เจ็บทั้งตัว โดยเฉพาะบริเวณที่หนังศีรษะที่ถูกดึงสุดแรง... -- เด็กชายร้องครางก่อนจะกลิ้งหลุนๆเพื่อเผชิญหน้ากับเบลอย่างไม่ยอมแพ้ -- ทั้งๆที่น้ำตาไหลเป็นสายอยู่แท้ๆเชียว.......

แน่นอน.... ว่าเขาตกใจมาก...

เบลเฟกอลไม่เคยเจอเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันอย่างนี้มาก่อน -- และนี่คงไม่ใช่ความทรงจำที่ดีสักเท่าไรที่เขาได้ทำร้ายคนที่ไม่รู้จักตั้งแต่แรกพบ -- เขารู้สึกตกใจในการกระทำอันเลวร้ายของตนเองมาก ยิ่งทำให้ใครร้องไห้แล้ว... ยิ้งรุ้สึกผิดเต็มประดา -- เข่าน้อยๆค่อยๆย่อลง พร้อมกับที่มือบางถูกยื่นออกไปใกล้ๆร่างเล็กกว่า...

เจ้าชายนี่มัน.... นิสัยไม่ดีเลย!!
ทั้งๆที่ถ้าเจ้าชายขอโทษเค้าตั้งแต่ก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ???


"เจ้าชายไม่ได้ตั้งใจ... ขอโทษนะ...." เบลกล่าวน้ำเสียงอ่อนโยนติดจะขะเขิน.... รู้ทั้งรู้... ว่ามันเป็นคำแก้ตัวข้างๆคูๆ แต่ก็ยังดีกว่าการทำผิดไม่ยอมรับผิด -- ความผิดที่เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันผิดที่ตรงไหน?

มือเล็กของเด็กชายผมสีเงินยื่นขึ้นมาจับ.... -- ก่อนความเจ็บจะแล่นขึ้นมาจากใบหน้าอีกครั้ง เมื่อกำปั้นเล็กแต่แกร่งถูกถวายเสยเหมือนเคย -- เบลรู้สึกเหมือนร่างของตัวเองกำลังลอยไปด้านหลังอย่างตั้งสติไม่ได้



ตุ้บ!



ก้นจ้ำเบ้าอีกครั้ง ทำให้รู้สึกเจ็บรอบสอง เบลตวัดใบหน้ามนไปทางเด็กชายที่ลุกขึ้นยืน -- ราวกับน้ำตาเหล่านั้นไหลย้อนกลับเข้าสู่ดวงตาคู่สีเขียวสวย ใบหน้ามนของเด็กน้อยยิ้มร่า แถมยังแลบลิ้นปลิ้นตาให้อย่างล้อเลียน -- หรือนี่จะเรียกว่ามารยาหญิง เอ้ย! มารยาหนุ่ม!!

"แบร่~ แบร่~ คิดหรอว่าชั้นจะยอมยกโทษให้ง่ายๆ" ปากบางสีกุหลาบนั้นกล่าวเสียงดังอย่างมีชัย หัวเราะร่วนเหมือนตัวละครในการ์ตูนที่ดูบ่อยๆ "เจ้าชง เจ้าชายอะไรก๊าน.... ฮ่า ฮ่า... หวา!!!!"

ร่างเล็กรอยขึ้นเหนือพื้นเกือบ 2 ฟุต ใบหน้ามนตกตลึง พลางมองความสูงที่ผิดแผลก

"ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยเบล?"

เสียงนุ่มของผู้เป็นพี่ชายดังมาจากด้านหลังของเด็กน้อยผมสีเงิน -- ใบหน้ายื่นพ้นมาจากลำคอของเด็กชายผู้นั้น ขณะที่แขนทั้งสองข้างก็จัดการล็อคแขนของเด็กน้อยไว้จากด้านหลัง แถมยังยกจากพื้นไม่ให้เคลื่อนที่ซะด้วยสิ!

"ท่านพี่!" เบลอุทานอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นคนที่รอมานานมาอยู่ด้านหลังเด็กน้อยที่ดิ้นรนขัดขืนนั้น

"ขอโทษนะ ที่มาช้า" พี่ชายยิ้มหวานให้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ว่าแต่ เธอเป็นใครน่ะ! ทำไมต้องทำร้ายน้องของชั้นด้วย!?!"

"ปล่อย!! ปล่อยนะ!!" เด็กชายยังคงดิ้นรนต่อ ไม่สนใจที่จะตอบคำถามเสียด้วยซ้ำไป -- ก็มันรู้สึกเสียวๆเบื้องต่ำที่ถูกยกให้สูงขึ้นแบบนี้

เบลลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก พลางมองอากัปกิริยาดิ้นๆของคนตรงหน้า -- นี่ถ้าขาแตะพื้นคงเป็นนักเต้นอะโกโก้(?)ที่มันส์น่าดูเลยนะ! "ท่านพี่... ปล่อยเค้าไปเถอะ"

"เอ๋???" คนเป็นพี่อุทานอย่างไม่เชื่อหู -- แต่ไม่คิดที่จะถามเหตุผล ในเมื่อเขาก็รู้ๆอยู่แล้วว่าน้องชายของตนเป็นคนอ่อนโยนมากแค่ไหน -- น้องชายของเขามักถูกแกล้งอยู่เสมอๆเพราะสุขภาพร่างกายอ่อนแอ แต่... กระนั้นเบลก็คงไม่อยากเห็นใครถูกแกล้งเหมือนกับตน เพราะเขาเข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกแกล้งเป็นอย่างดี....

ว่ามันน่ากลัวแค่ไหน....





ตุ้บ!





ก้นเล็กกระแทกพื้นใต้แทบเท้าคนตัวสูงกว่า ก่อนจะรีบใช้กำลังขาและแขนคลานไปให้ห่างให้มากที่สุด!

ผู้เป็นพี่วิ่งไปหาผู้เป็นน้องที่ยังคงมองร่างเล็กกระเสือกกระสนคลานอย่างยากเย็น "เป็นอะไรหรือเปล่าเบล?" -- ถามพลางก็ใช้มือปัดฝุ่นที่กางเกงของน้องชายอย่างเป็นห่วง และไม่ลืมที่จะตรวจตราดูความเรียบร้อยของน้องชายด้วย

เห็นดังนั้นเด็กชายที่กำลังคลานหนีก็หยุดกึกอย่างเสียไม่ได้ -- ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไร...



"ฮายาโตะ~ ฮายาโตะจ๊ะ~ อยู่ไหนกันจ๊ะ~"



เสียงวิ่งของฝีเท้าคู่หนึ่งฝ่าดงสวนปะปนไปกับเสียงหวานแจ้วเจื้อยก้องมาแต่ไกล -- เด็กชายบนพื้นหน้าซีดเผือด ลุกขึ้นวิ่งไปยังร่างของฝาแฝดที่ยืนแจอยู่ไม่ไกล -- สองมือดึงร่างของเบลมาปกป้องตนไว้เป็นโล่ หน้ามุดชายเสื้อขาวเปรอะอย่างจงใจ

"อ...อะไร!!" เบลร้องอย่างประหลาดใจ เอี้ยวตัวไปข้างหลังเพื่อมองคนที่เกาะตนอยู่ -- ท่ามกลางความประหลาดใจ.... เขาก็ต้องประหลาดใจยิ่งกว่า ในเมื่อ... คนตรงหน้ามีสีหน้าที่ซีดหนักอย่างเห็นได้ชัด! "นี่เธอ! เป็นอะไรหรือเปล่า!!"

เด็กน้อยส่ายศีรษะไปมาพร้อมกับดึงชายเสื้อของเขาแรงขึ้น มือเกาะเกร็งอย่างอาการหวาดกลัว เสียงอู้อี้ที่ฟังเหมือนคนร้องไห้ดังมาจากด้านหลัง -- แต่ในขณะที่กำลังจะตั้งใจฟัง จู่ๆก็มีร่างของอีกคนโผล่ออกมาจากโพรงหญ้า

เจ้าหล่อนมีผมสลวยสีบลอนด์แดงอ่อนๆ กับด้วยตาคู่สีเขียวหยาดเยิ้มงดงาม ร่างของหล่อนสูงกว่าพวกเขา -- คงประมาณได้ว่าหล่อนอายุอานามก็มากกว่าพวกเขาไม่มากนักหรอก

ใบหน้าสะสวยนั้นยิ้มกริ่มเล่นเอาหัวใจชายทั้งสองที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่(?)ใจละลายเลยล่ะ.....

"พ่อหนุ่มจ๊ะ.... เห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆน่ารักแถวนี้บ้างไหมจ๊ะ?"

เสียงหวานของหล่อนนั้นไพเราะชวนเพ้อ เคลิ้มเคลิบไปกับท่วงทำนองชวนฝัน -- เบลหน้าแดงกร่ำ.... ก็คนตรงหน้าของเขานั้นสวยมากจริงๆ มากราวกับเทพธิดาองค์ที่สอง -- แน่นอนว่าองค์แรกคือแม่ของเขา -- ที่สถิตอยู่ ณ สวรรค์บนดินแห่งนี้...

"ช...ใช่...."

ใช่คนข้างหลังนี้หรือเปล่า -- คือสิ่งที่เขาอยากจะพูดมากที่สุดในเวลานี้ -- แต่ไม่รู้ว่าเพราะลิ้นพันกันเพราะความขะเขิน หรือเพราะร่างเล็กที่เบียดใบหน้าอาบน้ำตาของตนเข้ากับแผ่นหลังของเขาจนรู้สึกเย็นยะเยือก -- ความรู้สึกหวาดกลัวแผ่ซ่านจากจุดสัมผัสเหล่านั้น -- เหมือนเป็นสัญญาณให้เขาหยุดพูดอย่างไรอย่างนั้น...

"ม.. ไม่เห็นครับ..."

ถ้อยคำสุภาพอย่างบุรุษของเขาทำให้หญิงสาวยิ้มหน้าแบ๊วอย่างประหลาดใจ ก่อนปากบางสีชมพูเหมือนกลีบกุหลาบจะเผยออย่างเสน่หา

"ขอบใจจ้ะ" หล่อนกล่าวเสียหวานและยิ้มละมุน -- รู้สึกราวกับถูกริมฝีปากบางเบาประทับแนบแก้มจนร้อนฉ่า -- เหมือนไม่ได้ติดใจเคลือบแคลงอะไร -- ในตอนนั้นเองที่เบลรู้สึกเหมือนท้องไส้มันตีลังกาปั่นป่วนเป็นวงล้อ เหมือนกับรู้สึกผิดที่โกหกหล่อน -- ก่อนร่างนั้นจะเคลื่อนออกไปราวกับนกน้อยที่โผบิน -- ซึ่งคงไม่ได้พบกันอีก....

แต่อาการหวั่นไหวใดเลยจะสู้เท่าอาการเจ็บที่เท้าเมื่อเจ้าตัวน้อยออกแรงบดขยี้เท้าของเขาด้วยเท้าจิ๋วๆของตน

"โอ๊ย!!!" เบลร้องหวน ก่อนจะชักเท้ากลับอย่างว่อง -- ดวงตาใต้เรือนผมสีทองถมึงทึงไปยังร่างของเด็กตรงหน้า -- รู้สึกองศาใจจะร้อนผ่าวยิ่งกว่าใบหน้า -- แต่ไม่รู้ว่าดวงตาที่คลอด้วยน้ำใสของเจ้าเด็กแสบนั้นหรืออย่างไร ที่ทำให้เบลตัดสินใจที่จะยุติมัน...

เด็กคนนั้นเดินผ่านเขาไปจนถึงกอหญ้ารกที่สุดปลายสวนดอกทิวลิป ก่อนใบ้หน้ามนของเด็กน้อยจะหันกลับมา -- ปากบางได้รูปสีกุหลาบคล้ายดรุณีนางเมื่อครู่ปริปากแย้มรอยยิ้มอย่างที่ไม่คาดว่าจะได้เห็นจากใบหน้ากวนโทสะนั้น.... -- ดวงตาคู่กลมโตสีเขียวมรกตที่อับเฉาและอ้างว้างบัดนี้เปล่งประกายสว่างด้วยความจริงใจเป็นอย่างยิ่ง...





"ขอบคุณมาก"





เสียงนั้นเบามากจนแทบจะไม่ได้ยิน.... หากไม่ได้รับสายลมจากทิศตะวันออกพัดพามันมาหาเขา....... -- ความรู้สึกโลดแล่นในช่องท้องเหมือนจะสร่างซาลงทันที... เหมือนไม่นึกเสียใจที่ได้โกหกอะไรเลย -- เบลยิ้มรับ.... -- ลืมความโกรธเมื่อครู่ไปโดยสิ้นเชิง -- อย่างน้อยๆเด็กคนนี้ก็มีข้อดีอยู่บ้างไม่ใช่หรือไง?




เธอชื่อ..... ฮายาโตะ...... สินะ???











"ฮ..... ฮา...ฮายาโตะ......"

มืออุ่นของสควอลโล่สะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงแหบพร่าของคนป่วย -- ความร้อนจากหน้าผากของเบลเฟกอลมันส่งผ่านมายังฝ่ามือของขา -- รู้สึกมึนงง แกมเป็นห่วง เพราะนับจากวันนั้นก็เป็นเวลากว่า 2 อาทิตย์ได้ที่ร่างนี้แทบไม่ได้เขยื้อนตัวออกจากเตียงคนป่วยนี้เลย

มือบางที่สั่นเทาถูกยกขึ้นมาแตะบนมือใหญ่ของเขา..... มือของคนป่วยที่เย็นเฉียบผิดกับหน้าผากที่ร้อนเพราะพิษไข้


เป็นถึงขนาดนี้ยังจะเป็นห่วงเจ้านั่น......
นายน่ะ... มันใจดีเกินไป...
ชั้นขอโทษ.... ที่พานายมาที่นี่
คนที่ทำให้นายเป็นแบบนี้.... มันชั้นนั่นแหละ!!!



ตั้งแต่วันนั้น... เขาก็นึกโทษตัวเองเรื่อยมาที่ทำให้ร่างบนเตียงอยู่ในสภาพเช่นนี้ -- ร่างนั้นแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆด้วยการต่อสู้อีท่าไหนก็ไม่รู้ที่อาวุธของเจ้าตัวได้ซัดเข้าจังๆกว่าหลายสิบแผลบนร่างของตัวมันเอง -- อันที่จริงเขาก็ปะติดปะต่อเรื่องได้ไม่ยาก.... ก็ในเมื่อชีวิตของหมอนั่นไม่เหลืออะไรอีกแล้ว....

คงอยากจะตายมาก.... เลยสินะ?

สควอลโล่คิดในใจ และต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อร่างที่พันด้วยผ้าพันแผลนั้นดิ้นกุกๆ ก่อนเปลือกตาสีอ่อนนั้นจะปรือๆ -- ดวงตาคู่สีแดงติดจะเหม่อลอย ก่อนจะหันมาสบกับเขาที่อยู่ข้างๆ

"ส...สควอลโล่!" สิ้นเสียงแหบพร่าร่างนั้นก็เด้งเหมือนมีกลไกขึ้นมานั่ง -- ธรรมดาสุดๆจนเขาคิดว่าหมอนี่เป็นตุ๊กตา! ก็ในเมื่อใบหน้ามนนั้นไม่แสดงความรู้สึกเจ็บปวดอะไรออกมาเลยนี่นา! -- "แล้วเจ้าฮายาโตะหละ??"






มีต่อนะคะ >>>>>

_________________
Image
Image


Last edited by askrepios on 23 Feb 2008, 17:55, edited 3 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 23 Feb 2008, 17:02 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
มาว่องอีกรอบ 3/3 จบแล้วค่า~

"ฮายาโตะ????" สควอลโล่ทวนคำท่าฉงน -- จะไม่ให้งงได้ไง ในเมื่อคนที่นั่งเฝ้าเขามากว่า 2 อาทิตย์มันไม่ใช่ไอ้บ้านั่นสักหน่อย -- ก่อนจะใช้มือเดิมที่แตะหน้าผากของคนตรงหน้าตบตะครุบหัวเบลเฟกอลที่เพิ่งฟื้นอย่างจัง -- ถ้าไม่ติดว่ามันเพิ่งฟื้น บางทีเขาอาจจะตบหัวนั้นแบะเป็นแตงโมแตกไปแล้วก็ได้! -- "อะไรวะ!! อย่ามาตลกนะโว้ย!! จะตายอยุ่แล้ว ยังไปคิดถึงคนอื่นอีก!!!"

ใบหน้าของคนป่วยท่าทางตกตลึง ก่อนสองมือของเขาจะลูบคลำเรือนร่างที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลอย่างประหลาดใจ -- "อะไรเนี่ย~"

"ไอ้เด็กโง่!" สควอลโล่ตวาดแว้กใส่หน้า ก่อนจะยั่งลงข้างเตียง -- มือกอดอกเพื่อยับยั้งไม่ให้ใช้กำลังกับคนตรงหน้า -- ดวงตาคู่สีเทาคมมองขวางใส่คนบนเตียง "ถ้าแกอยากตายนัก ก็บอกชั้น!! ชั้นจะเป็นคนฆ่าแกเอง!!"

เบลเอียงคอท่าทาางสงสัย ก่อนจะคลี่ยิ้มโชเขี้ยว "ใครว่าเจ้าชายอยากตายกันล่ะ?"

"นี่แกอย่าคิดว่าชั้นโง่นะโว้ย ไอ้เจ้าชายบ้า!!" เสียงของสควอลโล่ยังคงอยุ่ในระดับเดิม -- เสียงตวาด -- ดวงหน้าคมปรากฎเส้นเลือดเต้นตุบๆชัดแจ้ง "ชั้นเลี้ยงแกมา แกคิดว่าชั้นไม่รู้ความคิดแกหรือไง?"

ใช่... สควอลโล่เปรียบเสมือนพี่ชายที่ช่วยชีวิตเขาจากเหตุการณ์ครั้งนั้น... เหตุการณ์ที่เขาพยายามฆ่าตัวตายครั้งแรก.... -- เหตุการณ์หลังจากที่พี่ชายแท้ๆของเขาได้จากเขาไปด้วยน้ำมือของตัวเอง -- พอตื่นมาก็เห็นเด็กผู้ชายผมสีเงินซอยสั้นอยู่ข้างๆ -- เหมือนกับตอนนี้ที่ร่างนั้นได้นั่งอยู่ข้างๆเขาหลังจากที่เขาพยายามฆ่าตัวตายอีกครั้งหนึ่ง...

เบลยังคงยิ้มกว้างตามวิสัยที่ควรจะเป็น

ทั้งสองสบตากันแต่ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร... มีแต่เพียงรอยยิ้มกว้างๆของเจ้าชายน้อยเท่านั้นที่คอยจรรโลงใจให้สควอลโล่สบายใจได้ -- แม้จะรู้ว่ารอยยิ้มนั่นขมขื่นเพียงใด -- ไม่ต้องพูดอะไร... แต่ก็เข้าใจความรู้สึกได้...






แอ๊ด....






"เจ้าชายจ๊ะ..."

เสียงของชายหนุ่ม(?)ร่างกำยำดังมาจากประตูที่เปิดออก ก่อนใบหน้าของหล่อน(?)จะโผล่พ้นจากบานประตูห้องคนป่วย "มีคนมาเยี่ยมจ้ะ!"

เอ๋? ใครมาเยี่ยมหรอ? -- เบลคิดในใจพลางเหลือบสายตามองสควอลโล่ -- หมอนั่นก็ติดจะสงสัยเหมือนๆกับเขา -- ในเมื่อถ้าเป็นคนที่พวกเขารู้จักแล้ว ทำไมลุสซูเรียจะต้องมากพิธีเช่นนี้ -- ก่อนที่ลุสซูเรียส่งสายตาใต้กรอบแว่นไปยังสควอลโล่ที่ยังดูงงงวย -- เป็นเชิงว่า.... ออกไปก่อน

สควอลโล่เดินออกไปจากห้องแต่โดยดีไม่ขัดขืน เดินสวนทางกับร่างบางที่กำลังเข้ามาในห้อง -- ใบหน้าสวยๆนั้นส่งยิ้มหวานฉ่ำให้เขา... ทั้งๆที่ไม่รู้จักกัน


เบลอ้าปากค้างตลึงงัน -- ก่อนปากบางจะยิ้มกว้างตามวิสัยเป็นการทักทาย "ไม่เจอกันนานเลยนะ ชิชิชิ..."


หญิงสาวยิ้มรับคำทักทาย... "เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ คุณเจ้าชาย"










ตึง!!!

"โอ๊ย!!!!" โกคุเทระร้องเสียงหลงเมื่อรู้สึกถึงอาการบีบเกร็งที่กล้ามเนื้อหัวไหล่ -- เมื่อมือของเจ้าฮิบาริได้ตะครุบเข้ามา และกดไหล่ของเขาลงกับเตียงนอน -- ในตอนนั้นเองที่เหมือนกับได้รับพลังงานมหาศาล -- ดวงตาคู่สีเขียวของคนป่วยลืมตาขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 อาทิตย์

ทัศนะตรงหน้าบอกได้ว่าหน้าของเจ้าฮิบาริมาบังเต็มๆจอ... ชนิดที่ว่าปลายจมูกจะชนกันแหล่ไม่ชนกันแหล่!!

"ก...แก..." เสียงแหบของคนป่วยครางอย่างตกใจ -- ก็เมื่อครู่เพิ่งถูกจับได้ว่าแอบฟังเรื่องที่ไม่ควรฟัง(?) -- คงไม่ต้องรับบทลงทัณฑ์จากทอนฟาอะไรนั่นหรอกใช่ไหม? -- โกคุเทระภาวนาไว้อย่างนั้น -- ก็ตอนนี้เขายังไม่มีแรงพอที่จะขึ้นมาดิ้นรนหนีทอนฟาที่ไล่หวดเหมือนครั้งก่อนๆหรอกนะ!!

ยิ่งถูกใบหน้าคมของฮิบาริจดจ้องเหมือนจะเสกให้ละลายเป็นไอศกรีมเหลว.... ยิ่งรู้สึกเหมือนร่างกายขับเหงื่อออกมามากเกินพิกัด -- ไม่ได้กลัวว่าจะถูกหมอนั่นฟาดจนร่างแหลกเหลวไม่เหลือเค้าความเป็นคน... แต่มันไม่รู้จะปั้นหน้ายังไงต่างหากเล่า!!!!



"ป... ปล่อยนะ!! ปล่อย!! อ๊ะ!!! อื้อ...!"





TBC -> ความจริงใจความจริง


มาดูกันดีกว่า... ว่าเฮียริทำไรฮิบะ ก๊ากๆ...
แต่งแบบนี้กลัวทุกคนฆ่าตายจิงๆ.... ก็เล่นส่อ 1859 เข้าทุกทีๆ ใจมันเรียกร้องอะค่ะให้ทำไงได้ แง๊~

ลองเอาฟิคตัวเองไปเปิดในเวิร์ด... แอบอึ้ง!! นี่ปาไป 200 กว่าหน้าแล้วเหรอ = =
มันก็น่าแล้วมั้ง... ที่เพื่อนเค้าบ่น ฮ่าฮ๋า TwT~



บราโวววววว เหนี่อย~ ขอตัวไปอ่านหนังสือสอบ แล้วหลังสอบจะมาอัพล่ะค่า แฮฮฮฮฮ

รักคนอ่านค่า กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด >.<~

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 23 Feb 2008, 19:06 
Joined: 20 Dec 2007, 09:48
Posts: 48
/me สกรีมมม อ๊ายยยย ต่อมโชตะระบาด เอ๊ย ระเบิดหนักค่า >[]< น่ารักอย่างแรงค่า
อยากสต๊าฟทั้งหมดตอนเด็กแล้วเอากลับบ้าน~น อุกิ้ว

1859 1859 B59 เลือกไม่ถูก แถมอยากคูณ80เข้าไปอีก โฮกกก ท่านฮิบาริจะทำอะไรคร้า (ลุ้นให้เป็นอย่างที่คิด หุๆ)

ขอนั่งรอตอนต่อค่า อ๊ายย


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 23 Feb 2008, 21:57 
User avatar
Joined: 01 Jan 2008, 19:48
Posts: 34
กรี๊ดดดดดดดดดด
1859 หนูก็เอาคร่า~ ชอบคู่นี้เหมือนกัน หุหุ
ฮิคุงลักหลับโกคุ!! เค้าจะฟ้องยาม๊า~

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 23 Feb 2008, 22:12 
User avatar
Joined: 20 Jan 2008, 14:51
Posts: 250
กรี๊ด~
ยิ่งอ่านยิ่งรักฟิคนี้มากขึ้นทุกวี่ทุกวันเลยล่ะเจ้าค่ะ ><
มันเป้นเหมือนยาชูกำลังดีๆนี่เอง

เมื่อกี้เปิดคอมมาด้วยอารมณ์ห่อเหี่ยว อาทิตย์หน้าจะสอบแล้ว...
เสาร์-อาทิตย์นี้คงวันสุดท้ายที่ได้เล่นคอม ก่อนหยุดไปอีกพักใหญ่
แต่พอเห็นฟิคนี้แล้ว..... มีกำลังใจขึ้นมาเป็นกอง = =b

1859 ~! รับวันยิ่งรักคู่นี้ จากที่ตอนแรกไม่ค่อยสนใจ- -
แต่ตอนนี้... กลายเป็นคู่โปรดไปแล้วล่ะค่ะ กร๊าซซซซซซ

รีนจังแต่งเก่งมากเลย นับถือๆ ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนที่5..ล่ะมั้ง (นับเวลาตั้งแต่เริ่มเข้ามาอ่าน 555)
ถึงตอนนี้ก็พักใหญ่ๆ แล้วนะเนี่ย~ รู้สึกว่าเพราะฟิคนี้แหละค่ะที่ทำให้รักโกคุ

แล้วแต่งต่ออีกไวๆน้า จะรอจ้ะ>< เป็นกำลังใจห้ายเด้อ

_________________
Image
Image
^กดที่รูป แวะบล็อคได้นะเคอะ (แต่อย่าหวังจะหาสาระ เพราะมันไม่มี กั่กๆ)


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 23 Feb 2008, 22:20 
User avatar
Joined: 12 Jan 2008, 13:34
Posts: 889
Location: มุมหนึ่งในห้องน้ำของแซนซัส
สุดยอดค่า นั่งอ่านรวดเดียวจนตาแฉะเลย ^o^

ประมาณว่าอ่านแล้วให้อารมณ์จิ้น B59 แรงมาก ทำเอาคันไม้คันมืออยากแต่งบ้างแล้วสิ

แถมสควอโล่ก็น่าร้ากกกกกกกกกกกก (แอบบ้า XS)

รอฉากเรทค่า อยากเห็นเบลกดโกคุซะที อิอิ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 23 Feb 2008, 23:00 
User avatar
Joined: 06 Feb 2008, 17:23
Posts: 94
Location: จินตนาการไร้ขอบเขต
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด *สครีมลั่น

(ความจริงอ่านมานานแล้วค่า แต่สมัครหลังตอน 11 ลงได้พักนึง เลยไม่ได้เม้นเลย ขออภัยค่ะ >_<!!)

เราว่าฉากบู๊เยอะสะใจดีนะคะ =[]=b!! ชอบบบบบ
โฮกเบล~~~ ตอนแรกตกใจนึกว่าเบลตาย โน่วววววว T[]T!!
สควอลลี่น่ารักจริงๆ >3</

1859!! สารภาพตามตรงว่าตอนแรกจิ้นไม่ออกค่ะ กรั่กกกก
แต่อ่านๆ ไปแล้วตอนนี้ เครี้ยกกกก เอ่อ...ความจริงมันก็แจ่มนะคะ 555

รออ่านต่อคร่า (ผู้หญิงคนนั้นเป็นคร้ายยยย)

_________________
ที่สิงสถิต >> http://mizumi.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 24 Feb 2008, 05:57 
User avatar
Joined: 24 Sep 2007, 07:34
Posts: 2154
Location: ทุกแห่งหนในความฝันนี้
หลังจากที่พลิกคำว่ามีต่ออย่างแรงแล้ว พรึ้บ!!!!

อร้ายยยยยยย น่ารากกกกกกกกกกก

หวานอ่า ชอบด้วย เอ่อ ท่าทางท่านจะชอบฉากบู๊นะคะ แหะๆ สุดยอดเลยค่ะ

งึมงัม ไหงเรามารักคู่นี้ได้เนี่ยคาดไม่ถึงเลยจริงๆ

มาต่อแล้วหลังจากหายไปนาน ชอบมั่กมาก

โชคดีในการสอบค่า นี่ก็แอบแว๊ปมาเล่นเหมือนกัน อิ อิ

เอิ้กกกกกก ตอนนี้สมการในใจก็ตีกันให้ยุ่งแล้วเหมือนกันค่ะ ปั่นแน่ๆ ชั้นต้องปั่นโกคุเคะออกมาอีกแน่ๆ อร้ายยยย

1859 8059 B59 สมการยกกำลังสารพัดหมกมุ่น อร้ายยยยยยย

แอบหลงฝีมือคนเขียนเจ้าค่า บรรยายกินใจอย่างแรง ยังไงก็พยายามเข้า

จะรอตอนต่อไปหัวใจวุ่นวายค่า

_________________
ImageImageImageImageImage


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 24 Feb 2008, 11:19 
Joined: 19 Dec 2007, 09:11
Posts: 799
(ไชโย ในที่สุด ท่าน askrepios ก็มาต่อ รอคอยมานาน อิ อิ)

ฮะแฮ่ม //////////////// ตื่นมาก็ถามหากันทั้งคู่เลยนา แม้ว่าโกคุจะยังไม่ตื่นก็เหอะ แต่พอได้สติ ก็นึกถึงเลย /////////////////

.......!!!!!! (-[]-) !!!!!!......................................................................

.....................ใบ้กินไปเลย.................ท่านฮิทำอะไรโกคุคะนั้น (ทำอินโนเซนต์ไปได้ ยายนี่ --*)

ก็มันน่าอยู่ป่าวล่ะ .......แกล้งหลับ.....เลยได้รู้ว่าท่านฮิพูดอะไรออกมาบ้าง (โกคุ : ตูผิดด้วยเรอะ --)

(_ _)( - - )(_ _)( - - )(_ _)( - - ) ผิดเต็มๆๆ เลยอ่ะ ........ก็ท่านฮิขี้อายนี่นา (โป๊ก!!! เลือดอาบ เจอทอนฟาที่ขว้างมาจากไหนไม่รุ)

แล้วทางเบลน่ะ ท่าทางคงกำลังคุยกับพี่สาวว่าที่ภรรยา(?) เพลินไปหน่อยรึป่าว รีบมาเหอะ ก่อนู๋โกคุจะไปเป็นภรรยาของคนอื่นเสียก่อน แล้วจะสายเสีย (รึว่ากำลังเดินเยี่ยม hu hu hu )

______________________________________________________________________________________________________


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 24 Feb 2008, 18:34 
User avatar
Joined: 26 Sep 2007, 14:35
Posts: 127
Location: ห้องสี่เหลี่ยมสีขาว
พี่รินคร้าาาาาาาา

(me/กอด)

1859

1859

1859 BANSAI!!!!! *0* b

_________________
Image
Image
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 24 Feb 2008, 23:19 
User avatar
Joined: 05 Jan 2008, 08:40
Posts: 75
Location: At the End of the World
เย้~~~ ได้เข้ามาอ่านสักที(*หลั่นล้าอย่างมีความสุข)

ขอเม้นท์รวดเดียวเลยนะค้าบ


ตอนที่1

ตามหลักทางวิทยาศาสตร์และโมเมศาสตร์
ชอบมากๆเลยไอ้โมเมศาสตร์เนี่ยเข้าใจปล่อยมุข เราฮาก๊ากเลย
แต่เราอ่านแล้วได้อารมณ์มากๆเลยนะ อารมณ์ของคนที่ต้องการเอาชีวิตรอดอ่ะ ซึ่งโกคุแสดงออกมาได้เยี่ยมมากๆ!
หมอนั่น... ร้องครางแผ่วเบา... จนยากที่จะห้ามใจไม่ให้ขย้ำทิ้งซะ!
เห็นด้วยกับเบลอย่างแรง~~ เพราะโกคุโคตรน่ารัก(*เกี่ยวมั้ย?? 55+)
"มันหมายความว่าไง เจอหน้าชั้นแล้วเฟลมากนักหรือไงห๊ะ!" สวอลโล่ตวาด
ให้อารมณ์สาวมากๆเลยอ่ะ สควอลโล่
แล้วนี่แกยังจะเพ้อเจ้อถึงไอ้หัวไดนาไมต์นั่นอีกทำไมให้เมื่อยตุ้ม!"
อืม...เพราะรักสินะ!!! ^O^

ตอนที่2

เล่าให้ชามาลฟังสมเป็นโกคุ อิอิ
(แต่อ่านไปเรื่อยๆแล้วรู้สึกว่าคำแนะนำมันแปลกๆนะ =[]=”” ไม่ไหวนะชามาล แต่ถ้าเกิดจะทำให้ตื่นอยู่ตลอดมันก็พอมีวิธีอยู่หรอก 55+)
ฉากที่สาวๆกรี๊ดโกคุที่หลับอ่ะ เผลอคิดว่าพวกเธอไม่ถ่ายรูปเก็บไว้ก็ดีแล้ว 55+ แต่คาดว่าถ้าทำงั้นคงโดนบอมบ์ซะก่อนสินะ
อ๊ากกกก ยามาโมโตะแอบวายกะโกคุ อ๊ากกก โถๆๆๆเป็นห่วงสุดที่รักสินะพ่อหนุ่ม กรี๊ด~ น่ารักจริงๆเล้ย

ตอนที่3

จะไม่มีผลถ้าไม่มีอะไรติดค้างอย่างนั้นหรอ แปลว่ามีใจติดค้างจริงๆด้วยสินะ 55+
โถ่โกคุเอ๊ย ต้องเป็นเพราะวันนั้นกลิ้งโค่โล่กันนานไปหน่อยแหงๆเลย >///<
ว่าแต่ใช้poisoncookingเนี่ย เป็นวิธีตามตัวที่โหดร้ายมากเลยนะขอบอก ห้าวสมเป็นชามาลจริงๆ
ตอนนี้SMสะใจจริงๆ ที่สำคัญคือ จูบแล้ว!! จูบแล้ว!!! เป็นจูบที่สะใจจริงๆ
โกคุเดระ นายน่ะ ทำให้เคลิ้มได้ไม่ยากหรอก 55+

ตอนที่4

ก็รู้อยู่หรอกว่าฟิกนี้เป็นฟิกวาย แต่ถ้าเกิดว่าเราเผลอแอบจิ้นคู่โกคุฮารุรีนคุงจะว่ามั้ย?? เผลอคิดไปแล้วจริงๆแหละ 55+
ว่าแล้วว่ายามาโมโตะชอบโกคุจริงๆด้วย ก็แอบแสดงออกมาตั้งแต่ตอนที่ผ่านๆมาแล้วนี่เนอะ~
อ๊ากกกก เจ้ารีบอร์นมาขัดจังหวะไมฟ่ะ ขัดใจนะว๊อยยย อีกนิดเดียวเองT^T
จริงดิที่บอกว่าฝันนั่นมันเป็นผลจากความแค้นไม่ใช่ความรักอ่ะ TT^TT
และแล้วโกคุกะจามาลก็ได้แอบวายกันจริงๆ(ตรงไหนฟ่ะ??) แต่เราก็จิ้นอีกแล้วนะ 55+

ตอนที่5

555555555555555555+
ฝึกพลังลมปราณ เข้าใจความรู้สึกของนายเลยล่ะโกคุ คงจะคล้ายๆกับจับคนอย่างเราให้ไปนั่งสมาธิกะเดินจงกรมอ่ะแหละ ไม่มีท๊างงงง!!!
แต่มันเป็นแค่ขั้นตอนแรก ก็สู้ๆนะจ๊ะGokkun~
1859เราชอบคู่นี้มากๆอ่ะรีน เหมาะกันมากๆแต่หาฉากสวีทกันน้อย เพราะเจอหน้ากันทีไรต่อยกันทุกที =[]=””
(ไอ้พวกบ้า เสียดายทะเลฉากหลังนะเฟ้ย/โดนแฟนคลับฮิบาริกะโกคุกระทืบ)

ตอนที่6

โอวววว ตอนนี้ถูกใจม๊าก ในที่สุด18กะ59ก็ได้สวีทกันอีกตอน
ถึงจะสวีทกันใต้กองเลือดก็เหอะ หุหุหุ กรี๊ด~~~
ชอบบทความมุมมองของฮิบาริอ่ะ อ่านแล้วรู้สึกดี
แต่โคตรขำเลยที่บอกว่า กาตูนเรื่องวันตื้ด กะเรือโกอิ้งแมตื้ด แล้วก็ตาสีเขียวเท่าลูกเบสบอล 55555555+
"วันนี้ฉันอยากซ้อมคนเรียกน้ำย่อยก่อนกินข้าวเย็นหวะ!" หมอนั่นเลียนแบบประโยคของผมเมื่อวานนี้
สมกับเป็นโกคุ ฟังดูสะใจ(กวนตีน)ดี 55+
"เฮ้!" หมอนั่นร้องเรียกผม และโบกมือหยอยๆอย่างกับจะท้าทาย "มาสิ! มาสู้กัน!"
กวนมากๆ แต่ชอบจังเลย 55+

ตอนที่7

เราอ่านฉากบู๊แล้วเมนท์ไม่ค่อยออก(โทษทีนะงับ)
แต่อยากจะบอกว่าสนุกน่ะ เห็นภาพชัดเลย!

ตอนที่8

ยามาโมโตะดูห่วงโกคุเดระมากๆเลย เอาจริงๆนะเราก็รักคู่นี้มากๆ แต่เหมือนบางครั้งมันก็รู้สึกสงสารยามะยังไงไม่รู้แฮะ 55+
เหมือนหมอนี่รักโกคุข้างเดียวตลอดเวลาเลย(ทั้งในคอมมิคแล้วก็แฟนฟิก)
แต่คงเป็นเพราะว่าโกคุขี้อายไม่ก็ปากแข็งอ่ะแหละ จริงๆแล้วก็แคร์ยามะมากเหมือนกัน(*คิดเอาเองป่าวหว่า?)

ตอนที่9

ฮิบาริก็แคร์โกคุมากๆเลยนะ ยิ่งคิดยิ่งเขินวุ้ย ถึงขนาดมาซุ่มเฝ้าเลยนะนี่
ถ้าแกตายไปชั้นคงจะเสียดายxxxมากกว่ามั้งเนี่ย 55+(/โดนทอนฟาฟาด)
แล้วระหว่างนั้นเบลกับโกคุก็หวานกันปานจะฆ่ากันตาย แต่อ่านแล้วรู้สึกเศร้าเลยนะเนี่ย!

ตอนที่10

เค้าว่ากันว่าคนที่ตายไปจะเป็นผู้มีชีวิตอยู่ตลอดกาล(ใครว่าฟ่ะ?)
ถ้าเบลยังลืมครึ่งชีวิตตัวเองไม่ลงแบบนี้ก็น่าสงสารโกคุสิถ้าเกิดโกคุรักหมอนี่เข้าจริงๆ แต่มันจะเป็นแบบนั้นรึเปล่าอ่ะรีนคุง?

ตอนที่11

และแล้วนายเอกของเราก็โชว์เทพ เท่จริงๆโกคุลูกแม่ รักนายว่ะ
แต่.....โธ่เอ๊ย TT^TT พูดไม่ออกเลย
ไม่รู้ว่าเบลจะมีความสุขหรือทรมานมากกว่ากันเวลาที่มีใครมาทำอะไร(เสียสละเกินเหตุ)ให้ตัวเองแบบนี้
แต่ถ้าเป็นแบบนั้นนายก็ต้องยิ่งรักตัวเองสิเบล!

ตอนที่12

อ๊ายยย กรี๊ด คุณฮิบาริ ไม่ไหวแล้ว
รีนคุงเรียกรถพยาบาลที ซายะจะตายแล่ววว >////////<
รัก1859ค่า!!! อ๊า 1859บันซายยยย
ไอ้บ้า!!!!!! ชั้นเป็นผู้ชายโว้ยยยยยย!!!
ตัวผู้เพียวๆอย่างแกชั้นไม่สน...

เท่มาก!ลูกแม่ เอาใจไปเลย~
อ่านมาเรื่อยๆก็รู้สึกว่า ดีจังน้าที่มันทั้งคู่ยังไม่ตาย
แต่พออ่านตอนจบแล้วก็กลับไปมู้ดเดิม >//////<
กดเลยค่ะ กดเลยจ๊ะ~ กดเล้ยยยย อย่าปล่อยให้หลุดมือนะคุณฮิบาริ!
นะๆๆๆขอร้องเต๊อะ~(*มองรีนคุงด้วยสายตาออดอ้อน)
อย่าให้มีใครมาขัดจังหวะเลยนะพลีส~


อิอิ ขอบคุณสำหรับฟิกหนุกน้า~

_________________
diary : http://encore304.exteen.com
hi5 : http://zaya304.hi5.com

When I die will they remember not
What I did but what I haven't done?
It's not the end that I fear with each breath,
It's life that scares me to death
- Rise Against


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 26 Feb 2008, 20:16 
User avatar
Joined: 08 Feb 2008, 23:55
Posts: 171
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด เบลลลลลลลลลลลลลลลลล
ใจหายใจคว่ำ นึกว่าจะลงไปเซย์ไฮยมทูตซะแล้ว

ตอนสุดท้ายจะต้องเป็นแบงกี้แน่นอน


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 28 Feb 2008, 11:30 
User avatar
Joined: 04 Oct 2007, 18:55
Posts: 269
Location: กล่องเก็บไดนาไมต์ของโกคุ~
555+

หนูเบลโดนเบียงกี้ล่อลวงแต่เด็กเลย

ว่าแต่.........

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!~

1859!
1859!
1859!~

อ๊ายยยยยยยยย

//ลงไปดิ้นกับพื้น

แง้วๆๆๆๆ

1859บันไซ~

_________________
Image

สายลมเป็นอิสระและไม่ยึดติดกับสิ่งใด...

.......ในเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว....เมฆาจะสามารถเหนี่ยวรั้งสายลมไว้ได้หรือ...


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 04 Mar 2008, 19:17 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
อุ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ของทุกคนค่ะ >.<~
ตอนนี้รีนแต่งจบแล้วล่ะค่ะเหลือแต่ตรวจนิดหน่อย << ขนาดตรวจก็ยังไม่วายพิมพ์ผิดเยอะนะเนี่ย?

อยากบอกว่า..... ตอนนี้เป็นตอนรองสุดท้ายแล้วล่ะค่ะ

ยังไงใครที่ทนอ่านมาได้นี่... รู้รึเปล่าว่าอ่านไปแล้วประมาณ 200+ หน้าเวิร์ดอ้ะค่า ก๊ากกกกก
เทียบๆแล้วได้นิยายเล่มเล็กๆ 1 เล่ม แต่เนื้อหาอนาถกว่าหลายขุม
ดังนั่น.... ช่างมันเถอะเนอะ โฮฮฮฮฮฮ


13~* ความจริงในความจริง Part 1/3


"อึก!... อื้อ!!"

มือใหญ่ที่กุมไหล่เล็กนั้นถูกยกขึ้นมาปิดปากคนป่วยที่ส่อเค้าโวยวายตั้งแต่แหกตาตื่น -- กลิ่นหอมจากมืออุ่นนั้นมันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายความตกใจลงได้บ้าง... -- โกคุเทระหายใจลึกๆเหมือนพยายามตั้งสติ ก่อนมือหนานั้นจะวางลงที่เดิม... -- ที่หัวไหล่มนของเขา

เมื่อทีท่าของเขาสงบลง อีกฝ่ายเองก็ดูเย็นลงด้วย -- มือนั้นจึงเริ่มคลายออกจากไหล่ของเขาทีละน้อยๆ

"ฮ...ฮิบาริ..." โกคุเทระอุทานเบาๆจนแทบจะเป็นเสียงคราง พลันใบหน้าก็แดงกร่ำด้วยไม่รู้สาเหตุ ขณะที่ดวงตาคู่โตสีเขียวส่อแววประหลาดใจอยู่เต็มไปหมด -- แต่จะให้ใจเย็นลงด้วยเพราะเมฆาปิดปากก็ใช่ที่ เพราะไม่มีทางซะหรอก สำหรับพายุบ้าคลั่งตลอดศกอย่างเขา!! -- "ไอ้บ้า!! ไอ้งี่เง่า!!"

โกคุเทระตะโกนสุดเสียง ขณะที่โยนหมอนบนเตียงจ้าละหวั่น

คนถูกว่าเอาทอนฟารับอย่างเสียไม่ได้ -- ไม่สิ ต้องบอกว่าจงใจที่จะใช้ทอนฟารับ "ถ้าโยนของแบบนี้ได้ ก็คงจะหายเป็นปกติแล้วสินะ"

"เออเว้ย หายแล้ว!! หาย!! แกก็หายไปซะ!!" โกคุเทระว่าพลางล้วงกระเป๋ากางเกงตามสัญชาตญาณ โดยลืมคิดไปเลยว่าสิ่งที่เขาหาอยู่นั้นหาไม่ได้จากกางเกงบางๆของชุดโรงพยาบาลนี้หรอกนะ! "เฮ้ย!!"

ไดนาไมตถูกเอาไปซ่อนหรอไงฟะ!!
เฮ้ย!! ซวยแล้ว!!


"หาไอ้นี่หรอ" ฮิบาริกล่าวเสียงเย็นพลางดึงสายเข็มขัดขึ้นมา -- สายเข็มขัดที่เต็มไปด้วยไดนาไมตที่ถูกพันไว้ครบเคร่อง -- ถ้าเอาไปจุดไฟคงได้เป็นประทัดสนั่นงานตรุษแน่ๆ "อย่างงี้นี่เอง... ถ้าแกขาดไอ้นี่ไป แกก็ไร้น้ำยาอย่างงั้นสินะ?"

ใบหน้าหล่อคมยิ้มอย่างชั่วร้าย(?) ขณะที่มือก็ขว้างสายเข็มขัดไดนาไมต์นั้นไปไกลๆอย่างไม่ใยดี โดยที่สายตายังคงโฟกัสภาพของคนป่วยเหมือนจะดิ่งลึกลงไปในความรู้สึก -- โกคุเทระเบือนหน้าหนี เพราะรู้สึกเหมือนโดนดวงตาคู่นั้นกดดันจนไม่กล้าแม้แต่หายใจ ....แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ เขาอึดอัดที่ไม่รู้จะทำอย่างไรหลังจากที่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่.....

คำพูด...ที่คนตรงหน้าไม่มีวันพูดในเวลาปกติ -- แล้วยิ่งท่าทางของหมอนั่นในตอนนี้... ยิ่งไม่ส่อแววเลยว่าครั้งหนึ่งเมื่อ 1 นาทีก่อนได้พูดอะไรออกไป





ทำไม....ฉันถึงต้องห่วงแกด้วย....




เสียงเข้มนั้นดังก้องไปมาในโสตประสาท....




"ได้ยินแล้วสินะ?" เสียงของฮิบาริถามยังคงเรียบราบดังเคย -- อีกครั้งที่เขารู้สึกว่าข้างในปั่นป่วน จนไม่รุ้จะทำสีหน้าเช่นไรจึงจะเหมาะสมกับสถานการณ์ -- ฮิบาริหายใจยาวๆอีกครั้งอย่างไม่ทราบความหมาย

มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่านะ ที่คนเคยบอกไว้ว่าคำพูดนั้นจะแสดงถึงจิตใจเบื้องลึก หากเป็นเช่นนั้นจริงทุกคนก็คงจะไม่มีความลับต่อกัน -- หากแต่ในความเป็นจริงนั้น คนเราทุกคนมีความคิดนับแสนนับล้านในเวลาเดียวกัน คงมีไม่กี่คนหรอกที่จะได้ระบายความรู้สึกเหล่านั้นจนหมดใจ... ดังนั้นคนส่วนมากจึงนิยมที่จะเก็บความคิดบางประการเอาไว้ เพียงเพราะ... ไม่รู้จะระบายออกไปอย่างไร -- แต่ก็มีอีกมากนัก ที่ไม่ระบายออกไปเพราะไม่อยากระบายน่ะสิ...

หนึ่งในคนจำนวนนั้น... คงจะนับรวมฮิบาริ เคียวยะคนนี้เข้าด้วยก็ได้....

คนที่อุตส่าห์สุ้มเก็บความรู้สึกและความคิด แต่แล้วก็ถูกเปิดโปรงด้วยปากของตัวเอง เนื่องจากเขา...ก้าวเท้าช้าไปก้าวหนึ่ง

เป็นเวลา 3 อาทิตย์แล้ว ที่เขาตัดสินใจที่จะเลิกคาดหวังอะไรๆในตัวของโกคุเทระ ฮายาโตะคนนี้ -- เขาเลิกคาดหวังตั้งแต่ตอนที่เขาเห็นใบหน้าสงบนิ่งของหมอนั่นบนเตียงเข็นของทางโรงพยาบาล -- ใบหน้านั้น.... สงบนิ่งจนหัวใจเขาพลันตกวูบเหมือนรู้ชะตากรรมของคนตรงหน้า


ไม่ใช่เพราะรู้ว่าคนตรงหน้าเข้าใกล้ลิมิตความตายเข้าทุกที
แต่เป็นเพราะ... ตัวเขารู้ดีว่า... หมอนั่นได้โบยบินออกไปจากความหวังของเขาเรียบร้อยแล้ว...





"อาการแกเป็นไงบ้าง"


เสียงเข้มของฮิบาริกระชากสถานการณ์อึมครึมให้กลับมาเป็นปกติ -- โกคุเทระที่รู้สึกใบหน้าเริ่มกลับมาอยู่ ณ อุณภูมิห้องเงยขึ้นสบกับใบหน้าหล่อคมที่ฉายรังสีอึมครึมและเย็นชาอยู่เต็มไปหมดทุกเมื่อ

"ส...สบายมากน่า" โกคุเทระตอบห้วนๆ แม้จะรู้สึกงุนงงกับทีท่าที่เปลี่ยนไป แล้วไหนจะคำถามชวนพิศวงที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากของนักกินสัตว์กินพืชอย่างเจ้าฮิบาริ -- "อ่ะ...เฮ้ย!! จะทำอะไรน่ะ!!"

ฮิบาริไม่ตอบคำถาม -- เหมือนกับไม่เชื่อคำพูดของคนป่วย สองมือของเขาจึงได้ถือวิสาสะปลดอาภรณ์บางของโรงพาบาลอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงร้องท้วงกับร่างกายที่ขัดขืนและดิ้นพร่านด้วยไม่ยินยอม ก่อนสายตาคู่คมจะตรวจกราด สำรวจร่างกายของคนตรงหน้าอย่างไร้ความเกรงอกเกรงใจ

เป็นอย่างที่ว่าจริงๆด้วย -- เวลา 3 อาทิตย์สามารถสมานบาดแผลเกือบทั้งหมดให้ติดแน่นเป็นแผ่นเดียวดังเดิม แม้จะมีรอยนูนสีแดงรอบปากแผลเหล่านั้น แต่นั่นก็เป็นสิ่งการันตีแล้วว่าคนตรงหน้าพ้นขีดอันตรายมาไกลโขแล้ว

ไกล...จนแทบไม่น่าเชื่อ

"แกนี่มันถึกจริงๆ" ฮิบาริกล่าวพลางเพ่งพินิจไปตามเรือนร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผล -- ผิวสีขาวจัดติดจะซีดคล้ายหิมะแบบฉบับพวกคอร์เครซอยด์นั้นตัดกับแผลสีแดงเป็นริ้วๆ ดูสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว!! -- ถึงจะไม่ได้มีความหลงใหลในร่างกายมนุษย์อะไรมากมาย แต่....มันก็สวยงามเกินกว่าที่จะอดใจได้

ฮิบาริยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆจนโกคุเทระรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนที่แผดเผาแผลที่หน้าท้อง -- ความรู้สึกเสียวซ่านมันจ่อมาใกล้จนหัวใจเต้นโครมครามรับความร้อนแรงนั้น -- ความรู้สึกเหมือนจะหลอมละลายไปกับสัมผัสจากปลายลิ้นแฉะที่ลากผ่านปากแผลนั้นราวกับทายาวิเศษก็มิปราน -- ทั้งนุ่มนวล ทั้งอ่อนโยน จนยากที่จะไม่เผลอไผล... ก่อนจะปล่อยให้ร่างกายทำตามความรู้สึกที่ประทุดาล


เร่าร้อน... จนไม่อาจบังคับกายให้เป็นไปตามคำสั่ง


ไม่รู้ว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นเช่นนี้หรือเปล่า... แต่กับคนตรงหน้าแล้ว... มันไม่ใช่!!

"อะ... อา...!! เบล!!!!" โกคุเทระร้องก้องเหมือนคนเห็นภาพหลอน -- ภาพของเบลเฟกอลเมื่อ 3 อาทิตย์ก่อนถูกกรอว์กลับมาราวกับเป็นม้วนวิดีโอที่ถูกบันทึกไว้ ใบหน้านั้นยิ้มแสยะ ขณะที่ลิ้นชื้นลากผ่านท้องน้อยของเขาราวกับลิ้มรสของอาหารมื้อค่ำอย่างหิวกระหาย

ยิ่งไปกว่านั้นคือความรู้สึกประหลาดเบื้องหลังความเจ็บปวดที่คนๆนั้นมอบให้มันได้กลับมาอีกครั้ง... ความรุ้สึกที่ต้องการแต่ไม่อาจเปิดเผย ความรู้สึกที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจยอมรับ แต่กับ...คนๆนั้น... คนๆนั้นเท่านั้นที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้!


แต่กับ...ฮิบาริคนนี้....มันคนละเรื่องกัน!!


"ไม่!! หยุดนะ!!" โกคุเทระร้องออกมาอย่างช่วยไม่ได้ -- กับคนๆนี้เขาไม่อาจที่จะปล่อยใจให้ลอยไปตามภวังค์ความต้องการนั้นได้ -- พลันมือที่วางอยู่บนเตียงก็เตรีมขึ้นต่อต้าน.....






กึง!! แคว่ก!



เสียงของอะไรบางอย่างถูกกระชาก พร้อมๆกับที่ความเจ็บปวดแล่นจากข้อมือซ้ายจนต้องสะดุ้ง

"โอ๊ย!!" โกคุเทระร้องเสียงหลง -- อะไรบางอย่างบาดที่ข้อมือของเขาจนรู้สึกเจ็บแสบ -- ฮิบาริเงยหน้าขึ้นโดยเร็ว -- ทั้งตกใจและมึนงง.... ว่าเหตุใดพวกเขาจึงมาอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้

โกคุเทระนึกขอบคุณสร้อยข้อมือของเขาที่เกี่ยวอยู่กับราวเตียง -- เมื่อครู่ที่เขาพยายามดึงมือของตนเองมาเพื่อต่อต้านการกระทำของคนตรงหน้า และด้วยสร้อยข้อมือที่เกี่ยวกับราวเตียงนั้นมันส่งเสียงเหมือนจะขาด ประกอบกับความเจ็บที่แล่นมาเพียงไมโครวินาที ซึ่ง....มันทำให้ทั้งเขาและฮิบาริต้องหยุดชะงักจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง....

เรื่องที่......พวกเขาไม่อาจอธิบายได้ว่ามันคืออะไรกันแน่

ว่าแต่... ไอ้สร้อยข้อมือนี่มันอะไรกันล่ะเนี่ย? -- โกคุเทระตั้งคำถามให้ตัวเองแก้ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความอาย ก่อนจะยกข้อมือที่เจ็บระบมจากการเสียดสีของสร้อยข้อมือกับราวเตียง -- อันที่จริงมันดูคล้ายเครื่องรางจากศาลเจ้าเสียมากกว่า

"เครื่องรางของพี่สาวแกนั่นแหละ" ฮิบาริตอบทันทีที่เห็นท่าทีสงสัยของเขา -- โกคุเทระชงักกึก.... รู้สึกเหมือนอาหารในกระเพาะเต้นระส่ำเหมือนจะลักออกมา ก่อนจะพบว่าฮิบาริได้เบือนหน้าหนีไปเสียแล้ว "เค้าอยากให้แกหายเร็วๆ"

แต่ชั้นไม่มีอะไรจะให้นาย... -- ฮิบาริคิดในใจ

โกคุเทระมองตามสายเครื่องรางที่ประดับด้วยหินสีเขียวอย่างหยกรูปกิเลนและถูกร้อยติดกันด้วยเชือกสีแดง ซึ่งดูไปแล้วมันคล้ายเครื่องรางของชาวจีนเสียมากกว่า -- โกคุเทระไม่นึกประหลาดใจเลยที่คนซื้อมาให้เป็นพี่สาวจอมประหลาดของตน... แต่อย่างนั้นก็ต้องขอบใจมากมายที่หล่อนอุตส่าห์เป็นห่วงกัน.... ล่ะมั้ง? -- และยังมีแผ่นไม้รูป 5 เหลี่ยมคล้ายหมากโชงิห้อยไว้อยู่ และยังแสดงข้อความตัวคันจิสละสลวยเป็นข้อความอวยพร....




ขอโทษที่ไม่ได้พูดด้วยตัวเอง แต่ขอให้โชคดีนะ



พลันนั้นก็นึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ตัวเขาต้องเข้าโรงพยาบาล...-- ใช่ เขาจำได้ว่าภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือใบหน้ามนสีขาวของคนเป็นศัตรูที่โน้มกายลงมาดูอาการของเขา... หมอนั่นเองก็เจ็บใช่ย่อย เมื่อเลือดจากปากแผล ที่เกิดจากการ 'พยายามฆ่าตัวตาย' ของเจ้าตัวได้ไหลอาบจนเประเป้อนไปทั้งตัวของหมอนั่นเอง และรวมถึงตัวของเขาด้วย... อาการของมันก็ไม่ใช่ย่อยๆ... ถึงจะคิดว่าตัวเองชิงหมดสติไปก่อนแล้ว แต่หมอนั้น...ชิงตายไปก่อนเขา

ทั้งๆที่.... ถ้าพยายามอีกสักหน่อย... หมอนั่นคงจะไม่ตาย
แต่หากว่าเขาตายไป แล้วผลมันจะต่างกันอย่างไร ในเมื่อชีวิตของเขามันไร้ค่า...

ไม่มีค่าพอให้ใครทั้งนั้น...



"ฮิบาริ....." ในที่สุดคนป่วยก็กล่าวขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ ก่อนใบหน้าจะเงยขึ้นสบตากับคู่สนทนา -- ใบหน้ามนสวยหมองไปถนัดตา "หมอนั่น.... ตายไปแล้วจริงๆเหรอ?"

ฮิบาริเลิกคิ้วบางอย่างรู้สึกปวดร้าว พอจะอ่านใจความในแววตาสีเขียวนั้นได้ ก็ในเมื่อภาพของเบลเฟกอลสะท้อนเต็มสองตาสีเขียวขุ่นนั้น.... จนไม่เหลือที่สะท้อนภาพของเขาบ้างเลย

แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือ...ดวงตาคู่นั้นเศร้าสร้อยเสียจนเห็นหยดน้ำเกาะพราวหางตา... -- เขาไม่ต้องการเห็นภาพอย่างนั้น

เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เขารู้สึกเจ็บปวดมากเพียงใดที่เห็นใบหน้านั้นเศร้าสร้อย -- และหลายๆครั้งที่เขาเป็นคนทำให้คนตรงหน้ามีสีหน้าเช่นนั้น -- แต่ในตอนนี้ เฉพาะตอนนี้เท่านั้นที่เขามีเวลาพอที่จะตัดสินใจการกระทำของตน ฮิบาริหลับตาลงนึกถึงเสียงของยามาโมโตะ ทาเคชิที่คอยกรอกหูเขาทุกวี่ทุกวันที่ผ่านมา


ขอเถอะ... เฉพาะเรื่องนี้... ห้ามบอกหมอนั่น

ฮิบาริกัดริมฝีปากของตัวเองอย่างช่างใจ ก่อนดวงตาคมจะปรือขึ้นมาพบกับความจริงที่ว่า... ร่างตรงหน้ารอคอยคำตอบของเขาทั้งน้ำตา


ไม่ได้หรอกยามาโมโตะ ชั้นคงช่วยอะไรนายไปมากกว่านี้อีกแล้ว...




".....หมอนั่นยังไม่ตาย...."



มีต่อนะเคอะ~ >>>>>

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 04 Mar 2008, 19:18 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
เง้อ... โพสซ้ะ งั้นเอาใหม่ part 2/3 มาค่ะ!!!

เบลเฟกอลแหงนหน้าขึ้นมองศาลเจ้าสไตล์ญี่ปุ่นอย่างเหม่อลอย อย่างน้อยๆเขาก็ได้รับการช่วยเหลือจากศาลเจ้าแห่งนี้ และนึกขอบคุณเจ้าอาวาสที่ให้ยืมสถานที่แห่งนี้ในพักรบชั่วคราวกว่าเดือน

ไม่ได้มีเหตุผลอะไรมาก ที่ทำให้เขาต้องมาที่แห่งนี้...


นั่นก็เพราะ....


"เจ้าชาย!! มาโอ้เอ้อยู่ที่นี่เอง" หนึ่งหญิง(?)แห่งวอริเออร์วิ่งกระเตงร่างเข้ามา ณ จุดที่เขายืนอยู่ ใบหน้าสีขาวผ่องที่ดูแลอย่างดีของหล่อน(?)ขึ้นสีแดงด้วยความเหนื่อย และเหงือกาฬที่ไหลอาบแก้มนั้นก็บอกเป็นอย่างดีว่าหล่อน(?)วิ่งไกลมาจากตัวเมืองใหญ่ "มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ? ทำไมหมู่นี้มาที่นี่บ่อยจัง?"

เบลหันมายังคู่สนทนาที่หอบแฮ่ก แล้วฉีกยิ้มกว้างแสนสดใส(?)ตามปกติ "ไม่มีอะไรนี่นา"

ลุสซูเรียทอดสายตาไปยังศาลเจ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่บนบันไดกว่าร้อยขั้น นึกสงสัยว่าทำไมคนอย่างเจ้าชายเบลเฟกอลถึงได้ติดอกติดใจอะไรนักหนา จึงได้แวะเวียนมาแบบไม่ขาดสายกว่า 1 สัปดาห์หลังจากที่ฟื้นขึ้นจากนิทราอันยาวนาน

ยาวนานจนคนรอยังใจฝ่อ....

ลุสซูเรียลอบมองใบหน้าของเจ้าชายที่ยังคงแหงนหน้ามองศาลเจ้านั้นอย่างไม่วางตาราวกับรอคอยอะไรบางอย่าง -- ใบหน้าเนิบนิ่งที่ไม่แสดงอารมณ์เช่นนี้ไม่ได้เห็นได้ง่ายๆ จนหล่อนอดประหลาดใจไม่ได้

"รอใครอยู่งั้นเหรอจ๊ะเจ้าชาย?" ลุสซูเรียถามขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสงบเงียบ

"เปล่าซักหน่อย" เบลหันหน้ามาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มุมปากบางถูกยกขึ้นนิดๆเหมือนกับฝืนยิ้ม แต่ก็เป็นชั่วแว่บเดียวเท่านั้น ก่อนที่ใบหน้าสีขาวนั้นจะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอย่างเช่นทุกวัน "ว่าแต่ลุสซี่... เธอมาที่นี่ทำไมหรอ?"

"อ้อ! ฉันมาตามเจ้าชายนั่นแหละจ้ะ" ลุสซูเรียกล่าว พลางทุบกำปั้นลงบนมืออีกข้างเหมือนเพิ่งนึกได้ "ฉันกับสควอลโล่ตกลงกันไว้แล้วว่าเราจะกลับกันวันนี้ อันที่จริง ฉันกับสควอลโล่ว่าจะบอกเจ้าชายหลายครั้งแล้วล่ะ แต่หมู่นี้เห็นเจ้าชายซึมๆเลยไม่อยากรบกวนยังไงไม่รู้นะ... อ้อ! แล้วก็ไม่ต้องกลัวนะว่าจะไม่มีซูชิน่ะ วันนี้ฉันเพิ่งไปซื้อมาให้ กะเก็บไว้ตุนหลายอาทิตย์เพื่อเจ้าชายเลยนะเนี่ย แล้วก็นะ....."

จากเรื่องที่ถามก็เริ่มออกทะเลไปไกลเรื่อยๆจนขี้เกียจฟัง -- แต่ก็เพราะเสียงเจื้อยแจ้วนี้แหละที่จรรโลงใจให้เขารู้สึกดีขึ้นจากการรอคอยอันไร้ความหวังนี้...

การรอคอยที่จะสิ้นสุดลงด้วย...การที่เข้าต้องกลับไปอิตาลีเพื่อทำงานให้เต็มศักยภาพในฐานะหัวหน้าหน่วยวายุ
อีกไม่กี่นาที เขาคงไม่ได้เห็นยอดหลังคาของศาลเจ้าแห่งนี้
ศาลเจ้าที่ให้โอกาสแก่เขากว่า 1 อาทิตย์ในการรอคอย

แม้ว่า... จะยังไม่ได้เห็นหน้าของคนที่ว่านั้นเลยก็ตาม








ภาพในตอนนั้น... ผมไม่อาจอธิบายได้ว่าผมรู้สึกอย่างไร แต่มันคงจะคล้ายๆกับนายลองบัทท่อม ตอนที่โดนคำสาปกรีดแทงของเบลลาทริกซ์ละมั้งครับ

ก็มันเจ็บไปหมดเลย...

ในห้องนั้นมีแต่เลือดและกลิ่นคราวฟุ้งไปหมด... ผมอยากจะอาเจียณออกมา แต่ว่า! สิ่งที่ทำให้ผมเจ็บได้ขนาดที่ว่าชาตินี้คงไม่มีอะไรเทียบแล้ว... คงจะเป็นคนสองคนที่อยู่กลางห้อง... คนหนึ่งคือคนที่ผมรักมากที่สุด อีกคนคือคนที่ผมเกลียดมากที่สุด -- คนที่มาหมายเอาชีวิตของคนที่ผมรักไป!

ใช่ครับ... เบลเฟกอล....

หมอนั่น...กำลังโน้มกายลงไปประทับจูบลงบนปากบางของคนที่ผมรัก... และเขาไม่ได้ขัดขืน...

ผมได้แต่ยืนอึ้งอย่างไม่รู้ว่าควรทำอะไรดี -- ทั้งๆที่ผมกำลังจะเสียคนที่ผมรักไป... แต่ผมกลับทำอะไรไม่ได้... มันเหมือนกับโลกหยุดหมุน และตัวผมเป็นเพียงตัวประกอบในฉากหนึ่งของพวกเขาทั้งสอง ตัวประกอบที่คงไม่มีวันได้เขาคนนั้นมาครอบครอง

นี่ผมท่าจะบ้าไปแล้ว.... ทำไมผมถึงไม่เข้าไปต่อยมันสักฉาดแล้วแย่งชิงคนของผมกลับมา?

นั่นสิ!! ทำไมผมถึงไม่ทำ!!

พอมารู้สึกตัวอีกที ผมก็ประเคนลูกเตะใส่ไอ้เจ้าชายบ้านั่นแล้ว -- หมอนั่นหงายหลังล้มลงไปอย่างที่ไม่มีวี่แววว่าจะลุกขึ้นมาได้เองอีก... ซึ่งมันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง และในตอนนั้นผมเลยฉวยคว้าร่างของโกคุเทระขึ้นมาหมายจะพาออกไปให้เร็วที่สุด...

แต่สัญญาที่ผมให้ไว้กับสควอลโล่มันเป็นสิ่งค้ำให้ผมไม่สามารถออกไปได้อย่างอิสระ สัญญาที่ให้ไว้ก่อนที่จะแยกทางกันหาเป้าหมาย -- สัญญาที่ว่าหากใครพบเป้าหมายก่อน ให้พากลับออกมาทั้งสองคน...

ซึ่ง.... คนอีกคนที่ว่าก็คือเจ้าเบลเฟกอลนั้นแหละ...

ผมหันกลับไปเห็นใบหน้าใต้เรือนผมสีทองอร่ามนั้น.... หมอนั่นไม่ได้ยิ้มอีกต่อไป และดูเหมือนว่ามันจะเข้าใจภาษาสายตาของผมเสียด้วยสิ?

ผมก้มลงช้อนร่างของหมอนั้นขึ้นมาไว้ที่แขนอีกข้างโดยไม่รอช้า -- ไม่เต็ใจนัก แต่จะปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด -- ก่อนปากบางนั่นจะพะงาบอย่างยากลำบากจนตัวผมที่รอฟังคำพูดนั้นแทบจะขาดใจแทน และหนำซ้ำมือนั้นยังมีทีท่าขัดขืนและพยายามดิ้นให้หลุดพ้นจากแขนของผมอีก "ไป....เถอะ.... ไป....ได้แล้ว...."

ผมพอจะรู้ความหมายอยู่กรายๆ หมอนั่นคงไม่เต็มใจนักทั้จะให้ผมช่วยเหลือ

"ชั้นทิ้งแกไว้ที่นี่ไม่ได้!" ผมตวาดออกไปในความงี่เง่าของมัน "ชั้นสัญญากับสควอลโล่ไว้ว่าจะช่วยแก!"

"สควอลโล่??" หมอนั่นอุทาน ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความประหลาดใจก่อนที่ร่างนั้นจะกระตุกหลายๆครั้งเหมือนกำลังหัวเราะ... ซึ่งผมพอจะอ่านออกว่าเขาหัวเราะเพราะสมเพศตัวเองเพียงใด "ชิชิ... บ้าจริงๆ..."

ผมไม่มีเวลามานั่งฟังมันพูดหรอก เพราะว่าลมหายใจระรินของโกคุเทระมันทำให้ผมแทบทรุด... เขากำลังจะตาย!! ถ้าผมส่งเขาไม่ถึงมือหมอในเวลาอันใกล้ ก็น่ากลัวว่าผมจะไม่เห็นดวงตาของเขาอีกครั้ง

ผมจึงตัดสินใจที่จะวิ่งออกมาอย่างรวดเร็วทั้งที่สองแขนก็แบกคนมาข้างละคน -- นี่หรือเปล่านะที่เขาว่าสัญชาตญาณเวลามีภยันตราย คนเราจะทำได้ทุกอย่าง??

"แค่ก...แค่ก" ผมได้ยินเสียงไอมาจากเจ้าเบลเฟกอล ก่อนที่เลือดจะไหลทลักออกมาจากปากบางนั้น ผมบอกตรงๆเลยว่า... ต่อให้มันเป็นศัตรูของผม ผมก็อดที่จะสงสารมันไม่ได้เหมือนกัน!

หมอนั่นพะงาบๆอีกครั้งเหมือนจะพูดอะไร แต่สิ่งที่ออกมาแทนคำพูดมีแต่เลือดทั้งนั้น น่ากลัวว่าสิ่งที่มันจะพูดจะทำให้มันไม่ได้พูดไปตลอดกาลน่ะสิ!!

แต่เห็นมันพยายามที่จะพูดแบบนี้ มันคงจะเป็นเรื่องที่สำคัญมากเลยสินะ? สุดท้ายแล้วผมก็เลยได้แต่ตั้งใจฟัง


"ช่วย...ช่วย...บอกกับเค้าว่า...เจ้าชาย....ตาย....ไปแล้ว...."


เบลเฟกอลว่าพลาง ถ่ายเลือดพลางซะจนผมคิดว่าถ้าไม่ทำตามคงไม่ได้... แต่ถึงจะสงสัยว่าทำไมเจ้าเบลเฟกอลจะต้องขอร้องผมถึงขนาดนั้น ผมก็คงไม่อาจถามไป เพราะผมยังไม่อยากเห็นเจ้านั่นเลือดหมดตัวตายด้วยเหตุที่ว่าปากมันเป็นช่องทางเปิดของเลือดหรอกนะ?

ใช่... คุณคงจะสงสัยเหมือนผม...

สงสัยว่า...
ระหว่างโกคุเทระกับเบลเฟกอล....
ระหว่างพวกเค้าทั้งสอง...

มีบางอย่างเชื่อมโยงติดกัน
มีบางอย่างที่ผมไม่รู้...

ผมไม่เข้าใจ... และคิดว่า....



ผมคงไม่เข้าใจไปตลอดกาล....




มีต่อค่า >>>>>>

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 156 posts ]  Go to page Previous  1 ... 6, 7, 8, 9, 10, 11  Next


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 3 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: