Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test




Post new topic Reply to topic  [ 156 posts ]  Go to page Previous  1 ... 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11  Next
Author Message
 Post subject:
PostPosted: 26 Jan 2008, 14:36 
User avatar
Joined: 20 Jan 2008, 14:51
Posts: 250
อัพจนได้ หนุกมากเลย~
เจ้าชายคิดจะทำอะไรกันแน่ อย่าคิดสั้นนะ
ยังไม่ได้กดโกคุเลย ~

_________________
Image
Image
^กดที่รูป แวะบล็อคได้นะเคอะ (แต่อย่าหวังจะหาสาระ เพราะมันไม่มี กั่กๆ)


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 26 Jan 2008, 16:39 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 20:33
Posts: 259
Location: นามิโมริ
ในที่สุด.......
ในที่สุด.......ก็มาลงต่อแล้ว

กรี๊ดอะฮะกรี๊ดอ่ะ น่าสงสารเบลจังเลยใครๆก็จะฆ่าเบลอ่าแงงงงงงงงงงง แต่อย่ากังวลยังมีโกคุเทระเคียงข้างนายเสมอน้า
ชอบอารมณ์นี้มากมายเลย

ว่างๆก็มาลงต่อนะค่ะ

ปล.อ่านทีไรก็สงสารเบลแฮะ :(


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 26 Jan 2008, 18:59 
Joined: 20 Dec 2007, 09:48
Posts: 48
โฮกกกกกกกก อ่านแล้วรักคู๋นี้ กรี้ดดดดด ชอบเบลมากเลยค่า น่าสงสารอ่ะ TT[]TT

แล้วนั่นเบลจะทำอะร้ายยย อยู่ืำืรังแกโกคุต่อเต๊อะ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 27 Jan 2008, 17:52 
Joined: 09 Jan 2008, 18:51
Posts: 112
ขอบคุณที่มาอัพมากๆค่ะ

ดีใจจัง

เบลอย่าตายนะ

ถ้าตายแล้วใครจะมาsmกับโกคุละ

ยังไงก็ตาม

ห้ามตายเด็ดขาด

_________________
Imagination doesn't limit within the Sky

Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 28 Jan 2008, 11:19 
Joined: 19 Dec 2007, 09:11
Posts: 799
ในที่สุด ...ในทีสุด me ก็ได้อ่านตอนต่อไปซะที TT-TT รอมาตั้งนานแล้ว

ว่าแต่เบลจ๋า โกคุเขาไม่ได้จุดระเบิดนะ อย่าทำยังงั้น อย่าฆ่าโกคุน้า ...เก็บไปทรมานที่คฤหาสน์เหอะ

(บรึม!! แก หมายความว่าไง)
(หมายความว่าไง? ก็หทายความอย่างงั่นน่ะสิ ว่าแล้วพลางหลบระเบิดที่พ่อไดนาไมต์โยนมา)

_____________________________________________________________


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 02 Feb 2008, 22:51 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
อ่ะเหอะๆๆๆ คลานออกมาจนได้ค่ะ

ก่อนที่โมเด็มจะเจ๊ง ขอโปรยสักตอนแล้วกันนะคะ >.<~


ตอนที่ 11 แด่ผู้ที่จากไป.... Part 1


คนเราจะมารู้สึกเสียใจ ก็ต่อเมื่อเสียสิ่งที่รักไป....
แต่แม้ว่ายังไม่ได้เสียอะไร ก็เหมือนกับเสียทุกอย่างไปเพราะรักเดียว




ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก!!!


เสียงของโลหะปลายแหลมพุ่งแหวกแถกมังสาของเขา... ความเจ็บปวดจากการถูกรุมกระหน่ำแทงนั้นทำให้เขารู้สึกดวงตาพร่ามัว ร่างกายที่บอบช้ำนั้นก็ค่อยๆทรุดลงนอน ไม่อาจทานทนรับน้ำหนักของตัวเองไหว....

มาได้... แค่นี้สินะ......?
ลาก่อน... ทุกคน....


ก่อนน้ำหนักกายทั้งหมดจะล่วงหล่นลงกอง ราวกับดอกไม้ที่โรยราเพราะหมดอายุขัย...



ความเจ็บแล่นปราดจากแผ่นหลังเมื่อคมมีดนับสิบแทงทะลุเข้ามา....

แต่ภาพตรงหน้ามันทำให้เขาลืมความเจ็บทั้งหมดทั้งมวล... และไม่อาจตายอย่างเป็นสุขได้... -- ภาพที่ว่า... โกคุเทระ ฮายาโตะ -- ศัตรูคนนั้น -- ได้เข้ารับเล่มมีดนับสิบๆที่พุ่งตรงมายังเขา!!

ตุ้บ!

น้ำหนักของร่างเปรี้ยนั้นหล่นลงสู่อ้อมแขนของเขา ก่อนที่เขาจะสัมผัสได้ถึงความอุ่นจากของเหลวสีแดงข้นที่เอ่อทลักเหมือนต้นตะบองเพชรที่ถูกเจาะจนน้ำในต้นกระฉูด -- เขารู้สึกเหมือนกับร่างของเขาดูดซึมรสขมเฝื่อนของของเหลวนั้นเข้าไป จนจมดิ่งเข้าไปยังความระทมที่แผ่ซ่านไปทั้งกาย

เพราะอะไร....
ทำไม....
ไม่เข้าใจ....


"ไอ้....บ้า.....เอ๊ย.....คิดจะ...ฆ่า.....ตัวตาย....ใช่......มั้ย........... " เสียงยานคล้ายหมดลมผสมไปกับเสียงหอบหายใจเอาเป็นเอาตายของคนผมเงินดังเข้ามาในโสตประสาทเป็นการยืนยันว่าเขายังไม่ตาย... แต่... ไม่รู้ว่าอีกกี่วินาทีกันที่ร่างนี้จะเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบเหมือนศพ "ฝัน...ไป....เถอะ....โว้ย...."


เพราะชั้นไม่มีทางปล่อยให้คนที่น่าสงสารอย่างแกต้องจบชีวิตอย่างมืดมนอย่างนั้น.....


ราวกับเป็นคำด่าส่งท้าย.... โกคุเทระก็หลับตาพริ้มลงเหมือนคนเข้านอน... ทว่า... เขาจะตื่นขึ้นในรุ่งสางของวันต่อมาหรือเปล่า... -- ยมทูตเท่านั้นที่รู้...

"เฮ้... แก..." เบลเฟกอลเขย่าร่างของโกคุเทระที่หอบหายใจถี่ระรัว -- ดวงตาคู่สีเขียวขุ่นนั้นเริ่มปรือจนเหมือนกับเหม่ออย่างไร้สติ -- เบลรู้สึกว่าขอบตาล่างมันร้อนผ่าว... ความรู้สึกที่ไม่ได้รับรู้มาถึง 8 ปีมันกำลังหลั่งทลัก ไหลเอ่อเป็นหยดย้อยอาบสองพวงแก้ม... "อย่า... เพิ่ง... อย่า...."



อย่าเพิ่งตายนะ!!

ทั้งๆที่อุตส่าห์... เตรียมใจไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ...
แล้วทำไม... ต้องเข้ามาช่วยชีวิตเจ้าชาย?
ได้โปรด... ตอบหน่อยเถอะ... โกคุเทระ ฮายาโตะ
ตอบสักครั้ง.... ว่าทำไม.... ทำไมจึงต้องทำแบบนี้กัน!






ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก!

มีด 6 เล่มลอยฉิวปักลงบนร่างเป้าหมายก่อนโลหิตแดงโกเมนจะกระฉูดฉานหลั่งทลักออกจากปากแผลที่หน้าอกทั้งหก -- ท่ามกลางสายตาสองคู่ที่ตกตลึงถึงขีดสุด -- ก่อนร่างนั้นจะไถลล้มลงหงายบนพื้น...

"ท่านพี่!!"

เบลกรีดร้องเสียงหลงเหมือนได้สติเป็นครั้งแรก ก่อนเท้าทั้งสองจะวิ่งรี่เข้าไปยังร่างของเด็กชายฝาแฝดใต้แทบเท้ามารดา -- หล่อนเองก็ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจจนดวงตาคู่สีแดงคมนั้นจะทลักออกจากเบ้างาม

"ไม่จริง... ไม่จริงใช่มั้ย!" เบลยังคงร้องก้องก่อนจะพยุงร่างอ่อนแรงของพี่ชายบนพื้นขึ้นมา "เจ้าชาย... เจ้าชายไม่ได้...."

ทั้งที่ปฏิเสธทุกอย่าง แต่ทั้งหมดล้วนเป็นความจริง -- เมื่อครู่ที่เขาปามีดออกไปหมายปลิดชีวิตผู้เป็นมารดา ในเสี้ยววินาทีนั้นเองที่มีร่างของพี่ชายฝาแฝดได้มาแทนที่เป้าหมายเพื่อปกป้องหล่อนจากมีดเหล่านั้น... และผลของมันก็เป็นดังที่เห็น....

พี่ชายของเขาถูกมีดทั้ง 6 ปักเรียงกันบนอกจนเลือดสาดกระเซ็น....

แต่กระนั้นปากบางของผู้เป็นพี่ก็ยังคงขมุบขมิบ และมือของเขาก็กำมือของน้องชายฝาแฝดแน่นราวกับจะส่งคลื่นความถี่สูงให้เขาได้รับรู้... "เบล....." -- เสียงนั้นยานคางจนคนฟังจะขาดใจตาม -- เบลเฟกอลสะอื้นไห้ด้วยเศร้าสร้อย...

แม้ว่า.... ปลายคม 6 เล่มนั้นจะไม่ได้แทงทะลวงจุดตาย

แต่เขา.... ไม่ได้อยากให้เรื่องเป็นแบบนี้....


ตุ้บ!


พลันนั้นร่างของหญิงสาวก็ล้มลงกองคุกเข่ากับพื้น ดวงหน้างามบิดเบี้ยวด้วยความตกใจและไม่เชื่อสายตา..... -- เป็นครั้งแรกที่เบลได้เห็นหล่อนแสดงอารมณ์อื่นนอกเหนือจากเย็นชา...

"เธอจะต้องไม่เป็นอะไร... เธอจะต้องไม่ตาย!" หล่อนร้องหวนแม้จะเห็นบาดแผลฉกรรจ์ทั้ง 6 ที่เด่นหราบนอกเล็กนั้น -- อีกทั้งยังมีบาดแผลตามข้อมือข้อเท้าที่เรียกเลือดไม่น้อยคอยทำพิษ -- ก่อนมือเรียวจะหยิบมือจิ๋วอีกข้างของเด็กชายขึ้นแนบแก้มอย่างโหยหา...

"ทำไม... ทำไมถึงทำแบบนี้กัน!!" ฝ่ายเบลก็ร้องเหมือนเรียกหาความยุติธรรม ในใจได้เพียงแต่หาคำตอบนับล้านมาอธิบาย...

แต่คำตอบเหล่านั้น.... ไม่มีค่าพอ ถ้าคนที่ตอบไม่ใช่เจ้าของการกระทำ....

"พี่.... ไม่อยากให้... เธอต้อง...ฆ่า....ใครไปมากกว่านี้..." ผู้เป็นพี่กล่าวพลางหอบพลาง ดวงตาคู่งามสีแดงโลหิตใต้เรือนผมสีเงินยวงนั้นปริ่มคลอด้วยหยดน้ำ -- ทั้งเจ็บปวด และปวดร้าว... -- "โดยเฉพาะ.... ท่านแม่...."

ทั้งที่บาดแผลที่ข้อเท้าและมือนั่นน่าจะถ่วงมือเท้าในการเคลื่อนที่.... แต่ก็ยังดิ้นรนมาเพื่อช่วยชีวิตผู้เป็นมารดา....
ทั้งๆที่.... ตัวเองก็ไม่รอดอยู่มะรอมมะร่อแล้วแท้ๆ...

"พี่.... อยากให้พวกเรา... กลับมาเป็นเหมือนเดิม" เด็กชายกล่าวเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่สีแดงคมโตที่เหมือนกับเขาติดจะเหม่อลอยเหมือนกำลังเฝ้ามองความหวังอันริบหรี่... "กลับมา... เป็นครอบครัว...ที่รัก...กัน... กลับมา....หัวเราะด้วยกัน.... อีกครั้ง..."


กลับมา... เป็นเหมือนเก่า....


ที่แท้... สิ่งที่เขาอยากปกป้อง... ไม่ใช่แค่เพียงชีวิตของผู้เป็นมารดา...
แต่กลับเป็นความสุข.... ของน้องชายของตน...
เพื่อที่จะปกป้องความสุขของทุกคน.... จึงยอมแม้กระทั้งชีวิต....


เพื่อที่จะปกป้องดวงใจน้อยๆของน้องชาย.... แม้ชีวิตก็ยังไม่พอกระนั้นหรือ??



เบลรู้สึกว่าความผิดครั้งนี้มันหนักอึ้งเกินที่หัวใจของเขาจะรับได้... แต่ก็ไม่คิดที่จะกลับไปเป็นดังวันวาน -- ในเมื่อบัดนี้หลักฐานได้เป็นที่ชัดประจักษ์แจ้งแล้วว่าผู้เป็นมารดาต้องการชีวิตเขาจริงๆ

ราวกับอ่านใจได้... ผู้เป็นพี่ที่มองเบลอยู่ก็กล่าวต่ออย่างยากเย็น


"เบล... คนที่....รักเธอมากที่..สุด... คือ...ท่านแม่นะ..."


ทั้งเบลและมารดาต่างก็พากันสะดุ้ง ก่อนสายตาคู่คมสีแดงทั้งสองคู่จะประสานกันโดยไม่รู้ตัวด้วยประหลาดใจ -- หากความรู้สึกเดินทางเป็นเส้นตรงได้ ทั้งสองก็อาจจะรับรู้ความในใจของกันและกัน -- แต่ก็จบลงด้วยการเบือนใบหน้าหนี


ก็คนที่จะฆ่าเจ้าชาย... คือท่านแม่ไม่ใช่หรือ?
เช่นนี้จะให้เจ้าชายเชื่อได้อย่างไร?
เจ้าชายรัก... รักท่านแม่เท่าไหน...
แต่เจ้าชายไม่เคยได้รับความรักจากนาง....

ถึงเจ้าจะไม่ได้เข้าใจ
แต่ข้า.... ก็ไม่ได้อยากเป็นแม่ที่เลวร้าย
ที่ไม่สามารถ.... เติมเต็มในสิ่งที่เจ้าไม่ได้รับนั้น...
ข้ารักพี่ของเจ้า และก็รักเจ้าด้วย...
เพียงแต่.....



เจ้าชายผมสีเงินตัวน้อยถอนลมหายใจ -- ที่ไม่ค่อยจะมีนั้น -- อย่างเศร้าสร้อยเหมือนกับคนที่ไม่สมหวัง.... -- เขารู้... ว่ามืออุ่นเรียวของมารดานั้นบีบรัดมือของเขาด้วยความหมายที่ยากจะกล่าวเป็นคำพูด... แต่ด้วยสายใยแห่งความรักในสายเลือดนั้นมันทำให้เขาเข้าถึงความในใจของหล่อนได้อย่างถ่องแท้...

หล่อน...รักเขามาก
และก็... รักเบลมากพอๆกับที่รักเขา...
เพราะเขารู้... เขาจึงมาที่นี่... มาเพื่อบอกกับผู้เป็นน้องชายถึงความจริง......

เพียงแต่... ความจริงนั้นจะไม่เป็นผลเลย... หากผู้พูดไม่ใช่มารดา...



"ท่านแม่... บอกความจริงเถอะ... นะ...."



ในที่สุดคนเป็นพี่ก็ร้องออกมาราวกับขอชีวิต ดวงตาคู่สีแดงคมของเขาเป็นประกายสั่นระริกอย่างปวดร้าว... -- เจ็บ ที่เห็นคนที่ตนรักต้องผิดใจกัน เจ็บ...ที่ไม่อาจช่วยเหลือคนที่เขารักทั้งสองได้ -- มือจิ๋วกำมือของมารดาตอบเป็นการเค้นความรู้สึกร้อนระอุในกายของหล่อนให้พุ่งจี๊ด

ดวงหน้างามของราชินีดูบิดเบี้ยว ก่อนจะทอดสายตาสังเวชและเศร้าสร้อยไปยังลูกชายคนเล็ก -- ที่ยังคงมีอาการประหลาดใจ -- ก่อนปากบางใต้ลิปสติกสีแดงสดนั้นจะเผยออ้าเหมือนกับจะเปรยสิ่งใด...

"เมื่อ 8 ปีก่อน... มีคำทำนายหนึ่งเกี่ยวกับพวกเจ้า.... ในตอนนั้นอันนุนซิโอก็อยู่ด้วย... ข้ารู้... ข้ารู้ว่าสักวันเขาจะบอกกับเธอ.... แต่..... -- "


แต่ข้าไม่คิดว่าเขาจะหลอกใช้เธอ!!



ตึง ตึง ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ!



เสียงฝีเท้านับสิบดังมาจากโถงทางเดินไม่ไกลขัดจังหวะหล่อน -- น้ำหนักเท้าเหล่านั้นทำให้เกิดความไหวสะเทือนที่ส่งผลให้ทั้งสามคนแม่ลูกรู้สึกประหลาดใจ

"พวกทหาร... กำลังมา!" ราชินีกล่าวด้วยใบหน้าตกใจและตื่นตระหนก หันซ้ายแลขวาไปยังต้นเสียงอึกทึกที่ใกล้เข้ามาเรื่อย "ถ้าคนพวกนั้น... ถ้าคนพวกนั้นมาเจอเข้า... พวกเจ้าคง........."


ต้องตายแน่ๆ!


เป็นคำพูดที่นางกลืนลงคอไปอย่างไม่ยากเย็น -- เบลและพี่ชายรับรู้ถึงอนาคตอันใกล้ที่จะมาถึง แต่ก็... นึกไม่ออกเสียแล้วว่าต้องทำอย่างไร -- เบลคิดเสมอว่า -- ถ้าให้ตาย... เขาก็ขอตายกับคนที่เขารัก...

เช่นนี้.... เขาคงสมหวัง...

เบลกำมืออีกข้างของพี่ชายแน่น น้ำตาล่วงผลอยเหมือนเตรียมใจ แต่... ตอนนั้นเองที่จู่ๆร่างของเขาก็ถูกจับให้ลุกขึ้นยืนอย่างแรงโดยคนเป็นแม่

"มัวชักช้าอะไรอยู่! รีบหนีไปได้แล้ว!" หล่อนตวาดตาเขียว -- เป็นคำดุว่าที่คนเป็นแม่ทั่วไปต้องทำแน่ๆ -- คำดุว่าที่รู้... ว่าห่วงใย -- แต่สำหรับคนที่ไม่เคยได้รับแม้แต่ความรักอย่างเขา มันอาจทำให้เขาเข้าใจผิดได้อย่างง่ายๆ...

แต่นั้น.... เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นดวงตาคู่นั้นมีแววเป็นห่วงเขาอย่างจริงใจ...



....เบล... คนที่....รักเธอมากที่..สุด... คือ...ท่านแม่นะ.....



ไม่ค่อยเข้าใจ... แต่จะขอเชื่อ....
ถ้านั่นเป็นคำพูดของคนที่พยายามจะปกป้องทุกสิ่งของเขา...


"รีบหนีไปซี่!!!" หล่อนตวาดอีกครั้งเป็นการปลุกเขาออกจากภวังค์ เจ้าชายน้อยจึงรีบจัดแจงร่างของพี่ชายให้คร่อมไปบนไหล่เล็กๆของตน ก่อนจะวิ่งไปยังหน้าต่างบานใหญ่...

เบลเหลียวกลับไปมองดวงหน้างามที่อยู่เบื้องหลัง...
เรียวมือบางถูกยกขึ้นโบกให้เขาอย่างช้าเอื่อย ก่อนดวงตาคู่งามนั้นจะหลั่งน้ำใสเย็นอาบใบหน้า.......
เป็นครั้งแรก....ที่เขาได้เห็นน้ำตาของผู้เป็นมารดา
และ...เป็นครั้งสุดท้าย...ที่เขาจะได้เห็นใบหน้างามนั้น.....



ลาก่อน.....




มีต่อนะคะ!!!

_________________
Image
Image


Last edited by askrepios on 02 Feb 2008, 23:10, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 02 Feb 2008, 22:56 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
ตอนที่ 11 Par 2


รู้สึกประหลาดใจในกลไกร่างกายของมนุษย์เมื่อถึงตาจน -- เขา... ผู้ซึ่งเป็นคนอ่อนแอนั้นกำลังแบกร่างของพี่ชายพาวิ่งทั่กๆออกมาจากราชวังได้ในระยะไกลมาก ขนาดที่ว่า... ใครต่อใครก็คงตามมาหาไม่ทัน -- ในเมื่อที่ที่พวกเขาอยู่... คือสถานที่ที่ยากจะค้นพบได้ในป่าใหญ่...

ที่นี่... เป็นสวนดอกทิวลิปขาวขนาดย่อมที่คนที่เขารักมากที่สุดเป็นคนจัดหามาให้....

"เบล....ปล่อย...พี่ลง... ได้แล้ว...ล่ะ" เสียงของคนที่อยู่บนไหล่เล็กนั้นสั่นเครือเพราะการเคื่อนที่ ก่อนคนเป็นน้องจะค่อยๆหย่อนร่างของพี่ชายลงพิงกับโคนต้นไม้ใหญ่ -- ที่มีโพลงขนาดพอให้เด็กตัวเล็กๆเข้าไปซ่อนตัวได้ -- เบลนั่งลงอยู่ข้างๆ มองดูใบหน้าซีดเผือดของพี่ชายเนื่องจากขาดเลือดมาก...

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า.... ยากเหลือเกินที่จะรอด

ดวงตาใต้เรือนผมสีเงินนั้นทอดมองไปยังทัศนวิสัยยามค่ำคืนที่อยู่ตรงหน้า -- ดอกตูมขาวสีนวลของทิวลิปที่ชูช่อชื่นอยู่เหนือฐานรองดอกและรับด้วยใบสีเขียวชอุ่มสวยงาม... -- ที่แห่งนี้... เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเขาได้มาที่นี่ มาเพื่อเล่น... และดูแลดอกไม้เหล่านี้...

แต่... ในเวลานี้...
ที่นี่คงจะกลายเป็นหลุมฝังศพของเขาแล้วแน่ๆ


เด็กชายพิงกายไปบนโคนต้นไม้ให้ถนัดในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ก่อนสายตาจะกับมาโฟกัสภาพของน้องชายฝาแฝด -- ใบหน้าของเบลนั้นบ่งบอกด้วยอารมณ์หลากหลาย ทั้งงุนงง สงสัย เสียใจ รวมไปถึงยินดี... ที่อย่างน้อยๆพี่ชายก็ยังไม่ด่วนจากเขาไป...

"พี่รู้... ว่าเธอ....รู้เรื่องคำ....ทำนาย....จาก...อันนุน....ซิโอ....แล้ว" ผู้เป็นพี่เอ่ยขึ้นขัดความเงียบ มือจิ๋วก็พลางจับลงบนศรีษะของผู้เป็นน้อง

"ใช่.... เจ้าชายรู้แล้ว" เบลตอบกลับเบาๆ ก่อนใบหน้าจะแปรผันตรงตามอามรมณ์ที่เปลี่ยนไป "เจ้าชายถึงได้..... เจ้าชายถึงได้อยากฆ่าท่านแม่!!"

"เบล...! เรื่องนั้นมัน... ไม่จริง...นะ!!" พี่ชายรีบกล่าวตัดบทเมื่อรับรู้ถึงอารมณ์ของผู้เป็นน้อง "อันนุนซิโอ....หลอกเธอ...!! เขา...เปลี่ยนคำ...ทำนายนั้น.... ให้เธอ... เข้าใจผิด!"

ท่าทีร้อนรนที่เหมือนกับตัวเองเป็นคนถูกกระทำเสียเองนั้นมันทำให้ผู้เป็นน้องประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด คนเป็นพี่หายใจหอบแฮ่กๆถี่ๆ ก่อนจะสบตากับดวงตาคู่สีแดงคมที่เหมือนกับของตัวเอง

"แต่เขาโกหกแล้วจะได้อะไร!" เบลเถียงกลับ "อันนุนซิโอไม่ใช่ท่านแม่ คนๆที่ใส่ยาพิษในนมนั้นคือท่านแม่!"




เพียะ!!




ปลายนิ้วทั้ง 5 ของพี่ชายถูกประทับลงบนแก้มซ้ายของผู้เป็นน้องอย่างอ่อนแรง -- ดวงตาของเบลเบิกโพลงอย่างตกใจ -- ก่อนที่จะสบตากับดวงตาคู่สีแดงที่ดูจริงจัง

ถึงจะไม่เจ็บสักเท่าไร.... แต่เจ็บใจมันมากกว่า
ก็นี่เป็นครั้งแรกที่พี่ชายทำเช่นนี้กับเขา...

"อย่าเอาท่านแม่ไปเปรียบกับคนพรรค์นั้นนะ!!" ผู้เป็นพี่ชายตวาดเสียงดัง -- เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็น -- ก่อนใบหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นตกใจ และเศร้าหมอง..... -- "...ขอโทษ"

เบลส่ายหน้าแทนคำให้อภัย แต่มือซ้ายก็ถูกยกขึ้นมาลูบแก้มร้านผ่าวอย่างรู้สึกหลากหลาย -- ทั้งตกใจ ทั้งงุนงง

"อันนุนซิโอเพียงแค่ต้องการพลังของเธอ" ผู้เป็นพี่ชายกล่าวต่อไป เสียงสั่นเครือน้อยๆ "เขาต้องการเป็นพระราชา! เขาต้องการกำจัดพวกเราทุกคน!"



เป็นไปไม่ได้.....
ที่อันนุนซิโอดูแลเจ้าชาย....
ทุกอย่างที่เขาทำ....
เป็นแค่....
หลอกใช้เจ้าชายหรือ...?
ไม่จริง....
โกหก... ใช่มั้ย?
ไม่จริงใช่มั้ย!?!



"ไม่จริง!!" เบลร้องขึ้นก่อนดวงตาคู่นั้นจะโตถลนอย่างตกใจและวิกลจริต "ไม่จริง! อันนุนซิโอไม่ใช่...!!! ต้องไม่ใช่เขา!!"

"ใจเย็นๆ สงบสติก่อนเบล!!" ผู้เป็นพี่ชายที่ตกใจกับท่าทีของน้องชายที่เปลี่ยนไปโดยกระทันหัน มือที่ไร้แรงทั้งสองถูกยกขึ้นประคองร่างที่สั่นเทิ้ม


เอาอีกแล้ว....
ใครๆก็ต่างพากันเกลียดชังเจ้าชาย...
ใครๆก็พากัน.... หลอกลวงเจ้าชาย....



"ทำไมกัน.... ฮึก..." ผู้เป็นน้องไม่อาจอดกลั้นน้ำตาแห่งความท้อแท้และปราชัยให้กับโชคชะตา... "ทำไมทุกๆคนถึงได้เกลียดเจ้าชาย.... ทำไมทุกๆคนถึงต้องการให้เจ้าชายตาย.... กับแค่... ฮึก....เจ้าชายเกิดมาและมีคำทำนายอะไรนั้น... ฮึก... ทุกๆคนถึงกับต้องมองว่า ฮึก....เจ้าชายเป็นต้นเหตุของราชวงศ์ที่จะล่มสลาย... เจ้าชายไม่ได้อยากเกิดมาเพื่อ.... ฮึก....ถูกคนอื่นเกลียด.... เจ้าชายไม่ได้อยากเกิดมาเป็นแบบนี้สักหน่อย!! ฮึก....."

ถ้าเลือกเกิดได้... เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิด...

แต่ที่เรื่องแบบนี้มันเกิด ก็เพราะ.... เขาไม่อาจเลือกเกิดได้....

คำตัดพ้อที่เก็บกดไว้มานานถูกปลดปล่อยออก.... ผู้เป็นพี่รู้สึกเหมือนกับถูกลูกตุ้มล่ามให้ตกลงไปในก้นบึ้งแห่งความเศร้าสร้อย... หนัก... และไม่สามารถถอนตัวกลับคืนได้... -- ไม่เคยคิด.... เขาไม่เคยนึกถึงจิตใจของเบล... ที่ต้องทนทรมาณต่อสายตารังเกียจของคนอื่น ไม่เคยรู้เลยว่า... เบลรู้สึกอย่างไรบ้างที่ต้องทนทุกข์อยู่กับโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากยาพิษนั้น หรือ.... แม้แต่ความรู้สึกที่เบลมีต่อเขามันเป็นความรู้สึกอย่างไร เขาก็ไม่อาจคาดเดาได้เลย....

หากเรื่องทั้งหมดเกิดจากการพูด...
หากคำพูดคือสิ่งที่ทำให้คนเราผิดใจกันได้... เขาก็จะไม่พูด

ผู้เป็นพี่ยกสองแขนขึ้นโอบกอดน้องชายอย่างอ่อนโยน... -- อ้อมกอดอบอุ่นที่ส่งผ่านความรู้สึกดีๆมากมายในกายให้กับผู้เป็นน้อง -- ความรู้สึกที่หลั่งไหลไปมาระหว่างเขากับน้องชาย -- ผลัดเปลี่ยน... หมุนเวียนสิ่งที่ต่างคนก็ต่างรู้สึก

อ้อมอกที่อบอุ่นเสมอ.......
แต่จะรู้สึกเช่นนี้ได้อีกนานเท่าไรกันนะ?

"แค่ก แค่ก" ในทีสุดผู้เป็นพี่ก็ขย้อนของเหลวสีแดงออกทางปาก ใบหน้าขาวชุ่มเหงื่อบอกอาการพิษแผลกำเริบ เบลยกสองมือขึ้นประคองร่างพี่ชายที่หงายล้มลงไปยังโคนต้นไม้ดังเดิมอย่างเป็นห่วง

"เป็นอะไรมั้ยท่านพี่!" เบลร้องก่อนจะใช้มือแตะสำรวจส่วนต่างๆของร่างกายพี่ชาย -- ตัวของเขาเริ่มเย็นชืดเพราะเสียเลือดมาก... แต่ก็น่าแปลกที่ร่างกายของเขากลับหลังเหงื่ออกมาเต็มไปหมด

"เบล... รู้มั้ย..." ผู้เป็นพี่ยังคงดึงดันที่จะกล่าวต่อไปอย่างไม่สนใจท่าที่เป็นห่วงของน้องชาย "ทุกๆครั้งที่เธอดื่มนมผสมยาพิษเข้าไป มีใครคนหนึ่งกำลังดื่มยาพิษเปล่าๆเป็นเพื่อนเธอ"

"...ค...ใครกัน?" เบลถามขึ้นแทบในทันทีเพราะไม่เชื่อหูตัวเอง ก่อนดวงตาคู่สีแดงคมของพี่ชายฉายประกายเจ็บปวด




"ท่านแม่...ไงล่ะ"




ท่านแม่?
กินยาพิษ?
เพื่อเจ้าชาย?
ทำไม?
เพื่ออะไร?




"ท่านแม่ใส่ยาพิษลงในแก้วนมของเบล.... หวังจะให้เบลเป็นคนที่อ่อนแอ... ไม่ได้ต้องการจะฆ่าอย่างที่เบลคิด... แต่ท่านแค่ต้องการ....ไม่ให้คำทำนายเป็นจริง... จึงต้องทำทุกอย่างให้มันตรงกันข้ามกัน.... และเมื่อท่านแม่เลือก....ที่จะให้เบลกินยาพิษ.... ท่านแม่เอง....ก็จะกินด้วย...."


(SirNeer - กลับไปอ่านคำทำนายได้ในช่วงแรกๆของตอนที่ 10 นะคะ แต่คำทำนายที่อันนุนซิโอพูดน่ะเป็นคำทำนายปลอมค่ะ!)


ทำทุกอย่าง.... เพื่อไม่ให้ราชวงศ์ล่มสลาย
ทำทุกอย่าง.... เพื่อไม่ให้เสียใครคนใดคนหนึ่งไป....
ถึงขนาดต้องให้เจ้าชายดื่มยาพิษ
และถึงขนาดที่ต้องดื่มยาพิษซะเอง....


ในโลกนี้จะมีอีกไหม คนที่ทำได้ถึงขนาดนี้....





"ท่านแม่รักเบลมากนะ...." อีกครั้งเพื่อตอกย้ำความรู้สึกที่แท้จริง....





ที่เย็นชา... ไม่ใช่ว่าไม่รัก...
เจ้าชายมันเห็นแก่ตัว....
ที่ไม่นึกถึงจิตใจของท่านแม่....
ว่าท่านแม่จะต้องปวดร้าวเพียงใด... ที่ไม่สามารถแสดงความรู้สึกนั้นได้...
ท่านแม่จะรู้สึกเจ็บเพียงใด... ที่เจ้าชายต้องดื่มยาพิษ

คงจะรู้สึกเหมือนเจ้าชายในตอนนี้...... ที่เจ้าชายเพิ่งรู้ความจริง....

ว่าเจ้าชายรัก.... ท่านแม่มากเหลือเกิน.....




"แค่ก.... แค่กๆ ฮึก...." เสียงไอแห้งๆของพี่ชายปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์ เบลหันไปมองใบหน้าที่เหมือนกับเขากำลังไออย่างเอาเป็นเอาตาย มือเล็กทั้งสองถูกยกขึ้นมากุมอก -- ท่าจะเจ็บมาก -- อาการหายจติดขัดที่เห็นได้ชัดนั้นมันทำให้เขาแทบจะหายใจไม่ออกตาม...

ที่พี่ชายเป็นแบบนี้...ก็เพราะเขา
ถ้าเขาไม่ได้ต้องการจะฆ่าแม่ตั้งแต่แรก....
ถ้าเขาไม่ได้ทำร้ายพี่ชายตั้งแต่แรก...
ถ้าเขาไม่ได้เชื่อคำพูดของอันนุนซิโอตั้งแต่แรก...

ถ้าเขา....ไม่เกิดมาตั้งแต่แรก....

ทุกอย่างคงไม่เป็นเช่นนี้...


เบลรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนเห็นแก่ตัว ทั้งๆที่เกิดมาทีหลังแต่ก็สะเออะที่จะครอบครองทุกอย่าง -- ทำลายทุกอย่างให้สูญสิ้น -- ทั้งๆที่ไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนั้น... แต่คนที่ย่ำเท้าลงไปในบ่อโคลนก็ไม่สามารถถอนเท้ากลับได้อย่างไร้ร่องรอย...

เขา... ถลำลึกลงไปเกินกว่าที่จะเยียวยาได้แล้ว...

"เบล...." เสียงทุ้มของเด็กชายผมเงินครางเอื่อยแผ่ว -- ปลุกให้เขากลับมาในโลกแห่งความจริง -- น้ำตาเป็นหยดไหลจากหางตา ใบหน้ามนซีดขาวน่าอึดอัดทรมาณ -- สองมือจิ๋วที่ชืดเย็นหยิบมือของเบลขึ้นกุมอกของตน "พี่ขอ....อะไร...อย่างนึงได้มั้ย..."

นับเป็นคำขอครั้งแรก... ของผู้เป็นพี่...
แต่ทำไม... รู้สึกไม่ดีเลยนะ?

"ได้สิ" เบลตอบกลับไปอย่างไม่สนใจความรู้สึกในก้นบึ้งที่พยายามคัดค้าน -- รู้แต่เพียงว่า หากไม่ตอบตกลง เขาคงจะเป็นน้องชายที่แย่อย่างร้ายกาจ ก็ในเมื่อพี่ชายของเขาสามารถทำให้เขาได้ทุกอย่าง... แล้วนับประสาอะไรกับคำขอของพี่ชายที่เป็นเพียงครั้งแรก

ใบหน้าที่เหมือนกับเบลยิ้มบางเบาบนมุมปาก ก่อนปากบางจะเผยอเป็นคำที่ฟังแล้วรู้สึกราวกับถูกเข็มพันเล่นจี้ลงกลางใจ




"ช่วย...แทง...ลงมา...ตรงนี้...ที"




มือกุมที่อก แล้วจะให้หมายถึงที่อื่นได้อย่างไร


ไม่ว่าจะเด็ก สตรี คนชรา หรือหมาท้องแก่ ใครๆก็รู้ว่าตรงกึ่งกลางร่างกายของคนเราน่ะมีอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย และรับเลือดไปฟอกที่ปอด -- หากเกิดภยันตรายกับมันแล้ว ก็ยากนักแลที่จะรักษาชีวิตให้รอด...

นับเป็นจุดตายของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง....

"อ...อะไรนะ..." เบลทวนคำอย่างไม่เชื่อหู ก่อนดวงตาคู่สีแดงคมโตใต้เรือนผมสีทองวาวจะเบิ่งถลนตกใจขั้นสุด

"ช่วย...ฆ่า...พี่...ทีเถอะ" คนเป็นพี่พูดด้วยเสียงอันสั่นเครือเหมือนกลั้นความรู้สึกที่จะทลักออกมา -- ความรู้สึกเจ็บ และทรมาณจากพิษบาดแผลที่รุมเร้าราวกับจะดันเครื่องในให้ไหลออกมาตามช่องเปิด "พี่...เจ็บ...มากๆ"

แววตาคมสีแดงของพี่ชายในยามนี้ไม่เหมือนเมื่อ 2-3 ชั่วโมงก่อน -- มันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง -- เมื่อความเจ็บปวด ทรมาณและเศร้าสร้อยได้เข้ามาบดบังจนมิดไม่เห็นแววร่าเริงสดใส.... -- ดวงตาคู่นั้นกำลังอ้อนวอนเขา...

อ้อนวอนขอความตาย...
สิ่งอันอัปมงคลที่.... เขาไม่ต้องการยื่นให้ใครตั้งแต่ต้น...

"พ...พูดอะไรน่ะ!" ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นอะไร แต่มันยากเกินไปที่จะพูดออกมาได้ด้วยไม่สั่นไหว "อย่า... อย่าบ้าน่า!!"

"เบล... ฟังนะ" เสียงของพี่ชายตัดบท -- ดวงตาคู่งามดูสงบนิ่งราวกับเตรียมตัวเตรียมใจมาในการนี้โดยเฉพาะ "พี่ไม่รอดแน่.... ตอนนี้พี่เจ็บ... มากๆเลย... ช่วย... ช่วย....ทำให้พี่สบายที...เถอะนะ..."

'ทำให้สบาย' ดูจะสมเหตุสมผลมากกว่า...

เพราะดูจากสภาพการณ์แล้ว.... บาดแผลฉีกขาดที่หน้าอกทั้ง 6 นั้นก็ไม่น่าจะทำให้เด็กชายรอดพ้นเงื้อมมือยมทูตได้ -- ในเมื่อรอยแผลนั้นเกิดจากมีดที่ปักลึกลงไปจนจะมิดด้าม มันคงจะชอนไชผ่านอวัยวะสำคัญ -- เช่น ปอด -- จนทำให้ระบบหายใจของเด็กชายแปรปรวนร่อแร่... อาจสังเวยชีวิตได้ในเวลาต่อมา... -- แต่... เวลาต่อมาที่ว่ามันก็กินเวลากว่าหลายยาม กว่าจะว่างเว้นวาระสุดท้าย เขาคงต้องทนเจ็บ ทนทรมาณอีกนานเป็นแน่แท้ -- แต่หากเป็นอีกทางที่เขาได้รับการอนุเคราะห์จากน้องชายผู้เป็นที่รักนี้แล้ว... เหตุใดเลยที่จะต้องทนความทุกข์นี้ -- เจ็บครั้งสุดท้ายเพียงชั่ววินาที... กับเจ็บอีกเนิ่นนาน... -- แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหน.... เขาก็ต้องตาย.... -- เหมือนกับฝนที่ตกลงมาประปราย ไม่ว่าเราจะเดิน หรือวิ่งหลบฝน อย่างไรแล้วเราก็ต้องเปียกเม็ดฝน...


เหมือนกับชะตากรรม.... จะเกิดขึ้นเร็ว หรือช้า อย่างไรแล้ว.... เราก็หนีมันไม่พ้น....




มีต่อนะคะ!!!!

_________________
Image
Image


Last edited by askrepios on 02 Feb 2008, 23:16, edited 2 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 02 Feb 2008, 23:03 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
ตอนที่ 11 part 3 สุดท้ายแล้วค่า



แม้ว่า.... การตายจะเป็นสิ่งจรรโลงโลกให้เห็นสัจธรรมความไม่เที่ยง กระนั้น... การเสียบุคคลที่รักไปต่อหน้าต่อตา... มันก็เป็นสิ่งที่เกินกำลังดวงใจน้อยๆจะรับไหว -- แล้วนับประสาอะไร หากว่า.... คนที่ต้องลงมือ คือคนที่ต้องทนอยู่กับความเศร้าโศกเกินคณานับได้?


"เร็วหน่อย..."


ดวงหน้าซีดเผือดไร้เลือดฝาดของพี่ชายเร่งเร้า ปากบางที่สั่นระริกหอบหายใจ -- แต่ดวงตาคู่สีแดงคมนั้นกลับแน่วนิ่งราวหินผา.... ที่ไม่อาจสั่นครอนครืนได้ประการใด -- แม้ว่าจะถูกคลื่นความรู้สึกนานาประการของคนตรงหน้าซัดสาด

"พี่น่ะ...มันบ้า...." ในที่สุดผู้เป็นน้องก็ตัดพ้อเสียงเครือ -- ก่อนดวงตาใต้เรือนผมสีทองจะเอ่อทลักด้วยหยดน้ำใสสะอาด "ทั้งๆที่... ทั้งๆที่ไม่ได้อยากฆ่าพี่แต่ทีแรก.... ทั้งๆที่อุตส่าห์ตัดเส้นเอ็นที่ข้อมือข้อเท้า ไม่ให้ไปไหนได้... ทั้งๆที่..... ทั้งๆที่คิดว่า.... พอเสร็จธุระทุกอย่าง เจ้าชายจะพาพี่หนีไปแท้ๆ.... แต่ท่านพี่กลับ....กลับฝืนตัวเอง.... เพื่อช่วยชีวิตท่านแม่.... เพราะอะไร? ทำไม? เจ้าชายไม่เข้าใจ.... เจ้าชายไม่เข้าใจอะไรเลย!!!"

สิ้นสุดเสียงประท้วงนั้นเบลเฟกอลก็สะอื้นไห้ยกใหญ่.... ปล่อยเสียงโฮร้องเหมือนกับที่เด็กในวัยเดียวกัน่ที่ควรจะเป็น มือทั้งสองถูกยกขึ้นมาปาดหน้าปาดตาที่ระคายเคืองและเป็นรอยช้ำสีแดงจางๆ -- ใบหน้ามนมีสีแดงผิดกับอีกคนที่ซีดเผือด....

แล้วมือทั้งสองของพี่ชายก็ยื่นเข้ามาจับมือของเบล.... ก่อนจะยัดแท่งโลหะเงินเย็นใส่ในมือจิ๋วๆของผู้เป็นน้อง

"พี่....ทำทุกอย่างก็เพื่อเบล..." พีชายตอบสั้นๆ "พี่ไม่อยากให้เบลรู้สึกผิดที่ได้ทำเรื่องไม่ดี... แต่สิ่งที่เบลกำลังจะทำน่ะ...มันดีแล้ว... ทั้งสำหรับพี่และตัวเธอเอง..."



พี่ขอสละชีวิตตัวเอง.... เพื่อชดเชยทุกๆสิ่งที่ไม่ดี...
พี่ขอสละชีวิตตัวเอง.... เพื่อปกป้องชีวิตของเธอ... ปกป้องความสุขของเธอ
เบล..... ได้โปรด.... รับความหวังดีของพี่นี้.....




ได้โปรดรับความหวังดีครั้งสุดท้ายของพี่ไปด้วย...




มือของพี่กำมือของน้องที่กุมมีดคม เบลมองพี่ชายด้วยสายตาอาธรณ์ ก่อนผู้เป็นพี่จะยิ้มและพยักหน้าเป็นเชิงว่า "พร้อมแล้ว"



ทุกอย่างๆ.... ท่านพี่ทำทุกๆอย่าง....
ทั้งที่ไม่เคยคาดหวังอะไรจากเจ้าชาย....
แต่.... นี่คงเป็นคำขอแรกและสุดท้าย....
ทั้งๆที่...เจ้าชายไม่ได้อยากทำ... แต่...
เจ้าชายคงเป็นน้องชายที่เลวทราม... ที่ไม่อาจทำตามคำขอของพี่ชายเพียงข้อเดียวนี้ได้....

แต่.... ทำไม... ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย
!!



เบลเพ่งพินิจไปยังใบหน้าที่เหมือนเขาราวกับแกะเป็นครั้งสุดท้าย -- ครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้เห็นเงาสะท้อนของตัวเอง -- อย่างเจ็บปวด -- เหม่อมองราวกับจะรวบรวมสมาธิในการกระทำสิ่งที่ขัดขืนต่อจิตสำนึกและความรู้สึก....

และแล้ว.....

เขาก็ยกมีดขึ้นสูง........

ก่อนจะปล่อยด้ามมีดคมนั้นลงไปเบื้องต่ำ.................


สิ่งที่เขาเห็นบนใบหน้าของพี่ชายครั้งสุดท้ายนั้น.... คือรอยยิ้มบางเบาละมุนราวกับแสงอาทิตย์ที่จะลับขอบฟ้า
ดวงอาทิตย์ที่จะลับหายไปตลอดกาล....


มันผิดที่ตรงไหนกัน....



ฉึก!!!


ปลายมีดทิ่มทะลุทรวงอกที่เต้นตุ้บๆราวกับจะทะลัก เฉือนตัดเส้นเลือดเอออร์ตาสะบั้น -- เด็กชายผมสีเงินกระอักเลือดรุนแรงก่อนร่างทั้งร่างจะสั่นสะท้านด้วยทรมาณ -- ไม่อยากมอง... ไม่อยากเห็น... ทว่า....



"ขอบใจนะ......."


อย่า.... อย่าพูดอย่างนั้น

คำว่าขอบใจ... มันดีเกินไปสำหรับคนอย่างเจ้าชาย....




"เบล...."



และนั่นเป็นเสียงสุดท้ายที่เขาจะได้ยินจากผู้เป็นพี่ชาย.........




[ ทุกๆคนเสียสละชีวิตเพื่อเจ้าชาย.... ]

[ แต่....เว้นนายสักคนไม่ได้เหรอ.... ]

[ ....สโมกกิ้ง บอมบ์.... ]




กลับสู่ปัจจุบันที่เสมือนกับเป็นวิดีโอที่ถูกฉายซ้ำ -- เบื้องหน้าของเขาคือร่างเย็นชืดของผู้เป็นศัตรู -- ผู้ที่ช่วยชีวิตเขา -- แม้จะรู้สึกได้ถึงการดำรงอยู่ของร่างนั้น แต่กลับรู้สึกหมดหวังขึ้นทุกทีๆ

ร่างนั้นอ่อนเปรี้ยและโชนโชกไปด้วยเลือดที่ไหลจากปากแผลด้านหลัง ดวงหน้าซีดขาวนั้นก็อยู่ในอาการสงบเหมือนคนที่หลับลึก... อีกทั้งเนื้อตัวที่เริ่มเย็นและกระด้างคล้ายเข้าเค้าว่าจะมอดม้วยเข้าไปทุกที....

ไม่รุ้ว่าเมื่อไรกันที่เขาปล่อยให้ร่างกายทำตามที่ตัวเองต้องการ.... -- เขาจับมือบางนั้นขึ้นแนบแก้มที่เหนอะด้วยน้ำตา -- ที่ไม่รู้ว่ามันไหลตั้งแต่เมื่อไร -- อ้อมแขนกวาดร่างของศัตรูเข้าหากายราวกับจะถ่ายทอดอุณภูมิอุ่นให้กับร่างนั้น...

หมอนั่นหายใจระริน -- อาการเดียวกับพี่ชายในวาระสุดท้าย...

ยิ่งเส้นผมสีเงินยวงสลวยนั้นยิ่งทำให้เขานึกถึงอดีตอันเจ็บช้ำ -- ผู้เป็นพี่ที่คอยอยู่เคียงข้างกันมา แบกรับความรู้สึกเจ็บช้ำด้วยกันมา รับรู้ความสาหัสของกันและกัน ที่ได้สังเวยชีวิตเพื่อปกป้องทุกๆสิ่งของเขา -- และบัดนี้..... ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นศัตรูของเขากำลังแบกรับความรู้สึกเหล่านั้นแทนพี่ชายของเขา -- และแทนตัวเขาเองด้วย....

ความรู้สึกที่... อธิบายให้ใครฟังก็คงไม่เข้าใจ แต่...คนที่เข้าใจก็เห็นจะเป็นคนที่มีความรู้สึกเดียวกัน.... -- คนที่อ้างว้าง และพยายามมองหาไออุ่นรัก คนที่เดียวดาย และพยายามมองหาคนข้างกาย..... คนอ่อนแอที่ต้องการที่พึ่ง....

แม้ว่าฝ่ายนั้นจะมีทั้งบอสที่ตัวเองเทิดทูนเหนือหัว มีเพื่อนที่แสนดี มีพี่สาวที่รัก(?)เขามากล้นฟ้า อีกทั้งยังมีบรรดาผู้ใหญ่ที่คอยเอ็นดู
และแม้ว่าเขาจะมีสิ่งนั้นเหมือนกับคนดังกล่าว....
แต่.... พวกเขาก็ต้องการคนที่เหมือนกับตัวเอง...
คนที่... แบกรับความรู้สึกเดียวกัน
คนที่... มีอดีตอันขมขื่นเหมือนๆกัน....
คนที่... สะบักสะบอมชอกช้ำเพราะเรื่องๆเดียวกัน.......


และคนๆนั้นก็คือ.... คนตรงหน้านี้...


เหมือนกับพบจุดหมายของการเดินทางผจญภัยในโลกกว้าง ที่เขาได้พบกับสิ่งล้ำค่าและมหัศจรรย์ -- สิ่งที่มองหาอย่างเอาเป็นเอาตาย เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อมัน -- สิ่งที่เขาไม่มีวันปล่อยให้หลุดลอยออกไป เพราะ... เขาเฝ้าคอยมันมาตลอด...

เฝ้าคอย... คนที่จะฉุดรั้งเขาจากความเศร้าระทมเหล่านี้....



แต่... เขากำลังจะเสียมันไป....



หยดน้ำตาจากดวงตาคู่สีแดงคมไหลลงบนเนินแก้มสีขาวซีดของศัตรูที่แน่นิ่ง.... -- แต่ไม่มีปฏิกิริยาใดตอบกลับมา... -- ไม่มีแม้แต่การเคลื่อนไหว ไม่มีแม้แต่ลมหายใจ.... หรือแม้แต่จังหวะหัวใจที่เคยเต้นระรัวถี่ก็กลับ.... หายไป

โกคุเทระ ฮายาโตะ...... จากเขาไปแล้ว....

ความรู้สึกสูญเสียนี้เหลือที่จะประมาณเป็นค่าคำพูดใดๆ -- รุ้สึกประหลาดใจที่ตนเองเจ็บแปลบที่ทรวงอก เหมือนมีมีดล่องหนนับหมื่นเสียดแทงทะลุกลางทรวง -- อารมณ์เดียวกับตอนที่พี่ชายของเขาจากเขาไป -- แต่.... เขารู้สึกเสียใจที่เขาไม่อาจตายได้....

ความรู้สึกเสียใจของคนที่ต้องดำรงอยู่..... มันทรมาณมากกว่าที่จะต้องตายไป
ต้องทนเห็นคนตายเพื่อเขาอีกสักกี่คน.... ต้องเจ็บปวดกว่าคนตายเหล่านั้นอีกสักกี่ครั้ง...
เขาถึงจะได้ตายไปสมใจ.... ไม่ต้องทนทรมาณเช่นนี้

สโมกกิ้ง บอมบ์....
เจ้าชายน่ะ.......


"แค่กๆ.." เจ้าชายน้อยไอเบาๆเหมือนสำลัก -- ราวกับกำลังกล้ำกลืนก้อนความโศก... -- ตัวเขาเองก็คงไม่ไหวแล้ว...... เพราะการที่ดึงเล่มมีดนับสิบๆด้วยแรงดึงดูดนั้นมันมาได้ทุกทิศทาง -- แม้ว่าจะมีลำตัวของโกคุเทระมาบังเขาไว้ที่ข้างหน้า... แต่ก็ไม่อาจบดบังมีดนับสิบๆที่พุ่งมาจากข้างหลังของเขาได้...
ที่ทนอยู่ได้จนถึงบัดนี้..... ก็คงมากเกินพอแล้ว.....
บางที... เขาอาจจะได้สมหวังอย่างที่ตั้งใจแล้วก็ได้....
เบลเฟกอลยื่นใบหน้าลงไปหาใบหน้าเย็นชืดข้างใต้นั้น.... -- สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความสิ้นหวังที่ปกคลุมทั่วร่างบาง -- ก่อนริมฝีปากบางนั้นจะประกบลงบนริมฝีปากของคนข้างล่างอย่างทนุถนอมและบางเบา.....


ราวกับสั่งเสียคนที่จะจากไป.....



TBC ค่า~

---------------------------------------------------

เฉลย!!!! มีด 29 เล่มของพี่ชายค่ะ!! (อ้างอิง : ในตอนที่ 8 เบลกล่าวว่าพี่ชายตายด้วยมีด 29 เล่มค่ะ!!!)

16 เล่ม - อยู่ที่ขาทั้งสองข้างค่ะ เพื่อตัดเส้นเอ็น (ที่ขาของคนเราจะมีเส้นเอ็นนการเคลื่อนไหวอยู่ข้างละ 8 เส้นค่ะ) ไม่ถือเป็นจุดตาย
6 เล่ม - อยู่ที่แขนทั้งสองข้างค่ะ เพื่อตัดเส้นเอ็นเช่นกัน (ที่แขนจะมีเส้นเอ็นในการเคลื่อนไหวอยุ่ข้างละ 3 นะคะ) ไม่ถือเป็นจุดตายเช่นเดียวกันค่ะ
6 เล่ม - คือตอนที่พี่ชายเข้ามารับมีดแทนท่านแม่ค่ะ
1 เล่ม - คือตอนที่เบลปักฉึกกลางใจนั่นแหละค่ะ....... TwT

16 + 6 + 6 + 1 = 29 พอดีค่ะ เลขสวย (แต่เยอะ + โหดเป็นบ้า!!!)

สรุปคือ........ เบลไม่คิดจะฆ่าพี่ตั้งแต่แรกค่ะ แค่จะไม่ให้เคลื่อนไหว แล้วจะพาหนีเท่านั้น.....

แล้วก็...... ท่านแม่รักเบลนะคะ ไม่ได้ใจร้าย กระซิกๆ... TwT
ปริศนาเริ่มคลี่คลาย..... แต่รู้มั้ยเอ่ยว่ายังมีอีกเรื่องที่ยังไม่คลายปมน่ะค่ะ ^^"

ก็รออ่านตอนต่อไปนะคะ (เผื่อจะ)คลายปมได้ค่า~
ขอบคุณทุกๆท่านที่.... ตามอ่านกันมาตลอดเลยค่า ~ รักนะ จ๊วบๆ (<<<เสียงอะไร??)



ปล. รู้สึกเรื่องมันมั่วๆเนอะ TwT

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 03 Feb 2008, 00:12 
User avatar
Joined: 20 Jan 2008, 14:51
Posts: 250
อึ้ง ทึ้ง ช็อค......
อ..อะไรน๊า =[]=!!!!

ทั้งโกคุ ทั้งเจ้าชาย จะตายหรอ ไม่ได้นะ T T ไม่ยอม แง...
อ่านแล้วได้อารมดีมากเลยอะค่ะ แต่ทำไมรู้สึกว่าเศร้าแบบนี้เนี่ย
อดีตอันมืดมนของเจ้าชาย T T

แต่งดีมากเลยนิ ภาษาสวยมากเลยจ้ะ นับถือเลย = =b
ต่อไวๆน่อ กำลังอิน~
จะเป็นกำลังใจให้น๊า ><

_________________
Image
Image
^กดที่รูป แวะบล็อคได้นะเคอะ (แต่อย่าหวังจะหาสาระ เพราะมันไม่มี กั่กๆ)


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 03 Feb 2008, 01:19 
User avatar
Joined: 24 Sep 2007, 07:34
Posts: 2153
Location: ทุกแห่งหนในความฝันนี้
แง้ TT^TT ระ...รถพยาบาล

คุณหมออะไรก็ได้

โฮ ฉากหน้าจะถึงตอนเจ้าชายกับโกคุแล้วสินะค่ะ

ได้โปรดมาช่วยโกคุด้วย

TT^TT เคะตายเสะจะเหลืออะไร

อดีตที่แสนน่าเศร้าปัจจุบันเศร้าเหมือนเดิม

ไม่น้า TT^TT

_________________
ImageImageImageImageImage


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 03 Feb 2008, 01:34 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
ซับซ้อนกว่าที่คิดจริงๆค่ะ ขอคารวะ รู้สึกเหมือนบรรยากาศความเศร้ากับกลิ่นอายความตายมันเจือปนฟุ้งในอากาศ

ตอนที่มีดแทงฉึกลงไปเล่มสุดท้ายกลางอกนั่น....เศร้าจริงๆนะคะ

จะจบแฮปปี้ได้รึเปล่าล่ะนี่

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 03 Feb 2008, 02:00 
User avatar
Joined: 02 Nov 2007, 17:59
Posts: 63
มัน...สุดยอดมากค่ะ................

โกคุอย่าตายนะตัวเอง ตายแล้วเค้า(?)จะอยู่กับใครล่ะ..
(ไม่ใช่ละ)

มาต่อเร็วๆนะคะ อ๊ากกก เศร้า อิน!

_________________
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 03 Feb 2008, 10:36 
Joined: 20 Dec 2007, 09:48
Posts: 48
ม่ายยย โกคุ กลับมาก่อน เวคอัพ!! T[]T เจ้าชายด้วย จะทิ้งแม่ยกไปทั้งคู่เลยเหรอจ๊ะ
โฮกกกก ยิ่งอ่านยิ่งรัก ยิ่งสงสารเบลค่า (เอ่อ...ยาโมจจี้ สควอลโล่ ออกโรงด่วน อิชั้นขอร้องTTATT)
เศร้ากับอดีตเบลมาก รอดแล้วมามีความสุขกับปัจจุบันเถอะ


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 03 Feb 2008, 23:31 
User avatar
Joined: 29 Sep 2007, 22:15
Posts: 338
Location: ความลับจ้า
ฟิกนู่นก็เศร้า ฟิกนี้ก็เศร้าอีก
เบลจ้า โกคุจ้า
อย่างตายน่า
อุตสาห์ได้รักกันสักที
แม่ก็ทำเพื่อลูก แม้โดนคนอ่านด่ามาตลอด
พี่ชายก็ชั่งแสนดี

แต่หากทั้งสองรอด
คงได้มาพบกันยาก

_________________
อยากกินลูกกวาด

Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: 23 Feb 2008, 16:50 
User avatar
Joined: 20 Oct 2007, 19:11
Posts: 191
Location: ~ปราสาทของเบล~
มาต่อๆกันดีกว่า ก่อนต้องไปอ่านหนังสือสอบ ฮ่าฮ๋า

อยากตอบเม้นทมากเลยค่ะทุกคน เพราะทุกคนที่อ่านนี่ทำให้รีนดีใจมากๆเลย โฮรวววว

แอบเศร้าใจเล็กๆที่ฉากบู๊หมดแล้ว //แต่มีเสียงบ่นจากเพ่อนของรีนเองค่ะ บอกว่ามันมากเกินไป

มันมากเกินไปหรอ TwT ไม่เป็นไร เก็บฉากบู๊ไว้แปะเรื่องใหม่ก็ได้ แง่ง


วันนี้อัพชิว... สั้นเป็นประวัติการณ์ (มั้ง) เนื้อเรื่องหวาน ค่อนเลี่ยน งง งวย อะไรก็ไม่รู้ คนแต่งก็งง = ="


12~* อีกคนที่หายไป Part 1/3 (ช่อตอนตอนนี้มันไม่ค่อยเข้ากับเนื้อเรื่องแต่อย่างใดเล้ยยย)




ท่าทางว่า... ชั้นจะตายไปแล้วจริงๆสินะ?
ก็ในเมื่อชั้นเห็นภาพตรงหน้านั้น..... ภาพที่เจ้าเบลเฟกอลมัน...จูบที่ริมฝีปากของชั้น....
ร่างของชั้น... ที่ท่าทางจะขยับไม่ได้อีกแล้ว....
ก็โดนเสียบซะพรุนขนาดนั้นนี่นะ?
แล้วนั้น.... เจ้าเบลเฟกอลบ้านั่นมันร้องไห้งั้นหรอ?
เพื่อชั้นงั้นเรอะ??
เชอะ! น้ำตาของศัตรูน่ะชั้นไม่แคร์หรอกนะ...
แต่ชีวิตของแก.... แกได้คืนแล้ว
ก็ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า เท่าที่ชั้นแลกมาด้วยชีวิตของชั้นแล้วกัน...

.........ไอ้เจ้าชายบ้า........




ต้องทำเท่าไรถึงจะพอ...
ต้องทำยังไงแกถึงจะฟื้น...?
ต้องทำยังไง...
ใครก็ได้บอกเจ้าชายที....
ขอแค่... ได้ช่วยชีวิตของใครคนหนึ่งให้รอดพ้นจากความตาย
ขอแค่ได้เห็นดวงตาของเธออีกครั้ง
ได้ไหม...?
เพียงครั้งเดียวในวินาทีสุดท้ายนี้...
แล้วจะส่งเจ้าชายไปนรกอเวจีที่ไหนก็ได้!!

ขอแค่... อย่าให้เขาตายก็พอ.....






[ มันสายเกินไปที่จะแก้ไขทุกอย่าง ]

[ ว่าแต่...มันผิดที่ตรงไหนกันนะ? ]

[ -- พวกเราไม่เคยรู้เลย -- ]

[ แต่กระนั้น.... ในวินาทีสุดท้าย พวกเราก็ยังไม่สามารถรักษาสิ่งนั้นไว้ได้.... ]

[ จะมาสำนึกเสียใจ... ก็คงไม่มีใครสงสารแล้ว... ]







นี่เรา....... ยังไม่ตาย??



"อ้าว วันนี้ยามาโมโตะก็มาอีกเหรอ?"

เสียงของรุ่นที่สิบ....?

"ฮื่อ มาทุกวันแหละ"

เจ้าบ้าเบสบอลรึ?

"โกคุเทระคุงนี่ดีจังเลยนะ มีคนมาเยี่ยมไม่ขาด"

เยี่ยม?

"ไม่ได้เยี่ยมหรอก ฉันมาเฝ้าน่ะ ฮ่า ฮ่า"

มาเฝ้า.... เฝ้าชั้นทุกวันเนี่ยนะ?

"เฮ้อ.... ผ่านมาเกือบ 3 อาทิตย์แล้วสินะ โกคุเทระคุงยังไม่ฟื้นเลย... เป็นห่วงจัง"

นี่ชั้น....หลับไปนานขนาดนั้นเลยหรอ?
ชั้นเป็นอะไรไปงั้นเหรอ?


"ม...ไม่ต้องห่วงนะ! หมอบอกว่าบาดแผลของโกคุเทระน่ะหายเร็วเหลือเชื่อเลยล่ะ!"

บาดแผล?
อ๊ะ!! ชั้นจำได้!!
ครั้งสุดท้าย.... ชั้นปะทะกับเจ้าเบลเฟกอล!!
แล้ว..... ชั้นก็.... มาอยู่ที่นี่งั้นเหรอ???


"ฮ่า ฮ่า คงเป็นเพราะวิชาวรยุทธ์อะไรของเจ้ารีบอร์นนั่นล่ะมั้ง"

"คงใช่ล่ะ.... ถ้าหมอนี่ไม่ได้เรียนวิชานี้ล่ะก็ คงไม่รอดแน่..."

นี่ชั้นรอดตายมาเพราะวิชาบ้าๆนั่นหรอกเรอะ?

"หา! ถ้าอย่างงั้น.... อย่าบอกนะว่า....."

บทสนทนาถูกยุติลงด้วยบรรยากาศบางย่างที่เข้ามาแทนที่..... ก่อนเสียงอู้อี้ของเจ้าบ้าเบสบอลจะดังขึ้นช้าๆเหมือนไม่อยากจะพูดถึงมัน...









"ฮื่อ....... หมอนั่น.... ตายไปแล้วล่ะ........"











ตาย....?

หมอนั่นตายอย่างนั้นเหรอ??



ความรู้สึกเจ็บปวดระบมช้ำสาดซ่านทั่วเรือนร่างที่นอนแผ่อยู่บนเตียงคนไข้... แต่ไม่รู้ว่าเอาความรู้สึกเจ็บปวดนั้นขึ้นตาช่างหรืออย่างไร เขาจึงคิดว่ามันเบามาก... เมื่อเทียบกับบทสนทนาเมื่อครู่ที่ได้ยิน

บทสนทนาเมือครู่เป็นเหมือนคลื่นที่ซัดสาดความหวังอันเรือนรางให้ดับสูญ ในเมื่อเขาสู้อุตส่าห์คิดว่าถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ได้... ใยเลยจะต้องห่วงศัตรูผู้นั้น?? แม้ว่าจะเตรียมใจไว้แล้วว่าร่างนั้นอาจไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างคนธรรมดา... แต่การจากลาทั้งที่ไม่เห็นกันนี่มัน..... เกินลิมิตความเศร้ามากไปไหม?

บ้า... ไม่จริง...
ไอ้บ้า...
ไอ้เจ้าชายบ้า!!
ไอ้งี่เง่า ไอ้โรคจิต!!
นี่แกคิดว่าที่ชั้นทนเจ็บอยู่นี่เพื่ออะไร!!
เพื่อใครกัน!!
ไม่ใช่เพื่อแกหรือไง!! ไม่ใช่เพื่อเอาชีวิตของแกคืนมาหรือไง!!


ใช่.... ที่เขาทนอยู่ในสภาพแบบนี้ก็ไม่ได้เป็นเพราะผลพวงจากการปกป้องหมอนั่นหรอกหรือ? -- เหมือนได้เข้าใกล้ความรู้สึกเจ็บปวดทรมาณของหมอนั่นเข้าไปทุกที -- ความรู้สึกที่เจ็บปวดที่ต้องเห็นคนอื่นตายไปต่อหน้าต่อตา.... แต่ตัวเองกลับรอดมาได้หน้าด้านๆ -- ความรู้สึกเหมือนผู้คุมวิญญาณที่ดึงพลังชีวิตของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง..........


ความรู้สึกเจ็บปวด.... เหมือนกับสูญเสียสิ่งสำคัญ...
เหมือนกับ... ตัวตนอีกครึ่งหนึ่งพลันหายไป....

เขา..... ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันเป็นความจริง
และยิ่งไม่อยากเชื่อใหญ่เลยว่า ทำไมเขาจะต้องหวั่นไหวต่อความจริงนั้นด้วย?








เขารู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง.... ไม่รู้ว่าเวลาใดแล้ว ในเมื่อเปลือกตาของเขามันหนักอึ้งเกินกว่าจะใช้พลังงานใดๆแง้มมันได้ -- เพราะแม้แต่หายใจก็ยังรู้สึกลำบากเหมือนสูดลิ่มเล็กๆเข้าไปจนอึดอัดภายในไปหมด....
แม้ว่าจะไม่ได้ลืมตาดูภายรอบกาย... แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าความโดดเดี่ยวเดียวดายได้โรยตัวเกาะเกอะเต็มตัวเขา... แต่กระนั้นเขาก็ยังรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของเพื่อนแท้ที่อยู่ข้างกายของเขาตลอดเวลา -- เพื่อนแท้ที่เขาเชื่อว่า... จะบอกความจริงกับเขาเสมอ.... -- ความเจ็บปวดยังไงล่ะ...

ความเจ็บปวดเป็นเพื่อนแท้...ที่คอยบอกเขาว่า.... เขายังไม่ตาย
และมันยังคอยตรอกย้ำเขาเสมอว่า.... คนๆนั้นได้จากไปแล้ว.....






เบลเฟกอล... แกนี่โชคดีจังเลยนะ ที่ไม่ต้องทนทุกข์กับความเจ็บแบบนี้...
บอกชั้นทีสิ... ว่าชั้นต้องทำอย่างไรบ้างถึงจะหายเจ็บปวดเหมือนกับแก??
ถ้าเป็นไปได้....
แกช่วยมารับชั้นไปทีเถอะ.....










แอ๊ด.........






เสียงประตูเปิดดังเข้ามาสู่โสตประสาท.... -- ปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์ แต่ไม่อาจทำให้เขาลืมตาตื่นขึ้นมองโลกแห่งความจริง -- เขารู้ว่าต้องมีคนเข้ามาในห้องแน่ๆ เมื่อประสาทได้รับกลิ่นเหงือจางๆที่ค่อยๆใกล้เข้ามา --และชั่วอึดใจหนึ่งเท่านั้นที่ลมหายใจร้อนผ่าวได้ใกล้เข้ามาพร้อมๆกับกลิ่นของชาอ่อนๆ ที่ไหลผ่านเข้าสู่โพรงปากของเขา.... ผ่านปลายลิ้นร้อนที่เสียดแยกปากบางเข้ามาอย่างโหยหา...

ปลายลิ้นหยาบร้อนสอดส่ายไปทั่วโพรงปาก กวัดแกว่งโลมหาความหอมหวาน -- โกคุเทระรู้สึกเหมือนเขาหยุดหายใจไปโดยอัตโนมัติ.... จะตายจริงๆก็ไอ้ตอนนี้นี่แหละ!!

ใคร!! ใครฟะ!!!
ใครกันที่ทำแบบนี้!!!
อย่าให้... อย่าให้จับได้นะว้อย....


อยากจะประท้วง อยากจะค้าน... แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรับจูบร้อนแรงนั้นแต่โดยดี -- ก่อนริมฝีปากนั้นจะผละออกไป.... ทิ้งให้เขาหอบหายใจอยู่นานสองนาน และก่อนที่เสียงหนึ่งจะกล่าวเปิดสนทนา.... ที่ตัวเขาไม่อาจตอบรับได้

"ไอ้โง่ งี่เง่า ไอ้บ้า สัตว์กินพืชบ้าๆอย่างแกสมควรที่จะอยู่ในสภาพนี้! แม้แต่หมายังรู้ว่าไม่ควรช่วยศัตรู! สมแล้วที่แกจะตายๆไปได้ก็ดี!!"

เสียงอย่างนี้ สำนวนอย่างนี้.... ไอ้เจ้าฮิบาริชัวร์...
หรือว่า.... เจ้านี่....
เป็นคน.............


"รู้ทั้งรู้... ว่าหมอนั่นมันอยากตาย ก็ปล่อยๆมันไปเซ่!"

สารพัดคำด่าทอต่อว่า... ที่เขาอยากลุกขึ้นจากเตียงมาเพื่อเถียง แต่ก็ทำไม่ได้เมื่อร่างกายไม่ยอมตอบสนองอะไรเลย

"รุ้ทั้งรู้ว่าต่อให้ป้องกันยังไง หมอนั่นก็ต้องตายเพราะมีดของมันเองนั่นแหละ!!"

ราวกับฟ้าผ่าเปรี้ยงในคืนฝนพรำอันเดียวดาย... ราวกับตรอกย้ำความรู้สึกที่เจ็บปวดให้ยิ่งระทมช้ำชอก... -- ตรอกย้ำ... ว่าตัวเขามันเป็นเพียงสัตว์กินพืชต่ำต้อยน้อยนิด... ที่ไม่สามารถช่วยชีวติของคนๆนั้นได้เลยแม้แต่น้อย.... -- ไร้ค่า... ไร้ประโยชน์... สมแล้วที่เป็นได้แค่สัตว์กินพืชธรรมดา -- ไม่สิ.... แพรงตอนยังดีซะกว่า!

"แต่ทั้งๆที่แกเป็นแค่ไอ้สัตว์กินพืชโง่เง่า... แล้วทำไมฉันถึง....."

เสียงนั้นขาดหายไปเหมือนคนพูดลืมบท -- ฉีกความรู้สึกมืดมนในทรวงออกสะบั้น -- เหลือไว้เพียงความรู้สึกสับสน มึนงงที่เข้ามาแทนที่... -- หัวใจเต้นแรงอย่างไม่ได้นัดหมาย อีกทั้งยังตื่นเต้น.... รอคอยคำพูดต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ.... เหมือนอยากให้คนตรงหน้าพูดอะไรบางอย่าง -- ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เข้ามาทักทายนี้... มันคืออะไรกันนะ?






"ทำไม....ฉันถึงต้องห่วงแกด้วย...."







ห่วง......
ห่วงชั้นหรอ.....
ชั้นเนี่ยนะ!!!


ความมั่นใจเกิน 100 เปอร์เซ็นต์มันทำให้สมองของเขาประมวลผลออกมาอย่างไม่กระดาก -- ไอ้หมอนี่แหละที่มาขโมยจูบ(ถึงจะไม่ใช่จูบแรก)ของเขา!! -- ไอ้หมอนี่แหละ!! ที่ถ้าหากว่าตื่นขึ้นจากเตียงแล้วจะไม่เห็นมันส่ออาการเลิฟซิกแน่ๆ!!

หรือว่านี่เป็นคำสารภาพกันนะ.....



ไอ้บ้า!!!!!! ชั้นเป็นผู้ชายโว้ยยยยยย!!!
ตัวผู้เพียวๆอย่างแกชั้นไม่สน...
เฮ้ย... ว่าแต่ชั้นติดสำนวนไอ้เจ้าหมอหื่นนั่นตั้งแต่เมื่อไร???




"นี่แกตื่นอยู่เรอะ!!!"


หืม?? เมื่อกี้ก็แกว่าอะไรนะ?


มีต่ออย่างแรงนะคะ >>>>

_________________
Image
Image


Last edited by askrepios on 23 Feb 2008, 17:11, edited 3 times in total.

Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 156 posts ]  Go to page Previous  1 ... 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11  Next


Who is online

Users browsing this forum: jaja89, tsuning_X and 13 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: