Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 114 posts ]  Go to page 1, 2, 3, 4, 5 ... 8  Next
Author Message
 Post subject: AU[?27/ฯลฯ]NanimoriMonogatari/UP!8 {14/9/09}
PostPosted: 01 Jun 2009, 18:51 
User avatar
Joined: 18 May 2009, 20:02
Posts: 101
Location: ผมม้วนประแจ( เป็นเห็บเหาหรือไง O[]O )

Title : Nanimori School Monogatari~อลเวงรัก โรงเรียนนานิโมริ

Author : O.H.R HuSTsU

Category : Angst/Romance ( Believe me it’s an angst story>_<)

Rate : PG-16 ( as now )

Pairing :It's various pairs fic so for some excitement, please have a guess by yourself! ^___,^ ( Actually , I also don’t know it myself
LOL )
- คู่มันเยอะ เดากันเองเพื่อความสะใจนะจ๊ะ

Summary : Once upon a time, in the world without mafia. The story start to begin………
( กาลครั้งหนึ่ง ในโลกที่ไม่มีมาเฟีย เรื่องราวได้เริ่มต้นขึ้น............. )



รูปประกอบ : * 1 * 2 * 3 *

======================================================

คำเตือน : เรื่องนี้ในอนาคตข้างหน้า ความเป็นไปได้ที่จะดอง "สูง" ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับแรงกดดัน จากท่านผู้อ่าน ( คอมเมนท์ ) ยิ่งมาก ก็ยิ่งเป็นปัจจัยเร่งให้มันเร็วขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม "ความแน่นอน คือความไม่แน่นอน"
เพราะ!!! คนเขียนขี้เกียจ"ตัวเป็นขน" และ ชื่นชอบการ "อู้" เป็นชีวิตจิตใจ
ดังนั้น หากอยากอ่านมาก กดดันให้มาก แต่หากไร้สภาวะกดดัน ฟิคเรื่องนี้จะลอยค้างเติ่งกลางอากาศ เนื่องด้วยคนเขียน "ขี้ใจน้อย"

สุดท้ายนี้ ขอบคุณล่วงหน้าคนที่หลงผิดมาอ่านค่ะ>__</\




ปล. เรื่องนี้ เพราะนึกภาพเอาตามการ์ตูน และโครงเหมาะกับวาดโดจินมากกว่า พอเอามาเขียนเป็นฟิค สำนวนเลยแปร่งๆ ไม่ค่อยลื่นและไม่ค่อยถนัด อาจสื่อได้ไม่ดีนัก เลยบางทีจะมีรูป(ห่วยๆ)ประกอบ เนื่องจาก ในฟิค มิสามารถกล้ำกลืนฝืนใจใส่บรรดา TT__TT / >_< / O__o / -____- ให้อับอายได้

หากมีข้อท้วงติงประการใด .....โปรดเก็บไว้ในใจค่ะ ^ ^' เพราะถ้ารุนแรงมาก คนเขียนเจ็บปวด

_________________
Math Today!

18+69+87=27

[ In fact, if you separate 18 and combine them together (1+8=9)then deduct the sum from 69(9-69=-60) ,and then plus with 87 the result is actually "27". Miracle?Destiny? or just Fan Ficfion LOL ]

Image

My Fictions : Nanimori School Monogatari-~27/Various / It's You-6927+18 / This is a FAMIGLIA-87/69/18+27

[color=#FF40FF]
สปอยล์นรก KHR Anime


Last edited by hustsu on 14 Sep 2009, 20:29, edited 19 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU]Nanomori School Monogatari-อลเวงรัก โรงเรียนนานิโมริ
PostPosted: 01 Jun 2009, 19:03 
User avatar
Joined: 18 May 2009, 20:02
Posts: 101
Location: ผมม้วนประแจ( เป็นเห็บเหาหรือไง O[]O )
Chapter 1 : New Term , Foreigner , and Rabbit?

( เปิดเทอมใหม่, ชาวต่างชาติ และ กระต่าย? )


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



“กระต่าย?”

“หา?!”

....นี่คือสิ่งที่ประธานนักเรียนโรงเรียนนานิโมริที่ผมเพิ่งย้ายมาวันแรกพูดขึ้นหลังจากปล่อยให้ผมยืนตัวเกร็งซะหลายนาที....
กระต่าย?...ทำไมถึงเป็นกระต่าย?
เพราะผมโง่เกินที่จะเข้าใจ หรือ มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับประธานนักเรียนคนนี้กันนะ.........

“เอ่อ....ผมชื่อซาวาดะ สึนะโยชิฮะ ในใบประวัติก็มีบอก....” และใบประวัติที่ว่านั่นก็วางอยู่ตรงหน้า แต่ดูท่าอีกฝ่ายไม่ได้แม้แต่ชำเลืองสายตามองแผ่นกระดาษนั้นเลยสักนิด

...................

“นายเป็นกระต่ายสินะ....”


......ไม่ใช่แล้วล่ะ!......มันต้องมีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับหมอนี่แน่ๆ!!


“เอ่อ....”

“ซาวาดะ สึนะโยชิ”

“ครับ!”

ผมเผลอสะดุ้งตัวเกร็งอัตโนมัติ กับแค่อีกฝ่ายเพียงประสานมือเท้าคาง และพูดเสียงเรียบๆเท่านั้น

“อีก 10 นาทีกระดิ่งเริ่มเรียนดัง หากนายเข้าเรียนสายแม้แต่วินาทีเดียว- - -”


...ผมกลืนน้ำลายเอื้อกอย่างฝืดคอ...


“- - -ฉันจะขย้ำนายให้ตายซะ”


“ครับ!!!”

............
.......
...

- - - -และผมก็วิ่งออกจากห้องสภานักเรียนอย่างไม่คิดชีวิตจนมาจบลงบนโถงทางเดินโล่งๆที่ผมยืนอยู่ ณ ตอนนี้


“นึกว่าจะตายซะแล้ว หวา...ขาสั่นไปหมดเลย” ผมหันหลังพิงผนังแถวนั้น ทรุดตัวลงพักหายใจหอบเหนื่อย ปาดเหงื่อเย็นๆที่ซึมบนคิดหน้าผาก

“อะไรของเขากันนะ”

.....แค่วันแรกก็เจอเรื่องสุดๆซะแล้ว....

คิดอยู่เชียวว่าโรงเรียนนานาชาติเอกชนชั้นนำอย่างนานิโมริไม่เหมาะกับ “เจ้าห่วยสึนะ” อย่างเขา

โรงเรียนนานิโมริ พื้นที่กว้างขวางและตึกสูงภูมิฐาน ภายใต้การนำของเครือธุรกิจยักษ์ใหญ่วองโกเล รวมถึงคนที่จะได้เข้ามาเรียนไม่เป็นระดับหัวกะทิก็เป็นพวกคุณหนูเจ้าของกิจการ ทำให้โรงเรียนนานิโมริมีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นสถานที่สูงส่งเกินกว่าที่คนอย่างผมซึ่งผลการเรียนแสนจะต่ำกว่าเกณฑ์ ด้วยความที่ตัวเล็กขาสั้นเรื่องกีฬาจึงไม่ต้องพูดถึง แถมฐานะที่บ้านก็สุดจะธรรมดา คิดอาจเอื้อม

หากเป็นไม่เพราะ อิเอมิสึ พ่อของเขาที่นานทีปีหนจะกลับบ้านที อยู่ดีๆโผล่ แล้วบอกว่าปีสองผมต้องเข้าเรียนที่นานิโมริ แม้แต่ในความฝัน ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้มาเหยียบที่นี่


‘กริ๊งง งง งงง ง................’


“เอ๋? อย่าบอกนะว่านั่นเสียงสัญญาณเข้าเรียน”

ไหนๆมาถึงขั้นนี้ คงทำได้แต่ทนกันไปสินะ แค่สองปีเอง ไม่ใส่ใจกับมันแป๊ปเดียวก็จบ

“เอาล่ะ เข้าเรียนๆ” ผมรีบลุกขึ้น ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า แล้วก้าวขาเดิน- - - - - -


“อืมมม.............”


......ว่าแต่.......


ปี2 ห้อง C มันอยู่ไหนล่ะฟระ!!!



“แล้วที่นี่มันส่วนไหนของตึกเรายังไมรู้เลย โฮ....ทำไมเรามันไร้ประโยชน์อย่างนี้น้า...” ผมเท้าแขนกับผนัง แทบอยากจะลงไปนั่งร้องไห้


............ถ้านายเข้าเรียนสายแม้แต่วินาทีเดียว ฉันจะขย้ำนายให้ตายซะ..........


“หวา ถ้านายประธานนักเรียนนั่นรู้ว่าเราเข้าสายตั้งแต่วันแรก- - - โอ้ยย ไม่อยากจะคิด”

อันที่จริง มันเป็นหน้าที่ของประธานนักเรียนไม่ใช่หรือไง ที่ต้องพานักเรียนใหม่หลังจากรายงานตัวไปที่ห้องเรียนน่ะ หรือไม่ แค่บอกทางก็ยังดี
มันไม่ใช่ความผิดของเราซะทีเดียวนี่

“แต่ยังไงเราก็รู้สึกตัวเองไร้ประโยชน์อยู่ดี เฮ้อ....” ว่าแล้วก็ทรุดลงนั่งชันเข่าพิงผนังใหม่ ว่ากันตามตรง ถ้าเขาเดินไปเรื่อยๆ อาจจะเจอใครที่จะพอถามทางได้ แต่ผมไม่มีกระจิตกระใจจะเข้าเรียนที่นี่ตั้งแต่แรกแล้วเลยไม่ได้ทำ


.....หากว่าโดดเรียนตั้งแต่วันแรกแล้วโดนไล่ออกก็ดีสินะ......




“อากาศดีจังเลยน้า....” ผนังที่ผมพิงอยู่ตรงข้ามกับฝั่งกระจกพอดี ผมนั่งมองท้องฟ้าปรอดโปร่งสดใสเสียจนหน้าอิจฉา สิ่งเดียวที่ผมทำได้ดีที่สุดก็คือนั่งเหม่อละนะ


“คิก...ก้อนเมฆนั่นเหมือนไดอารี่ของฟูตะเลย....ก้อนนี้สีทองๆเหมือนหน้าพวกฝรั่งเปี๊ยบ”


“งั้นหรอ”

“อื้ม เหมือนสุดๆเลยล่ะ” ผมยิ้มตอบ

เอ๊ะ? เดี๋ยวก่อนนะ


...เมฆ?....สีทอง?.......


....ฝรั่ง?.......



“นี่มันฝรั่งจริงๆนี่หว่า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”



“2นาที 28วิ เป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่น่าสนใจ แต่ถือว่าค่อนข้างช้า”


“เอ่อ.......” ผมไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ว่าฝรั่งที่ยืนค้ำหัวผมพลางดูนาฬิกาข้อมืออยู่พูดเรื่องอะไร แต่แน่ใจว่าไม่ได้ชมผมแน่ๆ

....หวาาา...ตาสีฟ้า ผมบรอนด์ฝรั่งจริงๆด้วย สมกับเป็นโรงเรียนนานาชาติ....


ว่าแต่ว่า....


“ม้วน......”

“หืม?” อีกฝ่ายก้มลงมามองผม

“อ๊ะ เปล่าครับ!” ผมรีบหลบสาย .....ว่าแต่......


.....ทำไมถึงม้วนผมข้างหน้าข้างเดียว?!


แล้วทำไมเราถึงไปใส่ใจกับลอนผมชาวบ้านด้วยเล่า ไร้สาระไม่เป็นเวล่ำเวลาจริงๆเลย เจ้าห่วยสึนะ!



“อ้อ หมายถึงผมนี่น่ะหรอ” ชายหนุ่มยืนตรงเหมือนเดิม ปล่อยที่ว่างให้ผมหายใจหายคอได้สะดวก

ผมมองอีกฝ่ายที่เอามือจับตรงปอยผมที่ผมสงสัยอยู่พอดี

แต่ว่าทำไมเขาถึงรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่?.....ชาวต่างชาติเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวจริงๆ


“มันม้วนของมันเองตามธรรมชาติตั้งแต่เกิดแล้วล่ะ”

“งี้นี่เอง”

...แล้วเราไปสนใจอะไรกับผมชาวบ้านนักหนาเนี่ย!


“แล้วเธอมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะ นี่เลยเวลาเข้าเรียนแล้วนะ”

“แหะๆ คือว่า- - -”

“หลงทางสินะ” อีกแล้ว นายเป็นเทพธิดาพยากรณ์หรือไง

ผมพยักหน้าพลางหัวเราะแห้งๆตอบ


“อืม ดูจากปฏิกิริยาตอบรับที่ช้ากว่าคนปกติ ย่อมเป็นไปได้ที่เซนส์ด้านทิศทางจะช้าไปด้วย”


โฮ....ผมอยากร้องไห้สุดๆ......



“ไม่ใช่ซะหน่อย เอ่อ เซนส์เรื่องทิศทางแม้จะถูกบ้างก็เหอะ แต่ว่าผมเพิ่งย้ายมาวันนี้วันแรกเลยยังไม่รู้ทาง.....”

“ตอนปฐมนิเทศเขาก็แนะนำสถานที่ให้ไม่ใช่หรอ”

“ไม่ใช่ครับ ผมอยู่ปีสอง เลยไม่ได้ปฐมนิเทศ”

“หืม......” จะพูดว่าเราไม่เหมือนปีสองล่ะสิ ถึงไม่พูด แต่ก็คิดแน่ๆ!


“เอ๊ะ?”

ผมมองมือที่อีกฝ่ายยื่นมาให้อย่างงงๆ


“ลุกขึ้นสิ เดี๋ยวจะพาไปส่ง”

“อะ..อ้อ ครับๆ”

ผมจับมือที่ชายหนุ่มเสนอยึดเป็นหลักพยุงตัวยืน .....หวามือใหญ่จัง สากนิดๆด้วยสิ

คิดอยู่ว่าคนตรงหน้าสูง แต่พอได้ยืนเทียบกันแล้ว เขาซึ่งสูงถึงแค่อกอีกฝ่ายดูเหมือนคนแคระไปเลย ...ถึงว่ามือใหญ่จัง คล้ายๆมือคุณพ่อเลยแฮะ


ผมเดินตามแผ่นหลังกว้างที่แทบบังตัวผมมิดไปเงียบๆ นอกจากลอนผมแปลกๆแล้ว ทำไมเขาถึงใส่ชุดหมีในโรงเรียน? อย่าบอกว่าขนาดภารโรงที่โรงเรียนนี่ก็ยังเป็นชาวต่างชาติ ถ้าอย่างนั้นก็คงโอเวอร์ไปหน่อย





“เอาล่ะ ถึงแล้ว ฝั่งของปี 2”

......ถึงแล้ว? เพราะมัวแต่คิดเรื่อยเปื่อย เลยไม่ทันได้จำทางเลยแฮะ แต่ช่างมันเหอะ ไว้ค่อยไปถามคนใครซักคนในห้อง ไม่ก็อาจารย์เอาละกัน


“อ้าว สปาน่าซัง”

...เอ๋ คนๆนี้ชื่อสปาน่างั้นหรอ ชื่อสมกับเป็นชาวต่างชาติจริงๆด้วย แล้วคนที่เรียกสปาน่า...


ผมเอี้ยวตัวจากหลังหนุ่มร่างสูงที่บังทางผมจนมิดเพื่อมองหาตัวเจ้าของเสียง


....อุ หวา....ผมทอง.... ฝรั่งอีกแล้วหรอเนี่ย


“นายโฮมรูมปี2 C นี่ดีโน่ ทำไมยังไม่เข้าห้องเรียนอีกล่ะ” ...อืม คนที่ชื่อดีโน่เป็นอาจารย์ห้อง 2 C


“อ๊ะ ผมอยู่ห้อง 2 C นี่นา!”



“อ๋าาาาาา ซาวาดะ สึนะโยชิคุง!” ดีโน่เดินเข้ามาประชิดตัวผมแล้ว ...กอด?!!!!

อะไร? ทำไม? ยังไง? นี่ผมกำลังโดนฝรั่งที่เพิ่งเจอหน้าค่าตาครั้งแรกลวนลามงั้นหรอ!


“โฮ่ ซาวาดะ สึนะโยชิสินะ” อย่ามัวแต่ยืนเฉยสิ สปาน่าซัง ทำอะไรซักอย่าง!

“แล้วทำไมสึนะโยชิคุงถึงมาอยู่กับสปาน่าซังได้เนี่ย ผมเดินหาตั้งนาน เป็นห่วงแทบแย่ นึกว่าหลงทางไปที่ไหนซะแล้ว” เข้าใจถูกแล้วแหละ...แต่ช่วยปล่อยตัวผมก่อนได้มั๊ย แล้วถือวิสาสะอะไรจู่ๆมาเรียกชื่อแรกผม!


“เจอหลงทางอยู่แถวห้องแลป เลยพามาส่ง ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ไปก่อนนะ”

“อ๊ะ ขอบคุณสปาน่าซังมาก” ในที่สุด ก็โดนปล่อยซักที คนที่ชื่อดีโน่นี่แม้รูปร่างสูงโปร่งแต่แรงหนักเป็นบ้า กอดซะจนหายใจไม่ออกแทบจะเป็นลม ทำเอาภาพสปาน่าซังที่เดินห่างออกไปเบลอราวกับภาพลวงตายังไงยังงั้น


“จริงๆเลย เคียวยะเนี่ย คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ดีนะเนี่ยที่อาจารย์สปาน่าบังเอิญเจอพอดี” สปาน่าซังเป็นอาจารย์งั้นหรอ? แต่ใส่ชุดหมีเดินไปเดินมาในโรงเรียนเนี่ยนะ? อยากจะรู้จริงๆว่าสอนวิชาอะไร

“......เคียวยะ?”

“ฮิบาริ เคียวยะ ประธานนักเรียนของเราไง” อ๋อ ประธานจอมโหดชื่อ ฮิบาริ เคียวยะงั้นหรอ


‘.......ถ้านายเข้าเรียนสายแม้แต่วินาทีเดียว......ฉันจะขย้ำนายให้ตายซะ’


“จริงสิ!! อ้ากกก ผมเข้าห้องสายนี่ หลายนาทีด้วย ผมต้องตายแน่ๆเลย”

โดนไล่ออกไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าต้องตาย- - -


“คงโดนเคียวยะขู่มาสินะ เฮ้อ เด็กคนนี้จริงๆเล้ย ไม่ต้องวิตกไปหรอก สึนะโยชิคุง เคียวยะเขาก็พูดไปอย่างนั้นแหละ เอาเข้าจริง ไม่มีใครถึงตายหรอก อย่างน้อยแค่ซี่โครงหักสองสามซี่เอง”


.......มันไม่ได้ช่วยให้ผมหายวิตกเลยซักนิด!!!



“มันเป็นหน้าที่ของเคียวยะที่ต้องพาเธอมาส่งถึงห้อง เพราะงั้น มันไม่ใช่ความผิดเธอหรอกนะ อีกอย่างเพิ่งผ่านไป15นาทีเอง วันแรกนอกจากแนะนำตัวและแจกตารางสอน ก็ไม่มีอะไรมากหรอก เอาล่ะ เข้าห้องกันเถอะ เพื่อนๆรออยู่”

น่าแปลกที่รอยยิ้มของอาจารย์ดีโน่ช่วยให้ผมเบาใจลงเยอะ ...ถ้าอาจารย์ว่าอย่างนั้น วันนี้ผมคงยังมีชีวิตรอดกลับบ้านสินะ

เดินไม่กี่สิบก้าว ก็มาถึงห้องเรียนของปี 2 ห้อง C แม้จะเป็นโรงเรียนคุณหนูยังไง แต่ห้องเรียนก็ยังเป็นห้องประตูบานเลื่อนธรรมดาเหมือนโรงเรียนทั่วไปล่ะนะ ข่าวลือที่ว่านักเรียนที่นี่เรียนใน ฮอลล์หรูประดับแชนเดอเลียก็เพียงแค่ข่าวลือเท่านั้น ....ก็แหงล่ะ ยังไงมันก็เกินจริงแต่แรกอยู่แล้ว
ภายในห้องเรียนดูคลับคล้ายคลับคลากับห้องเรียนโรงเรียนเก่าไม่น้อย เพียงแต่จำนวนนักเรียนน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ที่สำคัญไม่มีชาวต่างชาติ ...ค่อยยังชั่วหน่อย...


“เอาล่ะทุกคน วันนี้ครูมีนักเรียนใหม่จะแนะนำ เข้ามาสิ สึนะโยชิคุง” ตกลงอาจารย์ยืนหยัดที่จะเรียกชื่อแรกผมโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อไปใช่มั๊ย- - -
ผมเดินไปยืนบนเสตจหน้าห้อง จังหวะแต่ละก้าวเริ่มเกร็ง และยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ......ตื่นเต้นอะไรนักหนา สึนะโยชิ แค่แนะนำตัวเอง
สุดท้ายผมก็พาตัวเองมายืนข้างอาจารย์หนุ่ม อีกฝ่ายหยิบแท่งชอล์คส่งมาให้ผม

ซึ่งผมรับมันมามอง- - - -

................


“ใช้เขียนชื่อบนกระดานน่ะ สึนะโยชิคุง”

“อะ อ้อ ครับๆ” หยา....ก็นั่นสิ ทำไมเราถึงโง่อย่างนี้ โอ้ย ได้ยินเสียงคนในห้องแอบหัวเราะด้วยง่ะ

ผมก้มหน้างุดรีบหันหลังไปเขียนชื่อตัวเองบนกระดานตัวใหญ่ๆ ผลออกมา ตัวคันจิแต่ละตัวเส้นสั่นยิกเสมือนตัวคนเขียนที่สั่นระริกด้วยทั้งความตื่นเต้นและความอายอยู่ตอนนี้ ยังดีที่ไม่เขียนชื่อตัวเองผิดให้อับอายไปมากกว่านี้


“ผะ- ผม ซาวาดะ สึนะโยชิ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ” ผมโค้งคำนับให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

“ทุกคนช่วยดูแลสึนะโยชิคุงกันด้วยนะ ข้างหลังมีที่ว่างอยู่ สึนะโยชิคุงไปตรงนั้นละกัน ครูจะเริ่มโฮมรูมล่ะนะ”
ผมเดินก้มหน้า ไม่กล้าสู้สายตามองคนในห้อง ไปยังโต๊ะว่างข้างหลังห้องสองสามโต๊ะ โชคดีที่หนึ่งในนั้นคือโต๊ะตัวหลังสุด ริมหน้าต่าง ที่นั่งริมหน้าต่าง นอกจากอากาศถ่ายเทแล้ว ยังมองวิวข้างนอกได้สะดวก อย่างนี้ก็คงมีอะไรทำฆ่าเวลาอันน่าเบื่อในชั่วโมงเรียนล่ะนะ


“จริงสิ สึนะโยชิคุง” ผมชะงักกลางทางก่อนจะไปถึงโต๊ะที่เล็งเอาไว้

“ครับ อาจารย์?”

“กระเป๋าหนังสือเธอล่ะ”

ผมยกมือทั้งสองขึ้นมา นั่นสิ ตอนเดินตามสปาน่าซังเราก็เดินตัวเปล่า....


“ตายล่ะ ลืมทิ้งไว้ที่สภานักเรียน!!!”

...อ๋าาาาา สมที่เราโดนเรียกเจ้าห่วยสึนะตั้งแต่เล็กจนโตเลยจริงๆ! คราวนี้ทุกคนในห้องหัวเราะใหญ่เลยง่า



“เอาล่ะๆ อย่าหัวเราะเพื่อนสิ พวกเธออยู่ต่อหน้าฮิบาริ เคียวยะก็เป็นเหมือนกันแหละ” ทุกคนในห้องเงียบทันที ดูท่าว่า ฮิบาริ เคียวยะจะมีอิทธิพลกับนักเรียนที่นี่มากพอดู


....ฉันจะขย้ำนายให้ตายซะ......

นึกถึงคำพูดนี้อีกแล้ว ตลอดปีการศึกษาที่มีคนๆนี้เป็นประธานนักเรียน เขาต้องฝันร้ายทุกคืนเป็นแน่ แล้วผมจะไปเอากระเป๋าคืนโดยยังมีชีวิตกลับมาไหมเนี่ย

“โฮมรูมนี้ยังไม่ต้องใช้อะไร แต่ชั่วโมงต่อไปครูก็ไม่แน่ใจ ถ้าอาจารย์เขาใช้หนังสือ ก็ดูกับยามาโมโตะ ทาเคชิคุงเอาละกัน” ยามาโมโตะ ทาเคชิ คือคนที่นั่งอยู่โต๊ะถัดจากหลังสุดริมหน้าต่าง เด็กหนุ่มส่งยิ้มพร้อมโบกมือให้ผม

.....อย่างน้อยก็มีคนหนึ่งที่ดูเป็นมิตรล่ะนะ

ผมยิ้มตอบ แล้วออกเดินต่อ


“อ๊ะ นั่นมีคนนั่งแล้วล่ะ ซาวาดะ”

“อ๊ะ!” ผมรีบชักมือที่จับเก้าอี้อยู่กลับเหมือนโดนของร้อน

“นั่งโต๊ะข้างๆฉันก็ได้” ยามาโมโตะชี้ที่โต๊ะถัดจากตัวเองมา ผมเลยได้แต่เดินคอตกเดินไปนั่ง .......โถ่....ที่นั่งในฝันผม


“แย่จังเลยน้า ถ้าเราไม่เข้าสายก็คงได้เลือกที่ดีๆ” ตอนนี้อาจารย์ดีโน่เริ่มต้นชั่วโมงโฮมรูมด้วยการชี้แจ้งกฎหรืออะไรซักอย่างซึ่งผมไม่สนใจฟังเท่าไหร่

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก”

“อะไรหรอ? ยามาโมโตะ”

“ก็คือว่า ที่นานิโมริ เขาจัดห้องเรียนโดยดูจากผลการเรียนใช่มะ พวกระดับท๊อป ก็อยู่ห้องA ไล่ลงมาจนถึงห้อง D”

เป็นอย่างนี้นี่เอง....เพิ่งรู้นะเนี่ย ถือว่าเป็นบุญจริงๆที่เราอยู่แค่ห้อง C


“อย่างฉันเนี่ย อยู่ชมรมเบสบอล วันๆมัวแต่ยุ่งกับซ้อม และการแข่ง ตอนเรียนจึงเหนื่อยจนเผลอหลับทุกที เลยได้มาอยู่ห้องอ่อนสุดเนี่ยแหละ”

“อ้าว อ่อนที่สุดไม่ใช่ห้อง D หรอกหรอ?”

“ฮ่าๆๆๆ ไม่ใช่หรอก รู้หรือเปล่าว่าตัวอักษรแต่ละห้องย่อมาจากอะไร?”

“เอ๋?? อักษรย่อ ไม่ใช่ว่าแค่ใช้เรียงลำดับห้องหรอกหรอ” นานิโมริที่มีอะไรแปลกๆเยอะแฮะ

“ฮื่อ..” ยามาโมโตะส่ายหัว “เพราะที่นี่เป็นโรงเรียนนานาชาติล่ะนะ เขาเลยใช้ตัวอักษรย่อสื่อความหมายของแต่ละห้อง อย่างห้อง C เราก็มาจาก Common ที่แปลว่า
ธรรมดา ถึงจะธรรมดาแต่ก็ถือว่าต่ำที่สุดของที่นี่ล่ะ”

....นั่นสินะ ยังไงๆก็เป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่อยู่ห้องต่ำสุดสินะ.....แล้วทำไมยามาโมโตะคุงยังอุตส่าห์พูดถึงตัวเองที่อยู่ห้องต่ำสุดได้อย่างหน้าระรื่นอีก....


“ส่วน B คือ Better และ A คือ Ace” เอซ? แม้จะไม่รู้ความหมายแต่มันคงเป็นคำที่สื่อว่าห้อง A ต้องเป็นพวกที่ระดับชั้นเหนือกว่าเราหลายขุมแน่

“แล้ว D ล่ะ?”

“ก็ Delinquent ไง”

“หา?? ดี ลิงเคน???ดี ลินคอน????ชื่อประธานาธิบดี?????” แค่ชื่อห้องผมยังไม่เข้าใจ นี่ผมจะเรียนในโรงเรียนนานาชาติได้ตลอดรอดฝั่งหรือเปล่าเนี่ย?!

“ฮ่าๆๆๆๆ นายนี่เป็นคนตลกดีนะ” เปล่าเลย คือโง่ของแท้น่ะ เข้าใจไหม...

“เพราะงั้น ห้องD เลยเป็นห้องที่รวมพวกเด็กที่บรรดาอาจารย์เขาเรียกว่า เด็กเหลือขอน่ะ ไม่ว่าผลการเรียนจะดีแค่ไหน แต่ถ้านิสัยแย่ก็เป็นอีกเรื่องล่ะนะ”

...ไม่น่าเชื่อขนาดโรงเรียนลูกคุณหนูอย่างนานิโมริก็มีนักเรียนประเภทอย่างว่าอยู่ แล้วจับเด็กแบบเดียวกันมาไว้เดียวกัน มันไม่ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่หรอ?


“ดังนั้นในตลอดสามปี มีไม่กี่คนหรอกที่ได้ย้ายห้อง ทุกคนเลยมีที่นั่งประจำกันตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วล่ะ จะย้ายก็คือขึ้นแผนกม.ปลายแล้วแยกตามสายการเรียนนั่นแหละ”
ถึงจะพอเข้าใจ แต่ทำไมรู้สึกเหมือนเผด็จการยังไงไม่รู้ ใครมาก่อนได้ก่อนงั้นหรือ? ไม่ใช่ความผิดเราซักหน่อยนี่นาที่เข้ามาตอนปีสอง

“อ้อ อีกอย่าง ริมหน้าต่างหลังสุดของห้องนี้เป็นที่นั่งพิเศษน่ะ”

“เอ๋??” ที่นั่งพิเศษ?


- -‘ป้อก’- -

“อ๊ะ....”

เสียงม้วนกระดาษเขกบนหัวยามาโมโตะเบาๆ ทำผมอ้าปากที่กำลังจะถามค้าง ผมเงยหน้ามองเจ้าของเงาทะมึนที่ค้ำหัวพวกผมทั้งคู่ ....หยาาา....อาจารย์ดีโน่

“ครูดีใจที่เธอเป็นมิตรกับเพื่อนใหม่นะ ยามาโมโตะ ทาเคชิ แต่อย่างน้อยเปิดเรียนวันแรก ก็ช่วยฟังอาจารย์โฮมรูมของเธอหน่อยเถอะ”

“แหะๆ ขอโทษครับ” ผมยิ้มแหยพูดพร้อมยามาโมโตะที่ยิ้มทะเล้นตอบ


“เอ้านี่ ตารางสอน” อาจารย์ดีโน่ส่งม้วนกระดาษซึ่งถูกใช้เป็นอาวุธจำเป็นเมื่อครู่ส่งให้ทั้งผมและยามาโมโตะ ในนั้นคือตารางสอนที่พิมพ์อย่างเรียบร้อย สมกับเป็นนานิโมริ โรงเรียนเก่าผมยังต้องจดกันเอง

“นักเรียนใช้เวลาที่เหลือก่อนหมดโฮมรูมนั่งศึกษาตารางสอนและนั่งพูดคุยกันตามสบาย แต่อย่าเสียงดังมากนะ ครูมีธุระต้องไปจัดการ”
หลังจากหัวหน้าห้องพูดทำความเคารพ และอาจารย์ดีโน่ออกจากห้องไปแล้ว เสียงกระซิบกระซาบก็ดังขึ้นทั่วห้อง

ผมลืมเรื่องที่จะถามยามาโมโตะเมื่อครู่ไปเสียสนิท

เวลาว่างก่อนถึงชั่วโมงต่อไป ยามาโมโตะได้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโรงเรียนนี้หลายๆอย่าง และผมก็ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆในห้องบางคน อาจเป็นเพราะยังเป็นแค่วันแรก ไม่นับเรื่องเมื่อเช้าทุกอย่างเลยค่อนข้างราบรื่น อย่างน้อยบรรยากาศในห้อง C ก็ดูอบอุ่นกว่าที่ผมจินตนาการไว้จากภาพของโรงเรียนลูกคุณหนู

......ผมได้แต่หวังในใจ ว่าชีวิตสองปีของผมในนานิโมริ จะราบรื่นอย่างนี้ตลอดไป- - -



“เอ้อ จริงสิ ซาวาดะ พอถึงพักแรกนายต้องไปเอากระเป๋าที่สภานักเรียนนี่ จะให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม?”


“.............................”


- - -ซะที่ไหนล่ะ!!!!!!!!




~*TBC*~

_________________
Math Today!

18+69+87=27

[ In fact, if you separate 18 and combine them together (1+8=9)then deduct the sum from 69(9-69=-60) ,and then plus with 87 the result is actually "27". Miracle?Destiny? or just Fan Ficfion LOL ]

Image

My Fictions : Nanimori School Monogatari-~27/Various / It's You-6927+18 / This is a FAMIGLIA-87/69/18+27

[color=#FF40FF]
สปอยล์นรก KHR Anime


Last edited by hustsu on 05 Aug 2009, 12:08, edited 5 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU]Nanomori School Monogatari-อลเวงรัก โรงเรียนนานิโมริ
PostPosted: 01 Jun 2009, 19:19 
Joined: 30 Nov 2008, 11:36
Posts: 140
วะวะวะว้าวววววววววววววววว

น่าสนดีจังเลยนะ

จะรอ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU]Nanomori School Monogatari-อลเวงรัก โรงเรียนนานิโมริ
PostPosted: 01 Jun 2009, 20:09 
User avatar
Joined: 02 Apr 2009, 13:14
Posts: 440
Location: ที่ๆมีความสุข
สนุกจัง~

ชีวิตทูน่าในรั้วร.ร.คุณหนู โอ้ว้าว ผักจะรอติดตาม~

_________________
http://type289.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU]Nanomori School Monogatari-อลเวงรัก โรงเรียนนานิโมริ
PostPosted: 01 Jun 2009, 22:37 
User avatar
Joined: 10 Dec 2008, 18:27
Posts: 706
Location: 1827 2727 8018 6927
กรี๊ดดดดดดดด

น่าสน

_________________
ร๊ากกกกกกกกกกกฟิครีบอร์นที่ซู้ดดดดดดดดดดดดด
Image
Image
ชอบ182769 คลั่ง1827 G27 2727และ8018ที่สุดเล้ย~~~~~


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU~27/ฯลฯ]Nanimori Monogatari-อลเวงรัก โรงเรียนนานิโมริ
PostPosted: 05 Jun 2009, 12:10 
User avatar
Joined: 18 May 2009, 20:02
Posts: 101
Location: ผมม้วนประแจ( เป็นเห็บเหาหรือไง O[]O )
CHAPTER 2 :


“อ๋าาาา ประตูล๊อค”

“ก็กะไว้แล้วล่ะนะ”

เนื่องจากผมเผลอทิ้งกระเป๋าไว้ที่ห้องสภานักเรียนตอนเช้าด้วยความรีบร้อน ผมจึงต้องบากหน้ากลับมายังสถานที่ที่ผมคิดว่าจะไม่ย่างกรายอีกเป็นครั้งที่สอง ยังดีที่ชั่วโมงคณิตศาสตร์หลังโฮมรูม อาจารย์ติดธุระไม่ได้เข้าสอนเลยไม่ต้องใช้หนังสืออะไร


“งั้นก็ต้องไปหาประธานที่ฝั่งปีสาม อยู่อีกชั้นด้วยสิ รีบไปเถอะสึนะ” ..........รู้จักกันได้ไม่กี่ชั่วโมง ก็เรียกชื่อแรกกันซะแล้ว แถมยังย่อเสียสนิทสนมอีก จะว่าคนที่นี่อัธยาศัยเป็นเลิศหรือว่าอะไรดีนะ แต่ที่โรงเรียนเก่าผมก็โดนเรียก “เจ้าห่วยสึนะ” มาจนชิน โดนเรียกสึนะยังดีกว่าหลายเท่า

“ไปขออาจารย์ซักคนไม่ได้หรอ เขาน่าจะมีสำรองเผื่อไว้” ใช่ ไปหาใครก็ได้ ก็ประธานคนนี้น่ะแหละ สาเหตุที่ทำให้ผมลืมกระเป๋าเรียนทิ้งไว้ให้
อับอาย

“ที่นี่เขามอบอำนาจให้สภานักเรียนอย่างเต็มที่ ดังนั้นห้องสภานักเรียนประธานเลยเป็นคนดูแลและจัดการทุกอย่างหมด” ....มันส่งเสริมให้เด็กบ้าอำนาจชัดๆ


“แม่บ้าน ภารโรงน่าจะมีกุญแจสำรองนี่”

“ห้องสภานักเรียนมีเอกสารสำคัญๆเก็บอยู่เยอะเหมือนกัน เขาไม่วางใจให้คนนอกเข้าไปหรอก” ....แค่สภานักเรียน จะมีเอกสารอะไรสำคัญนักหนา โรงเรียนนี้ชักจะบ้าเกินไปแล้ว

“แต่ว่า.....”

“ทำไมหรอสึนะ? ปีสามอยู่ใกล้ๆนี่เอง” เปล่าหรอก....ปัญหามันอยู่ที่เจ้าตัวประธานนักเรียนนี่แหละ

“คือว่า เราไม่อยากรบกวนประธานนักเรียนน่ะ ถ้ากุญแจมันสำคัญขนาดนั้นจริง เขาต้องลำบากเดินมาเปิดให้ใช่มั๊ยล่ะ? เราเกรงใจ” ......ที่สำคัญ กลัวสุดๆด้วย


“ไม่ต้องเกรงใจมากหรอกสึนะ ฮิบาริใจดีจะตาย บางทีเขาอาจหยิบกระเป๋าสึนะออกมาเผื่อเอาไปคืนให้ก็ได้นะ”

......ขนาดช่วยบอกทางซักนิดยังไม่บอก มีหรือจะหยิบออกมาให้ ฝันไปเถอะ ไม่สิ ขนาดฝันมันยังไม่มีทาง

สุดท้ายผมก็ได้แต่เดินตามยามาโมโตะคุงไปฝั่งปีสาม เดินตามยามาโมโตะคุงให้ทันก็ลำบากเหมือนกันนะเนี่ย อีกฝ่ายดูเดินสบายๆ แต่ผมนี่แทบต้องวิ่งเหยาะๆตาม ไม่น่าเชื่อว่าเด็กหนุ่มจะอายุเท่ากัน ยามาโมโตะสูงเกือบ180 c.m. ผมที่160 ยังไม่ถึงด้วยซ้ำเห็นแล้วอย่างกับเด็กประถม
เดินคู่กับรุ่นพี่
ทั้งสปาน่าซังกับอาจารย์ดีโน่ก็สูง โรงเรียนคุณหนูก็อย่างนี้แหละ อยู่ดีกินดี


จากห้องสภานักเรียน เดินไปอีกหน่อย เลี้ยวมุม ขึ้นบันไดไป ก็เจอกับส่วนของปี3 พอดี ซึ่งแยกเป็นห้อง A-D เหมือนปีสอง


“นี่ล่ะนะ ห้องที่ฮิบาริ เคียวยะอยู่”

ผมเงยหน้ามองป้ายห้องเรียน แล้วขยี้ตาก่อนจะมองใหม่


“แน่ใจว่าถูกห้องนะ ยามาโมโตะคุง”

ผมมองป้ายห้องให้ชัดๆอีกครั้ง ....มันมีอะไรไม่ถูกต้องอยู่นา.....

“แน่ใจสิ” ยามาโมโตะยิ้มกว้างตอบอย่างมั่นใจ


“เอ๋ แต่นี่มันห้อง D ไม่ใช่หรอ?!!” …….D จาก ดีลิงคอน เอ้ย Delinquent ศูนย์รวมของเด็กเหลือขอ

ประธานนักเรียนฮิบาริ เคียวยะ อยู่ห้องนี้เนี่ยนะ?!


“อื้ม ก็ใช่ไง มีอะไรแปลกหรอ?” ....ก็แปลกน่ะสิ!

ประธานนักเรียน เป็นตำแหน่งที่ได้รับความไว้วางใจจากทั้งคณะอาจารย์และนักเรียน แล้วประธานนักเรียนคนนั้นกลับเป็นเด็กที่มีพฤติกรรมจนถึง
ขั้นถูกจัดอันดับไว้ในห้องพิเศษ จะไม่ให้มันไม่แปลกได้ยังไง

ไม่ทันจะถึงครึ่งวันแรก ก็มีเรื่องให้แปลกใจจนเหนื่อยเสียยิ่งกว่าวิ่ง 4x100 เมตร อยู่โรงเรียนนี้นานๆเขาคงได้เป็นโรคหัวใจเข้าซักวัน


“อ้าว ยามาโมโตะชมรมเบสบอลนี่ มีธุระอะไรกับปีสามหรอ?”

ขณะนั่งบ่นกับตัวเองในใจ เลยไม่ทันมองว่ายามาโมโตะได้เปิดประตูห้องของปีสามแล้ว


.......เอ๋ ก็ปกติดีนี่............


ผมมองเข้าไปในห้อง หวังจะเห็นภาพพวกนักเลงหัวไม้กับบรรยากาศน่ากลัวๆ แต่เท่าที่เห็น แม้บางคนนั่งอ่านการ์ตูนบ้าง ฟังเพลงบ้าง จับกลุ่มคุยบ้าง ทว่าก็ดูเป็นปกติ เหมือนนักเรียนยามพักผ่อนทั่วๆไป

มัน Delinquent ตรงไหนนะ? ระบบแยกห้องของที่นี่ทำเอาผมงงไปหมดแล้ว


“มีธุระกับฮิบาริน่ะ ไม่อยู่หรอ” ยามาโมโตะพูดคุยกับรุ่นพี่ปีสามอย่างเป็นกันเอง รุ่นพี่หลายคนก็ทักทายเด็กหนุ่มกลับ

....ดูท่ายามาโมโตะจะดังไม่น้อยนะเนี่ย


“ฮิบาริซังน่ะหรอ พอกระดิ่งดังปุ๊ปก็รีบออกไปไหนไม่รู้สิ” .....ฮิบาริ....ซัง? อีกฝ่ายก็รุ่นเดียวกัน แถมยังเป็นเพื่อนร่วมห้อง แต่ทำไมรุ่นพี่คนนี้ถึงต้องใช้คำต่อท้ายอย่างนอบน้อมขนาดนั้น เพราะความเป็นประธานนักเรียนงั้นหรอ? แต่ฟังจากน้ำเสียง น่าจะเรียกเพราะความกลัวมากกว่าความเคารพนะเนี่ย


“ว้า~มาเสียเที่ยวเลย งั้นผมไปก่อนนะรุ่นพี่ ไม่ต้องบอกฮิบาริว่าผมมาหาก็ได้นะ”

.....รู้สึกสังหรณ์ว่าถึงยามาโมโตะคุงไม่บอก รุ่นพี่คนนั้นก็คงไม่กล้าไปยุ่งเกี่ยวกับ “ฮิบาริซัง” หรอก

ว่าแต่ว่าทำไมยามาโมโตะถึงเรียก ฮิบาริซัง ซะสนิทสนมทั้งๆที่อีกฝ่ายเป็นรุ่นพี่ได้นะ


ระหว่างขบคิดไปต่างๆนาๆ สองเท้าผมก็พากลับมาห้องตัวเองทันก่อนเวลาเสียงสัญญาณดังพอดี ผมจะเดินตามยามาโมโตะเข้าห้องไป เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กเมื่อครู่จู่ๆก็เงียบ


.........มันมีอะไรไม่ชอบมาพากลแฮะ............


ผมหยุดกึกอยู่หน้าประตูห้องด้วยเหตุใดไม่ทราบ อันที่จริงก็รู้อยู่หรอกว่าเพราะอะไร ไหนจะสายตาทิ่มแทงและบรรยากาศมาคุรอบห้อง เพียงแต่ผมปฏิเสธที่จะรับรู้มันเท่านั้น จนยามาโมโตะหันมาเลิกคิ้วถามผม


“มีอะไรหรอสึนะ?” เอ่อ....จะว่ามีหรือไม่มีดีล่ะ แต่นายช่วยกรุณาดูรอบๆตัวนายด้วยได้มั๊ย ยามาโมโตะคุง..... อยากจะพูดออกไปหรอกนะ แต่มันมีลางสังหรณ์ว่ากับเด็กหนุ่มคนนี้พูดไปมันคงเปล่าประโยชน์


“เฮ้ ซาวาดะ”

ขณะที่ผมยืนเหงื่อตกทำอะไรไม่ถูก ในที่สุดก็มีหน่วยกล้าตายวิ่งมาประชิดตัวผม


“อะ...ฮะ? เอ่อ....มีอะไรหรอ”


“นายเป็นอะไรกับฮิบาริซัง?!”

“หาาาา? เป็นอะไร? ยังไง? เป็นอะไรยังไงนะ?” ทำไมต้องฮิบาริซัง....ไม่สิ แล้วจู่ๆไอหัวข้อนี้มันมายังไงเนี่ย

เหมือนอีกฝ่ายจะอ่านใจผมออก เขาเลยชี้มือไปทิศที่ผมนั่ง ผมมองตาม บนโต๊ะผมมีกระเป๋าวางอยู่


“อ๊ะ กระเป๋า!!” .....กระเป๋านักเรียนผมวางเรียบร้อยอยู่บนโต๊ะ เป็นไปได้ยังไง? อย่าบอกนะ......

“ฮะๆๆ ฮิบาริหยิบออกมาจริงๆด้วยสินะ” ....อย่าพูดสิ ยามาโมโตะคุง!

ผมเลยส่งสายตาไปขอคำยืนยันจากเจ้าของคำถามเมื่อกี้


“หลังพวกนายออกไปได้ไม่นาน ฮิบาริซังก็เข้ามาถามว่านายนั่งที่ไหน แล้วก็เอากระเป๋าไปวาง นั่นกระเป๋าที่นายลืมไว้ที่ห้องสภาใช่มั๊ยซาวาดะ”


อ๋าาา......เป็นอย่างที่คิดจริงๆด้วย


“เห็นมั๊ยล่ะ งั้นที่เดินไปเดินมาทั้งพักถือว่าเป็นการออกกำลังกายละกันนะ สึนะ” .......ยามาโมโตะคุง ปัญหามันไม่ใช่เรื่องนั้นซะหน่อย....

“นายเป็นอะไรกับฮิบาริซังกันแน่ เขาถึงเอากระเป๋ามาให้นายเองได้” คนนี้ก็ยังไม่เลิกเอาคำตอบ แม้จะดูเกร็งๆกลัวๆไม่กล้าเข้าใกล้ผมมากนัก

แค่ฮิบาริซังเอากระเป๋ามาคืนให้ ก็ทำให้ผมกลายเป็นฮิบาริซังคนที่สองเลยหรือไง?


“ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้นแหละ ฉันก็เพิ่งจะเจอเขาเมื่อเช้านี้เอง.....”

อีกฝ่ายยังดูไม่เชื่อเท่าไหร่ แต่เสียงสัญญาณเริ่มเรียนดังพอดี ผมเลยทำได้แต่ปล่อยให้คิดกันเอง



ผมเดินกลับไปที่โต๊ะแล้วหยิบกระเป๋ามาเปิดออกสำรวจข้างใน ไม่กลัวอะไรหายไปหรอก แต่กลัวจะมีอะไรแปลกปลอมเพิ่มเข้ามาต่างหาก ฮิบาริซังคนนี้ยิ่งไม่ค่อยน่าไว้ใจอยู่

“เป็นไงสึนะ มีอะไรหายไปหรือเปล่า” ผมสั่นหัวตอบยามาโมโตะ

ไม่มีอะไรหาย และไม่มีอะไรแปลกปลอม...


“.....เขาตั้งใจเอามาคืนจริงๆด้วยแฮะ”


“อื้ม บอกแล้วว่าฮิบาริใจดีจะตาย”

“อืม.....”

ฮิบาริซังคนนี้นี่ยังไงกันแน่นะ....


เขาเข้าใจที่ทุกคนกลัวฮิบาริซังเพราะเขาเองก็เจอมากับตัว บรรยากาศและสายตาที่พร้อมจะขย้ำคนได้ทุกเวลานั้น ไม่ว่าใครเป็นต้องสยบด้วยความยำเกรง


.......ทว่า..........


.....กระเป๋าผ้าใบสีน้ำเงินเข้มใหม่เอี่ยมเพราะเพิ่งถูกใช้วันนี้เป็นวันแรก

น่าแปลกที่ผมมองมัน ใบหน้าฮิบาริซังเมื่อตอนเช้ากลับไม่คิดว่ามันน่ากลัวอีกต่อไป


....นั่นสินะ....

ฮิบาริ เคียวยะคงจะไม่ใช่คนเลวร้ายอย่างที่คิด หากเขาอุตส่าห์มีน้ำใจเอากระเป๋ามาคืนให้
แล้วมานึกดูดีๆ สิ่งที่ฮิบาริซังพูดเมื่อเช้า เรื่องไม่ให้เราเข้าห้องเรียนสาย มันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วไม่ใช่หรือ?
ที่เขาขู่ไปอย่างนั้น อาจจะไม่ได้คิดอะไรก็ได้ เพียงแต่ให้เราสำนึกอยู่เสมอว่าเราเป็นนักเรียน ต้องเห็นการเรียนสำคัญ ไม่ควรเข้าห้องสาย

...เขาเตือนในฐานะประธานนักเรียนเท่านั้น ส่วนเรื่องที่ไม่ได้พาเรามาส่งถึงห้องเรียน อาจจะเป็นเพราะ ลืม? มันต้องมีเหตุผลซักอย่างสิน่า


....เบื้องหลังดวงตาสีดำเหมือนผืนฟ้ายามคืนข้างแรมนั้น อาจจะแฝงด้วยความอ่อนโยนอย่างที่ใครไม่เคยเห็นก็เป็นได้....



“คงต้องไปขอบคุณสินะ.....” ไหนๆเขาก็นำมาคืนให้- - - -



‘ฮิบาริซังมาเองเลยนะ ฮิบาริซังคนนั้นน่ะ’

‘หรือไม่ก็แสดงว่าซาวาดะต้องมีอะไรพิเศษมากกว่าที่เห็นภายนอกแน่ อาจจะเป็นลูกคนใหญ่คนโต’

‘ถ้าเราเผลอทำไรไม่ดีกับซาวาดะแล้วฮิบาริซังจะมาขย้ำเรามั๊ยเนี่ย’

‘น่ากลัวจัง ฉันไม่กล้ายุ่งกับซาวาดะแล้วล่ะ’

‘shhhh…อย่าพูดดังไปสิ เดี๋ยวก็โดนหรอก’



- - - - - แต่คิดอีกที อย่าเอามาคืนให้จะดีกว่า


“เฮ้อ...” ผมนั่งลง แขวนกระเป๋าไว้ที่ตะขอข้างโต๊ะ ก่อนจะถอนหายใจอีกรอบ

เสียงซุบซิบยังคงดังแว่วมาเข้าหู ทว่าผมไม่สนใจฟัง ทำเพียงท้าวแขนนอนฟุบหน้าอยู่อย่างนั้น


....พอเริ่มเรียน เสียงซุบซิบก็หยุดไปเองล่ะนะ อย่ากังวลอะไรไปเลยสึนะ ไม่ช้าก็เร็ว เดี๋ยวใครๆก็รู้ถึงความเป็น “เจ้าห่วยสึนะ” อย่างนาย แล้วก็เลิกจับคนอย่างเขาไปข้องแวะกับประธานนักเรียนเอง

พูดถึงเริ่มเรียน สัญญาณมันก็ดังนานแล้วนี่นา ทำไมอาจารย์ยังไม่เข้าอีกนะ...

ผมจะหยิบตารางสอนขึ้นมาจะดู ทว่าไม่ทันขาดคำ เสียงประตูบานเลื่อนเปิดครืดก็เรียกผมเงยหน้าขึ้นมอง


.....เอ๋ อาจารย์ดีโน่สอนคาบนี้หรอ?....


“ขอโทษนะนักเรียน ครูไม่นึกว่าจะเอาตั้งแต่วันแรก เลยไม่ได้เตรียมอะไรสอน เพิ่งหามาเสร็จเมื่อกี้นี้แหละ”

“โอ้ อังกฤษปีนี้ก็เบียคุรันหรอเนี่ย” ผมหันไปมองยามาโมโตะคุง ก่อนจะหันไปมองหน้าห้องอีกที

“เบียคุรัน? ใครน่ะ” ....คนที่เข้ามา มองยังไงก็อาจารย์ดีโน่ชัดๆ


“ลองดูในตารางสอนสิ สึนะ”

ผมก้มลงมองตารางสอนในมือ .......ภาษาอังกฤษด้วยแฮะ......


Monday- - - Period 3??? อืม...คงแปลว่าคาบ3 มั้ง

Subject : English , Byakuran Millefiore เบียคุรัน นามสกุลอ่านยากจังแฮะ ชื่อยังพอฟังเป็นญี่ปุ่น แต่นามสกุลดูแล้ว คงเป็นพวกหัวทองอีกแหงๆ ในโรงเรียนนี้มีอาจารย์ชาวญี่ปุ่นอยู่บ้างไหมเนี่ย


“เขียนว่าเบียคุรันจริงๆด้วย แล้วทำไม?” ผมหันไปมองหน้าห้องอีกทีเพื่อความแน่ใจ....ไม่ว่าจะดูมุมไหนก็อาจารย์ดีโน่

ผมเลยหาชื่อดีโน่ในตารางสอน

…Dino Chiavorone…. นามสกุลคนนี้ก็อ่านยาก...อืม Sucject : Japanese!? นึกภาพอาจารย์ดีโน่สอนภาษาญี่ปุ่นไม่ออกเลยแฮะ แล้วโรงเรียนนี้มันอะไรกัน ญี่ปุ่นมีอาทิตย์ละ 2 คาบ ส่วนอังกฤษมีทุกวันแถม 2 ชม.ติด!! มันสับกับโรงเรียนเก่าผมจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยนะเนี่ย


.....ที่นี่ยังเป็นญี่ปุ่นอยู่นะ! เรายังเป็นคนญี่ปุ่นอยู่นะ!

ไม่ได้ชาตินิยมอะไรมากหรอก แต่ช่วยเห็นค่าของความเป็นญี่ปุ่นกันหน่อยเหอะ!!


“ตั้งแต่ปี 1 แล้วล่ะ เบียคุรันชอบโดดสอนไปหาโชจังบ่อยๆ ปีที่แล้วคาบอังกฤษเลยสบายสุดๆ แต่ข้อสอบก็โหดสุดๆนะ ถ้าไม่ได้ดีโน่มาช่วยเข้าสอนแทนบ้าง คงมีตกกันทั้งห้องแน่” ....ชอบโดดสอน?.....แล้วโชจังคือใครอีกล่ะ แต่ปัญญาคือ ครูที่ชอบโดดสอน แต่ไม่โดนไล่ออกเนี่ยสิ?....ท่องไว้สึนะ นี่คือนานิโมริ มันไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้อีกแล้วในโรงเรียนนี้


“ยามาโมโตะ ทาเคชิคุง” อาจารย์ดีโน่ลากเสียงหวาน ทว่าคิ้วกลับขมวดขัดกับน้ำเสียงและรอยยิ้ม “ครูรู้ว่าเธอหวังดีกับเพื่อนใหม่ แต่เราจะเริ่มเรียนกันแล้ว หลับน่ะได้ แต่อย่าคุยรบกวนคนอื่น”

“ขอโทษครับ ‘จารย์ ...แหะ โดนอีกแล้วแฮะ”

“ส่วนสึนะ”

“คะ..ครับ” อีกแล้ว ด้วยเวลาไม่กี่ชั่วโมง สึนะโยชิก็หดเหลือแค่สึนะ

“ถ้ามีอะไรสงสัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยยังไง เชิญมาถามครูได้ตามสบายเลยนะ”

.....พอเห็นรอยยิ้มของอาจารย์อย่างนี้ จะเคืองก็เคืองไม่ลง เฮ้อ ...สึนะ ก็สึนะ....


จากนั้นวิชาภาษาอังกฤษก็เริ่มต้นและดำเนินไปอย่างราบรื่น


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


“เย้ พักกลางวันๆ...” ในที่สุดก็หมดไปแล้วครึ่งวัน มันยาวนานและมีอะไรมากมายราวกับผ่านไปเป็นอาทิตย์ ผมบิดขี้เกียจขับไล่ความล้า แล้วเก็บอุปกรณ์การเรียนลงให้เรียบร้อย

อาจารย์ดีโน่สอนภาษาอังกฤษไม่เหมือนครูโรงเรียนเก่า ซึ่งเรียนเท่าไหร่ก็ไม่เข้าหัว แต่สองคาบที่ผ่านมานี้ แม้ไม่อาจเข้าใจได้หมด แต่ก็รู้สึกรู้เรื่องกว่าแต่ก่อนเยอะ ทำผมชักใจชื้นว่าอาจจะเรียนที่นี่รอดก็เป็นได้


“สึนะเอาข้าวกล่องมาหรือเปล่า”

“ฮื้อ..” ผมส่ายหน้า “เมื่อเช้าแม่ไม่มีเวลาทำน่ะ วันนี้คงต้องพึ่งโรงอาหารแล้วล่ะ”

.....เพราะเมื่อเช้าฟูตะไข้ขึ้นอีกแล้วล่ะนะ


“เหมือนฉันเลย งั้นไปโรงอาหารด้วยกันเถอะสึนะ จะได้ช่วยแนะนำที่ทางให้นายด้วย”

“อื้ม เอางั้นก็ได้”

อาหารที่นี่จะเป็นยังไงน้า...หวังว่าคงไม่ใช่พวกอาหารฝรั่งเศสแบบฟูลคอร์สตามโรงแรมอย่างนั้นหรอกนะ ไม่งั้นเงินที่พกมาไม่พอแหงๆ....


โรงอาหารของแผนกมัธยมต้นตั้งอยู่ข้างๆกับตึกเรียนซึ่งจากห้องผมใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที สร้างเป็นตึกชั้นเดียวคล้ายโรงยิม แถมยังกว้างพอๆกับโรงยิมโรงเรียนเก่าผม จะเอาอะไรมาก....โรงเรียนคนรวยนี่เนอะ....

“จริงด้วยสิ บ้านยามาโมโตะทำกิจการอะไรหรอ” เห็นยามาโมโตะอย่างนี้ก็เถอะ เข้านานิโมริได้ คงต้องเป็นลูกนักธุรกิจไม่ก็เจ้าของกิจการซักอย่างแหละ

“อ้าว ฉันยังไม่ได้บอกหรอ” .....ถ้าบอกแล้วคงไม่ถามหรอก....เห็นเราความจำสั้นขนาดนั้นเลยหรอ ยามาโมโตะคุง....

“บ้านฉันก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ร้านซูชิเอง”

“เห? จริงหรอ?” ธรรมดากว่าที่คิดแฮะ ร้านคงขายน่าดู ถึงส่งลูกมาเรียนที่นี่ได้

“แล้วชื่อร้านอะไรหรอ เผื่อจะไปอุดหนุนบ้าง”

“มาเลยๆ จะคอยต้อนรับอย่างดีเลยล่ะ ชื่อร้านทาเคซูชิน่ะ รู้จักหรือเปล่า?”

“ห๊า!! ทาเคซูชิ ร้านซูชิระดับห้าดาวที่มีสาขาเปิดทั่วประเทศน่ะนะ!”

“เห? ร้านบ้านฉันมันดังขนาดนั้นเลยหรอ”

...คำว่า ‘สมกับเป็นยามาโมโตะ’ ผุดขึ้นมาในหัวทันทีเลยแฮะ คนรวยเขาเลี้ยงดูลูกเต้ากันมายังไงเนี่ย


แต่หากจะให้พูดตรงๆ เมื่อได้มองแววตาจริงใจและรอยยิ้มสดใสของยามาโมโตะแล้ว ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า บ้านนี้เลี้ยงดูแลอบรมทายาทตนเองได้ดีทีเดียว


“แล้วบ้านสึนะล่ะ” ผมแทบสะดุดลมหายใจ ....พ่อเขาทำงานอะไรงั้นหรอ?....


“แม่เป็นแม่บ้านน่ะ ส่วนคุณพ่อ... เขานานๆจะกลับบ้านที แล้วไม่เคยพูดเรื่องงานในบ้านด้วยสิ เราเลยไม่รู้เหมือนกันว่าที่จริงเขาทำอะไรกันแน่ เห็นก็แต่ส่งเงินมาทุกเดือน”

อันที่จริง เขากับอิเอมิสึไม่ค่อยได้สนิทกันเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าพ่อเขาเป็นคนเลวร้ายอะไรหรอกนะ ดูจากเงินที่ส่งมาให้อย่างไม่ขัดสน ท่าทีรักใคร่กันดีของพ่อกับแม่ และของฝากมากมายที่พ่อเขาขนมาให้เขากับฟูตะทุกครั้งที่กลับมาจนมันรกห้องก็ยืนยันได้ชัดเจน ว่าอิเอมึสึยังคงใส่ใจครอบครัว

.......มันต้องมีเหตุผลสำคัญซักอย่าง ที่ทำให้พ่อเขาต้องจากบ้านไปบ่อยๆ.....แน่ๆอย่างหนึ่งล่ะคือ เพื่อพวกผม

ทว่าสำหรับเขา ขอยอมแลกของฝากดีๆ เงินทองทั้งหมด เพื่อให้อิเอมิสึ เป็นเพียงแค่พนักงานกินเดือนธรรมดา ได้กลับบ้านทุกวัน ทานข้าวร่วมโต๊ะกันทุกเย็น อย่างนี้มากกว่า

ความทรงจำของเขากับคุณพ่อ มีแค่ .....ความอบอุ่นจากมือที่ทั้งสากและใหญ่คู่นั้น.....


.....ความทรงจำที่นับวัน จะจางหายไปทุกนาที....


เพียงเท่านั้น



“ดูลึกลับดีจัง พ่อนายต้องทำงานที่สุดยอดแน่ๆ เทียบกับร้านซูชิของฉันแล้ว ดูด้อยไปเลยแฮะ”

“ถ้าแลกได้ ฉันยอมเป็นลูกเจ้าของร้านซูชิมากกว่า”

“ร้านซูชิลำบากจะตาย บางทีฉันจะทำการบ้าน ยังโดนตาแก่เรียกให้ไปช่วยร้าน อีกเหตุผลที่ฉันอยู่ห้อง C ด้วยล่ะมั้ง ฮะๆๆ”

ผมหมดคำพูดเลยแฮะ....


“ที่จริงแม่นายก็สุดยอดเหมือนกันนะ”

“เอ๋? แม่บ้านธรรมดาๆเองนะ มีอะไรสุดยอดกัน”

“ก็ที่เลี้ยงดูนาย กับฟูตะน้องนายตามลำพังได้ขนาดนี้ไง”


......แต่เขาก็ไม่เคยทำให้ นานะ...แม่ของเขาภูมิใจได้เลยซักครั้ง....


“นั่นสินะ” ผมคงไม่อาจเห็นด้วยไปมากกว่านี้

ต้องคอยดูแลคนไร้ประโยชน์อย่างเขา และน้องชายที่ป่วยกระเสาะกระแสะตลอดเวลา แต่ก็ไม่เคยยอมแพ้ ยังคงมีรอบยิ้มแสนอ่อนโยนประดับอยู่บนหน้าเสมอ....


“ชักอยากจะเห็นฟูตะน้องนายจังแฮะ ท่าทางจะน่ารักน่าดู”

“อื้ม” นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมเห็นด้วย

“วันไหนว่างๆก็มาเที่ยวบ้านฉันสิยามาโมโตะ จะได้เป็นเพื่อนเล่นกับฟูตะด้วย น้องชายฉันน่ารักสุดๆเลยล่ะ นายเห็นต้องหลงแน่ๆ ผิดกับฉันลิบลับ”

ผมยิ้มตอบอย่างภูมิใจ ในความคิดผม ฟูตะคือเด็กที่น่ารักที่สุดในโลก ...น้องชายเพียงคนเดียวของผมนี่นา


“เห? น่ารักกว่าสึนะอีกหรอ? ว้าว ชักอยากเห็นเร็วๆซะแล้วสิ”

....เอ๊ะ?....


แล้วพวกผมเดินมาถึงที่หมาย กลิ่นอาหารหอมฉุยลอยแตะจมูกทันทีเมื่อเข้าไปยังโรงอาหาร
มองเผินๆ ก็เหมือนกับโรงอาหารตามโรงเรียนทั่วไป แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันมีประกายระยิบระยับละลานตายังไงไม่รู้ มันต้องมีซักอย่างเกี่ยวข้องกับหัวทองๆหรอมแหรมที่โผล่ให้เห็นอยู่ประปรายแน่ๆ

เด็กโรงเรียนนี้หน้าตาบ่งบอกถึงความมีเหลือจะกินทั้งนั้นด้วยสิ


...จะว่าไปก็นึกขึ้นได้...


ผมเหลือบมองยามาโมโตะที่กำลังจับคางพิจารณาเมนูอาหารซึ่งแขวนเป็นป้ายไว้เหนือร้านอยู่อย่างเคร่งเครียด


.....ยามาโมโตะคุงก็หน้าตาดีสุดๆเลยนี่หว่า.....


หน้าบ้านๆอย่างผมโดดเด่นออกมาทันทีเลยอ่ะ คิดผิดหรือคิดถูกนะที่เดินกับยามาโมโตะ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องความสูง


“เอาอะไรดีสึนะ ฉันเลือก set แกงกะหรี่ล่ะ”

ผมเงยหน้ามองป้ายเมนูบ้าง


....แหงะ ภาษาอังกฤษอีกแล้ว.... ดีนะมีวงเล็บคันจิไว้


“อะ..เอ่อ...เราก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะ ยามาโมโตะคุงมีอะไรแนะนำหรือเปล่าล่ะ”

“ข้าวสตูว์เนื้อที่นี่ก็ไม่เลวนะ”

“งั้นเอาอันนั้นละกัน”


“ ป้า เอา Medium Spicy Curry Set นะ ส่วนข้างๆผมนี่เอา Beef Stew Set ครับ”

“โอ้ ทาเคชิคุงนี่ ให้ป้าแถมพิเศษให้เหมือนเดิมมั๊ย”

“เย้ เอาเลยครับ อ๊าาา วันนี้ก็โชคดีได้กินของอร่อยๆเยอะๆอีกแล้วสิ”


......ขะ...ขนาดป้าแม่ครัวก็รู้จัก ยามาโมโตะ!! คนๆนี้จะกว้างขวางเกินไปแล้ว!!! 

ผมมองยามาโมโตะอย่างทึ่งๆ


“สตูว์ของนายได้แล้วล่ะ”

“อะ อื้ม” ผมควักจ่ายไป 250 เยน อาหารที่นี่ราคาอยู่ที่ประมาณ 200 – 300 เยน

แม้จะแพงกว่าโรงเรียนเก่าแต่ถือว่าสมเหตุสมผลในความคิดผม ก่อนหน้าผมยังคิดว่ามันจะมหาโหดซัก 1,000 เยน


“ถึงจะแพงหน่อย แต่ที่นี่เขาใช้ของคุณภาพดี รสชาติเลยอร่อยสุดยอด ก็ถือว่าคุ้มนะ”

“อืม ตอนแรกเรานึกว่าจะแพงกว่านี้อีก ยังตกใจเลย”

“ฮ่าๆๆ แพงกว่านี้ก็ไม่ไหวล่ะนะ ขูดเลือดกันตาย” .....นี่คือคำพูดลูกเจ้าของร้านระดับทาเคซูชิหรอเนี่ย....


“นะ...นี่ ยามาโมโตะคุง ที่นี่ต้องสั่งอาหารเป็นภาษาอังกฤษด้วยหรอ” ศัพท์ง่ายๆผมยังออกเสียงไม่ถูกเลย ตอนประถมผมยังเคยเผลอพูด ‘I am pencil’ ในคาบภาษาอังกฤษด้วยซ้ำ เป็นหัวข้อให้เพื่อนๆล้อเลียนผมไปทั้งเดือนเลยทีเดียว

“มันก็ไม่มีบังคับหรอกนะ แต่ส่วนใหญ่จะสั่งแบบนี้กันเพราะมันสะดวกกว่าน่ะ”


....ถึงจะเป็นโรงเรียนนานาชาติ แต่เรายังเป็นคนญี่ปุ่นอยู่นะ ภาษาต่างบ้านต่างเมืองมันจะไปสะดวกกว่าได้ยังไง!....


“ตรงนั้นว่างล่ะ เราปะ- - -ระวังสึนะ!



เคร้งง!!!!



น้ำเกรวี่ เนื้อวัว ผักต้ม ข้าว ซุปมิโสะ ถ้วย ถาด และจาน หกระเนระนาดกระจัดจายอยู่บนพื้นตรงหน้าผม

เพราะผมเป็นเจ้าห่วยสึนะ คงคิดว่าผมเดินสะดุดหรือชนใครเข้าสินะ

แต่มือผมยังคงค้างกลางอากาศในท่าถือถาด และตั้งแต่ยามาโมโตะพูดคำว่า “ตรงนั้นว่าง” ผมยังไม่ได้ก้าวขาไปไหนเลย!!


ผมก้มลงมองสตูว์เนื้อมูลค่า 250 เยนของผมซึ่งสูญเปล่าไปกับตา ก่อนจะไล่สายตาจากรองเท้าหนังสีดำเรื่อยไปจนถึงใบหน้าที่เกินระดับสายตาผม

ต้นเหตุที่แท้จริงของเสียงเคร้งจากข้าวกลางวันผมถูกปัดลงกระทบพื้น และสายตานับร้อยของนักเรียนทั้งหมดในโรงอาหารซึ่งกำลังหันมาจับจ้องทางผม


“ซาวาดะ สึนะโยชิ ฉันขอท้าประลองนาย เดี๋ยวนี้!!”



............มันเรื่องอะไรอีกเนี่ย!!!!!!............


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
TBC




TALK : แรกๆยังอยู่ในช่วงอินโทร กำลังแนะนำตัวละครแต่ละตัว เลยจะเรื่อยๆมาเรียงๆให้น่าเบื่อซักหน่อย ( เล่น 2 ตอน ตอนละ 12 หน้านี่หว่า - - )
หลังๆเดี๋ยวทูน่าจะได้แสดงความเป็นนางเอกเต็มที่แระ รอกันหน่อยนะ เมนท์กันด้วยน่อ

_________________
Math Today!

18+69+87=27

[ In fact, if you separate 18 and combine them together (1+8=9)then deduct the sum from 69(9-69=-60) ,and then plus with 87 the result is actually "27". Miracle?Destiny? or just Fan Ficfion LOL ]

Image

My Fictions : Nanimori School Monogatari-~27/Various / It's You-6927+18 / This is a FAMIGLIA-87/69/18+27

[color=#FF40FF]
สปอยล์นรก KHR Anime


Last edited by hustsu on 10 Jun 2009, 13:53, edited 2 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU~27/ฯลฯ]NanimoriMonogatari-อลเวงรัก โรงเรียนนานิโมริ/UP!2
PostPosted: 05 Jun 2009, 16:51 
User avatar
Joined: 02 Apr 2009, 13:14
Posts: 440
Location: ที่ๆมีความสุข
O_O สึนะจ๋า ไปโดนเค้าท้าดวลเรื่อง?

สึนะอย่ายอมแพ้น้า พ่อยกเป็นกำลังใจให้ +- -

_________________
http://type289.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU~27/ฯลฯ]NanimoriMonogatari-อลเวงรัก โรงเรียนนานิโมริ/UP!2
PostPosted: 05 Jun 2009, 22:04 
User avatar
Joined: 29 Nov 2008, 07:58
Posts: 41
ใคร ใคร มันเป็นใคร~?????

อย่ายอมแพ้นะซือคุงนายต้องสู้เขา

มีสาวก27เป็นกำลังใจอยู่เน้อ

รีบมาอัพต่อไวไวนะค่ะ สนุกดีค่ะ ^^

_________________
Image

พวกเขาคือขบวนการ.... Yaoi เรนเจอร์ กำเนิดมาเพื่อปกป้องความYโดยเฉาะ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU~27/ฯลฯ]NanimoriMonogatari-อลเวงรัก โรงเรียนนานิโมริ/UP!2
PostPosted: 06 Jun 2009, 17:09 
User avatar
Joined: 18 Sep 2008, 12:41
Posts: 313
Location: Vongola Familia
มาท้าดวลกันอย่างนี้คงไม่ใช่โกคุนะ = =

รอตอนต่อไปอยู่น้า มาต่อไวๆนะคะ

_________________
Image
สนับสนุน All27 8018 2727 1827 8059 etc. ให้Yอย่างเป็นทางการ
Image
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU~27/ฯลฯ]NanimoriMonogatari-อลเวงรัก โรงเรียนนานิโมริ/UP!2
PostPosted: 07 Jun 2009, 10:46 
Joined: 07 Jun 2009, 10:38
Posts: 3
อิอิ

ต่อๆๆๆด่วนจี๋


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU~27/ฯลฯ]NanimoriMonogatari-อลเวงรัก โรงเรียนนานิโมริ/UP!2
PostPosted: 08 Jun 2009, 23:35 
Joined: 16 May 2009, 21:13
Posts: 108
สนุกค่ะ
มาต่อไวน้าค้า


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU~27/ฯลฯ]NanimoriMonogatari-อลเวงรัก โรงเรียนนานิโมริ/UP!2
PostPosted: 09 Jun 2009, 16:04 
User avatar
Joined: 18 May 2009, 20:02
Posts: 101
Location: ผมม้วนประแจ( เป็นเห็บเหาหรือไง O[]O )
CHAPTER 3 : ผมดำ ผมเงิน ผมขาว ปืน ดาบ และข้าวสตูว์เนื้อ



“ซาวาดะ สึนะโยชิ ฉันขอท้าประลองนาย เดี๋ยวนี้!!”


“หะ....หาาาาาาาา??” ประลอง?ประลองอะไร?


คนอย่างเขาจะแข่งอะไรกับเขาได้ ไม่เดี๋ยวอย่าไปคิดเรื่องได้หรือไม่ได้สิ ไอสาเหตุที่ทำให้เขาโดนท้าน่ะ รู้ให้ได้ก่อน!



“ไม่ได้ยินหรือไง ซาวาดะ สึนะโยชิ ฉันขอท้าประลองกับนาย เดี๋ยวนี้ ที่นี้ และตรงนี้!!”


“ระ...โรงอาหารเนี่ยนะ?” มองจ้องมองเด็กหนุ่มผมเงินสะดุดตาตรงหน้าอึ้งๆ



...ผมสีเงินนั่น ย้อมหรือเปล่านะ...สีมันเด่นจังแฮะ....เฮ้ย อีกแล้วสึนะ ไปสนใจหัวชาวบ้านเขาอีกแล้ว หัวตัวเองน่ะ จะรอดหรือเปล่าเหอะ!!



“สึนะ!!”


“อ๊ะ ยามาโมโตะคุงงงงง” ผมแทบจะร้องไห้ด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นเพื่อนร่างสูงเดินเข้ามาหา คนๆนี้คงพอจะช่วยอธิบายอะไรซักอย่างให้เขาได้

ไม่แน่อาจจะเป็นประเพณีที่ให้เด็กเข้าใหม่โดนท้าประลองเพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์?



“เกิดอะไรขึ้นน่ะ สึนะ”


...นะ...นั่นสินะ......


มันคงไม่มีประเพณีบ้าๆแบบนั้นอยู่หรอก แม้จะเป็นโรงเรียนนี้ก็เหอะ



ขนาดยามาโมโตะเองยังถาม แล้วผมจะรู้หรอว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆเขาก็มาปัดข้าวกลางวันสุดหรูของผมทิ้งอย่างไม่ใยดี แถมมาท้าให้ประลองบ้าอะไรไม่รู้ ........ในโรงอาหาร?!



“เฮ้ นาย เจ้าบ้าเบสบอล หลบไป ฉันมีเรื่องสะสางกับเจ้าเตี้ยนั่นคนเดียว”


สะสาง?......สะสางเรื่องอะไร?...... ตั้งแต่เช้ามา นอกจากเรื่องลืมกระเป๋า ผมก็ไม่ได้ไปสร้างบาปสร้างกรรมอะไรให้ใครที่ไหนเลยนะ


แล้วทำไมต้องเรียกผมว่า “เตี้ย” ด้วย!


ถึงมันจะจริง แต่ช่วยรักษาน้ำใจผมซักนิดเหอะ




“ฉันไม่รู้ว่ามันเรื่องอะไรหรอกนะ โกคุเดระ ฮายาโตะ”



......ผมจะไม่แปลกใจเลยถ้ายามาโมโตะจะรู้จักคนทั้งโรงเรียน......



“แต่การที่นาย ไม่เห็นค่าของอาหาร” ยามาโมโตะชี้ไปที่กองสตูว์เนื้อผู้เคราะห์ร้าย


“ฉันไม่ยกโทษให้ง่ายๆแน่”



.....ยะ...ยามาโมโตะคุง....นายเห็นอาหารสำคัญกว่าเพื่อนงั้นหรอ.....


ไม่สงสัยเลยทำไมป้าแม่ครัวปลื้มนายขนาดนั้น



“แล้วที่นายมารังแกสึนะด้วย”


ขอบคุณนะที่ยังห่วงกัน.....ผมควรจะซึ้งใจดีไหมนะ



“พูดพล่ามบ้าอะไรของนาย อยากจะลงหลุมไปพร้อมกับไอเตี้ยนั่นด้วยก็ตามใจ”


......“ผม” ไปเตี้ยบนหัวแมวบ้านบิดา “คุณ” หรอ....ครับ


ย้ำจริงๆเลย



“ได้เลย ฉันพร้อมเสมอ” ....นายก็อย่าไปเร่งเชื้อไฟสิ ยามาโมโตะคุง!


“ดะ...เดี๋ยวก่อนนะ ยามาโมโตะคุง ละ..แล้วก็ โกคุเดระคุง? ฉันว่า เราไป คุย? กันที่อื่นก่อนดีกว่าไหม?”


“จะไปที่อื่นให้ยุ่งยากทำไม ฉันบอกตรงนี้ ก็คือตรงนี้ มีสักขีพยานเยอะดี ฉันชอบ” เจ้าของสีผมเด่นสะดุดควักอะไรซักอย่างออกมาจากข้าง
หลัง ลักษณะมันคล้ายๆ...



ปืน!!!!!



ไม่คล้ายล่ะ มันคือ ปืน จริงๆ!!



คือนี่กะจะให้ลงหลุมกันจริงๆใช่มั๊ย!!!



“เขาอยากได้ตรงนี้ ก็อย่าขัดศรัทธาเขาเลย สึนะ นายหลบไปห่างๆเถอะ” ยามาโมโตะไม่พูดเปล่า เอาแขนมากันผมออกไป ถึงไม่มีอุปกรณ์ช่วย แต่อีกฝ่ายก็ตั้งการ์ดไว้อย่างมั่นคง


“แต่นี่มัน โรงอาหาร นะ!!”


เอาจริงน่ะ? เอาจริงๆน่ะ?!!! มาสู้อะไรกันในโรงอาหาร คนเป็นร้อย ทั้งนักเรียน แม่ครัว



แล้วอาจารย์ล่ะ อาจารย์หายไปไหนหมด ใครก็ได้ มาช่วยห้ามสองคนนี้ที ตกลงนี่มันเกิดอะไรกันเนี่ยย ไปๆมาๆยามาโมโตะคุงกลับมาประลองแทนผม ไม่ใช่ว่าผมอยากเองหรอกนะ โอ้ย ไม่รู้แล้ววว

ในเวลานี้ ผมชักอยากให้ฮิบาริซังปรากฏตัวออกมาซะจริงๆ!!




ปัง!!!!!!




“ฮิ๊!!!!!”




ผมหลับตาปี๋ มืออุดหู ย่อตัวลงอัตโนมัติ ....ไม่นะ นั่นคงไม่ใช่เสียงปืนหรอกนะ.....ยามาโมโตะคุง!!!



“ฟร้อยยยยยยยยยยยยยยยยยย หนวกหูจริงว้อยยย ใครมาวุ่นวายแถวนี้ พวกเอ็งไม่อยากตายดีกันใช่มั๊ยยยยย!!!”



.....ฮิบาริซัง?!!.......



ผมลืมตาขึ้นมอง


ซากโต๊ะไม้โดนฟัน?หักเป็นสองส่วนปรากฏอยู่ในสายตา



เสียงปังเมื่อกี้ไม่ใช่เสียงปืนสินะ ค่อยยังชั่ว....



ผมมองเลยไปอีกนิด


เจ้าของผลงานนั้น.....



....ผะ...ผู้หญิง?!....




เฮ้ย ไม่ใช่ แม้ผมสีขาวจะยาวสลวย แต่ใบหน้า และรูปร่างนั่น มองยังไงก็ผู้ชาย!



ไม่ใช่ฮิบาริซัง?



แล้วทำไมเราต้องหวังให้เป็นฮิบาริซังด้วยเนี่ย?


ในเวลานี้ ถ้าช่วยหยุดสองคนนี้ได้ จะเป็นใครก็ไม่เกี่ยงแล้ว



“สควอลโล่”


“หึ แก๊งค์วาเรีย”


ยามาโมโตะ และ โกคุเดระพูดแทบจะประสานเสียงกัน และต่างล้วนสื่อถึงชายหนุ่มผมยาว


สควอลโล่ แก๊งค์วาเรีย? ผมชักเบื่อเจ้าเครื่องหมายคำถามในหัวผมแล้วนะ



“แกเองเรอะ เจ้าเบสบอลขึ้นสมอง แล้วกับ เจ้าหัวปลาหมึกนี่อีก”


อุ๊บ...หัวปลาหมึก


“หัวเราะอะไร!” หัวปลาหมึก เอ้ย โกคุเดระหันขวับมาตวาดผม


“อิ๊! เปล่าครับ!!!” ผมรีบโบกมือส่ายหน้าพัลวัน .....หูผีเป็นบ้า!....


“นาย เจ้าเตี้ยตรงนั้น!!” หนุ่มผมยาวนามสควอลโล่ชี้มาที่เขา


ตะ...เตี้ยอีกแล้ว....


“คะ....ครับ!” คนๆนี้ก็น่ากลัวไม่เบาเลยอ่า


“ในฐานะตัวต้นเหตุเรื่องวุ่นวายนี่ อธิบายมาซะว่าเกิดอะไรขึ้น!”


“หาาา?! ผมเนี่ยนะ?!!” ทำไมมันกลายเป็นผมผิดได้ล่ะเนี่ย ตกลงเขามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์หรือกลับมาอัดผมให้จมดินกันแน่


“ไม่ใช่นะ สควอลโล่ คนที่จู่ๆมาหาเรื่องก่อนก็คือ โกคุเดระต่างหาก”


จริงด้วย ผมยังมียามาโมโตะคุงอยู่นี่นา!



“ฉันมีปัญหากับเจ้าเตี้ยนั่นคนเดียว แล้วไอเบสบอลนี่ก็มาแทรกเอง”


“ก็นายมาปัดข้าวสึนะทิ้งทำไม”


“มันหนักส่วนไหนของแกวะ ข้าวของไอเตี้ย ไม่ใช่ของแก”



เฮ้ย พวก...เมริ- - -คุณ จะไม่เลิกกันใช่มั๊ย ไอคำว่าเตี้ยเนี่ย มุขอื่นน่ะมีไหมครับ มีให้ล้ออีกเยอะนะครับ ผมเนี่ย อยากให้ผมเขียนเป็นสคริปท์บอกให้ไหม



“ฟร้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย จิกกันเป็นเด็กประถมอยู่ได้ หนวกหูว้อยยยยยยยย”



ผมและอีกหลายๆคนรวมทั้งยามาโมโตะและโกคุเดระพร้อมใจกันยกมือปิดหู


....ผมว่าไอที่หนวกหูน่ะ มันคุณมากกว่า



ไม่รู้จะตะโกนให้ได้อะไร


“นายนั่นแหละที่หนวกหู จะตะโกนหาพระแสงของ้าวอะไรวะ!!” ขะ...เขากล้า!!


โกคุเดระคุง คุณกล้ามาก สมกับเป็นคนที่มาท้าประลองกลางโรงอาหาร


“อ้าว วอนซะแล้วเอ็ง อยากเป็นเหมือนโต๊ะตัวนี้ใช่มั๊ย เจ้าหัวปลาหมึก” สควอลโล่ใช้เท้าเหยียบซากโต๊ะผู้อาภัพเป็นคำยืนยัน แถมหยิบดาบมาจากไหนไม่รู้ชูขู่อีก


“ทำได้ก็เข้ามาเลยโว้ยยย” ฝ่ายนี้ก็ชูปืนสู้


ปืนกับดาบเนี่ยนะ จะสู้กันยังไง



แล้วมวยมันเปลี่ยนคู่ไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!!



“ใจเย็นก่อน โกคุเดระ” ยามาโมโตะปราดเข้าไปห้ามเด็กหนุ่มผมเงิน “นายสู้สควอลโล่ไม่ไหวหรอก”



แถมยามาโมโตะคุงยังแปรพรรคไปซะอีก!!!!



“บังอาจดูถูกกันเรอะ ไอบ้าเบสบอล เอ็งเป็นรายต่อไปแน่!!”



“ฟร้อยยยยยยยยยยยยยยย พรอดรักกันอยู่ได้ จะลุยเข้ามาทั้งคู่ก็เข้ามาเลยว้อยยยยยยยยย”



“ใครพรอดรักกันวะ ไอ้!!”


“เดี๋ยว โกคุเดระ!!!!”


“จองเมรุได้เลยเอ็งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง”



“สึนะ!!!!!!!!”



คำไหนเป็นคำพูดใคร ผมไม่รับรู้อีกแล้ว


ขาที่สั่นอยู่แต่เดิม หมดเรี่ยวแรงไปฉับพลัน เสียงอื้ออึงดังข้างๆหูแต่ผมกลับจับใจความไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว


........ใครก็ได้ หยุดพวกนี้ที


อาจารย์ดีโน่


สปาน่าซัง


ฮิบาริซัง!!!............


อิเอมิสึ คุณส่งผมมาโรงเรียนบ้าอะไรของคุณเนี่ย!!!!


ไม่ไหวแล้วนะโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย



......ภาพสุดท้ายที่ผมเห็นคือข้าวราดสตูว์เนื้อสีน้ำตาล.....


......มันช่างน่ากินอะไรอย่างนี้น้า.......

TBC












TALK : ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ ซึ้งใจมากค่ะ
ตอนนี้ขอเอาไปสั้นๆ

พอดีคอมอยู่ดีๆงอแง แค่เปิดมาราธอนเกือบอาทิตย์เอง สำออยซะ
แล้วเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่

หาย? มันหายค่ะ!!

ไม่ใช่แค่ที่เซฟไว้ แต่มันหายไปทั้งไฟล์

แทบคลั่ง เพราะแต่งไปแล้วครึ่งนึง

เซ็งมาก เซ็งที่สุด หมดอารมณ์ กะจะวาดรูปประกอบเพิ่มด้วย

เลยออกไปซื้อของกิน? ดับโมโห- -

ก่อนจะกลับมาแถๆไถๆ มุขเก่าก็ลืมไปแล้ว (ปลาทอง)

ได้ออกมาเป็นตอนนี้ล่ะค่ะ

อารมณ์ของสึนะ อาจจะสะท้อนจากอารมณ์คนแต่งบ้าง คือ "มันไม่ไหวแล้วว้อยยยยยยยยยยย มุขตันว้อยยยยยยยยยยยยยยยยย"

ยังไงก็ขอบคุณคนที่เข้ามาอ่าน และคนที่เข้ามาเมนท์ด้วยนะคะ

ปล. มีอัพรูปดีโน่อันนึง ขึ้นไปจิ้มๆลิงค์เอาข้างบนเลยน่อ

_________________
Math Today!

18+69+87=27

[ In fact, if you separate 18 and combine them together (1+8=9)then deduct the sum from 69(9-69=-60) ,and then plus with 87 the result is actually "27". Miracle?Destiny? or just Fan Ficfion LOL ]

Image

My Fictions : Nanimori School Monogatari-~27/Various / It's You-6927+18 / This is a FAMIGLIA-87/69/18+27

[color=#FF40FF]
สปอยล์นรก KHR Anime


Last edited by hustsu on 10 Jun 2009, 20:57, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU~27/ฯลฯ]NanimoriMonogatari-อลเวงรัก โรงเรียนนานิโมริ/UP!3
PostPosted: 09 Jun 2009, 21:40 
Joined: 10 Mar 2008, 21:22
Posts: 47
=[]=!!!! แล้วมันน่ากินยังไงล่ะค๊า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


กลับมาต๊ออออออ กลับมาต่อเถอะคร๊า~~~~~~~~!!!TTATT


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU~27/ฯลฯ]NanimoriMonogatari-อลเวงรัก โรงเรียนนานิโมริ/UP!3
PostPosted: 10 Jun 2009, 05:59 
User avatar
Joined: 02 Apr 2009, 13:14
Posts: 440
Location: ที่ๆมีความสุข
เอิ่ม......... ที่แท้ ชื่อตอนสตูว์ก็คืนนี่นี่เอง - -

ผักเดาถูกด้วยว่าเป็นโกคุ +- - กิ๊กหึงยามะแล้วล่ะ ^ ^

สึนะจะได้กินข้าวต่อไปหรือไม่? - -

_________________
http://type289.exteen.com


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [AU~27/ฯลฯ]NanimoriMonogatari-อลเวงรัก โรงเรียนนานิโมริ/UP!3
PostPosted: 10 Jun 2009, 08:06 
User avatar
Joined: 23 Mar 2009, 18:06
Posts: 1199
Location: ทุกที่ที่มีเคียวยะ
เพิ่งเข้ามาอ่านค่าท่านhustsu
สนุกมากเลยค่า
ถึงท่านhustsuจะบอกว่าแรกๆมันเรื่อยๆมาเรียงๆเพราะยังเป็นช่วงแนะนำตัวละครก่อน
แต่มันก็อ่านเพลินดีค่า^^

ฮิบาริซัง เอากระเป๋ามาคืนให้สึนะถึงห้องนี่
กำลังหวังอะไรหรือเปล่าคะ ก็เห็ยเรียกสึนะว่า"กระต่าย"นี่นา

สึนะก็เหมือนจะมีใจเอนเอียงให้ฮิบาริซังด้วยสิ //เชียร์ฮิบาริซังค่า
แต่D18ก็น่าสนนะคะ//แว๊ก.....โดนแม่ยก1827รุมกระทืบOrz

แล้วโกคุมาท้าสึนะประรองทำไมล่ะคะเนี่ย หรือว่าหึงที่ยามะตัวติดกับสึนะเลย
สควอโล่ก็เสียงดังได้อีกนะคะเนี่ย
แล้วฮิบาริซังไปแอบหลับอยู่ไหนคะ ไม่มาจัดการเรื่องวุ่นๆที่โรงอาหาร

ขอบคุณท่านhustsuมากนะคะ รอตอนต่อไปค่า สู้สู้นะคะ^^


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 114 posts ]  Go to page 1, 2, 3, 4, 5 ... 8  Next


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: